Page 1

สารคดีเชิงข่ าว : ความรุนแรงกับฟุตบอลลีกไทย หลังจากที่สโมสรของไทยถูกตัดสิ ทธิ์ เข้าร่ วมการแข่งขันชิ งแชมป์ สโมสรเอเชี ย หรื อ เอเอฟซี แชมเปี ย นส์ ลีก โดย เอเอฟซี (Asian Football Federation หรื อ สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชี ย) ซึ่ งมีสาเหตุมาจากมาตรฐานการ ำ าระดับที่เอเอฟซี กาำ หนด โดยทางเอเอฟซี ตอ้ งการยกระดับมาตรฐานลีกของประเทศ จัดการแข่งขันของไทยต่ากว่ ในเอเชียเฉกเช่นระบบสากล นาย องอาจ ก่อสิ นค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "หลังจากที่เขามาประเมินแล้ว ปรากฏว่าสโมสรของไทยไม่ ผ่านหลักเกณฑ์จากทั้งหมด 16 ทีมมีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นที่ พอจะเข้าเกณฑ์ หลัก ใหญ่ๆ แล้ว เราไม่ผ่านอยู่ 4 ข้อ คือเรื่ องของจำำนวนผู้ชมแต่ ละนัดมีน้อยเกินไป เพราะรายได้หลักของสโมสรต้อง มาจากค่าผ่านประตูของแฟนบอลเท่านั้น อย่างที่สองคือ กำรจัดทำำงบประมำณหรื องบดุลของสโมสรแทบไม่ มีเลย มีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้น อย่างที่สามคือ งบประมำณของฝ่ ำยจัดกำรแข่ งขันไม่ มีเลย แต่เรื่ องนี้เป็ นการประเมินจากปี ก่อน ซึ่ งปัจจุบนั ฝ่ ายจัดเรามีงบแน่นอนแล้ว และเหตุผลที่สี่คือสโมสรเมืองไทยยังไม่ เป็ นนิติบคุ คล ส่วนใหญ่จะอิง กับองค์กรคือเป็ นรัฐ, เป็ นรัฐวิสาหกิจเท่านั้น แต่ไม่แยกออกมาเป็ นเอกเทศที่มีการบริ หารจัดการเอง หรื อสโมสร ของไทยยังไม่ เป็ นอาชีพที่บริ หารธุรกิจเต็มตัวด้ วยฟุตบอล ทั้ง 4 ข้อนี้เขาจึงตัดสิ ทธิ์เรา" โดยในฤดูกาล 2552 นี้ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ทาำ การปรับปรุ งโครงสร้างการจัดการให้เป็ น ระเบียบมากขึ้น โดยมีการจัดตั้งบริ ษทั ไทย พรี เมียร์ ลีก จำากัด ซึ่ งมี ดร.วิชิต แย้มบุญเรื อง ดำารงตำาแหน่งผูจ้ ดั การ บริ ษทั เพื่อดูแลการแข่งขันโดยเฉพาะ มีการกำาหนดคุณสมบัติสโมสรที่จะเข้าร่ วม ประกอบด้วย สโมสรต้องจด ทะเบียนเป็ นสมาชิกของสมาคมฟุตบอลฯ ผูฝ้ ึ กสอนจะต้องมีใบประกาศนียบัตรระดับเอ ของเอเอฟซี สโมสรจด ทะเบียนเป็ นนิ ติบุคคลเชิงพาณิ ชย์ ต้องมีการแจ้งงบการเงิน ต้องมีการบันทึกจำา นวนผูช้ ม ต้องมีการตั้งทีมระดับ เยาวชน ต้องจัดเจ้าหน้าที่ประสานงานสื่ อมวลชน ต้องจัด ให้มีการลงทะเบี ยนสื่ อมวลชน ต้องมี ที่ น่ังสำา หรั บ สื่ อมวลชน ต้องมีจุดแถลงข่าว ต้องจัดพื้นที่ให้สื่อมวลชนได้เข้าถึงนักกีฬา การร่ วมหุ น้ ของบริ ษทั ไทย พรี เมียร์ ลีก จำา กัด กับ สโมสร สมาชิ กกกท. สื่ อมวลชน และบุคคลทัว่ ไป นักกีฬาต้องมีสัญญาว่าจ้างตามหลักของฟี ฟ่ า เป็ นต้น ผลจากการจัดการที่เป็ นระบบ ระเบียบมากขึ้น ทำาให้การแข่งขันมีมีความเป็ นมืออาชีพ มีแนวทางในการ ดูแลชัดเจน ที่สาำ คัญที่สุดคือได้รั บความสนใจจากแฟนฟุตบอลอย่า งล้นหลาม หลายสนามคนดู ลน้ อัฒ จันทร์ สโมสรฟุตบอลเติบโตอย่างเป็ นรู ปธรรม อย่างไรก็ตาม การตั้งไข่ของฟุตบอลอาชี พไทยยังคงประสบปั ญหาใน หลายๆเรื่ อง และหนึ่งในนั้นคือปัญหาความรุ นแรงในสนามฟุตบอล อารมณ์ร่วมของแฟนบอลบางครั้งก็ควบคุมไม่ได้ จนเป็ นเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว อย่างใน ฤดูกาลนี้ที่ อยุธยา แฟนบอล กฟภ. กับ ชลบุรี หวิดตะลุมบอนกัน, บีอีซี เทโรฯ กับ ศรี ราชา ก็เคยจะมีเรื่ องกันมา


แล้ว ที่ระยองกองเชียร์ พทั ยาทีมเยือน ฟาดปากกับ สห.ทหารเรื อ ล่าสุ ดแฟนบอลการท่าเรื อไทยจะตีกบั แฟนบอล โอสถฯ ในชุมชนออนไลน์ เว็บไซต์ Pantip.com ห้องศุภชลาศัย มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างเช่น เรื่ องแฟนบอล ตีกัน สักวันมันต้ องเกิดแน่ ๆ ผมทำำใจแต่ เนิ่นๆแล้ ว ลีคฟุตบอล ชั้นนำำ ยังห้ ำมกันไม่ ค่ อยอยู่เลย มำตรกำรรั กษำควำมปลอดภัย ของเจ้ ำที่ ไม่ ร้ ู จะเป็ นยังไง ไหวไหม อันนีย้ งั รอกำรพิสูจน์ เหนือสิ่ ง อื่นใด กองเชี ยร์ นี่แหล่ ะเชี ยร์ อย่ ำงมีสปิ ริ ตดีกว่ ำเป็ นไหนๆ จำกคุณ

: koptyne_1

เขียนเมื่อ

: 2 ก.ย. 52 16:38:12

ทำำไมค่ ำปรั บมันน้ อยจังเลย จำกคุณ

: สมัดเจอร์ : 25 ส.ค. 52 เขียนเมื่อ 09:07:43 สำาหรับมาตรการการรักษาความปลอดภัยของบริ ษทั ไทย พรี เมียร์ ลีก นั้น มีเอกสารคู่มือปฏิบตั ิในการ บริ หารการจัดการความปลิดภัยในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของประเทศไทย ใจความว่า 1. บริ ษทั ไทย พรี เมียร์ ลีก กำาหนดตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลางของบริ ษทั 2. การจัดเจ้าหน้าที่ประสานงาน ควบคุมการแข่งขัน ทำาหน้าที่ตรวจสอบสนาม และความปลอดภัย 3. การตรวจสอบให้เป็ นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้ 3.1 ห้ามพกอาวุธ อุปกรณ์ที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายเข้ามาในสนาม 3.2 ห้ามนำาภาชนะที่เป็ นของแข็งเข้ามาในสนาม 3.3 มีอุปกรณ์ดบั เพลิงอยูบ่ ริ เวณอัฒจันทน์ 3.4 จัดเจ้าหน้าที่ตร.อย่างน้อย 10 นายประจำาสนาม และจัดเจ้าหน้าที่เพิ่ม กรณี คนดูมากกว่า 2000 คน โดยใช้อตั ราส่ วน 500-1 3.5 จัดแผนการจราจรให้เป็ นระเบียบ คำานึงถึงการเคลื่อนย้ายผูเ้ ล่นที่ได้รับบาดเจ็บ และเหตุ ฉุกเฉิ น


4. การจัดไอดีการ์ด แก่เจ้าหน้าที่และสื่ อมวลชน 5. การจำาหน่ายตัว๋ ให้เหมาะสมกับจำานวนที่นง่ั ในสนาม อย่างไรก็ตาม สำาหรับบทลงโทษในกรณี เกิดเหตุการณ์ไม่สงบจนไม่สามารถควบคุมได้น้ นั บทลงโทษ จะขึ้นอยูก่ บั การตัดสิ นใจจากการประชุมหารื อของทาง บริ ษทั ไทยพรี เมียร์ลีกเป็ นกรณี ๆไป เช่น 25 สิ งหาคม ปรับ โอสถสภา เอ็ม 150 และ การท่าเรื อไทย ทีมละ 5 พันบาทในเกมระหว่างการท่าเรื อกับ โอสถสภา เอ็ม 150 แฟนบอลท่าเรื อใช้หนังสติ๊กยิงกระดาษใส่ ผูช้ ่วยผูต้ ดั สิ นที่ 3 แฟนบอลโอสถสภา เอ็ม 150 ำ นกั ขว้างรองเท้าใส่ผชู้ ่วยผูต้ ดั สิ นที่ 2 รวมทั้งสั่งปรับการไฟฟ้ า 1 หมื่นบาท จากเหตุการณ์แฟนบอลขว้างขวดน้าใส่ เตะเมืองทองฯ (http://www.peafc.com/webboard/index.php?topic=1237.0) 21 กันยายน สั่งปรับ ราชนาวี เอฟซี 3 หมื่นบาท หลังแฟนบอลขว้างปาสิ่ งของลงมาในสนาม และลุกฮือ ล้อมกรอบผูต้ ดั สิ น ในเกมที่แพ้บางกอกกล๊าส เอฟซี 0-1 (http://www.chonburifc.net/site/webboard/lofiversion/index.php?t2356.html) 1 ตุลาคม สัง่ ปรับเมืองทองฯ จากเกมกับสมุทรสงคราม 1 หมื่นบาทจากเหตุการณ์ความวุน่ วายในสนาม เท่ากับสโมสรสมุทรสงคราม และศรี ราชา เอฟซี (http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/091001_167.html) ส่ วนแนวโน้มการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของไทยในอนาคตนั้น มีแนวโน้มว่าจะมีการพัฒนาสู่ ความเป็ น สากลมากขึ้น ซึ่ งเห็นได้จาก การให้ความสนใจของแฟนบอล การเข้าชมในสนามเป็ นจำานวนมาก เช่นในสโมสร เมื องทอง ยูไนเต็ด ชลบุรี เอฟซี สโมสรที่เป็ นตัวแทนจังหวัดต่างๆ เช่น สมุทรปราการ เอฟซี นครปฐม เอฟซี เป็ นต้น สื่ อมวลชนตอบรับกระแสการตื่นตัวของฟุตบอลไทยอย่างกว้างขวาง การรายงานข่าวของสยามกีฬา มี ส่ วนที่รายงาน เจาะลึก ข้อมูล ของการแข่งขันโดยเฉพาะ จากหนังสื อพิมพ์สยามกีฬา รายวัน มีนิตยสารเกี่ยวกับ ฟุตบอลไทย และรายการโทรทัศน์ที่นาำ เสนอเกี่ยวกับฟุตบอลไทยโดยเฉพาะ (สยามกีฬา ทีวี) และที่สาำ คัญที่สุดคือ การบริ หารจัดการของทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และบริ ษทั ไทย พรี เมียร์ ลีก ซึ่ งต้องกำาหนดนโยบาย กฎ กติกา ระบบ ระเบียบ ให้ชดั เจน และบริ หารอย่างมืออาชีพพึงปฏิบตั ิ


โตมร ศุขปรีชา นักเดินทางผู้เฝ้ ามองสั งคม

เขาคือนักคิดและนักเขียนผูผ้ า่ นงานหนังสื อมาอย่างโชกโชน ด้วยจุดเด่นของผลงานที่แสดงถึงการมองโลกอย่าง เข้าใจ ไม่วา่ จะเป็ นการสำารวจตัวตนผ่านสารคดีท่องเที่ยว หรื อการแสดงความคิดเห็นเรื่ องเพศที่แตกต่างในสังคม ไทย ไม่เพียงเท่านั้นปัจจุบนั ยังดำารงตำาแหน่งเป็ นบรรณาธิการนิตยสารจีเอ็ม ในเครื อจีเอ็ม กรุ๊ ป ต่อไปนี้คือ บท สนทนาถึงการเดินทางเพื่อค้นหาความเป็ นไปของผูค้ นผ่านสิ่ งที่พบเจอระหว่างทาง กับมุมมองต่อสังคมไทยของ ชายที่ชื่อว่า 'โตมร ศุขปรี ชา' ทุกวันนีค้ ุณแบ่ งเวลาให้ กบั การเขียนงานอย่ างไรบ้ าง ทำาไปเรื่ อย ๆ ครับ เขียนงานตามกำาหนด ไม่ได้แบ่งตายตัวว่าต้องทำาอะไรบ้างในแต่ละวัน พยายาม จัดสรรเวลาตามกำาหนดของแต่ละหัวหนังสื อซึ่ งจะคิดอยูต่ ลอดเวลา ผมไม่มีสมุดโน้ตติดตัว เจอเรื่ องอะไรที่น่า สนใจก็จาำ ไว้ แต่เมื่อถึงเวลาเขียนบางครั้งก็ลืมเพราะไม่ได้จดบันทึก ผมจึงต้องคิดใหม่อยูบ่ ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นจึง จำาเป็ นต้องมีวตั ถุดิบอยูใ่ นหัว ต้องรู้วา่ มีเรื่ องอะไรบ้างที่อยากเขียน เวลาเขียนจะได้ไม่มีปัญหา


งานเขียนของคุณโตมร มักเป็ นงานที่มีมุมมองจากหลากหลายมิติ ทำาอย่างไรให้ รอบรู้ครอบคลุมขนาดนั้น การอยูก่ บั ตัวเองเป็ นการรับข้อมูลที่ดีที่สุด ผมเองไม่ได้รู้ทุกเรื่ อง ต้องหาเวลารับข้อมูลผ่านการเดินทาง อ่านหนังสื อ ดูหนัง สิ่ งเหล่านี้จะช่วยปลุกสิ่ งที่อยู่ภายในหัวของเราให้ตื่นขึ้นมาได้ ท่านติช นัท ฮันห์ เคยพูดถึงเรื่ องนี้ไว้วา่ มันเป็ นเมล็ดพันธุ์ที่ฝังอยูใ่ นตัว ทุกคนมีเหมือนกันหมด เพียงแต่ จะสามารถล้วงออกมาใช้ประโยชน์ได้มากแค่ไหน ผมจึงคิดว่าเป็ นเรื่ องยากที่จะรู้วา่ ต้นทุนของเราคืออะไร เพราะ มันฝังลึกอยูข่ า้ งใน ต้องมีบางอย่างมากระทบ เช่น เรื่ องราวของภาพยนตร์ที่เราดูจะเข้าไปปลุกบางสิ่ งบางอย่างที่ อยูใ่ นตัว ทำาให้เห็นอะไรได้มากขึ้น

มีแนวทางในการใช้ ชีวติ อย่ างไรบ้ าง ผมไม่ได้วางแผนอะไรเป็ นพิเศษ และไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำางานเขียนหนังสื อ หรื อเป็ น บรรณาธิการ ทว่าเมื่อมีโอกาสเข้ามา ผมก็ไม่ปฏิเสธ เรื่ องบางเรื่ องต้องวางแผนล่วงหน้า แต่สาำ หรับการใช้ชีวิต ผม ไม่ค่อยคิดว่าจะต้องดำาเนินไปอย่างไร จะใช้ชีวิตอยูก่ บั ปัจจุบนั มากกว่า การเดินทางแบบไม่ วางแผนเป็ นอย่ างไร และได้ ค้นพบอะไรระหว่างทางบ้ าง ำ ามันจะพาเราไปไหน เป็ นการโยนตัว ครั้งหนึ่งผมเคยขึ้นรถ บขส. โดยไม่รู้วา่ เป็ นสายอะไร ไม่รู้ดว้ ยซ้าว่ เองเข้าไปในสถานการณ์ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เมื่อตกอยูภ่ ายใต้สถานการณ์น้ นั จะทำาให้เรารู้จกั ตัวเอง มากขึ้น ต้องเปิ ดตัวเอง และพยายามสื่ อสารกับผูค้ นรอบข้างมากกว่าเดิม ขณะที่การเดินทางแบบอยูใ่ นกรอบจะ ทำาให้เราไม่ค่อยได้คุยกับใคร และต้องเสี ยเรื่ องราวระหว่างการเดินทางไปมากมาย ส่วนอีกครั้งหนึ่ง ผมไปเนปาลโดยไม่รู้อะไรเลยเช่นกัน ทันทีที่ลงจากเครื่ องบินมีคนเข้ามาหาเต็มไป หมด พวกเขามาขายทัวร์และชักจูงไปตามสถานที่ต่าง ๆ คล้ายกับเมื่อเราลงรถทัวร์ที่บา้ นเพแล้วมีพนักงานรี สอร์ท บนเกาะเสม็ดมาขายที่พกั แต่ถา้ เราตกลงกับผูข้ ายคนใดคนหนึ่งที่เนปาล เขาจะไม่ใช่แค่นายหน้าที่พาเราไปยัง ที่พกั แต่จะอยูก่ บั เราตลอดการเดินทาง ซึ่ งตอนนั้นผมไม่รู้วา่ จะมีเรื่ องแบบนี้เกิดขึ้นจึงปล่อยให้เป็ นไปอย่างนั้น ปรากฏว่าคนที่มาเป็ นไกด์ให้คือเหมาอิสต์ (Maoist) เป็ นลัทธิลม้ ล้างการปกครองแบบกษัตริ ย ์ และการที่ผมต้องอยู่ กับเขาตลอดเวลานั้นทำาให้ผมได้แลกเปลี่ยนมุมมองหลายด้านที่แตกต่างกัน ทำาให้เราเข้าใจตัวเขา และประเทศ ของเขา รวมไปถึงได้เข้าใจตัวเองเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ทุกวันนีม้ องสั งคมไทยเป็ นอย่ างไรบ้ าง


ผมพูดเสมอว่าสังคมไทยมีลกั ษณะหน้าไหว้หลังหลอก ชอบฉายภาพที่สวยงามออกไปให้คนอื่นเห็น โดยเลือกจะเก็บความไม่ดีและความเน่าเหม็นไว้ขา้ งใน ซึ่ งนัน่ ไม่ใช่เรื่ องเลวร้าย เพราะลักษณะดังกล่าวทำาให้เรา อยูม่ าได้เป็ นเวลาหลายร้อยปี ถือว่าเป็ นข้อดีได้เช่นกัน เราจะหน้าไหว้หลังหลอกต่อไปก็ได้ อยากใส่ ชุดไทยที่คน ไทยไม่เคยเห็นบนท้องถนนไปประกวดนางงามจักรวาลก็สามารถทำาได้ แต่ในขณะเดียวกันต้องตระหนักด้วยว่า เรากำาลังทำาอะไรอยู่ มันจะทำาให้การ “หน้าไหว้” ของเรา “น่าไหว้” อย่างเข้าใจตัวเองมากขึ้นหรื อเปล่า? ที่สาำ คัญ บางครั้งเราก็ไม่รู้หรอกว่ากำาลังหลอกตัวเองอยู่

ที่ผ่านมาคุณโตมรมีงานเขียนเกีย่ วกับสั งคม เพศ เรื่องสั้ น งานแปล ฯลฯ ตอนนีใ้ ห้ ความสนใจเรื่องอะไรอยู่ ผมสนใจเรื่ องความขัดแย้งภายในประเทศครับ ซึ่งมีโอกาสได้คุยกับทั้งคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศไทย และผูท้ ี่มีความคิดที่แตกต่าง ทำาให้รู้สึกว่าทุกฝ่ ายต่างมีเป้ าหมายเดียวกัน แต่คาำ ถามคือ จะทำาอย่างไร ให้ประเทศไทยดีข้ ึน ในขณะที่ต่างฝ่ ายต่างทะเลาะกันอยูต่ ลอดเวลา กระทัง่ ตอนนี้ผมก็ยงั ไม่เข้าใจว่าเราทะเลาะกัน ไปเพื่ออะไร อย่างที่บอกว่าสังคมไทยเป็ นสังคมแบบหน้าไหว้หลังหลอก เมื่อคนคิดต่างมาเจอกัน เขาก็จะสวัสดี ยิม้ ให้ แต่เมื่อเขียนหรื อพูดถึงอีกฝ่ ายก็แทบจะฆ่ากัน เราเลือกจะพูดอยูค่ นเดียวพร้อมกับพยายามปิ ดปากอีกฝ่ ายไม่ให้ พูด แล้วคิดว่าความจริ งที่สร้างขึ้นมานั้นเป็ นความถูกต้อง แต่ถา้ ปล่อยให้อีกข้างหนึ่งพูด หรื อฟังเขาพูดบ้าง เราจะ รู้สึกว่าอีกฝ่ ายอาจไม่เป็ นอย่างที่คิด ตัวของเราเองก็จะขยับมาอยูใ่ กล้กบั ตรงกลางมากขึ้น ส่วนอีกฝ่ ายหากมีโอกาส ได้พดู ในที่สุดก็อาจจะค้นพบว่าตัวเองก็ไม่ได้สุดขั้วขนาดนั้น

มีบุคลิกส่ วนใดของนิตยสารจีเอ็มที่ไม่ ตรงกับตัวคุณโตมรบ้ างไหมครับ ตรงทุกอย่างเลยครับ ผมชอบเรื่ องรถยนต์ นาฬิกา อุปกรณ์เทคโนโลยี เหล้า ไวน์ ฯลฯ แต่อาจไม่ได้ สนใจขนาดถามแล้วตอบได้ทนั ที ผมคิดว่าทุกอย่างมีเรื่ องให้เรี ยนรู้อีกมาก บางครั้งเราอาจจะมองบางสิ่ งเพียงด้าน เดียว อย่างนาฬิกาที่สวิสเซอร์แลนด์น้ นั เป็ นเหมือนงานศิลปะ หรื องานหัตถกรรมชิ้นหนึ่งเลยก็วา่ ได้ แต่เรากลับ เอามาใช้เพียงเพื่ออวดสถานะ ส่ วนเรื่ องแอลกอฮอล์เช่น เรามักห้ามคนดื่มเหล้าทั้งที่นน่ั คือวัฒนธรรมอีกด้านหนึ่ง เหมือนกับห้ามคนไทยไม่ให้รำาไทย นอกจากนี้ผมมักได้รับเชิญให้ไปดูแฟชัน่ โชว์ซ่ ึ งเป็ นเรื่ องน่าขัน เพราะทำาให้ นึกถึงวิเวียน เวสต์วดู ผูอ้ อกแบบเสื้ อผ้า และต้องการต่อสู ้ทางชนชั้นโดยการนำาเสื้ อผ้าของชนชั้นล่างมาให้ชนชั้น สู งใส่ มันน่าขันตรงที่แฟชัน่ ของเราไม่มีขา้ งใน มีแต่เปลือกนอกเท่านั้น

การทำาสิ่ งทีต่ ัวเองรักเป็ นอาชีพจะช่ วยให้ ประสบความสำ าเร็จได้ หรือไม่


คนเราสามารถเปลี่ยนกันได้ครับ เราอาจจะรู้สึกว่าตอนนี้รักเรื่ องนี้ มาก แต่เมื่อได้คลุกคลีกบั มันบ่อย ๆ อาจจะรู้สึกเบื่อ บางคนมีความคิดว่า การทำาสิ่ งที่ตวั เองรักไม่ควรแลกด้วยเงิน ควรจะทำาด้วยใจ แต่ในความเป็ นจริ ง หลายคนไม่มีโอกาสได้ทาำ ในสิ่ งที่ตวั เองรัก แต่ตอ้ งรักในสิ่ งที่ตวั เองทำา ไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่สามารถมีชีวิตอยูไ่ ด้

บนหลักไมล์ของนักเดินทาง เส้นทางของคุณโตมรยังคงทอดยาวสู่ การแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่ ร่ วมกับการเฝ้ าสังเกต และตั้งคำาถามถึงความเป็ นไปของสังคมเพื่อบอกเล่าผ่านหน้ากระดาษ ด้วยวิธีการมองโลก อย่างเข้าใจ ท้าทายผูอ้ ่านให้เปิ ดกว้างทางความคิด และร่ วมเดินทางไปกับเขา


โลดแล่ นไร้ เบรกกับจักรยานฟิ กซ์ เกียร์ บนอานจักรยานไร้เบรก สี สันฉูดฉาดที่กาำ ลังโลดแล่นอยูบ่ น ลานคอนกรี ตใจกลาง กรุ งเทพมหานคร ต้าร์ ชูเกียรติ ผง ทอง พร้อมกับสมาชิกฟาร์ฟาสต์ (FarFast) กำาลังร่ อนจักรยานฟิ กซ์ เกียร์คู่ใจด้วยลีลาผาดโผนเร่ งเร้าดี กรี อะดรี นาลีน ต้าร์ ชูเกียรติ ผูก้ ่อตั้งกลุ่ม ฟาร์ฟาสต์ เล่าถึงการเล่นท่า ผาดโผนกับจักรยานฟิ กซ์ เกียร์วา่ ความสวยงามอยูท่ ี่การผสมสานท่า ให้มีความต่อเนื่อง แต่มีความยาก ตรงที่เท้าทั้ง 2 ข้างต้องปั่นไปด้วย ตลอดเวลา ไม่เหมือนกับจักรยาน ทัว่ ไปซึ่ งสามารถผ่อนแรงปั่นได้ และความสนุกอยูต่ รงที่การได้ แสดงท่าใหม่ ๆ มาประชันกับเพื่อนในกลุ่ม ต้าร์อธิบายให้ฟังว่า จักรยานฟิ กซ์ เกียร์ แบ่งชนิดตามการใช้งานได้เป็ น 2 ประเภทคือ เพื่อการเดินทาง (สายปั่น) และเพื่อเล่นผาดโผน (สายทริ ก) โดยจะมีความแตกต่างกันที่วิธีพลิกแพลงในการปั่นของสายทริ ก แต่ส่ิ ง ที่ตอ้ งฝึ กฝนเหมือนกันคือเทคนิคการเบรกด้วยขา (skid) ส่วนพื้นฐานอย่างการทรงตัว หรื อการควบคุมเป็ นเหมือน กับจักรยานทัว่ ๆ ไป ทุกวันนี้ฟิกซ์ เกียร์สามารถพบเห็นบนท้องถนน หรื อลานกว้างมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ด้วยรู ปลักษณ์แบบ จักรยานย้อนยุคแต่โฉบเฉี่ ยว ประกอบกับความเร้าใจในการเล่นท่าผาดโผน คือเหตุผลที่ทาำ ให้อดีตจักรยานซึ่ งเคย ใช้สาำ หรับการแข่งขันเท่านั้น หลุดออกมาจากลู่แข่งในเวโลโดรม สู่ ทอ้ งถนนในซาน ฟรานซิ สโก ชิคาโก ลอนดอน โตเกียว เรื่ อยมาจนถึงกรุ งเทพมหานคร


“จากเมื่อก่อนมีคนจำานวนไม่มากที่ปั่นจักรยานฟิ กซ์ เกียร์กนั แต่ทุกวันนี้มีคนปั่นทัว่ ทุกมุมเมืองแล้ว” ต้าร์กล่าวพร้อมรอยยิม้ เมื่อถามถึงประโยชน์ของการเล่นฟิ กซ์ เกียร์ ต้าร์ตอบว่า ได้พฒั นาตัวเองอยูต่ ลอดเวลา เพราะการปั่นสาย ำ ำ ทริ กจำาเป็ นต้องฝึ กฝนทักษะใหม่ ๆ อย่างสม่าเสมอ ไม่เช่นนั้นจะต้องเล่นเฉพาะท่าเดิมซ้าไปมา ไม่นานก็คงเบื่อ จึง เสมือนการแข่งขันเพื่อก้าวข้ามขีดจำากัดของตนเอง หากคุณเป็ นอีกคนหนึ่งซึ่ งหลงใหลในความเร้าใจของจักรยานฟิ กซ์ หรื อกำาลังมองหาพื้นที่สาำ หรับ แสดงความสามารถ ต้าร์และแก็งค์ฟาร์ฟาสต์พร้อมปั่นไปด้วยกันที่บริ เวณลานว่างหลังตะวันนาสแควร์ ย่าน บางกะปิ ทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันพฤหัสบดี หลัง 20.00 น. เป็ นต้นไป


ข่ าว : เรตติง้ ทีวไี ร้ ผล เหตุผู้ปกครองไม่ แนะเด็ก

กลุ่มเฝ้ าระวังสื่ อและนักวิชาการชี้การใช้เรตติ้งโทรทัศน์ไม่ได้ผล แนะใช้ระบบวอเตอร์เฉด รวมทั้งผู้ ปกครองต้องให้คาำ แนะนำาเด็กเสริ ม ขณะที่ผจู้ ดั ละครกล่าว สื่ อต้องมีความรับผิดชอบในการนำาเสนอ พร้อมแนะ ให้มีหน่วยปราบปรามทำางานควบคู่กบั การเฝ้ าระวังเพื่อเพิ่มประสิ ทธิภาพของการจัดเรตติ้ง ด้านผูป้ กครองเผย เพราะไม่เข้าใจสัญลักษณ์เรตติ้งจึงไม่สามารถอธิบายแก่บุตรหลานได้ จากกรณี เด็กวัย 6 ขวบ ผูกคอตายเลียนแบบละครไทรโศกจนเป็ นเหตุให้เสี ยชีวิตเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ ผ่านมา และนายพินิษฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรี วา่ การกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวไว้ในเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์วา่ ให้ผปู้ ระกอบการสถานีโทรทัศน์ทุกช่องเพิม่ ความเข้มงวดการตรวจสอบภาพและเนื้อหา โดยยึดแนวทางจากการ จัดระดับคุณภาพของเนื้อหารายการโทรทัศน์ (เรตติ้ง) จากกรณี ดงั กล่าว นายธาม เชื้อสถาปนศิริ ผูจ้ ดั การกลุ่มงานวิชาการ โครงการศึกษาเฝ้ าระวังสื่ อและ พัฒนาการรู้เท่าทันสื่ อเพื่อสุขภาวะสังคม ได้กล่าวถึงระบบการจัดเรตติ้งของรายการโทรทัศน์ไทยว่า ถ้าเปรี ยบ ละครโทรทัศน์คือยารักษาโรค เรตติ้งคือสลากยา เนื้อหาละครก็เหมือนตัวยา เรตติ้งเป็ นสลากบอกว่าละครหรื อยา นั้นใช้อย่างไร ให้ใครดูหรื อให้ใครใช้ และจะใช้เวลาใด ซึ่ งปัจจุบนั มียาแต่ไม่มีวิธีกาำ กับการใช้ยา ปัญหาอีกอย่าง คือ จริ ง ๆ แล้วยาประเภทนี้เหมาะกับผูใ้ หญ่ แต่ติดสลากผิด กลายเป็ นว่าเด็กสามารถใช้ยาได้ ทำาให้เกิดปัญหาใช้ยา ผิดประเภท สรุ ปปัญหาของเรตติ้งคือ เรตติ้งไม่ตรงกับเนื้อหารายการ มีเรตติ้งแล้วแต่ใช้ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำากับ ดูแล และผูร้ ับชมโทรทัศน์กไ็ ม่ให้ความสำาคัญกับเรตติ้ง คือไม่อ่านสลากยาก่อนใช้


“ต้องแยกว่าเรตติ้งไม่ได้บอกว่าละครเรื่ องไหนดีหรื อไม่ดี ฉากตบจูบ ฉากโป๊ เปลือย จะรุ นแรงแค่ไหน ก็ได้ ถ้าระบุวา่ เป็ นยาอันตราย หรื อเฉพาะผูใ้ หญ่กินเท่านั้น แต่ปัจจุบนั ไม่ได้เป็ นเช่นนั้น ละครที่มีเนื้อหาลักษณะ ดังกล่าวสามารถออกอากาศตอนสี่ โมงเย็น ซึ่งเป็ นช่วงเวลาที่เด็กดูโทรทัศน์มากที่สุดได้ ผลคือเด็กเลิกเรี ยนกลับ บ้านมากินยาอันตราย ก็เกิดปัญหาตามมา คนที่จะให้คาำ แนะนำาคือพ่อแม่ แต่กไ็ ม่สามารถให้คาำ แนะนำาได้เพราะยัง ไม่เลิกงาน” นายธาม กล่าว นอกจากนี้ นายธามได้กล่าวถึงการแก้ปัญหาพ่อแม่ ผูป้ กครองไม่มีเวลาให้คาำ แนะนำาแก่เด็กว่า ควรใช้ ระบบโซนนิ่งเวลาที่เรี ยกว่า วอเตอร์เฉด (watershed) ในสหรัฐอเมริ กาเรี ยกว่า เซฟ ฮาร์เบอร์ (save harbor) โดย กำาหนดให้รายการไม่เหมาะสมกับเยาวชนออกอากาศหลังสองทุ่ม หากมีระบบนี้จะสามารถแก้ปัญหาเรื่ องผู้ ปกครองไม่มีเวลาได้ เพราะเด็กจะเปิ ดโทรทัศน์ในช่วงโซนนิ่ง เรตติ้งของรายการช่วงนั้นก็จะเป็ นเด็ก (ด) ปฐมวัย (ป) ทุกเพศทุกวัย (ท) หากบังคับใช้ระบบนี้จะทำาให้เด็กกินยาถูกประเภทมากขึ้น ด้านนายอิทธิพล ปรี ติประสงค์ อาจารย์ประจำาสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงปัญหาเยาวชนเลียนแบบพฤติกรรมจากละครโทรทัศน์วา่ พฤติกรรมการเลียนแบบ ของเด็กมาจาก 3 เรื่ องใหญ่ ๆ หนึ่งคือเรื่ องของช่วงอายุของเด็ก โดยเฉพาะเด็กวัย 3-5 ขวบ ซึ่งยังแยกแยะบทบาท จริ งกับบทบาทสมมติไม่ออก อะไรก็ตามที่เด็กเห็นจะคิดว่าเป็ นเรื่ องจริ งทั้งหมด และมีโอกาสสู งที่จะเกิด พฤติกรรมการเลียนแบบในเด็ก สองคือเรื่ องของความถี่ในการรับชม ยิง่ ดูมากก็ยง่ิ มีโอกาสเลียนแบบสู งมากตาม ไปด้วย และสุ ดท้ายคือพื้นฐานของครอบครัว การพูดคุยให้ความรู้กบั เด็ก อธิบายให้เข้าใจถึงบทบาทจริ งและ บทบาทสมมติเป็ นสิ่ งสำาคัญ ยิง่ เด็กอายุนอ้ ย และมีความถี่ในการรับชมสู ง รวมถึงพ่อแม่ไม่ได้ให้คาำ แนะนำา โอกาส ที่เด็กจะปฏิบตั ิตามด้วยด้วยความคุน้ ชินจะมีสูงมากขึ้น นายอิทธิพล ได้กล่าวถึงระบบการจัดเรตติ้งของรายการโทรทัศน์ไทยว่า มาตรฐานการจัดเรตติ้งที่ดี ประกอบด้วย หนึ่งคือต้องตรงไปตรงมา รายการที่มีเรตติ้ง น.13+ ต้องมีเนื้อหาสอดคล้องกับเรตติ้ง สองคือการจัด ระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน์มีจุดประสงค์เพื่อคุม้ ครองเด็กและเยาวชน ต้องคำานึงถึงความสัมพันธ์ ของช่วงเวลาในการออกอากาศกับเนื้อหาของรายการและเยาวชน ซึ่ งก็คือระบบวอเตอร์เฉด (watershed) ที่ เป็ นการจัดสรรช่วงเวลา เช่น รายการเรตพีจี (parental guidance) รายการที่ผใู้ หญ่ควรร่ วมชมและให้คาำ แนะนำาแก่ เยาวชน ต้องออกอากาศหลังสองทุ่ม เป็ นต้น สามคือระบบบการสนับสนุน ต้องมีกลไกการให้ความรู้ โดยพ่อแม่ ต้องให้คาำ แนะนำา นอกจากนี้ นายอิทธิพลยังเปิ ดเผยว่า เรตติ้งคือป้ ายบอกว่ารายการไหนเหมาะกับกลุ่มผูช้ มกลุ่มใด แต่ถา้ เด็กเล็กยังสามารถเข้าถึงรายการที่มีเนื้อหาเกินกว่าวัย โดยที่พอ่ แม่ไม่ได้ให้คาำ แนะนำา ระบบก็จะใช้ไม่ได้ผล เรตติ้ง ต้องใช้ประกอบกับคำาแนะนำาจากผูป้ กครอง ต้องมีพ้นื ที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผูผ้ ลิตกับผูบ้ ริ โภค รวม ทั้งต้องมีการสนับสนุนรายการที่มีเนื้อหาด้านบวกให้มากขึ้น และลดปริ มาณรายการที่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อ พฤติกรรม ซึ่งในอนาคตจะมีกฎหมายชัดเจนว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสี ยง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ


โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะกำาหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมสำาหรับรายการบางประเภทเพื่อคุม้ ครองเด็กและ เยาวชน นางสาวพิไลวรรณ บุญล้น กรรมการผูจ้ ดั การบริ ษทั ไทเกอร์ แท็ค ทีม จำากัด ผูจ้ ดั ละครเรื่ องไฟอมตะ กล่าวถึงเยาวชนกับการเลียนแบบพฤติกรรมจากละครโทรทัศน์วา่ สื่ อไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ แม้จะ ไม่ยอมรับผิด แต่สังคมต้องโทษสื่ ออยูด่ ี สื่ อต้องเห็นแก่ประโยชน์ของสังคม ผูจ้ ดั ละครก็สามารถทำาประโยชน์แก่ สังคมได้โดยการแฝงสารที่มีคุณค่าไปในเนื้อหาของละคร ในประเด็นการจัดเรตติ้งรายการโทรทัศน์ไทย นางสาวพิไลวรรณมีความคิดเห็นว่า ระบบการจัดเรตติ้ง ถือว่ามีคุณภาพ แต่ผมู้ ีหน้าที่กาำ กับดูแลยังไม่สามารถทำาอะไรได้มาก ควรจะมีหน่วยปราบปรามทำางานประสาน กับหน่วยงานเฝ้ าระวัง เพื่อเพิม่ ประสิ ทธิภาพในการดูแลให้มากขึ้น “สู ตรสำาเร็จของเนื้อหาละครไทยคือการตบตี แย่งชิง ด่าทอเสี ยงแหลม แต่งหน้า แต่งตัวฉูดฉาด ซึ่ งได้รับ ความนิยมจากผูช้ มสู ง แต่ส่วนตัวคิดว่าละครที่ดีควรมีเนื้อหาที่พฒั นาความคิดของประชาชน” นางสาวพิไลวรรณ กล่าว นางสาวณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ กรรมการผูจ้ ดั การบริ ษทั ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำากัด กล่าวถึงปัญหาเยาวชน เลียนแบบพฤติกรรมจากละครว่า ความอยากรู้อยากลองคือธรรมชาติของเด็ก ซึ่ งมีโอกาสสู งที่เด็กจะเลียนแบบ พฤติกรรมจากสิ่ งที่เห็นในสื่ อ แต่สิ่งที่สาำ คัญคือ คำาแนะนำาจากผูป้ กครองที่จะชี้แนะว่าอะไรถูก อะไรผิด นอกจาก นี้ ผูผ้ ลิตสื่ อต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำานึงถึงการรับรู้ของเยาวชนกับความเหมาะสมของเนื้อหาที่ผลิต นางสาวณัฏฐนันท์ กล่าวถึงการจัดเรตติ้งรายการโทรทัศน์ไทยว่า เห็นสมควรให้มีการใช้ระบบการจัด เรตติ้ง แต่จะได้ผลหรื อไม่ข้ ึนอยูก่ บั ผูช้ มว่าจะให้ความสำาคัญกับเรตติ้งมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ ปกครอง เนื่องจากเรตติ้งคือสลากที่บอกว่ารายการใดที่ผปู้ กครองควรให้คาำ แนะนำาแก่เยาวชน หากละเลยคำาเตือน จากสลาก เท่ากับว่าเรตติ้งใช้ไม่ได้ผล นางชนกพร จิตปัญญา อายุ 48 ปี อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มารดาเด็กชายชานนท์ จิตปัญญา วัย 7 ปี กล่าวว่า ตนไม่ให้ลูกดูละคร เพราะมองว่าทุกวันนี้ยงั ไม่มีละครสำาหรับเด็กโดยเฉพาะ และละครในปัจจุบนั ไม่ให้สาระความรู้อะไรแก่เด็กนอกจากความบันเทิง ตนมองว่าผูผ้ ลิตยังไม่มีความรู้ในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ ที่จะช่วยกระตุน้ พัฒนาการเด็ก จึงเน้นให้ความสำาคัญกับรู ปแบบการนำาเสนอ เทคนิค และสี สัน โดยมองข้ามความ สำาคัญของเนื้อหาไป สำาหรับการจัดเรตติ้งรายการโทรทัศน์ไทย นางชนกพรมีความคิดเห็นว่า การจัดเรตติ้งนั้นใช้ไม่ได้ผล จริ ง เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าตัวเลขและตัวหนังสื อที่ปรากฏบนสัญลักษณ์เรตติ้งคืออะไร อีกทั้ง สัญลักษณ์ปรากฏขึ้นมาเพียงชัว่ ครู่ ส่ วนอิสระในการเลือกบริ โภคสื่ อของเด็ก และพฤติกรรมการรับชมของผูช้ ม ในประเทศไทยนั้น จากประสบการณ์พบว่า สมาชิกในครอบครัวส่ วนใหญ่มกั รับชมโทรทัศน์ดว้ ยกัน จึงทำาให้เด็ก


รับชมรายการต่าง ๆ ไปพร้อมกันด้วย ทำาให้ไม่สามารถใช้ระบบเรตติ้งอย่างได้ผลตราบใดที่ไม่ได้จาำ กัดการดู โทรทัศน์ของเด็ก ด้านนางสุ ปรานี ฤกษ์ลกั ษณี อายุ 36 ปี อาชีพค้าขาย มารดาของเด็กหญิงสุ ภาวรรณ ฤกษ์ลกั ษมี วัย 10 ปี กล่าวว่า ละครที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมมีผลกับเด็ก เพราะเคยพบเด็กมีพฤติกรรมเลียนแบบจากละคร เช่น โวยวาย พูดจาก้าวร้าว เล่นโลดโผน เป็ นต้น แต่ภายในครอบครัวของตนจะมีการสั่งสอน ตักเตือนว่าอะไรเหมาะสมและไม่ เหมาะสม ทั้งนี้ตนมองว่าเนื้อหาในละครมีผลต่อเด็กส่ วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ข้ ึนกับตัวของเด็กมากกว่า นางสุ ปรานีกล่าวถึงการจัดเรตติ้งรายการโทรทัศน์ไทยว่า ตนไม่รู้สึกอะไรกับสัญลักษณ์การจัดระดับ เพราะไม่สามารถดูโทรทัศน์กบั ลูกสาวตลอดเวลาได้ รวมทั้งสัญลักษณ์จะปรากฏมาเพียงชัว่ ครู่ แล้วก็หายไป


งานเขียน  

ตัวอย่างงานเขียน

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you