Issuu on Google+

วัณโรค (Tuberculosis)

วัณโรค เปนโรคติดเชื้อที่มีความสําคัญมากที่สุดโรคหนึ่งในปจจุบัน จากขอมูลขององคการอนามัยโลกเมื่อป ค.ศ. 1997 คาดวาผูที่ติดเชื้อวัณโรคมีอยูมากกวา 2,000 ลานคนทั่วโลก และพบวามีผูปวยรายใหมเกิดขึ้นประมาณ 12 ลานคนใน แตละป ซึ่งถานับรวมผูปวยวัณโรคทั้งหมดในชวงเวลาหนึ่งๆ อาจมีจํานวนมากถึง 16 ลานคน นอกจากนี้อัตราการเสียชีวิต ของผูปวยวัณโรคประมาณปละ 2-3 ลานคน จะเห็นไดวาวัณโรคจึงเปนสาเหตุการตายจากโรคติดเชื้อที่สําคัญที่สุดโรคหนึ่ง วัณโรคในประเทศไทย ถือวาคอนขางวิกฤติ โดยคาดการณวาขณะนี้ประเทศไทยมีผูปวยวัณโรคราว 80,000100,000 คน และมีแนวโนมสูงขึ้นในผูติดเชื้อเอดส ประเทศไทยมีผูไดรับเชื้อวัณโรคแลวประมาณ 25 ลานคน ในจํานวนนี้ รอยละ 10 สามารถแพรเชื้อไปสูบุคคลอื่นได ในการลดผูปวยวัณโรคไมใหกลับมาเปนปญหาสาธารณสุขที่วิกฤติของ ประเทศ จําเปนตองมุงเนนรักษาผูติดเชื้อและผูปวยวัณโรคจํานวน 72,000 คนใหหายขาด ปจจัยที่ทําใหเกิดวัณโรคคือความ ยากจนและการติดเชื้อเอดส ที่สําคัญปญหาการรักษาวัณโรคคือเชื้อดื้อยาซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ผูปวยไมรักษาอยางตอเนื่อง ทําใหปวยซ้ํา โดยกลุมนี้มีอัตราสูงถึงรอยละ 20 ปจจุบัน พบวาผูปวยโรคเอดสเปนวัณโรคแทรกซอนกันมาก และทําใหวัณโรคปอดที่เคยลดลง มีการแพรกระจาย มากขึ้น ที่สําคัญเมื่อเขารับการรักษาควรตองรับการรักษาใหจบขั้นตอนตามที่แพทยกําหนดโดยเครงครัด มิฉะนั้นจะทําให เกิดปญหาเชื้อดื้อยาเพิ่มมากขึ้น ทําใหเปนปญหาลําบากในการรักษาตอไป สาเหตุวัณโรค วัณโรคเกิดจากเชื้อวัณโรค ซึ่งเปนแบคทีเรียที่มีชื่อวา ไมโคแบคทีเรียม ทูเบอรคูโลซิส (Mycobacterium tuberculosis) บางครั้งเรียกวา เชื้อเอเอฟบี (AFB/Acid Fast Bacilli) เชื้อวัณโรคติดตอจากคนไปคนผานทางละอองเสมหะที่ เกิดจากการไอ จาม หรือ การใชเสียง เชื้อวัณโรคที่ตกลงสูพื้นหรือติดอยูกับผิวสัมผัสของวัตถุอื่นๆ จะถูกทําลายไปโดยงาย โดยแสงสวางและอากาศที่ถายเทสะดวก วัณโรคแพรไดดวยการสัมผัสใกลชิดกับผูปวย เชน อยูอาศัยรวมบานเดียวกัน การ ที่ผูปวยภูมิตานทานรางกายออนแอ เชน เบาหวาน ติดเชื้อเอชไอวี หรือไดรับยากดภูมิตานทาน เชน ยารักษาโรคมะเร็ง หรือ ยาลูกกลอนที่มีสวนผสมของสเตียรอยด จะทําใหมีโอกาสเปนวัณโรคไดงาย


อาการวัณโรค อาการนําของวัณโรคปอดที่สําคัญคือ อาการไอติดตอกันเกิน 3 สัปดาห ในบางรายอาจมีไข ออนเพลีย เบื่ออาหาร หรือ ไอมีเลือดออก รวมดวยได อยางไรก็ตามผูปวยวัณโรคในระยะแรกๆ มักจะไมปรากฏอาการใหเห็นชัดเจน อาการแทรกซอนที่สําคัญคือ เยื่อหุมสมองอักเสบ, ฝในปอด, ภาวะมีน้ําในชองหุมปอด, วัณโรคตอมน้ําเหลือง พบ บอยที่ขางคอ อาจโตเปนกอนรวมกับไขเรื้อรัง หรือโตตอกันเปนสายเรียกวา ฝประคํารอย, ไอออกเปนเลือดถึงช็อก ที่พบได นอยลงไป ไดแก วัณโรคกระดูก มักพบที่กระดูกสันหลัง มีอาการปวดหลังเรื้อรัง หลังคดโกง และกดเจ็บ, วัณโรคลําไส มี อาการไข ปวดทอง ทองอืด ทองเดินเรื้อรัง ซูบผอม ถาลุกลามไปที่เยื่อบุชองทองที่ทําใหทองมานได, วัณโรคไต, วัณโรค กลองเสียง เสียงแหบ เปนตน การวินิจฉัยวัณโรค จากประวัติอาการเจ็บปวย การตรวจรางกายอยางละเอียด รวมกับการตรวจพบเชื้อวัณโรคในเสมหะ หรือสารคัด หลั่งตางๆ ในรางกาย การตรวจทางรังสีโดยการถายภาพเอ็กซเรยชวยในการวินิจฉัยเปนอยางมาก การรักษาวัณโรค โดยการใหยารักษาวัณโรคอยางนอย 2 ชนิดขึ้นไป โดยมีไอเอ็นเอช เปนยาหลัก 1 ชนิด แลวใหยาอื่นรวมดวยอีก 1-3 ชนิด การใชยาเพียงชนิดเดียวมักจะรักษาไมไดผล ยาที่ใชรักษาวัณโรคจึงมีสูตรใหเลือกอยูหลายแบบ ผูที่เปนวัณโรคในระยะที่เริ่มการรักษา โดยเฉพาะ 2 สัปดาหแรก จึงควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกลชิดผูอื่น โดยเฉพาะเด็กและคนชรา และควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่สาธารณะที่ผูคนแออัด เชน โรงภาพยนตร หางสรรพสินคา เปนตน รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการเดินทางดวยยานพาหนะรวมกับผูอื่นเปนเวลานานโดยเฉพาะถาเกิน 8 ชั่วโมงขึ้นไป แตไม จําเปนตองแยกขาวของเครื่องใชในกิจวัตรประจําตัวจากคนอื่น หลังจากทําการรักษาจนอาการไอหายไปแลว ยิ่งถาแพทย ตรวจเสมหะซ้ําแลววาไมพบเชื้อวัณโรค ก็จะปลอดภัยเพียงพอที่จะมีกิจกรรมทางหนาที่การงานและทางสังคมไดตามปกติ สาเหตุของการรักษาวัณโรคไมไดผล สาเหตุที่สําคัญไดแกการที่ผูปวยไดรับยาไมถูกตอง ผูปวยรับยาไมสม่ําเสมอไมครบตามตามกําหนดเวลาอัน สมควร บางคนอาจมีการแพยาเกิดขึ้น นอกจากนี้อาจเกิดจากมีโรคอื่นรวมอยูดวยและไมไดรับการรักษาที่ถูกตอง เชน เบาหวาน พิษสุราเรื้อรัง สําหรับการรักษาผูปวยที่เคยไดรับการรักษามากอน ผูปวยที่ไดรับการรักษามาเต็มที่เปนเวลาไมต่ํา กวา 6 เดือน และการประเมินผลแสดงการรักษาไมไดผล ควรเปลี่ยนใชยาขนานใหมที่ผูปวยไมเคยไดรับมากอนอยางนอย 2 หรือ 3 ขนาน โดยอาศัยผลการทดสอบการตานยาของเชื้อวัณโรค หรือการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกผูปวยที่เคยไดรับการ รักษาจนครบกระบวนการแลวโรคสงบไประยะหนึ่งแลวกําเริบขึ้นใหม การรักษาควรพิจารณาถึงสถานที่นั้นสามารถทดสอบความไวตอยาของเชื้อวัณโรคไดหรือไม ถาสามารถทําการ ทดสอบไดอาจใหยาเกาที่ผูปวยเคยไดรับมากอนและรอผลทดสอบการตานยาของเชื้อวัณโรค ถาไมสามารถทําการทดสอบ ไดควรใชยาใหมที่ผูปวยไมเคยไดรับมากอน 2-3 ขนาน อยางไรก็ตามการรักษาผูปวยที่เคยไดรับการรักษามากอนมีความ ยุงยากและปญหามาก เนื่องจากตองใชยาที่มีประสิทธิภาพต่ําและผลแทรกซอนสูง


การปองกันวัณโรค สําหรับการปองกันและดูแลจากผูปวยที่อยูรวมชายคาเดียวกันนั้นตองอยูในที่โลง อากาศถายเทสะดวก ไมคลุกคลี สัมผัสใกลชิดกับผูปวยวัณโรคที่อยูในระยะแพรเชื้อ ฉีดวัคซีนบีซีจีตั้งแตแรกคลอด ไมกระจายเชื้อไปสูผูอื่น เชน ไมไอ จาม รดผูอื่น ไมใชของใชสวนตัว ไดแก ผาเช็ดหนา ผาเช็ดตัว รวมกับผูอื่น ไมบวนเสมหะลงพื้นในที่แสงแดดสองไมถึง ถามี อาการนาสงสัย หรือผิดปกติ หรือสัมผัสใกลชิด ควรปรึกษาแพทยทันที


โรควัณโรค