Page 1


©ºÑº·Õè 1 (1 -7 Á.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ยอหนผูเปนประจักษพยาน

“ทําไมทานจึงทําพิธีลาง ถาทานไมใชพระคริสต ไมใชเอลียาห และไมใชประกาศก” (ยอหน. 1:25) อาทิตยแรกของปใหม ชวนใหเราคิดถึงวันอาทิตยในโอกาสตางๆ ในชีวิตของเรา เชนอาทิตยแรกที่เราเขา โรงเรียน อาทิตยแรกในการทํางานใหม หรืออาทิตยในรูปแบบตางๆ ในชีวิตของเรา ในอาทิตยแรกของปในพิธีกรรม เราเรียนรูเกี่ยวกับวันอาทิตยในพระชนมชีพของพระเยซูเจา ตามที่ปรากฏในพระวรสารของนักบุญยอหน ในวันแรกนี้ เราพบผูที่แนะนําพระคริสตเจา กลาวคือนักบุญยอหน บัปติสต เราอาจเรียกทานไดวาทานคือยอหนผูเปนประจักษ พยาน เมื่อถูกทาทายใหแสดงตัววาทานเปนใคร ทานกลาวสามครั้งวาทานมิใชใคร การปฏิเสธเหลานี้ นําเราไปสู บรรยากาศแหงความคาดหวังในยุคนั้น ทานปฏิเสธวาทานมิใชพระคริสตเจา ซึ่งหมายถึงผูที่ไดรับการเจิมดังเชน กษัตริยดาวิด ทานปฏิเสธวาทานมิใชเอลีชาหประกาศกดั้งเดิม ทานคือผูที่มีรถรบเปนเปลวไฟขึ้นสูสวรรค และมีการ รอคอยการกลับมาของทาน ทานปฏิเสธวาทานมิใชประกาศกซึ่งโมเสสไดสัญญาไวในดานบวก ยอหนไดประกาศวา ทานคือเสียงซึ่งอิสยาหไดกลาวถึง ทานคือเสียงที่จะประกาศองคพระวจนาตถคือพระเยซูเจา เรื่องราวที่พระวรสารกลาวถึง มิไดเกี่ยวกับพระเยซูเจาเทานั้น แตเปนเรื่องที่เกี่ยวกับศิษยและผูติดตาม พระองค เรื่องของพวกทานเปนการมองลวงหนาถึงเรื่องราวของพวกเรา เหตุวาในฐานะที่เราเปนสมาชิกของพระศา สนจักรเราก็เปนศิษยดวย นักบุญยอหนเปนผูนําทางของพระเยซูเจา มิใชตามมาภายหลังพระองค การเปนประจักษ พยานของพระเยซูเจานั้น เปนกระแสเรียกของผูที่ไดรับศีลลางบาปทุกคน เราทุกคนไมวาเราจะเปนใครก็ตาม เรา ไดรับเชิญใหเปนพระสุรเสียงของพระเยซูเจาในโลกนี้ และเปนประจักษพยานใหแกพระองค อาศัยการดําเนินชีวิต ของเรา ดังที่ทานนักบุญกระทําในสมัยโนน บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจาองคพระบิดา โปรดทรงบันดาลใหลูกเริ่มตนปใหมอยางดี โปรดทรงชวยใหลูกสะทอนใหเห็นพระองค ดังเชนยอหน บัปติสต และใหลูกเขาใจถึงบทบาทของลูก ในการเปนประจักษพยานถึงพระบุตรของพระองค และคุณคาแหงพระอาณาจักรของพระองค ลูกอธิษ ฐานในพระนามของพระเยซูเจา พระเจาของลูกทั้งหลาย อาแมน


©ºÑº·Õè 2 (8 -14 Á.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ไดรับการบําบัดรักษา “พระเยซูเจาทรงสงสาร ตื้นตันพระทัยจึงทรงยื่นพระหัตถสัมผัสเขา ตรัสวา “เราพอใจ จงหายเถิด”” (มาระโก. 1:41) เมื่อชายหนุมฟรังซีสแหงอัสซีซี เผชิญกับพระเจา ชีวิตของทานก็เปลี่ยนแปลงไป แตการกลับใจมิใชเรื่องงาย เมื่อพระเยซูเจาตรัสจากกางเขนที่ซานดามีอาโนนั้น พระองคตรัสสั่งใหทานสรางวัดใหม ทานเขาใจพระดํารัสนี้ตรง ตามตัวอักษร การเดินเขาเมืองอัสซีซี ทานอวยพร เมื่อทานไดรับการบริจาคกอนหินและวัสดุกอสรางตางๆ เพื่อ ซอมแซมวัดซานดามีอาโน ที่ชํารุดนั้นเปนเรื่องงาย แตวัดซานดามีอาโนนั้นอยูใกลกับบานของฟรังซิส ทานพบเพื่อนๆ และญาติของทานเกือบทุกมุมเมือง เปนสิ่งที่เจ็บปวดมากที่เห็นใบหนาที่สับสนและดูหมิ่นของเพื่อนและพี่นองที่ทาน รูจักและรัก ชายที่พระวรสารเลาถึงซึ่งมาขอความชวยเหลือจากพระเยซูเจา คงจะมีความรูสึกเชนเดียวกัน การที่เขาเปน โรคเรื้อนซึ่งเปนโรคที่สังคมในสมัยโนนไมคบหาสมาคมดวย เขาตองไปอยูรวมกับผูที่เปนโรคเดียวกันกับเขา ซึ่งเปน สังคมที่หมดหวัง เมื่อเขาเขามาหาพระเยซูเจา เขาวอนขอใหพระองคทรงรักษาโรคที่สังคมรังเกียจ เพื่อสังคมจะ ไดรับเขากลับไปใหม พระเยซูเจาทรงรักษาทั้งรางกายและจิตวิญญาณของเขา ทรงชวยใหเขามีความหวังในการสราง ชีวิตใหม ชีวิตเขาก็เปลี่ยนแปลงไปทันที หลังจากที่พระเยซูเจาทรงรักษาเขา เขาคงจะไมกระทํากับผูที่สังคมรังเกียจ เหมือนกับที่สังคมเคยทํากับเขา เพราะเขาเคยมีความรูสึกเชนเดียวกับคนพวกนั้น ความทุกขทรมานและการถูกสังคม รังเกียจเปนความจริงที่เขาเคยประสบพบเห็นมาแลว แตเขาก็ไดรับการรักษา เขาคงไมอาจหลงลืมความเจ็บปวดที่ เขาเคยผานมาไดเลย แตเขาสามารถทิ้งประสบการณเหลานั้นไวเบื้องหลัง และกาวไปสูอนาคตใหม ในชีวิตของคนเรา คงจะมีเวลาที่เราไดรับความเจ็บปวดเชนนี้ บางครั้งการที่จะลืมและใหอภัยอาจลําบาก แตพระเยซูเจาก็ทรงสามารถที่จะสัมผัสและรักษาบาดแผลของเราได พระองคสามารถสอนใหเราฟนจากความ เจ็บปวดเหลานั้น และไดเรียนรูจากประสบการณนั้นๆ ขอใหเราเพียงวอนขอใหพระองคทรงรักษาเรา บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเจา โปรดทรงประทานความเขาใจและความกลาหาญ เพื่อจะไดมองดูความเจ็บปวดในแงมุมนี้ เมื่อการใหอภัยเปนสิ่งที่ยาก โปรดทรงสัมผัสจิตใจของลูก และทรงบําบัดรักษาลูก โปรดทรงพระกรุณาอยาใหลูกไดมีอคติ โตตอบ หรือพยายามทําใหผูที่กระทําผิดตอลูกไดรับการกระทําเชนเดียวกัน โปรดทรงสอนลูกใหเรียนรูจากประสบการณของลูกดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 3 (15 -21 Á.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. เทศกาลธรรมดานั้นไมมี “ใสเหลาใหมลงในถุงหนังใหม” (มาระโก. 2:22) คุณพอมีคัล จัดย เปนพระสงฆคณะฟรังซีสกัน และเปนผูกระทําหนาที่ดูแลจิตวิญญาณของผูที่มีหนาที่ ดับเพลิง ทานเปนบุคคลแรกที่เสียชีวิตในเหตุการณการโจมตีตึกเวิรดเทรดเซ็นเตอร ที่นิวยอรค ทานอายุ 68 ป เปนผู ที่มีอารมณดี ยิ้มแยมแจมใสเสมอ ทานเคยประสบกับความทุกขและการตอสูกับชีวิตมาอยางซ่ําซอง ทานพยายาม ชวยผูที่ติดของมึนเมา บรรดาผูไรที่อยูอาศัยและผูที่เปนโรคเอดส ทานเปนมิตรกับทุกคน ในบทเทศนของทาน ทาน เคยกลาววาทานไมชอบคําวา “เทศกาลธรรมดา” ทานไมชอบชื่อของเทศกาลนี้ สําหรับทานทุกวันเปนวันพิเศษ ไม ธรรมดา เหตุผลก็คือเราสามารถพบกับพระเยซูชาวนาซาเร็ธไดทุกวัน มีคนถามพระเยซูเจาวา ทําไมพระองคจึงไมจําศีลเหมือนผูนําศาสนาอื่นๆ พระเยซูเจาทรงเปรียบเทียบวา ทรงเปน “เจาบาว” เปนบุคคลพิเศษ วันเวลาแหงความทุกขทรมานและการจําศีลจะมาถึง แตในปจจุบันกําลังมีสิ่ง ประหลาดอัศจรรยเกิดขึ้น และหลายคนยังไมเขาใจ พระเยซูเจาผูประทับอยูทามกลางเราทรงเปน “มนุษ ยใหม” หลายครั้งเราคิดวาพระองคคือบุคคลธรรมดา แตอันที่จริงแลวพระองคคือบุคคลพิเศษ เราแตละคนไมสามารถนํา “ความใหม” ของพระวรสารมาบรรจุไวในตัวเรา เราไมสามารถทําใหพระเยซูเจา ทรงเปนบุคคลธรรมดาเชนเดียวกับเรา แตละวันพระเยซูเจาทรงเรียกรองใหเรากาวสูชีวิตใหม ใหเขาใจ “ความรัก” และเมตตาจิตเยี่ยงมนุษย แมในชวงวันที่ดูเหมือนจะเปนวันธรรมดาที่ซ้ําซาก แตก็มีอะไรพิเศษ นั่นคือ พระเยซูเจา ทรงประทับอยูกับเรา บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระบิดาเจาของทุกสิ่ง องคพระบุตรพระเยซูคริสตเจา คือบุคคลพิเศษที่เสด็จเขามาในโลกของพวกลูกและในพระองค การเปนมนุษ ยของลูกไดรับการฟนฟู โปรดทรงดลใจลูกทั้งหลายดวยองคพระจิต ใหลูกดําเนินชีวิตใหมที่พระองคทรงประทานใหแ กลูก และใหลูกเปนผูนําความชื่นชมยินดี และการบําบัดรักษาของพระองคไปมอบใหแ กทุกคนที่มีความทุกขทรมาน อาศัยพระบารมีพระคริสตเจา อาแมน.


©ºÑº·Õè 4 (22 -28 Á.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. สายสัมพันธแ หงครอบครัวพระเจา “ใครเปนมารดาและพี่นองของเรา” (มาระโก. 3:33) นับวาเปนความจริงที่เห็นไดชัดวา เด็กๆ จะเจริญเติบโตไดดีที่สุด ก็ในครอบครัวที่มีความรักของบิดามารดา หลอเลี้ยงสมาชิกทุกคน ในสังคมปจจุบันดูเหมือนวาครอบครัวที่มีความสําคัญและเขมแข็งในอดีตกําลังถูกคุกคาม เด็กๆ เกิดมาในสิ่งแวดลอมที่แตกตางกัน เด็กบางคนเกิดมาในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไดอยางงายดาย และยังมี เด็กอีกจํานวนหนึ่งที่เกิดมาจากการผสมเทียม จึงไมนาแปลกใจเลย เมื่อเด็กเหลานี้เติบโตขึ้น พวกเขาก็อยากจะรูวา “พอแมที่แทจริงของเขาคือใคร” ขาวดีที่พระเยซูเจาประกาศใหเราไดรับทราบในพระวรสารที่เรานํามาพิจารณาในวันนี้วา ไมวาครอบครัวเรา จะมาจากไหน สิ่งที่เราแนใจก็คือความสัมพันธของเรากับพระเจาชวยใหเราเห็นถึงความสําคัญของการเตรียมตัวชวย ใหครอบครัวเปนที่ที่เด็กๆ ของเราจะมีจุดเริ่มตนที่ดีในโลกที่เราอาศัยอยูนี้ เราทุกคนไดรับการสรางมาตามพระฉายาลักษณของพระเจา ธรรมชาติของเราที่มีบาปกําเนิดติดตัวมา ตั้งแตเราเริ่มตนชีวิตในโลกนี้ ไดรับการกอบกูแลว และเราแตละคนไดเกิดใหมในองคพระคริสตเจา ในฐานะบุตรธิดา ของพระบิดาเจาผูทรงเปยมดวยความรัก เรามีสวนรวมในครอบครัวแหงชีวิตของความรัก กลาวคือพระตรีเอกภาพ สภาพดังกลาวมาแลวนี้ อาจจะแตกตางไปจากประสบการณชีวิตของเราหลายคน ความรูสึกโดดเดี่ยว ความ รุนแรง การถูกทอดทิ้งหรือถูกเบียดเบียน หลายคนมีประสบการณดังกลาว คําสัญญาจะไดสัมผัสกับชีวิตครอบครัวที่ ดี ดูเหมือนจะเปนเรื่องตลกมากกวา แตพระวาจาของพระเยซูเจายังเปนความจริงที่พระองคตรัสไววา “ทุกคนที่ ปฏิบัติตามพระประสงคของพระเจา พวกเขาคือพี่และนอง หรือมารดาของเรา” บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระบิดาเจาสวรรค พระองคทรงเปนแหลงกําเนิด แหงการเยียวยารักษาความสัมพันธฉันทมนุษ ยของพวกลูก ไมวาในอดีตลูกจะไดมีประสบการณเชนไร พวกลูกก็ทราบดีวาพระองคทรงรักลูก ทรงบําบัดรักษาลูก และทรงยกโทษใหอภัยแกลูก โปรดทรงบันดาลใหลูกทราบถึงพระประสงคของพระองคสําหรับลูก และทรงโปรดใหลูกกลาที่จะปฏิบัติตามเสมอไปดวยเถิด อาแมน.


©ºÑº·Õè 5 (29 Á.¤.-4 ¡.¾. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ถึงเวลาแลว “ขาแตพระเจา บัดนี้ พระองคทรงปลอยผูรับใชของพระองคไปเปนสุข ” (ลูกา. 2:29) ชายผูหนึ่งนอนรอความตายอยูที่โรงพยาบาลแหงหนึ่งในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ลูกชายสามคนของเขา ปรารถนาจะอยูใกลเขา เมื่อเขาใกลจะตาย ลูกชายคนหนึ่งอยูที่สเปนและมาเยี่ยมบิดาทุกวัน อีกคนหนึ่งอยูที่ประเทศ อังกฤษ และเขารีบเดินทางมาทันทีเมื่อทราบถึงอาการของบิดา ลูกคนสุดทองทํางานอยูใกลๆ กรุงลอนดอน ลูกทั้ง สามคิดวาบิดาคงจะมีชีวิตตอไปอีกหลายอาทิตย จึงตกลงใจกันวาอีกหนึ่งอาทิตยจะไปเยี่ยมบิดา แตบิดาปวยหนัก อยางกะทันหัน และหมอบอกวาเขาจะมีชีวิตตอไปอีกไมกี่ชั่วโมง บิดาเรียกชื่อบุตรสุดทองครั้งแลวครั้งเลา ลูกชายก็ รีบบินกลับสเปนเร็วที่สุดเทาที่เขาจะทําได และมาถึงหองบิดาเพียงไมกี่วินาทีกอนที่บิดาจะสิ้นลมหายใจ เขาไปเห็น หนาพอทันใหพอไดเห็นหนาเขากอนจะสิ้นใจอยางสงบ ในพระวรสารที่เรานํามาพิจารณาในวันนี้ กลาวถึงเฒาสิเมโอนอธิษฐานภาวนาขอบพระคุณพระเจาดวยใจที่ เปยมดวยความกตัญู สิเมโอนทราบดีวาทานไดพบกับองคพระผูไถ ที่พระเจาทรงสัญญาไวนานมาแลว เมื่อทานได พบกับผูที่พระเจาทรงสัญญาไววาจะเสด็จมา ทานก็พรอมที่จะเผชิญกับความตาย สังคมมนุษยของเราในปจจุบันกลัว ความตายจนไมกลากลาวถึง คําวา “สิ้นใจอยางดี” ดูเหมือนจะเปนสิ่งแปลกประหลาดจนกระทั่งเราไดประสบพบเห็น ดวยตัวเอง การที่สิเมโอนทราบวาพระเยซูเจาคือผูใด ทานไมเพียงแตกระทําหนาที่ของทานสําเร็จเสร็จสิ้น และพรอมที่ จะสิ้นชีวิตเทานั้น ทานยังประกาศวาพระเยซูเจาคือพระเมสสิยาห ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวยิว กลาวคือพระ วิหารที่กรุงเยรูซาเล็มอีกดวย เปนการประกาศที่จะทําใหพลังแหงการตายสิ้นสุดลง บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเยซูคริสตเจา พระองคเสด็จมาประทับอยูทามกลางพวกลูกในรูปแบบของกุมารนอย แตพระองคทรง ไวซ ึ่งอํานาจที่จะทรงทําลายความตาย และทรงนําชีวิตนิรันดรมาใหพวกลูกทั้งหลายในยามหวาดกลัว โปรดใหลูกทราบวาพระองคทรงสําแดงความรักที่ทรงมีตอพวกลูก ในการสิ้นพระชนมบนไมกางเขน และพระองคยังไดทรงแสดงใหเห็นอีกวาความรอดพนนิรันดรนั้น เปนสิ่งที่เกิดขึ้นแกลูก เดชะการกลับคืนพระชนมชีพจากความตายของพระองค อาแมน.


©ºÑº·Õè 6 (5 - 11 ¡.¾. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ประชาชนรูจักพระองค “ทุกคนที่สัมผัสแลวก็หายจากโรคภัย” (มาระโก. 6:56) มนุษยเราปรารถนาที่จะใหผูอื่นรูจักวาเราคือใคร อาจจะมิใชใหเขารูจักเราในฐานะที่เราเปนผูมีชื่อเสียง หรือ เพียงแตเขารูวาเราเปนใคร ฝูงชนที่เยเนซาเร็ธรูจักพระเยซูเจา และรีบไปหาพระองค เมื่อพระองคเสด็จมาในชวงนั้น ประชาชนยังไมแนใจวาพระองคคือใคร แตพวกเขาไดยินไดเห็นดวยตาของเขาเองวา พระองคทรงทําอะไรไดบาง พระองคทรงสามารถบําบัดรักษาโรคภัยไขเจ็บ และดวยเหตุผลนี้แหละที่ทําใหพวกเขามาหาพระองคเปนจํานวนมาก อันที่จริงแลวมีความแตกตางระหวางการรูจักวาเราเปนใคร และเราสามารถทําอะไรเพื่อชวยผูอื่น บางครั้งเราอาจ รูสึกวาเราถูกใช โดยทั่วไปแลวเราอยากเปนที่รูจักวาเราเปนใครมากกวาความจริงที่วา เราสามารถทําอะไรเพื่อผูอื่น ในพระวรสารที่เรานํามาพิจารณานี้ มิไดกลาวถึงการเทศนหรือการสั่งสอนของพระเยซูเจา ฝูงชนเพียงแต ปรารถนาที่จะสัมผัสกับอาภรณเสื้อผาของพระองคเพื่อจะไดรับการบําบัดรักษา ชาวยิวเชื่อกันวาเสื้อผาอาภรณของผู ศักดิ์สิทธิ์มีพลังที่จะทําอัศจรรยได เรามักจะไมสนใจกับพลังธรรมดาๆ ในชีวิตของเรา และกลับไปสนใจกับสิ่งที่แปลกประหลาดอัศจรรย สวนมากชีวิตเราประกอบไปดวยสิ่งที่เปนธรรมดาสามัญ นี่คือเครื่องมือที่เราจะตองใชเพื่อบรรลุถึงสิ่งที่พระเจาทรง คาดหวังจากเรา นักบุญเทเรซาแหงพระกุมารเยซู ใหขอสรุปที่ดีแกเรา ทานแสดงใหเห็นวาความศักดิ์สิทธิ์ มิใชเปน การกระทําสิ่งผิดเพี้ยนไปจากธรรมดา แตใหทําสิ่งธรรมดาใหดีอยางไมธรรมดา บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา ชีวิตไมจําเปนตองเปนเรื่องธรรมดา และนาเบื่อหนาย หากลูกเพียงสํานึกไดวา ลูกสามารถทําอะไรกับชีวิตของลูกได ลูกตองเปลี่ยนสิ่งธรรมดาที่กระทําอยูเปนประจํา ใหเปนสิ่งที่งดงามเหมาะสมกับการไดรับรางวัล และชวยใหลูกสํานึกไดวา พระองคทรงมีพระประสงคจะไดลูกเปนเชนใด อาแมน


©ºÑº·Õè 7 (12 - 18 ¡.¾. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. เต็นทหลังนี้ “เราจงสรางเพิงขึ้นสามหลังเถิด” (มาระโก. 9:5) นักบุญเปโตรไมเคยลืมวันที่ทานอยูรวมกับองคพระผูเปนเจา “บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์” เมื่อทานอยูในวัยชรา ทาน ไดเขียนจดหมายถึงบรรดาคริสตชน และเปนประจักษพยานอีกครั้งหนึ่งถึงสิ่งที่ทานไดเห็นและไดยิน ในชวงชีวิต มนุษยผูรูตายของทาน ทานไดยินพระสุรเสียงของพระเจา ผูทรงเปนพยานยืนยันวาพระเยซูเจาคือพระบุตรสุดที่รัก ของพระเจา ดวยตาของทานเอง ทานไดเห็นองคพระผูเปนเจาจําแลงพระวรกายเปนแสงสวางอันสดใส ประสบการณนี้ฝงลึกอยูในจิตใจและความทรงจําของทานตลอดไป ทานมิไดเขาใจองคพระผูเปนเจาอยางเต็มเปยม ทานไมเขาใจหนทางของพระองค แตทานรูจักผูที่ทานติดตาม พระวรสารนักบุญยอหน บอกเราวา เมื่อทานถูกถามถึง ความจงรักภักดีตอพระคริสตเจา ทานตอบวา “พระเจาขา พวกเราจะไปพึ่งใคร? พระองคทรงมีสาสนแหงชีวิต นิรันดร” ในจดหมายของทานนักบุญเปโตรเรียกกายที่รูตายของทานวา “เต็นท” ทานทราบดีวา “วันเวลาที่จะเขา เต็นทจะมาถึงในไมชา” บนเนินเขาทานก็พูดถึง “เต็นท” ที่ทานอยากทําใหโมเสส เอลียาห และพระเยซูเจา ทาน มองเห็นวาความหวังของอิสราแอลเปนจริงขึ้นมาแลว ทานปรารถนาที่จะสรางเต็นทขึ้นมาเพื่อเปนประจักษพยานถึง อัศจรรยที่เกิดขึ้น ความหวังในชีวิตนิรันดรของเรานั้นจะพบไดในที่นี้ ในพระวรกายของพระเยซูเจา ผูทรงแลก รางกายที่รูตายของเรากับพระวรกายอมตะของพระองค เพื่อใหเราทําตัวใหเหมาะสมกับความหวังในพระสัญญาอันยิ่งใหญนี้ เปโตรเนนใหเราพยายามเต็มที่ในอันที่จะ เจริญเติบโตในการกระทําความดีและแสวงหาฤทธิ์กุศล นักบุญยากอบรวมสนับสนุนใหเราสนใจเปนพิเศษในพลังลิ้น ของมนุษย ในขณะที่เราสรรเสริญพระเจา ก็ขอใหเราสรรเสริญกันและกันเมื่อเราสนทนากัน ดังนี้เราก็จะไดรับการ ตอนรับเขาสูเต็นทนิรันดร

บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระบิดาแหงองคพระเยซูคริสตเจา ดีจริงๆ ที่พวกลูกไดมาอยู ณ ที่นี้ ในพิธีบูชาขอบพระคุณอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ในเตนทที่เรามาชุมนุมกันนี้ ทําใหพวกลูกเปยมดวยอัศจรรยใจ และการสรรเสริญ โปรดทรงดลใจใหพวกลูกถวายพระเกียรติแ ดพระองค อาศัยการรักกันและกัน ทั้งนี้เดชะพระคริสตเจา พระเจาของพวกลูกทั้งหลาย อาแมน.


©ºÑº·Õè 8 (19 - 25 ¡.¾. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. จงกลับใจใชโทษบาป (วันพุธรับเถา) “จงฉีกใจของเจา มิใชฉีกเสื้อผาของเจา” (โยเอล. 2:13) ทุกๆ ปในวันพุธรับเถา บรรดาคริสตชนผูสนับสนุนสันติภาพจะมารวมกันที่หนากระทรวงยุติธรรมที่กรุง ลอนดอน ในประเทศอังกฤษ พวกเขามารวมตัวกันกระทําพิธีกรรมประจําป พิธีความเสียใจและตอตานระเบิด นิวเคลียร ในวันนี้เหมือนกันทุกป หนาผากของพวกเราจะถูกเจิมดวยเถา เพื่อแสดงถึงความสํานึกผิด พวกเขาหลาย คนเปนสมาชิกขององคกร “สันติภาพของพระคริสตเจา” และการเคลื่อนไหวของกลุมแรงงานคาทอลิก เขาเตือน ขบวนการที่อุทิศตนเพื่อสรางระเบิดนิวเคลียรอยางนอย 25,000 แหง และมีแปดประเทศเปนเจาของ ซึ่งเปนเหตุให มวลมนุษยตองเผชิญกับความยากลําบาก และพวกเขาเชิญชวนคริสตชนใหทาทายความถูกตองขององคกรเหลานี้ การกลับใจ หมายถึงการเปลี่ยนจิตใจของเรา ประกาศกโยเอลกลาววา เปนการมีจิตที่แตกสลาย การที่พระ เจาทรงเรียกรองใหเรากลับใจ เปนการเรียกรองอะไรที่มากกวา การแสดงออกซึ่งความทุกขภายนอกเทานั้น เราตอง เปลี่ยนแปลงอยางจริงจังในแนวทางการประกอบคุณงามความดี สันติ และการบําบัดรักษา นักบุญเปาโลกลาววา เราตองเปน “ทูตของพระคริสตเจา” และชวยใหทุกคนคืนดีกับพระเจา เทศกาลมหาพรตเปนโอกาสอันดีงามที่เราจะพิจารณาตัวเราเอง วาทําอยางไรเราจะไดเปนเครื่องมือที่ดี ยิ่งขึ้น เปนเครื่องมือแหงสันติภาพของพระเจา คนสวนมากกลาววา พวกเขาไมเห็นดีกับความรุนแรง เชนการใหศัพท ที่เกี่ยวกับสงครามวา “ระเบิดที่ฉลาด-ไฟที่เปนมิตร” ซึ่งเปนเครื่องพิสูจนถึงสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้น ซึ่งแตกตางกับความ เปนจริงที่เราสัมผัสอยู ทําอยางไรพวกเราคริสตชนจะสามารถเปนประจักษพยานถึงความรักของพระเจา เมื่อเรา ตองเผชิญกับความรุนแรง ความโหดรายทารุณ? บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา โปรดทรงยกโทษใหอภัยพวกลูก เมื่อพวกลูกไมสนใจกับความทุกขทรมานของประชากรของพระองค โดยความรุนแรงและความอยุติธรรม โปรดทรงประทานความกลาหาญในพวกลูกแตละคน ใหกลาเผชิญกับความหวาดกลัว โปรดทรงชวยใหลูกเปนเครื่องมือแหงสันติภาพ โปรดประทานพระพรแกองคกรที่ชวยใหมนุษ ยคืนดีกันดวยเถิด พระเจาขา อาแมน.


©ºÑº·Õè 9 (26 ¡.¾.-3 ÁÕ.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ความศักดิ์สิทธิ์คืออะไรกันแน? “จงมีความศักดิ์สิทธิ์ ดังที่เราพระผูเปนเจาของเจาเปนผูศักดิ์สิทธิ์” (เลวีนิติ. 19:2) ความศักดิ์สิทธิ์ที่แทจริงจะวัดไดจากจํานวนการอธิษฐานภาวนาของเราไดไหม? เราศักดิ์สิทธิ์ขึ้น เพราะตีตัว ออกหางจากโลกหรือ? บางครั้งเราคิดวา หากเราสามารถแสวงหาที่ใดที่หนึ่งซึ่งหางไกลจากความวุนวายของโลก ภายนอก และเปนสถานที่ที่จะชวยใหเราสามารถมุงความสนใจทั้งหลายของเราไปยังพระเจาแตพระองคเดียว เราจึง จะสามารถเริ่มเปนผูศักดิ์สิทธิ์ได เมื่อพระเจาทรงประทานพระบัญญัติแกโมเสสนั้นมีสิ่งที่เกี่ยวกับจารีตที่จะตองปฏิบัติก็จริง แตก็มีสิ่งที่ เกี่ยวกับชีวิตในชุมชนอยูมาก ความสัมพันธระหวางมนุษยกับพระเจาจะตองอยูในกรอบของความสัมพันธที่จริงใจ และหวงใยตอเพื่อนมนุษยของเรา ซึ่งสรุปไวในพระบัญญัติที่วา “จงรักเพื่อนมนุษยเหมือนกับรักตัวเอง” ในพระวรสาร พระเยซูเจาทรงเนนคําสั่งสอนของโมเสสก็จริง แตก็ยังทรงหวังอะไรที่มากไปกวานั้นจากศิษย ของพระองค ในวันสิ้นโลกนั้นเราจะพบวา มาตรฐานการรับใชพระเจานั้นมิไดใชการอธิษฐานภาวนาหรือจารีตพิธีเปน เครื่องวัด แตเปนเรื่องธรรมดาในการสนใจกับความอยูดีกินดีของบรรดาพี่นองของเรา เมื่อเราใหอาหารและ เครื่องดื่มแกผูที่หิวกระหาย เมื่อเราใหเสื้อผาแกผูที่ไมมี และการเยี่ยมเยียนผูเจ็บปวยและอยูในเรือนจํา เรากําลัง ปฏิบัติตอพระเยซูเจาพระองคเอง ความศักดิ์สิทธิ์ของเราจะปรากฏออกมา เมื่อเราตอบสนองความตองการของพี่ นองของเราดวยความรัก จุดมุงหมายของการที่พระเจาเสด็จมาบังเกิดเปนมนุษย ก็คือพระองคทรงมีพระประสงคที่ จะพบกับเราในโลกนี้ โลกที่วุนวายและหนวกหู เราจะพบกับความศักดิ์สิทธิ์ที่แทจริงของเรา มิใชดวยการปลีกตัวให พนไปจากโลก แตดวยการพบปะกับพระเจาในที่ที่เราอยูในปจจุบัน บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระบิดาเจา พวกลูกขอบพระคุณพระองคที่ทรงประทานคําสั่งสอนของพระเยซูเจา และพระชนมชีพแหงการเปนประจักษพยานของพระองค โปรดทรงบันดาลใหลูกศักดิ์สิทธิ์ ดังที่พระองคทรงเปนผูศักดิ์สิทธิ์ดวยการอยูใกลชิดสนิทกับพระองค จนลูกสามารถคิดดังเชนพระองค สนทนาเหมือนดังพระองค และประพฤติตนดังเชนพระองค ในการรับใชบรรดาบุตรธิดาทั้งหลายของพระองคดวยความรัก อาแมน.


©ºÑº·Õè 10 (4-10 ÁÕ.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ผูที่อุทิศตนแดพระเจา “ฉะนั้น ทานจงเปนคนดีอยางสมบูรณ ดังที่พระบิดาเจาสวรรคของทาน ทรงความดีอยางสมบูรณเถิด” (มัทธิว. 5:48) ในพิธีมอบรางวัลตุกตาทองที่ฮอลลีวูด ปฏิกิริยาของผูที่ไดรับรางวัลมักจะเปนการกลาวขอบคุณบิดามารดา สามีหรือภรรยา ผูกํากับการแสดงและบรรดาผูที่ชวยใหเขาไดรับรางวัล เปนการยอมรับวาเปนผลงานของการทํางาน รวมกัน หลายฝายที่ชวยใหงานประสบความสําเร็จ นับวาเปนสิ่งที่จําเปนมากที่ผูประสบกับความสําเร็จจะตองนอมรับ วา ชุมชนเปนจํานวนมากใหการสนับสนุนและชวยเหลือใหเขาประสบความสําเร็จ เราพบวา เราเปนใครจริงๆ ในฐานะบุตรธิดาของพระเจา และเปนสมาชิกคนหนึ่งในชุมชน เราเปนประชากร ของพระเจาอยางแทจริง หากเราเจริญชีวิตตามแนวทางกฎหมายและพระบัญญัติที่พระเจาทรงประทานใหแกเรา เปนที่ปรากฏอยางชัดเจน ทั้งในพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหมวา ความสัมพันธระหวางเรากับพระเจานั้นตอง ขึ้นอยูกับความสัมพันธระหวางเรากับประชากรของพระเจา พวกเขาอยูในครอบครัวของพระเจา ทุกคนเปนพี่นอง ของเราในฐานะที่เราเปนประชากร เปนครอบครัว เปนสมาชิกในชุมชน เปนการแสดงวาเราเชื่อในพระเจา และเจริญ ชีวิตตามแผนการของพระเจา เราทําเองไมได เราจะทําตามใจของเราเองก็ไมได ประชากรของพระเจายอมกระทําทุกสิ่งตามแนวทางของพระเจา พระเจาองคพระบิดาของเราทรงบันดาล ใหดวงอาทิตยสองสวาง และฝนตกลงมายังคนดีและคนชั่วเหมือนกัน ดังนั้นความรักของเรา มิใชความรักที่ กอใหเกิดความแตกแยกระหวางชุมชน แตตองเปนความรักที่ครอบจักรวาล เรามารวมกันในฐานะชุมชนแหงความ เชื่อ เพื่อขอบพระคุณพระเจาที่ไดทรงบันดาลใหความรักเชนนี้เปนไปไดสําหรับเรา และตั้งใจวาจะทุมเทตัวเราใหกับ ความรักเชนนี้ในอนาคต เราคือประชากรที่อุทิศตนใหกับพระเจา บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระบิดาเจา ลูกขอบพระคุณพระองค ที่ทรงสรางพวกลูกใหมาเปนชุมชน เปนครอบครัวเดียวกัน โปรดทรงชวยใหลูกเปนทุกอยางที่ลูกสามารถเปนได อาศัยความรักซึ่งลูกแบงปนใหแ กกันและกัน ซึ่งก็คือความรักที่ลูกไดรับมาจากพระองคนั่นเอง ลูกวอนขอทั้งนี้ เดชะพระบารมีขององคพระคริสตเจา พระเจาของพวกลูกทั้งหลาย อาแมน.


©ºÑº·Õè 11 (11-17 ÁÕ.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. จงทําความดีไวเถิด ใครจะวาอะไรก็ชางเขา “ประชาชนตางประหลาดใจ” (ลูกา. 11:14) ที่กําแพงหองทํางานของบุญราศีคุณแมเทเราซา แหงกัลกัตตา มีบทความสั้นๆ จารึกไวบนกําแพงมีหัวขอวา “อยางไรก็ตาม” เปนบทความที่ใหกําลังใจผูอานใหกระทําสิ่งที่ถูกตอง โดยไมตองสนใจวาใครเขาจะคิดอยางไร ขอความนี้ไมมีชื่อผูแตง แตก็เชื่อกันวาคุณแมเทเรซาเองเปนผูแตงขึ้น มีขอความประโยคหนึ่งที่วา “หากทานเปนคน ใจดี ผูอื่นอาจกลาววาทานเปนคนเห็นแกตัว มีจุดประสงคเปนอยางอื่น ทานจงเปนคนใจดีก็แ ลวกัน” ในพระวรสาร พระเยซูเจาทรงไลปศาจออกจากชายคนหนึ่ง และทรงบําบัดรักษาเขา ประชาชนประทับใจใน อํานาจและอิทธิฤทธิ์ของพระองค แตก็มีบางคนที่ถามวาพระองคไปเอาพลังอํานาจนี้มาจากไหน พระเยซูเจาทรง ตอบโตโดยทรงใหผูที่ถามพระองคตอบคําถามเอง พวกเขาเอาพลังการกระทําความดีมาจากไหน? ในชีวิตของเราแตละคน เราก็สามารถจะทําดีหรือทําชั่วได เราทุกคนมีความสามารถที่จะกระทําคุณความดี ในชีวิตของผูอื่น อาศัยคําพูดที่ชวยบําบัดรักษาของเรา การแสดงออกซึ่งความเมตตาของเรา การอยูเคียงขางเขาใน ยามที่เขาตองการ พลังที่จะทําความดีเชนนี้มาจากไหน? ตองมาจากพระเจาอยางแนนอน และในขณะที่เราใชอํานาจ ที่จะกระทําความดีในชีวิตของผูอื่น เราอาจถูกกลาวหาวามีความตั้งใจที่ไมดี หรือหวังที่จะใหน้ําใจดีของเรา ทําใหผูอื่น ประหลาดใจ หรือเปนการแสดงออกซึ่งความดีของเราเอง แตคนจะพูด จะคิดอยางไรก็ตาม ตัวเราเองทราบดีวา องคพระผูเปนเจานั้นเองทรงเปนผูเรียกรองใหเรากระทําความดี บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา โปรดทรงชวยใหลูกสํานึกในใจอยูเสมอวา ความดีที่ลูกกระทําไป สิ่งที่พูดออกไป ลูกทําตนเปนทูตแหงความรัก และการกระทําอยูในโลกของพระองค โปรดไดทรงประทานความกลาหาญ ใหลูกกลาเปนผูที่พระองคทรงสรางใหลูกเปน เพื่อใหพระอาณาจักรของพระองคจงมาถึง อาแมน.


©ºÑº·Õè 12 (18-24 ÁÕ.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. นักบุญโยเซฟ-แบบฉบับที่ดี “เมื่อโยเซฟตื่นขึ้น เขาก็ทําตามที่ทูตสวรรคขององคพระผูเปนเจาสั่งไว ” (มัทธิว. 1:24) เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2011 บิดาผูมีอายุเพียง 40 ปของ ทอม ดาลี นักวายน้ําแชมปเปยนของประเทศ อังกฤษไดเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในสมอง แมทานจะปวยมาเปนเวลากวาหกป โรเบิรต ดาลี ก็ติดตามขาวคราวของ ลูกชายอยูตลอดเวลา และปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู เพื่อดูลูกชายแขงขันกีฬาวายน้ําที่ลอนดอนในป 2012 ทอมกลาว วา กําลังใจซึ่งบิดาของเขาไดมอบใหแกเขามีความสําคัญมากในชัยชนะของเขา และเขาจะคิดถึงบิดาผูคอยให กําลังใจอยูที่ริมสระวายน้ํา เขากลาววา “หากผมเปนเพียงหนึ่งของกําลังใจที่คุณพอใหแกผม ผมก็ถือวานั่นคือ ความสําเร็จอันยิ่งใหญสําหรับผมแลว” พระคัมภีรกลาวถึงนักบุญโยเซฟที่เราฉลองในวันนี้นอยมาก เราทราบวาทานเปนชางไม แตพอเลี้ยงอยู เบื้องหลังพระเยซูเจาตลอดเวลา คําพูดของทานมิไดจารึกไวใหเราไดอาน แตพระศาสนจักรก็นับถือทานวา เปนผูที่มี สวนสําคัญในพระชนมชีพของพระเยซูเจาและพระมารดามารีย นักบุญมัทธิวจารึกไววาทานเปนบุคคลที่สําคัญ ทาน เลาถึงนักบุญโยเซฟวา ทานลุกขึ้นและปฏิบัติตามที่พระเจาทรงสั่งใหทานทํา โดยมีความเชื่อมั่นในพระประสงคของ พระเจา ที่ทรงมีตอครอบครัวของทาน นักบุญโยเซฟมีบทบาทที่สําคัญในชีวิตครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ และความรับผิดชอบดังเชนบิดาที่ดีพึงมีตอ ครอบครัวของตน ซึ่งนับวาเปนจุดเดนของวันฉลองนี้ บิดายอมมีบทบาทที่สําคัญในครอบครัวและชีวิตในชุมชน บิดา ที่ซื่อสัตยและดีงามเปนแบบอยางใหแกลูกๆ และชวยใหครอบครัวมั่นคงในชุมชนและในสังคม บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา โปรดทรงประทานพระพรแกบรรดาบิดาทั้งหลายในโลก โปรดทรงชักนําใหทานเปนผูมีบทบาทตัวอยางที่ดีใหแ กบุตรธิดาของทาน ในโลกที่มักจะมีแ ตความรุนแรง โปรดทรงประทานพระหรรษทานและความพากเพียร ใหทานจัดการกับสถานการณตางๆ ดวยความรักดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 13 (25-31 ÁÕ.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ทําไมตองเปนฉันเลา? “ขอใหเปนไปกับขาพเจา ตามวาจาของทานเถิด” (ลูกา. 1:38) ชีวิตเต็มไปดวยสิ่งที่ไมคาดฝน บางทีก็ดี บางทีก็ไมดี คงจะมีคนจํานวนไมนอยที่บางครั้งบางคราวตองถาม ตัวเองวา “ทําไมตองเปนฉันเลา?” บางที่อาจเปนผลมาจากสิ่งดีงามที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองโดยที่เรามิไดคาดคิด หรือ เปนสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นบอย อันเปนสิ่งที่เราไมปรารถนา สิ่งที่เจ็บปวดจิตใจของเรา ดังนั้นเมื่อมีคําวา “ทําไมตองเปน ฉันเลา?” หลุดออกมาจากปากของเรา อาจเปนเพราะความประหลาดใจ ความยินดี ความหวาดกลัว หรือแมกระทั่ง ความโกรธเคือง หลังจากที่อัครเทวดากาเบรียลแจงแกพระนางมารียวา พระเจาทรงมีพระประสงคใหพระนางเปนพระ มารดาขององคพระบุตร ผูจะทรงบังเกิดเปนมนุษย และพระนางไดตอบรับ แตคงไมยากนักที่เราจะวาดภาพพระ นางมารีย ทรงถามตัวเองวา “ทําไมตองเปนฉันเลา?” พระนางรูสึกอยางไร ไมมีใครทราบ เราอาจคิดในใจวา พระ นางคงจะรูสึกถอมตน และสํานึกในพระกรุณาของพระเจา พรอมทั้งความประหลาดใจ พระเจาทรงเลือกพระนาง จากบรรดาสตรีทั้งหลาย ใหเปนพระมารดาขององคพระบุตรของพระเจา องคพระผูไถของเราผูทรงเปนพระบุคคลที่ จะนําความรอดพนมาสูโลก ในแตละวัน พระเจาทรงเรียกเราแตละคน และการทรงเรียกขอพระเจานั้น มาจากหวงลึกในพระธรรมล้ําลึก แหงความรักที่ทรงมีตอเรา และพระประสงคของพระองคที่จะใหเราดําเนินตามแนวทางของพระองค การทรงเรียก ของพระเจานี้ อาจเปนโอกาสใหเราถามตัวเราเองวา “ทําไมตองเปนฉันเลา?” ในขณะที่เรารําพึงถึงความจริงที่วา พระเจาทรงมีกิจการที่ทรงเลือกไวสําหรับเรา โดยเฉพาะในฐานะมนุษยที่พินิจพิจารณา เราก็สามารถกลาวดังเชนพระ นางมารียดวยความถอมตน และดวยความไววางใจในพระเจาไดวา “ขอใหเปนไปกับขาพเจาตามวาจาของทานเถิด” บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระบิดาเจา ลูกพรอมที่จะตอบรับสิ่งที่พระองคจะทรงขอจากลูก เดชะพระพลังของพระจิตเจา โปรดใหลูกตอบดังเชนพระนางมารีย ซึ่งเปยมดวยความเต็มใจ ไรขอแมใดๆ ทั้งสิ้น ลูกวอนขอดังนี้ เดชะพระบารมีของพระเยซูคริสตเจา พระเจาของลูกทั้งหลาย อาแมน.


©ºÑº·Õè 14 (1-7 àÁ.Â. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. วันตายของความตาย “ความตายไมมีอํานาจเหนือพระองคอีกตอไป” (โรม. 6:9) จอหน โดนน นักกวีชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 17 เริ่มบทความของทานวา “ความตาย เจาอยาหยิ่งยโส แม บางคนจะเรียกเจาวา ยิ่งใหญและนาหวาดกลัว” ทานจบลงดวยขอความวา “การนอนสั้นๆ ผานไป เราตื่นขึ้นมาใน สภาพนิรันดร แลวจะไมมีความตายอีกตอไป เจาจะไมตาย” ความตายไดตายใหเรา เมื่อเราเลียนแบบความตายของพระคริสตเจาในการรับศีลลางบาปของเรา ดังคํา บรรยายในบทจดหมายถึงชาวโรม ที่เปนไปเชนนี้ไดก็เพราะคําจารึกในพระวรสารที่วา “พระองคทรงกลับคืนพระชนม พระองคมิไดประทับอยูที่นี่” ความเชื่อและความหวังของเราแขวนอยูกับคําพูดที่พระคูหาสองคํานี้ พระศาสนจักรอยู ไดก็เพื่อปาวประกาศสาสนนี้ กลาวคือผูที่ถูกตรึงกางเขนไดทรงกลับคืนพระชนม พระองคมิไดประทับอยูที่นี่ ความ ตายมิไดกลาวคําสุดทาย ความตายมิไดกักขังพระองคไว การเผยแสดงอันสลักสําคัญนี้ เปนสตรีที่ไดรับมอบหมาย จากพระเจา มิใชสานุศิษยที่เปนชาย และการมอบหมายใหไปประกาศพระวรสารก็เปนสตรีที่ไดรับเกียรตินี้ ใหพวก เธอไปประกาศแกผูอื่นถึงเหตุการณที่แรกๆ นาหวาดกลัว การไดรับขาววาการคืนชีพครั้งสุดทายไดเริ่มตนที่นี่ ซึ่ง นับวาเปนประสบการณอันหาที่เปรียบมิได จึงไมนาแปลกใจเลยที่อากัปกริยาโตตอบแรกที่เปนเพียงชั่วคราวคือการวิ่ง หนีและเก็บตัวเงียบ แตพวกเธอเอาชนะความเงียบ และการเลาถึงประสบการณของพวกเธอ ไดนําพวกเรามาที่นี่ในค่ําคืนนี้ เพื่อ ทําใหเปนจริงสําหรับเรา และมารวมกันเฉลิมฉลองความหมายของคําวา “พระองคกลับคืนพระชนมแลว พระองค มิไดอยูที่นี่” บัดนี้เปนหนาที่ของเราที่จะปาวประกาศความจริงขอนี้ ในยุคของเราและในที่ที่เราอยูในปจจุบัน เชนเดียวกับที่พวกเธอไดยิน พวกเธอไดยินวา “พระองคกลับคืนพระชนม พระองคมิไดประทับอยูที่นี่” ความตายได ตายไปแลว อัลเลลูยา บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตองคพระผูเปนเจา การที่พระองคทรงบันดาลใหพระบุตร กลับคืนพระชนมจากความตาย นําความสวางและความชื่นชมยินดีมาสูโลก โปรดทรงนําพวกลูกไปสูแ สงสวางเฉพาะพระพักตรพระองค โปรดทรงบันดาลใหลูกไดแ บงปนความเชื่อและความหวังของลูกแกทุกคนที่ลูกพบ ลูกวอนขอในพระนามของพระเยซูเจา ผูทรงกลับคืนพระชนมแ ละพระผูไถกูของลูก อาแมน.


©ºÑº·Õè 15 (8-14 àÁ.Â. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. เปโตรกับวันเสด็จมาของพระจิตเจา “พระองคทรงสอนขาพเจาใหรูจักทางแหงชีวิต พระองคจะทรงทําใหขาพเจาเปยมดวยความยินดี เฉพาะพระพักตรของพระองค ” (กิจการ. 2:28) ในเทศกาลปสกา นอกจากพระวรสารแลว ในแตละวันเราจะไดยินบทอานจากหนังสือ “กิจการอัครสาวก” ซึ่งเปนสวนหนึ่งของพันธสัญญาใหม ที่มิใชพระวรสารหรือบทจดหมาย ในขณะที่เราระลึกถึงบุคคลในวัดตางๆ ทั่วโลก ที่ไดรับศีลลางบาปในเทศกาลปสกาปนี้ มีที่ใดที่เราจะเริ่มไดดีไปกวาการรับฟงสิ่งที่นักบุญเปโตรกลาวในวันที่พระจิต เจาเสด็จมายังฝูงชนจํานวนสามพันคนที่ขอรับศีลลางบาป นักบุญเปโตรกลาวถึงความจริงอันเปนพื้นฐานแหงความเชื่อของพวกเขา ทานกลาวถึงอัศจรรยและ เครื่องหมายตางๆ ที่พระเยซูเจาทรงกระทําในการใหบริการแกประชาชนของทาน ทานเตือนพวกเขาวาชาวกรุง เยรูซาเล็มที่ตรึงกางเขนพระองคนั้น คือ “ผูที่อยูนอกกฎหมาย” ชาวโรมันผูไรศาสนา ทานบอกพวกเขาถึงคําตอบของ พระเจา พระเจาทรงบันดาลใหพระเยซูเจากลับคืนพระชนมจากความตาย ทั้งหมดนี้เปนไปตามคําสอนของพระคัมภีร นักบุญเปโตรกลาวถึงบทเพลงสดุดีของดาวิด กษัตริยผูยิ่งใหญของอิสราแอล คริสตศาสนาเปนศาสนาที่มีประวัติ และเราสามารถเก็บสิ่งที่เราเรียนรูจากประวัตินี้ไวเปนมรดกอันล้ําคา ของเรา คริสตชนรุนแรกที่กรุงเยรูซาเล็มไดชื่อวาเปนผูที่สนใจในคําสอนของบรรดาอัครสาวกเปนพิเศษ และเราจะ พบไดในคําพูดของพวกเขาซึ่งจารึกไวในหนังสือกิจการอัครสาวก ซึ่งเปนการกระตุนและใหกําลังใจแกเรา เรา พยายามเรียนรูเกี่ยวกับประวัติชีวิต การสิ้นพระชนม และการกลับคืนชีพพระชนมของพระเยซูเจาที่บันทึกไวในพันธ สัญญาใหม ซึ่งไดมีการเบิกทางไวแลวในพันธสัญญาเดิม บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระบิดาเจา โปรดทรงบันดาลใหลูกสนใจในสิ่งที่พระองคทรงสอนลูก โดยผานทางวาจาของบรรดาอัครสาวกของพระองค เพื่อลูกจะไดรูจักรักและติดตามพระบุตรของพระองค ดังที่เปโตรและเพื่อนสาวกของทานไดกระทํา ลูกวอนขอพระองคในพระนามพระเยซูเจาพระบุตรของพระองค อาแมน.


©ºÑº·Õè 16 (15-21 àÁ.Â. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. บุตรแหงการใหกําลังใจ “ชายคนหนึ่งชื่อโยเซฟ บรรดาอัครสาวกเรียกเขาวา บารนาบัส ” (กิจการ. 4:36) ในวันที่ทานบุญราศีพระสันตะปาปา ยอหน ปอล ที่ 2 ไดรับเลือกเปนพระสันตะปาปาพระองคประทับอยูที่ เฉลียงของมหาวิหารนักบุญเปโตร และตรัสสิ่งที่ผูไดฟงมีจิตใจลุกเปนไฟ พระองคตรัสแกผูที่เฝารอคอยอยูวา พวก เขา “ไมตองหวาดกลัว อยาปลอยใหความกลัวครอบงําชีวิตของพวกทาน จงเปดประตู จงเปดจิตใจ จงเปดประเทศ จงเปดใจตอนรับพระคริสตเจา” ประมาณ 25 ปหลังจากวันนั้น ทานบุญราศี ยอหน ปอล ที่ 2 ก็ตรัสโดยปราศจาก ความหวาดกลัวใดๆ และทรงใหกําลังใจแกมนุษยทุกคน พระองคทรงเปนบุคคลที่ทรงใหกําลังใจแกเรา และทรงมี พระทัยกลาหาญ วันนี้เราพบกับบุคคลอีกหนึ่งทาน คือ บารนาบัส ทานนําทางและใหการสนับสนุนแก คริสตชนรุนแรก ทาน เปนผูรวมงานกับนักบุญเปาโล และดูเหมือนวาทานจะดําเนินชีวิตใหสมกับนามของทาน กลาวคือ บุตรแหงการให กําลังใจ บุคคลเชนนี้นับวามีคุณคามาก ในชีวิตมนุษยนั้น บุคคลที่มีใจอบอุนและมีมิตรที่ไวใจไดนับวาเปนสิ่งที่มีคุณคา มากที่สุด อันที่จริงทั้งสองทานนี้ และอันที่จริงคริสตชนผูเปนศิษยของพระคริตสเจา ไดรับกําลังใจจากบุคคลที่ ประทานกําลังใจใหเราไดอยางยอดเยี่ยมก็คือ “พระเยซูเจา ชาวนาซาเร็ธ” พระเยซูเจาทรงสัญญาวา เมื่อพระองค ถูกยกขึ้นมา ดังที่พระองคทรงถูกยกขึ้นบนกางเขน พระองคจะทรงชักจูงมนุษยทั้งปวงใหไปหาพระองค ไมมีความรัก ใดๆ จะเทียบเทากับความรักที่พระเจาทรงมีตอเราแตละคน ในองคพระบุตรสุดที่รักของพระเจากลาวคือพระเยซูเจา ผูที่มีความเชื่อ ซึ่งมารวมตัวกันภายใตกางเขนของพระคริสตเจา ผูที่มีความเชื่อทุกคนแบงปนสิ่งของของโลกนี้ใหแก กันและกัน และรวมใจกันมาชวยเหลือผูที่ขัดสน เราไดรับการเชิญชวนใหมาเปนกําลังใจใหกับเพื่อนมนุษยของเรา ดังเชน บารนาบัส บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระบิดาของทุกสิ่ง พระองคทรงเรียกใหลูก เปนหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจา พระบุตรของพระองค และใหมีใจเมตตาเผื่อแผในการแบงปนสิ่งของของโลกนี้ โปรดใหลูกดําเนินชีวิตดังเชน บารนาบัส โดยใหกําลังใจแกกันและกัน และชวยผูที่ตองการความชวยเหลือ ทั้งนี้ ดวยเดชะพระบารมีของพระคริสตเจา พระเจาของพวกลูกทั้งหลาย อาแมน.


©ºÑº·Õè 17 (22-28 àÁ.Â. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. อยาวุนวายใจไปเลย “สเตเฟนพูดดวยปรีชาญาณ ซึ่งมาจากพระจิตเจา” (กิจการ. 6:10) มีพระสงฆกลุมหนึ่งกําลังสนทนาเกี่ยวกับเรื่องความเกียจคราน พระสงฆทานหนึ่งกลาววา ตามความคิดของ ทาน ความเกียจครานมิไดหมายความวาไมทําอะไรเลย แตเปนการกระทําสิ่งที่ตนเองอยากทํา หนึ่งในจํานวนนั้นเห็น ดวย เพราะทานคิดวามันหมายถึงตัวของทานเอง ทานมีอะไรตอมิอะไรทําอยูเสมอ แตหากทานมีความจริงใจ มัน หมายความวาอยากทําสิ่งที่ทานอยากทํามากกวาสิ่งที่ทานควรทํา จนกระทั่งในปจจุบันทานก็ยังจําเรื่องนี้ได หลังจาก ผานพนไป 40 ปมาแลว หลังจากที่ทานไดยินเรื่องนี้ ในหนังสือกิจการอัครสาวก ผูนําฝายศาสนาเห็นวาหลังจากพวกเขากําลังถดถอยเมื่อเปรียบกับหนุมสเตเฟน พวกเขาคงยิ้มเชิงดูหมิ่น เมื่อเขาใชอํานาจของตนซึ่งเปนเหตุใหสเตเฟน ตองเงียบไป แตพวกเขาผิดหวังที่ไมสามารถ ตอสูกับเหตุผลของสเตเฟนได แทนที่จะเตรียมใจพิจารณาวาความเฉลียวฉลาดของสเตเฟนอาจนําพวกเขาใหใกลชิด กับพระเจามากขึ้น พวกเขากลับเห็นวาสเตเฟนเปนอันตรายตออํานาจของพวกเขา พวกเขาหาหนทางที่จะทําลายส เตเฟน ดวยการกลาวเท็จและใสรายทาน สเตเฟนผูไดรับการทรงนําจากพระจิตเจา ตรงกันขามกับพวกผูนําที่ ประกาศวาพวกเขารูจักพระเจา ซึ่งอันที่จริงแลวพวกเขากําลังตอตานพระจิตเจา จนพวกเขาไมสามารถมีความสบาย ใจในสถานภาพของพวกเขาได เราอาจพบวา พระจิตเจาทรงสนทนากับเรา อาศัยคําพูดของผูอื่น หากเรารูสึกหนาวๆ รอนๆ และถูกทาทาย อาจถึงเวลาแลวที่เราจะตรวจตราความเชื่อของเรา ดูซิวาเรารูสึกเกียจครานที่จะกระทําสิ่งที่เราควรจะทําหรือเปลา บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระจิตเจา โปรดชวยใหความเชื่อของลูกมีชีวิตชีวา โปรดอยาปลอยใหลูกเฉื่อยชาและเกียจคราน เมื่อลูกไมสนใจฟงการสะกิดคอยๆ ของพระองค ลูกวอนขอในพระนามของพระเยซูเจา อาแมน.


©ºÑº·Õè 18 (29 àÁ.Â.- 5 ¾.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. จงแสวงหาพระประสงคของพระเจา “เมื่อเขาจําศีลอดอาหาร และอธิษฐานภาวนาแลว จึงปกมือเหนือบารนาบัสและเซาโล แลวสงเขาทั้งสองคนออกไป” (กิจการ. 13:3) หนุมคนหนึ่งกับนองชายไปเยี่ยมคุณยาย คืนนั้นนองชายกําลังสวดภาวนาอยู หนูนอยตะโกนเสียงดังวา “ขา แตพระเจา โปรดสงรถจักรยานมาใหผมดวยนะครับ แลวอยาลืมกระดิ่งและหมวกกันน็อกดวยนะครับ” พี่ชายเตือน นองชายวา “อยาสงเสียงดังนัก พระเจาหูไมหนวกหรอก” นองชายตัวเล็กๆ ตอบวา “ผมรูแลวครับ แตคุณยายซิครับ หูหนวก” เราอานในหนังสือกิจการอัครสาวกวา ในยุคแรกของพระศาสนจักรนั้น เมื่อเซาโลและบารนาบัสไดไปเยี่ยม กลุมคริสตชนที่เยรูซาเล็มแลว ก็ไดกลับไปยังเมืองอันทิโอก ในชวงเวลาการจําศีล การอธิษฐานภาวนาและการ ประกอบพิธีกรรมนั้น พวกเขาทราบวาพระเจาทรงขอรองใหเซาโลและบารนาบัสไปประกอบพันธกิจพิเศษที่ไซปรัส โดยทั่วไปแลว เรามักจะคิดวาเปนการวอนขอสิ่งที่เราตองการจากพระเจาเหมือนกับเรื่องของเด็กนอยผูนั้น สวนมากมิใชเปนการวอนขอเกี่ยวกับสิ่งของดานวัตถุ แตเปนการอธิษฐานภาวนาวอนขอความชวยเหลือจากพระองค ในเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตประจําวันของเรา การอธิษฐานภาวนาอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ การวอนขอพระเจาเพื่อคนหาวา พระเจาทรงปรารถนาอะไรจากเรา ในชวงตางๆ ของชีวิตเรา เปนการอธิษฐานภาวนาแบบเงียบๆ เปนชวงเวลาที่พระ เจาจะทรงตรัสกับเรา อาศัยการอธิษฐานภาวนาและการจําศีลอดอาหาร ชุมชนคริสตชนรุนแรก จึงทราบวาพระเจา ทรงมีกิจการใหเซาโลและบารนาบัสทํา เมื่อเราจําศีลอดอาหาร เราเปดชองวางในชีวิตฝายจิตของเรา ใหพระเจาทรง เขามาจัดการ เมื่อเราปลอยใหมีชองวางและไดยินพระเจาตรัสกับเรา เราก็จะสามารถตอบสนองดวยใจกวางขวาง และเปยมดวยความรัก บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตองคพระผูเปนเจา โปรดไดทรงชวยใหลูก เปนผูที่รับฟงพระดํารัสของพระองค โปรดทรงประทานพระพรใหลูกมีความปรารถนา ที่จะรูถึงพระประสงคของพระองคในชีวิตของลูก เพื่อลูกจะไดเปนผูนําขาวดีของพระองคไปปาวประกาศ อาแมน.


©ºÑº·Õè 19 ( 6-12 ¾.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. พระวรสารที่สอดคลองกับวัฒนธรรม “ยากอบจึงพูดวา “พี่นองทั้งหลาย จงฟงขาพเจาเถิด”” (กิจการ. 15:13) นักธุรกิจมักจะไปเขาหลักสูตร การปรับตัวใหเขากับวัฒนธรรมในประเทศที่เขาจะไปติดตอดานธุรกิจ เชน เขาเรียนรูในประเทศไทยเรา ศีรษะนับวาเปนสิ่งสูงที่ตองใหความเคารพ เขาจะเรียนรูวา เขาไมควรเลนกับศีรษะเปน อันขาด ในประเทศอินเดียการกมศีรษะเปนการปฏิเสธ การสายศีรษะหมายความวาเห็นดวย เรามักจะเห็นผูสื่อขาว ทางโทรทัศนที่เปนสตรีมักจะสรวมผาคลุมศีรษะเมื่อรายงานขาวจากประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม การสํานึกถึง มาตรฐานดานวัฒนธรรมนับวาเปนสิ่งที่เหมาะสม เมื่อเราเดินทางไปหรืออาศัยอยูในประเทศอื่น ยากอบ ผูนําพระศาสนจักรที่กรุงเยรูซาเล็ม เปนคนละคนกันกับอัครสาวกที่มีชื่อเหมือนกัน ทานยากอบผูนี้ คริสตชนที่เยรูซาเล็มมักจะเรียกทานวา “ยากอบผูศรัทธา” เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของทาน สิ่งที่ทานขอรองใหคนนอก ศาสนาที่กลับใจมาเปนคริสตชนไดพึงปฏิบัติมีอยู 4 ขอ หากพวกเขาอยูที่อิสราแอล เราอาจจะเห็นวานี่เปนตัวอยาง ของการปรับตัวใหเขากับวัฒนธรรมของชาวอิสราแอล เปนการแสดงความเคารพในความรูสึกของคริสตชนชาวยิว ในยุคตนของพระศาสนจักร งานแพรธรรมมักจะประสบกับความสําเร็จ เมื่อเราสํานึกถึงวัฒนธรรมทองถิ่น ในยุคปจจุบันคําวา “ปรับตัว ใหเขากับวัฒนธรรม” คือความหมายของขอคิดในเรื่องนี้ ในสมณสาสน “ REDEMPTORIS MISSIO” พระ สันตะปาปา ยอหน ปอล ที่ 2 เนนถึงสิ่งที่ไดปฏิบัติตอเนื่องของพระศาสนจักร “อาศัยการปรับตัวใหเขากับวัฒนธรรม พระศาสนจักรปรับตัวใหเขากับวัฒนธรรมตางๆ และในขณะเดียวกันก็เปนการแนะนําบุคคลในวัฒนธรรมตางๆ ให สํานึกถึงวัฒนธรรมของแตละชุมชน” เราควรจะนําขอคิดเหลานี้ไปปฏิบัติในเขตแพรธรรม และในเขตที่อยูหางไกล ออกไป บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา องคพระบิดาของปวงชนทั้งหลาย โปรดทรงชวยใหลูกเปดใจรับความแตกตางของวัฒนธรรมตางๆ ของมนุษ ย โปรดอยาใหลูกมองดูความแตกตางนี้ในมุมแคบๆ โปรดใหลูกเปนคาทอลิกใหสมชื่อ ผูมีความชื่นชมยินดีในครอบครัวอันกวางใหญ ซึ่งลูกเปนสมาชิกอยูดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 20 ( 13-19 ¾.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. พูดไปเลย

“เมื่ออปอลโลตองการไปยังแควนอาคายา บรรดาพี่นองก็ใหกําลังใจ และเขียนจดหมายถึงบรรดาศิษ ยที่นั่นใหตอนรับเขา เมื่อ อปอลโลไปถึงเขาชวยเหลืออยางมากแกผูที่พระเจาทรงบันดาลใหมีความเชื่อ เขาตอบโตอยางแข็งขันกับชาวยิวตอหนาคน ทั้งหลาย โดยอางขอความจากพระคัมภีรพิสูจนวาพระเยซูเจาเปนพระคริสตเจา” (กิจการ. 18,27-28)

ที่กรุงลอนดอนในวันกอนวันเฉลิมฉลองพิธีอภิเษกสมรสระหวางเจาชายวิลเลี่ยมกับนางสาวเคท มิดเดิลตัน นักทองเที่ยวจํานวนหลายพันคนตัดสินใจจะเดินตามทางที่จะมีขบวนแหระหวางพระราชวังบักกิงแฮมและโบสถเวสตมินส เตอร นักทองเที่ยวจากโพนทะเลคนหนึ่งชี้ใหเพื่อนๆ ของเขาดูผูที่ประทวงซึ่งอยูตรงขามกับรัฐสภา ชาวอังกฤษผูหนึ่งอธิบาย ใหเขาฟงวา “ไมเปนไรดอก พวกเขาไมทําอันตรายพวกคุณหรอก เพราะที่นี่เรามีเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น ของแตละคน” อปอลโลมีเพื่อนที่ดีหลายคนและมีศัตรูอยูจํานวนหนึ่ง เมื่อทานกลาวในศาลาธรรมและกลาววาจาตอตานชาวยิวที่มี การศึกษาซึ่งอยูที่นั่น มิใชทุกคนที่ยอมรับคํากลาวของทาน ที่ประกาศวาพระเยซูเจาคือพระเมสสิยาห แมคริสตชนบางคนก็ คิดวาเขามิไดมีความพรอมที่จะกลาว แมวาอปอลโลจะรูเรื่องเกี่ยวกับพระเยซูเจาเพราะทานรับพิธีลางจากยอหนเทานั้น แม ทานจะถูกติเตียนจากฝายตรงขาม แตทานก็แสดงออกซึ่งความกลาหาญและกลาวถึงเรื่องที่ทานเชื่อวาเปนความจริง ปริ สสิลลาและอาควิลลาเปนประจักษพยานใหแกพระเยซูเจา แตทําอยางเงียบๆ ไมกระโตกกระตาก การพูดความจริงมิไดหมายความวามีการเรียกรองใหรับฟง มีคําคมที่กลาวไววา มีคนที่ไมพูดอะไรอยูสองพวก ดวยกัน กลาวคือผูที่พูดโดยไมรูจักจบ กับผูที่ไมพูดอะไรเลย ลองคิดดูซิวาเราอยูในกลุมไหน? ในพระศาสนจักรคนทั้งสอง พวกนี้ กลาวคือผูที่กลับใจและมีจิตใจรอนรนที่กําลังจะเปนสมาชิกที่ครบครันของพระศาสนจักรและผูที่คอนขางจะเงียบ ผูที่ เปนคนดีมาโดยตลอด แมจะเปนผูที่ไมคอยปรากฏตัว ไดรับการทดลองใจในการยึดมั่นอยูกับพระเยซูเจา ในบางประเทศการ ประกาศความเชื่ออยางเปดเผยดังเชนอปอลโล ถือวาผิดกฎหมายและถูกบังคับใหหยุดพูดอยางรวดเร็ว บางครั้งดวยวิธีที่ รุนแรง ในประเทศที่กลาวมานี้ บางครั้งการปฏิบัติตามขอความเชื่ออยางเงียบๆ ก็นับวาเปนอันตราย คริสตชนที่ถูก เบียดเบียนตองการคําอธิษฐานภาวนาของเราเปนอยางยิ่ง

บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา พวกลูกอธิษ ฐานภาวนาเพื่อพระศาสนจักรที่ถูกเบียดเบียน ซึ่งคริสตชนผูติดตามพระองคตองสละชีวิต โปรดทรงบันดาลใหพวกเขามีความกลาหาญ โปรดทรงบันดาลใหความเชื่อของเขามั่นคง โปรดทรงประทานพระจิตเจาแหงความเฉลียวฉลาดใหแ กเขา โปรด ใหลูกใหคุณคาเสรีภาพของลูกและโปรดใหลูกติดตามพระองคอยางใกลชิด อยางซื่อสัตยมากขึ้นในชีวิตประจําวัน ของลูกดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 21 ( 20-26 ¾.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. เลียนแบบพระคริสตเจา

“ขาพเจาไดทําภารกิจที่ไดรับมอบหมายจากพระเยซูองคพระผูเปนเจาสําเร็จไป” (กิจการ. 20:24)

คําพูดสุดทายของผูที่ใกลจะตาย ยอมมีความหมายพิเศษ อาจารยผูเปนนักเทววิทยาที่มีชื่อเสียงทานหนึ่ง กําลังสอนเปนครั้งสุดทาย พวกศิษยของทานทราบวาทานกําลังจะสิ้นชีวิต ตางก็ไปฟงสิ่งที่ทานจะกลาวเปนครั้ง สุดทาย วาจาของอาจารยทานนั้นมีความลึกซึ้งเปนพิเศษ พระวาจาเจ็ดคําสุดทายของพระเยซูเจาบนไมกางเขน ชวย ใหเราเขาใจถึงการสิ้นพระชนมของพระองค ในพระวรสารของนักบุญยอหน พระวาจาครั้งสุดทายของพระเยซูเจา สรุปไวซึ่งความหมายแหงพระชนมชีพของพระองค และพระองคทรงเนนใหสาวกของพระองคกระทําตามพระฉบับ แบบของพระองค เมื่อนักบุญเปาโลจะจากบรรดาผูนําพระศาสนจักรที่เอเฟซัสไป ทานก็กลาวคําอําลาของทานดวยเหมือนกัน เปนคําเตือนพวกเขาวา ทําอยางไรจึงจะชวยใหพวกเขาดูแลพระศาสนจักรเปนอยางดี แทนที่จะกลาวอยางกวางๆ ทานกลับกลาวถึงตัวอยางจากชีวิตของทานเอง ตัวอยางการเลียนแบบพระคริสตเจาของทาน ทานไดเทศนสอน พระวรสาร ทานไดรับความทุกขทรมานและบัดนี้ ดังเชนพระคริสตเจา ทานกําลังมุงหนาไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ทาน ทราบดีวาทานจะถูกจับไปจองจํา สิ่งที่ทานใหความสนใจ มิใชการปกปองชีวิตของทาน แตทานตั้งใจแนวแนที่จะ เลียนแบบองคพระคริสตเจา สิ่งที่เราจะกลาวเปนคําสุดทายคืออะไร? มีสาระอะไรที่เราปรารถนาจะฝากไวกับผูที่รักเรา? เราอาจจะคิดวา เปนความเยอหยิ่งจองหอง ที่จะเสนอใหพวกเขาเลียนแบบอยางของเรา เราทราบดีวาในเขตวัดแตละวัดนั้น พระศา สนจักรกอรางสรางตัวขึ้นมาได ก็มักจะเปนตัวอยางของผูที่เจริญชีวิตตามแนวพระวรสาร มิใชเพียงกลาวถึงเทานั้น นี่คือสิ่งเสริมสรางพระศาสนจักร ในพิธีบูชาขอบพระคุณแตละวัน พระเยซูเจาตรัสกับเราวา “จงกระทําสิ่งนี้ เพื่อ ระลึกถึงเราเถิด” พระองคทรงปรารถนาใหเราแบงปนตัวเราเองดังเชนพระองค นี่คือการเลียนแบบพระองค บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา ผูทรงสรรพานุภาพ โปรดไดทรงบันดาลใหชีวิตของลูกเปนการเลียนแบบพระเยซูเจา พระบุตรของพระองค โปรดใหลูกหมั่นดําเนินชีวิตติดตามพระองค เพื่อวาเมื่อวันเวลาของลูกในโลกนี้กําลังจะสิ้นสุดลง ลูกจะไดพรอมที่จะประกาศความเชื่อของลูกในการสิ้นพระชนม และการกลับคืนพระชนมชีพอันนํามาซึ่งความรอดพนของพระองค อาแมน.


©ºÑº·Õè 22 ( 27 ¾.¤.- 2 ÁÔ.Â. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R มองดูดวยสายตาแหงความรัก

“พระเยซูเจาทอดพระเนตรเขาดวยพระทัยเอ็นดู” (มาระโก. 10:21)

ขาวพาดหัวหนังสือพิมพนอยนักที่จะลงขาวเกี่ยวกับความดีของเยาวชน ตรงกันขามกลับเนนสิ่งที่ไมดี ไมงาม เกี่ยวกับเยาวชน ถาเราเชื่อสื่อมวลชน เราคงจะมองดูเยาวชนวาเปนคนเสียงดัง ยากที่จะเขาใกล เกี่ยวของกับสุรา ยาเมา และยากที่จะดูแล ในพระวรสารพระเยซูเจาทรงพบกับเยาวชนคนหนึ่ง ซึ่งปรารถนาที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีกวา เขาปรารถนาให พระเยซูเจาทรงทราบวา เขาเปนคนดีอยางไร พระเยซูเจาทรงตอบสนองดวยการเชิญเขาใหขายทุกสิ่งที่เขามี แลว ติดตามพระองคไป ชายหนุมคนนี้รูสึกผิดหวังเพราะเขาเปนคนที่ร่ํารวย และยังไมพรอมที่จะสละสิ่งเหลานี้ พระเยซูเจาทรงเชื้อเชิญใหชายหนุมคนนี้กระทําสิ่งที่ทาทายเขา พระองคทรงมองดูเขาแลวทรงเห็นขีด ความสามารถของเขา แตพระองคก็มิไดติเตียนเขา พระองคทรงรักเขา ชายหนุมในพระวรสารคนนี้ร่ํารวย แตเขายัง ไมพรอม หรืออาจจะไมมีกําลังใจที่พรอมจะสละสมบัติที่เขามี แตภายในใจเขาเปนคนดี พระเยซูเจาทรงมองดูเขา ทรงมองเห็นคุณสมบัตินี้ในตัวเขา บางทีคําถามสําหรับเราในวันนี้ก็คือ เราสามารถมองทะลุปรุโปรงจนถึงหวงลึกของ จิตใจของเขาไดหรือเปลา? หากเราปรารถนาจะติดตามพระคริสตเจา เราอาจจะไมตองสละทรัพยสมบัติของเรา แต เราไดรับเชิญใหรูถึงทัศนคติภายในใจของเรา ซึ่งพรอมที่จะตัดสินชายหนุมคนนี้หรือผูอื่นก็ตาม หากเขายังไมพรอมที่ จะกระทําสิ่งที่ตองการความกลาหาญจริงๆ เขาอาจกําลังตอสูภายในจิตใจของเขา บางทีสิ่งที่เราหวังจากเขาอาจเปน สิ่งที่เขาไมสามารถทําได แตลึกลงไปในหัวใจของเขา เขาปรารถนาที่จะไดรับความเห็นใจก็ได เราอยาเพิ่งดวนตัดสิน เขา บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา โปรดเปดจิตใจของลูกใหรูวา พระองคทรงมีพระประสงคจะเห็นและไดยินอะไรจากลูก โปรดชวยใหลูกเห็นสิ่งที่ดีในแตละบุคคล โปรดทรงชี้นําความคิดและการพินิจพิจารณาของลูก ในขณะที่ลูกพยายามทราบถึงสิ่งที่พระองคทรงปรารถนาใหลูกกระทํา และใหลูกไดอยูในสถานภาพนั้นดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 23 ( 3 - 9 ÁÔ.Â. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. เปลี่ยนแปลงไปอาศัยคําอธิษฐานภาวนา

“ฟาใหมแ ละแผนดินใหม ซึ่งเปนที่อยูถาวรของคนชอบธรรมตามพระสัญญา” (2 เปโตร. 3:13)

สําหรับคนบางคน ประสบการณที่เจ็บปวดหรือการสูญเสียที่ยิ่งใหญในชีวิต ทําใหเขามีความยากลําบากใน การดําเนินชีวิตตอไป สิ่งใดที่คลายกับการดําเนินชีวิตตามธรรมดา เกือบจะดําเนินไปไมไดเลย สําหรับผูที่สูญเสียผูที่ เขารัก ที่เจ็บปวย ประสบอุบัติเหตุ หรือถูกทํารายรางกาย บางคนกลับเปนประจักษพยานถึงจิตใจที่หนักหนวง เพราะเขาไมสามารถใหอภัยสิ่งที่ผูอื่นกระทําแกเขา เขาไมสามารถจนกระทั่งเขาเผชิญกับพระเจาผูทรงสรางโลก ใน การอธิษฐานภาวนา เมื่อนั้นเองที่เขามีพลัง ความกลาหาญ และความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตองเขา ดวยการ ใหอภัย ในบทอานจากพระคัมภีร เราไดรับกําลังใจจากนักบุญเปโตร ใหเนนถึงพระอาณาจักรของพระเจา คือ “ฟา ใหมแ ละแผนดินใหม” และทานเตือนเราพยายามทําตนใหเปนอิสระจากความคิดแบบชาวโลก ที่ผานเขามาในชีวิต ของเราแตละวัน ความกังวลของประชาชนในชวงชีวิตของนักบุญเปโตรคือ วันของพระเจาที่พวกเขารอคอยใหมาถึง และ ในชวงที่พระเยซูเจาประทับอยูในโลกนี้ เกี่ยวกับบําเหน็จรางวัลที่ประชาชนใฝฝนวาจะไดรับ ทั้งสองขอนี้เปนเรื่องที่ คนรุนปจจุบันยังสนใจอยู ในขณะที่เราตอสูกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในระดับโลก สิ่งที่เราตองระมัดระวังตัวก็คือ การ แสวงหาอํานาจของโลกนี้ ซึ่งบางครั้งแสดงออกมาอยางนาหวาดกลัว แตเราก็ทราบดีวาสิ่งที่เราคิดวาเดนและ งดงามนั้น ไมมีคุณคาในสายพระเนตรของพระเจาเลย พลังของการอธิษฐานภาวนาและการพิจารณาถึงอนาคตของ เราจะชวยใหเราเจริญชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้ได และนี่คือหนทางสูพระอาณาจักรของพระเจา นี่คือสิ่งที่มีคุณคา

บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเจา ผูทรงพระเมตตา โปรดตรัสพระวาจาที่จะบําบัดรักษาชีวิตของพวกลูก โปรดประทานจิตใจที่นบนอบ เพื่อลูกจะไดตอบสนองพระดํารัสเตือนใจลูก โปรดใหลูกเลือกชีวิตที่จะรับใชพระองค และรับใชซึ่งกันและกัน ดังพระฉบับแบบขององคพระบุตรดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 24 ( 10 - 16 ÁÔ.Â. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ซุปหิน

“ทานไดรับมาโดยไมเสียคาตอบแทน ก็จงใหเขาโดยไมรับคาตอบแทนดวย” (มัทธิว. 10:8)

นักทองเที่ยวคนหนึ่งเดินทางมายังหมูบานที่ยากจน ผูคนอดยากหิวโหย เขากลาวกับชาวบานวา “ผมจะสอน ใหพวกคุณทําซุปที่เอร็ดอรอยจากหินกอนนี้ แตกอนอื่นผมขอยืมหมอสักใบหนึ่ง พรอมกับฟนและน้ํา” แลวเขาก็เริ่ม ตมหินในน้ําที่อยูในหมอ “ซุปนี้อรอยแตมันยิ่งจะอรอยมากกวานี้ หากมีผักกาดสักเล็กนอย” แลวเกือบเหมือนอัศจรรย มีใครคนหนึ่งเอาผักมาใหเขา “ดีมากครับ แตยังขาดหัวหอม” แลวก็มีคนเอาหัวหอมมาใหจากบรรดาผักอื่นๆ ที่เก็บ ซอนไว ในที่สุดก็มีซุปเพียงพอสําหรับทุกคน และนักทองเที่ยวผูนั้นก็ออกเดินทางไปยังหมูบานอื่นตอไป พระเยซูเจาตรัสเตือนพวกสานุศิษยของพระองคใหเดินทางโดยไมตองมีอะไรติดตัวมากนัก เมื่อจิตใจเขาไม ผูกมัดกับสิ่งของ เขาก็จะตองไววางใจในพระเจา และในความมีน้ําใจดีของผูที่เขาพบในระหวางการเดินทาง พวกเขา จะตองเลียนแบบน้ําพระทัยอันกวางขวางของพระเยซูเจา และมอบกายถวายจิตอุทิศใหกับงานแพรพระวรสาร เปาโลและบารนาบัสพบวาประชาชนกระหายหาขาวดีแหงความรักของพระเจา ทานทั้งสองตอบสนองความตองการ ในใจของทาน ในอันที่จะแบงปนความรักนั้นกับทุกคนที่ปรารถนาจะรับฟง ผูคนในหมูบานหิวกระหายก็เพราะเขาเก็บอาหารซอนไว หินของนักทองเที่ยวไมมีมนตคาถาอะไร ความอยาก รูอยากเห็นทําใหชาวบานเอาสิ่งที่พวกเขาเก็บไวออกมา และจากการแบงปนเชนนี้ เขาก็เรียนรูวามีอาหารเพียงพอ สําหรับทุกคน ความรักถูกทําลายเมื่อเราเก็บซอนไว ความรักที่แทจริงนั้นเราตองแบงปนโดยไรเงื่อนไข ดวยใจเสรี หากบารนาบัสเก็บขาวดีของพระคริสตเจาไวกับตัวทานเทานั้น เราอาจจะไมมีโอกาสไดยินเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซู เจา ลองถามตัวเราเองดูซิวา “ฉันพรอมและปรารถนาที่จะแบงปนความเชื่อ ความรัก และความไววางใจของฉันกับ ผูอื่นหรือเปลา?”

บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเจา ความรักที่แ ทจริงจะเพิ่มขึ้น หากไดรับการแบงปน โปรดสอนใหลูกรักและใหแ กผูอื่น โปรดอยาใหลูกหลบหลีกที่จะใหความชวยเหลือแกผูที่ขัดสน โปรดใหทุกสิ่งที่ลูกมี และเปนอยูนี้ ไดรับใชพระองค โปรดใหความรักของพระองคแ สดงตัวออกมาอาศัยผูอื่น และอาศัยทุกสิ่งที่ลูกพูด คิดและกระทําดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 25 ( 17 - 23 ÁÔ.Â. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. อาหารประจําวัน

“โปรดประทานอาหารประจําวัน แกขาพเจาทั้งหลายในวันนี”้ (มัทธิว. 6:11)

เมื่อปที่ผานมา มีความอดอยากอยางรุนแรงในประเทศเคนยา โซมาเลีย และซูดานตอนใต ทั้งหมดนี้อยูใน ทวีปอัฟริกา คนเปนจํานวนมากเดินทางไกลเพื่อแสวงหาอาหารและน้ํา และพวกเขาเปนจํานวนมากจบลงที่คายผู อพยพ พระสังฆราชเปโตร คีฮารา แหงสังฆมณฑลมารซาบิท ซึ่งอยูทางเหนือของเคนยา และเผชิญกับความอด อยากอยางหนักกลาววา “เราตกอยูในสภาพที่หมดหนทางจริงๆ และสภาพดังกลาวยิ่งแยลงทุกๆ วัน” ในพระวรสารที่เรานํามาพิจารณา เปนบทอธิษฐานภาวนาที่พระเยซูเจาทรงสอนเรา เปนบทอธิษฐานภาวนาที่ เรียบงาย แตก็เปนการเตือนเราวาเราควรสนใจเรื่องอะไรบาง มิใชบทภาวนาใหร่ํารวยหรือใหประสบความสําเร็จฝาย โลก เราควรอธิษฐานภาวนาขออภัยโทษ เทิดทูลพระนามของพระเจาใหศักดิ์สิทธิ์ และพยายามกระทําสิ่งที่จะชวยให พระประสงคของพระเจาสําเร็จไป เรายังตองอธิษฐานภาวนาวอนขออาหารประจําวันของเรา ขอสิ่งที่จําเปนตอการ ดํารงชีพของเรา แตเราก็ทราบดีวายังมีเพื่อนมนุษยของเราอีกเปนจํานวนมากที่อดอยากทุกวัน เราทําอะไรเพียงพอ ไหม เพื่อวอนขอใหสิ่งที่บุคคลเหลานี้ตองการในอันที่จะรักษาชีวิตของเขาในแตละวัน? มีปญหาในระยะยาวอยูมากมาย ซึ่งเปนเหตุใหมนุษยตองเผชิญกับความอดอยากในโลกปจจุบันของเรา เปน เรื่องที่ไมยากที่เราจะเห็นเหตุผลใกลตัวที่กอใหเกิดความอดอยาก เชนความแหงแลง แตความแหงแลงทําใหคนยาก คนจนตองทรมานมากกวาผูที่มีอันจะกิน เหตุวาเขาไมมีอะไรเก็บไวเลย เมื่อสัตวที่เลี้ยงไวตายไป และผลหมากรากไม สูญพันธุไป เขาจะทําอยางไรจึงจะหาอะไรมาเลี้ยงชีวิต เมื่อเราอธิษฐานภาวนาวอนขอ “อาหารประจําวัน” ใหเรา คิดถึงผูที่ไมมีขาวปลาอาหารเพียงพอ และพยายามอุทิศตนชวยเพื่อมิใหลูกเล็กเด็กแดงตองเขานอนพรอมกับความ หิวโหย

บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเจาแหงสรรพสิ่ง พระองคทรงสรางโลกมาใหลูกแบงปนใหแ กกันและกัน แตกลับมีผูคนเปนจํานวนลานๆ ที่ตองเผชิญกับความอดอยาก และความยากจนในแตละวัน โปรดแสดงใหลูกเห็นวาลูกควรจะทําอยางไรเพื่อเปลี่ยนโลก ใหมนุษยสะทอนถึงพระประสงคอันงดงาม ที่พระองคทรงมีตอพวกลูกทุกคนดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 26 ( 24 - 30 ÁÔ.Â. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. สองชายที่ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป

“มิใชมนุษ ยที่เปดเผยใหทานรู แตพระบิดาเจาของเราผูสถิตในสวรรคทรงเปดเผย” (มัทธิว. 16:17)

ในวัดซานตา มาเรีย เดล โปโปโล ที่กรุงโรมมีรูปที่งดงามอยูสองรูปที่ศิลปนชื่อ การาวัจโจ ไดวาดไว คือรูป ของนักบุญเปโตรและอีกรูปหนึ่งเปนรูปของนักบุญเปาโล การาวัจโจวาดรูปทั้งสองนี้ในชวงที่เขามีชื่อเสียงมาก ตาม รูปแบบของเขากลาวคือความสวางและความมืด รูปสองรูปนี้เขาไดวาดในชวงป ค.ศ. 1600 และ 1601 เปนรูปที่ แสดงใหเห็นสิ่งที่สําคัญในชีวิตของอัครสาวกทั้งสองทาน รูปแรกคือการถูกตรึงกางเขนของนักบุญเปโตร รูปที่สอง คือรูปการกลับใจของนักบุญเปาโลเมื่อทานเดินทางไปยังเมืองดามัสกัส อัครสาวกทั้งสองทานคือฐานของพระศาสนจักรที่โรมและพระศาสนจักรสากล พระเจาทรงเลือกทานทั้งสอง ใหกระทําภารกิจเฉพาะเจาะจง เปโตรเปนฐานศิลาที่พระศาสนจักรถูกตั้งขึ้น สวนเปาโลไดรับเลือกใหประกาศพระวร สารใหแกโลกทั่วไป ทานทั้งสองนอมรับและเขาถึงพระเยซูเจาชาวนาซาเร็ธ สําหรับเปโตรเปนวันที่พระเยซูเจาตรัส ถามทานโดยตรงวา “ทานวาเราเปนใคร?” และพระองคไดรับคําตอบที่เขมแข็งจากเปโตรวา “พระองคคือพระ คริสตเจา พระบุตรของพระเจาผูทรงชีวิต” สําหรับเปาโลนั้นเปนเหตุการณที่เกิดขึ้นในระหวางที่ทานเดินทางไปยังเมืองดามัสกัส ซึ่งการาวัจโจวาดไว อยางชัดเจน เมื่อทานถามพระอาจารยเจาตรงๆ วา “พระเจาขา พระองคคือใคร?” คําตอบที่ทานไดรับคือ “เราคือ เยซูที่เจากําลังเบียดเบียน” ผลจากประสบการณของทานทั้งสองก็คือการกลับใจ เมื่อทานรูจักพระเยซูเจาอยาง จริงจังแลว ชีวิตของทานทั้งสองก็เปลี่ยนแปลงไป

บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระบิดาขององคพระเยซูคริสตเจา วันนี้ลูกเฉลิมฉลองทานนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลผูยิ่งใหญ ทานทั้งสองประกาศพระวรสารดวยวาจาและดวยชีวิตของทาน อาศัยคําอธิษฐานภาวนาของทานทั้งสอง โปรดใหลูกไดเปนผูประกาศพระวรสารในโลกปจจุบันนี้ดวยเถิด ทั้งนี้ ขอพึ่งพระเยซูคริสตเจา พระเจาของลูกทั้งหลาย อาแมน.


©ºÑº·Õè 27 ( 1 - 7 ¡.¤. 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ความสงสัยและความเชื่อ

“ทานถูกสรางขึ้นเปนอาคาร โดยมีบรรดาอัครสาวกและประกาศกเปนรากฐาน” (เอเฟซัส. 2:20)

มันเปนความผิดหรือหากเรามีความสงสัย? ถาเรามีความสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อของเรา มันทําใหเราเปนคน บาป เปนผูที่ไมสมจะไดชื่อวาเปนคริสตชนหรือ? บางคนมีความคิดเชนนั้น แตถาเรานอมรับดวยความจริงใจวา บางครั้งเราก็มีความรูสึกเชนนั้น ก็เปนการแสดงใหเห็นวาเรามิไดเปนคนเดียวในโลกที่คิดเชนนั้นบางเปนบางครั้งบาง คราว เราขอนําความคิดนี้มาพิจารณาในสัปดาหที่เราฉลองนักบุญโทมัสอัครสาวก ทานไดชื่อวาเปนองคอุปถัมภของ คนที่มีความสงสัย โทมัสเปนคนหัวแข็งหรือ ที่ไมยอมเชื่อวาพระเยซูเจาทรงกลับคืนชีพ แมพวกเพื่อนๆ จะยืนยัน เพราะพวกเขา ไดสัมผัสกับพระองคและมาเลาใหฟงก็ตาม หรือวาโทมัสเปนผูที่มีความโศกเศราเปนอยางมาก ที่ผูนําของเขาคือพระ คริสตเจาตองมาสิ้นพระชนม เขารับไมไดที่พวกเพื่อนๆ มารื้อฟนความเจ็บปวดของเขา หรือวาเปนความสงสัย ซึ่ง เปนปฏิกิริยาตามธรรมชาติ ที่มีตอเรื่องราวที่เหลือเชื่อที่เขายังรูสึกเจ็บปวดอยู? ไมวาโทมัสจะมีเหตุผลใดที่ไมเชื่อ แต ก็มิไดเปนเหตุใหพระเยซูเจาเสด็จกลับมาเพื่อพิสูจนใหโทมัสไดเห็นวา ที่พระองคทรงกลับคืนพระชนมนั้นเปนเรื่องจริง พระเยซูเจายังทรงแสดงใหโทมัสเห็นวา พระองคทรงเห็นคุณคาของทาน ความสงสัยมิใชเปนปญหาเลย แตตรงกัน ขามมันอาจเปนการชวยใหความเชื่อของเขาลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น โทมัสเปลี่ยนจากผูที่สงสัย กลายเปนผูประกาศขาวดี แหงความรอดพนของพระเยซูเจา ประวัติศาสตรจารึกวา ทานประกาศขาวดีหลายแหงในเอเชียและเปนผูเริ่มตน พระศาสนจักรในอินเดีย พระเจาทรงพรอมที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราดังเชนโทมัส พระองคทรงรักเรา แมเราจะมีความสงสัย ไม แนใจก็ตาม รากฐานของบรรดาอัครสาวกประกอบไปดวยมนุษยที่มีความออนแอเชนเดียวกับเรา แตพระองคทรง บันดาลใหเราเขมแข็ง มั่นคง อาศัยความรักของพระเยซูเจา ซึ่งเปนพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงเราได บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเยซูเจา พระองคทรงเลือกอัครสาวกของพระองค ใหเปนฐานของพระศาสนจักรของพระองคในโลกนี้ พวกทานคือมนุษ ยธรรมดา ดังเชนพวกเรา ซึ่งเปยมดวยความสงสัยและออนแอ โปรดไดทรงเปลี่ยนแปลงลูกดังที่ทรงเปลี่ยนแปลงพวกทาน โปรดทรงบันดาลใหลูกเปนผูรับใชที่เหมาะสมดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 28 ( 8 – 14 ¡Ã¡®Ò¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ความสะดวกสบายและความมั่นใจ “อยากลัวมนุษยเลย” (มัทธิว. 10:26)

ในพวกเรามีใครบางที่ไมกลัวการตรวจสอบอยางใดอยางหนึ่ง มีใครบางที่สามารถพูดดวยความจริงใจวาเรา รูสึกเสียวๆ เมื่อเราถูกทดสอบ เชน การสอบเขามหาวิทยาลัย หรือการทดสอบเพื่อเขาทํางานใดงานหนึ่ง แตเรายัง สามารถควบคุมปฏิกิริยาของเราไวได โดยเฉพาะหลังจากที่เราไดเตรียมตัวมาเปนอยางดี ซึ่งจะชวยใหเราผานพน ความรูสึกดังนี้ไปได ในพระวรสารบรรดาอัครสาวกไดรับความมั่นใจวาพวกเขาไมตองหวาดกลัว เหตุวาในที่สุดแลว ทุกสิ่งจะไดรับการเปดเผย พวกเขาอาจจะไมคอยมั่นใจ ในบรรดาพวกเรามีใครบางที่ชอบใหความคิดที่ลึกซึ้งในจิตใจ ของเราถูกนําไปเปดเผย? แตพระเยซูเจาก็ทรงไววางใจและทรงเชื่อมั่นในความซื่อสัตยและความเชื่อของผูที่ติดตาม พระองค แมวาบางครั้งเขาจะผิดพลาดไปบางก็ตาม พระองคทรงมองเห็นความดีอันเปนพื้นฐานของประชากรของ พระองค เราพอจะไดรับความอุนใจในความจริงที่วา เราสามารถไววางใจในพระคุณความดีของพระเจา ความ ศักดิ์สิทธิ์และพระญาณสอดสองของพระองค ประกาศกอิสยาหเนนถึงความศักดิ์สิทธิ์อันสูงสงของพระเจา พระวร สารกลาวถึงความใกลชิดที่พระเจาทรงมีตอบรรดาสิ่งสรางทั้งหลายของพระองค การตายของนกกระจอกตัวเล็กๆ เสนผมแตละเสนของเรา ทั้งหลายทั้งปวงนี้อยูในการดูแลอยางใกลชิดของพระบิดาเจาในสวรรคของเรา เราไมตองหวาดกลัว พระเจาผูทรงเปยมดวยความรัก ทรงทราบดีถึงความคิดที่ลึกซึ้งของเราตลอดจนการ ตอสูของเรา พระองคจะทรงชวยเหลือเราในยามที่เราตกทุกขไดยาก พระเจาสามารถขจัดบาปใหพนไปจากเราได ดังที่ประกาศกอิสยาหไดกลาวไว พระองคจะทรงชวยใหเรากระทําตามแผนงานที่ทรงจัดเตรียมไวสําหรับเรา เรา สามารถมอบกายถวายตัวเราไวกับพระองคโดยสิ้นเชิง บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา ผูทรงไวซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ และทรงเปยมดวยพระเมตตาอันหาที่สุดมิได ลูกขอบพระคุณพระองคที่ทรงเอาพระทัยใส และทรงดูแ ลลูกอยางใกลชิด โปรดอยาทรงปลอยใหลูกมีความหวาดกลัวใดๆ เพราะความหวาดกลัวนี้ จะเปนเหตุใหลูกไมสามารถรับใชพระองคได โปรดทรงบันดาลใหลูกมอบชีวิตและอนาคตของลูกไวในพระหัตถของพระองค ทั้งนี้ อาศัยพระบารมีแ ละในพระนามของพระเยซูเจา พระบุตรของพระองค อาแมน.


©ºÑº·Õè 29 ( 15 – 21 ¡Ã¡®Ò¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ความรูของจิตใจที่ถอมตน

“ขาพเจาสรรเสริญพระองค ที่ทรงปดบังเรื่องเหลานี้จากผูมีปรีชาและรอบรู” (มัทธิว. 11:25)

“การรูเพียงเล็กนอย นับวาเปนอันตราย” ความคิดขอนี้เตือนใจเราวา ความรูเพียงเล็กนอย อาจทําใหบาง คนคิดวาเขาเปนผูเชี่ยวชาญมากกวาที่เขาเปนจริง ขอคิดนี้เราจะพบไดในบทความของนักกวีนิพนธชาวอังกฤษชื่อ อเล็กซานเดอร โพ็ป ในบทความที่มีชื่อวา “ขอคิดเกี่ยวกับการติชม” ซึ่งพิมพออกมาตั้งแตป ค.ศ. 1709 ในพระวรสาร พระเยซูเจาตรัสเกี่ยวกับผูมีความรูและเฉลียวฉลาด เพื่อจะไดเปรียบเทียบพวกเขากับ “เด็กๆ” พระองคมิไดตรัสติเตียนพรสวรรค แตทรงติเตียนความหยิ่งยโสดานสติปญญา ซึ่งเปนสิ่งที่พระองคทรงพบเห็นใน บรรดาผูนําฝายศาสนาของคนเหลานี้ในสมัยของพระองค ความหยิ่งจองหองนี้มองดูคนธรรมดาสามัญวาเปนคนโง และมิไดดําเนินชีวิตตามกฎบัญญัติของศาสนาดังที่พวกเขาควรกระทํา เราคงจําคําพูดของคนเหลานี้ในพระวรสาร ของนักบุญยอหนได เมื่อพระเยซูเจาทรงรักษาคนตาบอดที่กรุงเยรูซาเล็ม “ทานพยายามจะสอนพวกเราหรือ ในเมื่อ ตัวทานเองคือคนบาปมาตั้งแตเกิด” คําพูดเหลานี้ยอมแสดงใหเห็นถึงการดูถูกคนธรรมดาที่มาสนใจพระเยซูเจา เพราะพระองคทรงเปนบุคคลที่บุคคลธรรมดาสามัญไดรับความประทับใจมาก ตอหนาพระธรรมล้ําลึกของพระเจา ความรูดานสติปญญานั้น “ไมมีความหมายใดๆ เลย” นักบุญยอหน แหง ไมกางเขนขอบคุณพระเจา ที่ทานไดรับความรูที่ลึกซึ้งมากกวา ซึ่งเปนความคิดของจิตใจที่เปยมดวยความรักและการ อธิษฐานภาวนา ที่มีความคิดดังเชนพระเยซูเจา เปนความคิดที่ฝงลึกอยูในความรักของผูที่เปนบุตรธิดาของพระเจา เมื่อ คารล ราหเนอร นักเทววิทยาผูยิ่งใหญในศตวรรษที่ยี่สิบ พยายามพักจากการเขียนหนังสือดานเทววิทยา ทาน เดินไปสวดสายประคําที่ในสวน การกระทําดังนี้ ทานมิไดแสดงใหเห็นหรือวา การอธิษฐานภาวนาชวยใหทานมีความ ใกลชิดกับพระมากกวา? บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา พระสิริรุงโรจนของพระองคยิ่งใหญกวาสติปญญาของลูก โปรดใหลูกมีความประทับใจ เมื่อลูกอยูเฉพาะพระพักตรพระองค โปรดใหลูกมีความถอมตัว และเปยมดวยจิตใจที่ปรารถนาจะอธิษ ฐานภาวนา เดชะพระเยซูเจา โปรดใหลูกไดรูจักพระบิดาผูทรงพระเมตตา ผูทรงหวงใย และทรงพระทัยเมตตามากยิ่งขึ้นเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 30 ( 22 – 28 ¡Ã¡®Ò¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ความรักที่ไรขอบเขต

“เราเทานั้นที่เปนเจานายของเจา” (เยเรมีย. 3:14)

เชาวันหนึ่ง หนูเดนนี่ตัดสินใจจะทําแพนเคกใหคุณพอคุณแมไดรับประทาน เขาพบชามและชอน เขาดึงเกาอี้เขาไปใกลๆ ตู แลวนําเอาแปงสาลีถุงใหญ ทําแปงตกลงกับพื้นบางเล็กนอย เขาเอามือลวง แปงออกมาจากถุง ใสลงไปในน้ํานมที่เตรียมไว เอาน้ําตาลใส มีแปงตกอยูที่พื้นหองเล็กนอย เขา พยายามทําความสะอาดพื้นหอง เขาคิดในใจวา เขาอยากจะทําอะไรพิเศษใหคุณพอคุณแม แตมันพลาด ไปหนอย เขาพยายามปด กวาดพื้น ทันใดนั้นเขาก็เห็นคุณพอยืนอยูที่ประตู น้ําตาไหลออกมาที่ตาของ เขา เขาพยายามทําสิ่งที่ดี แตมันกลับมีปญหา เขาแนใจวาจะถูกคุณพอดุเอา แตคุณพอของเขาเพียงแต มองเขา คุณพอยืนมองดูเขา พลางอุมลูกชายที่กําลังรองไหมากอด พระเจาพรอมเสมอที่จะทรงใหอภัยเรา พระเจาทรงตอนรับทุกคนที่พรอมจะเปลี่ยนแปลงเสมอ พระเจาทรงใหคํามั่นสัญญาวา จะทรงประทานความรักนิรันดรแกประชากรของพระองค และพระองค จะไมทรงเปลี่ยนพระทัย ประกาศกเยเรมียทํานายวา พระเจาจะทรงกลับเปนชีวิตและการนมัสการของ อิสราแอลอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่ยิ่งใหญกวาพระวิหารจะมายังพวกเขา การนมัสการจะไดรับการปรับปรุง จะ ไมอยูแตเพียงที่เดียว และประชากรเดียวเทานั้น ลองถามตัวเราเองดูซิวา เรากําหนดขอบเขตความรักของพระเจาที่ทรงมีตอเราไวแคไหน? บทอธิษฐานภาวนา ขาแตองคพระผูทรงเปนเจา บางครั้งพวกลูกพยายามกระทําสิ่งที่ดี แตก็ลมเหลว บางครั้งลูกยืนน้ําตานองหนา โดยไมรูวาจะทําอะไรตอไป ในชวงเวลาดังกลาว โปรดทรงชวยลูกใหหันกลับไปหาพระองค เมื่อลูกตอตานพระหรรษทานของพระองค โปรดทรงตักเตือนลูกวา ความรักของพระองคยิ่งใหญกวา และมั่นคงมากกวาสิ่งใดๆ ที่ลูกจะสามารถประสบพบเห็นในชีวิตของลูกได อาแมน.


©ºÑº·Õè 31 ( 29 ¡Ã¡®Ò¤Á - 4 ÊÔ§ËÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. แสวงหาพระประสงคของพระเจา

“กษัตริยเฮโรดตองการจะฆายอหน แตทรงเกรงประชาชนเพราะประชาชนคิดวายอหนเปนประกาศก” (มัทธิว. 14:5)

ในบทละครอันโดงดังของเชคสเปยรเรื่อง “โรเมโอและจูเลียต” จูเลียตถามโรเมโอวา “ชื่อมีความสําคัญ อยางไร” แมเราเปลี่ยนชื่อเปน “ดอกกุหลาบ” มันก็ยังคงมีกลิ่นหอมหวนเหมือนเดิม แตมิใชทุกคนที่เห็นดวยกับ ความคิดนี้ ในวัฒนธรรมของหลายกลุมชน ชื่อบงบอกวาผูมีชื่อนั้นคือใคร ชื่อมักจะหมายถึงคุณลักษณะของเจาของ ชื่อดวย ชื่อ “ยอหน” หมายถึง “พระเจาทรงพระทัยดี” และชีวิตของ “ยอหน บัปติสตา” มีความหมายเกี่ยวกับ จุดมุงหมายที่พระเจาทรงกําหนดไวสําหรับทาน พระวรสารที่เรานํามารําพึงในวันนี้ กลาวถึงการสิ้นชีวิตอยางนา หวาดกลัวของยอหน บัปติสต เหตุที่ยอหนมีชื่อเสียงในปจจุบัน มิใชเพียงแตวาพระเจาทรงประทานกระแสเรียกพิเศษ โดยเฉพาะใหแกทาน ทานยังเปนประจักษพยานถึงการเสด็จมาในโลกนี้ของพระบุตรพระเจา และทานไดดํารงชีวิตที่ บงใหเห็นถึงกระแสเรียกในชีวิตของทาน ทานไมสนใจกับการดําเนินชีวิตที่สมกับกระแสเรียกในชีวิตของทาน ทานมิได แสวงหาสิ่งที่ไมจําเปนในชีวิตของทาน ซึ่งจะเปนเหตุใหผูคนรูถึงความสําคัญของทาน สําหรับยอหนกระแสเรียกของ ทาน เปนเหตุใหทานดําเนินชีวิตโดดเดี่ยวในทะเลทราย ไมติดตอกับผูคนและความเจริญทั้งหลาย ทานแตงตัวดวย หนังสัตว รับประทานแตเพียงตั๊กแตนและน้ําผึ้ง การพิจารณาวา พระเจาทรงเรียกเราใหเปนอะไรหรือทําอะไรนั้น นับวาเปนสิ่งที่จําเปนมาก ที่เราจะตองจัด วันเวลาในชีวิตของเรา ใหรับฟงพระเจาและพรอมที่จะดําเนินชีวิตในหนทางที่แตกตางไปกวาแนวทางทั่วไปในสังคม ของเรา เรามีความยิ่งใหญในการเปนบุตรธิดาของพระเจาแลว ดังเชนความยิ่งใหญของนักบุญยอหน บัปติสตา กลาวคือการรับรูวาพระเจาทรงสรางเรามาเพื่อใหเราเปนอะไร และพยายามตอบสนองกระแสเรียกนั้นๆ บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา พระองคประทานกระแสเรียกใหแ กลูกในรูปแบบตางๆ โปรดไดทรงชวยใหลูกไดรับรู เพื่อลูกจะไดดําเนินชีวิตตามแนวทางที่พระองค ทรงจัดเตรียมไวสําหรับลูก ใหลูกรูวาอะไรดี และรูจักแนวทางที่จะนําไปสูสันติภาพและความยุติธรรม อาแมน.


©ºÑº·Õè 32 ( 5 - 11 ÊÔ§ËÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ประจักษพยานที่เชื่อถือได

“เราอยูที่ใด ผูรับใชของเราก็จะอยูที่นั่นดวย ผูใดรับใชเรา พระบิดาจะประทานเกียรติแกเขา” (ยอหน. 12:26)

ทาน ชีค ฟรายด โกรท เคยเปนเลขาธิการเกี่ยวกับสิทธิของมนุษย ในคณะกรรมการสัมพันธของคริสตชนใน ประเทศเยอรมัน ทานสิ้นชีวิตเมื่อป ค.ศ. 2011 เมื่อทานมีอายุ 85 ป หลังจากที่เจริญชีวิตที่ซื่อสัตยตอพระวรสาร ทานทํางานอยูในภาคตะวันตกเฉียงใตของอัฟริกา ซึ่งในปจจุบันคือนามีเบีย ความสนใจของทานเกี่ยวกับความ ยุติธรรมเปนเหตุใหทานตอตานการแบงแยกผิวพรรณในประเทศอัฟริกาใต ซึ่งนํามาบังคับใชในภาคตะวันตกเฉียงใต ของอัฟริกา ดวย ทานจึงถูกกลาวหาวาเปนศัตรูของรัฐบาลอัฟริกาใต เมื่อประเทศดังกลาวไดรับอิสรภาพ ทาน รวบรวมเหตุการณที่แสดงออกซึ่งความอยุติธรรมของผูที่ปลดแอกใหอัฟริกาใต พนจากรัฐบาลของนามีเบีย ทานถูก รัฐบาลใหมเพงเล็งในความพยายามที่จะแสวงหาความจริงของทาน ทานถูกกลาวหาจากทุกฝาย ในป ค.ศ. 258 จักรพรรดิวาเลเรียน เริ่มเบียดเบียนคริสตชนที่โรม พระสงฆ นักบวชทุกคนตองถูกประหาร ชีวิต ซึ่งรวมไปถึงพระสันตะปาปา ซิกสตัส ที่ 2 สังฆานุกรลอเรนซเปนหนึ่งในจํานวนนั้น เขาเลากันวาสังฆานุกรลอ เรนซเปนหนึ่งในบรรดาผูที่จะถูกประหารชีวิต มีเรื่องเลาวากอนที่ทานจะถูกสังหาร ทานถูกบังคับใหนําเอาทรัพย สมบัติของพระศาสนจักรไปมอบใหจักรพรรดิ ทานชี้ใหเห็นถึงความยากจนของบรรดาผูมีความเชื่อในทามกลางความ ร่ํารวยของกรุงโรม ลอเรนซมั่นคงในความเชื่อ และในปจจุบันทานก็ยังไดรับการสรรเสริญรวมกับมรณสักขีทั้งหลาย ในยุคแรกของพระศาสนจักร และทานมีชื่อในบทอธิษฐานในมิสซาแบบที่หนึ่งในบทประจํามิสซาของโรม คําวา “มรณสักขี” หมายความวา “เปนประจักษพยาน” ซึ่งมีความหมายมากกวาบรรดาผูที่สละชีวิตของ ตนเองเพื่อความเชื่อ พระเยซูเจาทรงขอใหเราเปนประจักษพยานใหแกพระองค ไมวาเราจะอยูที่ไหน เราอาจไมถูก บังคับดวยความตาย แตเราอาจตองเผชิญหนากับการถูกดูหมิ่น ลอเลียน แมกระทั่งถูกกลาวเท็จใสรายเรา บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเยซูเจา องคพระผูเปนเจาโปรดทรงชวยใหลูกเปนขารับใชที่ดีแ ละซื่อสัตย โปรดทรงพระกรุณาอยาทรงปลอยใหลูกออนแอ เมื่อลูกเผชิญหนากับศัตรู โปรดทรงประทานพละกําลัง ใหลูกยึดมั่นในคําสัญญาที่ไดมอบถวายตัวแดพระองค เดชะพระอานุภาพของพระจิตเจา โปรดทรงชวยอยาใหลูกตกเปนเหยื่อของการถูกหมิ่นหรือคําชมเชยของผูอื่น อาแมน.


©ºÑº·Õè 33 ( 12 - 18 ÊÔ§ËÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ยึดมั่นในจุดยืน

“จงทําใหตัวทานมีหัวใจและจิตตารมณใหม” (เอเสเคียส. 18:31)

ทาริก ยาหัน เปนชาวมุสลิมจากเมืองเบอรมิงแฮม เขาถูกรถชนในชวงที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งคุกคาม ประเทศอังกฤษในชวงหนารอนป ค.ศ. 2011 ในการกลาวถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ ทานขอรองใหมี ความสงบมิใชการแกแคน ทานไมยอมเปดเผยเชื้อชาติ ทานไมยอมเปดเผยผูที่กอความวุนวายและสังหารผูอื่นวาเปน ชนชาติใดและผิวพรรณอะไร ผูประหารมิใชกลุมชนแตเปนบุคคลคนหนึ่ง ทานชี้แจงวาเปนเพียงบุคคลคนหนึ่งใน อัฟกานิสถาน เราไมสามารถทําใหพลเมืองทั้งหมดรับผิดชอบแทนความผิดของบุคคลคนหนึ่ง เอเสเคียลมิไดสงสัยเลย ทานเปนบุคคลคนหนึ่งในครอบครัวของผูที่มีอิทธิพล ศีลธรรมของหมูคณะมี อิทธิพลมากตอสมาชิกในครอบครัวทุกคน อิสราแอลถูกเนรเทศเพราะประชาชนไมยอมปฏิบัติตามพระบัญญัติของ พระเจา แตทานประกาศกคิดถึงความรับผิดชอบของกลุมชนมากเกินไป วันนี้ทานเนนวาในขั้นสุดทายแลว แตละคน ตองรับผิดชอบในสิ่งที่ตนกระทําไป ผูกระทําผิดที่เสียใจและพยายามกระทําสิ่งที่ดีจะไดรับความรอดพน และคนที่ กระทําบาปก็จะถูกพิพากษาลงโทษ พระเจามิไดทรงพอพระทัยในความตายของผูใด พระองคตรัสกับเขาวา “จงกลับ ใจและมีชีวิต” สังคมของเราใหรางวัลสําหรับเสรีภาพของแตละคน แตมักจะไมสํานึกวามันงายเพียงใดที่บุคคลแตละคนจะ ทําตนใหสอดคลองกับอคติของกลุมนั้นๆ เรารูจากประวัติศาสตรวาเสรีภาพดังกลาวฉวยโอกาสที่จะปกปองตัวเองวา เขาเพียงแตทําสิ่งที่ทางราชการออกคําสั่งใหกระทํา แมกระทั่งพระศาสนจักรเองก็อาจคลอยตามรัฐบาลที่มีอานุภาพ แตไรซึ่งศีลธรรม ในกรณีเชนนี้คริสตชนไดรับเชิญใหปฏิบัติตามมโนธรรมของตน และในจิตใจใหตอตานการกระทําที่ ผิดของสวนรวม บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา ผูทรงสรรพานุภาพ โปรดทรงประทานพระจิตเจาใหเขามาในจิตใจของลูกแตละคน เพื่อลูกจะไดทราบถึงพระประสงคของพระองค โปรดประทานความกลาหาญใหลูกดําเนินตามความจริง แมลูกจะรูสึกวาการปฏิบัติตนตามความจริงครึ่งๆ คาๆ ดังที่ลูกพบเห็นรอบตัวลูก อาแมน.


©ºÑº·Õè 34 ( 19 - 25 ÊÔ§ËÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ชายหนุมที่ร่ํารวย

“เมื่อไดยินพระวาจานี้ ชายหนุมผูนั้นจากไปดวยความทุกข เพราะเขามีทรัพยสมบัติมากมาย” (มัทธิว. 19:22)

ในพระคัมภีรของเรา มีเรื่องเกี่ยวกับกระแสเรียกมากมาย พระเจาทรงเรียกอับราฮัมใหออกนอกประเทศ รวมทั้งครอบครัวและบานบิดาของทาน พระเจาทรงสําแดงพระองคตอโมเสสที่ตนไมซึ่งไหมอยู พระเจาทรงสงทาน ไปหาฟาโรห ใหนําประชากรของพระองคออกจากอียิปต พระเจาทรงแตงตั้งเยเรมียเหนือนานาชาติและอาณาจักร ในพระวรสารเปโตรและ อันดรูว ยากอบและยอหนก็เชนเดียวกับอัครสาวกอื่นๆ ทานเชื่อฟงกระแสเรียกของพระ เยซูเจา ดังที่เปาโลเชื่อฟงตามที่ปรากฏอยูในหนังสือ “กิจการอัครสาวก” แตมีคนคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงโดงดังที่เขาไม นอมรับการเชื้อเชิญของพระคริสตเจา เราสามารถอานไดในพระวรสารที่เรานํามาพิจารณา มองดูอยางผิวเผินก็ดูเหมือนวาเขามิไดกระทําผิดอะไร เขาถูกถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระบัญญัติที่เปน มรดกตกทอดมาจากโมเสส แมกระทั่งขอที่สอนใหรักเพื่อนบานเหมือนรักตัวเอง เขาอางวาเขาไดปฏิบัติตามทุกขอ แตเขาไดยินเสียงภายในตัวเขา เรงเราใหเขากระทํามากกวานั้น พระเยซูเจาตรัสกับเขาวา สิ่งที่ยังขาดอยูนั่นคืออะไร เขาเปนผูที่มีทรัพยสมบัติมากมาย เพื่อจะไดบรรลุถึงความดีอยางครบบริบูรณ เขาจะตองละทิ้งความร่ํารวยของเขา แลวติดตามพระเยซูเจาไป มีไมกี่คนที่ไดยินเกี่ยวกับเรื่องนี่ในพระวรสาร แลวจะตัดสินใจแบงปนทรัพยสมบัติกับชายหนุมคนนี้ คงมีพวก เราไมกี่คนที่จะตอบสนองพระกระแสเรียกของพระเยซูเจาขอนี้ ตรงตามตัวหนังสือดังเชนนักบุญฟรังซิสแหงอัสซีซี แตเราพบอุปนิสัยอื่นๆ สภาพจิตใจในชีวิตและนิสัยใจคอของเรา ที่เปนอุปสรรคมิใหเราตอบสนองความรักของพระ เจาของเราในแตละคนไดไหม? พระเจาของเรามิไดทรงปรารถนาใหเรารูสึกโศกเศรา หลังจากที่เราไดยินกระแสเรียก ดังที่ปรากฏอยูในพระวรสารวันนี้ บทอธิษ ฐานภาวนา พระเจาขา พระองคตรัสกับสานุศิษ ยของพระองควา เขาไมอาจรับใชนายสองคนในเวลาเดียวกันได กลาวคือพระเจาและสิ่งที่เลวทราม โปรดทรงชวยอยาใหลูกปฏิบัติสิ่งที่ผิด และกระทําสิ่งที่เปนความจริง ในขณะที่ลูกแสวงหาสิ่งที่จะชวยใหสิ่งที่ลูกกระทําในชีวิตประจําวัน ไดรับความสมหวัง อันจะนําไปสูความสําเร็จในชีวิตประจําวันของลูก ลูกวอนขอในพระนามพระคริสตเจา พระเจาของลูกทั้งหลาย อาแมน.


©ºÑº·Õè 35 ( 26 ÊÔ§ËÒ¤Á - 1 ¡Ñ¹ÂÒ¹ 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. พระหรรษทานของพระเจานั้น “ฟรี” แตมีคุณคามหาศาล

“แตเพื่อมิใหใครตําหนิเรา ทานจงไปที่ทะเล หยอนเบ็ดลงไป” (มัทธิว. 17:27)

หนังสือพิมพฉบับหนึ่งเสนอขาวเกี่ยวผูจัดการที่มีเงินเดือนสูง ซึ่งเขามีสิทธิ์จะไดรับ แตเขาใหความสนใจกับ เพื่อนที่ทํางานรวมกันกับเขามากกวาตัวเขาเพียงคนเดียว เขาสํานึกวาเขามีหนาที่ดูแลสวัสดิการของเพื่อนรวมงาน ของเขา ในทามกลางสังคมที่นิยมเรื่องการเนนสิทธิของตัวเองมากกวาหนาที่ ตัวอยางของผูจัดการผูนี้กอใหเกิด บรรยากาศและความรูสึกที่สดชื่นในจิตใจของทุกคนที่ไดยินเรื่องนี้ พระเยซูเจามิไดทรงเนนสิทธิของพระองค แตทรงนอมรับการสิ้นพระชนมอยางนาอับอาย พระองคทรง กระทําเชนนี้ดวยความรัก ซึ่งสูงกวาตัวบทกฎหมาย ในพระวรสารที่นํามาพิจารณามีเรื่องที่นาสนใจเกี่ยวกับการเสีย ภาษี เปโตรคิดวาภาษี(สําหรับดูแลพระวิหาร)ควรจะจาย แตพระเยซูเจาทรงชี้ใหเห็นวา ผูมีอํานาจทางฝายศาสนาไม มีสิทธิ์ที่จะเรียกรองภาษีจากลูกหลานของพระเจา พระองคตรัสกับเปโตรวา เราไมควรเนนสิทธิของเรา แตควร กระทําสิ่งที่มากกวาที่กฎหมายบังคับเพราะความรัก ดูเหมือนจะโออาไปสักหนอย แตพระองคก็ทรงใชเรื่องตลก เกี่ยวกับปลา ทั้งนี้เพื่อแสดงใหเห็นวา พระเจาสามารถจัดหาปจจัยมาทดแทนสิ่งที่สูญหายไปได เราอาจรูสึกลําบากใจในความคิดที่จะนําเอาสิทธิเขามาอาง แนนอนเรามีสิทธิ์ที่จะไดรับสิ่งตอบแทนสําหรับ การงานที่เราทุมเทไป ขอใหเราจดจําไววานักบุญเปาโลมิไดเรียกรองสิ่งตอบแทนสําหรับการเทศนเกี่ยวกับพระเยซูเจา เชนเดียวกับที่พระคริสตเจาทรงมอบชีวิตของพระองค โดยไมรับอะไรเปนสิ่งตอบแทนและในหมูคณะและชุมชนของ เรา เราอาจจะทํากิจกรรมสักอยางหนึ่งโดยไมรับสิ่งใดเปนการตอบแทน เพราะเราตองการอุทิศตนเพื่อความดีของ หมูคณะ ความรักยอมสูงสงกวาสิทธิ

บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเยซูเจา พระองคมิไดทรงคํานึงถึงศักดิ์ศรีของพระองค แตทรงมอบพระองคเอง นอมรับความตาย โปรดทรงประทานจิตตารมณแ หงการมีใจกวางขวางแกลูก เพื่อลูกจะไดไมเอาแตเนนถึงสิทธิของลูก แตใหลูกรับใชผูอื่นโดยปราศจากสิ่งตอบแทน เพราะเห็นแกความรัก อาแมน.


©ºÑº·Õè 36 ( 2 - 8 ¡Ñ¹ÂÒ¹ 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. อํานาจที่แ ทจริงแสดงออกดวยความถอมตัว “ถาทานไมกลับเปนเหมือนเด็กเล็กๆ” (มัทธิว. 18:3)

ในชวงฤดูใบไมผลิป ค.ศ. 2011 ที่ประเทศอียิปต มีสงครามเกิดขึ้น ซึ่งดูแลวก็ไมผิดไปกวาการ ตอสูที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปมาแลว ประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัค ไมยอมนอมรับการถูกขับไล เชนเดียวกับกษัตริยฟาโรหไมยอมใหอิสรภาพแกโมเสสและชาวยิว อาณาจักรของฟาโรหตั้งอยูบนปรา มิดแหงอํานาจ โดยมีผูนําอยูเบื้องบน และบีบคั้นทาสที่อยูขางลาง อํานาจของฟาโรหอยูไดอาศัยอํานาจ ของทหารและตํารวจ นี่คือสภาพของหลายประเทศในปจจุบัน ในบทที่ 18 ของพระวรสารโดยนักบุญมัทธิว พระเยซูเจาทรงวาดภาพวาพระศาสนจักรของ พระองคจะตองเปนเชนใด กอนอื่นพระองคทรงถามเกี่ยวกับอํานาจ เราจะตองทําอยางไรจึงจะเขาไป ในพระอาณาจักรของพระเจาได เราตองทําตัวใหเหมือนเด็กเล็กๆ ดูเหมือนปรามิดจะถูกคว่ําลง พระ เยซูเจามิไดทรงเนนถึงความไรเดียงสาของเด็กๆ แตทรงเนนบทบาทของเด็กๆในสังคมในยุคสมัยของ พระองค ดังนั้นในกลุมคริสตชน เราไมควรแสวงหาสถานภาพใดๆ ที่สูงไปกวาอํานาจของเด็กๆ ดูเหมือนวา “อํานาจ” คือสิ่งที่ผูปกครองอาณาจักรแสวงหา ทําอยางไรจึงจะไดอํานาจนี้มาและ ยึดเก็บไว เราเห็นวาผูเผด็จการเกาะติดอยูกับอํานาจของเขา อันตรายของคริสตชนก็คือการเลียนแบบ เผด็จการเหลานี้ พระเยซูเจาทรงสอนเราวา สิ่งที่เราควรจะสนใจมากที่สุด ไมวาในบริเวณสันตะสํานัก หรือบริเวณวัดของเรานั้น มิใชตําแหนงหนาที่ แตควรจะเปนความถอมตน ที่พระเยซูเจาทรงคาดหวังใน พระศาสนจักรของพระองค บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเยซูเจา พระองคทรงลางเทาสาวกของพระองค ใหเปนแบบอยางใหกับการที่เราไดรับเลือกใหรับใชซ ึ่งกันและกัน โปรดทรงประทานจิตตารมณแ หงความถอมตนใหแ กลูก เพื่อพระศาสจักรของพระองค จะไดใชอํานาจดังที่พระองค ทรงมีพระประสงคที่จะไดเห็นดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 37 ( 9 - 15 ¡Ñ¹ÂÒ¹ 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. จงแบงปนความรักของพระเจา

“ในวันสับบาโตนั้น ควรทําความดีหรือทําความชั่ว” (ลูกา. 6:9)

คุณพออันโตนี เด เมลโล พระสงฆและนักเขียนหนังสือศรัทธา เลาถึงเรื่องของนักทองเที่ยวคน หนึ่งที่กลาวกับมัคคุเทศกวา “คุณควรภาคภูมิใจกับเมืองนอยๆ ของคุณ ผมประทับใจในจํานวนวัดที่อยู ในเมืองนี้ แนหละคนในเมืองนี้คงรักพระเจา” มัคคุเทศกตอบทานวา “พวกเขาอาจรักพระเจา แตพวก เขาเกลียดกันและกันจริงๆ” ในพระวรสารวันนี้ พวกฟาริสีกําลังจับตามองพระองค วันนั้นเปนวันสับบาโต เปนวันที่ชาวยิวถูก หามมิใหทํางานใดๆ สําหรับพวกเขาการรักษาคนเจ็บไขถือวาเปนการทํางานซึ่งนับวาเปนการทําผิดตอ พระบัญญัติ สําหรับพวกฟาริสี โรงสวดกลายเปนสถานที่ที่สําคัญสําหรับปฏิบัติศาสนกิจมากกวาที่จะเปน สถานที่ที่สัมผัสกับพระเจา เมื่อเราสัมผัสกับพระเจาผูทรงชีวิต เราจะไมสนใจกับกฎระเบียบตางๆ ที่ ปรากฏในหนาหนังสือ ผูแสวงบุญในพระวรสารที่เรานํามาพิจารณาสรุปเอาวา การเขาวัดก็หมายความ วา บานเมืองนั้นจะเปยมไปดวยผูที่มีความรักตอกันและกัน แตขอเท็จจริงมีอยูวา ผูที่เขาวัดกับผูที่ ดําเนินชีวิตตามแนวทางของพระวรสารมิใชกลุมเดียวกัน บางครั้งผูที่เขาวัดบางคนอาจจะเนนการ กระทําตามพิธีกรรมอยางถูกตอง จนลืมไปวาเหตุใดเขาจึงมาวัด ซึ่งควรจะเปนการนมัสการพระเจา และไดรับการหลอเลี้ยงจากพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเราจะไดนําเอาความรักของพระองคไป แบงปนกับผูอื่น พระเยซูเจาทรงสอนเราวา ความรักนั้นมีความสลักสําคัญมากกวากฎบัญญัติใดๆ บทอธิษฐานภาวนา ขาแตองคพระผูเปนเจา โปรดทรงชวยใหลูกไดเลียนแบบพระเยซูเจา โดยยื่นมือไปชวยผูอื่นในยามขัดสน โปรดทรงนําลูก เพื่อใหบรรดาผูที่อยูในหมูคณะของลูกจะไดเห็นพระองค และมีความปรารถนาที่จะรูจักพระองคมากยิ่งขึ้น ลูกวอนขอทั้งนี้ เดชะพระเยซูคริสตเจา พระอาจารยแ ละพระเจาของลูกดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 38 ( 16 - 22 ¡Ñ¹ÂÒ¹ 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. จงรัก-อยาเกลียดชัง “จงรักศัตรู” (ลูกา. 6:27)

คงจะไมมีการทาทายใดๆ ในชีวิตของผูที่เปนบิดามารดามากกวาการไมยอมแกแคนผูที่ฆาลูกใน อกของตัวเอง ในป ค.ศ. 2005 หนุมวัยรุนผูหนึ่งชื่อแอนโตนี วอคเกอร ถูกฆาดวยขวาน เพราะเขาเปน คนผิวดํา เขาเปนสมาชิกที่ดีเดนในกลุมคริสตชนของเขา หลังจากที่เขาสิ้นชีวิต มารดาและพี่สาวของเขา รูสึกตกใจ เมื่อไดยินชาวบานพูดกันวาทั้งสองไมสามารถเกลียดผูที่ฆาลูกและนองชายของเขาอยาง โหดเหี้ยมได เขาไมตองการที่จะลางแคน แตตรงกันขามเขายกโทษฆาตกรผูนั้นแลว ในพระวรสาร พระเยซูเจาตรัสกับเราวา ความรักของเรานั้นตองไรขอบเขต ความรักที่มีฐานอยู ในความเชื่อ เปนเหตุใหเราตองรักศัตรูของเรา และกระทําความดีใหแกผูที่เกลียดชังเรา พระเยซูเจา ทรงสอนคําสอนนี้อยางชัดเจน และทรงตรัสสอนเราวา คําสอนขอนี้ชัดเจนและเราตองปฏิบัติตาม เรา ไดรับเชิญใหมีเมตตาจิต เพราะพระเจาทรงพระเมตตา พระองคทรงสอนเรามิใหดวนตัดสิน และตัวเรา เองก็จะไมถูกตัดสิน เมื่อเรายกโทษ เราก็จะพบวาเราไดรับการยกโทษใหอภัยดวย ในพระวรสารนั้น ไมมีอะไรที่งาย แตเพราะมารดาของแอนโตนี วอคเกอร เชื่อมั่นในพระเยซูเจา และพระธรรมคําสอนของพระองค นางจึงตัดสินใจใหอภัยแกผูที่พลาชีวิตลูกของนางได นางกลาววา การสูญเสียแอนโตนีนั้นหนักหนวงเพียงพออยูแลว นางไมจําเปนตองเดินไปมากับความเกลียดชังนี้ เพิ่มขึ้นอีก นางกลาววาการใหอภัยนั้นนับวาเปนการปลดแอก วันนี้ใหเราลองพิจารณาดูซิวา มีอะไรใน ชีวิตของเราเองที่ยังเปนเหตุใหเราโกรธ เกลียด และที่เรายังแบกอยูในใจของเรา พิจารณาใจของเราดูซิ วา มีที่สําหรับการยกโทษใหอภัยบางหรือเปลา บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเจา โปรดทรงสอนใหลูกรักโดยไมมีขอบเขตหรือเงื่อนไข โปรดไดทรงหลั่งพระหรรษทานและความกลาหาญ พอที่จะชวยใหลูกยกโทษใหอภัยแกผูที่เปนเหตุใหลูกเจ็บปวด โปรดเปดใจของลูกใหรักผูที่ลูกไมชอบหรือไววางใจ เพื่อลูกจะไดไมตีขอบเขตใหแ กความรักที่ลูกควรมอบใหแ กผูอื่น อาแมน.


©ºÑº·Õè 39 ( 23 - 29 ¡Ñ¹ÂÒ¹ 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. การเลือกดวยตัวของเราเอง

“ขณะที่พระเยซูเจาทรงดําเนินไปจากที่นั่น ทรงเห็นชายคนหนึ่งชื่อมัทธิว กําลังนั่งอยูที่ดานภาษี จึงตรัสสั่งเขาวา “จงตามเรามาเถิด” เขาก็ลุกขึ้นตามพระองคไป” (มัทธิว. 9:9)

เราคงจะเคยไดยินเรื่องของคนที่ขับรถและไปหลงทางในหมูบานที่หางไกลแหงหนึ่ง เขาหยุดรถถามชาวบาน แหงหนึ่งวา ถาจะไปยังจุดหมายปลายทางของเขา เขาควรจะไปทางไหน ชาวบานเหลานั้นคิดอยูสักครูหนึ่ง แลวจึง ใหคําตอบแกเขา คําตอบก็คือ “ถาผมเปนคุณ ผมจะไมเริ่มจากจุดนี”้ หากมีคนมาถามเราเกี่ยวกับการเลือกอัครสาวก เราอาจจะใหคําตอบเชนเดียวกับชาวบานเหลานั้น พระเยซูเจาทรงเลือกเอากลุมที่ไมนาจะอยูดวยกันได โดยเฉพาะ มัทธิวซึ่งเปนคนเก็บภาษี เขาทํางานใหชาวโรมัน คนอื่นคงจะดูถูกเขา ผูสรางภาพยนตรเรื่อง “ เยซูชาวนาซาเร็ธ” ชี้ใหเห็นถึงความเกลียดชังระหวางเปโตรและมัทธิว มีตอนหนึ่งของภาพยนตรที่พระเยซูเจาทรงเรียกมัทธิวและไปที่ บานของเขา เปโตรที่คอนขางจะไมพอใจที่จะติดตามพระองคไป เขารออยูนอกบานพลางมองเขาไปในบาน เซลฟเรรี ผูสรางภาพยนตรเรื่องนี้แสดงใหเห็นพระเยซูเจาทรงเลาเรื่องลูกลางผลาญใหเปโตรและมัทธิวไดยิน แลวทั้งสองก็คืน ดีกัน ในพระวรสารของนักบุญมัทธิว ทานแสดงใหเห็นวา การคืนดีกันนั้นเปนสิ่งที่พวกเขาไมเคยคิดถึงเลย พวก เขาเปนกลุมที่หยิ่งจองหอง พวกเขาไมชอบผูที่เปนคนใกลชิดกับพระเยซูเจา รวมทั้งพระองคดวย พวกเขาไมกลา โจมตีพระองคโดยตรง พวกเขาไดแตติเตียนบรรดาศิษยของพระองค คําเตือนของพระเยซูเจาถึงความหมายของคํา วา “เมตตากรุณา” คงกระทบถึงพวกฟาริสีโดยตรง พวกเขาคงจะทราบดีวา พระองคตรัสถึงประกาศกโฮเซยา ผูเคย ติเตียนความไมซื่อสัตยของชาวอิสราแอล พวกเขากระทําเชนเดียวกับบรรพบุรุษของพวกเขา พระเยซูเจาทรงเรียกผูที่พระองคทรงพอพระทัยจะเรียก พวกเราก็เปนกลุมหลายความคิด ความตรึงเครียด อาจเกิดขึ้นทามกลางเรา พระองคทรงประทานพระหรรษทานใหเราไดพบกับความเปนหนึ่งเดียวกัน ดังที่พระองค ทรงกระทํากับบรรดาอัครสาวก บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระจิตเจา เมื่อลูกรับศีลลางบาปและศีลกําลัง พระองคทรงประทานพระพรที่ลูกตองการ ในอันที่จะทําใหจิตใจของลูกเหมือนกับน้ําพระทัยของพระเยซูเจา หากลูกไมยอมเปดพระพรเหลานี้ หรือปลอยใหจับฝุนก็โปรดทรงฟนฟูความรักของพระองค เพื่อใหลูกไดยินและติดตามพระองคดวยเถิด ลูกวอนขอในพระนามของพระเยซูเจา อาแมน.


©ºÑº·Õè 40 ( 30 ¡Ñ¹ÂÒ¹ – 6 µØÅÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ความสวางแหงพระวรสาร

“ไมมีใครจุดเทียน แลวเอาถังครอบ” (ลูกา. 8:16)

ทุกๆ ป บางครั้งหลายเดือนกอนวันคริสตมาส หลายเมืองในหลายประเทศก็เริ่มเปดไฟประดับประดา เทศกาลคริสมาสกันแลว บางครั้งเขาก็เชิญผูหลักผูใหญหรือดารามาเปนผูเปดไฟเริ่มแรก ไฟประดับเหลานี้เปนการ เตรียมตอนรับวันคริสมาส แตสวนมากเปนการเนนเรื่องการจําหนายสินคามากกวาการเตรียมเฉลิมฉลองการประสูติ ของพระเยซูเจา เว็บไซตในประเทศอังกฤษแหงหนึ่งเขียนขอความเกี่ยวกับเรื่องนี้วา “เมื่อเราเปดไฟเหลานี้แลว ถนน หนทางก็มีบรรยากาศการเฉลิมฉลอง ใจเราแตละคนคงจะตื่นเตนกับจิตตารมณของคริสมาส เปนโอกาสดีใหเราใช จับจายซื้อขาวของเปนของขวัญวันคริสมาส” ในพระวรสารที่เรานํามาพิจารณา พระเยซูเจาทรงกลาวถึงพระอาณาจักรของพระเจา ซึ่งเปนขาวดีสําหรับ ทุกคน พระองคทรงใชเรื่องราวและนิทานเปรียบเทียบ เพื่อชวยใหศิษยของพระองคไดเขาใจ พระองคทรงอธิบายให สานุศิษยของพระองคเขาใจวา พวกเขาไดรับเชิญใหแบงปนขาวดีนี้ มิใชปดบังไว การแบงปนขาวดีของพระคริสตเจามีอยูสองทางดวยกัน เราอาจกลาวถึงพระเยซูเจากับผูอื่น และเรา สามารถดําเนินชีวิตตามแนวทางที่พระองคทรงเชื้อเชิญใหเราทํา คนเขาจะสนใจก็ตอเมื่อชีวิตของเราสอดคลองกับ สิ่งที่เราพูด แสงสวางของเราก็คือพระวรสาร มิใชไปหาซื้อของขวัญเทศกาลคริสมาส หนังสือ “สุภาษิต” เตือนใจเรา วา การเจริญชีวิตที่ดีกับเพื่อนมนุษยก็คือการเปนคนที่มีเมตตาจิต ไมทะเลาะเบาะแวงกับเขา ลองถามตัวเราเองดูซิ วา เราเจริญชีวิตกับเพื่อนมนุษยของเราอยางไร ทั้งในแวดวงของเราและโดยทั่วไป เราใหพระวรสารฉายแสงออกมา ในชีวิตของเราหรือเปลา หรือวาเรามัวแตสนใจกับแสงสวางของโลกนี้เทานั้น บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา โปรดใหลูกเปยมดวยแสงสวาง และหนทางของขาวดีแ หงพระอาณาจักรของพระองค โปรดทรงแสดงใหลูกรูจักการดําเนินชีวิต ดวยความสัมพันธที่ดีตอบรรดาพี่นองของลูก ทั้งในระดับใกลแ ละไกล ลูกวอนขอในพระนามของพระคริสตเจา องคพระเจาของลูกทั้งหลาย อาแมน.


©ºÑº·Õè 41 ( 7 - 13 µØÅÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ตอนรับกลับบาน

“นัยนตาของทานเปนสุข ที่มองเห็นสิ่งตางๆ ที่ทานเห็น” (ลูกา. 10:23)

ในพระวรสารที่เรานํามาพิจารณาในวันนี้ เปนเรื่องที่เกี่ยวกับการเฉลิมฉลอง เชนเดียวกับการ เฉลิมฉลองทีมฟุตบอลนานาชาติที่ไดรับรางวัลชนะเลิศ มีการเดินขบวนฉลองถวยรางวัลและทีมที่ชนะ อยางมโหฬาร แตในกรณีของพระเยซูเจา พระองคเพียงแตสงศิษยของพระองคเปนคูๆ เพื่อไปเทศน และทําการบําบัดรักษาโรคภัยไขเจ็บ ถือวาเปนการทดสอบของพระเยซูเจา เพื่อทรงชวยใหศิษยของ พระองคมีความมั่นใจในความสามารถของพวกเขา ที่จะกระทําพันธกิจของพระเจา โดยปราศจากการ ประทับอยูของพระเยซูเจากับพวกเขา พันธกิจนี้ประสบความสําเร็จมาก และสาวกทั้งเจ็ดสิบสองคน กลับมาเฉลิมฉลองกับพระเยซูเจา ในการเฉลิมฉลองนี้พระเยซูเจาทรงอธิษฐานภาวนา และในบท อธิษฐานภาวนานั้นทรงแสดงใหเห็นถึงความสําเร็จของบรรดาสาวกทั้งเจ็บสิบสองคน มิใชเพราะพวก เขามีความสามารถพิเศษอะไร แตเพราะพวกเขาไดรับเลือกโดยพระเยซูเจาใหเปนประจักษพยานใหแด พระเจาในพระองค พระเยซูเจาทรงเตือนสาวกของพระองควา มีผูที่มีความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิฤทธิ์ จํานวนมากในประวัติศาสตร ที่อยากจะเห็นและสัมผัสกับสิ่งที่พวกเขาไดเห็นและไดสัมผัส เปนเรื่องงายที่เราจะวาดภาพในใจวา พวกสาวกเหลานี้มีอะไรพิเศษ แตเราจะเห็นในพระ วรสารครั้งแลวครั้งเลาวา ไมมีอะไรพิเศษในพวกเขาเหลานี้เลย พวกเขาคือบุคคลธรรมดาที่ตอบสนอง การเรียกของพระเยซูเจา พระเยซูเจาทรงสามารถเลือกและใชพวกเรา ซึ่งเปนบุคคลธรรมดาสามัญ ดังที่พระองคทรงเลือกและใชศิษยของพระองค คําถามก็คือเราพรอมที่จะตอบสนองและรับใชพระองค หรือเปลา? บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเจา ไมนาเชื่อเลยวา พระองคทรงเลือกลูกใหเปนศิษยของพระองค แตพระองคทรงเลือกลูกจริงๆ โปรดทรงบันดาลใหลูกเหมาะสมกับการเลือกนี้ เพื่อลูกจะไดเจริญชีวิตเปนประจักษพยานถึงความรักของพระองค อาแมน.


©ºÑº·Õè 42 ( 14 - 20 µØÅÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. หนาที่เผยแพรสันติภาพ

“เราสงทานทั้งหลายไปดุจลูกแกะในฝูงสุนัขปา” (ลูกา. 10:3)

เมื่อป ค.ศ. 2000 โรงเรียนประถมนักบุญโยเซฟที่ฮารโร ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอนไดจัด “สวน สันติภาพ” ขึ้น นักเรียนที่จบชั้นประถมหกจะวาดภาพบนกอนหินรอบๆ สวน ที่แสดงใหเห็นถึงสัญลักษณแหง สันติภาพซึ่งรุนพี่วาดไว รุนนองก็มีโอกาสไดพิจารณาถึงวิธีการสรางสันติภาพเชน รูปนกพิราบ(สัญลักษณของ สันติภาพ) รุงซึ่งหมายถึงพันธสัญญากับบรรดาสิ่งสราง กางเขนหมายถึงพระเยซูเจา ผูทรงสรางสันติภาพและ สัญลักษณของการปลดอาวุธ นักบุญลูกาซึ่งเราฉลองในสัปดาหนี้(18 ตุลาคม) มีชื่อเสียงในการเปนองคอุปถัมภของบรรดาแพทย แตทาน มิใชองคอุปถัมภของศิลปน เพราะมีเรื่องเลาตอๆ กันมาวา นักบุญลูกาเปนศิลปนทานแรกที่วาดรูปพระนางพรหมจารี มารีย ทานเปนผูบันทึกพระวรสารทานเดียวที่จารึกเรื่องราวที่พระเยซูเจาทรงสงสาวกเจ็ดสิบสองคนออกไปประกาศ ขาวดี ธรรมทูตผูประกาศขาวดีไมตองไปแบกสัมภาระมากมาย เขาควรทักทายทุกคนดวยคําวา “สันติภาพ” เทานั้น เปนสันติภาพที่มีจุดมุงหมายแหงการทาทายขามชาติและศาสนา และอคติที่จะพบเห็นอยูมากมายในโลก ในพระวรสารของนักบุญลูกา เราจะเห็นวาทานเนนความรักเยี่ยงมนุษยของพระคริสตเจา พระองคทรงพระ เมตตาสงสารคนบาปและผูรับทุกขทรมาน ผูที่สังคมทอดทิ้งและผูที่ยากจน บทบาทของสตรีไดรับการเนนในพระวร สารของนักบุญลูกามากกวาพระวรสารอื่นๆ ขาวดีคือสิ่งที่เกี่ยวของกับความยุติธรรมและสันติภาพสําหรับมวลมนุษย และเราแตละคนไดรับการทาทายใหเปนผูสรางสันติภาพและเปนผูเยี่ยวยารักษาในโลกปจจุบัน บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา พระองคทรงเรียกใหนักบุญลูกาเปนศิลปน ผูบําบัดรักษาและเสริมสราง โปรดไดทรงประทานความรักและการริเริ่มเชนเดียวกันแกลูก เพื่อชวยโลกที่เปยมดวยบาดแผลของเรา และปาวประกาศความรัก สันติภาพ และความยุติธรรมดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 43 ( 21 - 27 µØÅÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. แมวไมอยู หนูราเริง

“ทานทั้งหลายจงเตรียมพรอมไว เพราะบุตรแหงมนุษยจะเสด็จมาในเวลาที่ทานมิไดคาดหมาย” (ลูกา. 12:40)

ชีวิตในครอบครัวที่ใหญอาจมีความสนุกสนาน สิ่งที่สนุกสนานสําหรับเด็กๆ ก็คือเมื่อคุณพอคุณ แมปดไฟและบอกใหทุกคนเขานอน พอคุณพอคุณแมเดินออกไปสักพักหนึ่งก็เริ่มมีความสนุกสนาน เชน การเลาเรื่องราวตางๆ รองเพลงคอยๆ ฯลฯ ดวยความไรเดียงสา เด็กๆ เชื่อวาคุณพอคุณแมไมรูวาพวก เขาทําอะไรกันบาง ซึ่งเปนจุดเริ่มตนของการประสานความรักซึ่งจะคงอยูตอไปตลอดชีวิต หลายป ตอมา ก็มีการเลาเรื่องที่เลากันในชวงนั้นและเสียงหัวเราะคอยๆ ซึ่งลวนเปนสิ่งที่เก็บรักษาไวในความ ทรงจําดวยความรัก เพราะเปนการแสดงออกของพี่ๆ นองๆ วาความรักเยี่ยงพี่เยี่ยงนองที่แทจริงนั้นคือ อะไร ในนิทานเปรียบเทียบของพระเยซูเจา เรื่องคนใชคนหนึ่งฉวยโอกาสกระทําสิ่งที่ไมเหมาะสม กับขาวของของเจานาย ซึ่งเขาคงไมกลาทําตอหนาเจานาย เพราะฉะนั้นเมื่อเจาของบานกลับมา เขาจึง ลงโทษคนงานแมจะไมรุนแรงนักก็ตาม เพราะเขากระทําสิ่งที่ไมเหมาะสม มีความแตกตางระหวางเสรีภาพและความเหมาะสม การที่เด็กๆ สนุกสนานกันในยามค่ําคืนนั้น เปนการกระชับความสัมพันธของพวกเขา คนใชที่ไมดีทําลายความไวเนื้อเชื่อใจ เราหลายคนคงจะไดรับ ความสนุกสนานจากการพักผอนที่ไมมีการควบคุมดูแล เราตองรับผิดชอบในเสรีภาพของเรา ใหเราถาม ตัวเราเองบอยๆ วา เราใชเวลาวางทําอะไรที่เปนประโยชนบางหรือเปลา? บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเจา โปรดทรงคุมครองดูแ ลและประทานพระพร แกครอบครัวของลูกและทุกคนที่ลูกรัก โปรดทรงบันดาลใหพวกลูกใกลชิดกับพระองคมากยิ่งขึ้น อาศัยความรักที่ลูกมีตอกันและกัน โปรดใหลูกไดใชเสรีภาพของลูก เพื่อใหลูกเปนบุคคลที่นาเคารพรักมากขึ้นเถิด อาแมน.


©ºÑº·Õè 44 ( 28 µØÅÒ¤Á - 3 ¾ÄȨԡÒ¹ 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. กระแสเรียกสูความครบครัน

“หญิงผูนี้เปนบุตรหญิงของอับราฮัม...ไมสมควรที่จะถูกแกจากพันธนาการนี้ในวันสับบาโตดวยหรือ” (ลูกา. 13:16)

ความเจริญกาวหนาในวงการแพทย ในชวงศตวรรษที่ผานมาไดทําใหชีวิตมนุษยเปลี่ยนแปลงไปมาก แทนการเปนโรคตอตาจะพาเราไปสูความเปนคนตาบอด บัดนี้มีการผาตัดที่รักษาใหหายได โดยใชเวลาเพียง หนึ่งชั่วโมง คนเปนจํานวนมากไดรับการตออายุของการใชตา และสามารถมองเห็นสิ่งที่คลุมเครือ จักษุแพทย สามารถผาตัดตอตางๆ ไดอยางรวดเร็วและดวยราคาที่ถูก พวกเขาสามารถเดินทางไปในแถบโลกที่หางไกล เพื่อชวยใหคนเปนจํานวนมากสามารถใชตาของพวกเขาไดตอไปอีกนาน ในยุคของพระเยซูเจา ผูคนโยนสถานภาพของหญิงชราที่ยืนตัวตรงไดวาเปนผลของจิตชั่วราย แพทย ในปจจุบันคงจะใหคําตอบคนละอยาง พระเยซูเจาทรงกระทําตามความรูทางดานแพทยในยุคของพระองค และทรงเห็นดวยวานางถูกปศาจสิงเปนเวลาหลายป การที่ทรงชวยใหนางไดรับสุขภาพที่ดีกลับคืนมา พระองค ทรงประทานเสรีภาพใหการดําเนินชีวิตตามปกติอีกครั้งหนึ่งใหแกนาง พวกฟาริสีที่มีหัวกฎหมายตองการให การบําบัดรักษานี้ถูกจํากัดในชวงเวลาและสถานที่ โดยที่พวกเขามองไมเห็นพระเมตตาของพระเยซูเจา พวกฟาริสีคิดวาพวกที่มีสุขภาพดีเปนผูศักดิ์สิทธิ์ แตอันที่จริงแลวหัวใจของพวกเขาเย็นชาและไรความเมตตา ความบอดฝายจิตวิญญาณของพวกเขา นาเวทนามากกวาคนพิการ เปนเหตุใหพวกเขามองไมเห็นคุณ ความดี และความงดงามรอบตัวพวกเขา พระเยซูเจาทรงเชิญใหเราเปดตามองเห็นความรักของพระองค ยืด อกดวยใจที่เปยมดวยความไววางใจ และแนใจวาพระองคประทับอยูกับเรา พระองคทรงเชิญใหเรารวมงาน เคียงขางกับพระองคในการบําบัดรักษาโลกของเราที่กําลังปวย โดยยื่นมือออกไปชวยเหลือผูอื่น สัมผัสหัวใจ เขาและนําเอาความบรรเทาใจและความชื่นชมยินดีเขามาแทนที่ความโศกเศรา บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา โปรดทรงเปดตาใหลูกมองเห็นพระองคในผูอื่น แมวาลูกจะไมเห็นดวยกับสิ่งที่เขาพูดและกระทํา โปรดอยาใหลูกปดหูไมรับฟงคําขอรองของพวกเขา ใหเขาใจและสงสารพวกเขา โปรดทรงใชมือและลิ้นของลูก เปนเครื่องมือแหงความรักของพระองคดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 45 ( 4 – 10 ¾ÄȨԡÒ¹ 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. เรียนรูการใชเงินทองใหถูกตอง

“ทานทั้งหลายจะปรนนิบัติรับใชพระเจาและเงินทองพรอมกันไมได” (ลูกา. 16:13)

ความยากจนบั่นทอนการเติบโตและความอยูดีกินดี ในฐานะที่เราเปนคริสตชน เราแตละคนไดรับกระแส เรียกใหกระทําทุกอยางที่เราสามารถทําได เพื่อบรรเทาเบาบางความอยุติธรรมในสังคม แตสิ่งที่ไมคอยเห็นไดชัดเจน นักก็คือ การมีความร่ํารวยเพิ่มมากขึ้น มิไดหมายความวาจะมีความสุขตามมา สําหรับผูยากจน การมีฐานะดีขึ้นมิได หมายความวาจะชวยใหชีวิตของเขาดีขึ้น แตเมื่อมนุษยร่ํารวยมากขึ้น มันมิไดหมายความวาเงินทองทําใหเขามี ความสุขมากขึ้น เงินทองเทานั้นไมสามารถทําใหใครมีความสุขได หากแตเขาตองมีเงินทองมากเพียงพอเพื่อจะไดสิ่งที่จําเปน ในการทําใหเขามีความสุข ผูที่ขัดสนจริงๆ จะไดรับรับความชวยเหลือมาก หากเขามีรายไดเพิ่มขึ้น สวนผูที่มีเงินทอง อยูแลว จะสบายขึ้นก็ตอเมื่อเขามีเงินทองมากขึ้น พระเยซูเจาทรงมีขอแนะนําที่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใครที่คิดวาการเปนคริสตชนเปนเรื่องที่เกี่ยวกับจิตวิญญาณ จะพบวาพระวรสารที่เรานํามาพิจารณานี้ยากที่จะเขาใจ เพราะเปนการบงชัดวา การเปนศิษยติดตามพระเยซูเจามี เรื่องเกี่ยวโยงกับเงินทอง เหนือสิ่งอื่นใดเราไดรับการสั่งสอนมิใหปรารถนาเงินทองเพียงเพราะมันเปนเงินทองเทานั้น หากแตเปนเครื่องมือที่มีประโยชนในการชวยเหลือผูอื่น และมีความเปนหากมันเปนสิ่งที่จะจัดหามาซึ่งความตองการ ที่แทจริงของเรา เราอาจจะถกเถียงกันเกี่ยวกับความตองการ “ที่แทจริง” ของเรา จึงตอสูเพื่อจะทราบไดวาเงินทองมากมาย เพียงใดจึงจะพอสําหรับเรา พระวรสารวันนี้เตือนเราวา นี่คือคําถามที่ศิษยของพระเยซูเจาตองตัดสินอยูตลอดเวลา พระเยซูเจาทรงมีพระประสงคจะใหเรามีความสุข มิใชร่ํารวย

บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเยซูเจา โปรดทรงนําทางใหลูกมีความไววางใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อลูกจะไดรอดพนจากความหวงใย และความโลภในเรื่องทรัพยสินเงินทอง โปรดใหลูกมีใจกวางขวาง ในอันที่จะแบงปนสิ่งที่ลูกไดรับกับผูที่ขัดสนดวยวิธีนี้ โปรดใหลูกเปนผูรับใชที่แ ทจริงในพระอาณาจักร อาแมน.


©ºÑº·Õè 46 ( 11 - 12 ¾ÄȨԡÒ¹ 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ความเอื้อเฟอแบบคริสตชน

“เพื่อนรัก ทานทํางานอยางซื่อสัตย โดยชวยเหลือพี่นองแปลกหนาเหลานี้” (3 ยอหน. 5)

พลังอันยิ่งใหญของพระศาสนจักรก็คือการแพรธรรม สมาชิกคณะนักบวชทั้งหญิงและชายได สละบานเกิดเมืองนอนของตน ไปเผยแพรความจริงและคุณคาแหงพระวรสารในทามกลางผูที่ไมเคยได ยินอะไรเกี่ยวกับพระคริสตเจามากอน บรรดาธรรมทูตเหลานี้พึ่งพาอาศัยความชวยเหลือจากคริสตชน ใจศรัทธาผูมีใจกวางขวาง ซึ่งบรรดาธรรมทูตเหลานี้อาจจะไมเคยไดพบปะ เยาวชนผูมีพรสวรรคเปน จํานวนมากก็ไดอุทิศชีวิตจิตใจดวยการแบงปนเงินทองและความรูกับผูที่ไมมีโอกาสเชนเดียวกับพวกเขา ในบทจดหมายฉบับที่สามของนักบุญยอหน ทานเตือนเราวาการแพรธรรมดังกลาวเริ่มมาตั้งแต สมัยเริ่มตนของพระศาสนจักร กายอัสผูไดรับพระพรนี้ แสดงความชื่นชมและขอบคุณที่ทานไดรับความ ชวยเหลือจากผูเผยแพรพระวรสาร กายอัสอยูใกลชิดกับผูแพรธรรมเหลานี้ แมทานจะเปนคนแปลกหนา แตทานก็ไดรับการตอนรับจากคริสตชนเปนอยางดี ในโลกปจจุบันของเรา อันตรายที่เราตองเผชิญอยูเสมอก็คือ เราอาจจะเปนผูที่คิดถึงตัวเอง ผูที่ เห็นแกตัว และบางครั้งเราอาจจะไมสนใจกับสิ่งที่ไมเอื้อประโยชนใหแกเรา ขอใหเรามองดูคริสตชนรุน แรกดวยการเลียนแบบความมีน้ําใจดี การตอนรับคนแปลกหนา ชวยเหลือผูที่ขัดสน เพื่อครอบครัวคริ สตชนของเราจะไดเจริญเติบโตในการประกอบคุณงามความดี ในโลกที่ทาทายใหเรากระทําความดีและ พิสูจนใหเขาเห็นวา ศิษยที่แทจริงของพระคริสตเจาจะตองปฏิบัติตนอยางไร บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเจา ขอใหหมูคณะของพวกลูกเปนศูนยกลางแหงการตอนรับ และใหความชวยเหลือแกบรรดาผูที่อุทิศตนในการเผยแพร และรับใชพระวรสาร ขอใหพวกเขาไดรับความปรารถนาดี และไดรับความรวมมือจากพวกลูก โดยเฉพาะในยามทุกขยากลําบาก ลูกวอนขอในพระนามพระคริสตเจา พระเจาของลูกทั้งหลาย อาแมน.


©ºÑº·Õè 47 ( 18 - 24 ¾ÄȨԡÒ¹ 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. เปนประจักษพยานถึงความจริง

“มีผูบอกขาพเจาวา ทานตองประกาศพระวาจาอีก” (วิวรณ. 10:11)

ในชวงศตวรรษที่สิบเกา มีชวงหนึ่งที่คริสตชนในเวียดนามถูกเบียดเบียนอยางมาก หลายคนเปนมรณ ะสักขี ดวยการรับทรมานอันแสนสาหัส มีนักบวชหนุมคณะดอมีนิกกันชาวสเปนทานหนึ่งชื่อเปโดร อัสมาโต รูวาทานจะถูก ฆาแน จึงไดเขียนจดหมายลาที่นาประทับใจมากถึงบิดาของทาน ทานทราบดีวาการเปนประจักษพยานใหองคพระ คริสตเจาของทานจําเปนและเจ็บปวด แตก็มีแงมุมที่ใหความบรรเทาใจแกทาน ทานจึงเขียนไววา “อยารองไห แต ขอใหรวมยินดีกับความสุขที่ลูกจะไดรับ” ในหนังสือพระธรรมวิวรณบทที่หา มีการกลาวถึงการตัดสินอันนาหวาดกลัวของพระเจาแกโลกซึ่งไมยอม กลับใจ ในทามกลางความทุกขทรมาน นักบุญยอหนไดรับมวนกระดาษใหทานไปกิน สิ่งนี้มีความหมายอยางไร? ความหมายก็คือ ถึงเวรของทานที่จะแสดงบทบาทของทานในแผนการของพระเจา ทานจะตองทํานายใหกับชาวโลก และกอนอื่นทานจะตองใหสาสนนี้อยูในตัวของทานกอน ซึ่งก็มีรสชาดหวานจัด เพราะเปนความจริงของพระเจา แตก็ มีรสเปรี้ยวในทองของทาน เพราะสาสนนี้กอใหเกิดการตอตาน นักบุญยอหนเหมือนกับประกาศกเอเสคีแอล ทาน ทราบดีวาการเปนประจักษพยานใหแกพระเจาตอหนาผูที่ไมเปนมิตร ยอมมีทั้งความสุขและความทรมาน เราอาจจะไมตองเผชิญหนากับการถูกเบียดเบียนเพราะความเชื่อของเรา แตก็จะมีบางเวลาที่เราจะไดรับ เชิญใหเปนประจักษพยานใหแดพระคริสตเจา ใหกลาวประณามคุณคาที่ผิดในสังคมของเราซึ่งอาจเปนความโลภ การ ปฏิเสธศักดิ์ศรีของชีวิตในการทําแทง หรือการฆาอยางไมเจ็บปวด หรือไมสนใจกับผูที่ยากจน พระวรสารคือความ จริงที่นํามาซึ่งความชื่นชมยินดี แตเมื่อเรานําไปปฏิบัติในชีวิต อาจมีผลตอบแทนที่ขมขื่น บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา พระองคทรงเรียกใหศิษ ยของพระองค เปนประจักษพยานใหแ กพระวรสาร โปรดทรงประทานความชื่นชมยินดีใหแ กลูก ที่ไดมีสวนในพระพันธกิจของพระองค และความกลาหาญที่จะเผชิญกับศัตรู ผูที่ตอตานสาสนแ หงความรักของพระองค อาแมน.


©ºÑº·Õè 48 ( 25 ¾ÄȨԡÒ¹ - 1 ¸Ñ¹ÇÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. การเก็บเกี่ยวครั้งสุดทาย

“เวลาเก็บเกี่ยวมาถึงแลว” (วิวรณ. 14:15)

สีสันของชุดที่เราใชในพิธีบูชาขอบพระคุณนั้นมีความสําคัญ หลังพระสังคายนาวาติกันที่ 2 ในพิธีบูชา ขอบพระคุณสําหรับผูลวงลับ สีดําที่นาโศกเศราเปลี่ยนเปนสีขาว ซึ่งเปนสัญลักษณของชัยชนะแหงการกลับคืนชีพ เปนสิ่งที่ดีที่ เราเนนถึงแสงสวางแหงการกลับคืนชีพ แตก็นับวามีความจําเปนที่เราจะตองไมหลงลืมความมืดมนแหง การถูกตรึงกางเขนของพระเยซูเจา จําเปนที่เราจะตองมีทั้งสอง แตหากไมใหความสนใจกับความโศกเศราแหงความ ตาย เราอาจจะหลงลืมการพิพากษาครั้งสุดทายก็ได บทอานจากพระธรรมวิวรณที่เรานํามาพิจารณาในวันนี้ กลาวถึงการเก็บเกี่ยวครั้งสุดทาย กลาวถึงการมา รวมตัวกันของผูที่รอดพน แตก็กลาวถึงการตัดสินผูที่ดื้อรั้นในความชั่วของตน และไมยอมกลับใจ พวกเขาจะตอง เผชิญกับ “พระพิโรธของพระเจา” บางคนไมเห็นดวยกับวิธีเขียนหนังสือพระธรรมวิวรณ เพราะมีการใชภาษาเกี่ยวกับสงครามและความรุนแรง แตอันที่จริงแลวเปนการกลาวถึงความจริงที่ยังอยูในโลกของเรา หากเราไมยอมเผชิญกับความจริงที่รุนแรงเหลานี้ เราก็จะไมสํานึกถึงขอบเขตแหงชัยชนะของพระคริสตเจา หนังสือพระธรรมวิวรณจะเปนอันตรายก็ตอเมื่อเรามองดู การกลาวถึงสัญลักษณตางๆ ตรงตามตัวอักษรและนําไปใชเพื่อไปทํานายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันสิ้นพิภพ วาจะมีอะไร เกิดขึ้น ภาษาที่มีชีวิตชีวาเกี่ยวกับสงคราม เปนวิธีกลาวถึงสัญลักษณของสงครามระหวางพระเจากับพลังแหงความ ชั่ว แตมิไดเปนการปลุกระดมใหคริสตชนหยิบอาวุธขึ้นตอสูกับศัตรู พระคริสตเจาทรงมีชัยชนะดวยการนอมรับความ รุนแรงแหงไมกางเขน พระองคจึงทรงมีชัยชนะตอความตาย ดวยการกลับคืนพระชนมของพระองค

บทอธิษฐานภาวนา ขาแตพระเยซูเจา พระองคทรงไถบาปของลูกดวยการนอมรับ ความเจ็บปวดแหงความจริงของความรุนแรงในโลกนี้บนไมกางเขน แลวทรงมีชัยชนะ เดชะการกลับคืนพระชนมของพระองค โปรดทรงบันดาลใหลูกนอมรับความจริงเกี่ยวกับความชั่วทั้งหลาย และโปรดทรงชวยใหพวกลูกไดรับชัยชนะ เดชะพระอานุภาพอันยิ่งใหญของพระองคดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 49 ( 2 - 8 ¸Ñ¹ÇÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. เสียงนอยๆ ที่คอยและสงบ

“นัยนตาของทานเปนสุข ที่มองเห็นสิ่งตางๆ ที่ทานเห็น” (ลูกา. 10:23)

สภาภิบาลวัดแหงหนึ่งจัดกิจกรรมเพื่อหาทุนสําหรับกิจกรรมของวัด เมื่อเลขาธิการประกาศโปรแกรมกอนจบ พิธีบูชาขอบพระคุณ เขากลาววาทางคณะกรรมการสภาภิบาลวัดตัดสินใจจัดใหมีกิจกรรมที่แปลกใหมในโอกาสนี้ กิจกรรมดังกลาวก็คือการประกาศวัดที่เงียบ ปราศจากเสียงของเด็กๆ ผูใหญที่นั่งอยูในวัดตางหัวเราะ เลขาธิการ อธิบายวา โครงการนี้ขึ้นอยูกับเด็กๆ วาจะเงียบไดเปนเวลานานเทาไร เชน ครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง ฯลฯ ผูปกครอง บางคนคิดในใจวา ถาเงียบไดสักหานาทีก็นับวาสุดๆ แลว และเด็กๆ ก็ตอบสนองโครงการที่ทาทายพวกเขาใน โครงการนี้เปนอยางดี เปนที่นาประทับใจผูใหญมาก เหตุการณในพระวรสารที่เรานํามาพิจารณาในวันนี้ เกิดขึ้นเมื่อสาวกทั้งเจ็ดสิบสองคนกลับมาหลังจากการ ผจญภัยของพวกเขา กลาวคือการออกไปประกาศขาวดี และรักษาคนที่เจ็บปวย นักบุญลูกากลาววา พระเยซูเจาทรง เปยมดวยความปติยินดี เดชะพระจิตเจา บางทีเราอาจจะคุนเคยกับคําอธิษฐานภาวนาตอพระบิดาของพระองค ใน ยามที่ทรงทุกขทรมาน แตโอกาสนี้เปนโอกาสที่นาชื่นชมยินดีลวนๆ เราอาจจะวาดภาพพระเยซูเจาทรงยิ้มกับพวก สาวก สงความยินดีไปยังพวกเขา พวกเขาไดรับการจูงใจใหรักพระบิดา พระบุตร และพระจิต ซึ่งพวกเขาสัมผัสใน องคพระคริสตเจา พระเยซูเจาทรงชื่นชมในความเชื่อเยี่ยงเด็กๆ ของพวกเขา ซึ่งผูที่ชอบพิธีรีตองคงไมเขาใจ บางทีสําหรับพวกเราหลายคน คําอธิษฐานภาวนาของเราสวนมากจะเกี่ยวกับตัวเราและสิ่งที่เราตองการ และบางทีดวยเหตุผลที่เรากําลังวุนวายใจ เราอาจจะไมสังเกตวา การอยูเงียบๆ เปนสิ่งที่ทําไดยาก ไมเพียงแตหยุด พูด แตการบังคับใจใหสงบ เมื่อใจเราสงบ เราจึงจะไดยินพระวาจาของพระเยซูเจา และมีสวนในความยินดีของ พระองค บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระจิตเจา พวกลูกแกตัวดวยเหตุผลที่วา เหตุใด ลูกจึงกระวนกระวายใจตลอดเวลา โปรดใหลูกจัดระเบียบการอธิษ ฐานภาวนาของลูก เพื่อลูกจะไดพบกับความสงบ โปรดทรงบันดาลใหพวกลูกเหมือนกับพระเยซูเจา ที่พระองคทรงแสวงหาที่เงียบสงบ เพื่ออธิษ ฐานภาวนา แมในชวงที่ประชาชนหอมลอมพระองค โปรดทรงประทานความสงบของพระองคใหแ กลูกดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 50 ( 9 – 15 ¸Ñ¹ÇÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. เลือกฟง

“เราจะเปรียบคนยุคนี้กับสิ่งใด” (มัทธิว. 11:16)

ในความสัมพันธอันใกลชิดเชนในครอบครัว นับวาเปนสิ่งที่สําคัญและเฉลียวฉลาดที่จะทําตัวเราใหมีเวลาและ พรอมที่จะรับฟงผูอื่นดวยความเต็มใจ แตบางเวลาเรามักจะเลือกรับฟงเฉพาะสิ่งที่เราอยากไดยินมากกวา ในบทอานจากพระคัมภีรที่เรานํามาพิจารณาในวันนี้ เราพอจะเห็นไดถึง “การเลือกฟงที่เราอยากฟง” ความสุขและพระพรอันประเสริฐมากมายที่พระเจาทรงปรารถนาจะมอบใหกับประชากรของพระองคนั้น มักจะพบได ในทามกลางความทุกขยาก ความหมดหวัง และการตกเปนทาสของความรูสึก เหตุผลที่แผนการของพระเจาถูก เบี่ยงเบนไปก็เนื่องมาจากการไรความเชื่อ ในพระสัญญาที่พระเจาทรงใหไวในชวงเวลาประวัติศาสตรแหงความรอด พน ขอใหเรารับฟงพระองคบาง ในพระวรสาร พระเยซูเจาทรงเปรียบเทียบประชากรในยุคสมัยของพระองคที่ ปฏิเสธทั้งยอหน บัปติสตและพระองคเอง เสมือนเด็กๆ ที่เอาแตใจตนเอง ซึ่งยากที่จะเอาใจได พวกเขาอาจไมฟง อยางสนใจเพียงพอถึงพระสัญญาของพระเจา หรือพวกเขาอาจไดยิน แตเปนสิ่งที่ทาทายเกินไปสําหรับพวกเขา และ เขาจึงตัดสินใจไมเปลี่ยนแปลงชีวิต เพื่อจะไดพบกับพระสัญญาที่พระเจาทรงใหไวกับพวกเขา ในชีวิตของเราเอง เราอาจรูสึกลําบากใจที่จะรับวาพระเยซูเจาตรัสกับเรา เมื่อพระองคตรัสกับสาวกใน พระวรสาร หากเรานอมรับความจริงขอนี้ พระวาจาของพระองคจะทาทายเรา เราจะรูสึกวาพระวาจาของพระองค เรียกรองการตอบรับจากเรา มากเกินกวาที่เราจะใหความสนใจได บางครั้งเราอาจจะไมปรารถนาที่จะรับฟงพระเจา เหมือนกับประชาชนบางคนในสมัยของพระเยซูเจา เราพยายามหาขอแกตัว เพื่อปดใจไมรับฟงพระสัญญาอันนํามา ซึ่งความรอดพนของพระเจา ขอใหเราพยายามรับฟงพระดํารัสของพระเจา ซึ่งตรัสกับเราตลอดไปเถิด แลวเราก็จะ ไดชื่อวาเปนผูมีบุญอยางแทจริง บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระบิดาเจา โปรดทรงชวยใหลูกสนใจฟงพระสุรเสียงของพระองค และพระสัญญาที่จะทรงประทานความรอดพน อันเปยมดวยความรักของพระองคใหแ กลูก โดยผานทางพระเยซูคริสตเจา พระบุตรของพระองค โปรดทรงประทานพลังใหลูกเปนทุกขถึงบาป และนอมรับพระหรรษทานซึ่งพระองคพรอมที่จะทรงประทานใหแ กลูก เพื่อลูกจะไดใกลชิดกับพระองคอีกครั้งหนึ่ง อาแมน.


©ºÑº·Õè 51 ( 16 – 22 ¸Ñ¹ÇÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ชื่อนั้นยอมมีความสําคัญ

“เขาจะเรียกพระนามของพระองควา ‘อิมมานูแอล’ ซึ่งแปลวา ‘พระเจาสถิตอยูกับเรา’” (มัทธิว. 1:23)

การตั้งชื่อเด็กนั้นนับวามีความสําคัญ กอนที่เด็กจะเกิดมา พอแมและญาติพี่นองปรึกษากันวาจะตั้งชื่อเด็กวา อะไร ในบางแหงชื่อของเด็กจะเปนชื่อของคนในครอบครัว อาจเปนเพราะวาพวกเขาปรารถนาใหคุณสมบัติที่ดีงาม ของบุคคลผูนั้นไดรับการถายทอดไปสูเด็กที่จะเกิด บางแหงชื่อนั้นตองมีความหมายพิเศษ มีหนังสือที่บันทึกชื่อตางๆ ไวมากมาย ทั้งคําอธิบายถึงที่มาและคุณสมบัติของแตละชื่อ พระวรสารที่เรานํามาพิจารณาในวันนี้ มีสองชื่อที่ตั้งไวสําหรับทารกที่กําลังจะบังเกิดคือ “เยซู” ซึ่ง หมายความวา “พระเจาคือองคความรอด” และ “อิมมานูแ อล” ซึ่งหมายความวา “พระเจาสถิตอยูกับเรา” เชนเดียวกับโยเซฟ เราไดรับคําบอกเลาวา ทารกที่จะบังเกิดมา แมวาจะเปนมนุษยอยางครบครัน เปนการบังเกิดมา เปนมนุษยขององคพระผูเปนเจา พระเยซูเจาทรงเปนมนุษยแทและพระเจาแท พระกุมารองคนี้จะทรงเปนพระเจา ครึ่งหนึ่งและมนุษยอีกครึ่งหนึ่ง พระองคเสด็จมาเพื่อเปนพระเจาแทและมนุษยแท สิ่งทาทายและเกียรติอันสูงสง ของโยเซฟคือ การเปนบิดาในโลกนี้ขององคพระบุตรของพระเจา ทานมีหนาที่ที่จะตองนําทาง หลอหลอม และสั่ง สอนพระองค และรวมมือกับพระมารดามารียในการปกปอง รัก และเลี้ยงดูพระองค ใครคือผูที่พระเจาทรงฝากฝงใหฉันดูแลในวันนี้? เชนเดียวกับโยเซฟ เราไดรับการทาทายใหชวยเหลือผูอื่นที่ ตองการการดูแล โดยเชื่อดังที่พระเยซูเจาทรงสอนตอมาวา สิ่งใดที่ทานกระทําแกพี่นองชายหญิงของทาน ทานก็ทํา ตอพระองคเอง เราไดรับเชิญใหเปนผูมีเกียรติและใจกวางขวาง และใหมองเห็นพระเจาในมนุษยทุกคน ชีวิตสวน ใหญของโยเซฟก็คือการดําเนินชีวิตดวยการกระทําสิ่งธรรมดาสามัญในแตละวัน และเราก็เชนเดียวกัน นี่คือการ ดําเนินชีวิตแหงความเชื่อของเรา กลาวคือการกระทําสิ่งธรรมดาๆ ทุกวันตลอดชีวิตของเรา บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตพระเจา โปรดทรงชวยใหลูกมองเห็นวา ลูกรับใชพระองคในชีวิตประจําวันของลูก โปรดใหลูกเปยมดวยพระจิตเจา เพื่อลูกจะไดกระทํากับทุกคนดวยความเมตตาและดวยน้ําใจดี โปรดทรงประทับอยูกับผูมีความเจ็บปวดในชีวิต โปรดทรงนําทางชีวิตของพวกเขา ดังที่พระองคทรงนําทางโยเซฟในยามฉุกเฉินตางๆ ดวยเทอญ อาแมน.


©ºÑº·Õè 52 ( 23 – 29 ¸Ñ¹ÇÒ¤Á 2012 ) โดย..¾ÃÐÊѧ¦ÃÒªÂÍϪ ÂÍ´ ¾ÔÁ¾ÔÊÒÃ, C.Ss.R. ของขวัญจากพระเจา

“พระวจนาถตทรงรับธรรมชาติมนุษย และเสด็จมาประทับอยูทามกลางเรา เราไดเห็นพระสิริรุงโรจนของพระเจา” (ยอหน. 1:14)

เรื่องราวเกี่ยวกับพระคริสตสมภพนับวาเปนเรื่องที่ยิ่งใหญ และไดดลใจศิลปนหลายทานในยุคสมัยตางๆ ให วาดเปนภาพ แตงเปนเพลงและสรางเปนภาพยนตรและละครมากมายหลายเรื่อง พวกเด็กๆ ชอบแสดงในละคร เกี่ยวกับเรื่องราวของพระคริสตสมภพ โดยสวมบทบาทตางๆ พวกเขาชอบมีสวนในการแสดงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดวย ความตื่นเตน แตในมิสซาที่สาม ซึ่งเปนมิสซาสุดทายของวันพระคริสตสมภพ นักบุญยอหนนําเรายอนกลับไปถึงยุคกอน สรางโลก ทานเนนวา แมในชวงนั้น พระคริสตเจาก็ทรงพระชนมและกระทําพันธกิจขององคพระบุตรเฉพาะพระ พักตรพระบิดา พระบุตรพระองคนี้เสด็จเขามาในโลกเปนแสงสวางและชีวิตของโลก พระบุตรทรงรับเอากายเปน มนุษยเหมือนเราทุกอยางเวนแตบาป พระองคเสด็จมาประทับอยูทามกลางประชากรของพระองค แตนาเสียดายที่ ประชากรของพระองคเองกลับปฏิเสธพระองค พวกเขาไมทราบวาพระองคคือองคพระวจนาถต ที่พระเจาพระบิดา ทรงเผยแสดงใหเราไดเห็น แตเรื่องราวมิไดจบลงเพียงเทานี้ เหตุวาเมื่อพระองคเสด็จมา ยอหน บัปติสตเปนประจักษพยานถึงพระองค และบัดนี้พระคริสตเจาองคพระบุตรไดเสด็จกลับไปหาพระบิดาแลว กลุมคริสตชนเปนประจักษพยานวาพวกเขาได เห็นพระสิริรุงโรจนของพระเจาตอไป เมื่อพระเยซูเจาตรัสกับหญิงชาวสะมาเรีย พระองคทรงประกาศวา “หากเจา เพียงแตรูจักพระพรของพระเจา” แตละปพระองคก็ตรัสเชนเดียวกับเรา เมื่อเราฉลองพระคริสตสมภพ พระสิริ รุงโรจนของพระองคอยูที่นั่น ใหเราไดเห็นสืบตอไป บทอธิษ ฐานภาวนา ขาแตองคพระผูเปนเจา ในชวงเวลาที่พระองคประทับอยูกับลูกในโลกนี้ พระองคทรงรักษาคนตาบอดและคนใบ ในเทศกาลพระคริสตสมภพนี้ โปรดใหลูกมีตาที่มองเห็น และหูที่ไดยินความจริง ซึ่งอยูเบื้องหลังเรื่องราวเกี่ยวกับพระคริสตสมภพ เพื่อลูกจะไดเปนประจักษพยานถึง พระคุณความดีของพระเจาในเรื่องนี้ดวยเถิด อาแมน.


ข้อคิดสะกิดใจ ประจำปี 2012/2555  

โดย พระสังฆราชยอร์ช ยอด พิมพิสาร, C.Ss.R. พระสังฆราชกิตติคุณ

Advertisement