Issuu on Google+

การเตรียมตัวสอบ + วิชาการ ควรเก็บอ่านไปเรื่อยๆ อ่านผ่านๆก็ได้ แต่ควรอ่านหลายๆรอบนะ ถึงจะเป็นคณะที่เกี่ยวกับศิลปะแต่ก็ทิ้งวิชาการไม่ได้ เคยมี คนพลาดเพราะวิชาการไม่ถึงเกณฑ์มาแล้วนะ หนังสือที่อยากแนะนาก็พวกหนังสือแบบฝึกหัดโอเน็ตซื้อมาทาเลย หรือพวกข้อสอบเก่า ที่หาได้ตามอินเตอร์เน็ตก็ได้ สาหรับวิชา ไทย สังคม อังกฤษ และก็วิทย์นะ ทาแบบฝึกหัดไปเลย ทวนก็ทวนจากในแบบฝึกหัดที่เราทา ไปนัน่ แหละ ส่วนเลขก็ดูพวกเลขพื้นฐานไป **ย้านะว่าควรหาเวลาทาแบบฝึกหัด+ข้อสอบเก่าไว้เยอะๆ** **น้องคนไหนอยากเข้าสถาปัตย์ต้องขยันทาแบบฝึกหัดฟิสิกส์นะเว่ย ฟิสิกส์เค้าโหดเว่อ** + วาดเส้น / วิชาภาค วาดเส้น : แนะนาว่าให้ไปหาทีต่ ิว จะได้มีคนมาคอยชี้แนะงานของเรา ตอนที่ติวพี่เค้าให้การบ้านอะไรมาก็ขยันๆทา ดูงานของ เพื่อนๆด้วยว่าเค้ามีจุดด้อยจุดดีอะไรแล้วเอาพัฒนางานของเรา พยายามฝึกวาดวัตถุสิ่งของต่างๆให้เป็นทุกอย่าง เอาให้เป๊ะ พอเข้าห้อง สอบไปจะได้ไม่ตื่นตระหนกตกใจกับโจทย์ที่เค้าให้เราวาด วิชาภาค : ดูงานเยอะๆ ทั้งตามเว็บไซต์ หนังสือ โทรทัศน์ ฯลฯ ชอบสไตล์ไหน แนวไหนก็จาเอามาใช้ หางานแนวที่เราชอบให้ ได้ แล้วเวลาคิดงานจะคิดได้เร็ว ตอนทาการบ้าน ทางาน ฝึกจับเวลานะ ทาให้ทันภายใน 3 ชั่วโมง **พองานเสร็จดูด้วยนะว่าเราชอบ งานตัวเองหรือเปล่า ถ้าเราไม่ชอบงานตัวเอง แล้วใครเค้าจะชอบ? ** ก่อนสอบวาดเส้น+วิชาภาค แนะนาให้นั่งสมาธิก่อนทาซัก 1 นาทีก็ได้ เรียกสติให้อยู่กับตัวเอง อย่าไปกลัวโจทย์ **ตอนสอบพยายามทางานให้เสร็จนะ เพราะถ้าไม่เสร็จ = อาจารย์ไม่ตรวจ = ไม่มีคะแนน = บายยยยย

ความแตกต่างระหว่าง นิเทศศิลป์ VS เรขศิลป์ VS CommDe ▲ วิชาเอกเรขศิลป์

ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย + การเรียน เน้นกระบวนการคิดและทางาน ต้องออกแบบอย่างมีที่มาที่ไป งานที่ออกมาต้องสื่อสารและตอบโจทย์ได้ ความสวยงามเป็น เรื่องรองลงไป งานชิ้นหนึ่งอาจจะทาๆแก้ๆกันจนเบื่อ อาจารย์จะชอบงานที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแต่ตอบโจทย์ได้ การเรียนครอบคลุม แทบทุกสื่อ เช่น สิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ new media ฯลฯ + การสอบ การสอบเรขศิลป์ถือว่าค่อนข้างยากเพราะเวลาจากัดแค่ 3 ชัว่ โมง มีทั้งโจทย์ออกแบบและวาดเส้นสร้างสรรค์ ที่ผ่านๆมาคน เข้าสอบกว่าครึ่งหนึ่งจะทาไม่ทนั ▲ ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร + การเรียน เน้นทักษะทางศิลปะมาก เรียนการทาสื่อต่างๆที่เกี่ยวกับกราฟิก เช่น โปสเตอร์ ภาพประกอบ Billboard Animation ฯลฯ + การสอบ วาดเส้นมัณฑนศิลป์ เน้นการวาดหุ่นนิ่ง ที่มีรายละเอียดเยอะ อย่างเช่นของใกล้ตัวต่างๆ วัตถุมีเงา หน้าคนและมือถือสิ่งของ ออกแบบนิเทศศิลป์ ให้ออกแบบโปสเตอร์รวมถึงโลโก้ และสื่อโฆษณาต่างๆ เน้นการนาเสนองาน งานต้องโดดเด่น ลงสีสวยๆ เน้น ทักษะมากที่สุด ถ้าใครทักษะดีและทาเสร็จเร็ว นาเสนอผลงานได้ดี ก็จะได้คะแนนเยอะ เหมาะกับคนที่ชอบวาด ชอบลงมือทา ▲ Communication Design ภาควิชาการออกแบบ อุตสาหกรรม (ID) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย + การเรียน เน้นการเรียนในด้านออกแบบสื่อในรูปใหม่ ให้งานมีความสร้างสรรค์และน่าสนใจ เน้นการทาสื่อรูปแบบใหม่ใน อินเตอร์เน็ตและการออกแบบผลิตภัณฑ์ + การสอบ ต้องเก่งภาษามากๆ เพราะใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมดตั้งแต่สอบจนถึงการเรียน ทักษะการออกแบบ ระดับหนึ่ง ใช้พนื้ ฐาน เดียวกับการสอบพื้นฐานสถาปัต ไม่กาหนดเวลาในการทา แต่ข้อสอบเยอะถ้าเทียบกับเวลาที่ให้ ฉะนั้นต้องทาเร็วและตอบโจทย์ การ ทา portfolio ที่น่าสนใจอาจช่วยในการสัมภาษณ์ได้ Cr : artstucafe, manastudio


**ตารางเปรียบเทียบวิชาที่ใช้สอบเรขศิลป์ นิเทศศิลป์ Commde**

**ตารางเปรียบเทียบกาหนดการสอบเรขศิลป์ นิเทศศิลป์ CommDe**

**สรุป** เรขศิลป์ = นักออกแบบ+ การตลาด ตอบโจทย์ นิเทศศิลป์ = ทักษะดี CommDe = อิสระในการสร้างสรรค์งาน + รสนิยม

Cr : artstucafe, manastudio


มัณฑนศิลป์ออกแบบภายใน VS สถาปัตย์ออกแบบภายใน + ระยะเวลาการเรียน „ สถาปัตยกรรมภายใน 5 ปี „ มัณฑนศิลป์ ออกแบบภายใน 4 ปี + ระบบการสอบ „ สถาปัตย์ภายใน มีทั้งระบบสอบตรง และสอบ admission สาหรับการระบบการสอบให้ติดตามเป็นปีต่อปี „ มัณฑนศิลป์ ออกแบบภายใน [คณิต/วิทย์+ไทย/อังกฤษ/สังคม 40%]+[วาดเส้นมัณฑนศิลป์ 30%+ออกแบบภายใน 30%]

*** ตรงนี้ มัณฑนศิลป์ ปฏิบัติโหดกว่า แต่ขอบอกว่า วิชาการโหดกว่าโอเนต โดยเฉพาะ วิทย์กับคณิต *** + การเลือกคณะเมื่อคะแนนออก (ระบบ admission) „ สถาปัตย์ภายใน เลือกได้หลายที่ จุฬาฯ / ลาดกระบัง / บางมด / ธรรมศาสตร์ „ มัณฑนศิลป์ ออกแบบภายใน มีที่เดียวคือ “คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร” ไม่มีระบบ admission มัณฑนศิลป์ มีเกณฑ์วิชา เฉพาะขั้นต่าที่ 50 คะแนน เช่น หากวาดเส้นได้ 100 คะแนน แต่ออกแบบภายในได้ 49 ก็จะไม่มสี ิทธิไ์ ด้รบั พิจารณา เกณฑ์ขนั้ ต่าวิชาการก็อยูท่ ี่ 30% + จานวนรับ „ สถาปัตย์ภายใน จุฬาฯ / ลาดกระบัง / บางมด / ธรรมศาสตร์ รับที่ละ 30-40 คน รวมๆทุกมหาลัยประมาณ 120-130 คน „ มัณฑนศิลป์ ออกแบบภายใน รับ 50 คน (ไม่รวมโควต้าประมาณ 3-5 คน) + การเรียนการสอนคานวณ „ สถาปัตย์ภายใน จุฬาฯ มีสิทธิ์สอบใบประกอบวิชาชีพสถาปนิกหลังจบทางานแล้ว 2 ปี เพราะยัด วิชาคานวณและ Construction มาก เรียนหนัก „ สถาปัตย์ภายใน ลาดกระบัง มีคานวณพอสมควร เช่น สถิติ แคลคูลัส และแมคคานิกส์ „ สถาปัตย์ภายใน บางมด เรียนเป็นภาษาอังกฤษ มีคานวณ คล้ายลาดกระบัง „ สถาปัตย์ภายใน ธรรมศาสตร์ เรียน 4 ปี „ มัณฑนศิลป์ ออกแบบภายใน มีคานวณตัวเดียวคือ คณิตศาสตร์ของนักออกแบบ เช่นการหาพืน ้ ที่วงกลมฯลฯ ง่ายมากๆ + ลักษณะ Concept ของการเรียน „ สถาปัตย์ภายใน เน้นโครงสร้างสถาปัตยกรรม+ออกแบบภายใน < ซึ่งก็แล้วแต่ style ของแต่ละที่ > „ มัณฑนศิลป์ ออกแบบภายใน เน้นการตกแต่ง และออกแบบภายใน (decorate) + คุณสมบัติของผู้ที่จะสอบติด „ สถาปัตย์ภายใน สายวิทย์ / ศิลป์คานวณที่ไม่เกลียดคานวณเรียนเสริม ฟิสิกส์ ฝึกความถนัดทางสถาปัตย์มา „ มัณฑนศิลป์ ออกแบบภายใน ทุกสายที่ขยันฝึก วาดเส้น และออกแบบภายในมาอย่างหนัก + สัดส่วนและระยะเวลาการแบ่งเวลาติว „ สถาปัตย์ภายใน ฝึก 6-16 เดือน สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง สม่าเสมอ „ มัณฑนศิลป์ ออกแบบภายใน ฝึก 10-24 เดือน สัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง สม่าเสมอ + หน้าที่การงาน „ ทั้งสองสาขา ทางานคล้านคลึงกัน „ แต่ภายในจุฬาฯ จะสอบใบประกอบวิชาชีพสถาปนิกได้ „ การทางานทั้งสองสาขาค่อนข้างคล้ายกันมากๆ „ ฐานเงินเดือนของราชการ สถาปัตย์จะมากกว่าหน่อย แต่เอกชนเท่าๆกัน „ แทบไม่ต่างกันครับตอนทางาน เพราะแต่ละคณะ ก็จะมีก๊วนหรือบริษัทที่เด็กคณะนัน ้ ๆจบไปทางานรองรับอยู่แล้ว เรียกว่า

พวกใครพวกมัน + การศึกษาต่อ „ สถาปัตย์ภายใน ศึกษาต่อสาขาสถาปัตยกรรมหลักได้ (ต่างประเทศ) ‟ ต้องเรียนพืน ้ ฐานเสริม และต่อทางสายออกแบบได้ ทั้งหมด * ภายใน ของ จุฬาฯ จะต่อโท ส.ถ. หลักได้ „ มัณฑนศิลป์ ต่อสายสถาปัตย์หลักไม่ได้ แต่ภายในได้ และต่อสายออกแบบได้ทั้งหมด

Cr : artstucafe, manastudio


**ถ้าใครเข้าสถาปัตย์ ต้องเก็บ GPAX ให้ดๆี ขยันๆทุกวิชา เตรียมความถนัดอย่างน้อย 1 ปี วิชาการต้องโอเค พอสมควร ถ้าจุฬาฯ ศิลปากร GPAX เท่าทีค่ านวณ ต้องพ้น 3.20 ถึงจะสบายหน่อย (จุฬาฯ รับตรง เกณ์ขนั้ ต่า 3.00) ** ถ้าเข้ามัณฑนศิลป์ ก็ต้องเตรียมตัวฝึกหนักยาวเป็นปีๆ เขียนวันละหลายๆรูป ย้าฝึกหนักมาก��� ย้าฝึกหนัก มากๆ ย้าฝึกหนักมากๆ ▲ออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นสาขาที่ เปิดรอความสามารถในการคิดอย่างมีระบบ กระบวนการในการผลิต และ ดีไซด์ งานตัวๆ นึง ออกมาอย่างมี กระบวนการขัน้ ตอน การออกแบบผลิตภัณฑ์มาตัวๆนึง แต่ ลูกค้า หรือ อาจารย์อยากเห็น ว่า ผลิตภัณฑ์ของคุณเป็นอย่างไร ด้วย รูปร่างคุณลักษณะหรือหน้าตามัน เป็นอย่างไร ต้อง มีโมเดล ประกอบไปกับ การออกแบบ +การศึกษาต่อใน สายคณะ ออกแบบผลิตภัณฑ์ จุฬาลงกรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มศว.คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร มัณฑนศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ สถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (คลอง6) คณะ ศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง คณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาปัตยกรรมศาสตร์ ▲สถาปัตยกรรมศาสตร์ +เรียนอะไรบ้างในสถาปัตย์ „ สถาปัตยกรรม (สถ. สถาปัตย์ AR) : เรียน เกี่ยวกับการออกแบบอาคาร ที่ไม่ใช่แค่บ้าน แต่รวมถึง โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม สถานทีร่ าชการ คอนโด ฯลฯ สถานทีต่ ่างๆที่คนเข้าไปอยู่ได้ ซึ่งอาจจะมีประโยชน์ใช้สอยแตกต่างกัน ให้เป็นไป ตามความต้องการของลูกค้า มีพื้นที่ใช้สอยเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย โครงสร้างแข็งแรง และที่สาคัญคือ สวยงาม จบแล้วก็ไปเป็น สถาปนิก เรียน 5 ปี ได้ปริญญาเป็น สถบ. (สถาปัตยกรรม ศาสตร์บัณฑิต) สามารถเซ็นแบบในการก่อสร้างอาคารได้ เริ่มแรก อาจจะอยู่ในบริษัทก่อน ถ้าต่อมาเริ่มมีประสบการณ์สั่งสมมากขึ้น มีเงินมากขึ้นก็สามารถเปิดออฟฟิศเองก็ได้ „ สถาปัตยกรรมไทย (สถท. สถาปัตย์ไทย TA) : เรียนเหมือนสาขาสถาปัตยกรรม แต่จะเพิ่มในเรื่องของลักษณะของ สถาปัตยกรรมที่เป็นแบบไทย ที่มีมาแต่โบราณขึ้นมา (ใน สาขาสถาปัตยกรรมก็จะได้เรียนเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมไทยด้วย แต่น้อย กว่า) เช่น วัด อุโบสถ ลายไทย การแกะสลัก ปูนปัน้ การเขียนลายต่างๆ การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยและการบูรณะ ออกแบบวัด ขึ้นใหม่ อาจจะ ทางานกับกรมศิลปากร แต่ไม่ใช่วา่ สร้างวัด ซ่อมวัดหรือโบราณสถานเพียงอย่างเดียว แต่สามารถออกแบบ สถาปัตยกรรมอื่นที่เป็นแบบไทยได้ เช่น โรงแรม รีสอร์ทสไตล์ไทย แต่ภาคนี้จะรับจากการสอบตรงอย่างเดียวนะจ๊ะ เพราะว่าคนที่จะ มาเรียนด้านนี้ได้ น่าจะเป็นคนที่มีใจรักด้านนี้อย่างแท้จริง มากๆ การทางาน „ สถาปัตยกรรมภายใน (สน. ภายใน interior IA) : เรียน เกี่ยวกับการออกแบบภายในอาคารให้สวยงาม น่าสนใจ มีแสง สว่างและสิ่งต่างๆที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ จะทางานในลักษณะที่ต้องลงรายละเอียดมากแบบ มากๆ จริงๆแล้ว สถาปัตยกรรม ก็มีรายละเอียดมากนะ แต่จะเป็นคนละแบบกัน จบไปเป็นสถาปนิกออกแบบตกแต่งภายใน เรียนคล้ายๆกับสาขา สถาปัตยกรรม แต่จะเน้นโครงสร้างภายใน ต่างจากมัณฑนศิลป์ สาขาตกแต่งภายใน ตรงที่สามารถตกแต่ง เพิ่มเติมในส่วนของ โครงสร้างได้ เช่น การกั้นห้อง วางตาแหน่งห้องต่างๆ วางระบบต่างๆให้สวยงาม ต่อเติมห้องได้ ซึ่งจะสามารถตกแต่งภายในอาคารได้ มากกว่า เพราะมีความรู้ในด้านโครงสร้างอาคารเข้ามาเกีย่ วข้อง ได้ปริญญาเป็นสถาปัตยกรรมศาสตร์บัณฑิต การทางานคล้าย ๆ สถาปนิกเลย แต่เป็นการทางานตกแต่งแทนที่จะออกแบบอาคาร สามารถออกแบบอาคารภายนอกได้ แต่มีข้อจากัดในการเซ็นแบบ ได้น้อยกว่าสาขาสถาปัตยกรรม „ ออกแบบอุตสาหกรรม (ออ. ศิลปอุตสาหกรรม ID) : เรียน เกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น ผลิตภัณฑ์ ต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจาวัน อาจแบ่งออกเป็นสาขาย่อยต่างๆ เช่น เซรามิก สิ่งทอ งานโลหะ งานไม้ บรรจุภณ ั ฑ์ กราฟฟิก โดยทุกคนจะ ได้เรียนหมดทุกตัว และเลือกทาทีสิส (วิทยานิพนธ์) ในตัวที่เราชอบและถนัดเพียงตัวเดียว จบมาเป็นดีไซน์เนอร์ที่ไม่ได้ออกแบบ เสื้อผ้า แต่ออกแบบข้าวของเครื่องใช้ทั่วๆไป ตั้งแต่ของใช้เล็กๆ ไปจนถึงยานพาหนะ เป็นครีเอทีฟ ออกแบบสิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์ตา่ งๆ Cr : artstucafe, manastudio


ออกแบบลายผ้าทาเฟอร์นิเจอร์ หรือจะรับงานฟรีแลนซ์ก็ได้ คือ ทางานอิสระไม่ได้ทาตรงกับบริษัทไหนเฉพาะ โอยย เยอะมาก และ ตอนนี้ภาคนี้ก็กาลังบูมใช้ได้เลย „ วางแผนภาคและผังเมือง (ผม. การวางแผนภาคและเมือง UA) : เรียน เกี่ยวกับการจัดการผังเมืองให้เป็นระบบ ทางสัญจร ระบบการบริการ การจัดการเมืองให้เป็นส่วน มีจุดเด่นที่ดี ทาให้ภาพของเมืองเป็นภาพที่นา่ ดู เป็นเมืองที่นา่ อยู่ การทางานก็ ประมาณว่า วางผังเมืองให้กับโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และปรับปรุงสภาพแวดล้อมของเมืองที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น เรียนการจัดวาง ตาแหน่งสิ่งต่างๆในชุมชนเมือง เช่น บ้านพักอาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม สวนสาธารณะ ให้สวยงาม เป็น ระเบียบเรียบร้อย ง่ายต่อการไปใช้สอย และง่ายต่อการค้นหา การทางาน มักต้องรับราชการ „ ภูมิสถาปัตยกรรม (ภส. Land LA) : เรียน ออกแบบพืน้ ที่ภายนอกอาคาร ไม่ใช่เพียงการจัดสวน แต่รวมถึงการจัดตาแหน่ง อาคาร และองค์ประกอบอื่นๆ เช่น ต้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ตามท้องถนน ให้สะดวกแก่การใช้สอย สวยงาม งานที่ทาได้ก็เช่น ออกแบบสวน สนุก ออกแบบพื้นที่โครงการ หมู่บ้านจัดสรร ออกแบบบริเวณโรงเรียน มหาวิทยาลัย วางแนวถนน ตาแหน่งทะเลสาป ออกแบบ ระดับภูมิประเทศเพื่อการระบายน้า และภูมิทัศน์ รักษาสภาพแวดล้อมเดิมทางภูมิศาสตร์ แต่จะจัดบริเวณที่เล็กกว่าผังเมือง ▲ออกแบบเครื่องแต่งกาย

สาขาออกแบบเครื่องแต่งกาย มีทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนแล้วยังมีสถาบันต่างๆเปิดสอนด้านนี้ โดยเฉพาะอีกโดย การเรียนจะทาให้เราได้รับความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยว ชาญในการออกแบบเครือ่ งแต่งกาย สามารถประยุกต์ใช้ศิลปะให้ สอดคล้อง กับเทคนิค วิทยาทางการออกแบบ มีหลักและวิธกี ารต่างๆ ในการดาเนินธุรกิจทางการออกแบบ เครื่องแต่งกาย มีความคิด สร้างสรรค์และเข้าใจ ในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม การออกแบบเครื่อง แต่งกายและเป็นนักออกแบบที่รับผิดชอบต่อสังคม สาขา เราจะได้ออกแบบกันจริงจริงได้ใส่กันจริงแต่ค่าใช้จ่ายเรื่องอุปกรณ์การ เรียนก็สูงพอสมควร แต่ถ้าชุดของเราได้ไปเดินอยู่บน Catwalk คงมีความสุขเป็นที่สดุ

+ จบออกแบบเครือ่ งแต่งกายทางานอะไร ออกแบบเครื่องแต่งกายต่าง เสื้อผ้า กระเป้า รองเท้า มีบริษทั เสื้อผ้าแบรนด์ดังต่าง เช่น Dapper แต่บางคนก็เปิดร้านเอง แถวสยามจะมีร้านค้าที่ออกแบบเองเยอะมาก หรือบางไม่ไม่ออกแบบละก็มีหน้าที่ควบคุมการออกแบบ การจัดหาวัสดุ (garment) การ ทาตลาด หรือบางคนก็เน้นออกแบบเพื่อแฟชั่นโชว์

+ มหาวิทยาลัยทีเ่ ปิดสอนออกแบบเครือ่ งแต่งกาย จุฬาลงกรณ์ ศิลปากร ศรีนครินทร์วิโวฒ สวนดุสิต ม.กรุงเทพ ▲ออกแบบเครื่องประดับ โดยหลักสูตรของวิชาเอกศิลปะเครื่องประดับ เน้นให้ผู้เรียนเรียนทางด้านการออกแบบเครื่องประดับเป็นหลัก โดยมี กระบวนการคิดและฝึกฝนทักษะหลายด้านเพื่อให้เป็นประโยชน์ในการนาไปใช้ เพื่อการออกแบบ โดย โครงสร้างหลักแรก ให้ ผู้เรียนศึกษาทางด้านเนื้อหาวิชาการศึกษาทั่วไป เพราะรายวิชาการศึกษาทั่วไปมีความจาเป็นอย่างยิง่ ต่อการพัฒนาทางด้านความ คิด ความรู้ที่รอบด้าน ความสามารถทางด้านอืน่ ๆ เพราะค���ามเป็นบัณฑิตควรมีความรู้เหล่านี้เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนาต่อไปในวัย ที่เป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีความรู้ ทั้งมิติสัมพันธ์ และการแก้ปัญหาร่วมกันได้ ในสังคม และสร้างความแตกต่างของความเป็นช่างฝีมือ แต่ เป็นนักออกแบบที่มีความคิดความรู้มากยิ่งขึน้ ตามกาลสมัยได้ดี โครงสร้างที่สองคือทางด้านวิชาเอกสัมพันธ์ ที่ฝึกให้นักออกแบบได้ พัฒนาทักษะ ความรู้ และสุนทรียศาสตร์ทางด้านศิลปะให้มคี วามกว้างขวางมากยิง่ ขึ้น ไม่เป็นเพียงแค่นักออกแบบที่รเู้ ฉพาะศาสตร์ ของตน และประกอบกับนักออกแบบมีความจาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจ ซาบซึ้งใจในความงามของศิลปะเป็นอย่างดี จึงจะสามารถ เป็นนักออกแบบที่มีความคิดสร้างสรรค์ ที่มีพื้นฐานการศึกษางานอย่างมีศิลปะ โครงสร้างที่สามคือการศึกษาศาสตร์เฉพาะ ด้าน หรือวิชาเอกทางด้านการออกแบบเครื่องประดับ ที่มีโครงสร้างย่อยดังนี้ การฝึกฝนทางด้านการออกแบบ การ ฝึกฝนทางด้าน ทักษะหรือการผลิต และความรู้อื่นๆที่จาเป็น เช่น ความรู้ เกี่ยวกับอัญมณี ความรูเ้ กี่ยวกับการตลาดและพฤติกรรมผูบ้ ริโภค และ ความรู้ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งโครงสร้างทางการศึกษาดังกล่าวเป็นสิ่ง ที่ผู้รียนจะได้ศึกษาอย่างเบื้องต้นและได้เรียนรู้ หลักการ เพื่อนาไปใช้ใน การต่อยอดในการหาประสบการณ์กับการทางานของตนเองมากที่สุด +จบไปทางานอะไรบ้าง ประการแรกคือ เป็นนักออกแบบเครื่องประดับ ซึ่งในปัจจุบนั นักออกแบบทางด้านนีย้ ังเป็นที่ขาดแคลนของ ตลาด โดยเฉพาะนักออกแบบที่ มีประสบการณ์ สามารถแก้ปัญหาได้ทุกรูปแบบสถานการณ์ ซึ่งบัณฑิตที่จบใหม่ ต้องหมั่นศึกษา และหาโอกาศที่ดีในการพัฒนาประสิทธิภาพของตน ประการที่สอง คือ เป็นผู้ประกอบการทางด้านธุรกิจเครื่องประดับด้วย Cr : artstucafe, manastudio


ตนเอง ซึ่งตามแต่โอกาสและความพร้อมของบัณฑิต และประการสุดท้าย ประกอบอาชีพอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ เครื่องประดับ เช่น ออกแบบผลิตภัณฑ์ เว็บไซน์ เป็นต้น

**อ่านตรงนี้ด้วย** ขอแนะนาน้องๆว่าให้ทาคะแนน GAT-PAT ให้ดีๆตั้งแต่รอบตุลานะคะ เพราะว่าเราสามารถนาคะแนนใน รอบนี้ไปยื่นกับมหาวิทยาลัยที่เค้ารับตรงได้ เช่น เกษตรฯ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ถ้าคะแนนเราไม่ดีอะ คือเหมือนเรา ตัดสิทธิ์ตัวเองไปเลยนะ แบบถ้าสอบตรงไม่ได้ ยื่นรับตรงก็ไม่ได้อีก ต้องรอรอบแอดฯอย่างเดียวเลย(ชีวิตพัง..) แล้ว รอบแอดฯโอกาสที่เราจะหลุดมันเยอะมากๆ [ถ้าเกรดเกิน 3.5 แล้วมีคะแนน PAT4 ยื่นโควต้า สถาปัตย์ลาดกระบังได้ ถ้าเกรดเกิน 3.5 แล้วมีคะแนน PAT6 ยืน่ โควต้า นิเทศศิลป์ได้ พีไ่ ม่ชัวร์ว่ามีสาขาอื่นอีกด้วยมั้ย รอดูระเบียบการของปีที่เราสอบอีกทีนะ :D]

“อย่าทาร้ายตัวเองด้วยความขี้เกียจของตัวเรา”

Cr : artstucafe, manastudio


แนะแนวคณะเกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบ