Issuu on Google+


การออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊อปอัพสาหรั บเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ ILLUSTRATION DESIGN FOR CHILDREN POP UP BOOK CONCERNING “NEW THEORY OF AGRICULTURE”

โดย นางสาว อุบลวรรณ นันท์ อาณาเขต รหัส 5111312145 ศศ.บ.511(4)/13A

โครงการพิเศษนีเ้ ป็ นส่ วนหนึ่งของหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปกรรม (ออกแบบนิเทศศิลป์) คณะมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ปี การศึกษา 2554


วิจัยเรื่อง : การออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊อปอัพสาหรับเด็กเรื่อง เกษตรทฤษฎีใหม่ ชื่อนักศึกษา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์ อาณาเขต สาขาวิชา : ศิลปกรรม (แขนงออกแบบนิเทศศิลป์) ปี การศึกษา : 2554 คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม อนุมตั ิให้ โครงการ พิเศษออกแบบนิเทศศิลป์นี ้ เป็ นส่วนหนึง่ ของการศึกษาระดับปริญญาตรี ศลิ ปศาสตรบัณฑิต ………………………………………….. (รองศาสตราจารย์สมุ าลี ไชยศุภรากุล) คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ คณะกรรมการสอบโครงการพิเศษออกแบบนิเทศศิลป์ ประจาปี การศึกษา 2554 ………………………………………….. (อาจารย์ธีระชัย สุขสวัสดิ)์ ประธานกรรมการ ………………………………………….. (ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ประชิด ทิณบุตร) กรรมการ

………………………………………….. (ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์กรรัตน์ พ่วงพงษ์ ) กรรมการ

………………………………………….. (อาจารย์ไชยพันธุ์ ธนากรวัจน์) กรรมการ

………………………………………….. (อาจารย์วารดา พุม่ ผกา) กรรมการ

………………………………………….. (อาจารย์จารุณี เนตรบุตร) กรรมการ

………………………………………….. (อาจารย์เกวรินทร์ พันทวี) กรรมการ

………………………………………….. (อาจารย์ฐปนนท์ อ่อนศรี ) กรรมการ

………………………………………….. (อาจารย์อดิสรณ์ สมนึกแท่น) กรรมการ


บทคัดย่ อ หัวข้ อ : การออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊อปอัพสาหรับเด็ก เรื่อง เกษตรทฤษฎีใหม่ Illustration design for Children Pop up Book Concerning “New Theory of Agriculture” อาจารย์ ท่ ปี รึกษา : อาจารย์ ธีระชัย สุขสวัสดิ์ ผู้วิจัย : นางสาวอุบลวรรณ นันท์ อาณาเขต การออกแบบภาพประกอบหนังสือ ป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎี ใหม่ เป็ นการ ออกแบบภาพประกอบที่เหมาะสมต่อการเรี ยนรู้ ของเด็กเพื่อนาไปสร้ างเป็ นหนังสือป๊ อปอัพโดยมี เนื ้อหาที่เกี่ยวกับหลักการทาการเกษตรทฤษฎีใหม่ และมุ่งเน้ นเป็ นสื่อการเรี ยนการสอนที่จะช่วย ส่งเสริ มให้ เยาวชนไทยรู้ จกั การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ยึดหลักในการดารงชีวิตแบบพอเพี ยงตาม แนวพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูห่ วั ในการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ มีวิธีการ ดาเนินการวิจยั โดยเริ่มต้ นจากการศึกษาที่มาและปั ญหาของการวิจยั โดยเน้ นการศึกษาข้ อมูลจาก สภาพแวดล้ อม การเป็ นอยู่ และการเรี ย นการสอนของเยาวชนไทย รวมถึง สภาพสัง คมไทยใน ปั จจุบนั เพื่อนาเอาข้ อมูลที่ได้ มาสรุ ปผลก่อนนาไปสร้ างผลงานการออกแบบ จากนัน้ จึงทาการ พัฒนาโครงร่ างทางการออกแบบเข้ าสู่การศึกษารายละเอียดของทฤษฎี และหลักการที่เกี่ยวข้ อง กับการออกแบบ และนาข้ อมูลที่ได้ ไปปรับใช้ ในการออกแบบครั ง้ นี ้เพื่อให้ ผลงานมีความสวยงาม สมบูรณ์ ถูกต้ องตามหลักการออกแบบ ในขันตอนการออกแบบภาพประกอบนั ้ นท ้ าการออกแบบ ด้ วยคอมพิวเตอร์ โดยรูปแบบของภาพประกอบที่ทาการออกแบบนันเน้ ้ นให้ มีความน่ารัก สดใส มี สีสันที่เด่นชัด เพื่อให้ สามารถสื่อสารผ่านทางภาพประกอบได้ ชดั เจน และเหมาะสมสาหรับเด็ก และยังต้ องทาการวางแผน กาหนดทิศทาง และลูกเล่นในส่วนที่เป็ นป๊ อปอัพเพื่อเพิ่มความจุดเด่น และสร้ างความน่าสนใจให้ กบั หนังสือมากขึ ้น จากการวิจยั ครัง้ นี ้ได้ ผลงานการออกแบบที่สาเร็ จสมบูรณ์สามารถนาไปเป็ นต้ นแบบจริ ง สาหรับการผลิตได้ ทาการผลิตผลงานตามสมมติฐาน และวัตถุประสงค์ได้ จานวน 1 ชิน้ เมื่อได้ ผลงานที่สาเร็จเรี ยบร้ อยแล้ วจึงทาการเผยแพร่ให้ แก่กลุม่ เป้าหมาย แล้ วทาการสารวจความคิดเห็น ที่มีตอ่ ผลงานการออกแบบแล้ วนามาวิเคราะห์ สรุปผล จากผลการวัจยพบว่าภาพรวมของผลงาน การออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่อยูใ่ นระดับดีมาก


สาขาวิชาศิลปกรรม (แขนงออกแบบนิเทศศิลป์) ปี การศึกษา 2554 ลายมือชื่อนักศึกษา …………………………………………… (นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) ลายมือชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงการพิเศษออกแบบนิเทศศิลป์ …………………………………………… (อาจารย์ธีระชัย สุขสวัสดิ)์


ABSTRACT Title : Illustration design for Children Pop up Book Concerning “New Theory of Agriculture” Advisor : Mr. Teerachai Suksawas Researcher : Miss Ubonwan Nanarnakhet Illustration design for Children Pop up Book Concerning “New Theory of Agriculture” is the design for children learning and construct as pop up book. The content focus on principles of new theory of agriculture as well as emphasizing on learning media which assist the youth concerning the new theory of agriculture. This method applied the life as sufficiency under His Majesiry, the King’s command. The children pup up book design concerning new theory of agriculture was conducted the research methodology starting from the statement of the problem, studying the environment, youth learning and teaching, and present Thai society. The previous data was concluded for the design, the design was developed as the structural design up to the theory description, related principles of design and data application. The step of design was the computer design which emphasized the pretty, clear, highlight for the children. Moreover, the planning, directing and entertaining as pup up book. The result of the research found that the design was completed able to apply as the real design, able to produce as the hypothesis and objective in amount of 1 design. After receiving the design, we will promote to target goal. The survey opinion was conducted, analysed and summarized. Therefore, the total of result was the children pup up book design concerning new theory of agriculture at very good level.


Division of Art : Applied Art Design program, Academic year : 2011 Student’s signature …………………………………………… (Miss Ubonwan Nanarnakhet) Thesis Advisor’s signature …………………………………………… (Mr. Teerachai Suksawas)


กิตติกรรมประกาศ การวิจยั เรื่ องการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎี ใหม่ จะส าเร็ จ ลุล่ ว งไปด้ ว ยดี ไ ม่ไ ด้ หากไม่ไ ด้ รั บ ความกรุ ณ าจากบุค คลหลาย ๆ ท่ า น ผู้วิ จัย ขอขอบคุณ บุคคลสาคัญดังที่ จะเอ่ยนามดัง ต่อไปนี ้ เป็ นอย่างยิ่งที่ ช่วยให้ คาแนะนา ช่วยแก้ ไ ข ปั ญหา ตลอดจนช่วยให้ การทาศิลปนิพนธ์ ฉบับนี ้สาเร็ จลุล่วงไปด้ วยดี ซึ่งได้ แก่ บิดามารดา ที่ให้ การสนับสนุน และช่วยในการออกค่าใช้ จ่ายมาโดยตลอด อาจารย์ ธีระชัย สุขสวัสดิ์ อาจารย์ ที่ ปรึกษาที่ให้ คาแนะนาในการทาศิลปนิพนธ์ครัง้ นี ้ และยังรวมถึงคณาจารย์ในสาขาวิชาศิลปกรรมที่ อบรมสัง่ สอน ให้ คาปรึ กษาต่าง ๆ ยังรวมถึงเพื่อน ๆ สาขาวิชาศิลปกรรมที่ช่วยเหลือ และร่วมมือ กันดาเนินการทาศิลปนิพนธ์ตงแต่ ั ้ ต้นจนเสร็จสิ ้นกระบวนการทางาน สาหรับคุณงามความดีใดที่เกิดจากศิลปนิพนธ์ฉบับนี ้ผู้วิจยั ขอมอบให้ กับ บิดามารดา ซึ่ง เป็ นที่รักและเคารพยิ่ง ตลอดจนครู อาจารย์ที่เคารพทุกท่านที่ได้ ประสิทประสาทวิชาความรู้ และ ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีให้ แก่ข้าพเจ้ า

อุบลวรรณ นันท์อาณาเขต ผู้วิจยั


สารบัญ หน้ าอนุมัติ บทคัดย่ อภาษาไทย บทคัดย่ อภาษาอังกฤษ กิตติกรรมประกาศ สารบัญภาพ สารบัญตาราง

หน้ า ก ข ค ง จ ช

บทที่ 1 บทนา ความเป็ นมาและความสาคัญของปั ญหา วัตถุประสงค์ของการศึกษา สมมติฐาน ขอบเขตของงาน นิยามศัพท์เฉพาะ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้ รับ

1 2 2 2 3 3

บทที่ 2 การศึกษาข้ อมูลที่เกี่ยวข้ อง หลักการออกแบบสิ่งพิมพ์ การออกแบบและจัดทาหนังสือ ความรู้เกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ งานวิจยั ที่เกี่ยวข้ อง

4 17 43 46

บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน ขันตอนการวางแผนก่ ้ อนการผลิตงาน (Pre Production Stage) การกาหนดแบบร่างทางความคิด การพัฒนาแบบตามวัตถุประสงค์และสมมติฐาน ขันตอนการพั ้ ฒนาและการผลิตผลงาน (Development and Production Stage) ขันตอนหลั ้ งการผลิตผลงาน (Post Production Stage) ประชากรในการวิจยั เครื่ องมือในการวิจยั ระยะเวลาในการเก็บข้ อมูล

49 49 50 51 51 52 52


สารบัญ(ต่ อ) หน้ า บทที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมูล ขันตอนการวางแผนก่ ้ อนการผลิตงาน (Pre Production Stage) การกาหนดแบบร่างทางความคิด การพัฒนาแบบตามวัตถุประสงค์และสมมติฐาน ขันตอนการพั ้ ฒนาและการผลิตผลงาน (Development and Production Stage) ขันตอนหลั ้ งการผลิตผลงาน (Post Production Stage)

53 58 63 77

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้ อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ของการวิจยั วิธีการดาเนินการวิจยั ผลการวิจยั โดยสรุป อภิปรายผล ข้ อเสนอแนะ

79 79 80 80 82

บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก ภาคผนวก ข ภาคผนวก ค ภาคผนวก ง ประวัตผิ ้ วู ิจยั

83 85 88 90 94 98


สารบัญภาพ ภาพที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26

ภาพตัวอย่างภาพทิศทางการและการเคลื่อนไหว ภาพตัวอย่างภาพความสมดุลแบบสมมาตร ภาพตัวอย่างภาพความสมดุลแบบอสมมาตร ภาพตัวอย่างภาพความสมดุลแบบรัศมี ภาพตัวอย่างภาพความแตกต่างโดยขนาด ภาพตัวอย่างภาพความแตกต่างโดยรูปร่าง ภาพตัวอย่างภาพความแตกต่างโดยความเข้ ม ภาพตัวอย่างภาพความแตกต่างโดยทิศทาง ภาพตัวอย่างภาพจังหวะ ลีลา และการซ ้า ภาพตัวอย่างระบบกริด ภาพตัวอย่างการออกแบบสิ่งพิมพ์โดยใช้ ระบบกริด ภาพระบบการพิมพ์แบบออฟเซต ภาพแท่นพิมพ์ระบบเลตเตอร์ เพรส 3 แบบ ภาพการพิมพ์ระบบกราวัวร์ ภาพการพิมพ์ระบบสกรี น ภาพตัวอย่างหนังสือสารคดี ภาพตัวอย่างหนังสือนวนิยาย ภาพส่วนประกอบของปกหนังสือ ภาพตัวอย่างหน้ าสารบัญ ภาพตัวอย่างรูปแบบปกหนังสือต่าง ๆ ภาพการออกแบบปกหนังสือเน้ นความสวยงาม ภาพการออกแบบปกหน้ า-หลัง และสันของหนังสือควบคูก่ นั ภาพการเข้ าเล่มหนังสือแบบต่าง ๆ ภาพการเข้ าเล่มและเจียนรูปเล่ม ภาพตัวอย่างปกและรูปเล่มหนังสือสาหรับเด็ก ภาพการออกแบบหนังสือยึดหลักความได้ สดั ส่วน

หน้ า 5 6 6 7 8 8 9 9 10 11 12 13 14 15 16 19 20 21 24 28 29 29 32 32 35 36


สารบัญภาพ (ต่ อ) ภาพที่ 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52

ภาพการออกแบบหนังสือยึดหลักความสมดุล ภาพการออกแบบหนังสือยึดหลักลีลา ภาพการออกแบบหนังสือยึดหลักความกลมกลืน ภาพตัวอย่างภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็ก ภาพประกอบหนังสือ pop – up สาหรับเด็ก เรื่ อง “พระพุทธประวัติ” ภาพประกอบหนังสือเสริมความรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับเด็ก ภาพประกอบหนังสือ เรื่ อง ผ้ าของพ่อ ภาพประกอบหนังสือ เรื่ อง ปลาสลิด ภาพประกอบหนังสือ เรื่ อง ข้ าวโพด ภาพแบบร่างทางความคิด ส่วนที่ 1 ภาพแบบร่างทางความคิด ส่วนที่ 2 ภาพแบบร่างทางความคิด ส่วนที่ 3 ภาพแบบร่างทางความคิด ส่วนที่ 4 ภาพแบบร่างทางความคิด หน้ าปกหนังสือเกษตรทฤษฎีใหม่ ภาพแบบร่างเหมือนจริงภาพประกอบหนังสือ ภาพแบบร่างเหมือนจริงหน้ าปกหนังสือ ภาพแบบร่างทางความคิด ภาพการออกแบบด้ วยคอมพิวเตอร์ ขนที ั้ ่ 1 ภาพการออกแบบด้ วยคอมพิวเตอร์ ขนที ั้ ่ 2 ภาพส่วนที่ 1 การจัดสรรที่ดนิ สาหรับขุดสระกักเก็บน ้า ภาพส่วนที่ 2 การจัดสรรที่ดนิ สาหรับปลูกข้ าว ภาพส่วนที่ 3 การจัดสรรที่ดนิ เป็ นที่อยูอ่ าศัย ภาพส่วนที่ 4 การจัดสรรที่ดนิ สาหรับปลูกผลไม้ ไม้ ยืนต้ น ภาพหน้ าปกหน้ า และปกหลัง ภาพเนื ้อหาเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ ภาพอุปกรณ์ที่ใช้ ในการทางาน

หน้ า 37 38 39 41 46 47 55 56 57 58 59 60 60 61 62 62 63 64 64 65 65 66 67 67 68 69


สารบัญภาพ (ต่ อ) ภาพที่ 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71

ภาพขันตอนการตั ้ ดชิ ้นส่วนของป๊ อปอัพ ภาพขันตอนการสร้ ้ างป๊ อปอัพ ภาพขันตอนการสร้ ้ างป๊ อปอัพส่วนของทุง่ นา ภาพขันตอนการสร้ ้ างป๊ อปอัพส่วนของสระกักเก็บน ้า ภาพขันตอนการสร้ ้ างป๊ อปอัพส่วนของที่อยูอ่ าศัย ภาพขันตอนการสร้ ้ างป๊ อปอัพส่วนของสวนผลไม้ ภาพขันตอนการประกอบหน้ ้ าปกหนังสือ ภาพขันตอนการประกอบหนั ้ งสือด้ านใน ภาพหน้ าปกหน้ า และปกหลังที่เสร็จสมบูรณ์ ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ด้านนอก ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ด้านใน ภาพเนื ้อหาด้ านในที่เสร็จสมบูรณ์ ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์สว่ นของที่อยูอ่ าศัย ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์สว่ นของทุง่ นา ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์สว่ นของสวนผลไม้ ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์สว่ นของสระกักเก็บน ้า ภาพการแผยแพร่งานวิจยั ในนิทรรศการแสดงงานศิลปนิพนธ์ ภาพการเผยแพร่ผลงานวิจยั ให้ แก่กลุม่ เป้าหมาย

หน้ า 69 70 70 71 71 72 72 73 73 74 74 75 75 75 76 76 76 77 77


สารบัญตาราง ตารางที่ 1 แผนการดาเนินงานตลอดโครงการ 2 ตารางวิเคราะห์ข้อมูลกรณีศกึ ษาที่ 1 3 ตารางวิเคราะห์ข้อมูลกรณีศกึ ษาที่ 2 4 ตารางวิเคราะห์ข้อมูลกรณีศกึ ษาที่ 3

หน้ า 52 55 56 57


บทที่ 1 บทนา ความเป็ นมาและความสาคัญของปั ญหา ปั จ จุบันโลกมี การเปลี่ ยนแปลงอย่างรวดเร็ วในทุกๆ ด้ านทัง้ ทางด้ านสัง คม เศรษฐกิ จ การเมือง และเทคโนโลยีอนั เป็ นผลมาจากการพัฒนาของเทคโนโลยีสารสนเทศ ทาให้ การดาเนิน ชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป จากสังคมเกษตรซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 75 ประกอบอาชีพ ทางเกษตร คนไทยในปั จจุบันได้ เปลี่ ยนวิถีการดาเนินชีวิตจากการทาอาชีพเกษตรกรเป็ นหลัก เปลี่ ย นเป็ นการด าเนิ น วิ ถี ชี วิ ต แบบสัง คมเมื อ ง ถึ ง แม้ ว่ า อาชี พ ที่ ค นส่ ว นใหญ่ เ ลื อ กท านัน้ ให้ ค่าตอบแทนมากกว่าการทาเกษตรกรรม แต่คา่ ตอบแทนที่มากนันก็ ้ ต้องแลกมาด้ วยการใช้ ชีวิตบน ความเร่งรี บ โดนสังคมเอารัดเอาเปรี ยบ ไร้ ซึ่งความพอเพียง ซึ่งการดาเนินชีวิตเช่นนี ้ทาให้ วิถีการ ดารงชีวิตดัง่ เดิมของคนไทยค่อยๆสูญหายไป จากปั ญหาการเปลี่ยนแปลงวิถีการดาเนินชีวิตของคนไทย ทาให้ เด็กไทยหลงลืมรากเหง้ า ความเป็ นไทยของตนเอง หันไปบริ โภควัตถุนิยม เสพสื่อบันเทิง และเทคโนโลยี จนเยาวชนไทย กลายเป็ นพวกวัตถุนิยม ที่ ยึดติดกับสิ่งของ เงิ นทอง ความหรู หรา มากกว่า เรื่ องราวของจิ ตใจ ความสุข ความทุกข์ ความดี ความชัว่ ซึ่งปั ญหานี ้เป็ นผลมาจากการปลูกฝั งค่านิยมที่ผิดให้ แก่เด็ก ดังเช่นการเรี ยนการสอนในปั จจุบนั ที่เน้ นการสอนในด้ านทฤษฎีเป็ นหลัก นักเรี ยนนาความรู้ที่ได้ ไป ใช้ ในการสอบแข่ง ขันเพื่อเข้ าศึกษาต่อในระดับต่างๆ โดยไม่ไ ด้ นาความรู้ ที่ไ ด้ ม าปรั บใช้ ในการ ดารงชีวิต เพื่อที่จะให้ นกั เรี ยนรอดพ้ นและสามารถดารงชีวิตอยู่ได้ อย่างมัน่ คง และยั่งยืนภายใต้ กระแสโลกาภิวตั น์ จาเป็ นต้ องมีการเรี ยนการสอนที่ให้ เด็กได้ ลงมื อปฏิบตั ิ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระ เจ้ าอยู่หวั ทรงเห็นถึงปั ญหาในข้ อนี ้ พระองค์ทรงคิดค้ นการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ยึดหลักการใช้ ชีวิตแบบพอเพียง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี ้ชี ้ให้ เห็นถึงแนวทางในการดาเนินชีวิตของประชาชน โดยการยึดในทางสายกลาง การเรี ยนรู้เรื่ องการทาการเกษตรทฤษฎีใหม่นอกจากจะช่วยให้ เด็กได้ เรี ยนรู้ เกี่ยวกับการทาเกษตรกรรมแล้ ว ยังช่วยสอนให้ เด็กได้ เรี ยนรู้ ถึงการใช้ วิถีชีวิตแบบพอเพียง ทาให้ เด็กไทยได้ เรี ยนรู้ถึงวิถีการดาเนินชีวิตของบรรพบุรุษของชาวไทย ซึ่งอาชีพเกษตรกรรมนันถื ้ อ เป็ นอาชี พ หลัก ของประเทศไทย โดยเด็ก ๆจะสามารถน าความรู้ ที่ ไ ด้ ม าพัฒ นาและปรั บ ใช้ ใ น ชีวิตประจาวัน ซึ่งสิ่งเหล่านี ้จะเป็ นตัวช่วยให้ อาชีพเกษตรกรรมยังคงสามารถดารงอยู่ตอ่ ไป อีกทัง้ ยังเป็ นการปลูกฝั งให้ เด็กไทยใช้ ชีวิตแบบพอเพียงอีกด้ วย


ผู้วิจยั จึงคิดที่จะทาการออกแบบหนังสือป๊ อปอัพ เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อเป็ นสื่อการ เรี ยนการสอนที่ช่วยส่งเสริ มให้ เยาวชนไทยได้ เรี ยนรู้ถึงการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ และเนื่องจากเป็ น หนังสือป๊ อปอัพจึงช่วยให้ เกิดความตื่นเต้ น น่าสนใจมากกว่าการอ่านหนังสือในรู ปแบบธรรมดา เมื่อเด็กได้ เรี ยนรู้ ถึงการใช้ ชีวิตแบบวิถีพอเพียงโดยการทาเกษตรทฤษฎี ใหม่แล้ ว ในอนาคตก็จะ เติบโตเป็ นผู้ใหญ่ที่ดี ที่จะมีส่วนช่วยในการพัฒนา และบริ หารประเทศไทยให้ เดินก้ าวไปข้ างหน้ า โดยยึดในหลักการดาเนินชิวิตแบบพอเพียง วัตถุประสงค์ ของการศึกษา 1. ศึกษากระบวนการออกแบบภาพประกอบหนัง สื อป๊ อปอัพ ส าหรั บเด็ก เรื่ อง เกษตร ทฤษฎีใหม่ 2. เพื่อผลิตหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ สมมติฐาน การออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ เป็ นการ ออกแบบภาพประกอบหนังสือให้ สอดคล้ องกับเนื ้อหาเกี่ยวกับการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งส่งเสริ ม การเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ เหมาะสมสาหรับเด็กวัยประถมศึกษา ช่วงอายุระหว่าง 7 –12 ปี หนังสือเล่มนีจ้ ะทาให้ ได้ การเรี ยนรู้ เกษตรทฤษฎี ใหม่เป็ นเรื่ องที่เข้ าใจได้ ง่าย สามารถเรี ยนรู้ หลักการใช้ ชีวิตแบบพอเพียง และยังเป็ นการเผยแพร่ เรื่ องการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ให้ เป็ นที่ร้ ู จัก มากขึ ้น ในการออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริ มการเรี ยนรู้ การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ครัง้ นี ้จัดทา จานวน 1 เล่ม ขนาด 20×20 เซนติเมตร โดยใช้ เทคนิคป๊ อปอัพ เนือ้ หาทัง้ หมดภายในรู ปเล่ม มี จานวน 14 หน้ า พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ ตมัน 200 แกรม โดยแบ่งเนื ้อหาเป็ น 5 ส่วน ได้ แก่ บทนา การจัดสรรที่ดิน ขุดสระกักเก็บน ้า การจัดสรรที่ดิน ปลูกข้ าว การจัดสรรที่ดิน ปลูกผลไม้ ไม้ ยืนต้ น พืชไร่ พืชผัก และการจัดสรรที่ดนิ เป็ นที่อยูอ่ าศัย ขอบเขตของงาน 1. แบบร่าง (IDEA SKETCH) 2. แบบที่ทาการสรุป (CONCEPT SKETCH) 3. แบบเพื่อนาไปผลิต (ART WORK)


4. การออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ ขนาด 20×20 เซนติเมตร จานวนหน้ าทัง้ หมด 14 หน้ า หน้ าปกพิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ ตมัน 300 แกรม เนื ้อหาพิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ ตมัน 200 แกรม พิมพ์ด้วยระบบบดิจิตอลออฟเซท นิยามศัพท์ เฉพาะ 1. หนังสือป๊ อปอัพ หรื อหนังสือสามมิติ (pop-up book) หมายถึง หนังสือที่มีมีปฏิสมั พันธ์ กับผู้อา่ นได้ เช่น เมื่อกางออกจะมีภาพโผล่ขึ ้นมา มีลกู เล่นที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความน่าสนใจใน การเรี ยนรู้ และยังเป็ นส่วนที่ชว่ ยหนังหนังสือเล่มนี ้พิเศษกว่าหนังสือทัว่ ไป 2. เกษตรทฤษฎีใหม่ หมายถึง แนวทางการเกษตรที่มีหลักในการแก้ ไขปั ญหาจากการปลูก พืชและความเป็ นอยู่ของเกษตรกร โดยเป็ นแนวทางหนึ่งของเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรแบบนี ้ จะเน้ นไปในเรื่ องการจัดสรรที่ดินที่มีอยู่และนามาใช้ ให้ เกิดประโยชน์สูงสุดโดยแบ่งพื ้นที่ออกเป็ น ส่วนๆ ทังหมด ้ 4 ส่วน ตามอัตราที่สมดุลและเกื ้อกูลกันและกันโดยเน้ นถึงความเป็ นอยู่ที่ พออยู่ได้ แบบไม่ขดั สน แบ่งพื ้นที่ออกเป็ น 4 ส่วน ส่วนที่ 1 ขุดเป็ นสระน ้า ประมาณ 30% ส่วนที่ 2 ปลูกข้ าว ประมาณ 30% ส่วนที่ 3 ปลูกพืช ผัก ผลไม้ ไม้ ยืนต้ น ประมาณ 30% ส่วนที่ 4 เป็ นที่อยู่อาศัย เลี ้ยง สัตว์ ประมาณ 10% ประโยชน์ ท่ คี าดว่ าจะได้ รับ 1. ได้ รับความรู้ เกี่ ยวกับกระบวนการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ 2. ได้ หนังสือป๊ อปอัพส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่


บทที่ 2 การศึกษาข้ อมูลที่เกี่ยวข้ อง ในการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ ครัง้ นี ้มี จุดมุ่งหมายเพื่อให้ ผ้ ูอ่านได้ เรี ยนรู้ หลักการออกแบบภาพประกอบ และการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่ อให้ ตรงตามแนวคิด ที่ กาหนดเป็ นไปถูกต้ อ งตามหลักการออกแบบและจัดทาหนัง สื อ และ หลักการออกแบบสิ่งพิมพ์ ผู้ศกึ ษาจึงใช้ หลัก การที่เกี่ยวข้ องดังนี ้ 1. หลักการออกแบบสิ่งพิมพ์ 2. การออกแบบและจัดทาหนังสือ 3. ความรู้เกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ 4. งานวิจยั ที่เกี่ยวข้ อง 1. หลักการออกแบบสิ่งพิมพ์ สิ่งพิมพ์ที่พบเห็นโดยทัว่ ไปประกอบด้ วยองค์ประกอบสาคัญหลายอย่าง ได้ แก่ ตัวอักษร หรื อข้ อความ ภาพประกอบ เนื ้อที่ว่างและส่วนประกอบอื่น การออกแบบสิ่งพิมพ์ต้องคานึงถึงการ จัดวางองค์ประกอบต่างๆ ดังกล่าวเข้ าด้ วยกันโดยใช้ หลักการดังนี ้ 1.1 ทิศทางการและการเคลื่อนไหว (Direction & Movement) เมื่อผู้รับสารมองดูสื่อสิ่งพิมพ์ การรับรู้ เกิดขึ ้นเป็ นลาดับตามการมองเห็น กล่าวคือเกิด ขึ ้น ตามการกวาดสายตาจาก องค์ประกอบหนึ่งไปยังอีกองค์ประกอบหนึ่ง จึงมีความจาเป็ นอย่างยิ่งที่ จะต้ องมีการดาเนินการวางแผน กาหนดและชักจูงสายตาของผู้รับสารให้ เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ ถูกต้ อง ตามลาดับ ขององค์ประกอบที่ต้องการให้ รับรู้ก่อนหลัง โดยทัว่ ไปหากไม่มีการสร้ างจุดเด่น ขึ ้นมา สายตาของผู้รับสารจะมองดูหน้ ากระดาษที่เป็ นสื่อพิมพ์ในทิศทางของตัวอักษรซี (Z) ใน ภาษา อังกฤษ คือ จะเริ่ มมองที่มุมบนด้ านขวา แล้ วไล่ลงมายังมุมล่างด้ านซ้ าย ไปจบที่มุมล่าง ด้ านขวาตามลาดับ การจัดองค์ประกอบที่สอดคล้ องกับธรรมชาติของการมองนี ้ เป็ นส่วนช่ว ยให้ เกิดการรับรู้ตามลาดับที่ต้องการ 1.2 เอกภาพและความกลมกลืน (Unity & Harmony) เอกภาพคือความเป็ นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งในการจัดทาเลย์เอาต์หมายถึงการนาเอา องค์ประกอบที่แตกต่างกันมาวางไว้ ใน พื ้นที่หน้ า กระดาษเดียวกันได้ อย่างกลมกลืน ทาหน้ าที่


สอดคล้ องและส่งเสริมกันและกันในการสื่อสารความคิดรวบยอดและบุคลิกภาพของสื่อสิ่งพิมพ์นนั ้ การสร้ างเอกภาพนี ้สามารถทาได้ หลายวิธี เช่น 1.2.1 การเลือกใช้ องค์ประกอบอย่างสม่าเสมอ เช่น การเลือกใช้ แบบตัวอักษรเดียวกัน การเลือกใช้ ภาพขาว ดาทังหมด ้ เป็ นต้ น 1.2.2 การสร้ างความต่อเนื่องกันให้ องค์ประกอบ เช่น การจัดให้ พาดหัววางทับลงบน ภาพ การใช้ ตวั อักษรที่เป็ นข้ อความ ล้ อตาม ทรวดทรง ของภาพ เป็ นต้ น 1.2.3 การเว้ นพืน้ ที่ว่างรอบองค์ประกอบทัง้ หมด ซึ่ง จะทาให้ พืน้ ที่ ว่างนั น้ ทาหน้ าที่ เหมือนกรอบสีขาวล้ อมรอบองค์ประกอบทังหมดไว้ ้ ภายในช่วยให้ องค์ ประกอบทังหมดดู ้ เหมือนว่า อยูก่ นั อย่างเป็ นกลุม่ เป็ นก้ อน

ภาพที่ 1 ภาพตัวอย่างภาพทิศทางการและการเคลื่อนไหว (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf) 1.3 ความสมดุล (Balance) หลักการเรื่ องความสมดุลนี ้เป็ นการตอบสนองธรรมชาติของผู้รับสารในเรื่ องของแรงโน้ ม ถ่วง โดยการจัดวางองค์ประกอบทัง้ หมดในพืน้ ที่หน้ ากระดาษ จะต้ องไม่ขัดกับความรู้ สึกนี ้ คือ จะต้ องไม่ดเู อนเอียงหรื อหนักไปด้ านใดด้ านหนึ่ง โดยไม่มีองค์ ประกอบมาถ่วงในอีกด้ าน การจัด องค์ประกอบให้ เกิดความสมดุลแบ่งได้ เป็ น 3 ลักษณะคือ


1.3.1 สมดุลแบบสมมาตร (Symmetrical Balance) เป็ นการจัดวางองค์ประกอบโดย ให้ องค์ประกอบในด้ านซ้ ายและด้ านขวาของพื ้นที่หน้ ากระดาษมีลกั ษณะเหมือนกันทังสองข้ ้ างซึ่ง องค์ประกอบ ที่เหมือนกันใน แต่ละด้ านนี ้จะถ่วงน ้าหนักกันและกันให้ เกิดความรู้สกึ สมดุล

ภาพที่ 2 ภาพตัวอย่างภาพความสมดุลแบบสมมาตร (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf) 1.3.2 สมดุลแบบอสมมาตร (AsymmetricalBalance) เป็ นการจัดวางองค์ประกอบ โดยให้ องค์ประกอบในด้ านซ้ ายและด้ านขวาของพื ้นที่หน้ ากระดาษมีลกั ษณะไม่เหมือนกันทังสอง ้ ข้ าง แม้ องค์ประกอบจะไม่เหมือนกันในแต่ละด้ านแต่ก็จะถ่วงน ้าหนักกันและกันให้ เกิดความสมดุล

ภาพที่ 3 ภาพตัวอย่างภาพความสมดุลแบบอสมมาตร (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf)


1.3.3 สมดุลแบบรัศมี (Radial Balance) เป็ นการจัดวางองค์ประกอบ โดยให้ องค์ประกอบแผ่ไปทุกทิศทุกทางจากจุดศูนย์กลาง

ภาพที่ 4 ภาพตัวอย่างภาพความสมดุลแบบรัศมี (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf) 1.4 สัดส่ วน (Proportion) การกาหนดสัดส่วนนีเ้ ป็ นการกาหนดความสัมพันธ์ ในเรื่ องของขนาด ซึ่งมีความสาคัญ โดยเฉพาะในหน้ ากระดาษของสื่อสิ่งพิมพ์ที่ต้องการให้ มีจดุ เด่น เช่น หน้ าปกหนังสือ เป็ นต้ น เพราะ องค์ประกอบที่มีสดั ส่วนแตกต่างกันจะดึงดูดสายตาได้ ดีกว่าการใช้ องค์ประกอบทังหมดในสั ้ ดส่วน ที่ใกล้ เคียงกัน ในการกาหนดสัดส่วนจึงต้ องพิจารณาองค์ประกอบทังหมดในพื ้ ้นที่หน้ ากระดาษไป พร้ อม ๆ กัน ว่าควรจะเพิ่มหรื อลดองค์ประกอบใด ไม่ใช่คอ่ ย ๆ ทาไปทีละองค์ประกอบ 1.5 ความแตกต่ าง (Contrast) เป็ นวิธีการที่ง่ายที่สดุ โดยการเน้ นให้ องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเด่นขึ ้นมาด้ วยการ เพิ่มขนาดให้ ใหญ่กว่าองค์ประกอบอื่น ๆ โดยรอบ 1.5.1 ความแตกต่างโดยขนาด เป็ นวิธีการที่ง่ายที่สุดโดยการเน้ นให้ องค์ประกอบใด องค์ประกอบหนึ่ง เด่นขึ ้นมาด้ วย การเพิ่มขนาดให้ ใหญ่กว่าองค์ประกอบอื่น ๆ โดยรอบ เช่น พาด หัวขนาดใหญ่เป็ นต้ น ซึง่ โดยธรรมชาติแล้ วผู้ดจู ะเลือกมองดูองค์ประกอบที่ใหญ่กว่าก่อน


ภาพที่ 5 ภาพตัวอย่างภาพความแตกต่างโดยขนาด (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf) 1.5.2 ความแตกต่างโดยรูปร่าง เป็ นวิธีที่เน้ นให้ องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเด่น ขึ ้นมาด้ วยการใช้ รูปร่างที่แตกต่างออกไปจากองค์ประกอบอื่นในหน้ ากระดาษ เช่น การไดคัตภาพ คนตามรูปร่างของร่างกายแล้ วนาไปวางในหน้ ากระดาษที่มีภาพแทรกเล็กๆ ที่อยูใ่ นกรอบสี่เหลี่ยม

ภาพที่ 6 ภาพตัวอย่างภาพความแตกต่างโดยรูปร่าง (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf) 1.5.3 ความแตกต่างโดยความเข้ ม เป็ นวิธีการที่เน้ นให้ องค์ประกอบใดองค์ป ระกอบ หนึ่งเด่นขึ ้นมาด้ วยการใช้ เพิ่มหรื อลดความเข้ มหรื อนา้ หนักขององค์ประกอบนัน้ ให้ เข้ มหรื ออ่อน


กว่าองค์ประกอบอื่นที่อยู่ร่วมกันในหน้ ากระดาษ เช่น การใช้ ตวั อักษรที่เป็ นตัวหนาในย่อหน้ าที่ ต้ องการเน้ นเพียงย่อหน้ าเดียวในหน้ ากระดาษ เป็ นต้ น

ภาพที่ 7 ภาพตัวอย่างภาพความแตกต่างโดยความเข้ ม (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf) 1.5.4 ความแตกต่ า งโดยทิ ศ ทาง ทิ ศ ทางเป็ นวิ ธี ก ารที่ เ น้ นให้ องค์ ป ระกอบใด องค์ ประกอบหนึ่ง เด่น ขึน้ มาด้ วยการวางองค์ป ระกอบที่ ต้ องการจะเน้ นนัน้ ให้ อยู่ในทิ ศทางที่ แตกต่างจากองค์ประกอบอื่นๆ ที่อยู่ร่วมกันในหน้ ากระดาษเช่น การวางภาพเอียง 45 องศา ใน หน้ ากระดาษที่เต็มไปด้ วยตัวอักษรที่เรี ยง เป็ นแนวนอน เป็ นต้ น

ภาพที่ 8 ภาพตัวอย่างภาพความแตกต่างโดยทิศทาง (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf)


1.6 จังหวะ ลีลา และการซา้ (Rhythm & Repetition) การจัด วางองค์ ประกอบหลาย ๆ ชิ น้ โดยกาหนดต าแหน่ง ขององค์ป ระกอบให้ เ กิ ด มี ช่องว่างเป็ นช่วง ๆ ตอน ๆ อย่างมีการวางแผนล่วงหน้ า จะทาให้ เกิดจังหวะและลีลาขึ ้น และหากว่า องค์ประกอบหลาย ๆ ชิน้ นัน้ มีลักษณะซ ้ากันหรื อใกล้ เคียงกัน ก็จะยิ่งเป็ นการเน้ นให้ เกิดจังหวะ และลีลา ได้ ชดั เจนยิ่งขึ ้นลักษณะตรงกันข้ ามกับแบบแรก จังหวะและลีลาลักษณะนี ้จะก่อให้ เกิด ความรู้สกึ ที่ตื่นเต้ นดูเคลื่อนไหวและมีพลัง

ภาพที่ 9 ภาพตัวอย่างภาพจังหวะ ลีลา และการซ ้า (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf) 1.7 ระบบกริดในการออกแบบทางการพิมพ์ ในการออกแบบใดๆก็ตาม การที่จะนาองค์ประกอบต่างๆเข้ าไปสู่การจัดองค์ประกอบ สิ่ง แรกที่ ต้ อ งค านึ ง ถึ ง ก็ คื อ กรอบของงานที่ ถื อ เป็ นอาณาบริ เ วณ พื น้ ที่ ข องชิ น้ งานนัน้ ว่ า น า องค์ประกอบเหล่านันไปจั ้ ดวางได้ อย่างเหมาะสม สวยงาม น่าสนใจและเกิดประโยชน์ใช้ สอยได้ ดี เพียงไรในการออกแบบ งานพิมพ์ก็มีลกั ษณะเดียวกัน กล่าวคือ ได้ มีการจัดแบ่งพื ้นที่ของชิ ้นงานที่ จะตีพิมพ์ออกเป็ นส่วนย่อยๆที่เป็ นกรอบของงานพิมพ์ โดยวางอยู่ในรู ปของ ตารางที่เรี ยกกันว่า ระบบกริ ดทังนี ้ ้เพื่อที่จะได้ นาส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป็ นข้ อความที่เป็ นตัวพิมพ์หรื อภาพมาจัดวางตาม หลักการออกแบบทางการพิมพ์ ซึ่งระบบกริ ดนีไ้ ด้ นาพืน้ ที่ของกรอบสิ่ง พิม พ์ในหน้ านัน้ ๆมาจัด แบ่งเป็ นตารางพื ้นที่ย่อยๆโดยใช้ เส้ นแนวตังและแนวนอนเพื ้ ่อสร้ างตาราง แล้ วใช้ จินตนาการ ตาม หลักการออกแบบมาคานวณทางสายตาเพื่อจัดวางข้ อความและภาพนันเป็ ้ นอาร์ ตเวิร์ค ระบบกริ ด ที่นามาใช้ ในการออกแบบประกอบด้ วยส่วนที่สาคัญ 8 ส่วน ดังนี ้


1.7.1 มุมของกริด (Gridn Intersection) หมายถึง ตาแหน่งที่เส้ นแนวตังและแนวนอน ้ ของตารางตัดกัน มุมของกริ ดนี ้ใช้ ควบคุมพื ้นที่พิมพ์อยู่ในขอบเขตที่กาหนด และให้ พื ้นที่ที่วางได้ มุมฉากกับตารางอย่างมีความเป็ นระเบียบต่อเนื่อง กลมกลืนและเอกภาพ 1.7.2 เส้ นตัดเจียน (Trim Mask) แนวเส้ นที่ใช้ วางเครื่ องหมายแสดงขนาดของ สิ่ ง พิ ม พ์ ที่ ต้อ งการจริ ง ภายหลัง การจัดพิ ม พ์ ทาเล่ม และตัดเจี ยนเสร็ จ เรี ยบร้ อยแล้ ว ซึ่ง ขนาด ดังกล่าวอาจเรี ยกอีกอย่างหนึง่ ว่า ขนาดของกริด 1.7.3 ช่องว่างหรื อกัตเตอร์ (Gutter) หมายถึง พื ้นที่ว่างระหว่างกรอบพื ้นที่พิมพ์ของ หน้ าซ้ ายกับกรอบพื ้นที่พิมพ์ของหน้ าขวา ซึ่งเป็ นแนวของส่วนที่เว้ นไว้ ด้านสันของสิ่งพิมพ์อนั เป็ น ช่องว่างหน้ าคูท่ ี่เรี ยกว่า อกกลาง ช่องว่างกัตเตอร์ นี ้มีประโยชน์ตอ่ การเบ่งพื ้นที่พิมพ์ของแต่ละหน้ า ออกจากกันและเอื ้อต่อการเปิ ดอ่านเพราะได้ วางแนวช่องว่างนี ้ไว้ เพียงพอต่อการทาเล่ม

ภาพที่ 10 ภาพตัวอย่างระบบกริ ด (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf)


1.7.4 เส้ นตัดเจียน 1.7.5 ตาแหน่งเลขหน้ า (Follo) หมายถึง ตาแหน่งที่กาหนดไว้ เพื่อวางลาดับเลขหน้ า โดยอาจใช้ วางตัวพิม พ์ ชื่อหนัง สื อหรื อชื่ อบทด้ วยก็ ไ ด้ เพื่ อให้ เกิ ดความต่อเนื่ องเป็ นระบบและ ระเบียบอันมีประโยชน์ตอ่ การรู้ลาดับการเรี ยงของงานพิมพ์วา่ อยูห่ น้ าใดและมีความหนาเท่าใด 1.7.6 อัลเลย์ (Alley) หมายถึง ช่องว่างของพื ้นที่พิมพ์ตามแนวตังหรื ้ อแนวนอนอัน ขนานกับเส้ นตารางโดยเห็นเป็ นช่องว่างระหว่างบรรทัดหรื อคอลัมน์ที่ประกอบเป็ นข้ อความหรื อ ภาพที่ต้องการแสดงออกมา 1.7.7 หน่วยของกริ ด (Grid Unit) หมายถึง พื ้นที่พิมพ์อนั ดูแล้ วเป็ นกลุ่มของตารางที่ จัดไว้ เป็ นชุดหรื อพืน้ ที่พิมพ์ที่เกาะหลุ่มกันภายในอัลเลย์ที่ล้อมรอบอยู่นนั ้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการ จัดพิมพ์และอ่าน ที่ดแู ล้ วมีการแบ่งออกเป็ นกลุม่ ๆ 1.7.8 กัตเตอร์ 1.7.9 เส้ นพับ (Fold Line) เส้ นแนวกึ่งกลางของหน้ ากระดาษระหว่างกัตเตอร์ เพื่อใช้ พับในการทาเล่มหรื อเป็ นส่วนที่ใช้ ในการแบ่งสิ่งพิมพ์นนั ้

ภาพที่ 11 ภาพตัวอย่างการออกแบบสิ่งพิมพ์โดยใช้ ระบบกริ ด (ที่มา : http://www2.udru.ac.th/~samaw_t/Media-Design.pdf) การใช้ ระบบกริดในการออกแบบทางการพิมพ์นนั ้ เป็ นการวางแผนเพื่อกาหนดว่าจะนาเอา ข้ อความหรื อภาพ ทังส่ ้ วนที่เป็ นหัวเรื่ อง ย่อหน้ า ข้ อความ คาบรรยาย ภาพ แผนภูมิ ตาราง เลข


หน้ า ชื่อหนังสือหรื อชื่อบทความไว้ ในตาแหน่งใดจึงจะถูกต้ อง เหมาะสม และสวยงาม เมื่อกาหนด จนเป็ นที่พอใจแล้ ว ก็นาไปสูก่ ารดาเนินงานเพื่อจัดทาเป็ นอาร์ ตเวิร์คดังนัน้ จึงกล่าวได้ ว่าระบบกริ ด เปรี ยบเสมือนพิมพ์เขียว ที่ใช้ ในการออกแบบจัดหน้ าสิ่งพิมพ์ 1.8 ระบบการพิมพ์ การออกแบบสิ่งพิมพ์จาเป็ นต้ องมีการวางแผนทุกขันตอน ้ เมื่อถึงขันที ้ ่เข้ าสู่ระบบการพิมพ์ นัก ออกแบบสิ่ ง พิ ม พ์ ต้ อ งเลื อ กระบบและวิ ธี ก ารพิ ม พ์ ใ ห้ เ หมาะสมกับ ประเภทของงานและ งบประมาณที่ กาหนดไว้ หากเลือกได้ ถูกต้ องผลที่ ตามมาคือความส าเร็ จอย่างคุ้ม ค่าดัง นัน้ นัก ออกแบบสิ่งพิมพ์จงึ ควรเรี ยนรู้ระบบการพิมพ์แบบต่างๆ ให้ เข้ าใจเพื่อจะสามารถจัดเตรี ยมต้ นฉบับ สัง่ การและสื่อความหมายให้ เข้ าใจตรงกันระหว่างผู้ทางานพิมพ์ ระบบการพิมพ์มีหลายระบบ แต่ระบบการพิมพ์ที่นิยมใช้ ในงานออกแบบสิ่งพิมพ์ ได้ แก่ ระบบออฟเซต ระบบเลตเตอร์ เพรส ระบบกราวัวร์ และระบบสกรี น 1.8.1 ระบบออฟเซต การพิมพ์ในระบบออฟเซต (offset printing) เป็ นการพิมพ์ใน ระบบอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถพิมพ์ได้ เร็ ว ได้ จานวนมาก ค่าใช้ จ่ายน้ อย แต่ควรมีจานวนพิมพ์ ตัง้ แต่ 3,000 แผ่ น ขึ น้ ไป เพราะถ้ าน้ อยกว่ า นี ร้ าคาต่ อ หน่ ว ยจะสู ง การพิ ม พ์ ส อดสี แ ละมี ภาพประกอบจะได้ งานที่มีคณ ุ ภาพดีเหมือนต้ น ฉบับ สามารถใช้ กระดาษได้ 2 แบบ คือ แบบป้อน ม้ วน (web fed offset press) และแบบป้อนแผ่น (sheet fed offset press) การพิมพ์ในระบบนี ้ไม่ มีปัญหาเรื่ องตัวพิมพ์สึกหรื อหักและแม่พิมพ์ก็มีเม็ดสกรี นละเอียด การพิมพ์ในระบบออฟเซตนิยม ใช้ กบั การพิมพ์นิตยสาร รายงานประจาปี จดหมายข่าว แผ่นปลิว แผ่นพับ และหนังสือพิมพ์

ภาพที่ 12 ภาพระบบการพิมพ์แบบออฟเซต (ที่มา : Craig. 1974: 89.)


การพิมพ์ในระบบออฟเซตปั จจุบนั ก้ าวหน้ ามาก คือมีแท่นพิมพ์ตงแต่ ั ้ ขนาดเล็กใช้ ใน สานักงานจนถึงขนาดใหญ่ใช้ ในงานอุตสาหกรรม พิมพ์ได้ สีเดียว ถึง 4 สี และยังสามารถพิมพ์ได้ 2 หน้ าพร้ อมกัน จึง นับว่าให้ ความสะดวกแก่ผ้ ูใช้ งานเป็ นอย่างยิ่ง การพิม พ์ ในระบบออฟเซตใช้ แม่พิมพ์เป็ นแผ่นโลหะพื ้นแบนติดบนโมแม่พิมพ์มีส่วนที่ต้องการพิมพ์และส่วนพื ้นอยู่บนระนาบ เดียวกัน ลูกคลึงน ้าเป็ นตัวหล่อน ้าบนส่วนพื ้นที่ไม่ต้องการพิ มพ์ และมีน ้ามันเคลือบอยู่บนส่วนที่ ต้ องการพิมพ์ เมื่อผ่านลูกคลึงหมึกลงบนโมแม่พิมพ์ ส่วนที่เป็ นหมึกจะไม่ติดส่วนพื ้น แต่จะติดส่วน ที่ต้องการพิมพ์ซงึ่ มีเคลือบน ้ามันไว้ โมยางจะกลิ ้งผ่านส่วนที่ต้องการพิมพ์โดยมีโมแม่พิมพ์กดไว้ ได้ ภาพกลับซ้ ายเป็ นขวา กระดาษเปล่าจะถูกป้อนเข้ าไประหว่างโมยางและโมแรงกดเพื่อรับหมึกจาก โมยางได้ ออกมาเป็ นงานพิมพ์ 1.8.2 ระบบเลตเตอร์ เพรส การพิมพ์ในระบบเลตเตอร์ เพรส (letterpress printing) เป็ นระบบการพิมพ์ที่เก่าแก่มาก การทาแม่พิมพ์มีคา่ ใช้ จา่ ยสูง เสียเวลากับการเรี ยงพิมพ์ การพิมพ์ ในระบบเลตเตอร์ เพรสมี 3 ชนิด คือการพิมพ์ด้วยแท่นแบบเพลตเทน (platen press) การพิมพ์ ด้ วยแท่นนอน (flat - bed cylinder press) และการพิมพ์ด้วยแท่นแบบโรตารี (rotary letterpress) ปั จจุบนั ยังใช้ อยู่ทงั ้ 3 ชนิด แต่ที่นิยมคือการพิมพ์ด้วยแท่นแบบเพลตเทน เพื่อใช้ ในการพิมพ์ นูน การเจาะกรุ ปรุเส้ น และที่นบั หรื อแสดงตัวเลข การพิมพ์ระบบเลตเตอร์ เพรสใช้ ในการพิมพ์ ฉลาก สินค้ า พิมพ์กราฟิ กบนบรรจุภณ ั ฑ์ แบบฟอร์ มงานธุรกิจ การ์ ด วุฒิบตั รปกเทป หรื อการพิมพ์ขนาด เล็กต่าง ๆ

ภาพที่ 13 ภาพแท่นพิมพ์ระบบเลตเตอร์ เพรส 3 แบบ (ที่มา : Craig. 1974: 89.)


การพิมพ์ระบบเลตเตอร์ เพรสเป็ นการพิมพ์ซึ่งใช้ แม่พิมพ์ที่มีส่วนที่เป็ นภาพนูนสูงกว่า พื ้นและเป็ นภาพกลับซ้ ายเป็ นขวา ตัวพิมพ์หรื อแม่พิมพ์ที่ใช้ ระบบนี ้หล่อมาจากโลหะตะกั่วผสม แมกนีเซียม ปั จจุบนั ใช้ โพลีเมอร์ ชนิดแข็งหรื อวัสดุอื่นเป็ นแม่พิมพ์ วิธีการคือนาตัวเรี ยงเข้ าหน้ า ตามดัมมี่ให้ กลับด้ านอัดกรอบให้ แน่น นาเข้ าสูแ่ ท่นรองรับชิ ้นพิมพ์ซึ่งตังฉากกั ้ บพื ้น เวลาเดินเครื่ อง ลูกกลิ ้งยางจะเคลื่อนจากจานคลึงหมึกลงไปเกลี่ยบนพื ้นหน้ าชิ ้นพิมพ์บนแท่นรองรับชิ ้นพิมพ์ หมึก จะติดเฉพาะส่วนที่นนู ขึ ้นมา เมื่อช่างพิมพ์ป้อนกระดาษเข้ าไป โมกดกระดาษจะเข้ าหาแท่นรองรับ ชิ ้นพิมพ์ซึ่งนิ่งอยู่ แล้ วอัดหรื อกดกระดาษทังแผ่ ้ นกระทบชิ ้นพิมพ์กระดาษรับหมึกจากพื ้นหน้ าของ ชิ ้นพิมพ์แล้ วถอยออกมา ได้ ภาพและตัวอักษรตามต้ องการ 1.8.3 ระบบกราวัวร์ การพิมพ์ระบบกราวัวร์ (gravure printing) ในปั จจุบนั สามารถ พิมพ์ได้ ทงกระดาษแบบป ั้ ้ อนแผ่นและแบบป้อนม้ วน โดยเฉพาะถ้ าพิมพ์ด้วยกระดาษแบบป้อน ม้ วนจะไวกว่าการพิมพ์ระบบออฟเซตถึง 2 เท่า ค่าใช้ จ่ายในการพิมพ์ก็สูงกว่าการพิมพ์ระบบอื่น เพราะต้ นทุนราคาแท่นพิมพ์ที่สงู กว่า กระบวนการทาแม่พิมพ์ต้องทาใหม่ทกุ ครัง้ ทาให้ มีคา่ ใช้ จ่าย สูง ดังนัน้ การพิมพ์ระบบนี ้จึงเหมาะกับงานที่ต้องการคุณภาพสูงและพิมพ์จานวนมาก อย่างต่า 500,000 สาเนาขึน้ ไป การพิมพ์ระบบกราวัวร์ ใช้ ในการพิมพ์ ภาพโปสการ์ ด แคตตาล็อกสินค้ า ฟุ่ มเฟื อย บรรจุภณ ั ฑ์ กระดาษปิ ดฝาผนัง แสตมป์ เป็ นต้ น

ภาพที่ 14 ภาพการพิมพ์ระบบกราวัวร์ (ที่มา : Craig. 1974: 85.) การพิมพ์ระบบกราวัวร์ เป็ นระบบการพิมพ์ซึ่งให้ ภาพที่พิมพ์ออกมามีคณ ุ ภาพดีทั ง้ บน กระดาษเนื ้อหยาบ กระดาษเนื ้อละเอียดหรื อกระดาษมัน พิมพ์ได้ ทงที ั ้ ละหน้ าหรื อทีละ 2 หน้ า แต่ การพิม พ์ ระบบกราวัวร์ ก็มี ข้อจ ากัดคือถ้ าพิม พ์ ตัวอักษรที่ เล็กกว่า 8 พอยต์ขอบจะดูเลื อนลาง ประสิทธิภาพในการมองเห็นจะลดลง โดยเฉพาะตัวอักษรที่บางเรี ยว การพิมพ์ระบบกราวัวร์ เป็ น


การพิม พ์ร่องลึก โดยส่วนที่ต้องการพิม พ์ในแม่พิมพ์นัน้ จะเป็ นร่ องลึกสาหรับขัง หมึกไว้ คายบน กระดาษที่ใช้ ในการพิมพ์ แม่พิมพ์จะสัมผัสกับกระดาษที่ใช้ ในการพิมพ์เช่นเดียวกับการพิมพ์ใน ระบบเลตเตอร์ เพรส ต่างกันตรงแม่พิมพ์ระบบกราวัวร์ ต้องสร้ างภาพหรื อตัวอักษรที่ต้องการบน แผ่นทองแดง โดยการกัดกรดหรื อใช้ เลเซอร์ ให้ เป็ นหลุมเล็กๆ มีขนาดหรื อความตื ้นลึกต่างกัน ซึ่งจะ ทาให้ ผลงานมีความเข้ มของสีแตกต่างกัน วิธีทางานของแท่นพิมพ์จะคล้ ายการพิมพ์ระบบเลต เตอร์ เพรสแต่หมึกจะขังอยู่ในร่องแทนที่จะอยู่บนส่วนที่นนู เหมือนเลตเตอร์ เพรส เครื่ องพิมพ์จ ะมี มีดบางๆ ปาดหมึกที่ล้นออกมา เมื่อป้อนกระดาษเข้ าไปกระดาษจะทาหน้ าที่เหมือนกระดาษซับ คือ ดูดซับหมึกพิมพ์ขึ ้นมา โทนสีที่หลากหลายเกิดจากความหนาบาง ของหมึกที่ตกตะกอนในหลุม ปฏิกิริยาเหล่านี ้ทาให้ ภาพที่ออกมามีลกั ษณะลายเส้ นคมชัดมาก 1.8.4 ระบบสกรี น การพิมพ์ในระบบสกรี น(screen printing) เป็ นระบบการพิมพ์ พื ้นฐานที่มีวิธีการทางานแบบง่ายๆ ส่วนมากมักใช้ แรงงานคน สามารถพิมพ์ได้ หลายสีโดยไม่จากัด และผลงานยังออกมาประณีตพอสมควร ค่าใช้ จ่ายในการพิมพ์ระบบสกรี นไม่สงู นัก แต่ทาได้ น้อย ชิ ้นกว่าระบบอื่นและเสียเวลาเพราะหมึกที่ใช้ พิมพ์มีคุณสมบัติแห้ งช้ า มักใช้ พิมพ์สิ่งที่เล็กมากๆ หรื อใหญ่มากๆ เช่น บนอะไหล่คอมพิวเตอร์ (computer chips) สติกเกอร์ บิลบอร์ ดลายผ้ า กระดาษปิ ดฝาผนัง โปสเตอร์ ไม้ โลหะ เสื ้อยืด เป็ นต้ น

ภาพที่ 15 ภาพการพิมพ์ระบบสกรี น (ที่มา : Smith. 1983: 227.) การพิมพ์ในระบบสกรี นทาโดยปาดหมึกลอดผ่านผิววัสดุ ซึ่งอาจเป็ นตะแกรงไนล่อน ผ้ าไหม หรื อสแตนเลส ซึง่ ขึงอยูบ่ นกรอบไม้ หรื อกรอบโลหะ สร้ างภาพที่ต้องการพิมพ์ลงบนตะแกรง ไนล่อน ผ้ าไหมหรื อสแตนเลสดังกล่าวซึ่งมีสภาพเป็ นฉากพิมพ์ โดยส่วนที่ไม่ต้องการจะถูกกัน้ ไว้


ตะแกรงแม่พิมพ์จะมีลกั ษณะเป็ นโพสิทีฟ (positive) ตรงกั���ภาพที่ต้องการ นาตะแกรงแม่พิมพ์ที่ สร้ างแล้ วไปทาบบนวัสดุที่จะใช้ พิมพ์ หยอดสีลงบนตะแกรงแม่พิมพ์ แล้ วใช้ ยางปาดซึ่งมีผิวหน้ า เรี ยบปาดสีให้ ทะลุผา่ น ตะแกรงแม่พิมพ์ไปติดบนพื ้นวัสดุที่รองรับ จะได้ ชิ ้นงานพิมพ์ตามต้ องการ 2. การออกแบบและจัดทาหนังสือ วิวฒ ั นาการในการจัดรูปเล่มหนังสือนัน้ อาจกล่าวได้ ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงลักษณะ ของหนังสือ ตามความจาเป็ นในแต่ละยุคแต่ละสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการพิมพ์หนังสือในสมัย แรก ๆ นิยมพิมพ์เป็ นแผ่น ๆ และเป็ นม้ วน ดังตัวอย่าง การพิมพ์หนังสือวัชรสูตรของจีนซึ่งถือว่าเป็ น การพิมพ์ครัง้ แรกในลักษณะที่เป็ นม้ วน ต่อมาพบว่ารูปเล่มของหนังสือที่เป็ นม้ วนนันมี ้ ความยุ่งยาก ต่อการที่จะตรวจค้ นเนื ้อหาที่อยูใ่ นตอนกลาง ๆ ม้ วน ผู้จดั พิมพ์ชาวจีนจึงได้ คิดวิธีการพับกระดาษที่ พิม พ์ แล้ วกลับไปกลับมาซึ่ง มี ลักษณะคล้ ายหี บเพลงชัก ที่ มี ลักษณะเช่นเดียวกันกับสมุดข่อย โบราณของไทย ทาให้ การเปิ ดค้ นคว้ าตอนใดตอนหนึง่ กระทาได้ ง่ายขึ ้น ในปี ค.ศ.1116 ชาวจี น ได้ ร้ ู จัก การเย็ บ หนัง สื อ ด้ ว ยเชื อ กทางด้ า นข้ า งของหนัง สื อ ซึ่ ง กลายเป็ นจุดเริ่ มต้ นของการจัดรู ปเล่มหนังสือ ต่อมาความเจริ ญด้ านการพิมพ์ได้ แพร่ หลายไปสู่ ทวีปยุโรปทาให้ มีการพัฒนารู ปแบบของการจัดรู ปเล่มหนังสือ จนมีลักษณะรู ปเล่มใกล้ เคียงกับ หนังสือในปั จจุบนั แต่ในด้ านศิลปะการออกแบบจัดหน้ าหนังสือนันยั ้ งไม่ ส้ จู ะพิถีพิถนั มากนัก โดย ขอให้ มีเพียงตัวหนังสือก็ถือว่าเป็ นหนังสือแล้ ว จนในปี ค.ศ.1888 William Moris ได้ จัดตัง้ สานักพิ ม พ์ ขึน้ ในประเทศอัง กฤษ โดยย า้ ความส าคัญ ของการออกแบบรู ปเล่ม หนัง สื อ ในการ จัดพิมพ์ว่า “เป็ นศิลปะที่ต้องจัดทาด้ วยความประณีตรอบคอบ” จึงทาให้ ผ้ จู ดั พิมพ์หนังสือต่าง ๆ หันมาให้ ความสาคัญต่อ การออกแบบและจัดทาหนังสือยิ่งขึ ้น และทาให้ ศิลปะการพิมพ์หนังสือ พัฒนากว้ างขวางมาจนถึงปั จจุบนั 2.1 ความหมายของการออกแบบหนังสือ หนังสือเป็ นสิ่งพิมพ์ที่มีเนื ้อหาเป็ นเรื่ องเดียวกันตลอดเล่ม เย็บรวมเป็ นรู ปเล่มถาวร มีส่วน ประกอบ ของรูปเล่มที่สมบูรณ์ ประกอบด้ วย ปกหน้ า ปกใน คานา สารบัญ เนื ้อเรื่ อง บรรณานุกรม เป็ นต้ น และการออกแบบเป็ นการวางแผน หรื อความตังใจว่ ้ าจะดาเนินการอย่างใด อย่างหนึ่งที่ เป็ นระบบและมีแบบแผนตามที่ได้ กาหนดล่วงหน้ าไว้ ดังนันการออกแบบหนั ้ งสือ (book design) หมายถึงการกาหนดความคิดรวบยอดการวางแผน และกาหนดโครงสร้ างทางกายภาพของหนังสือ เล่ม โดยคานึงถึงการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ของหนังสื อให้ เป็ นรู ปร่ าง และได้ สัดส่วนของ หนังสือที่ออกมาเป็ นระเบียบ สวยงาม อ่านง่าย และมีความน่าสนใจ ตลอดจนมีความเหมาะสม กับวัตถุประสงค์ในการจัดพิมพ์หนังสือนัน้ ๆ ด้ วย


นักออกแบบจะต้ องหาวิธีชี ้ชวนผู้อ่านให้ ติดตามอ่านหนังสือเล่มนัน้ ตังแต่ ้ ปกหน้ าไปจนถึง ปกหลังด้ วยความสนใจ การจะดูวา่ การออกแบบหนังสือประสบความสาเร็ จหรื อไม่จะดูจากรูปเล่ม ของหนังสือนัน้ ๆ ว่าน่าจับต้ องหรื อไม่ มี การจัดวางองค์ประกอบน่าอ่าน น่าสนใจเพียงใดผลงาน ออกแบบนัน้ จะต้ องไม่ทาให้ ผ้ ูอ่านรู้ สึกสับสน หรื อเบื่อหน่าย ตรงกันข้ ามนักออกแบบจะต้ องใช้ ความพยายามทุก ๆ ทางที่จะทาให้ ผ้ อู ่านเกิดความรู้ สึกสะดุดตาในรู ปเล่มทางกายภาพเบื ้องต้ น และเมื่อพลิกเข้ าไปด้ านในก็เกิดความรู้ สึ กอยากติดตามอ่านเนือ้ เรื่ องในหนังสือไม่ว่าเรื่ องนันจะ ้ เป็ นเรื่ องหนักหรื อเรื่ องเบา การออกแบบและจัดทาหนังสือที่ดีควรเป็ นการทาให้ ผ้ ูอ่านสามารถ ติดตามอ่านเนือ้ หาของหนังสือเล่มนัน้ ต่อไปได้ อย่างสบายตา มีความเข้ าใจเนือ้ หาประโยคต่อ ประโยค ย่อหน้ าต่อย่อหน้ า เรื่ องต่อเรื่ อง สัมพันธ์กนั ไปตลอดทังเล่ ้ ม ซึ่งถือว่าเป็ นลักษณะที่สาคัญ อันเกิดจากการได้ มีการออกแบบหนังสือไว้ ได้ นนั่ เอง 2.2 ประเภทของหนังสือ การออกแบบและจัดทาหนังสือต้ องมีโครงสร้ างที่ดี แน่นอน รอบคอบ และสมบูรณ์ แบบ เพื่อนาเสนอข้ อมูลปริ มาณมากให้ ง่ ายแก่การอ่าน และสามารถติดตามเนื ้อหาได้ โดยไม่สบั สนหรื อ เบื่อหน่าย ในขณะที่การออกแบบและจัดทาหนังสือพิมพ์ต้องการความยืดหยุ่นเพื่อรองรับความ หลากหลายของเรื่ องที่ เ ป็ นข่าวสารและความรวดเร็ วในการผลิต ส่วนการออกแบบและจัดทา นิตยสารหรื อวารสารต้ องการความพิเศษในการสร้ างเอกลักษณ์ ให้ แตกต่างจากนิตยสารหรื อ วารสารฉบับอื่น ๆ ในประเภทเดียวกัน ดังนันเมื ้ ่อเปรี ยบเทียบกับหนังสือพิมพ์และนิตยสารแล้ วจะ พบว่าหนังสือจะมีกลุ่มเป้าหมายที่แคบกว่าซึ่งผู้เขียนจะทราบแน่นอนว่าต้ องการสื่อสารกับผู้ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือประเภทเฉพาะทาง เช่น หนัง สือวิชาการต่าง ๆกลุ่มเป้า หมายเหล่านี ้จะ เป็ นสิ่งที่กาหนดรู ปแบบและจานวนขององค์ประกอบต่าง ๆ ในหนังสือ เช่น ควรใช้ ภาพประกอบ หรื อไม่ หากใช้ จะใช้ ภาพประกอบรู ปแบบใด จานวนเท่าใด เป็ นต้ นนอกจากผู้อ่านที่เป็ นกลุ่มเป้า หมายลัก ษณะเนื อ้ หาหนัง สื อ ก็ เ ป็ นอี ก ตัว แปรหนึ่ง ที่ มี ผ ลต่อ การออกแบบหนัง สื อ ดัง นัน้ นัก ออกแบบจึงต้ องรู้วา่ หนังสือนันมี ้ ประเภทใดบ้ างตาม ซึ่งการแบ่งประเภทของหนังสือสามารถทาได้ หลายวิธีแล้ วแต่จะยึดหลักเกณฑ์ใดวิธีที่นิยมแบ่งกัน คือการแบ่งตามเนือ้ หา และการแบ่งตาม ลักษณะการแต่ง 2.2.1 การแบ่งประเภทตามเนื ้อหากว้ าง ๆ ได้ แก่ - หนังสือตาราและสารคดี ตาราเป็ นหนังสือที่เขียนขึน้ ตามหลักสูตรการเรี ยน การสอนในระดับและแขนงวิชาต่าง ๆ มีเนื ้อหาวิชาการล้ วน และมีลกั ษณะเหมือนหนังสือสารคดี


คือ มุ่งให้ ความรู้ ต่างกันแต่ว่าหนังสือสารคดีนอกจากจะให้ สาระประโยชน์ในขอบเขตที่ไม่จากัด แล้ วยังให้ ความเพลิดเพลินจากสานวนภาษา ลีลาการเขียน หรื อเนื ้อหาด้ วย - หนังสือบันเทิงคดี หรื อหนังสือประเภทนวนิยาย เป็ นหนังสือที่เขียนขึน้ จาก ประสบการณ์หรื อจินตนาการของผู้ประพันธ์ โดยอาศัยเค้ าความจริ งของชีวิตและสังคม มุ่งหมาย ให้ ความเพลิดเพลิน กระทบอารมณ์ยงั ผู้อ่านเป็ นสาคัญ ในขณะเดียวกันผู้อ่านจะได้ รับข้ อคิด คติ ชีวิตที่นา่ สนใจ ซึง่ ผู้เขียนแทรกไว้ ในเรื่ องด้ วย 2.2.2 การแบ่งประเภทตามเนื ้อหาย่อย ได้ แก่ - หนังสือสารคี (non–fiction) เป็ นหนังสือที่ให้ ความรู้ในด้ านต่าง ๆ คือ หนังสือ ตารา หนังสืออ่านประกอบ หนังสือความรู้ทวั่ ไป และหนังสือทางด้ านสันทนาการ

ภาพที่ 16 ภาพตัวอย่างหนังสือสารคดี (ที่มา : http://www.clib.psu.ac.th:8080/files_image/New_book/walk.jpg) - หนังสือนวนิยาย (fiction) เป็ นหนังสือที่เสนอเรื่ องราวที่เกิดขึ ้นจากจินตนาการ ของผู้เขียน เรี ยบเรี ยงขึ ้นเพื่อความเพลิดเพลิน - หนังสืออ้ างอิง (reference book) เป็ นหนังสือที่ช่วยตอบปั ญหาทังทางด้ ้ าน วิชาการและเรื่ องทัว่ ไป ผู้อา่ นใช้ ประกอบหรื อเพื่อค้ นคว้ าในบางเรื่ องตอน 2.2.3 การแบ่งตามลักษณะการแต่ง อาจแบ่งออกได้ เป็ น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี ้ - ร้ อยแก้ ว (prose) เป็ นหนังสือที่ใช้ ความเรี ยงไม่มีการกาหนดลักษณะบังคับใน การแต่ง แต่ประการใด หนัง สือส่วนใหญ่ จะแต่งด้ วยร้ อยแก้ ว ไม่ว่าจะเป็ นหนัง สื อสารคดี หรื อ หนังสือนวนิยาย


ภาพที่ 17 ภาพตัวอย่างหนังสือนวนิยาย (ที่มา : http://www.siam-shop.com/images/shop/p6814_53090904105915) - ร้ อยกรอง (verse) เป็ นหนังสือที่มีการกาหนดลักษณะบังคับในการแต่ง เช่น กาหนดจานวนคาในแต่ละบท กาหนดสัมผัสกาหนดเสียงหนักเบา บังคับวรรณยุกต์ บังคับครุ ลหุ เป็ นต้ น ซึง่ แบ่งย่อยตามลักษณะการแต่งได้ อีกหลายประเภท เช่น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่ายกล บท ลิ ลิต เป็ นต้ น การแบ่ง หนัง สือประเภทร้ อยกรองนี ถ้ ้ าแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการใช้ อาจ แบ่งเป็ นบทละคร ใช้ สาหรับแสดงละคร บทเสภา ใช้ สาหรับขับเสภาหรื อเล่านิทาน เพลงยาวใช้ เป็ น บทฝากรัก นิราศใช้ แสดงความรัก ความอาลัย หรื อคร่ าครวญยามจากกันไกล เป็ นต้ น นอกจากการแบ่งประเภทหนังสือดังที่กล่าวมานี ้แล้ วเราอาจแบ่งย่อย ๆ ลงไปได้ อีกตาม ความต้ องการโดยไม่มี หลักเกณฑ์ อ ะไรตายตัว และจะเห็ นได้ ว่าหนัง สื อ มี ความแตกต่างจาก หนัง สื อ พิ ม พ์ ใ นหลายประเด็ น เช่น หนัง สื อ มี ข นาดเล่ม เล็ ก มี ป กหุ้ม และเย็ บ เล่ ม ในขณะที่ หนังสือพิมพ์มีขนาดใหญ่วางกระดาษซ้ อนกัน ไม่ มีปก เป็ นต้ น นอกจากนี ้ยังมีความแตกต่างกัน ทางด้ านเนื อ้ หา ตลอดจนวัต ถุป ระสงค์ ในการจัด ทา ลัก ษณะและการจ าแนกหนัง สื อนัน้ บาง ประเภทสามารถแยกออกได้ อย่างชัดเจนในขณะที่บางประเภทไม่สามารถแบ่งแยกได้ อย่างเด่นชัด แต่อย่างไรก็ตามการได้ ทราบถึงผู้อ่านที่เป็ นกลุ่มเป้าหมายและประเภทเนื ้อหาของหนังสือจะช่วย ให้ นกั ออกแบบสามารถวางแผนและออกแบบหนังสือได้ อย่างเหมาะสมต่อไป 2.3 องค์ ประกอบของการออกแบบหนังสือ การออกแบบหนังสือก็มีหลักการเหมือนกับการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์อื่นซึ่งได้ กล่าวถึงไป บ้ างแล้ ว หากว่าหนังสื อมี ส่วนประกอบที่แตกต่างกับจากสื่อสิ่ง พิม พ์อื่นเพิ่มเติม สาหรับใช้ เป็ น ประโยชน์ในการออกแบบ ซึง่ ส่วนประกอบของหนังสือที่สาคัญแต่ละส่วนมีดงั นี ้


2.3.1 ปกหน้ า ปกหน้ าของหนังสือเป็ นหน้ าที่สาคัญที่สดุ เช่นเดียวกันกับหน้ าแรกของ หนังสือพิมพ์และปกหน้ าของนิตยสาร โดยปกหน้ าจะต้ องทาหน้ าที่ดงึ ดูดความสนใจของผู้พบเห็น ให้ อยากจะหยิบขึน้ มาดูจากชัน้ หนังสื อ ในขณะเดียวกันปกหน้ าของหนัง สื อก็ จะต้ องทาหน้ าที่ สื่อสารให้ เห็นถึงความคิดเบื ้องหลังรวมทังบุ ้ คลิกลักษณะของเนื ้อเรื่ องภายในหนังสือด้ วย เพื่อให้ บรรลุถึงวัตถุประสงค์ทงสองส่ ั้ วนนี ้ นักออกแบบจะต้ องทาการออกแบบส่วนต่าง ๆ ในปกหน้ าของ หนังสือ - ชื่อหนังสือหรื อชื่อเรื่ อง เป็ นองค์ประกอบในส่วนของตัวอักษรที่จะต้ องได้ รับการ ออกแบบให้ ดโู ดดเด่นกว่าตัวอักษรอื่น ๆ ขนาดของตัวอักษรที่ใช้ เป็ นชื่อหนังสือนี ม้ กั จะมีขนาดใหญ่ เพื่อให้ ผ้ ทู ี่เดินผ่านชันหนั ้ งสืออ่านเห็นได้ ส่วนรู ปแบบของตัวอักษรนันจะต้ ้ องสะท้ อนบุคลิกภาพ ของหนังสือว่าเนือ้ เรื่ องมีลักษณะเป็ นประเภทใด เช่น หากเป็ นนวนิยายรักหวานชื่นก็อาจจะใช้ ตัวอักษรที่มีรูปแบบโค้ งมนและมีการลากหางยาว ๆ เป็ นต้ น รูปแบบของตัวอักษรของชื่อ

ภาพที่ 18 ภาพส่วนประกอบของปกหนังสือ (ที่มา : ต้ นสกุล สุย่ , 2545, หน้ า 1) - ชื่อผู้แต่งหรื อชื่อผู้แปล เป็ นองค์ประกอบในส่วนของตัวอักษรที่มีความสาคัญ ลงมาจากชื่อหนังสือ และในกรณี ที่ผ้ ูแต่ง หรื อผู้แปลเป็ นนักเขี ยนหรื อนักแปลที่ มีชื่ อเสี ยงและมี ผู้ติดตามผลงานเป็ นประจาก็ยิ่งมีความจาเป็ นที่จะต้ องทาให้ องค์ประกอบในส่วนนี ้มีความเด่น


อย่างไรก็ตามก็ต้องไม่เด่นไปกว่าชื่อหนังสือ ดังนันขนาดของตั ้ วอักษรที่เป็ นชื่อนี ้จึงควรจะมีขนาด เล็กกว่าตัวอักษรที่เป็ นชื่อหนังสืออย่างน้ อยครึ่ งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ แย่งกันเด่น ส่วนรู ปแบบนันมั ้ กจะ นิยมทากันเป็ นสองลักษณะคื อใช้ ตัว อักษรส าเร็ จ รู ปที่ มี ลักษณะเหมาะสมกับบุค ลิก ภาพของ หนังสือมาเรี ยงเป็ นชื่อ หรื ออาจจะมีการใช้ ลายเซ็นหรื อลายมือชื่อของผู้แต่งหรื อผู้แปลมาขยายใต้ ตาแหน่ง ของชื่ อมักจะวางไว้ ที่ ใต้ ชื่ อหนัง สื อให้ เป็ นอันหนึ่ง อัน เดียวกัน หากผู้แต่ง หรื อผู้แปลมี ชื่อเสียงก็อาจจะวางไว้ ที่เหนือชื่อหนังสือเพื่อให้ ผ้ พู บเห็นได้ เห็นในทันทีก็ได้ หากไม่วางประกอบ กับชื่ อหนัง สื อ ก็ ส ามารถนามาวางแยกออกมาในตอนล่างของหน้ าปกหน้ าเพื่ อให้ เหมื อนเป็ น ข้ อความทิ ้งท้ ายก็ได้ - ภาพประกอบปกหน้ า เนื่องจากในปกหน้ านันไม่ ้ มีส่วนที่เป็ นข้ อความอะไรที่ จาเป็ นนอกจากชื่อหนังสือและชื่อผู้แต่ง จึงมีการนาเอาส่วนประกอบที่เป็ นภาพเข้ ามาใช้ เพื่อทาให้ เนื ้อหาหน้ ากระดาษน่าสนใจยิ่งขึ ้น ภาพประกอบปกหน้ านี ้มีลกั ษณะที่สามารถดึงดูดความสนใจ ของผู้พบเห็น และต้ องสื่อสารความคิดเบื ้องหลังรวมทัง้ บุคลิกลักษณะของเนื ้อเรื่ องให้ ผ้ พู บเห็น สามารถเข้ าใจได้ อย่างรวดเร็ ว สาหรับหนังสือนวนิยายแล้ วอาจจะใช้ ภาพตัวละครหรื อฉากใดฉาก หนึ่งในหนังสือตามจินตนาการของผู้เขียนมาวาดหรื อถ่ายภาพเพื่อใช้ เป็ นภาพประกอบ หากไม่ใช้ ภาพที่เป็ นรู ปธรรมชาติก็สามารถเลือกใช้ สญ ั ลักษณ์ ต่าง ๆ มาจัดองค์ประกอบเป็ นภาพ เป็ นต้ น นอกจากภาพเหมือนจริงและสัญลักษณ์แล้ ว ก็ยงั มีการใช้ ภาพนามธรรมต่าง ๆ คือภาพที่ดแู ล้ วไม่ร้ ู ว่าเป็ นรูปของอะไร หากภาพนันสามารถให้ ้ ความรู้สึกที่บ่ งบอกถึงบุคลิกภาพของหนังสือได้ การใช้ ภาพนามธรรมก็มีข้อดีในแง่ที่จะส่งเสริมให้ ผ้ พู บเห็นได้ ใช้ จินตนาการของตนเองมากกว่า ภาพเหมือนจริงหรื อสัญลักษณ์ - ข้ อความประกอบหน้ าปกหน้ า เป็ นองค์ ป ระกอบที่ เ ป็ นตั ว อั ก ษรอี ก องค์ประกอบหนึง่ ซึง่ อาจมีในหนังสือบางเล่ม เพื่อให้ รายละเอียดที่สาคัญเพิ่มเติม เช่น เป็ นหนังสือ ในชุดที่มีหลายเล่ม หรื อ เป็ นหนังสือที่ได้ รับรางวัล เป็ นต้ น ข้ อความเหล่านี ้ควรได้ รับการออกแบบ ให้ มีความสาคัญ รองจากชื่อหนังสือและชื่อผู้แต่งหรื อผู้แปลทัง้ ในด้ านขนาด และรู ปแบบ ส่วน ตาแหน่งก็มกั จะอยูเ่ หนือชื่อหนังสือ เช่น ที่มมุ ขวาบน เป็ นต้ น - ตราสัญลักษณ์ของสานักพิมพ์ เป็ นองค์ประกอบซึ่งอาจจะอยู่ที่ปกหน้ าหรื อใน ส่วนอื่น ๆ เช่น สันหนังสือ โดยมักไม่ให้ มีขนาดใหญ่มากนัก และวางอยู่ในตาแหน่งที่แยกออกจาก องค์ประกอบอื่น ๆ อย่างชัดเจน


2.3.2 ใบหุ้มปก หนังสือบางเล่มอาจมีใบหุ้มปก การออกแบบใบหุ้มปกให้ ใช้ หลักการ เดียวกันกับการออกแบบปกหน้ าที่ได้ กล่าวไปแล้ ว ส่วนใหญ่สาหรับหนังสือที่มีใบหุ้มปกนัน้ ตัวปก จริง จะไม่มีองค์ประกอบอะไรมากนอกจากชื่อหนังสือและชื่อผู้แต่ง 2.3.3 หน้ า ลิ ข สิ ท ธิ์ หน้ าลิ ข สิ ท ธิ์ เ ป็ นหน้ า ที่ ถื อ ว่ า เป็ นทางการที่ สุ ด ของหนัง สื อ เนื่องจากเป็ นหน้ าที่มีรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับหนังสือ เป็ นข้ อมูลที่จะต้ องถูกต้ องและนามาไป อ้ างอิงได้ ทงในทางวิ ั้ ชาการและทางกฎหมาย ในการออกแบบหน้ านี ้จึงควรจะเน้ นความเรี ยบง่าย ไม่มีการประดับตกแต่ง ขนาดตัวอักษรที่ระบุข้อมูลต่าง ๆ เป็ นตัวอักษรขนาดเล็กกว่าตัวอักษรใน หน้ าเนื ้อเรื่ องเล็กน้ อยและวางเรี ยงกันเป็ นแถว จะเสมอหน้ าหรื อเสมอหลังก็ได้ 2.3.4 หน้ าคาอุทิศ หน้ าคาอุทิศเขียนเพื่อให้ ผ้ เู ขียนใช้ ในการอุทิศหนังสือให้ แก่ผ้ ใู ดผู้ หนึ่ง โดยการจัดวางองค์ประกอบมักเน้ นความเรี ยบง่ ายเพื่ อแสดงความเคารพ หรื อซาบซึง้ ใน บุ���คุณจึงต้ องออกแบบให้ หน้ ามีลกั ษณะที่ดจู ริ งใจ การไม่ใช้ องค์ประกบอื่นใดมาประดับตกแต่งก็ เป็ นวิธีเหมาะสมที่จะทาให้ เกิดผลลัพธ์นนั ้ ส่วนขนาดของตัวอักษรที่เป็ นคาอุทิศมักไม่ใช้ ตวั อักษรที่ มีอักษรที่มีขนาดใหญ่เกินไปนัก ตัวอักษรขนาดระหว่าง 16-24 พอยต์ ถือเป็ นขนาดที่เหมาะสม ส่วนตาแหน่งนันจะอยู ้ ใ่ นส่วนใดของหน้ าก็ได้ 2.3.5 หน้ าคานา องค์ประกอบในหน้ าคานานี ้จะประกอบไปด้ วยข้ อความคานา ชื่อ ผู้เขียนและบางครัง้ ก็อาจจะมีภาพของผู้เขียนด้ วย ในส่วนข้ อความคานานันมั ้ กจะใช้ ตวั อักษรที่มี ขนาดใกล้ เคียงกับตัวอักษรที่ใช้ เป็ นเนื ้อเรื่ อง และมีการจัดเรี ยงที่ดเู รี ยบง่ายแบบสุภาพ อาจจะเป็ น การเรี ยงแบบเสมอหน้ า หรื อแบบเสมอหน้ าหลังชื่อผู้เขียนก็อาจจะใช้ ตวั อักษรขนาดเดียวกันหรื อ ใหญ่กว่าเล็กน้ อยหรื ออาจจะใช้ ลายเซ็น หรื อลายมือชื่อก็จะเพิ่มความรู้สึกเป็ นส่วนตัวมากขึ ้น ใน หน้ าคานานีบ้ างครัง้ อาจจะมีภาพถ่ายของผู้เขียนขนาดไม่ใหญ่ประกอบด้ วย ปกติแล้ วภาพของ ผู้เขียนนี ้นิยมวางไว้ ที่ปกหลังของหนังสือร่วมกับคาวิจารณ์หนังสือ 2.3.6 หน้ ากิตติกรรมประกาศ หน้ ากิตติกรรมประกาศมีเพื่อให้ ผ้ เู ขียนหรื อสานักพิมพ์ ใช้ ในการแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่มีส่วนในการจัดทาหนังสือ หรื อเป็ นผู้ที่ให้ การสนับสนุนด้ าน ต่างๆ ในการจัดวางองค์ประกอบก็มกั จะเน้ นความเรี ยบง่ายเพื่อแสดงความขอบคุณ เน้ นลักษณะที่ ดูจริงใจ ในลักษณะเดียวกับหน้ าคาอุทิศ 2.3.7 หน้ าคานิยม หน้ าคานิยมเป็ นหน้ าที่ผ้ เู ขียนหรื อสานักพิมพ์ขอให้ ผ้ อู ื่นชื่อเสียง เป็ นที่ยอมรับในด้ านที่เกี่ ยวข้ องกับหนังสือนัน้ เขียนขึน้ เพื่อแนะนาหนังสือ หรื อแนะนาผู้เขียน มี หลักการในการใช้ องค์ประกอบเช่นเดียวกันกับคานา


2.3.8 หน้ าสารบัญ เนื่องจากหน้ าสารบัญเป็ นหน้ าที่เน้ นด้ านประโยชน์ใช้ สอยเพื่อบ่ง บอกเนื ้อหาที่อยู่ในหนังสือว่าเรื่ องใดหรื อตอนใดอยู่ที่หน้ าไหน การออกแบบหน้ าสารบัญจึงต้ อง เน้ นความสะดวกรวดเร็ วในการอ่านเป็ นหลัก องค์ประกอบในหน้ านี ้จึงมีเฉพาะส่วนที่เป็ นชื่อตอน และเลขหน้ า ไม่ควรองค์ประกอบตกแต่งอื่น ๆ เพราะจะทาให้ หน้ ากระดาษดูรกและทาให้ ค้นหา ข้ อมูลที่ต้องการได้ ยากขึ ้น โดยใช้ ตวั อักษรขนาดใกล้ เคียงกันกับเนื ้อเรื่ องและจัดเรี ยงแบบเสมอ หน้ า ส่วนเลขหน้ านันก็ ้ ต้องเรี ยงให้ เป็ นแนวเดียวกันทุกบรรทัด

ภาพที่ 19 ภาพตัวอย่างหน้ าสารบัญ (ที่มา : อมรรัตน์ จันทร์ เพ็ญสว่าง, 2546, หน้ า 7) 2.3.9 หน้ าเนื ้อเรื่ อง หน้ าเนื ้อเรื่ องในหนังสือนี ้เป็ นส่วนที่มีเนื ้อเรื่ องมากที่สดุ มีการแบ่ง ออกเป็ นบทตามลาดับมากน้ อยตามแต่ผ้ เู ขียนจะต้ องการนาเสนอ อาจแบ่งในเชิงองค์ประกอบได้ เป็ น 2 ประเภท ได้ แก่ - หนังสือที่ไม่มีภาพประกอบหน้ าเนื ้อเรื่ อง คือในหน้ าเนื ้อเรื่ องทัง้ หมดจะมีแต่ องค์ ป ระกอบที่ เ ป็ นตัว อัก ษรของข้ อ ความเนื อ้ เรื่ อ งเท่ า นัน้ ขนาดของตัว อัก ษรก็ จ ะขึ น้ อยู่กับ จุด ประสงค์ และกลุ่ม ผู้อ่านที่ ต้ องการจะสื่ อสารด้ วย ปกติแ ล้ วตัว อักษรที่ ง่ า ยต่อการอ่า นเป็ น ปริ ม าณมากอย่างต่อ เนื่ อ งจะอยู่ร ะหว่า ง 14-16 พอยต์ การจัด องค์ ป ระกอบในหน้ า เนื อ้ เรื่ อ ง ประเภทนี ม้ ักจะเป็ นแบบเรี ยบ ๆ ซา้ ๆ กันไปทุกหน้ า ระบบกริ ดที่ใช้ ก็ไ ม่จ าเป็ นจะต้ องมีความ ซับซ้ อนมาก โดยอาจใช้ ระบบกริดที่ใช้ กนั ทัว่ ไปก็ได้


- หนังสือที่มีภาพประกอบหน้ าเนื ้อเรื่ อง คือในหน้ าเนื ้อเรื่ องทังหมดหรื ้ อบางหน้ า จะมีองค์ประกอบที่เป็ นภาพร่วมอยู่กบั เนื ้อเรื่ องด้ วย ตาแหน่งของภาพประกอบนี ้ควรจะได้ รับการ วางให้ อยู่ใกล้ เคียงกับเนื ้อเรื่ องที่เกี่ยวข้ องกับภาพให้ มากที่สุด นอกจากนี ้การใส่คาบรรยายภาพก็ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและเสริ มความเข้ าใจในการอ่านเนื ้อเรื่ อง โดยคาบรรยายภาพก็มกั จะ เป็ นตัวอักษรที่แตกต่างจากเนื ้อเรื่ อง ตาแหน่งของคาบรรยายภาพควรอยู่ใต้ หรื ออยู่ใกล้ ภาพที่จะ บรรยายให้ มากที่สุด การจัดวางองค์ประกอบในหน้ าเนื ้อเรื่ องประเภทนี ้มักจะมีความหลากหลาย ในแต่ละหน้ า นักออกแบบจะต้ องคานึงถึงจังหวะในการนาเสนอเนื ้อหา เช่น อาจจะมีภาพใหญ่เต็ม หน้ าแล้ วอีกสิบหน้ าต่อไปเป็ นเนื ้อเรื่ องกับภาพเล็ก ๆ แล้ วค่อยเป็ นหน้ าที่มีภาพใหญ่อีกครัง้ เป็ นต้ น การออกแบบหนังสือลักษณะนี ้ให้ สวยงาม นักออกแบบควรพิจารณาการใช้ ระบบกริ ดที่ออกแบบ พิเศษ เพื่อให้ หนังสือมีความโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 2.3.10 หน้ าภาคผนวก ภาคผนวกเป็ นส่วนของหนังสือที่แยกไว้ ท้ายเรื่ องทังหมด ้ การ ออกแบบหน้ าภาคผนวกนี ้ก็ดาเนินการเช่นเดียวกันกับหน้ าเนื ้อเรื่ อง หากมีเนื ้อหาจานวนมากก็อาจ ลดขนาดตัวอักษรให้ เล็กลงกว่าที่ใช้ ในหน้ าเนื ้อเรื่ องก็ได้ เพราะไม่ใช่เนื ้อเรื่ องโดยตรง หากผู้เขียน เห็นว่าเป็ นประโยชน์แก่ผ้ อู ่าน เช่น หนังสือประเภทวิชาการ อาจใช้ หน้ านี ้เพื่อบ่งบอกถึงที่มาต่าง ๆ ของข้ อมูลที่ผ้ เู ขียนใช้ ในการอ้ างอิง 2.3.11 หน้ า เชิ ง อรรถ อาจจะได้ ม าจากหนัง สื อ วารสาร หนัง สื อ พิ ม พ์ หรื อ การ สัมภาษณ์บคุ คลก็ได้ จะมีเฉพาะหนังสือประเภทวิชาการ 2.3.12 หน้ าบรรณานุกรม หน้ าบรรณานุกรมมีเฉพาะในหนังสือที่เป็ นหนังสือประเภท วิชาการเท่านัน้ หน้ านี ้ก็เป็ นอีกหน้ าหนึ่งที่ควรออกแบบอย่างเรี ยบง่าย และควรศึกษาระเบียบวิธี แสดงบรรณานุกรมให้ ถกู ต้ องว่าควรจะมีตวั อักษรตัวหนา ตัวเอน หรื อย่อหน้ าที่ใดบ้ าง 2.3.13 หน้ าดัช นี หน้ าดัช นี มักจะมี เฉพาะในหนัง สือประเภทวิช าการเท่านัน้ โดย อาจจะมีการเปลี่ยนลักษณะตัวอักษรเพื่อให้ ง่ายแก่การมองค้ นหา เช่น ส่วนที่เป็ นชื่อใช้ ตวั ตรง ตาม ด้ วยเลขหน้ าที่มีชื่อเสียงเหล่านันปรากฎอยู ้ ซ่ งึ่ เป็ นตัวเอน เป็ นต้ น 2.3.14 ปกหลัง เป็ นหน้ าที่อาจเว้ นว่างไว้ หรื อใส่ข้อมูลเกี่ ยวกับผู้เขียนหนังสือ เช่น ประวัตหิ รื อผลงานในอดีต ซึง่ อาจจะมีไว้ ในปกหลังด้ านในก็ได้ 2.4 ปั จจัยที่เกี่ยวข้ องกับการออกแบบและจัดทาหนังสือ การสร้ างสรรค์ รูป แบบหนัง สื อ เล่ม นัน้ ต้ องสอดคล้ องเหมาะสมกับ วัต ถุป ระสงค์ และ กลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ งานการผลิตหนังสือเล่มนันเป็ ้ นที่ประทับใจแก่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้ อ่านหนังสือนัน้ ซึง่ ข้ อควรพิจารณาดังกล่าว ได้ แก่


2.4.1 เนื ้อหาของหนังสือ นักออกแบบต้ องรู้ ว่าหนังสือที่จะออกแบบนันมี ้ เนื ้อหาเป็ น ลักษณะใด โดยทัว่ ไปแล้ วสามารถจาแนกประเภทของหนังสือออกตามลักษณะเนือ้ หาได้ เป็ น 2 ประเภทคื อ หนัง สื อ สารคดี แ ละหนัง สื อ บัน เทิ ง คดี ห นัง สื อ ทัง้ สองประเภทนี จ้ ะมี แ นวทางการ ออกแบบที่แตกต่างกัน กล่าวคือ หากเป็ นหนังสือสารคดี แนวทางการออกแบบมักมีลกั ษณะเป็ น ทางการ มีการจัดรู ปเล่มที่เป็ นมาตรฐาน ดูน่าเชื่อถื อ ส่วนหนังสือประเภทบันเทิงคดีจะมีความ เคร่ งครัดน้ อยกว่า อาจใช้ ความคิดสร้ างสรรค์ในการออกแบบให้ มีรูปเล่มน่าสนใจมากยิ่งขึ ้น เช่น พิมพ์ด้วยกระดาษสาตลอดเล่ม หรื อเย็บเข้ าเล่มโดยใช้ เชือกปอร้ อย หรื อหากเป็ นหนังสือแนวโร แมนติกอาจจัดทากล่อง (case) หุ้มหนังสืออีกชันหนึ ้ ่งเพื่อไว้ สาหรับมอบเป็ นของขวัญในโอกาส พิเศษ เป็ นต้ น 2.4.2 ผู้อ่าน จุดมุ่งหมายสาคัญของการออกแบบหนังสือ คือดึงดูดความสนใจของ ผู้อ่า นและช่ว ยให้ ผ้ ูอ่า นอ่านเรื่ องราวที่ ปรากฎในหนัง สื อ เล่ม นัน้ โดยสะดวกจนตลอดเล่ม นัก ออกแบบจึง จาเป็ นต้ องคานึง ถึงผู้อ่านซึ่งเป็ นกลุ่ม เป้าหมายว่ามีลักษณะอย่างไร เช่น เพศ วัย การศึกษาอาชีพ ลักษณะสังคม ฯลฯ ซึ่งเป็ นปั จจัยแสดงถึงปฏิกิริยาการตอบสนองและการยอมรับ ในหนัง สื อ นัน้ ๆ การก าหนดรู ปแบบ การเลื อ กใช้ ภ าพประกอบ การเลื อ กใช้ ตัว อัก ษรส า หรั บ ข้ อความต่าง ๆ จะต้ องให้ สอดคล้ องสัมพันธ์ กนั เช่น งานออกแบบหนังสือสาหรับเด็ก รูปแบบของ ภาพและข้ อความต้ องตรงไปตรงมา ชัดเจน สะดุดตา และสวยงาม ถ้ าเป็ นหนังสือสาหรับผู้ใหญ่ อาจนาเสนองานออกแบบในลักษณะที่มีความสลับซับซ้ อนได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรตระหนักอยู่ เสมอในการออกแบบหนังสือ คือ การจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ปรากฏในหนังสือนันจะต้ ้ องไม่ ขัดต่อการรับรู้ และลักษณะวัฒนธรรม จารี ตประเพณีของสังคมนันด้ ้ วย 2.4.3 วัตถุประสงค์ในการใช้ ในการออกแบบหนังสือเล่มแต่ละครัง้ จะต้ องคานึงถึง วัตถุประสงค์ของการใช้ งานของหนังสือเล่มนัน้ ๆ เป็ นหลักว่า ผู้อ่านมักจะใช้ หนังสือเล่มนันเพื ้ ่อ อะไร และในลักษณะใด เมื่อเวลาออกแบบจึงต้ องออกแบบให้ สะดวกแก่การใช้ งานเป็ นสาคัญ เช่น หนังสือพจนานุกรม สารานุกรม หนังสืออ้ างอิง เป็ นหนังสือซึ่งผู้ใช้ ไม่ได้ อ่านทุกหน้ าหรื อเรี ยงลาดับ ตังแต่ ้ หน้ าแรกไปจนถึงหน้ าสุดท้ าย หากแต่ใช้ สาหรับการค้ นคว้ าอ้ างอิงโดยการเปิ ดหาเฉพาะส่วน ที่ต้องการเท่านัน้ การออกแบบจึงควรให้ สะดวกแก่การค้ นหาคาและความหมายที่ปรากฎอยู่ใน หนังสือนัน้ 2.5 หลักเกณฑ์ การออกแบบปกหนังสือ รายละเอียดที่สาคัญบนปกหนังสือคือ ชื่อหนังสือ ชื่อผู้ประพันธ์หรื อผู้แปลรูปภาพประกอบ นักออกแบบจะต้ องจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ สวยงามโดยคานึงถึงหลักเกณฑ์การออกแบบ


ได้ แก่ สัดส่วน ความสมดุล ความแตกต่าง ลีลา ความมีเอกภาพ และความผสมกลมกลื นของ องค์ประกอบที่อยูบ่ นหน้ าปกหนังสือ หลักเกณฑ์ที่ควรพิจารณาในการออกแบบปกหนังสือมีดงั นี ้ 2.5.1 ประเภทของหนัง สื อ หนัง สื อแต่ละประเภทมี ลัก ษณะเฉพาะและรู ปแบบที่ แตกต่างกันอย่างมาก วัตถุประสงค์ในการสร้ างหนังสือขึ ้นมาไม่เหมือนกัน เช่น หนังสือที่เป็ นตารา อ้ างอิงหนังสือวิชาการ แบบเรี ยน กึ่งแบบเรี ยน หนังสือที่ผลิตขึ ้นในโอกาสพิเศษ หนังสืออ่านเสริ ม สาหรับนักเรี ยน นวนิยาย นิทานสาหรับเด็ก หนังสือภาพ หนังสือบันเทิงเริ งรมย์ หนังสือกีฬา ฯลฯ การออกแบบปกหนังสือทางวิชาการหรื อแบบเรี ยนจะมีลกั ษณะแบบเป็ นทางการ รูปแบบตัวอักษร และรู ปภาพจ าต้ อ งเป็ นแบบเรี ยบ ๆ เช่น ตัวอักษรแบบทางการ การจัดวางมักจะเป็ นแบบจัด ระเบียบ หรื อการกาหนดภาพให้ อยู่ในกรอบหรื อมีเฉพาะตัวอักษร ข้ อความและชื่อผู้ประพันธ์ เท่านัน้ ส่วนหนังสือบันเทิงเริงรมย์ กีฬา นวนิยาย หรื อสารคดี จะมีรูปแบบค่อนข้ างเป็ นอิสระ มีการ ออกแบบชื่ อ หนัง สื อ ที่ แ ปลกตาออกไป การออกแบบจัดภาพประกอบปกจะเน้ น ไปทางความ สวยงามมากกว่าการถ่ายทอดเนื ้อหา เน้ นสีสนั ที่สดใส สะดุดตา การจัดวางรูปแบบจะแตกต่างกัน ไปตามลักษณะหนังสือ ถ้ าเป็ นหนังสือสาหรับเด็กก็จะเน้ นที่ภาพประกอบบนปกที่มีความสวยงาม เป็ นหลัก ตัวอักษรเป็ นแบบเรี ยบง่าย ดูสบายตา ไม่นิยมการจัดระเบียบและการกาหนดกรอบ ใช้ สีสนั สดเข้ มฉูดฉาด รูปภาพคมชัดแสดงสาระของเรื่ องราว 2.5.2 บุคลิกของหนังสือ หนังสือแต่ละเล่มจะมีบคุ ลิกที่แตกต่างกันตามประเภทของ สาระเนื ้อหา และเทคนิควิธีการออกแบบ เนื่องจากปั จจุบนั ภาวะการแข่งขันกานทางการตลาด ทา ให้ ห นัง สื อ บางประเภทมี ก ารแข่ง ขัน กัน สูง มาก หนัง สื อ ที่ มี เ นื อ้ หาสาระคล้ า ยคลึง กัน เกิ ด ขึ น้ มากมายนัก ออกแบบกราฟฟิ กควรออกแบบสร้ างสรรค์ บุค ลิ กภาพของหนัง สื อ นัน้ ให้ มี ค วาม สวยงามโดดเด่นแปลกตามากกว่าคู่แข่งขัน จะเห็นได้ ว่าวัตถุประสงค์ของการสร้ างบุคลิกเฉพาะ ของปกหนังสือ จึงไม่เพียงแต่ส่งเสริ มคุณค่าทางสุนทรี ยศาสตร์ และการสร้ างความน่าเชื่อถือแล้ ว ยังเป็ นการแข่งขันกันในด้ านธุรกิจอีกด้ วย 2.5.3 แนวทางสร้ างสรรค์รูปแบบ การสร้ างสรรค์แบบปกหนังสือมีหลักการ 3 ประการ - หลักการจัดองค์ประกอบศิลปะ เพื่อเน้ นคุณค่าทางความสวยงามของเล่ม - หลักการออกแบบรูปภาพหรื อการกาหนดลักษณะของภาพที่นามาใช้ ทาปก - หลักการกาหนดแบบตัวอักษร ชื่อหนังสือ ทังนี ้ ้หลักการทังหมดจะต้ ้ องให้ สอด คล้ องและเหมาะกับประเภทของหนังสือ และจะต้ องสร้ างรู ปแบบแปลกใหม่ให้ เกิดบุคลิกเฉพาะ ของหนังสือนันด้ ้ วย หนังสือบางเล่มจะเน้ นรูปแบบเฉพาะปกหน้ า บางเล่มอาจจะออกแบบปกหน้ า สันปก และปกหลังควบคูก่ นั ไป แล้ วแต่วตั ถุประสงค์และลักษณะของหนังสือแต่ละประเภท


ภาพที่ 20 ภาพตัวอย่างรูปแบบปกหนังสือต่าง ๆ (ที่มา : http://www.108ideajobs.com/images/1158975955/Scan10114.jpg) - วิธีการผลิต วิธีการผลิตและระบบการพิมพ์ในปั จจุบนั มีความสะดวก คล่องตัว สามารถตอบสนองการผลิ ตงานได้ อย่างเต็มที่ การออกแบบปกหนัง สื อที่ ดี ต้ องไม่สร้ างความ ยุง่ ยากสับสนต่อการพิมพ์และการผลิตด้ วย ความสับสนเกิดขึ ้นได้ เสมอถ้ าผู้ออกแบบใช้ คาสัง่ และ ใช้ วิธี การหลายอย่าง เช่น พิมพ์ออฟเซต 4 สี และมีสีพิเศษอีก 2 สี ชื่อเรื่ องดุนนูนและปั๊ มทองส่วน ที่เป็ นภาพพิมพ์น ้ามันวานิช และเคลือบยูวีเฉพาะภาพ ปูพื ้นด้ วยสกรี น 20 % การใช้ คาสัง่ มาก ๆ เช่นนี ้บางครัง้ จะทาให้ การผลิตเกิดการผิดพลาดได้ - วัสดุที่ใช้ ทาปก ปกอาจออกแบบให้ เป็ นปกแข็งหรื อปกอ่อน ปกแข็งอาจหุ้ม ด้ วยแรกซีนหรื อผ้ าไหม การกาหนดวัสดุกบั การออกแบบต้ องสอดคล้ องกัน เช่น ปกพิมพ์ออฟเซต 4 สี ควรเลือกใช้ กระดาษที่มีเนื ้อแน่น ละเอียด เช่น การดาษอาร์ ต กระดาษนิวเอช ภาพหรื อข้ อความ จะมีความคมชัดและสีสันสวนงาม ถ้ าต้ องการให้ มีการดุนนูน การกาหนดกระดาษควรมีความ ยืดหยุ่นสูงเพื่อให้ การดุนนูนให้ ภาพที่คมชัดมากขึ ้น นอกจากลักษณะของเนื ้อการดาษแล้ ว ขนาด ความหนาของกระดาษก็ต้องมีความหนาที่พอเหมาะกับขนาดรูปเล่มด้ วย


ภาพที่ 21 ภาพการออกแบบปกหนังสือเน้ นความสวยงาม (ที่มา : http://www.bloggang.com/data/namon/picture/1150172534.jpg) ดัง นัน้ การออกแบบปกหนัง สื อ ให้ เป็ นที่ ดึง ดูดใจนัน้ ควรให้ ชื่ อเรื่ องหรื อชื่ อหนัง สื อเป็ น ตัวอักษรโตกว่าตัวอักษรส่วนอื่น ๆ จัดวางไว้ ในตาแหน่งที่เด่นสะดุดตา การเลือกตัวพิมพ์ของส่วน ต่า ง ๆ ที่ อ ยู่ บ นปกหนัง สื อ ต้ อ งเลื อ กขนาดและแบบตัว พิ ม พ์ มี ข นาดและน า้ หนัก ให้ ห นัก เบา ตามลาดับความสาคัญ

ภาพที่ 22 ภาพการออกแบบปกหน้ า-หลัง และสันของหนังสือควบคูก่ นั (ที่มา : http://uc.exteenblog.com/be-beer/images/books/Tibet-issue04-CA.jpg)


2.6 กระบวนการออกแบบและจัดทาหนังสือ การออกแบบหนัง สื อ นัน้ ต้ องมี ก ารกาหนดและวางแผนก่อนการออกแบบหนัง สื อและ ดาเนินการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ตามหลักการออกแบบที่ถูกต้ อง ทาให้ การออกแบบและ จัดทาหนังสือต้ องมีขนตอนในการปฏิ ั้ บตั ดิ งั นี ้ 2.6.1 ศึกษาและความทาความเข้ าใจหนังสือ ก่อนที่จะทาการออกแบบนักออกแบบ จะต้ องพยายามหาข้ อมูลจากผู้เขียนหรื อสานักพิมพ์ถึงวัตถุประสงค์ในการเขียนหรื อจัดทาหนังสือ และจะต้ องทราบถึง ลักษณะของผู้อ่านที่เป็ นกลุ่ม เป้าหมายว่าเจตนาจะมุ่งที่ ใครเป็ นหลักและ บุคคลกลุม่ นี ้มีพฤติกรรมและความชอบไม่ชอบอย่างไร นอกจากนี ้ยังต้ องทราบให้ ชดั เจนว่าผู้เขียน มีความคิดหลักหรื อแนวคิดเบื ้องหลังของหนังสืออย่างไร รวมทังเป็ ้ นหนังสือประเภทใดและควรจะ มีบคุ ลิกภาพแบบไหน เพราะประเภทของหนังสือนันมี ้ หลากหลาย 2.6.2 กาหนดขนาดและรู ปแบบของหนังสือ เมื่อเทียบกับหนังสือพิมพ์และนิตยสาร แล้ วหนังสือสามารถจัดทาได้ หลายขนาดและหลายรู ปแบบมากกว่า ซึ่งในการเลื อกขนาดและ รู ปแบบที่เหมาะสมนีจ้ ะต้ องดูจากวัตถุประสงค์และประเภทของหนังสือเป็ นหลัก ส่วนใหญ่แล้ ว จะต้ องพยายามเลือกขนาดที่ตดั กระดาษได้ โดยเหลือเศษน้ อย แต่เพื่อเป็ นการประหยัดกระดาษ เพื่อลดต้ นทุน นอกจากในกรณีที่เป็ นหนังสือที่ระลึกราคาแพงและต้ องการรูปแบบที่แปลกแตกต่าง ไปจากปกติ ขนาดของหนังสือซึ่งเป็ นที่นิยมกันมาก เช่น 5 1/3 x7 ½ นิ ้ว ( 16 หน้ ายก) 5 ¾ x 8 ¼ นิ ้ว (ขนาด A5 หรื อขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ก) เป็ นต้ น การกาหนดขนาดของหนังสือ นันนอกจากจะต้ ้ อง คานึงถึงความประหยัดแล้ วสิ่งที่มีความสาคัญอย่างยิ่งก็คือประเภท ขนาด และจานวนของภาพ และข้ อความที่จะนาเสนอสาหรับหนังสือที่มีข้อความเพียงอย่างเดียวนัน้ ขนาดอาจจะไม่มีผลต่อ การนาเสนอเนื ้อหานักแต่สาหรับหนังสือที่มีภาพแล้ ว ยิ่งหนังสือมีขนาดใหญ่ก็ย่อ มจะยิ่งสามารถ นาเสนอภาพได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ ้น 2.6.3 รู ปเล่มของหนังสือซึ่งมีความเกี่ยวข้ องกับการเย็บเล่มหรื อการเข้ าเล่มหนังสือ (binding) เป็ นสิ่งที่มีผลต่อออกแบบหนังสือด้ วย การเย็บเล่มมีหลายวิธีการด้ วยกัน ดังนี ้ - การเย็บกี่ (smith sewing) เป็ นการเข้ าเล่มหนังสือด้ วยด้ ายเพื่อยึดหน้ า หนังสือไว้ ด้วยกัน การเย็บกี่นี ้มีอยู่ 2 ลักษณะคือการเย็บกี่ด้วยเครื่ อง เป็ นการเย็บหน้ าหนังสือเข้ า ด้ วยกันเป็ นชุดเล็ก ๆ ก่อนแล้ วจึง เย็บด้ านสันให้ ติดกัน และการเย็บด้ ายด้ านข้ าง เป็ นการเย็บ กระดาษทังหมดเข้ ้ าด้ วยกันตรงด้ านข้ างของหน้ าหนังสือ การเย็บในลักษณะหลังนี ้ไม่เป็ นที่นิยม เท่าเย็บด้ วยเครื่ อง


- การเย็บอกหรื อเย็บแบบมุงหลังคา (saddle stitch) เป็ นการเข้ าเล่มหนังสือ ด้ วยลวดโลหะซึ่งส่วนมากจะเย็บที่ สันของหนัง สื อ บางครั ง้ ก็มี การเย็บลวดที่ด้านข้ างของหน้ า หนังสือเหมือนกัน เมื่อเย็บและพับแล้ ว หน้ าจะเรี ยงลาดับต่อเนื่องกันไป จากนี ้ก็นาไปเจียนทัง้ 3 ด้ าน เว้ นด้ านสัน กระดาษที่เคยติดกันเป็ นยกก็จะถูกตัดออกอิสระเปิ ดอ่านได้ ตลอด การเย็บแบบนี ้ เหมาะแก่หนังสือที่มีความหนาเพียงไม่กี่ยก หรื อมีจานวนหน้ าไม่มาก และไม่ต้องการความคงทน ถาวร แต่ต้องการความรวดเร็ วและต้ นทุนการผลิตต่า ราคาถูก ซึ่งการนาเอางานพิมพ์ที่พบั ไว้ แล้ ว มายกแล้ วเรี ยงซ้ อนรวมกันเป็ นเล่ม - การสันทากาว (adhesive binding) เป็ นการเข้ าเล่มหนังสือด้ วยการนาหน้ า หนังสือมาเรี ยงกันแล้ วใช้ กาวทาที่สนั นามาปะเข้ ากับกระดาษที่ทาเป็ นสันการเข้ าเล่มแบบนี ้จะมี ปั ญหาเมื่อกาวเสื่อมคุณภาพจะทาให้ หนังสือหลุดร่วงออกจากเล่มได้ - การทาเล่มเชิงกล (mechanical binding) เป็ นการเข้ าเล่มหนังสือด้ วยการใช้ ห่วง เข็มหมุด เกลียวลวด เพื่อยึดหน้ าหนังสือทังหมดเข้ ้ าด้ วยกันที่ด้านข้ างของหน้ าหนังสือ การเข้ า เล่มนี ้หน้ าหนังสืออาจจะฉีกขาดได้ ง่ายจึงเหมาะกับหนังสือที่มีการใช้ งานระยะสัน้ 2.6.4 การเข้ าปก ดังที่กล่าวมาบ้ างแล้ วหนังสือนันมี ้ การเข้ าเล่มซึ่งมีทงปกอ่ ั ้ อนและ ปกแข็งขึ ้นอยู่กับประเภทของหนังสือด้ วยว่าจะมีการจัดทาปกในลักษณะใด ซึ่งในที่นี ้จะกล่าวถึง การเข้ าปกแข็งซึง่ มีขนตอนในการเตรี ั้ ยมการ 2 ประการ คือ การเตรี ยมเล่มหนังสือ และการเตรี ยม ปกหนังสือ การเตรี ยมเล่มหนังสือ ได้ แก่ การติดกระดาษผนึกปกด้ านในและใบรองปกทังหน้ ้ าและ หลัง อัดหนังสือให้ เนือ้ กระดาษอัดกันแน่นเข้ าที่ไม่หย่อนตัว ฉาบเส้ นด้ วยกาวแห้ งไวเพื่อยึดสัน ไม่ให้ เคลื่อน แล้ วนาไปเจียนทัง้ 3 ด้ าน ถ้ าเป็ นหนังสือหนาก็ทาเส้ นโค้ งเพื่อให้ ปกกอดสันติดผ้ ายึด สันและคิ ้ว แล้ วรอการเข้ าปกต่อไป การเตรี ยมปกแข็ง ปกแข็งประกอบด้ วยชิ ้นส่วนต่าง ๆ คือ แผ่นปก (กระดาษแข็ง) 1 คู่ แร็ กซีนหุ้มปก 1 แผ่น กระดาษรองสัน (กระดาษเขียนชาร์ ต) ทังหมดมี ้ ขนาดสัมพันธ์ กันกับขนาด ของเล่มหนังสือ แล้ วนามาประกอบเข้ ากันเป็ นปก จากนันน ้ าไปพิมพ์ชื่อหนังสือ ชื่ อผู้แต่ง ฯลฯ ที่ หน้ าปก และสันปก ถ้ าพิมพ์เป็ นตัวทองเรี ยกว่า “เดินทอง”หลังจากนันก็ ้ ทาการเข้ าเล่มปกแข็ง คือ การเอาปกหุ้มหนังสือแล้ วผนึกให้ ติดกันใช้ แรงอัดมาก ๆ เพื่อให้ ติดเรี ยบสนิท ขนาดแผ่นปกแข็งจะ ใหญ่กว่าขนาดเล่มออกมาโดยรอบทัง้ 3 ด้ าน ประมาณด้ านละ 1/8 นิ ้ว เผื่อไว้ 2.6.5 รู ปแบบของปกหน้ า เนื่องจากความหลากหลายในรู ปแบบที่เป็ นไปได้ ในการ ออกแบบปกหน้ าของหนัง สื อ นักออกแบบจึง ควรตกลงร่ วมกันกับผู้เขี ยนหรื อส านักพิม พ์ เรื่ อ ง รูปแบบของปกหนังสือก่อนในเรื่ องต่าง ๆ ดังนี ้


ภาพที่ 23 ภาพการเข้ าเล่มหนังสือแบบต่าง ๆ (ที่มา : วัลลภ สวัสดิวลั ลภ, 2535, 224-225) - กระดาษที่ใช้ ในการพิมพ์ปกหน้ า จะเป็ นกระดาษแบบเดียวกับหน้ าในหรื อจะ เป็ นกระดาษที่ มี ค วามหนากว่า ปกติ ส่ว นใหญ่ แ ล้ ว กระดาษที่ ใ ช้ ใ นการท าปกหน้ า มัก จะเป็ น กระดาษแข็ง ในบางครัง้ อาจจะมีการหุ้มหรื อเคลือบเอาไว้ ด้วยวัสดุชนิดอื่น เช่น ผ้ าหรื อพลาสติก - หน้ าหุ้มปก หนังสือที่มีความหนามาก หรื อที่มีราคาสูงมักจะมีหน้ าหุ้มปกเพื่อ รักษาปกหน้ าไว้ ไม่ให้ เสียหาย

ภาพที่ 24 ภาพการเข้ าเล่มและเจียนรูปเล่ม (ที่มา : กรุงไทยออนไลน์, 2546)


2.6.6 รู ปแบบของหน้ าใน รู ปแบบของหน้ าในของหนัง สื อ นัน้ จะมี ลักษณะเช่นไร ย่อมขึน้ อยู่กับลักษณะของสิ่งที่จะเป็ นองค์ประกอบของเนือ้ หา ได้ แก่ เนือ้ หาที่เป็ นตัวพิมพ์และ ภาพประกอบต่างๆ ว่ามีต้องการคุณภาพในระดับใด ทังนี ้ ้ควรพิจารณาในเรื่ องต่อไปนี ้ - กระดาษที่ใช้ ในการพิมพ์ กระดาษที่ใช้ ในการพิมพ์นนเป็ ั ้ นกระดาษชนิดใดและ จะเป็ นกระดาษที่มีความหนาหรื อน ้าหนักเท่าใด - ระบบการพิมพ์ที่เหมาะสม ระบบการพิมพ์ที่เหมาะสมกับงานควรเป็ นระบบ การพิพม์แบบใด และพิมพ์กี่สีในหนังสือบางเล่มอาจจะมีหน้ าในที่มีการพิมพ์สีไม่เท่ากัน จึงต้ องมี การก าหนดว่า จะเป็ นหน้ า สี สี่ กี่ หน้ า หน้ าสี ห น้ า เดี ย วกี่ ห น้ า รวมทัง้ การใช้ เ ทคนิค พิ เศษอื่ น ใน ทางการพิมพ์หรื อไม่ โดยปกติแล้ วหน้ าในของหนังสือมักจะไม่ค่อยมีเทคนิคพิเศษอะไรมากนัก ยกเว้ นหนังสื อเด็กซึ่งอาจจะมีการอัดตัดตามตามแม่แบบหรื อไดคัต หรื อป๊ อปอัพ (pop up) เพื่อ เพิ่มมิตใิ ห้ หน้ าหนังสือ 2.6.7 แบบและขนาดตัวอักษร ปกติแล้ วตัวอักษรที่ใช้ ในหนัง สือหนึ่ง แบบ จะไม่มี ความหลากหลายมากนัก แต่อาจมีความแตกต่างกันระหว่างตัวที่เป็ นหัวเรื่ องหรื อพาดหัว กับตัวที่ เป็ นเนือ้ เรื่ องเท่านัน้ อย่างไรก็ตามขนาดของตัวเนือ้ หาจะต้ องพิจารณาใช้ ขนาดที่เหมาะสมกับ ผู้อ่านที่เป็ นกลุ่มเป้าหมาย หากเป็ นผู้มีอายุมาก หรื อเด็กอาจจะต้ องเลือกตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่ กว่าตัวอักษรที่ใช้ สาหรับวัยรุ่นหรื อผู้ใหญ่ทวั่ ไป 2.6.8 แบบและจานวนภาพประกอบ ภาพประกอบเป็ นอีกตัวแปรหนึ่งที่ควรนามา พิจารณาว่าต้ องการจะนาเสนอภาพประกอบเป็ นสี่สีหรื อขาวดา จานวนอย่างละกี่รูป ซึ่งแบบและ จานวนภาพประกอบนี ้จะมีผลกระทบต่อการเลือกชนิดกระดาษ ระบบการพิมพ์ และต้ นทุนในการ ผลิตหนังสือแต่ละเล่ม 2.6.9 การก าหนดขัน้ ตอนหลัง การพิ ม พ์ เนื่ อ งจากหนัง สื อ มี ข นาดความหนาที่ หลากหลาย ทาให้ มีวิธี การเย็บเล่ม หนังสื อที่ เหมาะสมแตกต่างกันไป นอกจากนี เ้ ทคนิคพิเศษ บางอย่าง เช่น ดุนนูน การประทับรอยร้ อน ปั๊ มทอง หรื อไดคัต หรื อการอัดคัตตามแม่แบบเป็ นต้ น เป็ นสิ่งที่ต้องดาเนินการภายหลังการพิมพ์เสร็ จสิ ้นลง ดังนันการได้ ้ สรุปขันตอนที ้ ่คาดว่าจะใช้ หลัง การพิม พ์ไ ว้ ล่วงหน้ าจะทาให้ นักออกแบบได้ คิดเผื่ อการจัดทาหนังสื อไว้ ตงแต่ ั ้ ในขณะที่ ทาการ ออกแบบนัน่ เอง 2.6.10 การเตรี ยมการและจัดทาเลย์เอาต์ เมื่อผ่านขันตอนของการวางแผนก ้ าหนด ขนาดรู ปเล่มแล้ ว ในขันของการเตรี ้ ยมการต่อไปคือผู้ออกแบบและจัดหน้ าหนังสือจะต้ องทาเลย์ เอาต์ของหนังสือเล่มนันให้ ้ เสร็ จสมบูรณ์ โดยทาแบบร่างของหนังสือซึ่งแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ไว้


ออกมาเพื่ อเป็ นแบบหรื อแนวทางให้ แก่ผ้ ูดาเนินการพิม พ์ดาเนินการในขัน้ ตอนต่อไป และเพื่ อ ป้องกันการผิ ดพลาดและความสูญเปล่าซึ่งอาจจะเกิดขึน้ ในระหว่างการพิม พ์การทาเลย์เอาต์ หนัง สื อ ก็ ค ล้ า ยกับ สื่ อ สิ่ ง พิ ม พ์ ป ระเภทอื่ น ๆ ที่ ท าได้ ห ลายระดับ คื อ ระดับ เลย์ เ อาต์ ข นาดจิ๋ ว ระดับเลย์เอาต์ขนาดหยาบ และระดับเลย์เอาต์สมบูรณ์ ทังนี ้ ้ขึ ้นอยู่กั บขนาดและความซับซ้ อนของ สิ่งที่จะพิมพ์ จานวนสีที่พิมพ์ เป้าหมายของสิ่ง พิมพ์ และระดับความต้ องการให้ ผ้ ูอ่านสนใจใน สิ่ ง พิ ม พ์ นัน้ นัก ออกแบบนอกจากต้ อ งมี ค วามรู้ ทางด้ า นศิล ปะและหลัก การออกแบบแล้ ว ยัง จาเป็ นต้ องมีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการพิมพ์ด้วย กล่าวโดยสรุ ปการออกแบบหนังสือต้ องมีการวางแผนและเตรี ยมการอย่างรอบคอบ เริ่ มด้ วยการกาหนดขนาดรูปเล่มให้ เป็ นขนาดมาตรฐาน ในส่วนที่เป็ นเนื ้อเรื่ องควรใช้ อกั ษรที่อ่าน ง่ายชัดเจนมีขนาดเหมาะสมกับการอ่านของกลุ่มเป้าหมาย ที่สาคัญคือจะต้ องมีขนาดตัวอักษรไม่ เล็กจนเกินไป การจัดวางหน้ าหนังสือต้ องมีจุดมุ่งหมายให้ อ่านง่ายเข้ าใจง่าย เชิญชวนให้ ผ้ อู ่าน ติดตามอ่านจนตลอดเล่ม และควรหลีกเลี่ยงการออกแบบที่เล่นลวดลายต่าง ๆ มากเกินไปซึ่งอาจ ทาให้ ผ้ อู า่ นสับสน 2.7 หนังสือสาหรับเด็ก หนังสือสาหรับเด็กเป็ นหนังสือเล่มอีกประเภทหนึ่ งที่นกั ออกแบบควรมีความรู้ความเข้ าใจ เพื่อทาให้ การออกแบบนันมี ้ ความเหมาะสมกับกลุ่มผู้อ่านที่เป็ นเด็กโดยเฉพาะ เพราะหนังสือเป็ น สื่อเพื่อการเรี ยนรู้ ที่จะช่วยโน้ มน้ าวให้ เด็กเกิดความสนใจในเนื ้อหา เกิดความเพลิดเพลินในการ เรี ย นรู้ โดยไม่ ร้ ู ตัว การออกแบบจัด หน้ า รู ป เล่ ม และภาพประกอบจึ ง มี ค วามส าคัญ มากที่ นัก ออกแบบต้ องสร้ างสรรค์ให้ สอดคล้ องกับความสนใจ ความชอบและพฤติกรรมการรับรู้ ของเด็กแต่ ละวัย ที่ มี ค วามแตกต่า งกัน ไป การออกแบบให้ มี ค วามเรี ย บง่ าย มี ค วามชัด เจนทัง้ สาระและ ภาพประกอบ มี ค วามสวยงามทัง้ การจัด โครงสี และการตกแต่ ง องค์ ป ระกอบอื่ น ๆ ทัง้ นี ้ รายละเอียดของการออกแบบและจัดทาหนังสือเด็กมีดงั นี ้ 2.7.1 ความมุง่ หมายของการออกแบบและจัดหน้ าหนังสือสาหรับเด็กมีดงั นี ้ - เพื่อกระตุ้นความพอใจให้ เกิ ดการสนองตอบ และมี ความสนใจในเนื อ้ หาที่ ต้ องการนาเสนอด้ วยการใช้ ลกั ษณะภาพที่ดีและมีขนาดใหญ่ - การใช้ สี สันที่ เ หมื อนจริ ง ในการนาเสนอจะทาให้ เด็ก ๆ เกิ ด ความเข้ าใจใน เนื ้อหาได้ ดียิ่งขึ ้น ขนาดและสีสนั ของตัวอักษรที่พอเหมาะทาให้ มีความชัดเจนและน่าสนใจ - เพื่อต้ องการให้ เกิดความรักหนังสือ และเกิดความรู้ สึกที่ดีต่อหนังสือซึ่งเป็ น แหล่งข้ อมูลเบื ้องต้ นทางการศึกษาหาความรู้ตา่ ง ๆ


- การออกแบบภาพ การจัดวางหน้ าอย่างพิถีพิถัน สวยงาม จะช่วยส่ง เสริ ม ความรู้สกึ นึกคิดในทางด้ านสุนทรี ยภาพ และสนับสนุนให้ เกิดจินตนาการในการสร้ างสรรค์ 2.7.2 แนวคิดของการออกแบบและจัดหน้ าหนังสือสาหรับเด็ก การออกแบบหนังสือ เด็กต่างจากการออกแบบหนังสือประเภทอื่น ๆ หนังสือ ประเภทนี ้มุ่งเน้ นการนาเสนอเนื ้อหาด้ วย ภาพประกอบหลัก และมีข้อความเป็ นส่วนประกอบ การมองภาพการรับรู้ การเห็น และความชอบ ของเด็กย่อมแตกต่างไปจากผู้ใหญ่ ผู้ออกแบบจึงควรศึกษาหลักการจิตวิทยาการรับรู้ และการดู ภาพของเด็กด้ วย 2.7.3 การออกแบบรู ปเล่มหนังสือสาหรับเด็ก รูปเล่มของหนังสือแต่ละอย่างแตกต่าง กันไปด้ วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันต้ องคานึงถึงความสวยงาม ความสะดวกในการหยิบอ่าน การ เก็ บรั กษา ความเหมาะสมกับขนาดความหนาของหนัง สื อ และความสอดคล้ องกับระบบการ จัดพิมพ์ ขนาดที่นิยมในการพิมพ์ปัจจุบนั แบ่งได้ ดังนี ้ - ขนาดฉบับกระเป๋ า (pocket) 6 นิ ้ว x 9 นิ ้ว - ขนาดมาตรฐาน (basic) 8 ¼ นิ ้ว x 11 ¾ นิ ้ว - ขนาดนิตยสารภาพ (picture) 10 ½ นิ ้ว x 13 นิ ้ว - ขนาดหนังสือพิมพ์เล็ก (tabloid) 11 ½ นิ ้ว x 14 ½ นิ ้ว ขนาดดังกล่าวข้ างต้ นเป็ นขนาดที่ใกล้ เคียงกับขนาดกระดาษมาตรฐาน ซึ่งมีปริ มาณ ถูกตัดเจียนน้ อยที่สดุ ขนาดมาตรฐานเป็ นขนาดที่ได้ รับความนิยมมากที่สดุ และขนาดที่ได้ รับความ นิยมรองลงมาคือขนาดฉบับกระเป๋ า ซึง่ มักจะเป็ นประเภทนวนิยาย หรื อรวมเรื่ องสัน้

ภาพที่ 25 ภาพตัวอย่างปกและรูปเล่มหนังสือสาหรับเด็ก (ที่มา : http://www.myyamok.com/files/images/products/CB1793.jpg)


2.7.4 ความหนาของรูปเล่ม ขนาดความหนาต้ องเป็ นขนาดกระดาษมาตรฐานตัดลง ตัว เช่น ขนาดตัด 2 ขนาดตัด 4 หรื อตัด 8 หรื อที่เรี ยกว่า การกาหนดความหนาต้ องให้ ความหนาลง เต็มจานวนยกพอดี เช่น ขนาดรู ปเล่มเป็ นแบบ 8 หน้ ายก หมายถึง เมื่อนากระดาษมาพับตาม ขนาดรู ปเล่มแล้ ว กระดาษ ขนาด 1 ยก จานวน 1 แผ่น นามาพับเป็ น 4 ส่วนจะได้ ทงหมดเป็ ั้ น8 หน้ า เรี ยกว่า 1 ยก ความหนาของรูปเล่มจึงนิยมเรี ย กเป็ นจานวนยก เช่น 10 ยก ( 80 หน้ า) 15 ยก หมายถึงมีทงหมด ั้ 120 หน้ า และถ้ าเป็ นกระดาษขนาด 1 ยก จานวน 1 แผ่นมาพับเป็ น 8 ส่วน ก็ จะได้ ทงหมดเป็ ั้ น 16 หน้ า จึงเรี ยกว่าเป็ นขนาด 16 หน้ ายก (1 ยกจะมีจานวน 16 หน้ า) 2.7.5 ข้ อคานึงถึงในการออกแบบและจัดทาหนังสือ การออกแบบหนังสือมีหลักการ เช่นเดียวกับการออกแบบสิ่ งพิมพ์โดยทั่วไปนั่นคือ เป็ นการกาหนดองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่ อให้ สอดคล้ องกับเนือ้ หาและเป้าหมายของการใช้ สิ่งพิม พ์นนั ้ ๆ การออกแบบหนังสือจะมีลักษณะ พิเศษอยู่ประการหนึ่งก็คือ มักจัดองค์ประกอบต่าง ๆ เข้ ไว้ ด้วยกันอย่างมีระเบียบ เพื่อให้ ผ้ อู ่านทา ความเข้ าใจเรื่ องราวในหนังสือเล่มนันได้ ้ โดยสะดวก อย่างไรก็ตามในการออกแบบนักออกแบบควร คานึงถึงหลักการพื ้นฐานของการออกแบบดังต่อไปนี ้ - สัดส่วน หมายถึง การกาหนดสัดส่วนในการจัดหน้ าปกหนังสือ การจัดวางชื่อ เรื่ องหัวข้ อเรื่ องและตัวเรี ยงพิมพ์ลงในหน้ าหนังสืออย่างเหมาะสม การกาหนดกรอบขอบเขต หรื อ ขนาดรูปเล่มหนังสืออย่างได้ สดั ส่วนระหว่างแนวตังกั ้ บแนวนอน

ภาพที่ 26 ภาพการออกแบบหนังสือยึดหลักความได้ สดั ส่วน (ที่มา : Silver, 1992, p. 156)


- ความสมดุล หมายถ���ง การจัดวางตาแหน่งขององค์ประกอบต่าง ๆ ในหน้ า หนังสือให้ มีน ้าหนักเท่ากัน ทาให้ ไม่เกิดความรู้สึกว่าองค์ประกอบของหน้ านันหั ้ กไปข้ างใดข้ างหนึ่ง น ้าหนักของภาพจะขึ ้นอยูก่ บั ขนาด รูปร่าง ความเข้ มและสี โดยทัว่ ไปแล้ ว องค์ประกอบขนาดใหญ่ จะดูหนักกว่าองค์ประกอบที่มีขนาดเล็กกว่า รู ปวงกลมดูมีน ้าหนักมากกว่ารูปเหลี่ยม สิ่งที่มีสีเข้ ม จะให้ น ้าหนักมากกว่าสีอ่อน เช่นองค์ประกอบสีดาขนาดเล็กจะดูมีน ้าหนักมากกว่าองค์ประกอบ ขนาดใหญ่แต่สีออ่ นกว่า เป็ นต้ น - ความแตกต่า ง การสื่ อ ข้ อ ความใด ๆ ก็ ต ามมัก จะต้ อ งมี ก ารเน้ น ให้ เ ห็ น ความสาคัญของข้ อความใดข้ อความหนึ่งมากกว่าข้ อความอื่นเพื่อแสดงจุดสาคัญของเรื่ อง ซึ่ง ความคิดที่จะให้ มีการเน้ นข้ อความใดนันจะต้ ้ องมีการวางแผนล่วงหน้ า ความแตกต่างเกิดขึ ้นได้ โดยการเน้ นส่วนใดส่วนหนึง่ เพื่อเร้ าความรู้สกึ ซึ่งอาจทาได้ โดยการใช้ ขนาด รูปร่าง สี และทิศทางที่ แตกต่างไปจากองค์ประกอบอื่น ๆ ที่อยูโ่ ดยรอบเพื่อทาให้ เกิดความเด่นขึ ้น

ภาพที่ 27 ภาพการออกแบบหนังสือยึดหลักความสมดุล (ที่มา : Silver, 1992, p. 94) - ลี ล า หมายถึ ง การจัด วางองค์ ป ระกอบต่า งๆ โดยค านึ ง ถึ ง ช่ ว งจัง หวะ ระยะห่างตลอดจนการกาหนดเส้ นนาสายตาของผู้อา่ นให้ เคลื่อนไปตามองค์ประกอบต่างๆ - ความมีเอกภาพ องค์ประกอบแต่ละองค์ประกอบที่นามาใช้ ในการออกแบบ อาจมี ค วามแตกต่ า งกั น ออกไป แต่ เ มื่ อ น ามาประกอบกั น เข้ า เป็ นภาพรวมแล้ วจะต้ องมี ความสัมพันธ์ ต่อกันและกัน และต่อวัตถุประสงค์ร่วมของการออกแบบทังหมด ้ เพื่อมุ่งให้ เกิดผล อย่างเดียวกัน หรื อมีเอกภาพขึ ้นในการออกแบบ


ภาพที่ 28 ภาพการออกแบบหนังสือยึดหลักลีลา (ที่มา : Silver, 1992, p. 72) - ความกลมกลื น ในการออกแบบสื่ อ สิ่ ง พิ ม พ์ ผ้ ู ออกแบบจะต้ องจั ด ให้ องค์ ป ระกอบของภาพรวมให้ มี ค วามผสมกลมกลื น กัน กล่า วคื อ ภาพรวมทัง้ หมดจะต้ อ งสื่ อ ความหมายหรื อให้ ผลของการมองเป็ นสิ่งเดียวกัน เช่น การออกแบบตังแต่ ้ ปกหน้ า สันปก ปกหลัง ของหนังสือให้ มีความกลมกลืนกัน ดังนันในการออกแบบรู ้ ปเล่มหนังสือควรยึดตามขนาดมาตรฐานของกระดาษจะมีบาง โอกาสที่หนังสือเล่มได้ รับการออกแบบให้ มีรูปเล่มพิสดารไปจากปกติธรรมดาเพื่อวัตถุประสงค์ พิเศษ เช่น หนังสือสาหรับเด็ก หรื อเพื่อจะออกแบบอย่างฉาบฉวยเพื่อเรี ยกร้ องความสนใจ เช่น เอกสารเพื่อการประชาสัม พันธ์ หรื อเอกสารเพื่ อส่ง เสริ มการขาย เป็ นต้ น อาจตัดเป็ นรู ปหลาย เหลี่ยม รู ปสัตว์ หรื อรู ปทรงกลม เพื่อวัตถุประสงค์จะเรี ยกร้ องความสนใจระยะสัน้ ๆ มิใช่รูปเล่ม หนังสือที่ต้องการ ใช้ งานระยะเวลานาน ๆ ซึง่ เป็ นวัตถุประสงค์ของหนังสือโดยทัว่ ไป การรออกแบบ หนังสือที่จะใช้ งานนาน ๆ จะต้ องออกแบบให้ เกิดความสมดุลในความสมดุลในความรู้ของผู้อ่านไม่ ก่อให้ เกิดความราคาญหรื อความน่าเบื่อหน่าย นอกจากนี ้ความหนาของหนังสือก็มีส่วนสาคัญด้ วย ถ้ าความหนาของหนังสือเกินครึ่งหนึง่ ของความกว้ าง จะรู้สกึ ว่าหนาเกินไปทาให้ ผ้ อู ่านรู้สึกว่าขัดตา เกะกะ ไม่สะดวกแก่การใช้ ถ้ าไม่จาเป็ นไม่ควรออกแบบรูปเล่มหนังสือให้ หนามากเกินไปแต่ถ้าหาก มี ความจ าเป็ นจะต้ องบรรจุเ นื อ้ หาสาระให้ ครบถ้ วน ควรแยกออกเป็ นส่วนของแต่ละเล่ม เช่น เอกสารการสอนชุดวิชาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็ นต้ น


ภาพที่ 29 ภาพการออกแบบหนังสือยึดหลักความกลมกลืน (ที่มา : Silver, 1992, p. 9) ก่อนลงมือออกแบบและจัดทาหนังสือควรจะได้ วิเคราะห์ความต้ องการกลุ่มเป้าหมาย หรื อผู้อ่านหนัง สือเสียก่อน นอกจากนัน้ ยัง ต้ องวิเคราะห์ หรื อทราบวัตถุประสงค์ของการจัดทา รวมทังจะต้ ้ องพิจารณาข้ อจากัดต่าง ๆ ที่มีผลต่อการผลิต เพื่อนาข้ อมูลต่าง ๆ เหล่านันมาใช้ ้ ในการ วางแผนและเตรี ยมการเพื่อให้ ออกแบบและผลิตหนังสือบรรลุตามวัตถุประสงค์สาหรับการสรรค์ สร้ างรูปแบบของหนังสือนันควรเริ ้ ่ มตังแต่ ้ ขนาด รูปเล่ม รูปแบบ ตลอดจนสารบัญและหน้ าใน การ นี ้จะต้ องผ่านกระบวนการตามขันตอนเพื ้ ่ อให้ มาซึ่งรูปแบบที่ต้องการมีสิ่งที่ควรจะคานึงถึงในการ ออกแบบและจัดทาหนังสือมีอยู่มากมาย แต่ที่สาคัญคือ หนังสือเล่มนันมี ้ หน้ าที่ในการสื่อข้ อความ ที่คอ่ นข้ างจะคงทนถาวรในรูปของตารับตาราต้ องได้ รับการออกแบบที่คงทนถาวร เหมาะมือ ตรง ข้ ามกับนิตยสารหรื อวารสารซึง่ มีอายุใช้ งานสันกว่ ้ าหนังสือเล่ม จึงไม่ต้องคานึงถึงความคงทนถาวร แต่มาเน้ นในเรื่ องของความสวยงาม สะดุดตา และเน้ นเรื่ องสีสนั เป็ นสาคัญ จะเห็นได้ วา่ หลักการทัว่ ไปในการออกแบบและจัดทาหนังสือ ในด้ านโครงสร้ างหรื อระบบก ริ ดนัน้ หนังสือควรมี โครงสร้ างที่แน่นอนสม่ า เสมอ ไม่ต้องมี ความยืดหยุ่นเหมื อนโครงสร้ างของ หนังสื อพิมพ์ ทัง้ นี ก้ ็ เพราะเนือ้ หาของหนังสื อเป็ นเรื่ องเดียวกันต่อไป ไม่ไ ด้ มี ความหลากหลาย ดัง เช่น หนัง สื อพิม พ์ หรื อนิต ยสาร การเลื อกและจัด วางองค์ประกอบต่าง ๆ ทัง้ ที่ เป็ นภาพและ ตัวอักษรจะต้ องคานึงถึงความสะดวกของผู้อา่ นในการอ่านหนังสือตามเนื ้อหาได้ อย่างต่อเนื่องเป็ น หลักสาคัญ 2.8 ภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็ก ภาพประกอบหนังสื อส าหรับเด็กที่ใช้ ประกอบหนัง สือประเภทบันเทิงคดีและสารคดี มี หน้ าที่ และบทบาทดังต่อไปนี ้


2.8.1 ภาพประกอบช่วยอธิ บายและเสริ ม เนื อ้ หาให้ ชัดเจน ภาพประกอบหนัง สื อ สาหรับเด็กช่วยอธิบายและเสริ มสร้ างเนื ้อหาให้ เด็กเกิดความเข้ าใจเกิดความถูกต้ องอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหนังสือสารคดีสาหรับเด็กภาพประกอบจะต้ องถูกต้ องและชัดเจนตามความเป็ นจริ งทุก ประการไม่เหมือน ภาพประกอบหนังสือบันเทิงคดีสาหรั บเด็ก ภาพประกอบไม่จาเป็ นต้ องเหมือน จริ งก็ได้ ผ้ วู าดภาพประกอบหรื อนักวาดภาพสามารถคิดสร้ างสรรค์ขึ ้นมาเองได้ ตามเนือ้ หาของ เรื่ องราวโดยให้ ภาพเกิดความสอดคล้ อง หรื อมีความสัมพันธ์กบั เรื่ องหรื อเนื ้อหา 2.8.2 ภาพประกอบช่วยดึงดูดความสนใจของเด็ก ภาพประกอบปกหนังสือสาหรับ เด็กมีสว่ นช่วยให้ เด็กมีความสนใจในหนังสืออย่างมาก เพราะสิ่งแรกที่เด็กเห็นได้ แก่ปกของหนังสือ ถ้ าปกของหนังสือวาดให้ เหมาะสมกับวัยของเด็ก และมีการออกแบบอย่างสวยงาม จะมีส่วนช่วย ให้ เด็กสนใจมากอย่างยิ่ง ภาพปกของหนังสือและภาพประกอบในเนื อ้ หาของหนังสื อควรจะมี ลักษณะอย่างเดียวกัน ภาพประกอบที่ดึงดูดความสนใจของเด็กมีส่วนช่วยให้ เด็กเกิด ความสนใจ และอยากอ่านหนังสือและถ้ าเรื่ องราวหรื อเนื ้อหาในหนังสือ น่าสนใจหรื อสนุกชวนติดตาม จะเป็ น ตัวอย่างที่ดีที่จะทาให้ เด็กเกิดนิสยั อยากอ่าน และรักการอ่านในที่สดุ 2.8.3 ภาพประกอบตรงตามจุดมุง่ หมายของผู้จดั ทา ภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็ก ต้ องสอดคล้ องและตรงตามวัตถุประสงค์ผ้ เู ขียนหนังสือ ดังนัน้ นัดวาดภาพประกอบจะต้ องได้ พบ เพื่อฟั งความคิดหรื อความต้ องการของนักเขียน เพื่อให้ เกิดความเข้ าใจ และสามารถวาดภาพให้ ตรงตามวัตถุประสงค์ของเขียนเรื่ องได้ อย่างสมบูรณ์ และถูกต้ องเป็ นอย่างดี ถ้ าหากนักวาดภาพ ไม่ได้ พบปะกับนักประพันธ์ที่ตวั เองรับผิดชอบเรื่ องของเขา นักวาดภาพจะต้ องศึกษาและค้ นคว��� า ข้ อมูลให้ มากที่สุดเพื่อภาพประกอบที่สร้ างสรรค์ขึน้ จะได้ มีความบกพร่ องน้ อยที่สุด สิ่งที่สาคัญ ที่สุดนักวาดภาพประกอบจะต้ องพบกับผู้เขียนและรับฟั งความคิดและความต้ องการของผู้เขียน และนักวาดภาพสามารถออกความคิดเห็นควบคู่พร้ อม ๆ กันได้ ด้วย เพื่อที่จะทาให้ ภาพประกอบ บังเกิดความสมบูรณ์และถูกต้ องมากที่สุด หลังจากนักวาดภาพประกอบพบปะกับนักเขียน และ สร้ างความเข้ าใจกั น เป็ นอย่ า งดี แ ล้ วนั ก วาดภาพจะต้ องกลั บ ไปร่ า งภาพ และออกแบบ ภาพประกอบจัดหน้ า กาหนดตัวอักษรของเนื ้อเรื่ อง แบ่งตอนของเนื ้อหาให้ เหมาะสม แล้ วจึงนาเอา ภาพร่างหรื อที่เรี ยกกันว่า “ดัมมี่” เอามาให้ ผ้ เู ขียนเรื่ องและบรรณาธิการตรวจ หรื อปรึกษากันอีก ครัง้ เพื่อให้ เกิดความเข้ าใจร่วมกันและได้ ภาพประกอบที่สมบูรณ์ที่สดุ 2.8.4 ภาพประกอบสร้ างจินตนาการสาหรับเด็ก นอกจากเด็กจะได้ ความรู้ ความ เข้ าใจและความคิดฝั นจินตนาการจากเรื่ องในหนังสือแล้ ว ภาพประกอบถื อได้ ว่าช่วยอธิ บายให้ เรื่ องนันชั ้ ดเจนยิ่งขึ ้น และนอกจากนี ้ภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ในภาพ


ที่จะช่วยให้ เด็กเกิดความคิดจินตนาการต่อเนื่องได้ อีกอันได้ แก่องค์ประกอบของภาพ รู ปแบบ ใน ภาพ สี น ้าหนักของสีและเทคนิคในการสร้ างสรรค์ 2.8.5 ภาพประกอบมี ผลต่อ ความละเอี ยดถี่ ถ้ วนความปราณี ต ถ้ าภาพประกอบ หนังสือสาหรับเด็กมีความสวยงาม สีสนั สะอาดสดใสและถูกจัดกระทาภาพประกอบโดยนักวาด ภาพประกอบอย่างปราณีตสวยงาม จะทาให้ เด็กรักในความงดงามมีรสนิยมในเชิงศิลปะ เพราะ ภาพประกอบที่ดีสาหรับเด็กจะมีอิทธิพลต่อความรู้สกึ และเกิดความประทับใจต่อเด็กด้ วย

ภาพที่ 30 ภาพตัวอย่างภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็ก (ที่มา : http://file.siam2web.com/swucartoontale/2009726_52239.jpg) 2.8.6 ลักษณะของภาพประกอบที่เด็กชอบ เด็ก ๆ จะสนใจภาพประกอบในหนังสือ สาหรับเด็ก โดยภาพประกอบในหนังสือจะต้ องมีลกั ษณะดังนี ้ - เด็กเล็กชอบภาพประกอบลายเส้ นที่ไม่ซบั ซ้ อนเมื่อเด็กโตขึ ้น ภาพประกอบที่ เด็กชอบจะมีลกั ษณะของภาพซับซ้ อนมากขึ ้นด้ วย - เด็กชอบภาพประกอบที่มีสีสนั สดใส - เด็กชอบภาพประกอบที่เหมาะสมและสอดคล้ องกับเนื ้อหา - เด็กชอบภาพประกอบที่มีขนาดใหญ่มากกว่าภาพประกอบที่มีขนาดเล็ก - เด็ก ๆ มักจะดูรูปด้ านขวามือก่อนรูปด้ านซ้ ายมือ - เด็กชาย และเด็กหญิงชอบภาพประกอบในหนังสือไม่แตกต่างกัน - ภาพวาดด้ วยสีน ้า และสีหมึกที่มีสีสนั สดใสส่งผลให้ เกิดจินตนาการได้ ดี 2.8.7 สิ่งที่นกั วาดภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กควรมี นักวาดภาพประกอบหนังสือ สาหรับเด็กจะต้ องคานึงถึงสิ่งต่อไปนี ้


- คิดอย่างเด็ก ผู้วาดภาพประกอบหนัง สื อส าหรั บเด็กจะต้ องศึกษาในเรื่ อ ง จิตวิทยาการรับรู้และการเรี ยนรู้ทางจักษุสมั ผัสของเด็กและจะต้ องหมัน่ ฝึ กสังเกตภาพวาดของเด็ก ทัว่ ๆ ไป ทังรู้ ปแบบ และกระบวนการถ่ายทอด ความคิดของเด็กในทุก ๆ สิ่ง ที่ อยู่รอบตัวของเขามี โอกาสเป็ นไปได้ ในทุกสิ่งตามใจปรารถนาของเขา - จินตนาการกว้ างไกล ผู้วาดภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กจะต้ องใช้ เวลา คลุกคลีอยู่กับเด็กเพื่อศึกษาและเฝ้าสังเกตดูความคิดและความต้ องการของเด็ก เด็ก ๆ จะมีโลก ส่วนตัวของเขา มีความคิด และการจินตนาการที่ยิ่งใหญ่ น้ อยด้ วยกฎกติกา และเกณฑ์การตัดสิน แต่ต้องการคาตอบที่มีเหตุและผล - ตื่นตัวหาความรู้ ผู้วาดภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กจะต้ องกระตือรื อร้ น หมั่นศึกษาหาความรู้ สม่าเสมอ ในองค์ความรู้ ทุก ๆ ด้ าน และจะต้ องเข้ าใจในองค์ความรู้ อย่าง ชัดเจนและแจ่มแจ้ ง จะต้ องศึกษาและค้ นคว้ าหาความรู้ที่ทนั สมัยอย่างสม่าเสมอด้ วย - รอบคอบและถี่ ถ้วน ผู้วาดภาพประกอบหนังสือส าหรับเด็กจะต้ องรู้ จักการ นาเสนอภาพประกอบสาหรับเด็กว่าสิ่งใดเหมาะสมหรื อไม่เหมาะสมกับเด็ก และจะต้ องระมัดระวัง ในรายละเอียดของข้ อมูลที่เป็ นจริง - ปรับปรุงอย่างสร้ างสรรค์ ผู้วาดภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กจะต้ องศึกษา และปรับปรุงผลงานของตัวเองให้ เหมาะสมที่สดุ โดยพิจารณาจากผลงานที่สร้ างสรรค์ผ่านมา โดย พยายามคิดค้ นกระบวนการ และขันตอนการท ้ างานให้ ผลงานออกมาเหมาะสมกับความสนใจ และความต้ องการของเด็กให้ มากที่สดุ - มีความสุขกับการสร้ างสรรค์ ผู้วาดภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กจะต้ อง สร้ างสรรค์ผลงานของตัวเองสาหรับเด็กให้ เป็ นธรรมชาติมากที่สุด กล่าวคือผู้วาดภาพประกอบ จะต้ องมีลกั ษณะเฉพาะของตัวเอง ซึง่ จะทาให้ ผ้ วู าดภาพประกอบสร้ างสรรค์ผลงานสาหรับเด็กเกิด ความสนุก และมีความสุขด้ วย - มีความสุขกับการเลือกใช้ วสั ดุ ผู้วาดภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กจะต้ อง พิจารณาเลือกวัสดุและอุปกรณ์ในการจัดทาภาประกอบหนังสือสาหรับเด็ก ด้ วยความเหมาะสม กับลักษณะงานเฉพาะของผู้วาดภาพประกอบเอง ซึ่งจะทาให้ ผ้ วู าดภาพประกอบมีความสุข และ เกิดความสนุกสนานกับการสร้ างสรรค์ผลงาน - มีความรับผิดชอบและมีระเบียบวินยั ผู้วาดภาพประกอบจะต้ องรู้ หน้ าที่ของ ตนเองโดยต้ องเข้ า ใจว่าตนเองจะต้ อ งทางานร่ ว มกับผู้อื่ นอี ก หลายคน เช่น นัก เขี ย น เจ้ า ของ สานักพิมพ์ บรรณาธิการ หรื อผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ้ วู าดภาพประกอบต้ องการข้ อมูลโดยผู้วาดจะต้ องรับ


ฟั งแนวทางการเสนอข้ อคิดเห็นของผลงานได้ นักภาพวาดประกอบที่ดีจะต้ องไม่ผดั วันประกันพรุ่ง และจะต้ องตรงต่อเวลานัดหมายด้ วย หนัง สื อ ส าหรั บ เด็ ก นอกจากเนื อ้ หาของหนัง สื อ ที่ ส่ ง เสริ ม ในการเรี ย นรู้ และสร้ าง ประสบการณ์สาหรับเด็กแล้ ว ภาพประกอบยังมีบทบาทอย่างสูงในการที่จะทาให้ เด็กกระตือรื อร้ น ที่ จ ะสนใจในหนัง สื อ ดัง นัน้ ภาพประกอบส าหรั บเด็ก จึง มี บ ทบาทและหน้ าที่ ของมัน จากการ ออกแบบและการคิ ด สร้ างสรรค์ ที่ ดี โดยนั ก วาดภาพประกอบที่ มี คุ ณ สมบัติ ข องนั ก วาด ภาพประกอบหนังสื อสาหรับเด็กที่พึงมี ภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กในปั จจุบนั มีรูปแบบและ เทคนิคการสร้ างสรรค์ที่หลากหลายน่าสนใจต่อเด็กเป็ นอย่างมาก รวมถึงระบบการพิมพ์สมัยใหม่ที่ ทาให้ ภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กงดงามปราณีตและมีความสมบูรณ์ 3. ความรู้ เกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ 3.1 ประวัตคิ วามเป็ นมาของเกษตรทฤษฎีใหม่ ปั ญหาการขาดแคลนที่ดินทากินของเกษตรกร เป็ นปั ญหาสาคัญยิ่งในปั จจุบนั และการ ประกอบอาชีพทางการเกษตรโดยเฉพาะในเขตที่ใช้ น ้าฝนทานาเป็ นหลัก เกษตรกรจะมีความเสี่ยง สูง เป็ นเหตุให้ ผลผลิตข้ าวอยู่ในระดับต่า ไม่เพียงพอต่อการบริ โภค ด้ วยพระอัจฉริ ยะในการแก้ ปั ญหา จึงได้ พระราชทาน "ทฤษฎีใหม่" ให้ ดาเนินการในพื ้นที่ทากินที่มีขนาดเล็ก ประมาณ ๑๕ ไร่ ด้ วยวิธีการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาอย่างเหมาะสม ด้ วยการจัดสรรการใช้ ประโยชน์ในที่ดินโดย ให้ มี การจัดสร้ างแหล่ง นา้ ในที่ ดินส าหรั บการทาการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ ผล เพื่ อให้ เกษตรกรสามารถเลี ย้ งตัว เองได้ ให้ มี ร ายได้ ใ ว้ ใ ช้ จ่ า ยและมี อ าหารใว้ บ ริ โ ภคตลอดปี ซึ่ง ได้ ดาเนินการอย่างแพร่ หลายในปั จจุบนั เพื่อการผลิตทางเกษตรกรรมที่ยงั่ ยืนสาหรับเกษตรกรชาว ไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หวั ได้ ทรงมีพระราชดารัสว่า "…ถึงบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียง และ ทฤษฎีใหม่ สองอย่างนี ้จะทาความเจริญแก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้ วต้ องอดทน ต้ องไม่ ใจร้ อน" พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หวั ได้ ทรงทาการศึกษาและวิจยั เชิงปฏิบตั ิ เกี่ยวกับทฤษฎีใหม่ มาเป็ นเวลานานตังแต่ ้ ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ในพื ้นที่ส่วนพระองค์ขนาด ๑๖ ไร่ ๒ งาน ๒๓ ตารางวาใกล้ วัดมงคล ตาบลห้ วยบง อาเภอเมือง จังหวัดสระบุรี และทรงมอบให้ มูลนิธิชยั พัฒนาที่ทรงจัดตัง้ ขึ ้นมาเพื่อเสริ มโครงการของรัฐ ทังนี ้ ก้ ่อนที่จะทรงนาเอกสารออกเผยแพร่ อย่างเป็ นทางการในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ นัน้ ทรงให้ จดั ตัง้ "ศูนย์บริ หารพัฒนา" ตามแนวพระราชดาริ อยู่ในความรับผิดชอบ ของมูลนิธิชยั พัฒนา เพื่อเป็ นต้ นแบบสาธิตการพัฒนาด้ านการเกษตรโดยประสานความร่ วมมือ ระหว่าง วัด ราษฎรและรัฐ ทาการเผยแพร่ อาชีพการเกษตรและจริ ยธรรมแก่ประชาชนในชนบท


โดยทรงหวังว่าหากประสบความสาเร็ จก็จะใช้ เป็ นแนวทางสาธิตในท้ องที่อื่นๆ ต่อไป ทังนี ้ ้ในส่วน ของการพัฒนาด้ านการเกษตรนัน้ ก็คือแนวคิดและมรรควิธีที่ร้ ูจกั กันในนาม "เกษตรทฤษฎีใหม่" 3.2 การดาเนินการทฤษฎีใหม่ พระราชดาริ "ทฤษฎีใหม่" เป็ นแนวทางหรื อหลักการในการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาคือ ที่ดินและน ้า เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้ เกิดประโยชน์สูงสุด ในการดาเนินการทฤษฎีใหม่ ได้ พระราชทานขันตอนด ้ าเนินงาน ดังนี ้ 3.2.1 ขันที ้ ่1 ทฤษฎีใหม่ขนต้ ั ้ น สถานะพื ้นฐานของเกษตรกร คือ มีพื ้นที่น้อย ค่อนข้ าง ยากจน อยู่ในเขตเกษตรน ้าฝนเป็ นหลัก โดยในขันที ้ ่ 1 นีม้ ีวตั ถุประสงค์เพื่อสร้ างเสถียรภาพของ การผลิต เสถียรภาพด้ านอาหารประจาวัน ความมัน่ คงของรายได้ ความมัน่ คงของชีวิต และความ มัน่ คงของชุมชนชนบท เป็ นเศรษฐกิจพึ่งตนเองมากขึ ้น มีการจัดสรรพื ้นที่ทากินและที่อยู่อาศัย ให้ แบ่งพื ้นที่ ออกเป็ น 4 ส่วน ตามอัตราส่วน 30:30:30:10 ได้ แก่ - พื ้นที่ส่วนที่หนึ่งประมาณ 30% ให้ ขดุ สระเก็บกักน ้า เพื่อใช้ เก็บกักน ้าฝนในฤดู ฝนและ ใช้ เสริ มการปลูกพืชในฤดูแล้ ง ตลอดจนการเลี ้ยงสัตว์น ้าและพืชน ้าต่าง ๆ (สามารถเลี ้ยง ปลา ปลูกพืชน ้า เช่น ผักบุ้ง ผักกะเฉด ฯ ได้ ด้วย) - พื น้ ที่ ส่ ว นที่ ส องประมาณ 30% ให้ ปลู ก ข้ า วในฤดูฝ น เพื่ อ ใช้ เ ป็ นอาหาร ประจาวันในครัวเรื อนให้ เพียงพอตลอดปี เพื่อตัดค่าใช้ จา่ ยและสามารถพึง่ ตนเองได้ - พื น้ ที่ ส่ ว นที่ ส ามประมาณ 30% ให้ ป ลูก ไม้ ผ ล ไม้ ยื น ต้ น พื ช ผัก พื ช ไร่ พื ช สมุนไพร ฯลฯ เพื่อใช้ เป็ นอาหารประจาวัน หากเหลือบริโภคก็นาไปจาหน่าย - พืน้ ที่ส่วนที่สี่ประมาณ 10% ใช้ เป็ นที่อยู่อาศัย เลีย้ งสัตว์ และโรงเรื อนอื่น ๆ (ถนน คันดิน กองฟาง ลานตาก กองปุ๋ยหมัก โรงเรื อน โรงเพาะเห็ด คอกสัตว์ ไม้ ดอกไม้ ประดับ พืชผักสวนครัวหลังบ้ าน เป็ นต้ น) ทฤษฎี ใหม่ขนั ้ ก้ าวหน้ า เมื่อเกษตรกรเข้ าใจในหลักการและได้ ลงมือปฏิบตั ิตามขันที ้ ่ หนึง่ ในที่ดนิ ของตนเป็ นระยะเวลาพอสมควรจนได้ ผลแล้ ว เกษตรกรก็จะพัฒนาตนเองจากขัน้ "พอ อยู่พอกิน" ไปสู่ขนั ้ "พอมีอนั จะกิน" เพื่อให้ มีผลสมบูรณ์ยิ่งขึ ้น จึงควรที่จะต้ องดาเนินการตามขันที ้ ่ สองและขันที ้ ่สามต่อไปตามลาดับ (มูลนิธิชยั พัฒนา, ๒๕๔๒) 3.2.2 ขันที ้ ่2 ทฤษฎีใหม่ขนกลาง ั้ เมื่อเกษตรกรเข้ าใจในหลักการและได้ ปฏิบตั ิในที่ดิน ของตนจนได้ ผลแล้ วก็ต้องเริ่มขันที ้ ่สอง คือ ให้ เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่ม หรื อสหกรณ์ ร่วมแรง ร่วมใจกันดาเนินการในด้ าน


- การผลิต เกษตรกรจะต้ องร่วมมือในการผลิตโดยเริ่ มตังแต่ ้ ขันเตรี ้ ยมดิน การ หาพันธุ์พืช ปุ๋ย การหาน ้า และอื่น ๆ เพื่อการเพาะปลูก - การตลาด เมื่อมีผลผลิตแล้ ว จะต้ องเตรี ยมการต่าง ๆ เพื่อการขายผลผลิตให้ ได้ ประโยชน์สงู สุด เช่น การเตรี ยมลานตากข้ าวร่วมกัน การจัดหายุ้งรวบรวมข้ าว เตรี ยมหาเครื่ องสี ข้ าว ตลอดจนการรวมกันขายผลผลิตให้ ได้ ราคาดี และลดค่าใช้ จา่ ยลงด้ วย - ความเป็ นอยู่ ในขณะเดียวกันเกษตรกรต้ องมีความเป็ นอยู่ที่ดีพอสมควร โดยมี ปั จจัยพื ้นฐานในการดารงชีวิต เช่น อาหารการกินต่าง ๆ กะปิ น ้าปลา เสื ้อผ้ า ที่พอเพียง - สวัส ดิก าร แต่ล ะชุม ชนควรมี ส วัส ดิก ารและบริ ก ารที่ จ าเป็ น เช่น มี ส ถานี อนามัยเมื่อยามป่ วยไข้ หรื อมีกองทุนไว้ ให้ ก้ ยู ืมเพื่อประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ - การศึกษา มี โรงเรี ยนและชุม ชนมี บทบาทในการส่ง เสริ ม การศึกษา เช่น มี กองทุนเพื่อการศึกษาเล่าเรี ยนให้ แก่เยาวชนของชุมชนเอง - สังคมและศาสนา ชุมชนควรเป็ นศูนย์กลางในการพัฒนาสังคมและจิตใจ โดย มีศาสนาเป็ นที่ยดึ เหนี่ยว กิจกรรมทังหมดดั ้ งกล่าวข้ างต้ น จะต้ องได้ รับความร่วมมือจากทุกฝ่ ายที่เกี่ยวข้ อง ไม่ ว่าส่วนราชการ องค์กรเอกชน ตลอดจนสมาชิกในชุมชนนันเป็ ้ นสาคัญ 3.2.3 ขันที ้ ่3 ทฤษฎีใหม่ขนก้ ั ้ าวหน้ า เมื่อดาเนินการผ่านพ้ นขันที ้ ่สองแล้ ว เกษตรกรจะ มีรายได้ ดีขึ ้น ฐานะมัน่ คงขึ ้น เกษตรกรหรื อกลุ่มเกษตรกรก็ควรพัฒนาก้ าวหน้ าไปสู่ขนที ั ้ ่สามต่อไป คือ ติดต่อประสานงาน เพื่อจัดหาทุน หรื อแหล่งเงิน เช่น ธนาคาร หรื อบริ ษัทห้ างร้ านเอกชน มา ช่วยในการทาธุระกิจ การลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต ทังนี ้ ้ ทังฝ่้ ายเกษตรกรและฝ่ ายธนาคารกับ บริษัท จะได้ รับประโยชน์ร่วมกัน กล่าวคือ - เกษตรกรขายข้ าวได้ ในราคาสูง - ธนาคารกับบริษัทสามารถซื ้อข้ าวบริโภคในราคาต่า - เกษตรกรซื ้อเครื่ องอุปโภคบริโภคได้ ในราคาต่า - ธนาคารกับบริษัทจะสามารถกระจายบุคลากร ในปั จจุบนั นี ้ได้ มีการนาเอาเกษตรทฤษฎีใหม่ไปทาการทดลองขยายผล ณ ศูนย์ศกึ ษา การพัฒนาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ รวมทังกรมวิ ้ ชาการเกษตรได้ ดาเนินการจัดทา แปลงสาธิ ต จ านวน ๒๕ แห่ ง กระจายอยู่ ทั่ ว ประเทศ นอกจากนี ก้ รมพั ฒ นาชุ ม ชน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองบัญ ชาการทหารสูง สุด กองทัพ ภาค


กระทรวงกลาโหม และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ มีการดาเนินงานให้ มีการนาเอาทฤษฎีใหม่นี ้ไปใช้ อย่างกว้ างขวางขึ ้น 4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้ อง นางสาวเชษฐ์ สุดา มีเงิน : โครงการออกแบบภาพประกอบหนังสือ pop – up สาหรับ เด็ก เรื่ อง พระพุทธประวัติ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี การศึกษา 2548 เป็ นการ ออกแบบภาพประกอบที่น่ารักสดใสเหมาะสมกับวัยเด็ก รวมกับความตื่นตาตื่นใจของ ภาพ 3 มิติ ทาให้ เด็กๆ สนใจอยากศึกษาพุทธศาสนามากขึ ้น

ภาพที่ 31 ภาพประกอบหนังสือ pop – up สาหรับเด็ก เรื่ อง “พระพุทธประวัต”ิ (ที่มา : http://www.era.su.ac.th/online/dec48/html/visual_com/444068.htm) นางสาวพนิดา เสมแย้ ม : การออกแบบภาพประกอบหนังสือเรื่ อง นิทาน กตัญญู (A DESIGN OF ILLUSTARTION BOOK TALE IS GRATEFUL) สาขาวิชาศิลปกรรม คณะ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ปี การศึกษา 2553 โครงการนี ้เป็ น ผลงานจากการศึก ษาการออกแบบภาพประกอบ เพื่ อ น าความรู้ ที่ ไ ด้ ม าใช้ ใ นการออกแบบ ภาพประกอบ ซึ่งมีเนื ้อหาเกี่ยวกับการกตัญญูตอ่ ผู้มีพระคุณ ซึ่งถือว่าเป็ นการปลูกฝั งให้ เด็กไทยมี นิสยั กตัญญูร้ ูคณ ุ ผ่านทางหนังสือนิทาน เรื่ อง กตัญญู


ภาพที่ 32 ภาพประกอบหนังสือเสริมความรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับเด็ก (ที่มา : http://www.era.su.ac.th/online/dec48/html/visual_com/444066.htm) นางสาวศิษฎา ดาราวลี : โครงการออกแบบหนังสือเสริ มความรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับเด็ก คณะมัณ ฑนศิล ป์ มหาวิทยา���ัยศิลปากร ปี การศึก ษา 2548 โครงการออกแบบนี เ้ ป็ นผลจาก การศึกษาการออกแบบภาพประกอบ เพื่ อนาไปออกแบบหนัง สื อส่ง เสริ ม ความรู้ วิทยาศาสตร์ สาหรับเด็ก ทาให้ เด็กเกิดการเรี ยนรู้ใหม่ๆ และสามารถเรี ยนรู้อย่างสนุกสนาน นางสาวชนัญญา กิจเจริ ญชัย : การออกแบบภาพประกอบสาหรับสมุดจดบันทึก “ยิ ้ม ได้ ” (Illustration design for planner book “Yim Dai”) คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี การศึกษา 2548 โครงการนี ้เป็ นผลจากการศึกษาข้ อมูลทางด้ านการออกแบบภาพประกอบ ซึ่ง ยังรวมถึงการศึกษาและรวบรวมข้ อมูลความเครี ยดของวัยรุ่ นว่ามีปั ญหาใดบ้ าง แล้ วจึงทาการ ออกแบบโดยพยายามให้ รูปแบบของสมุดจดบันทึกแปลกใหม่แต่ประโยชน์ยงั คงเดิม


บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน การออกแบบที่ดีนนควรเริ ั้ ่ มต้ นจากการทาความเข้ าใจในภาพรวมของงานทัง้ หมดก่อน แล้ วจึงออกแบบในรายละเอียดปลีกย่อยของงาน โดยต้ องมีการวางแผนการดาเนินงานให้ เป็ น ระบบ เพื่ อ ให้ ผ ลงานนัน้ ส าเร็ จ ตามเป้ าหมายที่ ว างแผนไว้ การที่ ผ้ ูวิ จัย ได้ ศึก ษาเกี่ ย วกับ งาน ทางด้ านการออกแบบหนังสือ และได้ ทาการออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริ มการเรี ยนรู้ การทา เกษตรทฤษฎีใหม่นนั ้ ผู้วิจัยได้ มีแนวคิดและกาหนดรายละเอียดสาหรับการออกแบบโดยรวมซึ่ง สามารถจาแนกได้ ดงั นี ้ 1. ขันตอนการวางแผนก่ ้ อนการผลิตงาน (Pre Production Stage) 1.1 ตังสมมติ ้ ฐาน 1.2 การศึกษารวบรวมข้ อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) 1.3 การศึกษาตัวอย่างจากกรณีศกึ ษา (Case Study) 2. การกาหนดแบบร่างทางความคิด การพัฒนาแบบตามวัตถุประสงค์และสมมติฐาน 2.1 การออกแบบโครงสร้ างโดยออกแบบแนวคิด (Concept) 2.2 ภาพแบบร่างทางความคิดโดยออกแบบตามแนวคิดที่วางไว้ 2.3 การปรับปรุงแก้ ไขแบบจนได้ รูปแบบที่ถกู ต้ องและเหมาะสม 3. ขันตอนการพั ้ ฒนาและการผลิตผลงาน (Development and Production Stage) 3.1 การร่างแบบจริง (Working Drawing) 3.2 ผลิตผลงานจริงตามวัตถุประสงค์และสมมติฐานที่ได้ กาหนดไว้ 4. ขันตอนหลั ้ งการผลิตผลงาน (Post Production Stage) 4.1 ทาการเผยแพร่งานวิจยั 4.2 การตรวจสอบ ทดสอบและสารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงาน 4.3 การวิเคราะห์สรุปผลงาน อภิปรายและข้ อเสนอแนะ


1. ขัน้ ตอนการวางแผนก่ อนการผลิตงาน (Pre Production Stage) การกาหนดประเด็นและการศึกษาค้ นคว้ าข้ อมูลต่างๆที่กี่ยวข้ อง (Related Literature) 1.1 ตัง้ สมมติฐาน เมื่อทราบที่มาของปั ญหาและวิเคราะห์ข้อมูลแล้ ว จึงทาการกาหนดขอบเขต แนวทางใน การทางานดังนี ้ คือ การออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ ขนาด 20×20 เซนติเมตร จานวนหน้ าทังหมด ้ 14 หน้ า จานวน 1 เล่ม 1.2 การศึกษารวบรวมข้ อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) ในรู ปแบบต่างๆ ทัง้ ที่ เป็ นทฤษฎี แนวความคิดและผลงานวิจัย ซึ่ง แบ่ง เป็ นการรวบรวม ข้ อมูลจากเอกสารหนังสือ การรวบรวมข้ อมูลจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้ องกับการออกแบบลักษณะต่างๆ เช่น ความรู้ เกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ หลักการออกแบบและจัดทาหนังสือ การออกแบบหนังสือ สาหรับเด็ก เมื่อได้ ข้อมูลทฤษฎีตา่ งๆ เหล่านี ้แล้ วก็ทาการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ ได้ แนวทางและองค์ ความรู้โดยรวมในการทางานที่ชดั เจนขึ ้น 1.3 การศึกษาตัวอย่ างจากกรณีศึกษา (Case Study) จากการศึกษางานด้ านการออกแบบหนัง สื อป๊ อปอัพ และการออกแบบภาพประกอบ หนังสือ ทาให้ ได้ ทราบว่าในการออกแบบหนังสือป๊ อปอัพ และการออกแบบภาพประกอบหนังสือ นันมี ้ ขนตอนและวิ ั้ ธีทาอย่างไร เพื่อจะได้ นาเอาประโยชน์ที่ได้ จากการศึกษาตัวอย่างนี ้มาใช้ ในงาน ออกแบบวิจัยต่อไป เช่น เรื่ องการสร้ างภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กวัยต่างๆ เทคนิคในการ สร้ างสรรค์ภาพประกอบหนังสือ เป็ นต้ น 2. การกาหนดแบบร่ างทางความคิด การพัฒนาแบบตามวัตถุประสงค์ และสมมติฐาน การกาหนดแบบร่ างทางความคิดนัน้ เริ่ มต้ นจากการกาหนดเนือ้ เรื่ องว่ าแต่ละส่วนนัน้ มี เนื ้อหาอย่างไร แล้ วตีความของเนื ้อเรื่ องนันๆให้ ้ ออกมาเป็ นรูปภาพ โดยจะต้ องคานึงถึงในขันตอน ้ ของการทาป๊ อปอัพด้ วย โดยจะเน้ นให้ มีความน่ารัก สดใส และสามารถแสดงให้ เห็นถึงวิถีชีวิตของ ชาวนา ซึง่ ลักษณะต่างๆ ที่กล่าวมานี ้จะต้ องทาการออกแบบให้ อยูล่ กั ษณะที่เด็กชื่นชอบเป็ นหลัก 2.1 การออกแบบโครงสร้ างโดยออกแบบแนวคิด (Concept) ในการออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่นี ้ผู้วิจยั ต้ องการ ส่งเสริมการเรี ยนรู้เกี่ยวการทาการเกษตรทฤษฎีใหม่ให้ กบั เด็กและเยาวชน และยังต้ องการปลูกฝั ง ให้ เด็กและเยาวชนรู้ จักวิถีชี วิตแบบพอเพียง ผ่านทางการอ่านหนังสือ และเพิ่มลูกเล่นป๊ อปอัพ ให้ กับหนังสือ เพื่อให้ เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ ้น ซึ่งในการออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริ มการ เรี ยนรู้ การทาเกษตรทฤษฎี ใหม่นีจ้ ะออกแบบโดยเน้ นการนาเสนอในรู ปแบบของตัวการ์ ตูนที่ มี


ลักษณะเป็ นเกษตรกร เน้ นความเรี ยบง่ายของลายเส้ น ให้ ดไู ม่ซบั ซ้ อน โดยจะเน้ นในส่วนของการ ทาป๊ อปอัพอีกส่วนหนึง่ ด้ วย 2.2 ภาพแบบร่ างทางความคิดโดยออกแบบตามแนวคิดที่วางไว้ ซึ่งแบบที่ได้ ทาการออกแบบนันจะต้ ้ องมีการตีความจากเนื อ้ หาในแต่ละส่วนของหนังสือ ก่อนเป็ นอันดับแรก แล้ วจึงทาการร่างแบบออกมาตามเนื ้อเรื่ องให้ มีความสอดคล้ องกัน ในขันตอน ้ นี ้ผู้วิจยั ได้ ทาการร่างแบบโดนการ สเก็ตด้ วยมือไว้ ดังนี ้ 2.2.1 การออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ขนตอน ั้ การทานัน้ เริ่ ม จากการร่ างแบบตามเนื อ้ หา ซึ่ง แบ่ง เป็ น ปกหน้ าและปกหลัง , พระราชดาริ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หวั ฯ, ส่วนที่ 1 แหล่งน ้า, ส่วนที่ 2 นาข้ าว , ส่วนที่ 3 พืชสวนพืชไร่ , ส่วน ที่ 4 ที่อยูอ่ าศัย, สรุปเนื ้อหาเกี่ยวกับโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ เมื่อร่างแบบตามเนือ้ หาที่กาหนดไว้ เรี ยบร้ อยแล้ ว ก็นาไปออกแบบและสร้ างสรรค์ด้วยคอมพิวเตอร์ เป็ นอันดับต่อไป 2.3 การปรั บปรุ งแก้ ไขแบบจนได้ รูปแบบที่ถูกต้ องและเหมาะสม จากแบบร่างด้ วยมือแล้ วนาไปออกแบบและสร้ างสรรค์ด้วยคอมพิวเตอร์ นนั ้ ทาให้ สามารถ เพิ่มเติมและปรังปรุ งผลงานให้ ออกมาเป็ นต้ นแบบในการออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริ มการ เรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ได้ ตามที่ได้ กาหนดไว้ ตามสมมติฐาน 3. ขัน้ ตอนการพัฒนาและการผลิตผลงาน (Development and Production Stage) 3.1 การร่ างแบบจริง (Working Drawing) งานออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริ มการเรี ยนรู้ การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ สาหรับเด็กและ เยาวชนนัน้ เป็ นต้ นแบบที่ สามารถนาไปผลิตได้ จ ริ ง โดยเริ่ ม ต้ นจากการร่ างแบบด้ วยมื อลงบน กระดาษ แล้ วนาไปทาการออกแบบ สร้ างสรรค์ และปรับปรุ งด้ วยคอมพิวเตอร์ ให้ เสร็ จสมบูรณ์ จากนันท ้ าการกาหนด ตังค่ ้ าให้ ได้ เท่ากับขนาดที่กาหนดและวางแผนไว้ แล้ ว จากนันจึ ้ งเป็ นขันตอน ้ การพิมพ์ออกมาเพื่อนาไปทาเป็ นป๊ อปอัพ ก่อนที่จะประกอบเป็ นรู ปร่างที่สมบูรณ์ในหนังสือป๊ อป อัพส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ 3.2 ผลิตผลงานจริงตามวัตถุประสงค์ และสมมติฐานที่ได้ กาหนดไว้ ในการออกแบบหนังสือ ป๊ อปอัพส่งเสริ มการเรี ยนรู้ การทาเกษตรทฤษฎี ใหม่ ได้ กาหนด ขอบเขตของการทางานไว้ คือ การออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริ มการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎี ใหม่ ขนาด 20×20 เซนติเมตร จานวนหน้ าทังหมด ้ 14 หน้ า จานวน 1 เล่ม


4. ขัน้ ตอนหลังการผลิตผลงาน (Post Production Stage) 4.1 ทาการเผยแพร่ งานวิจัย นาผลงานที่สาเร็จแล้ ว ซึ่งก็คือ หนังสือป๊ อปอัพส่งเสริ มการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ ไปเผยแพร่ให้ กบั กลุม่ เป้าหมายที่ตงไว้ ั ้ และผู้ที่สนใจว่าเป็ นไปตามเป้าหมายที่ตงไว้ ั ้ หรื อไม่ 4.2 การตรวจสอบ ทดสอบและสารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงาน ใช้ แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจในผลงานการออกแบบ จาแนกตาม ประเด็ น ของสมมติ ฐ าน จ านวน 20 ชุ ด เพื่ อ ใช้ เป็ นแบบสอบถาม โดยแบ่ ง ประเด็ น ของ แบบสอบถามเป็ น 2 ส่วน ดังนี ้ ตอนที่ 1 ลักษณะทัว่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้ แก่ เพศ อายุ อาชีพ รายได้ เฉลี่ย ต่อเดือน ความรู้ทางด้ านศิลปปะและการออกแบบ และความถี่เฉลี่ยในการเข้ าชมนิทรรศการ ตอนที่ 2 ความพึง พอใจของผู้ต อบแบบสอบถาม “การออกแบบหนัง สื อ ป๊ อปอัพ ส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่” ของนางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต ที่นาเสนอ ซึ่ง คาถามในส่วนนี ้ได้ แก่ความเห็นเรื่ องกระบวนการผลิตผลงาน และภาพรวมของผลงาน 4.3 การวิเคราะห์ สรุปผลงาน อภิปรายและข้ อเสนอแนะ เป็ นขันตอนสุ ้ ดท้ ายเพื่อสรุปผลงานทังหมดที ้ ่ผ้ วู ิจยั ได้ สร้ างสรรค์ออกมา และวิเคราะห์ว่ามี ความสอดคล้ องกับสมมติฐานและวัตถุประสงค์หรื อไม่ พร้ อมข้ อเสนอแนะอื่นๆ ที่ผ้ วู ิจยั ได้ จากการ ทาการวิจยั ครัง้ นี ้ 5. ประชากรในการวิจัย 5.1 ผลงานการออกแบบ – เขียนแบบ จากการร่างแบบของงานก่อนการพิมพ์เล่มจริงนันท ้ าให้ สามารถทราบถึงปั ญหาของงานว่า เป็ นเช่นไร และสามารถทาการแก้ ไขให้ งานนันสมบู ้ รณ์ขึ ้นได้ ด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งทาให้ ผลงานนัน้ เกิ ดความสวยงามและสมบูรณ์ ม ากยิ่ง ขึน้ แล้ วยังสามารถใช้ เป็ นต้ นแบบจริ ง เพื่ อตัง้ แสดงงาน นิทรรศการ การออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริ มการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่สามารถใช้ เป็ นต้ นแบบจริงตามวัตถุประสงค์และสมมติฐาน 5.2 จัดทาเอกสารรู ปเล่ มรวมงานสรุ ปผลการวิจัย หลัง จากที่ไ ด้ ทาการออกแบบ และจัดทาผลงานจริ งเรี ยบร้ อยแล้ ว จึงดาเนินการจั ดทา เอกสารรู ปเล่มรวมผลงานเพื่อทาการสรุ ปเนื ้อหา และ เพื่อนาไปเผยแพร่ ผ่านทางอินเตอร์ เน็ตที่ http://issuu.com/ubonwan


6. เครื่องมือในการวิจัย 6.1 โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 6.1.1 โปรแกรม Adobe Photoshop CS5 ใช้ ในการออกแบบและตกแต่งภาพ 6.1.2 โปรแกรม Microsoft Word 2007 ใช้ ในการพิมพ์เนื ้อหาของงานวิจยั 6.2 แบบสอบถาม 6.2.1 แบบสอบถามความคิดเห็นและความพึงพอใจจากบุคคลที่ชมหนังสือป๊ อปอัพ ส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ จานวน 20 ชุด 7. ระยะเวลาในการเก็บข้ อมูล ระยะเวลาทังหมด ้ 12 เดือน กิจกรรม / ขัน้ ตอนการดาเนินงาน

ระยะเวลาในการดาเนินงาน มิ.ย . 54

ก.ค . 54

ส.ค . 54

ก.ย . 54

ต.ค . 54

พ.ย . 54

ธ.ค . 54

ม.ค .55

ก.พ .55

มี.ค .55

เม. ย. 55

พ.ค .55

1.ขันตอนการวาง ้ แผนก่อนการผลิตงาน (Pre - Production Stage) 2. การกาหนดแบบร่างทางความคิดการ พัฒนาแบบตามวัตถุประสงค์ และ สมมติฐาน (Concept Render) 3. ขันตอนการพั ้ ฒนาและการผลิตผลงาน (Development and Production Stage) 4. ขันตอนหลั ้ งการผลิตผลงาน (Post Production Stage)

ตารางที่ 1 แผนการดาเนินงานตลอดโครงการ (ที่มา : อุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) เมื่อมีการวางแผนการดาเนินงานวิจยั แล้ ว ในเรื่ องต่อไปเป็ นขัน้ ตอนการวิเคราะห์ข้อมูล จากการสัมภาษณ์ผ้ เู ชี่ยวชาญ จากกรณีศกึ ษาและวิธีการดาเนินงานวิจยั ที่มีรายละเอียดแยกย่อย ลงไปอีก ดังที่ผ้ วู ิจยั จะกล่าวต่อไปในบทที่ 4 คือ การวิเคราะห์ข้อมูล


บทที่ 4 การวิเคราะห์ ข้อมูล ในการออกแบบหนัง สื อป๊ อปอัพ ส่ง เสริ ม การเรี ยนรู้ การทาเกษตรทฤษฎี ใหม่ นัน้ ต้ องมี การศึกษาข้ อมูล และวางแผนก่อนการดาเนินงาน เพื่อความเป็ นระบบระเบียบ เมื่อเข้ าสู้ขนตอน ั้ ของการดาเนินงาน สามารถแบ่งขันตอนการท ้ างานได้ ดงั นี ้ 1. ขัน้ ตอนการวางแผนก่ อนการผลิตงาน (Pre Production Stage) 1.1 ตัง้ สมมติฐาน เมื่อทราบที่มาของปั ญหาและวิเคราะห์ข้อมูลแล้ ว จึงทาการกาหนดขอบเขต แนวทางใน การทางาน โดยสามารถตังสมมติ ้ ฐานของการวิจยั เรื่ องการออกแบบภาพประกอบหนังสือ ป๊ อปอัพ สาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ ได้ ดงั นี ้ การออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ เป็ นการ ออกแบบภาพประกอบหนังสือให้ สอดคล้ องกับเนื ้อหาเกี่ยวกับการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งส่งเสริ ม การเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ เหมาะสมสาหรับเด็กวัยประถมศึกษา ช่วงอายุระหว่าง 7 –12 ปี หนังสือเล่มนีจ้ ะทาให้ ได้ การเรี ยนรู้ เกษตรทฤษฎี ใหม่เป็ นเรื่ องที่เข้ าใจได้ ง่าย สามารถเรี ยนรู้ หลักการใช้ ชีวิตแบบพอเพียง และยังเป็ นการเผยแพร่ เรื่ องการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ให้ เป็ นที่ร้ ู จัก มากขึ ้น ในการออกแบบหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริ มการเรี ยนรู้ การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ครัง้ นี ้จั ดทา จานวน 1 เล่ม ขนาด 20×20 เซนติเมตร โดยใช้ เทคนิคป๊ อปอัพ เนือ้ หาทัง้ หมดภายในรู ปเล่ม มี จานวน 14 หน้ า พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ ตมัน 200 แกรม 1.2 การศึกษารวบรวมข้ อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) การศึกษาข้ อมูลในรูปแบบต่างๆ ทังที ้ ่เป็ นทฤษฎีแนวความคิดและผลงานวิจยั ซึ่งแบ่งเป็ น การรวบรวมข้ อมูลจากเอกสารหนังสือ การรวบรวมข้ อมูลจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้ องกับการออกแบบ ลักษณะต่างๆ โดยสามารถสรุปข้ อมูลที่รวบรวมได้ ดงั นี ้ 1.2.1 หลักการออกแบบสิ่งพิมพ์ สิ่งพิมพ์ที่พบเห็นทัว่ ไปประกอบด้ วยองค์ประกอบ สาคัญหลายอย่าง การออกแบบสิ่งพิมพ์จึงต้ องคานึงถึงการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ดังกล่าวเข้ า ด้ วยกันโดยใช้ หลักการดังนี ้ ทิศทางการและการเคลื่อนไหว เอกภาพและความกลมกลืน ความ สมดุล สัดส่วน ความแตกต่าง จังหวะ ลีลา และการซ ้า เมื่อเราออกแบบโดยใช้ หลักการสาคัญ


เหล่านี ้มาจัดวางให้ ได้ ตรงตามองค์ประกอบศิลป์แล้ ว ผลงานที่เราได้ ทาการออกแบบนันจะออกมา ้ ตรงตามที่เราต้ องการอย่างสมบูรณ์แบบ 1.2.2 การออกแบบและจัด ท าหนัง สื อ นัก ออกแบบจะต้ อ งหาวิ ธี ชี ช้ วนผู้อ่ า นให้ ติดตามอ่านหนังสือเล่มนัน้ ตังแต่ ้ ปกหน้ าไปจนถึงปกหลังด้ วยความสนใจ การจะดูว่าการออกแบบ หนังสือประสบความสาเร็ จหรื อไม่จะดูจากรูปเล่มของหนังสือนัน้ ๆ ว่าน่าจับต้ องหรื อไม่ มีการจัด วางองค์ประกอบน่าอ่าน น่าสนใจเพียงใดผลงานออกแบบนันจะต้ ้ องไม่ทาให้ ผ้ อู ่านรู้สึกสับสน หรื อ เบื่ อ หน่า ย ตรงกัน ข้ า มนัก ออกแบบจะต้ อ งใช้ ค วามพยายามทุ ก ๆ ทางที่ จ ะท าให้ ผ้ ูอ่ า นเกิ ด ความรู้สกึ สะดุดตาในรูปเล่มทางกายภาพเบื ้องต้ น และเมื่อพลิกเข้ าไปด้ านในก็เกิดความรู้สึกอยาก ติดตามอ่านเนื ้อเรื่ องในหนังสือไม่ว่าเรื่ องนันจะเป็ ้ นเรื่ องหนักหรื อเรื่ องเบา การออกแบบและจัดทา หนังสือที่ดีควรเป็ นการทาให้ ผ้ ูอ่านสามารถติดตามอ่านเนื ้อหาของหนังสือเล่มนัน้ ต่อไปได้ อย่าง สบายตา มีความเข้ าใจเนื ้อหาประโยคต่อประโยค ย่อหน้ าต่อย่อหน้ า เรื่ องต่อเรื่ อง สัมพันธ์ กนั ไป ตลอดทังเล่ ้ ม ซึง่ ถือว่าเป็ นลักษณะที่สาคัญอันเกิดจากการได้ มีการออกแบบหนังสือไว้ ได้ นนั่ เอง 1.2.3 ภาพประกอบหนัง สื อส าหรั บเด็ก หนัง สื อส าหรั บเด็ก นอกจากเนื อ้ หาของ หนังสือที่ส่งเสริ มในการเรี ยนรู้ และสร้ างประสบการณ์สาหรับเด็กแล้ ว ภาพประกอบยังมีบทบาท อย่างสูงในการที่จะทาให้ เด็กกระตือรื อร้ นที่จะสนใจในหนังสือ ดังนันภาพประกอบส ้ าหรับเด็กจึงมี บทบาทและหน้ าที���ของมัน จากการออกแบบและการคิดสร้ างสรรค์ที่ดี โดยนักวาดภาพประกอบที่มี คุณสมบัติของนักวาดภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กที่พึงมี ภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กใน ปั จจุบนั มีรูปแบบและเทคนิคการสร้ างสรรค์ที่หลากหลายน่าสนใจต่อเด็กเป็ นอย่างมาก รวมถึง ระบบการพิ ม พ์ ส มัย ใหม่ที่ ทาให้ ภ าพประกอบหนัง สื อส าหรั บ เด็กงดงามปราณี ต และมี ค วาม สมบูรณ์ 1.2.4 เกษตรทฤษฎีใหม่ เป็ นแนวทางหรื อหลักในการบริ หารจัดการที่ดินและน ้า เพื่อ การเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้ เกิดประโยชน์สูงสุด ด้ วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จ พระเจ้ า อยู่หัว ได้ พ ระราชทานพระราชด าริ นี เ้ พื่ อ เป็ นการช่ว ยเหลื อ เกษตรกรที่ ป ระสบความ ยากล าบาก ให้ ส ามารถผ่า นช่ว งวิ ก ฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนน า้ ได้ โ ดยไม่เ ดื อดร้ อนและ ยากลาบากนัก 1.3 การศึกษาตัวอย่ างจากกรณีศึกษา (Case Study) จากการเก็บข้ อมูลรวบรวมตัวอย่างที่เป็ นกรณี ศึกษา แล้ วนามาสรุ ปเป็ นแนวทางในการ วิเคราะห์ข้อมูลทางการออกแบบเพื่อจะได้ นาเอาประโยชน์ที่ได้ จากการศึกษาตัวอย่างนี ้มาใช้ ใน งานออกแบบวิจยั ต่อไปโดยมีรายละเอียด ดังนี ้


1.3.1 กรณีศกึ ษาที่ 1 หนังสือภาพประกอบ เรื่ อง ผ้ าของพ่อ สานักพิมพ์พาสแอท คิดส์

ภาพที่ 33 ภาพประกอบหนังสือ เรื่ อง ผ้ าของพ่อ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) วิเคราะห์การออกแบบ หนัง สื อ เรื่ อ ง ผ้ า ของพ่ อ เป็ นหนัง สื อ ส าหรั บ เด็ก มี เ นื อ้ หาเกี่ ย วกับ ประโยชน์ ข อง ผ้ าขาวม้ า โดยนาเอาเรื่ องของความรักระหว่างพ่อที่มีให้ ลกู แสดงออกโดยการนาเอาผ้ าขาวม้ าเมื่อ เชื่อมถึงความรักนัน้ และหนังสือเล่มนี ้เป็ นหนังสือสาหรับเด็กที่แสดงให้ เห็นถึงวิถีชีวิตของความ เป็ นไทย มีภาพประกอบที่สวยงาม น่าสนใจ มีสีสนั ที่สดใส ซึ่งจะสามารถช่วยให้ เด็กเข้ าใจเกี่ยวกับ เรื่ องผ้ าขาวม้ าได้ ง่ายขึ ้น ข้ อดี

ข้ อด้ อย

สิ่งที่นามาใช้

1.ภาพประกอบมี สี สันสดใส และสวยงาม เหมาะส าหรั บ หนังสือเด็ก 2.ภาพประกอบสื่อให้ เห็นถึง วิถีชีวิตของคนไทยได้ ดี และ เข้ าใจได้ ง่าย

1.ในส่ ว นของพื น้ หลั ง ของ ภาพประกอบมี เ นื อ้ หาน้ อ ย เกินไป 2. ภาพประกอบบางส่วนมีสี ที่จางเกินไปทาให้ มองเห็นได้ ไม่ชดั เจน

1.การสร้ างภาพประกอบให้ สื่อถึงวิถีชีวิตของการดาเนิน ชีวิตคนไทย 2.การเลื อ กใช้ สี ซึ่ ง มี ก าร เลื อ กใช้ สี ไ ด้ เหมาะสมกั บ หนังสือเด็ก

ตารางที่ 2 ตารางวิเคราะห์ข้อมูลกรณีศกึ ษาที่ 1 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


1.3.2 กรณีศกึ ษาที่ 2 หนังสือภาพประกอบ เรื่ อง ปลาสลิด สานักพิมพ์นานมีบ๊ คุ ส์

ภาพที่ 34 ภาพประกอบหนังสือ เรื่ อง ปลาสลิด (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) วิเคราะห์การออกแบบ หนัง สื อ เรื่ อ ง ปลาสลิ ด เป็ นหนัง สื อส าหรั บเด็กที่ มี เ นื อ้ หาเกี่ ยวกับปลาสลิด ในเชิ ง เกษตรกรรม เนื ้อหาที่มีได้ แก่ วิถีชีวิตของปลาสลิด วงจรชีวิต การเลี ้ยงดู และอาหารที่ได้ จากปลา สลิด ซึ่งเนือ้ หาเหล่านีช้ ่วยส่ง เสริ มการเรี ยนรู้ ให้ เด็กได้ เข้ าใจเกี่ ยวกับปลาสลิด และยังเป็ นการ ปลูกฝั งให้ เด็กได้ ซมึ ซับการทาการเกษตรอีกด้ วย ข้ อดี

ข้ อด้ อย

สิ่งที่นามาใช้

1.เป็ นภาพประกอบมี สี สันที่ สดใส สวยงาม สามารถ เข้ าถึงเด็กได้ ดี 2.ภาพประกอบมีเอกลักษณ์ ที่เด่นชัด และสื่อให้ เข้ าใจใน เนื ้อหาได้ ดี

1.ในบางภาพมี ข นาดเล็ ก เกิ นไป ทาให้ เด็กมองเห็นได้ ไม่ชดั เจน 2. ภาพประกอบบางภาพยัง ไม่สื่อถึงสิ่งที่ต้องการนาเสนอ

1.การสร้ างเอกลั ก ษณ์ ใ ห้ ภาพประกอบโดนเด่น 2.การเลื อ กใช้ สี ที่ เ หมาะสม สาหรับเด็ก

ตารางที่ 3 ตารางวิเคราะห์ข้อมูลกรณีศกึ ษาที่ 2 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


1.3.3 กรณีศกึ ษาที่ 3 หนังสือภาพประกอบ เรื่ อง ข้ าวโพด สานักพิมพ์นานมีบ๊ คุ ส์

ภาพที่ 35 ภาพประกอบหนังสือ เรื่ อง ข้ าวโพด (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) วิเคราะห์การออกแบบ หนังสือเรื่ อง ข้ าวโพด เป็ นหนังสือสาหรับเด็กที่มีเนื ้อหาเกี่ยวกับข้ าวโพด ซึ่งช่วยให้ เด็ก เรี ยนรู้การปลูกข้ าวโพด และข้ อมูลที่เกี่ยวกับข้ าวโพดอย่างสร้ างสรรค์ผ่านหนังสือเล่มนี ้ เนื ้อหาที่ นาเสนอ ได้ แก่ ต้ นกาเนิดของข้ าวโพด ชนิดของข้ าวโพด การเพาะปลูก ประโยชน์ของข้ าวโพด อาหารจากข้ าวโพด เป็ นต้ น ซึ่งเนื ้อหาเหล่านี ้ช่วยเพิ่มความรู้ให้ แก่เ ด็ก และเป็ นการปลูกฝั งให้ เด็ก รู้จกั การทาการเกษตร ซึง่ ถือเป็ นอาชีพหลักของคนไทยอีกด้ วย ข้ อดี

ข้ อด้ อย

สิ่งที่นามาใช้

1.มี ล ายเส้ น ที่ ชัด เจน น่ า รั ก เหมาะสมกั บ การออกแบบ หนังสือสาหรับเด็ก 2.ภาพประกอบดูมีชีวิต และ มีทางทางที่หลากหลาย

1.สี ที่ ใ ช้ ใ นการออกแบบนัน้ ยังไม่สวยงาม และเหมาะสม สาหรับเด็กเท่าที่ควร 2.บางภาพมีขนาดเล็กเกินไป ทาให้ มองเห็นได้ ไม่ชดั เจน

1. ก า ร ออ ก แ บ บลั ก ษ ณ ะ ท่าทางของตัวละคร ให้ ดูมี ชีวิตชีวา 2.การสร้ างลายเส้ นที่ชัดเจน ให้ เหมาะกับเด็ก

ตารางที่ 4 ตารางวิเคราะห์ข้อมูลกรณีศกึ ษาที่ 3 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


2. การสร้ างแบบร่ างทางความคิด (Concept Sketch) การออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฏีใหม่ เริ่ มต้ นจาก การทาความเข้ าใจในเนือ้ หาของหนังสือ และศึกษาข้ อมูลที่เกี่ ยวข้ องก่อน แล้ วจึงตีความหมาย ออกมาเป็ นรูปภาพตามแนวความคิดที่ได้ กาหนดไว้ คือ ในการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อป อัพ เรื่ อง เกษตรทฤษฏีใหม่ นี ้ผู้วิจยั ต้ องการส่งเสริ มการเรี ยนรู้ การทาเกษตรทฤษฏีใหม่ให้ แก่เด็ก และเยาวชนไทยผ่ า นทางหนั ง สื อ ป๊ อปอั พ เรื่ อ ง เกษตรทฤษฏี ใ หม่ นี ้ ซึ่ ง ในการออกแบบ ภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพ เรื่ อง เกษตรทฤษฏีใหม่ นี ้จะเน้ นในเรื่ องของสีสนั ที่สดใส ดูไม่ซบั ซ้ อน เข้ าใจได้ ง่าย และสื่ อให้ เห็นถึงการดาเนินชี วิตตามหลักการทาเกษตรทฤษฏี ใหม่ โดยผู้วิจัยได้ ดาเนินการตามขันตอนทั ้ งหมด ้ ต่อไปนี ้ 2.1 แบบร่ างทางความคิด ในการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฏีใหม่ นี ้ได้ ทา การแบ่งเนื ้อหาเป็ น 5 ส่วน โดยกาหนดจากเนื ้อหาที่ต้องการแสดง เพื่อให้ ง่ายต่อการออกแบบและ จัดทาหนังสือใน ซึ่งในขันตอนของการสร้ ้ างแบบร่างทางความคิดนี ้สาคัญเป็ นอย่างยิ่ง เพราะต้ อง ออกแบบให้ เหมาะสมกับเด็ก ซึง่ ได้ แบบออกเป็ นดังนี ้

ภาพที่ 36 ภาพแบบร่างทางความคิด ส่วนที่ 1 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


2.1.1 การจัดสรรที่ ดิน ขุดสระกักเก็ บนา้ มี ที่ม าและแนวคิดในการออกแบบ คือ นาเสนอเนื ้อให้ เกี่ยวกับการสร้ างสระสาหรับกักเก็บน ้า จึงทาการออกแบบโดยสร้ างองค์ประกอบ หลายๆอย่างขึ ้นมา ด้ านหน้ าเป็ นสระน ้า พื ้นหลังเป็ นทุ่งนา เพื่อแสดงให้ เห็นถึงความเป็ นอยู่ของ ชาวบ้ านที่ทาเกษตรกรรม ทังการท ้ านา การเลี ้ยงปลาเพื่อนามารับประทาน และทาการเพิ่มศาลา กลางนา้ เพื่อให้ เป็ นส่วนที่จะทาป๊ อปอัพรู ปแบบของภาพประกอบที่ทาการออกแบบนัน้ เน้ นให้ มี ความน่ า รั ก สดใส มี สี สัน ที่ เ ด่ น ชั ด เพื่ อ สร้ างความประทั บ ใจให้ แก่ เ ด็ ก ในการออกแบบ ภาพประกอบนี จ้ ะเน้ นเป็ นการ์ ตู น ไม่ เ น้ นความสมจริ ง เพื่ อ ให้ สามารถสื่ อ สารผ่ า นทาง ภาพประกอบได้ ชดั เจน และเหมาะสมสาหรับเด็ก 2.1.2 การจัด สรรที่ ดิน ปลูก ข้ าว มี ที่ ม าและแนวคิด ในการออกแบบ คือ ต้ อ งการ นาเสนอให้ เห็นว่าการทานานันมี ้ ลกั ษณะอย่างไร โดยออกแบบภาพประกอบเป็ นทุ่งนาเป็ นส่วน ใหญ่ มีสร้ างตัวละครที่เป็ นชาวนาที่มีท่าทางยิ ้มแย้ ม มีความสุข และยังรวมควายซึ่งเป็ นสัตว์ที่เป็ น เอกลักษณ์ของการทาเกษตรกรรม เพื่อให้ เห็นถึงภาพของการทานา และวิถีการดาเนินชีวิตของ ชาวนาอย่างชัดเจน โดยจะเน้ นให้ ดสู ดใส น่ารัก มีลายเส้ นที่เป็ นเอกลักษณ์ที่ชดั เจน ไม่เน้ นความ สมจริง โดยยังออกแบบภาพประกอบแต่ละส่วนให้ สามารถเชื่อมโยงไปในทิศทางเดียวกัน ที่สาคัญ ยังต้ องคานึงถึงการสร้ างป๊ อปอัพอีกด้ วย

ภาพที่ 37 ภาพแบบร่างทางความคิด ส่วนที่ 2 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


2.1.3 การจัดสรรที่ดิน เป็ นที่อยู่อาศัย มีที่มาและแนวคิดในการออกแบบ คือ ต้ องการ นาเสนอให้ เห็นว่า ในส่วนของที่อยู่อาศัยนัน้ สามารถดาเนินกิจกรรมอะไรได้ บ้าง เน้ นความน่ารัก สดใส ของภาพประกอบ และยังต้ องสื่อให้ เห็นวิถีของเกษตรกรรม

ภาพที่ 38 ภาพแบบร่างทางความคิด ส่วนที่ 3 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) 2.1.4 การจัดสรรที่ดิน ปลูกผลไม้ ไม้ ยืนต้ น พืชไร่ พืชผัก มีที่มาและแนวคิดในการ ออกแบบ คือ ในส่วนนี ้จะเป็ นการทาไร่ ทาสวนผลไม้ ดังนันจึ ้ งทาการออกแบบให้ มีต้นไม้ เป็ นส่วน ใหญ่ โดยออกแบบไม่เน้ นความสมจริง เน้ นการนาลักษณะที่ชดั เจนของผลไม้ ตา่ งๆมาใช้

ภาพที่ 39 ภาพแบบร่างทางความคิด ส่วนที่ 4 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาพที่ 40 ภาพแบบร่างทางความคิด หน้ าปกหนังสือเกษตรทฤษฎีใหม่ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) 2.1.5 หน้ าปกหนังสือ มีที่มาและแนวคิดในการออกแบบ คือ ต้ องการนาเสนอให้ เห็น ถึงภาพรวมทังหมดของการท ้ าเกษตรทฤษฎีใหม่ ดังนันจึ ้ งได้ ทาการรวมจุดเด่นของแต่ละส่วนมาจัด วางไว้ ให้ เ หมาะสม และสวยงาม โดยจัดให้ ม องเห็ นเป็ นมุม กว้ า ง และเลื อ กใช้ ตัว หนัง สื อ ที่ ดู เหมาะสมกับการนามาใช้ ในหน้ าปก และเหมาะสมสาหรับการเป็ นหนังสือสาหรับเด็ก 2.2 แบบร่ างเหมือนจริง ภาพต้ นแบบเหมือนจริ งของภาพประกอบหนังสื อป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎี ใหม่ จานวน 4 ส่วน ตามลาดับ คือ การจัดสรรที่ดิน ขุดสระกักเก็บน ้า ซึ่งแบ่งพื ้นที่เป็ น 30%, การ จัดสรรที่ ดิน ปลูกข้ าว ซึ่งแบ่งพืน้ ที่เป็ น 30%, การจัดสรรที่ดิน เป็ นที่อยู่อาศัย ซึ่ง แบ่ง พืน้ ที่ เป็ น 10%, การจัดสรรที่ดิน ปลูกผลไม้ ไม้ ยืนต้ น พืชไร่ พืชผัก ซึ่งแบ่งพื ้นที่เป็ น 30% โดยจะเน้ นความ เรี ยบง่ายของการออกแบบภาพ ใช้ ลายเส้ นที่เรี ยบง่าย ไม่ซบั ซ้ อน แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และ สามารถสื่อความหมายออกมาให้ เด็กเข้ าใจได้ และยังเน้ นในเรื่ องของการเลือกใช้ สี ซึ่งจะเลือกใช้ ที่ สดใส ดูธรรมชาติ ทังนี ้ ้ภาพแบบร่ างเหมือนจริ งของการออกแบบภาพประกอบนันเป็ ้ นเพียงส่วน หนึ่งของการออกแบบ เพื่อเพิ่มรายละเอียด และตัวละครลงไป สามารถทาได้ ด้วยคอมพิวเตอร์ ใน ขันตอนต่ ้ อไปได้ ด้วย


ภาพที่ 41 ภาพแบบร่างเหมือนจริงภาพประกอบหนังสือ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) ภาพต้ นแบบเหมือนจริ งของหน้ าปกหนังสื อป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎี ใหม่ เป็ นการนาเสนอภาพรวมของการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ มีสีสนั ที่สดใส ดูน่าสนใจ โดยนาเอาจุดที่ สาคัญของแต่ล่ะส่วนมาจัดวางให้ ดูสวยงาม และเหมาะสม และเพื่ อให้ ดูเป็ นหนังสือมากขึน้ จึง ออกแบบให้ มีสว่ นของสันหนังสือให้ เหมือนหนังสือทัว่ ไป

ภาพที่ 42 ภาพแบบร่างเหมือนจริงหน้ าปกหนังสือ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


3. ขัน้ ตอนการพัฒนาและการผลิตผลงาน (Development and Production Stage) ขันตอนการสร้ ้ างภาพประกอบหนังสื อป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ เริ่ มต้ น จากการร่ างแบบด้ วยมือลงบนกระดาษ กาหนดหน้ ากระดาษไว้ ที่ 20 x 40 เซนติเมตร กาหนดค่า ความละเอียด (Resolution) ไว้ ที่ 300 เพื่อให้ เหมาะสมกับงานสิ่งพิมพ์ ซึ่งในการสร้ างแบบร่างทาง ความคิดนี ้ จาเป็ นต้ องคานึงถึงขันตอนในการสร้ ้ า งป๊ อปอัพดังนันจึ ้ งต้ องกาหนดส่วนที่จะเป็ นป๊ อป อัพที่ยื่นออกมา ในการออกแบบและสร้ างแบบร่างทางความคิดนี ้ได้ ทาการออกแบบให้ มีความเป็ น ไทย เพื่อให้ เห็นถึงวิถีของการดาเนินชีวิตของเกษตรกรชาวไทย 3.1 การสร้ างแบบร่ างทางความคิด การสร้ างแบบร่างทางความคิดครัง้ นี ้ เริ่มจากการตีความจากเนื ้อหาที่เกี่ยวข้ องออกมาเป็ น รูปภาพ เพื่อนาเสนอเรื่ องราวต่างๆ ได้ อย่างชัดเจน ในการออกแบบนี ้เน้ นถึงความเป็ นธรรมชาติ ใช้ ลายเส้ นที่เรี ยนง่าย และต้ องกาหนดส่วนต่างๆที่ต้องการทาเป็ นป๊ อปอัพอีกด้ วย

ภาพที่ 43 ภาพแบบร่างทางความคิด (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) 3.2 การออกแบบด้ วยคอมพิวเตอร์ เมื่อทาการสร้ างแบบร่างทางความคิดเสร็ จเรี ยบร้ อยแล้ วก็นามาพัฒนา และออกแบบด้ วย คอมพิวเตอร์ โดยใช้ โปรแกรม Adobe Photoshop เริ่ มต้ นการทางานด้ วยคอมพิวเตอร์ ด้วยการร่าง เส้ นตามแบบร่างที่ได้ ทาการออกแบบไว้ ให้ ได้ ตามที่ต้องการ


ภาพที่ 44 ภาพการออกแบบด้ วยคอมพิวเตอร์ ขนที ั้ ่ 1 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) ในการร่างเส้ นด้ วยโปรแกรม Adobe Photoshop นันใช้ ้ Pencil Tool และสามารถปรับ และเลือกขนาดได้ ตามต้ องการ เมื่อทาการร่างเส้ นเสร็ จแล้ วก็ทาการลงสี โดยใช้ Brush Tool และ ทาการลงสี โดยสามารถปรับและไล่สีได้ โดยการปรับ Opacity เพื่อให้ เกิดมิติ และสวยงาม ซึ่งใน ทังขั ้ นตอนของการร่ ้ างแบบ และลงสีนนต้ ั ้ องทาการแยก Layers เพื่อให้ สะดวกต่อการปรับแก้ ไข และยังง่ายต่อการทา Art Work สาหรับงานป๊ อปอัพอีกด้ วย

ภาพที่ 45 ภาพการออกแบบด้ วยคอมพิวเตอร์ ขนที ั้ ่ 2 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาพที่ 46 ภาพส่วนที่ 1 การจัดสรรที่ดนิ สาหรับขุดสระกักเก็บน ้า (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) ในส่วนที่ 1 เป็ นส่วนที่นาเสนอในเรื่ องของการจัดสรรที่ดินสาหรับขุดสระกักเก็บน ้า เพื่อให้ มีน ้าใช้ สม่าเสมอตลอดปี โดยเก็บกักน ้าฝนในฤดูฝน และใช้ เสริ มการปลูกพืชในฤดูแล้ ง ดังนันจึ ้ ง นาเสนอในรู ปแบบของสระกักเก็บน ้าที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มองเห็นทังทุ ้ ่ง นา และต้ นไม้ ผลไม้ รวมถึงมีศาลากลางน ้าเพื่อให้ ดมู ีความสวยงามมากขึ ้น ในเรื่ องของการใช้ สี เลือกใช้ สีที่ดสู ดใสใน แนวสีพาสเทลที่ดสู ดใสแต่ไม่จดั จ้ านเกินไป ซึง่ เป็ นการออกแบบที่ดเู รี ยบง่ายเหมาะสาหรับเด็ก

ภาพที่ 47 ภาพส่วนที่ 2 การจัดสรรที่ดนิ สาหรับปลูกข้ าว (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ในส่วนที่ 2 เป็ นส่วนที่นาเสนอในเรื่ องของการจัดสรรที่ดินสาหรับทานา ปลูกข้ าว เพื่อใช้ เป็ นอาหารประจาวันสาหรับครัวเรื อนให้ เพียงพอตลอดปี โดยไม่ต้องซื ้อหาในราคาแพง เป็ นการลด ค่าใช้ จ่าย และสามารพึ่งตนเองได้ ดังนัน้ ในการออกแบบจึงนาเสนอพื ้นที่ส่วนใหญ่เป็ นทุ่งนา เพื่อให้ สอดคล้ องกับเนื ้อหา และทาการเพิ่มชาวนา และควายลงไปให้ ดธู รรมชาติ ในเรื่ องของการ ใช้ สีนนั ้ ได้ เ ลือกใช้ สีที่ดูสดใสในแนวสีพาสเทล ที่ดูสดใสแต่ไม่จัดจ้ านเกินไป รวมถึงลายเส้ นที่ เหมาะสมสาหรับเด็ก

ภาพที่ 48 ภาพส่วนที่ 3 การจัดสรรที่ดนิ เป็ นที่อยูอ่ าศัย (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) ส่วนที่ 3 เป็ นส่วนที่นาเสนอในเรื่ องของการจัดสรรที่ดิน เป็ น���ี่อยู่อาศัย ใช้ เป็ นที่อยู่อาศัย เลี ้ยงสัตว์ ถนนหนทาง คันดิน โรงเรื อนและสิ่งก่อสร้ างอื่น รวมทังคอกเลี ้ ้ยงสัตว์ เรื อนเพาะชา ฉาง เก็บผลิตผลการเกษตร เป็ นต้ น ในการออกแบบจึงเน้ นให้ ตวั บ้ านเด่นที่ สดุ โดยมีส่วนประกอบอื่น เช่น ต้ นไม้ คอกหมู แปลงผัก เพื่อให้ ครบถ้ วนตามเนื ้อหาที่ต้องการนาเสนอ รวมถึงการเพิ่มคนลง และสัตว์เลี ้ยงลงไป เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ นอกจากนี ้แล้ วยังมีการเพิ่มภาพวิวทิวทัศน์ที่เป็ นทุ่งนา เพื่อให้ เนือ้ หาในแต่ล่ะส่วนมีลักษณะที่เชื่ อมโยงกัน ในส่วนของการเลือกใช้ สีนนั ้ เลือกใช้ สีแนว เดียวกันทุกส่วน คือ สีที่ดสู ดใสในแนวสีพาสเทล ที่ดสู ดใสแต่ไม่จดั จ้ านเกินไป นอกจากนันยั ้ งมีการ ไล่สี เพื่อให้ ภาพประกอบดูมีมิติ น่าสนใจมากขึน้ และยังช่วยให้ เป็ นที่สะดุดตา เด็กชอบภาพที่มี สีสนั สดใส การเลือกใช้ สีที่สดใสนันช่ ้ วยให้ เด็กสนใจในชิ ้นงานมากเพิ่มขึ ้น


ภาพที่ 49 ภาพส่วนที่ 4 การจัดสรรที่ดนิ สาหรับปลูกผลไม้ ไม้ ยืนต้ น (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) ส่วนที่ 4 เป็ นส่วนที่นาเสนอเรื่ องการจัดสรรที่ดินสาหรับปลูกผลไม้ การปลูกไม้ ผล ไม้ ยืน ต้ น พืชไร่ พืชผัก พืชสมุนไพร ฯลฯ อย่างผสมผสานกัน และหลากหลายในพื ้นที่เดียวกัน เพื่อใช้ เป็ น อาหารประจาวัน หากเหลือจากการบริ โภคก็ สามารถนาไปขายได้ ในการออกแบบจึงเน้ นให้ มี ต้ นไม้ ไม้ ยืนต้ นดูเด่น มีลกั ษณะคล้ ายสวนผลไม้ และเพิ่มชาวสวนลงไปเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ ใน เรื่ องของการใช้ สี ก็เป็ นไปในทิศทางเดียวกับส่วนอื่น เรี ยบง่าย แต่ดนู า่ สนใจเหมาะสาหรับเด็ก

ภาพที่ 50 ภาพหน้ าปกหน้ า และปกหลัง (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


การออกแบบปกหนังสือป๊ อปอัพส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้ แบ่งรูปแบบ เป็ น 3 ส่วนด้ วยกัน คือ ปกหน้ า ปกหลัง และส่วนของสันหนังสือ โดยปกหน้ าและหลังจะเป็ นภาพที่ เชื่อมต่อกัน ในการออกแบบหน้ าปกนี ้ต้ องการให้ เห็นภาพรวมของการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ทงหมด ั้ โดยนาส่วนที่สาคัญทัง้ 4 ส่วนมาจัดวางเข้ าด้ วยกัน โดยเพิ่มชาวบ้ านที่ดมู ีความสุข พร้ อมกับแสดง พืชผลที่ได้ จากการทาเกษตรทฤษฎีใหม่นี ้ ลายเส้ นจะเป็ นลายเส้ นเดียวกับเนื ้อหาภายใน รวมถึง เรื่ องของการเลือกใช้ สีก็จะเป็ นลักษณะเดียวกัน สีที่เลือกใช้ เป็ นหลัง คือ สีเขียว เพราะเป็ นสีที่สื่อถึง ธรรมชาติ ดูแล้ วสบายตา ส่วนสีของตัวหนังสือเลือกใช้ สีน ้าตาลเพื่อให้ ดเู ป็ นธรรมชาติเหมือนกัน เพราะสีน ้าตาลเป็ นสีของพื ้นดิน สีของต้ นไม้ ซึง่ ทาให้ ภาพรวมดูนา่ สนใจและมีแนวทางเดียวกัน

ภาพที่ 51 ภาพเนื ้อหาเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) การออกแบบส่ว นเนื อ้ หาที่ ท าการสรุ ป และอธิ บ ายเกี่ ย วกับ การท าเกษตรทฤษฎี ใ หม่ รวมถึงส่วนที่เป็ นพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูห่ วั ที่เกี่ยวข้ องกับการทาเกษตรทฤษฎี ใหม่ ในส่วนของเนื อ้ หาจะมมีการออกแบบโดยให้ มี ภาพพื น้ หลัง เป็ นทุ่งนา เพื่ อสื่ อให้ เข้ าใจว่ า เกี่ยวข้ องกับเกษตรกรรม และมีการออกแบบให้ มีสีที่คอ่ นข้ างจางเพื่อที่จะสามารถนาเสนอเนื ้อหา ได้ ชดั เจน ในส่วนของพระราชดาริ ได้ มีการออกแบบโดยนาพระบรมฉายาลักษณ์ มาจัดวางให้ เด่น และชัดเจน และได้ นาพระราชดาริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หวั มาจัดวางให้ เรี ยบร้ อย โดยมี พืน้ หลังเป็ นภาพรวมของการทาเกษตรทฤษฎี ใหม่โดยทาให้ สีจ างลง เพื่ ที่จ ะสามารถมองเห็น ตัวหนังสือได้ อย่างชัดเจน เมื่อทาการออกแบบเสร็จแล้ วก็เตรี ยมทาป๊ อปอัพในขันตอนต่ ้ อไป


3.3 การสร้ างป๊อปอัพและการจัดรู ปเล่ มหนังสือ เมื่ อเสร็ จ สิ น้ จากขัน้ ตอนการออกแบบด้ วยคอมพิวเตอร์ แล้ วก็ ถึง ขัน้ ตอนของการสร้ าง และป๊ อปอัพ ซึ่งก่อนที่จะทาได้ นนต้ ั ้ องทาการทา Art Work เพื่อส่งเข้ าโรงพิมพ์ เมื่อได้ ชิ ้นงานที่ พิมพ์ออกมาแล้ วก็ถึงขัน้ ตอนของการสร้ างป๊ อปอัพซึ่งในขัน้ ตอนนีต้ ้ องใช้ อุปกรณ์ ดังนี ้ กาวสอง หน้ า คัตเตอร์ กรรไกร ไม้ บรรทัด ปากกา ดินสอ เป็ นต้ น

ภาพที่ 52 ภาพอุปกรณ์ที่ใช้ ในการทางาน (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) เริ่ มต้ นการทางานด้ วยการตัดชิ ้นงานที่นาเข้ าโรงพิมพ์ โดยตัดตามที่เราได้ วางแผนไว้ โดย แยกเป็ นชิ ้นซึ่งมีหลายส่วนด้ วยกัน เช่น พืน้ หลัง ส่วนหน้ าที่เป็ นป๊ อปอัพคาอธิบายเนือ้ หาเป็ นต้ น เมื่อตัดชิ ้นงานได้ ตามต้ องการแล้ วก็เตรี ยมประกอบเป็ นป๊ อปอัพในขันตอนต่ ้ อไป

ภาพที่ 53 ภาพขันตอนการตั ้ ดชิ ้นส่วนของ Pop up (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาพที่ 54 ภาพขันตอนการสร้ ้ างป๊ อปอัพ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) เมื่อตัดชิ ้นส่วนที่จะประกอบเป็ นป๊ อปอัพแล้ วนันก็ ้ นามาประกอบที่ละส่วน โดยเริ่ มจากการ ติดชิ ้นส่วนที่เป็ นต้ นไม้ ก่อน โดยวัดค่า และกาหนดค่าในการสร้ างป๊ อปอัพที่เหมาะสม แล้ วทาการ พับ ตัด และติดกาวลงบนจุดนันๆ ้ ในตัวอย่างด้ านบน เริ่ มต้ นประกอบจากส่วนบนที่เป็ นต้ นไม้ ให้ ยึดติดกับส่วนที่ เป็ นพื น้ หลัง แล้ วทาการเพิ่ม เติมรายละเอียดลงไปเรื่ อยๆ ดัง เช่นภาพตั วอย่าง ด้ านล่าง คือ การเพิ่มส่วนป๊ อปอัพที่เป็ นคนลงไป และในส่วนต่อไปคือ การประกอบชิ ้นส่วนต่างๆที่ ได้ ทาการวางแผนไว้ ให้ สมบูรณ์ ในการออกแบบส่วนนนี ้จะมีภาพที่มาบังคาอธิบาย และเนือ้ หา โดยมีการสร้ างลูกศรเพื่อให้ แสดงให้ เห็นว่ามีเนื ้อหาซ่อนอยูภ่ ายใน สามารถเปิ ดดูได้

ภาพที่ 55 ภาพขันตอนการสร้ ้ างป๊ อปอัพส่วนของทุง่ นา (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาพที่ 56 ภาพขันตอนการสร้ ้ างป๊ อปอัพส่วนของสระกักเก็บน ้า (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) ในส่วนที่ 2 เป็ นส่วนของสระน ้าซึ่งมีขนตอนและวิ ั้ ธีการทาป๊ อปอัพเหมือนกัน แต่ในส่วนที่ เป็ นป๊ อปอัพนันจะแตกต่ ้ างกันไปตามที่ได้ ทาการออกแบบ ในส่วนนี ้ส่วนที่เป็ นป๊ อปอัพนันจะมี ้ ส่วน ของสระน ้า ซึง่ ได้ ทาเป็ นส่วนที่ยื่นออกมา และศาลาก็เป็ นส่วนที่ยื่นออกมาเช่นกัน

ภาพที่ 57 ภาพขันตอนการสร้ ้ างป๊ อปอัพส่วนของที่อยูอ่ าศัย (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) ในส่วนที่ 3 เป็ นส่วนของที่ อยู่อาศัย การออกแบบและการสร้ างป๊ อปอัพในส่วนนีน้ นจะมี ั้ มากที่สดุ เพราะถือว่าเป็ นส่วนที่สาคัญที่สดุ ต่อการดารงชีวิต ส่วนที่กาหนดให้ เป็ นป๊ อปอัพนันมี ้ ทงั ้ บ้ าน ส่วนที่เป็ นพื ้นดินและแปลงผัก ส่วนที่เป็ นชาวนา คอกหมู และต้ นไม้ อีกด้ วย


ภาพที่ 58 ภาพขันตอนการสร้ ้ างป๊ อปอัพส่วนของสวนผลไม้ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) ส่วนที่ 4 เป็ นส่วนของการทาสวนผลไม้ ปลูกพืชผลไม้ ที่ยืนต้ น ดังนันในการออกแบบ ้ และ สร้ าง Pop up นันจึ ้ งได้ ทาในส่วนบนที่เป็ นต้ นไม้ ใบไม้ ทาให้ ดเู ป็ นสามมิตอิ อกมา และเพิ่มชาวสวน ให้ เป็ น Pop up ลงไป เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้ สว่ นนี ้อีกด้ วย

ภาพที่ 59 ภาพขันตอนการประกอบหน้ ้ าปกหนังสือ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) เมื่อสร้ างป๊ อปอัพในแต่ล่ะส่วนเสร็ จเรี ยบร้ อยแล้ ว ก็นามาประกอบกันโดยใช้ กาวสองหน้ า โดยเรี ยงหน้ าดังนี ้ หน้ าที่ 1 สระน ้า ส่วนที่ 2 ทุ่งนา ส่วนที่ 3 ที่อยู่อาศัย ส่วนที่ 4 สวนผลไม้ เมื่อ ประกอบครบทุกหน้ าแล้ วก็นาหน้ าปกส่วนเนื ้อหา และริบบิ ้น มาติดทับทังหมดเพื ้ ่อความสวยงาม


ภาพที่ 60 ภาพขันตอนการประกอบหนั ้ งสือด้ านใน (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต) หลังจากที่ประกอบส่วนที่เป็ นเนือ้ หา และส่วนที่เป็ นป๊ อปอัพเสร็ จเรี ยบร้ อยแล้ ว ก็นามา ประกอบลงบนส่วนที่เป็ นหน้ าปก ที่ได้ ทาการออกแบบไว้ โดยหน้ าปกนี ้ได้ ทาขึ ้นให้ มีความแข็งแรง โดยใช้ กระดาษชานอ้ อยเป็ นฐานด้ านใน โดยติดส่วนที่เป็ นเนื ้อหาและป๊ อปอัพทางด้ านซ้ ายมือ และ ติดส่วนเนื ้อหารายละเอียดที่เกี่ยวกับในหลวง และเกษตรทฤษฎีใหม่ทางด้ านขวามือตามที่ได้ ทา การกาหนด และออกแบบไว้ ตงแต่ ั ้ แรก เมื่อประกอบเป็ นรู ปเล่มหนังสือเสร็ จแล้ วจะมีลกั ษณะดัง่ ภาพด้ านล่างนี ้ ซึ่งจะเห็นว่า หน้ าปกดูสดใสน่ารัก เหมาะสาหรับเด็กซึ่งมีการออกแบบตั วการ์ ตนู ที่ เป็ นชาวนา ท่าทางยิ ้มแย้ ม ดูมีความสุขกับการดาเนินวิถีชีวิตแบบเกษตรพอเพียงส่วนทางด้ านปก หลังก็จะเป็ นภาพประกอบที่อธิบายถึงการทาเกษตรทฤษฎีใหม่โดยรวม ซึ่งจะแสดงให้ เห็นถึงภาพ ของการทาการเกษตร และยังสามารถให้ เด็กเข้ าใจได้ ง่าย สร้ างความประทับใจให้ แก่เด็กได้ อีกด้ วย

ภาพที่ 61 ภาพหน้ าปกหน้ า และปกหลังที่เสร็จสมบูรณ์ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


3.4 ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์

ภาพที่ 62 ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ด้านนอก (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพที่ 63 ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ด้านใน (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาพที่ 64 ภาพเนื ้อหาด้ านในที่เสร็จสมบูรณ์ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพที่ 65 ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพที่ 66 ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์สว่ นของที่อยูอ่ าศัย (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาพที่ 67 ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์สว่ นของทุง่ นา (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพที่ 68 ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์สว่ นของสวนผลไม้ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพที่ 69 ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์สว่ นของสระกักเก็บน ้า (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


4. ขัน้ ตอนหลังการผลิตผลงาน ( Post Production Stage) 4.1 ทาการเผยแพร่ งานวิจัย เมื่ อ ท าการผลิ ต ผลงานที่ ส มบู ร ณ์ อ อกมาเป็ นที่ เ รี ยบร้ อยแล้ ว จึ ง น าเสนอให้ แก่ กลุ่ม เป้ าหมายที่ ตัง้ ไว้ และเผยแพร่ ง านวิ จัย ในการเผยแพร่ ง านวิ จัย นี ไ้ ด้ มี ก ารเผยแพร่ ไ ว้ ที่ http://issuu.com/ubonwan และในงานนิทรรศการแสดงงานศิลปนิพนธ์

ภาพที่ 70 ภาพการแผยแพร่งานวิจยั ในนิทรรศการแสดงงานศิลปนิพนธ์ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพที่ 71 ภาพการเผยแพร่ผลงานวิจยั ให้ แก่กลุม่ เป้าหมาย (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


4.2 การตรวจสอบ ทดสอบและสารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงาน ในการสารวจความคิ ดเห็นการออกแบบภาพประกอบหนัง สือ ป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ ใช้ แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจในผลงานการออกแบบ จาแนกประเด็นตามสมมติฐาน จานวน 20 ชุด เพื่อใช้ สอบถามความคิดเห็นผู้ที่ได้ ชมหนังสือ ป๊ อป อัพส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยวิเคราะห์ข้อมูลเป็ นร้ อยละได้ ดงั นี ้ ผู้ตอบแบบสอบถามโดยรวมส่วนมากเป็ นเพศชาย คิดเป็ นร้ อยละ 80 มีช่วงอายุระหว่าง 20-30 ปี โดยกลุ่ม ตัวอย่างที่ ไ ด้ ทาแบบสอบถามนัน้ มี อ าชี พ นัก ศึกษา คิดเป็ นร้ อยละ 95 และ ประกอบอาชีพอื่ น ๆ คิดเป็ นร้ อยละ 5 ผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นต่อผลงานการออกแบบ ภาพประกอบหนังสือ Pop up สาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ มีความเห็นส่วนใหญ่ดงั นี ้ จากการสารวจแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากมีความเห็นว่า ผลงานมีความ สอดคล้ องกับสมมติฐานที่ เป็ นแนวคิดหลัก คิดเป็ นร้ อยละ 90 แสดงแนวความคิดในมุม มองที่ แตกต่าง และน่าสนใจ คิดเป็ นร้ อยละ 80 ผลงานมีความคิดสร้ างสรรค์ คิดเป็ นร้ อยละ 88 ความ เหมาะสมของวัสดุที่นามาใช้ คิดเป็ นร้ อยละ 78 ผลงานมีความประณีต เรี ยบร้ อย และสวยงาม คิด เป็ นร้ อยละ 65 ขนาดของผลงานมีความเหมาะสม คิดเป็ นร้ อยละ 74 การส่งเสริ มการเรี ยนรู้การทา เกษตรทฤษฎี ใหม่ของเด็ก คิดเป็ นร้ อยละ 86 ปลูกฝั งให้ เ ด็กรู้ จกั การใช้ ชีวิตแบบพอเพียงคิดเป็ น ร้ อยละ 72 ผลงานมีความสมบูรณ์ สามารถใช้ งานได้ จริ ง คิดเป็ นร้ อยละ 92 ความเหมาะสมของ การใช้ ง าน คิ ด เป็ นร้ อยละ 88 มี เ นื อ้ หาสอดคล้ อ งกัน การเรี ย นรู้ ของเด็ ก คิ ด เป็ นร้ อยละ 72 ภาพประกอบมีความสวยงาม เหมาะสมกับเด็ก คิดเป็ นร้ อยละ 90 ผลงานมีความแข็งแรง ทนทาน คิดเป็ นร้ อยละ 65 ความเป็ นไปได้ ในการผลิต คิดเป็ นร้ อยละ 92 และภาพรวมของผลงานทังหมด ้ คิดเป็ นร้ อยละ 95 เมื่อดาเนินงานวิจัยมาถึง ขัน้ ตอนที่ ได้ ผลงานสมบูรณ์ แล้ ว ขัน้ ตอนต่อไปซึ่งเป็ นขัน้ ตอน สุดท้ าย คือ การสรุปผลงานทังหมดที ้ ่ผ้ วู ิจยั ได้ สร้ างสรรค์ออกมา และวิเคราะห์ว่ามีความสอดคล้ อง กับสมมติฐานหรื อไม่ พร้ อมข้ อเสนอแนะที่ได้ จากการวิจยั ดังที่จะกล่าวต่อไปในบทที่ 5


บทที่ 5 สรุ ป อภิปรายผล และข้ อเสนอแนะ การเสนอผลงานวิจยั การออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตร ทฤษฎี ใ หม่ ครั ง้ นี ม้ ี ส าระครอบคลุม ถึ ง วัต ถุป ระสงค์ ของการวิ จัย วิ ธี ก ารด าเนิน การวิจัย สรุ ป ผลการวิจยั อภิปรายผล และข้ อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ ของการวิจัย 1. เพื่ อศึกษากระบวนการการออกแบบภาพประกอบหนัง สื อป๊ อปอัพส าหรั บเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ 2. เพื่อผลิตหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ 3. เพื่อส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ และให้ เด็กสนใจการอ่านหนังสือมากขึ ้น วิธีการดาเนินการวิจัย 1. ขันตอนการวางแผนก่ ้ อนการผลิตงาน (Pre Production Stage) 1.1 ตังสมมติ ้ ฐาน 1.2 การศึกษารวบรวมข้ อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) 1.3 การศึกษาตัวอย่างจากกรณีศกึ ษา (Case Study) 2. การกาหนดแบบร่างทางความคิด การพัฒนาแบบตามวัตถุประสงค์และสมมติฐาน 2.1 การออกแบบโครงสร้ างโดยออกแบบแนวคิด (Concept) 2.2 ภาพแบบร่างทางความคิดโดยออกแบบตามแนวคิดที่วางไว้ 2.3 การปรับปรุงแก้ ไขแบบจนได้ รูปแบบที่ถกู ต้ องและเหมาะสม 3. ขันตอนการพั ้ ฒนาและการผลิตผลงาน (Development and Production Stage) 3.1 การร่างแบบจริง (Working Drawing) 3.2 ผลิตผลงานจริงตามวัตถุประสงค์และสมมติฐานที่ได้ กาหนดไว้ 4. ขันตอนหลั ้ งการผลิตผลงาน (Post Production Stage) 4.1 ทาการเผยแพร่งานวิจยั 4.2 การตรวจสอบ ทดสอบและสารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงาน 4.3 การวิเคราะห์สรุปผลงาน อภิปรายและข้ อเสนอแนะ


ผลการวิจัยโดยสรุป ในการจัด นิ ท รรศการแสดงงานศิล ปนิ พ นธ์ ข องนัก ศึก ษาสาขาวิ ช าศิ ล ปกรรม แขนง ออกแบบนิเทศศิลป์ครัง้ นี ้ผู้วิจยั ได้ ทาการแสดงผลงานการออกแบบภาพประกอบหนังสือ Pop up สาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ ซึง่ มีผลการดาเนินงาน และผลการวิจยั โดยสรุปดังนี ้ 1. ได้ ต้นแบบผลงานการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตร ทฤษฎีใหม่ จานวน 8 ภาพรวมหน้ าปกในหนังสือ 1 เล่ม สามารถนาไปผลิตได้ จริ ง ตัวผลงานที่ได้ ทาการผลิตออกมาจริ งนันเป็ ้ นไปตามสมมติฐานที่ได้ ทาการตังไว้ ้ ข้ อมูลที่นามาใช้ ในการออกแบบ มีความครบถ้ วน และเหมาะสมต่อการนาเสนอผลงาน 2. การแบ่งส่วนต่าง ๆ ในการทางานเป็ นไปตามรูปแบบที่ ได้ ทาการศึกษาจ���กผู้เชี่ยวชาญ ทฤษฎีและนาเอาข้ อมูลที่ได้ มาปรับใช้ งาน ในการออกแบบนันต้ ้ องคานึงถึงความสอดคล้ องของ ภาพประกอบ และเนื ้อหาที่นามาใช้ จากนันจึ ้ งจัดทาออกมาเป็ นรู ปเล่มผลงานจริ งเพื่อนามาจัด แสดงงานนิทรรศการ เพื่อให้ ผ้ ชู มสามารถเข้ าใจถึงวัตถุประสงค์ในการจัดทาผลงาน ซึ่งในการจัด แสดงงานนี ้ได้ ทาการจัดวางให้ มีความสัมพันธ์ และสอดคล้ องกับเนื ้อหาที่ต้องการนาเสนอ 3. ผลงานการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ สามารถนาไปผลิตได้ จริง และสามารถพัฒนาต่อได้ เพราะมีความสมบูรณ์ทงทางด้ ั้ านเนื ้อหา ด้ าน การออกแบบ ด้ านการผลิต รวมถึงยังสามารถใช้ เป็ นกรณีศกึ ษาได้ อีกด้ วย อภิปรายผล จากการทางานศึกษาค้ นคว้ าการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ ผู้วิจยั ได้ เล็งเห็นถึงปั ญหาและประโยชน์ ทังทางด้ ้ านการค้ นคว้ าข้ อมู ลที่ทาให้ เกิดความรู้ การเรี ยนรู้จากข้ อผิดพลาด และการปฏิบตั ิงานจริ งตามขันตอนที ้ ่ได้ กาหนดไว้ นนต้ ั ้ อง อาศัยความรู้ และทักษะทางด้ านการออกแบบ ทังนี ้ ้ยังรวมถึงความคิดสร้ างสรรค์ และความมุ่งมัน่ ในการทางาน ซึง่ การเรี ยนรู้การทางานเหล่านี ้จะทาให้ ผลงานออกมาตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนันแล้ ้ วผู้วิจยั ยังได้ เล็งเห็นถึงความสาคัญของการออกแบบครัง้ นี ้ หนังสือป๊ อปอัพ ส่งเสริ มการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่นี ้จะช่วยให้ ผ้ อู ่านที่อยู่ในวัย 8 -12 ปี ได้ เรี ยนรู้เกี่ยวกับ การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดารัสของพระบามสมเด็จพระเจ้ าอยู่ หวั การเรี ยนรู้ วิถี ชี วิตแบบพอเพี ย งของคนไทย ซึ่ง การเรี ย นรู้ เหล่านี จ้ ะช่ว ยส่ง เสริ ม ให้ เด็กไทยรู้ จัก ใช้ ชี วิ ตแบบ พอเพียง และไม่ลืมรากเหง้ าของความเป็ นไทย ซึ่งผู้วิจัยได้ ทาการนาเสนอเรื่ องราวเหล่านีผ้ ่าน ภาพประกอบที่มีลกั ษณะเหมาะสมกับเด็ก โดยเลือกใช้ ลายเส้ นที่สามารถเข้ าใจง่าย มีสีสนั ที่สดใส เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ รายละเอียดของภาพประกอบที่ทาการออกแบบนันยั ้ งสามารถสื่อถึงเนื ้อหา


ที่ต้องการนาเสนอได้ เป็ นอย่างดี รวมถึงการสร้ างป๊ อปอัพเพื่อเพิ่มลูกเล่น และความน่าสนใจให้ แก่ หนังสือป๊ อปอัพส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่นี ้อีกด้ วย โดยภาพรวมทัง้ หมดของการออกแบบภาพประกอบหนัง สื อป๊ อปอัพ ส าหรั บเด็ก เรื่ อ ง เกษตรทฤษฎีใหม่ ผู้วิจยั ได้ นาเอาทฤษฎีที่เกี่ยวข้ องมาใช้ ในการออกแบบ ดังนี ้ 1. หลักการออกแบบสิ่งพิมพ์ จากการศึ ก ษาค้ น คว้ าเรื่ อ งสิ่ ง พิ ม พ์ ท าให้ พบว่ า สิ่ ง พิ ม พ์ ที่ พ บเห็ น โดยทั่ว ไปนั น้ ประกอบด้ วยองค์ประกอบสาคัญ หลายอย่าง การออกแบบสิ่ง พิม พ์ จึง ต้ องคานึง ถึง การจัดวาง องค์ประกอบต่างๆ ดังกล่าวเข้ าด้ วยกัน ซึ่งในการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับ เด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎี ใหม่ ได้ นาหลักที่สาคัญในการออกแบบสิ่ งพิมพ์มาใช้ เช่น การกาหนด ทิศทาง ความกลมกลืน ความสมดุล และสัดส่วน เมื่อได้ ออกแบบโดยใช้ หลักการสาคัญเหล่านี ้มา จัดวางให้ ได้ ตรงตามองค์ประกอบศิลป์แล้ ว ผลงานที่ได้ ทาการออกแบบนันจะออกมาตรงตามที ้ ่ ต้ องการอย่างสมบูรณ์แบบ 2. การออกแบบและจัดทาหนังสือ ในการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ ได้ นา ความรู้ที่ได้ จากการศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและจัดทาหนังสือมาใช้ ในการออกแบบ ซึ่งพบว่า ในการออกแบบและจัดทาหนังสือนันต้ ้ องมีการจัดวางองค์ประกอบน่าอ่าน น่าสนใจ และต้ องทา ให้ ผ้ อู า่ นเกิดความรู้สกึ สะดุดตาในรูปเล่มทางกายภาพเบื ้องต้ น การออกแบบและจัดทาหนังสือที่ดี ควรเป็ นการทาให้ ผ้ อู ่านสามารถติดตามอ่านเนือ้ หาของหนังสือเล่มนันต่ ้ อไปได้ อย่างสบายตา มี ความเข้ าใจเนื ้อหาประโยคต่อประโยค ซึ่งเมื่อนาความรู้ดงั กล่าวมาใช้ ส่งผลให้ หนังสือส่งเสริ มการ เรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่มีความน่าสนใจมากขึ ้น 3. ภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็ก จากการศึกษาค้ นคว้ าเกี่ ยวกับภาพประกอบสาหรั บเด็ก พบว่า นอกจากเนือ้ หาของ หนังสือที่ส่งเสริ มในการเรี ยนรู้ และสร้ างประสบการณ์สาหรับเด็กแล้ ว ภาพประกอบยังมีบทบาท อย่างสูงในการที่จะทาให้ เด็กกระตือรื อร้ นที่จะสนใจในหนังสือ ดังนันในภาพประกอบส ้ าหรับเด็กจึง มีบทบาทและหน้ าที่ของมัน ภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็กในปั จจุบนั มีรูปแบบและเทคนิคการ สร้ างสรรค์ที่หลากหลายน่าสนใจต่อเด็กเป็ นอย่างมาก ดังนันจึ ้ งนาข้ อมูลและความรู้ที่ได้ ไปใช้ ใน การออกแบบภาพประกอบให้ มีความเหมาะสมสาหับเด็ก จากทฤษฎี ที่ได้ ทาการศึกษา และทาการวิจยั มาทังหมดนี ้ ้ ได้ นามาปฏิบตั ิและใช้ ในการ ผลิตผลงานจริ ง ซึ่งผลออกเป็ นไปตามแบบที่ได้ ทาการกาหนด และวางแผนไว้ ซึ่งผลสรุ ปออกมา


ว่าสามารถนาผลงานที่ทาการออกแบบไว้ นนั ้ ไปผลิตเป็ นหนัง สือป๊ อปอัพได้ จริ ง ซึ่งเป็ นไปตาม สมมติฐาน และจุดมุง่ หมายที่วางได้ ข้ อเสนอแนะ จากการศึกษาค้ นคว้ าทังทางด้ ้ านทฤษฎี และการปฏิบตั ิงานในการออกแบบภาพประกอบ หนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ พบประเด็นที่หลากหลายในเรื่ องรูปแบบการ นาเสนอของภาพประกอบที่ นามาใช้ ง าน รวมถึง ขัน้ ตอนของการทางานที่ มี การเชื่ อมต่อ และ เกี่ยวข้ องกัน อุปสรรคในการทางาน และการผลิต ซึ่งปั จจัยเหล่านี ้ส่งผลให้ งานออกแบบมีลกั ษณะ ที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่ผ้ ทู างานทางด้ านการออกแบบต้ องมีนนั ้ คือ ความคิดสร้ างสรรค์ การ สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย การวางแผนการทางาน รวมถึงความรู้ ความสามารถในการทางานด้ าน ออกแบบ ซึ่ ง ข้ อมู ล ทั ง้ หมดที่ เ ป็ นข้ อค้ นพบในการท างานวิ จั ย บางส่ ว น สามารถสรุ ป เป็ น ข้ อเสนอแนะได้ เพื่อการนาไปใช้ ในการทางานวิจยั ครัง้ ต่อไป ดังนี ้ 1. การพัฒนาแบบร่างในขันตอนแรกนั ้ นควรท ้ าการสรุ ปให้ มีความแน่นอนก่อน เพราะ เป็ นส่วนสาคัญที่สดุ ในการทางาน รวมถึงควรดาเนินงานให้ เป็ นไปตามแผนการทางานที่ได้ กาหนด ไว้ เพื่อให้ ผลงานสาเร็จลุลว่ งทันระยะเวลาที่ได้ กาหนดไว้ 2. ควรศึกษาข้ อมูลเพิ่ม เติมทังด้ ้ านทฤษฎี และการปฏิบตั ิเกี่ยวกับการสร้ างงาน 3 มิติ การสร้ าง Pop up เพื่อให้ ผลงานที่ได้ ทาการออกแบบมีความหลายหลาย และเพิ่มมาตรฐานให้ ผลงานดูมีคณ ุ ค่ามากขึ ้น 3. วัส ดุที่นามาใช้ ในการสร้ างผลงานจริ งนัน้ ควรปรั บปรุ ง ให้ มีความแข็ง แรง มั่นคง เพื่อให้ ผลงานที่ทาการออกแบบนันมี ้ ความเหมาะสมกับเด็กซึง่ เป็ นกลุม่ เป้าหมาย 4. ในการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ สามารถต่อยอด และพัฒนาให้ เป็ นหนังสือที่เป็ นสื่อการเรี ยนการสอนสาหรับเด็กภายในห้ องเรี ยน ได้ โดยจะต้ องทาการปรับปรุ งในเรื่ องของวัสดุที่นามาใช้ และจะต้ องเพิ่มเติมในส่วนของวิถีการใช้ งาน คูม่ ือการใช้ งาน เพื่อให้ เด็กสามารถเข้ าใจถึงลูกเล่นของหนังสือเล่มนี ้ ในการออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ จะมี ความสาคัญที่สุดกับผู้ที่เห็นคุณค่า และผู้ที่ได้ ใช้ สอย เพราะเป็ นตัวกาหนดเนื ้อหาที่จะนามาใช้ ใน ออกแบบ และยัง เป็ นส่ว นที่ ก าหนดภาพลัก ษณ์ โ ดยรวม และความส าเร็ จ ของผลงานในการ ออกแบบภาพประกอบหนังสือป๊ อปอัพสาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่อีกด้ วย


บรรณานุกรม หนังสือและบทความ กุลนิดา เหลือบจาเริญ. ภาพประกอบ. พิมพ์ครัง้ ที่1. กรุงเทพมหานคร: สถาพรบุ๊คส์, 2553. ผดุง พรมมูล. การสร้ างภาพประกอบหนังสือ. กรุงเทพมหานคร: คณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาบัน ราชภัฏสวนดุสิต, 2542. พนิดา เสมแย้ ม. การออกแบบภาพประกอบหนังสือเรื่ องนิทานกตัญญู. ศิลปนิพนธ์ปริญญา ศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, 2553. ศิริพรณ์ ปี เตอร์ . หลักการออกแบบ. พิมพ์ครัง้ ที่1. กรุงเทพมหานคร: ปรี ดาการพิมพ์, 2530. อารยะ ศรี กลั ยาณบุตร. การออกแบบสิ่งพิมพ์ . กรุงเทพมหานคร: วิสคอมเซ็นเตอร์ , 2550. เอกสารเนือ้ หาจากเว็บไซต์ โรงเรี ยนสตรี วดั อัปสรสวรรค์. การเกษตรทฤษฎีใหม่ . (ออนไลน์) เข้ าถึงได้ จาก (http://www.abs orn.ac.th/speed/r26.html) สรรพศิลปศาสตราธิราช. เกษตรทฤษฎีใหม่ . (ออนไลน์) เข้ าถึงได้ จาก (http://web.ku.ac.th/king 72/2542-09/res05_02.html) สุนทรฟิ ล์ม. ระบบการพิมพ์ . (ออนไลน์) เข้ าถึงได้ จาก (http://co1la8ji.gotoknow.org/assets/ media/files/000/088/875/original_07.printing.pdf?1285905413) Somzom. ภาพประกอบหนังสือสาหรับเด็ก. (ออนไลน์) เข้ าถึงได้ จาก (http://www.somzom. wordpress.com)


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก แบบสอบถามความคิดเห็น


แบบสอบถามความพึงพอใจ เรื่อง การออกแบบภาพประกอบหนังสือ Pop up สาหรับเด็ก เรื่อง เกษตรทฤษฎีใหม่ คาชีแ้ จง 1. แบบสอบถามนี ม้ ี วัตถุประสงค์เพื่ อส ารวจความพึง พอใจของผู้ช มที่ มี ต่อ การออกแบบ ภาพประกอบหนังสือ Pop up สาหรับเด็ก เรื่ อง เกษตรทฤษฎีใหม่ และนาผลการประเมินไปพัฒนา ปรับปรุงแก้ ไขงานให้ มีคณ ุ ภาพอย่างต่อเนื่อง 2. แบบสอบถามมีทงหมด ั้ 3 ตอน 3. โปรดกรอกข้ อความลงในช่องว่างให้ ครบทุกช่อง ตอนที่ 1 ข้ อมูลทั่วไป 1. เพศ (

) หญิง

(

) ชาย

2. อายุ

(

) 20-30 ปี (

) 31-40 ปี (

) 41-50 ปี (

3. วุฒิการศึกษา

( (

) ต่ากว่าปริญญาตรี ( ) ปริญญาโท (

4. อาชีพ

( ( (

) นักเรี ยน / นักศึกษา ( ) ผู้บริหาร / อาจารย์ ) รัฐวิสาหกิจ ( ) ธุรกิจส่วนตัว ) อื่น ๆ ระบุ ........................................

) 51 ปี ขึ ้นไป

) ปริญญาตรี ) ปริญญาเอก

ตอนที่ 2 ระดับความพึงพอใจ (โปรดทาเครื่ องหมาย √ ในช่ องที่ตรงกับระดับความพึง พอใจของท่ าน) ระดับความพึงพอใจ 5 = มากที่สดุ 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = น้ อย และ1 = น้ อยที่สดุ ประเด็นการสารวจความพึงพอใจ 1. ผลงานมีความสอดคล้ องกับสมมติฐานที่เป็ นแนวคิดหลัก 2. แสดงแนวความคิดในมุมมองที่แตกต่าง และน่าสนใจ 3. ผลงานมีความคิดสร้ างสรรค์ 4. ความเหมาะสมของวัสดุที่นามาใช้ 5. ผลงานมีความประณีต เรี ยบร้ อย และสวยงาม

5

4

3

2

1


ประเด็นการสารวจความพึงพอใจ

5

4

3

2

1

6. ขนาดของผลงานมีความเหมาะสม 7. การส่งเสริมการเรี ยนรู้การทาเกษตรทฤษฎีใหม่ของเด็ก 8. ปลูกฝั งให้ เด็กรู้จกั การใช้ ชีวิตแบบพอเพียง 9. ผลงานมีความสมบูรณ์ สามารถใช้ งานได้ จริง 10. ความเหมาะสมของการใช้ งาน 11. มีเนื ้อหาสอดคล้ องกันการเรี ยนรู้ของเด็ก 12. ภาพประกอบมีความสวยงาม เหมาะสมกับเด็ก 13. ผลงานมีความแข็งแรง ทนทาน 14. ความเป็ นไปได้ ในการผลิต 15. ภาพรวมของผลงานทังหมด ้ ตอนที่ 3 ข้ อคิดเห็นและข้ อเสนอแนะเพิ่มเติม .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................

นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต ศศ.บ.511(4)/13A สาขาวิชสศิลปกรรม แขนงออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


ภาคผนวก ข แบบร่ างทางความคิด


ภาพแบบร่างทางความคิดส่วนที่ 1 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพแบบร่างทางความคิดส่วนที่ 2 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาคผนวก ค ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์


ภาพหน้ าปกที่เสร็จสมบูรณ์ด้านที่ 1 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพหน้ าปกที่เสร็จสมบูรณ์ด้านที่ 2 (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ด้านใน (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ของเนื ้อหา (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ด้านบน (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาคผนวก ง ภาพการจัดแสดงงานนิทรรศการ


ภาพบอร์ ดแสดงงาน นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาพการจัดบูธแสดงงานนิทรรศการ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพการจัดแสดงงานนิทรรศการ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ภาพบรรยากาศการจัดนิทรรศการ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)

ภาพรวมนักศึกษาชันปี ้ ที่ 4 ที่ร่วมแสดงงานในนิทรรศการ (ที่มา : นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต)


ประวัตผิ ้ ูวจิ ัย

ชื่อสกุล วัน เดือน ปี เกิด สถานที่เกิด ที่อยู่ ประวัติการศึกษา อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้ น มัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรี

นางสาวอุบลวรรณ นันท์อาณาเขต 7 มกราคม 2533 กาญจนบุรี 13/14 หมู่ 1 ตาบลสหกรณ์นิคม อาเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โรงเรี ยนบ้ านหินแหลม โรงเรี ยนบ้ านหินแหลม โรงเรี ยนสมเด็จพระปิ ยมหาราชรมณียเขต โรงเรี ยนร่มเกล้ า กาญจนบุรี สาขาวิชาศิลปกรรม แขนงออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


ILLUSTRATION DESIGN FOR CHILDREN POP UP BOOK CONCERNING “NEW THEORY OF AGRICULTURE”