ข้อคิดยามเช้า ประจำเดือน มีนาคม 2014

Page 1


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 1 มีนาคม ค.ศ.2014 นักบุญเปาโลชี้ใหเห็นวาเราแตละคนเปน “หนี้ความรักซึ่งกันและกัน” (รม 13:8) ความรักแทไมไดหมายความวาเราตองตามใจคนที่เรารักทุก อยาง ความรักแทตองกลาพูดวากลาวตักเตือน ถาคนที่เรารักกําลังหลงผิด หรือออกนอกลูนอกทาง ถาปลอยใหทําทุกอยางตามอําเภอใจโดยไมคํานึงถึง ผลเสียที่จะตามมา เพราะกลัววาเขาจะเสียใจหรือเพราะไมอยากขัดใจเขา สิ่ง นี้ตางหากที่แสดงวาเราไมไดรักเขาจริง ทุกครั้งที่เรามารวมมิสซา เราจะสวด “บทขาแตพระบิดา”ซึ่งพระเยซูเจาทรงสอนเราวอนขอพระเจาเพื่อให “พระ อาณาจักรจงมาถึง” (มธ 6:10) อยางไรก็ตาม เราตองไมทําเพียงแควอนขอ พระเจาเทานั้น แตเราตองทํางานเพื่อใหพระอาณาจักรนี้ ซึ่งเปนอาณาจักรแหงสันติสุข ความรัก และความเปนน้ําหนึ่งใจ เดียวกันกลายเปนความจริงดวย นี่คือเหตุผลที่พระเยซูเจาทรงกําชับศิษยทุกคนของพระองค รวมทั้งเราทุกคนดวยวาเราตอง พยายามตักเตือนซึ่งกันและกัน เพื่อทุกคนจะสามารถคืนดีกันได ในฐานะมนุษยคนหนึ่ง ไมมีใครสมบูรณพรอมทุกอยาง เราทุก คนมีความออนแอและความบกพรองดวยกันทั้งนั้น ดังนั้น การตักเตือนซึ่งกันและกันเปนสิ่งจําเปน เพราะเราแตละคนมีหนาที่ รับผิดชอบดูแลเอาใจใสซึ่งกันและกัน เราจึงควรตักเตือนกันดวยความสุภาพถอมตนและดวยแรงจูงใจที่ถูกตอง นั่นคือ เราตอง ทําเพื่อคงไวซึ่งเอกภาพและความรักในพระศาสนจักรของเรา เราตองคํานึงถึงกาลเทศะ ดวยวิธีการ เทคนิค น้ําเสียง และสี หนาทาทาง ลวนเปนสิ่งสําคัญที่จะชวยใหการตักเตือนบรรลุเปาประสงคไดเหนือสิ่งอื่นใดเราตองไมลืมกฎทองที่วา“ทานอยาก ใหเขาทํากับทานอยางไร ก็จงทํากับเขาอยางนั้นเถิด” (มธ 7:12) จงตักเตือนลูกหลานญาติพี่นอง สามีหรือภรรยา เพื่อนบาน หรือผูรวมงานของทาน เหมือนอยางที่ทานตองการใหเขาหรือเธอตักเตือนทานเมื่อทานทําผิด เวลาที่เราตองชี้ใหคนอื่นเห็น ความผิดของเขา เราไมควรเนนวาความผิดนั้นทําใหเราเสียใจหรือมีผลกระทบตอเราโดยตรง แตเราควรชี้ใหเขาเห็นวาสิ่งที่เขา ทํานั้นผิดตอความรักที่เขามีตอพระเจาและเพื่อนพี่นองของเขา และเปนสิ่งที่ทําใหพระเจาทรงขัดเคืองพระทัยมากกวาการ ตักเตือนซึ่งกันและกันไมใชเรื่องงาย มันเรียกรองความสุภาพถอมตนทั้งจากผูตักเตือนและผูถูกตักเตือน ใหเราวอนขอพระ หรรษทานจากพระเจาเพื่อวาเราจะมีความกลาหาญในการตักเตือนเพื่อนพี่นองที่หลงผิดและเพื่อวาเราแตละคนจะมีความ สุภาพถอมตนเพียงพอที่จะยอมรับการตักเตือนจากทุกคนที่อยูรอบขางเรา

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 2 มีนาคม ค.ศ.2014 พระวรสารวันนี้เปนตอนที่ทาทายวิถีทางในการดําเนินชีวิตของคนหลาย คน ในโลกที่พัฒนาแลวและกําลังพัฒนา โดยเฉพาะอยางยิ่งคนที่อาศัยอยู ในตัวเมืองที่มีแหลงทํามาหากินมากมายและสิ่งอํานวยความสะดวก ครบถวน .พระเยซูเจาทรงพูดตรงและแรง “ทานทั้งหลายจะปรนนิบัติรับ ใชพระเจาและเงินทองพรอมกันไมได” (มธ 6:24) การพูดเชนนี้ไมได หมายความวาพระองคทรงกําลังวิพากษวิจารณวาเงินทองเปนสิ่งที่ไมดี และเราไมควรมีสิ่งเหลานี้ เราตองเขาใจวาเงินทองในตัวมันเองเปนสิ่งที่ ดี เปนพระพรอยางหนึ่งของพระเจา แตสิ่งที่เปนปญหาคือทาทีของเราที่มี ตอสิ่งเหลานี้ตางหาก เราลุมหลงในสิ่งนอกกายเหลานี้และชีวิตของเราถูกควบคุมโดยพวกมันหรือตกเปนทาสของพวก มันหรือเปลา? ที่รายไปกวานั้นก็คือ เราหวงแหนพวกมันมากจนกระทั่งไมสามารถแบงปนใหกับผูที่เดือนรอนและ จําเปนตองใชพวกมันมากกวาเราหรือไม? คนร่ํารวยและพวกวัตถุนิยมบางคนพูดวา ถาเรามีเงินและอํานาจ เรา สามารถควบคุมชีวิตของเราเอง เราจะรูสึกปลอดภัยและไมตองการความชวยเหลือจากคนอื่น แมแตจากพระเจา แตในพระวรสารวันนี้พระเยซูเจาทรงสอนเราวาความปลอดภัยที่แทจริงเพียงอยางเดียวคือ การไววางใจอยางสิ้นเชิงใน ความรักของพระเจาที่มีตอเราแตละคน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 3 มีนาคม ค.ศ.2014 เงินทองเปนเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนอยางหนึ่งที่ชวยเราใหสามารถจัดหาสิ่งที่ จําเปนสําหรับชีวิตประจําวันของเราได ปญหาจะเริ่มขึ้นเมื่อเงินทองกลายเปน เปาหมายในการดําเนินชีวิตของเรา โดยธรรมชาติแลว ทุกคนตองการเปนคนร่ํารวย และมีฐานะดีดวยกันทั้งนั้น ถาเราร่ํารวยและรูจักเพียงพอก็ดีไป แตหลายคนไมไดเปน เชนนั้น ยิ่งร่ํารวย ก็ยิ่งอยากจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ อยางไมมีวันสิ้นสุดและใชทุกวิถีทาง ที่จะทําใหไดสิ่งที่ตนเองปรารถนา ทั้ง ๆ ที่รูดีวาเมื่อตายไปแลว ก็ไมสามารถเอาอะไร ติดตัวไปแมแตสตางคเดียว เมื่อวาระสุดทายของชีวิตมาถึง อะไรคือสิ่งที่เราตองการนําติดตัวไปดวย? และอะไรคือสิ่งที่ เราตองการทิ้งไวเบื้องหลัง? เราตองการตายอยางโดดเดี่ยวและไรคนเศราโศกเสียใจ เพราะเราไดโกงหรือเอารัดเอา เปรียบคนไวมาก หรือวาเราตองการตายแบบคุณแมเทเรซาแหงกัลกัตตาหรือทานมหาตมะคานธี ผูซึ่งอุทิศตนเพื่อคน อื่นและมีผูคนมากมายนับลาน ๆ ทั่วโลก หลั่งไหลมารวมพิธีปลงศพ?พระเยซูเจาทรงเชิญชวนใหพิจารณาไตรตรอง เกี่ยวกับสิ่งที่มีคุณคามากที่สุดในชีวิตของเรา สิ่งนั้นเปนสิ่งที่เราตองการ“มี” หรือสิ่งที่เราตองการ“เปน”มากที่สุดหรือ เปลา? ความร่ํารวยเปนสิ่งเดียวที่เราตองการหรือไม? ยังมีสิ่งอื่นที่มีคุณคามากกวาหรือเปลา เชน ความสุข สันติภาพ อิสรภาพ เพื่อนแท และครอบครัวที่อบอุน? เงินทองสามารถเปนหลักประกันสําหรับสิ่งตาง ๆ เหลานี้หรือไม? หากเรา ไมมีเงินทองเราสามารถมีสิ่งตาง ๆ เหลานี้หรือเปลา? เงินทองสามารถซื้อไดทุกสิ่งหรือแกปญหาไดทุกอยางหรือไม? นี่ คือความหมายที่อยูเบื้องหลังคําพูดของพระเยซูเจาในพระวรสาร“ทานทั้งหลายจะปรนนิบัติรับใชพระเจาและเงินทอง พรอมกันไมได” (มธ 6:24) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราช ยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม ค.ศ.2014 คริสตชนประเภทวัตถุนิยมอาจปฏิบัติศาสนาไดเพียงผิวเผิน แตเขาไมสามารถ เปนคริสตชนที่อุทิศตนทั้งครบแดพระเจาได เพราะสิ่งสําคัญที่สุดและศูนยกลาง ชีวิตของเขาไมใชพระเจา แตเปนเงินทอง วัตถุสิ่งของหลายอยางเปนสิ่งที่จําเปน และขาดไมไดในการดําเนินชีวิต ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีสิ่งตาง ๆ เหลานี้ แตเมื่อเรามี แลว เราตองระมัดระวังในการใช เราตองใชสิ่งเหลานี้ไมใชเพื่อตัวเราเอง เทานั้น แตเพื่อรักและรับใชพระเจาและเพื่อนมนุษยคนอื่นดวย นอกจากทาทีที่ ถูกตองตอเงินทองแลว พระเยซูเจายังทรงเรียกรองใหเรามีความมั่นใจและ ไววางใจในการดูแลเอาใจใสของพระเจาดวย ประกาศกอิสยาหพูดถึงชาว อิสราเอลที่รูสึกวาพวกเขาถูกพระเจาทอดทิ้งและถูกลืม คําตอบที่ไดรับจากพระเจาก็คือ “หญิงคนหนึ่งจะลืมบุตรที่ยังกิน นม และจะไมสงสารบุตรที่เกิดจากครรภของนางไดหรือ แมหญิงเหลานี้จะลืมได เราจะไมมีวันลืมเจาเลย” (อสย 49:15) พระ เจาทรงรักและไมมีวันลืมประชากรของพระองค เพื่อแสดงใหเห็นความจริงเดียวกันนี้ พระเยซูเจาทรงเชิญชวนใหผูฟงของ พระองคมองดูธรรมชาติ ธรรมชาติดําเนินชีวิตในปจจุบันเสมอและไมเคยกังวลเกี่ยวกับอนาคต กระนั้นก็ตาม พระเจาก็ยังทรง ดูแลเอาใจใสและตกแตงใหมันสวยสดงดงามอยูตลอดเวลา พระเยซูเจาทรงบอกวาแมแต “กษัตริยซาโลมอนเมื่อทรงเครื่อง อยางหรูหรา ก็ยังไมงดงามเทาดอกไมดอกหนึ่ง”(มธ 6:29) ถาพระเจาทรงเอาพระทัยใสในสิ่งเล็ก ๆ นอยเชนนี้ พระองคจะทรง เอาพระทัยใสบรรดาประชากรของพระองคมากกวานี้อยางแนนอน ดังนั้น เราไมควรกังวลใจเกี่ยวกับอนาคตมากเกินไปจนลืม ความสุขที่พึงมีในปจจุบัน นักบุญเปาโลบอกเราในบทอานที่สองวา ปจจุบันเรามีหลายสิ่งหลายอยางตองทํา ในฐานะผูรับใช ของพระเยซูเจา เราไดรับมอบหมายใหประกาศขาวดีแหงความรักของพระเจาใหมนุษยทุกคนไดทราบและมีหนาที่เสริมสราง พระศาสนจักรตามกําลังความสามารถและพรสวรรคที่เราแตละคนไดรับ ดังนั้น เราควรทุมเทใหกับงานรับใชพระเจาและเพื่อน มนุษยใหมากที่สุดเทาที่เราจะทําไดแทนที่จะเอาเวลาไปกังวลใจเกี่ยวกับอนาคตที่ยังไมมีตัวตนเสียดวยซ้ําไปแนนอนเราตอง เปนคนที่มีวิสัยทัศนกาวไกล เราตองมองถึงอนาคตของเราดวย แตเราก็ไมควรกังวลใจเกี่ยวกับสิ่งที่ยังไมเกิดขึ้นมาก จนเกินไป แตไววางใจในความรักและการดูแลเอาใจใสของพระเจา พระบิดาของเรา พระองคจะไมทรงปลอยใหลูก ๆ ของ พระองคขาดสิ่งที่จําเปนในการดํารงชีวิตเด็ดขาด ใหเรามอบตัวเราเอง ครอบครัวของเรา และพระศาสนจักรของเราไวในออม พระหัตถของพระองค แลวเราจะรูวาพระองคทรงรักเรามากแคไหน

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราช ยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 5 มีนาคม ค.ศ.2014 วันพุธรับเถา ป ค.ศ. 2014 วันพุธรับเถาถือไดวาเปนวันพิเศษวันหนึ่งสําหรับคาทอลิกทุกคน เปนวันที่เรากาวเขา สูเทศกาลใหม เทศกาลมหาพรต ซึ่งเปนชวงเวลาแหงการกลับใจใชโทษบาป ทําพลี กรรม และอธิษฐานภาวนาเพื่อวอนขอพระเมตตาและการใหอภัยจากพระเจา สําหรับความผิดตาง ๆ ที่เราไดกระทํา มหาพรตเปนชวงเวลาแหงการคืนดีกับพระ เจานั่นเอง ชาวอิสราเอลสมัยโบราณเมื่อใครคนใดคนหนึ่งทําบาป สํานึกผิด และ ตองการคืนดีกับพระเจา เขาจะสวมผากระสอบ แลวเอาฝุนดิน หรือขี้เถาโรยบน ศีรษะเพื่อแสดงการกลับใจ พระศาสนจักรไดนําเอาธรรมเนียมปฏิบัตินี้มาประยุกตใช กับคริสตชนดวย ดังนั้น การรับเถาในวันนี้จึงเปนสัญลักษณของการสํานึกผิดกลับใจพรอมกับยอมรับวาเราเปนคนบาป และตองการพระเมตตาจากพระเจา เพื่อจะไดหลุดพนจากสภาพที่นาสงสารนี้ เมื่อประกาศกโยเอลพูดถึงพระดํารัส ของพระเจาที่ตรัสผานทางทาน ขณะนั้นชาวอิสราเอลกําลังเดือดรอนอยางแสนสาหัสจากภัยพิบัติ อันสืบเนื่องมาจาก ฝูงตั๊กแตนจํานวนมากทําลายพืชพันธธัญญาหาร ความอดอยากเกิดขึ้นทั้งสําหรับประชาชนและสัตวเลี้ยงของพวกเขา ประกาศกโยเอลมองภัยพิบัตินี้ไมเพียงแคเปนการลงโทษ อันเนื่องมาจากบาปของชาวอิสราเอลเทานั้น แตเปนการ เตือนลวงหนาวา สักวันหนึ่งพระเจาจะเสด็จมาพิพากษาประชากรของพระองคดวย ดังนั้นทานจึงเรียกรองชาว อิสราเอลทุกคนใหกลับใจโดยไมมีใครยกเวน ทั้งคนชราเด็กเจาบาวเจาสาวและแมแตบรรดาสมณะ การกลับใจที่พระ เจาทรงเรียกรองผานทางประกาศกโยเอล ไมใชเปนเพียงเรื่องภายนอกเทานั้น อยางเชน การจําศีลอดอาหาร การร่ําไห และการไวทุกขคร่ําครวญ แตเปนเรื่องภายในดวย นั่นคือ การ “กลับมาหา” พระองคดวยสุดจิตสุดใจ (ยอล 2:13) และการ “ฉีกใจ” ตนเอง (ยอล2:13) ไมใช “ฉีกเสื้อผา” (ยอล2:13) ซึ่งเปนสิ่งของภายนอก เพื่อเปนการแสดง วาเราสํานึกผิดและกลับใจอยางแทจริง พระเจาทรงเรียกรองเราแตละคนใหเปลี่ยนแปลงทาทีภายในของเรา ใหเราเอาสิ่งที่ไมดีตาง ๆ ซึ่งอยูในสวนลึกของจิตใจออกไปใหหมด พระเจาของเรา “ทรงเมตตาและกรุณา ไมทรงโกรธ งาย ทรงเปยมดวยความรักมั่นคง” (ยอล2:13) พระองคจะไมทรงลงโทษเรา ถาเราหันหนีจากบาปและกลับมาหา พระองคดวยใจจริง ทั้งนี้เพราะพระองคไมไดทรงเปนพระเจาแหงการลงโทษ แตทรงเปนพระเจาแหงความรัก ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม ค.ศ.2014 ในจดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวเมืองโครินธฉบับที่สองได ประกาศสาร เรื่องความจําเปนของการกลับใจอยางชัดเจน วา “ขณะนี้คือเวลาที่เหมาะสม ขณะนี้คือวันแหงความรอด พน” (2 คร 6:2) ทานกลาววา พระบิดาเจาสวรรคทรงสง พระเยซูเจา พระบุตรเพียงองคเดียว ลงมาบนโลกนี้และยอม สิ้นพระชนมบนไมกางเขนเพื่อความรอดพนของ เรา พระองคผูปราศจากบาปทรงแทนที่เราและทรงถูก กระทําประหนึ่งวาเปนคนบาป เพื่อวาเราจะกลายเปนผูชอบ ธรรมในสายพระเนตรของพระเจา ความตายบนไมกางเขนของพระองคไดชดเชยและทดแทนความตายซึ่งเปนผลของ บาปที่เราแตละคนสมควรจะไดรับ ดังนั้น ขณะนี้จึงเปนเวลาที่เหมาะสมที่เราจะแสดงความกตัญูรูคุณตอพระองค โดยการพยายามเดินในหนทางแหงความชอบธรรม เพื่อวาสักวันหนึ่งเราจะมีสวนรวมในความรอดพนที่พระองคทรง นํามาใหเราผานทางพระทรมานและการสิ้นพระชนมบนไมกางเขน วันนี้ .. ในเทศกาลมหาพรต พระเจายังทรงเรียก เราใหกลับใจอีกครั้ง การรับเถานั้นเตือนเราใหนึกถึง“ความออนแอ”ตามประสามนุษย ไมวาเราจะเปนใคร มาจากไหน จะยากจนหรือร่ํารวยเพียงใด เราลวนออนแอตามประสามนุษย และเราทุกคนจึงลวนเปนคนบาป เถายังเตือนเราให คิดถึง “การพิพากษาของพระเจา”ที่กําลังจะมาถึงอีกดวย เพราะเถาเปนสัญลักษณของ“ความตาย”ที่ไมอาจหลีกเลี่ยง ไดและเนื่องจากไมมีใครรูวันเวลา ที่ตองไปปรากฏตัวเฉพาะพระพักตรพระเจา เพื่อยื่นบัญชีชีวิตแดพระองค เราจึงตอง เตรียมตัวใหพรอมตลอดเวลา การกลับใจนี้จึงเปนสิ่งที่เราแตละคนตองทําอยางเรงดวนถาเราไมทําวันนี้และเวลานี้ เรา อาจจะไมมีโอกาสไดทําอีกตอไปเลยก็ได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 7 มีนาคม ค.ศ.2014 การกลับใจที่เราทุกคนถูกเรียกรองใหทําโดยไมมีใครยกเวน เปนการหันหนีจากบาปและกลับมาหาพระเจา พระบิดาผูทรงพระทัยดีและ เปยมดวยความรักเมตตาเปนการเปลี่ยนแปลงทาทีภายในจิตใจของเรา พิธีมิสซาแตละวันในระหวางเทศกาลมหาพรตเปนวิถีทางที่ดีที่สุดที่จะชวยเรา ใหกลับใจไดอยางแทจริง ในบทอานประจําวันที่ไดรับฟง เราจะไดยินสิ่งที่พระ เจาทรงมีพระประสงคสําหรับเราซึ่งเปนสิ่งที่เราแตละคนตองทํา เพื่อชวยให การกลับใจของเรากลายเปนรูปธรรมขึ้นมา ในพิธีมิสซาเรายังสามารถวอนขอ พระหรรษทานที่จําเปนจากพระเจา เพื่อเราจะสามารถดําเนินชีวิตตามสิ่งที่เรา ไดเรียนรูจากบทอานตาง ๆ นักบุญเปาโลจึงไดกลาวไววา เทศกาลมหาพรต เปนเวลาที่เหมาะสม เปนเวลาแหงความรอดพน เราไมรูวาเราจะมีชวงเวลาดี ๆ อยางนี้อีกหรือเปลาในอนาคต ใหเรา พยายามใชชวงเวลา 40 วันที่พระเจาประทานแกเราเปนพิเศษนี้ เตรียมตัวใหพรอมสําหรับการพบปะกับพระเจา ในวันเวลาที่เราคาดไมถึง และฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจา ในวันปสกาที่จะมาถึงนี้ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 10 มีนาคม ค.ศ.2014 เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปา ยอหน ที่ 23 ไดรับเลือกใหเปนพระสันตะปาปาในป ค.ศ. 1958 ทรงมีอายุ 77 ป และทราบดีวาเวลาการเปนประมุขสูงสุดของพระองคคงสั้น เพราะ อยูในชวงบั้นปลายของชีวิตแลว พระองคพรอมเผชิญหนากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไดโดย ไมลังเลใจ พระองคทรงพูดดวยความมั่นใจวา “เราจัดเตรียมกระเปาของเราไวเรียบรอย แลว” พระองคพรอมจะเดินทางไปสูชีวิตนิรันดรเมื่อใดก็ไดที่พระเจาทรงเรียก ในพระวร สาร สิ่งหนึ่งที่เราสามารถสังเกตได คือ ในชวงเวลา 3 ปแหงการเทศนาสั่งสอนของพระเยซู เจา พระองคทรงใชชีวิตสวนใหญอยูกับการเดินทาง พระองคทรงเปนนักเทศนที่เดินทางไป เรื่อย ๆ เปาหมายสุดทายของการเดินทางของพระองคบนโลกนี้ คือ กรุงเยรูซาเล็ม นคร ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเปนสถานที่ที่พระองค จะทรงทําใหภารกิจแหงการชวยมนุษยชาติใหรอดพน สําเร็จไป โดยผานทางการสิ้นพระชนมและการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค กอนที่จะ เริ่มภารกิจอันยิ่งใหญนี้ พระองคเสด็จเขาไปใน “ถิ่นทุรกันดาร” (ลก 4:1) เพื่อเตรียมตัวสําหรับการเดินทางฝายจิตของ พระองค ปรกติแลวเมื่อเราจะเดินทางไปไหนมาไหน ยิ่งกระเปาเดินทางของเราเบาเทาใด ก็ยิ่งทําใหการเดินทางของเราสะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อะไรที่ไมจําเปนเราควรเอามันออกเสีย เพื่อจะไดไมเปนภาระกับเรามากจนเกินไป พระเยซูเจาทรงทํา สิ่งเดียวกันนี้เหมือนกัน ในถิ่นทุรกันดารนี้เองที่พระองคทรงทําให “กระเปาแหงการประจญ” ซึ่งเปนสวนหนึ่งของชีวิตมนุษย ของพระองควางเปลาไป พระองคทรงโยน “ความเห็นแกตัว” ทิ้งไป แทนการการเปลี่ยนกอนหินใหกลายเปนขนมปง พระเยซู เจาทรงเปลี่ยนขนมปงใหกลายเปนพระกาย และเหลาองุนใหกลายพระโลหิตของพระองค เพื่อเปนการระลึกถึงการพลีบูชาของ พระองคบนไมกางเขน เพื่อไถเราใหรอดพนจากอํานาจของบาปและความตาย พระเยซูเจาทรงโยน “การนมัสการที่ จอมปลอม” ซึ่งเปนที่รูจักกันในนามของ “วัตถุนิยม” ทิ้งไป เพื่อประกาศการมาถึงของพระอาณาจักรของพระเจา ไมใช อาณาจักรของซาตาน พระเยซูเจาทรงทําใหกระเปาแหง “ความหยิ่งจองหอง” วางเปลา แลวประกาศคําสอนแหงความเรียบ งาย ความสุภาพ ความออนนอมถอมตน ซึ่งเปนลักษณะพิเศษของผูที่เปนเหมือนเด็กเล็ก ๆ ในพระอาณาจักรของพระบิดาเจา สวรรค หลังจากที่ไดทรงทําใหกระเปาแหงการประจญของพระองควางเปลาแลว พระเยซูเจาผูทรงเต็มเปยมดวยพระจิตเจา ได ทรงเติมกระเปาใหเต็มดวยพระพรของพระจิตเจา ความเชื่อ ความหวัง และความรัก จากนั้น พระองคทรงเริ่มออกเดินทางไป เทศนาสั่งสอนและประกาศขาวดีแหงพระอาณาจักรสวรรคอยางเปดเผยทั้งในดินแดนอิสราเอลและในดินแดนของคนตาง ศาสนา การเดินทางของพระองคจบลงที่กรุงเยรูซาเล็ม ที่นั่นพระองคจะทรงรับพระทรมาน สิ้นพระชนม และทรงกลับคืนพระ ชนมชีพในวันที่สาม

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม ค.ศ.2014 จากหนังสือปฐมกาล พระเจาทรงเรียกอับราฮัม บิดาแหง ความเชื่อของเรา ใหออกจากบานเกิดเมืองนอนของตนและ เดินทางไปยังดินแดนที่ทานไมรูจัก สัญญากับทานวาจะเปน บิดาของผูคนมากมายดุจดวงดาวบนทองฟา ทานเชื่อในพระ เจาและคําสัญญาของพระองค ดวยเหตุนี้เอง ทานได กลายเปนผูชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจา แมวาทาน จะเปนผูมีความเชื่อที่ยากจะหาใครมาเปรียบไดในโลกนี้ ใน ฐานะมนุษยคนหนึ่ง อับราฮัมเองคงจะคิดสงสัยเหมือนกัน ทานไมสามารถเขาใจทุกสิ่งทุกอยางที่พระเจาไดกระทําในชีวิตของทาน โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อพระเจาทรงสั่งใหทาน ถวายบูชายัญอิสอัคแดพระองค เพราะถาอิสอัคตองตายจากทานไปจริง ๆ ความหวังของการที่จะเปนบิดาของคน มากมายก็จะดับสูญไปดวย แตลักษณะเดนประการหนึ่งของอับราฮัมคือ แมวาทานจะสงสัย ทานยังคงไววางใจใน ความรักและพระเมตตาอันหาขอบเขตมิไดของพระเจา นี่คือบทเรียนที่เราไดจากเทศกาลมหาพรต คือ จงพยายาม เรียนรูที่จะไววางใจในพระเจา แมเมื่อเวลาที่เรามีความสงสัย สิ่งนี้ไมใชเรื่องงายที่จะทํา แตเราตองพยายามทํา ในเทศกาลมหาพรต พระศาสนจักรยังเชื้อเชิญเรา ใหประกาศความเชื่อในพระเจาผูทรงรักเราและสัมผัสชีวิต เรารูวาแผนการของพระเจาไมใชแผนการของเราเสมอไป แมในเวลาที่เรามีความทุกขยากลําบากใจ ในยามที่หลายสิ่ง หลายอยางไมไดดําเนินไปอยางที่เราคาดคิด เวลาแบบนี้แหละเปนเวลาที่ทาทายความเชื่อและความไววางใจในความ รักพระเจาที่มีตอเรา เราควรที่จะตระหนักถึงความรักของพระเจา แมเมื่อเราพบวาตนเองอยูในสถานการณที่ไมพึง ปรารถนา ในจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวฟลิปป บอกเราวา เราตองดําเนินชีวิตดวยความไววางใจในพระเจาอยาง ลึกซึ้ง ทานชี้ใหเห็นวาโดยทางพระเยซูคริสตเจา พระเจา “จะทรงเปลี่ยนรูปรางอันต่ําตอยของเราใหเหมือนพระกาย อันรุงโรจน” ของพระบุตรของพระองค นี่เปนคําสัญญาที่มีลักษณะเดียวกันกับคําสัญญาที่พระองคไดใหกับอับราฮัม และพระองคก็เชื้อเชิญเราใหมีความเชื่อเชนเดียวกับอับราฮัมดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 14 มีนาคม ค.ศ.2014 หลายครั้งหลายหน เราอาจจะพูดวา เรื่องนี้ “มันเปนไปไมได” แตพระเยซู เจาทรงบอกเราวา “สิ่งที่เปนไปไมไดสําหรับมนุษย ก็เปนไปไดสําหรับพระ เจา” (ลก 18:27) บอยครั้งที่เรามักจะพูดวา “ฉันเหนื่อยเหลือเกิน”พระ เยซูเจาทรงบอกเราวา “ทานทั้งหลายที่เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระ หนัก จงมาพบเราเถิด เราจะใหทานไดพักผอน” (มธ 11:28) บางครั้งเราอาจจะพูดวา “ฉันไมสามารถกาวเดินตอไปไดอีกแลว” พระเยซู เจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพตรัสกับนักบุญเปาโลวา “พระหรรษทานของ เราเพียงพอสําหรับทาน เพราะพระอานุภาพแสดงออกเต็มที่ เมื่อมนุษยมี ความออนแอ” (2 คร 12:9) กี่ครั้งกี่หนที่เราพูดวา “ไมมีใครรักฉันอยางแทจริง” พระเยซูเจาทรงบอกเราวา “พระเจาทรงรักโลกอยางมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองคเดียวของพระองค เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระ บุตรจะไมพินาศ แตจะมีชีวิตนิรันดร” (ยน 3:16) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 15 มีนาคม ค.ศ.2014 บางครั้งเราอาจจะพูดวา “ฉันไมสามารถพบทางออกไดเลย”ผูเขียน หนังสือสุภาษิตบอกเราวา “องคพระผูเปนเจาทรงนํายางกาวของมนุษย” (สภษ 20:24) บอยครั้งเรามักจะพูดวา “ฉันไมสามารถทําสิ่งนั้น ได” นักบุญเปาโลบอกชาวเมืองฟลิปปวา “ขาพเจาทําทุกสิ่งไดใน พระองค ผูประทานพละกําลังแกขาพเจา” (ฟป 4:13) หลายครั้งที่เราจะ อางวา “ฉันไมมีความสามารถเพียงพอ” นักบุญเปาโลบอกชาวเมืองโค รินธวา “พระเจาประทานพระหรรษทานทุกประการแกทานไดอยางอุดม เพื่อใหทานมีทุกสิ่งเพียงพอ และยังมีเหลือเฟอ สําหรับกิจการดีทุกประการอีกดวย” (2 คร 9:8-9) เมื่อถึงจุดหนึ่งใน ชีวิตเรามักพูดวา “ฉันกลัว” นักบุญเปาโลบอกกับทิโมธีวา “พระเจาไมไดประทานจิตที่บันดาลความขลาดกลัว แต ประทานจิตที่บันดาลความเขมแข็ง ความรัก และการควบคุมตนเองแกเรา” (2 ทธ 1:7) กี่ครั้งกี่หนที่เราพูดวา “ฉัน รูสึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน” แตในจดหมายถึงชาวฮีบรู พระเจาทรงตรัสกับเราวา “เราจะไมละเลยหรือทอดทิ้งเจา” (ฮบ 13:5) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 16 มีนาคม ค.ศ.2014 การแสดงองคอยางรุงเรืองของพระเยซูเจาในพระวรสารวันนี้ ไมใชเพียงภาพ ลวงหนาชีวิตหลังความตายของพระองคเทานั้น แตเปนภาพอนาคตที่รุงโรจน ซึ่งพระเจาทรงเรียกเราทุกคนใหเขามามีสวนรวมดวย แนนอน บนโลกนี้เรา ตองประสบปญหา ความทุกขยากลําบาก และอุปสรรคมากมายไมเวนแตละ วัน เราตองไมลืมวาเราแตละคนเปนพี่นองชายหญิงของพระเยซูเจา เปนบุตร ของพระเจานับตั้งแตวินาที่แรกที่เราไดรับศีลลางบาป พระเยซูเจาผูทรง กลับคืนพระชนมชีพกําลังรอคอยเราใหเขาไปมีสวนรวมในพระสิริรุงโรจน ของพระองค นักบุญยอหนบอกคริสตชนของทานวา “ทานที่รักทั้งหลาย บัดนี้ เราเปนบุตรของพระเจาแลว แตเราจะ เปนอยางไรในอนาคตนั้น ยังไมปรากฏชัดแจง เราตระหนักดีวา เมื่อพระองคทรงปรากฏ เราจะเปนเหมือนพระองค เพราะเราจะไดเห็นพระองคอยางที่พระองคทรงเปน” (1 ยน 3:2) ในอนาคตเราทุกคนจะเปนเหมือนพระเยซูเจา เมื่อ เราไดรับศีลลางบาปแลว เราสามารถมีสวนรวมในพระสิริรุงโรจนของพระองค หลายครั้งเราอาจรูสึกทอแท เพราะ เหตุการณเลวรายที่ผานเขามาในชีวิตของเรา แตไมวาอะไรจะเกิดขึ้น หรือไมวาคนอื่นจะคิดอยางไร หรือพูดอะไรกับ เรา เราตองไมลืมตัวตนหรือศักดิ์ศรีที่แทจริงของเรา ในฐานะพี่นองของพระเยซูเจาและบุตรของพระเจา จําไววาใน ยามที่เราประสบความทุกขยากลําบาก พระเจาทรงมีพระหรรษทานเพียงพอสําหรับเราเสมอ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 17 มีนาคม ค.ศ.2014 นักบุญเปาโลบอกเราเกี่ยวกับสิ่งที่พระเจาไดทรงจัดเตรียมไว สําหรับเราผูซึ่งเปนบุตรของพระองควา “พระองคประทานพระ หรรษทานนี้แกเราแลว ในพระคริสตเยซูกอนกาลเวลา แตบัดนี้ ทรงเปดเผยโดยการแสดงพระองคของพระผูไถ คือ พระคริสต เยซู” (2 ทธ 1:9-10) ตั้งแตเริ่มแรกแลว พระเจาทรงมีเราแตละ คน ในแผนการแหงความรอดพนของพระองคทรงเตรียมพระหรรษทานไวสําหรับเราแตละคนตั้งแตปฐมกาลแลว พระ เจาทรงวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเราโดยทางพระเยซูเจา พระบุตรสุดที่รักของพระองค ศิษยสามคนที่มี ประสบการณเกี่ยวกับการแสดงองคอยางรุงเรืองของพระเยซูเจาตองลงมาจากภูเขาและกลับมาใชชีวิตตามปรกติ แต พวกทานไดเก็บเหตุการณยิ่งใหญนี้ไวในความทรงจําอยางไมมีวันลืมเลือน ในทํานองเดียวกันขณะนี้เรากําลังดําเนิน ชีวิตประจําวันตามปรกติ เราเชื่อและรูดีวาพระเจาไดทรงจัดเตรียมและกําหนดสิ่งมหัศจรรยไวสําหรับเราแลว การ แสดงองคอยางรุงเรืองของพระเยซูเจาเปนการเตรียมศิษยของพระองค สําหรับสิ่งที่อาจเปนที่สะดุดเนื่องจากการ สิ้นพระชนมบนไมกางเขนเยี่ยงนักโทษของพระองค การฉลองเหตุการณนี้ในตอนตนเทศกาลมหาพรต เพื่อชวนเราให คิดถึงสิ่งที่จะตามมาภายหลังเหตุการณที่นาเศราใจในวันศุกรศักดิ์สิทธิ์เชนกัน เพราะการฉลองนี้มุงใหเราคิดถึงพระสิริ รุงโรจนของพระเยซูเจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพในวันปสกา ดังนั้น ในยามที่เราตองประสบความทุกข ยากลําบาก อยามองหรือคิดในแงลบแตเพียงอยางเดียว นึกถึงถอยคําที่ใหกําลังใจที่เราสามารถพบไดในพระ คัมภีร พระเจาไดทรงเตรียมพระสิริรุงโรจนแหงการแสดงองคของพระบุตรสุดที่รักของพระองคไวสําหรับเราแตละคน ในชีวิตหนาแลว ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม ค.ศ.2014 มีเรื่องเลาวาขณะที่กําลังวาดภาพอาหารค่ํามื้อสุดทายของพระเยซู เจา ซึ่งเปนภาพที่รูจักกันดีทั่วโลก เลโอนารโด ดา วินชี ไดทะเลาะ กับชายคนหนึ่ง ทานระเบิดอารมณใสชายผูนั้นดวยคําพูดที่เจ็บ แสบและทาทีแข็งกราว เมื่อการทะเลาะจบลง ทานกลับไปทํางาน ตอเพื่อวาดใบหนาของพระเยซูเจา แตทานไมสามารถทํางานตอไป ไดแมแตนอยนิด จิตใจของทานฟุงซานไมสงบ สุดทายทานเขาใจ สิ่งที่รบกวนจิตใจของทาน ทานวางพูกันลง กลับไปพบชายคนนั้น อีกครั้งหนึ่ง และกลาวขอโทษเขา จากนั้นกลับมายังหองทํางานและเริ่มวาดภาพใบหนาของพระเยซูเจาตอไปดวยใจ สงบ เหมือนกับที่ เลโอนารโด ดา วินชี ไดใสภาพพระเยซูเจาไวในผลงานชิ้นเอกของทาน เราแตละคนก็กําลังพยายาม ใสพระคริสตเจาเขาไปในผลงานชิ้นเอกของเรา เราตองการใหพระเยซูเจาประทับอยูในการฉลองปสกาของเรา การคืน ดีกับพระเจา หันหนีจากบาปและกลับมาหาพระองค คือสิ่งที่เราตองทําในเทศกาลมหาพรต เพื่อเตรียมตัวเราใหพรอม สําหรับการฉลองการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจาในวันปสกา เหมือนที่ เลโอนารโด ดา วินชี ไดทําผิดตอเพื่อน พี่นองของทาน ทานไมสามารถวาดภาพใบหนาของพระเยซูเจาตอไปได ทํานองเดียวกัน เราไมสามารถใสพระคริสต เจาเขาไปในชีวิตของเรา ตราบเทาที่เรายังไมรูสึกเสียใจสําหรับการไมนบนอบเชื่อฟงพระเจา เรามาถึงจุดที่ตอง ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราแลว เราตองเปลี่ยนมุมมองใหม ทัศนคติใหม และกลับไปหาพระเจา เทศกาลมหา พรตจึงเปนโอกาสดีที่เราจะถามตัวเองวา อะไรคือสิ่งที่เรากําลังทําอยูซึ่งไมเปนที่พอพระทัยของพระเจา และอะไรที่เรา ควรทํา เพื่อเปนที่สบพระทัยของพระเจา แตเรากลับไมทําบาง? ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 19 มีนาคม ค.ศ.2014 การทําสิ่งที่พระเจาไมตองการ และไมทําสิ่งที่พระองคตองการ เปน อุปสรรคที่ขวางกั้นไมใหพระคริสตเจาประทับอยูในชีวิตของเรา ให เราขจัดบาปของเราออกไป เหมือนที่ เลโอนารโด ดา วินชี ไดขจัดสิ่ง ที่รบกวนจิตใจของทานออกไป แลวเราจะสามารถมองเห็นพระเยซู เจาไดอยางชัดเจนมากยิ่งขึ้น สาหรับคาทอลิก เรามีวิถีทางพิเศษสา หรับการกลับใจ นั่นคือ ศีลอภัยบาป ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงการคืนดีกับ พระเจา ศีลอภัยบาปไมเพียงขจัดบาปของเราเทานั้น แตยังเปนทอ ธารแหงพระหรรษทานสําหรับเราดวย ชวยเราใหหลีกเลี่ยงบาป ทํา ใหเราเขมแข็งในการรับใชพระเจาอยางซื่อสัตยมากยิ่งขึ้น เมื่อใดก็ตามที่เรารูสึกหนักอกหนักใจ เพราะความผิดบาปที่ ทับถมลงบนตัวเราและกัดกรอนจิตใจเรา เมื่อใดก็ตามที่เรารูสึกสิ้นหวังในยามเผชิญหนากับการประจญลอลวง เมื่อใด ก็ตามที่เรารูสึกวาความพยายามที่ตอตานความโนมเอียงในทางบาปของเรากําลังสูญเปลา เมื่อใดก็ตามที่เรารูสึก เหมือนกําลังดูถูกตนเอง หยุดคิดสักครูหนึ่งถึงสิ่งที่พระเยซูเจาไดทรงทําเพื่อเรา พระองคทรงรักเรามากจนกระทั่งยอม หลั่งพระโลหิตและสละชีวิตบนไมกางเขนเพื่อความรอดพนของเราแตละคน พระองคทรงพรอมเสมอที่จะตอนรับเรา กลับมาหาพระองคและอภัยความผิดบาปทุกอยางใหแกเรา เราควรใหความสําคัญอยางยิ่งในการรับศีลอภัยบาป เพื่อ ขจัดสิ่งที่เปนอุปสรรคออกจากจิตใจของเรา เตรียมจิตใจไวเปนที่ประทับของพระองคในการฉลองปสกาของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 20 มีนาคม ค.ศ.2014 ในพระคัมภีรมีแตพระเจาเทานั้นที่ทรงสามารถอภัยบาปของมนุษย ได ทวา พระเยซูเจาเอง นอกจากทรงเปนมนุษยแทแลว ยังทรงเปนพระเจาแทและทรงเสมอภาคกับพระบิดาเจาสวรรค พระองคจึงทรงสามารถอภัยบาปดวยอํานาจของพระองคเองได เพียงแคพระองคทรงดําริ ทุกสิ่งทุกอยางก็สําเร็จไปตามนั้นแลว แตในพระวรสาร พระองคทรงกระทําการนี้ในวิถีทางของมนุษย เพื่อเรามนุษยจะสามารถสัมผัสและเขาใจได พระองคตรัสกับคน อัมพาตดวยคําพูดของมนุษย แตเปนคําพูดที่เปยมดวยอํานาจ “ลูกเอย บาปของทานไดรับการอภัยแลว”(มก 2:5) เนื่องจากการอภัยบาปเปนสิ่งที่มนุษยไมสามารถมองเห็นดวยตา เปลา เพื่อแสดงใหเห็นวาพระวาจาของพระองคมีอํานาจเชนนั้นจริง พระองคจึงตรัสกับแกคนอัมพาตวา “เราสั่งทาน จงลุกขึ้น แบกแคร กลับไปบานเถิด” (มก 2:11) ทุกคนตางหันไปทางคนอัมพาตคนนั้นเพื่อดูวาพระวาจาของพระองค มีอํานาจและกอใหผลตามพระองคตรัสจริงหรือไม เมื่อคนอัมพาตคนนั้นลุกขึ้นและแบกแครออกเดินไปตอหนาคนทั้ง ปวง ทุกคนจึงตระหนักและมั่นใจวา พระเยซูเจาไมพียงแครักษาเขาใหหายดวยพระวาจาของพระองค แตพระองคยัง ทรงสามารถอภัยบาป ดวยพระวาจาของพระองคไดเชนเดียวกัน อํานาจแหงการใหอภัยบาปของพระองคไดถูก ถายทอดและยังคงมีผลตอเนื่องเรื่อยมาในพระศาสนจักรจนถึงปจจุบันนี้ เราตองเขาใจวาพระสงฆไมไดอภัยบาปดวย อํานาจของตนเอง เพราะมีแตพระเจาเทานั้นที่มีอํานาจนี้ แตพระเยซูเจา ผูทรงเปนพระเจาแทและมนุษยแท ทรงมอบ อํานาจนี้ใหกับพระศาสนจักรผานทางบรรดาอัครสาวก โดยสัญญาวา พระองคทรงรับรองคําตัดสินของเขา “ทาน ทั้งหลายอภัยบาปของผูใด บาปของผูนั้นก็ไดรับการอภัย ทานทั้งหลายไมอภัยบาปของผูใด บาปของผูนั้นก็ไมไดรับ การอภัยดวย” (ยน 20:23) ดวยเหตุนี้เพื่อที่จะสามารถอภัยบาปใหสัตบุรุษได พระสงฆตองสนิทสัมพันธกับพระศาสน จักรเหมือนกิ่งที่ติดอยูกับลําตน พระเยซูเจาทรงมีความประสงคใหบาปไดรับการอภัยผานทางพระศาสนจักรของ พระองค นี่คือเหตุผลที่วาทําไมในบทอภัยบาปพระสงฆจึงพูดวา “อาศัยศาสนบริการของพระศาสนจักร ขาพเจาจึง อภัยบาปทั้งสิ้นของทาน” ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 21 มีนาคม ค.ศ.2014 พระเยซูเจาทรงประสงคใหบาปไดรับการอภัยผานทางพระศาสนจักรของ พระองค ในบทอภัยบาปพระสงฆจึงพูดวา “อาศัยศาสนบริการของพระศาสน จักร ขาพเจาจึงอภัยบาปทั้งสิ้นของทาน”พระศาสนจักรซึ่งมีอํานาจในการอภัย บาปคือใคร? พระศาสนจักรเปนธรรมล้ําลึกประการหนึ่ง ซึ่งเปนมากกวาชุมชน ประชากรของพระเจา พระศาสนจักรเปนพระคริสตเจาพระองคเอง ผูยังทรง ดํารงชีพและดําเนินพันธกิจของพระองคตอไปบนโลกนี้ โดยทางพระศาสนจักร พระเยซูเจาทรงเลือกที่จะดําเนินพันธกิจแหงการคืนดีของพระเจาในวิถีทางของ มนุษยของประทานที่ยิ่งใหญที่สุดจากพระเจาประการหนึ่งสําหรับผูเปน คาทอลิก คือศีลอภัยบาป เรามีบุญและเปนผูไดรับพระพรจากพระเจาที่ไดยิน การอภัยบาปของเราผานทางคําพูดของมนุษยที่เราสามารถเขาใจได เราควรขอบพระคุณและสรรเสริญพระองค สําหรับความรักและพระเมตตาอันลนเหลือ ที่พระองคทรงโปรยปรายมายังเราผูซึ่งเปนบุตรของพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 22 มีนาคม ค.ศ.2014 ในป ค.ศ. 1888 ชายคนหนึ่งตกใจเปนอยางมาก เมื่อเขาอานหนังสือพิมพฉบับ หนึ่ง ลงขาวเกี่ยวกับความตายของเขาเอง แนนอน นี่เปนความผิดพลาด .. เขายัง ไมตาย แตสิ่งที่ทําใหเขาสะเทือนใจ คือ หนังสือพิมพฉบับดังกลาวเขียนบรรยาย เกี่ยวกับตัวเขาวาเปนผูแสวงหาและคนพบวิธีการใหม ๆ เพื่อเขนฆาประชาชน และที่ร่ํารวยไดก็เพราะพฤติกรรมเยี่ยงนี้นั่นเอง เปนความจริงที่เขาเปนคนคนพบ ดินระเบิดไดนาไมต ซึ่งหากนําไปใชในทางที่ถูกตองก็จะเปนประโยชนอยาง มหาศาลในงานกอสรางบางอยาง แตถานําไปในใชในทางที่ผิด มันสามารถทําลาย ชีวิตของมนุษยจํานวนมากในคราวเดียวไดเชนกัน เมื่อเจอเหตุการณที่ไมคาดคิด เชนนี้ เชาวันนั้นเอง เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเขาอยางสิ้นเชิง เขาอุทิศ ความสามารถและพละกําลังทั้งหมดของเขาไปในทิศทางใหม โดยมุงทํางานเพื่อสันติภาพของโลก อาจเปนเพราะความรูสึกเสียใจที่ดิน ระเบิดซึ่งเขาคนพบ ถูกนําไปใชในการคราชีวิตมนุษย เมื่อเขาเสียชีวิตลงในป ค.ศ. 1896 จึงระบุในพินัยกรรม ยกทรัพยสมบัติ ใหนําไป ตั้งมูลนิธิโนเบล เพื่อเปนการสนับสนุนและมอบรางวัลใหแกบุคคลที่มีผลงานวิจัย หรือสิ่งประดิษฐที่โดดเดน หรือสรางคุณประโยชน ใหกับมนุษยชาติ ชายคนนี้คือ อัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel) นักเคมีชาวสวีเดน นั่นเอง กอนเขาวันนั้น วิถีชีวิตประจําวันของ อัลเฟรด โนเบล คงไมตางจากหญิงชาวสะมาเรียในพระวรสารที่ไปตักน้ําที่บอน้ําเพื่อจะมีน้ําดื่มซึ่งเปนสิ่งจําเปนสําหรับชีวิต อัลเฟรด โนเบล ทําโรงงานผลิตไดนาไมต ดวยมุงมั่นตั้งใจวา ดินระเบิดไดนาไมตเปนสิ่งจําเปนสําหรับงานกอสรางอยางยิ่ง แตที่บอน้ํา หญิงคนนั้น ไดพบกับพระเยซูเจา และพระองคไดทรงเสนอน้ําที่ใหชีวิตแกนาง“ทุกคนที่ดื่มน้ํานี้จะกระหายอีก แตผูที่ดื่มน้ําซึ่งเราจะใหนั้นจะไม กระหายอีก น้ําที่เราจะใหเขา จะกลายเปนธารน้ําในตัวเขา ไหลรินเพื่อชีวิตนิรันดร” (ยน 4:13-14) นางประทับใจในตัวของพระเยซูเจา มาก จนกระทั่งทิ้งไหน้ําไวที่บอ กลับไปในเมืองเพื่อบอกกับทุกคนวา นางไดพบกับบุคคลที่คิดวาเปนพระเมสสิยาหหรือพระคริสตเจาแลว นางไดพบน้ําที่ใหชีวิตและลืมน้ําธรรมชาติจากบอน้ําของยาโคบ ประสบการณของอัลเฟรด โนเบล ในเชาที่พบขาวเกี่ยวกับความตายของ ตนในหนังสือพิมพ กระทบความรูสึกในสวนลึกของจิตใจเขา จนทําใหตองเปลี่ยนแปลงวิถีทางในการดําเนินชีวิตอยางสิ้นเชิงและเริ่มทํา งานเพื่อสันติภาพของโลก แมอาจมีรูปแบบที่แตกตางจากประสบการณของหญิงชาวสะมาเรีย ในเชาวันนั้น เขาคงมีประสบการณ บางอยางที่คลายกับการพบพระเยซูเจาที่บอน้ําและพระองคทรงเสนอน้ําที่ใหชีวิตแกเขา เขาทิ้งไหที่เต็มไปดวยอาวุธไวที่บอน้ํานั้น และ รีบกลับไปยังเมือง เพื่อบอกประชาชนใหทํางานเพื่อสันติภาพของโลก มหาพรตเปนเทศกาลแหงพระพรที่ยิ่งใหญในพระศาสนจักรของ เรา ซึ่งทําใหเราสามารถดื่มน้ําที่ใหชีวิตจากพระเยซูเจาไดมากเปนพิเศษจากการทํากิจศรัทธาตาง ๆ ไมวาจะเปนการจําศีลอดอาหาร การ อธิษฐานภาวนา การคืนดีกับพระเจา และการแสดงความรักและเมตตากิจตอเพื่อนมนุษย อยาปลอยใหชวงเวลา 40 วันแหงพระพรนี้ ผานไปโดยเปลาประโยชน จนกระทั่งพระเจาตองสงสัญญาณเตือนเรา ในวิถีทางที่เราไมคาดคิดเหมือนที่เกิดขึ้นกับอัลเฟรด โนเบล ให เราพยายามใชชวงเวลาแหงพระพรนี้ ดื่มน้ําที่ใหชีวิตจากพระเยซูเจาใหมากที่สุดเทาที่เราจะทําได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 23 มีนาคม ค.ศ.2014 “ทุกคนที่ดื่มน้ํานี้จะกระหายอีก แตผูที่ดื่มน้ําซึ่งเราจะใหนั้นจะ ไมกระหายอีก น้ําที่เราจะใหเขา จะกลายเปนธารน้ําในตัวเขา ไหลรินเพื่อชีวิตนิรันดร” (ยน 4:13-14) ความหมายประการ หนึ่งของน้ําที่ใหชีวิตคือความรักของพระเจา เราไมสามารถมี ชีวิตอยูตอไปโดยปราศจากความรักของพระเจา ถาเราไมไดรับ น้ําที่ใหชีวิตนี้จากพระเยซูเจาทุกวัน เราจะแสวงหาความพึง พอใจในทางอื่น ๆ ซึ่งไมมีวันจะเติมเต็มความปรารถนาของเรา ไดอยางแทจริง กาวแรกที่เราตองทําคือ ยอมรับวาเราตองการ น้ําที่ใหชีวิตที่พระเยซูเจาทรงเสนอใหแกเรา จากนั้น เราจึง สามารถหันมาหาพระองคเพื่อรับน้ําที่ใหชีวิตจากพระองค มีหลายวิถีที่เราจะสามารถรับน้ําที่ใหชีวิตดังกลาวนี้ ประการแรก เราสามารถรับน้ําที่ใหชีวิตจากพระเยซูเจา โดยทางการอธิษฐานภาวนาและการอานพระคัมภีรทุกวัน การอธิษฐานภาวนาเปนการพูดคุยและติดตอสัมพันธกับพระเจาผูทรงเปนความรัก พระคัมภีรที่เราอานเปน ประวัติศาสตรแหงความรักที่พระเจาทรงมีตอมนุษยทุกคนและแสดงออกมาใหเราเห็นไดอยางสมบูรณที่สุด ในการ สิ้นพระชนมบนไมกางเขนของพระเยซูเจา ประการที่สอง ทุกครั้งที่เรารับพระเยซูเจาในศีลมหาสนิท เรากําลังดื่มน้ําที่ ใหชีวิตของพระองค สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต ที่ 16 ทรงบอกวา ศีลมหาสนิทเปนศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก เพราะศีลศักดิ์สิทธิ์ประการนี้เผยแสดงใหเราเห็นความรักอันไมมีขอบเขตของพระเจาตอมนุษยทุกคน ความรักยิ่งใหญ กวาที่ทําใหพระองคทรงสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย และความรักจนถึงที่สุดอันทําใหพระองคทรงมอบพระกายและ พระโลหิตใหแกเรา ประการที่สาม ทุกครั้งที่เราหันมาหาพระเยซูเจาในศีลอภัยบาปหรือศีลศักดิ์สิทธิ์แหงการคืนดี เรา กําลังรับน้ําที่ใหชีวิตจากพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 24 มีนาคม ค.ศ.2014 เมื่อมีสิ่งที่ไมดีเกิดขึ้น บางคนหาคําอธิบาย โดยมองไปที่ความผิดพลาดหรือความ บกพรองของตนเองหรือผูอื่น บางคนดึงเอาพระเจามาเกี่ยวของดวยโดยตัดสินวา การ ที่สิ่งไมดีเกิดขึ้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งแสดงวา เขาคนนั้นไดทําสิ่งที่ไมดีบางอยาง แนนอน และเขาสมควรไดรับผลที่ตามมาอยางนั้น ถาเปนเชนนั้นจริง คําถามหนึ่งที่ อาจคางคาใจเราบางคนคือ พระเจาทรงปลอยใหสิ่งที่ไมดีเกิดขึ้นเพื่อลงโทษมนุษย หรือ?ในพระวรสาร ประชาชนบางคนเขามาทูลถามพระเยซูเจาถึงเรื่องชาวกาลิลีที่ถูก ปลาตสั่งประหารชีวิต ขณะที่กําลังถวายเครื่องบูชาแดพระเจาในพระวิหาร พระเยซู เจาทรงตอบโดยอางถึงคนสิบแปดคนที่ถูกหอสิโลอัม พังทับ แลวทรงถามวา ประชาชน เหลานี้ตายเพราะบาปของพวกเขาหรือ? นี่เปนวิถีทางที่พระเจาทรงใชเพื่อลงโทษพวกเขาหรือ? คนอื่นที่ไมไดรับ เคราะหอยางนั้นแสดงวาพวกเขาไมมีบาปหรือ?เมื่อคนนับหมื่นนับแสนเสียชีวิตหรือไรที่อยูอาศัย เนื่องจากภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ ไมวาจะเปนแผนดินไหว คลื่นยักษสึนามิ พายุไตฝุน หรือน้ําทวมฉับพลัน เหตุการณเหลานี้เปนการลงโทษ จากพระเจา สําหรับความชั่วรายของประชาชนในประเทศเหลานั้นหรือ? เราคิดวาโรคเอดสเปนวิถีทางหนึ่ง ที่พระเจา ใชเพื่อลงโทษคนที่มักมากในกามารมณหรือ? ถาเปนเชนนั้นจริง แลวคนที่ปวยเปนโรครายนี้ เนื่องมาจากการถายเลือด หรือเด็กที่ไดรับเชื้อ HIV ตั้งแตอยูในครรภมารดาเราจะอธิบายอยางไร? นั่นจึงไมควรหมายความวาเอดสเปนโรครายที่ พระเจาทรงใช เพื่อลงโทษมนุษยสําหรับความผิดศีลธรรมทางเพศของพวกเขา เราคิดวาพระเจาทรงรักผูที่ไดรับ ผลกระทบ หรือผูตกเปนเหยื่อเหลานั้นนอยกวาคนอื่นหรือ? พระองคทรงรักคนที่รอดชีวิตจากภัยพิบัติมากกวาคนที่ เสียชีวิตหรือ? บางทีผูเสียชีวิตเหลานั้นอาจไดรวมบรมสุขกับพระเจาในสวรรคแลวก็ได ขณะที่คนรอดชีวิตไดรับโอกาส ใหปรับปรุงตัวเองใหดีขึ้น พระเยซูเจาทรงเตือนเรายังชัดเจนในเรื่องนี้วา “ถาทานไมกลับใจเปลี่ยนชีวิต ทุกทานจะ พินาศไปเชนเดียวกัน” (ลก 13:5) คําวา “กลับใจ” ในที่นี้ไมไดหมายความเพียงแคเสียใจ สําหรับความผิดที่ตนเองได ทําในอดีตที่ผานมาเทานั้น แตหมายถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่ไมดีอยางสิ้นเชิง เพื่อตอบสนองและเปดตัวเองตอ ความรักของพระเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม ค.ศ.2014 แมเราถูกมองวาเปนผูประสบผลสําเร็จในชีวิตแทบทุกดาน สิ่งนี้ไมไดหมายความวาเราเปน คนดีพรอมทุกอยาง หรือปราศจากบาป หรือพระเจาทรงรักเรามากกวาคนอื่น ถาเราประสบ ความทุกขยากลําบากในชีวิต สิ่งนี้ก็ไมไดหมายความวาพระเจาไมทรงรักเรา หรือเราเปนคน บาปมากกวาคนอื่น อันที่จริง ทุกสิ่งที่ผานเขามาในชีวิตของเรา ลวนเปนเครื่องหมายแหง ความรักของพระเจา ถาเราไดรับพระพรมากมายไมวาดานทรัพยสินเงินทองหรือดานฝายจิต สิ่งเหลานี้มีไวเพื่อเราจะไดแบงปนกับคนอื่น ซึ่งจะทําใหเราเปนทอธารแหงความรักของพระ เจาสําหรับพวกเขา แตถาเราเปนผูถูกกระทําหรือเหยื่อของความอยุติธรรมในสังคม ถาเรา ตองประสบกับความทุกขยากหรือภัยพิบัติตาง ๆ ใหเราพยายามแสวงหาการประทับอยูของ พระเจาในแงหนึ่ง ความทุกขยากลําบากสามารถทําใหเราเติบโต เขมแข็ง และใกลชิดกับพระ เจามากยิ่งขึ้น หลายครั้งในยามเจ็บปวยเราไดรับความเห็นอกเห็นใจและการดูแลเอาใจใสจากญาติพี่นองและเพื่อนฝูง มากกวาในยามปรกติเสียอีก ตรงกันขามหลายครั้งเชนกันที่ความร่ํารวยและสุขภาพที่ดี ทําใหเราเหินหางจากพระเจา ไมตองการความชวยเหลือจากพระองค และกลายเปนคนเห็นแกตัว จําไวเสมอวา ที่ไหนมีความรัก พระเจาทรง ประทับอยูที่นั่น ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 26 มีนาคม ค.ศ.2014 การไดชื่อวาเปน “คาทอลิก” ไมไดเปนหลักประกันวา เราเปนคนดีพรอมและ จะไดรับความรอดพนอยางแนนอน การมีบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ไมไดเปนหลักประกันวาเราเปนพลเมืองดี เชนเดียวกันการไดรับศีลลางบาป การมารวมมิสซา การรับศีลอภัยบาปและศีลมหาสนิทเปนประจํา ไมไดเปน หลักประกันวาเรารักพระเจาและเพื่อนพี่นองดวยใจจริง บางคนมารวมมิสซา ในวันอาทิตยเพราะกลัววาถาไมมาจะเปนบาป เขาไมไดมาเพราะรักและอยาง อยูใกลชิดกับพระเจา บางคนมารวมพิธีกรรมตาง ๆ เพราะความเคยชินเทา นั้นเอง ถาการปฏิบัติศาสนาของเราไมไดมาจากความรักที่เรามีตอพระเจา และเพื่อนพี่นอง ชีวิตคริสตชนของเราจะไมบังเกิดผลเทาที่ควร ถึงเวลาแลวที่ เราตองยอนกลับมามองวา แนวทางในการดําเนินชีวิตของเราสอดคลองกับพระประสงคของพระเจาหรือไม? หลาย ครั้งชีวิตของเราไมตางจาก “ตนมะเดื่อเทศ” (ลก 13:6) ที่พระเยซูเจาทรงพูดถึงในพระวรสาร มีชีวิตแตไมเกิดผลจึง สมควรถูกตัดทิ้ง โชคดีที่คนสวนขอโอกาสอีกหนึ่งปจากเจาของสวนเพื่อพรวนดินใสปุย ถายังไมเกิดผลอีก จึงคอยโคน ทิ้งทีหลัง เทศกาลมหาพรตเปนโอกาสดี ที่เราจะพรวนดินใสปุยตนไมแหงชีวิตของเรา เพื่อจะไดเกิดผลเพิ่มขึ้น สําหรับ บางคนอาจจะเปนโอกาสสุดทายที่เขาจะไดทําเชนนี้ จําไววาพระเจาคือความรัก พระองคไมทรงตองการลงโทษเรา หรือโลกที่อยูรอบขางเรา พระองคทรงใหโอกาสและพรอมที่ตอนรับทุกคนที่ปรารถนาเขามาอยูใกลชิดกับพระองค เสมอ ดังนั้น ใหเราใชโอกาสแหงพระพรที่พระเจาประทานแกเราปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตนเองใหดีขึ้นเพื่อวาชีวิต ของเราจะเกิดผลมากที่สุดเทาที่จะเปนไปได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม ค.ศ.2014 ในพระวรสารที่กลาวถึงอุปมาเรื่อง "ลูกลางผลาญ” ผูที่มีบทบาทโดดเดนที่สุดในเรื่องไมใช บุตรสองคน แตเปนบิดา ที่จริง ชื่ออุปมาเรื่องนี้นาจะเปน “บิดาผูใจดี” จะถูกตองมากกวา ภูมิหลังของอุปมาเรื่องนี้คือ ชาวฟาริสีและบรรดาธรรมจารยรูสึกคับของใจที่เห็นพระเยซูเจา ทรงคบหาสมาคมกับกลุมคนบาป โดยเฉพาะอยางยิ่งคนเก็บภาษีซึ่งชาวยิวในสมัยนั้นถือวา เปนผูทรยศ เพราะพวกเขารับใชชาวโรมันและขูดรีดเพื่อนรวมชาติของตน ผูนําศาสนาเหลานี้ จึงพากันบนวา “คนนี้ตอนรับคนบาปและกินอาหารรวมกับเขา” (ลก 15:2) สําหรับพวกเขา การเปนมิตรสหายกับคนบาปเปนเรื่องที่ไมถูกตองและควรหลีกเลี่ยงอยางยิ่ง ดวยเหตุนี้ พระเยซูเจาจึงตรัสอุปมาดังกลาวเพื่อชี้ ใหพวกเขาเห็นวาพระเจาทรงปรารถนาใหคนบาปทุกคนไดรับความรอดพนและพรอมเสมอที่จะใหอภัยบาปของพวกเขา “บิดา” ในอุปมาเรื่องนี้ สะทอนความจริงบางประการเกี่ยวกับพระเจา เมื่อบุตรคนเล็กมาขอสวนแบงมรดกที่ควรเปนของเขา และบอกถึงจุดประสงคที่จะเดินทางไปยังประเทศหางไกล บิดาคงรูสึกสะเทือนใจมากเพราะทานรูดีวามีอันตรายมากมายกําลัง รอคอยบุตรของทานอยูเบื้องหนา อยางไรก็ตาม ทานเขาใจความตองการและสิทธิที่จะเปนอิสระดวยยึดมั่นในความจริงที่วา ความรักแทตองใหดวยใจอิสระ ไมใชดวยการบังคับ ทานจึงปลอยใหเขาจากไปดวยใจเปนหวงและไดแตหวังวา ประสบการณ จะสอนเขาใหเขาใจชีวิตมากยิ่งขึ้น ทุกวันทานขึ้นไปยืนที่เนินเขาและมองไปยังถนนยาวไกลเบื้องลาง ดวยความหวังวาจะเห็น บุตรคนเล็กของตนเดินทางกลับบาน และแลววันหนึ่งความหวังของทานไดกลายเปนความจริง คนที่ทานกําลังรอคอยกลับมา ทานรีบวิ่งออกไปพบเขาขณะที่ยังอยูไกล สวมกอดและจูบเขา บิดาไมไดสนใจคําพูดขอโทษของเขาดวยซ้ํา เพราะหัวใจเต็มไป ดวยความยินดีในการตอนรับบุตรคนเล็กกลับมาเปนสวนหนึ่งของครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง การกระทําของบิดาคนนี้ชี้ใหเห็นวา ทานรักบุตรคนเล็กมาก แตทานก็รักบุตรคนโตไมนอยกวาบุตรคนเล็กเหมือนกัน ทานปฏิเสธที่จะเลือกอยูฝายใดฝายหนึ่ง เมื่อ เกิดความขัดแยงขึ้นระหวางพี่นองสองคน แมวาบุตรทั้งสองไดทําผิดและมีขอบกพรองมากมาย ทานก็ไมเคยหยุดรักพวกเขา และถือวาทั้งสองเปนบุตรเสมอ บางครั้งเราอาจเหมือนบุตรคนเล็ก หลายครั้งเราอาจทําตัวคลายกับบุตรคนโต แตไมวาเราจะ เปนเหมือนใครในระหวางบุตรสองคนนี้ พระเจาทรงใหอิสรภาพแกเรา เพราะพระองคทรงปรารถนาความรักแทจากเรา ความ รักที่มอบแดพระองคดวยใจอิสระ ไมใชดวยการบังคับ ยิ่งกวานั้น พระองคยังทรงตองการใหเรารูอีกวา ไมวาเราจะไดกอความ ผิดพลาดมากมายขนาดไหน ถึงแมเราจะไดทําบาปหนักหนาสาหัสสักเพียงใด พระเจาทรงพรอมเสมอที่จะใหอภัยเรา พระองค ทรงรอคอยวันที่เราจะกลับมาเปนบุตรของพระองคอีกครั้งหนึ่งอยางใจจดใจจอ ทั้งนี้เพราะพระองคทรงเปนบิดาผูใจดี เปยม ดวยความรัก และเขาใจลูก ๆ ของพระองคทุกคนนั่นเอง

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 28 มีนาคม ค.ศ.2014 ชีวิตของเราแตละคนไมแตกตางจากบุตรคนเล็กในอุปมาเรื่อง “ลูกลาง ผลาญ” เปนเสมือนเด็กหนุมชอบอิสระ ไมตองการอยูภายใตการควบคุม ของพอแม แสวงหาและมีประสบการณเกี่ยวกับสิ่งแปลกใหมอยูเสมอ ตองการมิตรภาพ ความเขาใจ และการยอมรับจากมิตรสหายและสังคม แต ถาความปรารถนาตามธรรมชาติเหลานี้ไมไดรับการตอบสนอง หรือไมได การชี้แนะอยางถูกตอง อาจนําไปสูโศกนาฏกรรมที่นาสะเทือนใจ หรือ ประสบการณชีวิตที่ขมขื่นไดเหมือนกัน ดังที่เราทราบ บุตรคนเล็ก เขาออก เดินทางไปยังประเทศหางไกล “ที่นั่นเขาประพฤติเสเพล ผลาญเงินทองจน หมดสิ้น” (ลก 15:13) เมื่อเขาหมดตัว เพื่อนกินทั้งหลายไดจากเขาไป ทิ้งไวแตเพียงความโดดเดี่ยวอางวาง ความรูสึกผิด และ ความหวาดกลัวใหเขาเทานั้น จากประสบการณที่เลวรายและขมขื่นนี้เอง เขาเริ่มตระหนักถึงความผิดพลาดที่เขาไดทํา การหนี ไปจากบิดาของเขา เขาเขาใจแลววาไมมีใครดีกับเขาเทากับบิดาของเขาอีกแลว ที่สุดเขาจึงตัดสินใจ “กลับไปหาบิดา” (ลก 15:20) ของเขา เราเขาใจความรูสึกของ “บุตรคนโต” ในอุปมาเรื่องนี้ไดโดยไมยากเย็นนัก เมื่อเขากลับมาจากการทํางานในทุง นา เขา “รูสึกโกรธ ไมยอมเขาไปในบาน” (ลก 15:28) เมื่อทราบวาบิดาไดจัดงานเลี้ยงฉลองตอนรับการกลับมาของนองชายที่ เสเพลของเขา เขารูสึกวาตนเองกําลังถูกบิดาหลอกใช แตจริง ๆ แลวสิ่งที่อยูเบื้องหลังของพฤติกรรมที่เขาแสดงออกคือ ความ อิจฉานองชายของเขาเอง ที่จริง เขาควรดีใจและมีความสุขที่นองชายเพียงคนเดียวของเขาเขาใจความหมายของชีวิตอยางถอง แทมากยิ่งขึ้น และกลับมาบานอยางปลอดภัย จากคําพูดของเขาที่วา “ลูกรับใชพอมานานหลายปแลว ไมเคยฝาฝนคําสั่งของ พอเลย พอก็ไมเคยใหลูกแพะแมแตตัวเดียวแกลูก เพื่อเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆ” (ลก 15:29) คําพูดตอวานี้สะทอนความคิดวา เขามองการทํางานใหบิดาเหมือนการเปนทาสอยางหนึ่ง และความนบนอบเชื่อฟงเหมือนการรับจางทํางาน ไมใชสิ่งที่ลูกควรทํา เขาทําทุกสิ่งโดยหวังวาจะไดรับรางวัลตอบแทนจากบิดา สิ่งที่เปนแรงจูงใจในการทํางานของเขาคือ ความเห็นแกตัว ไมใชความ รัก บุตรคนโตจึงเปนตัวแทนของชาวฟาริสีและบรรดาธรรมาจารย ผูซึ่งไมพอใจที่พระเจาทรงปฏิบัติตอคนบาปดวยความรัก และเมตตาสงสาร ในชวงเทศกาลมหาพรตเปนโอกาสอันดีที่เราจะพิจารณาตัวเอง ไมวาเราจะทําตัวคลายบุตรคนใดก็ตาม เรื่อง ที่เราควรตระหนักอยูเสมอ คือ พระเจาทรงเปนบิดาผูใจดีและเปยมดวยความรัก พระองคทรงใหอิสรภาพแกเรา เพราะ พระองคทรงปรารถนาความรักแทจากเรา ไมใชการบังคับดวยกฏเกณฑตาง ๆแตเปนความรักที่มอบแดพระองคดวยใจอิสระ

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 29 มีนาคม ค.ศ.2014 เราคงเคยไดยินคําพูดที่วา “ความรักทําใหคนตาบอด” อาจมาจากความ จริงที่วา เวลาเรารักใครสักคนหนึ่งจนหมดใจแลว เรามักจะปดหูปดตาตอ ดานลบของคนนั้น จนทําใหเรามองไมเห็นหรือมองขามความบกพรอง ของเขาหรือของเธอไป คนอื่นอาจจะบอกวาแฟนของเราไมดี เราก็ยัง บอกวาในสายตาของเรา เขาหรือเธอดีเสมอ คนอื่นอาจจะบอกวาแฟน ของเราไมหลอ ไมสวยเหมือนใคร ๆ เราก็ยังบอกวานี่แหละคือผูชายหรือ ผูหญิงในฝนของเรา นักจิตวิทยาคนหนึ่งบอกวา คนที่กําลังมีความรัก มักจะไมคอยสังเกตเห็นหนุมสาวคนอื่นเทาใดนัก ไมวาจะสวยหรือหลอเหลาขนาดไหน เขาหรือเธอจึงสนใจหรือให ความสําคัญตอคนอื่นนอยลง ถาเรามองความรักในดานบวกแลว ความรักไมไดทําใหคนตาบอดหรอก ความรัก และ ความรักเทานั้น สามารถทําใหเรามองเห็นคุณลักษณะดี ๆ ในตัวบุคคลอื่น ซึ่งคนที่ไมมีความรักไมสามารถรับรูได ความรักใหวิสัยทัศนใหมแกเรา ใหมุมมองและวิถีทางในการมองที่แตกตางและลึกซึ้ง ความเชื่อของเราเปนบางสิ่ง บางอยางที่คลายกับความรักนี่แหละ ความเชื่อ และความเชื่อเทานั้น สามารถทําใหเรามองเห็นสิ่งมหัศจรรยทั้งหมด ของพระเจา พระบิดาของเราได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 30 มีนาคม ค.ศ.2014 ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจาทรงรักษาชายตาบอดแตกําเนิดคน หนึ่ง การรักษาเขาหมายถึงการเริ่มตนชีวิตใหมอยางสิ้นเชิง ชีวิตที่ สามารถมองเห็นไดเหมือนคนปรกติ การรักษานี้ชวยเขาใหออก จากโลกเกาที่มืดมนและเขาสูโลกใหมที่สวางสุกใส การไมรูจักพระ เยซูเจาก็ไมตางจากการดําเนินชีวิตในความมืดมิดและมืดบอด เพราะพระองคทรง “เปนแสงสวางสองโลก” (ยน 9:5) ในสายตา ของชาวฟารีสี กลับมองวาพระเยซูเจาละเมิด และไมเคารพธรรม ประเพณีที่ดีงามของบรรพบุรุษของพวกเขา เพราะฝาฝนกฎ ขอบังคับของวันสับบาโตซึ่งเปนวันที่ทุกคนและสัตวตองพักผอน พวกเขาถือวาการรักษาชายตาบอดแตกําเนิดของพระเยซูเจาเปนการทํางานอยางหนึ่ง ซึ่งขัดตอขอหามของวันสับบา โต ดังนั้น พวกเขาจึงตอตานและคัดคานการกระทําของพระองค แมวาสิ่งนั้นจะดีขนาดไหนก็ตาม พวกเขาไมสนใจ สิ่ง เดียวที่พวกเขาสนใจคือกฎตองเปนกฎ ใครฝาฝนไมได ตรงกันขาม ชายตาบอดแตกําเนิดที่ไดรับการรักษาใหหาย กลับมองดูพระเยซูเจาและเห็นพระองคในฐานะพระผูไถของเขา อัศจรรยของพระเยซูเจาในพระวรสารวันนี้ เปน สัญลักษณหมายถึงความเชื่อที่เราไดรับ เมื่อเราไดรับการชําระลางดวยน้ําแหงศีลลางบาป พระองคทรงเลือกเราแตละ คนเหมือนกษัตริยดาวิด ซึ่งไดรับการเจิมเพื่อเปนกษัตริยของอิสราเอล ในศีลลางบาป เราแตละคนไดรับการเจิม เพื่อมีสวนรวมในการเปนกษัตริยของพระคริสตเจา เราจึงเปนประชากรพิเศษในสายพระเนตรของพระเจา นักบุญ เปาโลเตือนความทรงจําของเราในบทอานที่สองวา “ในอดีตทานเคยเปนความมืด แตบัดนี้ทานเปนความสวางในองค พระผูเปนเจา จงดําเนินชีวิตเชนบุตรแหงความสวางเถิด” (อฟ 5:8) ความสวางในองคพระผูเปนเจาดังกลาวนี้คือ ความเชื่อซึ่งพระเจาประทานใหแกเราแตละคนโดยทางศีลลางบาป และทรงทําใหเขมแข็งมากยิ่งขึ้นในศีลกําลัง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 31 มีนาคม ค.ศ.2014 คนที่ไมมีความเชื่ออาจมองดูเพื่อนมนุษยคนอื่นเปนเพียงสิ่งมีชีวิตที่ สามารถใชเหตุผลได แตผูมีความเชื่อเห็นถึงความเปนบุตรของพระ เจาของเขา เมื่อคนที่ไมมีความเชื่อเปดดูพระคัมภีร อาจพบวาเปน เพียงขอความบอกเลาเรื่องราว แตผูมีความเชื่อคนพบพระวาจาของ พระเจา ผูที่ไมมีความเชื่อมองดูศีลมหาสนิท นั่นเปนเพียงขนมปงและ เหลาองุนเทานั้น แตผูมีความเชื่อสามารถสัมผัสพระกายและพระ โลหิตของพระเยซูเจา ผูทรงมอบพระองคเองเปนสินไถเพื่อความรอด พนของมวลมนุษย คนที่ไมมีความเชื่อมองดูความทุกขยากลําบาก สัมผัสรับรูไดวานั่นเปนเพียงโศกนาฏกรรม แตผูมีความเชื่อมั่นใจวาความทุกขยากลําบาก เปนการมีสวนรวมในกางเขนของพระคริสตเจา คนที่ไมมีความเชื่อมองดู ความตายดวยความรันทดหดหู เพราะอารมณแหงการจากพรากและสูญเสีย แตคนที่มีความเชื่อยอมรับความตาย ในฐานะกาวหนึ่งที่นําไปสูชีวิตใหมและสมบูรณมากกวา โดยทางการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจา เทศกาล มหาพรตจึงเปนชวงเวลาแหงการเตรียมตัวที่สําคัญ สําหรับผูตองการรับศีลลางบาป และการรื้อฟนความหมายของศีล ศักดิ์สิทธิ์ประการนี้ สําหรับผูที่เปนคริสตชนอยูแลว ศีลลางบาปใหชีวิตใหมแกเรา ทําใหเราเปนบุตรชายหญิงของพระ เจาและสมาชิกของพระศาสนจักร ซึ่งถือวาเปนครอบครัวของพระองคตั้งแตอยูบนโลกนี้แลว ศีลลางบาปเปนการเปด ตาของพวกเขาสูโลกใหม พวกเขาจึงสามารถมองเห็นความสวยงามของสิ่งมหัศจรรยตาง ๆ ของพระเจา โดยทางความ เชื่อที่พระองคประทานให ความเชื่อเปนเหมือนความรักที่ไมไดทําใหเราตาบอด ความเชื่อทําใหเราสามารถมองเห็น ความดีและความยิ่งใหญของพระเจา ซึ่งคนที่ไมมีความเชื่อไมสามารถมองเห็น ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี