Page 1

เล่ม 2

เล่ม 2


คานา บทความวิชาการ เป็นการรวบรวมความรู๎และเนื้อหาสาระที่กํอให๎เกิดประโยชน๑แกํผู๎อํานและผู๎ที่ ได๎ศึกษาค๎นคว๎า ซึ่งจัดทําขึ้นโดยนักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตร๑เกษตร ชั้นปีที่ 4 ( ปีการศึกษา 2559 ) คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล๎าเจ๎าคุณทหารลาดกระบัง บทความวิชาการนี้ได๎รวบรวมความรู๎ทางด๎านนิเทศศาสตร๑เกษตรที่สามารถนําไปพัฒนาและตํอ ยอดได๎ไมํวําจะเป็นความรู๎ทางด๎านวิทยุโทรทัศน๑ ภาพยนตร๑ กราฟิกสิ่งพิมพ๑ โฆษณาประชาสัมพันธ๑หรือ ทางด๎านการพัฒนาการเกษตร รวมถึงความรู๎ด๎านตํางๆอีกมากมาย นักศึกษาทุกคนได๎รวบรวมข๎อมูลที่ นําเชื่อถือมาเป็นอยํางดี โดยมีอาจารย๑ที่ปรึกษา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในแตํละด๎านคอยตรวจสอบและให๎ คําแนะนําเพิ่มเติม สุดท๎ายนี้คณะผู๎จัดทําขอขอบคุณทุกแหลํงข๎อมูลที่สามารถให๎นักศึกษาทุกคนเข๎าถึงได๎ คณะ ผู๎จัดทําหวังวําการรวบรวมบทความวิชาการครั้งนี้จะกํอให๎เกิดประโยชน๑สูงสุดให๎แกํผู๎อํานทุกทําน คณะผู๎จัดทํา


สารบัญ เรื่อง - การสํงเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษสําหรับคนเมือง (กัลยรัตน๑) - หนังสืออิเล็กทรอนิกส๑สําหรับเพื่อเผยแพรํเนื้อหาเกษตร (เกสรา) - สื่อการเรียนรู๎ของโครงการป่าในกรุง ปตท. (จริยาวรรณ) - การสื่อสารของแหลํงเรียนรู๎ทางการเกษตร : กรณีศึกษา Secret Space (จิรภิญญา) - การสํงเสริมการขายผลผลิตทางการเกษตรผํานfacebook (จุฑามาศ) - สื่อในการสํงเสริมการทํองเที่ยวเชิงเกษตร : เทศกาลทุํงทานตะวันบานลพบุรี (ฉัตรสุดา) - ภาพยนตร๑ไทยกับวิถีชวี ิตเกษตรกร จากอดีตถึงป๓จจุบัน (ชญานิศ) - การใช๎เฟซบุ๏คเพื่อประชาสัมพันธ๑สวนมะนาว (โชติพงษ๑) - E-COMMERCE เพื่อธุรกิจทางการเกษตร (เฌอ) - การลําดับภาพในการตัดตํอรายการโทรทัศน๑เชิงการเกษตร (ฐานิสร) - การใช๎เฟซบุ๏ค (Facebook) เพื่อประชาสัมพันธ๑การทํองเที่ยวเชิงนิเวศแบบโฮมสเตย๑ (ณัฐญาดา) - การผลิตสื่อสิ่งพิมพ๑ของสถานพยาบาล (ณัฐณิชา) - รูปแบบรายการโทรทัศน๑ทางการเกษตรในป๓จจุบนั (ณัฐวรา) - การใช๎สื่อเพื่อการโฆษณาอาหารเพื่อสุขภาพ (ดารัตน๑) - การประชาสัมพันธ๑ผา๎ ฝ้ายอินทรีย๑ในกลุํมวิสาหกิจชุมชน (เดือนนภา) - แนวโน๎มการใช๎งานโมบายแอพพลิเคชั่นในภาคการเกษตรของประเทศไทย (ธนคม) - การใช๎สื่อแอนิเมชัน เพื่อสํงเสริมความเข๎าใจในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง (ธนาภรณ๑) - วัฒนธรรมข๎าวกับการสํงเสริมการเกษตร (ธนิดา) - การผลิตหนังสั้นทางการเกษตรให๎ประสบผลสําเร็จ กรณีศึกษาตัวอยําง“Rookie Chef” (ธรรมพร) - กลยุทธ๑ในการสื่อสารการสํงเสริมการเกษตรผํานเฟซบุ๏ก (นพรัตน๑) - มุมมองภาคการเกษตรในนวนิยายไทย กรณีศึกษา กาญจนา นาคนันทน๑ (วนัสธนัน) - สื่อเพื่อการสื่อสารทางการตลาดอาหารฮาลาล (นัจวา) - Youtube สํงเสริมเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (นัชชา) - สื่อใหมํกับ Food Delivery ในสังคมยุคใหมํ (นาดีน) - การประชาสัมพันธ๑ผลิตภัณฑ๑สกินฟูดผํานเฟซบุค (นาถริตา) - การสํงเสริมผ๎าไทยผํานบทละคร “ประทีปรักแหํงใจ” (นิภาดา) - การใช๎เทคโนโลยีผสานความจริงเสมือน (AR) ในงานสํงเสริมการเกษตร (นิวาริน) - อิทธิพลของสื่อบุคคลกับอาหารซุปเปอร๑ฟู้ด (Superfood) (ทิพย๑รดา) - การทํองเที่ยวเชิงเกษตร : โครงการหลวงแมํลาน๎อย (ปทุมา) - การประยุกต๑ใช๎เทคโนโลยีเสมือนจริงสําหรับภาคการเกษตร (ปาริฉัตร๑)

หน้า 1-6 7-16 17-27 28-37 38-44 45-56 57-67 68-74 75-81 82-89 90-99 100-112 113-119 120-128 129-139 140-146 147-155 156-163 164-173 174-182 183-188 189-196 197-205 206-215 216-225 226-232 233-240 241-251 252-259 260-269


- การประยุกต๑ใช๎เทคโนโลยีผสานความจริงเสมือนกับการทํองเที่ยวเชิงเกษตร (ปิยะพร) 270-277 - การสื่อสารการทํองเที่ยวเชิงเกษตรด๎วยวิถี Slow Life (พรชนก) 278-285 - การใช๎ Social Media เพื่อสํงเสริมการขาย Bingsu (พักรหทัยพัฒน๑) 286-292 - การใช๎สื่อใหมํในการประชาสัมพันธ๑ภายนอกองค๑กร กรณีศึกษาบริษัทเจริญโภคภัณฑ๑ (พิชญาณี) 293-298 - การออกแบบตราสินค๎าเพื่อสํงเสริมการตลาดสินค๎าเกษตรไทย (พิมพ๑พิศา) 299-306 - เครื่องมือออนไลน๑สาํ หรับสร๎างป้ายประชาสัมพันธ๑ทางการเกษตร (พิมพร) 307-316 - สื่อออนไลน๑เพื่อการสํงเสริมธุรกิจผลไม๎อบกรอบ (พุฒิรักษ๑) 317-325 - สื่อวีดิทัศน๑กับการเผยแพรํความรู๎เกี่ยวกับผักไฮโดรโปนิกส๑ (เพชรรัตน๑) 326-331 - แนวทางการออกแบบฉลากผลิตภัณฑ๑เกษตรอินทรีย๑ (ภัทราพร) 332-340 - การสื่อสารในการสํงเสริมการเกษตรผํานศูนย๑การเรียนรู๎ : ชุมชนคอยรุตตั๊กวา (มนัสวี) 341-350 - การใช๎ Mobile Application เพื่อสํงเสริมการเกษตร (Protect plant) (มัทชิมา) 351-358 - เกษตรกรรมยั่งยืนสูํการถํายทอดผํานละครโทรทัศน๑ชํอง 3 (รัตนาวดี) 359-367 - การเผยแพรํความรู๎ด๎านการเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวผํานE-book(ฤทธิ์พร) 368-378 - การถํายภาพเพื่องานทางการเกษตร(วนวัทน๑) 379-388 - สื่อกิจกรรมกับการเรียนรู๎ทางการเกษตร : ไรํปลูกรัก (วาสิน)ี 389-395 - องค๑กรกับความรับผิดชอบตํอสังคม กรณีศึกษา : โครงการเกษตรอินทรีย๑ สนามบินสุโขทัย (วิลาวัลย๑) 396-404 - บล็อกออนไลน๑เพื่อการจัดการธุรกิจร๎านอาหารขนาดเล็ก สําหรับกลุํม Generation Y (วีระยุทธ) 405-416 - การสื่อสารการรวมกลุํมโฮมสเตย๑กับการทํองเที่ยวเชิงเกษตรบ๎านยายดา ต. ตะพง (ศิรประภา) 417-426 - การประยุกต๑ใช๎สื่อเพื่อสํงเสริมการปลูกข๎าวอินทรีย๑ (สายธาร) 427-437 - การใช๎สื่อเฟสบุ๏คและสื่อเว็บไซต๑สํงเสริมการสํงออกทุเรียนไทย (สิริมา) 438-444 - การออกแบบภาพนิ่งบนสื่อสังคมออนไลน๑เพื่อประชาสัมพันธ๑การทํองเที่ยวเชิงเกษตร (สุกัญญา) 445-453 - Instagram สื่อทางเลือกสําหรับสินค๎าทางการเกษตร (สุรัตน๑) 454-461 - วิทยุสื่อสารยํานความถี่ประชาชนกับการใช๎งานภาคการเกษตร (อดิราช) 462-470 - การปรับตัวของธุรกิจเกษตรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (ศุภพิชญ๑) 471-480 - หลักการออกแบบอินโฟกราฟิกเพื่อสํงเสริมการปลูกผักสวนครัว (อรชร) 481-487 - การสื่อสารเพื่อการสํงเสริมการเกษตรผํานรายการเรียลลิตโี้ ชว๑ : รายการ Oh! My Baby (อลิสา) - นิทานพื้นบ๎านไทยสะท๎อนวิถีชวี ิตการเกษตร (อาริยา)

488-497 498-506


488

การสื่อสารเพื่อการส่งเสริมการเกษตรผ่านรายการเรียลลิตี้โชว์ : รายการ Oh! My Baby อลิสา กิติพันธยาพร 56040715 บทนา “เรียลลิตี้โชว๑” เป็นรายการโทรทัศน๑ที่เป็นที่นิยมมากทั่วโลก มีรูปแบบของรายการที่หลากหลาย สิ่งที่ เป็นเอกลักษณ๑ของรายการเรียลลิตี้โชว๑ คือ “การนําเสนอความจริง” รายการรูปแบบนี้ถูกสร๎างสรรค๑ขึ้นเพื่อความ บันเทิงของผู๎รับสารเป็นสํวนใหญํ เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแตํหกทศวรรษที่แล๎ว โดยสถานการณ๑ ตํางๆในรายการมาจากผู๎ผลิตที่กําหนดขึ้น ผู๎รํวมรายการมีหน๎าที่ดําเนินเรื่องไปตาม ความเป็นจริง ในป๓จจุบัน รายการเรียลลิตี้โชว๑ก็ไมํใชํเพียงเพื่อความบันเทิงอยํางเดียว แตํยังมีรายการ เรียลลิตี้โชว๑ที่มีการสอดแทรกความรู๎ ตํางๆลงไปในเนื้อหาของรายการด๎วย เนื้อหาของสารนั้นก็จะแตกตํางกันไปตามลักษณะรูปแบบรายการ ซึ่งรายการ Oh! My Baby เป็นรายการเรียลลิตี้โชว๑รายการหนึ่ง ที่ ได๎มีการนําเสนอความรู๎ด๎านการเกษตรลงไปด๎วย โดยผําน กิจกรรมตํางๆที่ผู๎รํวมรายการได๎กระทํา ดังนั้นจึงเห็นได๎วําการสื่อสารเพื่อการสํงเสริมการเกษตรไมํใชํเพียงหน๎าที่ ของนักสํงเสริมหรือนักพัฒนาการเทํานั้น แตํผู๎รํวมรายการที่เป็นดาราก็สามารถเป็นผู๎สํงสารทางการเกษตรได๎ และ ทุกคนก็สามารถเป็นผู๎รับสารได๎เชํนกัน 1. การสื่อสารเพื่อการส่งเสริมการเกษตร การสื่อสารเป็นหัวใจสําคัญในการดําเนิน งานการสํงเสริมการเกษตร เป็นการที่ผู๎สํ งสารทําการเผยแพรํ ความรู๎ทางด๎านการเกษตร โดยผํ านชํองทางตํางๆไปยังผู๎รับสารกลุํ มเป้าหมาย การสื่อสารทางการเกษตรจึง หมายถึง กระบวนการในการสื่อสารโดยผู๎สํงสารทําหน๎าที่ในการสํงขําวสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับการสํงเสริม การเกษตร ในลักษณะการให๎บริการและเผยแพรํวิธีปฏิบัติที่ถูกต๎อง ผํานสื่อหรือชํองทางการสื่อสารไปสูํบุคคล เป้าหมาย เพื่อให๎เกิดผลตํอการเปลี่ยนแปลงทางความรู๎ ทัศนคติและพฤติกรรม และประสิทธิภาพสูงสุด ตามที่ผู๎สํง ส า ร ต๎ อ ง ก า ร โ ด ย ก ม ล รั ต น๑ อิ น ท ร ทั ศ น๑ ( 2549) อ า จ า ร ย๑ ป ร ะ จํ า ส า ข า วิ ช า นิ เ ท ศ ศ า ส ต ร๑ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได๎กลําวไว๎วํา โดยทั่วไปถ๎ากลําวถึงการสื่อสารกับการพัฒนาการเกษตร สิ่งที่ จะต๎องมาควบคูํกันคือ การสํงเสริมการเกษตรเพราะทั้งคูํตํางเป็นเครื่องมือ เทคนิค รวมทั้งกระบวนการที่มุํงสูํการ พัฒนาการเกษตรรํวมกัน เดวิด เค เบอร๑โล (David K. Berio) ผู๎คิดค๎นกระบวนการของการติดตํอสื่อสารในรูปแบบ SMCR Model โดยได๎อธิบายองค๑ประกอบของการสื่อสารวํามี 4 องค๑ประกอบ ดังนี้ 1. ผู๎สํงสาร (Source) คือ บุคคลหรือกลุํมบุคคลที่เป็นผู๎เริ่มต๎นสํงสารไปให๎อีกบุคคลหนึ่งจะโดยตั้งใจหรือไมํ ก็ตาม หรือเป็นผู๎ทําหน๎าที่สํงสารผํานชํองทางหนึ่งไปยังผู๎รับสาร


489

2. สาร (Message) คือ ข๎อมูลตํางๆที่ผู๎สํงสารต๎องการจะถํายทอดไปยังผู๎รับสาร และสามารถแสดงออกมา เป็นภาษาหรือสัญลักษณ๑ใดๆที่สามารถทําให๎เกิดการรับรู๎รํวมกันได๎ 3. ชํองทาง (Channel) หรือสื่อ คือ ตัวกลางที่นําสารจากผู๎สํงสารไปยังผู๎รับสาร โดยนําสารเข๎าสูํประสาท สํวนหนึ่งสํวนใดหรือหลายสํวนของผู๎รับสาร 4. ผู๎รับสาร (Receiver) คือ บุคคลหรือกลุํมคนที่เป็นเป้าหมายของการสื่อสาร เมื่อได๎รับสารผู๎รับสาร จะ เกิดการตีความและการตอบสนอง หลังจากนั้นจะสํงปฏิกิริยาตอบสนอง (feedback) กลับไปให๎ผู๎สํงสาร หรือเรียก ผู๎รับสารวําเป็นผู๎ทําการถอดรหัสสารที่สํงมาจากผู๎สํงสารให๎เกิดความหมาย ดังนั้นการสื่อสารเพื่อการสํงเสริมการเกษตรจึง หมายถึง กระบวนการในการสื่อสาร โดยผู๎สํงสารทําการสํง สารที่มีเนื้อหาด๎านการสํงเสริมการเกษตร ผํานสื่ อหรือชํองทางที่เหมาะสมไปยังผู๎รับสาร เพื่อกํอให๎เกิด การ เปลี่ยนแปลงทางความรู๎ ทัศนคติและพฤติกรรม โดยมีองค๑ประกอบพื้นฐานไมํแตกตํางไปจากองค๑ประกอบการ สื่อสารของเบอร๑โล นั่นคือประกอบด๎วย ผู๎สํงสาร สาร ชํองทาง และผู๎รับสาร 2. เรียลลิตี้โชว์ 2.1 ความหมายของเรียลลิตี้โชว๑ เรี ย ลลิ ตี้ โ ชว๑ เป็ น รายการโทรทั ศ น๑ ที่ ไ ด๎ รั บ ความนิ ย มอยํ า งมากในป๓ จ จุ บั น ถื อ กํ า เนิ ด ขึ้ น ในประเทศ สหรัฐอเมริกา มีการดําเนินการโดยใช๎สถานการณ๑จริง และไมํมีการเขียนบท ผู๎เข๎ารํวมรายการจะต๎องเผชิญ กับ สถานการณ๑ตํางๆที่ผู๎ผลิตรายการกําหนดขึ้น โดยแอนเนทท๑ ฮิล (Annette Hill อ๎างถึงใน สามมิติ สุขบรรจงและ คณะ, 2555) ศาสตราจารย๑ด๎านสื่อและผู๎ชมสื่อโทรทัศน๑ จากสถาบันวิจัยด๎านการสื่อสารและสื่อมวลชนศึกษา มหาวิทยาลัยเวสต๑มินส๑เตอร๑ แหํงสหราชอาณาจักร ให๎ความหมาย “เรียลลิตี้โชว๑” วําเป็นรายการโทรทัศน๑ที่มี ลักษณะและเทคนิคการนําเสนอแตกตํางไปจากรายการทั่วไป โดยมีรูปแบบยํอยที่หลากหลาย แตํในทุกรายการ ก็ตํางมีลักษณะรํวมที่สําคัญนั่นคือ การนําเสนอ “ความจริง คนจริง และเรื่องจริง ” ในขณะที่ ริชาร๑ด คิลบอร๑น (Richard Killborn อ๎างถึงใน สามมิติ สุขบรรจงและคณะ, 2555) นักผลิตรายการเรียลลิตี้ แหํงสหรัฐอเมริกาได๎ อธิบายความหมายของ “Reality TV” วําเป็นรายการโทรทัศน๑ที่เกิดจากการบันทึกเหตุการณ๑ในชีวิตประจําวัน ทั้ง สํวนบุคคลและกลุํมคนอยํางรวดเร็ว ด๎วยอุปกรณ๑กล๎องวิดีโอ โดยพยายามทําให๎เหมือนเหตุการณ๑ที่เกิดขึ้นในชีวิต จริง ผํานรูปแบบและเรื่องราวที่หลากหลาย การรวมกันของป๓จจัยที่เหมาะสม รวมทั้งมีวิธีการตัดตํอให๎เป็นรายการ ที่นําดึงดูดตํอผู๎ชมเป้าหมายของรายการ และสามารถทําให๎ผู๎ชมเชื่อวําเหตุการณ๑ที่ถูกบันทึกและนําเสนอ คือ ความ เป็นจริง หรือ Reality จึงเรียกรายการโทรทัศน๑ประเภทนี้วํา “Reality TV” ตํอมาถูกเรียกอีกนามวํา “Reality Show” ประเทศไทยได๎เรียกทับศัพท๑วํา “เรียลลิตี้โชว๑” กลําวโดยสรุป เรียลลิตี้โชว๑ หมายถึง รายการโทรทัศน๑ รูปแบบหนึ่ง ที่ยึดถือในหลักการนําเสนอความจริง ดําเนินการจากสถานการณ๑จริงที่กลุํมผู๎ผลิตรายการกําหนดขึ้น โดยใช๎กล๎องวิดีโอในการบันทึกภาพและผํานกระบวนการตัดตํอกํอนเผยแพรํสูํผู๎ชมในภายหลัง 2.2 รายการ Oh! My Baby


490

รายการ Oh! My Baby เป็นรายการเรียลลิตี้โชว๑ที่เผยแพรํผํานสื่อโทรทัศน๑ ผลิตโดยสถานีโทรทัศน๑ SBS หรือ Seoul Broadcasting Station ประเทศเกาหลีใต๎ ออกอากาศทุกวันเสาร๑ เวลา 17.05 น. โดยมีความยาว ตอนละ 70 นาที ออกอากาศครั้งแรกวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557 และได๎ออกอากาศตอนสุดท๎าย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ด๎วยคําความนิยม (Rating) 5.1% ในตอนสุดท๎าย รายการออกอากาศทั้งหมด 125 ตอน เป็น รายการเพื่อความบันเทิง โดยรูปแบบของรายการเป็นการนําเสนอชีวิตประจําวันในด๎านตํางๆ ของครอบครัวผู๎รํวม รายการ เชํน ด๎านการเลี้ยงดูบุตร ด๎านการเกษตร ด๎านการใช๎วิถีชีวิตแบบชนบท เป็นต๎น โดยผู๎รํวมรายการเป็น ครอบครัวของบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศเกาหลีใต๎ มีครอบครัวที่เคยเข๎ารํวมรายการทั้งหมด 19 ครอบครัว เชํน ครอบครัวอิมฮารยองนักแสดงตลกชั้นแนวหน๎า ครอบครัวริคกี้คิมนายแบบและนักแสดงชื่อดัง ครอบครัวคิมแทวู นักร๎องนําจากวง G.O.D ครอบครัวลีจุนซู อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ เกาหลีใต๎ เป็นต๎น รายการ Oh! My Baby ในประเทศไทย ได๎มีผู๎นํามาแปลเป็นภาษาไทยให๎คนไทยได๎ชม จนเป็นที่นิยมมาก ในประเทศไทย โดยผํานชํองทางเฟซบุ๏กแฟนเพจชื่อ BonBon0510 ซึ่งตอนที่ถูกนํามาเลือกแปลเป็นภาษาไทยคือ ตอนของครอบครัวริคกี้คิม นายแบบและนักแสดงชื่อดังในเกาหลีใต๎ สมาชิกในครอบครัว ประกอบด๎วย ริคกี้คิม รยู ซึงจูภรรยา และลูกอีกสามคนชื่อ แทริน แทโอ และแทรา มีคนกดไลค๑เพจถึง 107,233 คน มีตอนที่ถูกแปลทั้งสิ้น 100 ตอน (ณ วันที่ 23 ก.ย. 59) และในตอนที่ 84 ซึ่งมีผู๎เข๎าชมสูงที่สุดถึง 202,494 ครั้ง จึงแสดงให๎เห็นถึงกระแส นิยมเกาหลีในประเทศไทย แตํไมํใชํเพียงซีรีย๑เกาหลี อาหารเกาหลี หรือกระแส k-pop เทํานั้น ในป๓จจุบันรายการ เรียลลีตี้โชว๑ก็ได๎เข๎ามามีบทบาทมากขึ้นในประเทศไทยกลุํมคนที่ไ ด๎ชมรายการจึงเกิดการรวมตัวกันเป็นกลุํมแฟน คลั บ ของครอบครั ว ริ ค กี้คิ ม ทําให๎ ค รอบครั ว นี้ เป็ นที่รู๎ จัก อยํา งแพรํ ห ลาย จนกํอให๎ เ กิด การจัด แฟนมีต ติ้ง ของ ครอบครัวริคกี้คิมขึ้นในประเทศไทย 3. การสื่อสารเพื่อการส่งเสริมการเกษตรผ่านรายการเรียลลิตีโชว์ : รายการ Oh! My Baby การสื่อสารเพื่อสํงเสริมการเกษตรในป๓จจุบันไมํใชํเพียงนักสํงเสริมหรือนักพัฒนาที่เป็นผู๎สํงสารเทํานั้น แตํ ทุกคนสามารถเป็นผู๎สํงสารทางการเกษตรได๎ จากกระแสนิยมเรียลลิตี้โชว๑เกาหลีในประเทศไทย การสื่อสารเพื่อ สํงเสริมการเกษตรจึงสามารถถํายทอดในรูปแบบที่ผู๎สํงสารเป็ นนักแสดง เนื้อหาสารเป็น เนื้อหาตํางๆ ที่เกี่ยวข๎อง กับการเกษตร ชํองทางการสื่อสารสามารถเป็นรายการเรียลลิตี้โชว๑ในสื่อโทรทัศน๑ หรือสื่ออินเทอร๑เน็ตอยํางเว็บไซต๑ Youtube และ Facebook ได๎ และทุกคนสามารถเป็นผู๎รับสารได๎เชํนกัน ในการวิเคราะห๑การสื่อสารเพื่อการสํงเสริมการเกษตรผํานรายการเรียลลิตีโชว๑ Oh! My Baby ครั้งนี้ จึง ขอเลือกตอนของครอบครัวริคกี้คิมมาทําการวิเคราะห๑เพราะเป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเกษตรมากที่สุด อัน เกิดจากเจตนารมณ๑ของริคกี้คิมที่อยากเปลี่ยนนิสัยลูกของเขาที่มีวิถีชีวิตแบบคนเมืองมากเกินไป ให๎ได๎ลองใช๎ชีวิต แบบชนบทและทําการเกษตรด๎านตํางๆ มากขึ้น ซึ่งในตอนของครอบครัวริคกี้คิมมีตอนยํอยทั้งสิ้น 107 ตอน โดยมี เนื้อหาเกี่ยวข๎องกับการเกษตรเป็นจํานวน 47 ตอน ดังนั้นจึงขอวิเคราะห๑การสื่อสารเพื่อการสํงเสริมการเกษตรของ รายการเรียลลิตี้โชว๑ Oh! My baby ตามองค๑ประกอบของการสื่อสาร SMCR ดังนี้


491

ผู้ส่งสาร (Source) ผู๎สํงสารจากรายการ Oh! My Baby ตอนครอบครัวริคกี้คิม คือ สถานีโทรทัศน๑ SBS ที่มีคิมจุนซู เป็นผู๎ กํากับรายการ และในสํวนเนื้อหารายการมีผู๎สํงสารยํอยเป็นครอบครัวริคกี้คิม

ภาพที่ 1 โลโก๎สถานีโทรทัศน๑ SBS และโลโก๎รายการ Oh! My Baby ที่มา : SBS (2016)

ภาพที่ 2 ครอบครัวริคกี้คิม ที่มา : SBS (2016) เนื้อหาสาร (Message) เนื้อหาของสารจากรายการ Oh! My Baby ตอนครอบครัวริคกี้คิม มีเนื้อหาสารด๎านการเกษตร สามารถ แบํงได๎เป็นด๎านตํางๆ ดังนี้ 1) ด้านการผลิต มีเนื้อหาของรายการ Oh! My Baby ตอนครอบครัวริคกี้คิมในตอนตํางๆที่เกี่ยวข๎องกับ กระบวนการผลิตทางการเกษตร ดังนี้ ตอนที่ 15 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับการปลูกพืชในเรือนกระจกพลาสติก ที่เกิดจากการสังเกตจาก การเลี้ยงดูในบ๎านวําแทโอชอบรับประทานผั กและผลไม๎ ริคกี้คิมและรยูซึงจูจึงพาลูกไปสัมผัสวิธีการปลูกผักและ ผลไม๎ที่รับประทานวํามีขั้นตอนอยํางไร เมื่อเด็กเห็นครั้งแรกจึงเกิดความสนใจและได๎สัมผัสธรรมชาติด๎วยมือและ เท๎าเปลํา ริคกี้คิมได๎สาธิตวิธีการปลูกผักและผลไม๎ ตั้งแตํขั้นตอนแรกต๎องเตรียมดินใสํปุ๋ย แล๎ วจึงขุดรํองดินกํอนลง มือปลูกพริกและสตรอว๑เบอร๑รี

ภาพที่ 3 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 15 ที่มา : Youtube (2016)


492

ตอนที่ 61 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับการปลูกมันฝรั่ง ริคกี้คิมอยากจะให๎ลูกรู๎จักคุณคํา ของอาหาร จึงสอนหลักการของการปลูกพืช ตั้งแตํการเตรียมดินโดยการใช๎รถแทรกเตอร๑ในการไถดิน ขุดดิน ให๎เป็นรํองแล๎ว คลุมด๎วยพลาสติกสีดํา หลังจากนั้นเป็นขั้นตอนการใสํเมล็ดพันธุ๑ลงโดยการเจาะพลาสติก ให๎เป็นรู แล๎วจึงใสํ เมล็ดพันธุ๑ลงไป เอาดินกลบ และรดน้ําให๎ชุํม

ภาพที่ 4 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 61 ที่มา : Youtube (2016) ตอนที่ 88 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับการเก็บเกี่ยวข๎าว โดยริคกี้คิมและแทโอได๎ไปชํวยชาวบ๎านใน ชุมชนชนบทเก็บเกี่ยวข๎าว ริคกี้คิมมีความคิดวําแทโอจะทําได๎ดีหรือไมํก็ไมํเป็นไร แตํถือเป็นการเรียนรู๎ตั้งแตํยังเป็น เด็ก ริคกี้คิมได๎สอนแทโอใช๎เคียวเกี่ยวข๎าว แทโอได๎ลองทําจนสําเร็จ แตํอันตรายเกินไปสําหรับเด็กริคกี้คิมและแทโอ จึงได๎ใช๎รถเกี่ยวข๎าวแทน และได๎เรียนรู๎ขั้นตอนหลังเก็บเกี่ยว โดยการนําไปนวด ทําให๎แห๎ง และสีข๎าว เมื่อถึงเวลา รับประทานอาหารริคกี้คิมถามแทโอวําข๎าวที่หุงมาจากไหน แทโอตอบวําข๎าวสาร แสดงให๎เห็นวํา แทโอเข๎าใจใน กระบวนการเก็บเกี่ยวแล๎ว

ภาพที่ 5 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 88 ที่มา : Youtube (2016) 2) ด้านการแปรรูป มีเนื้อหาของรายการOh! My Baby ตอนครอบครัวริคกี้คิม ในตอนตํางๆ ที่เกี่ยวข๎อง กับกระบวนการแปรรูปทางการเกษตร ดังนี้ ตอนที่ 49 เป็ นตอนที่มีเนื้ อหาเกี่ย วข๎องกับการทําแยมสตรอว๑เบอร๑รีจากสตรอว๑เบอร๑รีที่เก็บเอง โดย ครอบครัวริคกี้คิมได๎มาเรียนรู๎วิธีการทําที่ไรํสตรอว๑เบอร๑รีจากวิทยากรผู๎ดูแลไรํ ตั้งแตํวิธีการเก็บผลสตรอว๑เบอร๑รี และกระบวนการทําแยม หลังจากนั้นทุกคนในครอบครัวได๎ลงมือปฏิบัติด๎วยตนเอง


493

ภาพที่ 6 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 49 ที่มา : Youtube (2016) ตอนที่ 75 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับการทําไอศกรีมจากนมวัว ริคกี้คิมพาแทรินและแทโอ มาฟาร๑ม วัวเพื่อให๎เห็นวําวัวของจริงมีลักษณะเป็นอยํางไร และนมมีแหลํงกําเนิดมาจากวัว หลังจากนั้นริคกี้คิมได๎พาลูกไปทํา ไอศกรีมจากนมวัว โดยมีเจ๎าหน๎าที่ของฟาร๑มวัวสอนทําโดยการตีด๎วยน้ําแข็งและเกลือ

ภาพที่ 7 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 75 ที่มา : Youtube (2016) ตอนที่ 77 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับข๎องการทําป๊อปคอร๑น ริคกี้คิมอยากจะให๎ลูกได๎รู๎จักการทําป๊อป คอร๑น วําทํามาจากข๎าวโพดตากแห๎งนําไปคั่ว ซึ่งแทรินและแทโอไมํเชื่อวําเมล็ดข๎าวโพดจะกลาย เป็นป๊อปคอร๑นได๎ ริคกี้คิมจึงได๎สาธิตการทําให๎ดูด๎วยการคั่วเมล็ดข๎าวโพด

ภาพที่ 8 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 77 ที่มา : Youtube (2016) 3) ด้านการบริโภค มีเนื้อหาของรายการ Oh! My Baby ตอนครอบครัวริคกี้คิม ในตอนตํางๆ ที่เกี่ยวข๎อง กับกระบวนการบริโภคทางการเกษตร ดังนี้


494

ตอนที่ 69 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับการเก็บผักกาดหอมไปรับประทาน เป็นผักสวนครัว ที่ริคกี้คิม และลูกได๎ชํวยกันปลูกเอง รยูซึงจูและลูกได๎ชํวยกันเก็บผักกาดหอมไปรับประทานเป็นอาหารมื้อเย็น แทรินและแท โอได๎ชํวยกันล๎างผักกาดหอมกํอนนําไปรับประทานกับเนื้อวัวที่ริคกี้คิมได๎เตรียมไว๎

ภาพที่ 9 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 69 ที่มา : Youtube (2016)

ตอนที่ 71 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับไขํไกํ ริคกี้คิมอยากให๎ลูกเห็นวําพอเลี้ยงไกํแล๎วจะได๎ไขํออกมา เขาจึงซื้อไกํมาเลี้ยงและได๎ชํวยกันสร๎างเล๎าไกํ ในวันรุํงขึ้นเขาได๎นําไขํไปซ๎อนไว๎ในเล๎าไกํ เมื่อแทรินกับแทโอเห็นจึง ตื่นเต๎นที่ไกํออกไขํได๎ แทรินกับแทโอเข๎าไปเก็บไขํเพื่อนํามาทําเป็นอาหารเช๎า ทําให๎เด็ก ได๎รู๎คุณคําของไขํมากขึ้น

ภาพที่ 10 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 71 ที่มา : Youtube (2016) ตอนที่ 100 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับเห็ด แทรินและแทโอได๎รับมอบหมายให๎ไปเก็บเห็ดบน เนิน เขา ทั้งสองตื่นเต๎นเมื่อได๎พบเห็ดตามทํอนไม๎ เมื่อเก็บเสร็จริคกี้คิมจึงได๎นําไปทําของวํางให๎รับประทาน โดยทําแพน เค๎กเห็ด ทําให๎อรํอยมากขึ้นเพราะเป็นเห็ดที่เก็บเอง

ภาพที่ 11 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 100 ที่มา : Youtube (2016)


495

4) ด้านอื่นๆ นอกจากเนื้อหาในด๎านการผลิต ด๎านการแปรรูป และด๎านการบริโภคแล๎ว เนื้อหาของรายการ เรียลลิตี้โชว๑ Oh! My Baby ยังได๎มีการสื่อสารในเนื้อหาทั้งที่เกี่ยวข๎องกับวิถีชีวิตด๎านการเกษตร และวิถีชีวิตประจําวันผําน กิจกรรมตํางๆ เชํน การเที่ยวฟาร๑มหมู การตกปลา การใช๎ชีวิตในชนบท เป็นต๎น ดังตัวอยํางในตอนตํางๆ ตํอไปนี้ ตอนที่ 42 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับการไปฟาร๑มหมู จากการสังเกตพฤติกรรมของลูก ที่มี ความ สนใจในเรื่องสัตว๑มาก โดยปกติเคยเห็นแตํในหนังสือการ๑ตูนหรือตุ๏กตา ริคกี้คิมจึงได๎พาแทรินและแทโอไปสัมผัสหมู ของจริงอยํางใกล๎ชิด และชมความสามารถพิเศษของหมู แทรินและแทโอได๎รํวมกิจกรรม บนเวทีด๎วย

ภาพที่ 12 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 42 ที่มา : Youtube (2016) ตอนที่ 51 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับการตกปลา ครอบครัวริคกี้คิมได๎เดินทางไปสัมผัสฤดูหนาวที่ บ๎านพักในตํางจังหวัดของประเทศเกาหลีใต๎ ริคกี้คิมอยากให๎ลูกมีประสบการณ๑ใหมํๆ ในฤดูหนาว จึงได๎ไป ทํา กิจ กรรมตกปลา แทริ น และแทโอได๎ล องตกปลาครั้งแรก หลั งจากนั้ นได๎ นํา ปลาที่จั บได๎ ไปเข๎า เครื่ องเผาปลา สาธารณะ

ภาพที่ 13 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 51 ที่มา : Youtube (2016) ตอนที่ 63 เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข๎องกับการชํวยทํางาน ริคกี้คิมต๎องการสอนให๎ลูกรู๎วําต๎องชํวยกัน ทํางานถึงจะได๎กินข๎าวและเลํน โดยได๎ให๎เงินแทรินกับแทโอไปซื้อวัตถุดิบในการทําอาหารมื้อเย็นในร๎านขายของ ชนบท ให๎ซื้อมักกะโรนี ชีส และนมเทํานั้น ไมํอนุญาตให๎ซื้อขนมหรืออยํางอื่น แทรินและแทโอทําสําเร็จ ก็ได๎ให๎ รางวัล เมื่อถึงเวลาทําอาหารมื้อเย็นแทรินและแทโอได๎ชํวยกันขนฟืนเพื่อ ชํวยให๎ไฟในเตาถํานไมํดับ ขณะริคกี้คิม


496

ทําอาหาร เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารเย็นทําให๎ทุกคนรู๎สึกวําอาหารมื้อนี้อรํอยมาก เพราะเป็นอาหารที่ทุกคน ชํวยกันทํางานจนเสร็จ

ภาพที่ 14 รายการ Oh! My Baby ตอนที่ 63 ที่มา : Youtube (2016) ช่องทาง (Channel) ชํองทางในการรับชมรายการ Oh! My Baby ในประเทศเกาหลีใต๎ สามารถรับชมได๎ที่ชํอง ของ สถานีโทรทัศน๑ SBS และเว็บไซต๑ Youtube ชํอง SBS Entertainment สํวนประเทศไทยสามารถรับชม ได๎ที่ เว็บไซต๑ Facebook เพจ BonBon0510 ผู้รับสาร (Receiver) ผู๎รับสารของรายการ Oh! My Baby ตอนครอบครัวริคกี้คิม คือ บุคคลทั่วไปประเทศเกาหลีใต๎ ประเทศ ไทย และประเทศอื่นๆ

สรุป การสื่อสารเพื่อการสํงเสริ มการเกษตรผู๎สํ งสารไมํใชํเพียงนักสํ งเสริมหรือนักพัฒนาเทํานั้น แตํทุกคน สามารถเป็นผู๎สํงสารได๎ สารก็สามารถสอดแทรกเข๎ามาในรูปแบบตํางๆ ผํานสื่อที่หลากหลาย ผู๎รับสารก็ไมํใชํ เพียง เกษตรกรเทํานั้นแตํทุกคนสามารถเป็นผู๎รับสารได๎ โดยป๓จจุบันการสื่อสารเพื่อการสํงเสริมการเกษตร ได๎สอดแทรก มาในเนื้อหาของรายการโทรทัศน๑ ผํานรายการเรียลลิตี้โชว๑ ดังเชํน รายการ Oh! My Baby ที่เป็นรายการของ ประเทศเกาหลี ใต๎แ ตํก็ ยั ง มีเ นื้ อ หาสารที่เ กี่ย วข๎ องกั บ การเกษตร เป็น การสื่ อสาร ผํ านผู๎ รํ ว มรายการอยํา ง ครอบครัวของริคกี้คิม ที่จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรทั้งในด๎านการผลิต ด๎านการแปรรูป ด๎านการบริโภค และ ด๎านอื่นๆ ที่สอดแทรกเนื้อหาความรู๎เกี่ยวกับการเกษตรไว๎ด๎วย ทําให๎ผู๎รับสารได๎รับความบันเทิงและความรู๎ไ ป พร๎อมๆกันหลังจากได๎ชมรายการนี้


497

อ้างอิง BonBon0510. 2559. Oh! My Baby ซับไทย. [ออนไลน๑]. เข๎าถึงได๎จาก : https://www.facebook.com/bonbon0510/?fref=ts [9 กันยายน 2559]. KOREANVARIETY. 2016. Mon-Sun Variety Show Ratings (Week 35). [Online]. Available : https://www.reddit.com/r/koreanvariety/comments/51aljo/201608290904_monsun_v ariety_show_ratings_week_35/ [2016, September 14]. Nielsen. 2016. TOP10 LIST FOR TV PROGRAMS. [Online]. Available : http://www.nielsenkorea.co.kr/tv_terrestrial_day.asp?menu=Tit_1&sub_menu=1_1&area= 00 [2016, September 14]. SBS. 2016. Oh! My Baby. [Online]. Available : http://program.sbs.co.kr/builder/programMainList.do?pgm_id=22000000401 [2016, September 14]. SBS Entertainment. 2016. Oh! My Baby. [Online]. Available : https://www.youtube.com/channel/UCmjNKt6kITwaZTqvWuaSPLg [2016, September 15]. Wikipedia. 2016. Oh! My Baby. [ออนไลน๑]. เข๎าถึงได๎จาก : https://en.wikipedia.org/wiki/Oh!_My_Baby [2016, September 14]. ชวรัตน๑ เชิดชัย ปรมะ สตะเวทิน และเสถียร เชยประทับ. 2544. เอกสารการสอนชุดวิชาสื่อสารเพื่อการพัฒนา หน่วยที่1-8 (พิมพ๑ครั้งที่ 14). นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ดวงกมล ปานรศทิพ ธรรมาธิวัฒน๑. 2556. การสื่อสารในการพัฒนาการเกษตร. เอกสารประกอบการสอนวิชา หลักและทฤษฎีการสื่อสาร. กรุงเทพฯ. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล๎าเจ๎าคุณทหารลากระบัง. ราตรี พัฒนรังสรรค๑. 2545. พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน. กรุงเทพฯ, คณะครุศาสตร๑ สถาบัน ราชภัฎจันทรเกษม. สามมิติ สุขบรรจง และคณะ. 2555. "เรียลลิตี้โชว๑ในประเทศไทย : ภาพสะท๎อนศิลปะการแสดงผํานสื่อในกระแส วัฒนธรรมบริโภคนิยม." วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา. 4(8) : 140-152.


498

นิทานพื้นบ้านไทยสะท้อนวิถีชีวิตการเกษตร นางสาวอาริยา สุขเสริม 56040718 บทนา กาลครั้ งหนึ่ ง ณ บทเปิดเรื่องสุ ดคลาสสิคของนิทาน ที่เมื่อได๎ยินตํางก็อยากจะฟ๓งตํอ เพราะรู๎แนํนอนวํา เรื่องราวที่จะได๎ฟ๓งตํอไปต๎องสนุกนําสนใจ ในตอนเด็กๆ นิทานก็เหมือนกับการเปิดโลกจินตนาการ การได๎ฟ๓ง เรื่องราวของตัวละครหลักคอยลุ๎นและเอาใจชํวยเมื่อตัวละครต๎ องพบเจอกับป๓ญหาและอุปสรรคตํางๆคือสิ่งที่ดึงดูด ใจ แตํก็มีอีกหนึ่งสิ่งที่ขัดใจคือ เราไมํสามารถเดาตอนจบของนิทานได๎ถูกสักที เมื่อเติบโตขึ้นจึงรู๎วําแท๎จริงแล๎ว นิทานนั้นไมํได๎เป็นเพียงแคํเรื่องเลําที่ทําให๎เราสนุก นิทานมีหลายประเภทแตกตํางกันออกไปขึ้นอยูํกับวัตถุ ประสงค๑ ของผู๎เลําที่ต๎องการจะสื่อ นิทานที่เราได๎ฟ๓งอยูํบํอยๆนั้น เรียกวํานิทานพื้นบ๎านไทย เป็นหนึ่งสิ่งที่คนสมัยกํอนใช๎ใน การสื่ อสารเพื่อถํายทอดความรู๎ เกี่ย วกับ ชีวิ ตความเป็นอยูํ วัฒ นธรรม จารีตประเพณี ความเชื่อ และคํานิย ม นอกจากนี้นิทานพื้นบ๎านไทยยังให๎ความสนุกสนานเพลิดเพลินเป็นกิจกรรมที่ยังคงความชื่นชอบในผู๎ฟ๓งทุกหมูํทุก เหลํา ป๓จจุบันการเลํานิทานก็ยังมีอยูํทั่วไป เพียงเปลี่ยนไปตามสถานการณ๑หรือผู๎ฟ๓งเทํานั้น โดยยังคงสอนหรือ สอดแทรกศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรมที่เตือนใจให๎ผู๎ฟ๓งได๎ตระหนักถึงคุณธรรมที่พึงประสงค๑ทั้ งทางโลกและทาง ธรรม เชํน สอนให๎ไมํเห็นแกํตัว สอนให๎ยึดมั่นในคําสอนของศาสนา สอนให๎ระวังการใช๎คําพูด ตลอดจนเตือนสติให๎ พึงระวังในการกระทํา สิ่งเหลํานี้เองที่สามารถสะท๎อนถึงความเป็นอยูํและวิถีชีวิตในแตํละท๎องถิ่น และยังสามารถ สะท๎อนให๎เห็นถึงวิถีชีวิตทางการเกษตรของแตํละท๎องถิ่นในสมัยกํอนอีกด๎วย นิทานพื้นบ้าน ความหมายของ “นิทาน” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 (2546) อธิบายความหมายไว๎วํา “นิทาน คือ เรื่องที่เลํากันมา เชํน นิทานชาดก และนิทานอีสป เป็นต๎น” และกิ่งแก๎ว อัตถากร (2519) ยังได๎อธิบายคําวํา “นิทาน” ไว๎วํานิทานเป็นเรื่องที่เลําสืบตํอกันมาเป็นมรดก ทางวั ฒ นธรรม สํ ว นใหญํ ถํ า ยทอดด๎ว ยวิ ธี มุ ข ปาฐะ แตํ ก็ มี อ ยูํ สํ ว นมากที่บั น ทึ ก เป็ น ลายลั กษณ๑ อั ก ษรไว๎ และ นอกจากนี้ยังอธิบายวํานิทานเป็นเรื่องเลําทั่วไป มิได๎จงใจแสดงประวัติความเป็นมา โดยจุดประสงค๑สํวนใหญํเลํา เพื่อความสนุกสนาน และในบางครั้งก็จะแทรกคติเพื่อสอนใจไปด๎วย นิทานมิใชํเรื่องเฉพาะเด็ก แตํยังคงมีนิทาน สําหรับผู๎ใหญํอีกเป็นจํานวนมาก นอกจากนี้สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน ได๎อธิบายถึงความหมายของนิทานพื้นบ๎านและนิทานพื้นบ๎านไทยไว๎ อีกวํา นิทานพื้นบ๎าน หรือ folktales ในวิชาคติชนวิทยา folklore หมายถึง เรื่องเลําที่เลําตํอๆ กันมา จากคนรุํน หนึ่งมาสูํคนอีกรุํนหนึ่ง โดยไมํทราบวํา ใครเป็นผู๎แตํง ถํายทอดโดยการเลําจากความทรงจําตํอๆ กันมา เชํน ปู่ยําตา ยายเลําให๎พํอแมํฟ๓ง พํอแมํเลําให๎ลูกหลานฟ๓ง สํวนนิทานพื้นบ๎านไทย หมายถึง นิทานที่เลําสูํกันฟ๓งในหมูํบ๎าน ใน ท๎องถิ่น หรือในภาคตํางๆ ของประเทศไทย ซึ่งอาจมีที่มาหลายแหลํง เป็นนิทานพื้นบ๎านที่มีถิ่นกําเนิดในประเทศ ไทยนั่นเอง


499

ความสาคัญของนิทานพื้นบ้าน นิทานพื้นบ๎านมีบทบาทสําคัญตํอการถํายทอดการเรียนรู๎ เสริมสร๎างบุคลิ กภาพ มีพลังโน๎มน๎าวความคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมของแตํละบุคคล รวมทั้งมีความสําคัญตํอชีวิตมนุษย๑และสังคมในหลายด๎าน ซึ่งประยูร ทรง ศิลป์ (2542) ได๎สรุปความสําคัญของนิทานพื้นบ๎านไว๎วํา นิทานพื้นบ๎านเป็นเครื่องชํวยให๎มนุษย๑เข๎าใจสภาพของ มนุษย๑โดยทั่วไปได๎ดียิ่งขึ้น เพราะในนิทานพื้นบ๎านได๎ประมวลความรู๎สึกนึกคิด ความเชื่อ ความนิยม ความกลัว ความบันเทิงใจ ระเบียบแบบแผน และอื่นๆ ไว๎อีกมากมาย เป็นเสมือนกรอบล๎อมชีวิตให๎อยูํในขอบเขตที่มนุษย๑ใน สังคมนั้นๆ นิยมวําดีหรือถูกต๎อง แม๎กฎหมายบ๎านเมืองก็ยังไมํสามารถบังคับจิตใจของมนุษย๑ ได๎ดีเทําการอบรมสั่ง สอนจากนิทานพื้นบ๎านที่ผูกโยงกับ วิถีชีวิตมาตั้งแตํเด็ก และนิทานพื้นบ๎านสามารถทําให๎มนุษย๑รู๎จักสภาพชีวิต ท๎องถิ่นโดยพิจารณาตามหลักที่วําคติชาวบ๎านเป็นพื้นฐานชีวิตของกลุํมชนแตํละท๎องถิ่น ทําให๎เกิดความภาคภูมิใจ ในท๎องถิ่นของตน ชํวยให๎คนแลเห็นสภาพของตนวําคล๎ายคลึงกับคนอื่นๆ ความคิดเชํนนี้กํอให๎เกิดความเป็นกลุํมไมํ เกิดการแบํงแยก และที่สําคัญนิทานพื้นบ๎านถือเป็นเครื่องบันเทิงใจยามวํางของมนุษย๑ เป็นมรดกของชาติมีทั้งศิลป์ และศาสตร๑ เป็นต๎นเค๎าแหํงศาสตร๑ตํางๆ และชํวยให๎การศึกษาในสาขาวิชาอื่นกว๎างขวางยิ่งขึ้น นิทานกับการดารงชีวิต นิทานพื้นบ๎านสะท๎อนให๎เห็นลักษณะของสังคม วิถีชีวิต ทัศนคติ และความคิดเห็นของคนในสังคมแตํละ ท๎องถิ่นได๎เป็นอยํางดี ซึ่งแตํละท๎องถิ่นมีวัฒนธรรมอันโดดเดํนแตกตํางกัน ที่เห็นได๎ชัดคือภาษา นิทานที่เลําตํอกัน มามักจะเป็นภาษาถิ่นซึ่งเป็นภาษายํ อยที่ใช๎พูดจากันในท๎องถิ่นตํางๆ เพื่อสื่อความหมายความเข๎าใจกันระหวําง ผู๎คนที่อาศัยอยูํตามท๎องถิ่นนั้นๆ นอกจากภาษาการดํารงชีวิตและวัฒนธรรมท๎องถิ่นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สะท๎อนให๎ เห็ น ได๎จ ากนิ ท านพื้น บ๎ า นจะเห็ น ได๎ จ ากในแตํ ล ะภาคที่ มี เป็ น วั ฒ นธรรมเอกลั ก ษณ๑ เฉพาะถิ่ น ภาคเหนื อ เป็ น วัฒนธรรมของชาวล๎านนา ยึดมั่นในขนบธรรมประเพณีของพระพุทธศาสนา นิทานภาคเหนือ จึงมักเลําถึงเรื่อง ความเป็นมาของสถานที่หรือนิทานที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา สํวนนิทานภาคอีสาน มักเป็นนิทานที่มีเรื่องเลําถึง ความแห๎งแล๎ง การขอฝน เนื่องจากภูมิประเทศภาคอีสานเป็นที่ราบสูง คํอนข๎างแห๎งแล๎ง เพราะพื้นดินไมํเก็บน้ํา ฤดู แล๎ งจะกัน ดาร ฤดูฝ นน้ํ าจะทํว ม ชาวอีสานที่มีอาชีพทําไรํทํานาต๎องคอยพึ่งฟ้าฝนอยูํเสมอ สํ ว นภาคกลาง บริเวณภาคกลางสํวนใหญํเป็นที่ราบที่เกิดจากการทับถมดินตะกอนของแมํน้ํา การตั้งถิ่นฐานของผู๎อยูํอาศัยก็จะจะ อยูํบริเวณน้ํา นิทานในภาคกลางจึงสะท๎อนวิถีชีวิตของคนภาคกลางอันเรียบงํายทําเกษตรกรรมติดริมฝ๓่งคลอง และ ภาคใต๎ ภูมิประเทศของภาคใต๎มีเอกลักษณ๑เฉพาะ ซึ่งภูมิประเทศหลักเป็นเทือกเขาและชายฝ๓่งเป็นที่ราบจะมีอยูํ เพียงแนวแคบๆ แถบชายฝ๓่งทะเลและสองฝ๓่ งลําน้ํา นิทานภาคใต๎จึงมีการเลําเรื่องเกี่ยวกับหมูํเกาะ และตํานาน ตํางๆ ตามความเชื่อของคนในท๎องถิ่น นอกจากความแตกตํางที่กลําวมานั้น ยังมีสิ่งที่เหมือนกันอยํางชัดเจนของ นิทานพื้นบ๎านแตํละท๎องถิ่นก็คือการเลําถึงเรื่องของความเชื่อ บอกเลําเหตุการณ๑หรือปรากฏการณ๑ที่เกิดขึ้น อธิบาย ความเป็นมาของบุคคล สัตว๑ ปรากฏการณ๑ตํางๆของธรรมชาติ อธิบายชื่อสถานที่ตํางๆ มีเนื้อหาในเชิงสอนใจ ให๎ แนวทางในการดําเนินชีวิตหรือกลําวถึงคุณธรรม บ๎างกลําวถึงตัวละครที่มีลักษณะเป็นคนธรรมดาสามัญเกี่ยวกับ


500

เรื่องความรัก ความโกรธ ความหลง ความกลัว การผจญภัย สะเทือนอารมณ๑ ใช๎ภูมิป๓ญญา และความสามารถใน การแก๎ไขป๓ญหาตํางๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคของชีวิต แสดงความกล๎าหาญ อดทน อดกลั้น เอาชนะอุปสรรค ศัตรู จน บรรลุจุดหมาย และยังมีเรื่องราวเกี่ยวของกับการเกษตรกรรมอาชีพหลักของคนไทยที่อยูํคูํกันกับการดํารงชีวิตของ ผู๎คนในแตํละภูมิภาคอีกด๎วย นอกจากการสะท๎อนให๎เห็นถึงวัฒนธรรมการดํารงชีวิตในแตํละท๎องถิ่น อิทธิพลเกี่ยวกับการเลํานิทานพื้นบ๎าน ยั งสั มพั น ธ๑ กับ การดํา รงชี วิต เพราะการเลํ านิ ทานพื้ นบ๎ านเป็น การชํว ยเสริ มสร๎ างความสั มพั นธ๑ ระหวํา งคนใน ครอบครัว ผู๎ใหญํกับเด็ก ปู่ยําตายายกับลูกหลาน และคนทํางานรํวมกัน เป็นสิ่งที่สร๎างความเพลิดเพลินให๎กับกลุํม ชนกลุํมตํางๆ ซึ่งมีการเลํานิทาน ตํานาน และเรื่องเลําในระหวํางครอบครัว กลุํมเพื่อนรํวมงาน ทั้งนี้ชํวยในเรื่อง ของการศึกษาและเสริ มสร๎ างจิ น ตนาการ ซึ่งเป็นสิ่ งสําคัญสําหรับการพัฒนาความคิดสร๎างสรรค๑ การปลู กฝ๓ ง จริยธรรมและการรักษาบรรทัดฐานของสังคม นิทานจะให๎ข๎อคิดกับผู๎ฟ๓ง ทั้งเด็กและผู๎ใหญํให๎ประพฤติดี ประพฤติ ชอบอยูํ ในระเบีย บอัน ดีงามของสั งคม เมื่อสังคมมีการเปลี่ ยนแปลงเรื่องตํานาน นิทาน นิยาย และเรื่องเลํ าก็ เปลี่ยนแปลงไปด๎วย โดยดัดแปลงมาเป็นละครวิทยุ โทรทัศน๑ สิ่งตีพิมพ๑ แถบบันทึกเสียง เพื่อให๎เหมาะกับยุคสมัย ตัวอย่างนิทานพื้นบ้านแต่ละท้องถิ่นสะท้อนวิถีชีวิตการเกษตร นิทานเป็นเรื่องราวที่ถูกแตํงขึ้น เพื่อสร๎างความบันเทิง ดังนั้นเนื้อเรื่องของนิทานแม๎จะมีพื้นฐานการแตํงมา จากความเป็นจริงแตํก็มีการเสริมเติมแตํ งเพื่อเพิ่มอรรถรสให๎กับผู๎ฟ๓งอาจมีเนื้อหาที่เกินจริงไปบ๎าง เพื่อใช๎ดึงดูดให๎ ผู๎ฟ๓งสนใจ นับเป็นเสนํห๑อยํางหนึ่งของนิทานที่จะทําให๎เข๎าถึงผู๎คนได๎มากยิ่งขึ้น ถึงอยํางนั้นนิทานพื้นบ๎านก็ยังคงมี อิทธิพลและสัมพันธ๑กั บการดํารงชีวิต นิทานพื้นบ๎านในแตํละท๎องถิ่นจึงเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่วํา นิทานสามารถ สะท๎อนให๎เห็นถึงวิถีชีวิตการเกษตรกรรมอาชีพหลักของคนไทยในสมัยกํอนได๎ จึงขอยกตัวอยํางนิทานพื้นบ๎านไทย ในแตํละท๎องถิ่นซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการดํารงชีวิตและเกษตรกรรม ดังนี้ 1.นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่องปุ๋ยลาไย

ภาพที่1 : ภาพประกอบนิทานเรื่องปุ๋ยลําไย


501

ที่มา : (BKKSEEK, 2559) ภาคเหนือ เป็นเขตวัฒนธรรมที่ครอบคลุมจังหวัดตํางๆ ที่มีลักษณะของพื้นที่เป็นที่ราบสลับกับทิวเขาสูง มี ความอุดมสมบูรณ๑ของทรัพยากรธรรมชาติ ประชากรสํวนใหญํอาศัยอยูํตามแอํงที่ราบตํางๆ ภาคเหนือเป็นที่ตั้งของ อาณาจักรโบราณสืบตํอกันมานับพันปี ทําให๎มีลักษณะเฉพาะทางวัฒนธรรมที่โ ดดเดํนประกอบกับการมีคนจาก หลายเชื้อชาติที่เข๎ารํวมสร๎างสรรค๑งานด๎านวัฒนธรรมจนเกิดเป็นวิถีชีวิตในแบบของ “คนเมือง” ตามคําที่ชาว ล๎านนาใช๎เรียกตนเอง มีลักษณะทางวัฒนธรรมที่นําสนใจ จึงขอยกตัวอยํางนิทานพื้นบ๎านเรื่องปุ๋ยลําไยที่เป็นนิทาน ล๎านนา ซึ่งมีเนื้อเรื่องที่เลําเกี่ยวกับลุงทาผู๎ประกอบอาชีพเป็นชาวสวนลําไย ดูแลสวนเป็นอยํางดีเสมอ มีความเชื่อ วําหากนําเอาซากสัตว๑ไปฝ๓งไว๎ที่โคนต๎นลําไยจะทําให๎ลําไยงอกงาม มาวันหนึ่งลุงเขียวเพื่อนบ๎านไปเยี่ยมลุงทา ลุง เขียวทําอาชีพเลี้ยงไกํและเลี้ยงวัว ลุงเขียวมีไกํมากมาย ลุงทาเห็นวําเป็นฤดูร๎ อน ไกํแกํกําลังเป็นโรคระบาดตายกัน จึงเอํยปากขอลุงเขียววํา ‘’เขียว เขียว ถ๎าไกํคิงตาย ฮาขอเหียเนํอ‘’ (เพื่อน ถ๎าไกํตายขอเสียนะ) ลุงเขียวจึงโมโหคิด วําการที่พูดเชํนนี้เป็นการแชํงไกํของตน จากนั้นลุงเขียวจึงพูดโต๎ตอบกับลุงทาด๎วยความประชดไปเรื่อยๆจนลุงทา รู๎ตัววําถูกพูดเลํนแงํ จึงโกรธ ทําให๎ทั้งทะเลาะกัน ด๎วยความเห็นแกํตัวของลุงทา ประเภทของนิทานเรื่องนี้ คือ นิทานคติสอนใจหรือนิทานประเภทคําสอน มีเนื้อเรื่องสั้น ไมํสมจริง โดยเนื้อหาจะให๎แนวทางในการดําเนินชีวิตที่ ถูกต๎องตามทํานองคลองธรรม สอนโดยวิธีบอกตรงๆ ให๎เป็นอุทาหรณ๑ นิทานเรื่องนี้ให๎คําสอนเกี่ยวกับความโลภ เป็นสมบัติของคนเห็นแกํตัว ทําให๎พูดอะไรมักขาดเหตุผล หากต๎องการขออะไรจากใครพึงขอในสิ่งที่ควรขอ ควรดู ความเหมาะสม และพูดให๎ถูกกาลเทศะ หากวิเคราะห์นิทานพื้นบ้านเรื่องปุ๋ยลาไยสามารถสะท้อนวิถีชีวิตการเกษตรของภาคเหนือ ได๎หลายด๎าน ดังตํอไปนี้ 1.ด๎านการดํารงชีวิต วิถีชีวิตของคนเหนือมักจะแสดงออกถึงมิตรไมตรีและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผํตํอกัน แตํใน เรื่องกับสะท๎อนถึงการเห็นแกํตัวของลุงทาที่มีตํอลุงเขียวเพื่อนบ๎าน นิทานเรื่องนี้จึงเป็นนิทานคําสอนที่สอนให๎ไมํ เห็นแกํตัว รู๎จักกาลเทศะ ตามแบบวิถีที่พึงปฏิบัติ โดยเป็นการสอนทางอ๎อม การพูดคุยของลุงทาและลุงเขียวเป็น การใช๎ภาษาถิ่นพายัพ (คําเมือง) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช๎ในท๎องถิ่นของคนภาคเหนือ ทั้งสองหากินโดยการประกอบ อาชีพเกษตรกรรม 2.ด๎านเกษตรกรรม ตัวละครหลักในนิทาน คือ ลุงทาและลุง เขียว ทั้งสองประกอบอาชีพด๎านเกษตรกรรม เกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว๑ ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทยมาเป็นเวลาช๎านาน ลุงทามีอาชีพทําสวน ปลูกลําไย สํวนลุงเขียวมีอาชีพเลี้ยงสัตว๑ แตํเดิมการเลี้ยงสัตว๑ สํวนใหญํมักเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารหรือไว๎ใช๎งาน สัตว๑ที่ ปรากฏในเรื่องที่ลุงเขียวเลี้ยงไว๎ ได๎แกํ ไกํ และวัว 3.ด๎านภูมิประเทศ พื้นที่ปลูกลําไยสํวนใหญํอยูํภาคเหนือ ซึ่งอาจกลําวได๎วํา ภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะ สําหรับการปลูกลําไยเป็นอันมาก เห็นได๎จากตัวละครหลักในนิทานลุงทาเป็นชาวสวน ทํา สวนลําไยในพื้นที่ขนาด ใหญํ


502

2.นิทานพื้นบ้านภาคกลาง เรื่องยายกับตา (ยายกะตา)

ภาพที่2 : ภาพประกอบนิทานเรื่องตากับยาย ที่มา : (BKKSEEK, 2559) ภาคกลาง เป็นเขตวัฒนธรรมที่ครอบคลุมจังหวัดตํางๆ ในภาคกลาง ภาคตะวันออก และบางสํวนของภาค ตะวันตก ซึ่งมีลักษณะของพื้นที่คล๎ายคลึงกันในแงํของเป็นที่ราบลุํมแมํน้ํา มีความอุดมสมบูรณ๑ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งดินและน้ํา ตําแหนํงที่ตั้งอยูํใกล๎กับศูนย๑กลางของการปกครอง และมีความสะดวกสบายในการคมนาคมติดตํอ ค๎าขาย ประชากรสํ ว นใหญํอาศัย อยูํแถบที่ราบลุํ มแมํน้ํา มีอาชีพหลั ก คือ การเกษตรกรรม และการค๎าขาย โดยเฉพาะอยํางยิ่งการทํานาปลูกข๎าว ทําให๎วัฒนธรรมที่โดดเดํน ดังนั้นจึงขอยกตัวอยํางนิทานพื้นบ๎านภาคกลางที่ สะท๎อนให๎เห็นถึงการใช๎ชีวิตในแถบราบลุํมแมํน้ํา นิทานเรื่องยายกะตาหรือนิทานยายกับตาเป็นนิทานเรื่องเลําสืบ ตํอกันมาเพื่อความบันเทิงและคติสอนใจ และสะท๎อนสภาพสังคมวิถีชีวิต และความเชื่อของสังคมนั้น นิทานยายกะ ตา เป็นตัวอยํางนิทานไทย ที่มีความเป็นเอกลักษณ๑และแสดงถึงความเป็นไทยในด๎านสังคมเกษตรกรรม การเน๎น ความกตัญ๒ู และการเคารพอาวุโสได๎เป็นอยํางดี เนื้อเรื่องของนิทานเรื่องยายกับตากลําวถึงหลานที่อาศัยอยูํกับตา ยาย ตายายฝากเมล็ดถั่วเมล็ดงาให๎หลานเฝ้า แตํหลานไมํเฝ้า จึงเกิดเรื่องราวตํางๆตามมาอีกมากมาย เนื้อเรื่องเป็น นิทานลูกโซํซึ่งมีลักษณะที่พิเศษคือ เป็นเรื่องที่เลําตํอเนื่องด๎วยวิธีการทวนเรื่องซ้ําไปซ้ํามาผูกตํอกันเป็นลูกโซํ สํวน ใหญํเรื่องจะวนกลับมาที่เดิม แตํบางครั้งอาจตํ อเนื่องซ้ําๆ จนพบจุดจบ นิทานใช๎ภาษากลางในการถํายทอด ให๎คํา สอนและให๎ความรู๎เกี่ยวกับสังคมไทย ด๎านเกษตรกรรมที่ดี ข๎าว ถั่ว งา เป็นอาหารหลัก ตายายที่เลี้ยงดูหลานก็ให๎ หลานชํวยทํางานบ๎านเล็กๆน๎อยๆ แสดงด๎วยความรักหํวงใย ของปู่ยํา ตายาย ซึ่งเป็นผู๎สูงอายุที่มีตํอหลาน สามารถ แสดงถึงการอบรมสั่งสอนให๎หลานเชื่อฟ๓งคําสั่งของตายาย และสั่งสอนให๎คนไทยเอาใจใสํธุระของผู๎อื่น อยําดูดาย เมื่อใครมาขอความชํวยเหลือทันที ไมํควรคิดวํา ธุระไมํใชํ หรือไมํใชํธุระของตน นั่นคือมีความเอื้ออาทร ชํวยเหลือ ทุกข๑ของผู๎อื่น และเฉลี่ยความสุขเผื่อแผํไปในสังคม อันเป็นคุณธรรมของสังคมไทยมายาวนาน หากวิเคราะห์นิทานพื้นบ้านเรื่องยายกะตาสามารถสะท้อนวิถีชีวิตการเกษตรของภาคกลาง ได๎หลาย ด๎านดังตํอไปนี้


503

1.ด๎านการดํารงชีวิต ในเรื่องบ๎านของตายายอยูํริมแมํน้ําและประกอบเกษตรกรรมหลายอยํางตามวิถีชีวิตคน ไทยในสมัยกํอน โดยเลี้ยงดูหลานอยํางเข๎มงวด หากทําความผิดก็จะลงโทษ เห็นได๎จากการให๎หลานเฝ้าเมล็ดถั่ว เมล็ดงา เมื่อกลับมาหากรู๎วําหลานไมํเฝ้า ไมํทําตามก็จะถูกทําโทษ 2.ด๎านเกษตรกรรม ในเรื่องมีการกลําวถึงเมล็ดถั่ว เมล็ดงา ซึ่งปลูกโดยตายาย แสดงให๎เห็นวําคนไทยใน สมัยกํอนนั้นตํางปลูกพืชผลเพื่อรับประทานในครัวเรือน ในภาคกลางโดดเดํนเรื่องการทําขนมไทย ซึ่งมักจะใช๎ถั่ว และงาเป็นองค๑ประกอบสําคัญ เชํน ครองแครงกะทิสด ลูกชุบ ขนมเม็ดขนุน เป็นต๎น 3.ด๎านภูมิประเทศ วิถีชีวิตของคนภาคกลางอาศัยอยูํในที่ราบลุํมแมํน้ํา เชํนเดียวกันกับบ๎านของตายาย ที่เป็น บ๎านยกใต๎ถุนสูงอยูํริมคลอง เห็นได๎จากภาพประกอบนิทาน ที่มีทั้งบ๎าน แมํน้ํา และการทําเกษตรกรรมตามแบบ ฉบับภาคกลาง 3.นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน เรื่องกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ภาพที่3 : ภาพประกอบนิทานเรื่องกํองข๎าวน๎อยฆําแมํ ที่มา : (BKKSEEK, 2559) ภาคอีสาน เป็นเขตวัฒนธรรมที่ครอบคลุมจังหวัดตํางๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีสานมีความจํากัดใน ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากสภาพอากาศแห๎งแล๎งในหน๎าแล๎ง แตํถึงฤดูน้ําหลาก น้ําก็จะเอํอทํวมสองฝ๓่งลําน้ํา ทํา ให๎ประชากรสํวนใหญํอาศัยอยูํตามที่เนินไมํไกลจากลําน้ํา สะท๎อนถึงภูมิป๓ญญาในการตั้งถิ่นฐาน การเกษตรกรรม ในภาคอีสานมักจะประสบกับความแห๎งแล๎ง รันทด ดังนั้นจึงขอยกตัวอยํางนิทานเรื่องกํองข๎าวน๎อยฆําแมํ ถูกเลําสืบ ตํอกันมา อันสะท๎อนให๎เห็นถึงความยากลําบากในการทํานา เนื้อเรื่องเกี่ยวกับหนุํมชาวนาชื่อทอง (บางแหํงก็ไมํ กลําวถึงชื่อ) ทองออกไปทํานาตั้ งแตํเช๎าจนสาย ตะวันสูงขึ้นแล๎วรู๎สึกเหน็ดเหนื่อยอํอนเพลียมากกวําปกติ และหิว ข๎าวมากกวําทุกวัน ปกติ แล๎วแมํผู๎ชราจะมาสํงข๎าวกลํองให๎ทุกวัน แตํวันนี้กลับมาช๎าผิดปกติ เขาจึงหยุดไถนาเข๎า พักผํอนอยูํใต๎ต๎นไม๎ ปลํอยเจ๎าทุยไปกินหญ๎า รอคอยแมํที่จะมาสํงข๎าวตามเวลาที่ควรจะมา ด๎วยความรู๎สึกกระวน กระวายใจยิ่งสายความหิวกระหายก็ยิ่งทวีคูณขึ้นทันใดนั้นเขามองเห็นแมํเดินเลียบตามคันนาพร๎อมกลํองข๎าวน๎อยๆ ห๎อยตํองแตํงอยูํบนเสาแหรกคาน เขารู๎สึกไมํพอใจที่แมํเอากลํองข๎าวน๎อยนั้นมาช๎ามาก ด๎วยความหิวกระหายจน ตาลายอารมณ๑พลุํงพลําน เขาคิดวําข๎าวในกลํองน๎อยนั้นคงกินไมํอิ่มแนํ จึงเอํยตํอวําแมํของตนวํา “อีแกํ ไปทําอะไร


504

อยูํจึงมาสํงข๎าวให๎กูช๎านัก กํองข๎าวก็เอามาแตํกํองน๎อยๆ กูจะกินอิ่มหรือ “ผู๎เป็นแมํเอํยปากตอบลูกวํา “ถึงกํองข๎าว จะน๎อยก็น๎อยต๎อนแต๎นแนํนในดอกลูกเอ๐ย…ลองกินเบิ่งกํอน” ความหิว ความเหน็ดเหนื่อย ความโมโห หูอื้อตาลาย ไมํยอมฟ๓งเสียงใดๆ เกิดความโมโหหิว อารมณ๑ชั่ววูบทําให๎เขากระทําการมาตุฆาตมารดา ด๎วยสาเหตุเพียงแคํวํา กํองข๎าวที่แมํเอามาสํงนั้นดูเหมือนจะน๎อยไป ไมํนําจะพอกิน แตํเมื่อทองกินข๎าวอิ่มแล๎ว ข๎าวยังไมํหมดทองจึงได๎สติ สํานึกผิดที่ฆําแมํตนเอง จึงสร๎างธาตุกํองข๎าวน๎อยขึ้นมา เพื่อเป็นการอุทิศสํวนกุศลขออโหสิกรรมและล๎างบาปที่ตน กระทํา เป็ นนิทานท๎องถิ่นหรือนิทานประจําท๎องถิ่นผู๎เลําจะเลําด๎วยความเชื่อวํา เหตุการณ๑หรือปรากฏการณ๑ที่ เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงและมักมีหลักฐาน อ๎างอิงประกอบเรื่อง นิทานเรื่องนี้ ให๎คติสอนใจเรื่องของการมีสติและความ กตัญ๒ูตํอบิดามารดา และความโกรธจนขาดสติที่นําพาสูํหายนะอันใหญํหลวง สอนให๎รู๎วําความโกรธความโมโหจน ขาดสติที่นําพาสูํหายนะอันใหญํหลวง ทําให๎จิตใจใฝ่ต่ํา ประพฤติปฏิบัติไปในทางไมํดี สามารถที่จะทําความผิด อยํางมหันต๑ได๎ และการมีความเมตตากรุณา การที่มีความกตัญ๒ูกตเวทีก็จะเป็นพลังหนุนนําทําให๎บุคคลนั้นมี ความสุขความเจริญแกํตนเองตํอไป หากวิเคราะห์นิทานพื้นบ้านเรื่องก่องข้าวน้อยสามารถสะท้อนวิถีชีวิตการเกษตรของภาคอีสาน ได๎หลาย ด๎านดังตํอไปนี้ 1.ด๎านการดํารงชีวิต ตัวละครในเรื่องนายทองอาศัยอยูํกับมารดา นายทองจะออกไปทํานาคนเดียวและเมื่อ ถึงตอนกลางวันมารดาจะอาหารมาให๎ เป็นการสะท๎อนให๎เห็นวําคนอีสานมักให๎ลูกชายหรือผู๎ออกไปทํางาน สํวน ผู๎หญิงทํางานบ๎าน คอยหุงหาอาหารและข๎าวปลาให๎คนในครอบครัว ภาษาที่ใ ช๎สื่อสารกันก็เป็นภาษาอีสานอันเป็น เอกลักษณ๑ของท๎องถิ่น 2.ด๎านเกษตรกรรม ทองประกอบอาชีพทํานา ในภาคอีสานมีลักษณะทําการเกษตรแบบยังชีพ ซึ่งการทํานา ยังคงใช๎แรงงานจากคนและสัตว๑อยูํ เห็นได๎จากในเรื่องที่มีการใช๎ควายเป็นเครื่องทุํนแรงในการทํานา 3.ด๎านภูมิประเทศ อีสานเป็นเขตที่แห๎งแล๎งทุรกันดาร ในการทํานาจึงยากลําบากและเป็นอุปสรรคในการทํา นาเป็นอยํางมาก เนื่องจากพอหน๎าแล๎งก็แล๎งมาก หน๎าฝนก็น้ําหลาก ชาวนามักจะได๎รับผลกระทบโดยตรง 4.ด๎านอื่นๆ สถานที่ พระธาตุกํองข๎าวน๎อย มีอยูํจริง ดังนั้นเรื่องกํองข๎าวน๎อยฆํ าแมํจึงเป็นเหมือนการเลําที่มา ของสถานที่อีกด๎วย 4.นิทานพื้นบ้าน ภาคใต้ เรื่องแก่นข้าว

ภาพที่4 : ภาพประกอบนิทานพื้นบ๎านเรื่องแกํนข๎าว ที่มา : (วาทยุทธ ทองสุพล, 2559)


505

ภาคใต้ เป็นเขตวัฒนธรรมที่ครอบคลุมจังหวัดตํางๆ ในภาคใต๎ซึ่งมีลักษณะของพื้นที่เป็นคาบสมุทร มีที่ราบ ไมํ ม ากนั ก มี แ นวเขาสู ง และมี พื้ น ที่ ติ ด ชายทะเลทั้ ง สองฝ๓่ ง มี ฝ นตกชุ ก ทั้ ง ปี มี ค วามอุ ด มสมบู ร ณ๑ ข อง ทรัพยากรธรรมชาติ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ประชากรสํวนใหญํประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทํา ประมง และทําเหมืองแรํ สภาพพื้นที่ที่ปลูกข๎าวในภาคใต๎เป็นที่ราบริมทะเล และเป็นที่ราบระหวํางภูเขา สํวนใหญํ ใช๎น้ําฝนในการทํานา และฝนจะมาลําช๎ากวําภาคอื่นๆสําหรับบางคนอาจยังไมํรู๎วําภาคใต๎ก็ทํานาจึงขอยกตัวอยําง นิทานเรื่องแกํนข๎าว ทีเ่ ป็นนิทานพื้นบ๎านเลํากันในจังหวัดสงขลา เกี่ยวกับวิถีชีวิตครอบครัวชาวนาในภาคใต๎ นิทาน เรื่องนี้เลําวําในสมัยกํอนมนุษย๑เราไมํรู๎จักกินข๎าวคงกินแตํรําข๎าวเมื่อทํานาได๎ข๎าวก็จะฝ๓ดเอาแตํรํามากินสํวนเมล็ด ข๎าวซึ่งเรียกวํา “แกํนข๎าว” จะทิ้งเป็นกองๆอยูํทั่วไป ตํอมามีครอบครัวหนึ่งลูกเล็กคนหนึ่งไมํยอมกินรําข๎าว เมื่อพํอ แมํจะต๎มรําข๎าวให๎กินเหมือนลูกคนอื่นทั่วไป เด็กคนนั้นจะไมํยอมกินและร๎องขึ้นทุกครั้ง จนพํอแมํรู๎สึกรําคาญจึงพูด ประชดวํา “หมึงอีกินอ๎ายไหรหา ร๎องๆเดี๋ยวกูต๎มแกํนข๎าวให๎กินให๎ตาย ๆ ไปเสียแหละ” พอพํอแมํพูดเชํนนั้น ลูก คนนั้นก็หยุดร๎อง แตํอยูํสักครูํก็ร๎องอีกพํอแมํจึงพูดด๎วยอารมณ๑เสียอีกวํา “ทีนี้กูเอาแกํนข๎าวมาต๎มให๎กินจริงๆแหละ ร๎องไปต๎า” ลูกคนนั้นก็หยุดร๎องจึงไปเอาแกํนข๎าวมาต๎มให๎กินจริง ปรากฏวําลูกคนนั้นดีอกดีใจ กินข๎าวได๎มาก และ เมื่ออิ่มก็นอนหลับ ฝ่ายพํอแมํตกใจมากนึกวําลูกตายแล๎ว เพราะกินแกํนข๎าวซึ่งคนเขาไมํกินกันเข๎าไปมาก ก็ได๎แตํ ร๎องหํมร๎องไห๎ ฝ่ายลูกนอนหลับ สักครูํก็ตื่นขึ้นมายิ้มแล๎วหัวเราะอยํางสุขใจ พํอแมํเห็นเชํนนั้นก็ดีใจ จึงต๎มแกํนข๎าว ให๎ลูกกินเรื่อยมา จนขําวนี้ลือไปทั่ว คนจึงได๎หันมากินแกํนข๎าวแทนรําข๎าวกันตั้งแตํมาจนทุกวันนี้ นิทานเรื่องนี้เป็น ประเภทอธิบายหรือนิทานอธิบายเหตุ เป็นเรื่องที่ตอบคําถามวําทําไม เพื่ออธิบายความเป็นมาของบุคคล สัตว๑ ปรากฏการณ๑ตํางๆของธรรมชาติสาเหตุของความเชื่อบางประการ โดยเป็นการใช๎การแตํงเรื่องราวมาเป็นการตอบ คําถาม อธิบายเกี่ยวกับที่มาของการกินข๎าว หากวิเ คราะห์ นิทานพื้นบ้า นเรื่ องแก่น ข้า วสามารถสะท้อนวิถีชีวิตการเกษตรของภาคใต้ ได๎ 2 ด๎าน ดังตํอไปนี้ 1.ด๎านการดํารงชีวิต ตัวละครหลักในนิทาน คือ พํอแมํและลูก ครอบครัวชาวนาที่อาศัยอยูํในภาคใต๎ จังหวัด สงขลา ในนิทานการพูดคุยของตัวละครใช๎ภาษาถิ่นใต๎ในการสื่อสาร ทําให๎นิทานมีความสนุกและสามารถสะท๎อนให๎ เห็นถึงการดํารงชีวิตของครอบครัวในสมัยกํอน ที่พํอแมํจะเป็นผู๎หุงหาอาหารและดูแลลูก 2.ด๎านเกษตรกรรม กลําวสรุปโดยรวมทั่วไปเกี่ยวกับ สมัยกํอนเมื่อทํานาได๎ข๎าวก็จะฝ๓ดเอาแตํรํามากิน เมล็ด ข๎าวซึ่งเรียกวํา”แกํนข๎าว”จะทิ้งเป็นกองๆอยูํทั่วไป จนกระทั่งเมื่อลูกคนเล็กกินแกํนข๎าว พํอแมํจึงรู๎วําแกํนข๎าวนั้นดี และมีประโยชน๑ จึงเป็นจุดเริ่มต๎นการกินข๎าว มาจนถึงทุกวันนี้ บทสรุป นิทานพื้นบ๎านไทยในแตํละท๎องถิ่น แม๎เป็นเพียงเรื่องราวสั้นๆที่เลําสูํกันฟ๓งจากบรรพบุรุษสืบทอดตํอมายังรุํน หลัง แตํสามารถถํายทอดเรื่องราวตํางๆอันมีคุณคําทางด๎านวัฒนธรรมที่ดี โดยการแฝงข๎อคิด คติเตือนใจ เป็นหลัก ในการดํารงชีวิต และยังสะท๎อนให๎เห็นถึงวิถีชีวิตของคนแตํละท๎องถิ่นในสมัยกํอนทางด๎านเกษตรกรรมที่อยูํคูํกับคน


506

ไทยมาช๎านาน การเลํานิทานพื้นบ๎า นไทยจึงถือเป็นการปลูกฝ๓งถึงรากเหง๎าอันดีงาม เป็นของขวัญที่เป็นมรดกทาง วัฒนธรรมที่คนในท๎องถิ่นมอบให๎แกํลูกหลานเพื่อให๎เลําสูํกันฟ๓งสืบไป เอกสารอ้างอิง กิ่งแก๎ว อัตถากร. 2519. คติชนวิทยา. กรุงเทพฯ : หนํวยศึกษานิเทศก๑ นางญาณวรรณ สินธุภิญโญ. 2555. สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชนฯ เล่ม 26. กรุงเทพฯ : โครงการ สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค๑ในพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว. นิทานพื้นบ๎าน. 2556. นิทานพื้นบ้าน. [ออนไลน๑]. เข๎าถึงได๎จาก : http://bkkseek.com/category/tale/folk-tale/ [15 กันยายน 2559] ประยูร ทรงศิลป์. 2542. การศึกษาวิเคราะห์ตานานและนิทานพื้นบ้านเขมรภาคที่ 1-9. กรุงเทพฯ : ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร๑และสังคมศาสตร๑ สถาบันราชภัฏธนบุรี. ราชบัณฑิตยสถาน. 2546. พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542. กรุงเทพฯ : นานมีบุคส๑พับลิเคชั่น. เรไร ไพรวรรณ๑. 2551. วรรณกรรมท้องถิ่น. กรุงเทพฯ : โครงการผลงานวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏ ธนบุรีเฉลิมพระเกียรติ. วาทยุทธ ทองสุพล. 2559. ลูกชาวนา. [ออนไลน๑]. เข๎าถึงได๎จาก: https://meesin.wordpress.com/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0 %B8%99/ สืบค๎น [18 กันยายน 2559] อชิตพล จันทร๑ดุสิตขจร. 2556. วัฒนธรรมต่างๆในภูมิภาคของไทย. [ออนไลน๑]. เข๎าถึงได๎จาก : https://sites.google.com/site/30279get/home/wathnthrrm-tang-ni-phumiphakh-khxng-thiy [16 กันยายน 2559] BKKSEEK. (2559). นิทานพื้นบ้านภาคกลาง เรื่องยายกับตา. [ออนไลน๑]. เข๎าถึงได๎จาก : http://bkkseek.com/นิทานพื้นบ๎าน-ยายกับตา/ [18 กันยายน 2559] BKKSEEK. (2559). นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่องปุ๋ยลาไย. [ออนไลน๑]. เข๎าถึงได๎จาก : http://bkkseek.com/นิทานภาคเหนือ-ปุ๋ยลําไย [18 กันยายน 2559] BKKSEEK. (2559). นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน เรื่องก่องข้าวน้อยฆ่าแม่. [ออนไลน๑]. เข๎าถึงได๎จาก : http://bkkseek.com/kong-khao-noi-kha-mae/ [18 กันยายน 2559]


507

รวมบทความวิชาการ 2559 เล่ม 2  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you