Issuu on Google+


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 6 มกราคม ค.ศ.2014 เราโชคดีมากที่เกิดในสมัยที่ “พระสิริรุงโรจนขององคพระผูเปนเจาไดทอแสง” (อสย 60:1) ลงมาเหนือเราผานทางพระคริสตเจา ถาเราเกิดในสมัยพันธสัญญา เดิม เราคงเปนคนตางศาสนาที่ “เดินในความมืด” (อสย 9:1) แหงบาปและความ ตายและไมไดเปนสวนหนึ่งของประชากรที่พระเจาทรงเลือกสรรเหมือนปจจุบันนี้ พระคริสตเจา แสงสวางยิ่งใหญของพระเจา เราไดเปนสวนหนึ่งของพระศาสน จักร พระกายทิพยของพระคริสตเจาบนโลกนี้และเปนทายาทรวมสวนชีวิตนิรันดร ในเมืองสวรรค โหราจารยสามคนที่ติดตามดวงดาวที่นําพวกเขาไปพบพระกุมาร เยซู สําหรับพวกเขาแสงสวางของดวงดาว เปนสัญลักษณของความหวัง ความยินดี และสันติสุข ดวงดาวเปนแสงสะทอนแสงสวางยิ่งใหญที่พระเจาทรงสงมาเพื่อ ความรอดพนของมวลมนุษย ซึ่งกําลังรอพวกเขาที่ตอนปลายของการเดินทางที่ แสนไกลและยาวนาน โดยทางการเสด็จมาบังเกิดเปนมนุษยของพระพระคริสตเจา แสงสวางยิ่งใหญไดมาถึงโลกของเรา และผานทางโหราจารยเราไดเห็นแสงแหงความหวัง ความยินดี และสันติสุขมาถึง เรา เหตุการณเหลานี้เตือนใจเราวา เราทุกคนถูกเรียกใหเปนแสงสวางในโลกนี้ดวย “ทานทั้งหลายเปนแสงสวางสอง โลก...แสงสวางของทานตองสองแสงตอหนามนุษย เพื่อคนทั้งหลายจะไดเห็นกิจการดีของทานและสรรเสริญพระบิดา ของทานผูสถิตในสวรรค” (มธ 5:14,16) ใหเราเปดใจรับแสงสวางของพระคริสตเจาและปลอยใหแสงสวางของ พระองคสะทอนผานตัวเราไปยังคนอื่น จากนั้น ใหเราออกไปแบงปนขาวดี ความหวัง ความยินดี และสันติสุข ที่แสง สวางของพระคริสตเจานํามาใหเรากับผูอื่น โดยเฉพาะอยางยิ่งผูที่อยูรอบขางเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 7 มกราคม ค.ศ.2014 “ความสุข” กับ “ความพึงพอใจ” ไมใชสิ่งเดียวกัน บางครั้งความพึงพอใจอาจ กอใหเกิดความสุขขึ้นมาได แตหลายครั้งความพึงพอใจเปนสาเหตุของความ ทุกขอยางมหันตไดเหมือนกัน หลายชีวิตตองลมเหลวและครอบครัวตอง แตกแยกเพราะความพึงพอใจในสิ่งเสพติดทั้งหลาย หลายคนตองพบจุดจบทั้ง ที่ยังไมถึงวัยอันควรเพราะโรครายที่มีสาเหตุจากความพึงพอใจหรือความ สนุกสนานฝายเนื้อหนัง สิ่งตาง ๆ เหลานี้ลวนเปนความจริงที่เราไมอาจปฏิเสธ ไดเปนความผิดพลาดอยางใหญหลวงอีกเชนกัน ถาเราคิดวาความสุขหมายถึง การมีทรัพยสินเงินทองมากมายมหาศาล จริงอยู ทรัพยสินเงินทองเปนปจจัย หนึ่งที่ชวยทําใหเรามีความสุข ตราบใดที่มันเปนผูรับใชที่ดีของเรา แตถามัน กลับกลายเปนเจานายของเรา เมื่อนั้นแหละมันจะนําความทุกขอยางมหันตมาสูชีวิต เราจะกลายเปนทาสและตองทํา ทุกสิ่งทุกอยางเพื่อจะไดครอบครองมัน เมื่อมีแลว เราก็อยากจะมีมากขึ้น ถาเราไมสามารถทําเชนนั้นได เราก็จะมี ความทุกข พระเจาทรงสรางเรามาเพื่อรักกันและกัน และใชสิ่งของตาง ๆ เพื่อประโยชนรวมกัน แตปจจุบันในสังคม ผูคนรักสิ่งของมากกวาที่จะรักซึ่งกันและกัน และใชเพื่อนพี่นองคนอื่นเปนเครื่องมือ เพื่อจะไดเปนเจาของสิ่งที่ตนเอง รักและชอบที่เมืองเบธเลเฮม ถาเรามองเขาไปในถ้ําเลี้ยงสัตว เราจะพบ “กุมารผูหนึ่ง มีผาพันกายนอนอยูในรางหญา” (ลก 2:12) แตรอบ ๆ พระวรกายของพระองค เราจะไมพบสิ่งอํานวยความสะดวกใด ๆ ทั้งสิ้น เราจะไมพบสิ่งที่หลาย คนคิดวาอาจนําความสุขมาใหพระองคได มีเพียงถ้ําที่วางเปลาและหนาวเย็นพระนางมารียและนักบุญโยเซฟกําลัง คุกเขาอยูหนารางหญา เหน็ดเหนื่อยเนื่องจากการเดินทางไกล ไมไดรับประทานอาหารอยางเต็มอิ่มตลอดระยะการ เดินทางที่ผานมา หนาวเหน็บ และอาจรูสึกนอยเนื้อต่ําใจในโชคชะตาของตนที่ไมสามารถหาที่พักทามกลางญาติพี่นอง ในบานเกิดเมืองนอนของบรรพบุรุษของตนหรือในโรงแรมแถบนั้นได อยางไรก็ตาม ในทามกลางสิ่งเหลานี้ พระนางมา รียและนักบุญโยเซฟเปนบุคคลที่มีความสุขมากที่สุดบนโลกนี้ ทานทั้งสองสอนเราใหเขาใจความจริงประการหนึ่ง ซึ่งดู เหมือนวาจะขัดแยงกับความรูสึกของคนทั่วไป นั่นคือ “เมื่อเรายอมสละทุกสิ่ง แมแตตนเองอยางสิ้นเชิงเพื่อรักและรับ ใชพระเยซูเจาเทานั้น เราจึงจะสามารถพบความสุขที่แทจริงได” ความสุขดังกลาวนี้เปนสิ่งที่โลกไมสามารถใหเราได และไมมีใครสามารถเอาไปจากเราได พระเยซูเจาทรงตรัสวา “ทานทําสิ่งใดตอพี่นองผูต่ําตอยที่สุดของเราคน หนึ่ง ทานก็ทําสิ่งนั้นตอเรา” (มธ 25:40) ทุกครั้งที่เรารักและรับใชเพื่อนพี่นองที่ต่ําตอยที่สุด เรากําลังรักและรับใชพระ เยซูเจาพระองคเอง


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 8 มกราคม ค.ศ.2014 คําวา “สุขสันตวันปใหม” เปนคําอวยพรที่คนทั่วโลกใชทักทายกัน เปน การมอบความสุขแกกันและกันในวันขึ้นปใหม ทั้งนี้เพราะพระเจาทรง สรางเรามาเพื่อรักกันและกัน แบงปนและใชสิ่งของตางๆ เพื่อประโยชน รวมกัน เพราะความสุขที่แทจริงไมไดอยูในความเห็นแกตัว กอบโกยทุกสิ่ง ทุกอยางเพื่อตัวเองเทานั้น การยอมสละหลายสิ่งหลายอยางในชีวิตของเรา เพื่อรักและรับใชพระเปนเจาจะสามารถนําเราไปพบกับความสุขที่แทจริง ได เมื่อ “ทานทําสิ่งใดตอพี่นองผูต่ําตอยที่สุดของเราคนหนึ่ง ทานก็ทําสิ่ง นั้นตอเรา” (มธ 25:40) ทุกครั้งที่เรารักและรับใชเพื่อนพี่นองที่ต่ําตอยที่สุด เรากําลังรักและรับใชพระเยซูเจาพระองค เอง โอกาสตน ๆ ของปใหมนี้ ใหเราวอนขอพระหรรษทานและพระพรจากพระเจา เพื่อวาเราแตละคนจะสามารถรูจัก รักและรับใชพระเยซูเจา สิ่งนี้แหละจะนําความสุขที่แทจริงมาสูเรา คงไมมีคําอวยพรปใหมใดสําหรับพี่นองดีไปกวาคํา อวยพรที่วา“ขอองคพระผูเปนเจาทรงอวยพรทานและพิทักษรักษาทาน ขอองคพระผูเปนเจาทรงสําแดงพระพักตร แจมใสตอทานและโปรดปรานทาน ขอองคพระผูเปนเจาทรงผินพระพักตรมายังทานและประทานสันติแกทานดวย เทอญ” (กดว 6:24-26)

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม ค.ศ.2014 นักบุญยอหน อัครสาวกและผูนิพนธพระวรสาร เปนศิษยคนหนึ่งที่เขาใจ “แกนแท” คําสั่งสอนของพระเยซูเจาไดอยางชัดเจน นักบุญเยโรมไดเลาให เราฟงเกี่ยวกับถอยคําสุดทายของนักบุญยอหนวา ขณะที่ทานกําลังใกลจะ สิ้นใจ บรรดาศิษยของทานถามวา ทานมีอะไรจะพูดเพื่อสั่งเสียพวกเขา หรือไม? ทานบอกพวกเขาวา “ลูกเอย จงรักกันและกันเถิด”ทานพูดถอยคํา นี้ซ้ําไปซ้ํามาหลายครั้ง เมื่อบรรดาศิษยถามทานอีกวา สิ่งที่ทานตองการ บอกมีเพียงแคนี้หรือ? ทานตอบวา “แคนี้ก็เพียงพอแลว เพราะวาเปนคําสั่งขององคพระผูเปนเจา” จริงอยางที่นักบุญ ยอหนไดบอก ถาเรารักกันและกัน ก็ถือเพียงพอแลว สิ่งอื่นเปนเรื่องรอง ในพระวรสารบอกเร���วานักบุญยอหน เปนคน ใจรอน มีความทะเยอทะยานและเปนคนที่มีใจคับแคบในบางครั้ง ถึงกระนั้นพระเยซูเจาก็ทรงเลือกทาน และทําให ทานเปนศิษยผูยิ่งใหญของพระองค สิ่งนี้ชี้ใหเห็นวากระแสเรียกการเปนศิษยที่ใกลชิดของพระเยซูเจาเปนพระพรที่ พระองคทรงใหแกเราแบบเปลา ๆ พระองคทรงเลือกเราไมใชเพราะเราเปนผูเหมาะสมและเพียบพรอมดวยคุณสมบัติ ดี ๆ ทุกอยาง แตเพราะพระองคทรงรักเราตางหาก ในอีกดานหนึ่งมาจากการเปดใจของเราและตอบรับเสียงเรียกของ พระองค พรอมกับปลอยใหพระองคทํางานผานทางตัวเราดวย ผลที่ตามมาคือเราจะไดสัมผัสความรักของพระเจาที่ตอ เรา เหมือนนักบุญยอหนที่สามารถพบและสัมผัสความรักของพระเจาผานทางความไมสมบูรณตาง ๆ ของทาน ความ รักที่ทําใหทานกลายเปนคนแรกที่เชื่อในเรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระบุตรของพระเจา เราเองตองเปดใจของ เราตอนรับพระองค เพื่อรับความรักและสันติสุขภายในที่มีแตพระองคเทานั้นที่จะสามารถใหเราได ดังที่ทานนักบุญ ยอหนบอกเราในจดหมายของทานวา“เพื่อความปติยินดีของเราจะไดสมบูรณ” (1 ยน 1:4) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 10 มกราคม ค.ศ.2014 ในพระคัมภีร เราพบเรื่องราวหลายตอนที่กลาวถึงบุคคลตาง ๆ ซึ่ง ตระหนักวาตนเองไมเหมาะสมเมื่ออยูเฉพาะพระพักตรของพระเจา ประกาศกอิสยาหบอกวา “วิบัติจงเกิดแกขาพเจา ขาพเจาพินาศแลว เพราะขาพเจาเปนคนริมฝปากมีมลทิน อาศัยอยูในหมูชนชาติริม ฝปากมีมลทิน” (อสย 5:6) นักบุญเปาโลรูสึกวาตนเอง “ไมสมควรจะ ไดชื่อวาเปนอัครสาวก” (1 คร 15:9) สวนนักบุญเปโตรถึงกับกราบลง พรอมกับทูลพระองควา “โปรดไปจากขาพเจาเสียเถิด พระเจา ขา เพราะขาพเจาเปนคนบาป” (ลก 5:8) คนที่รูสึกวาตนเองไม เหมาะสมเปนรูปแบบของคนที่ไดพบพระเจาแลว ตรงกันขามคนที่รูสึกวาตนเองเหมาะสมและครบครันทุกอยาง เปน รูปแบบของคนที่ไมเคยพบและไมรูจักพระเจาเลย คุณสมบัติที่จะทําใหพวกทานเหลานี้เหมาะสม สําหรับภารกิจที่ ไดรับมอบหมายจากพระเจา ไมไดมาจากพวกทาน แตมาจากพระเจา มันไมไดเปนความสําเร็จสวนตัว แตเปนพระ หรรษทานของพระเจา นี่คือเหตุผลที่ทําใหนักบุญเปาโลพูดวา“แตขาพเจาเปนอยางที่เปนอยูนี้ ดวยเดชะพระหรรษ ทานของพระเจา” (1 คร 15:10) เมื่อเราปลอยใหพระเจานําทาง เราจะเห็นและสัมผัสความยิ่งใหญของ พระองค เหมือนที่นักบุญเปโตรไดมองเห็นเมื่อทานจับปลาไดจํานวนมาก ทานและเพื่อนรวมงานทํางานหนักทั้งคืน แต จับอะไรไมไดเลย ตลอดทั้งคืนพวกทานทํางานอาศัยความรูและความชํานาญของชาวประมงที่สะสมมาเปนเวลาหลาย ป พวกทานรูวาควรจะลงอวนที่ไหนและเมื่อไร แตสิ่งที่พวกทานไดรับคือ ความลมเหลว แตเมื่อพวกทานทําตาม คําแนะนําของพระเยซูเจา ซึ่งเปนเรื่องที่คานความรูสึกและเหลวไหลในสายตาของมนุษย ผลที่ตามมาคือ ความสําเร็จ ที่เกินกวาจะจินตนาการได ถาเรารูสึกวาตนเองไมเหมาะสมและไรความสามารถที่จะทํางานที่พระเจาทรง มอบหมาย จงรูวาคนที่รูสึกแบบนี้แหละที่พระเจาทรงใชเปนเครื่องมือของพระองค สิ่งที่เราตองทําคือ บอกกับ พระองควา “ขาพเจาอยูที่นี่ โปรดสงขาพเจาไปเถิด” (อสย 6:8) สวนที่เหลือปลอยใหพระองคจัดการใหเรา แลว พระองคจะทรงทําใหเราเหมาะสมสําหรับภารกิจที่พระองคทรงตองการใหเราทําเพื่อพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 11 มกราคม ค.ศ.2014 พระเยซูเจายังคงประทับอยูทามกลางเราเวลานี้ เหมือนที่พระองคประทับ อยูเมื่อสองพันกวาปที่แลว เพียงแตในรูปแบบที่แตกตางกันเทา นั้นเอง พระองคตรัสกับเราผานทางพระคัมภีรในพิธีกรรมตางๆ โดยเฉพาะ อยางยิ่งในพิธีมิสซา พระองคทรงสอนเราผานทางคําสั่งสอนตาง ๆ ของ พระศาสนจักรและการเทศนสอนของบรรดาผูแทนของพระองค เรารูสึก กลัวที่ไดยินสิ่งตาง ๆ เหลานี้ไหม? เรากลัววาเราจะตองเปลี่ยนแปลง ความคิดและวิถีทางในการดําเนินชีวิตหรือไม? เราบอกปดคําสั่งสอนที่ สําคัญบางอยางของพระศาสนจักรเพียงเพราะมีเนื้อหาที่คอนขางละเอียดออนและอาจกอใหเกิดความขัดแยงไดใช ไหม? เราพบวาเราชอบแนวคิดทางโลกมากกวาหรือเปลา?บางคนหลงตนเองมากจนมองคนอื่นต่ําไปหมด พวกเขาดู ถูกผูปวยโรคเอดส พวกเขาประณามคนที่เปนทาสยาเสพติดและเหยียดหยามชนกลุมนอยและกลุมชาติพันธุที่แตกตาง จากพวกเขา ไมยอมรับคนอื่นที่มีความคิดเห็นแตกตางยึดเอาแตความคิดของตัวตนและพวกพองถูกไปเสียทั้งหมดไม เคารพในสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของคนอื่น ลืมหลักการแหงความยุติธรรมและความเสมอภาคในสังคมไมแมแตจะ พยายามเขาใจวาเราทุกคนเทาเทียมกันในสายตาของพระเจาเราทุกคนลวนเปนบุตรของพระองค มนุษยทุกคนคือ ครอบครัวเดียวกันพระเยซูเจาทรงสอนใหเรารักกัน แบงปนซึ่งกันและกันไมใชการแยงชิงความเปนใหญในสังคม ซึ่ง เปนที่อยูชั่วคราวของเราเทานั้น ถาเราระลึกเสมอวาพระเยซูเจายังทรงพระชนมอยูและประทับอยูทามกลางเรา พระองคยังคงประกาศความจริงแกเราตอไป ผานทางพระคัมภีรและคําสั่งสอนตางๆ ของพระศาสนจักร เราตองไม กลัวที่จะเผชิญหนากับความจริง เพราะความจริงเทานั้นที่จะนําเราไปสูชีวิตนิรันดรและทําใหเราเปนอิสระอยาง แทจริง

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 12 มกราคม ค.ศ.2014 วันฉลองพระเยซูเจาทรงรับพิธีลาง ในศตวรรษที่ 4 อารีอุส ซึ่งเปนเฮเรติ๊กคนหนึ่ง ไดสอนขอความเชื่อที่ผิดพลาดอยางมหันต ประการหนึ่งวา พระเยซูเจาไมไดทรงเปนพระบุตรที่แทจริงของพระเจา จักรพรรดิเทโอโด สิอุสไดยืนยันและสนับสนุนคําสอนที่ผิดพลาดนี้ ในชวงเวลาเดียวกันนั้นจักรพรรดิองคนี้ได ทรงแตงตั้งอารคาดีอุส พระโอรสซึ่งมีอายุเพียง 16 ปเทานั้น ใหเปนผูปกครองรวมกับ พระองค โดยมีศักดิ์ศรีและสิทธิเสมอภาคกับพระองค ในงานเลี้ยงฉลองการแตงตั้ง จักรพรรดิไดเชิญแขกผูทรงเกียรติมากมายหนึ่งในนั้นคือ พระสังฆราชอัมฟโลคุสผูซึ่งกลาว แสดงความยินดีตอจักรพรรดิสองสามคําและขอลากลับบาน โดยไมสนใจพระโอรสของ พระองคซึ่งประทับอยูใกล ๆ จักรพรรดิรูสึกไมพอพระทัยเปนอยางยิ่ง ตรัสดวยความขุน เคืองกับพระสังฆราชองคนี้วา “ทานไมเห็นพระโอรสของเราหรือ?ทานไมรูหรือวาเราได แตงตั้งเขาใหเปนผูปกครองอาณาจักรนี้รวมกับเราและเขาก็มีสิทธิและอํานาจเสมอภาคกับ เราดวย?” โดยปราศจากความกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น พระสังฆราชตอบวา “ขาแตองคจักรพรรดิ พระองคไมทรงพอพระทัยที่ขาพระองคไมไดใหเกียรติและแสดงความเคารพตอพระโอรสของพระองคอยา���เทาเทียมกันกับพระองค แลว พระเจาจะทรงคิดอยางไรกับพระองค ที่ทรงปลอยใหพระบุตรสุดที่รักของพระองค ผูซึ่งดํารงอยูตั้งแตนิรันดรและเสมอภาคกับพระองค ทุกประการ ตองถูกลดศักดิ์ศรีใหต่ําลงกวาการเปนพระบุตรของพระเจาเลา ?”หลายคนในโลกนี้ปฏิเสธหรือตั้งขอสงสัยเกี่ยวกับการเปน พระเจาแทของพระเยซูเจา บางคนยอมรับพระองคเปนเพียงศาสดาคนหนึ่งเหมือนศาสดาทั้งหลายในโลกนี้ บางคนเชื่อวาพระองคทรง เปนเพียงประกาศกคนหนึ่งเทานั้นเอง พระบิดาเจาสวรรคตรัสถึงพระเยซูเจาในพระวรสารวันนี้วา “ทานเปนบุตรสุดที่รักของเรา เปนที่ โปรดปรานของเรา” (มธ 3:17) พระเยซูเจาไมไดทรงเปนเพียงมนุษยแทคนหนึ่งเทานั้น แตพระองคทรงมีสัมพันธภาพพิเศษกับพระบิดา เจาสวรรค พระองคทรงเปนพระบุตรที่ไดรับการเจิมของพระผูสรางสรรพสิ่งทั้งหลาย พระองคทรงเปนพระเจาแทและทรงมีศักดิ์ศรีเทา เทียมกันกับพระบิดาเจาสวรรคทุกประการ ความจริงประการหนึ่งที่เราตองเขาใจคือ การรับพิธีลางของพระเยซูเจาจากนักบุญยอหนบัพ ติสที่แมน้ําจอรแดน ไมใชเปนเครื่องหมายการเปนทุกขกลับใจเพื่อจะไดรับการอภัยบาปเหมือนการกระทําของประชาชนคนอื่น เพราะใน ฐานะพระเจาแทพระเยซูเจาทรงปราศจากบาปอยางสิ้นเชิง แตพิธีนี้เปนเครื่องหมายการเริ่มตนภารกิจแหงการไถกูของพระองคตอหนา ประชาชนทั้งปวงอยางเปนทางการ การไถกูดังกลาวนี้เปนงานของพระตรีเอกภาพ ทั้งนี้เพราะเราไดเห็นพระจิตเจาเสด็จลงมาเหนือ พระองคเหมือน “นกพิราบ” (มธ 3:16) และเรายังไดยินเสียงของพระบิดาเจาสวรรคตรัสถึงพระองคอีกดวย (เทียบ มธ 3:17) ดังนั้น เหตุการณนี้จึงสําคัญมากจนเรา ผูซึ่งเปนศิษยของพระเยซูเจา ตองฉลองการรับพิธีลางของพระองคอยางสมพระเกียรติ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย

ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 13 มกราคม ค.ศ.2014 ลักษณะสําคัญประการหนึ่งของการฉลองพระเยซูเจาทรงรับพิธีลางคือ พระบิดา เจาสวรรคทรงโปรดปรานพระเยซูเจา พระบุตรสุดที่รักของพระองคมาก (เทียบ มธ 3:17) บิดาทั่วไปมีความสุขเมื่อลูกหัวแกวหัวแหวนของตน ไดเริ่ม ภารกิจหนาที่ใหมหรือเริ่มชีวิตใหม เหมือนบิดาของหมอหนุมคนใหม บิดาของ พระสงฆใหม หรือบิดาของเจาบาวที่เพิ่งแตงงานใหม ความยินดียิ่งมีมากขึ้นอีก ถาลูกคนนั้นเปนคนดี นบนอบเชื่อฟงและใหความเคารพตอบิดาของตน พระเยซูเจาทรงเปนพระบุตรที่เชื่อฟง นบนอบ สุภาพถอมตนและเปยมไปดวย ความเมตตากรุณา เหมือน “ผูรับใช” “นี่คือผูรับใชของเรา ซึ่งเราเชิดชู เราเลือก เขาเพราะเราพอใจเขา เราใหจิตของเราแกเขา เขาจะนําความยุติธรรมไปใหแก นานาชาติ เขาจะไมรองตะโกนหรือเปลงเสียงดัง จะไมทําใหใครไดยินเสียงของ เขาตามถนนไมออที่ช้ําแลว เขาจะไมหัก และไสตะเกียงที่ริบหรี่อยู เขาจะไม ดับ เขาจะประกาศความยุติธรรมดวยความสัตยจริง เขาจะไมหมดหวังหรือทอใจ จนกวาจะไดสถาปนาความยุติธรรมไวบนแผนดิน ดินแดนชายทะเลจะรอคอยคํา สอนของเขา” (อสย 42:1-4) ผูรับใชคนนี้คือ พระเยซูเจาของเรานั่นเอง จึงไมใชเรื่องแปลกที่พระบิดาเจาสวรรคจะ ทรงโปรดปรานพระองคเปนพิเศษ ในฐานะผูไดรับศีลลางบาปในพระนามพระตรีเอกภาพ เราแตละคนถูกเรียกใหมา รูจัก รัก และรับใชพระบิดาเจาสวรรครวมกัน เมื่อเราดําเนินชีวิตตามคําสัญญาที่เราไดใหไวเมื่อเรารับศีลลางบาป เมื่อ เราพยายามติดตามพระบุตรสุดที่รักของพระองคดวยความนบนอบ ความสุภาพถอมตน และความซื่อสัตย เราแตละ คนจะเปนที่โปรดปรานของพระบิดาเจาสวรรคดวยเชนกัน ใหเราสวด “บทขาแตพระบิดา” ดวยหัวใจและดวยความ ตั้งใจจริง ๆ “ขาแตพระบิดาของขาพเจาทั้งหลาย...ขอใหพระประสงคของพระองคสําเร็จไปในแผนดินเหมือนใน สวรรค” เหมือนที่พระบิดาเจาสวรรคทรงโปรดปรานพระเยซูเจา พระบุตรสุดที่รักเพียงพระองคเดียวของพระองคเปน พิเศษ เพราะความสุภาพถอมตนและนบนอบเชื่อฟงของพระบุตร ขอพระองคทรงโปรดปรานเราทุกคน ผูซึ่งติดตาม พระบุตรของพระองคดวยความซื่อสัตย ความนบนอบเชื่อฟง ความสุภาพถอมตน และความเพียรทนจนถึงที่สุด เชนกัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 14 มกราคม ค.ศ.2014 ใครกําลังปฏิเสธพระเยซูเจาอยูเวลานี?้ ”เราอาจคิดถึงบรรดาคนที่ไมมี ศาสนาหรือคนที่ไมมีความเชื่อทั้งหลาย ผูคนที่ปฏิเสธพระองคในสมัยพระ เยซูเจา คือ บรรดาหัวหนาสมณะและผูอาวุโสของประชาชน ผูซึ่งหยิ่ง ทะนงในความชอบธรรมของตนเอง เพราะการปฏิบัติตามบทบัญญัติของ ศาสนาอยางครบถวนของพวกเขาปญหาคือ ความศรัทธาของพวกเขาเปน เพียงเรื่องผิวเผินภายนอกเทานั้น ไมไดเปนสิ่งที่ออกมาจากใจของพวกเขา ทาทีของประชาชนที่มีตอพระเจาในสมัย ปจจุบันไมตางจากทาทีของประชาชนในสมัยของพระเยซูเจาเลยในสังคมไทย โรครายที่แพรระบาดอยูในขณะนี้ คือ โรคแหงความเกลียดชัง โรคแหงการคิดวาตัวเองชอบธรรมคนเดียว โรคแหงการปฏิเสธเพื่อนมนุษยคนอื่น ความคิดตัวเองเทานั้นถูกตอง ทุกคนตองทําตามความคิดของตนและพวกพอง ไมตองรับฟงเสียงของใคร โรคที่ไม ยอมรับสิทธิและเสรีภาพคนอื่นวาแตละคนมีเทาเทียมเสมอกัน โรคแหงการไมยอมรับเหตุผล หลักการ และความ ยุติธรรม โรคแหงการกอความวุนวายและละเมิดสิทธิมนุษยชนพื้นฐานของเพื่อนรวมสังคม ความรัก ความเอื้ออาทร ความหวงใยกันและกันในสังคมจึงหายไป เราเปนหนึ่งในบรรดาผูที่เติมเชื้อไฟใหกับโรคเหลานี้ในสังคมไทยหรือไม ศิษยที่ดีของพระเยซูเจาตองไมมีทาทีและจิตใจเชนนี้ คําสั่งสอนของพระเยซูเจาเปนบางสิ่งบางอยางที่คอนขาง เรียกรอง ความเสียสละและความกลาหาญจากตัวเราเปนอยางมาก พระองคไมไดแสวงหาอํานาจทางการเมืองการ ปกครองในโลกนี้ แตทรงสละชีวิตเพื่อบอกเราวา ความรักสําคัญที่สุด มนุษยแตละคนมีคุณคาและความหมายยิ่งกวา อํานาจใด ๆ ในโลกนี้ ความจริงดังกลาวเรียกรองเราใหตองแตกตางจากคนอื่น ใหปฏิเสธตัวเองเพื่อจะไดมีที่วางใน หัวใจสําหรับคนอื่น ใหเราเลิกเห็นแกตัวเพื่อจะสามารถรักและรับใชพระเจาและเพื่อนมนุษยไดอยางเต็มที่ เวลานี้ เรา ไมตองมองไปที่คนอื่น แตถามตัวเองตรง ๆ วา “ใครกําลังปฏิเสธพระเยซูเจาอยูในเวลานี?้ ” ตัวเราเองหรือเปลา? ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 15 มกราคม ค.ศ.2014 “คําสั่งสอนของพระองคทําใหผูฟงรูสึกประทับใจอยางมาก เพราะทรง สอนเขาอยางทรงอํานาจ ไมเหมือนกับบรรดาธรรมาจารย” (มก 1:22) อะไรคือความหมายของคําวา “ทรงสอนเขาอยางทรง อํานาจ”? เมื่อเราเปรียบเทียบคําสั่งสอนของพระเยซูเจากับคําสั่งสอน ของบรรดาธรรมาจารย ความแตก���างที่สําคัญประการหนึ่งคือ พระ เยซูเจาทรงสอนจากหัวใจ ไมใชจากสมองเทานั้น พระองคทรงสอน ดวยความมั่นใจในขาวดีที่พระองคทรงประกาศ เพราะพระองคทรงรูดี วาขาวดีนั้นสอดคลองกับพระประสงคของพระเจา “เราบอกความจริงแกทานวาเรากําลังพูดถึงเรื่องที่เรารู และเปนพยานถึงเรื่องที่เราเห็น” (ยน3:11) คําสั่งสอนของพระองคเปนพยานสวนตัวถึงความสัมพันธที่ใกลชิดของ พระองคกับพระบิดาเจาสวรรค สวนความรูที่บรรดาธรรมาจารยมี ไมไดมาจากความสัมพันธสวนตัวของพวกเขากับ พระเจาโดยตรง แตมาจากการศึกษาพระคัมภีรอยางจริงจังและเปนระยะเวลาที่ยาวนาน คําสั่งสอนของพวกเขาสวน ใหญมาจากสมอง ไมไดมาจากหัวใจ เปนการอางพระดํารัสของพระเจาที่พบในพระคัมภีรใชคําอธิบายของผูมีความรู กอนหนาพวกเขา และนํามาประยุกตใชกับสถานการณปจจุบัน พระวาจาของพระเจาที่เราอานหรือไดยินไดฟง ไมควรเพียงแคชวยเราใหเขาใจความหมายของชีวิตเทานั้น แตตองเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในทางที่ดีขึ้นดวย เราได ปลอยใหพระวาจาทาทายตัวเราและกอใหเกิดผลทางบวกในชีวิตของเราหรือเปลา? หรือวาพระวาจาของพระเจาเปน เพียงแคอาหารบํารุงสมอง หรือเติมเต็มความอยากรูอยากเห็นของเราเทานั้น? ทาทีที่ถูกตองของมนุษยตอพระวาจา ของพระเจาคือ ความเชื่อ แตความเชื่อที่ปราศจากกิจการ เปนความเชื่อที่ตายแลว ดังนั้น ทุกครั้งที่เราไดยินพระวาจา ของพระเจา ใหเรานอมรับดวยใจสุภาพ พยายามซึมซับ และปลอยใหพระวาจานั้นนําทางและเปลี่ยนแปลงชีวิตของ เรา เพื่อเราแตละคนจะสามารถเปนหนึ่งเดียวกับพระองค ทั้งในดานความคิดและกิจการนับวันยิ่งมากขึ้น ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม ค.ศ.2014 ความแตกตางที่สําคัญอีกประการหนึ่งเมื่อเราเปรียบเทียบ คําสั่งสอนของพระเยซูเจากับคําสั่งสอนของบรรดาธรรมาจารย คือ พระเยซูเจาทรงเนนที่จิตตารมณของบทบัญญัติ ไมใชการถือปฏิบัติ ตามตัวอักษร พระองคทรงมุงไปที่จิตตารมณหรือความตั้งใจดั้งเดิม ซึ่งเปนผลใหสามารถคนพบคุณคาทางบวกที่บทบัญญัตินั้นพยายาม ปกปอง ขณะที่บรรดาธรรมาจารยมัวยุงอยูกับการตีความถอยคําตาง ๆ จากนั้นก็ออกขอบังคับเล็ก ๆ นอย ๆ มากมายเพิ่มเติมอีกนับไมถวน อยางเชน ในกรณีของการถือวันสับบาโต บรรดาธรรมาจารยใหความสนใจกับการกําหนดอยางเจาะจงลงไปวา วัน ศักดิ์สิทธิ์นี้จะเริ่มและจบลงเมื่อไหร งานอะไรบางที่ทําไดหรือทําไมได สวนพระเยซูเจา มุงไปที่พระประสงคของพระ เจาในฐานะ เปนเครื่องหมายแหงความรักและความเอาใจใสของพระองคที่มีตอพวกเขา ดังนั้น บทสรุปของพระองคก็ คือ วันสับบาโตเปนวันที่เราตองเวนวางจากงานประจําของเรา เพื่อวาเราจะสามารถรับใชพระเจาและทํางานของ พระองค (เทียบ ยน5:17) การเนนคุณคาของวันสับบาโตในเชิงบวกแบบนี้เองที่ทําใหประชาชนรูสึกวา คําสั่งสอนของ พระเยซูเจาเปนขาวดีแหงการปลดปลอยใหเปนอิสระ ซึ่งตรงกันขามกับคําสั่งสอนของบรรดาธรรมาจารย ที่ทําใหพวก เขารูสึกวาตนเองมีภาระที่แบกมากขึ้น นอกจากนั้น คําสั่งสอนของพระเยซูเจามีพลัง และสามารถผลักดันใหผูฟง เปลี่ยนแปลงหัวใจของตนในทางที่ดีขึ้นได ทุกครั้งที่พระองคทรงสั่งสอนประชาชน พระองคทรงมุงใหเกิดการ เปลี่ยนแปลงทางบวกในหัวใจของพวกเขา ไมใชเพียงแคทําใหพวกเขารูสึกไมดีเทานั้น ในกรณีของชายตาบอดแต กําเนิด บรรดาธรรมาจารยพยายามอธิบายวา ทําไมเขาจึงตาบอด เปนเพราะบาปของเขาเองหรือบาปของบิดามารดา ของเขา แตพระเยซูเจาทรงสนพระทัยที่จะรักษาเขาใหหายจากตาบอดเทานั้น ดวยเหตุนี้เอง พระองคทรงรักษาคน เจ็บปวยและขับไลปศาจไป พรอมกับการเทศนาสั่งสอนของพระองค เพื่อแสดงใหเราเห็นวาความสนใจอันดับแรกของ พระองคคือ เปลี่ยนแปลงสถานการณของมนุษย ไมใชเพียงแคอธิบายสถานการณเทานั้น นักปรัชญาทานหนึ่งบอกวา “เปาหมายที่แทจริงของปรัชญา ไมใชเพียงแคการอธิบายโลกเทานั้น แตเปนการเปลี่ยนแปลงมันดวย” พระวาจาของ พระเจาก็ไมตางกัน นั่นคือ สําหรับคริสตชนแลว พระวาจาของพระเจาไมควรเพียงแคชวยเราใหเขาใจความหมายของ ชีวิตเทานั้น แตตองเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราในทางที่ดีขึ้นดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 17 มกราคม ค.ศ.2014 การดําเนินชีวิตตามจิตตารมณพระวรสารอยางจริงจังไมใชเรื่องงายเลย พระเจาทรง สัญญาวาจะดูแลเอาใจใสเราผูซึ่งเปนลูกๆ ของพระองค แตพระองคไมไดทรงสัญญา วาชีวิตของเราจะปราศจากความเจ็บปวดหรือความทุกขเดือดรอน สิ่งที่พระเจาทรง สัญญาคือ ดวยความเชื่อและความไววางใจที่ลึกซึ้งในพระองค เราจะสามารถ เผชิญหนากับความทุกขยากลําบากที่ประดังเขามาในชีวิตเราไดดวยความมั่นใจ ทามกลางสังคมไทยที่ดูเหมือนวาจะเต็มไปดวยความแตกแยก โรคแหงความเกลียด ชังกันและกัน โรคแหงการปฏิเสธเพื่อนมนุษยคนอื่น ยิ่งในโลกดิจิตัล โดยเฉพาะใน เฟสบุค จะเห็นไดอยางชัดเจน การกลาวรายปายสี โจมตีกัน เปนไปอยางงายดายและไรความยั้งคิด การกดไลค การ แชร เปนไปอยางอัตโนมัติ โดยไมตองเสาะแสวงหาความจริง เอาความคิดตนเองเปนหลัก อคติที่ฝงในใจแตละคน สําคัญกวาสิ่งอื่น สังคมไทยและสังคมโลกจะยังคุกรุนดวยความเกลียดชังไปอีกแสนนาน หากเราไมยึดเอาทาทีและจิต ตารมณของพระเยซูเจาเปนหลักในการดําเนินชีวิต คริสตชนตองหยุดสรางกระแสแหงความเกลียดชังซึ่งกันและ กัน โดยหันมาสงเสริมสนับสนุนความดีงามตาง ๆ ใหเกิดขึ้นในสังคม แบงปนแงมุมแหงความรักรอบตัวเรา จากมุม โนน ถึงมุมนี้ แมตรงซอกหลืบเล็ก ๆ ที่เรนลับ ซึ่งไมมีใครเห็น ไมมีใครสนใจ สรางอารยธรรมแหงความรักทดแทน ความเกลียดชังและความแตกแยก จุดเทียนใหแสงสวางแกสังคม ดวงเล็ก ๆ ทีละดวง ๆ ดวงเล็ก ๆ รวมกันเปนหมื่น เปนแสน เปนลานดวง เพื่อขับไลความมืดบอดในจิตใจผูคน เพื่อใหตระหนักถึงความจริงแหงความเชื่อที่วา เราตางก็ เปนพี่นองกัน มีพระเจาเปนพระบิดาของเราทุกคน เหนือกวาความขัดแยงใด ๆ เราตองสํานึกเสมอวา ธรรมชาติของ มนุษยนั้นออนแอและเปนคนบาป คริสตชนมีความเชื่อมั่นเสมอในพลังของพระเจาและพระเมตตาของพระองค เราจึง ตองภาวนา พลีกรรม ออนวอนตอพระเจา กาวเดินไปพรอมกันดวยความหวังและความไววางใจ ในการดูแลเอาใจใส ของพระองค ผูซึ่ง“ประทานจิตที่บันดาลความเขมแข็ง ความรัก และการควบคุมตนเองแกเรา” (2 ทธ 1:7) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 18 มกราคม ค.ศ.2014 ถาศิษยหมายถึงผูติดตาม เราคือผูติดตามพระเยซูเจา แตเราไมสามารถ ติดตามคนที่เราไมรูจัก เราจึงตองพยายามรูจักพระองคและพันธกิจของ พระองคใหมากที่สุดเทาที่จะทําไดเพื่อวาเรา จะสามารถติดตามพระองคได อยางดีและซื่อสัตยตลอดไป เมื่อนักบุญยอหนผูทําพิธีลางเห็นพระเยซูเจา เสด็จมาหาตน ทานจึงกลาวแกศิษยบางคนวา “นี่คือลูกแกะของพระเจา ผู ทรงลบลางบาปของโลก” (ยน 1:29) คําวา “ลูกแกะของพระเจา” รวม ความคิดสองประการเขาดวยกันคือ ความคิดเรื่อง “ผูรับใชขององคพระผู เปนเจา” ซึ่งรับเอาบาปของมนุษยทั้งหลายมาแบกไวและถวายตนเปน “ลูก แกะเพื่อชดเชยบาป” และความคิดเรื่อง “ลูกแกะปสกา” ซึ่งชาวอิสราเอลกินในพิธีระลึกถึงการกอบกูพวกเขาใหพน จากการเปนทาสในประเทศอียิปต ลูกแกะจึงกลายเปนสัญลักษณและเครื่องหมายแหงการปลดปลอยประชากรของ พระเจาใหเปนอิสระจากการเปนทาสและการกดขี่ขมเหงของชาวอียิปต พระเยซูเจาทรงกลายเปนลูกแกะปสกาใหม ซึ่งปลดปลอยเราใหเปนอิสระจากการเปนทาสของบาป โดยการสละชีวิตของตนเองบนไมกางเขน พระองคทรง สามารถทํากิจการยิ่งใหญนี้ได เพราะพระองคทรงเปนทั้งองคพระผูเปนเจา และผูรับใชของเราในเวลาเดียวกัน ใน ฐานะองคพระผูเปนเจาพระองคสามารถลบลางบาปของเราได และในฐานะผูรับใชพระองคทรงถวายชีวิตตนเอง เปน เครื่องบูชาเพื่อชดเชยบาปของเรา ยิ่งกวานั้น พระองคไมไดทรงเปนเพียงแคผูรับใชของเราเทานั้น แตทรงเปนมิตร สหายของเราดวย พระองคตรัสกับบรรดาศิษยในระหวางอาหารค่ํามื้อสุดทายวา “ไมมีใครมีความรักยิ่งใหญกวา การ สละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย” (ยน 15:13) และพระองคทรงยืนยันดวยวาพวกเขาเปนมิตรสหายของพระองค ไมใช ผูรับใชอีกตอไป (เทียบ ยน 15:14-15) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 19 มกราคม ค.ศ.2014 นักบุญยอหนผูทําพิธีลางย้ําอีกวา พระเยซูเจาคือ ผูที่ทานเคยพูดถึงวา “บุรุษ ผูหนึ่งมาภายหลังขาพเจา แตนําหนาขาพเจา เพราะอยูมากอนขาพเจา” (ยน 1:30) ทานเปนญาติใกลชิดของพระเยซูเจา และมีอายุมากกวาพระองค 6 เดือน (เทียบ ลก 1:36) กระนั้นก็ตาม ทานบอกวาพระเยซูเจาทรงยิ่งใหญ กวาทานและอยูมากอนทาน ทานปรากฏตัวครั้งแรกในฐานะผูประกาศขาวดี แหงพระอาณาจักรของพระเจา แตพระเยซูเจาทรงนําหนาทานในเรื่อง ศักดิ์ศรีและสถานภาพ เพราะวากอนที่ทานจะปฏิสนธิในครรภของ มารดา พระเยซูเจา ผูทรงเปนพระวจนาตถของพระเจา ไดทรงดํารงอยูกอน แลวนั่นเอง คงดวยเหตุนี้เองที่ทําใหทานบอกวา “ขาพเจาไมรูจักพระองค” (ยน 1:31) ทานคงรูจักพระองคในระดับหนึ่งและในเวลาเดียวกันมีหลายสิ่ง หลายอยางที่ทานยังไมรูเกี่ยวกับพระองค นั่นคือ ทานยังไมรูอัตลักษณที่ แทจริงของพระองค พระเยซูเจาไมไดทรงเปนเพียงญาติคนหนึ่งของทาน เทานั้น แตพระองคทรงเปนองคพระผูเปนเจาและพระเจาของทานดวย แลวเมื่อไหรละที่นักบุญยอหนผูทําพิธีลางรูจัก พระองค? เมื่อทานบอกวา “ขาพเจาเห็นพระจิตเจาเสด็จลงมาจากสวรรคเหมือนนกพิราบและทรงอยูเหนือ พระองค ขาพเจาไมรูจักพระองค แตผูทรงสงขาพเจามาใชน้ําทําพิธีลางตรัสแกขาพเจาวา ‘เจาเห็นพระจิตเจาเสด็จลง มาประทับอยูเหนือผูใด ผูนั้นคือผูที่ทําพิธีลางเดชะพระจิตเจา’” (ยน 1:32-33) จากนั้นทานประกาศความเชื่อของทาน วา “ขาพเจาเห็นและเปนพยานยืนยันวา ทานผูนี้เปนพระบุตรของพระเจา” (ยน 1:34) ในฐานะพระบุตรของพระเจา พระเยซูเจาจึงทรงเปนทั้งองคพระผูเปนเจาและพระเจาของทานและของมนุษยทุกคน พระองคทรงยืนอยูในแมน้ํา จอรแดนพรอมกับคนบาปอีกหลายคน แมวาพระองคทรงเปนพระเจา แตพระองคเสด็จมาในโลกนี้ เพื่อรับใชเรา รัก เรา ปลดปลอยเราใหเปนอิสระ และเปนหนึ่งเดียวกับเรา พระองคทรงปรารถนาใหเราทําเหมือนที่พระองคไดทรง กระทําเพื่อเรา นั่นคือ ใหเราอยูในโลกนี้เพื่อรักและรับใชโลก และเพื่อนพี่นองชายหญิงทุกคน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 20 มกราคม ค.ศ.2014 ประกาศกอิสยาหพูดถึงพระเยซูเจาในฐานะ “ผูรับใชขององคพระผู เปนเจา” และพันธกิจของพระองคคือนําชาวอิสราเอลกลับไปหาพระ เจาและเปน “แสงสวางสองนานาชาติ” (เทียบ อสย 49:3, 5-6) พระ เยซูเจาทรงเปนแสงสวางสองโลกและทรงปรารถนาใหเราไดรับความ รอดพนที่พระองคนํามาใหและเขาไปในพระอาณาจักรของพระเจา พระองคทรงตองการใหเราไดลิ้มรสความจริง ความรัก และเสรีภาพ แหงขาวดีของพระองค พันธกิจของพระองคคือการนําประชาชนทุก คนบนโลกนี้กลับไปหาพระเจา ผูทรงเปนพระผูสราง ตนกําเนิด และจุดหมายปลายทางของพวกเขา พันธกิจของพระ เยซูเจาเปนพันธกิจของเราดวย เราไมสามารถเปนศิษยที่ดีของพระองคได ถาเราไมสานตอพันธกิจของพระองค การ เปนคริสตชนที่ดีหมายถึงการเปนผูประกาศขาวดีที่ทุมเทและเสียสละ หนาที่ของเราไมใชเพียงแคชวยของวิญญาณของ เราเองใหไปสวรรคเทานั้น แตตองแบงปนความเชื่อกับคนอื่นดวย เราตองชวยพวกเขาใหรูจักพระเยซูเจาและขาวดี ของพระองค และมีประสบการณความรักของพระเจาโดยตรง เราจะทําสิ่งตางๆ เหลานี้ไดที่ไหน? เราสามารถสานตอ พันธกิจของพระเยซูเจาไดทุกแหงที่เรามีโอกาส ไมวาในบานหรือในครอบครัวของเรา ในที่ทํางานของเรา และในเขต วัดของเรา แตละวัน ทุกชวงเวลา กับผูคนที่อยูรอบขางเรา ใหเราวอนขอพละกําลังและความเขมแข็งจากพระเจา เพื่อ เราจะสามารถเปนผูรวมงานที่ดีของพระเยซูเจาในการสรางพระอาณาจักรของพระองคบนโลกนี้ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 21 มกราคม ค.ศ.2014 พระเยซูเจาตรัสถึงพันธกิจที่พระองคตองทําใหสําเร็จไปในโลกนี้ โดยใชถอยคําของ ประกาศอิสยาห กลาวคือ ประกาศขาวดีแกคนยากจน ประกาศการปลดปลอยแกผูถูก จองจํา คืนสายตาใหแกคนตาบอด ปลดปลอยผูถูกกดขี่ใหเปนอิสระ และประกาศปแหง ความโปรดปรานจากพระเจา พระองคตรัสย้ําวาถอยคําเหลานี้กลายเปนความจริงแลว ในพระองคเอง พระเมสสิยาหที่พวกเขาเฝารอคอยเปนเวลานาน เวลานี้ประทับอยู ทามกลางพวกเขาแลว พระอาณาจักรของพระเจาเริ่มปรากฏใหเห็นเปนความจริง ใน การที่พระองคทรงรักษาโรคภัยไขเจ็บตาง ๆ เปดตาคนตาบอด ทําใหคนหูหนวกไดยิน ทรงอภัยบาปเพื่อทําใหมนุษยคืนดีกับพระเจา และทรงปลดปลอยมนุษยใหพนจาก อํานาจชั่วรายทั้งหลาย ประชาชนประหลาดใจในถอยคําของพระองค จึงพูดกันวา นี่ เปนลูกของโยเซฟมิใชหรือ?” เยซู ชางไมและลูกชางไม สามารถพูดแบบนี้ไดหรือ? พวก เขากําลังคิดวา “หมอเอย จงรักษาตนเองเถิด” หมายความวาพระองคควรทําอัศจรรย���ที่ นาซาเร็ธบานเกิดเมืองนอนของตน เหมือนที่ทรงทําที่เมืองคาเปอรนาอุมและในสวนอื่น ๆ ของแควนกาลิลี แตพระเยซูเจาตรัส กับพวกเขาวา ปรกติแลวประกาศก มักจะไมไดรับการตอนรับอยางดีในบานเมืองของตน เหตุผลในเรื่องนี้สามารถอธิบายได สองประการคือ ประการแรก ชาวเมืองนาซาเร็ธรูจักครอบครัวของพระเยซูเจาอยางดี พวกเขาไมพรอมที่จะรับพระองคหรือสิ่ง ที่พระองคตองการบอก ความคุนเคยทําใหพวกเขาดูถูกพระองค พระเยซูเจาทรงเจริญเติบโตทามกลางพวกเขา พวกเขาเลยคิด วาตนเองรูจักพระองคแลววาเปนใคร พวกเขาไมพรอมที่จะยอมรับวา พระองคเปนมากกวาบุคคลที่พวกเขารูจัก ประการที่สอง พระเยซูเจาทรงปกพระหัตถ รักษาผูเจ็บปวยบางคนใหหายจากโรคภัยเทานั้น การรักษาของพระเยซูเจาเกิดผลในบุคคล ที่มี ความเชื่อไววางใจในพระองค “จงไปเปนสุขเถิด ความเชื่อของเจาทําใหเจาหายจากโรคแลว” ปฏิกิริยาโตตอบของชาวเมืองนา ซาเร็ธซึ่งไมยอมรับความจริงนี้ คือ ปฏิเสธความจริงที่ขมขื่นนั้นเสีย เปนการปฏิเสธพระเยซูเจาดวยความเคียดแคนชิงชัง พวก เขาตองการผลักพระองคใหตกลงไปในหนาผา แตพระเยซูเจา “ทรงดําเนินฝากลุมคนเหลานั้น แลวเสด็จจากไป” พระองคทรง เดินไปจากชีวิตของพวกเขา นี่เปนถอยคําที่นาสะพรึงกลัวอันหนึ่ง ขออยาใหสิ่งแบบนี้เกิดขึ้นกับชีวิตของเราเลย ขออยาใหพระ เยซูเจาทรงดําเนินผานพวกเราไป ขออยาใหเราไมตระหนักวา พระองคกําลังประทับอยูทามกลางพวกเรา ในผูคนที่อยูรอบขาง เรา ขออยาใหเราปฏิเสธพระองค แลวพระองคจากไปโดยทิ้งพวกเราไวเบื้องหลัง ถาเปนอยางนั้น แนนอน คงไมใชพระองคที่ จะละทิ้งเรา แตเปนเราที่ปฏิเสธพระองคเหมือนที่ชาวเมืองนาซาเร็ธทํากับพระองค

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 22 มกราคม ค.ศ.2014 จดหมายถึงชาว โครินธ ฉบับที่หนึ่ง นักบุญเปาโลไดกลาวไววา ความรักเปนพระ พรที่สําคัญมากที่สุด เปนพระพรหรือของประทานจากพระเจาจริง ๆ เปนศิลปะ ซึ่งพระเจาประทานใหกับมนุษยทุกคน เปนศิลปะที่ตองไดรับการหลอเลี้ยงให เติบโตดวย ภาษากรีกโบราณมีสี่คําที่ใชพูดถึงความรักคือ Storge(สตอรเก), Eros(เอรอส), Philia (ฟเลีย)และ Agape (อากาเป ) Storge เปนความรักที่พอ แมมีตอลูกและลูกมีตอพอแม Eros เปนความรักทางเนื้อหนัง เปนความรักของ คนหนุมสาว Philia เปนความรักแบบมิตรภาพ รักแบบเพื่อน เปนความสัมพันธ ใกลชิดระหวางคนสองคน Agape เปนความรักแท ไรเงื่อนไข รักแบบใหเปลาโดยไมหวังสิ่งใดตอบแทน นี่เปนความ รักที่พระเจาทรงรักเราแตละคน และเปนความรักที่ศิษยของพระเยซูเจาทุกคนควรมีดวย ความรักแบบ Agape (อา กาเป ) นี่แหละที่จะทําใหเราสามารถอธิษฐานภาวนา สําหรับคนที่สาปแชงเราและอวยพรคนที่ทํารายเราได นักบุญ เปาโลบอกวา ปราศจากความรักแบบ Agape (อากาเป ) พระพรของพระจิตเจาอยางอื่นไมมีคุณคาอะไร “แมขาพเจา พูดภาษาของมนุษยและของทูตสวรรคได ถาไมมีความรัก ขาพเจาเปนเพียงฉาบหรือฉิ่งที่สงเสียงอึกทึก แมขาพเจาจะ ประกาศพระวาจา เขาใจธรรมล้ําลึกทุกขอ และมีความรูทุกอยาง หรือมีความเชื่อพอที่จะเคลื่อนภูเขาได ถาไมมีความ รัก ขาพเจาก็ไมมีความสาคัญแตอยางใด” (1คร 13 : 1-2) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


นักบุญเปาโล ระบุลักษณะบางประการของความรักแบบ Agape “ความรักยอมอดทน มีใจเอื้อเฟอ ไมอิจฉา ไมโออวดตนเอง ไมจองหอง ไมหยาบคาย ไมเห็นแกตัว ความรักไมฉุนเฉียว ไมจดจําความผิดที่ไดรับ ไมยินดีในความชั่ว แตรวมยินดีในความถูกตอง ความรักใหอภัยทุกอยาง เชื่อทุกอยาง หวังทุกอยาง อดทนทุกอยาง” ( 1คร 13:4-7) บุคคลตัวอยางที่ดําเนินชีวิตแบบนี้คือ มารติน ลูเธอร คิง, มหาตะมะ คานธี และพระสันตะปาปา ยอหน ปอล ที่สอง ของเรา เมื่อตองเผชิญหนากับความเขาใจผิดและการใชความรุนแรง พวกทานไมโตตอบดวยความรุนแรงและพรอมที่จะใหอภัยเสมอ พวกทานใหเกียรติแกทุกคน แมแตศัตรูของตนเอง นักบุญเปาโลยังย้ําอีกวา “แมการประกาศพระวาจาจะถูกยกเลิก แมการพูดภาษาที่ไมมีใครเขาใจจะยุติ แมความรูจะหมดสิ้น แตความรักไมมีสิ้นสุด” (เทียบ 1คร 13:8) เมื่อเราพบพระเจาโดยตรงแลว เราไมจําเปนตองมีความเชื่อและความหวังอีกตอไป มีแตความรักที่เรามีตอพระองคและพระองคมีตอเราเทานั้น ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 24 มกราคม ค.ศ.2014 อีกดานหนึ่งของความขัดแยงในเรื่องความรักคือ ถาเรารักคนอื่นอยาง หมดจิตหมดใจแลว คนอื่นจะรักเราดวยหรือเปลา แนนอน เมื่อเราทํา บาป ทําผิดพลาดในชีวิต หรือดําเนินชีวิตไมสอดคลองกับความจริงและ ความรัก สามารถกอใหเกิดความเจ็บปวดทั้งฝายรางกายและจิตใจ ได แตก็มีความทุกขยากลําบากอีกอยาง คือ แมเราจะดําเนินชีวิตตาม วิถีทางแหงความจริง ความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และเสรีภาพอัน ถูกตองแลว บอยครั้งการดําเนินชีวิตตามวิถีทางเชนนี้ กลับนําเราไปพบ กับความขัดแยงกับบุคคลที่กลัวหรือถูกคุกคามดวยความจริงและความรัก ชาวเมืองนาซาเร็ธไมยอมรับความจริงและ ปฏิเสธพระเยซูเจา บุคคลที่ดีที่สุด นารักที่สุด เพียบพรอมที่สุด เทาที่เคยดําเนินชีวิตอยูในโลกนี้ เราอาจพบวาตนเอง ถูกปฏิเสธ หรือแมแตถูกชิงชังและถูกทําราย เพราะความดีและจุดยืนที่ถูกตองตามจิตตารมณพระวรสารของเรา ยิ่งเรา เปนคนนารัก ดูเหมือนวายิ่งถูกปฏิเสธ ถูกเบียดเบียนขมเหง บางครั้งอาจจะมาจากกลุมผูนําทางศาสนาเสียดวยซ้ํา ไป เหมือนอยางในกรณีของพระเยซูเจา ประกาศกเยเรมีย นักบุญทั้งหลายและผูนําหลายคนที่เรารูจักกันดี สมเด็จ พระสันตะปาปา ยอหน ปอลที่ 2 คุณแมเทเรซา แหงกัลกัตตา ทานมหาตะมะ คานธี มารติน ลูเธอรคิง หรือเนลสัน แมนเดลา ลวนดําเนินชีวิตดวยความรักแบบ Agape เปนความรักที่ไมชิงชังเคียดแคน ไมตอบโตความรุนแรง แตพรอม ที่จะใหอภัยเสมอประสบการณที่ผูนําขาวดีทั้งหลายไดประสบครั้งแลวครั้งเลา สารแหงความจริงและความรักของพวก ทานถูกปฏิเสธ หลายทานถูกทําราย จองจํา เบียดเบียนขมเหง แตพวกทานไดสัมผัสความเขมแข็งที่พระเจาประทาน ใหพวกทาน เพื่อทําใหภารกิจที่ไดรับมอบหมายสําเร็จไป ลึก ๆ ภายใตความทุกขยากลําบากของพวกทาน มีความยินดี และสันติสุขที่มั่นคงไมสั่นคลอน เปนความยินดีและสันติสุขที่พระเยซูเจาเทานั้นที่สามารถใหพวกทานได ชีวิตของพระ เยซูเจาแสดงใหเราเห็นวา มีคาตอบแทน หรือราคา หรือบางสิ่งบางอยางที่เราตองจายเพื่อเปนบุคคลที่มีความรักแบบ Agape (อากาเป) แตมันเปนราคาที่คุมคาและไดรับการตอบแทนสูงดวย มันเปนราคาของการดําเนินชีวิตบนเสนทางที่ นําเปนสูความยิ่งใหญกวาในอนาคต นั่นคือเสนทางที่นําเราไปสูชีวิตนิรันดรนั่นเอง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 25 มกราคม ค.ศ.2014 ในพระวรสารโดยนักบุญมัทธิวเลาใหเราฟงเกี่ยวกับการที่พระเยซูเจา ทรงเรียก ศิษยสี่คนแรกใหติดตามพระองคและการตอบรับเสียงเรียกของพวกเขา เรา พบวามีบางสิ่งที่คลายคลึงกันระหวางการเรียกซีโมนและอันดรูวกับการเรียกยา กอบและยอหน นั่นคือ กระแสเรียกของพวกเขาขึ้นอยูกับการริเริ่มของพระเยซู เจาแตเพียงผูเดียว ไมไดขึ้นอยูกับความรูหรือความสามารถของพวกเขาแมแต นอยนิด พวกเขาเปนเพียงชาวประมงที่มีการศึกษานอยกลุมหนึ่งเทา นั้นเอง พระเยซูเจา “ทอดพระเนตรเห็น” พวกเขา (มธ 4:18,21) “ตรัสสั่ง” พวกเขา (มธ 4:19) หรือ “ทรงเรียก” พวกเขา (มธ 4:21) และทรงทําใหพวกเขาเปน “ชาวประมงหามนุษย” (มธ 4:19) สิ่งนี้ชี้ใหเราเห็นวาการเปนศิษยของพระเยซูเจาเกิดขึ้นเพราะการริเริ่มของพระองคเปนอันดับแรก กระแสเรียก มาจากพระเจา เปนเสียงเรียกของพระองค สวนการตอบรับหรือปฏิเสธนั้นขึ้นอยูกับเราแตละคน ศิษยสี่คนแรกตอบ รับเสียงเรียกของพระเยซูเจาทันทีและไรเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ซีโมนและอันดรูว “ทิ้งแหไว แลวตามพระองคไปทันที” (มธ 4:20) สวนยากอบและยอหน “ทิ้งเรือและบิดา แลวตามพระองคไป” (มก 1:20) เสียงเรียกของพระเยซูเจาเปน เสียงเรียกของพระเจาผูทรงสรรพานุภาพและคําตอบตอเสียงเรียกนี้ตองเปนความนบนอบเชื่อฟงแบบไรเงื่อนไข เปน ความไววางใจในความรักและการนําทางของพระญาณเอื้ออาทรของพระองคอยางสิ้นเชิง ดังนั้น จึงไมมีที่สําหรับ คําตอบที่มีเงื่อนไขในการเปนศิษยของพระเยซูเจา เราไมสามารถบอกกับพระองควา “ผมหรือดิฉันจะเปนคาทอลิก และติดตามพระองคไป ถาพระองคอวยพรผมหรือดิฉันใหร่ํารวยและเจริญรุงเรือง พรอมกับใหตําแหนงใหญและสําคัญ ในพระศาสนจักรของพระองค หรือ ผมจะเปนพระสงฆของพระองค แตพระองคตองบอกพระสังฆราชของผมใหซื้อรถ คันใหมเอี่ยมใหผมและใหผมทํางานในโรงเรียนที่มีเงินเยอะ ๆ หรือวัดใหญ ๆ รวยๆ เทานั้น” ไมมีเงื่อนไขแบบนี้ เด็ดขาดในการเปนศิษยของพระเยซูเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 26 มกราคม ค.ศ.2014 สองอาทิตยที่ผานมา เราไดรับการยืนยันจากพระเจาเองวา เรากําลังติดตาม บุคคลที่ถูกตองแลว เพราะพระเยซูเจาทรงเปน"ผูนี้เปนบุตรสุดที่รักของเรา เปนที่โปรดปรานของเรา” (มธ 3:17) เรากําลังเดินถูกทางที่เลือกติดตามพระ เยซูเจา นักบุญยอหนผูทําพิธีลางไดเพิ่มความเชื่อมั่นใหแกเรามากยิ่งขึ้น"บุรุษ ผูหนึ่งมาภายหลังขาพเจา แตนําหนาขาพเจา เพราะอยูมากอนขาพเจา” (ยน 1:30) "ขาพเจาเห็นและเปนพยานยืนยันวา ทานผูนี้เปนพระบุตรของพระ เจา” (ยน 1:34) ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจา “ทอดพระเนตรเห็น” พวกเขา (มธ 4:18,21) “ตรัสสั่ง” พวกเขา (มธ 4:19) หรือ “ทรงเรียก” พวกเขา (มธ 4:21) และทรงทําใหพวกเขาเปน “ชาวประมงหามนุษย” (มธ 4:19) การเปน ศิษยของพระเยซูเจาเปนการริเริ่มของพระองคเปนอันดับแรก กระแสเรียกมาจากพระเจา เปนเสียงเรียกของ พระองค สวนการตอบรับหรือปฏิเสธนั้นขึ้นอยูกับเราแตละคน วันนี้จึงเปนโอกาสดีที่เราจะพิจารณาไตรตรอง ถึง กระแสเรียกการเปนคริสตชนของเราวา เราเปนศิษยของพระเยซูเจาและติดตามพระองคแบบไหนและดีพอแลวหรือ ยัง? พระองคไมไดทรงเรียกเราทุกคนใหเปนพระสงฆหรือนักบวชแตพระองคทรงเรียกและเชื้อเชิญเราแตละคนให ติดตามพระองค ในหนทางและบทบาทที่แตกตางกัน พระองคทรงเรียกบางคนใหเปนพอแม ครูบาอาจารย หมอ พยาบาล ขาราชการ และอื่น ๆ อีกมากมายนับไมถวน เราพรอมและเต็มใจที่จะทําหนาที่ตาง ๆ เหลานี้เพื่อ พระองคแลวหรือยัง? ถาพระองคทรงปรารถนาเรียกและเลือกเราบางคนเปนพิเศษใหเปนพระสงฆหรือซิสเตอร เรา พรอมที่จะตอบรับเสียงเรียกของพระองคเหมือนที่ศิษยสี่คนแรกไดตอบรับแลวหรือยัง? ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 27 มกราคม ค.ศ.2014 การตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจาใหติดตามพระองคในหนทางและ บทบาทแตกตางกันไปของชีวิตเราแตละคน เราไมตองกังวลใจถึงความ ไมเหมาะสมหรือความสามารถที่มีขอบเขตจํากัดของเรา เพราะทุกสิ่ง ทุกอยางขึ้นอยูกับพระเยซูเจา เมื่อพระองคทรงเรียกเราใหติดตาม พระองค ขอเพียงใหเราตอบรับ เพราะสวนที่เหลือพระองคจะทรง จัดการใหเราเอง เราตองไมลืมวาพระองคทรงสามารถทําใหชาวประมง จน ๆ และไรการศึกษากลายเปนอัครสาวกและธรรมทูตผูยิ่งใหญ ได พระองคก็ทรงสามารถทําใหเด็กบานนอกหรือคนตางจังหวัดเปน พระสังฆราช พระสงฆ ซิสเตอร คริสตชน หรือผูรับใชที่ดี เกง และศักดิ์สิทธิ์ของพระองคไดเชนเดียวกัน พระองคทรงมี วิธีการเตรียมแตละคนใหเปนผูรับใชและเครื่องมือที่ดีของพระองค สิ่งที่พระองคตองการจากเราแตละคนในเวลานี้ คือ การตอบรับเสียงเรียกของพระองคดวยความเชื่อและความไววางใจในความรักของพระองคที่ทรงมีตอเราแตละ คน พระองคทรงอยากฟงเราบอกกับพระองควา “ขาแตพระเยซูเจา ผมหรือดิฉันพรอมแลวที่จะติดตามพระองคบน เสนทางสายนี”้ สวนที่เหลือปลอยใหพระองคเปนผูจัดการใหเราเองพระเยซูเจาทรงเห็นเรากอน รักเรากอน และเรียก เรากอน เพื่อทําใหเราแตละคนเปนเครื่องมือนําพระพรและความรักของพระเจาไปสูมนุษยทุกคนบนโลกนี้ โดยเฉพาะ อยางยิ่งไปสูผูที่อยูรอบขางเรา ใหเราแตละคนพยายามเปนศิษยที่ดีของพระองคและปลอยใหพระองคทํางานผานทาง ตัวเรา ใหเสียงของเราเปนเสียงของพระองค ใหมือของเราเปนพระหัตถของพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 28 มกราคม ค.ศ.2014 ในการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจาใหติดตามพระองค เราตอง พรอมที่จะปฏิบัติตามพระประสงคและการนําทางของพระเจา ทันทีที่ ประกาศกอิสยาหไดยินเสียงของพระเจาถามทานวา “เราจะสงใคร? ใครจะไปแทนเรา?” (อสย 6:8) ทานตอบทันทีวา “ขาพเจาอยูที่นี่ โปรด สงขาพเจาไปเถิด” (อสย 6:8) ในกรณีของนักบุญเปโตรและเพื่อน รวมงานของทาน เมื่อพวกเขานําเรือกลับถึงฝงแลว ละทิ้งทุกสิ่งติดตาม พระองค” (ลก 5:11) นักบุญเปาโลไดทุมเทใหกับงานที่ไดรับมอบหมาย จากพระเจาอยางหนัก แมทานจะบอกดวยความถอมตนวา “แตมิใช ขาพเจา เปนเพราะพระหรรษทานของพระเจา ซึ่งอยูกับขาพเจาที่ทํางาน” (1 คร 15:10) การตระหนักถึงความไม เหมาะสมและไรความสามารถของตนเองอยางเดียว ไมเพียงพอที่จะทําใหเราเปนเครื่องมือที่ดีของพระเจา เราตอง พรอมและเต็มใจที่จะปฏิบัติตามพระประสงคและดําเนินตามการนําทางของพระองคดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 29 มกราคม ค.ศ.2014 ทานผูรูคนหนึ่งเคยกลาววา “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาในโลกนี้ เกิดขึ้นมาจาก ความหวัง” คําพูดนี้มีสวนจริงเหมือนกัน แมวาไมทั้งหมด ความหวังเปนพลังที่ ขับเคลื่อนใหมนุษยชาติมีชีวิตชีวา มีความฝนใฝ มีแผนการ และมีการ สรางสรรคอยูตลอดเวลา ความหวังไมใชเปนสิ่งที่ตรงกันขามกับความเปน จริง มันตรงกันขามกับความสิ้นหวังตางหาก ตราบใดที่ยังมีความหวัง ตราบนั้น มนุษยยังมีโอกาสที่จะสานฝนของตนเอง ทุกสิ่งทุกอยางยังมีโอกาสและเปนไป ไดเสมอสําหรับผูที่เปยมไปดวยความหวังความหวังเปนพลังทางธรรมชาติ อันหนึ่งที่ทําใหมนุษยชาติสามารถฟนฝาอุปสรรค ความทุกขยากลําบากและ วิกฤตกาลตาง ๆ ที่ผานเขามาในชีวิต กลาวไดวาความหวังเปนสิ่งจําเปนและ ขาดไมไดสําหรับการดําเนินชีวิตในโลกนี้แมวาความหวังเปนสิ่งที่หาคาเปรียบ มิได แตเราสามารถสูญเสียมันไปไดเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อตองเผชิญหนา กับสถานการณที่ไมคาดฝน สถานการณที่ดูเหมือนวาไรทางออก เมื่อทุกสิ่งดูเหมือนวามืดมนไปหมด เราควรทําอยางไร ประการแรก หลายครั้งเปนเรื่องยากที่จะเชื่อในอนาคตที่สุกใส เราขาดความกลาหาญเพียงพอที่จะหวังในสิ่งตาง ๆ หากเปนเชนนั้น ใจของเราควรจดจออยูที่ปจจุบัน ปลูกฝงความสุขเล็ก ๆ นอย ๆ จนกระทั่งความกลาหาญกลับคืน มา จงตั้งใจคอยความสวยงามของชวงเวลาถัดไป ชั่วโมงถัดไป จงอยูกับปจจุบันจนกระทั่งมีความเขมแข็งที่จะคิดถึง วันรุงขึ้นประการที่สอง เมื่อมองไมเห็นทางออก อยาอยูนิ่งเฉย จงทําบางสิ่งบางอยาง อยาปลอยใหความสิ้นหวังทําให เราเปนอัมพาต ประการที่สาม อยาหมดหวังงาย ๆ มองโลกในแงดีเขาไว เมื่อลมลง จงรีบลุกขึ้น นึกอยูเสมอวา “วัน พรุงนี้จะดีกวาวันนี้แนนอน” จงเชื่อมั่นในความหวัง ความหวังไมใชการโกหก แตเปนความจริงในตัวมันเอง ประการสุดทาย จงเรียกความหวังของเรากลับมา อยาปลอยใหความหวังตายไปจากตัวเรา และที่สําคัญ อยากลัว แต จงมั่นใจในพระพรที่เพียงพอและความรักที่มั่นคงของพระเจาที่มีตอเราแตละคน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม ค.ศ.2014 ในพิธีสาบานตนเขารับตําแหนงประธานาธิบดีคนที่ 44 ของ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2009 บารัค โอบามา ได กลาวสุนทรพจนที่นาจับใจ ซึ่งมีขอความตอนหนึ่งบอกวา “เรา ไดเลือกความหวังเหนือความกลัว ผลประโยชนของความ สามัคคีอยูเหนือความขัดแยงและความบาดหมาง” ทามกลางฝูง ชนกวา 2 ลานคน ณ เนชันแนล มอลล สนามหญาดานตะวันตก ของอาคารรัฐสภา ประธานาธิบดีผิวดําคนแรกของ สหรัฐอเมริกาประกาศกองวา ชาวอเมริกาตองมีความหวังที่อยู เหนือความกลัว และความสามัคคีของพวกเขาตองอยูเหนือความขัดแยงและความบาดหมางทั้งปวง ทุกคนตองลุก ขึ้นมารวมมือกันเพื่อฟนฝาวิกฤตทางเศรษฐกิจครั้งเลวรายที่สุดนี้ใหได ถาเราตองเอาชนะอุปสรรคหรือวิกฤตการณตาง ๆ ในชีวิต ความหวังของเราตองอยูเหนือความกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น Ama Ata Aido นักเขียนชาวกานาคนหนึ่งพูดไวอยาง นาคิดวา “เมื่อความหวังดับสูญไป แลวอะไรละจะสามารถดํารงชีวิตอยูตอไปได” “ขอพระเจาผูประทานความหวัง โปรดใหทานทั้งหลายเปยมดวยความยินดี และสันติทุกประการในการที่ทานเชื่อเชนนั้น เพื่อวาทานทั้งหลายจะไดมีความหวังอยางเต็มเปยม เดชะพระฤทธานุภาพของพระจิตเจา” (รม 15:13) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 31 มกราคม ค.ศ.2014 หลายครั้งชีวิตของเราดําเนินไปโดยไมเคยพิจารณาไตรตรองถึงชีวิตอยาง ลึกซึ้ง เราอาจประกาศยืนยันความเชื่อของเราทุกอาทิตย แตมีหลายสิ่ง หลายอยางที่เรายังไมเขาใจอยางถองแทและเกิดความสงสัย บางคนยิ่ง อานพระคัมภีรมากขึ้น ก็รูสึกวาตนเองสับสนมากยิ่งขึ้น ไมรูจะอธิบายให คนอื่นเขาใจไดอยางไร คําสอนหรือขอเรียกรองของพระเยซูเจาหลายครั้ง เปนคําพูดที่ตรงกันขามกับความรูสึกของคนทั่วไป ตรงกันขามกับคานิยม ของโลกสมัยปจจุบัน เรารูวาแผนการของพระเจาไมใชแผนการของเราเสมอไป ดังนั้น ควรอยางยิ่งที่เราจะตองมีความ ไววางใจในพระเจา แมในเวลาที่เรามีความทุกขยากลําบากใจ ในยามที่หลายสิ่งหลายอยางไมไดดําเนินไปอยางที่เรา คาดคิด เวลาเชนนี้แหละเปนเวลาที่ทาทายความเชื่อ และความไววางใจในความรักพระเจาที่มีตอเรา พระเจาทรงรัก และอยูเคียงขางเราเสมอ แมเมื่อเราพบวาตนเองอยูในสถานการณที่ไมพึงปรารถนาเราตองพยายามแสวงหาคําตอบ และความหมายที่แทจริงของเหตุการณตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ในสังคม ในโลกนี้เมื่อเวลาผานไป ทีละเล็กทีละนอยเรา จะเขาใจวา พระเจาทรงประทับอยูกับเราเสมอ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ข้อคิดยามเช้า ประจำเดือน มกราคม 2014