Issuu on Google+


ขนมไทยชาววัง ขนมชาววังใช้ความละเมียดละไม ประดิดประดอยอยูห่ ลายขั้นตอน คน สมัยก่อนนิยมส่ งลูกหลานที่เป็ นผูห้ ญิงเข้าไปในวัง เพื่อถวายตัวรับใช้เจ้านาย ในวังตามตำาหนักต่างๆ เพื่อฝึ กฝนงานฝี มือด้านต่างๆ เช่น งานเย็บปั กถัก ร้อย จัดดอกไม้ ทำาอาหาร หากค้นคว้าตามตำาราเก่าๆ จะพูดถึงขนมในวังแท้ๆ อยูไ่ ม่กี่อย่าง และแต่ละอย่างต้องใช้ความละเอียดประณี ต พิถีพิถนั ทุกขั้นตอน การทำา


ขนมหม้อตาล

ขนมนี้กเ็ ป็ นขนมอีกชนิดหนึ่งที่จะใช้กนั ในงานแต่งคะมักจะเรี ยกว่า หม้อเงิน หม้อทองคะ ขนมชนิดนี้ มีรสหวานกำาลังดีที่พอได้ชิมจะได้รสของแป้ งกัน ำ น้าตาลที ่ลงตัวคะ


ขนมพระพาย

ำ เป็ นขนมอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ในงานแต่งงานคะ ขนมนี้ทาำ มาแป้ งนวดกับน้ามะลิ และสอดไส้ซ่ ึ งไส้ของขนมชนิดนี้ มีรสหวานอร่ อยมากคะ


ขนมตะลุ่ม

ขนมนี้จะมียุ2 ส่ วนคะ ส่ วนตัวขนมทำาจากแป้ งข้าวเจ้า แป้ งเท้ายายม่อม ำ นใสและหางกะทิ และนำาไปนึ่ง ส่ วนตัวหน้าทำาจาก แป้ งมันสำาปะหลัง น้าปู ำ ใส่ แป้ งข้าวเจ้าเล็กน้อย แล้วเทบนตัวขนมนำาไปนึ่ง ตอนรับ กะทิและน้าตาล ประทานควรทานพร้อมกันเพราะมันจะให้รสชาติที่ลงตัวมากคะ


ขนมบุหลันดัน๋ เมฆ

ขนมชนิดนี้จะเป็ นขนมที่ชาววังคิดขึ้นมา ให้มีสีสนั เปรี ยบแบบบทเพลงของ ไทย บุหลันลอยเลื่อน ซึ่งเป็ นบทเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 เมื่อรับ ำ ประทานจะให้รสหอมหวานของดอกอัญชัน กับ กลิ่นน้าตาลมะพร้ าวคะ


ขนมเกสรชมพู

ขนมชนิดนี้ มองครั้งแรกอาจจะคิดว่านี้คือ ข้าวเหนียวแก้ว แต่ถา้ มองดีดีจะเห็น ข้อแตกต่างกันตรงที่ความแข็งกะด้างของข้าวเหนียวคะ ส่ วนเรื่ องรสชาติขนม ชนิดนี้จะมีความมันและหอมไปในตัวของมะพร้าวและยังมีความหวานที่ไม่ เหมือนใครคะ


ขนมจี้้

เป็ นขนมไทยชาววังที่หากินไม่ได้แล้วในยุคนี้ ส่ วนผสมทำาด้วยแป้ งข้าวเหนียว ผสมกับแป้ งข้าวเจ้า แล้วนวดกับกะทิ ปั้ นเป็ นก้อนกลมๆ แบนๆ มีไส้ที่ทาำ ด้วย ำ น้าตาลทรายเคี ่ยวผสมกับงาคัว่ จากนั้นคลุกกับนวลแป้ งข้าวเจ้าที่ควั่ สุ กแล้ว รส หวานและมีกลิ่นหอม ว่ากันว่าเวลาหยิบใส่ ปากแล้วต้องรี บหุบปาก มิเช่นนั้น นวลแป้ งที่คลุกขนมจะฟุ้ งคะ


ขนมทองเอก

ำ ไข่แดง และกะทิ กวนจนข้น แล้ว ขนมไทยที่มีส่วนผสมของแป้ งสาลี น้าตาล นำาใส่ แม่พิมพ์ให้ได้รูปตามที่ตอ้ งการ จากนั้นจึงแคะออกจากแม่พิมพ์ แล้วนำา มาอบด้วยเทียนอบ ขนมทองเอกในสมัยโบราณนั้นได้มีการนำาทองคำาเปลวมาตัดเป็ นแผ่นสี่ เหลี่ยม เล็กๆ มาประดับไว้ดา้ นบนของขนมทองเอก โดยใช้วิธีการวางแผ่นทองคำา เปลววางไว้บนแม่พิมพ์ก่อนเทขนมทองเอกลงในแม่พิมพ์ แต่ปัจจุบนั ไม่มี การนำาทองคำาเปลวมาตกแต่งขนมทองเอก เนื่องจากทองคำาเปลวเป็ นอันตราย ต่อสุ ขภาพของผูร้ ับประทาน


ขนมอาลัว

ำ นำามะพร้าวขูดไปผสมกับน้าลอยดอกมะลิ จากนั้นนำาไปคั้นจนได้นากระทิ ้ำ นำา ำ ผสมกับแป้ งและ แป้ งสาลี, แป้ งถัว่ เขียว และแป้ งมันร่ อนผสมกัน นำาน้ากะทิ ำ คนจนละลายเข้ากันดี จึงนำาไปกรองด้วยผ้าขาวบาง เสร็ จแล้วนำาไปตั้ง น้าตาล บนไฟร้อนปานกลาง ใส่ สีผสมอาหารลงไป และกวนเรื่ อยจนส่ วนผสมทุก อย่างเข้ากันดี (แป้ งจะมีลกั ษณะเหนียวใสๆ ถ้านำาไปหยอดในน้าำ แล้วแป้ งยังคง ำ งที่ได้ตกั ใส่ ถุงบีบ แล้วจึงบีบลงในถาดที่ทาเนย รู ปอยูก่ เ็ ป็ นอันใช้ได้) นำาน้าแป้ ขาวบาง ๆ แล้วจึงนำาไปตากแดดสัก 2 - 3 แดด เสร็ จแล้วนำาไปอบควัน เทียน จัดใส่ จานเสริ ฟได้ทนั ที หรื อใส่ กระปุกมิดชิดเก็บไว้รับประทานภาย หลังได้



ขนมไทยชาววัง