Page 1

บทที่ 2 ความเค้ นในชิ้นส่ วนเครื่องจักรกล การออกแบบเครื่องจักรกล

เราจะต้องพิจารณาถึงขนาดที่เหมาะสมของชิ ้นส่ วนเครื่ องจักรกลที่จะสามารถรับความเค้น สู งสุ ดที่เกิดขึ้นในชิ้นส่วนเครื่ องจักรกลได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ชิ้นส่ วนนั้นถูกรับภาระงานโดยการ บิ ด การงอ การกดหรื อดึ ง โดยทัว่ ไปวัสดุ เหนี ยว เช่ น เหล็กเหนี ยวจะมี ความสามารถในการรั บ ความเค้นเฉื อนได้นอ้ ย ฉะนั้นในการออกแบบจึงจะพิจารณาความเค้นเฉื อนมากที่สุดที่เกิดขึ้น ส่ วน วัสดุเปราะ เช่น เหล็กหล่อ และเหล็กชุ บแข็ง ซึ่ งจะต้องพิจารณาความเค้นอัดและความเค้นดึ ง สู งสุ ดที่เกิดขึ้นเป็ นหลัก

ความเค้ นปกติสูงสุ ด ต่ำ าสุ ด

Sn (max) หรื อ Sn (min) คือ ความเค้นอัดหรื อความเค้นดึง ซึ่ งเราสามารถหาความเค้นอัด หรื อความเค้นดึงบนอนุภาคที่กระทำาโดยภาระงานใน 2 มิติ ได้ดงั นี้

สมการที่ 1 และ 2 เป็ นค่าความเค้นอัดหรื อดึงสูงสุ ดโดย SX คือ ความเค้นปกติที่หน้าตัดที่เรากำาลังพิจารณาโดยเป็ นหน้าตัดที่อยูต่ รงจุดวิกฤต โดยความเค้นปกติน้ ี จะเป็ นความเค้นที่เกิดจากการงอหรื อเกิดจากการอัด หรื อ จากการดึง หรื อเป็ นผลรวมของทั้งสอง SX จะมีเครื่ องหมายเป็ น + เมื่อเป็ น ความเค้นดึง และจะมีเครื่ องเป็ น – เมื่อเป็ นความเค้นอัด SY คือ ความเค้นปกติที่จุดวิกฤตในทิศทางตั้งฉากกับ SX เครื่ องหมายของ SY จะมี ลักษณะเดียวกับ SX τ XY คือ ความเค้นเฉื อนที่จุดวิกฤตบนระนาบที่ต้ งั ฉากกับแกน (ซึ่งก็คือระนาน xz) และบนระนาบที่ต้ งั ฉากกับแกน x (ซึ่ งก็คือระบบ yz) ความเค้นเฉื อนนี้อาจเกิด จากโมเมนต์บิดหรื อภาระตามขวาง หรื อเกิดจากผลรวมของโมเมนต์บิดกับ


Sn(max) และ Sn(min) จะเรี ยกว่า ความเค้นหลัก (principle stresses) และระนาบที่ เป็ นที่ เกิดของความเค้นหลักนี้ จะเรี ยกว่าระนานหลัก (principle planes) ที่ระนาบหลักนี้ ความเค้นเฉื อน เป็ นศูนย์ สำาหรับภาระใน 2 มิติ ความเค้นหลักตัวที่สามารถจะเท่ากับศูนย์ รู ปที่ 2-2 แสดงความเค้น หลักบนระนานต่าง ๆ ภาระตามขวาง รู ป 2-1 แสดงความเค้นที่กระทำากับอนุภาคบนทิศทางและระนาบต่าง ๆ

ความเค้ นเฉือนสู งสุ ด τ (max) ที่จุดวิกฤตค่าของมันจะมีค่าเท่ากับครึ่ งหนึ่ งของผลต่างสู งสุ ด ระหว่างความเค้นหลัก 2 ค่าของความเค้นหลักซึ่ งมีท้ ังหมด 3 ค่า (รวมถึงความเค้นหลักที่มีค่าเป็ น ศูนย์ดว้ ย) ในที่น้ ีเราจะพิจารณาแค่ 2 มิติ ฉะนั้นความเค้นเฉื อนสูงสุ ดจะมีค่า

ซึ่ งจากสมการข้างบนเราได้เพียงค่าของความเค้นเฉื อน แต่ต่อไปเราจะได้ระนาบที่ต้ังของมัน ซึ่ งก็ คือระนาบที่เอียงทำามุม 45O กับระนานของความเค้นสู งสุ ด ดังรู ป

การประยุกต์ ของสมการที่ (1) และ (2) จะต้องหาค่า SX, SY และ τ XY ที่จุดวิกฤตของชิ้นส่ วน เครื่ องจักรกล จุดวิกฤตคือจุดที่ความเค้นรวมสู งสุ ด สำา หรั บคาน แทนค่าความเค้นที่ เกิ ดขึ้ นลงใน สมการ (1), (2) เครื่ องหมาย + หมายถึง ความเค้นดึง


เครื่ องหมาย - หมายถึง ความเค้นอัด XY

=

M C r I P A T J SV

= = = = = = = = =

SV

=

Τr J

+ SV สำา หรั บหน้า ตัด วงกลม(เมื่ อ ความเค้น ทั้งหมด

ขนาน) โมเมนต์ตดั , N, m ระยะจากแกนสะเทิน (neutral) ถึงผิวนอก, m รัศมีของหน้าตัดวงกลม, m โมเมนต์ความเฉื่ อยของหน้าตัด, m4 แรงในแนวแกน, N พ.ท.หน้าตัด, m2 แรงบิด, N m โมเมนต์ความเฉื่ อยเชิงมุมของหน้าตัด, m4 แรงเฉื อนตามขวาง, Pa หรื อ N/m2 vϱ Ib

โดย

V = แรงเฉื อนตามขวางบนหน้าตัด, N b = ความกว้างของหน้าตัดที่จุดวิกฤต, m ϱ =โมเมนต์ของพื้ นที่ หน้าตัดของชิ้ นส่ วนที่ จุดวิกฤตที่ เลวร้ ายที่ สุด

เทียบ

กับแกนสะเทิน, m2 SV (max)

=

4V 3A

สำาหรับหน้าตัดวงกลมและเกิดที่แกนสะเทิน

SV (max)

=

3V 2A

สำาหรับหน้าตัดสี่ เหลี่ยมและเกิดที่แกนสะเทิน

Sn (max) Sn (min) (max)

= = =

ค่าความเค้นสูงสุ ด, N/m2 ำ ด, N/m2 ค่าความเค้นต่าสุ ค่าความเค้นเฉื อนสูงสุ ด, N/m2

N/m2 อาจเขียนได้โดยใช้หน่วย Pa (Pascal) ซึ่ งหมายความว่า ความเค้นที่เกิดเนื่ องจากแรง 1 นิว ตันที่กระทำาบนพื้นที่หน้าตัดขนาด 1 ตารางเมตร


ปัญหาพร้ อมเฉลย 1.

ชิ้นส่วนเครื่ องจักรกลดังรู ปมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 mm และยาว 250 mm โดยปลายข้าง หนึ่ งถูกยึดติดกับผนัง จงหาความเค้นดึง ความเค้นอัด ความเค้นเฉื อน ที่ภาวะต่าง ๆ ดังรู ป กำาหนดให้ SY = 0 ทั้งหมดที่จุดวิกฤต (a) ภาระตามแนวแกน ในกรณีน้ ีทุก ๆ จุดในชิ้นส่ วนจะมีความเค้นเท่ากันหมด

(b)

โมเมนต์ ตัด จุด A และ จุด B คือจุดวิกฤต = ที่จุด A และ จุด B (ไม่คิดความเค้นเฉื อน) XY SX

(c)

=

+

Mc I

=+

Sn(max) = + 61.1 MPa (ความเค้นดึงที่จุด A) Sn (min) = 0 ที่จุด A Sn(max) = 0 ที่จุด B Sn(min) = 61.1 MPa (ความเค้นดึงที่จุด B) (max) = ½ (61.1) = 30.6 MP (ความเค้นเฉื อนที่จุด A และ B) แรงอัดอย่างเดียว จุดวิกฤตในที่น้ ีคือจุด ๆ ใดก็ได้ที่อยูบ่ นผิวของชิ้นส่ วน Sn = 0

Sn(max) = + 40.7 MN/m2 (ความเค้นดึง) Sn(min) = - 40.7 MN/m2 (ความเค้นอัด)


(min) = 40.7 MN/m2 (ความเค้นเฉื อน) โมเมนต์ กบั แรงบิด ที่จุด A และ B คือจุดวิกฤต τ

(d)

(ความเค้นอัดที่จุด A) (ความเค้นอัดที่จุด B) A) (ความเค้นดึงที่จุด B) (ความเค้นอัดที่จุด B) (ความเค้นเฉื อนที่ จุด A) (ความเค้นเฉื อนที่ จุด B) หมายเหตุ ขนาดของความเค้นที่จุด A และ B เท่ากัน เครื่ องหมายของความเค้นปกติสูงสุ ดจะเป็ น ตัวบอกว่าตัวใดเป็ นความเค้นอัดเป็ นความเค้นดึง , ขณะที่ความเค้นเฉื อน เครื่ องหมายจะไม่มีความ หมายอะไร (e) โมเมนต์ ตัดกับภาระตามแนวแกน τ XY = 0 ที่จุดวิกฤต A และ B ที่จุด A : SX = + P/A + Mc/I = 7.65 + 61.1 = 68.8 MN/m 2 (ความเค้นดึง) Sn (max) = SX = 68.8 MN/m2 (ความเค้นดึง) Sn (min) = 0 τ (max) = 68.8/2 = 34.4 MN/m2 (ความเค้นอัด) ที่จุด B : SX = + P/A – Mc/I = 7.65 – 61.1 = -53.5 MN/m 2 (ความเค้นอัด) Sn (max) = 0 Sn (min) = - 53.5 MN/m2 (ความเค้นอัด) τ (max) = 53.5/2 = 26.7 MN/m 2 (ความเค้นเฉื อน)


(f)

(g)

2.

แรงบิดกับภาระตามแนวแกน จุดวิกฤตคือจุดทุก ๆ จุดที่อยูบ่ นผิวของชิ้นส่ วน Sx = P/A = 7.65 MN/m2 τ XY = Tr/J = 40.7 MN/m2 Sn (max) = 7.65/2 = 44.7 MN/M2 (ความเค้นดึง) Sn (min) = 3.83 – 40.88 = -37.1 MN/m2 (ความเค้นอัด) τ (mas) = 40.9 MN/m2 (ความเค้นอัด) โมเมนต์ ตัด, ภาระตามแนวแกน, แรงบิด ความเค้นสูงสุดจะอยูท่ ี่จุด A, B ที่จุด A : Sx = Mc/I + P/A = 61.1 + 7.65 = 68.8 MN/m 2 τ XY = Tr/J = 40.7 MN/m2 Sn (max) = 68.8/2 + = 34.4 + 53.3 = 87.7 MN/m2 (ความเค้นดึง) Sx (min) = 34.4 – 53.3 = 19 MN/m 2 (ความเค้นอัด) τ (max) = 53.3 MN/m2 (ความเค้นดึง)

คานยื่น (cantilever) ยาว 40 mm ขนาด 20 mm x 100 mm รั บ ภาระ 6000 N ดัง รู ป จง หาความเค้นเฉือนสูงสุด และจุดที่ความเค้นเฉื อนสู งสุ ดกระทำา วิธีทำา ความเค้นเฉื อนสูงสุดอาจจะเกิดที่บริ เวณรอยตัด A-A หรื อรอยตัด B-B โดยที่รอยตัด A-A จะเป็ นผลมาจาก โมเมนต์ตดั และรอยตัด B-B เป็ นผลมาจากแรงเฉื อน ที่จุดบนรอยตัด A-A :


(ค ว า ม เ ค้ น เฉื อน) ที่จุดบนรอยตัด B-B : (ค ว า ม เ ค้ น เฉื อน) ดังนั้นความเค้นเฉื อนสู งสุ ดจะเกิ ดจากแรงเฉื อน และจะเกิ ดบริ เวณแกนสะเทิ น (neutral asus) ที่รอยตัด B-B 3.

จุดวิกฤตของชิ้นส่ วนเครื่ องจักรกลซึ่ งถูกกระทำาโดยภาระที่ กระทำา ในแนว 2 แนว ทำาให้เกิด ำ ด และความเค้นเฉื อน SX, SY, τ XY ดังรู ป จงหาความเค้นปกติสูงสุ ด ความเค้นปกติต่ าสุ สู งสุด วิธีทำา

ความเค้นหลักที่ 3 เป็ น 0 4.

จงวาดแผนภูมิโมเมนต์ตดั ของชิ้นส่ วนเครื่ องจักรกลที่แสดงในรู ป


5.

แท่ งเหล็ก ดังรู ป 2-17 รั บแรง 9 kN และในขณะเดี ยวกันก็รับโมเมนต์บิด 100 Nm จง หาความเค้นเฉือนสูงสุด วิธีทำา จุดวิกฤติ คือ จุด A

6.

แท่งเหล็ก cost iron ขนาด 75 mm รับแรงอัดขนาด 55 kN ขณะเดียวกันก็รับโมเมนต์บิด ำ ด ขนาด 300 Nm ดังแสดงในรู ป 2-18 จงหาความเค้นปกติสูงสุ ดกับต่าสุ วิธีทำา


7.

จงหาค่าความเค้นปกติมากสุ ดกับค่าความเค้นเฉื อนมากสุ ดที่ รอบตัด A-A ของชิ้นส่ วนที่รับ แรง ดังรู ป วิธีทำา T = 1000(0.2) = 200 N m จากแรง 1000 N M = 2000(0.2) = 400 N m จากแรง 2000 N M = 1000(0.25) = 250 N m จากแรง 1000 N ผลบวกของโมเมนต์ตดั คือ ผลบวกแบบเวกเตอร์ ของโมเมนต์ตดั

หมายเหตุ Sn (min) คือ ค่าความเค้นมากสุ ด 8.

จงหาความหนาของ steel bracket ที่รอยตัด A-A โดยมีแรงกระทำา ดังรู ป 2-20 กำาหนดให้ ความเค้นดึงไม่เกิน 70 MN/m2 วิธีทำา

ได้ b = 9 มม. 9.

โดยความเค้นดึงไม่เกิน 70 NM/m2

ำ ก 90 kg/m ถ้าส่งกำาลังของล้อรถจักร ดังรู ป มีน้าหนั โดยมีระยะข้อเหวี่ยง 375 mm และรัศมีของล้อขับ


0.915 m ถ้าความเร็วของเครื่ องยนต์ คือ 96.6 km/h และแรงขับเคลื่อนต่อล้อเท่ากับ 45 kN จงหาค่า ความเค้นปกติสูงสุดและค่าความเค้นเฉื อนสูงสุ ดของ คานเหล็กที่เกิดจากความเฉื่อยของคานเหล็กกับแรงที่ กระทำากับคานเหล็กตามแนวแกนที่ตาำ แหน่ง ดังรู ป 2-21 ำ กของคานเหล็ก หน้าตัดของคานเหล็ก คือ ให้คิดน้าหนั 75 mm X 150 mm วิธีทำา ที่ 96.6 km/h ล้อยังจะหมุนด้วยความเร็ ว 29.3 รอบ/วินาที ทุก ๆ จุดบนคานเหล็กจะมีความเร่ งในทิศทางพุง่ ลงข้างล่าง, aP

ำ กรวมของคานเหล็ก น้าหนั = 90(2) = 180 kg แรงเฉื่อยจะมีทิศทางพุง่ ขึ้น = 180 x 322 = 57,960 N ฉะนั้น แรงลัพ ธ์ ที่ ทาำ กับ คานเหล็ก ในทิ ศ ทางพุ่ ง ขึ้ น จะเท่ า กับ = 57,960 – 180(9.81) = 56,200 N แรงตามแนวแกน F หาโดยพิจารณา F.B.D ของล้อหลังและของคานเหล็กโดยหาโมเมนต์ รอบ จุด 0 ได้ 0.375 F = 45,000(0.915), F = 110,000 N ำ กกับแรงเฉื่ อย โมเมนต์ตดั สู งสุ ดสำาหรับคานเหล็กที่รับแรงกระทบเนื่ องจากผลต่างของน้ าหนั คือ

10.

แท่งโลหะถูกยึดและรับแรงดังรู ป 2-22 ให้คาำ นวณหาความเค้นเฉื อนที่รอยตัด A-A และรอยตัด B-B


วิธีทำา

11.

สลักเหล็กหนา 66 mm มีแรงกระจายขนาด 2.7 kN กระทำา ดังรู ป 2-23 จงหาความเค้น เฉือนสูงสุดความเค้นอัด ความเค้นดึงสู งสุ ด ที่รอยตัด A-A และที่จุด B

วิธีทำา


12.

หาความเค้นปกติสูงสุดและความเค้นเฉื อนสูงสุ ดที่รอยตัด A-A สำาหรับข้อเหวี่ยง ดังรู ป 2-24 เมื่อแรง 10 kN นั้นสมมติให้กระทำาที่จุดศูนย์กลางของเดือย ดังรู ป

วิธีทำา จุดวิกฤติ คือ หน้าสุดกับหลังสุ ดของผิวที่รอยตัด A-A

13.

เพลาของกังหัน มีความเค้นในแนวรัศมี 20 MPa ความเค้นในแนวสัมผัส 50 MPa ที่จุดบน เพลาของกังหัน ดังรู ป 2-25 จงหาความเค้นเฉื อนสู งสุ ดที่จุดนี้


วิธีทำา

ปัญหาเพิม่ เติม 14.

15.

คานยืน่ ซึ่งมีหน้าตัดวงกลมถูกรับแรงต่าง ๆ ดังรู ป 2-20 จงเขียนสมการของ a) ความเค้นดึงสู งสุ ดที่จุด A b) ความเค้นอัดสู งสุ ดที่จุด A c) ความเค้นดึงสู งสุ ดที่จุด B d) ความเค้นอัดสู งสุ ดที่จุด B e) ความเค้นเฉื อนสู งสุ ดที่จุด A และ B ในเทอมของ T, F, L, d และ P ตอบ ให้ดูปัญหาข้อ 1 ชิ้นส่วนเหล็กถูกกระทำาด้วยแรงบิด 100 N และแรงตามแนวแกน 9000 N ดังแสดงในรู ป จง หาขนาดของ a) ความเค้นเฉื อนสู งสุ ด b) ความเค้นปกติสูงสุ ด ำ ด c) ความเค้นปกติต่าสุ ตอบ a) 12.2 MPa b) 23.6 MPa c) -14.9 MPa (ความเค้นอัด)


16.

เพลากลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 mm รับแรงบิด 565 Nm และถูกอัดด้วยแรง 65 kN ดังแสดงในรู ป 2-28 จงหา a) ความเค้นเฉื อนสู งสุ ดในเพลา b) ความเค้นดึงมากสุ ดในเพลา c) ความเค้นอัดสูงสุดในเพลา ตอบ a) 28.3 MN/m2 b) 11.8 MN/m2 c) 44.9 MN/m2 (ความเค้ น อัด)

17.

จงหาความเค้นเฉือนสูงสุดของชิ้นส่ วนที่รับแรงดังรู ป 2-29 ตอบ 13.6 MPa (คามเค้นเฉื อน)

18.

ข้อเหวี่ยงชนิดหนึ่ งถูกแรงกระทำา 10 kN ดังรู ป 2-30 จงหาค่าความเค้นเฉื อนสู งสุ ดที่รอยตัด A-A โดยรอยตัด A-A มีรัศมีของเพลาเท่ากับ 50 mm τ XY = 93.7 MN/m2 τ (max) = 146 MN/m2 ตอบ SX = 224 MN/m2

19.

เฟื องดอกจอก (bevel gear) ตัวหนึ่ งถูกกระทำาด้วยแรง 3 แรง ดังรู ป 2-31 โดยที่แรง 500 N นั้น กระทำา ในทิ ศทางตั้งฉากกับ หน้ากระดาษโดยพุ่งเข้า หาหน้า กระดาษ และแรงทั้ งสาม กระทำาที่จุดเดียวกันตรงรัศมีเฉลี่ย จงหาโมเมนต์ตดั และความเค้นเฉื อนสูงสุ ดของรอยตัด A-A ตอบ M = 1020 N, = 28.2 MN/m2

20.

เหล็กรู ปตัวยู (steel brocket) มีแรง 2 แรง ขนาด 22 kN กระทำากับเหล็กรู ปตัวยู ดังรู ป 2.32 ำ กของตัวเหล็กรู ปตัวยู และจุดชุมนุ มความเค้นไม่ตอ้ งนำามาคิด ถ้าความเค้นดึงสู งสุ ดไม่ น้าหนั ำ ดที่เป็ นไปได้ที่เหล็กรู ปตัวยู เกิน 35 MN/m2 จากหาระยะ X ต่าสุ


ตอบ 21.

91.5 mm

ำ ก 90 kg/m ความยาวระยะเหวี่ยง (crank length) OP คือ 400 คานเหล็กของรถจักรมีน้าหนั mm และรัศมีของล้อขับ 1 m ถ้าความเร็ วของเครื่ องยนต์ คือ 33.5 m/s และแรงรับที่ลอ้ แต่ละ ล้อเท่ากับ 4.5 kN จงหาความเค้นปกติสูงสุ ดและความเค้นเฉื อนสู งสุ ดของคานเหล็ก ซึ่ งเป็ น ผลมาจากแรงความเฉื่อยและแรงตามแนวแกน หน้าตัดของคานเหล็ก คือ 75 mm X 150 mm ตอบ ความเร่ งของคานเหล็ก = 449 m/s2 ทิศทางพุ่งขึ้น แรงความเฉื่อยของคานเหล็ก = 121 kN ทิศทางพุง่ ลง แรงตามแนวแกนของคานเหล็ก = 113 kN (ความเค้นอัด) Sn (max) = 155 MN/m2 (ความเค้นดึง) Sn (min) = 175 MN/m2 (ความเค้นอัด) τ (max) = 87.8 MN/m2 (ความเค้นเฉื อน)

22.

เพลาสวมอัดความเค้นที่จุด ๆ ในเนื้ อเพลามีค่า 35 MN/m2 และ 60 MN/m2 โดยเป็ นความเค้น ดึงแสดงดังรู ป 2-34 อะไรคือความเค้นเฉื อนสูงจุดที่สุดนี้ ตอบ 30 MN/m2 (ความเค้นเฉื อน)

23.

จงหาความเค้นปกติสูงสุดและความเค้นเฉื อนสูงสุ ดที่รอยตัด A-A สำาหรับข้อเหวี่ยงซึ่งรับแรง 10 kN โดยสมมติ ใ ห้แ รง 10 kN นี้ เป็ นแรงที่ ก ระทำา ที่ จุ ด ดัง แสดงในรู ป 2-35 ไม่ คิ ด ความเค้นเฉื อนเนื่องจากแรง τ XY ตอบ SX = 21.2 MN/m2 = 13.3 MN/m2


เฉือน) 24.

25.

τ

(max) = 17 MN/m2 (ความเค้น

บันไดที่ทาำ จากเหล็กกลมตัดปลายงอ ขนาดเหล็กนี้ เท่ากับ 25 mm โดยปลายทั้ง 2 ข้างของ เหล็กกลมถูกเชื่อมกับปี กของเหล็กรู ปตัว I ดังรู ป ปลายทั้งสองข้างที่ถูกยึดให้ถือว่าเป็ นส่ วน เดี ยวกับปี กของเหล็กตัว I จงคำา นวณหาความเค้นเฉื อนสู งสุ ดที่ เ กิ ดขึ้ นในบันไดโดยมี แรง กระทำา ที่ตรงกลางของบันไดขนาด 785 N ไม่คิดผลของความโค้งที่ ปลายทั้งสอง ข้างของ บันไดในการคำานวณหาค่าความเค้นเฉื อนสูงสุ ด τ (max) = 15.5 MPa ตอบ

คานเหล็กโค้งโดยปลายข้างหนึ่งถูกยึดติดกับฐานที่เคลื่อนที่ดว้ ยความเร่ ง 2.44 m/s2 และปลายอีก ข้างมีแรงขนาด 900 kg ดังรู ป 2-37 จงหาขนาดชองคานเหล็กโค้งน้อยที่สุดโดยความเค้นเฉื อน สู งสุ ดไม่เกิน 70 MPa ตอบ

26.

Sn (max) = 27.7 MN/m2

60 mm

ข้อเหวี่ยงที่ทาำ จากเหล็กกลมมีแรงกระทำาขนาด 1 kN ดังรู ป 2- 38 และแรงนี้สมดุลกับแรงต้าน การหมุนของข้อเหวี่ยง a) คำานวณความเค้นปกติสูงสุ ดและความเค้นเฉื อนสู งสุ ดที่เกิดในรอยตัด A-A b) คำานวณหาความเค้นเฉื อนสู งสุ ดที่เกิดในบริ เวณ I,II และ III ตามลำาดับ


ตอบ

a) Sa(max) = 186 MN/m2 b) 55.7 MN/m2 สำาหรับบริ เวณ I, 96 Mn/m2

สำาหรับบริ เวณ III

(max) = 96 MN/m2 43.5 mn/m2 สำาหรับบริ เวณ II,

ความเค้นในชิ้นส่วนเครื่องจักรกล  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you