Page 1

เมษายน 2557 ปที่ 3 ฉบับที่ 9

www.tirathai.co.th

?

WHY COAL-FIRED POWER PLANT

ความจำเปนที่ไมอาจหลีกเลี่ยงได

สัมภาษณพิเศษ กรรมการผูจัดการโรงไฟฟาบีแอลซ�พี เพาเวอร เปดหองรับแขกตอนรับผูบร�หารการประปานครหลวง ยมจ�นดา ถนนที่โหยหาวันวาน

ISSN 2286-6108


ELECTRICAL EDITOR’S NOTE ENGINEERING

หมายเหตุ

บรรณาธิการ ขณะจัดทําวารสาร TIRATHAI JOURNAL ฉบับนี้ กรุงเทพฯ กําลังถูก SHUTDOWN โดยกลุมผูชุมนุมที่มี กปปส. เปนแกนนํา เราจึงถือโอกาสนี้ SHUTDOWN โรงไฟฟาถึง 2 โรง เพื่อเชิญตัวผูบริหารมาพูดคุยกันให รูเรื่องวา ทําไมเมืองไทยจึงตองสรางโรงไฟฟาถานหิน? และเมื่อสรางแลวจะมีหลักประกันอะไรวาโรงไฟฟาจะไม ทําลายระบบนิเวศ (Ecosystem) และไมสรางมลพิษ (Pollution) ใหกับชุมชนในพื้นที่และชุมชนที่อยูรอบขาง? ปฏิบัติการ SHUTDOWN โรงไฟฟาเพื่อเชิญผูบริหารมาชี้แจง ครั้งนี้ประสบผลสําเร็จอยางรวดเร็วเกินคาด คุณประพันธ ลิขิต วัชรปกรณ กรรมการผูจ ดั การ บริษทั บีแอลซีพี เพาเวอร จํากัด ไดกรุณาเปดโอกาสใหเราเขาไปสัมภาษณอยางเปดใจถึงการ ดําเนินงานของโรงไฟฟาถานหินของ บีแอลซีพี ที่นิคม อุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเปนตนแบบของโรง ไฟฟาถานหินสะอาดที่สามารถสรางความรู ความเขาใจ จนไดรับ การยอมรับและความไววางใจจากชุมชนในพื้นที่และชุมชนรอบขาง นอกจากนี้ยังไดกรุณาใหทีมงานของ บีแอลซีพี จัดทําขอเขียน เชิงวิชาการเกี่ยวกับ สาระนารูเรื่องโรงไฟฟาถานหิน มาใหพวก เราเขาใจกระบวนการผลิตกระแสไฟฟาที่อาศัยแหลงพลังงานจาก ถานหิน ซึ่งมีกระบวนการจัดการปญหาสิ่งแวดลอมดวยระบบดัก จับฝุนและการปรับคา pH ของนํ้ากอนทิ้ง ขณะเดียวกัน ทางการไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย คุณ ศราวุธ สอนอุไร วิศวกรระดับสูงของที่นั่น ก็ไดกรุณาอธิบายถึง ความจําเปนและการทํางานของโรงไฟฟาถานหินอยางคอนขาง ละเอียดผานขอเขียนเรื่อง โรงไฟฟาถานหิน ความจําเปนที่ไมอาจ หลีกเลี่ยงได ซึ่งนับเปนขอเขียนเชิงวิชาการที่ใหความรูพื้นฐาน เกี่ยวกับโรงไฟฟาที่ใชเทคโนโลยีถานหินสะอาดไดเปนอยางดี ดวยเหตุนี้ เราจึงมั่นใจวา TIRATHAI JOURNAL ฉบับ WHY COAL-FIRED POWER PLANT? ที่อยูในมือทานนี้ จะยังความเชื่อ มั่นที่ทานมีตอโรงไฟฟาถานหินจากองคความรูที่เราพยายาม รวบรวมมานําเสนอ เพราะมีแตองคความรูที่แทจริงเทานั้น ที่จะ ทําใหมนุษยมีชีวิตอยูไดอยางรูเทาทันและไมตื่นตระหนก แม ในวัน หนึ่งที่มนุษยจําเปนตองใชแหลงพลังงานจากนิวเคลียรในการ ผลิตกระแสไฟฟามาใชก็ตาม

นอกจากขอเขียนเชิงวิชาการเกี่ยวกับโรงไฟฟาถานหินดังกลาว แลว คอลัมน วิศวกรรมไฟฟา ฉบับนี้ยังมีอีกเรื่องที่นาสนใจคือ การคํานวณหาขนาดพิกัดหมอแปลงไฟฟาสําหรับงาน อุตสาหกรรม ของ ดร. ชาญชัย อมรวิภาส คอลัมนครูไฟฟา มี เรื่อง อิมพีแดนซของหมอแปลงไฟฟา ของ ดร. ชาญณรงค บาลมงคล สําหรับคอลัมนเปดใหมฉบับนี้ นอกจากการตูน FUNเฟอง ทาย เลมแลว ยังมีคอลัมน หองรับแขก ตอนรับการมาเยือนของผู บริหารการประปานครหลวงเปนปฐมฤกษ สวนคอลัมน บริหาร นอกตํารา ชี้ใหเห็นถึงกฎทั่วไปแหงความสําเร็จ 2 ขอโดยอธิบาย ผานเหตุการณทางการเมืองทั้งในอดีตและปจจุบัน ทั้งในประเทศ และตางประเทศ คอลัมน ยอนรอยหมอแปลง นําทานไปที่ถนนยม จินดา พบปะผูคนที่มีความเปนศิลปนอยูในหัวใจ พวกเขายังคง โหยหาอดีตของถนนเมื่อวันวาน สุดทายที่ภูมิใจนําเสนอคือ คอลัมนถิรไทยกับสังคม ฉบับนี้นํา ทานไปรูจักกับ สโมสรถิรไทย ประชาคมคนดีที่อุทิศตน กาว สําคัญสูการพัฒนาองคการอยางยั่งยืน

ณรงคฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส

บริษัท ถิรไทย จํากัด (มหาชน) มุงหวังใหหนังสือเลมนี้เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมและใสใจสุขภาพผูอาน ปกและเนื้อในจึงจัดพิมพบนกระดาษที่ผลิตดวยกระบวนการปลอดสารพิษ จากวัสดุเหลือใชทางการเกษตร และใชหมึกพิมพที่ผลิตจากนํ้ามันถั่วเหลือง

2


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พCONTENTS ิเศษ

มีอะไร

ในฉบับนี้ เมษายน 2557 ปที่ 3 ฉบับที่ 9

เมษายน 2557 ปที่ 3 ฉบับที่ 9

วิศวกรรมไฟฟา ELECTRICAL ENGINEERING

www.tirathai.co.th

โรงไฟฟาถานหิน

2

ความจําเปนที่ไมอาจหลีกเลี่ยงได

?

WHY COAL-FIRED POWER PLANT

ความจำเปนที่ไมอาจหลีกเลี่ยงได

สัมภาษณพิเศษ กรรมการผูจัดการโรงไฟฟาบีแอลซ�พี เพาเวอร เปดหองรับแขกตอนรับผูบร�หารการประปานครหลวง ยมจ�นดา ถนนที่โหยหาวันวาน

ÈÃÒÇظ Ê͹ÍØäÃ

สาระนารู เรื่องโรงไฟฟาถานหิน

18

·ÕÁ§Ò¹ºÕáÍÅ«Õ¾Õ

สัมภาษณพิเศษ EXCLUSIVE INTERVIEW

คุณประพันธ ลิขิตวัชรปกรณ กรรมการผูจัดการบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร จํากัด

หองรับแขก DRAWING ROOM

ตอนรับการประปานครหลวง ¨ÔÃÇѲ¹ à¡ÉÁǧȏ¨ÔµÃ

24

การคํานวณหาขนาดพิกัด หมอแปลงไฟฟาสําหรับ งานอุตสาหกรรม

ISSN 2286-6108

´Ã. ªÒުѠÍÁÃÇÔÀÒÊ

ครูไฟฟา GURU’S WRITING

อิมพีแดนซของหมอแปลงไฟฟา ´Ã. ªÒ޳礏 ºÒÅÁ§¤Å

40

32

บริหารนอกตํารา

38

BEYOND MANAGEMENT SCHOOL

เริ่มตนจากความเปนจริง ยืนอยูกับสิ่งที่เปนธรรม

44

³Ã§¤Ä·¸Ôì ÈÃÕÃѵâ¹ÀÒÊ

ยอนรอยหมอแปลง ALONG THE TRANSFORMER SITE

ยมจินดา ถนนที่โหยหาวันวาน µÒÁµÐÇѹ

48

ถิรไทยกับสังคม TIRATHAI & SOCIETY

สโมสรถิรไทย กาวสําคัญสู การพัฒนาองคการอยางยั่งยืน

56

FUNเฟอง

60

ÃÑ°¾Å à¡ÉÁǧȏ¨ÔµÃ

LastTell

เจาของ บริษัท ถิรไทย จํากัด (มหาชน) 516/1 หมู 4 นิคมอุตสาหกรรมบางปู ตําบลแพรกษา อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10280 ที่ปรึกษา สัมพันธ วงษปาน, อุปกรม ทวีโภค, สุนันท สันติโชตินันท บรรณาธิการ ณรงคฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส ฝายวิชาการ อวยชัย ศิริวจนา, สมศักดิ์ คูอมรพัฒนะ, เฉลิมศักดิ์ วุฒิเศลา, กานต วงษปาน ฝายประสานงาน รัฐพล เกษมวงศจิตร, สุพรรณี ศึกษา, ศิรินทรภรณ หลาบหนองแสง ฝายศิลป และพิสูจนอักษร DinsorAdvertising.com จัดพิมพ บริษัท ส เจริญ การพิมพ จํากัด

ขอเขียนทั้งหมดใน Tirathai Journal ฉบับนี้ไมสงวนลิขสิทธิ์สําหรับทานที่ตองการนําไปเผยแพรตอโดยไมมีวัตถุประสงคทางการคา ทานไมจําเปนตองขออนุญาต เรา แตหากทานจะแจงใหเราทราบวาทานนําไปเผยแพรตอที่ใด ก็จักเปนพระคุณยิ่ง

1


ELECTRICAL ENGINEERING

วิศวกรรมไฟฟา ÈÃÒÇظ Ê͹ÍØäÃ

¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ »ÃÔÞÞÒµÃÕ ÊÒ¢ÒÇÔÈÇ¡ÃÃÁÈÒʵÏ (ÍÔàÅç¡·Ã͹ԡʏáÅÐâ·Ã¤Á¹Ò¤Á) ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑÂà·¤â¹âÅÂÕ¾ÃШÍÁà¡ÅŒÒ¸¹ºØÃÕ ¡Ò÷íÒ§Ò¹ ÇÔÈÇ¡ÃÃдѺ 9 ¡ÒÃä¿¿‡Ò½†Ò¼ÅÔµáË‹§»ÃÐà·Èä·Â

โรงไฟฟาถานหิน ความจําเปนที่ ไมอาจ หลีกเลี่ยงได

2


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ

ไฟฟาเปนระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีความ สําคัญและจําเปนอยางยิ่งตอการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตัวตอการพัฒนาทั้ง ในดานสังคมและเศรษฐกิจที่มีความตองการใช ไฟฟาเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องทุกป ภาครัฐจึงให ความสําคัญตอแผนรองรับเพื่อทําใหมีไฟฟาใช อยางเพียงพอ โดยที่กระทรวงพลังงานในฐานะ หนวยงานที่กํากับดูแลนโยบายดานพลังงาน โดยตรง จึงจัดทําแผนพัฒนากําลังการผลิต ไฟฟา (Power Development Plan; PDP) มี จุดประสงคเพื่อวางแผนกอสรางโรงไฟฟาใชเชื้อ เพลิงชนิดตางๆ ตามชวงระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อรองรับความตองการใชไฟฟาที่เพิ่มขึ้นใน อนาคตในรอบ 10-15 ป ทั้งนี้แผนดังกลาวได ใหความสําคัญตอประเด็นความมั่นคงทางระบบ ไฟฟาของประเทศดวย ปจจุบันประเทศไทยมีความตองการไฟฟาเพิ่มขึ้นประมาณปละ 1,200 เมกะวัตต (เทียบเทากับหลอดไฟแรงเทียน 40 วัตต จํานวน 25-30 ลานหลอด) จากการขยายตัวอุตสาหกรรมและ การเพิ่มขึ้นของประชากรทําใหมีความตองการใชพลังงานไฟฟา เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น จึงจําเปนที่จะตองมีการพัฒนาโรง ไฟฟาใหมเพิ่มขึ้น และเนื่องจากปจจุบันการผลิตไฟฟาของประเทศ มีการใชเชื้อเพลิงกาซธรรมชาติสูงถึงรอยละ 70 รองลงมาไดแก ถานหิน รวมประมาณรอยละ 20 ที่เหลือเปนพลังงานหมุนเวียน และการซื้อไฟฟาจากประเทศเพื่อนบาน เพื่อลดความเสี่ยงจาก การพึ่งพาเชื้อเพลิงกาซธรรมชาติในการผลิตไฟฟาที่มากเกินไป ในแผน PDP ฉบับปจจุบันจึงกําหนดใหมีการพัฒนาโรงไฟฟาเชื้อ เพลิงหลักจากถานหินนําเขา

3


ELECTRICAL ENGINEERING

ในการจัดทําแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟาของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2573 (PDP 2010) เมื่อตนป พ.ศ. 2553 ก็ไดมีความ พยายามลดสัดสวนการผลิตพลังงานไฟฟาจากกาซธรรมชาติลง เหลือประมาณรอยละ 25 เมื่อสิ้นแผนในป พ.ศ. 2573 โดย ผลิตจากถานหินนําเขา ประมาณรอยละ 21 และพลังงาน นิวเคลียร ประมาณรอยละ 11 แตเมื่อมีการปรับปรุงแผน ให สอดคลองกับสถานการณที่เปลี่ยนแปลงไป และความเปนไปได ใน การจัดหาแหลงพลังงาน แผน PDP ฉบับลาสุด คือ PDP 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ ๓ (พ.ศ. 2555-2573) จึงไดลดสัดสวน

การผลิตพลังงานไฟฟาจากพลังงานนิวเคลียร และถานหินนําเขา โดยพลังงานนิวเคลียร เหลือเพียงรอยละ 4.6 และมีแนวโนมอาจ ถูกเลื่อนจนหลุดแผน เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการเตรียมความ พรอมและสรางความรูความเขาใจใหแกประชาชน สวนถานหินนํา เขา ยังพอมีความหวังและความเปนไปไดมากกวา คงเหลืออยูใน แผนประมาณรอยละ 12.6 ซึ่งจะชวยลดสัดสวนของกาซ ธรรมชาติใหอยูที่ประมาณรอยละ 58 แมจะลดลงได ไมมาก เทากับเปาหมายเดิม แตก็คงจะดีกวาไมไดเริ่มตนการเปลี่ยนแปลง สักที

สัดสวนการใชเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานไฟฟาของประเทศ ป 2556

ประเภทเชื้อเพลิง

สะสมเดือนมกราคม - ตุลาคม 2556 จํานวน (ลานกิโลวัตตชั่วโมง)

กาซธรรมชาติ ลิกไนต พลังนํ้า นํ้ามันเตา นํ้ามันดีเซล พลังงานทดแทน ซื้อตางประเทศ

รวม

รอยละ

98,235.24 28,305.31 15,791.29 1,234.36 350.38 2,796.43 120.81

66.90 19.28 10.76 0.84 0.24 1.90 0.08

146,833.82

100.00

ขอมูล : กองสารสนเทศ ฝายสื่อสารองคการ กฟผ.

เพื่อใหเกิดความเขาใจในการใชถานหินเปนเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟา ขอนําทานผูอานใหรูจักที่มาของ ถานหิน โรงไฟฟาถานหิน และ เทคโนโลยีถานหินสะอาดดังนี้

4


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ

ความรูเกี่ยวกับ…ถานหิน ถานหิน คือ หินตะกอนชนิดหนึ่ง และเปนแรเชื้อเพลิงสามารถ ติดไฟได มีสีนํ้าตาลออนจนถึงสีดํา มีทั้งชนิดผิวมันและผิวดาน นํ้าหนักเบา ถานหิน ประกอบดวย ธาตุที่สําคัญ 4 ชนิด ไดแก คารบอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน และออกซิเจน นอกจากนั้น มีธาตุ หรือสารอื่น เชน กํามะถัน เจือปนเล็กนอย ถานหินที่มีจํานวน คารบอนสูง และมีธาตุอื่นๆ ตํ่า เมื่อนํามาเผาจะใหความรอนมาก ถือวาเปนถานหินคุณภาพดี โดยทั่วไปถานหินถูกแบงเปน 5 ประเภท โดยพิจารณาจากความ แตกตางของคาความรอน คาความชื้น ปริมาณกํามะถัน และ ปริมาณขี้เถา ซึ่งเรียงลําดับตามคุณภาพจากนอยไปมากไดแก

พีต ลิกไนต ซับบิทูมินัส บิทูมินัส และ แอนทราไซต ถานหินสวน ใหญถูกใชเพื่อเปนเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟา สวนที่เหลือ ถูกใช ในอุตสาหกรรมตางๆ เนื่องจากถานหินมีสารที่เปนมลพิษ เจือปนอยูคอนขางมากตามแตชนิดของถานหิน ดังนั้นการใช ประโยชนจากถานหินจึงสงผลกระทบตอสภาพแวดลอมหลาย ประการ เชน การเกิดฝนกรด ปรากฏการณกาซเรือนกระจก เปนตน อยางไรก็ตามในปจจุบันไดมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียก วาเทคโนโลยีถานหินสะอาดขึ้นเพื่อชวยลดมลพิษจากถานหิน โดย เทคโนโลยีนี้ถูกประยุกตใชตั้งแตในกระบวนการการทําเหมือง การจัดการถานหินกอนนํามาใช และการใชประโยชนถานหิน อัน จะเปนการทําใหการใชประโยชนจากถานหินมีความปลอดภัยมาก ขึ้น และลดผลกระทบตอสภาพแวดลอมลงได

ประเภทของถานหิน พีต (Peat) เปนขั้นแรกในกระบวนการเกิดถานหิน ในระดับตํ่าสุด ประกอบดวย ซากพืชซึ่งบางสวนไดสลายตัวไปแลว มีปริมาณ คารบอนตํ่า ประมาณรอยละ 50-60 มีปริมาณ ออกซิเจน และความชื้นสูง แตสามารถใชเปนเชื้อ เพลิงได ซับบิทูมินัส (Sub bituminous) มีสีดํา เปนเชื้อ เพลิงที่มีคุณภาพเหมาะสมในการผลิตกระแส ไฟฟา มีความชื้นประมาณรอยละ 25-30 ปริมาณคารบอนสูงกวาลิกไนต เปนเชื้อเพลิงที่มี คุณภาพเหมาะสมในการผลิตกระแสไฟฟา และ งานอุตสาหกรรม แอนทราไซต (Anthracite) ถานหินที่มีลักษณะดําเปนเงามัน วาวมาก มีรอยแตกเวาแบบกนหอย มีปริมาณคารบอนสูงถึง รอยละ 90-98 ความชื้นตํ่า ประมาณรอยละ 5-8 มีคา ความรอนสูง แตติดไฟยาก เมื่อติดไฟจะใหเปลวไฟสีนํ้าเงิน ไมมีควัน ใชเปนเชื้อเพลิงใน อุตสาหกรรมตางๆ

ลิกไนต (Lignite) มีซากพืชหลงเหลืออยูเล็กนอย มี ปริมาณคารบอนรอยละ 60-71 มีออกซิเจนคอนขางสูง และมีความชื้นสูงถึงรอยละ 30-38 เมื่อติดไฟมีควัน และเถาถานมาก เปน ถานหินที่ใชเปนเชื้อเพลิง สําหรับผลิตกระแสไฟฟา บิทูมินัส (Bituminous) เปนถานหินเนื้อ แนน แข็ง และมักจะประกอบดวยชั้นถานหิน สีดําสนิท เปนมันวาว เปนถานหินคุณภาพ สูง มีปริมาณคารบอนรอยละ 77-90 ให คาความรอนสูง มีปริมาณขี้เถา และ กํามะถันในระดับตํ่า เหมาะสําหรับใชเปน ถานหินเพื่อการถลุงโลหะ และนิยมใชเปนเชื้อเพลิงในการ ผลิตกระแสไฟฟา

5


ELECTRICAL ENGINEERING

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติตางๆ ของถานหินแตละชนิด

พีต

ลิกไนต

ซับบิทูมินัส

บิทูมินัส

แอนทราไซต

ปริมาณคารบอน

ปริมาณคารบอน

ปริมาณคารบอน

ปริมาณคารบอน

ปริมาณคารบอน

ปริมาณกํามะถัน

ปริมาณกํามะถัน

ปริมาณกํามะถัน

ปริมาณกํามะถัน

ปริมาณกํามะถัน

คาความรอน

คาความรอน

คาความรอน

คาความรอน

คาความรอน

50-60%

ไมแนนอน

16,800 kJ/kg

60-71%

2.0-5.0%

23,000 kJ/kg

คาความชื้น

71-77%

0.1-1.5%

77-90%

0.1-1.5%

90-98%

0.1-1.0%

29,300 kJ/kg

32,500 kJ/kg

36,250 kJ/kg

>75%

30-38%

25-30%

คาความชื้น

คาความชื้น

คาความชื้น

ปริมาณขี้เถา

ปริมาณขี้เถา

ปริมาณขี้เถา

ปริมาณขี้เถา

ปริมาณขี้เถา

มาก

คาความชื้น

15-20%

1-12%

8-15%

1-10%

5-8%

0.5-10%

โรงไฟฟาถานหิน ปจจุบันในประเทศไทยมีโรงไฟฟาถานหิน 3 แหง 1. โรงไฟฟาแมเมาะ จ.ลําปาง กําลังผลิต 2,625 เมกกะวัตต 2. โรงไฟฟาบีแอลซีพี จ.ระยอง กําลังผลิต 1,434 เมกกะวัตต 3. โรงไฟฟาเก็คโค-วัน จ.ระยอง กําลังผลิต 660 เมกกะวัตต

โรงไฟฟาแมเมาะ ประวัติความเปนมาของโรงไฟฟาแมเมาะ ป 2460 ในสมัยรัชกาลที่ 6 พลเอกพระเจาบรมวงศเธอกรมพระ กําแพงเพชรอัครโยธิน ซึ่งขณะนั้นทรงดํารงตําแหนงอธิบดีกรม รถไฟหลวง ทรงมีพระประสงคจะสงวนปาไม ไว จึงได โปรดใหมี การสํารวจหาเชื้อเพลิงอยางอื่นนํามาใชแทนฟนสําหรับหัวรถ จักรไอนํ้าของรถไฟ ในการนี้ไดวาจางผูเชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศส

6

ชื่อนายบัวแยร (MG.Boy-er) ใหมาดําเนินการสํารวจในระยะแรก และในป 2464 - 2466 ไดวาจางชาวอเมริกัน ชื่อนายวอลเลซ ลี (Wallace Lee) ดําเนินการสํารวจตอไป จากผลการสํารวจ พบวามีถานหินลิกไนตที่บริเวณแมเมาะ จังหวัดลําปางและที่คลอง ขนาน จังหวัดกระบี่ เดือนกุมภาพันธ 2470 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ประชาธิปก พระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ 7 ไดทรงมีพระบรม ราชโองการใหสงวนแหลงถานหินที่มีอยูในประเทศไว เพื่อใหทาง


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ ราชการเทานั้นเปนผูดําเนินการ และหามมิใหประทานบัตรการทํา เหมืองแกเอกชนอื่นใดอีก วันที่ 25 มกราคม 2497 มีการจัดตั้งสํานักงานสํารวจภาวะถาน ลิกไนตขึ้น เพื่อดําเนินการตรวจสอบวามีถานลิกไนตมากเทาใด มีวิธีขุดอยางไรจึงจะเสียคาใชจายนอย และจะนํามาใชประโยชน อยางไรบาง จากการสํารวจพบวาปริมาณถานลิกไนตในเบื้องตน ที่แมเมาะ จํานวน 15 ลานตันและคาดวาอาจจะพบเพิ่มในปริมาณ สูงถึง 120 ลานตัน ดังนั้นจะไดรางแผนงานเบื้องตนขึ้นเพื่อนํา เสนอตอรัฐบาล โดยมีโครงการขุดถานลิกไนตขึ้นมาเพื่อจําหนาย เปนเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟาและใชเปนวัตถุมูลฐานในการทํา เคมีภัณฑ และใชเปนถานหุงตม เมือ่ รัฐบาลเห็นชอบขอเสนอดังกลาว ป 2497 จึงไดตราพระราช กฤษฏีกาจัดตัง้ องคการพลังงานไฟฟาลิกไนต เพือ่ ดําเนินกิจการ ถานหินลิกไนตใหบงั เกิดผลอยางจริงจัง และในปเดียวกันนีเ้ อง องคการพลังงานไฟฟาลิกไนตไดกอ สรางทีท่ าํ การและบานพักที่ แมเมาะดวยงบประมาณจากรัฐบาล เครือ่ งจักรเครือ่ งมือทีไ่ ดรบั จากรัฐบาลและสหรัฐอเมริกา และผูเ ชีย่ วชาญองคการลิกไนตจาก ประเทศออสเตรเลียจํานวน 3 นายมาเปนทีป่ รึกษา ไดเปดการทํา เหมืองแมเมาะโดยเปดหนาดินกอนแลวจึงขุดถานลิกไนต ในป 2497 ไดเริม่ ผลิตถานลิกไนตจากเหมืองแมเมาะออกจําหนายให แกโรงบมใบยาสูบในภาคเหนือ โรงงานของการรถไฟแหง ประเทศไทยทีน่ ครราชสีมา โรงปูนซีเมนตของบริษทั ชลประทาน ซีเมนต จํากัด ทีต่ าคลี (นครสวรรค) ในขณะเดียวกันก็ดาํ เนินการ เจาะสํารวจหาปริมาณถานลิกไนตควบคูไ ปดวย ไดพบวาทีแ่ มเมาะ นีม้ ถี า นลิกไนตฝง ตัวอยูท วั่ บริเวณ ประมาณ 120 ลานตัน และ สามารถทีจ่ ะขุดขึน้ มาใชงานไดคมุ คา 43.6 ลานตัน เมือ่ ประสบ ความสําเร็จในการดําเนินงานตามแผนการขัน้ แรกคือ การผลิต ลิกไนตจาํ หนายเปนเชือ้ เพลิง ขัน้ ตอมาก็ไดดาํ เนินการกอสรางโรง จักรแมเมาะขนาดกําลังผลิด 12,500 กิโลวัตต ใชถา นลิกไนตเปน เชือ้ เพลิงลวน เพือ่ ใหการดําเนินงานเกีย่ วกับกิจการลิกไนตคลอง ตัวและกวางขวางขึน้ รัฐบาลจึงไดตราพระราชบัญญัตจิ ดั ตัง้ “การลิกไนต” เมือ่ วันที่ 14 ธันวาคม 2503 โดยได โอนกิจการ และทรัพยสนิ ขององคการพลังงานไฟฟามาเปนของการลิกไนต มี อํานาจดําเนินการในเขตทองทีจ่ งั หวัดลําปาง ลําพูน เชียงใหมและ ตาก จนกวาการไฟฟายันฮีจะขยายกิจการไปถึง

ในป 2503 คณะผูเชี่ยวชาญองคการ เอ.ไอ.ดี (Agency for International Development) ไดสํารวจความตองการไฟฟาใน ประเทศไทย และไดเสนอใหกอสรางโรงไฟฟาพลังไอนํ้าแมเมาะให แลวเสร็จในป 2513 แตในขณะนั้นความตองการไฟฟาในภาค เหนือยังมีไมมาก และถาจะสงพลังงานไฟฟามายังภาคกลางก็จะ ตองลงทุนกอสรางสายสงไฟฟายาวหลายรอยกิโลเมตร เมื่อ รวมราคากอสรางโรงไฟฟาและขยายเหมืองแมเมาะแลว ผลที่ได ยังไมคุมกับการลงทุน ดังนั้นจึงไดชะลอโครงการไวกอน ในป 2511 รัฐบาลไดตราพระราชบัญญัติจัดตั้งการไฟฟาฝาย ผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) ขึ้นโดยรวมเอากิจการของการ ลิกไนตการไฟฟายันฮี และการไฟฟาตะวันออกเฉียงเหนือ มาเปน หนวยงานเดียวกัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2512 ดังนั้น กฟผ. จึงไดรับโอนทรัพยสิน สิทธิหนาที่ และภาระทั้งมวลจากทั้ง 3 องคการมาดําเนินการ วันที่ 17 สิงหาคม 2515 คณะรัฐมนตรีไดอนุมัติ โครงการ กอสรางโรงไฟฟาลิกไนตแมเมาะจํานวน 2 หนวย ขนาดหนวยละ 75,000 กิโลวัตต พรอมกับงานขยายเหมืองแมเมาะ เพื่อเพิ่ม กําลังผลิตจากที่เคยผลิตไดวันละแสนกวาตันเปนลานตัน จนถึง ปจจุบัน กฟผ. ไดกอสรางและติดตั้งหนวยผลิตไฟฟาเสร็จใชงาน แลว 13 หนวย ปจจุบันโรงไฟฟาแมเมาะ มีทั้งหมด 13 เครื่องมี กําลังผลิตรวม 2,625 เมกะวัตต

7


ELECTRICAL ENGINEERING

การทํางานของโรงไฟฟาแมเมาะ โรงไฟฟาแมเมาะเปนโรงไฟฟาพลังความรอนที่ใชถานลิกไนตเปน เชื้อเพลิง การทํางานของโรงไฟฟาแมเมาะเปนเชนเดียวกับโรง ไฟฟาพลังงานความรอนทั่วไป โดยการแปรสภาพพลังงาน สะสมของถานลิกไนตใหเปนพลังงานไฟฟา โดยใชนํ้าเปน ตัวกลาง

กระบวนการแปรสภาพพลังงานดังกลาว มีขั้นตอนดังนี้ 1. เปลี่ยนพลังงานสะสมในถานลิกไนตใหเปนพลังงานความ รอน โดยการเผาไหมหรือเรียกอีกอยางหนึ่งวาการสันดาป (Combustion or Oxidation) 2. พลังงานความรอนที่ไดจากการเผาไหมถูกสงผานไปใหกับ นํ้าทําใหนํ้ากลายเปนไอนํ้า อุณหภูมิและความดันสูง เปลี่ยน พลังงานความรอนของไอนํ้าใหเปนพลังงานกล โดยใชไอนํ้าไป หมุนกังหันไอนํ้า 3. เปลี่ยนพลังงานกลเปนพลังงานไฟฟา โดยใหกังหันไอนํ้าไป หมุนเครื่องกําเนิดไฟฟา เปนการสิ้นสุดขั้นตอนการแปรสภาพ พลังงาน

อุปกรณของโรงไฟฟาประกอบดวย • เครื่องอุนอากาศ (Air Heater) เปนอุปกรณเพิ่มอุณหภูมิ ใหแกอากาศกอนที่จะเขาไปชวยในการเผาไหมเชื้อเพลิง เครื่องอุน อากาศนี้ทํางานโดยรับความรอนจากกาซรอนที่ออกจากหมอนํ้า และถายความรอนดังกลาวใหกับอากาศ • แผงทอรับความรอน (Economizer) คือแผงทอนํ้าซึ่งทําให นํ้าที่เขาไปในหมอนํ้ามีอุณหภูมิสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง แผงนี้จะติดตั้ง อยูบริเวณชวงสุดทายกอนที่กาซรอนที่เกิดจากการเผาไหมจะ ออกจากตัวหมอนํ้า เพื่อรับความรอนจากกาซรอนและถายเทให แกนํ้าที่เขาหมอนํ้า • เครื่องแยกไอนํ้า (Steam Drum) ลักษณะเปนเหล็กหนารูป แคปซูลที่สามารถทนความดันและอุณหภูมิสูง ภายในเครื่องแยก ไอนํ้ามีอุปกรณ Cyclone Separator และ Steam Scrubber

8

ทําหนาที่แยกไอนํ้าออกจากนํ้า โดยอาศัยหลักของแรงหนี ศูนยกลางและการเปลี่ยนทิศทางการไหล • หมอนํ้า (Boiler) คือตัวเตาซึ่งมีทอเหล็กทนตอความดันและ อุณหภูมิสูงประกอบกันเปนผนัง 4 ดานของเตา ภายในทอเหลา นี้จะมีนํ้าไหลวนอยู สวนบนของตัวเตามีแผงทอไอนํ้าแขวนลอย เปนทอรับไอนํ้าที่ออกจากเครื่องแยกไอนํ้า (Boiler Steam Drum) มารับความรอนจากการเผาไหมเชื้อเพลิงอีกครั้งเพื่อเพิ่ม อุณหภูมิแกไอนํ้าใหสูงขึ้นและสงไอนํ้าอุณหภูมิสูงนี้ออกจากหมอ นํ้าไปยังทอนําไอนํ้าเพื่อไปหมุนเครื่องกังหันไอนํ้า

การทํางานของระบบหมอนํ้า (Boiler) ขั้นแรก นํ้าบริสุทธิ์ปราศจากแรธาตุ (Demineralizer Water) จะ ถูกสูบเขาไปสูหมอนํ้าในระดับที่เหมาะสม จากนั้นจะจุดเชื้อเพลิง ภายในเตา ความรอนจากการเผาไหมเชื้อเพลิงสงผานไปยังนํ้าใน ทอผนังเตา ทําใหอุณหภูมิสูงขึ้นและเกิดการไหลเวียน นํ้าที่มี อุณหภูมิสูงจนกลายเปนไอนํ้าและมีความดันสูงขึ้น จะไหลเขาสู เครื่องแยกไอนํ้าเพื่อแยกไอนํ้าออก ไอนํ้าจะไหลเขาสูแผงทอไอนํ้า เพื่อรับความรอนจากกาซรอนที่เกิดจากการเผาไหมเชื้อเพลิงอีก ครั้งหนึ่ง จนมีอุณหภูมิสูงขึ้นพอเหมาะที่จะไหลออกจากหมอนํ้า ผานไปยังทอนําไอนํ้าเพื่อไปหมุนเครื่องกังหันไอนํ้าตอไป

การทํางานของเครื่องกังหันไอนํ้า (Steam Turbine) เครื่องกังหันไอนํ้า ใชเปลี่ยนพลังงานความรอนของไอนํ้าใหเปน


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ พลังงานกล มีสวนประกอบสําคัญคือ ระบบควบคุม (Governor System) เพลาหมุนและใบพัด (Rotor & Moving Blade) ตัวถัง และใบพัด (Casing & Stationary Blade) และ เครื่องควบแนน (Condenser) ไอนํ้าอุณหภูมิและความดันสูงจากทอนําไอนํ้าจะ ไหลผานวาลวของระบบควบคุม (Governing Control System) ซึ่งจะควบคุมการไหลของไอนํ้าใหอยูในภาวะที่ตองการเขาสูเครื่อง กังหันไอนํ้า ซึ่งประกอบดวยตัวถังมีเพลาหมุนและใบพัดติดตั้งอยู ภายใน เมื่อไอนํ้าไหลเขาไปในตัวกังหัน ความดันของไอนํ้าจะลด ลงและเกิดการขยายตัวทําใหปริมาตรของไอนํ้าเพิ่มขึ้น มีผลให ความเร็วในการไหลของไอนํ้าสูงขึ้น เมื่อไอนํ้าความเร็วสูงนี้ไป ปะทะกับใบพัด (Moving Blade) จํานวนหลายชุดที่ติดอยูกับ เพลา ก็จะผลักดันใหเพลาของกังหันหมุนกอกําเนิดพลังงานกล เมื่อไอนํ้าผานชุดของใบพัดจนครบ ความดันและอุณหภูมิจะลด ลง ไอนํ้าจะไหลออกจากกังหัน เขาสูเครื่องควบแนนซึ่งมีทอโลหะ สอดขวางอยูเปนจํานวนมากภาย ในทอมีนํ้าเพื่อใชระบายความ รอนไหลอยู เมื่อไอนํ้าไหลเขาสูเครื่องควบแนนไอนํ้าจะถายเท ความรอนใหนํ้าไนทอ สวนตัวไอนํ้าเองจะควบแนนและเปลี่ยน สถานะเปนนํ้าบริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง และถูกสูบวนกลับเขาหมอนํ้า อีก

เครื่องกําเนิดไฟฟา (Generator) เครื่องกําเนิดไฟฟาติดตั้งอยูในแนวระดับเดียวกับเครื่องกังหันไอ นํ้า โดยเพลาของเครื่องกําเนิดไฟฟาจะตอโดยตรงเขากับเพลา ของเครื่องกังหันไอนํ้า เมื่อเพลาเครื่องกังหันไอนํ้าหมุนก็จะทําให เพลาเครื่องกําเนิดไฟฟาหมุนไปดวย ที่เพลาของเครื่องกําเนิด ไฟฟามีตัวนําพันอยูกับแกนเหล็ก ไฟฟากระแสตรงจะถูกจายให กับตัวนํานี้ ดังนั้นจะเกิดสนามแมเหล็กขึ้นที่เพลาของเครื่อง กําเนิดไฟฟา เมื่อเพลาของเครื่องกําเนิดไฟฟาหมุน สนามแม เหล็กก็หมุนไปดวย สนามแมเหล็กนี้จะเคลื่อนที่ไปตัดกับตัวนําอีก ชุดหนึ่งซึ่งพันอยูกับแกนเหล็กที่ติดอยูรอบตัวถังของเครื่อง กําเนิดไฟฟา ทําใหเกิดการเหนี่ยวนําและเกิดกระแสไฟฟาไหลใน ตัวนําที่ติดอยูกับตัวเครื่องกําเนิดไฟฟา กระแสไฟฟาที่เกิดขึ้นนี้จะ สงเขาไปยังหมอแปลงไฟฟาแรงดันสูงเพื่อจายใหกับสายสงแรงสูง ตอไป เครื่องกําเนิดไฟฟายังประกอบดวยระบบอุปกรณอื่น ๆ อีกมากมาย เชน ระบบระบายความรอน ระบบควบคุม ฯลฯ

ขั้นตอนการใชถานเปนเชื้อเพลิง ถานลิกไนตที่ขุดจากเหมืองแมเมาะ ถูกสงเขามาบดในเครื่องยอย ถานชุดแรกและผานออกมาในขนาดไมเกิน 30 ลบ.ซม. จากนั้น จะใชสายพานลําเลียงมากองไวยังลานกองยอย ถานจากลาน กองจะถูกสงขึ้นมายังโรงยอยถาน โดยมีระบบแมเหล็กไฟฟาและ ระบบตรวจสอบโลหะ เพื่อแยกโลหะไมพึงประสงคออก กอนที่จะ ผานไปยังเครื่องยอยถานชุดที่สอง ซึ่งจะยอยถานใหมีขนาดไม เกิน 3 ลบ.ซม. และสงไปเก็บไว ในยุงถาน (Coal Bunker) ในตัว โรงไฟฟา เพื่อเตรียมใชงานตอไป ถานลิกไนตติดไฟคอนขางยาก ในชวงแรกของการจุดเตาจึงตอง ใช Light Oil จุดนํากอน โดยใชหัวฉีดนํ้ามัน ฉีด Light Oil ให กระจายเปนฝอยเขาไปในตัวเตาใชระบบจุดระเบิดโดยการ Spark ของไฟฟาแรงสูง ทําให Light Oil ลุกไหมภายในเตา เมื่อการเผา ไหม Light Oil อยูในสภาวะคงที่ (Stable) และอุณหภูมิภายในเตา สูงพอ จึงจะเริ่มเผาถานลิกไนต ถานลิกไนตจากยุงเก็บถานถูก ปอนเขาโมบดดวยเครื่องปอนถาน (Coal Feeder) ซึ่งเปนตัว ควบคุมปริมาณถานที่จะเผา ในโมบดถานจะมีลมรอนจากเครื่อง อุนอากาศเปาเขาไปในโม ถานจะถูกบดโดยมีลมรอนเปนตัวกวน ใหการบดมีประสิทธิภาพดีและไลความชื้นออกจากถาน ถานที่บดแลวจะมีขนาดประมาณ 75/1000 มิลลิเมตร และ อุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส ถูกลมรอนพาขึ้นไปตาม ทอสงถานไปยังหัวฉีดถาน (Coal Burner) หัวฉีดถานจะทําหนาที่ ควบคุมใหถานกระจายเขาไปในเตาอยางมีระเบียบ เมื่อผงถาน ปะทะกับ Light Oil ที่กําลังลุกไหมและมีอุณหภูมิสูง ผงถานจะ ติดไฟและเกิดการเผาไหมขึ้น ในชวงนี้ก็จะหยุดใช Light Oil และใช ถานเพียงอยางเดียวได การเผาถานจะทําใหเกิดขี้เถา ซึ่งแบงเปน 2 สวน คือ • ขี้เถาหนัก (Wet Ash) จะตกลงสูกนเตาและถูกลําเลียงออก จากเตาโดยระบบสายพานเหล็ก (Scrapper Conveyor) • ขี้เถาเบา (Fly Ash or Dry Ash) จะปนไปกับกาซรอน ปริมาณ ขี้เถาเบาที่เกิดขึ้นมีปริมาณรอยละ 80-95 ของขี้เถาที่เกิดขึ้น ทั้งหมด จึงตองมีการติดตั้งเครื่องดักจับฝุนไฟฟาสถิต (Electrostatic Precipitator) เพื่อแยกฝุนออกจากกาซรอน กอนจะ ปลอยกาซออกทางปลองควัน 9


ELECTRICAL ENGINEERING

ขอดี-ขอเสีย ของโรงไฟฟาถานหิน 1. 2. 3.

ขอดี ขอเสีย ตนทุนผลิตไฟฟาจากเชื้อเพลิงถานหินตํ่ากวาเชื้อเพลิง 1. ตองใชระบบควบคุมมลภาวะทางอากาศที่มีราคาแพง หลัก เนื่องจากการเผาไหมถานหินเปนสาเหตุสําคัญของฝน กรดและภาวะโลกรอน มีปริมาณสํารองในโลกมาก สามารถใชไดไมตํ่ากวา 2. ประเทศไทยตองนําเขาถานหินคุณภาพดีจากตางประเทศ 220 ป สามารถใชเทคโนโลยีถานหินสะอาด ทําใหกําจัดมลพิษ 3. ตองมีระบบการจัดการขนสงที่ดี จากการใชถานหินหมดไป 4. ยังมีภาพลักษณที่นากลัวในสายตาของประชาชน

เทคโนโลยีถานหินสะอาด (Clean Coal Technology) เทคโนโลยีถานหินสะอาดเปนเทคโนโลยีที่สําคัญตอการลด มลภาวะที่เกิดจากการนําถานหินมาใชประโยชนเปนการพัฒนา ดานเทคโนโลยีการกําจัดหรือลดมลพิษเพื่อนําถานหินมาใชเปน เชื้อเพลิงใหเกิดประโยชนสูงสุด โดยใหมีผลกระทบ ตอสิ่ง แวดลอมนอยที่สุด ซึ่งปญหามลพิษที่เกิดจากการเผาไหมของ ถานหิน ไดแก ฝุนละออง ซัลเฟอรไดออกไซด ไนโตรเจนออกไซด และคารบอนไดออกไซด เปนตน ปจจุบันเทคโนโลยีถานหินสะอาด ไดรับการพัฒนาและสามารถกําจัดปญหามลพิษที่ เกิดจากการ เผาไหมของถานหินไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะปญหาฝุน ละออง กาซซัลเฟอรไดออกไซด กาซไนโตรเจนออกไซด แต สําหรับปญหากาซคารบอนไดออกไซด ยังอยูระหวางการพัฒนา เทคโนโลยีในการควบคุมใหเกิดประสิทธิภาพ เทคโนโลยีถานหินสะอาด (Clean Coal Technology) ทําใหการ ผลิตกระแสไฟฟาจากเชื้อเพลิงถานหินมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และมี ผลกระทบตอสิ่งแวดลอมนอยที่สุดปจจุบันนี้เทคโนโลยีถานหิน สะอาด (Clean Coal Technology) มีการพัฒนาอยางตอเนื่อง สามารถลดหรือกําจัดภาวะที่เกิดจากการใชถานหินเปนเชื้อเพลิง

10


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ จนสามารถเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม มีการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหมและการใหความรอน การเปลี่ยนถานหินใหเปนกาซเชื้อเพลิง หรือ เชื้อเพลิงเหลวเปนการสรางคุณคาเพิ่มเปาหมายสุดทายของการพัฒนาเทคโนโลยีถานหินสะอาดคือ ไมมีการปลอยมลภาวะและกาซ คารบอนไดออกไซด ออกสูบรรยากาศ หรือที่เรียกวา Zero emission

เทคโนโลยีถานหินสะอาดกอนการเผาไหม เทคโนโลยีถานหินสะอาดกอนการเผาไหม (Pre – Combustion) เทคโนโลยีกลุมนี้ เปนการนําถานหินมาผานกระบวนการเพื่อลดปริมาณ เถาและกํามะถัน ในขณะเดียวกันเปนการเพิ่มคาความรอนของถานหินกอนนํามาเผาไหม ซึ่งหมายถึง เทคโนโลยีกลุมนี้เปนการทําความ สะอาดโดยวิธีทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ เพื่อใหถานหินมีคุณภาพดีขึ้นและมีมลพิษนอยลงกอนที่จะถูกนําไปใชงานซึ่งจะชวยเพิ่มคา ความรอนของถานหินกอนนําไปเผาไหมเปนเชื้อเพลิง โดยอาจเรียกขั้นตอนนี้วาการปรับระดับถานหิน (coal upgrading) โดยมีดวยกัน 3 วิธี คือ 1. การทําความสะอาดโดยวิธที างกายภาพ (Physical cleaning) 2. การทําความสะอาดโดยวิธีทางเคมี (Chemical cleaning) 3. การทําความสะอาดโดยวิธที างชีวภาพ (Biological cleaning)

1. การทําความสะอาดโดยวิธีทางกายภาพ (Physical cleaning) เปนการกําจัดสิ่งเจือปน ประเภท ฝุนละออง ดิน หิน และสารประกอบพวก กํามะถันอนินทรีย ซึ่งมีเหล็ก เปนสวนประกอบ เชน ไพไรติกซัลเฟอร (pyritic sulfur) เปนตน โดยมีวิธีการ คือนําถานหินมาบดใหมี ขนาดเล็กกวาขนาดของฝุน ผงแลวลางผานนํ้าโดย อาศัยหลักการความแตก ตางของความหนาแนนของถานหินกับสารเหลานี้ จะทําใหสิ่งเจือปนตางๆ ที่ไมตองการจะถูกแยกออกจากเนื้อถานหิน ซึ่งวิธีนี้จะ ทําให ไพไรติกซัลเฟอรถูกกําจัดออกไดประมาณรอยละ 90 นอกจากนี้ยังมีวิธีทําความสะอาดถานหินทางกายภาพอีกวิธีหนึ่ง เรียกวาการลอยผานปลอง (column flotation) เปนการทําความสะอาดถานหิน โดยอาศัยหลักการที่ผงถานหินมีคุณสมบัติทาง เคมีซึ่งสามารถยึดติดกับฟองอากาศได เมื่อใหฟองอากาศเคลื่อนที่ผานผงถานหินและนํ้าซึ่งบรรจุในอุปกรณที่เรียกวาปลอง (column) ผงถานจะติดขึ้นไปกับฟองอากาศ ทิ้งใหสารประกอบอนินทรีย เชน pyritic sulfur และแรธาตุตางๆ จมอยูชั้นลาง

11


ELECTRICAL ENGINEERING

2 การทําความสะอาดโดยวิธีทางเคมี (Chemical cleaning) เปนการใชสารเคมีเขาไปทําปฏิกิริยากับผงถานหิน ซึ่ง สารเคมีดังกลาวมีคุณสมบัติในการกําจัดพวกสิ่งเจือปน ตางๆ ที่ไมสามารถกําจัดได โดยวิธีทางกายภาพ ในการ ทําปฏิกิริยากับผงถานหินเพื่อกําจัดกํามะถันและเถา เทคโนโลยีในกลุมนี้ ไดแก Molten - caustic leaching

3 การทําความสะอาดโดยวิธีทางชีวภาพ (Biological cleaning) วิธีนี้เปนเทคโนโลยีที่ยังคอนขางใหม โดยใชสิ่งมีชีวิตเล็กๆ จําพวกแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิด ที่ใชกํามะถันเปนอาหารเขาไป ชวยในการกําจัดกํามะถัน ในถานหินและสามารถนําสิ่งมีชีวิตเหลานี้มาทําการเพาะเลี้ยงเพื่อสกัดเอาเอนไซนที่ใชสําหรับการ ยอยสลายกํามะถันมาใช เพื่อเรงกระบวนการกําจัดกํามะถันในถานหิน

12


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ เทคโนโลยีถานหินสะอาดขณะเผาไหมหรือเมื่อนําไปใชประโยชน เทคโนโลยีถานหินสะอาดขณะเผาไหม (Combustion) เปนเทคโนโลยีที่มุงเนนการปรับปรุงเตาเผาและหมอไอนํ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใน การเผาไหมถานหินและลดมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม เทคโนโลยีถานหินสะอาดขณะเผาไหม เทคโนโลยีถานหินสะอาดโดยการแปรรูป และ เทคโนโลยีสังเคราะหเชื้อเพลิงสะอาด ซึ่งแตละเทคโนโลยีจะชวยลดปริมาณสิ่งเจือปนตางๆ โดยเฉพาะกํามะถันในถานหินลงไดเปนอยางดี ซึ่ง เทคโนโลยีในกลุมนี้ไดแก 1. Pulverized Fuel (PF) combustion

2. Fluidized Bed Combustion (FBC )

3. Integrated Gasification Combined Cycle (IGCC)

4. Pressurized Fluidized Bed Combustion Combined Cycle (PFBC)

13


ELECTRICAL ENGINEERING

เทคโนโลยีถานหินสะอาดและระบบควบคุมคุณภาพอากาศหลังการเผาไหม

เทคโนโลยีถานหินสะอาดและระบบควบคุมอากาศหลังการเผาไหม (Post-combustion) เปนเทคโนโลยีที่ชวยลดการปลดปลอยมลพิษในไอ เสียจากการเผาไหมถานหิน เปนการกําจัดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการเผาไหมถานหิน กอนที่จะถูกปลอยออกสูสภาพแวดลอม ซึ่งมีทั้งที่อยู ในรูปของฝุนละอองตางๆ และกาซ (ตัวอยาง โรงไฟฟาแมเมาะ จังหวัดลําปาง) สําหรับเทคโนโลยีที่นํามาใชแกปญหาในขั้นตอนนี้ไดแก

การกําจัดฝุนละออง เมื่อถานหินถูกเผาไหมจะมีฝุนละอองตางๆ เกิดขึ้นในกระบวนการ ดังนั้นเพื่อเปนการกําจัดฝุนละอองดังกลาว จะมีการใชอุปกรณสําหรับ การดักจับ ฝุนละอองที่เกิดนี้ ซึ่งโดยทั่วที่ใชกันอยู ไดแก 1. เครื่องดักฝุนดวยไฟฟา (Electrostatic precipitator) 2. เครื่องแยกฝุนแบบลมหมุน (cyclone Separator) 3. เครื่องกรองฝุนแบบถุงกรอง (bag filter)

14


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ

1.เครื่องดักฝุนดวยไฟฟา (electrostatic precipitator) ระบบนี้ถือวามีประสิทธิภาพสูงมากในการดักจับฝุน

2.เครื่องแยกฝุนแบบลมหมุน (cyclone Separator) ใชหลักของแรงเหวี่ยงเพื่อใหกาซซึ่งมีฝุนละอองผสมอยูเกิดการ หมุนตัว จะทําใหฝุนละอองซึ่งมีนํ้าหนักมากกวารวมตัวกันและถูก แยกออกมา

3.เครื่องกรองฝุนแบบถุง (bag filter) เปนอุปกรณที่มีถุงกรองเปนตัวกรองแยกฝุนละอองออก จากกาซที่เกิดจากการเผาไหมถานหิน

15


ELECTRICAL ENGINEERING

การกําจัดกาซซัลเฟอรไดออกไซด เปนกระบวนการกําจัดกาซซัลเฟอรไดออกไซดที่ถูกปลอยออกมาพรอมกาซทิ้งหลังการเผาไหม โดยการฉีดสวนผสมของนํ้ากับหินปูน เขาไปทําปฏิกิริยากับกาซซัลเฟอรไดออกไซดที่ผสมอยูในกาซทิ้งนั้น ผลของปฏิกิริยาดังกลาวจะทําใหเกิดการรวมตัวและตกตะกอนเปนยิบ ซัม ซึ่งเปนสารประกอบที่สามารถนํามาใชประโยชนได

การกําจัดกาซไนโตรเจนออกไซด เปนกระบวนการกําจัดกาซไนโตรเจนออกไซดที่ถูกปลอยออกมาพรอมกาซทิ้งหลังการเผาไหม กระบวนการที่ใชกันแพรหลายและมี ประสิทธิภาพสูง คือ Selective catalytic reduction (SCR) ในระบบนี้ใชแอมโมเนีย ทําปฏิกิริยากับกาซไนโตรเจนออกไซด เกิดเปน ไนโตรเจนและนํ้า

16


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ

การพัฒนาโรงไฟฟาดวยเทคโนโลยีถานหินสะอาด ตามแผน PDP 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 มีจํานวน 6 โรง รวมกําลังผลิต 4,400 เมกะวัตต แบงเปนโรงไฟฟาของผูผลิต ไฟฟาเอกชนรายใหญ (IPP) ซึ่งมีภาระผูกพันและแผนงานชัดเจน แลว จํานวน 2 โรง รวม 1,200 เมกะวัตต และเปนโรงไฟฟาที่ กฟผ. ไดรับมอบหมายใหดําเนินการ จํานวน 4 โรง รวม 3,200 เมกะวัตต ซึ่งจะทยอยจายไฟฟาเขาระบบในป พ.ศ. 2562 , 2565 , 2568 และ 2571 ตามลําดับ หรือทุกๆ 3 ป หลังจาก โรงแรกสําเร็จ ทั้งนี้ กฟผ. เลือกพัฒนาโรงไฟฟาถานหินแหงใหม ดวยเทคโนโลยีโรงไฟฟาถานหินสะอาด (Clean Coal Technology) และจะเริ่มนํารองที่จังหวัดกระบี่เปนแหงแรก

การเลือกใชเชื้อเพลิงถานหินมีความสอดคลองตามแผนพัฒนา กําลังการผลิตไฟฟา (PDP 2010) ที่ผานการเห็นชอบจากคณะ กรรมการนโยบายพลังงานแหงชาติ (กพช.) ซึ่งมีนโยบายลด สัดสวนการพึ่งพิงกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิงในการผลิตกระแส ไฟฟา ในขณะเดียวกันตองการเพิ่มสัดสวนเชื้อเพลิงอื่นๆ ใหมาก ขึ้น ทั้งนี้ดวยเหตุผลในเรื่องความมั่นคงในดานพลังงานและ เสถียรภาพราคาไฟฟาในภาพรวมของประเทศ รวมทั้งเพื่อเสริม ความมั่นคงของระบบไฟฟาในภาคใต พื้นที่จังหวัดกระบี่ และ ชายฝงทะเลอันดามัน

เอกสารอางอิง http://www.egat.co.th www.eppo.co.th www.blcp.co.th EGAT News

แมเมาะวันนี้ บรรยากาศแหงความรื่นรมย

17


ELECTRICAL ENGINEERING

วิศวกรรมไฟฟา ·ÕÁ§Ò¹ºÕáÍÅ«Õ¾Õ

สาระนารู เรื่องโรงไฟฟาถานหิน

โรงไฟฟาบีแอลซีพี

พลังงาน เปนปจจัยหนึง่ ทีส่ าํ คัญของชีวติ และจําเปนตอการดํารงชีวติ เราตองใชพลังงานตัง้ แตตนื่ เชาจนถึง เขานอน ไฟฟาจึงเปนพลังงานทีม่ คี วามสําคัญยิง่ ตอชีวติ ประจําวัน หากไมมไี ฟฟา ชีวติ เราจะยุง ยากและ วุน วายมาก เพราะจะไมมแี สงสวาง โดยเฉพาะชวงกลางคืน ไมมลี มเย็นๆ จากแอร คอมพิวเตอรทาํ งานไมได ตองเดินขึน้ ตึกสูง เพราะลิฟตไมทาํ งาน สวนนํา้ มันเปนเชือ้ เพลิงทีท่ าํ ใหรถวิง่ ได ชวยใหเราเดินทางสะดวก สบาย ทําใหเครือ่ งจักรทํางานผลิตสิง่ ของใหเราใชได…ชีวติ คนเราจะอยูอ ยางลําบากหากไมมพี ลังงาน

18


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ

นายสุนชัย คํานูณเศรษฐ ผูวาการการไฟฟาฝายผลิตแหง ประเทศไทย (กฟผ.) เปดเผยวา “รัฐบาลตองการเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช ไฟฟาและมีแผนวา หากเศรษฐกิจโตขึ้นจะตอง ประหยัดการใช ไฟฟาลงอีกประมาณ 25% ซึ่งตามแผนพัฒนา ไฟฟาระยะยาวใหม กําหนดให ในอีก 20 ปขางหนา จะมีการใช พลังงานทดแทน 13,000 เมกะวัตต ซึ่งปจจุบันการผลิตไฟฟา ของไทย 70% มาจากกาซธรรมชาติ ถือเปนความเสี่ยง เพราะ เราพึ่งพากาซจากเมียนมารคิดเปน 1 ใน 3 ของปริมาณที่ใช และ เชื่อไดวาอีกไมนานก็จะหมดไป กฟผ. จึงจําเปนตองมีการ วางแผนหาแหลงพลังงานอื่นๆ เพื่อนํามาผลิตกระแสไฟฟา ทุก วันนี้เทคโนโลยีถานหินสะอาด (Clean Coal Technology) จึง เปนอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถนํามาผลิตกระแสไฟฟาไดเปน อยางดี “ประเทศไทยจึงมีความจําเปนตองมีโรงไฟฟาเกิดใหม เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพดานพลังงานและดานการแขงขัน หากพัฒนา พลังงานทดแทนเพียงอยางเดียวนั้น ยังมีศักยภาพไมเพียงพอ ตอการผลิตไฟฟา สวนพลังงานนิวเคลียรยิ่งมีความเปนไปได ยาก เพราะประชาชนสวนใหญยังไมยอมรับ ดังนั้นถานหินจึงเปน ทางออกที่ดีของการผลิตไฟฟาในประเทศไทย” ผูที่อยูในแวดวงพลังงาน คงทราบกันดีวา ถานหินนั้นเปนเชื้อ เพลิงที่อยูในแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟา (Power Development Plan หรือ PDP) มาตลอด โดยเฉพาะแผน PDP2010 (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 3) ที่กระทรวงพลังงานไดเพิ่มสัดสวนการ ผลิตไฟฟาจากเชื้อเพลิงถานหิน เพื่อลดสัดสวนการใชกาซ ธรรมชาติในการผลิตไฟฟา และเพิ่มประสิทธิภาพดานพลังงาน ของประเทศ

ดับทายๆ อันเนื่องมาจากเหตุผลดานสิ่งแวดลอมและชุมชน แต มาวันนี้ กาซธรรมชาติมีแนวโนมวา กําลังจะหมดไปในอีกไมนาน เชนกัน ดังนั้น “ถานหิน” จึงกลายเปนทางออกลําดับตนๆ และ ถึงแมวาจะมีพลังงานทางเลือกอื่นที่สะอาดและมาจากธรรมชาติ เชน พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย พลังงานชีวมวล หรือ ชีวภาพจะเขามามีบทบาทอยางมากก็ตาม แตพลังงานเหลานั้นไม สามารถผลิตกระแสไฟฟาไดตลอด 24 ชั่วโมง ทายที่สุดก็ไม สามารถเปนพลังงานหลักได เนื่องจากความไมแนนอนของ ธรรมชาติและความกาวหนาดานเทคโนโลยีที่ยังคงเปนอุปสรรค สําคัญอยูนั้นเอง จึงมองไปที่พลังงานจากถานหินสะอาดเปนตัว เลือกที่จะตองศึกษา เพราะปจจุบันเทคโนโลยีการผลิตไดกาวหนา ไปมาก จนแทบจะไมหลงเหลือมลพิษเลย แมถานหินจะถูกปฏิเสธในฐานะผูรายที่ทําลายสิ่งแวดลอมและ ชุมชน แตวันนี้เราจะพาคุณไปทําความรูจักกับวิธีการผลิตกระแส ไฟฟาของโรงไฟฟาถานหินแหงหนึ่ง ซึ่งตั้งอยูในนิคม อุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยมีรูปแบบการบริหาร จัดการถานหินสะอาด และพรอมที่จะเปนตนแบบที่ดีของโรงไฟฟา ถานหินในประเทศไทย สําหรับการบริหารจัดการพลังงานไฟฟา หนึ่ง-ตองมีความมั่นคง ดานพลังงาน สอง-ราคาตองเหมาะสม สิ่งสําคัญที่สุดคือ การ พัฒนาพลังงานไฟฟาตองควบคูกับการดูแลรักษา สรางสมดุล สิ่งแวดลอม สามารถอยูรวมกับสังคมและชุมชนอยางเปนสุขและ ยั่งยืน

ถานหิน (Coal) จัดอยูในกลุม Conventional Fuel ที่นิยมใชเปน เชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟา เชนเดียวกับนํ้ามัน และ กาซธรรมชาติ อดีตเชื้อเพลิงหลักที่ใช ในการผลิตกระแสไฟฟา ไดแก นํ้ามัน แต ในยุคสมัยที่นํ้ามันหายากและราคาแพงนี้ กาซธรรมชาติจึงได กลายมาเปนเชื้อเพลิงหลักแทน ในขณะที่ถานหินเปนตัวเลือกลํา

อาคารผลิตไฟฟา

19


ELECTRICAL ENGINEERING

กระบวนการผลิตกระแสไฟฟา สําหรับขั้นตอนการผลิตกระแสไฟฟาจากถานหิน มีดังนี้ ถานหิน จะถูกลําเลียงจากลานกองถานหิน เขาสูโรงไฟฟาดวยระบบ สายพานลําเลียงถานหินไปยัง Coal Bunker และสงตอไปยัง Coal Pulverizer เพื่อทําหนาที่บดถานจนเปนผงละเอียด(คลาย ผงแปง)กอนที่จะถูกสงเขาไปยังหมอไอนํ้า (Boiler Furnace) โดย การใชลมพาผงถานเขาไป เมื่อถานหินเกิดการเผาไหมกจ็ ะคาย พลังงานความรอนออกมาและถายเทใหนาํ้ ทีอ่ ยูภ ายในทอรอบ ๆ ผนังหมอไอนํ้า

(Generator Transformer) เพื่อใหแรงดันไฟฟาเหมาะสมตอการ สงกระแสไฟฟาเขาสูระบบของการไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) ตอไป สําหรับกระบวนการเผาไหมของถานหิน จะเกิดเถาขึ้นหลังจาก การเผาไหมภายในหองเผาไหม สวนเถาที่มีนํ้าหนักมากจะตกลงสู ดานลางของเตาเผาซึ่งเรียกวาเถาหนัก (Bottom Ash) เถาสวนที่ มีนํ้าหนักนอย เรียกวา “เถาลอย” (Fly Ash) จะลอยขึ้นไปกับ อากาศที่ถูกเผาไหมแลว (Flue gas) สูสวนบนของเตาเผาไหม สวนนี้จะถูกดักจับดวยเครื่องดักจับฝุนระบบไฟฟาสถิตย (Electrostatic Precipitator : ESP) และเนื่องจากใน ถานหินจะมีกํามะถันเจือปน อยูดวย เมื่อเกิดการเผาไหม กํามะถันนี้จะถูกเปลี่ยนรูปเปน กาซซัลเฟอรไดออกไซดและจะ ถูกดักจับดวยเครื่องดักจับ กาซซัลเฟอรไดออกไซด (Flue Gas Desulphurization : FGD) กอนที่จะปลอย สูชั้นบรรยากาศตอไป Diagram BLCP Power Planr Process

เมื่อนํ้าไดรับความรอนจากการเผาไหมก็จะมีอุณหภูมิสูงจนเดือด และนํ้าบางสวนจะเปลี่ยนสถานะกลายเปนไอนํ้า โดยอุปกรณที่ เรียกวา Boiler Drum ซึ่งติดตั้งอยูสวนบนของเตาเผาจะทํา หนาที่แยกไอนํ้าและนํ้าออกจากกัน สวนที่เปนนํ้าก็จะกลับไปสูเตา เผาอีกครั้งหนึ่ง สวนที่เปนไอนํ้าจะผานไปเขา Superheat Coil เพื่อเพิ่มอุณหภูมิและความดันใหเหมาะสมกับการที่จะนําไปใช ใน การขับเคลื่อน กังหันไอนํ้า (Steam Turbine) ตอไป ไอนํ้าเมื่อผานกังหันจะคายพลังงานเพื่อทําใหตัวกังหันหมุน แกน ของกังหันจะตอไปยังเครื่องกําเนิดไฟฟา (Generator) เมื่อ เครื่องกําเนิดไฟฟาหมุน สนามแมเหล็กจะหมุนไปตัดกับขดลวดที่ อยูภายในเครื่องกําเนิดไฟฟาทําใหเกิด กระแสไฟฟาขึ้น กระแส ไฟฟาสวนนี้จะถูกยกระดับแรงดันขึ้นดวยหมอแปลงไฟฟา

20

เครื่องจักรหลักที่ ใชในโรงไฟฟา เครื่องกําเนิดไอนํ้าและระบบบําบัดกาซ (Pulverized Coal Boiler) โรงไฟฟาพลังความรอนแตละโรงประกอบไปดวยเครื่องกําเนิดไอ นํ้า (Boiler) ซึ่งมีหลายแบบ เชน Sub-critical single drum, Force Circulation Balance Draft Type เผาไหมดวยถานหินที่ ถูกบดยอย (Pulverized coal) ขบวนการเผาไหมจะลดปริมาณ ออกไซดของไนโตรเจน (NOx) โดยการควบคุมอุณหภูมิของการ เผาไหมพรอมกันกับอุปกรณจายอากาศแบบ separate over


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ fire air หลังจากการกาซรอนออกจาก (Boiler) แลวจะถูกดักจับฝุนดวย Electrostatic Precipitator (ESP) และระบบ Sea Water FGD จะดักจับกาซซัลเฟอรไดออกไซด (SO2) ในขั้นตอนสุดทาย

Figure 3 : Boiler island and flue gas treatment system

กังหันนํ้า (Steam Turbine) และ เครื่องกําเนิดไฟฟา (Generator) กังหันนํ้าเปนแบบ Single Reheat, Condensing Tandem Compound Type, Three cylinders combined HP/IP and 2 LP designed สวนแกน (shaft) ของกังหันไอนํ้า จะถูกตอเปนแกนเดียวกับเครื่องกําเนิดไฟฟา โดยเครื่อง กําเนิดไฟฟา (Generator) เปนแบบ (Brushless exciter) ระบายความรอนดวยนํ้าและกาซไฮโดรเจน ขนาดแรงดัน 24 กิโลโวลต ความถี่ 50 Hz มีอุปกรณ Cylindrical rotor 2 pole 3 เฟส ความเร็วรอบ 3,000 รอบตอนาที (RPM) กระแสไฟฟาที่ผลิตไดจะสงไปยัง Generator Transformer เพื่อยกระดับแรงดันจาก 24 กิโลโวลต ให เปน 500 กิโลโวลต และสงตอไปยังลานไก (switchyard) ซึ่งเปนจุดเชื่อมกับระบบจายกระแสไฟฟาของการไฟฟาฝาย ผลิตแหงประเทศไทย

Figure 4 : Steam Turbine & Generator

เครื่องควบแนน (Condenser) เครื่องควบแนนของแตละหนวยอุปกรณเปนแบบ Horizon radial flow one-pass, Surface cooling type with divided water box และ Turbine exhaust inlet-hoot อยูดานบน ติดตั้ง Vacuum pump 3 ตัวเพื่อดูดอากาศและกาซที่ไมควบแนนออกจาก เครื่องควบแนน ใน Condenser water boxes ทอควบแนนจะทําดวยโลหะไทเทเนียม และมีระบบ on-line ball cleaning equipment สําหรับทําความสะอาดเครื่องควบแนนโดยอัตโนมัติ

21


ELECTRICAL ENGINEERING นํ้าหลอเย็น และระบบ Sea Water FGD โรงไฟฟาจะใชนํ้าทะเลสําหรับระบายความรอนใหกับเครื่องควบแนน (Condenser) โดยจะใช ในระบบหลอเย็นและระบบดักจับกาซซัลเฟอร ไดออกไซดดวยนํ้าทะเล (FGD) สถานีสูบนํ้าติดตั้งที่อยูในอาวมาบตาพุด ระบบไดมีการติดตั้ง Bar Screen เพื่อดักขยะชิ้นใหญ ๆ ออก จากนํ้าสูบเขาและติดตั้ง Travelling Screen เพื่อปองกันปลาตัวเล็ก ๆ หรือสัตวนํ้าขนาดเล็กหลุดติดเขาไปกับนํ้าที่สูบเขา ตะแกรงทั้ง 2 ชนิดนี้จะชวยปองกันไมใหปมสูบนํ้าเขาและอุปกรณอื่น ๆ ของระบบหลอเย็นอุดตันเสียหาย ขยะที่ถูกดักดวย Bar Screen จะแยก ออกไปกําจัดพรอมกับกากของเสียอื่น ๆ

Figure 5 : Cooling System Intake and Outfall

โรงไฟฟาบีแอลซีพีมีการใชสารคลอรีนเติมลงในนํ้าที่จะสงเขาสูระบบหลอเย็น เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตในนํ้า โดยเฉพาะ เพรียง ซึ่งหากเขาไปเกาะอยูตามผนังทอนํ้าแลวจะทําใหเกิดผลกระทบตอการทํางานของระบบหลอเย็น และทําใหประสิทธิภาพโดยรวม ของระบบเปลี่ยนแปลงและสงผลใหสิ้นเปลืองพลังงานที่ใช ในระบบมากขึ้นดวย ดังนั้นทางโรงไฟฟาบีแอลซีพีจึงกําหนดรูปแบบในการเติม คลอรีนลงในนํ้าทะเลใหเกิดผลกระทบนอยที่สุดอีกดวย คลอรีนในนํ้าทะเลจะมีการสลายตัวเองโดยอาศัยความรอนในขณะผานระบบ หลอเย็น นอกจากนี้ 2 ใน 3 สวนของนํ้าทะเลที่ผานระบบหลอเย็นแลวจะผานเขาระบบ FGD จากนั้นถูกสงตอไปยังบอเติมอากาศเพื่อ ปรับสภาพนํ้าทะเลเปนขั้นตอนสุดทาย โดยการเติมอากาศลงในนํ้าทะเล จะมีผลใหสารคลอรีนในนํ้าทะเลสลายหมดไป นํ้าที่ผานเขาสูคอนเดนเซอรของโรงไฟฟาจะใชสําหรับหลอเย็นไอนํ้าที่ออกจากอุปกรณกําเนิดไฟฟา นํ้าที่หลอเย็นแลวนี้บางสวนจะถูกนํา ไปใชตอในระบบ FGD โดยพนเปนละอองนํ้าผานไอเสียที่ไดดักฝุนดวยอุปกรณ EP (Electrostatic Precipitators) มากอนแลว สภาพ ตามธรรมชาติที่มีอยูในนํ้าทะเลจะทําปฏิกิริยากับกาซ ซัลเฟอรไดออกไซด ที่ปนอยูในไอเสียจะทําใหนํ้าที่ออก จากระบบมีคาพีเอสลดลงบาง ไอเสียจะถูกสงผานเขาสู ระบบบําบัดกาซซัลเฟอรไดออกไซค 70% นํ้าทะเลผานระบบ FGD และมีคาพีเฮชลงนี้ จะถูกสงเขาสู ระบบปรับสภาพ โดยเติมอากาศเพื่อไลกาซ คารบอนไดออกไซดอิสระที่เกิดจากการทําปฏิกิริยาของ สภาพดางในนํ้า ผลจากการไลกาซคารบอนไดออกไซด นี้จะทําใหคาพีเฮชของนํ้ากลับเพิ่มขึ้น ซึ่งนํ้าที่ออกจาก ระบบดักจับกาซซัลเฟอรไดออกไซด (Sea Water FGD)

22


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ บอเดิมอากาศนี้จะมีคาพี เฮชประมาณ 7 นอกจาก นี้ การเติมอากาศจะชวย ออกซิไดซสารซัลไฟดใน นํ้าใหกลายเปนซัลเฟต ซึ่ง ทําใหนํ้าทิ้งมีคุณภาพดี ขึ้นเนื่องจากทําใหคา COD ตํ่า หลังจากนั้นนํ้า ในสวนนี้จะถูกสงไปรวม กับนํ้าหลอเย็นสวนที่ เหลือจากเครื่องควบแนน ซึ่งยังไมไดผานการจับ ระบบดักจับฝุนละอองโดยใช ไฟฟาสถิตย (EP) กาซ SO2 การถายเท ความรอนจะเกิดขึ้นตั้งแตในคอนเดนเซอรและในระบบ FGD ดวย ระบบนี้ไดถูกออกแบบเพื่อใหมีนํ้าทิ้งที่มีอุณหภูมิไมเกิน 40 oC

โรงไฟฟาถานหินกับการจัดการสิ่ง แวดลอม แนนอนวาโรงไฟฟาถานหินมีการปลด ปลอยมลภาวะสูงกวาโรงไฟฟาที่ใชกาซ ธรรมชาติเปนเชื้อเพลิง แตปจจุบันเราก็สามารถใชเทคโนโลยี ถานหินสะอาดและการจัดการที่ดีเขาบริหารได ทั้งนี้ยังไมนับรวม ถึงโรงไฟฟาพลังนํ้า (เขื่อน) ที่มีขอจํากัดดานชลประทาน, พื้นที่ ปาที่จะตองถูกใช ไปและปริมาณนํ้าที่ขึ้นอยูกับปจจัยทางธรรมชาติ โรงไฟฟาชีวมวลที่มีขอจํากัดดานปริมาณและความตอเนื่องเชื้อ เพลิง โรงไฟฟาพลังลมและแสงอาทิตยที่มีขอจํากัดทางดาน ศักยภาพของภูมิประเทศและตนทุนการผลิตไฟฟาที่ยังสูงมาก ความทาทายของโรงไฟฟาถานหินของประเทศไทย ในภาพรวมของเทคโนโลยีของเครื่องจักรที่ใชผลิตไฟฟา ประเภท ของโรงไฟฟา เงินลงทุนและคาใชจายการเดินเครื่อง ทําเลที่ตั้ง ปริมาณและศักยภาพของเชื้อเพลิงทั้งภายในและภายนอกประเทศ การจัดการทางดานสิ่งแวดลอมและอาชีวอนามัย และการยอมรับของมวลชน เปนงานที่ทาทายตอ ผูที่มีสวนเกี่ยวของทั้งหมด ไมวาจะเปนภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน

โรงไฟฟาบีแอลซีพีชวงกลางคืน

ทั้งนี้ประเทศไทยมีความจําเปนจะตองสรางจุด สมดุลที่มีความมั่นคงและความนาเชื่อถือของ ระบบผลิต ศักยภาพของพื้นที่ เทคโนโลยีการ ผลิต การยอมรับของมวลชน และตนทุนการผลิต ไฟฟา โดยปจจัยที่กลาวขางตนมีผลโดยตรงตอ ชีวิตความเปนอยูของเราทุกคน และยังมีผลตอ ความสามารถในการแขงขันของประเทศไทยในเวที โลกอีกดวย ดังนั้นในระยะยาวแลวโรงไฟฟา ถานหินยังมีความจําเปนตอการสรางดุลยภาพ ควบคูไปกับโรงไฟฟาชนิดอื่นดังที่กลาวมาขางตน ขอเพียงแตเราเปดใจยอมรับและใชวจิ ารณญาณ วิเคราะหขอ เท็จจริงตางๆอยางรอบคอบ พรอมที่ จะเปนสวนหนึง่ ของการพัฒนาประเทศ เพือ่ ทีจ่ ะ กาวเดินไปขางหนาอยางมัน่ คงอยางมีดลุ ยภาพใน ทุกมิตติ อ ไป

23


EXCLUSIVE INTERVIEW

Q &A สัมภาษณพิเศษ

¤Ø³»Ãоѹ¸ ÅÔ¢ÔµÇѪû¡Ã³

¡ÃÃÁ¡Òüٌ¨Ñ´¡Òà ºÃÔÉÑ· ºÕáÍÅ«Õ¾Õ à¾ÒàÇÍÏ ¨íÒ¡Ñ´

¤Ø³»Ãоѹ¸ ÅÔ¢ÔµÇѪû¡Ã³ ¡ÃÃÁ¡Òüٌ¨Ñ´¡Òà ºÃÔÉÑ· ºÕáÍÅ«Õ¾Õ à¾ÒàÇÍÏ ¨íÒ¡Ñ´

อนาคตประเทศไทย และทุกประเทศทั่วโลก คงหลีกเลี่ยงไมไดที่จะใชแหลงพลังงานหลักจาก กาซธรรมชาติ ถานหิน หรือนิวเคลียรในการผลิตกระแสไฟฟา สวนแหลงพลังงานอื่นๆ เชน พลังงานลม แสงอาทิตย ชีวมวลและชีวภาพ อาจเปนไดเพียงสวนเสริมประมาณ 5-10 เปอรเซ็นตของการผลิตกระแสไฟฟาในแตละประเทศเทานั้น แมบางประเทศรวมถึงประเทศไทย จะ พยายามผลักดันตัวเลขการใช ใหเพิ่มขึ้นเปน 15-20 เปอรเซ็นต ซึ่งคงจะตองใชเวลาอยางนอย 10-20 ป ในอนาคต หากโรงไฟฟานิวเคลียรหายไปจากแผนที่โลก ก็จะเหลือเพียงถานหิน และ กาซธรรมชาติ เพียง 2 ทางเลือกเทานั้น 24


EXCLUSIVE INTERVIEW

โรงไฟฟาบีแอลซีพี มีความเปนมาอยางไร? บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร จํากัด (BLCP Power Limited) หรือ โรงไฟฟาบีแอลซีพี เปนโรงไฟฟาถานหินที่เกิดขึ้นตามโครงการ ผูผลิตไฟฟาอิสระ (Independent Power Producer หรือ IPP) ตามมติคณะรัฐมนตรี ป พ.ศ. 2537 เพื่อสนองนโยบายของ ภาครัฐในการสงเสริมและสนับสนุนบทบาทของภาคเอกชนใหเขา มามีสวนรวมในกิจการไฟฟา โดยบริษัทฯ ไดลงนามในสัญญาซื้อ ขายไฟฟากับการไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อวัน ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 รวมระยะเวลา 25 ป เริ่มตนบริหารโครงการครั้งแรก เมื่อป พ.ศ. 2538 โดยมีผูถือ หุน 4 ราย ประกอบดวย ฝายไทย 2 ราย ไดแก บานปู และ ล็อกซเลย ตางประเทศ 2 ราย ไดแก CRA จากประเทศ ออสเตรเลีย และ UK Power Gen ประเทศอังกฤษ เขารวม โครงการประมูล IPP และผานการประมูล แตเนื่องจากเปน โครงการใหญ และเปนชวงที่เกิดวิกฤตการณดานการเงิน ตอมาในป พ.ศ. 2540 บีแอลซีพีไดลงนามในสัญญาซื้อขาย ไฟฟา (Power Purchase Agreement หรือ PPA) กับกฟผ. โดยจะจัดสงไฟฟาจากโรงไฟฟาพลังงานถานหินขนาด 1,434 เมกะวัตตใหแก กฟผ. แตในชวงปดังกลาว เกิดวิกฤตการณดาน การเงิน ที่เรียกวา วิกฤตตมยํากุง สงผลใหตองชะลอ โครงการฯ ออกไป

âç俿‡ÒºÕáÍÅ«Õ¾Õª‹Ç§¡‹ÍÊÌҧ

ภายหลังผานพนวิกฤตการณดังกลาว ทุกอยางเริ่มฟนตัว โครงการฯ จึงถูกนํามาปดฝุนอีกครั้ง โดยในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2546 บีแอลซีพีสามารถบรรลุขอตกลงในเรื่องการจัดหา เงินทุนเพื่อสรางโรงไฟฟา จํานวน 40,000 ลานบาท โดยไดรับ เงินกูจากสถาบันการเงินกวา 20 แหงทั้งในและตางประเทศ และ ไดรับเงินกูกอนแรกเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2546 การกอสรางโรงไฟฟาบีแอลซีพี ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง จึงไดเริม่ ขึน้ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2546 โดยผูร บั เหมา คือ บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ จํากัด (Mitsubishi Heavy Industries, Ltd. - MHI) โดยโรงไฟฟาหนวยผลิตที่ 1 และ หนวยผลิตที่ 2 สามารถผลิตกระแสไฟฟาเชิงพาณิชยในเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2549 และ เดือนกุมภาพันธ พ.ศ. 2550 ตามลําดับ

âç俿‡ÒºÕáÍÅ«Õ¾Õª‹Ç§¡ÅÒ§¤×¹

จากโครงสรางผูถือหุนเดิมมี 4 หุนสวน ปจจุบัน โรงไฟฟาบีแอล ซีพีมีผูถือหุนเพียง 2 บริษัท ไดแก บริษัท บานปู จํากัด (มหาชน) หรือ BANPU และบริษัท ผลิตไฟฟา จํากัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ถือหุนในสัดสวน 50:50

25


EXCLUSIVE INTERVIEW

และขอกําหนด EIA กลาวคือ ในแตละเที่ยวเรือของการขนสง (Shipment) จะตองมีปริมาณซัลเฟอรเจือปนไมเกิน 0.7 เปอรเซ็นต และรวมตลอดทั้งปหามเกิน 0.45 เปอรเซ็นต รวมทั้ง มีคาความชื้นที่เปนไปตามมาตรฐานที่คอนขางสูง

ESP

ที่วา บีแอลซีพีเปนตนแบบของโรงไฟฟาถานหินสะอาด หมายความวาอยางไร? โรงไฟฟาบีแอลซีพี นอกจากดําเนินธุรกิจผลิตกระแสไฟฟา เพื่อ สรางความมั่นคงดานพลังงานใหแกประเทศแลว อีกบทบาทหนึ่ง ที่สําคัญที่บีแอลซีพี มุงมั่น คือ “การเปนตนแบบที่ดีของโรงไฟฟา ถานหินในประเทศไทย” (Being a role model for coal-fired power plants in Thailand) บีแอลซีพีเปนโรงไฟฟาที่เลือกใชเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง โดย เราไดคัดเลือกเทคโนโลยีที่ผานการพิสูจน (Proven Technology) แลววา สามารถผลิตกระแสไฟฟาไดดี มีอุปกรณที่สามารถ ชวยลดผลกระทบสิ่งแวดลอมไดอยางมีประสิทธิภาพและมี มาตรฐานสูง เราจึงเลือกใชเทคโนโลยีจากมิตซูบิชิ และตลอดระยะ เวลา 7 ปที่ผานมา นับเปนบทพิสูจนแลววา “เราเลือกไมผิด” เพราะอุปกรณตางๆ ที่เราใชมาตลอด 7 ปนั้น โดยรวมแลวมี คุณภาพ และประสิทธิภาพ อยูในสถานะที่ดี และไดมาตรฐาน เรือ่ งการคัดเลือกเทคโนโลยีและอุปกรณทมี่ ปี ระสิทธิภาพนัน้ เปน เรือ่ งทีด่ ี ขณะเดียวกัน เราตองมีเชือ้ เพลิงทีด่ ดี ว ยเชนกัน บีแอลซีพี จึงเลือกใชถานหินที่มีคุณภาพสูงประเภทบิทูมินัส (Bituminous) โดยสวนใหญนําเขาจากประเทศออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย ซึ่ง เปนถานหินเกรดคุณภาพสูง ที่ใหคาความรอนสูงถึง 6,000 Kcal/Kg และมีปริมาณซัลเฟอรเจือปนตํ่า เมื่อเทียบกับถานหิน ประเภท ลิกไนต (Lignite) ที่ใหคาความรอนประมาณ 3,000 Kcal/Kg โดยถานหินบิทูมินัสที่นําเขานั้น เปนไปตามมาตรฐาน

26

ดวยเหตุนี้ “ทั้งตัวของเชื้อเพลิงหลักที่ไดรับการคัดสรรมาอยาง ดี เมื่อผานกระบวนการผลิตที่ไดมาตรฐาน ผานระบบการบริหาร จัดการสิ่งแวดลอม ที่มีระบบบําบัดและควบคุมมลสารกอนปลอย สูชั้นบรรยากาศที่เขมงวด ประกอบกับการตรวจวัดเปนประจํา ทุกๆ เดือน ทําใหการผลิตกระแสไฟฟาของบีแอลซีพีเปนไปอยาง มีคุณภาพ และไมสรางมลภาวะที่เปนพิษใหกับชุมชน สังคมและสิ่ง แวดลอม”

บีแอลซีพีมีการตรวจวัดผลประกอบการอยางไร? โรงไฟฟาบีแอลซีพี เปนโรงไฟฟาที่มีกําลังการผลิตกระแสไฟฟาที่ ใหญเปนอันดับตนๆ ของประเทศ ปจจุบันมีกําลังการผลิตรวม 1,434 เมกะวัตต และดวยสํานึกรับผิดชอบในทุกๆ ดาน ตั้งแต การเลือกพื้นที่ประกอบกิจการ การออกแบบและการกอสรางโรง ไฟฟา บริษัทฯ ไดเลือกใชเทคโนโลยีที่ดีมีประสิทธิภาพและทันสมัย ที่สุดในเวลานั้น คือ เทคโนโลยีจากมิตซูบิชิ พรอมเลือกใช ถานหินประเภทบิทูมินัส ที่มีคุณภาพสูง นําเขาจากประเทศ ออสเตรเลียและอินโดนีเซีย เปนเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟา โครงการนี้ ใชเวลากอสราง รวมทั้งสิ้น 3 ป โดยมี มิตซูบิชิเปนผู ออกแบบและควบคุมการกอสราง (Turnkey Contractor) จน แลวเสร็จ ปจจุบันเดินเครื่องการผลิตมาไดมากกวา 7 ปแลว ตลอดระยะเวลาดังกลาว เราไดมีการตรวจวัดผลประกอบการ เปนประจําทุกเดือนใน 4 พารามิเตอรหลัก กลาวคือ ผลประกอบ การดานการเงิน ดานเทคนิค ดานสิ่งแวดลอม และดานความพึง พอใจจากผูมีสวนไดเสีย การยอมรับและความไววางใจจากชุมชน โดยรอบ แนนอน แมผลประกอบการดานการเงิน คือ เปาหมาย หลักที่ บีแอลซีพี สอบผาน แตยังไมใชประเด็นสําคัญ เราใหความ สําคัญกับการบริหารจัดการดานเทคนิคมากกวา โดยอุปกรณ แตละชิ้นในการนํามาผลิตกระแสไฟฟานั้นไดมาตรฐานตามที่ ออกแบบหรือไม ประสิทธิภาพของไฟฟาที่ไดเปนอยางไรบาง ฉะนั้น ดานเทคนิคเราสอบผานตลอดในรอบ 7 ปที่ผานมา ดาน


EXCLUSIVE INTERVIEW

สิ่งแวดลอม ในแตละเดือน โรงไฟฟา บีแอลซีพีสามารถปฎิบัติ ตามขอกําหนด และตามมาตรฐานของ EIA ไดอยางครบถวนและ เครงครัดมาโดยตลอด ตัวสุดทายที่เราตรวจวัด คือ การยอมรับ ความพึงพอใจ และ ความไววางใจจากชุมชนโดยรอบ เนื่องจาก บริษัทฯ มีระบบ รายงานผลในแตละพารามิเตอรที่กลาวมาขางตนใหแกชุมชนได รับทราบอยางตอเนื่อง และมีการเปดโอกาสใหชุมชนเขามาเปน คณะกรรมการ และ/หรือคณะทํางาน อาทิ คณะกรรมการ ไตรภาคี (Tripartite Committee) คณะกรรมการกํากับแผน ปฏิบัติการปองกัน แก ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่ง แวดลอมโครงการกอสรางโรงไฟฟาและทาเรือขนถายถานหิน ของโรงไฟฟาบีแอลซีพี (EIA Monitoring Committee) และคณะ ทํางานติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบ สิ่งแวดลอมโครงการกอสรางโรงไฟฟาและทาเรือขนถายถานหิน ของโรงไฟฟาบีแอลซีพี (EIA Audit Subcommittee) เปนตน เพื่อตรวจสอบการทํางานของเราตั้งแตตนจนถึงปจจุบัน ซึ่งเรา สามารถสอบผานขอนี้เชนกัน

·‹ÒàÃ×Í¢¹¶‹Ò¶‹Ò¹ËÔ¹

ตลอดระยะเวลา 10 กวาป นับตั้งแตมีการบริหารโครงการ เปนตนมา เราคิดวา เราสามารถเรียนรูและพัฒนาโรงไฟฟา ถานหินได ในระดับที่เรียกวา “ดี” และคอนขางพอใจ แตทวา เรา ยังคงไมหยุดอยูกับที่ เพราะเราเชื่อวาเรายังมีสิ่งที่ตองปรับปรุง

และแก ไขใหดีขึ้น นี่จึงเปนเหตุผลที่วา ทั้งในระดับผูบริหารและ พนักงานตองกลาคิด กลาเปลี่ยนแปลง เปดหูเปดตา และรักการ เรียนรูอยางตอเนื่อง รวมทั้งการเรียนรูจากผูประกอบการ อุตสาหกรรมที่อยูในมาบตาพุดดวยกันเอง เพื่อที่จะนํา ประสบการณที่ดีมาชวยกันขับเคลื่อนองคกร ดําเนินการผลิต และบริหารจัดการสิ่งแวดลอมของเราใหดียิ่งๆ ขึ้นไป อีกทั้ง เตรียมพรอมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสู AEC ในป พ.ศ. 2558 นี้ดวย

เมื่อแรกตั้งโรงไฟฟาบีแอลซีพี เคยมีปญหากับชุมชนใน พื้นที่หรือไม? ถามี ไดจัดการปญหานั้นอยางไร? บีแอลซีพีไดสงจาหนาที่ลงพื้นที่ เพื่อชี้แจงโครงการตอชุมชนใน พื้นที่มาบตาพุดและสวนราชการทองถิ่นกอนจะเริ่มโครงการในป พ.ศ. 2540 แตในชวงกอนการปรับถมพื้นที่ในป พ.ศ. 2545 ได มีกลุมประมงพื้นบาน (กลุมประมงเรือเล็ก) ไดนําเรือประมง ประมาณ 70 ลํา มาปดลอมพื้นที่กอสราง เพื่อขอใหหยุดการ กอสรางโรงไฟฟาแหงนี้ หลังจากเหตุการณในวันนั้นทางบริษัทฯ ไดนําประเด็นดังกลาวมาพิจารณาและพบวาทางบริษัทฯ ตอง สรางกระบวนการการมีสวนรวมกับกลุมประมงดังกลาวใหมาก ยิ่งขึ้น และถือวากลุมประมงเหลานี้คือผูที่ไดรับผลกระทบจากการ ดําเนินงานของเราโดยตรง หลังจากที่ไดดําเนินโครงการการมี สวนรวมอยางตอเนื่องจนปจจุบัน เราไดรับความไววางใจและได รับความรวมมือจากกลุมประมงเปนอยางดี โดยเราสามารถอยู รวมกัน เปนเพื่อนบานที่ดีตอกัน มีความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โครงการการมีสวนรวมของชุมชนเปนสิ่งที่ทางบริษัทฯ ไดเริ่ม ดําเนินการตั้งแตป พ.ศ. 2544 หลังจากที่ไดรับอนุญาตเอกสาร รายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอมจากสํานักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม สาระ สําคัญของโครงการการมีสวนรวมของประชาชนประกอบดวย 3 ขั้นตอน ไดแก 1. การใหขอมูลขาวสาร 2. การปรึกษาหารือ เพื่อใหทราบถึงขอกังวลตางๆ 3. การหาแนวทางในการแก ไขขอกังวลเหลานั้น

27


EXCLUSIVE INTERVIEW

ตัวอยางของการแก ไขขอกังวลเชน เรื่องการใชนํ้าทะเลในการ หลอเย็น กลุมประมงเกรงวาจะมีการทําลายแพลงกตอน (ตัว ออนของสัตวนํ้า) จากกระบวนการดังกลาว จึงขอใหทางบีแอลซี พีหามาตรการปองกัน ซึ่งในทางปฏิบัติไมสามารถปองกันได เนื่องจากแพลงกตอนมีขนาดเล็กมาก บริษัทฯ จึงเสนอโครงการ ที่จะชดเชยกลับ โดยการปลอยพันธุสัตวนํ้ากลับคืนสูทะเลเปน ประจําทุกป และบีแอลซีพีไดดําเนินโครงการดังกลาวตอเนื่องมา แลว 11 ป ตั้งแตเริ่มกอสรางจนปจจุบัน

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังไดมีโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุม ประมงและชุมชนมาบตาพุด โดยเนนการสรางงาน-สรางอาชีพ เชน โครงการเพาะเลี้ยงหอยแมลงภูแบบแขวน โครงการผัก ปลอดสารพิษ เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการอิฐบล็อคจาก เถาถานหิน เปนตน เพื่อการพัฒนางานอาชีพอยางยั่งยืนและ ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได

อะไรเปนหลักประกันวา บีแอลซีพี จะไมสรางผลกระทบ ดานลบในเชิงนิเวศใหกับชุมชน? โรงไฟฟาบีแอลซีพี จายเงินเขากองทุนพัฒนาไฟฟาของโรงไฟฟา ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ. ระยอง ตามพระราช บัญญัติประกอบกิจการพลังงานป 2550 ในอัตราหนวยผลิตละ 2 สตางค รวมเปนเงินปละประมาณ 250 ลานบาท ซึ่งขณะนี้ เปนกองทุนที่ใหญที่สุดในประเทศ มีเงินเขากองทุนปละ 400-

28

500 ลานบาท โดยทางกองทุนฯ ไดกันเงิน 5% ของเงินเขา ประมาณ 25 ลานบาท เพื่อใช ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจากการ ดําเนินการของโรงไฟฟาเปนเงินทดรองจาย รวมทั้งคาชดเชย แต เงินเหลานี้จะถูกเรียกคืนเต็มจํานวนจากผูกอเหตุ นอกจากนี้ เพื่อเปนการปองกันและตรวจสอบการดําเนินงาน ของโรงไฟฟาวาเปนไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่ได ใหไวกับ ชุมชน บีแอลซีพีจึงเสนอใหมีการแตงตั้งคณะทํางานเขารวมตรวจ สอบการปฏิบัติตามเงื่อนที่ได กําหนดตามรายงานการวิเคราะห ผลกระทบสิ่งแวดลอม โดยมี ตัวแทนจากชุมชนเขารวมตรวจ สอบทุกเดือน และรายงานผลการ ตรวจสอบใหคณะกรรมการกํากับ การปฏิบัติตามรายงานผลกระทบ สิ่งแวดลอม และคณะกรรมการ ไตรภาคีซึ่งมีผูเขารวมประชุม ประมาณ 900 คน ทุกๆ 3 เดือน ให ไดรับทราบ เพื่อสรางความ มั่นใจวาการดําเนินงานของบริษัทฯ ตองไมสรางผลกระทบตอชุมชน ¤ÅͧÃкÒ¹íéÒËÅ‹ÍàÂç¹ และสิ่งแวดลอม

บีแอลซีพีปลูกฝงคานิยมอะไรใหกับบุคลากรเพื่อให สามารถขับเคลื่อนโรงไฟฟาใหเปนไปตามเปาหมายที่ วางไวได? จากที่กลาวขางตนวา อุปกรณที่ดี ประกอบกับการเลือกใชเชื้อ เพลิงที่ดี มีชัยไปกวาครึ่ง ที่เหลือตอจากนี้ คือเรื่องของการ บริหารจัดการภายในองคกร รวมถึงเรื่องการพัฒนาบุคลากร และการมีสวนรวมรับผิดชอบตอสังคม (CSR) ดังนั้นเรื่อง นโยบาย (Policy) และขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Procedure) จึงมี ความจําเปนที่จะตองเพิ่มเติม เพื่อใหบุคลากรของเราสามารถ ผลิตกระแสไฟฟาไดตามที่กําหนด ในขณะเดียวกันก็ไมละเลยตอ การมีสวนรวมรับผิดชอบสังคม บุคลากรที่นี่จึงตองไดรับการ ปลูกฝงจิตสํานึกในการมีสวนรวมรับผิดชอบตอสังคมนับตั้งแต วันแรกที่ไดกาวเขามาเปนพนักงานขององคกร สวนเรื่องการ


EXCLUSIVE INTERVIEW

บริหารจัดการ และเรื่องของการผลิตนั้นจะตองเปนไปตาม มาตรฐานตางๆ เชน มาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สิ่งแวดลอม เราผานการรับรองมาตรฐาน OHSAS 18001 และ ISO 14001:2004 ตามลําดับ รวมไปถึงการไดรับใบประกาศ เกียรติคุณในการเปนโรงงานที่มีเกณฑปฏิบัติดานสิ่งแวดลอม อยางเขมงวดตอเนื่องและดีเยี่ยม (รางวัลธงขาว-ดาวเขียว ตอ เนื่องเปนปที่ 6) และยกระดับสูรางวัลธงขาว-ดาวทอง ภายใต โครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดลอม จาก การนิคมอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย (กนอ.) ดานบุคลากร เราไดมีการฝกฝน สราง เสริม ใหความรู และใหประสบการณที่ดี แกบุคลากรอยางตอเนื่อง เพื่อให สามารถดําเนินการผลิตใหเปนไปตาม มาตรฐานตางๆ ที่สําคัญ บุคลากรของ เราตองมีจิตใจที่อยากจะเขาไปมีสวนรวม และเกิดความเปนเจาของ (Ownership Mindset) ในการที่จะทําใหการผลิต ตางๆ มีความปลอดภัย การเดินเครื่อง ไดอยางมีประสิทธิภาพ และเปนไปตาม มาตรฐานสิ่งแวดลอม ซึ่งบุคลากรจะ ตองเปดใจยอมรับทั้งในเรื่องของ เทคโนโลยี เรียนรูเรื่องการผลิต การ ดําเนินงาน และการแลกเปลี่ยนถายทอด ประสบการณใหแกกันดวยความเต็มใจ เราตองการสรางใหที่นี่ใหเปนองคกรแหง การเรียนรู และมีวัฒนธรรม “SCORE” ซึ่งก็คือ (Safety-ความ ปลอดภัยคือหัวใจหลักในการปฏิบัติงาน, Communicationการสื่อสารอยางมีประสิทธิภาพ, Ownership Mindsetความรูสึกรับผิดชอบรวมกัน, Right-การปฏิบัติงานภายใตกฎ ระเบียบและความถูกตอง, and Environment-การปฏิบัติตามมา ตรฐานและรักษสิ่งแวดลอม) จนเรียกไดวาที่นี่ คือ “มหาวิทยา ลัยบีแอลซีพี” ที่ๆ ซึ่งทุกคนในองคกรอยูรวมกันอยางมีความสุข สามารถเรียนรู สรางนวัตกรรม บูรณาการ การบริหารจัดการ องคความรู (Knowledge Management; KM) ไดอยางไมมีที่ สิ้นสุดและตอเนื่อง

กิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility; CSR) เปนอีกเรื่องที่บีแอลซีพี ใหความสําคัญเปนอันดับตนๆ เชนกัน นอกจากเราจะควบคุมและบริหารจัดการภายใน เพื่อมิใหมีผลกระ ทบตอชุมชน สังคมและสิ่งแวดลอม เรายังตองออกไปดูแลขาง นอก เพื่อพูดคุยพบปะเยี่ยมเยียนกับชุมชนโดยรอบ สราง กระบวนการสื่อสาร ใหความรู และความเขาใจ ทั้งหมดนี้เปนเรื่อง ของความใสใจดูแล เพราะถาเราใสใจดูแลทั้งพนักงาน ครอบครัว

พนักงาน ผูรับเหมา ชุมชน ตลอดจนผูมีสวนไดเสียของเราทุกๆ กลุม ผมคิดวา การทํางานของเราจะมีความถูกตองและตรงใจ มากที่สุด แตเติมเต็มดวยความระมัดระวังในการทํางานของเรา เพราะฉะนั้น ISO 26000 จึงเปนมาตรฐานอีกหนึ่งที่ปนี้ (2557) เรามุงมั่นที่จะไดมา โดยปจจุบัน เราไดรับรางวัลการเปนผู ประกอบการที่มีความรับผิดชอบตอสังคม (CSR-DIW Continuous Awards) ตอเนื่องเปนปที่ 5 และรางวัล CSR-DIW Advance Awards (Level 4 – Green Culture) จากกรม โรงงานอุตสาหกรรม

29


EXCLUSIVE INTERVIEW

นอกจากเรื่อง คน นโยบาย และวิธีการแลว เราตองมี IT ดวย ซึ่งการที่เราไดรับมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศ หรือ ISO 27001 ถือเปนอีกมาตรฐานหนึ่งที่เราใหความสําคัญ เปนการ ตอกยํ้าวา กระบวนการทํางานของเราเปนไปตามขอกําหนดและ มาตรฐานทุกประการ ทั้งหมดนี้ ลวนมีสวนทําใหการบริหาร จัดการโรงไฟฟา BLCP ของเราประสบผลสําเร็จตลอดระยะเวลา 7 ปที่ผานมา

ทามกลางวิกฤตพลังงาน บีแอลซีพีมีแผนงานใน อนาคตอยางไร? โรงไฟฟาพลังงานถานหินสะอาด เปนทางเลือกที่สําคัญสําหรับ การเปนแหลงพลังงานหลักเพื่อทดแทนกาซธรรมชาติที่กําลังจะ หมดไปในอีกไมชา ทั้งนี้ ถานหินยังเปนแหลงพลังงานที่มีตนทุน คอนขางตํ่ากวาพลังงานทางเลือกอื่นๆ เชน พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย พลังงานชีวมวล หรือชีวภาพ เปนตน อีก ทั้งการสํารวจแหลงถานหินที่มีอยูในโลก ประมาณการวาจะ สามารถใช ไดอีกกวา 200 ป แตเนื่องจากถานหินยังไมไดรับการ ยอมรับ เนื่องจากประชาชนมีความกังวลวาจะสงผลกระทบตอสิ่ง แวดลอม อีกทั้งนโยบายรัฐที่ยังไมมีความชัดเจนก็เปนอุปสรรค สําคัญของการเกิดขึ้นของโรงไฟฟาภายในประเทศ “ภายหลังการดําเนินงานกวา 7 ป เราคอนขางมั่นใจและเชื่อวา ดวยกระบวนการผลิต การบริหารจัดการสิ่งแวดลอมใหอยู ใน ขอกําหนดและเกณฑมาตรฐาน และการมีสวนรวมรับผิดชอบ ตอสังคมที่ไดดําเนินงานมาอยางตอเนื่อง รวมถึงการที่เรามี พื้นที่เหลือ ประกอบกับเรามีองคความรู และประสบการณที่ มากพอ เราสามารถขยายโรงไฟฟาจาก 2 หนวยผลิต (717 เมกะวัตต x 2) เปน 3 หนวยผลิตได“ อยางไรก็ตาม ตอใหเราพรอมเพียงใด หากอีกฝายหนึ่งที่สําคัญ คือ ภาครัฐยังไมพรอม เราก็ไมสามารถมีโรงที่สามได เนื่องจาก โรงไฟฟาไมสามารถขึ้นโครงการดวยตนเองได ตองรอนโยบายที่ ชัดเจนของรัฐดวยวาจะใหเราสรางหรือไม อยางไร ทั้งยังมีขั้น ตอนที่จะตองทํา E-HIA ซึ่งจากจุดนี้ ภาครัฐอาจจะตองนําแผน PDP มาทบทวนใหม เนื่องจากแผนเดิมเรามีโครงการที่จะกอสราง โรงไฟฟานิวเคลียรถึง 5 แหง กําลังการผลิตประมาณ 5,000

30

เมกะวัตต แผนดังกลาวนี้ไมสามารถเกิดขึ้นไดภายใน 5-10 ป ขางหนา เพราะการกอสรางโรงไฟฟาใชเวลาในการเตรียมการไม นอยกวา 7 ป หากอีก 7 ป เราตองการจะมีโรงไฟฟาที่เพิ่มขึ้น วันนี้เราจะตองเริ่มแลวครับ และการเริ่มนั้น จะตองไดรับการ ยอมรับจากชุมชนดวย

อนาคตพลังงานไทย ควรเดินหนาไปทิศทางใด? แนนอน อนาคตประเทศไทย และทุกประเทศทั่วโลก คงหลีกเลี่ยง ไมไดที่จะใชแหลงพลังงานหลักจากกาซธรรมชาติ ถานหิน หรือ นิวเคลียรในการผลิตกระแสไฟฟา สวนแหลงพลังงานอื่นๆ เชน พลังงานลม แสงอาทิตย ชีวมวลและชีวภาพ อาจเปนไดเพียง สวนเสริมประมาณ 5-10 เปอรเซ็นตของการผลิตกระแสไฟฟาใน แตละประเทศเทานั้น แมบางประเทศรวมถึงประเทศไทย จะ พยายามผลักดันตัวเลขการใช ใหเพิ่มขึ้นเปน 15-20 เปอรเซ็นต ซึ่งคงจะตองใชเวลาอยางนอย 10-20 ป ในอนาคต หากโรง ไฟฟานิวเคลียรหายไปจากแผนที่โลก ก็จะเหลือเพียงถานหิน และ กาซธรรมชาติ เพียง 2 ทางเลือกเทานั้น สําหรับผูประกอบการโรงไฟฟาที่ดี เราตองมองทั้งปจจัยภายใน และภายนอก ปจจัยภายใน คือ กระบวนการผลิต ขอกําหนด กฎหมายสิ่งแวดลอม ผูมีสวนไดเสีย (Stakeholders) พนักงาน รวมทั้งผูรับเหมาตางๆ จําเปนตองไดรับการดูแลอยางใสใจ สวนปจจัยภายนอกเราก็ตองใสใจดูแลดวย ทั้งเรื่องของชุมชน และกฎเกณฑตางๆ ทั้งหมดนี้ เราจะตองทําควบคูกันไป หมดยุค สมัยแลวที่วา โรงงานจะเปนแบบปดตัวเองอยูในรั้วทึบๆ ในทาง ตรงกันขาม เราตองสรางความรู ความเขาใจ เปดบานของเรา เพื่อสรางการยอมรับและความไววางใจ เมื่อเกิดการยอมรับและ ความไววางใจซึ่งกันและกัน สัมพันธภาพที่ดีจะเกิดขึ้นอยาง ยืนยาวโดยไมตองไปซื้อหา ผมคิดวาผูประกอบการ อุตสาหกรรมยุคใหมจะตองใสใจกับโลกภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป อยางรวดเร็ว และใหความสําคัญกับเรื่องสิ่งแวดลอมและสังคม หากกระบวนการผลิตสวนใดเกิดความผิดพลาด จะตองรีบแกไข และไมปกปดขอมูล ดวยวิธีนี้ไมเพียงจะทําใหชุมชนไววางใจ แตจะ เปนการยกระดับมาตรฐานของผูประกอบการที่ดีมีความรับผิด ชอบตอสังคมและชุมชนที่ แมจะตางมุมมอง แตเราก็พรอมที่จะ อยูรวมกันไดอยางมีความสุขและยั่งยืน


EXCLUSIVE INTERVIEW

ฉะนั้น ไมวาจะมีการกอสรางโรงไฟฟาประเภทใด ที่ไหน อยางไร และโรงไฟฟาจะมีระบบกําจัดของเสียที่ดีแคไหนนั้น เหนือสิ่งอื่นใด ทั้ง กฟผ. และผูประกอบการอุตสาหกรรมดานพลังงาน จะตอง เดินหนาสรางความรูความเขาใจที่ถูกตอง พรอมใหขอเท็จจริงถึง ปญหาตาง ๆ เพื่อลดความหวาดระแวงที่อาจจะเกิดขึ้นใหหมดไป พรอมสรางความมั่นใจจากประชาชนในพื้นที่ใหไดเชนเดียวกัน!! เราตองการที่จะชวยเหลือชุมชน สังคม และตองการเปนที่ ยอมรับของชุมชนโดยรอบ ดวยคํากลาวที่วา “บีแอลซีพี มุงมั่น สรางสรรคสังคมและชุมชนดวยความรับผิดชอบ อยูรวมกัน อยางมีความสุขและยั่งยืน”

หมดยุคสมัยแลวที่วา โรงงานจะเปนแบบ ปดตัวเองอยูในรั้วทึบๆ ในทางตรงกันขาม เราตองสรางความรู ความเขาใจ เปดบาน ของเรา เพื่อสรางการยอมรับและความไว วางใจ เมื่อเกิดการยอมรับและความไววางใจ ซึ่งกันและกัน สัมพันธภาพที่ดีจะเกิดขึ้นอยาง ยืนยาวโดยไมตองไปซื้อหา

ÅÒ¹¡Í§¶‹Ò¹ËÔ¹ª‹Ç§¡ÅÒ§¤×¹

31


ELECTRICAL ENGINEERING

วิศวกรรมไฟฟา ´Ã. ªÒުѠÍÁÃÇÔÀÒÊ

¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ

»ÃÔÞÞÒµÃÕ – ¤³ÐÇÔÈÇ¡ÃÃÁÈÒʵÏ ÊÒ¢ÒÇÔÈÇ¡ÃÃÁä¿¿‡Ò ¨ØÌÒŧ¡Ã³ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑ »ÃÔÞÞÒâ· – ÇÔÈÇ¡ÃÃÁä¿¿‡Ò, Aachen University of Technology, Germany »ÃÔÞÞÒàÍ¡ – ÇÔÈÇ¡ÃÃÁä¿¿‡Ò, Leibniz University of Hannover, Germany

¡Ò÷íÒ§Ò¹

Consultant, Siemens AG, Germany Electrical engineer, Samsung Thai Engineering »˜¨¨ØºÑ¹ Senior electrical engineer, ThyssenKrupp Industrial Solutions (Thailand)

การคํานวณหาขนาดพิกัดหมอแปลง ไฟฟาสําหรับงานอุตสาหกรรม (Transformer sizing for industrial application) หมอแปลงไฟฟาถือไดวาเปนอุปกรณไฟฟาที่มีความสําคัญลําดับ ตนๆ สําหรับโรงงานอุตสาหกรรมเนื่องจากเปนอุปกรณที่ใชรับ พลังงานไฟฟาจากระบบไฟฟาภายนอก (utility) ที่ระดับแรงดัน สูงแลวแปลงเปนระดับแรงดันใหเปนระดับที่เหมาะสมสําหรับการใช งานภายในโรงงาน ดังนั้นเพื่อใหการใชงานหมอแปลงมี ประสิทธิภาพสูงสุดรวมทั้งไมกอใหเกิดคาใชจายที่สูงเกินความ จําเปน เราควรเลือกหาหมอแปลงที่มีขนาดพิกัดใหเหมาะสมกับ งานนั้นๆ ทั้งนี้หมอแปลงที่ดีไมควรมีขนาดใหญหรือเล็กเกินไป ใน การคํานวณหาขนาดพิกัดหมอแปลงไฟฟานั้นเราตองคํานึงถึง

32

ปจจัยตางๆ อาทิเชน จํานวนโหลดทางไฟฟาทั้งหมดของโรงงาน และชนิดของโหลด รวมถึงการเผื่อขนาดหมอแปลงไวสําหรับการ ขยายโรงงานเพิ่มเติมในอนาคต บทความนี้ผูเขียนมีความตั้งใจนําเสนอวิธีการที่ใช ในการคํานวณ หาขนาดพิกัดหมอแปลงไฟฟาระบบจําหนายใหเหมาะสมสําหรับ การใชงานในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปเชนโรงงานปโตรเคมีหรือ โรงไฟฟา ทั้งนี้มีการยกตัวอยางการคํานวณโดยอางอิงจาก ขอมูลของโรงงานอุตสาหกรรมแหงหนึ่งเพื่อใหผูอานมีความ เขาใจในวิธีการคํานวณที่นําเสนอมากยิ่งขึ้น


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ

ขอมูลเบื้องตนสําหรับการคํานวณ สําหรับการคํานวณหาขนาดพิกัดของหมอแปลงที่เหมาะสมนั้น ขอมูลอันดับแรกที่เราตองการคือขอมูลโหลดทางไฟฟาของ โรงงาน (electrical load list) เพื่อแสดงใหเห็นวาโหลดแตละ ชนิดมีความตองการใชไฟฟามากนอยเพียงใดและเปนโหลดไฟฟา ประเภทใดเพื่อจะไดสามารถแบงเปนหมวดหมูไดอยางถูกตอง ยก ตัวอยางเชน โหลดมอเตอร โหลดแสงสวาง โหลดระบบปรับ อากาศ โหลดบางชนิดที่มีความสําคัญมากๆ จะตองตอผาน อุปกรณยูพีเอส (UPS) เพื่อใหมีไฟสํารองจายในกรณีฉุกเฉิน ยก ตัวอยางเชน ระบบควบคุมการผลิต (Distributed Control System – DCS) และระบบหยุดการผลิตในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Shut Down System – ESD) โหลดแสงสวางที่ใช ใน กรณีฉุกเฉิน (emergency lighting) เพื่อใหแสงสวางแกผูปฏิบัติ การในการอพยพไปสูพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนั้นระยะเวลาที่โหลดถูกใชงาน (operation type) ก็มี ความสําคัญและตองนํามาพิจารณาดังนี้ 1. โหลดที่ใชงานตอเนื่อง (continuous load) คือโหลดไฟฟาที่ใช งานตอเนื่องไมนอยกวาสามชั่วโมงหรือมากกวานั้น ตัวอยางเชน มอเตอรที่ใช ในการขับเคลื่อนใบกวน (agitator) ใชสําหรับกวน สารที่อยูภายในแทงคเพื่อใหสารนั้นผสมใหเขากันและอยูในสภาวะ ที่เหมาะสมสําหรับการใชงาน โหลดประเภทนี้ถือวาเปนโหลดตอ เนื่อง

ความสําคัญมากๆ จะตองมีไวสองตัว ซึ่งในเวลาปกติจะทํางาน เพียงแคหนึ่งตัว อีกหนึ่งตัวจะถูกสํารองไว หลังจากที่ไดทําการวิเคราะหโหลดทางไฟฟา (electrical load analysis) ของโหลดทุกตัวภายในโรงงานแลว ขั้นตอนตอไปจะ ทําการรวมกลุมของโหลดประเภทเดียวกันใหตอเขากับตู โหลด ไฟฟา (load panel) ชนิดเดียวกัน เพื่อแสดงใหเห็นถึงปริมาณ การใช ไฟฟาโดยแบงแยกตามชนิดของตู ไฟฟา ตัวอยางของตู โหลดไฟฟาเชน ตู โหลดวงจรแสงสวาง (lighting panel), ตู มอเตอรซอฟทสตารท (softstart panel) สําหรับการใช งานมอเตอรที่ตองการจํากัดกระแสสตารทโดยใชวงจร อิเล็กทรอนิกส, ตูมอเตอรที่มีการควบคุมความเร็ว (variable speed drive panel) สําหรับการใชงานมอเตอรที่ตองการ ควบคุมความเร็วรอบและแรงบิด ตูควบคุมวงจรมอเตอร (Motor Control Center - MCC), ตูสํารองไฟฟา UPS สําหรับโหลดที่มี ความสําคัญที่ตองมีการสํารองไฟฟา หลังจากนั้นขั้นตอนตอไป จึงทําการรวมการใช ไฟฟาทั้งหมดของทุกตูรวมกันเพื่อใหได ปริมาณการใช ไฟฟาทั้งหมดของทั้งโรงงานแลวจึงนําไปพิจารณา เลือกขนาดพิกัดของหมอแปลงใหเหมาะสม

2. โหลดที่ใชงานไมตอเนื่อง (intermittent load) คือโหลดไฟฟา ที่ทํางานเปนชวงเวลาสั้นๆ ตัวอยางเชน มอเตอรที่ใช ในการขับ เคลื่อนรอก (electric hoist) สําหรับเคลื่อนยายของจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่ง โหลดประเภทนี้จะถือวาเปนโหลดไมตอเนื่อง 3. โหลดสํารอง (stand-by load) คือโหลดไฟฟาที่ในสภาวะ ปกติไมถูกใชงาน แตจะทํางานก็ตอเมื่อโหลดชนิดเดียวกันเกิด ชํารุดหรือถูกนําไปซอมแซม โหลดประเภทนี้มีไวสํารองเพื่อไมให กระบวนการผลิตหยุดชะงัก ตัวอยางเชน มอเตอรที่ใชขับปมที่มี

33


ELECTRICAL ENGINEERING

วิธีการคํานวณ สําหรับการคํานวณหาขนาดพิกัดของหมอแปลงจะทําโดยอางอิงขอมูลการใช ไฟฟาของโรงงานในสองชวงคือชวงโหลดปกติ (normal load condition) และชวงโหลดสูงสุด (peak load condition) โดยการใช ไฟฟาของโรงงานในสองชวงสามารถคํานวณได โดยใชสูตรใน ตารางที่ 1 ตารางที่ 1: สูตรการคํานวณหาขนาดโหลดทั้งหมดสําหรับชวงโหลดปกติและชวงโหลดสูงสุด Operating condition Total loads at normal condition Total loads at peak condition

Power consumption = Continuous loads * X + Intermittent loads * Y = Continuous loads * X + Intermittent loads * Y + Two largest stand-by motor loads

สัมประสิทธิ์โหลด X และ Y ในตารางที่ 1 มีไวเพื่อบอกนํ้าหนักหรือความสําคัญของโหลดแตละประเภทเพื่อนําไปคํานวณหาขนาดโหลด ไฟฟาทั้งหมด ในบทความนี้ผูแตงเสนอใหคาสัมประสิทธิ์ X สําหรับโหลดที่ใชงานตอเนื่อง และสัมประสิทธิ์ Y สําหรับโหลดที่ใชงานไมตอ เนื่องควรมีคาดังตารางที่ 2 ซึ่งจะเห็นไดวาโหลดที่ใชงานไมตอเนื่องจะถูกนําไปคํานวณหาขนาดโหลดไฟฟาทั้งหมดโดยมีนํ้าหนักเพียงแค 30% ซึ่งจะตางกับโหลดที่ใชงานตอเนื่องที่จะถูกนําไปคํานวณโดยมีนํ้าหนักทั้งหมด 100%

ตารางที่ 2: คาสัมประสิทธิ์โหลด X และ Y สัมประสิทธิ์ X Y

คา 1.0 0.3

สําหรับการคํานวณหาขนาดโหลดไฟฟาที่ใชงานในชวงโหลดสูงสุดจําเปนตองพิจารณาถึงโอกาสที่โหลดสํารองจะถูกใชงาน ซึ่งในบทความ นี้ผูแตงจะพิจารณาเพียงแคโหลดสํารองที่เปนมอเตอรไฟฟาตัวที่ใหญที่สุดเพียงสองตัวเทานั้น ซึ่งก็เพียงพอที่จะทําให ไดขนาดโหลดไฟฟาที่ เหมาะสมที่ใชงานในชวงโหลดสูงสุด

ตัวอยางการคํานวณหาขนาดพิกัดของหมอแปลงไฟฟา ตัวอยางสําหรับการคํานวณตอไปนี้อางอิงขอมูลการใชไฟฟาของโรงงานอุตสาหกรรมแหงหนึ่งซึ่งมีคาตามตารางที่ 3

34


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ ตารางที่ 3: ขอมูลการวิเคราะหโหลดทางไฟฟาของโรงงานอุตสาหกรรมแหงหนึ่ง Operation Type Continuous loads Intermittent loads Largest stand-by motor-1 Largest stand-by motor-2

kW

kVAR

kVA

23,092 898 1,661 1,275

12,388 616 736 722

26,205 1,089 1,817 1,465

เมื่อนําเอาคาขอมูลโหลดทางไฟฟาในตารางที่ 3 ไปคํานวณหาขนาดโหลดทั้งหมดของโรงงานในชวงโหลดปกติและชวงโหลดสูงสุดตามสูตร ที่ให ไว ในตารางที่ 1 เราจะไดผลลัพธจากการคํานวณดังที่แสดงไว ในตารางที่ 4

ตารางที่ 4: ขอมูลโหลดทั้งหมดของโรงงานในชวงโหลดปกติและชวงโหลดสูงสุด Operating condition Total loads at normal condition (ONAN rating) Total loads at peak condition Total loads at peak condition + 10% margin (ONAF rating)

kW

kVAR

kVA

23,361 26,297 28,927

12,573 14,031 15,434

26,530 29,806 32,787

จากผลลัพธการคํานวณในตารางที่ 4 จะเห็นไดวาขนาดพิกัดหมอแปลงที่เหมาะสมสําหรับใชงานในชวงโหลดปกติ (ONAN rating) คือ 28 MVA สําหรับการใชงานในชวงโหลดสูงสุดรวมถึงการพิจารณาโอกาสในการเพิ่มโหลดในอนาคตอีก 10% (ONAF rating) หมอแปลง ที่เหมาะสมควรจะมีขนาด 35 MVA ดังนั้นหมอแปลงที่มีขนาด 28 MVA (ONAN) / 35 MVA (ONAF) จะเหมาะสมสําหรับใช ในโรงงาน อุตสาหกรรมแหงนี้ ตารางที่ 5 บอกถึงเปอรเซ็นตการใชงานหมอแปลงเมื่อเทียบกับขนาดพิกัดที่เลือกใช (loading factor) ที่สภาวะโหลด ปกติและโหลดสูงสุด

ตารางที่ 5: เปอรเซ็นตการใชงานหมอแปลงเมื่อเทียบกับขนาดพิกัดที่เลือกใช Operating condition Total loads at normal condition

Actual consumption kVA 26,530

Total loads at peak condition

32,787

Transformer rating kVA

Loading factor (%)

28,000 (ONAN rating) 35,000 (ONAF rating)

94.75% 93.68%

35


ELECTRICAL ENGINEERING

ปจจัยอื่นๆ ที่ตองพิจารณา การเลือกขนาดอุปกรณไฟฟาเชน มอเตอรไฟฟาใหมีขนาดที่ เหมาะสมไมใหญจนเกินไปก็มีสวนสําคัญทั้งในดานราคาของ อุปกรณนั้นๆ และปริมาณการใชไฟโดยรวมของโรงงาน นอกจากนั้นการแกตัวประกอบกําลังไฟฟา (power factor correction) โดยการติดตั้งคาปาซิเตอรแบงค (capacitor bank) ซึ่งมีวัตถุประสงคหลักเพื่อชดเชยความตองการใชกําลัง ไฟฟารีแอคทีฟ (reactive power) ซึ่งสวนใหญเกิดจากมอเตอร ที่ใชภายในโรงงาน โดยทั่วไปจะกําหนดให โรงงานมีคาตัวประกอบ กําลังไฟฟาไมนอยกวา 0.9 ที่จุดรับไฟ โรงงานที่มีการชดเชย กําลังไฟฟารีแอคทีฟจะทําใหมีความตองการขนาดพิกัด หมอแปลงที่เล็กลง นอกจากการเลือกขนาดพิกัดของหมอแปลงใหเพียงพอสําหรับ การใชงานแลว คุณสมบัติอื่นๆ ที่สําคัญของหมอแปลงที่ตอง คํานึงถึงสําหรับการเลือกใชงานหมอแปลงไฟฟาสําหรับงาน อุตสาหกรรมมีดังนี้ 1. แรงดันพิกัดของหมอแปลงทางดานปฐมภูมิ (primary) และ ดานทุติยภูมิ (secondary) เชนหมอแปลง 11 kV/ 0.43 kV จะ เหมาะสมสําหรับรับแรงดัน 11 kV ทางดานปฐมภูมิ และ 0.43 kV ทางดานทุติยภูมิ 2. ประเภทการพันขดลวด โดยทั่วไปแลวสําหรับหมอแปลงไฟฟา ระบบจําหนาย นิยมใหขดลวดทางดานปฐมภูมิ (primary) ที่ตอ เขากับระบบไฟฟาแรงดันสูงภายนอกเปนแบบเดลตา (delta) สวนขดลวดดานทุติยภูมิ (secondary) นิยมเลือกเปนแบบวาย (wye) ตัวอยางหมอแปลงชนิดนี้เชน Dyn1, Dyn11 ขอดีของ การตอแบบวายทางดานทุติยภูมิคือความสามารถในการใช ประโยชนของจุดนิวทรัล ซึ่งมีความจําเปนโดยเฉพาะอยางยิ่ง สําหรับโหลดประเภทหนึ่งเฟสที่ตอกับระบบไฟฟาแรงดันตํ่าภายใน โรงงานเชนระบบแสงสวาง จุดนิวทรัลที่ดานทุติยภูมิของ หมอแปลงสามารถตอกับกราวนโดยตรง (directly grounded) หรือผานตัวตานทานทางไฟฟา (grounded via impedance)

36

เพื่อจํากัดกระแสลัดวงจร หรือปลอยจุดนิวทรัลลอยไว (isolated neutral) ทั้งนี้ควรเลือกใหสัมพันธกับการออกแบบระบบ กราวนภายในโรงงาน 3. คาความตานทานทางไฟฟาของหมอแปลง หรือที่รูจักกันโดย ทั่วไปวา %Z ซึ่งเทียบกับคาความตานทานพิกัดของหมอแปลง คา %Z ตองเลือกใหเหมาะสมโดยอาศัยหลักการที่วาควรมีคา มากในระดับหนึ่งเพื่อจํากัดกระแสลัดวงจรที่ผานหมอแปลง แตไม ควรมีคามากจนเกินไปเนื่องจากจะทําใหเกิดความสูญเสียทาง ไฟฟาในหมอแปลงตลอดเวลาโดยไมจําเปน คาความตานทาน %Z ที่เหมาะสมสามารถหาไดจากการศึกษา load flow และ short circuit


สัมELECTRICAL ภาษณENGINEERING พิเศษ ออกจากระบบ อีกประเภทคือ No Load Tap Changer (NLTC) โดยตองปลดหมอแปลงออกจากระบบกอนทําการปรับแท็ป ตัวอยางการระบุแท็ปเชน 2 ± 2.5% หมายถึงความสามารถใน การชดเชยระดับแรงดันโดยการปรับตําแหนงแท็ปไดทั้งหมดหา ตําแหนงซึ่งคือระดับแรงดัน +5%, +2.5%, 0%, -2.5%, -5% เทียบกับระดับแรงดันพิกัด 5. พัดลมระบายความรอนซึ่งจะถูกติดตั้งไวที่หมอแปลงเพื่อดูด เอาลมจากภายนอกมาใช ในการเรงระบายความรอนออกจาก หมอแปลง (forced air cooling) เพื่อใหหมอแปลงสามารถรับ โหลดไดมากขึ้นกวาปกติ โดยทั่วไปพัดลมระบายความรอนจะถูก ใชงานในชวงโหลดสูงสุด (peak load condition) สําหรับ หมอแปลงชนิดที่มีนํ้ามันเปนฉนวนไฟฟาที่ติดตั้งพัดลมระบาย ความรอนจะรูจักกันในชื่อ ONAF (Oil Natural Air Forced) สําหรับหมอแปลงนํ้ามันที่ไมไดติดตั้งพัดลมระบายความรอนจะ เรียกวา ONAN (Oil Natural Air Natural) หลักการที่กลาวมาแลวขางตนจะตองนํามาพิจารณาประกอบใน การเลือกหมอแปลงไฟฟาเพื่อให ไดหมอแปลงที่มีความเหมาะสม สําหรับใชงาน

4. อุปกรณเพื่อปรับระดับแรงดันไฟฟา หรือที่รูจักกันวาการปรับ แท็ป (tap changer) โดยทั่วไปอุปกรณนี้จะถูกติดตั้งทางดานขด ลวดปฐมภูมิ เพื่อรักษาระดับแรงดันไฟฟาทางดานทุติยภูมิใหคงที่ หลักการทํางานของอุปกรณชนิดนี้คือการเปลี่ยนตําแหนงแท็ป ทางดานขดลวดปฐมภูมิที่ตอกับระบบไฟฟาภายนอกเพื่อชดเชย กับระดับแรงดันไฟฟาภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งจะสงผลโดยตรงตอระดับแรงดันไฟฟาทางดานทุติยภูมิที่ตอ เขากับโรงงานใหสามารถรักษาระดับแรงดันไฟฟาใหคงที่ การปรับ แท็ปมีสองประเภทคือ On Load Tap Changer (OLTC) คือ สามารถปรับตําแหนงแท็ปโดยอัตโนมัติโดยไมตองปลดหมอแปลง

บทสงทาย การเลือกขนาดพิกัดหมอแปลงสําหรับใช ในงานอุตสาหกรรม สามารถทําได โดยใชหลากหลายวิธีขึ้นอยูกับประสบการณของ แตละบุคคล สําหรับบทความนี้ผูเขียนตั้งใจนําเสนอทางเลือกหนึ่ง ซึ่งเปนวิธีคํานวณที่สามารถนําไปประยุกตใช ไดกับงาน อุตสาหกรรมทั่วไปเชน โรงงานปโตรเคมีหรือโรงไฟฟา โดยที่วิธีที่ นําเสนอไมซับซอนมากนักซึ่งทําใหงายตอการนําไปประยุกตใช ตัวอยางที่ถูกนํามาใช ในการคํานวณก็เพื่อใหผูอานเขาใจวิธี คํานวณที่นําเสนอมากยิ่งขึ้น

37


GURU’S WRITING ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ ÇÔÈÇ¡ÃÃÁÈÒʵϺѳ±Ôµ ¨ØÌÒŧ¡Ã³ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑ ÇÔÈÇ¡ÃÃÁÈÒʵÏÁËҺѳ±Ôµ Nagoya University, Japan ÇÔÈ¡ÃÃÁÈÒʵÏ´Øɮպѳ±Ôµ Nagoya University, Japan ¡Ò÷íÒ§Ò¹ ÃͧËÑÇ˹ŒÒÀҤϽ†ÒÂÇҧἹáÅлÃСѹ¤Ø³ÀÒ¾ ÀÒ¤ÇÔªÒÇÔÈÇ¡ÃÃÁä¿¿‡Ò ¤³ÐÇÔÈÇ¡ÃÃÁÈÒʵÏ ¨ØÌÒŧ¡Ã³ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑÂ

ครูไฟฟา

´Ã. ªÒ޳礏 ºÒÅÁ§¤Å

อิมพีแดนซของหมอแปลงไฟฟา

บนปายประจําตัวของหมอแปลงทุกตัว จะมีขอมูลพารามิเตอรที่สําคัญของหมอแปลงแสดงอยู ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคาอิมพีแดนซ (%Z) หรือ คาแรงดันอิมพีแดนซ (%U) ดังแสดงในรูปที่ 1 คาที่วานี้คืออะไร เปนขอมูลที่เปนประโยชนตอผู ใชงานหมอแปลงอยางไรบาง เราจะไปเรียนรูกัน

รูปที่ 1 ปายประจำตัวของหมอแปลง

นิยาม %U เปนคาเปอรเซ็นตของแรงดันพิกัดทางดานปฐมภูมิที่ปอนใหกับ หมอแปลงในขณะที่ลัดวงจรทางดานทุติยภูมิแลวทําใหมีกระแสไหล เทากับกระแสพิกัด คานี้สามารถใชบงบอกอิมพีแดนซภายในของ หมอแปลง %Z ในรูปของ per unit ซึ่งเปนประโยชนสําหรับวิศวกร ไฟฟาที่จะนําไปใช ในการคํานวณ โดย อิมพีแดนซของหมอแปลง

ประกอบดวยคาความตานทานของขดลวดทั้งสองขดลวด กับคารี แอกแตนซรั่ว (Leakage reactance) ระหวางขดลวดทั้งสอง ซึ่งขึ้น กับจํานวนรอบของขดลวด การจัดวาง พื้นที่และระยะการเดินทางของ ฟลักซแมเหล็ก คาแรงดันอิมพีแดนซสามารถหาได โดยการทดสอบ ลัดวงจร (Short-circuit test)

ตัวอยางที่ 1 การทดสอบลัดวงจรของหมอแปลงเฟสเดียวพิกัด 25 kVA 6.6 kV/240 V ไดผลดังแสดงในรูปที่ 1 3.79 A

25 kVA 6.6 kV/240 V

198 V

38

- พิกัดกระแสดานปฐมภูมิ = 25 kVA / 6.6 kV = 3.79 A - พิกัดกระแสดานทุติยภูมิ = 25 kVA / 240 V = 104.17 A - แรงดันอิมพีแดนซ %U = 198 V/ 6.6 kV = 0.03 = 3% - เมื่อปอนแรงดัน 198 V แลวมีกระแสไหล 3.79 A แสดงวา หมอแปลงมีอิมพีแดนซ 198 V/3.79 A = 52.24 Ω - หมอแปลงมีอิมพีแดนซฐาน = แรงดันพิกัด/กระแสพิกัด = 6.6 kV/3.79 A = 1,741.42 Ω

- อิมพีแดนซหมอแปลง %Z = 52.24 Ω /1,741.42 Ω = 0.03 p.u. = 3% แสดงวาหมอแปลงมีแรงดันอิมพีแดนซ หรือ มี เปอรเซ็นตอิมพีแดนซเทากับ 3%


GURU’S WRITING สัมภาษณ พิเศษ

การนําไปใชงาน %Z จะชวยบงบอกแรงดันตกภายในหมอแปลงเมื่อหมอแปลงจาย โหลด ยิ่งคา %Z มาก แสดงวามีอิมพีแดนซภายในมาก จึงมีแรงดัน ดันตกภายในหมอแปลงมากเมื่อตองจายกระแสโหลดเพิ่มมากขึ้น สง ผลใหแรงดันขาออกจากหมอแปลงที่โหลดไดรับเปลี่ยน แปลงอยาง มากจากสภาวะไร โหลดจนถึงสภาวะจายโหลดเต็มที่ หรือเรียกวาการ คุมคาแรงดัน (Voltage regulation) ไมดี แตเราสามารถควบคุม คาแรงดันขาออกของหมอแปลงใหอยูในระดับที่พอเหมาะกับโหลด โดยการปรับแทปของหมอแปลงเพื่อชวยชดเชยแรงดันตกในตัว หมอแปลงและสายไฟฟาที่ตอไปยังโหลด แมวาคา %Z ที่นอยจะสงผลดีตอการจายโหลดของหมอแปลงใน สภาวะปกติ เพราะแรงดันที่จายให โหลดจะไมเปลี่ยนแปลงไปตามการ เปลี่ยนแปลงของโหลดมากนัก แตเมื่อเกิดความผิดพรองทางดาน โหลดของหมอแปลง คาอิมพีแดนซของหมอแปลงจะชวยจํากัดกระแส ลัดวงจร หากหมอแปลงมีคา %Z นอย จะทําใหกระแสลัดวงจรมีคา มาก กรณีที่ไมพิจารณาอิมพีแดนซของแหลงจาย เมื่อเกิดความผิด พรองแบบสามเฟสที่ขั้วของหมอแปลงทางดานทุติยภูมิ จะสามารถ คํานวณหาคากระแสลัดวงจร (IF) และกําลังลัดวงจร (kVASC) ไดดังนี้

ในทางปฏิบัติคากระแสลัดวงจรจะมีคาตํ่ากวานี้ เพราะจะมีอิมพีแดนซ ของแหลงจายและอิมพีแดนซของสายไฟฟาจากแหลงจายมายัง หมอแปลงชวยในการจํากัดกระแสลัดวงจรดวย นอกจากนี้ คา %Z ของหมอแปลงจะมีผลตอการแบงโหลดในกรณีที่ นําหมอแปลงสองตัวมาตอขนานกัน โดยเราสามารถคํานวณหาคา กําลังที่หมอแปลงแตละตัวจายใหกับโหลดไดจาก โดย

kVAr1 = พิกัด kVA ของหมอแปลงตัวที่ 1 kVAr2 = พิกัด kVA ของหมอแปลงตัวที่ 2 kVAL = kVA ของโหลด %Z1 = %Z ของหมอแปลงตัวที่ 1 %Z2 = %Z ของหมอแปลงตัวที่ 2

สมการขางตนจะถูกตองเฉพาะกรณีที่อัตราสวน X/R ของหมอแปลง ทั้งสองตัวเทากันและมีคามากๆ ตัวอยางที่ 3 หากนําหมอแปลงซึ่งมีพิกัด 25 kVA 6.6 kV/240 V จํานวน 2 ตัวมาตอขนานกันเพื่อจายโหลดขนาด 45 kVA โดยตัวที่ หมอแปลงตัวที่ 1 มี %Z = 3% หมอแปลงตัวที่ 2 มี %Z = 4%

(1) (2) โดย

IN = กระแสพิกัดของหมอแปลง kVAr = พิกัดกําลังของหมอแปลง

เพราะกระแสลัดวงจรและกําลังลัดวงจรมีคาสูง อุปกรณปองกันจึง ตองรีบตัดแหลงจายไฟฟาออกจากหมอแปลง เพื่อไมใหหมอแปลง เสียหายจากความรอนและแรงกลที่เกิดขึ้นจากกระแสลัดวงจร ตัวอยางที่ 2 หากเกิดความผิดพรองแบบสามเฟสขึ้นที่ขั้วทางดาน ทุติยภูมิของหมอแปลงในตัวอยางที่ 1 - IF = 1/0.03x104.17 = 3,472.3 A - kVAsc = 25 kVA/ 0.03 = 240 V x 3,472.3 A = 833.3 kVA

(3)

จะเห็นไดวาหมอแปลงแตละตัวมีภาระในการจายโหลดไมเทากัน เนื่องจาก %Z ของหมอแปลงที่แตกตางกัน โดยหมอแปลงตัวที่ 1 ซึ่ง มีอิมพีแดนซตํ่ากวาจะจายกระแสมากกวาหรือจายกําลังให โหลด มากกวาจนเกินพิกัดกําลัง ขณะที่หมอแปลงตัวที่ 2 ซึ่งมีอิมพีแดนซ สูงกวาจะจายกําลังให โหลดนอยกวา การนําหมอแปลง 2 ตัวนี้มาตอ ขนานกันเพื่อชวยกันจายโหลดจึงจายโหลดไดนอยกวาผลรวมกําลัง พิกัดของหมอแปลง 2 ตัว (<50 kVA) ในกรณีที่นําหมอแปลงไปจายไฟฟาใหกับมอเตอรตัวใหญๆ กระแสพุง เขา (Inrush current) ตอนเริ่มเดินเครื่องจะสงผลใหเกิดแรงดันตกชั่ว ขณะ (Voltage dip) เนื่องจากอิมพีแดนซภายในของหมอแปลงและ สายไฟฟาที่ตอไปยังมอเตอร อาจทําใหไมสามารถสตารทมอเตอรได จึงตองเลือกขนาดพิกัดของหมอแปลงและแรงดันอิมพีแดนซให เหมาะสม ซึ่งจะกลาวตอไปในตอนหนา

(4)

39


DRAWING ROOM

หองรับแขก ¨ÔÃÇѲ¹ à¡ÉÁǧȏ¨ÔµÃ

¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ »ÃÔÞÞÒµÃÕ ¤³ÐÈÔÅ»ÈÒʵÏ ÊÒ¢Ò¡ÒõÅÒ´ ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑÂÃÒªÀѯ¸¹ºØÃÕ ¡Ò÷íÒ§Ò¹ ¼ÙŒ¨Ñ´¡ÒÃʋǹ¸ØáÒâÒ ºÃÔÉÑ· ¶ÔÃä·Â ¨íÒ¡Ñ´ (ÁËÒª¹)

ตอนรับการประปานครหลวง ปฐมฤกษเปดหองรับแขกถิรไทย ของ Tirathai Journal ในฉบับนี้ ไดรับเกียรติจากหนวย งานรัฐวิสาหกิจ “การประปานครหลวง” โดยกอนจะใหการตอนรับคณะแขกผูมีเกียรติ ผู เขียนขอนําประวัติความเปนมาของการประปานครหลวง มาเลาสูกันฟงพอสังเขป ดังนี้ การประปานครหลวง เปนหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่มีประวัติความเปนมา และเปนที่ยอมรับในเรื่องคุณภาพของนํ้าประปา และเชื่อมั่นในการให บริการมาอยางยาวนาน กิจการของการประปาฯ ไดเริ่มกอตั้งขึ้นในวันที่ 13 กรกฏาคม พ.ศ. 2452 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวไดประกาศ พระบรมราชโองการทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯใหกรมศุขาภิบาล จัดการที่จะนํานํ้ามาใช ในพระนครตามแบบอยางที่สมควรแกภูมิประเทศ การที่จะตองจัดทํานั้นคือ • ใหตั้งทําที่นํ้าขังที่คลองเชียงรากแขวงเมืองปทุมธานี อันเปนที่พน เขตนํ้าเค็มขึ้นถึงทุกฤดู • ใหขุดคลองแยกจากที่ยังนํ้านั้นเปนทางนํ้าลงมาถึงคลองสามเสนฝง เหนือตามแนวทางรถไฟ • ตั้งโรงสูบขึ้น ณที่ตําบลนั้นสูบนํ้าขึ้นยังที่เกรอะกรองตามวิธีใหนํ้า สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากสิ่งซึ่งจะเปนเชื้อโรคแลวจําหนายนํ้าไปในที่ ตางๆ ตามควรแกทองที่ของเขตพระนคร กิจการอยางนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเรียกตามภาษา สันสกฤต เพื่อจะใหเปนคําสั้นวา “การประปา” ตอนหนึ่งของพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจา อยูหัว ในการเปดกิจการประปากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2457 ความวา

40

“ขอประปาจงเปนผลสําเร็จสมความพระราชประสงคของสมเด็จพระ ชนกนารถของเรา และความประสงคของเราแลความประสงคของ ทานทัง้ หลาย บรรดาที่ไดชว ยทําการอันนีส้ าํ เร็จ ขอนํา้ ใสอันจะหลัง่ จากประปานี้ จงเปนเครือ่ งประสารสรรพโรครายทีจ่ ะเบียดเบียนให รายแกประชาชนผูเ ปนพสกนิกรของเรา ขอนํา้ อันนีท้ ี่ไดรบั พรแลว โดยพระสงฆไดสวดมนต และโดยเราไดตงั้ ใจใหพร จงบันดาลใหเปน นํา้ มนตทาํ ใหประชาชนมีความสุขสวัสดิผ์ อ งแผว เจริญทัว่ ทุกตัวคน ตัง้ แตวนั นีเ้ ปนตนไป” และเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยู หัว เสด็จมาทรงเปดกิจการโดยมีชื่อเรียกในครั้งนั้นวา “การประปา กรุงเทพ” มีกรมสุขาภิบาล กระทรวงนครบาลเปนผูรับผิดชอบดําเนิน งาน กิจการประปาไดกาวหนาขึ้นเปนลําดับจากที่เคยจําหนายเฉพาะใน เขตพระนคร ไดขยายการจําหนายไปยังฝงธนบุรี โดยวางทอตามแนว สะพานพุทธยอดฟาไปยังถนนประชาธิปกและสมเด็จเจาพระยา ตอ มาระหวางสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานพุทธยอดฟาถูกระเบิดทําลาย


DRAWING สัมภาษณ พิเศษROOM เปนเหตุใหทอประปาที่วางไวเกิดชํารุดเสียหายไปดวย ทําใหการจายนํ้า ไปยังฝงธนบุรีตองหยุดชะงัก เทศบาลนครธนบุรีจึงไดเริ่มกิจการ ประปาของตนเอง โดยขุดเจาะบอบาดาลเพื่อใหบริการนํ้า หลังสงครามโลกครั้ง ที่ 2 สิ้นสุดลงในป พ.ศ.2489 โรงงาน ผลิตนํ้าสามเสนเปน โรงกรองนํ้าแหงเดียว ในขณะนั้น ผลิตนํ้าได นอย ไมเพียงแตการบริการนํ้าประปาที่เกิดสภาพนํ้าไหลออน และไม ไหลเปนบริเวณกวาง ไฟฟาก็เชนเดียวกัน เกิดสภาพดับ ๆ เปด ๆ รัฐบาลจึงตั้งคณะกรรมการพัฒนาปรับปรุงกิจการไฟฟาและประปาขึน้ โดยมีหลวงบุรกรรมโกวิท อธิบดีกรมโยธาในสมัยนัน้ เปนประธาน และ เพือ่ แกปญ  หานํา้ ไฟไมพอใช จึงไดมนี โยบายใหระงับการขอติดตัง้ ไฟฟา และประปาเปนการชัว่ คราว จนกวาจะมีการปรับปรุงกิจการทัง้ 2 ชนิด นี้ใหเพียงพอ ตอมาไดมีการรวมและโอนกิจการประปาไฟฟาใหเปนรัฐวิสาหกิจ โดย รัฐบาลไดออกพระราชบัญญัติการประปานครหลวง ให โอนกิจการ ประปากรุงเทพ กรมโยธาเทศบาล การประปานนทบุรี การประปา เทศบาลนครธนบุรี และการประปาเทศบาลสมุทรปราการ รวมเปน กิจการเดียวกัน เรียกวา “การประปานครหลวง” เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2510 โดยประธานกรรมการการประปานครหลวงทาน แรก คือ พล.อ.ประภาส จารุเสถียร และแตงตั้งอธิบดีกรมโยธา เทศบาล นายดํารงค ชลวิจารณ เปนผูวาการการประปานครหลวง จวบจนถึงปจจุบัน เปนเวลากวา 1 ศตวรรษ ที่การประปาฯ ได ให บริการนํ้าประปาแกคนกรุงเทพฯ ดวยดีเสมอมา โดยความตั้งใจที่จะให บริการเพื่อใหประชาชนมีความพึงพอใจในเรื่องความสะดวก รวดเร็ว ถูกตอง ตรวจสอบได เหนือสิ่งอื่นใดคือการสรางความมั่นใจใน คุณภาพนํ้าประปาวามีคุณภาพไดมาตรฐาน สามารถดื่มไดทุกพื้นที่ โดยมีเปาหมายของการดําเนินงานขององคกรเพื่อใหเปน “องคกรชั้น นําที่ใหบริการงานประปา ที่มีคุณภาพตอบสนองความตองการของ สังคม” ในสวนของตราสัญลักษณของ การประปานครหลวงนั้น ประกอบ ดวยสวนประกอบหลัก 3 สวน ไดแก สัญลักษณพระแมธรณี ชื่อ การประปานครหลวง และเสนนํ้า โดยมีความหมายดังนี้

• สัญลักษณพระแมธรณี มีความหมายสื่อถึงความเอื้ออารีของการ ประปานครหลวง และใหความหมายถึงธุรกิจประปา • เสนนํ้า ที่เริมจากสีเขียวธรรมชาติมาสูสีฟาใส มีความหมายถึง การนํานํ้าจากแหลงธรรมชาติมาบําบัดใหสะอาด สูประชาชนใน นครหลวง อันเปนภารกิจหลักของการประปานครหลวง และตอกยํ้า ถึงความสะอาดของนํ้า (นํ้าประปาดื่มได) และยังสะทอนถึงวิสัยทัศน ของแบนดการประปานครหลวง ในการเสริมสรางคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ของประชาชนในนครหลวง • ลักษณะเสนนํ้าที่เปนเสนโคง หมายถึงการไมหยุดนิ่งและพัฒนาไม หยุดยั้งของการประปานครหลวง โดยที่มาของสัญลักษณพระแมธรณีนั้น มาจากเมื่อครั้งที่พระบาทสม เด็จพระมงกุฏเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ 6 เสด็จเปดกิจการการ ประปากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2457 โดยมีพระ ราชดํารัสตอนหนึ่งความวา “อนึ่ง ทานทั้งหลายที่ไดชวยเราทําการอันนี้ ใหสําเร็จไปได ควรรูสึก ปลื้มใจวาไดทําการอันประโยชนแลกุศลอยางยิ่ง เพราะนํ้าซึ่งใส สะอาดบริสุทธิ์ ใคร ๆ ยอมรูอยูแลวทั้งในโบราณแลบัดนี้วาเปนของ จําเปนเพื่อประโยชนแลเพื่อความสุขสําหรับปองกันโรคอันตรายของ มนุษย นํา้ ใสสะอาดยอมเปนเครือ่ งบําบัดโรคไดดกี วาโอสถหรือเภสัชช ทัง้ หลาย เพราะฉะนัน้ สิง่ ไรทีน่ บั วาเปนมลทินโทษ ทานโบราณาจารย จึงตองสอนใหใชนํ้าเปนเครื่องชําระลาง ในที่สุดถึงแมจะกลาวเปรียบ เทียบสิ่งที่เปนของชั่วราย เพื่อจะบําราบสิ่งชั่วรายอันนั้นก็จะบําราบ ใหพายแพไดโดยอาศัยอํานาจนํ้า เปนตนวาเมื่อครั้งสมเด็จพระ มุนินทรชินสีหประทับอยูภายใตโพธิบัลลังกพระยามาร ซึ่งสมมุติวา เปนผูคิดรายตอพระองคไดหวังผจญตอพระบรมศาสดา โดยเดชะ อํานาจพระบารมีของพระองค บันดาลใหนางพระธรณีมาสยายผม บีบนํ้าบําราบมารไดดวยอิทธิฤทธิ์แหงนํ้าอันไหลมาจากผมของนาง ดวยอํานาจสัจจะวาจาภาษิตนี้ ขอการประปาจงเปนผลสําเร็จสม ตามพระราชประสงคของสมเด็จพระชนกนารถของเรา และสม ความประสงคของเรา แลสมความประสงคของทานทั้งหลายบรรดา ที่ไดชวยทําการอันนี้สําเร็จ ขอนํ้าใสอันจะหลั่งไหลจากประปานี้ จง เปนเครื่องประหารสรรพโรครายที่จะเบียดเบียฬใหรายแกประชาชนผู เปนพสกนิกรของเรา ขอนํ้าอันนี้ไดรับพรแลวโดยพระสงฆ ไดสวด มนตแลโดยเราไดตั้งใจใหพร จงบันดาลใหเปนนํ้ามนตทําใหประชาชน มีความสุขสวัสดิ์ผองแผวถวนทั่วทุกตัวคนตั้งแตวันนี้เปนตนไป”

41


DRAWING ROOM

ตอนรับแขกผูมีเกียรติ

กอนที่จะสิ้นสุดการเยี่ยมชมดังกลาว ที่หองประชุมของบริษัทฯ และใน โอกาสอันดีที่ บริษัท ถิรไทย จํากัด (มหาชน) ไดตอนรับทานผูชวยผู วาการ การประปานครหลวงทั้ง 2 ทาน จึงไดเรียนเชิญคุณบัญชรชัย จันทรบุษราคัม ทานผูชวยผูวาการ (ระบบผลิตนํ้า) ใหเกียรติตอบ คําถามกับวารสารถิรไทย ดังนี้ อยากทราบความคิดเห็นของทาน เกี่ยวกับวงการอุตสาหกรรม หมอแปลงไฟฟาของประเทศไทยในปจจุบัน

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2556 ถิรไทย ไดรับเกียรติจาก คุณบัญชรชัย จันทรบุษราคัม ผูชวยผูวาการ (ระบบผลิตนํ้า) และ คุณจําเริญ ตันติวงศวัฒน ผูชวยผูวาการ (บํารุงรักษา) การ ประปานครหลวง นําคณะทีมงานวิศวกรกวา 40 ทาน เขาเยี่ยมชม กระบวนการผลิตหมอแปลงไฟฟากําลัง ณ โรงงานผลิตหมอแปลง ของบริษัท ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ การเยี่ยมชมกระบวนการผลิตในวันนั้นเต็มไปดวยมิตรภาพที่มีมา อยางยาวนาน เนื่องจากการประปานครหลวงไดสั่งซื้อ หมอแปลงไฟฟาจากถิรไทยมาตั้งแตป พ.ศ.2540 และใหการ สนับสนุนหมอแปลงของถิรไทยตลอดมา ทั้งหมอแปลงไฟฟาขนาด เล็กในระบบจําหนาย และหมอแปลงไฟฟากําลัง การเยี่ยมชมเริ่มตนขึ้นเวลาประมาณ 08.30 น. ภายในหองประชุม ของบริษัท โดยคุณอวยชัย ศิริวจนา กรรมการและผูจัดการฝาย ขายของถิรไทยเปนผู ใหการตอนรับ หลังจากนั้นเปนการรับชม VDO Presentation ประวัติความเปนมาของบริษัท และสไลด ผลิตภัณฑของบริษัท กอนที่จะเขาสูการเดินชมกระบวนการผลิต ภายในโรงงานผลิตหมอแปลงไฟฟากําลัง ในเวลาประมาณ 11.00 น. และใชเวลาเดินชมประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแตกระบวนการพันคอยลทั้งแรงสูงและแรงตํ่า กระบวนการตัดเหล็ก และเรียงเหล็กกระบวนการประกอบชิ้นสวน และเขาชมกระบวนการทดสอบหมอแปลง ณ หองปฏิบัตการ ทดสอบไฟฟาแรงสูงของบริษัท

42

“ในความคิดของผม หมอแปลงที่ผลิตในประเทศไทยในปจจุบัน โดย เฉพาะหมอแปลงไฟฟากําลังก็อยางที่ทราบ คือมีผูผลิตอยูนอยราย สวนใหญก็เปนผูผลิตจากตางประเทศ มีเพียงถิรไทยที่เปนของคนไทย เพียงรายเดียวเทานั้น และหลังจากที่ไดมาเยี่ยมชมโรงงานถิรไทย ก็ ยอมรับวาไดมาตรฐานเทียบเทากับตางประเทศ ผมก็อยากใหคนไทย ไดสงเสริมสินคาไทย ที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ ซึ่งนโยบายของผู บริหารการประปานครหลวง ก็ไดสงเสริมแนวคิดนี้ดวยเหมือนกัน” อยากทราบความรูสึกของทาน หลังจากที่ไดมาเยี่ยมชมโรงงาน ของถิรไทย “หลังจากที่ไดมาดูโรงงานของถิรไทยแลว โดยภาพรวมก็คิดวาเปน โรงงานที่คอนขางพรอม โรงงานก็ใหม เครื่องไมเครื่องมือก็ทันสมัย และเทาที่ทราบขาวจากคุณอวยชัยก็คือมีคนมาเยี่ยมชมโรงงานอยูเปน ประจํา แตอาจจะขอติงนิดนึงในเรื่องของระบบเสียงในหองประชุมยังไม คอยดีเทาไหร เวลาคุณอวยชัยบรรยาย จําเปนตองใชเสียงคอนขาง เยอะ”


DRAWING สัมภาษณ พิเศษROOM

อยากขอคําแนะนํา หรือทานตองการใหถิรไทยปรับปรุงสวน ไหนเพิ่มอีก “โดยภาพรวมก็คอนขางพอใจนะ สถานที่ก็สะอาดสะอานดี เปน ระเบียบ สําหรับเรื่องโรงงานนี่ดูแลวแทบจะไมมีที่ตินะ เพราะเห็นวามีใน เรื่องของการขยายโรงงานเพื่อรองรับงานในอนาคตในสวนของงาน ภาครัฐ บางทีเรื่องของสเปคหมอแปลงก็อยากจะใหคําแนะนําดวย เพราะบางทีเจาของหนวยงานก็อาจจะใชสเปคที่มันนานไปแลว สเปค บางตัวมันอาจจะลาสมัยไปแลวหรือไมควรใช หรือควรจะเพิ่มตัวไหน เขาไป ก็อยากจะใหเขาไปใหคําแนะนําบาง เพื่อเปนการเปดโอกาสของ ถิรไทยไปดวย”

คําถามสุดทายครับ ทานอยากจะฝากอะไรถึงคนอานวารสาร ถิรไทยบาง “จริง ๆ ที่ทราบขาววารสารนี่ ทางหนวยงานก็ไดรับนะ แลวก็อาน แลวก็เห็นวามีเนื้อหาที่เปนประโยชนกับพนักงานในหนวยงาน ก็ อยากจะใหทําตอไปเรื่อย ๆ แลวก็เผยแพรใหมากขึ้น โดยเฉพาะ หนวยงานที่จําเปนจะตองใชหมอแปลง” วารสาร “ถิรไทย” ตองขอขอบพระคุณ คุณบัญชรชัย จันทร บุษราคัม ผูชวยผูวาการ (ระบบผลิตนํ้า) และคุณจําเริญ ตันติวงศ วัฒน ผูชวยผูวาการ (บํารุงรักษา) และคณะผูเยี่ยมชมจากการ ประปานครหลวงอีกครั้ง ที่ได ใหเกียรติสละเวลาอันมีคา มาเยี่ยมชม กระบวนการผลิตหมอแปลงไฟฟาของถิรไทย และยังกรุณาให สัมภาษณกับวารสาร “ถิรไทย” ในครั้งนี้ดวย

สุดทายนี้ บริษัท ถิรไทย จํากัด (มหาชน) มีความยินดีเปนอยางยิ่ง ที่หมอแปลงไฟฟาของถิรไทย ไดมีโอกาสรวมเปนสวนหนึ่งของ กระบวนการผลิตนํ้าประปาที่มีคุณภาพ เพื่อใหคนในเขต กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได ใชบริโภค ภายใตการผลิตของ การประปานครหลวง มาตลอด และถิรไทย ขอยืนยันวาจะ พัฒนากระบวนการ ผลิตหมอแปลงไฟฟา ที่มีคุณภาพ เพื่อ ตอบแทนความเชื่อ มั่นที่มีใหกับบริษัทฯ เสมอมา

43


BEYOND MANAGEMENT SCHOOL

บริหารนอกตํารา ³Ã§¤Ä·¸Ôì ÈÃÕÃѵâ¹ÀÒÊ

¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ »ÃÔÞÞÒµÃÕ ¹ÔµÔÈÒʵÏ ÁËÒÇÔ·ÂÒÅѸÃÃÁÈÒʵÏ »ÃÔÞÞÒâ· ÃÑ°»ÃÐÈÒʹÈÒʵÏ ¨ØÌÒŧ¡Ã³ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑ ¡Ò÷íÒ§Ò¹ ¼ÙŒÍíҹǡÒÃÊíҹѡ·Õè»ÃÖ¡ÉÒ¡ÒþѲ¹Ò¡ÒúÃÔËÒÃáÅÐÊíҹѡ·Õè»ÃÖ¡ÉÒÌͪѡÊÒÁ ·Õè»ÃÖ¡ÉÒ½†ÒºÃÔËÒà ºÃÔÉÑ· ¶ÔÃä·Â ¨íÒ¡Ñ´ (ÁËÒª¹)

เริ่มตนจากความเปนจริง ยืนอยูกับสิ่งที่เปนธรรม

ความแตกตางระหวางปนกับเงินอยูตรงที่ปนนั้น เผด็จอํานาจแบบตรงไปตรงมา ไมปดบังอําพราง แตเงินมีลักษณะหลอกลวงซอนเรน แถมยังทวงบุญทวงคุณ เอากับประชาชนที่ตนเผด็จอํานาจมาอีก

กองทัพสหรัฐอเมริกาในอิรักระหวางสงครามอิรัก ป 2003

ประวัติศาสตรและประสบการณชีวิตสอนขาพเจาวา หากจะแก ไข ปญหาใดๆ ใหสําเร็จ หรือเปนฝายมีชัยในสถานการณตางๆ นอกจากตองมีทรัพยากรที่จําเปนสําหรับการแกไขปญหานั้นๆ แลว ยังจําเปนอยางยิ่งที่จะตองอยูภายใตกฎทั่วไป 2 ขอคือ

การแก ไขปญหารวมทั้งการตอสู ใดๆ ตอใหมีทรัพยากรในการ แก ไขปญหาหรือในการตอสูมากมายแคไหน หากไมเริ่มตนจาก ความเปนจริง ไมยืนอยูกับสิ่งที่เปนธรรม การแก ไขปญหาและ การตอสูนั้นๆ ก็ไมอาจประสบผลสําเร็จหรือไดรับชัยชนะได

(1) เริ่มตนจากความเปนจริง และ (2) ยืนอยูกับสิ่งที่เปนธรรม

สหรัฐอเมริกาพายแพสงครามในเกาหลีระหวางป ค.ศ.19501953 พายแพสงครามคิวบาในป ค.ศ.1961 พายแพสงคราม

44


สัมภาษณพิเศษ

BEYOND MANAGEMENT SCHOOL

เวียดนามในป ค.ศ.1975 และสูญเสียทั้งกําลังทหารและเงินทอง มากมายในชวงเวลาเกือบ 9 ปที่ยึดครองอิรัก (ค.ศ.20032011) แมทั้งที่กองทัพอเมริกันจะเปนกองทัพที่ใหญโตและมี อาวุธยุทโธปกรณที่ทันสมัยที่สุดในโลก สาเหตุสําคัญเปนเพราะ สงครามที่สหรัฐอเมริกากระทํากับชาติตางๆ ที่กลาวมา ลวนเปน สงครามรุกราน เปนสงครามที่ไมเปนธรรม เมื่อไมยืนอยูกับความ ถูกตองชอบธรรม สงครามที่ไมเปนธรรมจึงไมอาจเอาชนะ สงครามที่เปนธรรมได สงครามตอตานญี่ปุนในจีนที่ปะทุรุนแรง ขึ้นระหวางป ค.ศ.1937-1945 และจบลงดวยความพายแพ ของกองทัพญี่ปุนที่เขามารุกราน ก็เปนอีกตัวอยางหนึ่งของ ชัยชนะของฝายที่ยืนอยูกับความถูกตองชอบธรรม

หนึง่ กับรัฐบาลและฝายสนับสนุนรัฐบาลยิง่ ลักษณ ชินวัตรอีก ฝายหนึง่ ซึง่ ตางก็ยนื ยันวาฝายตนเปนฝายทีถ่ กู ตองชอบธรรม

แตทวาการยืนอยูกับความถูกตองชอบธรรมเพียงอยางเดียว หากเหินหางจากกฎแหงความเปนจริง ไมเริ่มตนจากความเปน จริง การแก ไขปญหาหรือการตอสู ใดๆ ก็ไมอาจประสบผลสําเร็จ หรือกําชัยชนะได การโจมตีทางทหารที่สหรัฐอเมริกาสมัย จอรจ ดับเบิลยู บุช เปน ประธานาธิบดี กระทําตออิรักตั้งแตวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ.2003 ดวยขออางวาอิรักมีอาวุธที่มีอํานาจการทําลายลางสูงไว ใน ครอบครองและมีเครือขายกอการรายซอนตัวอยู แมทั้งที่จะถูก คัดคานจากชาติสมาชิกหลายชาติในคณะมนตรีความมั่นคงแหง สหประชาชาติ ผลที่สุดแมสหรัฐอเมริกาจะบรรลุความตองการใน การยึดครองอิรัก สังหารประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็น และ ควบคุมแหลงนํ้ามันของอิรักไว ในมือตน แตจนกระทั่งทุกวันนี้ เวลาผานมาแลวกวาสิบป สหรัฐอเมริกาก็ยังไมสามารถคนหา เครือขายกอการรายที่อางวาซอนตัวอยูในอิรักและอาวุธที่มี อํานาจการทําลายลางสูงไดเลยแมสักชิ้นเดียว ทั้งนี้เพราะขออาง เรื่องเครือขายกอการรายก็ดี อาวุธที่มีอํานาจการทําลายลางสูง ก็ดี ลวนมิใชความจริง มิใชขอเท็จจริงที่ดํารงอยู หากเปนเพียง ขออางที่ทําใหการรุกรานดูมีความชอบธรรมขึ้นเทานั้น เมื่อไมได เริ่มตนจากความเปนจริง จึงไมอาจพิสูจนขออางตางๆ ของตน ใหชาวโลกยอมรับได เพือ่ อธิบายกฎขอนี้ใหเขาใจยิง่ ขึน้ ไมมอี ะไรมีชวี ติ ชีวา ทาทาย และ มีประโยชนสมควรแกการพินจิ พิจารณาเทาอธิบายผานเหตุการณ และความขัดแยงทางการเมืองของประเทศเราในปจจุบนั โดยเฉพาะ การตอสูร ะหวางมวลมหาประชาชนทีม่ ี กปปส. เปนแกนนําฝาย

1. ความจริงเกี่ยวกับการรัฐประหาร ความจริงที่ปฏิเสธไมไดคือ “อํานาจรัฐเกิดจากกระบอกปน” มี อํานาจรัฐไหนบางที่ไมมีปนคํ้าอยู? แม ในประเทศที่ระบอบ ประชาธิปไตยพัฒนาเต็มที่อยางในยุโรปและสหรัฐอเมริกา รัฐบาล ก็ยังตองมีกองทัพที่ถือปนยืนอยูกับฝายตน สหรัฐอเมริกาและประเทศเกือบทั้งหมดในยุโรปที่ระบอบทุนนิยม และประชาธิปไตยหยั่งรากลึกอยางมั่นคงลงในสังคม รัฐของ ชนชั้นนายทุนที่มีกลุมทุนผูกขาดในประเทศเปนตัวแทนลวนยึด ครองอํานาจรัฐดวยอํานาจทุนที่มีปนยืนอยูกับตนทั้งสิ้น ในประเทศที่ระบอบประชาธิปไตยพัฒนาไมเต็มที่ ชนชั้นนายทุนใน ประเทศไมเขมแข็งพอ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประเทศไทยของเรา จึงมี ปรากฏการณบอยครั้งที่ปนลุกขึ้นมายึดครองอํานาจรัฐเสียเอง แตไมวาอํานาจรัฐจะถูกยึดครองดวยอํานาจทุนหรืออํานาจปน อํานาจรัฐนั้นก็รับใชชนชั้นหรือกลุมชนที่ยึดครองมันทั้งสิ้น ในยุค ที่ประเทศปกครองดวยทหาร ปนก็จะกดหัวประชาชน ในยุคที่ ประเทศปกครองดวยอํานาจทุน เงินก็จะฟาดหัวคนเลวๆ ไปทั่ว และซื้อไปทั่วเพื่อใหตนรักษาอํานาจไว ได ความแตกตางระหวาง ปนกับเงินอยูตรงที่ปนนั้นเผด็จอํานาจแบบตรงไปตรงมาไมปดบัง

45


BEYOND MANAGEMENT SCHOOL

อําพราง แตเงินมีลักษณะหลอกลวงซอนเรน แถมยังทวงบุญ ทวงคุณเอากับประชาชนที่ตนเผด็จอํานาจมาอีก ดังนั้น หากเรารังเกียจและปฏิเสธการรัฐประหารผูกขาดอํานาจ รัฐดวยกระบอกปน เราก็ควรรังเกียจ ปฏิเสธ และมองใหเห็นการ รัฐประหารผูกขาดอํานาจรัฐดวยอํานาจเงินที่ใชฟาดหัวคนเลวๆ ใหมารับใชตนซึ่งเปนความจริงอีกดานหนึ่งดวยเชนกัน หากเรา ปฏิเสธบทบาททหาร กลาวหาวาเปนอํานาจนอกระบบ เราก็ควร ยอนถามตัวเองวาการใชเงินบงการการบริหารประเทศชาติจาก คนแดนไกล เปนอํานาจในระบบหรือ? ที่กลาวมานี้ เพื่อยืนยันวา ไมวาใครก็ตาม ไมวาจะเปนมวลมหา ประชาชนของ กปปส. หรือเปนฝายสนับสนุนรัฐบาล หาก ตองการใหตนเปนฝายมีชัยในการตอสู จะตองยอมรับความจริง ในขอนี้ ความจริงของการรักษาอํานาจ ความจริงของการ รัฐประหาร ความจริงของอํานาจรัฐที่แยกไมออกจากกระบอก ปน

2. การตอสูแบบสันติอหิงสา กปปส. ยืนหยัดตอสูแบบสันติอหิงสามากวา 4 เดือน แมจะถูก ลอบทํารายใชความรุนแรงเปนระยะๆ ทําใหมีผูคนเห็นใจ มี ประชาชนจํานวนมหาศาลจากหลากหลายวงการ รวมทั้งคนดีๆ จํานวนมากที่สังคมทั่วไปยอมรับเขารวมอยางไมเคยปรากฏมา กอนในประวัติศาสตรการชุมนุมทางการเมืองของไทย แมจาก สถิติผูบาดเจ็บและเสียชีวิตในพื้นที่การชุมนุมของเวที กปปส. ใน กรุงเทพฯ และที่ถนนแจงวัฒนะ จากศูนยเอราวัณ นับจาก เหตุการณที่ถนนรามคําแหงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 ถึง การปาระเบิดเขาใสกลุมผูชุมนุม กปปส. ที่แยกประตูนํ้าวันที่ 21 กุมภาพันธ 2557 จะมีผูเสียชีวิตไปแลว 16 ราย บาดเจ็บ 696 ราย1 แกนนํา กปปส. และกลุมผูชุมนุม ก็ยังคงศรัทธายึดมั่นใน แนวทางการตอสูแบบสันติอหิงสาอยางเด็ดเดี่ยวมั่นคง ดวย ภาวะจิตใจที่ผานชวงเวลาแหงความหวาดกลัวทั้งหลายทั้งปวงมา แลว 1

สถิติเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ 2557 ซึ่งเปนวันที่เขียนตนฉบับนี้ แตถานับสถิติจนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2557 ซึ่งเปนวันที่นําตนฉบับนี้ไปจัดพิมพ สถิติผูเสียชีวิตจะเพิ่มเปน 20 ราย บาดเจ็บ 725 ราย ไม รวมที่ตราด ระยอง และปทุมธานี ซึ่งมีผูเสียชีวิตอีก 2 ราย และบาดเจ็บอีก 52 ราย

46

ขาพเจานับถือ สนับสนุน และเห็นดวยกับรูปแบบและแนวทางการ ตอสูแบบสันติอหิงสาของฝายประชาชน แตขณะเดียวกันก็เห็นวา ลําพังการตอสูแบบสันติอหิงสาของประชาชนเพียงอยางเดียว ยากที่จะเอาชนะในสถานการณที่เปนจริงของความขัดแยงวันนี้ได สันติอหิงสาของ กปปส. หรืออีกนัยหนึ่ง “นกหวีดกับสนตีน” ยืนยันใหประจักษแลววามีพลานุภาพมาก แตก็ในขอบเขตหนึ่ง และในระดับหนึ่งของการตอสูและความขัดแยงเทานั้น ในบริบท ของความขัดแยงปจจุบันที่ฝายรัฐบาลและผูสนับสนุนรัฐบาลไมมี ทาทีจะออนขอใหกับกลุมผูชุมนุม ทั้งยังมีการปลุกระดมจากแกน นําฮารดคอรของฝายสนับสนุนรัฐบาลที่ประกาศจะทําสงคราม แตกหักกับกลุมผูชุมนุม ซึ่งเกิดขึ้นพรอมกับขอเท็จจริงของการ ใชความรุนแรงวันตอวัน จากระเบิดที่แยกประตูนํ้าคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ ที่ทําใหมีผูบาดเจ็บ 6 ราย ตามมาดวยการปาระเบิด และกราดยิงเวทีการชุมนุมของ กปปส. ที่อําเภอเขาสมิง จังหวัด ตราด ในคืนวันรุงขึ้นคือคืนวันที่ 22 ทําใหเด็กหญิงวัย 8 ขวบ เสียชีวิต 1 ราย ผูชุมนุมบาดเจ็บอีก 34 ราย ตอดวยการยิง ระเบิด เอ็ม. 79 ใสที่ทําการศาลแพง ตอนบายวันตอมาคือวันที่ 23 และ 5 โมงเย็นวันเดียวกันก็ยิงระเบิด ลย 40 จากเครื่องยิง ลูกระเบิดชนิด เอ็ม. 79 เขาใสกลุมผูชุมนุม กปปส. ที่เวทีราช

หากเรารังเกียจและปฏิเสธการรัฐประหาร ผูกขาดอํานาจรัฐดวยกระบอกปน เราก็ ควรรังเกียจ ปฏิเสธ และมองใหเห็นการ รัฐประหารผูกขาดอํานาจรัฐดวยอํานาจ เงินที่ ใชฟาดหัวคนเลวๆ ใหมารับใชตน หากเราปฏิเสธบทบาททหาร กลาวหาวา เปนอํานาจนอกระบบ เราก็ควรยอนถาม ตัวเองวาการใชเงินบงการการบริหาร ประเทศชาติจากคนแดนไกล เปนอํานาจใน ระบบหรือ?


สัมภาษณพิเศษ

BEYOND MANAGEMENT SCHOOL

เหตุระเบิดหนาหางบิ๊กซีราชดําริ หางจากเวทีชุมนุม กปปส.แยกราชประสงค ประมาณ 100 เมตร ภาพจาก : daily.bangkokbiznews.com

ประสงคบริเวณหนาหาง Big C ราชดําริ รายงานขั้นตนแจงวามี ผูเสียชีวิตแลว 2 ราย บาดเจ็บอีก 22 ราย เบื้องหนาความจริง เชนวานี้ หากยังคงยืนหยัดใชรูปแบบสันติอหิงสาเพียงรูปแบบ เดียว ประชาชนก็คงตองนั่งนับศพและจํานวนผูบาดเจ็บตอไปไม จบสิ้น หากฝายประชาชนตองการไดรับชัยชนะในการตอสูครั้งนี้ จะตองยอมรับความจริงวา การตอสูจําเปนตองมีวิธีการอื่น มาตรการอื่น และปจจัยอื่นมาสนับสนุนหรือเสริมการตอสูแบบ สันติอหิงสาของตน ขาพเจาเขาใจวาเรื่องนี้ แกนนํา กปปส.คง ทราบดี มิเชนนั้นเราคงไมเห็นการออกมาเรียกรองใหทหารเลือก ขางออกมายืนอยูกับประชาชน และแกนนําฝายสนับสนุนรัฐบาล ก็ทราบดี มิเชนนั้นคงไมมีการระดมอาสาสมัครและออกมาจัดตั้ง กองกําลังเสื้อแดงเดินสวนสนามใหไดเห็นอยูทุกวันนี้

3. ความเปนไปไดของการเจรจา ทามกลางความขัดแยงดังกลาว นักสันติวิธีและนักวิชาการกลุม หนึ่ง ยังคงเรียกรองใหทั้งสองฝายหันหนามาเจรจากัน โดยหวัง วาจะแก ไขความขัดแยงระงับวิกฤตของบานเมืองได ขาพเจาเห็น ดวยวาการเจรจาควรตองมีในทุกโอกาสที่เปนไปไดระหวางการ

ตอสู แตก็เห็นตอไปวา ในสถานการณความขัดแยงที่เปนจริงวัน นี้ ที่ทุกอยางถลําลึกและบานปลายไปมาก ถึงขั้นพูดกันไมรูเรื่อง และไมมีใครยอมถอยให ใครดวยตางฝายตางมีเดิมพันที่สูงมากใน การตอสูครั้งนี้ ความหวังที่จะเห็นการแกปญหาผานการเจรจา จึงเปนเพียงความเพอฝน ความขัดแยงวันนี้ หากเราเคารพความ เปนจริง เริ่มตนแก ไขปญหาจากความเปนจริง จะตองยอมรับวา ความขัดแยงไดกาวเขาสูคุณภาพใหมที่การเจรจาจะเปนไปไดก็ตอ เมื่อฝายหนึ่งสามารถกดใหอีกฝายหนึ่งจําตองยอมเจรจาเทานั้น กลาวอีกนัยหนึ่งคือการเจรจาระหวางผูชนะกับผูแพ ไมใชการ เจรจาอยางที่นักสันติวิธีเรียกรองกัน ในทางทฤษฎีซึ่งรวมถึง ความเปนจริงดวย “สถานการณที่ไมปกติ ยอมแกไขไดดวยวิธี การที่ไมปกติ” วันนี้นักวิชาการเรานาจะแสวงหาแนวทางและวิธี การแก ไขปญหาที่สอดคลองกับความเปนจริงของสถานการณ มากกวาจะออกมาเรียกรองใหสองฝายหันหนาเจรจากันซึ่งไมมี ประโยชนและไมอาจเปนไปได กลาวกันวาคนไทยเปนคนลืมอะไรงาย แตเบื้องหนาความจริงวัน นี้ เหตุการณที่เกิดขึ้น จะเปนประวัติศาสตรที่ไมมีใครลืม ดังนั้น ทุกคนและทุกการกระทําในวันนี้จะถูกบันทึกไว ในประวัติศาสตร ของชาติที่ไมมีวันถูกลืม ไมเวนแมการไมทําอะไรทามกลางการ บาดเจ็บลมตายของผูคนและความวิบัติหายนะของประเทศชาติ!

47


ALONG THE TRANSFORMER SITE

ยอนรอยหมอแปลง µÒÁµÐÇѹ

ËÁÒÂà˵ØŒ͹ÃÍ Œ͹ÃÍÂËÁŒÍá»Å§ : µÍ¹ “ÂÁ¨Ô¹´Ò ¶¹¹·ÕèâËÂËÒÇѹÇÒ¹” ËÁŒÍá»Å§µŒ¹àÃ×èͧ : ËÁŒÍá»Å§ä¿¿‡Ò¶ÔÃä·Â·Õè ºÃÔÉÑ· äÍÍÒÏ¾Õ«Õ ¨íÒ¡Ñ´ (ÁËÒª¹) ¨Ñ§ËÇÑ´ÃÐÂͧ

ยมจินดา

ถนนที่โหยหาวันวาน 48


สัมภาษณพิเศษ

ALONG THE TRANSFORMER SITE

¶¹¹ÂÁ¨Ô¹´Ò

เมืองเกามักมีตํานานเลาขานของผูคน ถนนก็มีเรื่องราวเลาขานการ เปลี่ยนแปลง เฉกเชนถนนยมจินดาที่อยูคูเมืองเการะยองเมื่อกวารอยป ที่ผานมา ถนนไดบันทึกเรื่องราว เหตุการณ และการเปลี่ยนแปลง, บันทึกความรุงเรือง ถดถอย และโรยรา, บันทึกความสุข ความทุกข ความสําเร็จ และการสูญเสีย, บันทึกเรื่องราวของผูคนหลากหลาย ระดับที่เติมแตงสีสันใหกับถนน ตั้งแตเรื่องราวของเจาเมือง ขุนนางทอง ถิ่น พอคา คหบดี ไปจนถึงไพรฟาขาไท ไมเวนแมชีวิตของคนนิรนาม นักเดินทางผูรอนแรม โสเภณี และคนยายถิ่น, ที่สําคัญ ถนนยมจินดา วันนี้ยังไดบันทึกความพยายาม การตอสูเพื่อฟนคืน แรงบันดาลใจ และ ความหวังของคนกลุมหนึ่งบนถนนสายนี้ ที่โหยหาอยากเห็นการกลับ มามีชีวิตอีกครั้งของถนนในวันวาน

49


ALONG THE TRANSFORMER SITE

¤Ø³¼‹Í§ÈÃÕ (à¹×èͧ¨íÒ¹§¤) »ÂÐÂҵѧ ËÃ×Í “»‡Ò¼‹Í§”

กอนถึงยมจินดา ปาผอง หรือคุณผองศรี (เนื่องจํานงค) ปยะยาตัง นักบริหาร การศึกษา หัวหนาฝายสงเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และเปนบรรณารักษหองสมุดประชาชนเทศบาลนครระยอง คือ บุคคลสําคัญที่มีสวนปูทางใหเราเขามารูจักและสนใจถนนสายนี้ เราพบปาผองในบายของวันที่แดดกลากลางเดือนกุมภาพันธ พ.ศ. 2557 ที่หองสมุดประชาชนที่ปาผองนั่งทํางานประจํา หลัง จากตอนรับเราดวยกาแฟ “กลมกลอม” สูตรพิเศษจากราน กาแฟสดของหองสมุดระหวางรอการมาของบุคคลสําคัญอีก ทานหนึ่ง ปาผองไดนําเราชมกิจการของหองสมุดที่นี่ซึ่งดูแปลก ตากวาหองสมุดชุมชนทั้งหลายที่เราเคยสัมผัสมา เพราะทันทีที่ ยางกาวเขามาในตัวอาคารของหองสมุดที่ตั้งอยูบริเวณสวน ศรีเมือง เราสามารถสัมผัสไดถึงความเปนอุทยานการเรียนรูมาก กวาหองสมุดธรรมดาหองหนึ่ง เนื่องจากที่นี่นอกจากจัดเปน หองสมุดขนาดใหญที่มีที่นั่ง (และที่นอน) กวา 100 ที่นั่ง มี หนังสือและซีดีไวบริการกวา 100,000 รายการ มีหนังสือพิมพ บริการวันละ 13 ฉบับ และวารสารอีกกวา 80 ชื่อแลว เพื่อให สามารถรับใชผูเขามาใชบริการใหเหมาะสมตามวัย ปาผองยังจัด พื้นที่มุมหนึ่งทําเปนหองสมุดไทยคิดส เปนหองสมุดเด็กตนแบบ ของจังหวัดระยอง สําหรับเด็กอายุไมเกิน 12 ขวบซึ่งไดรับการ สนับสนุนการกอสราง 300,000 บาทจาก ปตท.กรุป และหอง สมุดไอทีมีชีวิต เนนสําหรับเด็กและเยาวชน โดยมีคอมพิวเตอรให บริการอินเตอรเน็ตความเร็วสูง 100 เครื่อง ซึ่งไดรับการ

50

สนับสนุนจาก อบจ. ระยอง สําหรับดานหนาของหองสมุดยังมี มุมกาแฟ มุม OTOP ระยอง มีตู ATM ตูเติมเงินมือถือ และมุม ทําการบานสําหรับนักเรียน และที่สําคัญที่ไมกลาวถึงไมไดคือ “สุดยอดสวมระดับประเทศ” ของหองสมุดแหงนี้ที่กวาดรางวัล ชนะเลิศ “สุดยอดสวมแหงป” ทั้งระดับจังหวัด ระดับภาค และ ระดับประเทศมาแลวมากมายหลายรางวัล ความเปนสุดยอดของ สวมแหงนี้มิใชเพราะเปนหองสุขาติดแอร มีทีวีเปดใหดู หรือมี เครื่องสุขภัณฑทําดวยทองคํา แตเปนเพราะการบริหารจัดการ สวมที่เนนดานการรักษาสิ่งแวดลอม ความสะอาด ความ ปลอดภัย ความเพียงพอสําหรับชาย หญิง ผูพิการ ผูสูงวัย และ หญิงมีครรภ รวมทั้งปาผองยังไมลืมสรางความบันเทิงโดยจัดให มีมุมขบขันและเสียงเพลง รวมทั้งเสริมการเรียนรูกอนและหลังเขา ใชบริการดวยการสราง “อุโมงคความรู” ปูลาดดวยพรมแดงสู หองสุขา สองฟากฝงผนังอุโมงคติดเอกสารขอความใหความรู ตางๆ ตลอดเสนทาง และมีตะกราใสหนังสือไว ใหหยิบอาน ดวยเหตุนี้ทั้งหองสมุด หองสุขา และตัวปาผองกับทีมงานจึง กวาดรางวัลตางๆ รวมทั้งรางวัล “ดีเดน คุณภาพการใหบริการ ประชาชนจาก ก.พ.ร.” มาแลวรวม 16 รางวัล นับแตเปด บริการหองสมุดเมื่อปลายเดือนกันยายน 2545 จนถึงป พ.ศ. 2554 จึงตัดสินใจแขวนนวมไมสงเขาประกวด ทุกวันนี้ หองสมุด ประชาชนเทศบาลนครระยองไมเปนเพียงอุทยานการเรียนรูครบ วงจร ความภาคภูมิใจของคนระยองเทานั้น หากยังไดรับการ ยอมรับใหเปน “1 ในสิ่งมหัศจรรยของจังหวัดระยอง” อีกดวย

ÍØâÁ§¤¤ÇÒÁÃÙŒ¡Ñº¾ÃÁá´§»ÙÅҴࢌÒˌͧÊØ¢Ò

º¹ : ˌͧÊÁØ´ä·Â¤Ô´Ê Å‹Ò§ : ˌͧÊÁØ´äÍ·ÕÁÕªÕÇÔµ


สัมภาษณพิเศษ

ALONG THE TRANSFORMER SITE

ยมจินดาในอดีต ขณะเดินชมกิจการของหองสมุดไดสักพัก บุคคลสําคัญอีกทาน หนึ่งที่เรารอคอยก็มาถึง คุณเฉลียว ราชบุรี รองผูอํานวยการ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยองเขต 1 และประธานสภา วัฒนธรรมจังหวัดระยอง คุณเฉลียว ราชบุรี เปนคนจังหวัดตรัง แตอพยพยายถิ่นและมา สรางครอบครัวที่จังหวัดระยอง และเปนผูที่ศึกษาคนควาเรื่อง เมืองระยองอยางจริงจัง เขียนหนังสือเกี่ยวกับเมืองระยองไว มากมาย กลาวไดวาเปนผูรูลึกซึ้งเกี่ยวกับประวัติศาสตรเมือง ระยองมากที่สุดทานหนึ่ง คุณเฉลียวไดกรุณาเลาใหเราฟงวา…….

¤Ø³à©ÅÕÂÇ ÃÒªºØÃÕ

ถนนยมจินดาสรางปใดไมปรากฏหลักฐานแนชัด มี เพียงหลักฐานที่ระบุวา ป พ.ศ. 2443 พระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวไดเสด็จมาที่แหงนี้ จากการศึกษาแผนที่เมืองระยอง พ.ศ. 2461 หรือ เมื่อ 96 ปที่ผานมา ปรากฏวา ถนนยมจินดาเวลา นั้นมีบานคนมีชื่อเสียงหลายทาน เชน บานของพระ ศรีสมุทโภคฯ (อิ่ม ยมจินดา) อดีตผูวาราชการเมือง ระยอง ซึ่งเปนผูดําริใหสรางขยายถนนยมจินดาใน เวลาตอมา บานขุนมหาดไทย (อดีตกํานันตําบลทา ประดู) บานนายพูน บุญศิริ บุตรเขยพระศรีสมุทโภคฯ บานขุนอินทรรองสุภา (อดีตนายอําเภอคนแรกของ อําเภอบานคาย) เปนตน ºŒÒ¹à¨ŒÒàÁ×ͧ

ºŒÒ¹ºØÞÈÔÃÔ

ถนนยมจินดาเปนถนนสายแรกของเมืองระยองที่ ทอดยาวขนานไปกับแมนํ้าระยอง ตั้งชื่อเพื่อเปน เกียรติแกตระกูลยมจินดาในฐานะที่บุคคลของตระกูล นี้ไดเปนเจาเมืองระยองถึง 2 ทาน ถนนสายนี้เชื่อม ตอกับถนนหลักเมืองไปทางทิศตะวันตกถึงถนนภักดี บริรักษตัดเขาสวนศรีเมือง มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร การสรางถนนสายนี้ทําใหยานการคายาย จากในนํา้ ขึน้ มาบนบก และถนนยมจินดาก็ไดกลายเปน ศูนยกลางของเมืองระยองนับแตนั้นมา เวลานั้น นอกจากมีบา นของคนสําคัญแลว ถนนยมจินดายังมี โรงภาพยนตรชอื่ โรงหนังศรีอดุ ม ของขุนศรีอทุ ยั เขต

51


ALONG THE TRANSFORMER SITE

µÖ¡¡Õ辌§ - µÖ¡ËÅѧáá¢Í§àÁ×ͧÃÐÂͧ

(ขุนศรีโปง) ซึ่งใชเปนสถานที่เปรียบมวยของจังหวัดดวย โรงหนัง เกษมพาณิชย ของขุนพาณิชยชลาสินธุ (เทียน สินธุวณิช) โรงแรมพักเฮง โรงแรมคงยืนนาน ศาลเจา ตลาดเกา ตลาดโนรี ตึกกี่พง ตึกแถว 12 หองของเถาแกกี่พงซึ่งเปนตึกหลังแรกของ เมืองระยอง โรงสีไฟ โรงฝน ทารถที่จะไปกรุงเทพฯ รานกาแฟ รานขายของชํา รานรับซื้อของปา รานสังฆภัณฑ รานจักรยาน รานเครื่องเหล็ก รานทําทอง และซองโสเภณี ป พ.ศ. 2463 วันที่ 20 เดือนพฤษภาคม เวลาเทีย่ งคืน เกิดไฟ ไหมครัง้ ใหญในตัวเมืองระยอง ตนเพลิงเกิดจากชาวจีนชือ่ นาย กิดตี๋ เปนชางทอง ตีทองจนถึงเวลาดึก นํา้ มันในตะเกียงมอด จึง เติมนํา้ มันเขาไปโดยไมดบั ตะเกียง ทําใหเกิดเพลิงลุกไหมขนึ้ เพราะ สมัยนัน้ นํา้ มันกาดแรงมาก เพลิงลุกลามไปรวดเร็วสุดทีช่ าวบาน จะชวยกันดับได กลาวกันวานายกิดตีก๋ บั ลูกชายถูกไฟคลอกตาย บริเวณทีถ่ กู ไฟไหมเสียหายคือถนนยมจินดาทัง้ หมดกับถนน ชุมพล จํานวนบานเรือนเสียหาย 234 หลัง ทรัพยสนิ เสียหาย 52

µÖ¡¢Ø¹¾Ò³ÔªÂªÅÒÊÔ¹¸Ø - µÖ¡ËÅѧ·Õè 2 ¢Í§àÁ×ͧÃÐÂͧ

600,000 บาทเศษ เปนทีน่ า สังเกตวาสิง่ ปลูกสรางบนถนนยม จินดาถูกไฟไหมหมด ยกเวนตึก 2 หลัง คือ ตึกแถว 12 หองของ เถาแกกพี่ ง กับตึกของขุนพาณิชยชลาสินธุ (วิกเถาแกเทียน) เทานัน้ ทีไ่ มเสียหาย ซึง่ ทัง้ สองตึกนีป้ ลูกสรางขึน้ ตามสไตลชโิ น - ยู โรเปย น ทุกวันนีต้ กึ และเรือนไมทเี่ ห็นบนถนนยมจินดายกเวนตึก 2 หลังดังกลาวลวนสรางขึน้ หลังป พ.ศ. 2463 ทัง้ สิน้ ป พ.ศ. 2490 เริ่มมีการตัดถนนสุขุมวิทจากชลบุรีถึงระยอง และเสร็จเอาป 2493 ทําใหระบบขนสงทางเรือซบเซาลง ระบบ เศรษฐกิจพึ่งพิงถนนมากขึ้น ถนนสุขุมวิททําใหตัวเมืองระยอง ขยายออกไปเรื่อยๆ ป พ.ศ. 2516 เสี่ยกังจึงซื้อหนองนํ้าติด ถนนสุขุมวิท แลวถมที่สรางตึกแถวขาย กลายเปนยานการคา ใหมของระยองที่มีทั้งโรงภาพยนตรและสิ่งอํานวยความสะดวก ครบครัน นักธุรกิจจึงยายไปที่นั่น ซึ่งก็คือบริเวณโรงแรมสตารใน ปจจุบัน ทําใหถนนยมจินดาที่เคยคึกคักคอยๆ ซบเซาและ เสื่อมโทรมลง


สัมภาษณพิเศษ

ALONG THE TRANSFORMER SITE

ยมจินดาที่โหยหาวันวาน ทุกวันนี้ผูคนบนถนนยมจินดาสวนใหญไมใชเจาของบานเดิมที่เคย ใชชีวิตอยูที่นี่ เนื่องจากเจาของเดิมไดอพยพออกไปอยูที่อื่นกัน เกือบหมด คนที่อยูปจจุบันสวนใหญจึงเปนผูเชา เพราะเจาของ เดิมไมมีใครยอมขายบานเกาแกอันเปนมรดกตกทอดมาจาก บรรพบุรุษของตน โชคดีที่ผูเชาเหลานี้จํานวนไมนอยมีความเปน ศิลปนในหัวใจ และเห็นคุณคาของศิลปวัฒนธรรม พวกเขาได รวมตัวกันในป พ.ศ. 2546 กอตั้ง “ชมรมอนุรักษ-ฟนฟูเมือง เกาจังหวัดระยอง” ขึ้นมา สามัคคีกันอนุรักษสภาพเดิมของถนน ยมจินดา และฟนฟูวัฒนธรรมประเพณีในอดีตใหกลับฟนคืนมา ชุบชีวิตและเสนหของชุมชนวิถีโบราณใหกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หนึ่ง

ªÕÇÔµáÅÐàʹ‹Ë¢Í§ªØÁª¹ÇÔ¶ÕâºÃÒ³

ÈÔŻТŒÒ§¶¹¹

53


ALONG THE TRANSFORMER SITE อยางไรก็ดี ถนนยมจินดาใชจะมีเพียงรานคาและ บานเรือนแบบโบราณเทานั้น พัฒนาการของ สังคมทุนนิยมทําใหเรามองเห็นบานแบบใหมหลัง ใหญอยูบาง แตก็นอยมากนับหลังได นอยกวา ดานตรงขามอีกดานของมัน ซึ่งก็คือ บานเชา ราคาถูกเดือนละพันกวาบาทซึ่งเปนที่อาศัย พักพิงของคนงานและพอคาเรที่ยายถิ่นมาหากิน แถวนี้ สิ่งหนึ่งที่ไมกลาวถึงไมไดคือ รานกาแฟ “ราย็อง” รานกาแฟสดและอาหารวางตามวิถี ชีวิตสมัยใหม แตจัดรานสไตลยอนยุคดวยสิ่ง ของเกาๆ อยางมีศิลปะเปนที่โดนใจของวัยรุนที่ แหมาใชบริการอยางอุนหนาฝาคั่งทุกวัน ความ มีศิลปะในหัวใจของคนที่นี่ นอกจากสไตลการจัด ¤Ø³¹ÔÇѵà à»ÒÍÔ¹·Ã

พี่นิวัตร หรือคุณนิวัตร เปาอินทร เจาของ Davinci Studio ศูนยขอมูลเกี่ยวกับงานศิลปะ ภาพถายและหนังสือเกาที่คุณ เฉลียวแนะนําใหเรารูจักไดพาเราตระเวนดูวิถีชีวิตบนถนนยม จินดาตั้งแตเชาจรดเย็น ตั้งแตรานคา ทาเรือ ไปจนถึงบานเรือน และศาลเจา พี่นิวัตรเปนผูมีฝมือถายภาพยอดเยี่ยมระดับสากลที่ ใชชีวิตยาวนานในตางประเทศ และตัดสินใจกลับมาเมืองไทย หลงใหลเสนหของถนนยมจินดาจนมาเชาตึกแถววิกเถาแกเทียน ซึ่งเปนตึกเกาแกหลังที่ 2 ของถนนสายนี้ที่รอดเหลือจากเพลิง ไหม ใหญครั้งนั้น จากคําบอกเลาของพี่นิวัตรทําใหเราทราบวา ปจจุบันบนถนนสายนี้มีทั้งไทยพุทธ ไทยเชื้อสายจีน และไทย มุสลิมอาศัยอยูรวมกัน มีพิพิธภัณฑเมืองระยองเปนแลนดมารค ของถนน มีการจัดถนนคนเดินทุกวันศุกรเสารตนเดือนเพื่อใหนัก ทองเที่ยวไดมารูจัก การสะพายกลองทองถนนไปกับพี่นิวัตรวัน นั้น ทําใหเราพบวานอกจากตัวอาคารที่เกือบทั้งหมดเปนสิ่งปลูก สรางแบบโบราณแลว กิจการรานคาแบบโบราณจํานวนไมนอยก็ ยังเหลืออยูไมวาจะเปนรานขนมหวานแบบโบราณที่สะพานไม ราน กาแฟโบราณของปากลม รานที่นอนหมอนหนุนของมาลีวณิชย รานขาวแกงเกาแกอายุ 30 ปของเจสมบัติ และรานของชําอายุ 50 ปของคุณยายบุญให เปนตน นอกจากนี้พี่นิวัตรยังพาไปดู ศาลเจาแมทับทิมที่บงบอกใหรูวาชาวจีนที่นี่คือจีนไหหลํา เพราะ ที่ไหนมีชาวจีนไหหลําที่นั่นตองมีศาลเจาแมทับทิมที่ชาวจีนไหหลํา เคารพบูชา

54

º¹ : DAVINCI STUDIO Å‹Ò§ : »‡ÒÂÌҹ ÃÒÂçͧ

ºŒÒ¹àª‹Ò¤¹¨¹

¤Ø³âªÉÔµÒ à¨ŒÒ¢Í§ÃŒÒ¹ ÃÒÂçͧ


สัมภาษณพิเศษ

ALONG THE TRANSFORMER SITE รานยอนยุคซึ่งมีอยูหลายรานแลว ยังเห็นไดจากบานบางหลัง เชน “บานกลองเงิน” ของคุณหรั่งกับคุณมด หรือคุณเศกสรรค อางศิลา กับคุณนภาภรณ นันทะวิชัย สองสามีภรรยาผูสะสม ตุกตาหายากชนิดตางๆ ไวเต็มบาน จัดวางมีชั้นโชวเหมือนราน ขายของ จนนักทองเที่ยวมักเขาใจผิดคิดวาเปนรานคาตุกตา ดวยการแนะนําของพี่นิวัตร คุณหรั่งกับคุณมดจึงไดกรุณาเปด บานกลองเงินใหเราเขาชมอยางใกลชิดและเก็บภาพกลับมา คืน วันนั้นคุณหรั่งยังกรุณาถายภาพงาน “กุมภาพันธ 2 วัน 2 อารมณรัก 2 แผนดิน” มาใหเรา เปนงานยอนรอยพิธีแตงงาน โบราณไทย-จีน เต็มรูปแบบตระการตา สงเสริมวัฒนธรรมความ รักยอนยุค ยอนเวลา ซึ่งจัดขึ้นบนถนนคนเดินยมจินดา โดย ชมรมอนุรักษ-ฟนฟูเมืองเกาจังหวัดระยอง รวมกับเทศบาลนคร ระยอง และการทองเที่ยวแหงประเทศไทย แมเพียงระยะเวลาสั้นๆ แตยมจินดาที่ไดไปสัมผัสมาวันนี้ ถายังมี กลุมคนที่มีศิลปะในหัวใจ ยังมีกลุมคนที่หวงแหนและเห็นถึงคุณคา ศิลปวัฒนธรรมอันบงบอกรากความเปนมาของชีวิตและชุมชน เชนนี้ เรามั่นใจวา ยมจินดาจะไมมีวันตาย และจะฟนคืนเรื่องดีๆ ในอดีตของถนนที่ควรคาแกการถนอมรักและเชิดชูอยางแนนอน 1. ¢Í§ÊÐÊÁºŒÒ¹¡Å‹Í§à§Ô¹ 2. ਌ҢͧºŒÒ¹¡Å‹Í§à§Ô¹ 3.-4. §Ò¹¡ØÁÀҾѹ¸ 2 Çѹ 2 ÍÒÃÁ³ÃÑ¡ 2 Ἃ¹´Ô¹ 5. ÈÒÅ਌ÒáÁ‹·Ñº·ÔÁ 6. ÈÒÅ਌Ò⨫×Í¡§

1 2 4 3

5

6

55


TIRATHAI & SOCIETY

ถิรไทยกับสังคม ÃÑ°¾Å à¡ÉÁǧȏ¨ÔµÃ

¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ »ÃÔÞÞÒµÃÕ ¤³ÐºÃÔËÒøØáԨ ÊÒ¢Ò¡ÒÃâ¦É³Ò ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑÂÃÒÁ¤íÒá˧ ¡Ò÷íÒ§Ò¹ ¼ÙŒ¨Ñ´¡ÒÃʋǹ·ÃѾÂÒ¡ÃÁ¹Øɏ ºÃÔÉÑ· ¶ÔÃä·Â ¨íÒ¡Ñ´ (ÁËÒª¹)

สโมสรถิรไทย กาวสําคัญสูการ พัฒนาองคการอยางยั่งยืน การทํางานดวยความสุข หรือการสรางความสุขในที่ทํางาน ถือวาเปนสิ่งสําคัญอยางยิ่ง เนื่องจากการที่คนในองคการมี ความสุขในการทํางาน ก็จะสงผลตอการเพิ่มทั้งปริมาณและ คุณภาพ เปนจุดเริ่มตนของความคิดสรางสรรคและนวัตกรรม รวมทั้งการมีความสัมพันธที่ดีระหวางเพื่อนรวมงานทั้งในงานและ นอกงานก็จะสงผลใหมีการทํางานที่ราบรื่นและไมสรางปญหา และเมื่อมีความสุข ก็รูจักที่จะแบงปนความสุขไปยังมวลหมูสมาชิก ครอบครัว และสังคม ก็จะทําใหมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในป 2557 นี้ บริษัท ถิรไทย จํากัด (มหาชน) ไดกําหนดนโยบาย ในการจัดตั้งสโมสรถิรไทยขึ้น เพื่อเปนศูนยรวมการดําเนินงาน บริหารจัดการ ดานสรางเสริมคุณภาพชีวิต ความเปนอยูของ พนักงาน รวมทั้งครอบครัวของพนักงาน และสังคม แนนอน บุคคลที่จะใหขอมูลที่ดีที่สุดในเรื่องการจัดตั้งสโมสรถิรไทย และ ทานได ใหเกียรติใหเขารับฟงแนวทาง รวมทั้งความตั้งใจและความ คาดหวังในการจัดตั้ง “สโมสรถิรไทย” นั่นคือ คุณสัมพันธ วงษ ปาน กรรมการผูจัดการ บริษัท ถิรไทย จํากัด (มหาชน) นั่นเอง

คุณสัมพันธ วงษปาน กรรมการผูจัดการ บริษัท ถิรไทย จํากัด (มหาชน)

ความตั้งใจตอ สโมสรถิรไทย “ ในชวงเวลา 2-3 ปที่ผานมาการที่บริษัทของเรามาถึงจุดนี้ เรา จึงมีความคิดที่วา เราจะทํายังไงกับสังคมของเราใหมีคุณภาพดี ขึ้น ใหมีการอุปถัมภคํ้าชูกันมากขึ้น โดยมีจุดมุงหมายคือการเปน แหลงรวมคนดีที่อุทิศตน มีเกียรติและมีศักดศรี โดยสมัครใจที่จะ ใชศักยภาพของตน กระทําสิ่งที่เปนประโยชนตอสังคม ตรงนี้คือ ภาพรวมของมัน เพราะฉะนั้นแนวความคิด ก็คือเพื่อใหเกิดสิ่งดีๆ ใหกับพวกเรา หรือองคกรของเรา หรือสังคมของเรานั่นเอง

56


TIRATHAI SOCIETY สัมภาษณ พ&ิเศษ

ที่ผานมา เราทํางาน เรามักจะมุงแคเนื้องาน การสัมฤทธิ์ผลของ งาน แตเมื่อมาถึงวันนี้ โดยความคิดเห็น คือคนเราถาจะทํางานได ประสิทธิภาพสูงสุดได มันตองทํางานดวยความสุข ทํางานดวย ความตั้งใจ ทํางานดวยแรงบันดาลใจของตนเอง เพราะฉะนั้น สังคม ครอบครัว มีอิทธิพลทั้งนั้น “เราจะมองวา เราคุยเฉพาะ งานเทานั้น เรื่องสวนตัวเราไมคุย” ณ วันนี้พี่วาไมใช เราตองคุย กันทุกเรื่อง เพื่อชี้นําใหสังคมของเราเปนสังคมที่ดี หาโอกาสที่ดี หาตัวอยางดีๆ มาเลาสูกันฟง หรือมีโอกาสทําสิ่งดีๆ รวมกัน ซึ่งตรงนี้มีความฝนวาอยากจะใหมันเกิดสิ่งเหลานี้ และอยากให มันจรรโลงตอไป ก็จะทําใหองคกรเรายั่งยืน นั่นคือเหตุผลและ กรอบความคิดที่จะจัดทํา แตการที่จะบรรลุถึงสิ่งเหลานี้ไดนั้น ตองใชความพยายามอีกเยอะทีเดียว ทั้งความรวมมือ ทั้งปจจัย ตางๆ โดยเฉพาะพี่อยากจะเนนไปที่กลุมคนรุนใหมของพวกเรา จะ ตองเขาใจในแนวความคิด จะตองเห็นพองในการทําใหการดําเนิน งานที่จะเกิดขึ้นตอไป มันออกมาจากใจ จากความรูสึกที่แทจริง บนกรอบนโยบายที่ตั้งกันไว”

เมื่อสักครูไดกลาวถึงจุดมุงหมายของสโมสร คืออยากให สโมสรเกิดลักษณะของการอุทิศตน ขอใหขยายความใน ขอนี้ “คือเปนเรื่องที่อยากสรางโอกาสใหคนของเรา รูจักอุทิศตนให สังคม มีเวทีใหเขาเลน ในกรอบที่เหมาะสม มีสถานภาพที่เขมแข็ง มีแนวทางที่ดี มันก็จะเปนการสรางนิสัยที่ดีใหเกิดขึ้น กับคนของ เรา ซึ่งอาจรวมไปถึงครอบครัว และสังคม”

เปาหมายในปแรก มีการตั้งเปาหมายไวอยางไร “ลึกๆแลวในใจ แนนอนเรารูแลววา เราอยากทําอยางนี้ เราคง ตองสราง Practice สรางกฎเกณฑ วางโครงสราง คณะ กรรมการขึ้นมากอน มันเรียนรู มันพัฒนาได ในสวนนี้พี่กับ อาจารยณรงคฤทธิ์ (ที่ปรึกษาฝายบริหาร) คงเปนคนตนคิดใน การสรางแนวทาง และจากนั้นจะมาที่คณะกรรมการรวมกัน สรางสรรคตอ เพื่อใหการดําเนินงานมีทิศทางที่สอดคลอง และมี ความเห็นพองรวมกันวา มันจะสรางประโยชนตอพวกเรา แนนอนหลักการจัดตั้งสโมสรไดระบุรายละเอียดไว ในธรรมนูญ ของสโมสร กลาวคราวๆ ตองประกอบดวย การจัดตั้ง กรรมการสโมสรขึ้น หลังจากนั้นก็ตองมีกรรมการบริหารเพื่อ ดูแลกิจกรรมตางๆ ที่สําคัญ ในโครงสรางกรรมการสโมสร คงเปนระดับผูบริหารเขาไปมีสวน รวม เหมือนไปเปนคนใหนโยบาย มีสวนรวมผลักดัน ออกความ คิดรวมกัน ก็มีความตั้งใจวา สโมสรถิรไทยนี้ มันจะเปนที่รวมของ พวกเราทุกคน ทั้ง ถิรไทย และบริษัทในเครือทุกบริษัท”

โครงสรางของสโมสรเปนอยางไร “อยางที่บอกวาในขั้นแรกเราคงแตงตั้งคณะกรรมการสโมสร ที่ วางไวคือ ผูบริหารตัวแทนบริษัท 5 คน ผูทรงคุณวุฒิ 3 คน คณะกรรมการตัวแทนพนักงาน 3 คน และกรรมการบริหาร โดย ใชวิธีเลือกตั้ง

57


TIRATHAI & SOCIETY

ซึ่งกลุมคณะกรรมการบริหาร จัดเปนกลุมทํางานหลัก ซึ่งที่วาง ไวคงเปนคนรุนใหม เริ่มตนคงเปนการมอบหมายเพื่อเริ่มทํางาน หลังจากนั้นจะเปนการเลือกตั้ง ตรงนั้นขึ้นอยูกับกรอบความคิด ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ลักษณะงานเทาที่แบงกันแลว ไดสรุป กรอบความคิด แบงเปน ดานการบริหารทะเบียนสมาชิก, ดานที่ 2 คือการบริหารการเงิน และบัญชี, ดานที่ 3 คือการบริหารสวัสดิการสมาชิก และดานที่ 4 คือ การบริหารกิจการเพื่อสังคม ซึ่งทางกรรมการบริหาร เหลานี้ ไมใชทํางานเพียงคนเดียว ยังตองมีทีมงาน ซึ่งคําวาทีม งานไมใชมาเปนลูกนอง อาจเปนคนในสโมสรที่มีใจรวมงาน มา ชวยกัน แบงหนาที่กัน

สําหรับงบประมาณนั้น ในเบื้องตน ตามที่ไดเคยแถลงไวแลววา ภายใน 3 ป งบประมาณที่จะใสลงไป คือ ป พ.ศ. 2557, 2558, 2559 คือ 7,8 และ 9 ลานบาทตอป ซึ่งงบประมาณในป 2557 ก็ไดมีการอนุมัติงบประมาณไปแลวบางสวน เชนการทองเที่ยว ประจําป ซึ่งจะตองมาดูกันตอวาในระบบ เราจะทําอยางไรตอไป ฉะนั้นเราตองเริ่มที่การประชุม การคัดเลือกสมาชิกสโมสร วางตัวคณะกรรมการบริหารกันตอไป นอกจากนั้นแลวในใจพี่มีนโยบายที่จะประสานงานไปยังองคการ ชั้นนําที่มีการจัดตั้งสโมสร และมีการดําเนินงานที่มีประสิทธิภาพ โดยเราและทีมงานจะขอไปศึกษาดูงาน เรื่องการจัดทําสโมสร อยากไปเรียนรู วาสิ่งที่เราจะทํามันสอดคลองกันหรือไม หรือเรา

58

อาจจะมีไอเดียมาเสริมงานของเราได ซึ่งปจจุบันเราก็ไดมีการ ประสานงานกับ บริษัท เชลล (ประเทศไทย) จํากัด กันไปแลว ระดับหนึ่ง”


TIRATHAI SOCIETY สัมภาษณ พ&ิเศษ

จากที่ไดฟงมาขางตน จุดเริ่มตนของสโมสรถิรไทย คือ การจัดโครงสรางใหสมบูรณ กําหนดคณะทํางาน และงบ ประมาณซึ่งรวมงานดานกิจกรรมตางๆ มาบริหารซึ่ง ตรงนี้นอกเหนือจากประโยชนดานการบริหารจัดการแลว บริษัทหรือพนักงานจะไดประโยชนในดานใดเพิ่มเติมบาง “ความเห็นเบื้องตนของพี่ คือทําอยางไร เราจะ Centralize กรอบความคิดใหเปนหนึ่งเดียว ไมกระจัดกระจาย มันก็ตองเปน ระบบสโมสร ผานการนําเสนอของคนรุนใหมของเรา ใหเริ่มคิด เริ่มทํา มันก็จะชี้นําไปในทิศทางเดียวกัน ไมสะเปะสะปะ คือเราคิดจะ ทําอะไรก็ออกเปนนโยบาย และจัดการลงไป ก็จะสรางความ ทาทายและคนทํางานก็จะมีความสุขที่ไดรวมงานกัน

นอกเหนือจากที่พูดมา พนักงานยังจะไดสิทธิประโยชนและไดรวม กิจกรรมตางๆที่สโมสรมอบใหกับสมาชิกทุกคนในแตละโอกาส ซึ่งตรงนี้จะตองไปคุยในรายละเอียดกันตอไป ซึ่งเราจะไดรับ มากกวาสิ่งที่ได ในปจจุบัน รวมทั้งการเปนผู ใหดวย สวนในระยะยาว พี่ก็มีความคิดที่จะจัดหาสถานที่สําหรับสโมสรให เราและพนักงานสามารถดําเนินงานและใชประโยชนไดอยางเต็มที่ ซึ่งก็มีสถานที่ไว ในใจแลวเหมือนกัน”

59


TIRATHAI & SOCIETY

สุดทายเรื่องความคาดหวังตอสโมสร และพนักงานของบริษัท “เรื่องความคาดหวังไดระบุไวใน วัตถุประสงคของการจัดตั้งสโมสรแลว แนนอนเราตองการใหพนักงานของเรา มีความสมัครสมานสามัคคีกัน มีกรอบ ความคิดในแงรูจักการทํางานเพื่อ สังคมรวมกัน ดวยใจรัก สมัครใจไม บังคับ ซึ่งเราก็จะไดบมเพาะนิสัยที่ดี ใน สวนนี้จะทําใหพวกเราทุกคนทํางาน ดวยความสุข รวมทั้งสรางหลักประกัน วา ชีวิตในการทํางานก็ดี นอกเวลา ทํางานก็ดี มีความสุขที่ไดใชชีวิตรวม กัน เปนครอบครัวเดียวกัน เปนสังคม เดียวกัน ซึ่งถือวาเปนการยกระดับ ชีวิตของพนักงาน ครอบครัว สังคม และรวมกันจรรโลงสิ่งดีๆใหคงอยูไว ตลอดไป” จากบทสัมภาษณ ไดแสดงใหเห็นถึงความ มุงมั่น ตั้งใจของผูบริหารที่ตองการให พนักงานของบริษัททุกคนทํางานกันได อยางมีความสุข และกระจายความสุขเหลา นั้นไปยังครอบครัว สมาชิก และสังคม รอบๆ ขาง ผูที่มีความสุขมักจะประสบความสําเร็จ มากกวาบุคคลอื่นๆ ที่เปนเชนนั้น เนื่องจากคนที่มีความสุข มักจะมองโลกใน แงดี เขาสังคมไดงาย เปนที่ชื่นชอบ มีความ ตื่นตัวและมีพลัง ซึ่งสิ่งตางๆ เหลานี้คือ ปจจัยที่สําคัญที่นําเขาเหลานั้น กาวสูความ สําเร็จ รวมทั้งการทําใหองคการประสบ ความสําเร็จเชนกัน…

60


สโมสรถิรไทย ประชาคมคนดีที่อุทิศตน


มากกวาพลังงานไฟฟา คือ ความเปนหมอแปลงของ…คนไทย

TIRATHAI JOURNAL No. 9  

TIRATHAI JOURNAL

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you