Page 1

ศิลปะการสรางภาพใหปรากฏบนเวที (Spectacle or Visual presentation) คือ ฉาก แสง สี เครื่องแตงกาย แตงหน$า เป&นองค'ประกอบสําคัญของการแสดง มี บทบาทและหน$าที่ที่จะทําให$การแสดงสมบูรณ'ย่งิ ขึ้น และต$องสอดคล$องกับแนวนําเสนอ (Style) แนวความคิดหลัก (Concept) สีสัน และบรรยากาศตามเรื่องราวของการแสดง และต$อง มีเอกภาพกลมกลืนกัน สิ่งเหลานี้แม$เป&นสวนประกอบ แตเป&นตัวเสริมที่สําคัญ และต$อง คํานึงถึงความสะดวกในการปฏิบัติงาน การแสดงและงบประมาณด$วยเสมอ เครื่องแตงกายและการแตงหนา (Costume design / Make-up) เครื่องแตงกายและแตงหน$ามีความสําคัญตอผู$แสดงในการสร$างและเสริม บุคลิกลักษณะ อุปนิสัยใจคอ ภูมิหลัง ฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม ผู$ออกแบบเครื่องแตงกายและ ชางแตงหน$าบางครั้งต$องประสานงานกับผู$กํากับการแสดงหรือผู$ออกแบบฉาก แสง สี เพื่อให$ แนวการนําเสนอประสานกลมกลืนเป&นแนวเดียวกัน หน$าที่และบทบาทของเครื่องแตงกาย ได$แก ๑. แสดงยุคสมัยของเนื้อหาหรือเรื่องราว ๒. แสดงฐานะทางการเงิน สังคมและชนชั้นของตัวละคร ๓. แสดงบุคลิกภาพ นิสัยใจคอ และสะท$อนความต$องการสูงสุดในชีวิต ๔. แสดงการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน'และทัศนคติตอชีวิต โดยการเปลี่ยนสีสันและ รูปรางลักษณะขิงเครื่องแตงกาย ๕. เน$นบทบาทสําคัญของตัวละครบางตัวให$ดูเดนและตางจากกลุมอื่นด$วยสีและ แฟชั่น ๖. แสดงแนวการนําเสนอที่ผู$กํากับต$องการจะเน$น ๗. ตัวละครอาจไมจําเป&นต$องเปลี่ยนเสื้อผ$าหลายชุด ถ$าละครนั้นเป&นเรื่องที่เกิดขึ้นใน เวลาตอเนื่องกันในระยะสั้น ๘. เครื่องประดับ มีสวนสําคัญในการเสริมสร$างบุคลิกภาพของตัวละครเป&นอยางมาก และสะท$อนจิตวิทยาภายใน หญิงที่ชอบใสเครื่องประดับมากเกินจําเป&น มักเป&นคนวัตถุนิยม ชอบแสดงอวด มั่งมี เพราะอาจไมมีคุณสมบัติอยางอื่นที่ดีเพียงพอ ไมมั่นคง ขาดความรักความ


อบอุน ตรงกันข$ามกับหญิงที่ไมใสเครื่องประดับเลย อาจเป&นคนเข$มงวด ตึงเครียด มัธยัสถ' มีความรู$สติปSญญา ไมชอบวัตถุนิยม เครื่องประดับชาย อาจแสดงนิสัยได$เชนกัน เชน เน็กไท คนที่ชอบเน็กไทสีขรึม ลายเล็ก มักเป&นเจ$าระเบียบ ประเพณีนิยม (Conservative) หัวเกา ตางกับคนที่ชอบ ลายดอกโต สีฉูดฉาด ขาดรสนิยม เป&นคนฟูVฟVา ไร$ความพอดี ขีโ้ อ ชอบโอ$อวด สนุกสนานเฮฮา รองเท$าก็แสดงอุปนิสัยได$ดี หญิงที่ใสรองเท$าปXดส$นตันเตี้ย แสดงบุคลิกที่มี ระเบียบเหมือนครู รองเท$าโปรงเส$นเล็ก ส$นเรียวสูง แสดงบุคลิกที่สบาย ออนไหว มีความเป&นหญิงมาก รักสวยรักงาม เป&นต$น ศิลปะการแตงหนา ๑. การแตงหน$าธรรมดา (Straight Make-up) โดยใช$เครื่องสําอางทาบนใบหน$าของผู$ แสดง ซึ่งใช$เทคนิคของจิตรกรรม คือ ทารองพื้น ทาแป_ง เขียนคิ้ว เขียนตาและปาก ให$เป&นธรรมชาติ ตามบุคลิกภาพ และวัย เรียกวา การแตงหน$าธรรมดา ผู$แสดง ควรสามารถเรียนรู$วิธีการนี้ เพื่อให$แตงหน$าตนเองได$ ในความเป&นสากลนักแสดง หรือนักร$องจะต$องสามารถแตงหน$าตนเองได$ ยกเว$นการแตงหน$าพิเศษ ผู$แสดง จะต$องรู$จักผิวหน$าและโครงสร$างหน$าตนเอง ๒. การแตงหน$าตัวละครพิเศษ (Character Make-up) ซึ่งต$องใช$ลักษณะเสริมบุคลิกให$ ตัวละครนั้นเดนชัดเจนขึ้น เชน เสริมจมูก หรือใช$วัสดุพิเศษ เชน แผนยาง พลาสติก ขนตา หนวดติดกาว การย$อมผมสีตางๆ แม$กระทั่งการทําบาดแผล รอยแผลเป&น เลือดไหล รวมทั้งการแตงหน$าเป&นคนตาย ผี แมมด ยักษ' แรด เหลานี้เป&น สวนประกอบของการแตงหน$าพิเศษ (Special Make-up) ซึ่งอาจต$องมีผู$เชี่ยวชาญ เป&นผู$แตงให$โดยเฉพาะ การแตงหน$าทั้งสองประเภทจะต$องทดสอบกับแสงไฟบนเวที ซึ่งมีความแรงกวาแสง ธรรมชาติ จะต$องแตงสีเข$มกวาปกติและไมใชเครื่องสําอางที่มีความมันสะท$อนแสง


การแสดงออกทางรางกายและความสัมพันธ7กับเวที ๑. บริเวณพื้นที่เวที บริเวณพื้นที่เวทีจะมีความสําคัญตางกัน ขึ้นอยูกับระยะใกล$หรือไกลผู$ชม มองเห็นและ ได$ยินมากน$อยเพียงไร ในเวทีแบบพรอสซีเนียม (Proscenium stage) หรือ เวทีท่มี ีฝากั้น ๓ ด$าน และกรอบหน$าเวที บริเวณที่ผู$ชมจะเห็นและได$ยินชัดเจนจากระดับสายตาของผู$ชมชั้นลางมอง เข$าไปในเวที คือ บริเวณด$านหน$าและตรงกลาง สวนบริเวณด$านข$างหรือริมเวทีและบริเวณด$าน ในเวทีจะสําคัญรองลงมา ตามหลักสากล ประเพณีของตะวันตกซึ่งใช$เวทีแบบพรอสซีเนียมเป&น สวนใหญนั้น จะยกระดับด$านหลังให$สูงกวาด$านหน$าเล็กน$อย ทําให$พื้นเวทีเทลาดลงด$านหน$า เพื่อให$ผู$ชมเห็นบริเวณด$านหลังหรือด$านในเรียกวา “อัพเสตจ” (upstage) บริเวณด$านขวาของผู$ แสดงซึ่งหันหน$าออกสูผู$ชมเรียกวา “เวทีขวา” (right) และซ$ายของผู$แสดงวา “เวทีซ$าย” (left) ในการเคลื่อนไหวของผู$แสดงก็เชนกัน ถือผู$แสดงเป&นหลัก (ตรงกันข$ามกับของไทย เมื่อพูดถึง ขวาหรือซ$าย มักถือเอาผู$ชมเป&นหลักคือ ขวาหรือซ$ายของผู$ชม) ในที่น้ีจะขอถือตามหลักสากล (แทรกภาพ) จากภาพแผนผังพื้นที่เวที แสดงเส$นแนวสายตา ในภาพนี้เป&นเวทีแบบพรอสซีเนียม การ กําหนดเส$นสายตา (Sight line) ซึ่งผู$ชมจะมองเห็นเวที ทําโดยขีดเส$นจากที่นั่งผู$ชมแถวหน$าตัว ปลายแถว ลากมาตัดกับมุมกรอบหน$าของเวที (Proscenium arch) ไปจนถึงผนังเวทีด$านหลัง บริเวณที่อยูนอกเส$นทางมุมขวาและซ$ายเป&นบริเวณที่จุดบอด ผู$ชมริมสุดจะไมสามารถเห็น อะไรในบริเวณนี้เลย ฉะนั้นในการวางฉาก และการเคลื่อนไหวของผู$แสดงต$องหลักเลี่ยงบริเวณ จุดบอดนี้ และให$อยูในพื้นที่บริเวณตรงกลาง ผู$ชมชั้นบนไมคอยมีปSญหา นอกจากนั้นแล$วตามหลักสากล บริเวณด$านขวาของผู$แสดงมักถือวา มีน้ําหนักกวา ด$านซ$าย หากผู$แสดงยินอยูบริเวณด$านหน$ามุมขวา (Downstage right) จะดูมีนํ้าหนักกวา มุมซ$าย ทั้งนี้เพราะตามธรรมชาติและความเคยชิน สายตาของผู$ชมมักรู$สึกสบายตา เมื่อมอง จากซ$ายไปทางขวาของเวที ตามการอานหนังสือในแทบทุกภาษาจะอานจากซ$ายไปขวา (คือ ขวาไปซ$ายของผู$แสดง) และจะรู$สึกขัดตาเมื่อมองจากขวาไปทางซ$ายของเวที (ซ$ายไปขวาของผู$ แสดง) ฉะนั้นในการกําหนดทิศทางและตําแหนงของผู$แสดงก็จะอาศัยหลักนี้ คือ ถ$าเคลื่อนจากซ$ายไปขวาของผู$แสดง มีน้ําหนักกวาจากขวาไปซ$าย บริเวณกลางเวทีจะ มีความสําคัญมากที่สุด ถ$าถอยไปสูบริเวณด$านข$างหรือด$านใน ความสําคัญจะน$อยลง ลดหลั่น กันตามลําดับดังนี้


(แทรกภาพ) 1. Downstage center 2. Center 3. Downstage right center 4. Downstage left center 5. Downstage right 6. Downstage left 7. Right center 8. Left center 9. Upstage center 10. Right 11. Left 12. Upstage right center 13. Upstage left center 14. Upstage right 15. Upstage left

DC C DRC DLC DR DL RC LC UC R L URC ULC UR UL

จากภาพพื้นที่แสดงสําหรับเวที การใช$บริเวณเหลานี้ ตามกฎธรรมดาคือ บริเวณที่อยู กลางและใกล$สายตาผู$ชม เป&นลริเวณที่มีนํา้ หนักและสําคัญกวาบริเวณด$านในหรือริม ซึ่งหาง ตาและหูของผู$ชม บริเวณด$านขวาของผู$แสดง ๒. ตําแหนงของรางกายและทิศทางที่หันตัว ๓.

ศิลปะการสร้างภาพให้ปรากฏบนเวที  

ศิลปะการสรางภาพใหปรากฏบนเวที (Spectacle or Visual presentation) การแสดงออกทางรางกายและความสัมพันธ7กับเวที (แทรกภาพ)

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you