ข้อคิดยามเช้า ประจำเดือน กรกฎาคม 2014

Page 1


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ.2014 บรรดาศิษยจึงเขามาปลุกพระองค ทูลวา “พระองคเจาขา ชวย ดวยเถิด เรากําลังจะพินาศอยูแลว” พระองคจึงตรัสกับเขาวา “ทําไมจึงตกใจกลัวเลา ทานชางมีความเชื่อนอยเหลือเกิน” แลว ทรงลุกขึ้นบังคมลมและทะเล ทองทะเลก็สงบราบเรียบ (มธ 8:25-26) หลายครั้งในชีวิต เราอาจถามตนเองวา ทําไมโลกของ เราจึงตองมีความอยุติธรรม การเอารัดเอาเปรียบ การฆาลาง เผาพันธุ ความอดอยากหิวโหย การคอรรับชั่น การโจมตีทําลาย กัน ความทารุณและการกดขี่ขมเหงเกิดขึ้นมากมาย ความเสมอ ภาพ เอกภาพ และเสรีภาพของมนุษย เปนเสมือนความฝนที่ไม เปนจริงในสังคม “พระเจาทรงอยูที่ไหนในสถานการณแบบนี?้ ” ทําไมพระองคจึงปลอยใหสิ่งเหลานี้เกิดขึ้น โดยไม ปกปองคุมครองลูก ๆ ของพระองค โดยเฉพาะคนที่ไมสามารถปองกันตัวเองได? หลายคนรูสึกหดหูใจและสิ้นหวัง ไม อยากทําอะไรทั้งสิ้น “ทําไมจึงตกใจกลัวเลา ทานชางมีความเชื่อนอยเหลือเกิน”ความเชื่อดังกลาวนี้ไมใชความรู เกี่ยวกับหลักคําสอนที่ลึกซึ้ง แตเปนความไววางใจและความมั่นใจที่ไมสั่นคลอนวา ไมวาจะเปนอยางไร พระเจาทรงอยู ใกลพวกเรา พระองคจะทรงคอยดูแลเอาใจใสเราอยางแนนอน ไมไดหมายความวาดวยความเชื่อแบบนี้ จะทําใหคริสต ชนปราศจากความทุกขยากลาบากในชีวิต พระเยซูคริสตเจาไมไดทรงสัญญาวา ชีวิตของเราจะปราศจากความ เจ็บปวดหรือความทุกขเดือดรอน พระเจาเองก็ไมไดทรงหวงแหนพระบุตรของพระองคไว แตทรงสงพระองคลงมาเพื่อ ชวยเราใหรอดพน โดยการสิ้นพระชนมบนไมกางเขน สิ่งที่พระเจาทรงสัญญาคือ ดวยความเชื่อและความไววางใจที่ ลึกซึ้งในพระองค เราจะสามารถเผชิญหนากับความทุกขยากลําบาก ที่ประดังเขามาในชีวิตเราดวยความมั่นใจ เราจะ สามารถยอมรับมันดวยจิตใจที่สงบ เพื่อรวมสวนกับพระทรมานของพระเยซูเจา และเพื่อเห็นแกความรักของพระเจาผู ซึ่งเปนเจานายที่แทจริงของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ.2014 “เจาไมคิดอยางพระเจา แตคิดอยางมนุษย” (มธ 16:23) มาตรฐาน ของมนุษยในการดําเนินชีวิตคือการมุงหวังที่จะมีชีวิตสบาย แสวงหา ความมั่นคงและปลอดภัยสําหรับตนเองใหมากที่สุด ดูแลตัวเองใหดี และอยาทํางานหนักมากจนเกินไป แนนอน สิ่งเหลานี้แตกตางจาก มาตรฐานของพระเจาอยางสิ้นเชิง พระเจาทรงแสดงใหเราเห็นในตัว พระเยซูเจาวา ความสุขที่แทจริงไดมาโดยทางความทุกขยากลําบาก ความชื่นชมยินดีที่แทจริงไดมาโดยทางความเศราโศกเสียใจและชีวิต นิรันดรไดมาโดยทางความตาย พระเยซูเจาตรัสวาพระองคตองรับการทรมานและสิ้นพระชนม เพื่อจะกลับคืนพระ ชนมชีพในวันที่สาม นี่คือพระประสงคของพระบิดาของพระองค “ถาผูใดอยากตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม กางเขนของตนและติดตามเรา” (มธ 16:24) แผนการของพระบิดาเจาใชกับศิษยทุกคนของพระองค ซึ่งรวมถึงเราแต ละคนดวย ความทุกขยากลําบากที่พระเจาทรงเรียกรองเปนพระธรรมล้ําลึกประการหนึ่ง เปนบางสิ่งบางอยางที่เราไม สามารถเขาใจไดทั้งหมด ความทุกขยากลําบากเปนเครื่องบงชี้วาเรายิ่งใหญแคไหน เปนเครื่องทดสอบความรักที่เรามี ตอพระเจาและเพื่อนมนุษย เพราะเราจะเต็มใจยอมรับความทุกขยากลําบากเพื่อคนอื่นก็ตอเมื่อรักคนนั้นมากพอ นี่ เปนสิ่งที่พระเยซูเจาไดทําเปนแบบอยาง ความทุกขยากลําบากฝายจิตใจ ความกังวลใจ ความหนักอกหนักใจ ความอึด อัดและคับของใจ ความโดดเดี่ยวและความรูสึกเบื่อหนาย เปนสิ่งที่เราตองพยายามยอมรับใหไดเพื่อทุกคนที่เรารัก แลวเราจะพบวาพระเจาทรงรักเราอยางแทจริง ความทุกขยากลําบากไมใชสิ่งชั่วรายเสมอไป เพราะในแผนการของ พระเจามันจะนําเราไปสูความสุขที่แทจริง วิถีทางของพระเจาไมใชวิถีทางของเรา แตวิถีทางของพระองคเปนวิถีทางที่ ดีที่สุดสําหรับเราแตละคน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ.2014 เมื่อเราตกอยูในสถานการณที่ยากลําบากและเดือดรอน เราจะหันไปหา พระเจาเพื่อวอนขอพระองคใหทรงชวยเรา การกระทําเชนนี้เปนสิ่งที่ดีและ ถูกตอง แตหลายครั้งเราไมไดนึกถึงพระองคในยามที่เรามีความสุข เราลืมที่ จะขอบพระคุณพระองค บางคนเขาใจวาการอธิษฐานภาวนา คือการวอน ขอสิ่งที่เราตองการจากพระเจา ถาเราไมตองการความชวยเหลือ ก็ไม จําเปนตองหันมาพึ่งพระเจาหรือสนทนากับพระองค อันที่จริง จุดประสงค ของการอธิษฐานภาวนาของเรา ไมใชเพียงเพื่อวอนขอความชวยเหลือจากพระเจาเทานั้น แตเพื่อสรรเสริญพระองค สําหรับความดีและความยิ่งใหญของพระองค และเพื่อขอบพระคุณพระองคสําหรับความรัก และพระพรตาง ๆ ที่ พระองคทรงโปรยปรายมายังเราแตละคน ใหเรามาหาพระองคไมเพียงแคเวลาที่เราเปนทุกขเดือดรอน และตองการ ความชวยเหลือจากพระองคเทานั้น เพราะถาเปนเชนนี้ พระเจาคงไมตางจากหมอคนหนึ่งที่เราไปหาเวลาที่เราเจ็บไข ไดปวย พระเจาทรงปรารถนาใหเรามาหาพระองคตลอดเวลา ไมวาจะยามสุขหรือยามทุกข ในฐานะบิดาผูเปยมดวย ความรักและเมตตาตอเราเสมอ เราสามารถเขาหาพระองคไดตลอดเวลาและพูดคุยกับพระองคไดทุกเรื่อง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.2014 การมีบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ไมไดเปนหลักประกันวา เราเปนพลเมืองดี เชนเดียวกันการไดรับศีลลางบาป การมารวม มิสซา การรับศีลอภัยบาปและศีลมหาสนิทเปนประจํา ไมไดเปน หลักประกันวาเรารักพระเจาและเพื่อนพี่นองดวยใจจริง บางคน มารวมมิสซาในวันอาทิตยเพราะกลัววาถาไมมาจะเปนบาป ไม ไดมาเพราะรักและปรารถนาอยูใกลชิดกับพระเจา หลายคน มารวมพิธีกรรมตาง ๆ เพราะความเคยชินเทานั้นเอง ถาการ ปฏิบัติศาสนาของเราไมไดมาจากความรัก ที่เรามีตอพระเจาและ เพื่อนพี่นอง ชีวิตคริสตชนของเราจะไมบังเกิดผลเทาที่ควร การไดชื่อวาเปน “คาทอลิก” ไมไดเปนหลักประกันวา เรา เปนคนดีพรอมและจะไดรับความรอดพนอยางแนนอน แตตองขึ้นอยูกับแนวทางในการดําเนินชีวิตของเราวา สอดคลองกับพระประสงคของพระเจาหรือไม พระเจาคือความรัก พระองคไมทรงตองการลงโทษเราหรือโลกที่อยูรอบ ขางเรา พระองคทรงใหโอกาสและพรอมที่ตอนรับทุกคน ที่ปรารถนาเขามาอยูใกลชิดกับพระองคเสมอ เราเองจะตอง หมั่นพรวนดินใสปุยตนไมแหงชีวิตของเรา ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตนเองใหดีขึ้นในแตละวัน เพื่อวาชีวิตของเราจะ เกิดผลมากที่สุดเทาที่จะเปนไปได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ.2014 พระเยซูเจาทรงเปนนักเทศนพเนจรที่เดินทางสั่งสอนไปเรื่อย ๆ ประชาชนสวนใหญที่ทรงพบปะระหวางทางเปนประชาชน ธรรมดา เปนกลุมชนที่ยากจนและต่ําตอยในสายตาของบรรดา ผูนําทางศาสนา และผูปกครองบานเมืองในสมัยนั้น พวกเขาตอง ทํางานหนักเพื่อเลี้ยงครอบครัวจนแทบจะไมมีเวลาใหกับอยางอื่น ยิ่งกวานั้น ในชีวิตทางศาสนาตองถือตามกฎเกณฑมากมาย ซึ่ง บรรดาผูนําทางศาสนาไดกําหนดไวสําหรับพวกเขา พวกธรรมา จารยและชาวฟาริสีไดทําใหศาสนาที่ไดรับการถายทอดมาจากบรรพบุรุษซับซอนมากยิ่งขึ้น พวกเขาไดออกกฎเกณฑ เพิ่มขึ้นมากมาย จากบทบัญญัติที่โมเสสไดรับจากพระเจา ซึ่งทําใหคนยากจนทั้งหลายยากที่จะปฏิบัติตามได บทบัญญัติจึงกลายเปนแอกที่หนักอึ้งสําหรับพวกเขาและทําใหจิตใจของพวกเขาไมสงบ พวกเขารูสึกวาตนเองไม บริสุทธิ์และทําผิดตอพระเจา พวกเขาไมมีความสุขกับการรับใชพระเจาเลยในพระวรสารพระเยซูเจากําลังตรัสกับ ประชาชนกลุมนี้โดยตรงวา “ทานทั้งหลายที่เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาพบเราเถิด เราจะใหทานได พักผอน” (มธ 11:28) การพักผอนที่พระองคทรงสัญญานี้เปนการปลดปลอยพวกเขาจากความรูสึกที่วาการรับใชพระ เจาเปนภาระหนักและนาเบื่อ พระองคทรงปรารถนาที่จะทําใหการรับใชพระเจากลายเปนความสุขใจและการพักผอน ดวยเหตุนี้ พระองคจึงทรงเชื้อเชิญพวกเขาใหสลัดแอกเกาที่ขัดขวางพวกเขาไมใหเขาถึงพระเจาและมารับแอกใหมที่ จะนําพวกเขาไปสูชีวิตนิรันดร “จงรับแอกของเราแบกไว และมาเปนศิษยของเรา เพราะเรามีใจสุภาพออนโยนและ ถอมตน จิตใจของทานจะไดรับการพักผอน” (มธ 11:29) แอกที่พระองคทรงพูดถึงนี้ประกอบดวยบทบัญญัติเพียง ประการเดียวเทานั้น นั่นคือ บทบัญญัติแหงความรัก ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ.2014 เมื่อพระเยซูเจาทรงพูดถึงบางสิ่งบางอยางในฐานะ “แอกที่ตองแบก ไว”พระองคตองการชี้ใหเห็นวาสิ่งนั้นสําคัญและขาดไมได ปรกติแลว สิ่งที่พระเยซูเจาเรียกรองใหทํามักจะเปนเรื่องยาก ทางที่จะนําไปสูชีวิต นิรันดรซึ่งพระองคทรงนําเสนอ เปนทางเล็ก ๆ และลําบาก มีนอยคน ที่จะเดินบนเสนทางสายนี้ ประตูซึ่งพระองคทรงปรารถนาที่จะให ผูติดตามพระองคกาวผาน ก็เปนประตูที่แคบ ๆ ในพระวรสารวันนี้ พระองคทรงบอกวา แอกของพระองคออนนุมและภาระของพระองคก็ เบา (เทียบ มธ 11:30) ที่เปนเชนนี้ ดวยเหตุผลจากความจริงที่วา เรา แตละคนตองแบกแอกชิ้นนี้ดวยความรักนั่นเอง ธรรมทูตทานหนึ่งเลาใหพอฟงวา ขณะที่ทานกําลังเดินไปเยี่ยมสัตบุรุษ ตามบาน ทานพบเด็กคนหนึ่งกําลังแบกนองชายไวบนหลัง ทานจึงถามเด็กคนนั้นวา “หนูไมหนักหรือ?” เด็กคนนั้น ตอบทันทีวา “ไมครับ เพราะเขาเปนนองชายของผมเอง” เหตุผลที่ทําใหเด็กคนนั้นไมรูสึกวาสิ่งที่เขากําลังทําอยูหนัก เพราะเด็กอีกคนหนึ่งเปนนองชายของเขาและเขารักนองชายคนนั้นมากดวย ถาไมใชนองชายของเขา เขาอาจจะรูสึก วามันเปนแอกที่หนักสําหรับเขาก็ได นักบุญออกัสติน พระสังฆราชแหงเมืองฮิปโป พูดไวอยางถูกตองวา “Ama, et fac quod vis : รัก และจงทําสิ่งที่ทานปรารถนาเถิด” นั่นคือ ทําอะไรก็ได แตขอใหทําดวยความรัก และเราจะรูสึกวา สิ่งที่เรากําลังทํานั้นเปนความสุขอยางหนึ่ง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ.2014 นักพระคัมภีรทานหนึ่งพยายามอธิบายวา ทําไมแอกของพระเยซูเจาจึงออนนุม และเบา ในสมัยของพระเยซูเจานั้น เมื่อชาวยิวไถนา จะใชวัวสองตัวและใส แอกยาวอันเดียวไวบนคอวัวทั้งสอง เพื่องายตอการควบคุมใหพวกมันเดินไปใน ทิศทางเดียวกัน เมื่อพระเยซูเจาทรงเชิญชวนใหเรารับแอกของพระองคแบกไว พระองคคงมีภาพนี้อยูในใจ ดวยเหตุนี้ เราอาจถามตัวเองวา แลวใครละ คือ คนที่ชวยเราแบกแอกดังกลาว คนที่ชวยเราแบกแอกคงไมใชใครอื่น นอกจาก พระเยซูเจาพระองคเอง อันที่จริง แอกเปนของพระองคและพระองคทรงเพียงเชิญชวนเรา ใหมาเปนเพื่อนรวมทีมกับ พระองค ดังนั้น แอกของพระเยซูเจา จึงไมใชเพียงแอกจากพระเยซูเจา แตเปนแอกที่เราแบกพรอมกับพระองคดวย การรับเอาแอกของพระเยซูเจามาแบกไว จึงเปนการรวมทีมกับพระองค การรวมชะตากรรมเดียวกันกับพระองค และการรวมมีสวนในพันธกิจเดียวกันกับพระองคนั่นเอง ถาเรายอมรับเอาแอกของพระเยซูเจาไว เราจะไมแบกแอก นั้น โดยอาศัยกําลังความสามารถของเราตามลําพัง แตเราจะแบกแอกนั้นพรอมกับพระองค โดยอาศัยพละกําลังที่มา จากพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ.2014 เราทุกคนลวนมีภาระหนาที่และพันธกิจที่ไดรับมอบหมายจากพระ เยซูเจาดวยกันทั้งนั้น อาจจะมีมากหรือนอยแตกตางกัน ถาเราจะ เปรียบเทียบสิ่งเหลานี้ก็คงไมตางจากแอกที่พระเยซูเจาเชิญชวนเรา แตละคนใหรับแบกไวนั้นเอง ถาเรารูสึกวาแอกดังกลาวหนักและนา เบื่อ อาจเปนเพราะวาเราไมไดรับแบกแอกนั้นไวดวยความรัก เมื่อ ไมมีความรัก แอกที่เรากําลังแบกก็ขาดความหมาย แตเมื่อเราแบก แอกนั้นไวดวยความรัก เราจะรูสึกวามีความสุขที่มีสวนรวมในพันธ กิจเดียวกันกับบุคคลที่เรารัก สิ่งหนึ่งที่เราไมควรลืมคือ เราไมได แบกแอกคนเดียว แตพรอมกับพระเยซูเจา พระองคทรงอยูเคียงขางเราเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่งในชวงเวลาที่เรา ประสบปญหา และความทุกขยากลําบากมากที่สุดในชีวิตคนอื่นอาจจะทิ้งเราไป แตพระเยซูเจาจะไมมีวันทอดทิ้งผูที่ เปนของพระองค พระองคจะประทานพละกําลังแกเรา คอยใหกําลังใจ และรวมแบกภาระและแอกอันนั้นไปพรอมกับ เรา จะเปนประโยชนอยางมากทีเดียว ถาเราจะเริ่มตนแตละวันดวยการอธิษฐานภาวนาตอพระเยซูเจาวา “ขาแตพระ เยซูเจา โปรดชวยขาพเจาใหตระหนักอยูเสมอวา ไมมีปญหาใดที่ขาพเจาจะเผชิญในวันนี้ ที่พระองคและขาพเจา รวมกันแลวไมสามารถจัดการแกไขได” นี่แหละคือวิธีการหนึ่งที่จะทําใหเราแตละคนรูสึกวา แอกของพระเยซูเจาที่เรา รับแบกไวในแตละวันนั้นออนนุมและภาระที่พระองคทรงมอบหมายใหเราทํานั้นก็เบา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ.2014 “งานธรรมทูตเปนธรรมชาติของพระศาสนจักรและเปนพันธกิจที่ ไดรับมอบหมายจากพระคริสตเจา เพื่อความรอดพนของมนุษยทุก คน” เปนขอความที่ระบุไวในแผนอภิบาลคริสตศักราช 2010-2015 ของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย พระศาสนจักรมี ธรรมชาติเปนธรรมทูต ซึ่งมีการประกาศขาวดีเปนงานเบื้องตนและ เปนงานหลัก เราตองตระหนักถึงการมีสวนรับผิดชอบในพันธกิจอัน สําคัญยิ่งนี้ โดยการเปนประจักษพยานดวยการดําเนินชีวิตตามจิต ตารมณพระวรสารและประกาศขาวดีแกทุกคนที่ยังไมมีความเชื่อในพระคริสตเจา ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของพระศา สนจักร เราไมสามารถปฏิเสธธรรมชาติของเราเองได งานธรรมทูต หรืองานแพรธรรม หรืองานประกาศขาวดี จึงเปน พันธกิจที่เราทุกคนตองทํา ไมใชจะทําก็ไดหรือไมทําก็ได เราอาจกลัวหรือกังวลใจ ไมรูจะทําอยางไร แตสิ่งที่พระเยซู เจาบอกกับเราเสมอคือการดําเนินชีวิตตามจิตตารมณพระวรสาร ทํางานของพระองคดวยความเรียบงายและดวย ความกลาหาญ มั่นใจและไวใจในพระเยซูเจา ตัวของเราเอง ชีวิตแหงการเปนพยานของเรานี้แหละ คือเครื่องมือที่ดี ที่สุดในการประกาศขาวดีของพระเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ.2014 “นายขอรับ โปรดใหขนมปงนี้แกพวกเราเสมอเถิด” (ยน 6:34) พระเยซูเจาทรงตําหนิพวกเขาที่คิดถึงเรื่องปากทองเทานั้น “เรา บอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ทานแสวงหาเรา มิใชเพราะได เห็นเครื่องหมายอัศจรรย แตเพราะไดกินขนมปงจนอิ่ม อยา ขวนขวายหาอาหารที่กินแลวเสื่อมสลายไป แตจงหาอาหารที่คงอยู และนําชีวิตนิรันดรมาให อาหารนี้บุตรแหงมนุษยจะประทานให ทาน” (ยน 6:26-27) พระองคทรงปรารถนาใหประชาชนเห็นวา พระองคเสด็จมาเพื่อบํารุงเลี้ยงชีวิตฝายจิตของมนุษย ดวยอาหาร ที่ทําใหหัวใจของพวกเขาอิ่มหนํา อาหารที่ไมมีวันเสื่อมสลาย แต คงอยูและใหชีวิตตลอดไป ขณะที่พระองคตรัสถึงเรื่องฝายจิต พวกเขาเขาใจผิดคิดวาพระองคกําลังตรัสถึงเรื่องที่เปน วัตถุ เมื่อพระองคทรงพบกับหญิงชาวสะมาเรียที่บอน้ําของยาโคบ พระองคทรงพูดกับนางถึงน้ําฝายจิต “ทุกคนที่ดื่ม น้ํานี้จะกระหายอีก แตผูที่ดื่มน้ําซึ่งเราจะใหนั้นจะไมกระหายอีก น้ําที่เราจะใหเขาจะกลายเปนธารน้ําในตัวเขา ไหลริน เพื่อชีวิตนิรันดร” (ยน 4:13-14) แตนางเขาใจวาเปนน้ําธรรมดาจึงทูลวา “นายเจาขา โปรดใหน้ํานั้นแกดิฉันบาง เพื่อ ดิฉันจะไมตองกระหายหรือตองมาตักน้ําที่นี่อีก” (ยน 4:15) หลายครั้งความคิดแบบวัตถุนิยม ปดตาของเราไมให มองเห็นความจริงฝายจิต ลัทธิวัตถุนิยมซึ่งสัญญาจะใหความสุขแกเรา แตทิ้งเราใหหิวกระหายเพิ่มขึ้นอยางไมมีวัน สิ้นสุด แนวโนมเชนนี้กําลังครอบงําสังคมของเราในปจจุบัน เราไดยินพระวาจาของพระเจาซึ่งเปนความจริงฝายจิต แต เราเขาใจความจริงดังกลาว ในกรอบของความตองการฝายกายของเรา วิธีแกไขคือ ใหเราเจริญรอยตามแบบอยางของ พระเยซูเจาและหลีกเลี่ยงสิ่งเยายวนของลัทธิดังกลาว แมวาเราจะมีอาหารชั้นเลิศรับประทานทุกวัน แตถาเราขาด อาหารฝายจิต อยางเชน ความรักและเสรีภาพ เราจะยังหิวกระหายอีกตอไปและจิตใจของเราจะไมมีวันสงบสุข ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ.2014 ชาวฟาริสีและบรรดาธรรมาจารยเปนผูที่ปฏิบัติศาสนา ในรูปแบบของ การหลีกเลี่ยงความชั่ว มุงปองกันตนเองใหพนจากสิ่งที่เปนมลทิน ทั้งหลาย โดยปฏิบัติตามกฎขอบังคับทางจารีตพิธีกรรม ซึ่งเปน ขนบธรรมเนียมของบรรพบุรุษอยางเครงครัด ชาวยิวถือวาคนตางศาสนา ทุกคนเปนผูมีมลทินหรือไมบริสุทธิ์ เมื่อตองอยูรวมกับคนตางศาสนา เขาจึงตองลางมือทําความสะอาดเครื่องใชตาง ๆ รวมทั้งการชําระตัว ซึ่ง ไมใชเรื่องของการระมัดระวังรักษาสุขภาพอนามัยของตัวเอง แตทํา เพราะจารีตพิธีกรรมตามที่ไดรับการสั่งสอนสืบทอดตอกันมา พระเยซูเจา ไมทรงเห็นดวยกับแนวคิดในการปฏิบัติศาสนาที่เนนจารีตพิธีกรรม ภายนอกมากเกินไปแบบนี้ พระองคตรัสวา “ทุกคนจงฟงและเขาใจเถิด ไมมีสิ่งใดเลยจากภายนอกของมนุษยทําใหเขามีมลทินได แตสิ่งที่ออกมาจากภายในของมนุษยนั้นแหละ ทําใหเขามี มลทิน” (มก 7:14-15) พระเยซูเจาชี้วาการคบคาสมาคมกับผูที่มีความเชื่อแตกตาง ไมไดทําใหชาวยิวมีมลทินและ ชาวยิว ก็ไมไดทําใหคนตางศาสนามีมลทินเชนกัน ไมมีบุคคลใดหรือสิ่งใดที่อยูภายนอกเรา สามารถทําใหเรามีมลทินได คนที่มีใจบริสุทธิ์มองเห็นแตความสะอาดและบริสุทธิ์ ในทุกสิ่งและทุกคน เหมือนที่พระเยซูเจาทรงบอก “ผูมีใจบริสุทธิ์ ยอมเปนสุข เพราะเขาจะไดเห็นพระเจา” (มธ 5:8) พระเยซูเจาไมลังเลพระทัยที่จะสัมผัสคนโรคเรื้อน รับประทาน อาหารกับคนบาป และปลอยใหหญิงที่ไมสะอาดสัมผัสพระองค ทรงคบคาสมาคมกับคนไมดีจนกระทั่งไดรับสมญาวา “เพื่อนกับคนเก็บภาษีและคนบาป” (มธ 11:19) หากเรายอนมาคิดทบทวนเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนาของเรา เรา ดําเนินชีวิตแบบหลีกเลี่ยงความชั่วอยางเดียว เพียงเพราะตองการรักษากฎเกณฑที่มนุษยตั้งขึ้น และกลัววาความ ศักดิ์สิทธิ์ของตนจะเปอนหมองหรือเปลา? ถาเราเปนเชนนั้น วันนี้พระเยซูเจาทรงทาทายเราใหพรอมที่จะเขาหาและ ชวยเหลือผูเปนทุกขเดือดรอนและยากจนขัดสน จําไวเสมอวา ถาเราไมนําสิ่งที่เปนมลทิน หรือไมบริสุทธิ์เขามาในใจ ของเราเองกอน ไมมีใครหรือสิ่งใดภายนอกสามารถทําใหเรามีมลทินได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ.2014 คําพูดที่เราใชในการติดตอสื่อสารเปนพระพรยิ่งใหญประการหนึ่งจากพระ เจา โดยทางคําพูดเราสามารถบอกคนอื่นเกี่ยวกับความคิด ความรูสึก ความใฝฝน และความยินดีของเรา คําพูดที่เราพูดกับคนอื่นสามารถ เปลี่ยนแปลงทัศนคติของเขาที่มีตอเรา และสรางความสัมพันธที่ดีตอกันได พระเจาทรงติดตอสื่อสารกับเรามนุษยผานทางคําพูดเชนกัน เราสามารถ พบคําพูดหรือ “พระวาจา” ของพระองคในพระคัมภีร โดยทางพระวาจา เหลานี้พระเจาทรงเผยแสดงพระองคเองแกเรา ทรงแจงใหเราทราบถึง แผนการและพระประสงคของพระองค พระวาจาของพระเจามีอํานาจ ที่กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเราดวย เหมือนที่พระองคตรัสกับ เราผานทางประกาศกอิสยาหวา“ฝนและหิมะลงมาจากทองฟา และไม กลับไปที่นั่น ถาไมไดรดแผนดิน ทําใหแผนดินอุดม ทําใหพืชงอกขึ้น เพื่อให ผูหวานมีเมล็ดพันธุ และใหผูกินมีอาหารฉันใด ถอยคําที่ออกจากปากของ เรา จะไมกลับมาหาเราโดยไมเกิดผล ไมทําตามที่เราปรารถนา และไม บรรลุจุดประสงคที่เราสงมาฉันนั้น” (อสย 55:10-11) พระวาจาของพระ เจาจะบรรลุถึงจุดประสงคที่คาดหวังไวหรือไม ขึ้นอยูกับความรวมมือของ เราเหมือนกัน ดังนั้น เมื่อเราไดยินหรือไดฟงพระวาจาของพระเจา เราจะอยูเฉย ๆ ไมได เราตองตอบสนองดวยวิธีใดวิธีหนึ่ง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ.2014 ในพระวรสารวันนี้ เราเห็นรูปแบบที่หลายหลากของการ ตอบสนองตอพระวาจาของพระเจา รูปแบบแรก เปนกลุมบุคคลที่ ปลอยใหมารราย มาดึงเอาพระวาจาออกจากใจของพวกเขา คิด วาพระศาสนจักรลาสมัย หลงยุค ตกรุนไปแลว สิ่งที่พระศาสนจักร สั่งสอน ไมสามารถประยุกตใชกับชีวิตประจําวันไดอีกตอไป รูปแบบที่สอง เปนกลุมบุคคลที่ไดยินบางสิ่งบางอยางในมิสซาและ บอกวา “พระคัมภีรตอนนี้เปนความคิดที่ดี ผมจะปฏิบัติตาม” แต ทันทีที่พวกเขาออกพนประตูวัด พวกเขาก็ลืมความคิดดี ๆ ที่พวก เขาเพิ่งไดยินทั้งหมด รูปแบบที่สาม เปนกลุมบุคคลที่ใหความสนใจและสาละวนอยูกับทรัพยสมบัติและความ สนุกสนานฝายโลกนี้มากเกินไป จนถือวาพระเจาเปนเรื่องรอง สวรรคของพวกเขาอยูบนโลกนี้ พวกเขาไมตองการ เผชิญหนากับความยากลําบาก ความเจ็บปวด ความเดือดรอน และการพลีกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น รูปแบบที่สี่ เปนกลุม บุคคลที่ฟงพระวาจา และตอบสนองดวยการประยุกตใชกับชีวิตของพวกเขา พยายามดําเนินชีวิตใหสอดคลองกับพระ วาจานั้น นักบุญเปาโลเปนตัวอยางดีที่สุดคนหนึ่งของบุคคลที่ฟงและตอบสนองตอพระวาจาของพระเจา พระวาจาของ พระเจาไดเปลี่ยนชีวิตทั้งครบของทาน ปรับทาทีและทัศนคติของทาน มีอิทธิพลตอพฤติกรรมของทาน และใหมุมมอง เกี่ยวกับชีวิตที่ลึกซึ้งแกทาน เหมือนที่ทานไดแสดงใหเราเห็นในบทอานที่สองวา “ขาพเจาคิดวา ความทุกขทรมานใน ปจจุบัน เปรียบไมไดเลยกับพระสิริรุงโรจน ที่จะทรงบันดาลใหปรากฏแกเรา” (รม 8:18) นี่แหละเปนทาทีของคนที่ เขาใจชีวิตบนโลกนี้ไดอยางถูกตอง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ.2014 เราควรทําอยางไรเพื่อใหพระวาจาที่เราไดฟงในแตละวัน เกิดผล ในชีวิตของเราอยางแทจริง? ประการแรก เราตองเปดใจของเรา รับฟงพระวาจาของพระเจา เวลาฝนตก ถาเราปดฝาโอง เราจะ ไมไดน้ําแมแตหยดเดียว ถาตองการน้ําฝนไวใช เราตองเปดฝาที่ ปดปากโองออก เพื่อน้ําจะไหลเขาไปได เวลาเรารวมพิธีบูชา ขอบพระคุณ เราควรเตรียมจิตใจเพื่อรับพระวาจาดวยการเปด ใจของเราและขจัดอคติตาง ๆ ออกไป ไมใชอธิษฐานในใจแต เพียงวา “ขาแตพระเจา วันนี้ขอพระองค อยาปลอยใหคุณพอเทศนนานเกินไป ลูกมีธุระหลายอยางตองทํา” แตควร อธิษฐานวา “ขาแตพระเจา โปรดชวยคุณพอใหนําเสนอความจริงบางอยาง ที่จะชวยหลอเลี้ยงชีวิตฝายจิตของลูกดวย เถิด” พระสงฆทุกคนอยากใหสัตบุรุษที่มารวมพิธีมิสซาไดรับประโยชนมากที่สุดจากพระวาจาของพระเจาและจากสิ่งที่ พวกทานเทศนสอน เมื่อเขามาในวัด เราควรทําเครื่องหมายสําคัญมหากางเขนอยางตั้งใจ พรอมกับพยายามขจัดความ กังวลใจเกี่ยวกับสิ่งของฝายโลกนี้ออกไปกอน จากนั้น เปดใจตนเองเพื่อรับเมล็ดพันธุแหงความจริงจากพระเจา ประการที่สอง ในพิธีมิสซาเราตองพยายามฟงบทอานตาง ๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งพระวรสารอยางตั้งใจ ใหความสําคัญ กับบทเทศน พยายามเขาใจและจดจําสารที่พระเยซูเจาตองการบอกเรา พระเยซูเจากําลังพูดกับเราผานทางพระสงฆ ของพระองค แมวาพระสงฆคนนั้นจะมีขอจํากัดหลายอยางก็ตาม เมื่อทานกําลังทําหนาที่ ทานสามารถเปนไดทั้งเครื่อง ที่มีประสิทธิภาพและไมมีประสิทธิภาพของพระองค บางครั้งทานอาจนําเสนอสารที่พระเยซูเจาตองการบอกอยาง กระชับและชัดเจน แตบางครั้งอาจคลุมเครือและนาปวดหัว แตเราตองไมลืมวา นั่นคือสารจากพระเยซูเจา เราตอง เตรียมจิตใจของเราใหพรอมที่รับฟงและตอบสนองอยูเสมอ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ.2014 พระเยซูเจาทรงบอกบรรดาศิษยวา“เมื่อทานทั้งหลาย อธิษฐานภาวนา จงพูดวา” (ลก 11:2) จากนั้นจึงตามมาดวย “บทขาแตพระบิดา” บทอธิษฐานภาวนานี้เริ่มดวยการเรียก พระเจาวา “พระบิดา” เราไมไดเรียกหาพระองคในฐานะ องคพระผูเปนเจาหรือเจานาย หรือผูพิพากษา อีกทั้งเรา ไมไดเรียกพระองควา“บอเกิดแหงชีวิต” หรือ “พระผูสราง” แตเราเรียกพระองคดวยถอยคําที่เปนสวนตัวและแสดงถึง ความใกลชิดมากกวา คําวา “พระบิดา” ในภาษาอาราเมอิค ใชคําวา “อับบา” ซึ่งแปลวา “พอจา” เปนคําที่เด็กชาวยิว ในสมัยนั้นนิยมเรียกบิดาของตน เมื่อเรามารวมกันและเรียกพระเจาวา “พระบิดา” สะทอนใหเห็นวาเราทุกคนเปนลูกของ พระองค ดวยเหตุนี้ เราจึงเปนพี่นองกัน เปนสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน ถาเราไมยอมรับความจริงนี้ คงไมมีความหมายอะไร ที่เราจะอธิษฐานภาวนาตอพระเจาพรอมกันวา “ขาแตพระบิดา” (ลก 11:2) พระเจาไมไดทรงเปนบิดาของใครคนใดคนหนึ่ง แตของเราทุกคน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ.2014 “พระนามพระองคจงเปนที่สักการะ” (ลก 11:2) สําหรับชาวยิว แลวชื่อเปนมากกวาคําเรียก แตหมายถึงบุคคลทั้งครบ เมื่อโมเสสพูดกับพระเจาในพุมไมที่กําลังลุกเปนไฟ ทานตองการ รูจักชื่อของพระองค เพื่อวาทานจะรูวาพระองคทรงเปนใคร ดังนั้น ไมใชเพียงแคชื่อของพระเจา แตเปนพระบุคคลทั้งครบ ของพระองคที่เราตองเคารพสักการะ โดยทางคําพูดและวิถีทาง ในการดําเนินชีวิตของเรา ยิ่งกวานั้นความศักดิ์สิทธิ์และความนา เคารพสักการะของพระองค ตองสะทอนออกมาใหเห็นในชีวิตของเราดวย “พระอาณาจักรจงมาถึง” (ลก 11:2) อาณาจักรของพระเจาเปนอาณาจักรแหงความจริง ความรัก ความเห็นอกเห็นใจ ความยุติธรรม เสรีภาพ ศักดิ์ศรี ความเปนมนุษย และสันติสุข องคประกอบเหลานี้จะเกิดขึ้นไดก็ตอเมื่อ เราแตละคนมีสวนรวมในการสรางดวย ดังนั้น เราจึงไมควรเพียงแคขอความชวยเหลือจากพระเจาเทานั้น แตเราตองตระหนักอยูเสมอวาเราแตละคน ตองมีสวน รับผิดชอบในการทําใหพระอาณาจักรนี้เปนจริงขึ้นมา ในสังคมที่เรากําลังดําเนินชีวิตอยูดวยการรวมมือกับพระเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ.2014 “โปรดประทานอาหารประจําวันแกขาพเจาทั้งหลายทุกวัน” (ลก 11:3) เราอธิษฐานภาวนาเพื่อความตองการสวนตัวของเรา เราวอนขอสิ่งจําเปนสําหรับชีวิตในแตละวัน เวลาเดียวกันเปนการ แสดงความไววางใจในความรักและการดูแลเอาใจใสของพระเจาดวย เมื่อพระเจาทรงอยูเคียงขาง เราไมมีความจําเปนที่จะกังวลเกี่ยวกับ อนาคต “โปรดประทานอภัยแกขาพเจาทั้งหลาย เหมือนขาพเจา ทั้งหลายใหอภัยแกผูอื่น” (ลก 11:3-4) เราขอใหพระเจาประทานอภัย ความผิดบาปทั้งหลายของเรา เพราะเราไดใหอภัยแกผูอื่นที่ไดกระทํา ผิดตอเรา เรากําลังวอนขอใหเรามีสวนในพระเมตตาของพระองคใน ความพรอมที่จะใหอภัยของพระองค ไมใชเพียงแคเจ็ดสิบครั้งคูณเจ็ดสิบหน แตตลอดไป“โปรดชวยขาพเจาทั้งหลายไมใหแพ การประจญ” (ลก 11:4) สุดทายเราวอนขอพระเจาใหทรงชวยปกปองเรา จากการประจญลอลวงในปจจุบันและอนาคต ซึ่ง อาจโหมกระหน่ําลงมายังเรา การประจญซึ่งอาจจะทําใหเราแพ และทรยศตอการติดตามพระองคและพระประสงคของ พระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ.2014 บางคนตั้งคําถามวา เมื่อพระเจาทรงดูแลเอาใจใสเรามากกวาบิดาทั้งหลายบนโลกนี้เสียดวยซ้ําไป แลวทําไมเรายังตองวอนขอพระองคอยางไมหยุดหยอนเลา? “จงขอเถิด แลวทานจะไดรับ จง แสวงหาเถิด แลวทานจะพบ จงเคาะประตูเถิด แลวเขาจะเปดประตูรับทาน เพราะคนที่ขอยอม ไดรับ คนที่แสวงหายอมพบ คนที่เคาะประตูยอมมีผูเปดประตูให” (ลก 11:9-10) อันที่จริง เรา วอนขอพระเจา ไมใชเพื่อเตือนความทรงจําของพระองคเกี่ยวกับสิ่งที่เราตองการ พระเยซูเจาเอง ทรงเคยสอนวา เราไมควรพูดพร่ําเพรื่อเหมือนคนตางศาสนา เราตองเขาใจวาบอยครั้งพระเจาไม ประทานสิ่งที่เราวอนขอ เพราะสิ่งที่เราวอนขอนั้น อาจไมเหมาะสมในสายพระเนตรของพระองค หรืออาจไมสอดคลองกับแผนการและพระประสงคของพระองค พระเจาทรงรูดีกวาเราวาอะไรคือ สิ่งจําเปนสําหรับเรา เปาหมายของการอธิษฐานภาวนาคือ ความเปนหนึ่งเดียวกันของเรากับพระ เจา การอธิษฐานภาวนาไมวาสวนตัวหรือในหมูคณะ จะมีความหมายมากขึ้นสําหรับเรา เมื่อเรารูสึกเสมือนเปนเด็กเล็ก ๆ ที่กําลังพูดกับพอของเรา ผูซึ่งรักและพรอมที่จะรับฟงเราเสมอ เราควรอธิษฐานภาวนาดวยคําพูดของเราเองบอย ๆ วอนขอ เพื่อความตองการและความจําเปนของคนอื่นดวย ที่สําคัญคือตองไมลืมที่จะขอบพระคุณพระเจาทุกครั้ง เมื่อเราไดรับสิ่งที่เรา ตองการ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 การตัดสินใจถือไดวาเปนสวนหนึ่งของชีวิตเราแตละคน ในแตละวันเราตอง เผชิญหนากับการตัดสินใจหลายอยาง การตัดสินใจบางอยางอาจเปลี่ยนไปตาม กาลเวลา แตมีการตัดสินใจบางอยางซึ่งโดยธรรมชาติแลว เปนสิ่งที่คงอยูถาวร ตลอดไป เปนการเลือกสําคัญที่เราแตละคนทําดวยน้ําใจอิสระ เชน การตัดสินใจ รับศีลบวชเปนพระสงฆ ซึ่งผูจะรับศีลบวชทราบดีวาเมื่อเขาตัดสินใจแลว เขาจะ เปนพระสงฆของพระคริสตเจาตลอดนิรันดร การตัดสินใจแตงงาน เปนพันธ สัญญาอยางหนึ่ง เปนสายสัมพันธแหงความรักและความซื่อสัตยที่คงอยูตลอดไป ไมวาการตัดสินใจของเราเปนแบบชั่วคราวหรือแบบถาวรตลอดไป ลวนมีผลตอ ตัวเราเอง ตอคนที่อยูรอบขางเรา และสังคมที่เราเปนสวนหนึ่งเสมอ ดังนั้น เมื่อ เราตองตัดสินใจเลือกบางสิ่งบางอยาง เราตองตัดสินใจเลือกอยางฉลาด นั่นคือ เลือกในสิ่งที่ถูกตอง สิ่งที่สอดคลองกับพระประสงคของพระเจาและเปาหมาย สุดทายของชีวิตบนโลกนี้ของเรา“พระเจาขา พวกเราจะไปหาใครเลา พระองคมี พระวาจาแหงชีวิตนิรันดร พวกเราเชื่อและรูวา พระองคทรงเปนผูศักดิ์สิทธิ์ของพระเจา” (ยน 6:68-69) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 อุปมาที่พระเยซูเจาทรงเลาในพระวรสารวันนี้เปนเรื่องใกลตัว เรา เปนบางสิ่งบางอยางที่เราสามารถสัมผัสไดในสังคมปจจุบัน “อาณาจักรสวรรคเปรียบไดกับชายคนหนึ่ง ที่หวานขาวพันธุดี ในนาของตน ขณะที่ทุกคนนอนหลับ ศัตรูก็มาหวานขาวละมาน ทับลงบนขาวสาลี แลวจากไป เมื่อตนขาวงอกขึ้นจนออกรวง ขาวละมานก็ปรากฏแซมอยูดวย บรรดาผูรับใชจึงไปหานาย ถามวา ‘นายครับ นายหวานขาวพันธุดีในนามิใชหรือ? แลวขาว ละมานมาจากที่ใดเลา?’” (มธ 13:24-27) คําถามพื้นฐานที่ ประชาชนในสมัยนั้นถามพระเยซูเจาคือทําไมพระเจาทรงปลอย ใหสิ่งไมดีเกิดขึ้นบนโลกนี้ โดยไมทรงจัดการแกไขอะไรเลย? เมื่อเรามองสิ่งเลวรายที่เกิดขึ้นในโลกและในประเทศไทย ของเรา หลายคนอาจเกิดคําถามขึ้นมาในใจเหมือนกันวา ทุกสิ่งทุกอยางที่พระเจาทรงสรางลวนดีงามมิใชหรือ? ทําไม พระเจาจึงทรงปลอยใหสิ่งชั่วรายเหลานี้เกิดขึ้นบนโลก? ในพระวรสารวันนี้พระเยซูเจาทรงใหคําตอบแกเรา “นายตอบ วา ‘ศัตรูมาหวานไว’ผูรับใชจึงถามวา ‘นายตองการใหเราไปถอนมันไหม?’นายตอบวา ‘อยาเลย เกรงวาเมื่อทานถอน ขาวละมาน ทานจะถอนขาวสาลีติดมาดวย จงปลอยใหขาวสองชนิดงอกงามขึ้นดวยกันจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว แลวฉันจะ บอกคนเก็บเกี่ยววา จงเก็บขาวละมานกอน มัดเปนฟอน เผาไฟเสีย สวนขาวสาลีนั้น จงเก็บเขายุงของฉัน’” (มธ 13:28-30) พระเจาทรงใหโอกาสบุคคลเหลานั้นเพื่อพวกเขาจะไดกลับใจ พระเจาทรงอดทนตอพวกเขา ทรงเคารพ เสรีภาพของมนุษย พระองคทรงมองเสรีภาพของมนุษยเปนของประทานที่ล้ําคา จนทําใหพระองคตองอดทนตอความ ชั่วชาทั้งหลาย อยางนอย “จนถึงฤดูเก็บเกี่ยว” (มธ 13:30) หรือจนกระทั่งถึงวันพิพากษานั่นเอง พระเจาไมบังคับ มนุษยคนใดใหหลีกเลี่ยงสิ่งไมดีและทําความดี พระองคทรงใหเวลาเพียงพอแกพวกเขา เพื่อพวกเขาจะสามารถกลับใจ และเปลี่ยนแปลงชีวิตใหดีขึ้น ทั้งนี้เพราะพระองคไมทรงตองการใหใครตองสูญเสียชีวิตนิรันดรไปนั่นเอง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ.2014 หลายครั้งเราอาจดวนตัดสินเร็วเกินไปที่บอกวา คนนั้นหรือสิ่งนั้นไมดีและเราไมสามารถ ยอมรับได การตัดสินคนอื่นแบบนี้ถือวาเปนความผิดพลาดอยางหนึ่ง เราไมมีสิทธิ์ที่จะไป ตัดสินความผิดของคนอื่น สิทธิ์นี้เปนของพระเจาแตเพียงผูเดียว แมวาสังคมของเราจะ เลวรายขนาดไหน เราไมมีสิทธิ์ที่จะประณามตัวบุคคลนั้น แตเรามีสิทธิที่จะประณาม กิจการที่ชั่วรายของเขาได สิ่งหนึ่งที่เราควรจําไวเสมอคือ ชีวิตของคนเรามีทั้งสวนที่ดี และสวนที่ไมดีผสมผสานกันอยู ไมมีใครในโลกนี้ที่สมบูรณแบบทุกอยาง ยิ่งกวานั้น โลก ที่เรากําลังอาศัยอยูในเวลานี้ ก็ยังไมสมบูรณดวย ไมมีใครในโลกนี้ที่ดีพรอมทุกอยาง นอกจากพระเยซูเจาและพระนางมารีย ผูซึ่งเกิดมาโดยไมมีบาปกําเนิด และไมใครที่ชั่ว ลวน ๆ โดยไมมีดีเลยดวยเชนกัน ดังนั้น จึงไมใชเรื่องแปลกที่สังคมของเราจะมีทั้งคนดี และไมดี มีทั้งสิ่งที่ถูกตองและสิ่งที่ผิดรวมกันอยู เพราะแมแตในตัวเราแตละคนก็ยังมีทั้ง สองสิ่งนี้ดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ.2014 ในพระศาสนจักรของเราเองที่เราเชื่อมั่นวาศักดิ์สิทธิ์ ยังพบหลายสิ่งหลาย อยางที่นารังเกียจและเปนที่สะดุด มีขาวละมานมากมายที่ศัตรูของพระ เจาหรือผูที่ปฏิเสธพระเจาไดหวานไวในทองทุงของพระศาสนจักร เราอาจ รูสึกสะเทือนใจเมื่อไดยินเรื่องราวอันเปนที่สะดุดไดเกิดขึ้นในพระศาสน จักรซึ่งหลายอยางมีสาเหตุมาจากผูนําทั้งหลาย นั่นคือ บรรดาพระสงฆ และนักบวชเอง แตสิ่งชั่วรายแบบนี้ไมควรทําใหกังวลใจมากนัก แมแตใน ทามกลางอัครสาวกสิบสองคนที่พระเยซูเจาไดทรงเลือกสรรเปนพิเศษ ยัง มีคนหนึ่งที่ทรยศตอพระองค ทั้ง ๆ ที่พระเยซูเจาทรงทราบดีวา ยูดาสเปน ขาวละมานผูซึ่งจะทรยศตอพระองค พระองคไมไดทรงกําจัดเขาออกจาก กลุมขาวสาลี ซึ่งหมายถึงอัครสาวกคนอื่นทันที แตพระองคทรงอดทนตอเขา ปกติแลวผูนําทางการเมืองและทางทหารจะกําจัดศัตรูของพวกเขาออกไปทันทีที่พวกเขารู แตไมใชพระเจา พระเจาของเราทรง พระทัยดีและเปยมดวยความเมตตาสงสาร พรอมที่จะใหอภัย ในโลกนี้ใครกันที่ไมมีบาป ใครเปนขาวสาลีลวน ๆ โดยไมมี สวนผสมของขาวละมานเลย? เราตองการใหพระเจาจัดการกับเราในทันที เมื่อทองทุงแหงชีวิตของเรามีขาวละมานหรือ? ดังนั้น ในฐานะบุตรชายหญิงของพระเจา เราควรเผชิญหนากับความจริงที่ไมอาจหลีกเลี่ยงไดนี้ ดวยความอดทนเหมือน พระองค สุดทายแลวสิ่งชั่วรายและบาปจะไดรับการลงโทษ ซึ่งเปนผลตามมาของตัวมันเองอยางแนนอน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ.2014 ชีวิตของคนเรามีทั้งสวนที่ดีและสวนที่ไมดีผสมผสานกันอยู ไมมีใครในโลกนี้ที่สมบูรณ แบบทุกอยาง นอกจากพระเยซูเจาและพระนางมารีย ผูซึ่งเกิดมาโดยไมมีบาปกําเนิด พระเจาของเราทรงพระทัยดีและเปยมดวยความเมตตาสงสาร พรอมที่จะใหอภัย ดังนั้น ในฐานะบุตรชายหญิงของพระเจา เราควรเผชิญหนากับความจริงที่ไมอาจ หลีกเลี่ยงไดนี้ ดวยความอดทนเหมือนพระองค เราสามารถมองเห็นเครื่องหมายแหง ความอดทนของพระเจา เมื่อพระองคทรงเชื้อเชิญใหเรามารับศีลมหาสนิท พระองคไมไดทรงเรียกรองเราใหเปนคนดีครบบริบูรณทุกอยาง กอนที่เราจะมารับพระ กายและพระโลหิตของพระบุตรของพระองค ศีลมหาสนิทไมไดเปนรางวัลสําหรับความดี ของเรา แตเปนเครื่องมือที่จะทําใหเรากลายเปนคนดี พระเจาทรงอดทนตอเราแตละคน ในโลกนี้ ใหเราใชโอกาสและชวงเวลาที่พระองคใหกับเรา ซึ่งเพียงพอสําหรับเราแตละคน ใหเปนประโยชนมากที่สุดเทาที่จะทําได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ.2014 “ถาการรับใชองคพระผูเปนเจาดูเปนเรื่องย่ําแยสําหรับ พวกทาน วันนี้พวกทานจะตองตัดสินใจวา พวกทาน ตองการรับใชพระเจาองคใด จะรับใชพระเจาทั้งหลายซึ่ง บรรพบุรุษของพวกทาน ไดรับใชเมื่ออยูเหนือบริเวณแมน้ํา หรือพระเจาทั้งหลายของคนอาโมไรต ซึ่งพวกทานอาศัยอยู ในประเทศของพวกเขา” (ยชว 24:15) เปนคํากลาวของโย ชูวา ผูนําชาวอิสราเอลตอจากโมเสส ผูเห็นวาชาวอิสราเอล ซึ่งไดเขามาอาศัยอยูในแผนดินพันธสัญญาแลว กําลัง ดําเนินชีวิตแบบเหยียบเรือสองแคม นั่นคือ พวกเขานับถือทั้งพระเจาของบรรพบุรุษและเทพเจาของประชาชนที่อาศัยอยูใน แผนดินคานาอัน ซึ่งในสายตาของทานเปนสิ่งที่ไมถูกตอง ดวยเหตุนี้ ทานจึงเรียกรองบรรดาผูนําศาสนาและการเมือง รวมทั้ง ประชาชนทั้งหลายที่มาชุมนุมกันที่เมืองเชเคม ใหตัดสินใจเลือกอีกครั้งหนึ่งวา พวกเขาจะยังคงซื่อสัตยตอพระเจา ผูซึ่ง ปลดปลอยบรรพบุรุษของพวกเขาใหรอดพนจากการเปนทาสในประเทศอียิปตและนําพวกเขาเขามาอาศัยอยูในแผนดินพันธ สัญญาตอไปอีกหรือไม สิ่งที่ไดเกิดขึ้นในอดีตยังคงเกิดขึ้นในสมัยของเราดวย ทุกวันเรายังตองเผชิญหนากับการตัดสินใจวาจะ ติดตามพระเยซูเจาตอไปอีกหรือไม ปจจุบันนี้กระแสของคานิยมทางโลกสวนทางกับคานิยมของพระวรสาร ไมวาจะเปนวัตถุ นิยมหรือเสรีภาพนิยมแบบสุดโตง กําลังโหมกระหน่ําเขามาในพระศาสนจักรของเรา หลายคนมองการคดโกงที่เอื้อประโยชน ใหตนเองเปนเรื่องถูกตอง การอยูดวยกันกอนแตงงานและการทําแทงเปนเรื่องเสรีภาพสวนบุคคล และการมารวมมิสซาวัน อาทิตย เปนเรื่องลาสมัยหรือเปนเรื่องของเด็กและผูสูงอายุ ดังนั้น จึงไมใชเรื่องแปลกที่หลายคนคิดวา คําสั่งสอนของพระเยซู เจาและพระศาสนจักรของพระองค ในเรื่องความซื่อสัตย ความรักตอศัตรู การแตงงาน การทําแทง และสิทธิมนุษยขั้นพื้นฐาน เปนเรื่องที่ขัดหูและรับไมได วันนี้พระเยซูเจาทรงทาทายเราแตละคนวา เรายังคงซื่อสัตยตอพระเจาอยูหรือเปลา เราจะยังคง ติดตามพระองคตอไปอีกหรือไม ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ.2014 คริสตชนที่ดําเนินตามจิตตารมยพระวรสารอยางจริงจังเปนชีวิตที่ไมงาย เลย ในฐานะผูรับใชที่ดีและซื่อสัตยของพระเจา เราตองพยายามทําทุก สิ่งทุกอยางที่สามารถเพื่อเห็นแกพระองค เราจะรักและรับใชพระองค แบบไรเงื่อนไข ไมทําอะไรเพื่อหวังผลตอบแทนจากพระองค เพราะ ตระหนักอยูเสมอวาสิ่งที่พระเจาประทานใหกับเรานั้นมากมายและมีคา เกินกวาที่เราจะสามารถตอบแทนพระองคได ตอใหเราทํางานหนัก ตลอดชีวิตเพื่อทดแทนพระคุณของพระองค เราก็ไมสามารถตอบแทนได ทั้งหมด ชีวิตของเราที่พระองคประทานใหดวยความรักและชีวิตพระ บุตรของพระองคที่เสด็จลงมาเพื่อไถบาปเรานั้นยิ่งใหญเกินกวาที่เรามนุษยจะหาสิ่งใดมาตอบแทนได เหมือนที่พระเยซูเจาทรง บอกเราในพระวรสารวา“เมื่อทานไดทําตามคําสั่งทุกประการแลว จงพูดวา ‘ฉันเปนผูรับใชที่ไรประโยชน เพราะฉันทําตาม หนาที่ที่ตองทําเทานั้น’” (ลก 17:10) เราตองกลาประกาศคานิยมแหงพระวรสารและเปนหนึ่งเดียวกับทุกคนที่ทําทุกสิ่งทุก อยาง เพื่อเห็นแกขาวดีของพระเยซูเจา ขอพระเจาโปรดทําใหความเชื่อของเราแตละคนเขมแข็งยิ่งขึ้นและสอนเราแตละคนให รูจักใชพระพรที่พระองคประทานให รับใชพระองคและเพื่อนมนุษยที่เปนทุกขเดือดรอนอยางกลาหาญและซื่อสัตยตลอดไป ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ.2014 ระลึกถึงนักบุญโยอากิมและนักบุญอันนา บิดามารดาของพระนางมารีย นักบุญอันนา นอกจากจะไดชื่อวาเปนคุณยายของพระเยซูเจา เพราะทานเปนแมของพระนางมารียแลว ยังเปนนักบุญองค อุปถัมภของแมและสตรีคาทอลิกที่ใชแรงงานทั้งหลายอีกดวย มี อาสนวิหารและวัดใหญ ๆ หลายแหงสรางขึ้นเพื่ออุทิศแดทาน แมในพระวรสารไมไดกลาวรายละเอียดถึงนักบุญอันนา แตเรา พอที่จะดึงเอาความยิ่งใหญและความศักดิ์สิทธิ์ของทาน จาก ผลผลิตชั้นเยี่ยมของทาน นั่นคือ พระนางมารียหรือแมพระของเรา แมพระเปนบุคคลที่มีความเชื่อมั่นคงในศาสนาและธรรมประเพณี ของบรรพบุรุษที่สืบทอดตอกันมา คุณลักษณะที่เขมแข็งของแม พระในการตัดสินใจ การอธิษฐานภาวนาที่สม่ําเสมอ ความเชื่อ ศรัทธาในพระเจาและธรรมบัญญัติของพระองค ความมั่นคงเด็ด เดี่ยวในชวงวิกฤตกาลของชีวิต และความเอาใจใสญาติพี่นองของพระนาง ทั้งหมดนี้ชี้ใหเห็นถึงบรรยากาศของครอบครัวที่เต็ม ไปดวยความรัก แนนอนบรรยากาศแบบนี้ เปนผลงานสรางสรรคของนักบุญอันนาอยางไมตองสงสัย นักบุญอันนาจึงเปน ตัวแทนของแมผูปฏิบัติหนาที่ ปฏิบัติความเชื่อและสรางสรรคบรรยากาศ สําหรับการเสด็จมาของพระเมสสิยาห เปนผูเตรียม บุคคลที่จะเปนพระมารดาในอนาคตของพระบุตรของพระเจา เมื่อเราฉลองระลึกถึงนักบุญตาง ๆ เราจะฉลองหรือระลึกถึงการ เปนมรณสักขีหรือแบบอยางชีวิตของพวกทาน แตในกรณีของนักบุญอันนา ความหมายของการฉลองทานในวันนี้คือ การบอก ทานดวยความกตัญูรูคุณวา “ขอบคุณที่ใหแมพระแกเรา” ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ.2014 เมื่อพูดถึง “ปรีชาญาณ” หรือ “ปญญาสามารถ” หรือ “ความรอบรู จัดเจน” ในความหมายตามแบบพระคัมภีร ปรีชาญาณไมไดเปน แนวทางเชิงทฤษฏี หรือนามธรรมที่สวยหรูโดยไมคํานึงจริยธรรมอัน ดีงาม แตเปนแนวทางเชิงปฏิบัติที่เปนรูปธรรมและเกี่ยวของกับ วิถีทางในการดําเนินชีวิตที่ถูกตองและชาญฉลาด ปรีชาญาณของ กษัตริยซาโลมอนเปนตัวอยางที่ดีสําหรับเรา เมื่อพระเจาทรงให พระองคทูลขอในสิ่งที่ทรงปรารถนา พระองคไมไดทูลขอชีวิตที่ยืน ยาว ความมั่งคั่ง หรือการทําลายศัตรูของพระองค หรือสติปญญาที่ ล้ําเลิศ แตพระองคทูลขอพระเจาใหประทาน “ความเขาใจ” จิตใจ มนุษย เพื่อวาพระองคจะสามารถ “ปกครองประชากรของพระองคไดอยางยุติธรรมและรูจักวินิจฉัยแยกความดีจากความชั่ว” (1 พกษ 3:9) กษัตริยซาโลมอนทูลขอความปรีชาฉลาดในการปกครอง ไมใชเพื่อประโยชนสําหรับตนเอง แตเพื่อประเทศชาติ นี่แหละคือ “ปรีชาญาณ” ตามความหมายของพระคัมภีร อันที่จริง เมื่อเรารับศีลกําลัง เราไดรับปรีชาญาณ ซึ่งเปนพระพร ยิ่งใหญประการหนึ่งของพระจิตเจาแลว เราจึงควรทูลขอพระองคทรงเพิ่มพระพรนี้ในตัวเรามากยิ่งขึ้น นําทางเราใหสามารถ ปฏิบัติหนาที่ที่เรารับผิดชอบไดอยางถูกตอง โดยเฉพาะหนาที่ในการรับผิดชอบตอตัวเราเองแนวทางเบื้องตนในการพิจารณาถึง ความรับผิดชอบตอตนเอง คือ การไตรตรองดูวาอะไรคือคุณคาที่แทจริงในชีวิตของเรา? อะไรคือเปาหมายชีวิตที่แทจริงของ เรา? อะไรคือความใฝฝนของเรา? อะไรคือสิ่งที่เราตองการจริง ๆ ในชีวิต? เหมือนดังที่พระเยซูเจาทรงบอกเราในพระวรสาร วันนี้ อะไรคือขุมทรัพยหรือไขมุกเม็ดงามที่เรากําลังแสวงหาตลอดชีวิตของเรา? ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ.2014 “พี่นอง เรารูวา พระเจาทรงบันดาลใหทุกสิ่ง กลับเปนประโยชนแกผู ที่รักพระองค” (รม 8:28) ปรีชาญาณที่แทจริงประกอบดวยการ ตระหนักวา เราขึ้นอยูกับพระเจาอยางสิ้นเชิง เราตองมอบตัวเองไวใน ออมพระหัตถของพระองค ทั้งนี้ก็เพราะ “ความสําเร็จของมนุษย อยู ในพระหัตถขององคพระผูเปนเจา” (บสร 10:5) และพระองคทรงเปน คําตอบ สําหรับทุกสถานการณในชีวิตของเรา“ใจของมนุษยวางแผน แตคําตอบมาจากองคพระผูเปนเจา” (สภษ 16:1) เราจึงตองภาวนา วอนขอความชวยเหลือจากพระองค พรอมกับยอมรับวาทุกสิ่งทุก อยางที่ดี ลวนเปนของประทานจากพระองค การมีสวนรวมในพิธี มิสซาเปนเครื่องหมายแสดงใหเห็นวา พระเจาตองมากอนเสมอในชีวิตของเรา และเรากําลังดําเนินชีวิตสอดคลองกับพระพร แหงปรีชาญาณ ที่เราไดรับในศีลกําลังอีกดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ.2014 ในฐานะคริสตชนคนหนึ่ง เราตองตระหนักอยูเสมอวา “ขุมทรัพย” เพียงหนึ่งเดียวที่จะนําเราไปพบความสุขที่แทจริง และทําใหเราพรอมที่ จะสละทุกสิ่งเพื่อเปนเจาของสิ่งที่เราไมสามารถประเมินคาไดนี้คือ พระ เยซูเจา เราอาจเคยไดยินคนอื่นพูดเกี่ยวกับพระองค หรืออานพระคัมภีร ที่ใหขอมูลเกี่ยวกับชีวิตของพระองค แตชีวิตของเรายังไมเคยมี ประสบการณเกี่ยวกับความรักของพระองค พระองคยังไมไดเปน ศูนยกลางชีวิตของเรา หรือยังไมไดเปนที่หนึ่งในใจของเรา ถาเรารูสึกวา ยังขาดอะไรบางอยางและยังไมมีความสุขกับชีวิตในปจจุบันนี้ นั่นแสดง วาเรายังไมพบกับพระเยซูเจาอยางแทจริง เมื่อเรามารับพระองคในศีลมหาสนิท ใหเราตระหนักถึงความสําคัญของพระองคใน ชีวิตของเราและพยายามซึมซับความรักของพระองคที่มีตอเรา แลวเราจะรูสึกวาตนเองโชคดีและมีความสุขที่ไดเลือกติดตาม พระองค และใหพระองคเปนที่หนึ่งในชีวิตของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ.2014 ในมุมมองของพระเยซูเจาในเรื่องทรัพยสมบัติในโลกนี้ พระองค ไมไดบอกใหเราละทิ้งทุกสิ่งทุกอยางที่เรามีและดําเนินชีวิตแบบ อนาถาเพื่อเห็นแกพระองค ตรงกันขามพระองคนําเสนอวิถีทาง ที่จะนําไปสูความสุขและความปลอดภัยที่ยั่งยืนและเที่ยง แท พระองคตองการแทนที่ความโลภที่ทําใหมนุษยเห็นแกตัว นับวันยิ่งมากขึ้นดวยการแบงปน พระเยซูเจาใชอุปมาเลาใหเรา ฟงถึงเศรษฐีที่คิดวาตนเองเปนบุคคลที่ประสบความสําเร็จใน ชีวิตคนหนึ่ง เขาทํางานหนักมาหลายป เวลานี้เขามีทุกสิ่งที่เขา ตองการ นาสังเกตวาในอุปมาเรื่องนี้ไมมีการพูดถึงคนอื่น เลย เศรษฐีคนนี้เปนศูนยกลางของทุกสิ่ง ไมมีสิ่งอื่นหรือบุคคลอื่นเขามาเกี่ยวของเลย สําหรับเขาโลกและทุกสิ่งที่อยูบนโลกนี้ เปนสิ่งที่เขาตองตักตวงเอาใหมากที่สุดเทาที่จะทําได ยุงฉางเกามันเล็กไป เขาตองสรางใหมใหใหญโตกวาเดิม เพื่อเก็บทรัพย สมบัติทั้งหมดที่เขามี เวลานี้เขาไมตองทําอะไรแลว นอกจากเสวยสุขกับสิ่งที่เขามี แตพระเจาตรัสกับเขาวา “คนโงเอย คืนนี้ เขาจะเรียกเอาชีวิตเจาไป แลวสิ่งที่เจาไดเตรียมไวจะเปนของใครเลา” (ลก 12:20) ในหนังสือปญญาจารยพูดถึงเรื่องนี้ใน ทํานองเดียวกันวา “ทุกสิ่งทุกอยางไมเที่ยงแท... เพราะคนที่ตรากตรําทํางานโดยใชปรีชาญาณ ความรูและความชํานาญ จะตองละทิ้งผลงาน ใหเปนมรดกแกคนที่ไมไดตรากตรําเพื่องานนั้นเลย... มนุษยจะไดประโยชนอะไรจากความลําบาก ตรากตรําทั้งหมดและความกังวลใจที่เขาตองตรากตรําภายใตดวงอาทิตย” (ปญจ 1:2; 2:21-22) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ.2014 ขณะที่คนงานคนหนึ่งกําลังยืนอยูบนนั่งรานเพื่อทาสีกางเขนที่ติดอยูดานหลัง พระแทนในอาสนวิหารแหงหนึ่ง เขากมลงไปและเห็นหญิงคนหนึ่งกําลัง อธิษฐานภาวนาตอหนารูปแมพระที่อยูดานซายมือของพระแทน เขานึกสนุก ขึ้นมาจึงแกลงกระซิบเบาๆ แตก็ดังพอที่หญิงคนนั้นจะไดยินวา “หญิงเอย นี่ พระเยซูเจานะ”หญิงคนนั้นเงียบเหมือนไมไดยิน เขาจึงกระซิบอีกครั้งหนึ่งและ ดังกวาเดิมวา “หญิงเอย นี่พระเยซูเจานะ”หญิงคนนั้นยังเฉยเหมือนไมไดยิน เชนเคย สุดทาย เขาพูดดวยเสียงดังวา “หญิงเอย เจาไมไดยินเสียงเราหรือ? นี่ พระเยซูเจากําลังพูดนะ”มาถึงตรงนี้หญิงคนนั้นจึงเงยหนาขึ้น หันไปทาง กางเขนและพูดวา “พระเยซูเจาขา โปรดประทับอยูที่นั่นสักครูหนึ่งกอน ดิฉัน กําลังคุยกับพระมารดาของพระองค”พี่นองที่รัก ความเชื่อและความศรัทธาใน แมพระไมทําใหความเชื่อของเราในพระเยซูเจาลดนอยถอยลง แตทําใหลึกซึ้ง มากยิ่งขึ้น แมพระไดรับเกียรติเขาสูสวรรคทั้งกายและวิญญาณ คือการมีสวน รวมในการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจาและเปนเครื่องหมายลวงหนาถึง การกลับคืนชีพของคริสตชนทุกคน แมพระจึงเปนความหวังและเปนกําลังใจให เราสามารถติดตามพระบุตรของพระนางไดอยางซื่อสัตย เพื่อวาสักวันหนึ่งเราจะมีสวนรวม ในการกลับคืนพระชนมชีพของพระ เยซูเจาเหมือนพระแมมารีย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี