Issuu on Google+


คํานํา ในอดีต การดําเนินงานดานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมของประเทศ ไทยเป น การดํ า เนิ น งานโดยอาศั ย อํ า นาจตามพระราชบั ญ ญั ติ ส ง เสริ ม และรั ก ษา คุ ณภาพสิ่งแวดลอ มแห งชาติ พ.ศ.2518 ซึ่งในป พ.ศ.2524 มี ก ารประกาศ กระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและการพลังงาน กําหนดใหโครงการจํานวน 10 ประเภท ตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ตอมา ในป พ.ศ.2535 ไดมีการตราพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ.2535 ขึ้ น ใหม และมี ก ารประกาศกระทรวงวิ ท ยาศาสตร เทคโนโลยี แ ละสิ่ ง แวดล อ ม กํ า หนดให โ ครงการรวม 22 ประเภท เข า ข า ยต อ งจั ด ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอ ม เมื่อ ป พ.ศ.2552 ไดมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง โดย สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เปนหนวยงานใน สั ง กั ด กระทรวงทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ ม ได อ อกประกาศกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม กําหนดประเภทและขนาดโครงการหรือกิจการฯ ที่เขาขายตองจัดทํารายงานฯ รวมทั้งสิ้น 34 ประเภท รวมทั้งมีการปรับปรุงหลักเกณฑ วิธีการ ในการจัดทํารายงานฯ ดวย นอกจากการเปลี่ยนแปลงดังกลาวแลว สืบเนื่อง จากรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 67 ที่ใหความสําคัญ กั บ ผลกระทบที่ จ ะเกิ ด กั บ ชุ ม ชนอย า งรุ น แรง ทั้ ง ทางด า นคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สุ ข ภ า พ จึ ง ไ ด มี ก า ร อ อ ก ป ร ะ ก า ศ ก ร ะ ท ร ว ง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม เพื่อ กําหนดหลักเกณฑ วิธีการในการจัดทํา รายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ มสํ า หรั บ โครงการที่ อ าจก อ ให เ กิ ด ผลกระทบรุนแรงฯ ขึ้น


สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ไดเล็งเห็น วา กระบวนการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ไดมีการพัฒนาอยางตอเนื่องและมี การปรับเปลี่ยนหลายอยาง โดยเฉพาะในเรื่องของกฎ ระเบียบ กฎหมายตาง ๆ ที่ จะตองปฏิบัติตาม ตามที่ไดกลาวมาแลว จึงจําเปนตองสรางความเขาใจใหเปนที่ทราบ อยางแพรหลาย สํานักงานฯ จึงไดจัดพิมพหนังสือ “ระบบการวิเคราะหผลกระทบ สิ่ ง แวดล อ มของประเทศไทย” นี้ ขึ้ น เพื่ อ เผยแพร ใ ห กั บ หน ว ยงานต า ง ๆ สถาบันการศึกษา นักพัฒนา นักวางแผน และประชาชนทั่วไป ไดรับทราบและมี ความรูความเขาใจไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถปฏิบัติไดถูกตองตามที่กฎหมาย กําหนดไว เมษายน 2553 สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม


หนังสือ “ระบบการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมของประเทศไทย” สารบัญ 1. พระราชบั ญ ญั ติ ส ง เสริ ม และรั ก ษาคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ มแห ง ชาติ พ.ศ. 2535 สวนที่ 4 การทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม 2. ศัพทที่ควรรู 3. ระยะเวลาและขั้นตอนในการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอม 4. ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ เรื่อง หลักเกณฑ และ วิธีการในการแตงตั้งคณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) 5. ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ เรื่อง หลักเกณฑ และ วิธีการในการแตงตั้งคณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ฉบับที่ 34 (พ.ศ. 2552) 6. ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ เรื่อง หลักเกณฑ และ วิธีการในการแตงตั้งคณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ฉบับที่ 35 (พ.ศ. 2552) 7. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนด ประเภทและขนาดโครงการซึ่งตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอม และหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการ จัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม

หนา 1 7 9 12

16

18

23


สารบัญ (ตอ) หนา 49

8. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนด หลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางในการจัดทํารายงานการ วิ เคราะห ผลกระทบสิ่ งแวดล อม สํ าหรั บโครงการหรื อกิ จการที่ อาจ ก อ ให เ กิ ด ผลกระทบต อ ชุ ม ชนอย า งรุ น แรงทั้ ง ทางด า นคุ ณ ภาพ สิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ 9. ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการประสานงานการใหความเห็น 74 ขององคการอิสระในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอ ชุมชนอยางรุนแรง พ.ศ. 2553 10. คําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ 18/2553 เรื่อง แตงตั้งคณะกรรมการ 82 ประสานงานการใหความเห็นขององคการอิสระ 11. แนวทางการประเมิ นผลกระทบทางสุ ขภาพในรายงานการวิ เคราะห 85 ผลกระทบสิ่งแวดลอม 12. แนวทางการมี ส วนร วมของประชาชนและการประเมิ นผลกระทบ 113 สิ่งแวดลอมทางสังคมในกระบวนการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม 13. การกําหนดประเภทและขนาดโครงการที่ตองเสนอรายงานการวิเคราะห 167 ผลกระทบสิ่งแวดลอมตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับปาอนุรักษเพิ่มเติม (13 กันยายน 2537) 14. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนด 170 ประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ และหลักเกณฑ วิธีการที่ โครงการหรือกิจการสามารถขอรับการยกเวนไมตองจัดทํารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม


สารบัญ (ตอ) หนา 15. กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติ 191 สงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2518 16. ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ที่ 7/2528 เรื่อง หลักเกณฑ 199 เกี่ยวกับประสบการณในการปฏิบัติงานการสงเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดลอม 17. กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติ 202 สงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535


1

พระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535


2

พระราชบัญญัติ สงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ.2535 ------------------------------------------------------------------------

สวนที่ 4 การทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม -----------------------------------------------มาตรา 46 เพื่อประโยชนในการสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม ให รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ มีอํานาจประกาศ ในราชกิจจานุเบกษากําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการของสวน ราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่มีผลกระทบสิ่งแวดลอมซึ่งตองจัดทํารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมเพื่อเสนอขอความเห็นชอบตามมาตรา 47 มาตรา 48 และมาตรา 49 ในการประกาศตามวรรคหนึ่ง ใหกําหนดหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ แนวทางการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ตลอดจนเอกสารที่ เกี่ยวของซึ่งตองเสนอพรอมกับรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม สําหรับ โครงการหรือกิจการแตละประเภทและแตละขนาดดวย ในกรณีที่โครงการหรือกิจการประเภท หรือขนาดใดหรือที่จะจัดตั้งในพื้นที่ ใดมีการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมไวแลว และเปนมาตรฐานที่สามารถใชกับ โครงการหรือกิจการประเภทหรือขนาดเดียวกัน หรือในพื้นที่ลักษณะเดียวกันได รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติอาจประกาศใน ราชกิจจานุเบกษากําหนดใหโครงการหรือกิจการในทํานองเดียวกันไดรับยกเวนไม ตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมก็ได แตทั้งนี้ โครงการหรือ


3 กิจการนั้นจะตองแสดงความยินยอมปฏิบัติตามมาตรการตาง ๆ ที่กําหนดไวในการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการนั้นตามหลักเกณฑและ วิธีการที่รัฐมนตรีกําหนด มาตรา 47 ในกรณีที่โครงการหรือกิจการซึ่งตองจัดทํารายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมตามมาตรา 46 เปนโครงการหรือกิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโครงการรวมกับเอกชน ซึ่งตองเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีตามระเบียบ ปฏิบัติของทางราชการใหสวนราชการหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งเปนผูรับผิดชอบโครงการหรือ กิจการนั้น จัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมตั้งแตในระยะทําการศึกษาความ เหมาะสมของโครงการเสนอตอคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ เพื่อเสนอความเห็น ประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในการพิจารณาใหความเห็นชอบรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ที่ เ สนอตามวรรคหนึ่ ง คณะรั ฐ มนตรี อ าจขอให บุ ค คลหรื อ สถาบั น ใด ซึ่ ง เป น ผูชํานาญการหรือเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมทําการศึกษาและ เสนอรายงานหรือความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาดวยก็ได สําหรับโครงการหรือกิจการของสวนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามมาตรา 46 ซึ่งไมจําตองเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให สวน ราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเปนผูรับผิดชอบโครงการหรือกิจการนั้นจัดทํารายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมเพื่อเสนอขอความเห็นชอบกอนที่จะดําเนินการ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดไวในมาตรา 48 และมาตรา 49 มาตรา 48 ในกรณีที่โครงการหรือกิจการซึ่งตองจัดทํารายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมตามมาตรา 46 เปนโครงการหรือกิจการซึ่งจะตองไดรับอนุญาต จากทางราชการตามกฎหมายกอนเริ่มการกอสรางหรือดําเนินการ ใหบุคคลผูขออนุญาต เสนอรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมตอเจาหนาที่ซึ่งมีอํานาจตามกฎหมาย นั้นและตอสํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดลอม ในการเสนอรายงานดังกลาว อาจ


4 จัดทําเปนรายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตนตามหลักเกณฑและวิธีการที่รัฐมนตรี กําหนดตามมาตรา 46 วรรคสอง ก็ได ใหเจ าหน าที่ซึ่ งมีอํ า นาจอนุ ญ าตตามกฎหมายรอการสั่ง อนุญ าตสํ าหรั บ โครงการหรือกิจการตามวรรคหนึ่งไวกอนจนกวาจะทราบผลการพิจารณารายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมตามมาตรา 49 จากสํานักงานนโยบายและแผน สิ่งแวดลอม ใหสํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดลอม ตรวจสอบรายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมและเอกสารที่เกี่ยวของที่เสนอมา หากเห็นวารายงานที่เสนอมา มิไดจัดทําใหถูกตองตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดไวในมาตรา 46 วรรคสอง หรือมีเอกสารขอมูลไมครบถวน ใหสํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดลอมแจงให บุค คลผูข ออนุญาตที่เสนอรายงานทราบภายในกําหนดเวลาสิบ หาวันนับแตวันที่ ไดรับการเสนอรายงานนั้น ในกรณีที่สํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดลอมพิจารณาเห็นวา รายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมและเอกสารที่เกี่ยวของที่เสนอมาถูกตองและมี ขอมูลครบถวน หรือไดมีการแกไขเพิ่มเติมใหถูกตองครบถวนตามวรรคสามแลว ให สํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดลอมพิจารณาเสนอความเห็นเบื้องตนเกี่ยวกับ รายงานดังกลาวใหแลวเสร็จภายในกําหนดสามสิบวัน นับแตวันที่ไดรับการเสนอ รายงานนั้น เพื่อนําเสนอใหคณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณาตอไป การแต ง ตั้ ง คณะกรรมการผู ชํ า นาญการตามวรรคสี่ ให เ ป น ไปตาม หลั ก เกณฑ แ ละวิ ธี ก ารที่ ค ณะกรรมการสิ่ ง แวดล อ มแห ง ชาติ กํ า หนด ซึ่ ง จะต อ ง ประกอบดวยผูทรงคุณวุฒิหรือผูเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการตาง ๆ ที่เกี่ยวของ และ จะตองมีเจาหนาที่ผูมีอํานาจอนุญาตตามกฎหมายสําหรับโครงการหรือกิจการนั้น หรือผูแทนรวมเปนกรรมการอยูดวย มาตรา 49 การพิจารณาของคณะกรรมการผูชํานาญการตามมาตรา 48 ให กระทํ า ให แ ล ว เสร็ จ ภายในสี่ สิ บ ห า วั น นั บ แต วั น ที่ ไ ด รั บ รายงานการวิ เ คราะห


5 ผลกระทบสิ่งแวดลอมจากสํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดลอม ถาคณะกรรมการ ผูชํานาญการมิไดพิจารณาใหเสร็จภายในกําหนดเวลาดังกลาว ใหถือวาคณะกรรมการ ผูชํานาญการใหความเห็นชอบแลว ในกรณีที่คณะกรรมการผูชํานาญการใหความเห็นชอบ หรือในกรณีที่ใหถือ วาคณะกรรมการผูชํานาญการใหความเห็นชอบแลว ใหเจาหนาที่ซึ่งมีอํานาจตาม กฎหมายสั่งอนุญาตแกบุคคลซึ่งขออนุญาตได ในกรณีที่คณะกรรมการผูชํานาญการไมใหความเห็นชอบ ใหเจาหนาที่รอ การสั่งอนุญาตแกบุคคลผูขออนุญาตไวกอน จนกวาบุคคลดังกลาวจะเสนอรายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมตามที่คณะกรรมการผูชํานาญการสั่งใหทําการ แกไขเพิ่มเติมหรือจัดทําใหมทั้งฉบับ ตามแนวทางหรือรายละเอียดที่คณะกรรมการ ผูชํานาญการกําหนด เมื่อบุคคลดังกลาวไดเสนอรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมซึ่ง ไดทําการแกไขเพิ่มเติมหรือไดจัดทําใหมทั้งฉบับแลว ใหคณะกรรมการผูชํานาญการ พิจารณารายงานดังกลาวใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับการเสนอ รายงานดังกลาวแตถาคณะกรรมการผูชํานาญการมิไดพิจารณาใหแลวเสร็จภายใน กําหนดเวลาดังกลาวใหถือวาคณะกรรมการผูชํานาญการเห็นชอบและใหเจาหนาที่ ดังกลาวสั่งอนุญาตแกบุคคลผูขออนุญาตได ในกรณีที่เห็นเปนการสมควร รัฐมนตรีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา กําหนดใหโครงการหรือกิจการตามประเภทและขนาดที่ประกาศกําหนดตามมาตรา 46 ตองเสนอรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมในการขอตออายุใบอนุญาต สําหรับโครงการหรือกิจการนั้น ตามวิธีการเชนเดียวกับการขออนุญาตดวยก็ได มาตรา 50 เพื่ อประโยชน ในการพิ จารณารายงานการวิ เคราะห ผลกระทบ สิ่งแวดลอมตามมาตรา 48 และมาตรา 49 ใหกรรมการผูชํานาญการหรือพนักงานเจาหนาที่ ซึ่งไดรับมอบหมายจากคณะกรรมการผูชํานาญการ มีอํานาจตรวจสถานที่ซึ่งเปนที่ตั้งของ


6 โครงการหรื อกิ จการที่ เสนอขอรั บความเห็ นชอบในรายงานการวิ เคราะห ผลกระทบ สิ่งแวดลอมไดตามความเหมาะสม เมื่อคณะกรรมการผูชํานาญการไดใหความเห็นชอบในรายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมตามมาตรา 49 แลว ใหเจาหนาที่ซึ่งมีอํานาจตามกฎหมายใน การพิจารณาสั่งอนุญาตหรือตออายุใบอนุญาต นํามาตรการตามที่เสนอไวในรายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมไปกําหนดเปนเงื่อนไขในการสั่งอนุญาตหรือตอ อายุใบอนุญาตโดยใหถือวาเปนเงื่อนไขที่กําหนดตามกฎหมายในเรื่องนั้นดวย มาตรา 51 เพื่อประโยชนในการปฏิบัติตามมาตรา 47 และมาตรา 48 รัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติอาจกําหนดใหรายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมตามมาตรา 46 ตองจัดทําหรือไดรับการรับรองจากบุคคล ซึ่งไดรับอนุญาตใหเปนผูชํานาญการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอมก็ได การขอและการออกใบอนุญาต คุณสมบัติของผูชํานาญการศึกษา���ลกระทบ สิ่งแวดลอมที่จะมีสิทธิทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม การควบคุมการ ปฏิบัติงานของผูได รับ ใบอนุ ญ าต และการเสี ย คา ธรรมเนีย มการขอและการออก ใบอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง


7

ศัพทควรรู การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม (Environmental Impact Assessment : EIA) เปนการศึกษาเพื่อคาดการณผลกระทบสิ่งแวดลอมทั้งในทางบวก และทาง ลบ จากการพัฒนาโครงการหรือกิจการที่สําคัญ เพื่อกําหนดมาตรการปองกัน และ แกไขผลกระทบสิ่งแวดลอม และใชในการประกอบการตัดสินใจพัฒนาโครงการ หรือกิจการ ผลการศึกษาจัดทําเปนเอกสารเรียกวารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอม รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน (Initial Environmental Examination : IEE) เป น การตรวจสอบเบื้ อ งต น ถึ ง ผลกระทบสิ่ ง แวดล อ มที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น จาก โครงการที่เสนอ มักใชขอมูลเบื้องตนที่มีอยูหรือขอมูลที่สามารถหาไดทันที IEE เปน การศึกษาเพื่อใหทราบวาจะตองทํา EIA ตอหรือไม สําหรับประเทศไทยไดนํามาใช ในการกําหนดใหโครงการที่คาดวามีผลกระทบสิ่งแวดลอมบางประเภทที่มีขนาดเล็ก หรือไมมาก จัดทําเปนรายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน การกลั่นกรองโครงการ (Screening) เปนกระบวนการเพื่ อ ตัดสิ น ใจวา โครงการที่ เ สนอนั้ นจํ าเปนต อ งจั ดทํ า รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมหรือไม การกลั่นกรองจะเกี่ยวของกับการ ใชวิจารณญาณพิจารณาวาผลกระทบจากโครงการที่มีตอสิ่งแวดลอมนั้นอยูในระดับมี นัยสําคัญหรือไม


8 การกําหนดขอบเขต (Scoping) เป น กระบวนการในการชี้ ป ระเด็ น ที่ สํ า คั ญ ทางเลื อ กที่ จํ า เป น ต อ งมี การศึกษาและประเมิน ทั้งนี้ เนื่องจากหัวขอในเรื่องสิ่งแวดลอมมีหลากหลาย ดังนั้น การกําหนดขอบเขต จึงทําใหการศึกษาในการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมตรงประเด็น ลดความขัดแยง ประหยัดเวลาและคาใชจายในการศึกษาดวย ผลที่ไดจากการกําหนดขอบเขตจะนําไปจัดทําเปนเอกสาร เรียกวา ขอบเขตการศึกษา ดานสิ่งแวดลอม (Terms of Reference : TOR) การมีสวนรวมของประชาชน เปนกระบวนการที่นําเอาความหวงกังวลของสาธารณชน ความตองการและ คานิยมผนวกเขาไปกับการดําเนินการตัดสินใจของรัฐ กระบวนการมีสวนรวมของ สาธารณชนจึงเปนสื่อกลางสองทาง มีจุดมุงหมายเพื่อนําไปสูการตัดสินใจที่ดีกวาที่ สาธารณชนโดยสวนราชการสนับสนุน การมีสวนรวมของประชาชนในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม (Public participation in EIA) เปนกิจกรรมที่จัดใหมีขึ้นในกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม ของโครงการ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อใหประชาชน องคกรพัฒนาเอกชน ตลอดจน หนวยงานตาง ๆ ที่ไดรับผลกระทบจากโครงการสามารถเขารวมแสดงความคิดเห็น นําเสนอขอมูล ขอโตแยง หรือขอเสนอแนะที่เกี่ยวของกับการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดลอม


9

ระยะเวลาและขั้นตอนในการพิจารณา รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม


10 ขั้นตอนการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการตามประกาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือ กิจการ ซึ่งตองทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม และหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบ ปฏิบัติและแนวทางการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม กรณีโครงการของรัฐ รัฐวิสาหกิจ โครงการรวมกับเอกชน ซึง่ ตองเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี รัฐ รัฐวิสาหกิจ

เสนอ TOR ตอ สผ. เพื่อใหความเห็น

จัดทํารายงานตั้งแตขั้นศึกษา ความเหมาะสมของโครงการ คณะกรรมการผูช ํานาญการฯ สผ. สรุปความเห็นของ คณะกรรมการผูช ํานาญการฯ คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ เสนอความเห็น ครม.

บุคคล / สถาบัน ผูเชี่ยวชาญ เสนอความเห็น

พิจารณา หมายเหตุ การจัดทํา TOR ยังไมเปนขั้นตอนที่บังคับแตเปนขอเสนอแนะที่ควรดําเนินการ เพือ่ ให การจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ที่มา สํานักวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม, 2552


11 ขั้นตอนการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการ ตามประกาศกระทรวงเรื่อง กําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ ซึ่งตองจัดทํา รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม และหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางการ จัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม กรณีโครงการที่ตอ งไดรบั อนุญาตจากทางราชการ และโครงการที่ไมตอ งเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ผูยื่นขออนุญาต + ที่ปรึกษาจัดทํารายงานฯ เสนอรายงานตอ สผ. และเจาหนาที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาต

รายงานไมถูกตอง / ขอมูลไมครบถวน

สผ. ตรวจสอบรายงาน (15 วัน) รายงานถูกตอง / ขอมูลครบถวน สามารถเสนอมาตรการ ปองกันและแกไข ผลกระทบที่ทําการแกไข เพิ่มเติม หรือจัดทําใหมทั้ง ฉบับ โดยเสนอกลับเขาสู กระบวนการพิจารณาใหม ตามมาตรา 48 และ 49

สผ.พิจารณาเสนอความเห็นเบื้องตน (15 วัน) คณะกรรมการผูชํานาญการฯ พิจารณา (45 วัน)

เห็นชอบ

ไมเห็นชอบ ผูยื่นขออนุญาต

เจาหนาที่ ซึ่งมีอํานาจอนุญาต

เสนอรายงานฉบับแกไขตอ สผ. และเจาหนาที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาต สผ. สรุปผลการพิจารณาเสนอ (30 วัน) ไมเห็นชอบ ผูยื่นขออนุญาต

เห็นชอบ

เจาหนาที่ ซึ่งมีอํานาจอนุญาต

จบกระบวนการพิจารณารายงานฯ

กรณีเห็นดวยกับความเห็น คชก.ที่ไมเห็นชอบ

ผูยื่นขออนุญาต

กรณีไมเห็นดวย กับความเห็น คชก.ที่ไมเห็นชอบ มีสิทธินําคดีไปสู ศาลปกครองภายใน 90 วัน

----------------------------------------------------------------------------------------------------ที่มา สํานักวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม, 2552


12

ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการในการแตงตั้งคณะกรรมการผูชํานาญการ พิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม _____________________ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 48 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ครั้งที่ 6/2539 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2539 จึงใหยกเลิก “ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติ ฉบับ ที่ 3 (พ.ศ. 2535) เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการในการแตงตั้ง คณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม” และ ใหใช “ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการในการแตงตั้งคณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม” แทน ดังตอไปนี้ ขอ 1 ใหมีคณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่ง แวดล อ มสํา หรั บ โครงการหรือ กิจ การของภาคเอกชน โดยให ค ณะ กรรมการแตละคณะประกอบดวย 1.1 เลขาธิการสํานักงานนโยบาย และแผนสิ่งแวดลอม เปนประธานกรรมการ 1.2 หัวหนาสวนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ผูมีอํานาจอนุญาตตามกฎหมาย สําหรับโครงการหรือกิจการ ที่จะตองจัดทํารายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมหรือผูแทน ���ปนกรรมการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 126 ตอนพิเศษ 159 ง วันที่ 30 ตุลาคม 2552


13 1.3 หัวหนาสวนราชการหรือ รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวของหรือผูแทน เปนกรรมการ 1.4 ผูทรงคุณวุฒิไมเกินเจ็ดคนซึ่งคณะ กรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ แตงตั้ง เปนกรรมการ 1.5 เจาหนาที่สํานักงานนโยบายและ แผนสิ่งแวดลอม เปนฝายเลขานุการ ขอ 2 ใหมีคณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการของภาครัฐ โดยใหคณะกรรมการ แตละคณะประกอบดวย 2.1 กรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ที่คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหง ชาติมอบหมาย เปนประธานกรรมการ 2.2 เลขาธิการสํานักงานนโยบาย และแผนสิ่งแวดลอม เปนกรรมการ 2.3 หัวหนาสวนราชการที่เปนเจาของ โครงการหรือกิจการ เปนกรรมการ 2.4 หัวหนาสวนราชการที่เปนผู อนุญาตโครงการหรือกิจการ เปนกรรมการ 2.5 ผูทรงคุณวุฒิไมเกินเจ็ดคน ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติแตงตั้ง เปนกรรมการ


14 2.6 ผูแทนภาคเอกชนไมเกินสามคน ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติแตงตั้ง เปนกรรมการ 2.7 เจาหนาที่สํานักงานนโยบายและ แผนสิ่งแวดลอม เปนฝายเลขานุการ ขอ 3 ผูทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติแตงตั้งเปน กรรมการผูชํานาญการจะตอง 3.1 ไมเปนบุคคลลมละลาย 3.2 ไมเปนคนไรความสามารถหรือเสมือนไรความสามารถ 3.3 ไมเคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวน แตเปนโทษสําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือ ความผิดลหุโทษ 3.4 ไม เ คยทํ า หรื อ มี ส ว นร ว มในการทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมซึ่งเปนเท็จ 3.5 ระดั บ การศึ ก ษาของผู ท รงคุ ณ วุ ฒิ ซึ่ ง คณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติแตงตั้งเปนกรรมการผูชํานาญการ ตองมี วุฒิการศึกษาไมต่ํากวาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเทา ใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสามป แตอาจไดรับ การแต ง ตั้ ง ใหม ไ ด เ ป น ระยะเวลาติ ด ต อ กั น ไม เ กิ น อี ก หนึ่ ง วาระ หากกระทรวง วิทยาศาสตร เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอมเห็นวากรรมการผูทรงคุณวุฒิทานใดมีความ เหมาะสม ควรอยูในวาระนานกวานี้ ใหนําเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ พิจารณาเปนราย ๆ ไป


15 ในกรณีที่มีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น ในระหวางที่กรรมการ ผูทรงคุณวุฒิซึ่งแตงตั้งไวแลวยังมีวาระอยูในตําแหนง ใหผูไดรับการแตงตั้งใหเปน กรรมการผูทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยูในตําแหนงเทากับวาระที่เหลืออยูของกรรมการ ผูทรงคุณวุฒิที่ไดรับการแตงตั้งไวแลว ขอ 4 นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระหรือขาดคุณสมบัติตามขอ 4 กรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติแตงตั้งพนจากตําแหนง เมื่อ 4.1 ตาย 4.2 ลาออก 4.3 คณะกรรมการสิ่งแวดลอ มแห งชาติใหอ อก เพราะไมอ าจ ปฏิบัติหนาที่ไดตามปกติ หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือมีสวนไดเสียในหาง หุ น ส ว นหรื อ บริ ษั ท ที่ ป ระกอบกิ จ การในด า นการจั ด ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม หรือเปนผูชํานาญการประจําหางหุนสวนหรือบริษัทดังกลาว ในกรณี ที่ ก รรมการผู ท รงคุ ณ วุ ฒิ พ น จากตํ า แหน ง ก อ นวาระ กรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติอาจแตงตั้งผูอื่นเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิแทนได และใหผูที่ ไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงเทากับวาระที่เหลืออยูของกรรมการ ผูทรงคุณวุฒิที่ตนแทน

ประกาศ ณ วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2540 พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ


16

ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 34 (พ.ศ. 2552) เรื่อง หลักเกณฑ และวิธีการในการแตงตั้งคณะกรรมการผูชํานาญการ พิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม _____________________ โดยที่เปนการสมควรแกไขปรับปรุงประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑ และวิธีการในการแตงตั้ง คณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอ ม เพื่ อ ให ก ารแต ง ตั้ ง คณะกรรมการผู ชํ า นาญการพิ จ ารณารายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม สําหรับโครงการหรือกิจการของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือ โครงการร ว มกั บ เอกชนที่ เ ข า ข า ยต อ งจั ด ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอม ตามมาตรา 46 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม แหงชาติ พ.ศ. 2535 ที่รัฐมีนโยบายใหตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมดวย เปนไปในแนวทางเดียวกัน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 18 และ มาตรา 48 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 และตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ในคราวการประชุมครั้งที่ 3/2552 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2552 คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติจึงออกประกาศ ไว ดังนี้ ขอ 1 ใหเพิ่มขอความในบทอาศัยอํานาจของประกาศคณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑ และวิธีการในการ แต ง ตั้ ง คณะกรรมการผู ชํ า นาญการพิ จ ารณารายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอม หนาคําวา “มาตรา 48” เปน “มาตรา 18 และ” ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 126 ตอนพิเศษ 159 ง วันที่ 30 ตุลาคม 2552


17 ขอ 2 ใหเพิ่ม ขอ 5 ลงในประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑ และวิธีการในการแตงตั้งคณะกรรมการผูชํานาญการ พิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ดวยขอความดังตอไปนี้ “ขอ 5 ใหนําหลักเกณฑและวิธีการในการแตงตั้งคณะกรรมการผูชํานาญ การพิ จ ารณารายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ ม มาใช กั บ การแต ง ตั้ ง คณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอ ม สําหรับโครงการหรือกิจการของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือโครงการรวมกับเอกชนที่ เขาขายตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ตามมาตรา 46 แหง พระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 ที่รัฐบาลมี นโยบายใหตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมโดยอนุโลม” ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ


18

ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 35 (พ.ศ. 2552) เรื่อง หลักเกณฑ และวิธีการในการแตงตั้งคณะกรรมการผูชํานาญการ พิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม _____________________ โดยที่เปนการสมควรแกไขปรับปรุงประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑ และวิธีการในการแตงตั้ง คณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอ ม เพื่อใหองคการเอกชนดานสิ่งแวดลอมและองคการเอกชนดานสุขภาพ ที่เปนองคการ ภาคประชาชน และผูแทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาดานสิ่งแวดลอมหรือ ทรัพยากรธรรมชาติหรือดานสุขภาพที่มีความเปนอิสระทางวิชาการ ไดเขามามีสวน รวมใหความเห็นในการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมตั้งแตตน ซึ่งจะทําใหการพิจารณารายงานฯ ครอบค���ุมและสามารถนําไปใชในการแกไขปญหา ผลกระทบจากการดําเนินโครงการหรือ กิจการที่ส อดคลองกับความคาดหวังของ ประชาชนในสังคมไดมากยิ่งขึ้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 18 และมาตรา 48 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 และ ตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ในคราวประชุมครั้งที่ 4/2552 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2552 ประธานกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติจึงออกประกาศไว ดังนี้ ขอ 1 ใหเพิ่มความตอไปนี้ ระหวาง 1.4 กับ 1.5 ของขอ 1 แหงประกาศ คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑ และ วิ ธี ก ารในการแต ง ตั้ ง คณะกรรมการผู ชํ า นาญการพิ จ ารณารายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม และใหเลื่อน 1.5 เดิมไปเปน 1.6 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 126 ตอนพิเศษ 169 ง วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552


19 “1.5 ผูแทนองคการเอกชนดานสิ่งแวดลอม ดานสุขภาพ หรือผูแทน สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาดานสิ่งแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือ ดานสุขภาพอยางหนึ่งอยางใด ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติแตงตั้งไมเกิน 3 คน เปนกรรมการ” ขอ 2 ใหเพิ่มความตอไปนี้ ระหวาง 2.6 กับ 2.7 ของขอ 2 แหงประกาศ คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่องหลักเกณฑ และ วิ ธี ก ารในการแต ง ตั้ ง คณะกรรมการผู ชํ า นาญการพิ จ ารณารายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม และใหเลื่อน 2.7 เดิมไปเปน 2.8 “2.7 ผูแทนองคการเอกชนดานสิ่งแวดลอม ดานสุขภาพ หรือผูแทน สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาดานสิ่งแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือ ดานสุขภาพอยางหนึ่งอยางใด ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติแตงตั้งไมเกิน 3 คน เปนกรรมการ” ขอ 3 ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนขอ 3/1 ของประกาศคณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑ และวิธีการในการ แต ง ตั้ ง คณะกรรมการผู ชํ า นาญการพิ จ ารณารายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอม “ขอ 3/1 กรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอม ตาม 1.5 และตาม 2.7 ของขอ 1 และขอ 2 แหงประกาศคณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑ และวิธีการในการ แต ง ตั้ ง คณะกรรมการผู ชํ า นาญการพิ จ ารณารายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอม ตอง (1) มีอายุไมต่ํากวา 35 ปบริบูรณ ในวันที่ไดรับการเสนอชื่อ


20 (2) เปนสมาชิกขององคการเอกชนดานสิ่งแวดลอม หรือองคการเอกชน ดานสุขภาพอยางหนึ่งอยางใดมาแลวไมนอยกวา 5 ป ในวันที่ไดรับการเสนอชื่อ (3) เปนขาราชการ พนักงานราชการ หรือเจาหนาที่ของสถาบันอุดมศึกษา ที่จัดการการศึกษาดานสิ่งแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือดานสุขภาพมาแลว ไมนอยกวา 5 ป ในวันที่ไดรับการเสนอชื่อ และจบการศึกษาไมต่ํากวาระดับปริญญา ตรี โดยไดทํางานในสายงานที่เริ่มจากระดับปริญญาตรีมาไมต่ํากวา 10 ป นับตั้งแตจบ การศึกษา หรือทํางานในสายงานที่เริ่มจากระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอกอยาง หนึ่งอยางใด มาไมต่ํากวา 5 ป นับตั้งแตจบการศึกษา แลวแตกรณี (4) ไม เ ป น ผู ดํ า รงตํ า แหน ง ในทางการเมื อ ง สมาชิ ก ท อ งถิ่ น ผู บ ริ ห าร ทอ งถิ่น กรรมการหรือ ผูดํารงตําแหนงที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือ ง กรรมการ ผูจัดการ หรือที่ปรึกษาในหางหุนสวน บริษัท ที่ดําเนินการเกี่ยวของกับการ จัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม หากดํารงตําแหนงภายหลังที่ไดรับ การพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติแลวจะตองลาออกจาก ตําแหนงดังกลาวกอนประธานกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติจะมีคําสั่งแตงตั้ง (5) ไมเปนบุคคลลมละลาย หรือผูที่ศาลมีคําสั่งใหพิทักษทรัพย (6) ไมเปนคนไรความสามารถหรือเสมือนไรความสามารถ (7) ไมเคยรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษ สําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (8) ตองไมเคยทําหรือมีสวนรวมในการทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมอันเปนเท็จมากอน ใหกรรมการผูชํานาญการฯ ซึ่งเปนผูแทนองคการเอกชนดานสิ่งแวดลอม ดานสุขภาพ หรือผูแทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาดานสิ่งแวดลอมหรือ ทรัพยากรธรรมชาติ หรือดานสุขภาพมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสามป แตอาจ


21 ไดรับการแตงตั้งใหมไดเปนระยะเวลาติดตอกันไมเกินอีกหนึ่งวาระ หากกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเห็นวากรรมการผูชํานาญการฯ ซึ่งเปนผูแทน องคการเอกชนดานสิ่งแวดลอม ดานสุขภาพ หรือผูแทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการ การศึกษาดานสิ่งแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือดานสุขภาพคนใด มีความ เหมาะสมและควรใหอยูในวาระนานกวานี้ ใหนําเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติพิจารณาเปนราย ๆ ไป ในกรณีที่มีการแตงตั้งคณะกรรมการผูชํานาญการฯ ซึ่งเปนผูแทนองคการ เอกชนดานสิ่งแวดลอมดานสุขภาพ หรือผูแทนสถาบันอุดมศึกษาดานสิ่งแวดลอม หรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือดานสุขภาพเพิ่มขึ้น ในระหวางที่กรรมการผูชํานาญการฯ ซึ่ ง เป น ผู แ ทนองค ก ารเอกชนด า นสิ่ ง แวดล อ ม ด า นสุ ข ภาพ หรื อ ผู แ ทน สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาดานสิ่งแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือ ด า นสุ ข ภาพที่ แ ต ง ตั้ ง ไว แ ล ว ยั ง มี ว าระอยู ใ นตํ า แหน ง ให ผู ไ ด รั บ การแต ง ตั้ ง เป น กรรมการผูชํานาญการฯ ดังกลาวที่ไดรับแตงตั้งเพิ่มขึ้นอยูในตําแหนงเทากับวาระที่ เหลืออยูของกรรมการผูชํานาญการฯ ที่ไดรับการแตงตั้งไวแลว” ขอ 4 ใหยกเลิกความในขอ 3 วรรคสอง แหงประกาศคณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑ และวิธีการในการ แต ง ตั้ ง คณะกรรมการผู ชํ า นาญการพิ จ ารณารายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอม และใหใชความตอไปนี้แทน “ให ก รรมการผู ท รงคุ ณ วุ ฒิ มีว าระอยูใ นตํ า แหน ง คราวละสามป แต อ าจ ไดรับการแตงตั้งใหมไดเปนระยะเวลาติดตอกันไมเกินอีกหนึ่งวาระ หากกระทรวง ทรัพ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ ม เห็นว า กรรมการผู ท รงคุ ณวุ ฒิค นใดมีค วาม เหมาะสม และควรใหอยูในวาระนานกวานี้ ใหนําเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติพิจารณาเปนราย ๆ ไป”


22 ขอ 5 ใหยกเลิกความในขอ 4 วรรคหนึ่ง แหงประกาศคณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2540) เรื่อง หลักเกณฑ และวิธีการในการ แต ง ตั้ ง คณะกรรมการผู ชํ า นาญการพิ จ ารณารายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอม และใหใชความตอไปนี้แทน “ขอ 4 นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระเนื่องจากขาดคุณสมบัติตาม ขอ 3 และขอ 3/1 ผูทรงคุณวุฒิ และกรรมการเปนผูแทนองคการเอกชนดาน สิ่ ง แวดล อ ม ด า นสุ ข ภาพ หรื อ ผู แ ทนสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาที่ จั ด การการศึ ก ษาด า น สิ่งแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือดานสุขภาพที่คณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติแตงตั้ง แลวแตกรณี พนจากตําแหนงเมื่อ” ประกาศ ณ วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ


23

ป���ะกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม เรื่อง กําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งตองจัดทํารายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม และหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม _____________________ โดยที่ไดมีการปฏิรูประบบราชการโดยใหมีการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ มขึ้ น และให โ อนภารกิ จ ของกระทรวงวิ ท ยาศาสตร เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอม ในสวนที่เกี่ยวของกับพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 ไปเปนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ ง แวดลอ ม ประกอบกับ เปน การสมควรแกไ ขปรับ ปรุ ง เพิ่ม เติม การกํ าหนด ประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ที่ ต อ งจั ด ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ มและหลั ก เกณฑ วิ ธี ก าร ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดประเภท และขนาดของโครงการหรือกิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ที่ตอง จัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม และประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และ แนวทางในการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 46 มาตรา 48 มาตรา 49 และมาตรา 51 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 แกไข โดยมาตรา 114 แหงพระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอน อํา นาจหนา ที่ข องสว นราชการใหเ ป น ไปตามพระราชบั ญ ญั ติป รับ ปรุ ง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2545 รัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 126 ตอนพิเศษ 125 ง วันที่ 31 สิงหาคม 2552


24 สิ่งแวดลอมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ จึงประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ 1 ใหยกเลิก (1) ประกาศกระทรวงวิ ท ยาศาสตร เทคโนโลยี แ ละสิ่ ง แวดล อ ม เรื่ อ ง กําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรื อ เอกชนที่ ต อ งจั ด ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ ม ลงวั น ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2535 (2) ประกาศกระทรวงวิ ท ยาศาสตร เทคโนโลยี แ ละสิ่ ง แวดล อ ม เรื่ อ ง กําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2535 (3) ประกาศกระทรวงวิ ท ยาศาสตร เทคโนโลยี แ ละสิ่ ง แวดล อ ม เรื่ อ ง กําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539) ลงวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2539 (4) ประกาศกระทรวงวิ ท ยาศาสตร เทคโนโลยี แ ละสิ่ ง แวดล อ ม เรื่ อ ง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางในการจัดทํ ารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ลงวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2535 (5) ประกาศกระทรวงวิ ท ยาศาสตร เทคโนโลยี แ ละสิ่ ง แวดล อ ม เรื่ อ ง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางในการจัดทํารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2535


25 (6) ประกาศกระทรวงวิ ท ยาศาสตร เทคโนโลยี แ ละสิ่ ง แวดล อ ม เรื่ อ ง กําหนดหลั กเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางในการจัดทํารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539) ลงวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2539 (7) ประกาศกระทรวงวิ ท ยาศาสตร เทคโนโลยี แ ละสิ่ ง แวดล อ ม เรื่ อ ง กําหนดหลั กเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิ บัติ และแนวทางในการจัดทํารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2543) ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2543 ขอ 2 ในประกาศนี้ “อาคารประกอบธุรกิจการคาปลีกหรือคาสง” หมายความวา อาคารตาม กฎหมายวาดวยการควบคุมอาคารที่ใชในการประกอบกิจการคาปลีกหรือกิจการคาสง ซึ่งสินคาอุปโภคบริโภคที่ใชสวนบุคคลหรือใชในครัวเรือน ในชีวิตประจําวันเปน สวนใหญ “ธุรกิจคาปลีกหรือคาสง” หมายความวา กิจการคาปลีกหรือกิจการคาสงซึ่ง สินคาอุปโภคบริโภคที่ใชสวนบุคคลหรือใชในครัวเรือน ในชีวิตประจําวันเปนสวน ใหญ” “คาปลีก” หมายความวา การประกอบธุรกิจโดยการขายสินคาในจํานวน นอยใหแกผูบริโภค “คาสง” หมายความวา การประกอบธุรกิจโดยการขายสินคาในจํานวนมาก ใหแกผูซื้อ เพื่อนําไปขายใหแกผูบริโภคหรือนําไปใหบริการตอ ขอ 3 ประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งตองจัดทํารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม และหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ ใหเปนไปตาม เอกสารทายประกาศ 1 เวนแตประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ ลําดับที่ 1.5


26 และ 26.2 ตามเอกสารทายประกาศ 1 ใหจัดทําเปนรายงานผลกระทบสิ่งแวดลอม เบื้องตน ขอ 4 แนวทางการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมหรือ รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน ใหเปนไปตามเอกสารทายประกาศ 2 การจั ด ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ มหรื อ รายงาน ผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตนดังกลาว ตองจัดทําโดยบุคคลซึ่งไดรับอนุญาตใหเปน ผูชํานาญการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอม ขอ 5 ใหนําความในขอ 3 มาใชบังคับสําหรับการขยายขนาดของโครงการ หรือกิจการซึ่งตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม หรือรายงาน ผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตนโดยอนุโลม ขอ 6 โครงการหรือกิจการตามประกาศในขอ 1 (1) (2) หรือ (3) ที่ไดยื่น เสนอรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมอยูกอนวันที่ประกาศนี้ใชบังคับ ให ปฏิบัติตามหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางในการจัดทํารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมตามประกาศตามขอ 1 (4) (5) (6) หรือ (7) ตอไป จนกว า คณะกรรมการผู ชํ า นาญการพิ จ ารณารายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอมจะมีความเห็นอยางใดอยางหนึ่ง ขอ 7 ประกาศนี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันถัด จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552 สุวิทย คุณกิตติ รัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม


27 เอกสารทายประกาศ 1 1. กรณีโครงการหรือกิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโครงการรวมกับเอกชน ซึ่งตองเสนอ ขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ใหเสนอรายงานในขั้นกอนขออนุมัติตอคณะรัฐมนตรี 2. กรณีโครงการหรือกิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ ซึ่งไมตองเสนอขอรับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรี ใหเสนอรายงานในขั้นขออนุมัติโครงการ หรือขออนุมัติง บประมาณ หรือกอนดําเนินการก อสรา ง แลวแตกรณี 3. กรณีโครงการหรือกิจการซึ่งจะตองไดรับอนุญาตจากทางราชการตามกฎหมายใหเสนอรายงานตาม ตารางทายนี้

ลําดับ

ประเภทโครงการหรือกิจการ

1

การทําเหมืองแรตามกฎหมายวาดวยแร 1.1 โครงการเหมืองแรดงั ตอไปนี้ 1.1.1 เหมืองแรถา นหิน 1.1.2 เหมืองแรโพแทช 1.1.3 เหมืองแรเกลือหิน 1.1.4 เหมืองแรหนิ ปูนเพื่อ อุตสาหกรรมปูนซิเมนต 1.1.5 เหมืองแรโลหะทุกชนิด 1.2 โครงการเหมืองแรใตดนิ 1.3 โครงการเหมืองแรทุกชนิดที่ตงั้ อยูใน พื้นที่ดงั ตอไปนี้ 1.3.1 พื้นทีช่ ั้นคุณภาพลุมน้าํ ชั้น 1 ตามมติคณะรัฐมนตรี 1.3.2 ทะเล 1.3.3 ปาอนุรักษเพิ่มเติมตามมติ คณะรัฐมนตรี 1.3.4 พื้นทีช่ ุมน้ําที่มีความสําคัญ ระหวางประเทศ 1.3.5 พื้นที่ที่อยูใกลโบราณสถาน แหลงโบราณคดี แหลงประวัติศาสตรหรือ อุทยานประวัติศาสตรตามกฎหมายวาดวย โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และ พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ แหลงมรดกโลก

ขนาด

หลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ

ทุกขนาด ทุกขนาด ทุกขนาด ทุกขนาด

ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร

ทุกขนาด ทุกขนาด

ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร

ทุกขนาด

ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร

ทุกขนาด ทุกขนาด

ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร

ทุกขนาด

ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร

ทุกขนาด

ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร


28 ลําดับ

2

ประเภทโครงการหรือกิจการ ที่ขึ้นบัญชีแหลงมรดกโลกตามอนุสัญญา ระหวางประเทศ ในระยะทาง 2 กิโลเมตร 1.4 โครงการเหมืองแรที่มกี ารใชวัตถุ ระเบิด 1.5 โครงการเหมืองแรชนิดอื่น ๆ ตาม กฎหมายวาดวยแร ยกเวนตามขอ 1.1 ขอ 1.2 ขอ 1.3 และขอ 1.4 การพัฒนาปโตรเลียม 2.1 การสํารวจปโตรเลียม โดยวิธีการเจาะ สํารวจ

ขนาด

หลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ

ทุกขนาด

ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร

ทุกขนาด

ใหเสนอในขัน้ ขอประทานบัตร

ทุกขนาด

ใหเสนอในขั้นตอนการขอรับ ความเห็นชอบจากหนวยงาน ผูรับผิดชอบหรือหนวยงานผู อนุญาตตามกฎหมายวาดวย ปโตรเลียม ใหเสนอในขั้นตอนการขอรับ ความเห็นชอบจากหนวยงาน ผูรับผิดชอบหรือหนวยงานผู อนุญาตตามกฎหมายวาดวย ปโตรเลียม ใหเสนอในขั้นขอใบอนุญาต หรือขั้นขอรับความเห็นชอบ จากหนวยงานผูรับผิดชอบ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ

2.2 การผลิตปโตรเลียม

ทุกขนาด

3

โครงการระบบขนสงปโตรเลียมและน้ํามัน เชื้อเพลิงทางทอ

ทุกขนาด

4

นิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายวาดวยการ นิคมอุตสาหกรรม หรือโครงการที่มี ลักษณะเชนเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมหรือ โครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมปโตรเลียมที่มีกระบวนการ ผลิตทางเคมี

ทุกขนาด

5

6

อุตสาหกรรมกลั่นน้ํามันปโตรเลียม

ที่มีกําลังผลิตตั้งแต 100 ตันตอวัน ขึ้นไป

ทุกขนาด

ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ


29 ลําดับ

ประเภทโครงการหรือกิจการ

ขนาด

7

อุตสาหกรรมแยกหรือแปรสภาพกาซ ธรรมชาติ

ทุกขนาด

8

ที่มีกําลังผลิตสาร ดังกลาว แตละชนิด หรือรวมกัน ตั้งแต 100 ตันตอวัน ขึ้นไป

9

อุตสาหกรรมคลอ – แอลคาไลน (Chloralkaline industry) ที่ใชโซเดียมคลอไรด (NaCl) เปนวัตถุดิบในการผลิต โซเดียม คารบอเนต (Na2 CO3) โซเดียมไฮดรอก ไซด (NaOH) กรดไฮโดรคลอริก (HCI) คลอรีน (Cl2) โซเดียมไฮโพคลอไรต (NaOCl) และปูนคลอรีน (Bleaching Powder) อุตสาหกรรมผลิตปูนซิเมนต

10

อุตสาหกรรมผลิตเยื่อกระดาษ

ที่มีกําลังผลิตตั้งแต 50 ตันตอวันขึ้นไป

11

อุตสาหกรรมที่ผลิตสารออกฤทธิ์หรือสาร ที่ใชปองกันหรือกําจัดศัตรูพืชหรือสัตวโดย ใชกระบวนการทางเคมี

ทุกขนาด

12

อุตสาหกรรมผลิตปุยเคมีโดยกระบวนการ ทางเคมี

ทุกขนาด

ทุกขนาด

หลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี

ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี


30 ลําดับ 13

ประเภทโครงการหรือกิจการ อุตสาหกรรมประกอบกิจการเกี่ยวกับ น้ําตาล ดังตอไปนี้ 13.1 การทําน้าํ ตาลทรายดิบ น้ําตาล ทรายขาว น้าํ ตาลทรายขาวบริสุทธิ์

ขนาด

ทุกขนาด

13.2 การทํากลูโคส เดกซโทรส ฟรักโทส หรือผลิตภัณฑอื่นที่คลายคลึงกัน

ที่มีกําลังผลิตตั้งแต 20 ตันตอวัน ขึ้นไป

14

อุตสาหกรรมเหล็ก หรือเหล็กกลา

ที่มีกําลังผลิตตั้งแต 100 ตันตอวัน ขึ้นไป

15

อุตสาหกรรมถลุงหรือแตงแร หรือหลอม โลหะซึ่งมิใชอุตสาหกรรมเหล็กหรือ เหล็กกลา

ที่มีกําลังผลิตตั้งแต 50 ตันตอวัน ขึ้นไป

16

อุตสาหกรรมผลิตสุรา แอลกอฮอล รวมทัง้ ผลิตเบียรและไวน 16.1 อุตสาหกรรมผลิตสุรา แอลกอฮอล

ที่มีกําลังผลิตตั้งแต 40,000 ลิตรตอเดือน (คิดเทียบที่ 28 ดีกรี)

16.2 อุตสาหกรรมผลิตไวน

ที่มีกําลังผลิตตั้งแต 600,000 ลิตรตอเดือน

16.3 อุตสาหกรรมผลิตเบียร

ที่มีกําลังผลิตตั้งแต 600,000 ลิตรตอเดือน

หลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี

ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี


31 ลําดับ

ประเภทโครงการหรือกิจการ

ขนาด

17

โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมเฉพาะ สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไมใชแลวตามกฎหมาย วาดวยโรงงาน

ทุกขนาด

18

โรงไฟฟาพลังความรอน

19

ระบบทางพิเศษตามกฎหมายวาดวยการ ทางพิเศษ หรือโครงการที่มีลักษณะ เชนเดียวกับทางพิเศษ ทางหลวงหรือถนน ซึ่งมีความหมายตาม กฎหมายวาดวยทางหลวง ที่ตดั ผานพื้นที่ ดังตอไปนี้ 20.1 พื้นที่เขตรักษาพันธุสัตวปาและเขต หามลาสัตวปา ตามกฎหมายวาดวยการ สงวนและคุมครองสัตวปา 20.2 พื้นที่เขตอุทยานแหงชาติตาม กฎหมายวาดวยอุทยานแหงชาติ 20.3 พื้นที่เขตลุมน้าํ ชัน้ 2 ตามที่ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแลว 20.4 พื้นที่เขตปาชายเลนที่เปนปาสงวน แหงชาติ 20.5 พื้นทีช่ ายฝงทะเลในระยะ 50 เมตร หางจากระดับน้ําทะเลขึ้นสูงสุดตามปกติ ทางธรรมชาติ 20.6 พื้นที่ที่อยูในหรือใกลพนื้ ที่ชุมน้าํ ที่มี ความสําคัญระหวางประเทศ หรือแหลง มรดกโลกที่ขึ้นบัญชีแหลงมรดกโลกตาม อนุสัญญาระหวางประเทศในระยะทาง 2 กิโลเมตร

20

ที่มีกําลังผลิต กระแสไฟฟาตั้งแต 10 เมกกะวัตต ขึ้นไป ทุกขนาด

หลักเกณฑ วิธีการ ระ���บียบปฏิบัติ ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางเพื่อประกอบกิจการ หรือขั้นขออนุญาตประกอบ กิจการ แลวแตกรณี ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ

ทุกขนาด

ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ

ทุกขนาด

ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ

ทุกขนาด ทุกขนาด ทุกขนาด

ทุกขนาด

ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ


32 หลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ

ลําดับ

ประเภทโครงการหรือกิจการ

ขนาด ทุกขนาด

ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ

21

20.7 พื้นที่ที่ตงั้ อยูใกลโบราณสถาน แหลง โบราณคดี แหลงประวัติศาสตรหรือ อุทยานประวัติศาสตรตามกฎหมายวาดวย โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและ พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ ในระยะทาง 2 กิโลเมตร ระบบขนสงมวลชนที่ใชราง

ทุกขนาด

22

ทาเทียบเรือ

ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ

23

ทาเทียบเรือสําราญกีฬา

24

การถมที่ดินในทะเล

25

การกอสรางหรือขยายสิ่งกอสรางบริเวณ หรือในทะเล 25.1 กําแพงริมชายฝง ติดแนวชายฝง 25.2 รอดักทราย เขื่อนกันทรายและคลื่น รอบังคับกระแสน้าํ 25.3 แนวเขื่อนกันคลื่นนอกฝงทะเล

26

โครงการระบบขนสงทางอากาศ 26.1 การกอสรางหรือขยายสนามบินหรือ ที่ขึ้นลงชั่วคราว เพื่อการพาณิชย

รับเรือขนาด ตั้งแต 500 ตันกรอส หรือ ความ ยาวหนาทา ตั้งแต 100 เมตร หรือมีพื้นที่ทา เทียบเรือรวม ตั้งแต 1,000 ตารางเมตร ขึ้น ไป ที่รองรับเรือไดตงั้ แต 50 ลํา หรือ 1,000 ตารางเมตร ขึ้นไป ทุกขนาด

ความยาวตั้งแต 200 เมตร ขึ้นไป ทุกขนาด ทุกขนาด

ความยาวทางวิ่งตัง้ แต 1,100 เมตร ขึ้นไป

ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ

ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ


33 ลําดับ

ประเภทโครงการหรือกิจการ 26.2 สนามบินน้าํ

27

อาคาร ตามกฎหมายวาดวยการควบคุม อาคาร ซึ่งมีลักษณะที่ตงั้ หรือการใช ประโยชนในอาคารอยางหนึ่งอยางใด ดังนี้ 27.1 อาคารที่ตงั้ อยูริมแมนา้ํ ฝงทะเล ทะเลสาบหรือชายหาด หรือที่อยูใกลหรือ ในอุทยานแหงชาติ หรืออุทยาน ประวัติศาสตร ซึง่ เปนบริเวณที่อาจจะ กอใหเกิดผลกระทบตอคุณภาพสิ่งแวดลอม

ขนาด ทุกขนาด

ความสูงตั้งแต 23.00 เมตร ขึ้นไป หรือมี พื้นที่รวมกันทุกชั้น หรือชั้นหนึ่งชั้นใดใน หลังเดียวกัน ตัง้ แต 10,000 ตารางเมตรขึ้น ไป

27.2 อาคารที่ใชในการประกอบธุรกิจคา ปลีกหรือคาสง

ความสูงตั้งแต 23.00 เมตร ขึ้นไป หรือมี พื้นที่รวมกันทุกชั้น หรือชั้นหนึ่งชั้นใดใน หลังเดียวกัน ตัง้ แต 10,000 ตารางเมตร ขึ้น ไป

27.3 อาคารที่ใชเปนสํานักงานหรือที่ทํา การของเอกชน

ความสูงตั้งแต 23.00 เมตร ขึ้นไป หรือมี พื้นที่รวมกันทุกชั้น หรือชั้นหนึ่งชั้นใดใน หลังเดียวกัน ตัง้ แต 10,000 ตารางเมตร ขึ้น ไป

หลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ ใหเสนอในขั้นขออนุญาต จัดตั้งหรือขออนุญาตขึ้น-ลง อากาศยาน

ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางหรือหากใชวิธีการแจง ตอเจาพนักงานทองถิน่ ตาม กฎหมายวาดวยการควบคุม อาคารโดยไมยื่นขอรับ ใบอนุญาตใหเสนอรายงานใน ขั้นการแจงตอเจาพนักงาน ทองถิ่น ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางหรือหากใชวิธีการแจง ตอเจาพนักงานทองถิน่ ตาม กฎหมายวาดวยการควบคุม อาคารโดยไมยื่นขอรับ ใบอนุญาตใหเสนอรายงานใน ขั้นการแจงตอเจาพนักงาน ทองถิ่น ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางหรือหากใชวิธีการแจง ตอเจาพนักงานทองถิน่ ตาม กฎหมายวาดวยการควบคุม อาคารโดยไมยื่นขอรับ ใบอนุญาตใหเสนอรายงานใน ขั้นการแจงตอเจาพนักงาน ทองถิ่น


34 หลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ

ลําดับ

ประเภทโครงการหรือกิจการ

ขนาด

28

การจัดสรรที่ดินเพื่อเปนที่อยูอาศัยหรือเพือ่ ประกอบการพาณิชยตามกฎหมายวาดวย การจัดสรรที่ดิน โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลตาม กฎหมายวาดวยสถานพยาบาล 29.1 กรณีตั้งอยูใกลแมน้ํา ฝงทะเล ทะเลสาบ หรือชายหาด ในระยะ 50 เมตร

จํานวนที่ดนิ แปลงยอย ตั้งแต 500 แปลง หรือ เนื้อที่เกินกวา 100 ไร

ใหเสนอในขั้นขออนุญาต จัดสรรที่ดินตามกฎหมายวา ดวยการจัดสรรที่ดิน

ที่มีเตียงสําหรับผูปวย ไวคางคืนตั้งแต 30 เตียง ขึ้นไป

29.2 กรณีโครงการที่ไมอยูในขอ 29.1

ที่มีเตียงสําหรับผูปวย ไวคางคืนตั้งแต 60 เตียง ขึ้นไป

30

โรงแรมหรือสถานทีพ่ กั ตากอากาศตาม กฎหมายวาดวยโรงแรม

ที่มีจํานวนหองพัก ตั้งแต 80 หอง ขึ้นไป หรือมีพื้นที่ใชสอย ตั้งแต 4,000 ตาราง เมตร ขึ้นไป

31

อาคารอยูอ าศัยรวมตามกฎหมายวาดวยการ ควบคุมอาคาร

ที่มีจํานวนหองพัก ตั้งแต 80 หองขึ้นไป

ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางหรือหากใชวิธีการแจง ตอเจาพนักงานทองถิน่ ตาม กฎหมายวาดวยการควบคุม อาคารโดยไมยื่นขอรับ ใบอนุญาตใหเสนอรายงานใน ขั้นการแจงตอเจาพนักงาน ทองถิ่น ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางหรือหากใชวิธีการแจง ตอเจาพนักงานทองถิน่ ตาม กฎหมายวาดวยการควบคุม อาคารโดยไมยื่นขอรับ ใบอนุญาตใหเสนอรายงานใน ขั้นการแจงตอเจาพนักงาน ทองถิ่น ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางหรือหากใชวิธีการแจง ตอเจาพนักงานทองถิน่ ตาม กฎหมายวาดวยการควบคุม อาคารโดยไมยื่นขอรับ ใบอนุญาตใหเสนอรายงานใน ขั้นการแจงตอเจาพนักงาน ทองถิ่น ใหเสนอในขั้นขออนุญาต กอสรางหรือหากใชวิธีการแจง

29


35 ลําดับ

32

ประเภทโครงการหรือกิจการ

เขื่อนเก็บกักน้ําหรืออางเก็บน้ํา 32.1 ปริมาตรเก็บกักน้าํ 32.2 พื้นที่เก็บกักน้าํ

33

การชลประทาน

34

โครงการทุกประเภททีอ่ ยูในพืน้ ที่ที่ คณะรัฐมนตรีไดมีมติเห็นชอบกําหนดให เปนพื้นทีช่ ั้นคุณภาพลุม น้ําชัน้ 1

ขนาด

หลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ

หรือมีพื้นที่ใชสอย ตั้งแต 4,000 ตาราง เมตร ขึ้นไป

ตอเจาพนักงานทองถิน่ ตาม กฎหมายวาดวยการควบคุม อาคารโดยไมยื่นขอรับ ใบอนุญาตใหเสนอรายงานใน ขั้นการแจงตอเจาพนักงาน ทองถิ่น

ตั้งแต 100 ลาน ลูกบาศกเมตร ขึ้นไป ตั้งแต 15 ตาราง กิโลเมตร ขึ้นไป ที่มีพื้นที่การ ชลประทานตัง้ แต 80,000 ไร ขึ้นไป ทุกขนาด

ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ ใหเสนอในขั้นขออนุมตั ิหรือ ขออนุญาตโครงการ


36 เอกสารทายประกาศ 2 ก. แนวทางการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ประกอบดวย 1. สาระสําคัญ 1.1 รายงานฉบับยอ ตองประกอบดวยสาระสําคัญดังนี้ 1.1.1 ประเภทและขนาดโครงการ พรอมกิจกรรมที่เกี่ยวของ 1.1.2 ที่ตั้งโครงการโดยมีภาพและแผนที่ที่ตั้งโครงการ รวมทั้งแผนที่แสดง องคป ระกอบทางสิ่ ง แวดลอ มในบริ เ วณที่อ าจไดรั บ ผลกระทบจากโครงการตาม มาตราสวน 1 : 50,000 หรือมาตราสวนที่เหมาะสม 1.1.3 ทางเลือกที่ตั้งโครงการและวิธีการดําเนินการโครงการพรอมเหตุผล และขอพิจารณาในการตัดสินใจเลือกแนวทางที่เสนอ 1.1.4 รายงานการแสดงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมที่สําคัญ พรอมดวยมาตรการ ปองกันและแกไขผลกระทบดังกลาว และมาตรการติดตามตรวจสอบตามแบบ สผ.1 1.2 รายงานหลัก ตองประกอบดวยสาระสําคัญดังนี้ 1.2.1 บทนํา : กลาวถึงที่มา วัตถุประสงคของโครงการ เหตุผลความจําเปน ในการดําเนินโครงการ วัตถุประสงคการจัดทํารายงาน ขอบเขตการศึกษา และวิธีการ ศึกษา 1.2.2 ที่ตั้งโครงการ : โดยมีภาพและแผนที่ที่ตั้งโครงการ รวมทั้งแผนที่ แสดงองคประกอบทางสิ่งแวดลอม ในบริเวณที่อาจไดรับผลกระทบจากโครงการ มาตราสวน 1 : 50,000 หรือมาตราสวนที่เหมาะสม 1.2.3 รายละเอียดโครงการ : ใหมีรายละเอียดที่สามารถแสดงภาพรวมได ชัดเจน ไดแก ประเภท ขนาดที่ตั้งโครงการ วิธีการดําเนินการโครงการหรือกิจกรรม ประกอบของโครงการ เปนตน ตลอดจนแผนผังการใชที่ดินของโครงการโดยแสดง ทิศและมาตราสวนที่เหมาะสม


37 1.2.4 สภาพแวดลอมในปจจุบัน : ใหแสดงรายละเอียดพรอมภาพถาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมดานกายภาพ ชีวภาพ โดยจําแนกเปนชนิดที่ฟนฟู ไดและฟนฟูไมได รายละเอียดคุณคาการใชประโยชนของมนุษย และคุณคาคุณภาพ ชี วิ ต ตลอดจนสภาพป ญ หาป จ จุ บั น บริ เ วณพื้ น ที่ โ ครงการพร อ มแสดงแผนที่ สภาพแวดลอมบริเวณโครงการ การใชประโยชนที่ดินโดยรอบโครงการตลอดจน บริเวณที่อาจไดรับผลกระทบจากการดําเนินโครงการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 1.2.5 การประเมินทางเลือกในการดําเนินการ และการประเมินผลกระทบที่ อาจเกิดขึ้นจากโครงการ (1) ทางเลือกในการดําเนินโครงการ : ในรายงานฯ จะตองเสนอ ทางเลื อ กซึ่ง อาจเป นทั้ ง ทางเลือ กที่ตั้ ง โครงการหรือ วิ ธี ก ารดํา เนิ น โครงการ โดย ทางเลือกที่เสนอทุกทางเลือกจะตองสอดคลองกับวัตถุประสงค มีเหตุผลวาบรรลุ เปาหมายและความจําเปนในการมีโครงการหรือไมมีโครงการอยางไร มีมาตรการ ปองกันและแกไขผลกระทบในทุกทางเลือก และจะตองระบุทางเลือกที่เหมาะสม ที่สุดที่จะดําเนินโครงการ พรอมแสดงเหตุผลและความจําเปนประกอบ (2) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม : ใหประเมินผลกระทบที่ อาจเกิดขึ้นจากโครงการ ทั้งที่เปนผลกระทบโดยตรง และผลกระทบทางออมตอ ทรัพยากรสิ่งแวดลอมและคุณคาตาง ๆ ตาม 1.2.4 พรอมทั้งแยกประเภททรัพยากร เปนชนิดที่สามารถฟนฟูไดและฟนฟูไมได รวมทั้งใหประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ในทุกทางเลือกของโครงการเปรียบเทียบกัน 1.2.6 มาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมและการชดเชย : ใหอธิบายรายละเอียดในการปองกันและแกไขผลกระทบที่เกิดขึ้นตาม 1.2.5 และใน กรณีที่ความเสียหายไมอาจหลีกเลี่ยงไดใหเสนอแผนการชดเชยความเสียหายดังกลาว ดวย


38 1.2.7 มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม : ใหเสนอมาตรการ และแผนการดําเนินการในการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอมที่เหมาะสม ทาง วิชาการและการปฏิบัติการ ซึ่งจะเปนสวนหนึ่งของการติดตามและประเมินผลภายหลัง การดําเนินโครงการดวย 1.2.8 ตารางสรุปผลกระทบสิ่งแวดลอมที่สําคัญพรอมดวยมาตรการปองกัน และแกไขผลกระทบดังกลาว ทั้งนี้ จะตองดําเนินการตามแนวทางการมีสวนรวมของประชาชนและการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคม และแนวทางการประเมินผลกระทบทาง สุขภาพในรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม 2. เอกสารหลักฐานที่ตองนําเสนอ 2.1 รายงานหลัก จํานวนไมนอยกวา 15 ฉบับ 2.2 รายงานยอ จํานวนไมนอยกวา 15 ฉบับ 2.3 ปกหนาและปกในของรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมตาม แบบ สผ.2 2.4 หนังสือรับรองการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ตามแบบ สผ.3 2.5 สํ า เนาใบอนุ ญ าตเป น ผู มี สิ ท ธิ ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอม 2.6 บัญชีรายชื่อผูจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมตาม แบบ สผ.5 2.7 แบบแสดงรายละเอี ย ดการเสนอรายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอมตามแบบ สผ.6


39 ข. แนวทางการจัดทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน ประกอบดวย 1. สาระสําคัญ 1.1 บทนํา : กลาวถึงวัตถุประสงคของโครงการ เหตุผลความจําเปนในการ ดําเนินการโครงการ วัตถุประสงคการจัดทํารายงานฯ ขอบเขตการศึกษา และวิธีการศึกษา 1.2 ที่ตั้งโครงการ : โดยมีภาพและแผนที่ที่ตั้งโครงการ รวมทั้งแผนที่แสดง องคประกอบทางสิ่งแวดลอมในบริเวณที่อาจไดรับผลกระทบจากโครงการ ในมาตราสวน ที่เหมาะสม 1.3 ทางเลือกที่ตั้งโครงการ และวิธีการดําเนินโครงการ : พรอมเหตุผลและ ขอพิจารณาในการตัดสินใจเลือกแนวทางที่เสนอ 1.4 รายละเอียดโครงการ : ใหมีรายละเอียดที่สามารถแสดงภาพรวมไดชัดเจน ไดแก ประเภท ขนาดที่ตั้ง ทางเลือกที่ตั้งโครงการ และวิธีการดําเนินการโครงการ พรอม เหตุผลและขอพิจารณาในการตัดสินใจเลือกแนวทางที่เสนอ รายละเอียดกระบวนการ หรือกิจกรรมประกอบของโครงการ แผนผังการใชที่ดินของโครงการโดยแสดงทิศ และ มาตราสวนที่เหมาะสม 1.5 สภาพแวดลอมในปจ จุบั น : ใหแสดงรายละเอียดพรอมภาพถาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมดานกายภาพ ชีวภาพ โดยจําแนกเปนชนิดที่ฟนฟู ไดและฟนฟูไมได รายละเอียดคุณคาการใชประโยชนของมนุษย และคุณคาคุณภาพ ชี วิ ต ตลอดจนสภาพป ญ หาป จ จุ บั น บริ เ วณพื้ น ที่ โ ครงการพร อ มแสดงแผนที่ สภาพแวดลอมบริเวณโครงการการใชประโยชนที่ดินโดยรอบโครงการ ตลอดจนบริเวณ ที่อาจไดรับผลกระทบจากการดําเนินโครงการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 1.6 ผลกระทบหลักที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ : ใหประเมินผลกระทบ สิ่งแวดลอมเบื้องตนโดยใหความสําคัญในการประเมินผลที่มีนัยสําคัญ ซึ่งอาจเกิดขึ้น


40 จากโครงการที่เปนผลกระทบโดยตรง และผลกระทบทางออมตอทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมและคุณคาตาง ๆ ตาม 1.5 1.7 มาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมและการชดเชย : อธิบาย รายละเอียดในการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมที่เกิดขึ้นตาม 1.6 และในกรณี ที่ความเสียหายไมอาจหลีกเลี่ยงไดใหเสนอแผนการชดเชยความเสียหายดังกลาวดวย 1.8 มาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดลอม : เสนอมาตรการและ แผนการดําเนินการในการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอมที่เหมาะสมทาง วิชาการและการปฏิบัติ ซึ่งจะเปนสวนของการติดตามและประเมินผลภายหลังการ ดําเนินโครงการดวย 1.9 ตารางสรุปผลกระทบสิ่งแวดลอมที่สําคัญพรอมดวยมาตรการปองกัน และแกไขผลกระทบดังกลาว ทั้งนี้ จะตองดําเนินการตามแนวทางการมีสวนรวมของประชาชนและการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคม ในรายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน 2. เอกสารและหลักฐานที่ตองนําเสนอ 2.1 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน จํานวนไมนอยกวา 15 ฉบับ 2.2 ปกหนาและปกในของรายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตนตามแบบ สผ.7 2.3 หนังสือรับรองการจัดทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตนตาม แบบ สผ.8 2.4 บัญชีรายชื่อผูจัดทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบ���้องตนตามแบบ สผ.9 2.5 สําเนาใบอนุญาตเปนผูมีสิทธิทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอม


แบบ สผ.1

41 แบบรายการแสดงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมที่สําคัญ มาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม องคประกอบทาง สิ่งแวดลอมและคุณคาตางๆ

ทรัพยากรสิ่งแวดลอม ทางกายภาพ

ทรัพยากรสิ่งแวดลอม ทางชีวภาพ

คุณคาการใชประโยชน

คุณคาตอคุณภาพชีวิต

ผลกระทบตอ สิ่งแวดลอมที่สําคัญ

มาตรการปองกันและแกไข ผลกระทบสิ่งแวดลอม

มาตรการติดตามตรวจสอบ ผลกระทบสิ่งแวดลอม


แบบ สผ.2

42 รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม

ชื่อโครงการ......................................................................................................................................... ที่ตั้งโครงการ....................................................................................................................................... ชื่อเจาของโครงการ.............................................................................................................................. ที่อยูเจาของโครงการ........................................................................................................................... การมอบอํานาจ ( ) เจาของโครงการไดมอบอํานาจให................................................................... เปนผูดําเนินการเสนอรายงาน ดังหนังสือมอบอํานาจที่แนบ ( ) เจาของโครงการมิไดมีการมอบอํานาจแตอยางใด

จัดทําโดย

......................................................................... (ชื่อนิติบุคคลผูจัดทํารายงานฯ)


แบบ สผ.3

43

หนังสือรับรองการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม วันที่..............เดือน................................ พ.ศ. ................. หนังสือฉบับนี้ขอรับรองวา........................................................เปนผูจัดทํารายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม โครงการ..................................................................................... ใหแก.................................................................................................................................................... เพื่อ................................................................................ตามคําขอเลขที่............................................... โดยมีคณะผูชํานาญการและเจาหนาที่ผูรับผิดชอบในการจัดทํารายงานดังตอไปนี้ ผูชํานาญการ

ลายมือชื่อ

..................................................................

...............................................................

เจาหนาที่

ลายมือชื่อ

..................................................................

...............................................................

..................................................................

...............................................................

..................................................................

...............................................................

.................................................................... (...................................................................) ตําแหนง...................................................... (ประทับตรานิตบิ ุคคล)


แบบ สผ.5

44 บัญชีรายชื่อผูจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ชื่อ

ดาน / หัวขอที่ทําการศึกษา

สัดสวนผลงานคิดเปน % ของงานศึกษาจัดทํา รายงานทั้งฉบับ


45

แบบ สผ.6

แบบแสดงรายละเอียดการเสนอรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม เหตุผลในการเสนอรายงานฯ ( ) เปนโครงการเขาขายตองจัดทํารายงานฯ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ ง แวดล อ ม เรื่ อ ง กํ า หนดประเภทและขนาดโครงการหรื อ กิ จ การซึ่ ง ต อ งทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม และหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทํารายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม ประเภทโครงการ........................................................................................................... ( ) เปนโครงการที่จัดทํารายงานฯ เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง...................................... เมื่อวันที่..................................................................(โปรดแนบมติคณะรัฐมนตรีและเอกสารที่เกี่ยวของ)

( )

จัดทํารายงานฯ ตามความตองการของสํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการ

ลงทุน ( ) อื่น ๆ (ระบุ) .................................................................................................... วันที่ลงนามในสัญญาวาจางจัดทํารายงานฯ .................................................................................... การขออนุญาตโครงการ ( ) รายงานฯ นี้จัดทําขึ้นเพื่อประกอบการอนุญาตจาก............................................ (ระบุชื่อหนวยงานผูใหอนุญาต) กําหนดโดย พ.ร.บ. ...................................................................... มาตรา/ประเภทที่/ขอ/ลําดับที่ ......................................................................................................... ( ) รายงานฯ จัดทําขึ้นเพื่อประกอบการขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ( ) โครงการนี้ไมตองยื่นขอรับอนุญาตจากหนวยงานราชการและไมตองขออนุมัติ จากคณะรัฐมนตรี ( ) อื่น ๆ (ระบุ) .................................................................................................... สถานภาพโครงการ (ระบุไดมากกวา 1 ขอ) ( ) กอนการศึกษาความเปนไปไดของโครงการ ( ) กําลังศึกษาความเปนไปไดของโครงการ ( ) ยังไมไดกอสราง ( ) เริ่มกอสรางโครงการแลว (แนบภาพถายพรอมระบุวันที่) ( ) ทดลองเดินเครื่องแลว ( ) เปดดําเนินโครงการแลว สถานภาพโครงการนี้รายงานเมื่อวันที่......................................................................................


แบบ สผ.7

46 รายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน

ชื่อโครงการ......................................................................................................................................... ที่ตั้งโครงการ....................................................................................................................................... ชื่อเจาของโครงการ.............................................................................................................................. ที่อยูเจาของโครงการ........................................................................................................................... การมอบอํานาจ ( ) เจาของโครงการไดมอบอํานาจให................................................................... เปนผูดําเนินการเสนอรายงาน ดังหนังสือมอบอํานาจที่แนบ ( ) เจาของโครงการมิไดมีการมอบอํานาจแตอยางใด

จัดทําโดย

......................................................................... (ผูจัดทํารายงานฯ)


แบบ สผ.8

47 หนังสือรับรองการจัดทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน

วันที่..............เดือน................................ พ.ศ. ................. หนังสือฉบับนี้ขอรับรองวา........................................................เปนผูจัดทํารายงาน ผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตนโครงการ..................................................................................... ใหแก.................................................................................................................................................... เพื่อ..................................................................ตามคําขอเลขที่............................................................ โดยมีคณะผูชํานาญการและเจาหนาที่ผูรับผิดชอบในการจัดทํารายงานดังตอไปนี้ ผูชํานาญการ

ลายมือชื่อ

..................................................................

..........................................................

เจาหนาที่

ลายมือชื่อ

..................................................................

..........................................................

..................................................................

..........................................................

..................................................................

..........................................................

.................................................................... (...................................................................) ตําแหนง...................................................... (ประทับตรานิติบุคคล)


แบบ สผ.9

48 บัญชีรายชื่อผูจัดทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน ชื่อ

ดาน / หัวขอที่ทําการศึกษา

สัดสวนผลงานคิดเปน % ของงานศึกษาจัดทํา รายงานทั้งฉบับ


49

ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทํารายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิด ผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรงทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ _____________________ โดยที่การจัดทํารายงานและการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยาง รุนแรงมีลักษณะเฉพาะแตกตางจากการพิจารณารายงานในโครงการหรือกิจการทั่ว ๆ ไป และเพื่อใหมีการดําเนินกระบวนการพิจารณาใหเปนไปโดยครบถวนตามแนวทาง ของมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยอาศัยอํานาจตามความใน มาตรา 46 และมาตรา 51 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม แหงชาติ พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแห งชาติ จึงกําหนดหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบ���ฏิบัติ และแนวทางในการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยาง รุนแรง ทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพไวดังตอไปนี้ ขอ 1 โครงการหรือกิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือเอกชนที่อาจ กอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรง ตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยาง รุนแรงทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ และจัดใหมี กระบวนการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสีย รวมทั้งใหองคการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 126 ตอนพิเศษ 188 ง วันที่ 29 ธันวาคม 2552


50 อิสระใหความเห็นประกอบกอนมีการดําเนินการ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนด ในทายประกาศนี้ ดังนี้ 1.1 โครงการหรื อ กิ จ การใดซึ่ ง มี ก ารประกาศหรื อ กํ า หนดตาม กฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ใหเปนโครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอ ชุมชนอยางรุนแรงทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ 1.2 โครงการหรือกิจการใดซึ่งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยขอรองเรียน สําหรับ โครงการหรื อ กิจ การที่อ าจก อ ใหเกิ ด ผลกระทบตอ ชุ ม ชนอย างรุ น แรงทั้ ง ทางด า นคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ทรั พ ยากรธรรมชาติ และสุ ข ภาพ ที่ ค ณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติแตงตั้ง วินิจฉัยภายใน 30 วัน หลังจากไดรับขอรองเรียน วา โครงการหรื อ กิจการดั งกลาวอาจสงผลกระทบตอ ชุมชนอยางรุนแรงทั้งทางดาน คุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ขอ 2 ผูที่จัดทํารายงานตามประกาศนี้จะตองเปนผูที่ไดรับอนุญาตใหเปนผู มีสิทธิจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมและไดขึ้นทะเบียนไวแลวกับ สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ทั้งนี้ หากการจัดทํา รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมดังกลาว มีกฎหมายอื่นบัญญัติเกี่ยวกับการ ได รับ อนุญ าตไวและมีก ระบวนการที่จะให ผูมี สิท ธิจัดทํารายงานดําเนินการตาม กฎหมายดังกลาวไวแลว ผูมีสิทธิจัดทํารายงานจะตองไดรับอนุญาตตามที่บัญญัติไว ในกฎหมายนั้น ๆ ดวย ขอ 3 เมื่อสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ไดรับรายงานจากผูที่จัดทํารายงานตามขอ 2 แลว ใหดําเนินการตามมาตรา 48 แหง พระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 โดยเสนอ ตอคณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม


51 เพื่อพิจารณาตามที่บัญญัติไวในมาตรา 49 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 ตอไป ขอ 4 เมื่อคณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมเห็นชอบกับรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมแลว ใหสํานักงาน นโยบายและแผนทรั พยากรธรรมชาติ และสิ่ งแวดล อมจั ดส งผลการพิ จ ารณาของ คณะกรรมการผูชํานาญการฯ ใหหนวยงานของรัฐซึ่งเปนผูรับผิดชอบโครงการหรือ กิจการนั้น หรือหนวยงานของรัฐผูอนุญาตโครงการเพื่อใหหนวยงานดังกลาวจัดใหมี การดํ า เนิ น การรั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น ของประชาชนและผู มี ส ว นได เ สี ย ทั้ ง นี้ ตาม กระบวนการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสียที่กําหนดตามเอกสาร ทายประกาศ ขอ 5 เมื่อคณะกรรมการผูชํานาญการฯ ไดใหความเห็นชอบรายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบ ตอชุมชนอยางรุนแรงทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ แลว ใหสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมจัดสงรายงาน ฉบับที่ไดรับความเห็นชอบแลวนั้น พรอมทั้งความเห็นของคณะกรรมการผูชํานาญการฯ และสรุปสาระสําคัญของมาตรการปองกันและลดผลกระทบสิ่งแวดลอม ใหองคการ อิสระใหความเห็นประกอบ กอนมีการดําเนินการหรือการอนุญาตของหนวยงานของรัฐ ที่รับผิดชอบ ขอ 6 ในกรณีที่เปนโครงการหรือกิจการตามขอ 1 ซึ่งเปนโครงการหรือ กิจการของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโครงการรวมกับเอกชนซึ่งตองเสนอขอรับ ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีใหสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมเสนอความเห็นของคณะกรรมการผูชํานาญการฯ ความเห็นขององคการ อิ ส ระ และรายงานการรั บฟ งความคิ ดเห็ นของประชาชนและผู มี ส วนได เสี ย ของ


52 หนวยงานซึ่งเปนผูรับผิดชอบโครงการหรือกิจการนั้นตอคณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติ เพื่อใหความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีดวย ขอ 7 ประกาศนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552 สุวิทย คุณกิตติ รัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม


53 เอกสารทายประกาศ ก. แนวทางการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการ หรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรงทั้งทางดานคุณภาพ สิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ประกอบดวย 1. สาระสําคัญ 1.1 รายงานฉบับยอ ตองประกอบดวยสาระสําคัญดังนี้ 1.1.1 รายละเอียดของโครงการหรือกิจการ พรอมกิจกรรมที่เกี่ยวของ 1.1.2 ที่ตั้งของโครงการหรือกิจการโดยมีภาพและแผนที่ที่ตั้งโครงการ หรือกิจการรวมทั้งแผนที่แสดงองคประกอบทางสิ่งแวดลอมในบริเวณที่อาจไดรับ ผลกระทบจากโครงการตามมาตราสวน 1 : 50,000 หรือมาตราสวนอื่นที่เหมาะสม 1.1.3 ทางเลือกที่ตั้งโครงการหรือกิจการและวิธีการดําเนินการโครงการ หรือกิจการพรอมเหตุผลและขอพิจารณาในการตัดสินใจเลือกแนวทางที่เสนอ 1.1.4 รายงานการแสดงผลกระทบตอ สิ่งแวดลอมที่สําคัญ มาตรการ ปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดลอมตามแบบ สผร.1 1.1.5 สรุปผลกระทบที่อาจมีผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรงทั้งดาน คุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสุ ข ภาพ พร อ มระบุ เ หตุ ผ ลหรื อ หลักเกณฑประกอบขอสรุปดังกลาว 1.2 รายงานหลัก ตองประกอบดวยสาระสําคัญดังนี้ 1.2.1 บทนํา : กลาวถึงที่มา วัตถุประสงคของโครงการหรือกิจการ เหตุผลความจําเปนในการดําเนินโครงการหรือกิจการ วัตถุประสงคการจัดทํารายงาน ขอบเขตการศึกษาและวิธีการศึกษา


54 1.2.2 ที่ตั้งของโครงการหรือกิจการ : โดยมีภาพและแผนที่ที่ตั้งโครงการ หรือกิจการรวมทั้งแผนที่แสดงองคประกอบทางสิ่งแวดลอมในบริเวณที่อาจไดรับ ผลกระทบจากโครงการหรือกิจการ มาตราสวน 1 : 50,000 หรือมาตราสวนอื่นที่ เหมาะสม 1.2.3 รายละเอียดของโครงการหรือกิจการ : ใหมีรายละเอียดที่สามารถ แสดงภาพรวมไดชัดเจน ไดแก ประเภท ขนาด ที่ตั้งโครงการหรือกิจการ วิธีการ ดําเนินการโครงการหรือกิจการประกอบของโครงการหรือกิจการดังกลาว ตลอดจน แผนผังการใชที่ดินของโครงการหรือกิจการโดยแสดงทิศและมาตราสวนที่เหมาะสม 1.2.4 สภาพแวดลอมในปจจุบัน : ใหแสดงรายละเอียดพรอมภาพถาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมดานกายภา��� ชีวภาพ โดยจําแนกเปนชนิดที่ฟนฟู ไดและฟนฟูไมได รายละเอียดคุณคาการใชประโยชนของมนุษย และคุณคาคุณภาพ ของชีวิต ตลอดจนสภาพปญหาปจจุบันบริเวณพื้นที่โครงการหรือกิจการพรอมแสดง แผนที่ ส ภาพแวดล อ มบริ เ วณโครงการหรื อ กิ จ การสภาพป จ จุ บั น ด า นสั ง คมและ สุขภาพของประชาชนบริเวณที่อาจไดรับผลกระทบจากการดําเนินโครงการหรือ กิจการ การใชประโยชนที่ดินโดยรอบโครงการหรือกิจการตลอดจนบริเวณที่อาจ ไดรับผลกระทบจากการดําเนินโครงการหรือกิจการ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 1.2.5 การประเมิ น ทางเลื อ กในการดํ า เนิ น การ และการประเมิ น ผล กระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการหรือกิจการ (1) ทางเลือกในการดําเนินโครงการหรือกิจการ : ในรายงานการ วิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ มสํ า หรั บ โครงการหรื อ กิ จ การที่ อ าจก อ ให เ กิ ด ผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรงทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะตองเสนอทางเลือก โดยอาจเปนทั้งทางเลือกเกี่ยวกับสถานที่หรือ วิธีดําเนินการของโครงการหรือกิจการ ทั้งนี้ ทางเลือกที่เสนอทุกทางเลือกจะตอง


55 สอดคลอ งกั บ วั ตถุ ประสงค มี เหตุผ ลว าบรรลุเ ปา หมายและความจํ าเปน ในการมี หรือไมมีโครงการหรือกิจการอยางไร มีมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบในทุก ทางเลือก และจะตองระบุทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่จะดําเนินโครงการหรือกิจการ โดยจะตองคํานึงถึงขอมูลดานสุขภาพและสังคมของประชาชนบริเวณที่อาจไดรับ ผลกระทบจากการดําเนินโครงการหรือกิจการทั้งในระยะสั้นและระยะยาวพรอม แสดงเหตุผลและความจําเปนประกอบ (2) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม : ใหประเมินผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นจากโครงการหรือกิจการ ทั้งที่เปนผลกระทบโดยตรง และผลกระทบทางออม ตอทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอมและคุณคาตาง ๆ ตาม 1.2.4 พรอมทั้งแยกประเภท ทรัพยากรธรรมชาติเปนชนิดที่สามารถฟนฟูไดและฟนฟูไมได รวมทั้ง ใหประเมิน ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทุกทางเลือกของโครงการหรือกิจการเปรียบเทียบกัน โดย การประเมิ น ผลกระทบด า นสุ ข ภาพ ให ดํ า เนิ น การตามข อ ข. และการจั ด ให มี กระบวนการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสีย ใหดําเนินการตาม ขอ ค. ทั้งนี้ ใหระบุผลกระทบที่อาจมีผลตอชุมชนอยางรุนแรงทั้งดานสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พรอมกับใหระบุเหตุผลหรือหลักเกณฑประกอบ การประเมินดังกลาวดวย 1.2.6 มาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมและการชดเชย : ใหอธิบายรายละเอียดในการปองกันและแกไขผลกระทบที่เกิดขึ้นตาม 1.2.5 และใน กรณีที่ความเสียหายไมอาจหลีกเลี่ยงไดใหเสนอแผนการชดเชยความเสียหายดังกลาว ดวย โดยในมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมและการชดเชย ตอง คํานึงถึงมาตรการปองกันและแกไขดานสุขภาพและสังคมดวย 1.2.7 มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม : ใหเสนอ มาตรการและแผนการดําเนินการในการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอมที่


56 เหมาะสม ทางวิชาการและการปฏิบัติการ ซึ่งจะเปนสวนหนึ่งของการติดตามและ ประเมิ น ผลภายหลั ง การดํ า เนิ น โครงการหรื อ กิ จ การโดยในมาตรการติ ด ตาม ตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอมต องผนวกเรื่องมาตรการติดตามตรวจสอบดาน สุขภาพและสังคมดวย 1.2.8 ตารางสรุปผลกระทบสิ่งแวดลอมที่สําคัญ พรอมดวยมาตรการ ปองกันและแกไขผลกระทบดังกลาว 2. เอกสารหลักฐานที่ตองนําเสนอ 2.1 รายงานหลัก จํานวนไมนอยกวา 15 ฉบับ 2.2 รายงานยอ จํานวนไมนอยกวา 15 ฉบับ 2.3 ปกหนาและปกในของรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ตามแบบ สผร.2 2.4 หนังสือรับรองการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ตามแบบ สผร.3 2.5 สําเนาใบอนุญาตเปนผูมีสิทธิทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอม 2.6 บัญชีรายชื่อผูจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมตาม แบบ สผร.5 2.7 แบบแสดงรายละเอียดการเสนอรายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมตามแบบ สผร.6


57 ข. แนวทางการประเมินผลกระทบทางสุขภาพสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจ ก อ ให เ กิ ด ผลกระทบต อ ชุ ม ชนอย า งรุ น แรงทั้ ง ทางด า นคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ จากโครงการหรือกิจการดังกลาวขางตน ใหปฏิบัติตามแนวทางการประเมินผลกระทบทางสุขภาพในรายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมของประเทศไทย ฉบับเดือนธันวาคม 2552 ที่จัดทําโดย สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ ม กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมหรือที่มีการปรับปรุงแกไขเพิ่มเติมโดยใหเพิ่ม ขั้นตอนเพื่อใหสอดคลองกับหลักเกณฑ วิธีการในการประเมินผลกระทบดานสุขภาพ ที่เกิดจากนโยบายสาธารณะของสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ ดังตอไปนี้ 1. เพื่อใหประชาชน ผูมีสวนไดเสีย และภาคสวนตาง ๆ ไดเขามามีสวนรวม ในการนําเสนอประเด็นหวงกังวลและแนวทางในการประเมินผลกระทบดานสุขภาพ และเพื่อใหการประเมินผลกระทบดานสุขภาพเปนไปอยางครบถวนรอบดานใหมาก ที่สุด ใหหนวยงานเจาของโครงการหรือกิจการ หรือผูขออนุมัติอนุญาตใหดําเนิน โครงการหรือกิจการ จัดเวทีกําหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบดาน สุ ข ภาพโดยสาธารณะ และจั ด ส ง รายงานการกํ า หนดขอบเขตและแนวทางการ ประเมิ น ผลกระทบด า นสุ ข ภาพดั ง กล า วต อ คณะกรรมการผู ชํ า นาญการพิ จ ารณา รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ทั้งนี้ การจัดกระบวนการรับฟงความ คิ ด เห็ น ในการกํ า หนดขอบเขตและแนวทางการประเมิ น ผลกระทบด า นสุ ข ภาพ จะตองดําเนินการตามแนวทางการรับฟงความคิดเห็นตามที่กําหนดไวในเอกสารทาย ประกาศ ค.1 2. ในการประเมินผลกระทบดานสุขภาพในรายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยาง


58 รุนแรงทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะตองมี การศึกษาครอบคลุมปจจัยที่อาจสงผลกระทบตอสุขภาพดังตอไปนี้เปนอยางนอย 2.1 การเปลี่ยนแปลงสภาพและการใชทรัพยากรธรรมชาติ ไมวาจะเปน ทรัพยากรที่ดิน ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรประมง ทรัพยากรปาไม ความหลากหลายทาง ชีวภาพ ทรัพยากรแรธาตุ ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ และระบบนิเวศ 2.2 การผลิ ต ขนส ง และการจั ด เก็ บ วั ต ถุ อั น ตราย โดยจะต อ งแจ ง ประเภท ปริมาณ และวิธีดําเนินการของวัตถุอันตรายทุกชนิด 2.3 การกําเนิดและการปล อยของเสียและสิ่งคุกคามสุขภาพจากการ กอสราง จากกระบวนการผลิต และกระบวนการอื่นใด ไมวาจะเปนขยะ กากของเสีย กากของเสียอันตราย น้ําเสีย ขยะติดเชื้อ ความรอน มลสารทางอากาศ ฝุน แสง เสียง กลิ่น การสั่นสะเทือน และกัมมันตภาพรังสี 2.4 การรับสัมผัสตอมลพิษและสิ่งคุกคามสุขภาพ ไมวาจะเปนเสนทาง การรับสัมผัสเขาสูรางกาย เชน โดยการหายใจ การรับประทาน การสัมผัสทางผิวหนัง เปนตน การรับสัมผัสของคนงานหรือผูปฏิบัติงานในโครงการหรือกิจการ การรับ สัมผัสของประชาชนโดยรอบโครงการหรือกิจการ เปนตน 2.5 การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบตออาชีพ การจางงาน และสภาพ การทํางานในทองถิ่น ทั้งทางบวกและทางลบ เชน ความเสี่ยงและอุบัติเหตุจากการ ทํางาน การเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศ ทรัพยากร และหวงโซอุปทานของสินคาและ บริการที่เปนฐานการดําเนินชีวิตหลักของประชาชนกลุมใดกลุมหนึ่งในพื้นที่ 2.6 การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบตอความสัม พันธของประชาชน และชุมชนทั้งความสัมพันธภายในชุมชนและภายนอกชุมชน โดยเฉพาะอยางยิ่งการ อพยพของประชาชนและแรงงาน การเพิ่ม/ลดพื้นที่สาธารณะของชุมชน และความ ขัดแยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดําเนินโครงการหรือกิจการดังกลาว


59 2.7 การเปลี่ ย นแปลงในพื้ น ที่ ที่ มี ค วามสํ า คั ญ หรื อ เป น มรดกทาง ศิล ปวัฒ นธรรม เช น ศาสนสถาน สถานที่ที่ ประชาชนสักการะบู ชา หรือ สถานที่ ประกอบพิธีกรรมของชุมชนทองถิ่น พื้นที่ที่มีความสําคัญทางประวัติศาสตร และ โบราณสถานสําคัญ 2.8 ผลกระทบที่ เ ฉพาะเจาะจงหรื อ มี ค วามรุ น แรงเป น พิ เ ศษต อ ประชาชนกลุมใดกลุมหนึ่งโดยเฉพาะกลุมประชาชนที่มีความเปราะบาง เชน เด็ก ผู พิการ ผูสูงอายุ พอแมเลี้ยงเดี่ยว ชนกลุมนอย เปนตน 2.9 ทรัพยากรและความพรอมของภาคสาธารณสุข ทั้งในแงของการ สร า งเสริ ม การป อ งกั น การรั ก ษา และการฟ น ฟู สุ ข ภาพของประชาชน ที่ อ าจ เกี่ยวเนื่องกับโครงการหรือกิจการ รวมถึงความพรอมของขอมูลสถานะสุขภาพใน พื้ น ที่ ก อ นมี ก ารดํ า เนิ น การ การจั ด ระบบฐานข อ มู ล เพื่ อ ติ ด ตามผลกระทบ ขี ด ความสามารถการสํารวจโรค และการรับมือกับอุบัติภัยและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น 3. เพื่อใหรายงานการประเมินผลกระทบทางสุขภาพเปนไปอยางครบถวน สมบูรณ ใหห นวยงานเจาของโครงการหรือ กิจ การ หรือหนวยงานที่มีห นาที่ตาม กฎหมายในการอนุมัติ หรืออนุญาตจัดกระบวนการรับฟงความคิดเห็นเพื่อทบทวน รางรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจ ก อ ให เ กิ ด ผลกระทบต อ ชุ ม ชนอย า งรุ น แรงทั้ ง ทางด า นคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ โดยสาธารณะ และจัดสงรายงานสรุปความคิดเห็น ของประชาชนผูมีสวนไดเสีย และสาธารณชน พรอมทั้งความเห็นและคําชี้แจงใหแก คณะกรรมการผูชํานาญการฯ เพื่อพิจารณาดําเนินการตอไป โดยหลักเกณฑในการจัด กระบวนการรับฟงความคิดเห็นในการทบทวนรางรายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมและสุขภาพใหเปนไปตามแนวทางการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน และผูมีสวนไดเสียที่กําหนดไวในเอกสารทายประกาศ ค.3


60 ค. แนวทางการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสียในกระบวนการ วิเ คราะห ผลกระทบสิ่ งแวดลอมสํา หรับ โครงการหรื อกิ จการที่ อ าจกอ ใหเ กิ ด ผลกระทบตอ ชุมชนอยา งรุนแรงทั้งทางดานคุณ ภาพสิ่ งแวดลอ ม ทรัพ ยากร ธรรมชาติ และสุขภาพ ค. 1 กระบวนการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสียในการกําหนด ขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ 1. ใหหนวยงานเจาของโครงการหรือกิจการ จัดเวทีรับฟงความคิดเห็นเพื่อ กําหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ เพื่อให ประชาชน ผู มี ส ว นได เ สี ย และหน ว ยงานที่ เ กี่ ย วข อ งได เ ข า มามี ส ว นร ว มในการ นําเสนอประเด็นหวงกังวลและแนวทางในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและ สุข ภาพ และเพื่ อ ให ก ารประเมิน ผลกระทบสิ่ งแวดล อ มและสุข ภาพเปน ไปอย า ง ครบถวน 2. การจั ด เวที รั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น เพื่ อ กํ า หนดขอบเขตและแนวทางการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ จะตองดําเนินการตามขั้นตอน ดังตอไปนี้ 2.1 ต อ งแจ ง ล ว งหน า ให สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ และสาธารณชน ทราบไมนอยกวา 1 เดือน โดยแจงใหสาธารณชนทราบผานทางชองทางการสื่อสาร สาธารณะไมนอยกวา 3 ชองทาง เพื่อใหหนวยงานและสาธารณชนที่สนใจสามารถ เตรียมตัวเขารวมไดอยางทั่วถึง 2.2 ต อ งเป ด เผยเอกสารโครงการ โดยระบุ ถึ ง ความเป น มา ความ จํ า เป น แหล ง เงิ น ทุ น กระบวนการ และแนวทางในการดํ า เนิ น โครงการ รวมถึ ง นําเสนอขอมูลเบื้องตนเกี่ยวกับปจจัยที่อาจสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมและสุขภาพ และรางขอเสนอการกําหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบดานสุขภาพ


61 เพื่อใหผูมีสวนเกี่ยวของและสาธารณชนพิจารณาลวงหนาไมนอยกวา 15 วัน กอน การจัดเวทีผานทางชองทางการสื่อสารสาธารณะ ไมนอยกวา 3 ชองทาง 2.3 จัดระบบการลงทะเบียนเพื่อใหประชาชน ผูมีสวนไดเสีย และ หนวยงานที่เกี่ยวของ ซึ่งมีความประสงคที่จะใหความเห็นในการกําหนดขอบเขตและ แนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพสามารถลงทะเบียนลวงหนา ไดโดยสะดวก 2.4 การจัดกระบวนการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวน ได เ สี ย ต อ งจั ด ช ว งเวลาที่ เ หมาะสมเพื่ อ ให ผู มี ส ว นเกี่ ย วข อ งและสาธารณชนได นําเสนอประเด็นหวงกังวล ขอมูลที่เกี่ยวของ และนําเสนอแนวทางในการประเมินผล กระทบทางสิ่งแวดลอมและสุขภาพไมนอยกวา 2 ชั่วโมง และไมนอยกวาครึ่งหนึ่ง ของเวลาในการจัดเวทีทั้งหมด 2.5 ภายหลังการจัดเวทีรับฟงความคิดเห็นฯ จะตองเปดชองทางใน การรับฟงความคิดเห็นอยางตอเนื่องไมนอยกวา 15 วัน โดยตองมีชองทางอยางนอย 2 ชองทาง 3. ใหหนวยงานเจาของโครงการหรือกิจการ หรือผูขออนุมัติอนุญาตให ดําเนินโครงการหรือกิจการจัดทํารายงานสรุปความคิดเห็นของผูมีสวนเกี่ยวของและ สาธารณชน พรอมทั้งคําชี้แจง และนําเสนอขอบเขตและแนวทางการประเมินผล กระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ เพื่อการดําเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม และสุ ข ภาพ โดยส ง ให สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ สิ่ ง แวดล อ มเพื่ อ ทราบ และส ง ให สํ า นั ก งานคณะกรรมการสุ ข ภาพแห ง ชาติ เ พื่ อ เผยแพรแกสาธารณชนตอไป


62 ค. 2 กระบวนการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสียในขั้นตอนการ ประเมินและจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการ หรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรงทั้งทางดานคุณภาพ สิ่งแวดลอมทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ในขั้ น ตอนการประเมิ น และจั ด ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยาง รุนแรงทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ใหเจาของ โครงการหรือผูจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ ดําเนินการตาม แนวทางการมี ส ว นร ว มของประชาชนและการประเมิ น ผลกระทบทางสั ง คมใน รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ ที่จัดทําโดยสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เพื่อใหเกิดการมีสวนรวมและการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนได เสียอยางรอบดาน โดยเจาของโครงการหรือผูจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมฯ จะตองปฏิบัติตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้ 1. ใหผูจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ ทําการเปดเผย ข อ เท็ จ จริ ง ที่ เ กี่ ย วกั บ โครงการหรื อ กิ จ การที่ กํ า ลั ง ดํ า เนิ น การจั ด ทํ า รายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ โดยจะตองมีขอมูลอยางนอยดังตอไปนี้ 1.1 ขอมูลเกี่ยวกับประเภท ขนาด กําลังการผลิต และขนาดพื้นที่ของ โครงการหรือกิจการ 1.2 ขอมูลเกี่ยวกับมลพิษในดานตาง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการ ดําเนินโครงการหรือกิจการ ขอมูลเกี่ยวกับแหลงน้ําหรือที่ดินสาธารณะที่จะใชเปน สถานที่ ร องรั บ น้ํ า ทิ้ ง หรื อ ของเสี ย จากโครงการหรื อ กิ จ การ (ถ า มี ) รวมถึ ง ข อ มู ล เกี่ยวกับปจจัยที่อาจมีผลกระทบตอสุขภาพ


63 1.2 แนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ และ มาตรการปองกันและลดผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ (ถามี) 1.3 ระยะเวลาที่คาดวาจะสามารถเริ่มดําเนินโครงการหรือกิจการ 1.4 ชื่อเจาของโครงการหรือหนวยงานที่มีอํานาจในการอนุมัติหรือ อนุญาตตามกฎหมาย หมายเลขโทรศัพทและสถานที่ติดตอเพื่อขอรับขอมูลเพิ่มเติม 1.5 วัน เวลา และสถานที่ที่จะมีการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน และผูมีสวนไดเสีย 1.6 ปายแสดงขอมูลตาม 1.1 - 1.5 จะตองมีสถานที่ตั้งและขนาดที่ ประชาชนและผูมีสวนไดเสียสามารถเขาถึงและอานขอมูลไดโดยสะดวก 2. ในการสํารวจและรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสีย ใหผูจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ แสดงชื่อโครงการหรือกิจการ วัตถุประสงค เปาหมายและประเด็นที่จะมีการสํารวจหรือรับฟงความคิดเห็นของ ประชาชนฯ ใหชัดเจน โดยประเด็นที่จะสํารวจแตละประเด็นจะตองสอดคลองกับ รายละเอียดของโครงการหรือกิจการนั้น ๆ ดวย 3. ในการสํารวจและรับฟงความคิดเห็นฯ ควรใหความสําคัญกับการเก็บ รวบรวมขอมูลและการศึกษาทําความเขาใจถึงวิถีชีวิตและสภาพแวดลอมของชุมชน ในพื้นที่ที่อาจไดรับผลกระทบทางสิ่งแวดลอมและสุขภาพจากการดําเนินโครงการ หรือกิจการดังกลาว 4. ในการสํารวจและรับฟงความคิดเห็นของผูจัดทํารายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ อาจทําโดยวิธีดังตอไปนี้ 4.1 การสัมภาษณรายบุคคล 4.2 การแสดงความคิดเห็นทางไปรษณีย โทรศัพท โทรสาร ระบบ เครือขายสารสนเทศหรือทางอื่น


64 4.3 การเปดโอกาสใหประชาชนและผูมีสวนไดเสียมารับขอมูลและ แสดงความคิดเห็นตอหนวยงานของรัฐที่รับผิดชอบโครงการ 4.4 การสนทนากลุมยอย 4.5 การประชุมเชิงปฏิบัติการ 4.6 การประชุมระดับตัวแทนของกลุมบุคคลที่เกี่ยวของหรือมีสวนได เสีย 5. เมื่อผูจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ ทําการสํารวจ ความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสียแลว จะตองสรุปผลการสํารวจความ คิดเห็น ทั้งในดานบวกและในดานลบภายใน 15 วัน นับแตวันที่ดําเนินการสํารวจ ความเห็นเสร็จสิ้น โดยใหแสดงรายงานไวยังที่สํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่ ง แวดล อ มจั ง หวั ด สํ า นั ก งานสาธารณสุ ข จั ง หวั ด ที่ ว า การอํ า เภอ สํ า นั ก งาน สาธารณสุขอําเภอ ที่ทําการขององคกรปกครองสวนทองถิ่น กํานัน ผูใหญบาน และ สถานบริการสุขภาพของรัฐในพื้นที่ซึ่งเปนที่ตั้งของโครงการหรือกิจการ ในจุดที่ ประชาชนหรือผูมีสวนไดเสียเขาถึงและพบเห็นไดโดยงาย ทั้งนี้จะตองแสดงรายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ ในสถานที่ดังกลาวขางตนไวเปนเวลาไมนอย กวา 15 วัน ค.3 กระบวนการรั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น ของประชาชน และผู มี ส ว นได เ สี ย ในการ ทบทวนรางรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือ กิ จ การที่ อ าจก อ ให เ กิ ด ผลกระทบต อ ชุ ม ชนอย า งรุ น แรงทั้ ง ทางด า นคุ ณ ภาพ สิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ 1. ใหหนวยงานเจาของโครงการหรือกิจการ จัดเวทีทบทวนรางรายงานการ วิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ มสํ า หรั บ โครงการหรื อ กิ จ การที่ อ าจก อ ให เ กิ ด ผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรงทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติ


65 และสุขภาพ เพื่อใหประชาชน ผูมีสวนไดเสีย และหนวยงานที่เกี่ยวของไดตรวจสอบ ความถูกตอง และความครบถวนสมบูรณของรางรายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมฯ รวมถึงนําเสนอขอมูล ขอเท็จจริง และขอคิดเห็นเพิ่มเติม ตอรางรายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ ดังกลาว 2. การจัดเวทีรับฟงความคิดเห็นฯ เพื่อทบทวนรางรายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ จะตองดําเนินการตามขั้นตอน 2.1 ต อ งแจ ง ล ว งหน า ให สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากร ธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ ม และสํ า นั ก งานคณะกรรมการสุ ข ภาพแห ง ชาติ แ ละ สาธารณชนรับทราบไมนอยกวา 1 เดือน โดยในสวนของสาธารณชนใหผานทางชอง ทางการสื่อสารสาธารณะไมนอยกวา 3 ชองทาง 2.2 ต อ งเป ด เผยร า งรายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ มฯ ฉบับสมบูรณ เพื่อใหผูมีสวนเกี่ยวของและสาธารณชนพิจารณาลวงหนาไมนอยกวา 15 วันกอนการจัดเวทีผานทางชองทางการสื่อสารสาธารณะไมนอยกวา 3 ชองทาง 2.3 การจั ด เวที ก ารทบทวนร า งรายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอมฯ ตองจัดชวงเวลาที่เหมาะสมเพื่อใหผูมีสวนเกี่ยวของและสาธารณชนได นํ า เสนอข อ มู ล ข อ เท็ จ จริ ง และข อ คิ ด เห็ น เพิ่ ม เติ ม ต อ ร า งรายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ ดังกลาวไมนอยกวา 3 ชั่วโมง และไมนอยกวาครึ่งหนึ่งของ เวลาในการจัดเวทีทั้งหมด 2.4 ภายหลั ง การจั ด เวที ก ารทบทวนร า งรายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมฯ จะตองเปดชองทางในการรับฟงความคิดเห็นอยางนอย 2 ชองทาง อยางตอเนื่องไมนอยกวา 15 วัน 3. ให ห น ว ยงานเจ า ของโครงการหรื อ กิ จ การ จั ด ทํ า รายงานสรุ ป ความ คิ ด เห็ น ของประชาชนและผู มี ส ว นได เ สี ย พร อ มทั้ ง ความเห็ น และคํ า ชี้ แ จงของ


66 หนวยงานเจาของโครงการ หนวยงานอนุมัติ หนวยงานอนุญาต หรือหนวยงานอื่น ๆ ที่ เ กี่ ย วข อ ง พร อ มส ง ให สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ สิ่ ง แวดล อ มเพื่ อ ทราบ และส ง ให สํ า นั ก งานคณะกรรมการสุ ข ภาพแห ง ชาติ เ พื่ อ เผยแพรแกสาธารณชนตอไป ง. กระบวนการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสียของหนวยงาน อนุมัติหรือหนวยงานอนุญาต 1. ใหหนวยงานของรัฐซึ่งเปนผูมีอํานาจในการอนุมัติหรืออนุญาตตอ ง แต ง ตั้ ง คณะกรรมการรั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น ของประชาชนและผู มี ส ว นได เ สี ย ซึ่ ง ประกอบดวยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกไมนอยกวา 2 คนแตไม เกิน 4 คน ประธานกรรมการและกรรมการต อ งไม มี ส ว นไดเ สี ย กั บ โครงการหรื อ กิจการในเรื่องนั้น และกรรมการอยางนอยหนึ่งในสามใหแตงตั้งจากผูที่มิไดเปน ขาราชการ สมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น 2. ใหคณะกรรมการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสีย ดําเนินการดังนี้ 2.1 ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโครงการหรือกิจการที่จัดใหมีการรับฟง ความคิดเห็นฯ ดังกลาว 2.2 กําหนดกระบวนการ วิธีการ สถานที่และเวลาในการรับฟงความ คิดเห็���ฯ โดยคํานึงถึงความสะดวกของผูเกี่ยวของทุกฝาย 2.3 ลงประกาศในหนังสือพิมพรายวันอยางนอย 1 ฉบับที่มีการอาน แพรหลายทั่วไป โดยเฉพาะในพื้นที่การกอสรางโครงการ และเขตใกลเคียงเปนเวลา ไมนอยกวา 3 วัน เพื่อใหประชาชนและผูมีสวนไดเสียที่ประสงคจะเสนอความ คิดเห็นมาลงทะเบียนไวกับคณะกรรมการรับฟงความคิดเห็นฯ กอนวันที่รับฟงความ


67 คิดเห็นดังกลาวลวงหนาไมนอยกวา 15 วัน และจะตองมีระยะเวลาในการเปดรับ ลงทะเบียนไมนอยกวา 5 วัน 2.4 แจงใหประชาชนและผูมีสวนไดเสียที่ไดลงทะเบียนไวแลวทราบ ถึงวันที่จะรับฟงความคิดเห็นดังกลาว โดยระยะเวลาในการรับฟงความคิดเห็นฯ นั้น จะตองมีเวลาไมนอยกวา 15 วัน 2.5 ปดประกาศเผยแพรขอมูลขาวสารที่เกี่ยวของกับโครงการหรือ กิจการดังกลาวโดยเปดเผย ณ สํานักงานของหนวยงานของรัฐที่มีอํานาจในการอนุมัติ หรืออนุญาตโครงการหรือกิจการนั้น องคกรปกครองสวนทองถิ่นที่โครงการหรือ กิ จ การนั้ น ตั้ ง อยู และบนเว็ บ ไซต ข องหน ว ยงานของรั ฐ ที่ ดํ า เนิ น การรั บ ฟ ง ความ คิดเห็นฯ โดยทั้งนี้จะตองดําเนินการลวงหนากอนเริ่มกระบวนการรับฟงความคิดเห็นฯ ดังกลาวไมนอยกวา 15 วัน ให ค ณะกรรมการรั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น ฯ คํ า นึ ง ถึ ง ข อ โต แ ย ง ของทุ ก ฝ า ย ตลอดจนผลกระทบในดานตาง ๆ และใหดําเนินการดวยความยืดหยุน สุจริตและเปน ธรรม เพื่ อ ให ไ ด ม าซึ่ ง ข อ มู ล ประกอบการตั ด สิ น ใจของหน ว ยงานอนุ มั ติ ห รื อ หนวยงานอนุญาตที่ชัดเจนและถูกตองตามหลักวิชาการและสภาพความเปนจริงมาก ที่สุด 3. เมื่อคณะกรรมการรับฟงความคิดเห็นฯ ไดรับฟงความคิดเห็นเสร็จแลว ใหทํารายงานการรับฟงความคิดเห็นฯ ซึ่งอยางนอยตองประกอบดวย 3.1 รายชื่อกรรมการ ประชาชน ผูมีสวนไดเสียที่ลงทะเบียนและเขา รวมการประชุม 3.2 ขอเท็จจริงโดยสรุปเกี่ยวกับกระบวนการ วิธีการ วัน เวลาและ สถานที่ที่รับฟงความคิดเห็น


68 3.3 บั น ทึ ก ความคิ ด เห็ น ของประชาชนและผู มี ส ว นได เ สี ย ทุ ก ความเห็นเปนลายลักษณอักษร 3.4 ประมวลผลที่ไดรับจากการรับฟงความคิดเห็นฯ ในดานความ เหมาะสม ผลกระทบทางเลือกอื่น และขอเสนอแนะอื่น ๆ 4. ใหคณะกรรมการรับฟงความคิดเห็นฯ เสนอรายงานตามขอ 3 พรอมทั้ง คําชี้แจงของหนวยงานที่เกี่ยวของเสนอตอหนวยงานของรัฐที่แตงตั้งภายใน 15 วัน นับจากกระบวนการรับฟงความคิดเห็นฯ สิ้นสุดลงและใหถือเปนเอกสารที่เผยแพร ตอสาธารณะและเผยแพรบนเว็บไซตดวย 5. หนวยงานของรัฐซึ่งเปนผูมีอํานาจในการอนุมัติหรืออนุญาต จะตองนํา ความคิ ด เห็ น ที่ ไ ด รั บ จากประชาชนและผู มี ส ว นได เ สี ย พร อ มทั้ ง คํ า ชี้ แ จงของ หนวยงานที่เกี่ยวของเขาสูกระบวนการตัดสินใจพรอมทั้งใหคําชี้แจงเหตุผลในการ ตัดสินใจในโครงการหรือกิจการดังกลาวในแตละประเด็นเปนลายลักษณอักษร และ เผยแพรคําชี้แจงเหตุผลดังกลาวตอสาธารณะและเผยแพรบนเว็บไซตดวย


แบบ สผร.1

69 รายงานการแสดงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมที่สําคัญ มาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม องคประกอบทาง สิ่งแวดลอมและคุณคาตางๆ

ทรัพยากรสิ่งแวดลอม ทางกายภาพ

ทรัพยากรสิ่งแวดลอม ทางชีวภาพ

ระบบนิเวศ

คุณคาการใชประโยชน ของมนุษย

คุณคาตอคุณภาพชีวิต

ผลกระทบตอ สิ่งแวดลอมที่สําคัญ

มาตรการปองกันและ แกไขผลกระทบ สิ่งแวดลอม

มาตรการติดตาม ตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดลอม


แบบ สผร.2

70 รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม

ชื่อโครงการ......................................................................................................................................... ที่ตั้งโครงการ....................................................................................................................................... ชื่อเจาของโครงการ.............................................................................................................................. ที่อยูเจาของโครงการ........................................................................................................................... การมอบอํานาจ ( ) เจาของโครงการไดมอบอํานาจให................................................................... เปนผูดําเนินการเสนอรายงาน ดังหนังสือมอบอํานาจที่แนบ ( ) เจาของโครงการมิไดมีการมอบอํานาจแตอยางใด

จัดทําโดย

......................................................................... (ชื่อนิติบุคคลผูจัดทํารายงานฯ)


แบบ สผร.3

71

หนังสือรับรองการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม วันที่..............เดือน................................ พ.ศ. ................. หนังสือฉบับนี้ขอรับรองวา........................................................เปนผูจัดทํารายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม โครงการ..................................................................................... ใหแก.................................................................................................................................................... เพื่อ..................................................................ตามคําขอเลขที่............................................................ โดยมีคณะผูชํานาญการและเจาหนาที่ผูรับผิดชอบในการจัดทํารายงานดังตอไปนี้ ผูชํานาญการ

ลายมือชื่อ

..................................................................

..........................................................

เจาหนาที่

ลายมือชื่อ

..................................................................

..........................................................

..................................................................

..........................................................

..................................................................

..........................................................

.................................................................... (...................................................................) ตําแหนง...................................................... (ประทับตรานิติบุคคล)


แบบ สผร.5

72 บัญชีรายชื่อผูจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ชื่อ

ดาน / หัวขอที่ทําการศึกษา

สัดสวนผลงานคิดเปน % ของงานศึกษาจัดทํา รายงานทั้งฉบับ


73

แบบ สผร.6

แบบแสดงรายละเอียดการเสนอรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม เหตุผลในการเสนอรายงานฯ ( ) เปนโครงการเขาขายตองจัดทํารายงาน ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทํารายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่ งแวดลอมสํ าหรับโครงการหรือกิ จการที่อาจกอใหเกิด ผลกระทบต อชุมชนอยา งรุนแรงทั้ ง ทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ประเภทโครงการ ............................................. ( ) เปนโครงการที่จัดทํารายงานฯ เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง...................................... เมื่อวันที่...................................................(โปรดแนบมติคณะรัฐมนตรีและเอกสารที่เกี่ยวของ) ( ) จัดทํารายงานฯ ตามความตองการของสํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการลงทุน ( ) อื่น ๆ (ระบุ) .........................................................................................................

วันที่ลงนามในสัญญาวาจางจัดทํารายงานฯ............................................................................... การขออนุญาตโครงการ ( ) รายงานฯ นี้จัดทําขึ้นเพื่อประกอบการอนุญาตจาก................................................... (ระบุชื่อหนวยงานผูใหอนุญาต) กําหนดโดย พ.ร.บ. ............................................... มาตรา/ประเภทที่/ขอ/ลําดับที่ .................................................................................. ( ) รายงานฯ จัดทําขึ้นเพื่อประกอบการขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ( ) โครงการนี้ไมตองยื่นขอรับอนุญาตจากหนวยงานราชการและไมตองขออนุมัติ จากคณะรัฐมนตรี ( ) อื่น ๆ (ระบุ) .............................................................................................................

สถานภาพโครงการ (ระบุไดมากกวา 1 ขอ) ( ( ( ( ( (

) ) ) ) ) )

กอนการศึกษาความเปนไปไดของโครงการ กําลังศึกษาความเปนไปไดของโครงการ ยังไมไดกอสราง เริ่มกอสรางโครงการแลว (แนบภาพถายพรอมระบุวันที่) ทดลองเดินเครื่องแลว เปดดําเนินโครงการแลว

ส���านภาพโครงการนี้รายงานเมื่อวันที่ ...............................................................................................


74

ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการประสานงานการใหความเห็นขององคการอิสระ ในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรง พ.ศ. 2553 _____________________ โดยที่เปนการสมควรกําหนดแนวทางการประสานการดําเนินการเพื่อจัดตั้ง และดํ า เนิ น งานขององค ก ารอิ ส ระ ซึ่ ง ประกอบด ว ย ผู แ ทนองค ก ารเอกชนด า น สิ่ ง แวดล อ มและสุ ข ภาพ และผู แ ทนสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาที่ จั ด การการศึ ก ษาด า น สิ่งแวดลอมหรื อทรั พยากรธรรมชาติ ห รือดานสุขภาพ เพื่อ ใหค วามเห็นประกอบ โครงการหรือกิจกรรมที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรง ตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 11 (8) แหงพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการแผนดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึง วางระเบียบไว ดังตอไปนี้ ขอ 1 ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการประสานงาน การใหความเห็นขององคการอิสระในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอ ชุมชนอยางรุนแรง พ.ศ. 2553” ขอ 2 ระเบียบนี้ใหใชบังคับตั้งแตวัดถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป ขอ 3 ในระเบียบนี้ “องค ก ารอิ ส ระ” หมายความว า องค ก ารอิ ส ระ ซึ่ ง ประกอบด ว ย ผู แ ทน องคการเอกชนดานสิ่งแวดลอมและสุขภาพ และผูแทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการ การศึกษาดานสิ่งแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือดานสุขภาพ ซึ่งทําหนาที่ให ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 127 ตอนพิเศษ 4 ง วันที่ 12 มกราคม 2553


75 ความเห็นประกอบโครงการหรือกิจกรรมที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยาง รุนแรง “โครงการหรื อ กิ จ กรรม” หมายความว า โครงการหรื อ กิ จ กรรมที่ อ าจ ก อ ให เ กิ ด ผลกระทบต อ ชุ ม ชนอย า งรุ น แรงทั้ ง ทางด า นคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ “คณะกรรมการ” หมายความว า คณะกรรมการประสานงานการให ความเห็นขององคการอิสระ ขอ 4 ใหนายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ หมวด 1 คณะกรรมการประสานงานการใหความเห็นขององคการอิสระ ____________________ ขอ 5 ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกวา “คณะกรรมการประสานงาน การใหความเห็นขององคการอิสระ” ประกอบดวย (1) ผูทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งเปนประธานกรรมการ (2) ปลั ด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม ปลัดกระทรวง สาธารณสุข ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (3) ผูแทนภาคประชาชนซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้ง จํานวนสี่คน (4) ผูแทนภาคเอกชนผูประกอบการอุตสาหกรรมซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้ง จํานวนสี่คน (5) ผูทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้ง จํานวนหาคน ใหอธิบดีกรมสงเสริมคุณภาพสิ่งแวดลอมเปนกรรมการและเลขานุการ


76 ขอ 6 ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้ง มีวาระการ ดํารงตําแหนงคราวละสองปนับแตไดรับแตงตั้ง เมื่อครบกําหนดตามวาระ หากยังไมมีการแตงตั้งประธานกรรมการหรือ กรรมการขึ้นใหม ใหผูซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระนั้นอยูในตําแหนง เพื่อปฏิบัติ หนาที่ตอไปจนกวาผูซึ่งไดรับแตงตั้งใหมจะเขารับหนาที่ ขอ 7 นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งพนจากตําแหนงเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (4) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก ขอ 8 ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้ง พนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหแตงตั้งบุคคลในประเภทเดียวกันเปนประธาน กรรมการหรือกรรมการแทน และใหผูซึ่งไดรับแตงตั้งอยูในตําแหนงเทากับวาระที่ เหลืออยูของบุคคลซึ่งตนแทน ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพนจากตําแหนงกอนครบวาระ ใหคณะกรรมการประกอบดวยกรรมการทั้งหมดเทาที่มีอยูจนกวาจะมีการแตงตั้งใหม ในกรณีที่ผูซึ่งพนจากตําแหนงกอนครบวาระเปนประธานกรรมการ ใหกรรมการ เลือกกรรมการคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานกรรมการ ขอ 9 การประชุมคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่ง หนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเปนองคประชุม ในการประชุมคณะกรรมการ ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจ ปฏิบัติหนาที่ไดใหที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในที่ประชุม


77 การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมี เสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ ขาด ขอ 10 ใหคณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ (1) ประสานการดําเนินการใหผูแทนองคการเอกชนดานสิ่งแวดลอมและ สุ ข ภาพและผู แ ทนสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาที่ จั ด การการศึ ก ษาด า นสิ่ ง แวดล อ มหรื อ ทรัพยากรธรรมชาติหรือดานสุขภาพตกลงรวมกันจัดตั้งเปนองคการอิสระ (2) สนับสนุน ใหคําปรึกษา แนะนํา และชวยเหลือในการดําเนินการของ องคการอิสระใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ (3) เสนอแนะตอคณะรัฐมนตรีในการกําหนดแนวทางการปฏิบัติราชการ ของหนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ตลอดจนคาใชจายของ องคการอิสระ (4) ประสานงานกับ หนวยงานของรัฐ ที่เกี่ยวของเพื่อ ประโยชนในการ ดําเนินการใหความเห็นขององคการอิสระ (5) พิ จ ารณาเสนอแนะการแก ไ ขป ญ หาที่ เ กี่ ย วกั บ การดํ า เนิ น การตาม ระเบียบนี้ตอคณะรัฐมนตรี หนวยงานของรัฐ หรือองคการอิสระ (6) แต ง ตั้ ง คณะอนุ ก รรมการหรื อ คณะทํ า งานเพื่ อ ปฏิ บั ติ ก ารตามที่ คณะกรรมการมอบหมาย (7) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ขอ 11 ใหกรมสงเสริมคุณภาพสิ่งแวดลอม ทําหนาที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการ และชวยเหลือการดําเนินการขององคการอิสระตามที่คณะกรรมการ มอบหมาย ทั้งนี้ ภายในขอบเขตอํานาจหนาที่ของกรมสงเสริมคุณภาพสิ่งแวดลอม


78 ขอ 12 คาใชจายสําหรับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทํางานที่แตงตั้งโดยคณะกรรมการ คาใชจายเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ องคการอิสระรวมทั้งคาใชจายที่จําเปนอยางอื่น ใหจายจากงบประมาณของกรมสงเสริม คุณภาพสิ่งแวดลอม ถางบประมาณไมเพียงพอแกรายจายใหรายงานรัฐมนตรีวาการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เพื่อนําเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ การสนับสนุนงบประมาณตอไป หมวด 2 การประสานการดําเนินการขององคการอสิระ ____________________ ขอ 13 ใหคณะกรรมการดําเนินการประกาศเปนการทั่วไปใหองคการเอกชน ดานสิ่งแวดลอมและสุขภาพ และสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาดานสิ่งแวดลอม หรือทรัพยากรธรรมชาติหรือดานสุขภาพ ซึ่งประสงคจะรวมกันจัดตั้งเปนองคการอิสระ แจงรายชื่อผูแทนของแตละแหงตามรายละเอียดในวรรคสอง ใหคณะกรรมการทราบ ภายในระยะเวลาที่กําหนดเพื่อเขารวมประชุมทําความตกลงในการจัดตั้งองคการอิสระ เพื่ อ ประโยชน ใ นการดํ า เนิ น การตามวรรคหนึ่ ง ให ค ณะกรรมการแจ ง รายละเอี ย ดของลั ก ษณะองค ก ารเอกชน ด ��� นสิ่ ง แวดล อ มและสุ ข ภาพ และ สถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาดานสิ่งแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือ ดานสุขภาพที่จะมีสิทธิแจงรายชื่อ คุณสมบัติและจํานวนผูที่ไดรับการเสนอรายชื่อ พรอมทั้งเอกสารหลักฐานที่ตองเสนอไวในประกาศตามวรรคหนึ่งดวย ในการดําเนินการตามขอนี้ คณะกรรมการอาจมีหนังสือแจงใหองค การ เอกชนดานสิ่งแวดลอมและสุขภาพ และสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาดาน


79 สิ่งแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือดานสุขภาพที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการ ประกาศกําหนดเพื่อทราบโดยตรงดวยก็ได ขอ 14 ใหคณะกรรมการจัดใหมีการประชุมรวมกันระหวางผูแทนขององคการ เอกชนด านสิ่ งแวดล อมและสุ ขภาพ และสถาบั นอุ ดมศึ กษาที่ จั ดการการศึ กษาด าน สิ่งแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือดานสุขภาพ เพื่อทําความตกลงในการจัดตั้ง องคการอิสระ เมื่อที่ประชุมตกลงรวมกันจัดตั้งเปนองคการอิสระ ใหคณะกรรมการแจง คณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศการจัดตั้งองคการอิสระ วิธีการประชุมใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกําหนด ขอ 15 การกําหนดใหมีคณะกรรมการบริหารองคการอิสระ หลักเกณฑการ บริหารงานและหลักเกณฑการใหความเห็นโครงการหรือกิจกรรมขององคการอิสระ ใหเปนไปตามที่องคการอิสระกําหนด ใหคณะกรรมการมีหนาที่สนับสนุน ใหคําปรึกษา แนะนํา และชวยเหลือ การดํ า เนิ น การขององค ก ารอิ ส ระ แต ต อ งไม ขั ด แย ง กั บ ความเป น อิ ส ระในการ ดําเนินงานขององคการอิสระ ขอ 16 เพื่อประโยชนตอการดําเนินการตามอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการ หรื อการช วยเหลื อการดํ าเนิ นการขององค การอิ สระ คณะกรรมการอาจเสนอเรื่ องต อ คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามีมติใหหนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของใหการสนับสนุนหรือให ความรวมมือตามอํานาจหนาที่ได ขอ 17 ในกรณีมีเหตุที่ทําใหองคการอิสระไมอาจดําเนินการตอไปได ให คณะกรรมการรายงานตอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาประกาศการสิ้นสุดขององคการ อิสระ และใหคณะกรรมการดําเนินการตามความในหมวดนี้ เพื่อใหมีการจัดตั้งองคการ อิสระขึ้นใหม


80 หมวด 3 การใหความเห็นโครงการหรือกิจกรรม ____________________ ขอ 18 โครงการหรือกิจกรรมใดซึ่งตองสงใหองคการอิสระใหความเห็น ประกอบด ว ยรายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ มสํ า หรั บ โครงการหรื อ กิจกรรมที่คณะกรรมการผูชํานาญการตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมและรักษา คุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ มแห ง ชาติ ไ ด ใ ห ค วามเห็ น ชอบแล ว พร อ มทั้ ง ความเห็ น ของ คณะกรรมการผู ชํ า นาญการ และสรุ ป สาระสํ า คั ญ ของมาตรการป อ งกั น และลด ผลกระทบสิ่งแวดลอม ใหองคการอิสระพิจารณาใหความเห็นประกอบ และแจงให คณะกรรมการทราบดวย ขอ 19 ใหคณะกรรมการประสานงานกับองคการอิสระเพื่อติดตามการ พิจารณาใหความเห็นใหแลวเสร็จภายในเวลาหกสิบวัน นับแตวันไดรับขอมูลจาก สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมตามขอ 18 ในกรณี ที่ อ งค ก ารอิ ส ระร อ งขอ คณะกรรมการอาจประสานงานกั บ สํา นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ มให จั ด สง ข อ มู ล เกี่ยวกับสาระสําคัญของโครงการหรือ กิจ กรรมใหองคการอิส ระทราบเพื่อ ศึก ษา ลวงหนา และสามารถพิจารณาใหความเห็นใหแลวเสร็จภายในกําหนดเวลาตามวรรค หนึ่งได ขอ 20 เมื่อองคการอิสระพิจารณาใหความเห็นเสร็จเรียบรอยแลว ใหจัด ส ง ไปยั ง หน ว ยงานของรั ฐ ที่ รั บ ผิ ด ชอบหรื อ เป น ผู อ นุ ญ าตเพื่ อ นํ า ความเห็ น ไป ประกอบการพิจารณากอนการดําเนินการตอไปตามอํานาจหนาที่ ในกรณีที่โครงการหรือกิจกรรมตามวรรคหนึ่งเปนโครงการหรือกิจกรรม ของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโครงการรวมกับเอกชนที่ตองไดรับความเห็นชอบ


81 จากคณะรัฐมนตรี ใหองคการอิสระจัดสงความเห็นใหสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เพื่อเสนอตอคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ในการเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีตอไป ทั้งนี้ เพื่อใหเปนไปตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บทเฉพาะกาล ____________________ ขอ 21 ในวาระเริ่มแรกใหคณะกรรมการดําเนินการประกาศใหองคการ เอกชนดานสิ่งแวดลอมและสุขภาพ และสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาดาน สิ่งแวดลอม หรือทรัพยากรธรรมชาติหรือดานสุขภาพแจงรายชื่อตามขอ 13 และ จัดการประชุมตามขอ 14 ใหแลวเสร็จภายในเวลาหกสิบวัน นับแตวันที่มีการแตงตั้ง กรรมการครบตามขอ 5

ประกาศ ณ วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี


82

คําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ 18/2553 เรื่อง แตงตั้งคณะกรรมการประสานงานการใหความเห็นขององคการอิสระ ----------------------------------ตามระเบี ย บสํ า นั ก นายกรั ฐ มนตรี ว า ด ว ยการประสานงานการให ความเห็นขององคการอิสระในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอ ชุมชนอยางรุนแรง พ.ศ. 2553 ขอ 5 กําหนดใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกวา “คณะกรรมการประสานงานการใหค วามเห็น ขององคก ารอิ ส ระ” ประกอบด ว ย ผู ท รงคุ ณ วุ ฒิ ซึ่ ง คณะรั ฐ มนตรี แ ต ง ตั้ ง เป น ประธานกรรมการ ปลั ด กระทรวง ทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ ม ปลั ด กระทรวงสาธารณสุ ข ปลั ด กระทรวง อุ ต สาหกรรม เลขาธิ ก ารคณะกรรมการกฤษฎี ก า ผู แ ทนภาคประชาชนซึ่ ง คณะรัฐมนตรีแตงตั้ง จํานวนสี่คน ผูแทนภาคเอกชนผูประกอบการอุตสาหกรรมซึ่ง คณะรัฐมนตรีแตงตั้ง จํานวนสี่คน ผูทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้ง จํานวนหาคน เป น กรรมการ โดยให อ ธิ บ ดี ก รมส ง เสริ ม คุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ มเป น กรรมการและ เลขานุการ และขอ 6 ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้ง มีวาระ การดํารงตําแหนงคราวละสองป นับแตไดรับแตงตั้ง นั้น อาศัยอํานาจตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการประสานงาน การให ค วามเห็ น ขององค ก ารอิ ส ระในโครงการหรื อ กิ จ กรรมที่ อ าจก อ ให เ กิ ด


83 ผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรง พ.ศ. 2553 จึงแตงตั้งคณะกรรมการประสานงานการ ใหความเห็นขององคการอิสระ โดยมีองคประกอบและอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ 1. องคประกอบ 1.1 นายอานันท ปนยารชุน ประธานกรรมการ ภาครัฐ 1.2 ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม 1.3 ปลัดกระทรวงสาธารณสุข 1.4 ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม 1.5 เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ

ภาคประชาชน 1.6 นายชูชัย ศุภวงศ 1.7 นางเรณู เวชรัชตพิมล 1.8 นายสุทธิ อัชฌาศัย 1.9 นายหาญณรงค เยาวเลิศ

กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ

ภาคเอกชนผูประกอบการอุตสาหกรรม 1.10 นายชายนอย เผื่อนโกสุม 1.11 นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล 1.12 นายมหาบีร โกเดอร 1.13 นายรุงโรจน รังสิโยภาส

กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ


84 ผูทรงคุณวุฒิ 1.14 นายเดชรัต สุขกําเนิด 1.15 นายธงชัย พรรณสวัสดิ์ 1.16 นายสุทิน อยูสุข 1.17 นางสาวสมฤดี นิโครวัฒนยิ่งยง 1.18 นายสมรัตน ยินดีพิธ 1.19 อธิบดีกรมสงเสริมคุณภาพสิ่งแวดลอม

กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ และเลขานุการ

2. อํานาจหนาที่ ใหคณะกรรมการมีอํานาจหนาที่และวิธีดําเนินการตามที่กําหนดไว ในระเบ���ยบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการประสานงานการใหความเห็นขององคการ อิสระในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรง พ.ศ. 2553 สําหรับการเบิกจายเบี้ยประชุมใหเปนไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ย ประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 และคาใชจายอื่น ๆ (ถามี) ใหเบิกจายจากกรมสงเสริม คุณภาพสิ่งแวดลอม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ทั้งนี้ ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป สั่ง ณ วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

(นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) นายกรัฐมนตรี


85

แนวทางการประเมินผลกระทบทางสุขภาพใน รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม*

*เปนสวนหนึ่งของ แนวทางการประเมินผลกระทบทางสุขภาพในรายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม, 2549


86 แนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพ องค ก ารอนามั ย โลกได ใ ห คํ า จํ า กั ด ความของคํ า ว า สุ ข ภาพ ว า หมายถึ ง สภาวะความสมบู ร ณ ท างร า งกาย จิ ต ใจ และความเป น อยู ที่ ดี ท างสั ง คม ไม ไ ด หมายความเพียงแตการไมมีโรคหรือความเจ็บปวยทุพพลภาพเทานั้น มุมมองและ ความรูเกี่ยวกับสุขภาพจึงไดมีความเปลี่ยนแปลงมากและเปนที่ยอมรับวาสุขภาพเปน เรื่องที่มากกวาการไมมีโรคหรือความเจ็บปวย แตมีความสัมพันธกับปจจัยทางสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจดวย ผลที่เกิดขึ้นจากการกระทําของปจจัยเหลานี้ผนวกกับ ปจ จัย ด านสิ่งแวดลอ มถักทอเปนสายใยที่ซับ ซอน ซึ่งสงผลตอ การมีคุณภาพชีวิต สุขภาพและความเปนอยูที่ดีของมนุษย นอกจากนี้ พระราชบัญญัติสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. 2550 ซึ่งประกาศใชเมื่อ วันที่ 19 มีนาคม 2550 ไดกําหนดนิยามวา สุขภาพ หมายความวา ภาวะของมนุษยที่ สมบูรณทั้งทางกาย ทางจิต ทางปญญาและทางสังคม เชื่อมโยงกันเปนองครวมอยาง สมดุล ทั้งนี้ การพัฒนาอาจสงผลกระทบทางลบตอสุขภาพและความเปนอยูที่ดี ของมนุษย ไดแก ผลกระทบตอสุขภาพทางกาย เชน การตาย ความเจ็บปวย เนื่องจาก โรคติ ด ต อ โรคไม ติ ด ต อ ผลกระทบต อ สุ ข ภาพจิ ต เช น ความเครี ย ด ความกั ง วล ความรูสึกแตกตาง สูญเสียความรูสึกหรือการควบคุมตนเอง ผลกระทบทางสังคมและ อนามั ย ชุ ม ชน ความรุ น แรง ความแตกแยกของชุ ม ชน เป น ต น ซึ่ ง นอกจากการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม สามารถชวยลดผลกระทบทางลบจากการพัฒนา โครงการโดยการกํ า หนดมาตรการลดผลกระทบที่ เ หมาะสม และมาตรการด า น สิ่งแวดลอมหลายมาตรการในการปองกันปญหาสิ่งแวดลอม สามารถชวยในการลด ผลกระทบดานสุขภาพอนามัยของมนุษยไดดวย เชน การกําหนดมาตรการดานมลพิษ ทางน้ํา ทางอากาศ ชวยใหแ นใจวาระดับความเขม ขนของมลพิษ อยูในมาตรฐาน


87 คุณภาพสิ่งแวดลอมและสุขภาพอนามัยของมนุษย และนอกจากการลดผลกระทบ ในทางลบแลว การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสามารถชวยเพิ่มผลประโยชนใน ทางบวกทางดานสุขภาพได เชน มาตรการสงเสริมสุขภาพในชุมชน เปนตน แนวทางการประเมินผลกระทบทางสุขภาพในการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมไดจัดการ ประชุมรวมกับหนวยงานที่เกี่ยวของ โดยไดศึกษาขอมูลการประเมินผลกระทบทาง สุขภาพของประเทศตาง ๆ เชน แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด เปนตน รวมทั้ง กรณีศึกษารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมดานสาธารณสุขในปจจุบัน และไดพิจารณาขั้นตอนของการประเมินผลกระทบทางสุขภาพซึ่งจะบูรณาการอยูใน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ซึ่งที่ประชุมเห็นวา การประเมินผลกระทบทาง สุขภาพสามารถบูรณาการไวในการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมได ในขั้นตอน ตาง ๆ ไดแก 1. การกลั่นกรองโครงการ 2. การกําหนดขอบเขตการศึกษา 3. การประเมินผลกระทบ ประกอบดวย 3.1 การรวบรวมขอมูลพื้นฐาน 3.2 การประเมินผลกระทบและจัดลําดับความสําคัญ 3.3 การเสนอแนะ มาตรการปองกัน เฝาระวัง แกไข และติดตามตรวจสอบ ผลกระทบ 3.4 การจัดทํารายงาน 4. การพิจารณารายงาน และ การตัดสินใจ 5. การติดตามตรวจสอบและประเมินผล


88 การจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมในสวนที่เกี่ย วกับ ประเด็นดานสุขภาพ ควรจะตองจัดทําโดยผูที่มีความรูและประสบการณ หรือผูมี วิชาชีพทางดานสุขภาพ เชน ระบาดวิทยา พิษวิทยา การประเมินความเสี่ยงตอสุขภาพ เวชศาสตรชุมชน สุขาภิบาลสิ่งแวดลอม อนามัยสิ่งแวดลอม อาชีวอนามัย อาชีวเวช ศาสตร วิทยาศาสตรสุขภาพ เปนตน รวมทั้งใหความสําคัญในเรื่องการมีสวนรวมของ ประชาชน โดยมีการประชุมหารือรวมกับชุมชน รวมทั้งหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อ เปดโอกาสใหผูที่เกี่ยวของไดเขามามีสวนรวม ใหขอเสนอแนะตอโครงการ กอนถึง ขั้นตอนการตัดสินใจในการพัฒนาโครงการ หลักทั่วไป การจั ด ทํ า รายงานการประเมิ น ผลกระทบทางสุ ข ภาพในรายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ควรเปนไปตามหลักการ ดังตอไปนี้ คือ 1. หลั ก ประชาธิ ป ไตย กล า วคื อ ต อ งรั บ รองและส ง เสริ ม สิ ท ธิ ข อง ประชาชนทุกภาคสวน ในการมีสวนรวมในการตัดสินใจที่สําคัญอันเกี่ยวเนื่องกับการ ดําเนินการของโครงการหรือกิจกรรม ซึ่งจะสงผลกระทบตอการดํารงชีพและความ เปนอยูของประชาชน รวมทั้งตองกอใหเกิดการรวมมือระหวางหนวยงานและภาค สวนตาง ๆ ในสังคม 2. หลักความเปนธรรมและเสมอภาค กลาวคือ ตองศึกษาและวิเคราะหถึง ผลกระทบต อ สุ ข ภาพที่ อ าจเกิ ดขึ้น กับ ชุม ชนและประชากรแต ล ะกลุ ม ของชุ ม ชน โดยเฉพาะประชากรกลุมเสี่ยงที่อาจไดรับผลกระทบตอสุขภาพรุนแรงกวาประชาชน ทั่วไป 3. หลักการใชขอมูลหลักฐานอยางเหมาะสม กลาวคือ ตองระบุและใช ข อ มู ล หลั ก ฐานที่ เ ป น จริ ง อย า งดี ที่ สุ ด โดยใช ข อ มู ล และเหตุ ผ ลเชิ ง ประจั ก ษ จ าก สาขาวิชาและวิธีการที่หลากหลาย ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ และควรใชขอมูล


89 หลั ก ฐานอย า งมี จ ริ ย ธรรม โดยไม เ ลื อ กใช ข อ มู ล หลั ก ฐานที่ จ ะมี ผ ลโน ม น า วการ ตัดสินใจไปในทางใดทางหนึ่ง 4. หลักเปดเผยและโปรงใส กลาวคือ กระบวนการประเมินผลกระทบ ทางสุ ข ภาพ ต อ งได รั บ การบั น ทึ ก และจั ด ทํ า รายงานโดยนิ ติ บุ ค คลผู มี สิ ท ธิ จั ด ทํ า รายงานตามที่กําหนดไวในกฎหมายนี้หรือกฎหมายที่เกี่ยวของ โดยตองไมเปนผูมี สวนไดสวนเสีย ทั้งนี้ เพื่อใหเกิดความมั่นใจวามีความเปดเผยและโปรงใส 5. หลักความเหมาะสมในทางปฏิบัติ กลาวคือ ตองออกแบบใหเหมาะสม กับเวลาและทรัพยากรที่มีอยู และขอเสนอแนะจากการประเมิน ควรมุงใหเกิดการ สะสมทรัพยากรและความรวมมือทางสังคม ภายใตบริบทที่เหมาะสมและเปนไปได 6. หลักการสุขภาวะองครวม กลาวคือ ตองมองภาพรวมของปจจัยทาง สังคมและสิ่งแวดลอมที่กําหนดสุขภาพหรือมีผลกระทบทางสุขภาพของชุมชนและ ของประชาชนแบบเชื่อมโยงเปนองครวม 7. หลักความยั่งยืน กลาวคือ ตองมุงเนนใหเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และ เปนไปตามหลักการปองกันไวกอน เพื่อปองกันผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้นตอ สุขภาพของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว


90 นอกจากหลักการที่กลาวมาแลว การประเมินผลกระทบทางสุขภาพในแตละ ขั้นตอนก็ควรยึดหลักการเฉพาะ ดังตอไปนี้ ขั้นตอน 1. การกลั่น���รองโครงการ 2. การกําหนดขอบเขตของ การศึกษา

3. การประเมินผลกระทบ

4. การพิจารณารายงานและการ ตัดสินใจ

5. การติดตามตรวจสอบและ ประเมินผล

หลักการเฉพาะ การระบุสิ่งคุกคามสุขภาพ พื้นที่และประชากรที่ออนไหว การมีดุลยภาพระหวางหลักฐานทางวิชาการของผลกระทบที่ อาจเกิดขึ้นกับความกังวลของผูมีสวนไดเสีย เพื่อใหเห็น ประเด็นชัดเจนขึ้นวาควรประเมินอะไร รวมทั้งกลไกการ ตรวจสอบ เพื่อใหเกิดดุลยภาพ - ตองครอบคลุมสุขภาพทั้ง 4 มิติ โดยใชหลักฐานทั้งเชิง ปริมาณ และ เชิงคุณภาพ รวมทั้งควรมีการคาดการณผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้การประเมินผลกระทบทางกายและ จิตใจ ควรใหน้ําหนักกับหลักฐานเชิงปริมาณ ขณะที่การ ประเมินผลกระทบทางสังคมและปญญา ควรใหน้ําหนักกับ หลักฐานเชิงคุณภาพ - ในกรณีที่ไมมีขอมูลและองคความรูจ ากการศึกษาวิจัยใน ประเทศ ควรใชขอมูลและองคความรูจ ากการศึกษาวิจัยใน ตางประเทศ การพิจารณาใหครอบคลุมประเด็นตาง ๆ และการมีสวนรวม ของภาคสวนใหครบ ทั้งนี้ การเขามามีสวนรวมควรมีการ เตรียมการมากอน เชน การไดรับความรูพื้นฐาน และการเขาถึง ขอมูลพื้นฐาน - การติดตามตรวจสอบวามาตรการ เงื่อนไข เพือ่ การปองกัน และลดผลกระทบไดถูกนําไปปฏิบัติ - การคาดการณเกี่ยวกับผลกระทบและมาตรการเพื่อการลดและ ปองกันที่จัดเตรียมไวนั้นมีความถูกตองและเหมาะสม - ผลกระทบตอสุขภาพ ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ เปนไปตามการ คาดหมาย


91

ขั้นตอนการจัดทํารายงาน 1. การกลั่นกรองโครงการ ขั้ น ตอนการกลั่ น กรองโครงการเป น ขั้ น ตอนที่ จ ะบอกว า โครงการหรื อ กิจการที่จะดําเนินการนั้นจําเปนจะตองทําการประเมินผลกระทบทางสุขภาพหรือไม โดยจะพิจารณาวาโครงการหรือกิจการอาจกอใหเกิดผลกระทบทางสุขภาพมากนอย เพียงใด และหากจะตองดําเนินการประเมินผลกระทบทางสุขภาพควรจะตองทําการ ประเมินหรือวิเคราะหในระดับใด การศึกษาผลกระทบทางสุขภาพนี้จะเปนการศึกษา ควบคู ไ ปกั บ การวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ ม โดยในขั้ น ตอนการกลั่ น กรอง โครงการเปนการจําแนกดังนี้ 1.1 โครงการดังกลาวเขาขายตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งตองจัดทํา รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมและหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และ แนวทางการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2552 1.2 โครงการดังกลาวเขาขายตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการ จัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจ ก อ ให เ กิ ด ผลกระทบต อ ชุ ม ชนอย า งรุ น แรงทั้ ง ทางด า นคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ทั้งนี้ ในขั้นการศึกษารายละเอียดโครงการ ตองพิจารณาขอมูลพื้นฐาน (ดู ตารางที่ 1) เกี่ยวกับโครงการวา เปนโครงการอะไร มีรายละเอียดอยางไร ดําเนินการ ในชวงระยะเวลาใด มีใครเปนผูที่เกี่ยวของ เชน - หลักการ วัตถุประสงคและเปาหมายของโครงการ


92 - รายละเอียดของโครงการรวมทั้งกระบวนการ สารเคมี เครื่องมือ อุปกรณ แผนผังที่ตั้งโครงการ - รายละเอียดเกี่ยวกับแผนงานโครงการ ตั้งแตการวางแผน การ ออกแบบ การกอสราง การดําเนินการ การดูแลรักษา การปดโครงการ - ประเภทและปริมาณของวัตถุดิบที่ใช รวมทั้งพลังงาน น้ํา สารเคมี ที่ใชกระบวนการกรณีโครงการอุตสาหกรรม และผลผลิต ผลพลอยได รวมทั้งของ เสี ย รายละเอี ย ดเกี่ ย วกั บ กระบวนการบํ า บั ด และการกํ า จั ด ของเสี ย ระบบ สาธารณูปโภคตาง ๆ รวมทั้ง สาธารณูปโภคที่ตองใช เชน ไฟฟา น้ําประปา ระบบ บําบัดน้ําเสีย ถนน เปนตน - กลุมคนที่อยูใกลโครงการ กลุมที่มีความเสี่ยงทางดานสุขภาพจาก การดําเนินโครงการ โครงการที่มีแนวโนมจะมีประเด็นความเปนหวงดานสุขภาพ มาก ไดแก โครงการเหมืองแร อุตสาหกรรมโดยเฉพาะที่มีการผลิตทางเคมี พลังงาน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการของเสีย รวมทั้ง ระบบสาธารณูปโภคและ การพัฒนาทางการเมือง เชน สนามบิน ทางหลวง รถไฟ เปนตน


93 ตารางที่ 1 ขอมูลสุขภาพที่ควรไดรับการพิจารณาในขั้นศึกษารายละเอียดโครงการ ประเภทโครงการ ขอมูลโครงการ

-

ขอมูลการสัมผัส ของมนุษย

-

รายละเอียด ที่ตั้ง สภาพสิ่งแวดลอมโดยรอบ ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ เชน ขั้นกอสราง ขั้นดําเนินการ ขั้นปด โครงการ เปนตน กิจกรรมโครงการ เชน การขนสงวัตถุดิบ / สินคา การจัดการของ เสีย เปนตน อั น ตรายที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น จากโครงการหรื อ การประกอบกิ จ กรรม โครงการ เชน เสียง ฝุน รังสี เชื้อโรค เปนตน กลุ ม คนที่ อ าจได รั บ ผลกระทบรวมทั้ ง คนงานและประชาชน โดยรอบ กลุมคนที่อาจมีความเสี่ยงเปนพิเศษ เชน เด็ก สตรีมีครรภ หรือคนที่ ไวตอการไดรับอันตราย เปนตน ผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงที่จะมีผลตอการสัมผัสของมนุษย โอกาสการเปลี่ยนแปลงปจจัยการติดตอของโรคการเพิ่มพาหะนํา โรค เชน ยุง หนู เปนตน

ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ ควรจัดเตรียมโดยเจาของโครงการหรือ ผูจัดทํารายงาน ซึ่งความเขาใจอยางดีเกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดลอมและสุขภาพ นอกจากนี้ หากโครงการหรือกิจการเขาขายเปนโครงการหรือกิจการที่อาจ ส ง ผลกระทบต อ ชุ ม ชนอย า งรุ น แรงทั้ ง ทางด า นสุ ข ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ทรั พ ยากร ธรรมชาติ และสุ ข ภาพ ให จั ด ทํา รายงานการประเมิ น ผลกระทบทางสุ ข ภาพตาม แนวทางที่กําหนดไว


94 2. การกําหนดขอบเขตการศึกษา (Scoping) การกําหนดขอบเขตการศึกษาที่เหมาะสมชวยใหไดรายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยในการศึกษาควรจะตอง รวมประเด็นที่สําคัญในความเห็นของสาธารณชนและผูเชี่ยวชาญ ที่ผานมาอาจไมไดมีการกําหนดขอบเขตการศึกษาหรือไมไดดําเนินการให ครอบคลุม ดังนั้น ประเด็นทางดานสุขภาพมักไมไดรับการพิจารณาหรือมีการนํามาหารือ กันในภายหลั งอาจเกิ ดป ญหาดานสุ ขภาพ จะเกิดความขัดแยงระหว างประชาชนกั บ เจาของโครงการได รวมทั้ง จะทําใหเจาของโครงการมีภาพลักษณที่ไมดีและเสียชื่อเสียง การกําหนดขอบเขตการศึกษาที่เหมาะสมควรพิจารณาจากเกณฑตาง ๆ ดังนี้ 1. ขนาดและลักษณะโครงการ 2. ข อ มู ล ทั่ ว ไปที่ มี อ ยู ด า นสิ่ ง แวดล อ ม ทรั พ ยากรธรรมชาติ สุ ข ภาพ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ฯลฯ 3. ขอบเขตพื้นที่ สภาพทางสิ่งแวดลอมของพื้นที่ เชน สภาพการใชที่ดิน ลักษณะลุมน้ํา เปนตน 4. ประชาชนที่อาจไดรับผลกระทบ 5. ผลกระทบสิ่ ง แวดลอ มในพื้น ที่ ที่ ผา นมา ป จ จุ บัน และแนวโน ม ใน อนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ โอกาสและลักษณะการเกิดผลกระทบสะสม ในการกําหนดขอบเขตการศึกษา ควรพิจารณาโอกาสที่จะเกิดผลกระทบตอ สุขภาพ โดยพิจารณาจากปจจัย ดังนี้ 1. สิ่งคุกคามสุขภาพ - สิ่ ง คุ ก คามทางกายภาพ เช น แสง เสี ย ง ความร อ น รั ง สี ความ สั่นสะเทือน ฝุน เปนตน


95 - สิ่งคุกคามทางเคมี เชน โลหะหนัก สารอินทรียระเหยงาย (VOCs) การผล���ต ขนสง และการจัดเก็บวัตถุอันตราย เปนตน - สิ่งคุกคามทางชีวภาพ เชน ปรสิต ยุง แบคทีเรีย ไวรัส เปนตน - สิ่งคุกคามทางการยศาสตร เชน การยกของหนัก ลักษณะทาทางการ ทํางานที่ไมเหมาะสม เปนตน - สิ่งคุกคามตอจิตใจ เชน ความเครียด ความกังวล ความรําคาญ เปนตน - สิ่ ง คุ ก คามทางสั ง คม เช น การขาดความสั ม พั น ธ ท างสั ง คมหรื อ ชุมชน เปนตน 2. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม - การเปลี่ยนแปลงสภาพและการใชทรัพยากรธรรมชาติ ไมวาจะเปน ทรัพยากรที่ดิน ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรประมง ทรัพยากรปาไม ความหลากหลายทาง ชีวภาพ ทรัพยากรแรธาตุ ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ และระบบนิเวศ - แหลงพักผอนหยอนใจ แหลงประวัติศาสตร วัฒนธรรม สิ่งสําคัญ ทางศาสนา - ทรัพยากรหรือชนิดพันธุของสิ่งมีชีวิตที่มีความสําคัญทางดานการคา หรือในดานอื่น ๆ - การกําเนิดและการปลอยของเสียและสิ่งคุ กคามสุขภาพ จากการ กอสราง จากกระบวนการผลิต และกระบวนการอื่นใด ไมวาจะเปนขยะ กากของเสีย อันตราย น้ําเสีย ขยะติดเชื้อ ความรอน มลสารทางอากาศ ฝุน แสง เสียง กลิ่น การ สั่นสะเทือน และกัมมันตภาพรังสี - ระดับการปนเปอนในสิ่งแวดลอม เชน อากาศ ดิน สิ่งมีชีวิต เปนตน - การกอใหเกิดสื่อหรือพาหะนําโรคเพิ่มขึ้น


96 - สาธารณูปโภคในชุมชน เชน น้ําดื่ม การบําบัดน้ําเสีย การจัดการ ของเสีย การขนสง และการอยูอาศัย เปนตน - ความปลอดภัยตอชีวิตและทรัพยสิน 3. ปจจัยตอการรับสัมผัส - เส น ทางการรั บ สั ม ผั ส เข า สู ร า งกาย เช น โดยการหายใจ การ รับประทาน การสัมผัสทางผิวหนัง เปนตน - การรับสัมผัสของคนงานหรือผูปฏิบัติงานในโครงการ - การรับสัมผัสของประชาชนโดยรอบโครงการ - การระบุกลุมเสี่ยง กลุมที่มีความเสี่ยงสูง - ปริมาณและระยะเวลาที่ไดรับเขาสูรางกาย 4. ลักษณะผลกระทบตอสุขภาพ - อัตราการตาย - อั ต ราการเจ็ บ ป ว ย ทั้ ง จากโรคติ ด ต อ และไม ติ ด ต อ ผลกระทบที่ เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง - อัตราการเกิดผลกระทบทางจิตใจ ความเครียด - การบาดเจ็บและอุบัติเหตุ - การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม - ผลกระทบตอคนรุนหลัง - ผลกระทบตอกลุมที่ความเสี่ยงสูง - การกระตุนหรือสงเสริมสุขภาพ ความรุนแรงของโรค - ผลกระทบสะสม


97 5. ผลกระทบตอระบบสุขภาพ - ความตอ งการพัฒ นาระบบสุข ภาพโดยรวม ตามพระราชบั ญ ญั ติ สุขภาพแหงชาติ พ.ศ. 2550 - ความตองการดูแลสุขภาพเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือประชากรกลุมใด กลุมหนึ่งโดยเฉพาะ - การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะ ดานอนามัยสิ่งแวดลอม ดานอาชีวอนามัย และอาชีวเวชศาสตร 6. ผลกระทบตอสังคมและชีวิตความเปนอยู - การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบตออาชีพ การจางงาน และสภาพการ ทํางานในทองถิ่น ทั้งทางบวกและทางลบ เชน ความเสี่ยงและอุบัติเหตุจากการทํางาน การเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศ ทรัพยากร และหวงโซอุปทานของสินคาและบริการที่ เปนฐานการดํารงชีวิตหลักของประชาชน กลุมใดกลุมหนึ่งในพื้นที่ - การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบตอความสัมพันธของประชาชนและ ชุมชน ทั้งความสัม พันธภายในชุมชนและภายนอกชุมชน โดยเฉพาะอยางยิ่งการ อพยพของประชาชนและแรงงาน การเพิ่ม/ลดพื้ นที่ส าธารณะของชุมชน (Public Space) และความขัดแยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดําเนินโครงการ หรือกิจการดังกลาว - ผลกระทบตออนามัยสิ่งแวดลอม - ผลกระทบตอสังคม วัฒนธรรมและวิถีชีวิต - ผลกระทบตอการศึกษา - ผลกระทบตอเครือขายสนับสนุนทางสังคม - ประโยชนทางสุขภาพที่จะไดรับจากโครงการ ทั้งนี้ กลไกการกําหนดขอบเขตการศึก ษา ควรใช ขอ มูล จากการปรึกษา หารือกับทั้งผูเชี่ยวชาญและจากประชาชน มาชวยในการกําหนดระดับความสําคัญ


98 และความละเอียดของการศึกษา ซึ่งขึ้นอยูกับความรุนแรงของระดับผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้น 3. การประเมินผลกระทบ การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ มีวัตถุประสงคหลั กในการคาดการณ ผลกระทบตอสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการดําเนินการของโครงการหรือกิจการ โดย พิจารณาจากปจจัยที่เกี่ยวของตามหลักการของการประเมินความเสี่ยง ไดแก การระบุสิ่ง คุกคามสุขภาพ (hazard identification) ความสัมพันธระหวางปริมาณกับการตอบสนอง (dose-response relationship) การประเมินการสัมผัส (exposure assessment) และการ จําแนกลักษณะความเสี่ยง (risk characterization) ตามที่ไดกําหนดไวในขั้นตอนการ กําหนดขอบเขตการศึกษา (scoping) และควรมีองคประกอบที่สําคัญ คือ 1. การนําเสนอขอมูลของสิ่งคุกคามสุขภาพ การเจ็บปวย โรค การบาดเจ็บ ความพิการและปจจัยตาง ๆ ที่มีผลตอสุขภาพ 2. ขนาดของความเสี่ยงและผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางบวก และลบ 3. ความเชื่อมโยงระหวางปจจัยที่มผี ลตอสุขภาพกับผลกระทบทางสุขภาพ 4. มาตรการในการลดผลกระทบทางสุขภาพ และมาตรการติดตามตรวจสอบ ขั้นตอนการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ประกอบดวย 1. การรวบรวมขอมูลพื้นฐาน (Baseline Information/Profiling) เปนการรวบรวมขอมูลสิ่งแวดลอมและขอมูลสถานะทางสุขภาพปจจุบัน ของผูที่อาจไดรับผลกระทบในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอมูลพื้นฐานดานสิ่งแวดลอมและสถานะ ทางสุขภาพที่รวบรวม จะตองสัมพันธกับประเด็นที่ระบุไวในขั้นตอนการกําหนด ขอบเขตการศึกษา และขอมูลเหลานี้จะเปนขอมูลที่ใชในการประเมินผลกระทบทาง


99 สุข ภาพ เฝ า ระวั ง และติ ด ตามตรวจสอบความเปลี่ ย นแปลงทางด า นสุ ข ภาพหรื อ อนามัยสิ่งแวดลอมหลังจากมีโครงการหรือกิจการ 2. การประเมินและจัดระดับความสําคัญของผลกระทบ เมื่อทําการรวบรวมขอมูลแลว ก็จะเขาสูขั้นตอนการประเมินผลกระทบและ การจัดระดับความสําคัญของผลกระทบ โดยมีเกณฑในการประเมินและจัดระดับ ความสําคัญของผลกระทบ ดังในตารางที่ 2 ตารางที่ 2 เกณฑในการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ลักษณะของผลกระทบ ขนาด

ขอบเขตทางภูมิศาสตร

ระยะเวลาและความถี่ ผลกระทบสะสม

ความเสี่ยง ความสําคัญทางดาน เศรษฐกิจและสังคม

คําจํากัดความ โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงจากผลกระทบทางสุขภาพในทางลบทํา ให เ กิ ด การเปลี่ ย นแปลงมากหรื อ ไม ความรวดเร็ ว ในการ เปลี่ยนแปลงหรือการเปลี่ยนแปลงอยางฉบับพลันการเปลี่ยนแปลง ดังกลาวเกินขีดความสามารถของทองถิ่นที่จะจัดการไดหรือไม การ เปลี่ยนแปลงนั้นเกินคาที่ยอมรับไดหรือไม ผลกระทบที่เ กิด ขึ้น จะขยายวงออกไปเพี ย งใด (ในระดั บ ท อ งถิ่ น ภูมิภาค หรือระดับโลก) หรือขยายไปสูพื้นที่ที่มีความสําคัญหรือไม (เชน พื้นที่สงวนหรืออนุรักษ เปนตน) ความยาวของเวลาที่ เ กิ ด ผลกระทบและลั ก ษณะของการเกิ ด ผล กระทบ เชน เกิดเปนชวง ๆ หรือเกิดตอเนื่อง เปนตน ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจะทําใหผลกระทบเดิมที่มีอยูเพิ่มขึ้นหรือไม ทั้ ง นี้ เ พื่ อ พิ จ ารณาว า ผลกระทบจะสะสมเกิ น กว า ระดั บ สู ง สุ ด ที่ ยอมรับไดหรือไม โอกาสที่ผลกระทบจะเกิดขึ้น ระดับของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจะสงผลตอเศรษฐกิจของชุมชน หรือโครงสรางทางสังคม


100 ลักษณะของผลกระทบ ประชาชนที่ไดรับ ผลกระทบ ความไวของชุมชน

การฟนคืนสภาพเดิม

คาใชจาย ศักยภาพของหนวยงาน ที่เกี่ยวของ

ผลกระทบในทางบวก หรือประโยชน

คําจํากัดความ การกระจายผลกระทบไปยั งประชากรกลุม ต า ง ๆ โดยเฉพาะที่ มี ลักษณะทางประชากรตางกัน และคนที่เปนกลุมเสี่ยง เชน ชุมชน ดั้งเดิม เด็กผูสูงอายุ สตรีมีครรภ เปนตน ประชาชนมีความรูสึกที่ไวหรือตระหนักตอผลกระทบที่จะเกิดขึ้น มากน อ ยเพี ย งใด เคยมี ป ญ หาลั ก ษณะที่ ค ล า ยกั น เกิ ด ขึ้ น ในอดี ต มาแล ว ในพื้ น ที่ นี้ ห รื อ ไม มี ก ารจั ด ตั้ ง กลุ ม หรื อ องค ก รที่ มี ก าร เคลื่อนไหวในประเด็นเหลานี้หรือไม ตองใชเวลาในการลดผลกระทบหรือเวลาในการฟนคืนสูสภาพเดิม ทั้งโดยมนุษยหรือธรรมชาติเปนผูลดผลกระทบเปนเวลานานมาก นอยเพียงใด ตองใชคาใชจายในการลดผลกระทบมากนอยเพียงใด ใครเปนผูจาย ตองใชเงินเพื่อลดผลกระทบในทันทีหรือไม ศักยภาพปจจุบันของหนวยงานที่เกี่ยวของกับการจัดการผลกระทบ ทางสุขภาพเปนอยางไร รวมทั้ง กฎหมายหรือระเบียบที่มีอยูสามารถ รองรับไดหรือไม รัฐบาลทองถิ่นสามารถจัดการกับผลกระทบที่จะ เกิดขึ้นไดหรือไม โครงการได ก อ ให เ กิ ด ผลกระทบในทางบวกหรื อ ไม อย า งไร โครงการที่จะสนับสนุนในดานคุณภาพชีวิต หรือความเปนอยูของ ชุมชนหรือไม อยางไร

ทั้งนี้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นควรพิจารณาใหครอบคลุมทั้งผลกระทบตอ สุข ภาพดานตาง ๆ เชน ผลกระทบทางกายของกลุม ที่มีก ารสัม ผัส ผลกระทบตอ ความเปนอยูที่ดีทางสังคมและวัฒนธรรม ผลกระทบดานการบริการทางการแพทย และอาชีวอนามัย เปนตน และควรพิจารณาผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นใน ระยะสั้นและระยะยาว จนถึงเวลาหลังโครงการหรือกิจการสิ้นสุด และผลกระทบ ทางสุขภาพที่อาจสงตอไปยังประชากรรุนหลัง เชน กรณีผลกระทบทางพันธุกรรม


101 หลังจากนั้น ใหนําผลการประเมินผลกระทบทางสุข ภาพไปจัดระดับความสําคัญ และกําหนดมาตรการในการลดผลกระทบ 3. การเสนอมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบและการจัดทํารายงาน การประเมินผลกระทบทางสุขภาพจะนําเสนอไวในรายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม ในหัวขอผลกระทบทางสุขภาพ โดยการประเมินจะตองแสดง ใหเห็นความเชื่อมโยง ทั้งผลกระทบสิ่งแวดลอมในทางกายภาพ ชีวภาพ สังคม ที่จะ สงผลกระทบทางสุข ภาพ เมื่อประเมินแลวพบวามีผลกระทบทางสุขภาพ จะตอ ง นําเสนอมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบดังกลาวดวยโดยพิจารณาวาผลกระทบ ทางสุ ข ภาพที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น จะสามารถป อ งกั น หรื อ ทํ า ให ล ดลงได อ ย า งไร หรื อ มี ทางเลือกในการดําเนินการที่ดีกวาหรือไม ประโยชนที่ประชาชนหรือชุมชนจะไดรับ ในการดูแลดานสุขภาพมีไดหรือไม อยางไร โดยที่มาตรการลดผลกระทบทางสุขภาพ ควรจะลดให อ ยู ใ นระดั บ ความเสี่ย งที่ย อมรับ ไดโ ดยเปรีย บเที ย บกับ ค าเฉลี่ ย ของ ประเทศ ทั้ ง นี้ ความรุ น แรงของผลกระทบรวมทั้ ง สภาพสิ่ ง แวดล อ ม สั ง คม วัฒนธรรม การเมืองและเศรษฐกิจจะเปนปจจัยสําคัญสงผลในการกําหนดมาตรการ ปองกันและแกไขผลกระทบ บางกรณีมาตรการดังกลาวอาจเกี่ยวของกับหนวยงาน อื่นนอกเหนือจากหนวยงานดานสาธารณสุข ดังนั้น ผูมีวิชาชีพดานสาธารณสุขที่ เกี่ ย วข อ ง ควรจะช ว ยให คํ า แนะนํ า แก ห น ว ยงานอื่ น ๆ เพื่ อ ให เ กิ ด มาตรการที่ มี ประสิทธิภาพในการปองกันและแกไขผลกระทบตอสุขภาพดวย การเสนอมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบและการจัดทํารายงาน ตอง ทําเปนลายลักษณอักษรและเก็บไวในที่ที่เจ าหนาที่ของรัฐตรวจสอบได และควร คํานึงถึงประเด็นตอไปนี้เปนอยางนอย


102 ƒ ผลกระทบทั้งตอบุคคล และตอชุมชน ƒ การปองกันหรือแกไขระดับปฐมภูมิ เชน จัดการที่แหลงกําเนิด ใหขอมูลสิ่งคุกคามสุขภาพแกหนวยงานที่เกี่ยวของ แผนการติดตามตรวจสอบและ ประเมินผล เปนตน ƒ การปองกันหรือแกไขระดับทุติยภูมิ เชน การลดการสัมผัส โดย การจัดระบบหมุนเวียนปฏิบัติงาน การใชเครื่องปองกันสวนบุคคล การใหความรู เพื่อใหสามารถดูแลตนเอง และการเฝาระวังการสัมผัส เปนตน ƒ การปองกันหรือแกไขระดับตติยภูมิ เชน การเฝาระวังอาการและ อาการแสดง/โรคที่สอดคลองกับสิ่งคุกคามสุขภาพ เปนตน ƒ การป อ งกัน หรื อ แก ไ ขระยะฉุ ก เฉิ น เช น การจั ด ทํ า แผนรั บ มื อ อุบัติภัยสารเคมีสําหรับพนักงานและประชาชนโดยรอบโครงการ โดยเฉพาะการแจง ขอ มูล สารเคมี ใหห นวยงานที่เกี่ยวของทราบอยางรวดเร็ว กรณีมีการรั่วไหลของ มลพิษ เปนตน ƒ การป อ งกั น หรื อ แก ไ ขระยะสั้ น เช น การประชาสั ม พั น ธ ใ ห ประชาชนทราบวากําลังมีการบํารุงรักษา ระบบการผลิต อาจมีการรั่วไหลของมลพิษ เปนตน ƒ การปองกันหรือแกไขระยะยาว เชน การจัดสรรงบประมาณของ โครงการหรือกิจกรรมเพื่อการเฝาระวังสุขภาพของประชาชน 4. การพิจารณารายงาน และการตัดสินใจ (Review and Decision Making) ในการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมที่มีการบูรณา การดานการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ขั้นตอนการพิจารณารายงานจะเปนไป ตามที่ พ.ร.บ.สงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 กําหนดดังที่ เสนอไวในตอนตน ผูพิจารณารายงานในเบื้องตนและคณะกรรมการผูชํานาญการ จะ


103 พิจารณาโดยใหความสําคัญดานสุขภาพอนามัยมากขึ้น โดยคํานึงถึงประชากรกลุม เสี่ ย ง ผลกระทบที่ แ ต ล ะกลุ ม จะได รั บ ทั้ง ผลกระทบในทางลบและผลกระทบใน ทางบวก โดยคํานึงถึงผลกระทบทางสุขภาพในเชิงองครวมซึ่งมีความสัมพันธกันทั้ง ปจ จัยทางสิ่ งแวดลอ มทางกายภาพ ทางชีวภาพ ทางสั งคม ทั้งในส ว นของการใช ประโยชนของมนุษย และคุณภาพชีวิต รวมทั้งความเหมาะสมของมาตรการปองกัน และแกไขผลกระทบทางสุขภาพสําหรับแตละกลุม และมาตรการที่จะสงเสริมให เกิดผลกระทบในทางบวกตอสุขภาพ ขั้ น ตอนสุ ด ท า ยเป น การตั ด สิ น ใจว า ควรมี ก ารอนุ ญ าตให มี ก ารดํ า เนิ น โครงการหรือ ไม ซึ่ งระบบการวิเ คราะหผ ลกระทบสิ่ง แวดล อ มของประเทศไทย รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมเปนเครื่องมือที่ชวยใหขอมูลประกอบการ ตัดสินใจของผูมีอํานาจตัดสิน ใจหรือ อนุมัติโครงการ ซึ่งกรณีโ ครงการของสวน ราชการ หรื อ โครงการร ว มกั บ เอกชนที่ ต อ งเสนอขอรั บ ความเห็ น ชอบจาก คณะรัฐมนตรี จะมีคณะรัฐมนตรีเปนผูอ นุมัติโครงการ สวนกรณีโ ครงการที่ตอ ง ไดรับอนุญาตจากทางราชการตามกฎหมาย จะมีหนวยงานอนุญาตเปนผูพิจารณาให อนุญาตโดยจะตองนํามาตรการในรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมไป กําหนดเปนเงื่อนไขแนบทายใบอนุญาต 5. การติดตามตรวจสอบและประเมินผล (Monitoring and Evaluation) การติดตามตรวจสอบมีวัตถุประสงคเพื่อตรวจสอบความถูกตองแมนยําของ การประเมินผลกระทบที่ศึกษาไว ประเมินวามาตรการลดผลกระทบไดถูกนําไป ปฏิบัติหรือไม และเพื่อประเมินประสิทธิภาพของมาตรการดังกลาว ในปจจุบันภายใต ระบบการวิเคราะหผลกระทบดานสิ่งแวดลอม การติดตามตรวจสอบดานสุขภาพยังมี การพัฒนานอย ทั้งที่จริงแลวการติดตามตรวจสอบอาจเปนเรื่องที่สําคัญที่สุด ที่จะทํา ใหเกิดความเขาใจในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดลอมจากการพัฒนาที่มีตอสุขภาพทางกาย


104 และความเปนอยูที่ดีทางสังคมซึ่งจะเปนประโยชนอยางยิ่งตอการนํามาใชกับการ พัฒนาโครงการในอนาคต ดว ยสถานการณ ดังกล า วข างตน จึงจําเปนตอ งมีแผนดํา เนิ น การติด ตาม ตรวจสอบและประเมินผลที่มีการจัดสรรงบประมาณดําเนินการในแผนดําเนินการฯ อยางชัดเจน และมีการปรับแผนใหเหมาะสมกับเหตุการณที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเฝา ระวัง เตือนภัย ควบคุม ปองกัน ตลอดจนลดผลกระทบตอสุขภาพของบุคคลและ ชุมชน การติ ด ตามตรวจสอบการปฏิ บั ติ ก ารตามมาตรการป อ งกั น และแก ไ ข ผลกระทบสิ่งแวดลอม และมาตรการติดตามคุณภาพสิ่งแวดลอม จะครอบคลุมถึงการ ติด ตามตรวจสอบในสว นของมาตรการดานสุข ภาพทั้ ง ระหว า งการกอ สร า งและ ดําเนินการดวย ประเด็นนี้ตองมีการพิ จารณาตอ ไปวาหนวยงานอนุญาตอาจไมมี อํานาจไปติดตามตรวจสอบดานสุขภาพ ดังนั้น หนวยงานอนุญาตตองประสานกับ หนวยงานดานสาธารณสุขในการติดตามและเฝาระวังผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการ ดําเนินงานดังกลาว การจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบทางสุขภาพสําหรับโครงการหรือกิจกรรม เข า ข า ยเป น โครงการหรื อ กิ จ กรรมที่ อ าจส ง ผลกระทบต อ ชุ ม ชนอย า งรุ น แรงทั้ ง ทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ในการจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบทางสุขภาพของโครงการหรือ กิจ การที่อาจสงผลกระทบตอ ชุมชนอยางรุนแรง ทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอ ม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ มีขั้นตอนการพิจารณารายงาน ดังภาพที่ 3 และ 4 ทั้งนี้ เพื่อใหเปนไปตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 จึงกําหนดใหมีกลไก กระบวนการ ขั้นตอนและวิธีการ ดังนี้


105 1. การเตรียมขอมูล ผูจัดทํารายงาน ควรจัดเตรียมขอมูลที่ถูกตองครบถวนและทันกาล สําหรับ ใชในการประเมิน ประกอบดวยขอมูลตอไปนี้เปนอยางนอย 1) ขอมูลพื้นที่ โดยเฉพาะการเปนเขตควบคุมหรือคุมครองเฉพาะ ตาม กฎหมายตาง ๆ เชน เขตควบคุมมลพิษ เขตผังเมือง การใชประโยชนที่ดิน เปนตน 2) ขอมูลขีดความสามารถในการรองรับ (carrying capacity) ของพื้นที่ หากมี 3) ขอมูลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดลอม 4) ขอ มูลประชากร เชน กลุม เสี่ย ง (เด็ก สตรีมีค รรภ ผูสูงอายุ ผูมีโ รค ประจํ า ตั ว ) จํ า นวนประชากรแยกตามอายุ เพศและอาชี พ สั ด ส ว นการว า งงาน แนวโนมการจางงาน การมีงานทํา ดัชนีสุขภาพ เปนตน 5) ข อ มู ล บั ญ ชี ส ารเคมี ที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ กระบวนการผลิ ต ทุ ก ขั้ น ตอน โดยเฉพาะสารเคมีที่เปนสารกอมะเร็ง group 1 หรือ 2A ตามการจําแนกของ International Agency for Research on Cancer (IARC) ปริมาณสารเคมี ความเปนพิษ วิธีการจัดเก็บ สถานที่จัดเก็บ การขนสง การเคลื่อนยาย การเปลี่ยนแปลงและการ ปนเปอนของสารในสิ่งแวดลอม นอกจากนั้น ผูจัดทํารายงานฯ ควรประสานการเตรียมขอมูลกับหนวยงาน ในพื้นที่ โดยเฉพาะองคกรปกครองสวนทองถิ่น หนวยงานราชการ หนวยงานอนุมัติ หรือ หน วยงานอนุญ าต ผู มีส วนเกี่ ย วขอ ง เช น นายกองคก ารบริ ห ารส วนจัง หวั ด นายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบล สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด ผูแทน ชุมชน องคกรพัฒนาเอกชน นักธุรกิจ สื่อมวลชน ผูมีสวนไดเสีย เปนตน


106 2. การกําหนดขอบเขตการศึกษา ในขั้ น ตอนการกํา หนดขอบเขตการศึก ษานี้ ผู จั ดทํ า รายงานประเมิน ผล กระทบทางสุขภาพของโครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยาง รุนแรงทั้งทางดานคุณภาพสิ่งแวดลอมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ จัดทําการ กํ า หนดขอบเขตการศึ ก ษาดั ง ระบุ ไ ว ใ นการกํ า หนดขอบเขตการศึ ก ษาในการ ประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ในขณะเดียวกัน จะตองเพิ่มขั้นตอนเพื่อใหสอดคลอง กั บ หลั ก เกณฑ วิ ธี ก ารในการประเมิ น ผลกระทบด า นสุ ข ภาพของสํ า นั ก งาน คณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ โดยมีวัตถุประสงค คือ การเปดโอกาสใหประชาชน ผู มี ส ว นได เ สี ย และภาคส ว นต า ง ๆ ได มี ส ว นร ว มในการนํ า เสนอประเด็ น และ แนวทางในการประเมินผลกระทบดานสุขภาพ เพื่อใหการประเมินผลกระทบดาน สุขภาพเปนไปอยางครบถวนมากที่สุด โดยมีขั้นตอนการดําเนินการ ดังตอไปนี้ 2.1 ใหหนวยงานเจาของโครงการหรือกิจการ จัดเวทีรับฟงความคิดเห็น เพื่อกําหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ เพื่อ ประชาชน ผู มี ส ว นได เ สี ย และหน ว ยงานที่ เ กี่ ย วข อ ง ได เ ข า มามี ส ว นร ว มในการ นําเสนอประเด็นหวงกังวลและแนวทางในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและ สุ ข ภาพ และเพื่ อ ให ก ารประเมิ น ผลกระทบสิ่ งแวดล อ มและสุข ภาพเป น ไปอย า ง ครบถวน 2.2 การจัดเวทีรับฟงความคิดเห็นเพื่อกําหนดขอบเขตและแนวทางการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ จะตองดําเนินการตามขั้นตอน ดังตอไปนี้ (1) ตองแจงลวงหนาใหสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ และสาธารณชนทราบไม นอยกวา 1 เดือน โดยแจงใหสาธารณชนทราบผานทางชองทางการสื่อสารสาธารณะ


107 ไมนอยกวา 3 ชองทาง เพื่อใหหนวยงานและสาธารณชนที่สนใจสามารถเตรียมตัวเขา รวมไดอยางทั่วถึง (2) ตองเปดเผยเอกสารโครงการ โดยระบุถึงความเปนมา ความ จํ า เป น แหล ง เงิ น ทุ น กระบวนการ และแนวทางในการดํ า เนิ น โครงการ รวมถึ ง นําเสนอขอมูลเบื้องตนเกี่ยวกับปจจัยที่อาจสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมและสุขภาพ และรางขอเสนอการกําหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบดานสุขภาพ เพื่อใหผูมีสวนเกี่ยวของและสาธารณชนพิจารณาลวงหนาไมนอยกวา 15 วันกอนการ จัดเวที ผานทางชองทางการสื่อสารสาธารณะไมนอยกวา 3 ชองทาง (3) จัดระบบการลงทะเบียนเพื่อใหประชาชน ผูมีสวนไดเสีย และ หนวยงานที่เกี่ยวของ ซึ่งมีความประสงคที่จะใหความเห็นในการกําหนดขอบเขตและ แนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพสามารถลงทะเบียนลวงหนา ไดโดยสะดวก (4) การจั ด กระบวนการรั บ ฟ ง ความเห็ น ต อ งจั ด ในช ว งเวลาที่ เหมาะสมที่ผูมีสวนเกี่ยวของและสาธารณชนสามารถเขามามีสวนรวมไดสะดวก รวมทั้งตองจัดใหนําเสนอประเด็นหวงกังวลขอมูลที่เกี่ยวของ และนําเสนอแนวทาง ในการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดลอมและสุขภาพไมนอยกวา 2 ชั่วโมง และไม นอยกวาครึ่งหนึ่งของเวลาในการจัดเวทีทั้งหมด (5) ภายหลังการจัดเวทีรับฟงความคิดเห็นเพื่อกําหนดขอบเขตและ แนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ จะตองเปดชองทางในการรับ ฟงความคิดเห็นอยางตอเนื่องไมนอยกวา 15 วัน โดยตองมีชองทางอยางนอย 2 ชองทาง 2.3 ใหหนวยงานเจาของโครงการ หรือกิจการ หรือผูขออนุมัติอนุญาตให ดําเนินโครงการหรือกิจการจัดทํารายงานสรุปความคิดเห็นของผูมีสวนเกี่ยวของและ


108 สาธารณชน พรอมทั้งคําชี้แจง และนําเสนอขอบเขตและแนวทางการประเมินผล กระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ เพื่อการดําเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม และสุ ข ภาพ โดยส ง ให สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ สิ่งแวดลอมเพื่อทราบ และสงใหสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติเพื่อทราบ และเผยแพรแกสาธารณชนตอไป 3. การประเมินผลกระทบ (assessment) ให จั ด ทํ า รายงานตามแนวทางที่ กํ า หนดไว ใ นแนวทางการประเมิ น ผล ���ระทบสุขภาพ 4. การทบทวนรายงาน (public reviewing) ในขั้นตอนการทบทวนรายงานนี้ ผูจัดทํารายงานประเมินผลกระทบทาง สุขภาพของโครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรงทั้ง ทางดานคุณภาพสิ่งแวดล อ ม ทรัพ ยากรธรรมชาติและสุขภาพ จัดทําการทบทวน รายงานดังระบุไวในหัวขอการพิจารณาและการตัดสินใจ ในขณะเดียวกัน ตองเพิ่ม ขั้นตอนเพื่อใหสอดคลองกับหลักเกณฑ วิธีการในการประเมินผลกระทบดานสุขภาพ ที่เกิดจากนโยบายสาธารณะของสํานักงานคณะกรรมการสุข ภาพแหงชาติ โดยมี ขั้นตอน ดังตอไปนี้ 4.1 ใหหนวยงานเจาของโครงการหรือกิจการ จัดเวทีทบทวนรางรายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ สําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจ ก อ ให เ กิ ด ผลกระทบต อ ชุ ม ชนอย า งรุ น แรงทั้ ง ทางด า นคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ เพื่อใหประชาชน ผูมีสวนไดเสียและหนวยงานที่ เกี่ยวของไดตรวจสอบความถูกตอง และความครบถวนสมบูรณของรางรายงานการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ รวมถึงนําเสนอขอมูล ขอเท็จจริง และ


109 ขอ คิดเห็นเพิ่ ม เติม ตอ รางรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ ดังกลาว 4.2 การจัดเวทีรับฟงความคิดเห็นเพื่อทบทวนรางรายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ จะตองดําเนินการตามขั้นตอน (1) ตองแจงลวงหนาใหสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ ง แวดล อ ม และสํ า นั ก งานคณะกรรมการสุ ข ภาพแห ง ชาติ แ ละสาธารณชน รับทราบไมนอยกวา 1 เดือน โดยในสวนของสาธารณชนใหผานทางชองทางการ สื่อสารสาธารณะไมนอยกวา 3 ชองทาง (2) ตองเปดเผยรางรายงานการศึกษาและวิเคราะหผลกระทบดานสุขภาพ ฉบับสมบูรณ เพื่อใหผูมีสวนเกี่ยวของและสาธารณชนพิจารณาลวงหนาไมนอยกวา 15 วัน กอนการจัดเวทีผานทางชองทางการสื่อสารสาธารณะไมนอยกวา 3 ชองทาง (3) การจัดเวทีการทบทวนรางรายงานการศึกษาและวิเคราะหผลกระทบ สิ่ ง แวดล อ มและสุ ข ภาพ ต อ งจั ด ในช ว งเวลาที่ เ หมาะสมที่ ผู มี ส ว นเกี่ ย วข อ งและ สาธารณชนสามารถเขามามีสวนรวมไดสะดวก รวมทั้งตองจัดใหนําเสนอประเด็น หวงกังวล ขอมูล ขอเท็จจริง และขอคิดเห็นเพิ่มเติมตอรางรายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพดังกลาวไมนอยกวา 3 ชั่วโมง และไมนอยกวา ครึ่งหนึ่งของเวลาในการจัดเวทีทั้งหมด (4) ภายหลังการจัดเวทีการทบทวนรางรายงานการศึกษาและวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมและสุขภาพ จะตองเปดชองทางในการรับฟงความคิดเห็นอยาง นอย 2 ชองทาง อยางตอเนื่องไมนอยกวา 15 วัน 4.3 ใหหนวยงานเจาของโครงการหรือกิจการ จัดทํารายงานสรุปความ คิดเห็นของผูมีสวนเกี่ยวของและสาธารณชน พรอมทั้งความเห็นและคําชี้แจงของ หนวยงานเจาของโครงการ/หนวยงานที่ใหใบอนุ มั ติ อนุญ าต/หนวยงานอื่น ๆ ที่


110 เกี่ ย วข อ ง พร อ มส ง ให สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ สิ่งแวดลอม เพื่อทราบ และสงใหสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติเพื่อทราบ และเผยแพรแกสาธารณชนตอไป 5. การติดตามตรวจสอบและประเมินผล ใหจัดทํารายงานตามแนวทางที่กําหนดไวในการติดตามตรวจสอบและ ประเมินผลที่กลาวมาแลว


111 ภาพที่ 3 ขั้นตอนการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับ โครงการหรือกิ จการที่อาจกอ ใหเกิดผลกระทบตอ ชุม ชนอยางรุนแรงทั้งทางดาน คุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสุ ข ภาพ กรณี โ ครงการของรั ฐ รั ฐ วิ ส าหกิ จ โครงการร ว มกั บ เอกชน ซึ่ ง ต อ งเสนอขอรั บ ความเห็ น ชอบจาก คณะรัฐมนตรี รัฐ รัฐวิสาหกิจ จัดทํารายงานตั้งแตขั้นศึกษา ความเหมาะสมของโครงการ

คณะกรรมการผูช ํานาญการพิจารณารายงานฯ

เสนอ TOR ตอ สผ. เพื่อใหความเห็น

ไมเห็นชอบ

เห็นชอบ

สผ. สงผลการพิจารณาของ คชก. หนวยงานของรัฐผูรับผิดชอบโครงการหรือ หนวยงานของรัฐผูอนุญาตโครงการจัดรับฟง ความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสีย

สงรายงาน EIA ที่เห็นชอบ ความเห็น คชก. และสรุปสาระสําคัญของมาตรการฯ

สผ. สรุปความเห็น ของ คชก.

องคการอิสระใหความเห็น ประกอบ สผ.

เสนอความเห็น คชก. ความเห็นองคการอิสระ และรายงานการรับฟงความคิดเห็น

คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ เสนอความเห็น

คณะรัฐมนตรี พิจารณา

บุคคล / สถาบัน ผูเชี่ยวชาญเสนอความเห็น


112 ภาพที่ 4 ขั้นตอนการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสําหรับ โครงการหรือกิ จการที่อาจกอ ใหเกิดผลกระทบตอ ชุม ชนอยางรุนแรงทั้งทางดาน คุณภาพสิ่ ง แวดล อ ม ทรัพ ยากรธรรมชาติแ ละสุข ภาพ กรณีโ ครงการที่ตอ งไดรั บ อนุ ญ าตจากทางราชการและโครงการที่ ไ ม ต อ งเสนอขอรั บ ความเห็ น ชอบจาก คณะรัฐมนตรี ผูยื่นขออนุญาต + ที่ปรึกษาจัดทํารายงานฯ เสนอรายงานตอ สผ. และเจาหนาที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาต

รายงานไมถูกตอง/ ขอมูลไมครบถวน

สผ. ตรวจสอบรายงาน (15 วัน) รายงานถูกตอง / ขอมูลไมครบถวน

สผ. พิจารณาเสนอความเห็นเบื้องตน (15 วัน) คณะกรรมการผูช ํานาญการฯ พิจารณา (45 วัน) เห็นชอบ

สผ. สงผลการพิจารณาของ คชก.

หนวยงานของรัฐผูร ับผิดชอบโครงการหรือ หนวยงานของรัฐผูอ นุญาตโครงการ จัดรับฟง ความคิดเห็นของประชาชนและผูมีสวนไดเสีย

ไมเห็นชอบ

ผูยื่นขออนุญาต

เสนอรายงานฉบับแกไขตอ สผ. และเจาหนาที่อํานาจอนุญาต

สผ. สรุปผลการ พิจารณา (30 วัน) สงรายงาน EIA ที่เห็นชอบ ความเห็น คชก. และสรุปสาระสําคัญของมาตรการฯ

องคการอิสระใหความเห็นประกอบ

เจาหนาที่ซึ่งมีอํานาจอนุญาต


113

การมีสวนรวมของประชาชน* ในการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม หลักการมีสวนรวมของประชาชน ความหมายของการมีสวนรวมของประชาชนในการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม การมี ส ว นร ว มของประชาชนในการวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ ม (Public Participation in EIA) เปนกระบวนการที่จัดใหมีขึ้นในกระบวนการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมของโครงการ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อใหประชาชน องคกร พัฒนาเอกชน ตลอดจนหนวยงานตาง ๆ ที่ไดรับผลกระทบจากโครงการสามารถเขา รวมแสดงความคิดเห็นนําเสนอขอมูล ขอโตแยง หรือขอเสนอแนะที่เกี่ยวของกับการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม กรอบแนวคิดการมีสวนรวมของประชาชน ดั ง ที่ ไ ด ก ล า วแล ว ว า การดํ า เนิ น กิ จ กรรมต า ง ๆ ด า นการมี ส ว นร ว มของ ประชาชนในแตละโครงการจะดีหรือไมขึ้นอยูกับประสบการณของโครงการนั้น ๆ อยางไรก็ตาม ในระยะที่ผานมากรอบแนวคิดด านการมีสวนรวมในกระบวนการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมไดถูกนํามาใชในการพิจารณาโครงการ โดยขั้นตอน ของการดําเนินการดานการมีสวนรวมเปนดังนี้ ขั้นตอนการดําเนินการดานการมีสวนรวม - จําแนกหัวขอดานสังคมและการมีสวนรวม - จําแนกผูมีสวนไดเสีย

*เปนสวนหนึ่งของ แนวทางการมีสวนรวมของประชาชนและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม ทางสังคมในการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม, 2549


114 - จัดทําแผนการมีสวนร วมของประชาชน กรอบการมีสวนรวม และ กิจกรรมที่จะดําเนินงานรวมกับผูมีสวนไดเสี��� - ใหขอมูลกับสาธารณะ - ดําเนินการปรึกษาหารือ โดยดําเนินการรวมกับกลุ มผูมีสวนไดเสีย ตลอดกระบวนการ - จัดทําแผนการติดตามผลอยางมีสวนรวม การจําแนกผูมีสวนไดเสีย (Stakeholders) (ปรับปรุงจากสํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดลอม รวมกับสถาบันนโยบาย ศึกษา, 2539) การจํ า แนกผู มี ส ว นได เ สี ย เป น เรื่ อ งที่ มี ค วามสํ า คั ญ โดยปกติ ค วรยึ ด หลักการรวมผูที่เกี่ยวของไวใหมากที่สุด (inclusiveness) ผูมีสวนไดเสียในการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมสามารถแบงออกไดเปน 7 กลุมหลัก ๆ ดังนี้ 1. ผูรับผลกระทบ “กลุมผูเสียประโยชน” เปนกลุมที่ไดรับผลกระทบจากโครงการในดานลบ เช น เป น ผู สู ญ เสี ย ที่ ทํ า กิ น กลุ ม นี้ จ ะต อ งเป น กลุ ม ที่ ไ ด รั บ น้ํ า หนั ก มากที่ สุ ด ใน การศึกษาผลกระทบและการจัดการมีสวนรวม “กลุมผูไดรับประโยชน” (Beneficiaries) เปนกลุมที่ไดรับผลกระทบจาก โครงการในดานบวก เชน โรงงานอุตสาหกรรมที่ใชประโยชนกระแสไฟฟาจากการ สรางเขื่อนผลิตกระแสไฟฟา หรือประชาชนที่อาศัยอยูในพื้นที่เปาหมายของเขื่อนเพื่อ การชลประทาน เนื่ อ งจากกลุ ม นี้ จ ะเป น กลุ ม ที่ จ ะได รั บ ประโยชน จึ ง อาจถื อ ว า ประโยชนของกลุมนี้ไดรับการพิทักษและนําเสนอโดยเจาของโครงการแลวไมจําเปน ที่จะตองเปดชองทางการมีสวนรวมใหเปนพิเศษกวากลุมอื่น ๆ


115 2. หนวยงานที่รับผิดชอบจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม หนวยงานที่รับผิดชอบจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมใน ที่ นี้ ห มายถึ ง หน ว ยงานที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ การจั ด ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอม ไดแก • เจาของโครงการ อาจหมายถึงหนวยงานราชการ / รัฐวิสาหกิจ หรือหนวยงานเอกชน • นิติบุคคลผูมีสิทธิทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม หรือที่ปรึกษา หมายถึงมหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน หรือผูที่ไดรับอนุญาตเปนผูมีสิทธิ ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ มจากสํ า นั ก งานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 3. หนวยงานที่ทําหนาที่พิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม • สํานักวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอ ม สํานักงานนโยบายและ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม • ผูชํานาญการ หรือคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ • หนวยงานที่มีหนาที่ตัดสินใจอนุมัติโครงการ เชน คณะรัฐมนตรี / รัฐมนตรีและหนวยงานที่มีอํานาจออกใบอนุญาตตาง ๆ 4. หนวยงานราชการในระดับตาง ๆ ในที่นี้รวมถึงหนวยงานทั้งในสวนกลาง สวนภูมิภาคและทองถิ่นที่เกี่ยวของ เชน กรมชลประทาน กรมปาไม องคกรปกครองสวนทองถิ่น สํานักงานสิ่งแวดลอม ภาค สํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมจังหวัด เปนตน


116 5. องคการเอกชนดานสิ่งแวดลอม องคกรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา ภายในทองถิ่น และในระดับอุดมศึกษา และนักวิชาการอิสระ • กลุมองคการเอกชนดานสิ่งแวดลอม : Environmental NonGovernmental Organization (ENGO) สวนใหญจะเปนองคกรที่ไดขึ้นทะเบียนกับ กรมส ง เสริ ม คุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม เช น โครงการฟ น ฟู ชี วิ ต และธรรมชาติ มู ล นิ ธิ คุมครองสัตวปาและพรรณพืชแหงประเทศไทย เปนตน • องคกรพัฒนาเอกชน (NGO) หมายถึงกลุมหรือองคกรตาง ๆ ที่อยู ในเขตพื้นที่หรือเขาไปใชประโยชนพื้นที่ เชน หอการคา ชมรมดูนก กลุมองคกร เอกชนในระดับรากหญา เชน ศูนยขอมูลทองถิ่นเพื่อการพัฒนา เปนตน • สถาบั น การศึ ก ษา หมายถึ ง สถาบั น การศึ ก ษาภายในพื้ น ที่ โครงการหรือสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา • นักวิชาการอิสระ หมายความรวมทั้งผูเชี่ยวชาญเฉพาะดาน และ นักวิชาการจากภายนอก 6. สื่อมวลชน สื่อมวลชนในที่นี้รวมถึงในแขนงตาง ๆ ทั้งระดับทองถิ่นและสวนกลาง ซึ่ง มีบทบาทในการนําเสนอขอมูลขาวสารเกี่ยวกับโครงการ ผลกระทบของโครงการ และความกาวหนาในการจัดทํารายงาน 7. ประชาชนทั่วไป ประชาชนทั่ ว ไปหมายถึ ง “สาธารณชน” ที่ มี ค วามต อ งการและสนใจ โครงการ จะมีบทบาทในฐานะผูสังเกตการณ การแบงกลุมผูมีสวนไดเสียอาจแบงยอยกวานี้ หรือบางพื้นที่อาจไมมีบาง กลุม ผูจัดการการมีสวนรวมตองพิจารณาใหเหมาะสมกับสถานการณ


117 แนวทางการบริหารจัดการการมีสวนรวมของประชาชน การจัดการการมีสวนรวมของประชาชนเปนเรื่องที่มีความละเอียดออนและ จํ า เป น จะต อ งดํ า เนิ น งานโดยผู มี ค วามรู ค วามเข า ใจและมี ป ระสบการณ ใ นการ ปฏิบัติงานรวมกับชุมชน มิฉะนั้นอาจประเมินสถานการณไมถูกตองและอาจทําให เกิดปญหาที่ไมคาดคิดขึ้น การปฏิบัติงานจึงควรใชผูที่เปนมืออาชีพที่เขาใจหลักการ และแนวทางในการจัดการการมีสวนรวมใหประสบผลสําเร็จ การมีสวนรวมของ ประชาชนจึ ง ต อ งมี ก ารวางแผนให เ ป น ขั้ น เป น ตอนและมี ก ารประเมิ น ป ญ หา ความสํ า เร็ จ ในแต ล ะขั้ น ตอน และนํ า มาปรั บ วิ ธี ก ารดํ า เนิ น งานในขั้ น ต อ ไปให เหมาะสมกับสถานการณ แนวทางการบริหารจัดการการมีสวนรวมใหประสบผลสําเร็จ ควรตองให ความสําคัญใน 2 สวน คือ (คูมือการมีสวนรวมของประชาชน, 2546) 1. หัวใจหรือหลักการพื้นฐานของการจัดการการมีสวนรวมของประชาชนที่ ผูบริหารโครงการตองยึดถือ ประกอบดวยหลัก 4 S คือ 1.1 Starting Early (การเริ่มตนเร็ว) กระบวนการการมีสวนรวมของ ประชาชนจะตองเริ่มตนตั้งแตระยะแรก มีการใหขอมูล กระตุนใหเกิดความคิดเห็น และใหมีการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนกอนการตัดสินใจ นอกจากนี้ การให ประชาชนเขามามีสวนรวมในกระบวนการตั้งแตตน มีประโยชนชวยใหประชาชนมี เวลาคิดถึงทางเลือกหรือแนวทางแกปญหาของชุมชนที่เหมาะสมมากขึ้น และเปน ขอมูลในการพัฒนาโครงการ 1.2 Stakeholders (ครอบคลุมผูที่เกี่ยวของ) การใหประชาชนเขามามี สวนรวมอยางกวางขวาง ผูที่ไดรับผลกระทบหรือผูมีสวนไดเสียทุกฝายไมวาโดยตรง หรือโดยออมถือวาเปนผูมีสวนไดเสียควรมีโอกาสเขาสูกระบวนการการมีสวนรวม


118 แตกลุมที่ไดรับผลกระทบโดยตรงอาจถือวาตองรับฟงขอมูลหรือปรึกษาหารือเปน อันดับแรก ๆ 1.3 Sincerity (ความจริงใจ) การมีสวนรวมเปนกระบวนการที่มีความ ละเอียดออน และความสัมพันธระหวางหนวยงานที่รับผิดชอบในการจัดกระบวนการ มีสวนรวมและประชาชนถือวาเปนมิติที่มีความสําคัญในการบริหารการมีสวนรวมให ประสบผลสําเร็จ หนวยงานเจาของโครงการหรือผูมีอํานาจอนุมัติตองจัดกระบวนการ อยางจริงใจ เปดเผย ซื่อสัตย ปราศจากอคติ และมีการสื่อสารสองทางอยูตลอดเวลา โดยเฉพาะการใหขอมูลที่ถูกตองและเพียงพอ ตอบสนองตอความสงสัยของผูมีสวน ไดเสีย รวมทั้งแจงความกาวหนาหรือการเปลี่ยนแปลงของโครงการอยางตอเนื่อง 1.4 Suitability (วิธีการที่เหมาะสม) การเลือกเทคนิคหรือรูปแบบการมี สวนรวมของประชาชนที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากประเภทและขนาดของโครงการ ความหลากหลายและลักษณะที่แ ตกตางกันของพื้นที่และของกลุมผูมีสวนไดเสีย ตลอดจนความแตกตางดานวัฒนธรรม สังคม และคานิ ยม ระดับความสนใจของ ชุมชนในประเด็นหรือโครงการ ความสามารถและความ���รอม รวมทั้งขอจํากัดของ หนวยงานที่รับผิดชอบในการจัดกระบวนการมีสวนรวม 2. การมีสวนรวมของประชาชนที่มีประสิทธิภาพควรมีการวางแผน ซึ่ง ประกอบดวย 3 ขั้นตอนหลัก คือ 2.1 ขั้นเตรียมการ โดยจะตองกําหนดทีมงานหรือผูรับผิดชอบ ตรวจสอบ สถานการณภายในหนวยงานที่รับผิดชอบในการตัดสินใจ เชน ระเบียบที่เกี่ยวของ ระยะเวลาการจั ด กิ จ กรรม และงบประมาณ เป น ต น และประเมิ น สถานการณ สาธารณะ เชน กําหนดระดับความสนใจของสาธารณะหรือชุมชนในประเด็นที่ตอง ตัดสินใจ เปนตน


119 2.2 ขั้นการวางแผน จากขอมูลตาง ๆ ในขั้นการเตรียมการ ทีมงานตอง นํามาวิเคราะหเพื่อจัดทําแผนการมีสวนรวมของประชาชน โดยกําหนดผูมีสวนไดเสีย และวิเคราะหความสําคัญของผูมีสวนไดเสียกลุมตาง ๆ ตลอดจนนํามาเขียนแผนการ มีสวนรวมเพื่อใหเกิดความชัดเจนและกอใหเกิดความรวมมือในการประสานงาน 2.3 ขั้นนําไปสูการปฏิบัติ หลังจากมีแผนการมีสวนรวม ตอไปคือการ ดําเนินการตามแผน ซึ่งตองมีการจัดทําแผนปฏิบัติการของแตละกิจกรรมการมีสวน รวม เชน การจัดเวทีสาธารณะตองตัดสินใจวาจะจัดที่ใด ใครเปนวิทยากร เปนตน

องคประกอบสําคัญของการจัดการมีสวนรวมของประชาชน เพื่อใหไดผลลัพธที่มีความหมายอยางแทจริง (Meaningful Participation) การที่จะจัดการมีสวนรวมของประชาชนมีประสิทธิภาพและมีความหมาย นั้น ควรเตรียมการและการวางแผนการใหขอมูลการหารือกับชุมชนอยางเปนระบบ ตอเนื่องและสอดคลองกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมของ ผูเขารวมหารือนั้นเปนเรื่องสําคัญ ในการหารือ ผูวางแผนและดําเนินการหารือควร คํานึงถึงองคประกอบหลักของการหารือดังนี้ 1. การเปดเผยขอมูลขาวสารของโครงการ โครงการควรจัดใหมีการเปดเผย ข อ มู ล ข า วสารโครงการอย า งครบถ ว น ทั้ ง ในด า นประโยชน ที่ จ ะได รั บ และด า น ผลกระทบทางลบใหแกผูมีสวนไดเสียและสาธารณชนทั่วไปไดรับทราบ โดยขอมูลที่ เจาของโครงการจะตองเผยแพรแกประชาชน ซึ่งตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วา ดวยการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ขอ 7 ระบุวาอยางนอยตอง ประกอบดวย


120 ก) เหตุผลความจําเปนและวัตถุประสงคของโครงการ ข) สาระสําคัญของโครงการ ค) ผูดําเนินการ ง) สถานที่ที่จะดําเนินการ จ) ขั้นตอนและระยะเวลาดําเนินการ ฉ) ผลผลิตและผลลัพธของโครงการ ผลประโยชนในดานบวกที่ผูมีสวน ไดสวนเสียแตละกลุมจะไดรับ ช) ผลกระทบในด า นลบที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น แก ป ระชาชน ที่ อ ยู อ าศั ย หรื อ ประกอบอาชีพอยูในสถานที่ที่จะดําเนินโครงการและพื้นที่ใกลเคียง และประชาชน ทั่วไปรวมทั้งมาตรการปองกันแกไขหรือเยียวยาความเดือดรอนหรือความเสียหายที่ อาจเกิดขึ้นจากผลกระทบดังกลาว ซ) ประมาณการค า ใช จ า ย ในกรณี ที่ ห น ว ยงานของรั ฐ จะเป น ผู ดํ า เนิ น โครงการของรัฐเองใหระบุที่มาของเงินที่จะนํามาใชจายในการดําเนินโครงการดวย ขอมูลตาง ๆ เหลานี้ เจาของโครงการจะตองปดประกาศไวโดยเปดเผย ณ สถานที่ปดประกาศของหนวยงานทองถิ่นของรัฐ สถานที่ที่จะดําเนินโครงการ และ ชุมชนที่เกี่ยวของ 2. ชวงเวลาของการเปดเผยขอมูล การใหขอมูลนั้นจะตองใหแนใจวา ประชาชนโดยเฉพาะผูมีสวนไดเสีย ไดรับขอมูลของโครงการลวงหนาเปนเวลานาน พอที่จะสามารถเขาใจเนื้อหาสาระและสามารถตั้งคําถามที่เกี่ยวของและใหคําแนะนํา ตอโครงการอยางเปนประโยชนได การใหขอมูลเบื้องตนของโครงการนั้นควรให ตั้งแตเริ่มออกแบบโครงการ ซึ่งตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการรับฟง ความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ไดกําหนดเวลาการเปดเผยขอมูลใหเปนเวลา ไมนอยกวาสิบหาวันกอนเริ่มดําเนินการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน


121 นอกจากนี้ทางเจาของโครงการควรจะตองจัดทําแผนการใหขอมูลขาวสาร และการหารือกับผูมีสวนไดเสีย แผนการดําเนินงานนี้ควรจะประกาศใหประชาชน ได รั บ ทราบถึ ง วิ ธี ก ารให ข อ มู ล และการรั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น ระยะเวลา สถานที่ ตลอดจน รายละเอียดอื่น ๆ ที่เพียงพอ และเหมาะสมแกการที่ประชาชนจะสามารถ เขาถึงขอมูลและเขามามีสวนรวมในการใหขอคิดเห็นในประเด็นตาง ๆ ไดตามเวลาที่ กําหนด 3. ขีดความสามารถของผูมีสวนไดเสียในการที่จะเขาใจโครงการ สามารถ ประเมิ น ทางเลื อ กต า ง ๆ ตลอดจนชี้ แ จงข อ กั ง วลและข อ คิ ด เห็ น ได อ ย า งมี อิ ส ระ ปราศจากความกลัวเกรงหรือการบังคับ ฉะนั้นขอมูลตาง ๆ โดยเฉพาะในดานเทคนิค ควรที่จะไดมีการกลั่นกรอง แยกยอยและแปลเปนภาษาทองถิ่นเพื่อใหงายตอการ เขาใจของคนในชุมชนหรือผูเขารวมในการที่จะสามารถรวมหารือในประเด็นตาง ๆ เกี่ย วกับโครงการและผลกระทบได วิธีการหารือจะตองครอบคลุมสอดคลอ งกับ บริบทของทองที่นั้น ๆ เอกสารและภาษาที่ใชควรมีการปรับใหเหมาะสมกับผูเขารวม หารือที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะหากผูที่ไดรับผลกระทบเปนกลุมชุมชนดั้งเดิม หรือชนเผา 4. ความโปรงใสและกลไกการปอนขอมูลกลับสูชุมชนและโครงการ วัตถุประสงคหลักอันหนึ่งของการหารือกับประชาชนก็เพื่อนําความคิดเห็น และขอเสนอแนะไปปรับปรุงการออกแบบและการดําเนินงานของโครงการ ในหลาย กรณีดวยกันประชาชนไดเขารวมแสดงความคิดเห็น แตหลังจากการหารือแลวนั้น ประชาชนมักจะไมไดรับขอมูลขาวสารเพิ่มเติมวาสิ่งที่ไดเสนอไปนั้นทางโครงการได นํามาพิจารณาเปนสวนประกอบในการปรับโครงการอยางไรบาง การไมไดรับขอมูล ยอนกลับนี้กอใหเกิดความระแวง เกิดการไมใหความรวมมือในการหารือเพราะกลัว วาตนจะถูกใชเปนเครื่องมือในการอนุมัติโครงการวาไดหารือกับภาคประชาชนแลว


122 ฉะนั้นผูเสนอโครงการและหนวยงานของรัฐจําเปนอยางยิ่งที่จะตองใหแนใจวาใน การหารือนั้นมีการจดบันทึกการหารือในประเด็นตาง ๆ อยางเพียงพอ และใหผูเสนอ โครงการหรือหนวยงานของรัฐประกาศสรุปผลการรับฟงความคิดเห็นใหประชาชน ทราบภายในสิบหาวันภายหลังวันที่เสร็จสิ้นการรับฟงความคิดเห็น และควรจัดใหมี ระบบการรั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น จากประชาชนตลอดระยะเวลาของโครงการ และ ประกาศใหประชาชนรับทราบถึงระบบการรับฟงความคิดเห็นและกลไกการแกไข ปญหาของทางโครงการ

หลักเกณฑการจัดการมีสวนรวมของประชาชน ตามหลักการและแนวทางการมีสวนรวมของประชาชนที่กลาวมา การมี สวนรวมของประชาชนจะมีลักษณะเปนกระบวนการ มิใชการจัดรับฟงความคิดเห็น เพียงครั้งเดียวจะสําเร็จไดทุกกรณี อยางไรก็ตาม มีความจําเปนที่จะตองมีการกําหนด เกณฑขั้นต่ําเพื่อเปนแนวทางใหผูเกี่ยวของไดปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติจริงอาจจําเปนตอง ดําเนินการมากกวาเกณฑขั้นต่ํา ขอใหคํานึงถึงหลักการใหประชาชนมีสวนรวมมาก ที่สุดและแนวทางการจัดการมีสวนรวมใหประสบผลสําเร็จ กรณีโครงการที่ตองทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน : เจาของโครงการจะตองดําเนินการดานการมีสวนรวมของประชาชนโดย อยางน���อยที่สุดตองมีการใหขอมูลขาวสารกับประชาชนและรับฟงความคิดเห็นจาก ประชาชนในพื้ นที่แ ละหน วยงานที่ เกี่ย วขอ งตั้งแตเริ่ ม ตน โครงการ และตอ งเป ด โอกาสใหประชาชนในพื้นที่และหนวยงานที่เกี่ยวของใหความเห็นในประเด็นที่เปน ขอหวงกังวล โดยผลที่ไดจากการรับฟงความคิดเห็น เจาของโครงการจะตองระบุไว ในรายงานเพื่อตองนําไปประกอบการตัดสินใจในการดําเนินโครงการ รวมทั้งจะตอง กําหนดมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมพรอมเปดเผยขอมูลให


123 ประชาชนทราบดวย และภายหลังจากที่โครงการผานการอนุมัติแลว เจาของโครงการ จะตองใหขอมูลรายงานที่ผานการอนุมัติแลวกับประชาชนในพื้นที่และหนวยงานที่ เกี่ยวของ นอกจากนั้น ยังตองใหขอมูลและรับฟงความคิดเห็นตลอดการกอสราง โครงการ กรณีโครงการที่ตองทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม : เจาของโครงการจะตองดําเนินการตามกระบวนการการรับฟงความคิดเห็น ของประชาชนอยางนอย 2 ครั้ง ครั้งแรก ในระหวางเริ่มตนโครงการ โดยรับฟงความคิดเห็นตอรางขอเสนอ โครงการและขอบเขตการศึกษา และ ครั้งที่สอง ในระหวางการเตรียมจัดทํารางรายงานและมาตรการปองกันและ แกไขผลกระทบสิ่งแวดลอม วัตถุประสงคของการรับฟงความคิดเห็นในครั้งแรกคือเปนการใหขอมูลกับ ประชาชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ เกี่ยวกับโครงการที่จะเกิดขึ้นและผลกระทบที่ อาจเกิดขึ้นทั้งทางบวกและทางลบ รวมทั้งขอบเขตการศึกษาดวย การรับฟงความ คิ ด เห็ น ครั้ ง ที่ ส องมี วั ต ถุ ป ระสงค เ พื่ อ ให ป ระชาชนมี ค วามมั่ น ใจในรายงานและ มาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอม โดยขอคิดที่ไดจากการรับฟงความ คิดเห็นในครั้งที่สองจะตองผนวกไวเปนสวนหนึ่งของรายงาน สําหรับโครงการขนาด ใหญและซับซอนอาจจําเปนตองมีการรับฟงความคิดเห็นในวงกวาง การทําประชา พิจารณ และ/หรือใชเทคนิคการมีสวนรวมอื่น ๆ ที่เหมาะสม ภายหลังจากที่โครงการ ผานการอนุมัติแลว เจาของโครงการจะตองใหขอมูลรายงานที่ผานการอนุมัติแลวกับ ประชาชนในพื้นที่และหนวยงานที่เกี่ยวของ นอกจากนั้น ตองใหขอมูลและรับฟง ความคิดเห็นตลอดการกอสรางโครงการ


124

เทคนิควิธีการการมีสวนรวมของประชาชน ตามระเบี ย บสํ า นั ก นายกรั ฐ มนตรี ว า ด ว ยการรั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น ของ ประชาชน พ.ศ. 2548 กําหนดวิธีการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน วาอาจใช วิธีการอยางหนึ่งหรือหลายอยาง ดังตอไปนี้ 1. การสํารวจความคิดเห็น 1. การสัมภาษณรายบุคคล 2. การเปดใหแสดงความคิดเห็นทางไปรษณีย ทางโทรศัพทหรือโทรสาร ทางระบบเครือขายสารสนเทศ หรือทางอื่นใด 3. การเปดโอกาสใหประชาชนมารับขอมูลและแสดงความคิดเห็นตอ หนวยงานของรัฐที่รับผิดชอบโครงการ 4. การสนทนากลุมยอย 2. การประชุมปรึกษาหารือ 1. การประชาพิจารณ 2. การอภิปรายสาธารณะ 3. การแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร 4. การประชุมเชิงปฏิบัติการ 5. การประชุมระดับตัวแทนของกลุมบุคคลที่เกี่ยวของหรือมีสวนไดเสีย 3. วิธีการอื่นที่สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีกําหนด ทั้งนี้ ที่ผานมามีหลายหนวยงานไดรวบรวมเทคนิคและวิธีการการมีสวน รวมของประชาชนตาง ๆ ซึ่งรายละเอียดวิธีการดําเนินงาน สถานการณที่ควรนํามาใช และเงื่อนไขสําคัญที่ทําใหการดําเนินงานประสบความสําเร็จสามารถศึกษาไดจาก


125 คู มื อ การมี ส ว นร ว มของประชาชน จั ด ทํ า โดยมู ล นิ ธิ ป ริ ญ ญาโทนั ก บริ ห ารรั ฐ กิ จ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร พ.ศ. 2546

การนําเสนอขอมูลการมีสวนรวมของประชาชน 1. ในการจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม โดยเฉพาะ โครงการที่เปนไปตามเกณฑการพิจารณาโครงการที่ควรใหความสําคัญดานสังคม และการมีสวนรวมของประชาชน ควรใหประชาชนไดเขามามีสวนรวมโดยควรมีการ ใหขอมูลและรับฟงความคิดเห็นของประชาชน และรวบรวมประเด็นขอคิดเห็นและ ความเปนหวงใยของประชาชน นํามาประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม และพิจารณาวา โครงการจะสามารถตอบสนองหรือแกไ ขปญหาที่ประชาชนเปนหวงไดอยางไร พรอมทั้งเสนอมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอม มาตรการติดตาม ตรวจสอบที่เหมาะสม ในกรณีที่มีการอพยพโยกยายราษฎร หรือการเวนคืน การรอน สิทธิ์ จะตองเสนอแผนปฏิบัติการในการดําเนินงานใหชัดเจนดวย 2. นําเสนอขอมูลการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนตามขอ 1 และที่ได ดําเนินการมาทั้งหมด รวมทั้งแผนการดําเนินงานในอนาคต เสนอพรอมกับรายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม (อาจเพิ่มเปนบทหนึ่งไวในรายงานหรือทําเปน เล ม แยก) ทั้ ง นี้ ร ายละเอี ย ดเกี่ ย วกั บ การดํ า เนิ น งาน เช น เทคนิ ค วิ ธี ก าร วั น เวลา สถานที่ ผูเขารวม เปนตน ใหเสนอไวในภาคผนวก


126

การมีสวนรวมของประชาชน ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคม หลักเกณฑการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมเบื้องตนและการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมแบบเต็มรูปแบบ ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมจะเนนศึกษาในประเด็น สําคัญ ๆ และในประเด็นที่ประชาชนแสดงความกังวลหวงใย มากกวาที่จะเปนการให ข อ มูลและการประเมินผลกระทบทางสัง คมทั่ว ๆ ไป ในการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดลอมทางสังคมนั้นยังไมมีการตั้งมาตรฐานขอบเขตที่ชัดเจนแนนอน ฉะนั้น การที่ จ ะวั ด ว า ประเด็ น ใดเป น ประเด็ น ที่ สํ า คั ญ นั้ น จะกํ า หนดได โ ดยการใช กระบวนการหารือเพื่อใหไดผลลัพธที่มีความหมายอยางแทจริงกับผูมีสวนไดเสียใน ทุกกลุม หรือจากการสรุปบทเรียนของโครงการที่มีลักษณะคลายคลึงกันที่มิใชใน ประเทศและตางประเทศ ประเด็นโยกยายถิ่นฐาน การเวนคืนที่ดิน และการจายคาชดเชย โดยเฉพาะ ในกรณีที่เกี่ยวของกับกลุมชนดั้งเดิม ชนเผา กลุมผูดอยโอกาส เชน เด็ก สตรี ผูสูงอายุ คนยากจน และผูพิการ ถือเปนประเด็นที่มีความสําคัญมากที่จะตองไดรับการพิจารณา ดูแลเปนพิเศษ สวนระดับความสําคัญของผลกระทบดานอื่น ๆ นั้นขึ้นอยูกับขอมูล ทางเทคนิคและขอพิจารณาของผูเชี่ยวชาญและความคิดเห็นของชุมชน ฉะนั้น หาก โครงการไดทําการประเมินแลวมีความเห็นวา จะเกิดผลกระทบที่รุนแรงในดานใด โครงการจําเปนที่จะตองทําการศึกษารายละเอียดในประเด็นนั้น ๆ ใหชัดเจน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมจะตองทําควบคูไปกับการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตนและการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมอยาง เต็ มรู ปแบบ หากแตขอบเขตและรูปแบบของการวิเคราะหประเมินนั้นจะมีความ


127 แตกตางกันตามขนาด ประเภท ที่ตั้งของโครงการ ตลอดจนสภาพทางเศรษฐกิจและ สังคม และความเขาใจของชุมชนทองถิ่นตอโครงการ ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมแบบมีสวนรวมเบื้องตนนั้น จะตองทําในทุกโครงการในชวงของการเตรียมโครงการ โดยผูศึกษาจะตองประมวล ขอมูลประชากร สภาพเศรษฐกิจ สังคม และกายภาพของชุมชน และประเมินสภาพ สังคมของชุมชนเพื่อเปนภาพรวมของชุมชนที่คาดวาจะไดรับผลกระทบ การศึกษา���ะ ตั้ ง ข อ สั ง เกตและคาดการณ ถึ ง ผลกระทบทางสั ง คมที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น พิ จ ารณา ความสัมพันธและความสอดคลองระหวางขอมูลของโครงการ และสภาพเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตโดยรวมของชุมชนและทําการหารือกับชุมชนเพื่อสรางความเขาใจ และแสวงหาแนวคิดของชุมชนตอโครงการในดานตาง ๆ สํ า หรั บ โครงการที่ มี ค วามสลั บ ซั บ ซ อ นและคาดว า จะมี ผ ลกระทบ สิ่งแวดลอมทางสังคมตอชุมชนทั่วไปในระดับที่รุนแรงตอเนื่อง จะตองมีการทําการ ประเมินผลกระทบอยางเต็มรูปแบบตั้งแตระยะเตรียมการของโครงการ การศึกษา จะตองผสมผสานกับกระบวนการการมีสวนรวมของชุมชนและมีการเสนอมาตรการ ปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอม และการพัฒนาสังคมและชีวิตความเปนอยู ของชุมชน ขอบเขตการศึกษาจะตองสอดคลองและเปนไปตามแนวทางการปองกัน และแกไ ขผลกระทบสิ่ง แวดลอ มทางสัง คม และหลั กเกณฑ การศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดลอมทางสังคมแบบมีสวนรวม รายละเอียดดังภาพที่ 5


128 ภาพที่ 5 หลักเกณฑการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมแบบมีสวนรวม การจัดทํา EIA สวนที่ 3 คุณคาการใชประโยชนของมนุษย สวนที่ 4 คุณคาตอคุณภาพชีวิต

ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคม แบบมีสวนรวมเบื้องตน

ตัวอยางผลกระทบทางสังคมที่สําคัญ มีผลกระทบตอชุมชนทัว่ ไป โดยเฉพาะชุมชนดัง้ เดิม และกลุมคนดอยโอกาส มีผลกระทบ ที่สําคัญทาง สังคม

มีผลกระทบตอ สุขภาพของประชาชน มีผลกระทบตอวัฒนธรรม ประวัติศาสตร สุนทรียภาพ ฯลฯ

จัดทํามาตรการปองกันและแกไข ผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคม

มีผลกระทบตอ การคมนาคมขนสง

กรณีมีการโยกยายถิ่นฐาน และการเวนคืน/การรอนสิทธิ์

ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคม รวมทั้งกําหนดมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสุขภาพ รวมทั้งกําหนดมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบ ศึกษารายละเอียดตามประเด็นที่ประชาชนกังวล รวมทั้งกําหนดมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบ ศึกษารายละเอียดดานการคมนาคมขนสง รวมทั้งกําหนดมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบ

มีการโยกยายถิ่นฐาน/เวนคืน/รอนสิทธิ์ ที่ดินประชาชนจํานวนมาก หรือมี ผลกระทบตอการประกอบอาชีพ/รายได ของชุมชนดัง้ เดิมหรือชุมชนดอยโอกาส หรือไม

ใช

ไมใช

ไมชัดเจน

จัดทําแผนปฏิบัติการตัง้ ถิ่นฐานใหม และการกําหนดคาชดเชยหรือกรอบ การดําเนินการตั้งถิน่ ฐานใหมและการ กําหนดคาชดเชย (RCAP) จัดทําแผนปฏิบัติการอยางยอ (RCAP อยางยอ) จัดทํากรอบนโยบายการดําเนินงาน เกี่ยวกับการตั้งถิน่ ฐาน (RCAP)


129

แนวทางการกํา หนดมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอม ทางสังคม โดยทั่วไปแลวแนวทางของโครงการในการปองกันและแกไขผลกระทบ สิ่งแวดลอมทางสังคมหลัก ๆ ประกอบดวย 1. ความพยายามหลีกเลี่ยง หรือลดโอกาสที่จะตองโยกยายถิ่นฐานของชุมชน หากเปนไปไดโครงการควรจะพิจารณาทางเลือกที่เปนไปไดอื่น ๆ และหาก หลีกเลี่ยงไมไดตองใหความชวยเหลือผูถูกอพยพใหสามารถคงระดับมาตรฐานชีวิต ความเปนอยู ความสามารถในการเพิ่มรายไดและระดับผลผลิตของพวกเขาใหอยูใน ระดับเดิมหรือในระดับที่ดีขึ้น พยายามสนับสนุนใหชุมชนไดเขามามีสวนรวมในการ วางแผนและการดําเนินการโยกยาย การใหความชวยเหลือนี้จะครอบคลุมถึงผูที่ไดรับ ผลกระทบที่มีปญ หาที่ดินทางกฎหมายดวย มาตรการจะรวมถึง การโยกยา ยทาง กายภาพ การสูญเสียที่ดินและทรัพยสิน อันเปนผลใหมีการโยกยายหรือสูญเสียที่อยู อาศัย การสูญเสียทรัพยสินหรือการสูญเสียโอกาสในการเขาถึงแหลงทรัพยากร การ ถูกจํากัดในการเขาถึงพื้นที่สงวนหรือเขตคุมครองของรัฐ เชน พื้นที่เดิมสามารถเขา หาทรัพยากรในปาชายเลนใกลเคียงได เมื่อถูกโยกยายสูที่อาศัยใหม ชุมชนตองเสีย โอกาสในการเข า ทรั พ ยากรในป า ชายเลนนั้น เป น การสู ญ เสี ย แหล ง รายได ห รื อ ผลกระทบตอการดําเนินชีวิต และเปนการเพิ่มผลกระทบตอชีวิตความเปนอยูของผูที่ โยกยายมากขึ้น 2. การเตรียมแผนและงบประมาณอยางเพียงพอในการปองกันและลดผลกระทบ แผนการลดผลกระทบนี้จะตองมีการดําเนินการหารือกับประชาชนและ ชุมชนที่ไดรับผลกระทบอยางใกลชิด งบประมาณในการทําแผนและการหารือกับ ชุมชนจะตองรวมอยูในงบประมาณของโครงการ และการจายคาชดเชยควรจะมีการ


130 ทํากอนที่จะเริ่มการกอสรางหรือดําเนินโครงการ สําหรับแผนการปองกันและลด ผลกระทบในด านอื่ น ๆ นั้น ก็ ค วรที่ จ ะมี ก ารจั ดทํ า อย า งใกล ชิ ดกั บ ชุม ชนที่ไ ด รั บ ผลกระทบและผูที่เกี่ยวของและตองมีการจัดงบประมาณที่เพียงพอสําหรับเรื่องนี้ เชนกัน แผนการลดผลกระทบจากการโยกยายและการเวนคืนที่ดินนั้นจะตองปฏิบัติ ตามแนวนโยบายดานสิ่งแวดลอมกรณีมีการโยกยายถิ่นฐานและมีการจายคาชดเชย 3. การดําเนินการและการติดตามแผนการปองกันและลดผลกระทบอยางมีสวนรวม การดําเนินการและการติดตามแผนการปองกันและลดผลกระทบเปนปจจัย ที่สําคัญที่จะสรางความมั่นใจไดวามีการดําเนินการอยางเพียงพอในการปองกันและ ลดผลกระทบทางลบที่ไดคาดการณไว โครงการควรจะสนับสนุนใหชุมชน ผูมีสวน ไดเสียเขามามีสวนรวมในกระบวนการติดตามและประเมินผลนี้ 4. การใหขอมูลขาวสารและการหารือกับชุมชนอยางตอเนื่อง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมจะตองใชเทคนิคการมีสวน ร ว มในหลายรู ป แบบทั้ ง นี้ ขึ้ น อยู กั บ ลั ก ษณะของโครงการและสภาวการณ แ ละ แนวความคิดของชุมชน การหารือเพื่อใหไดผลลัพธที่มีความหมายอยางแทจริงนั้น เปนสิ่งที่จําเปนที่จะชวยใหแนใจวามาตรการแกไขผลกระทบนั้นเพียงพอ สามารถทํา ไดจริง และเปนที่ยอมรับของชุมชน การเปดเผยขอมูลขาวสารและการใหขอมูลใน ระยะเวลาที่เหมาะสมเกี่ยวกับโครงการอยางตอเนื่องก็เพื่อที่จะชวยใหผูมีสวนไดเสีย สามารถใหขอคิดเห็นเสนอแนะชวยในการประเมินความเสี่ยง และกําหนดตัวชี้วัด การดําเนินการที่เปนจริง และไดรับการยอมรับ กระบวนการใหขอมูลขาวสารนั้นจะ ทํ า ให ผู มี ส ว นได เ สี ย หลั ก ของโครงการได รู แ ละเข า ใจถึ ง วั ต ถุ ป ระสงค แ ละ องคประกอบหลักของโครงการตั้งแตในระยะเริ่มแรกของโครงการ


131

หลักการในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคม การทํ า การศึก ษาผลกระทบด านสั งคมที่เกี่ ยวข องกับ คน ชุม ชน วิ ถีชีวิ ต วั ฒ นธรรมของท อ งถิ่ น และความสั ม พั น ธ ข องคน และชุ ม ชนในด า นต า ง ๆ เป น ประเด็นที่มีความละเอียดออนผูศึกษาจะตองมั่นใจวาไดศึกษาแงมุมที่สําคัญทางสังคม ที่เกี่ยวของกับโครงการอยางดี ฉะนั้นเพื่อใหแนใจวาการศึกษามิไดมองขามประเด็น ทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นไดจากโครงการ ควรจะตองมีการพิจารณาหลักการในการ ดําเนินงาน ดังนี้ 1. การศึกษาควรที่จะใหนักสังคมศาสตรที่มีประสบการณเปนผูวางกรอบ การศึกษาและดําเนินการศึกษา 2. ผูศึกษาจะตองมีแผนงานในการเขาหาชุมชน การใหขอมูล และเทคนิค แนวทางการหารือกับชุมชน แผนงานนี้จะครอบคลุมการใหขอมูลขาวสารและกา��� หารือกับภาคประชาชนตั้งแตในขั้นแรกของการเตรียมโครงการจนถึงการติดตาม ประเมินผลโครงการ และมีการเผยแพรใหผูมีสวนไดเสียทราบ เพื่อที่จะเขาใจขั้นตอน ระยะเวลาและประเด็นที่สามารถเขามีสวนรวมไดอยางมีประสิทธิภาพ 3. การศึกษาจะใหความสําคัญเปนพิเศษกับผูที่ไดรับผลกระทบในทางลบ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการโยกยายถิ่นฐาน การเวนคืนที่ดิน และการจายคาชดเชย 4. การศึกษาควรมุงเนนที่จะหาแนวทางหลีกเลี่ยงหรือปองกันปญหา และ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นมากกวาการแกไขปญหา 5. ใชดุลพินิจในการเลือกใชเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาวการณของพื้นที่ 6. ทํ า การศึ ก ษาผลกระทบสิ่ ง แวดล อ มทางสั ง คมเบื้ อ งต น และใช ผ ล การศึกษาเปนเครื่องมือในการปรับขอบเขตและจุดเนนของการทําการประเมินผล กระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมแบบเต็มรูปแบบ


132 คําถามหลักในการประเมินผลกระทบทางสังคม ไดแก - ใครคื อ ผู มี ส ว นได เ สี ย ในโครงการ ผู มี ส ว นได เ สี ย แต ล ะกลุ ม มี ค วาม คิดเห็นอยางไรตอโครงการ - วัตถุประสงคของโครงการสอดคลองตามความตองการ ผลประโยชน และขีดความสามารถของประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวของ - มีปจจัยทางดานสังคมและวัฒนธรรมที่จะมีผลตอความสามารถของผูมี สวนไดสวนเสียในการไดรับประโยชนจากโครงการที่เสนอ - โครงการกอใหเกิดผลกระทบอะไร ในระดับใด ตอผูมีสวนไดเสียแตละ กลุมอยางไร โดยเฉพาะกลุมชนเผา สตรี และผูดอยโอกาส - โครงการจะตองมีการโยกยายที่อยู หรือเวนคืนที่ดินของชุมชนหรือไม - ประเด็น ความเสี่ย งทางสั ง คมมี อะไรบา ง เชน ขีด ความสามารถ หรื อ เงื่อนไขของชุมชน ที่อาจมีผลตอความสําเร็จของโครงการ เปนตน - จะต อ งมี ก ารปรั บ องค ก รอย า งไรเพื่ อ ให เ อื้ อ ต อ การมี ส ว นร ว มของ ประชาชนและการดําเนินการของโครงการ - โครงการมีแผนการทํางานที่เพียงพอตอการเสริมสรางขีดความสามารถที่ จะทําใหโครงการสามารถดําเนินการไดอยางไรบาง

หลักการการมีสวนรวมของประชาชนในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม ทางสังคม การประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมมีวัตถุประสงคที่จะใหผูเสนอ โครงการสามารถเขาใจสถานการณของชุมชน วิถีชีวิต ความเปนอยูและความคิดเห็น ของชุมชนตอโครงการที่เสนอ ตลอดจนการแสวงหาแนวทางในการลดผลกระทบที่ สอดคลองกับสภาวการณและความคิดเห็นของชุมชนนั้น ๆ ฉะนั้น การมีสวนรวม


133 ของประชาชนและชุ ม ชนในการรั บ รู ข อ มู ล ข า วสารเกี่ ย วกั บ โครงการ การให ขอคิดเห็น ขอหวงใยของผูมีสวนไดเสีย รวมทั้งขอเสนอแนะในการลดผลกระทบ นับเปนปจจัยหลักที่สําคัญของกระบวนการการประเมินผลกระทบที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล และจะชวยทําใหกระบวนการศึกษาเกิดความชัดเจนในการจัดลําดับ ความสําคัญในเรื่องตาง ๆ ทางสังคม ในการจัดเก็บขอมูลการวิเคราะห การประมวล ขอมูลทางสังคมตลอดจนความชัดเจนในการประเมินความเสี่ยงของโครงการใน ระยะตน ในชวงของการทําการศึกษาขอมูลเบื้องตน จะมีการกําหนดกลุมตาง ๆ ใน ชุ ม ชนที่ อ าจได รั บ ผลกระทบทั้ ง ในทางตรงและทางอ อ ม ประเด็ น ทางสั ง คมใน ภาพรวมและประเด็ น เฉพาะที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น กั บ กลุ ม ในชุ ม ชน รวมทั้ ง กํ า หนดแนว ทางการมีสวนรวมของผูมีสวนไดเสียตลอดการทํางานของโครงการ การมีสวนรวม ของประชาชนโดยเฉพาะในชวงของการหารือกับผูมีสวนไดเสียนี้ อาจมีการหยิบยก ประเด็นใหม ๆ หรือประเด็นทางเลือกอื่น ๆ ที่สามารถนํามาใชในการปรับโครงการ หรือกระบวนการตัดสินใจของโครงการได โครงการใด ๆ ก็ตามจะไดรับการยอมรับและการสนับสนุนจากประชาชน มากขึ้ น ก็ ต อ เมื่ อ ประชาชนได รั บ รู ข อ มู ล ข า วสารที่ ค รอบคลุ ม อย า งเพี ย งพอและ ตอเนื่อง การไมไดรับขอมูลขาวสารและการเปดโอกาสใหประชาชนเขามามีสวนรวม เปนปจจัยสําคัญที่จะสงผลกระทบในทางลบตอโครงการ การสนับสนุนจากผูมีสวน ไดเสียของโครงการเปนปจจัยสําคัญที่จะสงผลใหโครงการสามารถดําเนินการให บรรลุ ต ามวั ต ถุ ป ระสงค ข องโครงการ และสามารถลดความเสี่ ย งทางสั ง คมและ การเมืองที่อาจเกิดขึ้นได ดวยเหตุนี้จึงจําเปนอยางยิ่งที่จะตองใหผูมีสวนไดเสียในทุก กลุมไดมีโอกาสรับรูขอมูลที่สําคัญของโครงการ ประเด็นการตัดสินใจหลัก ๆ และ


134 โอกาสที่ พ วกเขาจะสามารถเข า มี ส ว นร ว มในการให ข อ คิ ด เห็ น ในกระบวนการ ตัดสินใจของโครงการ กอนหนาที่จะมีการอนุมัติโครงการ

ขั้นตอน กระบวนการ และวิธีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคม แบบมีสวนรวม การประเมิ น ผลกระทบสิ่ ง แวดล อ มทางสั ง คมเป น หน า ที่ ข องเจ า ของ โครงการที่จะตองเสนอผลการประเมินซึ่งอาจเสนอเปนสวนหนึ่งของรายงานการ วิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ มหรื อ เสนอเป น รายงานแยก ในการทํ า การศึ ก ษา ผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมนี้จําเปนอยางยิ่งที่จะตองใหผูเชี่ยวชาญดานสังคม และการมีสวนรวมเปนผูวางกรอบการศึกษาและทําการศึกษา โดยเฉพาะโครงการ ใหญที่มีความสลับซับซอน ในการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดลอมทางสังคมนั้น สามารถที่จะแบง ขั้นตอนและกระบวนการทํางาน ตลอดจนบทบาทหนาที่ความรับผิดชอบของผูที่ เกี่ยวของไดดังตอไปนี้ ขั้ น การวางแผนและเตรี ย มการ ทุ ก โครงการจะต อ งทํ า การวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมเบื้องตนควบคูไปกับการวิเคราะหผลกระทบทาง สิ่งแวดลอมเพื่อที่จะดูถึงผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้น การประเมินในขั้นตนนี้จะ กลั่นกรองวาโครงการจะตองมีการโยกยายหรือเวนคืนที่ดินหรือไม หากจําเปนที่ จะตองมีการเวนคืนที่ดิน การโยกยายชุมชน การจายคาชดเชยจะตองมีการจัดเตรียม แผนการโยกยายและการลดผลกระทบในดานนี้ อยางยอหรืออยางเต็มรูปแบบโดย เรงดวน เพื่อที่จะใหการโยกยายการเวนคืนที่ดิน และการชดเชยคาเสียหายสามารถทํา ใหเสร็จกอนที่จะเริ่มมีการกอสรางหรือดําเนินโครงการ


135 ขั้ น การพิ จ ารณารายงาน ในช ว งของการพิ จ ารณารายงานและอนุ มั ติ โครงการ หนวยงานรับผิดชอบการพิจารณาจะตองแนใจวารายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมแบบมีสวนรวมนั้น ไดทําตามขั้นตอนที่สอดคลองกับ หลักเกณฑและแนวนโยบายในเรื่องนี้ และมีเนื้อหาพอเพียงตอการดําเนินการและ เปนที่พอใจของหนวยงานอนุมัติ หนวยงานรับผิดชอบในการอนุมัติจะตองพิจารณา ด ว ยว า รายงานของโครงการนี้ ไ ด กํ า หนดให มี กิ จ กรรมฝ ก อบรมหรื อ กิ จ กรรม เสริมสรางขีดความสามารถเพื่อใหโครงการสามารถบรรลุวัตถุประสงค กิจกรรมที่ กอใหเกิดความรวมมือระหวางองคกรที่เกี่ยวของกับผูเสนอโครงการอันเปนปจจัย สําคัญที่จะทําใหมีการปฏิบัติตามแนวนโยบายที่วางไวใหบรรลุผลได ขั้ น ดํ า เนิ น การและการติ ด ตามผล ในช ว งการดํ า เนิ น โครงการ เจ า ของ โครงการจะเปนผูรับผิดชอบในการดําเนินการปองกันและลดผลกระทบสิ่งแวดลอม ทางสังคมตามแผนที่ไดรับการอนุมัติ และจะรวมรายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมทางสั���คมและมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมในดาน ตาง ๆ ไวในรายงานการวิเคราะหผลกระทบทางสิ่งแวดลอม นอกจากนี้ มาตรา 50 แหง พ.ร.บ.สงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม แหงชาติ พ.ศ. 2535 กําหนดใหเจาหนาที่ซึ่งมีอํานาจตามกฎหมายในการพิจารณาสั่ง อนุญาต หรือตอใบอนุญาต นํามาตรการตามที่ไดเสนอไวในรายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมไปกําหนดเปนเงื่อนไขในการสั่งอนุญาตหรือตอใบอนุญาต โดยถื อ ว า เป น เงื่ อ นไขที่ กํ า หนดตามกฎหมายในเรื่ อ งนั้ น ด ว ย รวมทั้ ง สํ า นั ก งาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เปนหนวยงานที่ดําเนินการ ติ ด ตามตรวจสอบการปฏิ บั ติ ต ามมาตรการที่ กํ า หนดในรายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม หากพบวาไมมีการปฏิบัติตาม สํานักงานฯ จะแจงหนวยงาน อนุญาตกํากับ ดูแลโครงการใหปฏิบัติตามมาตรการที่ระบุในเงื่อนไขการอนุญาต


136 ภายในระยะเวลาที่ กํ า หนด รวมทั้ ง คณะกรรมการสิ่ ง แวดล อ มแห ง ชาติ ใ นคราว ประชุมครั้งที่ 6/2548 เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2548 มีมติใหโครงการภาครัฐ รัฐวิส าหกิจ จะต องรายงานผลการปฏิ บัติตามมาตรการปองกันและลดผลกระทบ สิ่งแวดลอมตอคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ปละ 1 ครั้ง และใหโครงการ เอกชนจั ด ทํ า รายงานการปฏิ บั ติ ต ามมาตรการลดผลกระทบสิ่ ง แวดล อ ม ส ง ให สํานักงานฯ ปละ 2 ครั้ง

แนวทางการจัดทําการประเมินผลกระทบตอสิ่งแวดลอมทางสังคมแบบมี สวนรวม การประเมิ น ผลกระทบสิ่ ง แวดล อ มทางสั ง คมแบบมี ส ว นร ว มควรจะมี แนวทางและขั้ น ตอนการทํ า งานในลั ก ษณะเดี ย วกั น กั บ การทํ า การประเมิ น ผล สิ่งแวดลอมทางสัง คมตามที่สํานัก นโยบายและแผนสิ่งแวดลอ ม รว มกับ สถาบั น นโยบายศึกษาไดกลาวไวในคูมือแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทาง สังคม 2539 ซึ่งสามารถแบงเปน 6 ขั้นตอนหลักคือ 1. การสรุป ลักษณะโครงการ ประกอบดวยขอ มูลเกี่ยวกับ เหตุผ ลของ โครงการ ขอมูลการดําเนินโครงการ และหนวยงานที่รับผิดชอบ 2. การสํารวจทางสังคมเบื้องตน ประกอบดวยการประมวลขอมูลเอกสาร จากแหลงขอมูลตาง ๆ และการประเมินสภาพสังคมอยางเรงดวนเพื่อตรวจสอบความ ทันสมัยของขอมูลและเพื่อหาขอมูลลักษณะเดนของชุมชน 3. การตั้งขอ สังเกตผลกระทบทางสังคม โดยศึกษาความสัมพันธแ ละ ความสอดคลองระหวางขอมูลลักษณะโครงการกับขอมูลประชากร เศรษฐกิจและ กายภาพของชุมชนและขอมูลลักษณะเดนของชุมชน นอกจากนี้ผูศึกษายังตองศึกษา ความสัมพันธระหวางโครงการและคุณคาทางศิลปกรรม ธรรมชาติและสุนทรียภาพ


137 4. การคาดการณ ผ ลกระทบเบื้ อ งต น โดยการจั ด ทํ า ตารางคาดการณ ผลกระทบอันประกอบดวยกิจกรรมและระยะเวลาของการดําเนินกิจกรรมตาง ๆ ของ โครงการควบคูกับการคาดการณถึงผลกระทบ ผูรับผลกระทบ ลักษณะผลกระทบ และมาตรการลดผลกระทบและนําตารางนี้ไปหารือกับชุมชนในพื้นที่ 5. การสรางขอมูลพื้นฐานของโครงการ โดยการเก็บขอมูลที่จะแสดงถึง สภาวะในอดีตและปจจุบันของชุมชนและโอกาสของชุมชนในกรณีที่ไมมีโครงการ 6. การประเมินผลกระทบ ผูศึกษาจะประเมินวาผลกระทบตาง ๆ ที่ได คาดการณไวมีโอกาสจะเกิดในขอบเขตและมีลักษณะความรุนแรงที่ไดคาดการณไว หรือไม ทั้งนี้โดยพิจารณาจาก baseline data ที่ไดประมวลไว และการศึกษาวิเคราะห เพิ่มเติม และการประเมินผลกระทบทางสังคมในดานตาง ๆ เชน การเปรียบเทียบ ชุมชนที่ไดรับผลกระทบจากโครงการในกรณีที่มีและไมมีโครงการ เปนตน ในขั้นตอนการศึกษาประเมินผลนั้น หนวยงานสามารถที่จะจัดทําแผนการมี สวนรวมเพื่อใหผูมีสวนไดเสียไดเขารวมในกระบวนการทํางานอยางตอเนื่องโดยจัด วางขั้นตอน แนวทางการมีสวนรวมและขอบเขตการศึกษาไดดังตอไปนี้ 1. ขั้นตอนในการประเมินผลกระทบแบบมีสวนรวม ประกอบดวย - การจัดทําการวิเคราะหผูมีสวนไดเสีย - การจัดระบบและดําเนินการใหผูมีสวนไดเสียทุกกลุมไดเขามีสวนรวม ในกระบวนการ - การใชดุลพินิจพิจารณาเลือกเทคนิคการใหขอมูล เก็บขอมูล การหารือ ที่เหมาะสมกับสภาพของชุมชนและทองที่ - การจัดระบบการบันทึกขอมูลโดยเฉพาะจากการหารือ เก็บขอมูลโดย แยกเปนประเด็นที่สําคัญ ๆ - การวิเคราะหขอมูลและประเมินระดับความสําคัญของขอมูลที่ไดมา


138 -

การพัฒนาแผนการลดผลกระทบทางสังคมรวมกับผูมีสวนไดเสีย การเสริมสรางขีดความสามารถของผูมีสวนไดเสียใหสามารถเขามี สวนรวมไดอยางพอเพียง - การปรับขั้นตอนและโครงการใหเอื้อตอการมีสวนรวม - การจัดใหมีการติดตามประเมินผลอยางมีสวนรวม 2. ขอบเขตการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมควรคํานึงถึง - แยกแยะกลุมคนที่จะไดรับผลกระทบทั้งทางตรงและทางออม - มุงศึกษาใหเขาใจถึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ของผูที่ไดรับ ผลกระทบเพื่อดูแนวโนมผลกระทบของโครงการ - ทําความเขาใจองคกรชุมชนและกระบวนการตัดสินใจของชุมชน - ชนิดและระดับของผลกระทบโดยมุงเนนถึงผลกระทบทางดานลบ ผลกระทบรุนแรง ผลกระทบถาวร ผลกระทบตอเนื่อง ผลกระทบที่มี โอกาสเกิดสูง และผลกระทบในวงกวาง - ศึ ก ษามาตรการลดผลกระทบทางลบและหากเป น ไปได ใ ห เ พิ่ ม กิจกรรมและมาตรการที่สงผลกระทบทางบวกตอชุมชน - ประเมินนโยบายและขีดความสามารถของผูเสนอโครงการ หากพบวา ไม มี ค วามสามารถเพี ย งพอที่ จ ะดํา เนิ น การในการแกไ ขป ญ หาทาง สังคมไดจ ะตองใหผูเสนอโครงการจัดทําแผนงานในการเสริมการ จัดการและความสามารถของโครงการ


139

เทคนิ ค การมี ส ว นร ว มที่ ส ามารถนํ า มาใช ไ ด ใ นการประเมิ น ผลกระทบ สิ่งแวดลอมทางสังคม มีอยูหลายรูปแบบดวยกัน เชน การวิเคราะหผูมีสวนไดเสีย (Stakeholder Analysis) การเปดเผยขอมูลขาวสาร การหารืออยางเปนทางการ และไมเปนทางการ การจัดทําประชาพิจารณ เปนตน ซึ่งแตละเทคนิคจะมีวิธีการที่แตกตางกัน และจะได รายละเอียดของผลการศึกษาที่ตางกัน ผูศึกษาจําเปนจะตองใชดุลพินิจในการเลือกใช เทคนิคการมีสวนรวมของประชาชนที่เหมาะสมกับบริบทและความเหมาะสมของ แตละชุมชน

แนวนโยบายดานสิ่งแวดลอม กรณีมีการโยกยายถิ่นฐานและมีการจายคาชดเชย ในขั้นตอนของการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดลอมและสิ่งแวดล อ มทาง สังคมนั้น หากการศึกษาเบื้องตนพบวาจากทางเลือกตาง ๆ ที่มีอยูโครงการจําเปน จะตองมีการโยกยายถิ่นที่อยูของชุมชน หรือมีการเวนคืนที่ดิน และจายคาชดเชยใน ด า นต า ง ๆ แล ว จะต อ งทํ า การศึ ก ษาในรายละเอี ย ดเรื่ อ งต า ง ๆ ที่ เ กี่ ย วข อ งอย า ง ครบถวน เชน การโยกยายถิ่นฐานและการชดเชยคาเสียหายซึ่งเปนเรื่องที่ละเอียดออน และจะตองไดรับการดูแลเปนพิเศษจากโครงการ รายละเอียดการจัดเตรียมแผนการ ตั้งถิ่นฐานใหมและการกําหนดคาชดเชย จะตองจัดเตรียมในขั้นหลังจากการจัดเตรียม โครงการ โดยการดําเนินงานดังกลาวจะตองพิจารณาถึงกฎหมายตาง ๆ ที่เกี่ยวของ ดวย


140

คําจํากัดความ ความไมสมัครใจ หมายถึง การกระทําที่อาจเกิดขึ้นโดยที่ประชาชนที่ถูก โยกยาย ไมไดยินยอมหรือไมไดมีทางเ���ือก การโยกยายถิ่นฐานใหม หมายความรวมถึงการอพยพโยกยาย การตั้งถิ่น ฐานใหม ที่ดิน หมายความรวมถึง พืชผลและสิ่งปลูกสรางถาวรบนที่ดินผืนนั้น เชน ตึก อาคาร ผลผลิตทางการเกษตร เปนตน

แนวนโยบาย วัตถุประสงคโดยรวมของการกําหนดแนวนโยบายนี้มีเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลด ผลกระทบทางลบจากโครงการเนื่องจากการโยกยายถิ่นที่อยู การเวนคืน และ/หรือ การรอนสิทธิ์ของบุคคล ดังนี้ 1. หากเปนไปไดพยายามหลีกเลี่ยง หรือ พยายามลดผลกระทบที่อาจจะมี ขึ้นโดยการศึกษาทางเลือกอื่นที่สามารถทําได 2. ใหความชวยเหลือผูที่จะตองโยกยายถิ่นที่อยูใหมีมาตรฐานชีวิตความ เปนอยู ความสามารถในการหารายได และผลผลิต ใหอยูในระดับเดิมหรือในระดับที่ ดีขึ้น 3. สนั บ สนุ น การมี ส ว นร ว มของชุ ม ชนในการวางแผนและดํ า เนิ น แผนการโยกยายถิ่นฐาน 4. ใหความชวยเหลือผูไดรับผลกระทบในทุกกรณีไมวาเขาเหลานั้นจะมี สิทธิและเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่อาศัยอยู โดยมีนโยบายในการดําเนินงานในขั้นตาง ๆ ดังนี้


141

ขั้นการจัดเตรียมแผนปฏิบัติการ 1. หากโครงการพัฒนาใด ๆ มีการตั้งถิ่นฐานใหมของประชาชนโดยไม สมัครใจหรือการเวนคืนที่ดิน เจาของโครงการจะตองดําเนินการ ดังนี้ 1) ประเมินลักษณะและระดับความสําคัญและขนาดของการอพยพ โยกยายหรือเวนคืนที่ดิน 2) แสวงหาทางเลือกในการออกแบบโครงการที่สามารถทําได เพื่อ หลีกเลี่ย งหรือ ลดการอพยพ โยกยาย หรือเวนคืน ที่ดินให นอ ย ที่สุด 3) พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวของ นโยบายรัฐบาล ศักยภาพและการ ดําเนินงานของหนวยงานที่เกี่ยวของในการโยกยายถิ่นฐานและ การจายคาชดเชย 4) หารือรวมกับหนวยงานที่เกี่ยวของเกี่ยวกับรายละเอียดในดานตาง ๆ ใหมากที่สุด ทั้งนี้จากผลการพิจารณาในขอ 1 - 4 จะนํามาสูการจัดเตรียมแผนการ ปฏิบัติการการตั้งถิ่นฐานใหม และการชดเชยการสูญเสีย (RCAP) จะตองเปนไปตาม หลักเกณฑการจัดการมีสวนรวมของประชาชน 2. กรณีตองมีการทําแผนปฏิบัติการ การตั้งถิ่นฐานใหมและการชดเชยการ สูญเสีย (RCAP) เจาของโครงการควรนําเสนอขอมูลในดานตาง ๆ อยางนอยดังนี้ 1) ลักษณะ ขนาดและระดับความสําคัญของการอพยพโยกยายหรือ จายคาชดเชย 2) เหตุผลในการเลือกการออกแบบของโครงการรวมทั้งมาตรการที่ จะปองกันและแกไขผลกระทบและหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้น


142 3) กฎหมายและกรอบนโยบายที่เกี่ยวของ 4) ประสบการณที่ผานมาของเจาของโครงการเกี่ยวกับประเด็นการ โยกยายถิ่นฐานใหมหรือการเวนคืน 5) ผลการประชุมหารือรวมกับหนวยงานปฏิบัติ 6) หลักเกณฑในการไดรับสิทธิ์ในคาชดเชยและการจัดหาถิ่นฐาน ใหมของบุคคลและชุมชนที่ไดรับผลกระทบ รวมทั้งหนาที่ความ รั บ ผิด ชอบของหนวยงานที่เกี่ยวขอ ง และกระบวนการในการ ดํ า เนิ น การแก ไ ขหรื อ ตอบสนองข อ เรี ย กร อ งของชุ ม ชนและ ขั้ น ตอนในการกํ า หนดค า ชดเชยตลอดจนการเตรี ย มแผนการ ติดตามผล กําหนดเวลาการติดตาม และงบประมาณ แผนการตั้งถิ่นฐานใหมและกําหนดคาชดเชยที่ดีควรจะตองประกอบดวย วั ต ถุ ป ระสงค และนโยบายที่ ชั ด เจน ครอบคลุ ม ผลกระทบที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น กํ า หนด มาตรการที่จะตองใชในการแกไขผลกระทบที่ชัดเจน เกณฑการไดรับผลประโยชน โครงสรางการเตรียมการปฏิบัติการ ซึ่งรวมถึงแผนการติดตามผล 3. หากผลกระทบนั้นไมมีนัยสําคัญ เชน มีผลกระทบกับประชาชนที่จะตอง ยายถิ่นจํ านวนน อย อาจพิจารณาจัดทําแผนปฏิบัติการตั้งถิ่นฐานใหมและกําหนด คาชดเชย ฉบับยอ โดยแผนการตั้งถิ่นฐานใหมควรมีขอมูลประกอบขั้นต่ําดังนี้ 1) การสํ า รวจจํ า นวนประชากรที่ ต อ งย า ยถิ่ น ฐานและมู ล ค า ของ ทรัพยสินที่ตองจายคาชดเชย 2) อธิบายถึงความชวยเหลือในการชดเชยและความชวยเหลือดาน อื่นที่เกี่ยวของกับการยายถิ่นฐานใหม 3) การปรึ ก ษาหารื อ กั บ ประชาชนที่ ไ ด รั บ ผลกระทบเกี่ ย วกั บ ทางเลือกที่ยอมรับได


143 4) หน า ที่ ค วามรั บ ผิ ด ชอบของหน ว ยงานในการดํ า เนิ น การและ กระบวนการรับฟงความคิดเห็น หรือขอกังวลของประชาชนและ กลไกในการตอบสนองขอคิดเห็นจากชุมชน 5) การเตรี ย มการดํ า เนิ น การและการติ ด ตาม รวมทั้ ง กํ า หนด ระยะเวลาและงบประมาณ และอื่น ๆ ตามความเหมาะสม 4. ในกรณีที่โครงการไมสามารถทราบถึงผลกระทบที่ชัดเจนที่อาจเกิดขึ้น ไดในชวงขั้นตอนการเสนอรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม โครงการอาจ จัดเตรียมเอกสารในลักษณะของกรอบแผนการตั้งถิ่นฐานใหมและการชดเชยการ สูญเสีย (Resettlement and Compensation Policy Framework : RCPF) และนําเสนอ ประกอบกับรายงาน แตกรอบแผนนี้จะตางจากแผนปฏิบัติการตั้งถิ่นฐานใหมและการ ชดเชยการสูญเสีย (หรือแผนฉบับยอแลวแตกรณี) ซึ่งจะตองมีการนําเสนอแผนในขั้น การออกแบบขั้นสุดทายหรือขั้นดําเนินโครงการ (แลวแตความเหมาะสม) การจัดทํา กรอบแผนการตั้งถิ่นฐานใหมและการชดเชยการสูญเสีย (RCPF) ควรประกอบดวย รายละเอียดขั้นต่ํา ดังตอไปนี้ 1) สรุปรายละเอียดโครงการและองคประกอบตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับ การเวนคื น และการย า ยถิ่ น ฐานที่ จํ า เป น ต อ งมี ก ารดํ า เนิ น การ รวมทั้งจะตองใหเหตุผลวาทําไมโครงการจึงไมสามารถจัดเตรียม แผนการตั้งถิ่นฐานใหมและกําหนดคาชดเชยไมวาจะเปนแบบยอ หรือแบบเต็มในขณะนี้ได 2) หลักการและวัตถุประสงคที่จะนํามาใชในการเตรียมการยายถิ่น ฐานใหมและขั้นตอนการดําเนินงาน 3) อธิบายขั้นตอนการจัดเตรียมและการอนุมัติแผนการตั้งถิ่นฐาน ใหม


144 4) คาดการณจํานวนประชากรที่จะไดรับผลกระทบ และใหทําการ จําแนกประเภทของผูรับผลกระทบ 5) หลักเกณฑในการพิจารณาจําแนกกลุมประชาชนที่จะไดรับการ ชดเชยจากผลกระทบ 6) วิ ธี ก ารและขั้ น ตอนในการพิ จ ารณาประเมิ น ค า ชดเชย ตี ค า สิ น ทรั พ ย กระบวนการในการให สิ่ ง ชดเชยตามสิ ท ธิ ที่ พึ ง ได รายละเอียดในการดําเนินงาน 7) อธิบายถึงกลไกการตอบสนองความต องการหรือความคิดเห็น ของชุมชน ตลอดจนการเตรียมการในดานงบประมาณที่จะใชใน การตั้ ง ถิ่ น ฐานใหม ซึ่ ง รวมถึ ง การเตรี ย มการและทบทวนการ ประเมินคาใชจายดานการเงิน การหมุนเวียนของเงินในโครงการ และการเตรียมการหากมีความจําเปนตองใชจายเงินในประเภท หรือในกรณีที่ไมไดเตรียมการไว 8) อธิบายมาตรการตาง ๆ ที่ใชในการปรึกษาหารือ การมีสวนรวม ของผูไดรับผลกระทบในการจัดทําแผน ขั้นตอนการดําเนินงาน และการติดตามผลการเตรียมการของโครงการซึ่งอาจดําเนินการ โดยโครงการเองหรืออาจใหหนวยงานอิสระภายนอกดําเนินการ ในกรณีที่มีการรองขอ 5. ในกรณี ที่ ก ารตั้ ง ถิ่ น ฐานใหม ห รื อ เวนคื น ที่ ดิ น มี ผ ลกระทบต อ ชุ ม ชน ทอ งถิ่นดั้งเดิม ที่มีวัฒนธรรมในการใชท่ีดิน และการผลิตแบบดั้งเดิม หรือ มีความ ซับซอน หรืออาจมีผลกระทบอยางมีนัยสําคัญกับการคงอยูทางเอกลักษณวัฒนธรรม ของชุมชน เจาของโครงการควรพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ ที่จะหลีกเลี่ยงการที่จะตอง ยายถิ่นฐานของชุมชนนี้ หากไมส ามารถทําได โครงการจะตอ งจัดทําแผนพัฒนา


145 ชุมชนดั้งเดิม (Indigenous Development Plan : IDP) หรือกรอบนโยบายการพัฒนา ชุมชนดั้งเดิม (Indigenous Development Policy Framework : IDPF) และยื่นเสนอ พร อ มรายงานการวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ ม หรื อ รายงานผลกระทบ สิ่งแวดลอ มเบื้องตน โดยแผนดังกลาวจะตองจัดเตรี ย มและปรึกษาหารือ รวมกั บ ชุมชนอยางใกลชิด

ขั้นการปรึกษาหารือ 6. เพื่อใหแนใจวาไดจัดการมีสวนรวมของประชาชนและการปรึกษาหารือ ไดผลลัพธที่มีความหมายอยางแทจริง (Meaningful Participation) เจาของโครงการ จะตองใหขอมูลที่เกี่ยวของตอชุมชนที่ไดรับผลกระทบในชวงเวลาที่เหมาะสม และ ใหสอดคลองเหมาะสมกับวัฒนธรรมของชุมชน (โดยเฉพาะกับชุมชนดั้งเดิม) เจาของ โครงการจะตองคํานึงถึงความเหมาะสมในดานการใหขอมูลขาวสาร การหารือ ภาษา ที่ใช ขอมูลที่งายตอความเขาใจของชุมชน การจัดการประชุม สถานที่และวิธีการที่ให ชุมชนสามารถเขารวมและเสนอความคิดเห็นไดอยางเต็มที่ 7. จะตองแนใจวามีการใหขอมูลอยางโปรงใส เปดเผย มีขอมูลของกลุม ตาง ๆ ที่เกี่ยวของ การปรึกษาหารือ และมาตรการที่เกี่ยวของ และนํามารวบรวมไวใน ภาคผนวกของรายงานการมีสวนรวมของประชาชน ทั้งนี้ ในการดําเนินโครงการที่ดี นั้นทางโครงการควรจะตองเปดเผยแผนการตั้งถิ่นฐานใหมและการกําหนดคาชดเชย ใหประชาชนรับทราบดวย 8. แผนปฏิบัติการดังกลาวควรจะตองรวมมาตรการตาง ๆ เพื่อใหแนใจวา ประชาชนที่จะตองยายถิ่นฐานไดรับทราบขอมูลเกี่ยวกับทางเลือกและสิทธิเกี่ยวกับ การยายถิ่นฐาน ไดมีการปรึกษาหารือ ใหขอเสนอทางเลือกตาง ๆ ที่เปนไปไดในดาน เทคนิคและดานเศรษฐศาสตร รวมทั้งจัดใหมีการจายคาชดเชยตามราคาเต็มของความ เสียหายซึ่งเกิดจากโครงการอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


146 9. ในกรณีที่ชุมชนดั้งเดิมหรือกลุมที่ดอยโอกาสทางสังคมไดรับผลกระทบ จะตองแนใจวาชุมชนเหลานั้นไดมีโอกาสรวมแสดงความคิดเห็นตอโครงการและ ขั้นตอนการดําเนินงาน นอกจากนั้น ตองไดพยายามหลีกเลี่ยงหรือลดผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นกับชุมชนเหลานั้น และหากเปนไปไดชุมชนเหลานั้นควรไดรับประโยชนจาก โครงการตามความเหมาะสมดวย

ขั้นการพิจารณาแผนปฏิบัติการ 10. ในระหวางการพิจารณาแผนปฏิบัติการ ควรพิจารณาในประเด็นเหลานี้ ดวย - ขอผูกมัดและศักยภาพของเจาของโครงการในการจัดการโยกยายถิ่น ฐานใหมและการเวนคืนที่ดิน - ความเปนไปไดของมาตรการที่เสนอเพื่อปรับปรุงหรือฟนฟูความ เปนอยูและมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชน - พิ จ ารณาเงิ น ทุ น ของโครงการว า มี ค วามเพี ย งพอต อ การดํ า เนิ น กิจกรรมการโยกยายถิ่นฐานใหม - พิจารณาความเสี่ยงหรือปญหาที่มีนัยสําคัญ รวมถึงความเสี่ยงที่เกิด จากการดําเนินมาตรการตาง ๆ ไมครบถวนเพียงพอ อันจะทําใหผู อพยพโยกยายถิ่นประสบกับปญหาความยากจน - มีการติดตามและประเมินผลการดําเนินการตามแผนการขั้นตอน และกลไกในการยายถิ่นฐานจากองคการอิสระ

ขั้นดําเนินการและติดตาม 11. เจ า ของโครงการมี ห น า ที่ ใ นการปฏิ บั ติ ต ามแผนปฏิ บั ติ ก ารที่ ไ ด นําเสนอตามขั้นตอนการอนุมัติรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม การยาย


147 ถิ่น ฐานและการจ ายค า ชดเชยจะต อ งให เสร็ จ เรี ย บรอ ยก อ นการก อ สรา ง การจ า ย ค า ชดเชยให เ สร็ จ สิ้ น ก อ นการก อ สร า งมี ค วามสํ า คั ญ มาก ทั้ ง นี้ เ พื่ อ ให มั่ น ใจว า สถานการณของผูที่ไดรับผลกระทบจะไมต่ํากวาในชวงกอนโครงการเริ่มดําเนินการ นอกจากนี้ โ ครงการควรจั ด ให มี ก ารติ ด ตามและประเมิ น อย า งมี ส ว นร ว มจาก ประชาชน 12. หนวยงานที่มีหนาที่ในการติดตามผลการดําเนินงาน ใหเปนไปตาม แผนปฏิบัติการ เพื่อใหมั่นใจวากระบวนการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมและ ดําเนินการตามมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมและสิ่งแวดลอมทาง สังคมเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ และนําผลการติดตามมาประมวลไวในรายงานการ ติดตามผลการดําเนินงานดวยบทเรียนตาง ๆ จากการดําเนินงานที่ผานมาควรนํามาใช ทบทวน ปรับปรุง หรือพัฒนาแนวนโยบายหรือพัฒนาแนวทางทางเทคนิควิชาการ ตามความเหมาะสม


148 ตารางที่ 1 ขั้นตอนและกิจกรรมการมีสวนรวมของประชาชน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมในกระบวนการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมและการพัฒนาโครงการ ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ/ ขั้นตอนการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม 1. ขั้นการวางแผนและเตรียมการ 1.1 ขั้นกอนการศึกษาความ เป น ไปได ข องโครงการ/การศึ ก ษา ผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน

หลักการการมีสวนรวม

กิจกรรมการมีสวนรวม

ในขั้นตอนการวางแผนและเตรียมการนี้โครงการควร เนน 1. การเปดเผยขอมูลขาวสารอยางเปนระบบตอผูมีสวน ไดเสีย 2. ทําการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตนและการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมเบื้องตนอยาง มีสวนรวม โดยคํานึงเนื้อหาเทคนิค วิธีการที่สามารถ ให ผู มี ส ว นได เ สี ย ได เ ข า ร ว มในกระบวนการศึ ก ษา เบื้องตนใหมากที่สุดโดยในขั้นตอนการทําการศึกษา ผลกระทบสิ่ ง แวดล อ มเบื้ อ งต น นี้ ผู ศึ ก ษาจํ า เป น ที่ จะต อ งให ข อ มู ล โครงการและทํ า การหารื อ กั บ กลุ ม ตาง ๆ ที่เกี่ยวของเพื่อกําหนดแนวโนม

1. การเปดเผยขอมูลขาวสารของโครงการใหประชาชนและ ผูมีสวนไดเสียทราบตามขอ 7 ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ซึ่ง กําหนดวาขอมูลที่เจาของโครงการจะตองเผยแพรแกประชาชน อยางนอยตองประกอบดวย ก) เหตุผลความจําเปนและวัตถุประสงคของโครงการ ข) สาระสําคัญของโครงการ ค) ผูดําเนินการ ง) สถานที่ที่จะดําเนินการ จ) ขั้นตอนและระยะเวลาดําเนินการ ฉ) ผลผลิตและผลลัพธของโครงการ ผลประโยชนใน ดานบวกที่ผูมีสวนไดเสียแตละกลุมจะไดรับ


149 ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ/ ขั้นตอนการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม

หลักการการมีสวนรวม ผลกระทบสิ่งแวดลอมและผลกระทบสิ่งแวดลอมทาง สังคมของโครงการ ออกแบบและหาทางเลือกเกี่ยวกับ ที่ตั้งของโครงการและเลือกองคประกอบที่สํา คัญใน การวิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ มและผลกระทบ สิ่งแวดลอมทางสังคมที่จะสามารถชวยกําหนดประเด็น และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได

กิจกรรมการมีสวนรวม ช) ผลกระทบในดานลบที่อาจเกิดขึ้นแกประชาชนที่อยู อาศัย หรือประกอบอาชีพอยูในสถานที่ที่จะดําเนิน โครงการและพื้นที่ใกลเคียง และประชาชนทั่วไป รวมทั้งมาตรการปองกันแกไขความเดือดรอนหรือ ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากผลกระทบดังกลาว ซ) ประมาณการคาใชจายในกรณีที่หนวยงานของรัฐจะ เปนผูดําเนินโครงการของรัฐเองใหระบุที่มาของเงิน ที่ จ ะนํ า มาใช จา ยในการดํ า เนิ นโครงการและตาม ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการรับฟงความ คิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 กรณีมีการรับฟง ความคิดเห็นของประชาชน กําหนดเวลาการเปดเผย ข อ มู ล ให เ ป น เวลาไม น อ ยกว า สิ บ ห า วั น ก อ นเริ่ ม ดําเนินการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนรวมทั้ง ใหเจาของโครงการหรือหนวยงานของรัฐประกาศ สรุปผลการรับฟงความคิดเห็นใหประชาชนทราบ ภายในสิ บ ห า วั นภายหลั ง วัน ที่ เ สร็ จ สิ��� น การรั บ ฟ ง ความคิดเห็น


150 ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ/ ขั้นตอนการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม

หลักการการมีสวนรวม

กิจกรรมการมีสวนรวม 2. จัดทําแผนงานการใหขอมูลขาวสารและการมีสวนรวม ของผูมีสวนไดเสียในขั้นตอนตาง ๆ ของโครงการและประกาศ ใหผูมีสวนไดเสียทราบลวงหนา เพื่อที่ชุมชนจะสามารถเขารวม การหารือไดอยางมีประสิทธิภาพ 3. จั ด ทํ า การศึ ก ษาผลกระทบสิ่ ง แวดล อ มเบื้ อ งต น และ สิ่ ง แวดล อ มทางสั ง คมเบื้ อ งต น อย า งมี ส ว นร ว มโดยการใช เทคนิ คการให ขอ มูลและการหารื อที่ เหมาะสมกั บสภาพของ พื้น ที่และชุมชนโดยพิ จารณาองค ประกอบการจั ดการมีส ว น รวมของประชาชนเพื่อใหไดผลลัพธที่มีความหมายอยางแทจริง

1.2 ขั้นการศึกษาความเปนไปได ในขั้นตอนนี้เปนขั้นตอนที่ทางโครงการทราบแลว และรายละเอี ย ดของโครงการ/ การ วาโครงการอาจกอใหเกิดผลกระทบอันมีนัยสําคัญทาง ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอม สิ่งแวดลอมหรือโครงการมีความจําเปนจะตองจัดทํา รายงานการวิเ คราะห ผลกระทบสิ่ งแวดล อ ม ซึ่ ง หาก โครงการมีการศึ กษาผลกระทบสิ่งแวดล อมเบื้ อ งตน และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอมทางสังคมมา

1. โครงการเสนอรางขอเสนอโครงการและขอบเขตการศึกษา ตอประชาชน โดยการประกาศใหประชาชนและผูมีสวนไดเสีย ทราบ (ตามขอ 7 ของระเบียบสํานักนายกฯ) เพื่อใหขอเสนอแนะ ตอโครงการควรมีการปดประกาศไวโดยเปดเผย ณ สถานที่ปด ประกาศของหน ว ยงานท อ งถิ่ น ของรั ฐ สถานที่ ที่ จ ะดํ า เนิ น โครงการ และชุมชนที่เกี่ยวของ หากทางโครงการจะจัดใหมีการ หารือกับชุมชนในเรื่องนี้โครงการควรจะประกาศใหชุมชนทราบ


151 ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ/ ขั้นตอนการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม

หลักการการมีสวนรวม

กิจกรรมการมีสวนรวม

ก อ น ให นํ า ผลการศึ ก ษาเบื้ อ งต น มาประกอบการ พิจารณากําหนดขอบเขตการศึกษา ดังนั้น การมีสวน รว มในขั้นนี้ เปนการใหข อ มูล รางข อเสนอโครงการ และขอบเขตการศึกษารายงานการวิเคราะหผลกระทบ สิ่ ง แวดล อ ม เพื่ อ ให ป ระชาชนได รั บ ทราบตั้ ง แต ต น หากมี ป ระเด็ น ที่ ป ระชาชนเป น ห ว งเป น ใย จะได ทําการศึกษาใหครอบคลุมในขั้นตอไป

รายละเอียดการหารือ เปนเวลาไมนอยกวาสิบหาวันกอนการ หารือ 2. ทําการจัดเก็บขอมูลและจัดการหารือกับผูมีสวนไดเสียใน ทุกกลุม ในประเด็นสําคัญ ๆ ตาง ๆ โดยเฉพาะแนวทางเบื้องตน และมาตรการปองกันและแกไขลดผลกระทบ 3. ขอเสนอแนะทั้งหมดที่ไดจากการศึกษาและการหารือตอง นํามาผนวกไวในรายงานฉบับสุดทาย สําหรับโครงการใหญ และซ้ําซอนควรดําเนินการปรึกษาหารือและตองแนใจวาการ หารือนั้นครอบคลุมผูมีสวนไดเสียทุกกลุม 4. วางแผนการมีสวนรวมของประชาชนสําหรับขั้นตอน ตอไป กรณีมีการเวนคืนหรือโยกยายชุมชน 5. จัดใหมีการวางแผนการโยกยายชุมชน และการชดเชย ค า เสี ย หายโดยการมี ส ว นร ว มของชุ ม ชนที่ ไ ด รั บ ผลกระทบ ตอไป 6. โครงการจะตองจัดสงรายงานการหารือกลับใหชุมชน ทราบ ควรปดประกาศรายงานภายใน 15 วันหลังการหารือ


152 ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ/ ขั้นตอนการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม 1.3 ขั้นการศึกษาขั้นสุดทาย

2. ขั้นการพิจารณารายงาน

หลักการการมีสวนรวม

กิจกรรมการมีสวนรวม

เปดเผยรางรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม 1. เปดเผยรางรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ในประชาชนและผูมีสวนไดเสียใหขอเสนอแนะ ใหประชาชนและผูมีสวนไดเสียเพื่อใหขอเสนอแนะ โดยควรให เวลาประชาชนและผูมีสวนไดเสียไมนอยกวา 30 วัน ทั้งนี้ตอง สรุ ปผลการประชุ มหารื อและข อ เสนอแนะเพื่ อ เตรี ย มจั ด ทํ า รายงานฉบับสมบูรณและเตรียมเสนอมาตรการปองกันและแกไข ผลกระทบสิ่งแวดลอมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพ สิ่งแวดลอม 2. ควรจัดเวทีสาธารณะ (Public meetings) หรือทําประชา พิจารณ (Public hearings) ในขั้นรางรายงานการวิ เคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม เพื่อให ผูเกี่ ยวของให ขอเสนอแนะและ พิจารณามาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอม ใหขอมูลผูรับผิดชอบในการพิจารณาและขั้นตอน 1.1 คณะกรรมการพิจารณา โดยมีตัวแทนขององคกร การพิจารณาพรอมทั้งระยะเวลา พัฒนาเอกชนรวมในคณะดวย 1.2 ในชวงระหวางการพิจารณานี้ประชาชนและหนวยงาน ที่เกี่ยวของสามารถสงขอเสนอแนะใหทางคณะกรรมการเพื่อเปน ขอมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาอนุมัติ


153 ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ/ ขั้นตอนการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม

3. ขั้นการดําเนินการและติดตามผล

หลักการการมีสวนรวม

1. ใหขอมูลกับผูไดรับผลกระทบและชุมชนทองถิ่น เปนระยะ ๆ ในระหวางการกอสราง 2. กระตุนใหชุมชนทองถิ่นมีสวนรวมในการติดตาม 3. ในชวงของการดําเนินการและติดตามผล โครงการ จะตองจัดใหมีการเสริมสรางความเขมแข็งแกองคกรที่ ไดรับผลประโยชน การเสริมสรางขีดความสามารถใหแก ชุมชนเปาหมายในการรับประโยชนจากโครงการ

กิจกรรมการมีสวนรวม 1.3 ผลการพิ จ ารณารายงาน ควรต อ งแจ ง ผู ไ ด รั บ ผลกระทบ ชุมชนที่เกี่ยวของ และสาธารณชนไดรับทราบ 1.1 ใหขอมูลผลการอนุมัติโครงการแกผูมีสวนไดเสีย และสาธารณชนในระยะเวลาที่เหมาะสมไมควรเกิน 15 วันหลัง การอนุ มั ติ อาจใช วิ ธี ก ารป ด ประกาศในหน ว ยการปกครอง ทองถิ่นและสถานที่ตั้งโครงการ หรืออาจใชวิธีการสื่อสารอื่น เชน เสียงตามสาย วิทยุชุมชน ประกาศในหนังสือพิมพ ทั้งนี้ให เหมาะสมกับขนาดและลักษณะของโครงการ 1.2 จัดตั้งศูนยใหขอมูลกับประชาชนอยางเปนระบบ 1.3 พยายามสนับสนุนใหมีการติดตามประเมินผลอยางมี ส ว นร ว ม อาจมี ก ารตั้ ง คณะทํ า งานแบบหลายฝ า ยขึ้ น เพื่ อ ทบทวน ติดตามการทํางาน เทคนิคการติดตามอาจใชประชุม สรุปการทํางานของโครงการเปนระยะ ๆ หรือดําเนินการสํารวจ ผูไดรับประโยชนและผูรับผลกระทบจากโครงการ 1.4 ใหขอมูลแผนการติดตาม ที่กําหนดลักษณะการเก็บ ขอมูล รูปแบบการติดตามผล ระยะเวลาและแนวทางการมีสวน รวมของประชาชนในกระบวนการติดตาม


154 ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ/ ขั้นตอนการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม

หลักการการมีสวนรวม

กิจกรรมการมีสวนรวม 1.5 จัดการทบทวนและการประเมินประสิทธิภาพของ กระบวนการประเมิ น ผลกระทบและแผนการลดผลกระทบ รวมกับผูมีสวนไดเสียเปนระยะ ๆ 1.6 จัดกิจกรรมเสริมสรางศักยภาพของชุมชนเปาหมาย เพื่อใหไดรับผลประโยชนจากโครงการอยางเต็มที่


155 ตารางที่ 2 แนวทางการประยุกตใชเทคนิคการมีสวนรวมในการบริหารโครงการในภาพรวม ขั้นตอน

เทคนิค           

 

เวทีสาธารณะ การพบปะแบบไมเปนทางการ คณะทํางานเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูล การประชุมเชิงปฏิบัติการ คณะที่ปรึกษา การสัมภาษณรายบุคคล การสนทนากลุมยอย การแสดงความคิดเห็นผานเว็บไซต การสํารวจความคิดเห็น สายดวนสายตรง การปรึกษาหารืออยางเปนทางการ (ประชาพิจารณ) เอกสารขอเท็จจริง จดหมายขาว

(1) การริเริ่ม โครงการ

(2) การออกแบบ โครงสราง

(3) การวางแผน โครงการ

(4) การควบคุม ติดตามผล

(5) การประเมิน และตรวจสอบ โครงการ

y

(6) การตัดสินใจ เกี่ยวกับอนาคต ของโครงการ y

y

y y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y y

y

y

y


156 ขั้นตอน

เทคนิค

(1) การริเริ่ม โครงการ

(2) การออกแบบ โครงสราง

(3) การวางแผน โครงการ

รายงานการศึกษา y y y y y  วีดิทัศน y y  การจัดตั้งศูนยขอมูลขาวสาร y y  การแถลงขาว y y  เวทีนําเสนอขอมูล y  การสื่อสารผานวิทยุกระจายเสียง y y  การจั ด สั ม มนาทางวิ ช าการให แ ก สื่อมวลชน y  หอกระจายขาวชุมชน y  ทัศนศึกษา/เยี่ยมชมโครงการ y y y  การนําเสนอ  การชี้แจงประชาชนในการประชุ ม y y y ของราชการ ที่มา : คูมือการมีสวนรวมของประชาชน, มูลนิธิปริญญาโทนักบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, 2546

(4) การควบคุม ติดตามผล

(5) การประเมิน และตรวจสอบ โครงการ

(6) การตัดสินใจ เกี่ยวกับอนาคต ของโครงการ

y



y

y

y

y y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y

y


157 ตารางที่ 3 แสดงการประยุกตใชเทคนิคการมีสวนรวมในขั้นตอนการริเริ่มโครงการ ขั้นตอน การคัดเลือก แนวทางจัดการ ที่เหมาะสม  เวทีสาธารณะ ใชสําหรับหารือเพื่อเสนอแนะ สาเหตุ ข องป ญ หาให ค ณะ ทํางานแลกเปลี่ยนขอมูลนําไป ประกอบการจัดทําทางเลือกใน การจัดการตอไป  การพบปะแบบ ใช สํ าหรั บการสอบถามข อมู ล ใช สํ าหรั บ การสอบถามข อ มู ล ใช สํ า หรั บ แลกเปลี่ ย นความ ไมเปนทางการ ปญหาและความตองการเฉพาะ และขอคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุ คิดเห็นอยางไมเปนทางการใน กลุมอยางเฉพาะเจาะจง และเป า หมายที่ แ ต ล ะกลุ ม การกํ า หนดทางเลื อ กในการ ตองการใหเกิดขึ้น แกไขปญหา

เทคนิค

 คณะทํ า งานเพื่ อ

แลกเปลี่ยนขอมูล

การระบุ และจัดลําดับความสําคัญ ของปญหา ใชสําหรับหารือสภาพปญหาและ ความต อ งการของประชาชน ผู เกี่ ยวข องในวงกว างแก คณะ ทํางานแลก เปลี่ยนขอมูล

การวิเคราะห สาเหตุเพื่อกําหนด วัตถุประสงค/เปาหมาย ใชสําหรับหารือเพื่อเสนอแนะ สาเหตุ ข องป ญ หาให ค ณะ ทํางานแลกเปลี่ยนขอมูลนําไป ประกอบการพิจารณา

ใชประกอบเทคนิคการมีสวน ร ว มประเภทอื่ น ในการรวบ รวมคํ าถามหรื อ ข อสงสั ย ของ ชุ ม ช น เ ช น เ ท ค นิ ค เ ว ที สาธารณะ

การนําเสนอ หลักการโครงการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิ ใชสําหรับหารือเพื่อปรับหลักการ ของโครงการใหมีความเหมาะสม กอนเขาสูการพิจารณาอนุมัติ

ใช สํ า หรั บการนํ า เสนอหลั กการ ของโครงการเพื่ อ ให ป ระชาชน แต ล ะกลุ ม ที่ นั ด พบอย า งไม เ ป น ทางการแสดงความคิดเห็นในการ ปรับปรุงแกไข


158 ขั้นตอน

เทคนิค  การประชุม

เชิงปฏิบัติการ

 คณะที่ปรึกษา

 การสัมภาษณ

การระบุ และจัดลําดับความสําคัญ ของปญหา ใช สํ า หรั บ การระดมความ คิ ด เห็ น เพื่ อ กํ า หนดขอบเขต ข อ ง ป ญ ห า แ ล ะ จั ด ลํ า ดั บ ความสํ า คัญของปญ หาควบคู กับ การให ค วามรู ค วามเข า ใจ เพิ่มเติม ใชสําหรับการใหขอเสนอแนะ ในการสํ า รวจและประเมิ น ป ญ ห า ค ว า ม ต อ ง ก า ร ข อ ง ประชาชนในพื้นที่

การวิเคราะห การคัดเลือก สาเหตุเพื่อกําหนด แนวทางจัดการ วัตถุประสงค/เปาหมาย ที่เหมาะสม ใช สําหรับระดมความคิ ดเห็ น ใช สําหรับระดมความคิ ดเห็ น เพื่ อ หาสาเหตุ แ ละกํ า หนด เ พื่ อ กํ า ห น ด แ ล ะ คั ด เ ลื อ ก วัตถุประสงค/เปาหมายรวมกัน ทางเลือก โดยมีการใหความรู ห รื อ ข อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ ค ว า ม เปนไปไดและความเหมาะสม ของทางเลือกตาง ๆ ใช สํ า หรั บ การให ข อ คิ ด ทาง ใชสําหรับการใหขอเสนอแนะ เทคนิคที่จําเปนตอการวิเคราะห ในการประเมินความเปนไปได สาเหตุ ค วามสั ม พั น ธ ระหว า ง ท า ง ด า น เ ท ค นิ ค สํ า ห รั บ สาเหตุดานตาง ๆ ประกอบการพิจารณาทางเลือก

การนําเสนอ หลักการโครงการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิ ใชสําหรับระดมความคิดเห็นเพื่อ จัดทําหรือปรับปรุงหลักการของ โครงการ

ใชสําหรับการใหขอเสนอแนะใน การจัดเตรียมหลักการสําคัญของ โครงการ โดยคํานึงถึงขอมูลและ ขอคิดเห็นที่ไดรับจากประชาชน ผานเทคนิคประเภทอื่น ใช สํ า หรั บ การสํ า รวจป ญ หา ใ ช สํ า ห รั บ ก า ร ส อ บ ถ า ม ใช สํ า หรั บ การสอบถามแนว ใช สํ า หรั บ สอบถามข อ คิ ด เห็ น และความตอ งการแบบตั ว ตอ ขอเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ ทางการแกไขปญหาที่เปนจริง ของแกนนํากลุมเกี่ยวกับหลักการ ตัวเพื่อใหทราบถึงสถานการณ ในพื้นที่ที่ อาจเปนสาเหตุข อง ในพื้นที่ที่ผานมาในอดีต ของโครงการกอนมีการปรับจริง ที่เปนจริง ปญหา


159 ขั้นตอน การระบุ และจัดลําดับความสําคัญ ของปญหา  การสนทนากลุ ม y นําขอมูลสภาพปญหาและ ยอย ความต อ งการที่ ไ ด จ ากการ สํารวจความคิดเห็นมาสอบถาม ใหเกิดความเจาะจงชัดเจน y สํารวจทัศนคติของประชาชน ต อ สภาพป ญ หาที่ เ กิ ด ขึ้ น ใน พื้นที่  การแสดงความ คิ ด เ ห็ น ผ า น เว็บไซต

เทคนิค

การวิเคราะห สาเหตุเพื่อกําหนด วัตถุประสงค/เปาหมาย ใชสําหรั บการสอบถามความ คิ ด เห็ น หรื อ ข อ มู ล เพื่ อ พิ สู จ น สมมติฐานเกี่ยวกับสาเหตุของ ปญหา

เป ด โอกาสให ป ระชาชนมี ชองทางเพิ่ มเติ มในการแสดง ความคิ ด เห็ น หรื อ ให ข อ มู ล เกี่ยวกับการเริ่มโครงการ

การคัดเลือก แนวทางจัดการ ที่เหมาะสม ใชสําหรับการสอบถามทัศนคติ ข อ ง ก ลุ ม เ กี่ ย ว กั บ ข อ ค ว ร คํ า นึ ง ถึ ง ในการกํ า หนดและ ประเมินทางเลือกตาง ๆ ในการ จัดเก็บปญหา

การนําเสนอ หลักการโครงการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิ ใชสําหรับสอบถามความคิดเห็น เพิ่ ม เติ ม เกี่ ย วกั บ หลั ก การของ โครงการเพื่ อ ประมวลความ คิดเห็นในการจัดทําโครงการใน รายละเอียดตอไป


160 ขั้นตอน

เทคนิค  การสํารวจ

ความคิดเห็น

 สายดวน

สายตรง

การระบุ และจัดลําดับความสําคัญ ของปญหา

การวิเคราะห สาเหตุเพื่อกําหนด วัตถุประสงค/เปาหมาย ใช สํ าหรั บการสอบถามความ คิ ด เห็ น , ทั ศ นคติ และเป ด โอกาสในการให ข อ มู ล จาก ประชาชนในวงกว า งภายใน เวลาจํากัดเพื่อนํามาเปนกรอบ ในการทดสอบประเมิ นความ เป น จริ ง ในเรื่ อ งต า ง ๆ อย า ง เจาะจงตอไป เป ด โอกาสให ป ระชาชนมี ชองทางเพิ่ มเติ มในการแสดง ความคิ ด เห็ น เกี่ ย วกั บ การเริ่ ม โครงการ

การคัดเลือก แนวทางจัดการ ที่เหมาะสม

การนําเสนอ หลักการโครงการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิ


161 ขั้นตอน การระบุ และจัดลําดับความสําคัญ ของปญหา  การปรึ ก ษาหารื อ ใ ช สํ า ห รั บ ก า ร รั บ ท ร า บ อยางเป นทางการ ข อคิ ดเห็ นและทั ศนคติ ที่ มี ต อ (ประชาพิจารณ) ส ภ า พ ป ญ ห า แ ล ะ ร ะ ดั บ ความสํ า คั ญ ของป ญ หาจาก ประชาชนกลุมตาง ๆ โดยมีการ ใหขอคิดเห็นจากผูชํานาญการ

เทคนิค

 เอกสาร

ขอเท็จจริง

การวิเคราะห สาเหตุเพื่อกําหนด วัตถุประสงค/เปาหมาย ใช สํ า หรั บ การเป ด โอกาสให กลุ ม ผู มี ส ว นได ส ว นเสี ย ที่ หลากหลายสะท อ นทั ศ นะ เกี่ยวกับสาเหตุของปญหา โดย เป ด โอกาสให ผู ชํ า นาญการ แสดงความคิ ด เห็ น เพิ่ ม เติ ม ประกอบการพิ จ ารณาของผู รวมดวย ใช สํ า หรั บ การให ข อ มู ล ทาง สถิ ติ แ ละหลั ก การนโยบาย เ กี่ ย ว กั บ ป ร ะ ช า ช น เ พื่ อ ประกอบการพิ จารณาหรื อใช อา งอิ ง สํ าหรั บ การมี ส ว นร ว ม แส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ริ เ ริ่ ม โครงการในขั้นตอนตาง ๆ

การคัดเลือก แนวทางจัดการ ที่เหมาะสม ใชสําหรับรับฟ งความคิดเห็ น ของกลุ ม ผู มี ส ว นได เสี ย ที่ หลากหลายในการแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบของ แนวทางการจั ดการปญหาใน แตละทางเลือก

การนําเสนอ หลักการโครงการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิ ใ ช สํ า ห รั บ รั บ ฟ ง ข อ คิ ด เ ห็ น เกี่ ย วกั บ ความเหมาะสมของ โครงสรางเบื้องตนกอนการแกไข เพื่อเสนอใหพิจารณาอนุมัติตอไป


162 ขั้นตอน

เทคนิค  จดหมายขาว

 รายงาน

การศึกษา

การระบุ และจัดลําดับความสําคัญ ของปญหา

การวิเคราะห สาเหตุเพื่อกําหนด วัตถุประสงค/เปาหมาย yใชสําหรับการเสนอขาวสาร ความคื บ หน า ที่ ป ระชาชนให ความสนใจในระหว า งการ ริเริ่มโครงการ yเป ด โอกาสให ป ระชาชนมี ช อ งทางในการแสดงความ คิ ด เ ห็ น เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ริ เ ริ่ ม โครงการเพิ่ ม เติ ม (เช น โดย การเขี ย นบทความข อ คิ ด เห็ น เปนตน) ใชสําหรับการเผยแพรผลสรุ ป การศึ ก ษาหรื อ ผลการแลก เปลี่ยนความคิดเห็นในขั้นตอน การริเริ่มโครงการใหประชาชน รับทราบ

การคัดเลือก แนวทางจัดการ ที่เหมาะสม

การนําเสนอ หลักการโครงการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิ


163 ขั้นตอน

เทคนิค  วีดิทัศน

 การจัดตั้ง

ศูนยขอมูล ขาวสาร

 การแถลงขาว

การระบุ การวิเคราะห และจัดลําดับความสําคัญ สาเหตุเพื่อกําหนด ของปญหา วัตถุประสงค/เปาหมาย ใช สํ า หรั บ การนํ า เสนอภาพ ใช สํ า หรั บ การนํ า เสนอภาพ เหตุการณปญหาจริง หรือการ เหตุ ก ารณ ห รื อ ที่ ตั้ ง จุ ด ที่ เ ป น สั ม ภาษณ ป ระชาชนในพื้ น ที่ สาเหตุของปญหา ปญหา ใช สํา หรั บ เป นแหล ง ข า วรวม ขอมูล, รายงานการศึกษาหรือ บทสั ม ภาษณ ใ นระหว า งการ ริ เ ริ่ ม โครงการในลั ก ษณะที่ ประชาชนกลุมตาง ๆ สามารถ เ ข า ถึ ง เ พื่ อ ค น ค ว า อ า ง อิ ง ประกอบการตัดสินใจได ประชาสั ม พั น ธ ใ ห ป ระชาชน เกิ ด ความสนใจเข า มามี ส ว น รวมในการริเริ่มโครงการ

การคัดเลือก แนวทางจัดการ ที่เหมาะสม ใช สํ า หรั บ การนํ า เสนอภาพ แนวทางปฏิ บั ติ สํ า หรั บ แก ไ ข ปญหาที่เคยมีการปฏิบัติมาแลว ทั้ ง ในพื้ น ที่ ห รื อ ที่ เ ป น กรณี ศึกษาจากแหลงอื่น

การนําเสนอ หลักการโครงการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิ ใช สํ า หรั บ การนํ า เสนอภาพ กิ จ กรรมการมี ส ว นร ว มของ ประชาชน ประกอบการนําเสนอ โครงการเพื่ออนุมัติ


164 ขั้นตอน

เทคนิค  เวทีนําเสนอ

ขอมูล

 การสื่อผานวิทยุ

กระจายเสียง

การระบุ และจัดลําดับความสําคัญ ของปญหา

การวิเคราะห สาเหตุเพื่อกําหนด วัตถุประสงค/เปาหมาย yใช ใ นกรณี ที่ ต อ งการให สื่อมวลชนชวยกระจายขาวให ประชาชนเกิ ด ความเข า ใจ ข อ มู ล ที่ ถู ก ต อ งในการริ เ ริ่ ม โครงการ yใช ใ นกรณี ที่ ต องการให สื่อมวลชนกระตุนความสนใจ เขามามีสวนรวม ใ ช สํ า ห รั บ ก า ร นํ า ข อ มู ล เกี่ยวกับสภาพปญหาและแนว ทางการจัดการปญหาเผยแพร ไปสู ป ระชาชนในวงกว า ง เพื่ อ ให ร ว มกั น แสดงความ คิด เห็ นผ านทางจดหมายหรื อ ไปรษณียบัตรในระหวางริเริ่ม โครงการ

การคัดเลือก แนวทางจัดการ ที่เหมาะสม

การนําเสนอ หลักการโครงการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิ


165 ขั้นตอน

เทคนิค  การจัดสัมมนา

ทางวิชาการให แกสื่อมวลชน

 หอกระจายขาว

ชุมชน

การระบุ และจัดลําดับความสําคัญ ของปญหา

การวิเคราะห สาเหตุเพื่อกําหนด วัตถุประสงค/เปาหมาย ใ ช ใ น ก ร ณี ที่ ต อ ง ก า ร ใ ห สื่อมวลชนเกิดความรูที่ถูกตอง เกี่ ย วกั บ ความจํ า เป น ที่ ต อ ง ริ เ ริ่ ม โครงการ ตามสภาพ ปญหาและแนวทางการแกไข ป ญ หาที่ เ หมาะสม เพื่ อ ช ว ย เผยแพร ข อ มู ล และทั ศ นคติ ที่ ถูกตองแกประชาชนตอไป ใ ช สํ า ห รั บ ก า ร นํ า ข อ มู ล เกี่ ย วกั บ สภาพป ญหาแล ะ แนวทางจัดการปญหาเผยแพร ไปสู ป ระชาชนอย า งเจาะจง ตามหมู บ า นที่ อ าจจะได รั บ ผลกระทบจากโครงการสู ง เพื่ อ ให ร ว มกั น แสดงความ คิดเห็นตามชองทางตาง ๆ มา

การคัดเลือก แนวทางจัดการ ที่เหมาะสม

การนําเสนอ หลักการโครงการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิ


166 ขั้นตอน

เทคนิค

 ทั ศ นศึ ก ษา/เยี่ ย ม

ชมโครงการ

 การนําเสนอ  การชี้แจง

การระบุ และจัดลําดับความสําคัญ ของปญหา

การวิเคราะห สาเหตุเพื่อกําหนด วัตถุประสงค/เปาหมาย ยังคณะทํางาน ในระหวางริเริ่ม โครงการ ใชสําหรับการนําประชาชนไป พบเห็ น สถานการณ จ ริ ง หรื อ ส ภ า พ ก า ร ณ จ ริ ง ที่ จํ า เ ป น สําหรับประกอบการคิดเห็นใน การริเริ่มโครงการ ใชประกอบเทคนิคการมีสวน รวมประเภทอื่น ๆ ใช สํ า หรั บ ชี้ แ จงข อ เท็ จ จริ ง หรื อ ให ข อ มู ล เกี่ ย วกั บ ความ จําเปนในการริเริ่มโครงการ

การคัดเลือก แนวทางจัดการ ที่เหมาะสม

ประชาชนในการ ประชุ ม ของทาง ราชการ ที่มา : คูมือการมีสวนรวมของประชาชน, มูลนิธิปริญญาโทนักบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, 2546

การนําเสนอ หลักการโครงการ เพื่อพิจารณาอนุมตั ิ


167

การกําหนดประเภทและขนาดของโครงการ ที่ตองเสนอรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับปาอนุรักษเพิ่มเติม (13 กันยายน 2537) 1. โครงการที่ตองเสนอรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม (Environmental Impact Assessment : EIA) 1.1 โครงการเขื่อ นเก็บ กั ก น้ํา หรือ อ า งเก็ บ น้ํ า หรื อ การชลประทานที่ มี วงเงินคากอสรางเกินกวา 200 ลานบาท 1.2 โรงฆาสัตว 1.3 โครงการจัดการกากของเสียและวัตถุอันตราย 1.4 โครงการสายสงไฟฟาแรงสูงที่กอสรางจากโรงไฟฟาซึ่งอยูในขายตอง เสนอรายงานตามมาตรา 47 แห ง พระราชบัญ ญั ติ ส ง เสริ ม และรั ก ษาคุ ณ ภาพ สิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 ใหเสนอรวมไปกับรายงานของโรงไฟฟาพลังความ รอนนั้น ๆ 1.5 โครงการไฟฟาพลังน้ําขนาดเล็กประเภทเขื่อนกักเก็บน้ํา มีอางเก็บน้ํา และประเภทฝายน้ําลนไมมีอางเก็บน้ํา ที่มีวงเงินคากอสรางเกินกวา 200 ลานบาท (ไม รวมคากอสรางโรงไฟฟา) 1.6 โครงการอื่น ๆ ที่มีกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม


168 2. โครงการที่ตองเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดลอมเบื้องตน (Initial Environmental Examination : IEE) จัดทําตามแนวทางที่กําหนด 2.1 โครงการเขื่อนเก็บกักน้ํา หรืออางเก็บน้ํา หรือการชลประทานที่มีวงเงิน คากอสรางเกินกวา 50 ลานบาท แตไมเกิน 200 ลานบาท หรือมีระยะเวลาการกอสราง เกินกวา 1 ป 2.2 โครงการกอสรางและขยายถนนที่ผานปาอนุรักษเพิ่มเติม 2.3 โครงการกอสรางสายสงไฟฟาแรงสูง ที่ผานปาอนุรักษเพิ่มเติม 2.4 โครงการกอสรางทอลําเลียงตาง ๆ ที่ผานปาอนุรักษเกินกวา 5 กิโลเมตร 2.5 โครงการไฟฟาพลังน้ําขนาดเล็กประเภทเขื่อนเก็บกักน้ํามีอางเก็บน้ํา และ ประเภทฝายน้ําลนไมมีอางเก็บน้ํา ที่มีวงเงินคากอสรางเกินกวา 50 ลานบาท แตไมเกิน 200 ลานบาท (ไมรวมคากอสรางโรงไฟฟา) 2.6 โครงการฝายน้ําลนเพื่อการเกษตร 2.7 โครงการปลูกสรางสวนปา หมูบานปาไม และปาชุมชน 3. โครงการที่ตองจัดทํารายการขอมูลทางดานสิ่งแวดลอม โดยจัดทําตาม แบบฟอรมที่กําหนด 3.1 โครงการเขื่อนเก็บกักน้ํา อางเก็บน้ํา หรือการชลประทาน ที่มีวงเงินคา กอสรางไมเกิน 50 ลานบาท หรือมีระยะเวลาการกอสรางไมเกิน 1 ป 3.2 โครงการกอสรางโรงเรียน วัด โรงพยาบาล สถานที่ราชการ ฯลฯ ซึ่ง ไมมกี ระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมทุกขนาด 3.3 โครงการกอสรางทอลําเลียงตาง ๆ ที่มีระยะทางผานปาอนุรักษไม เกินกวา 5 กิโลเมตร 3.4 โครงการพาดสายไฟฟา ตามแนวถนนที่มีอยูเดิมทุกขนาด


169 3.5 โครงการไฟฟาพลังน้ําขนาดเล็กประเภทเขื่อนเก็บกักน้ํา มีอางเก็บน้ําที่ มีวงเงินคากอสรางไมเกิน 50 ลานบาท (ไมรวมคากอสรางไฟฟา) 3.6 โครงการบูรณะหรือบํารุงรักษาถนนตามแนวคันทางเดิมที่ผานปา อนุรักษเพิ่มเติม 3.7 โครงการขยายหรือปรับปรุงสายสงไฟฟาตามแนวสายสงเดิม 3.8 งานศึกษาสํารวจโครงการสายสงไฟฟาแรงสูง โครงการไฟฟาพลังน้ํา โครงการแหลงน้ําทุกขนาด โครงการไฟฟาพลังความรอน และโครงการเหมืองแร ลิกไนท


170

ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม เรื่อง กําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ และหลักเกณฑ วิธีการที่ โครงการหรือกิจการสามารถขอรับการยกเวนไมตองจัดทํารายงานการ วิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม _____________________ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 46 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 อันเปนพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบาง ประการที่เกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 บัญญัติใหกระทํา ได โ ดยอาศั ย อํ า นาจตามบทบั ญ ญั ติ แ ห ง กฎหมาย รั ฐ มนตรี ว า การกระทรวง ทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ ม โดยความเห็ น ชอบของคณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติ ออกประกาศกระทรวง กําหนดใหโครงการบานเอื้ออาทรของ การเคหะแห ง ชาติ สามารถขอรั บ การยกเว น ไม ต อ งจั ด ทํ า รายงานการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอมโดยยินยอมปฏิบัติตามมาตรการปองกันและลดผลกระทบ สิ่งแวดลอม และมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดลอมตามหลักเกณฑและ วิธีการที่กําหนดตามทายประกาศนี้ และใหถือวามาตรการดังกลาวมีผลเชนเดียวกับ มาตรการตามที่บัญญัติไวในมาตรา 50 วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐมนตรีวาการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 122 ตอนพิเศษ 70 ง วันที่ 24 สิงหาคม 2548


171 ทายประกาศ ขอ 1 ประเภทและขนาดของโครงการบานเอื้ออาทรของการเคหะแหงชาติที่สามารถ ขอรับการยกเวนไมตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม 1.1 อาคารอยูอาศัยรวมตามกฎหมายวาดวยการควบคุมอาคาร ที่มีจํานวน หองพักตั้งแต 80 หองขึ้นไป 1.2 การจั ด สรรที่ ดิ น เพื่ อ เป น ที่ อ ยู อ าศั ย หรื อ เพื่ อ ประกอบการพาณิ ช ย จํานวนที่ดินแปลงยอยตั้งแต 500 แปลงขึ้นไป หรือเนื้อที่เกินกวา 100 ไร ขอ 2 หลักเกณฑและวิธีการที่ใหโครงการบานเอื้ออาทรของการเคหะแหงชาติที่ ขอรับการยกเวนไมตองจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ตองปฏิบัติ ดังนี้ 2.1 แสดงความยินยอมปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดตอสํานักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ตามแบบ สผ.4 2.2 ปฏิบัติตามมาตรการปองกันและลดผลกระทบสิ่งแวดลอมและมาตรการ ติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอมดังนี้ 2.2.1 มาตรการที่โครงการจะตองดําเนินการในขั้นกอนดําเนินการ กอสราง 1) ตรวจสอบการดําเนินโครงการมีความสอดคลองกับกฎหมายวาดวย การผังเมือง กฎหมายวาดวยการควบคุมอาคาร และกฎหมายอื่นใดที่กําหนดบังคับใช เปนการเฉพาะในพื้นที่ตั้งของโครงการ 2) โครงการตองจัดใหมีพื้นที่สีเขียวภายในพื้นที่โครงการ ดังนี้ (1) โครงการบ า นเอื้ อ อาทรที่ มี ลั ก ษณะเป น อาคารชุ ด ให มี อัตราสวนของพื้นที่สีเขียวภายในโครงการตอจํานวนผูพักอาศัยภายในโครงการไม


172 นอยกวา 1 ตารางเมตร/คน โดยจะตองเปนพื้นที่สีเขียวที่เปนไมยืนตนถาวรบริเวณชั้น ลางของโครงการในอัตราสวนไมนอยกวารอยละ 50 ของพื้นที่สีเขียวทั้งหมดภายใน โครงการ พรอมแสดงผังภูมิสถาปตยที่มีสถาปนิกลงนามรับรอง (2) โครงการบานเอื้ออาทรที่มีลักษณะเปนการจัดสรรที่ดิน จัดให มีพื้นที่สีเขียวทีเปนสวนสาธารณะ สนามเด็กเลนและ/หรือสนามกีฬา ไมนอยกวา รอยละ 5 ของพื้นที่จัดจําหนายทั้งหมดของโครงการ (3) กรณี ที่ มี ค ลองหรื อ ลํ า รางสาธารณะอยู ใ นหรื อ ผ า นพื้ น ที่ โครงการ ตองจัดใหมีพื้นที่วางตลอดแนวริมคลองหรือลํารางสาธารณะ โดยมีระยะ ถอยร น ตามแนวขนานริ ม ฝ ง คลองหรื อ ลํ า รางสาธารณประโยชน ไ ม น อ ยกว า ที่ กฎหมายกํ าหนด และในการจัดทํารั้วหรือ พื้นที่สีเขียวตามริม ฝงคลองหรือ ลําราง สาธารณประโยชนตองใหมีลักษณะกลมกลืมกับสภาพแวดลอมเดิม ทั้งนี้ใหทําการ ปลูกไมยืนตน ไมพุมและพืชคลุมดินบริเวณริมคลองหรือลํารางสาธารณะดังกลาว เพื่อเปนพื้นที่เพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม 3) ทางเขา-ออกของโครงการ ซึ่งหากอยูติดกับถนนสาธารณะขนาด 2 ชองจราจรหรือชองจราจรกวางไมเกิน 6 เมตร โครงการตองจัดใหมีทางเบี่ยงกอนเขา และออกจากโครงการ ระยะทางขางละไมนอยกวา 6 เมตร หรือจัดใหมีทางเขา-ออก กวางไมนอยกวา 10 เมตร หรือกรณีที่จัดใหรถยนตวิ่งทางเดียว ทางเขาและทางออก ตองกวางไมนอยกวา 5.0 เมตร โดยตองทําเครื่องหมายแสดงทางเขาและออกไวให ปรากฏชัดเจน หรือตองไมนอยกวาขอกําหนดของหนวยงานอนุญาต 4) ทําการสํารวจขอมูลพื้นฐานและประเมินผลดานสุขภาพและสังคม ของประชาชนโดยรอบพื้นที่โครงการ เพื่อใชเปนขอมูลเปรียบเทียบกอนและหลัง ดําเนินโครงการ


173 5) ออกแบบและจัดใหมีที่พักผูโดยสารหรือจุดนัดพบสําหรับผูอยูอาศัย ภายในโครงการบริเวณทางเขา-ออก 6) ใหพิจารณาออกแบบและวางผังโครงการใหเหมาะสมกับสภาพแวดลอม บริเวณพื้นที่ตั้งโครงการและสภาพแวดลอมโดยรอบพื้นที่โครงการ รวมทั้งไมกอใหเกิด ผลกระทบกับชุมชนบริเวณใกลเคียง 7) ที่ตั้งโครงการจะตองไมอยูใกลแหลงโบราณสถาน แหลงโบราณคดี แหลงประวัติศาสตร อุทยานประวัติศาสตร และแหลงธรรมชาติที่มีคุณคาอันควรแก การอนุรักษในรัศมี 1 กิโลเมตร 8) จัดใหมีระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการและบริการสาธารณะใน การใหบริการโครงการ เชน น้ําใช การจัดการขยะมูลฝอย แหลงรองรับน้ําทิ้งจาก โครงการ การสู บ สิ่ ง ปฏิ กู ล และตะกอนจากระบบบํ า บั ด น้ํ า เสี ย การบริ ก ารด า น คมนาคมขนสง เปนตน ใหเพียงพอ 9) ใหแสดงขอมูลผลการสํารวจความคิดเห็นของชุมชนที่อยูบริเวณ ใกลเคียงพื้นที่โครงการที่อาจไดรับผลกระทบจากการดําเนินโครงการ 2.2.2 มาตรการระหวางการกอสราง 1) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิประเทศและการชะลางพังทลายดิน (1) ในการกอสรางที่มีการเปดหนาดิน หรือในการปรับหนาดิน จะตองอัดชั้นดินใหแนน โดยใหมีความราบเรียบและสม่ําเสมอ เพื่อปองกันการชะลาง หนาดินโดยเฉพาะในชวงฤดูฝน (2) ในกรณีที่มีการรวงหลนของเศษหินและดินจากการดําเนิน โครงการ ใหทําการเก็บกวาดใหสะอาดเรียบรอย


174 (3) จัดทํารั้วหรือกําแพงลอมรอบบริเวณพื้นที่กอสรางเพื่อบดบัง ทัศนอุจาดที่เกิดจากการกอสราง โดยใชรั้วหรือกําแพงที่มีความสูงอยางนอย 2 เมตร 2) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานคุณภาพอากาศ เสียง และ ความสั่นสะเทือน (1) จํากัดความเร็วของรถบรรทุกขนสงวัสดุอุปกรณกอสรางใหมี ความเร็วไมเกิน 30 กิโลเมตรตอชั่วโมง และหา���การขนสงวัสดุกอสรางและกิจกรรม การกอสรางที่กอใหเกิดเสียงดังในเวลากลางคืน (2) ในการบรรทุกวัสดุกอสราง จัดใหมีวัสดุปดคลุมทายรถให มิดชิด เพื่อปองกันการปลิวฟุง หรือรวงหลนของวัสดุ (3) ตรวจสอบและบํารุงรักษาเครื่องจักรที่ใชในการกอสรางใหอยู ในสภาพดีอยูเสมอ เพื่อลดการเกิดเขมา ควันดํา และเสียงดัง (4) จั ด ให มี ป ล อ งชั่ ว คราวสํ า หรั บ ทิ้ ง เศษวั ส ดุ และป อ งกั น ฝุ น ละอองที่เกิดจากการกอสรางและการทิ้งเศษวัสดุตาง ๆ (5) ทําการฉีดพรมน้ําบริเวณพื้นที่กอสรางและกองวัสดุพวกหิน และทราย เพื่อลดการฟุงกระจายของฝุนละอองอยางนอยวันละ 2 ครั้ง (6) ใชผาใบกั้นรอบตัวอาคาร โดยยึดติดกับนั่งรานรอบอาคาร มี ความสูงเทากับความสูงของอาคารขณะกอสรางตลอดแนวอาคารและตองรักษาใหอยู ในสภาพดีตลอดการกอสรางเพื่อปองกันฝุนละอองและเศษวัสดุกอสรางรวงหลนและ ลดความดังของเสียง เลือกใชเครื่องจักร เครื่องยนตตลอดจนอุปกรณตาง ๆ ชนิดที่มี เสี ย งเบา และวางผั ง เครื่ อ งยนต ที่ มี เสี ย งดัง ให ห า งไกลจากอาคารที่พั ก อาศั ย ที่ อ ยู ใกลเคียง


175 (7) กรณี มี ชุ ม ชนอยู โ ดยรอบพื้ น ที่ โ ครงการที่ ค าดว า จะได รั บ ผลกระทบจากการดําเนินโครงการ ใหโครงการปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องคุณภาพ อากาศ เสียงและความสั่นสะเทือน ที่มีการบังคับใชในปจจุบันอยางเครงครัด 3) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานคุณภาพน้ํา (1) จัดใหมีระบบระบายน้ํา โดยจัดทํารางระบายน้ํา (Gutter) และ บอตกตะกอนดินขนาดเพียงพอที่จะรองรับน้ําฝนในพื้นที่กอนระบายออกสูทอระบาย น้ําสาธารณะหรือแหลงน้ําสาธารณะและดูแล บํารุงรักษาและขุดลอกตะกอนดินให อยูในสภาพที่สามารถใชงานไดอยางมีประสิทธิภาพอยูเสมอ (2) จัดใหมีสวมที่ถูกสุขลักษณะ โดยมีจํานวนหองสวมอยางนอย คนงาน 20 คน ตอ 1 หอง (3) จั ด ให มี ก ารบํ า บั ด น้ํ า เสี ย จากห อ งส ว ม และน้ํ า ใช ใ นพื้ น ที่ กอสราง ดังนี้ กรณีที่ 1 ที่ตั้งของหองสวมของคนงานอยูใกลแหลงน้ําใตดินหรือ แหลงน้ําผิวดินสาธารณะในระยะที่นอยกวา 30 เมตร ตองจัดใหมีระบบบําบัดน้ําเสีย สําเร็จรูปชนิดเกรอะ – กรอง ไรอากาศเพื่อปองกันการปนเปอนตอดิน คุณภาพน้ําใต ดิน คุณภาพน้ําผิวดิน หรือคุณภาพของบอน้ําตื้นในบริเวณใกลเคียง กรณีที่ 2 หากที่ตั้งของหองสวมอยูหางจากแหลงน้ําใตดินหรือ แหลงน้ําผิวดินสาธารณะในระยะมากกวา 30 เมตร อาจจัดใหเปนบอเกรอะ-บอซึมได ทั้งนี้ เมื่อการกอสรางโครงการแลวเสร็จ ตองดําเนินการจัดการ ระบบบํ า บั ด น้ํ า เสี ย ดั ง กล า วให ถู ก สุ ข ลั ก ษณะ โดยไม ก อ ให เ กิ ด ผลกระทบต อ สิ่งแวดลอม 4) มาตรการปองกันและลดผลกระทบจากขยะมูลฝอย


176 (1) เศษวั ส ดุ จ ากการก อ สร า งตอ งแยกเก็บ และรวบรวมไวเ ป น สัดสวนในพื้นที่ที่เหมาะสม และจัดใหมีระบบการคัดแยกและนํากลับมาใชประโยชน ไดอีก เชน เศษคอนกรีตนําไปปรับถมพื้นที่ เศษเหล็กและถุงปูนซีเมนตนําไปขาย เปนตน (2) จัดใหมีภาชนะรองรับขยะมูลฝอยที่มีขนาดที่เหมาะสมและ จํานวนเพียงพอเพื่อรองรับขยะมูลฝอยจากคนงานและควบคุมใหคนงานทิ้งขยะมูล ฝอยในภาชนะรองรับที่จัดเตรียมไวอยางเครงครัด (3) นําขยะมูลฝอยที่เก็บรวบรวมไวไปกําจัดยังสถานที่กําจัดขยะ มูลฝอยที่ถูกตองตามหลักวิชาการ (4) หลังการกอสรางแลวเสร็จตองจัดการเก็บขนเศษวัสดุกอสราง ออกจากบริเวณพื้นที่โครงการไปกําจัดใหเรียบรอย 5) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานการคมนาคมขนสง (1) รถบรรทุกที่ขนสงวัสดุกอสรางจะตองไมบรรทุกน้ําหนักเกิน พิกัดที่ราชการกําหนด (2) ไมขนสงวัสดุกอสรางในชั่วโมงเรงดวน เพื่อปอ งกันความ แออัดของการจราจร (3) จัดระบบจราจรภายในโครงการและบริเวณทางเขา – ออก โครงการ ใหมีความสะดวกปลอดภัย โดยติดตั้งปายสัญญาณหรือจัดใหมีพนักงาน อํานวยความสะดวก 6) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานเศรษฐกิจและสังคม (1) วางกฎเกณฑและขอปฏิบัติแกคนงานเพื่อความเปนระเบียบ เรียบรอย พรอมทั้งกํากับดูแลความประพฤติของคนงาน (2) พิจารณาคัดเลือกคนงานในทองถิ่นเขามาทํางานเปนลําดับแรก


177 (3) มีมาตรการกํากับดูแลมิใหคนงานรบกวนหรือบุกรุกพื้นที่นอก โครงการ (4) ให นํ า ข อ คิ ด เห็ น จากการสํ า รวจทั ศ นคติ ม ากํ า หนดเป น มาตรการป อ งกั น และลดผลกระทบสิ่ ง แวดล อ ม และหากมี ก ารร อ งเรี ย นขณะ ดําเนินการกอสรางจะตองดําเนินการแกไขโดยทันที 7) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานสาธารณสุข (1) จั ด เตรี ย มและกํ า กั บ ดู แ ลด า นการสุ ข าภิ บ าลและอนามั ย สิ่งแวดลอมของคนงานใหอยูในสภาพที่ดี เชน จัดหาน้ําสะอาดใหแกคนงานกอสราง สําหรับอุปโภคบริโภค จัดหาถังรองรับขยะที่ถูกสุขลักษณะ เปนตน (2) กํ า หนดให มี ห น ว ยปฐมพยาบาลเบื้ อ งต น สํ า หรั บ กรณี เ กิ ด อุบัติเหตุหรือบาดเจ็บจากการทํางาน และจัดใหมีรถฉุกเฉินที่พรอมใหบริการนําสง โรงพยาบาลไดตลอด 24 ชั่วโมง (3) กําหนดใหมีระบบขอมูลดานสุขภาพของคนงานเพื่อควบคุม การแพรระบาดของโรคติดตอ 8) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานอาชีวอนามัยและความ ปลอดภัย ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ความปลอดภัยใน การกอสราง รวมทั้งจัดใหมีที่พักคนงานที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และเปนไปตาม ขอกําหนดตามกฎหมายวาดวยแรงงานอยางเครงครัด 9) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานสุนทรียภาพและทัศนียภาพ กํากับดูแลการกอสรางโครงการใหเปนไปตามรูปแบบลักษณะ อาคารและแบบภูมิสถาปตยที่ออกแบบไว ดูแลและจัดระเบียบบริเวณพื้นที่กอสราง และจัดการเศษวัสดุจากการกอสรางใหเปนระเบียบเรียบรอยอยูเสมอ


178 2.2.3 มาตรการระยะดําเนินการ 1) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานคุณภาพอากาศ เสียง และ ความสั่นสะเทือน (1) โครงการตองจํากัดความเร็วของรถที่เขา-ออกโครงการ ใหมี ความเร็วไมเกิน 30 กิโลเมตร ตอชั่วโมง (2) ดูแลรักษาตนไมและพื้นที่สีเขียวภายในโครงการใหมีสภาพดี อยูเสมอ (3) ดูแลรักษาถนนและที่จอดรถภายในโครงการใหอยูในสภาพดี อยูเสมอ 2) มาตรการปองกันและลดผลกระทบตอการชะลางพังทลายของดิน ดูแลรักษาตนไม และพืชคลุมดินที่ปลูกไวในโครงการใหมีสภาพ ดีอยูเสมอโดยเฉพาะบริเวณรอบบอหนวงน้ําที่มีลักษณะเปนบอเปด 3) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานการใชน้ํา (1) จัดใหมีมาตรการรณรงคใหผูเขาพักอาศัยและพนักงานของ โครงการใหใชน้ําอยางประหยัด และ / หรือ เลือกใชสุขภัณฑประหยัดน้ํา (2) ตรวจสอบดูแลระบบจายน้ํา ระบบเสนทอประปา กอกน้ํา และ เครื่องสุขภัณฑตาง ๆ ของโครงการใหอยูในสภาพที่ดีอยูเสมอ เพื่อปองกันการสูญเสีย น้ําโดยเปลาประโยชนและปองกันการปนเปอนของน้ําประปา 4) มาตรการป อ งกัน และลดผลกระทบด า นการระบายน้ํ าฝนของ โครงการ (1) จัดใหมีบอหนวงน้ําฝนหรือพื้นที่ชะลอน้ํา เพื่อเก็บกักน้ําฝน สวนเกินภายในโครงการโดยควบคุมอัตราการระบายน้ําหลังพัฒนาโครงการใหมีคา


179 ไมเกินกวาอัตราการระบายน้ํากอนมีโครงการ พรอมแสดงรายละเอียดการ���ํานวณ ประกอบ โดยมีวิศวกรรับรอง (2) จัดใหมีการดูแลบํารุงรักษาระบบระบายน้ํา เชน ตะแกรงดัก ขยะ และทอระบายน้ํา และบอหนวงน้ํา รวมทั้งเครื่อ งสูบ น้ํา อุปกรณตาง ๆ ใหมี สภาพดีอยูเสมอ (3) กรณี บ อ หน ว งน้ํ า เป น แบบเป ด ต อ งมี ม าตรการด า นความ ปลอดภัยที่เหมาะสม 5) มาตรการปอ งกันและลดผลกระทบดานการจัดการน้ํ าเสีย ของ โครงการ กรณี ที่ ไ ม อ ยู ใ นเขตให บ ริ ก ารบํ า บั ด น้ํ า เสี ย รวมของเมื อ งหรื อ ชุมชน (1) จัดใหมีระบบบําบัดน้ําเสียของโครงการที่สามารถรองรับน้ํา เสียจากโครงการอยางเพียงพอ และระบบบําบัดตองมีประสิทธิภาพการบําบัดน้ําเสีย โดยคุณภาพน้ําทิ้งไดตามมาตรฐานที่ทางการกําหนด และมีวิศวกรรับรอง (2) กรณีที่โครงการจัดใหมีระบบบําบัดน้ําเสียและตองระบายน้ํา ทิ้งที่ผานการบําบัดแลวลงสูแหลงน้ําสาธารณะ ใหโครงการจัดใหมีบอพักน้ําทิ้งที่ผาน การบํ า บั ด แล ว และนํ า น้ํ า ทิ้ ง ไปใช ป ระโยชน ใ นโครงการให ม ากที่ สุ ด โดยให มี มาตรการในการฆาเชื้อโรคดวยวิธีที่เหมาะสม กอนนําน้ําทิ้งที่ผานการบําบัดแลว กลับไปใชประโยชนภายในโครงการ รวมถึงใหมีมาตรการปองกันการสัมผัสน้ําทิ้ง โดยตรงของผูพักอาศัยภายในโครงการ (3) น้ําทิ้งที่ผานการบําบัดแลวใหระบายออกสูภายนอกโครงการ โดยตรง โดยไมผานบอหนวงน้ําของโครงการ


180 กรณีที่อยูในเขตใหบริการบําบัดน้ําเสียรวมของเมืองหรือชุมชน ใหโครงการนําน้ําเสียเขาสูระบบบําบัดน้ําเสียรวมของเมืองหรือ ชุ มชน โดยมี เ อกสารรับ รองจากหนวยงานขององค กรปกครองสวนทองถิ่น หรื อ หนวยงานเจาของระบบบําบัดน้ําเสียรวมและทั้งสองกรณีใหโครงการดําเนินการ ดังตอไปนี้ (1) กรณีโครงการบานเอื้ออาทรที่เปนอาคารชุด โครงการจัดใหมี บอดักไขมันที่มีประสิทธิภาพกอนเขาสูระบบบําบัดน้ําเสียของโครงการหรือกอน ปลอยสูทอระบายน้ําสาธารณะเพื่อเขาสูระบบบําบัดน้ําเสียรวมของเมืองหรือชุมชน (2) จั ดให มี การสู บ ตะกอนออกจากบอ เกรอะของโครงการไป กําจัดอยางสม่ําเสมอตามปริมาณตะกอนที่เกิดขึ้น (3) จั ด ให มี ก ารกํ า จั ด กากไขมั น ออกจากบ อ ดั ก ไขมั น อย า ง สม่ําเสมอและนําไปกําจัดโดยวิธีการที่ถูกสุขลักษณะและถูกตองตามหลักวิชาการ 6) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานการจัดการขยะมูลฝอย (1) จัดใหมีที่พักขยะมูลฝอยรวมที่ถูกสุขลักษณะ สามารถปองกัน กลิ่นและแมลงรบกวน โดยมีขนาดที่สามารถรองรับขยะมูลฝอยของโครงการไดไม นอยกวา 3 วัน และมีรายละเอียดการจัดเก็บขยะมูลฝอย การขนถาย และการกําจัดขยะ มูลฝอยของโครงการที่ถูกหลักสุขาภิบาล (2) ให มี ก ารทํ า ความสะอาดที่ พั ก ขยะมู ล ฝอยเป ย ก อย า งน อ ย สัปดาหละ 1 ครั้ง โดยน้ําเสียที่เกิดจากการทําความสะอาดที่พักขยะมูลฝอยใหระบาย สูระบบบําบัดน้ําเสียรวมของโครงการ กรณีที่โครงการอยูในเขตบริการบําบัดน้ําเสีย เมืองหรือชุมชนใหระบายสูทอระบายน้ําสาธารณะที่รวบรวมน้ําเสียเขาสูระบบบําบัด น้ําเสียเมืองหรือชุมชน


181 (3) ใหมีมาตรการลดปริมาณขยะมูลฝอยภายในโครงการ เชน การ อบรมหรือประชาสัมพันธใหโครงการมีการคัดแยกขยะมูลฝอย การจัดตั้งธนาคาร ขยะ เปนตน 7) มาตรการปองกันและลดผลกระทบดานการคมนาคมขนสง (1) จั ด ให มี ที่ จ อดรถอย า งเพี ย งพออย า งน อ ยตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2517) ออกตามในพระราชบัญญัติควบคุมการกอสรางอาคาร พุทธศักราช 2497 (2) ติดตั้งปายชื่อโครงการและปายทางเขา-ออกโครงการพรอม ไฟฟาสองสวาง ใหสามารถมองเห็นไดชัดเจนในเวลากลางคืน (3) จัดใหมีเจาหนาที่คอยจัดการจราจรบริเวณทางเขา-ออกทุกแหง และจัดระเบียบการจอดรถเพื่อใหการเขา-ออกเปนไปดวยความสะดวกรวดเร็วและ เปนระเบียบไมกีดขวางการจราจร (4) จั ด ให มี ก ารประสานหรื อ อํ า นวยความสะดวกให มี บ ริ ก าร ขนสงมวลชนสาธารณะสําหรับผูพักอาศัยภายในโครงการอยางเพียงพอ รวมทั้งจัดให มีสะพานลอยสําหรับคนขาม 8) มาตรการปองกันและลดผลกระทบสิ่งแวดลอมดานอัคคีภัย (1) จัดใหมีร ะบบปองกันเพลิ ง ไหม บัน ไดและชองทางหนีไ ฟ อุปกรณดับเพลิง ใหเปนไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร เปนอยางนอย และตรวจสอบอุปกรณปองกันและระงับอัคคีภัยภายในโครงการเปน ประจําทุก 1 ป (2) กรณีอาคารชุดใหจัดทําแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเพลิงไหมซึ่ง แสดงรายละเอียดวิธีการเขาดับเพลิงและการอพยพผูอาศัยในอาคารไปยังจุดรวมคนที่


182 ปลอดภัยและจัดใหมีการติดตั้งแบบแปลนแผนผังตําแหนงที่ติดตั้งอุปกรณดับเพลิง ตาง ๆ และปายบอกตําแหนงที่ชัดเจนในแตละชั้นของอาคาร (4) กําหนดใหมีแผนและจัดซอมอพยพหนีไฟภายในโครงการ เปนประจําทุก 1 ป 9) มาตรการป อ งกั น และลดผลกระทบด า นสุ น ทรี ย ภาพและ ทัศนียภาพ - ใหแสดงรายละเอียดวิธีการดูแลรักษาตนไมและพื้นที่สีเขียวให สวยงามเปนระเบียบเรียบรอยอยูเสมอ 2.2.4 มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม 1) กรณีโครงการมิไดใชน้ําประปา ใหทําการตรวจวัดคุณภาพน้ําใช ของโครงการ โดยดัชนีที่ทําการตรวจวัดคือ ความขุน pH, Total Solids, Settleable Solids, Total Dissolved solids, Total Hardness, Free Chlorine และ Fecal Coliform Bacteria 2) มาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ําเสียและน้ําทิ้งเฉพาะกรณีที่ โครงการมิไดอยูในเขตบริการบําบัดน้ําเสียรวมของเมืองหรือชุมชน (1) ทําการตรวจวัดคุณภาพน้ํากอนเขาสูระบบบําบัดน้ําเสีย โดย ดัชนีที่ทําการตรวจวัด คือ pH, BOD, SS, TKN, Oil and Grease และ Fecal Coliform Bacteria อยางนอยเดือนละครั้ง ทั้งนี้ หากโครงการมีระบบบําบัดน้ําเสียแยกแตละ อาคาร ใหตรวจวัดคุณภาพน้ําเขาและออกจากระบบบําบัดน้ําเสียแบบสุม (2) ทําการตรวจวัดคุณภาพน้ําหลังผานระบบบําบัดน้ําเสียแลว โดยดัชนีที่ทําการตรวจวัดคือ pH, BOD, TKN, Oil and Grease, ไนเตรด และ Fecal Coliform Bacteria อยางนอยเดือนละครั้ง และในการเก็บตัวอยางคุณภาพน้ําหลังออก


183 จากระบบบําบัดน้ํ าเสีย ใหเก็บ ตัวอย างที่บอ พักสุดทายกอนระบายออกสูแหลงน้ํา สาธารณะ 3) กรณีที่โครงการมีสระวายน้ํา ใหทําการตรวจวัดคุณภาพน้ําของ สระวายน้ําโดยดัชนีที่ทําการตรวจวัด คือ pH คาคลอรีนตกคางและ Fecal Coliform Bacteria อยางนอยเดือนละครั้ง 4) ในระยะกอสรางและเปดดําเนินโครงการ ใหดําเนินการสํารวจ ขอมูลดานสุขภาพและสังคมของประชาชนโดยรอบพื้นที่โครงการและเปรียบเทียบ กับขอมูลกอนดําเนินโครงการ 5) จั ด ทํ า รายงานเสนอให สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอมตามแนวทางการเสนอรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการ ปองกันและลดผลกระทบสิ่งแวดลอม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดลอม ดังนี้ (1) สวนหนาของรายงาน (1.1) ปกหนาประกอบดวย - ชื่อโครงการ - เจาของโครงการและสถานที่อยูที่ติดตอได - สถานที่ตั้งโครงการ - บริษัทที่ปรึกษาผูจัดทํารายงาน (ถามี) (1.2) หนังสือรับรองการจัดทํารายงานฯ บัญชีรายชื่อผูจัดทํา รายงานตามแบบที่ 1 (2) บทนํา (2.1) รายละเอียดโครงการโดยสังเขป ตามแบบที่ 2 - ที่ตั้ง แผนที่ตั้งและภาพประกอบ


184 - การดําเนินงานโดยทั่วไปของโครงการ - การใช พื้ น ที่ เสนอภาพแสดงลั ก ษณะการใช ที่ ดิ น ภายในเขตพื้นที่โครงการ (2.2) ความเปนมาของการจัดทํารายงาน (2.3) แผนการดํ า เนิ น การตามมาตรการป อ งกั น และลด ผลกระทบสิ่งแวดลอมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม (3) ผลการดําเนินการตามมาตรการปอ งกันและลดผลกระทบ สิ่งแวดลอม จัดทําตารางเปรียบเทียบมาตรการปองกันและลดผลกระทบ สิ่ ง แวดล อ มที่ กํ า หนด และการปฏิ บั ติ ต ามมาตรการป อ งกั น และลดผลกระทบ สิ่งแวดลอมตามจริง แสดงพรอมภาพถายมาตรการปองกันและลดผลกระทบที่เปน รู ป ธรรมประกอบการพิ จ ารณาทุ ก ข อ ของมาตรการและจั ด ทํ า การบั น ทึ ก ผลการ ตรวจวัดคุณภาพน้ําตามแบบที่ 3 (4) ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดลอม (4.1) แสดงจุดเก็บตัวอยางคุณภาพสิ่งแวดลอม เชน คุณภาพ น้ํ า เป น ต น ต อ งแสดงโดยใช แ ผนที่ ป ระกอบ พร อ มทั้ ง แสดงพารามิ เ ตอร ใ นการ ตรวจวัด และมาตรฐานเปรียบเทียบ (4.2) ใหเปรียบเทียบผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดลอมกับ มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดลอมของประเทศไทย ผลการตรวจวัดของทุกครั้งที่ผานมา และคุณภาพสิ่งแวดลอมที่ประเมินไดโดยแสดงในรูปกราฟ ตารางหรือลักษณะอื่น ๆ ที่สามารถแสดงการเปรียบเทียบผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดลอมไดอยางชัดเจน รวมทั้งวิจารณผลและใหขอเสนอแนะ


185 (4.3) ตองมีภาพถายแสดงขณะทําการเก็บตัวอยาง ภาพถาย เครื่อ งมือขณะตรวจวัด (ภาคสนาม) พรอมแสดง วันที่ และเวลาในภาพถายอยาง ชัดเจน โดยการถายภาพจะตองแสดงใหเห็นวาเปนการตรวจวัด ณ สถานที่ ตามที่ กําหนดไว (5) สรุปผลการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม สรุปผลการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อ นไขของ มาตรการป อ งกั น และลดผลกระทบสิ่ ง แวดล อ มและผลการตรวจวั ด คุ ณ ภาพ สิ่งแวดลอมในการติดตามตรวจสอบ (6) ภาคผนวก ประกอบด ว ยแหล ง ที่ ม าของเอกสารอ า งอิ ง ต า ง ๆ สํ า เนา หนังสืออนุญาตขึ้นทะเบียนหองปฏิบัติการวิเคราะหเอกชน แผนภาพหรือภาพถาย อุปกรณเครื่องมือที่ใชในการเก็บตัวอยาง เพื่อตรวจวิเคราะหคุณภาพสิ่งแวดลอมและ ขอมูลประกอบอื่น ๆ เปนตน การเสนอรายงาน หนวยงานที่จัดสง : รายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการที่จัดทําขึ้น จะตอง สงใหหนวยงานที่เกี่ยวของพิจารณา ดังนี้ 1. สํานักงานนโยบายและแผน จํานวน 1 ฉบับ พรอม CD-ROM 1 ชุด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 2. สํานักงานทรัพยากรธรรมชาติ จํานวน 1 ฉบับ พรอม CD-ROM 1 ชุด และสิ่งแวดลอมจังหวัด 3. องคกรปกครองสวนทองถิ่น จํานวน 1 ฉบับ พรอม CD-ROM 1 ชุด


186 หมายเหตุ : กรณีโครงการตั้งอยูในกรุงเทพมหานคร ใหสงสํานักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และสํานักงานเขตในพื้นที่ รับผิดชอบ ระยะเวลาที่จัดสง : สง 2 ครั้ง ตอป คือ ภายในเดือนกรกฎาคม (รวบรวมผล การติ ด ตามตรวจสอบของเดื อ นมกราคมถึ งมิ ถุ น ายน) และภายในเดื อ นมกราคม (รวบรวมผลการติดตามตรวจสอบของเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคมของปกอน)


187 แบบที่ 1 หนังสือรับรองการจัดทํารายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการปองกันและลดผลกระทบสิ่งแวดลอม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม โครงการบานเอื้ออาทร ของการเคหะแหงชาติ วันที่ ............. เดือน .....................................พ.ศ. ................ หนังสือรับรองฉบับนี้ ขอรับรองวา ......................................................................เปน ผูจัดทํารายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการปองกันและลดผลกระทบสิ่งแวดลอมและมาตรการ ติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม โครงการ ............................................................................ ของ .................................................. ประจําเดือน .....................................โดยมีคณะผูจัดทํารายงาน ดังตอไปนี้ ผูจัดทํารายงาน

ลายมือชื่อ

ตําแหนง

ขอแสดงความนับถือ ..................................................................... ตําแหนง ..................................................... ประทับตรา


188 แบบที่ 2 รายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการปองกันและลดผลกระทบสิ่งแวดลอม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม โครงการบานเอื้ออาทร ของการเคหะแหงชาติ 1. 2. 3. 4. 5.

ชื่อโครงการ ............................................................................................................................... สถานที่ตั้ง .................................................................................................................................. ชื่อเจาของโครงการ .................................................................................................................... จัดทําโดย ................................................................................................................................... รายละเอียดโครงการ 5.1 ลักษณะ / ประเภทโครงการ ..................................................................................... ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 5.2 พื้นที่โครงการ .......................................................................................................... ............................................................................................................................................................. 5.3 กิจกรรมในโครงการ y การบําบัดน้ําเสีย .................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. y การระบายน้ํา..... .................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. y การจัดการขยะมูลฝอย ......................................................................................... ............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................


189 แบบที่ 3 ตารางที่ 1 แบบรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการปองกันและลดผลกระทบสิ่งแวดลอม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม โครงการ .............................................................................................................. เงื่อนไขตามมาตรการ มาตรการปองกันและลด ผลกระทบสิ่งแวดลอม 1…… 2…… 3…...

ผลการปฏิบัติตามมาตรการ

ปญหา อุปสรรค และแนวทางแกไข

ตารางที่ 2 แบบบันทึกผลการตรวจวัดคุณภาพน้ําทิ้ง ชื่อโครงการ ........................................................................................................................................ ตั้งอยูที่ ................................................................................................................................................ ครั้งที่ ….............ประจําป พ.ศ. ..................วันที่ ................ เดือน ................................พ.ศ. .............. สถานที่เก็บตัวอยาง ............................................................................................................................. ตําแหนงตรวจวัด

พารามิเตอรที่ตรวจวัด

มาตรฐาน* หมายเหตุ : *ใหใชมาตรฐานที่หนวยงานราชการที่เกี่ยวของกําหนด และมีผลใชบังคับเปนกฎหมาย ทุกฉบับ


190 แบบ สผ.4 หนังสือแสดงความยินยอมปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดตามมาตรา 46 วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิง่ แวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 เขียนที่ ............................................................... วันที่.............เดือน.......................พ.ศ. .............. ขาพเจา .....................................................................ตําแหนง........................................... สํานักงานตั้งอยูที่..........................แขวง/ตําบล....................................เขต/อําเภอ............................... กรุงเทพมหานคร/จังหวัด............................เปนเจาของโครงการประเภท........................................... ขนาด...................................ตั้งอยูที่.....................................................(พรอมแสดงแผนผังโครงการ) กําหนดเริ่มกอสรางโครงการ...........................................กําหนดแลวเสร็จ......................................... ขอทําหนังสือแสดงความยินยอมปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดตามมาตรา 46 วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 ตามขอกําหนดตาม ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม กําหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือ กิจการและหลักเกณฑ วิธีการที่โครงการหรือกิจการสามารถขอรับการยกเวนไมตองจ���ดทํารายงาน การวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม ลงวันที่............เดือน..........................พ.ศ. ..........ทุกประการ และจะไมมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการหรือกิจการรวมทั้งมาตรการที่กําหนดภายหลังการ ยินยอมปฏิบัติตามมาตรา 46 วรรคสาม ลงชื่อ...................................................ผูขอรับความยินยอม (.......................................................) ตําแหนง ...................................................... (ประทับตราหนวยงานเจาของกิจการ)

ลงชื่อ......................................................ผูใหความยินยอม (.......................................................) เลขาธิการสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม วันที่.............................................................. (ประทับตราสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม)


191

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2518 --------------------------อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 19 วรรคสาม และมาตรา 28 แหงพระราช บัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2518 ซึ่งแกไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2521 รัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและการพลังงาน ออก กฎกระทรวงไว ดังตอไปนี้ ขอ 1 ผูมีสิทธิขอรับใบอนุญาตทํารายงานเกี่ยวกับการศึกษาและมาตรการ ปองกันและแกไขผลกระทบกระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอม ไดแก (1) สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาซึ่งมีฐานะเปนนิติบุคคลตาม กฎหมายไทย (2) นิตบิ ุคคลซึ่งไดจดทะเบียนตามกฎหมายไทย (ก) หางหุนสวนสามัญจดทะเบียนที่ผูเปนหุนสวนทั้งหมดตอง มีสัญชาติไทย (ข) หางหุนสวนจํากัดที่ผูเปนหุนสวนจําพวกไมจํากัดความรับ ผิดทั้งหมด ตองมีสัญชาติไทย และทุนของหางหุนสวนจํากัดนั้นไมนอยกวารอยละหา สิบเอ็ดตองเปนของผูเปนหุนสวนซึ่งเปนบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 101 ตอนที่ 184 ฉบับพิเศษหนา 1 วันที่ 12 ธันวาคม 2527


192 (ค) บริษัทจํากัดที่กรรมการบริษัทจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่ง ตองมีสัญชาติไทย และทุนของบริษัทจํากัดนั้นไมนอยกวารอยละหาสิบเอ็ดตองเปน ของผูถือหุนซึ่งเปนบุคคลธรรมดาและมีสัญชาติไทย (3) นิติบุค คลซึ่งไดจดทะเบี ยนตามกฎหมายตางประเทศ แตนิติ บุคคลดังกลาวตองมีนิติบุคคลตาม (1) หรือ (2) ซึ่งไดรับใบอนุญาตเปนผูมีสิทธิทํา รายงานเกี่ยวกับการศึกษาและมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบกระเทือนตอ คุณภาพสิ่งแวดลอมเขารวมในการทํารายงานดวย นิติบุคคลผูมีสิทธิขอรับใบอนุญาตทํารายงานตาม (1) และ (2) ตองมี สํานักงานใหญหรือมีที่ตั้งทําการในราชอาณาจักร สําหรับนิติบุคคลตาม (2) และ (3) ตองมีวัตถุประสงคเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและใหคําปรึกษาทาง วิชาการดวย ผูมีสิทธิขอรับใบอนุญาตทํารายงานตามวรรคหนึ่ง ตองไมเคยถูกเพิกถอน ใบอนุญาตตามขอ 13 (3) (4) (5) หรือ (6) เวนแตระยะเวลาไดลวงพนไปแลวไมนอย กวาสามปนับแตวันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ขอ 2 การขอรับใบอนุญาตเปนผูมีสิทธิทํารายงานเกี่ยวกับการศึกษาและ มาตรการปองกัน และแกไขผลกระทบกระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอม ใหยื่นคําขอ ตอเลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติหรือผูซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติมอบหมาย พรอมดวยหลักฐานและระบุชื่อ อายุ ที่อยู การศึกษา และประสบการณเกี่ยวกับการปฏิบัติงานการสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม ของผูชํานาญการและเจาหนาที่ซึ่งผูไดรับใบอนุญาตตองจัดใหมีตามขอ 4 ตามแบบ สวล. 3 ทายกฎกระทรวงนี้


193 ขอ 3 ใบอนุญาตเปนผูมีสิทธิทํารายงานเกี่ยวกับการศึกษาและมาตรการ ปองกันและแกไขผลกระทบกระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอม ใหใชแบบ สวล. 4 ทาย กฎกระทรวงนี้ ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหมีอายุไมเกินหาปนับแตวันที่ออกใบอนุญาต ขอ 4 ผูไดรับใบอนุญาตตองจัดใหมีบุคคลดังตอไปนี้ตลอดระยะเวลาที่ ไดรับใบอนุญาตเปนผูมีสิทธิทํารายงานเกี่ยวกับการศึกษา และมาตรการปองกันและ แกไขผลกระทบกระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอม (1) ผูชํ า นาญการอย า งน อ ย 1 คน ซึ่ ง อยู ป ระจํ า เพื่ อ ทํ าหน า ที่ รับผิดชอบในการทํารายงาน โดยผูชํานาญการดังกลาวตองมีคุณสมบัติดังตอไปนี้ (ก) สําเร็จการศึกษาอยางต่ําในระดับอุดมศึกษา หรือเทียบเทา ในวิชาหนึ่งวิชาใดและสาขาหนึ่งสาขาใด ดังตอไปนี้ (1) วิชาวิทยาศาสตรสาขาสิ่งแวดลอม นิเวศวิทยา หรือ สุขาภิบาล (2) วิชาวิศวกรรมศาสตรสาขาสิ่งแวดลอมหรือสุขาภิบาล (3) วิชาเศรษฐศาสตรสาขาเศรษฐศาสตรสิ่งแวดลอม (ข) มี ป ระสบการณเ กี่ ย วกับ การปฏิ บัติ ง านการส งเสริ ม และ รั ก ษาคุ ณ ภาพสิ่ ง แวดล อ ม ตามหลั ก เกณฑ ที่ ค ณะกรรมการสิ่ ง แวดล อ มแห ง ชาติ กําหนด (ค) ไมเคยมีสวนรวมในการทํารายงานในสวนที่เปนเท็จ เวนแต ระยะเวลาไดลวงพนไปแลวไมนอยกวาสามปนับแตวันที่ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งตนเคย มีสวนรวมในการทํารายงานในสวนที่เปนเท็จถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต (2) เจาหนาที่อยางนอย 3 คน ซึ่งอยูประจําเพื่อรวมในการทํารายงาน โดยเจาหนาที่ดังกลาวตองมีคุณสมบัติ ดังตอไปนี้


194 (ก) สําเร็จการศึกษาอยางต่ําในระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเทาใน วิชาวิทยาศาสตร วิศวกรรมศาสตร หรือสังคมศาสตร (ข) ไมเคยมีสวนรวมในการทํารายงานในสวนที่เปนเท็จ เวนแต ระยะเวลาไดลวงพนไปแลวไมนอยกวาสามปนับแตวันที่ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งตนเคย มีสวนรวมในการทํารายงานในสวนที่เปนเท็จถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ใหคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติมีอํานาจยกเวนคุณสมบัติผูชํานาญการ ตาม (1) (ก) แกบุคคลหนึ่งบุคคลใด เปนกรณีพิเศษเฉพาะรายได ขอ 5 ในกรณีที่ผูไดรับใบอนุญาตรายใดขาดคุณสมบัติตามที่กําหนดไวใน ขอ 1 ใหผูไดรับใบอนุญาตดังกลาวหยุดทํารายงานจนกวาจะดําเนินการแกไขใหถูกตอง ให ผู ไ ด รั บ ใบอนุ ญ าตตามวรรคหนึ่ ง แจ ง เป น หนั ง สื อ ต อ เลขาธิ ก าร คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติหรือผูซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติมอบหมายภายในสิบหาวันนับแตวันที่ปรากฏเหตุที่ทําใหขาดคุณสมบัติ และ ตองดําเนินการแกไขใหถูกตองภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ปรากฏเหตุดังกลาว ในกรณีที่มีเหตุจําเปน คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติมีอํานาจผอนผัน ใหผูไดรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งทํารายงานในระหวางดําเนินการแกไขเกี่ยวกับ คุณสมบัติได ในการนี้จะกําหนดเงื่อนไขอยางหนึ่งอยางใดที่ผูไดรับใบอนุญาตตอง ปฏิบัติดวยก็ได ขอ 6 ในกรณีที่ผูไดรับใบอนุญาตเปลี่ยนแปลงผูชํานาญการหรือเจาหนาที่ ตามที่ระบุไวในคําขออนุญาต ใหผูไดรับใบอนุญาตแจงการเปลี่ยนแปลงดังกลาวเปน หนังสือพรอมทั้งระบุชื่อ อายุ ที่อยู การศึกษาและประสบการณเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน การสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมของผูชํานาญการหรือของเจาหนาที่ตอ เลขาธิก ารคณะกรรมการสิ่ งแวดลอ มแหงชาติห รือ ผูซึ่ งเลขาธิ ก ารคณะกรรมการ


195 สิ่งแวดลอมแหงชาติมอบหมายภายในเกาสิบวัน นับแตวันที่ไดมีการเปลี่ยนแป���ง ผูชํานาญการหรือเจาหนาที่นั้น ขอ 7 รายงานเกี่ยวกับการศึกษาและมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบ กระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอมตองมีลายมือชื่อของผูชํานาญการหรือเจาหนาที่ของ ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งมีสวนรวมในการทํารายงานและใหระบุชื่อและที่อยูของผูไดรับ ใบอนุญาตไวในรายงานดังกลาวดวย ขอ 8 ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดในสาระสําคัญใน ลั ก ษณะที่ ไ ม ส ามารถแสดงให เ ห็ น ถึ ง ความถู ก ต อ งของใบอนุ ญ าตได ให ผู ไ ด รั บ ใบอนุญาตยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตตอเลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดลอม แหงชาติหรือผูซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติมอบหมายในสามสิบ วันนับแตวันที่ทราบถึงการสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดเสียหาย พรอมดวยหลักฐาน ตามที่ระบุไวในแบบ สวล. 5 ทายกฎกระทรวงนี้ ขอ 9 ใบแทนใบอนุญาตใหใชแบบ สวล. 4 ทายกฎกระทรวงนี้โดยมีคําวา “ใบแทน” พิมพดวยหมึกดวยสีแดงกํากับไวดานหนาเหนือตราครุฑ และใหลงวัน เดือน ป ที่ออกใบแทนใบอนุญาต พรอมทั้งลงลายมือชื่อผูอนุญาตหรือผูซึ่งอนุญาต มอบหมาย ขอ 10 ผูไดรับใบอนุญาตตองแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาตไวใน ที่เปดเผย ณ สถานที่ทําการของผูไดรับใบอนุญาต ขอ 11 ในกรณีที่มีผูรองเรียนตอเลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ หรือเมื่อเลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติเห็นวา (1) ผูไดรับใบอนุญาตทํารายงานดวยความประมาทเลินเลอจนอาจ เปนเหตุใหทางราชการไดรับความเสียหาย


196 (2) ผูไดรับใบอนุญาตยินยอมใหผูชํานาญการหรือเจาหนาที่ของผู ไดรับใบอนุญาตอื่นซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตเพราะทํารายงานอันเปนเท็จหรือซึ่งมี สวนรวมในการทํารายงานในสวนที่เปนเท็จ มาทํารายงาน (3) ผูไดรับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติตามขอ 1 (4) ผูไดรับใบอนุญาตไมจัดใหมีผูชํานาญการหรือเจาหนาที่ ตาม ขอ 4 (5) ขอความในคําขอรับใบอนุญาตในสวนที่เปนสาระสําคัญในกร ขอรับใบอนุญาตไมตรงกับความจริงทั้งหมดหรือบางสวน (6) ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใบอนุญาตตามขอ 12 ไดกระทํา การตามขอ 12 (1) หรือ (2) ซ้ําอีก (7) ผูไดรับใบอนุญาตทํารายงานอันเปนเท็จ (8) ผูไดรับใบอนุญาตฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ ใหเลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติมีอํานาจเสนอเรื่อง ตอคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ เพื่อพิจารณาสั่งพักหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ตามขอ 12 หรือขอ 13 ขอ 12 คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติมีอํานาจสั่งพักใบอนุญาตของผู ไดรับใบอนุญาตได เมื่อปรากฏวา (1) ผูไดรับใบอนุญาตทํารายงานดวยความประมาทเลินเลอจนอาจ เปนเหตุใหทางราชการไดรับความเสียหาย (2) ผูไดรับใบอนุญาตยินยอมใหผูชํานาญการหรือเจาหนาที่ของผู ไดรับใบอนุญาตอื่นซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตเพราะทํารายงานอันเปนเท็จหรือซึ่งมี สวนรวมในการทํารายงานในสวนที่เปนเท็จ มาทํารายงาน


197 (3) ผูไดรับใบอนุญาตฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไว ในใบอนุญาต การสั่งพักใบอนุญาตตาม (1) ใหมีกําหนดครั้งละไมนอยกวาหกเดือนแตไม เกินสิบสองเดือน และการสั่งพักใบอนุญาตตาม (2) หรือ (3) ใหมีกําหนดครั้งละไม นอยกวาสามเดือนแตไมเกินหกเดือน ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใบอนุญาตตองหยุดทํารายงานนับแตวันที่ถูก สั่งพักใบอนุญาต ขอ 13 คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติมีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ของผูไดรับใบอนุญาตได เมื่อปรากฏวา (1) ผูไดรับใบอนุญาตขาดคุณสมบัติตามขอ 1 (2) ผูไดรับใบอนุญาตไมจัดใหมีผูชํานาญการหรือเจาหนาที่ ตาม ขอ 4 (3) ขอความในคําขอรับใบอนุญาตในสวนที่เปนสาระสําคัญใน การขอรับใบอนุญาตไมตรงกับความจริงทั้งหมดหรือบางสวน (4) ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใบอนุญาตตามขอ 12 ไดกระทํา การตามขอ 12 (1) (2) หรือ (3) ซ้ําอีก (5) ผูไดรับใบอนุญาตทํารายงานอันเปนเท็จ (6) ผูไดรับใบอนุญาตฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ (7) ผูไดรับใบอนุญาตฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไว ในใบอนุญาตในกรณีที่เงื่อนไขในใบอนุญาตนั้น ไดระบุวาการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ ตามเปนเหตุใหเพิกถอนใบอนุญาตได ผูไดรับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตองหยุดทํารายงานนับแต วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต


198 ขอ 14 กอนพิจารณาสั่งพักหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ใหคณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติดําเนินการไตสวนโดยใหโอกาสแกผูไดรับใบอนุญาตไดทราบ ขอกลาวหาและยื่นคําชี้แจงรวมทั้งการนําพยานหลักฐานอื่นมาเพื่อแกขอกลาวหาดวย ในการนี้ คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติอ าจสั่งใหผูไดรับใบอนุญาตหยุ ดทํา รายงานจนกวาจะมีคําสั่งใหพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือมีคําสั่งใหทํารายงาน ตอไปอีกก็ได ในกรณีที่มีการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามขอ 13 (5) ใหคณะกรรมการ สิ่งแวดลอมแหงชาติระบุชื่อของผูชํานาญการและเจาหนาที่ซึ่งมีสวนรวมในการทํา รายงานในสวนที่เปนเท็จของผูไดรับใบอนุญาตซึ่งทํารายงานอันเปนเท็จไวในคําสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตนั้นดวย ขอ 15 ใหกําหนดคาธรรมเนียม ดังตอไปนี้ (1) คําขอรับใบอนุญาตเปนผูมีสิทธิทํารายงานเกี่ยวกับการศึกษาผล กระทบกระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอม ฉบับละ 20 บาท (2) ใบอนุ ญ าตเป น ผู มี สิ ท ธิ ทํ า รายงานเกี่ ย วกั บ การศึ ก ษาผล กระทบกระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอม ปละ 2,000 บาท

ใหไว ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 ดํารง ลัทธพิพัฒน รัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและการพลังงาน


199

ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ที่ 7/2528 เรื่อง หลักเกณฑเกี่ยวกับประสบการณของผูชํานาญการในการปฏิบัติงานการ สงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม _____________________ อาศัยอํานาจตามความในขอ 4 (1) (ข) แหงกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม แหงชาติ พ.ศ. 2518 คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติจึงกําหนดหลักเกณฑเกี่ยวกับ ประสบการณของผูชํานาญการที่ผูรับใบอนุญาตทํารายงานเกี่ยวกับการศึกษาและ มาตรการปองกันและแกไขผลกระทบกระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอม จะตองจัดให ตลอดระยะเวลาที่ไดรับอนุญาต ไวดังตอไปนี้ ขอ 1 ผูชํานาญการจะตองมีประสบการณตามระยะเวลาที่กําหนดไวดังนี้ (1) สํ า หรั บ ผู ที่ สํ า เร็ จ การศึ ก ษาระดั บ ปริ ญ ญาเอกหรื อ เที ย บเท า จะตองมีประสบการณปฏิบัติงานการสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมตามขอ 2 มาแลวเปนเวลาไมนอยกวา 1 ป (2) สํ า หรั บ ผู ที่ สํ า เร็ จ การศึ ก ษาระดั บ ปริ ญ ญาโทหรื อ เที ย บเท า จะตองมีประสบการณตามขอ 2 มาแลวเปนเวลาไมนอยกวา 3 ป (3) สําหรับผูที่สําเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเทาจะตองมี ประสบการณตามขอ 2 มาแลวเปนเวลาไมนอยกวา 5 ป


200 ขอ 2 ผูชํานาญการจะตองเคยปฏิบัติหนาที่ที่เกี่ยวกับการสงเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดลอมในสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ องคการระหวางประเทศ หนวยงาน ของรัฐของตางประเทศหรือบริษัทที่ปรึกษาที่มีธุรกิ���ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดลอม ในการปฏิบัติหนาที่ตามวรรคหนึ่ง ผูชํานาญการจะตองเคยเปนผูดําเนินการ ทั้งหมดหรือบางสวนในการทํางานอยางหนึ่งอยางใด คือ (1) การจัดทํารายงานเกี่ยวกับการศึกษาและมาตรการปองกันและ แกไขผลกระทบกระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอม (2) การวางแผน การจั ด การ หรื อ การศึ ก ษาและวิ จั ย ที่ เ กี่ ย วกั บ สิ่งแวดลอม เชน ดานภาวะมลพิษ นิเวศวิทยา การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม ศิลปกรรม และวัฒนธรรม ขอ 3 ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ประกอบดวยบุคคลซึ่งเลขาธิการ คณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติแตงตั้ง มีจํานวนไมนอยกวา 5 คน แตไมเกิน 8 คน มีหนาที่พิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและประสบการณของผูชํานาญการ เพื่อเสนอ ความเห็ น ประกอบการพิ จ ารณาของคณะกรรมการสิ่ ง แวดล อ มแห ง ชาติ ใ นการ พิจารณาออกใบอนุญาตใหเปนผูมีสิทธิทํารายงานเกี่ยวกับการศึกษาและมาตรการ ปองกันและแกไขผลกระทบกระเทือนตอคุณภาพสิ่งแวดลอม ขอ 4 ในการพิจารณาของคณะกรรมการตามขอ 3 ใหผูขอรับใบอนุญาต จัดทํารายงานเกี่ยวกับการศึกษาและมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบกระเทือน ตอคุณภาพสิ่งแวดลอม มีหนาที่พิสูจนใหเปนที่พอใจแกคณะกรรมการวาผูที่จะเปน ผูชํานาญการนั้นเปนผูมีคุณสมบัติและมีประสบการณเพียงพอ


201 ในการเสนอความเห็ น ต อ คณะกรรมการสิ่ ง แวดล อ มแห ง ชาติ คณะ กรรมการตองทําความเห็นพรอมดวยเหตุผลวา บุคคลดังกลาวมีประสบการณในการ ปฏิบัติงานการสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมสมควรที่จะเปนผูชํานาญการได

ประกาศ ณ วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2528

(ลงชื่อ) พิชัย รัตกุล (นายพิชัย รัตกุล) ประธานคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ


202

กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 _____________________ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 11 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอมออกกฎกระทรวงไวดังตอไปนี้ ใหกําหนดคาธรรมเนียมดังตอไปนี้ (1) คําขอรับใบอนุญาตเปนผูมีสิทธิทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดลอม ฉบับละ 40 บาท (2) ใบอนุญาตเปนผูมีสิทธิทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดลอม ปละ 4,000 บาท ใหไว ณ วันที่ 24 มีนาคม 2537 พิศาล มูลศาสตรสาทร (นายพิศาล มูลศาสตรสาทร) รัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและสิ่งแวดลอม เหตุผล โดยที่มาตรา 11 แหงพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม แหงชาติ พ.ศ. 2535 กําหนดใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและ สิ่งแวดลอมมีอํานาจออกกฎกระทรวงกําหนดคาธรรมเนียมไมเกินอัตราทายพระราชบัญญัติ ดังกลาวจึงจําเปนตองออกกฎกระทรวงนี้


เอกสารอางอิง สํ า นั ก วิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ ม สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม, 2549, แนวทางการมีสวนรวมของประชาชน และการประเมิ น ผลกระทบสิ่ ง แวดล อ มทางสั ง คมในการวิ เ คราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม, กรุงเทพฯ สํ า นั ก วิ เ คราะห ผ ลกระทบสิ่ ง แวดล อ ม สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 2552, แนวทางการประเมินผลกระทบทาง สุขภาพในรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม, กรุงเทพฯ


จัดพิมพเผยแพรโดย

การอางอิง

พิมพครั้งที่ 1 พิมพครั้งที่ 2 พิมพครั้งที่ 3 พิมพครั้งที่ 4 พิมพครั้งที่ 5 พิมพครั้งที่ 6 ISBN ที่ปรึกษา

คณะผูดําเนินการ

พิมพที่

: สํานักวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม 60/1 ซอยพิบูลวัฒนา 7 ถนนพระรามที่ 6 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400 : สํานักวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม, 2553, ระบบการวิเคราะหผลกระทบ สิ่งแวดลอมของประเทศไทย, กรุงเทพฯ 202 หนา : พ.ศ. 2540 จํานวน 10,000 เลม : พ.ศ. 2544 จํานวน 15,000 เลม : พ.ศ. 2548 จํานวน 2,500 เลม : พ.ศ. 2550 จํานวน 2,500 เลม : พ.ศ. 2552 จํานวน 1,000 เลม : พ.ศ. 2553 จํานวน 1,000 เลม : 978-974-286-278-7 : นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ นายชนินทร ทองธรรมชาติ นางสาวสุชญา อัมราลิขิต นายสนธิ คชวัฒน : นางไรวินท ชมภูกูล นางปราวีณา ใสสะอาด นางสาวปทมา สุระสินธุอนันต : หางหุนสวนจํากัด เอสพี กอปป พริ้น


EIA