Issuu on Google+

วาดวยคําบอกหนาพาทยแผลง จาก คําบรรยายวิชาดุริยางคศาสตรไทย โดย นายบุญธรรม ตราโมท พ.ศ.๒๔๘๑ อันคําบอกหน$าพาทยแผลงนี้ คนเจรจาโขนและหนังใหญ.ในสมัยก.อนได$นิยมใช$กันอยู. โดยทั่วไป ซึ่งแทนที่จะบอกป45พาทยบรรเลงเพลงหน$าพาทยอะไรตรงๆ ก็แผลงบอกเสียอีกอย.างหนึ่ง เพื่อลองเชาวนักป45พาทยอีกชั้นหนึ่ง คําแผลงที่บอกนี้ มิได$แผลงด$วยตัวอักษรดังคําแผลงในอักษร ศาสตร เป:นการแผลงด$วยคําต.อคําทีเดียว มีหลักอยู.ที่จะให$ความหมายของคําแผลงนั้นตรงกับชื่อ หน$าพาทยเท.านั้น ที่จริงก็เป:นคําบอกใบ$เรานี่เอง สมัยก.อนๆ ถ$าผู$ใดทําให$ป45พาทยจนเพลงได$มากเท.าใด ก็มักจะเห็นกันว.าเป:นผู$ที่ยิ่งด$วย ความรู$ความสามารถมากเท.านั้น ทั้งดูเหมือนจะเป:นที่น.าเกรงขามของบรรดาหมู.นักป45พาทยด$วย ตลอดจนคนร$องส.งก็เช.นเดียวกัน แต.มาสมัยนี้เป:นสมัยที่นิยมความเรียบร$อยและความพร$อมเพรียง เป:นใหญ. ความเห็นจึงออกจะเป:นไปในทางว.า ผู$ที่ทําให$ป45พาทยจนเพลงก็คือผู$นํามาซึ่งความไม. เรียบร$อยของการแสดงนั้น ถ$าเป:นคนร$องส.ง เมื่อร$องไปแล$วป45พาทยรับไม.ได$ ตัวผู$ร$องส.งเองก็เคอะ เขิน ผู$ฟ=งก็ไม.ได$ฟ=งสิ่งที่ไพเราะ ถ$าเป:นคนเจรจา เมื่อบอกหน$าพาทยไปแล$ว ป45พาทยทําไม.ได$ตัวโขน หรือหนังก็จะยืนเก$ออยู.โดยไม.มีเพลงที่จะรํา เป:นเครื่องขลุกขลักมาก คนดูก็ชักจะเบื่อ ฉะนั้นการ บอกหน$าพาทยแผลงจึงได$ศูนยไปจนเกือบจะไม.มีเหลืออยู.แล$ว จะมีอยู.บ$างก็ในต.างจังหวัดบาง จังหวัดเท.านั้น แต.ก็น$อยตามที อย.างไรก็ตาม การบอกหน$าพาทยแผลงนี้ ย.อมเป:นการฝ@กหัดใช$ความคิดฝ@กฝนเชาวนให$ ว.องไว ซึ่งนับว.าเป:นเครื่องนํามาซึ่งความเจริญแห.งป=ญญาได$อย.างหนึ่ง อันควรรักษาไว$ สี่ศอก – คําแผลงคํานี้ก็ใช$มาตราวัดทางยาขงไทยเรานี้เองเป:นที่ตั้ง คือ ...........๒ คืบ เป:น ๑ ศอก ๔ ศอก เป:น ๑ วา.........ฯลฯ เพราะฉะนั้นเมื่อได$ยินคําบอกหน$าพาทยแผลงว.า ๔ อก ผู$ บรรเลงก็ต$องบรรเลงเพลงวา การบอกคําแผลงให$ทําเพลงวานี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล$าเจ$าอยู.หัวฯ เคยทรงแผลง เป:นกิริยาอีกวิธีหนึ่ง คือเมื่อมีพระราชประสงคจะให$ป45พาทยทําเพลงวาก็ทรงกางพระพาหาเหยียด ตรงออกไปข$างๆ ทั้งสองข$าง แทนที่จะรับสั่งด$วยพระโอษฐ เพราะการวัดความยาวของไทยเราใน สมัยที่ยังไม.มีไม$วัดที่แน.นอนก็ใช$วิธีวัดด$วยการเหยียดแขนให$ตรงออกไปทั้งสองข$าง และนับจาก ปลายนิ้วกลางของข$อมือข$างหนึ่งมาถึงอีกข$างหนึ่งเป:นหนึ่งวา ฉะนั้นการที่ทรงแผลงเช.นนี้ ก็เป:นนัย เดียวกันกับคําที่บอกว.าสี่ศอกนั่นเอง


ไมไดไมเสีย สมัยก.อนนี้บ.อนการพนันโปและถั่วมีอยู.ทั่วๆ ไป แทบทุกหัวระแหง และทุก บ.อนก็มีมหรสพแสดงเป:นประจําอยู.ทุกวัน พวกมหรสพต.างๆ ถึงจะเป:นคนที่ชอบการพนันหรือไม.ก็ ตาม ก็ย.อมได$ยินการไต.ถามถึงผลของการเล.นการพนันมาแล$วเสมอๆ และก็มีคําตอบอยู. ๓ อย.าง เท.านั้นคือได$เท.านั้นเท.านี้ เสียเท.านั้นเท.านี้และไม.ได$ไม.เสีย คําว.าไม.ได$ไม.เสีย หมายถึงว.าได$กับเสีย เสมอเท.ากัน จึงนํามาใช$เป:นคําบอกหน$าพาทยแผลงซึ่งหมายถึงให$ป45พาทยทําเพลงเสมอ ลูกกระสุน ลูกกระสุนคืออะไร? มีลักษณะอย.างไร? ถ$ามีคําถามเช.นนี้ ทุกท.านคงจะตอบ ได$ดีว.า ลูกกระสุนคือดินเหนียวป=Hนตากแห$ง มีลักษณะกลมรอบตัว ไม.มีเหลี่ยม เมื่อเช.นนั้น คําบอก หน$าพาทยแผลงที่บอกว.าลูกกระสุนก็คือแทนคําบอกว.ากลมนั่นเอง ชวย หรือ ทวย เมื่อคนเจรจาบอกหน$าพาทยชวย หรือบางคนก็บอกว.าทวย ป45พาทย จะต$องทําเพลงเชิดเป:นประเพณีกันมาเช.นนี้ แต.ว.าคําแผลงคํานี้ตีความไม.ออกว.าจะอย.างไร ชวย ตาม ปทานุกรมของกระทรวงธรรมการ แปลว.าลมพัดอ.อนๆ พัดเรื่อยๆ ค.อยๆ ยกย.าง ดูไม.เห็นจะ เข$ากันอย.างไรซึ่งจะหมายถึงเชิดได$ และทวยแปลว.าหมู. เหล.า ไม$ที่รับเต$าบางทีทําเป:นรูปนาค บางที ก็เรียกว.าคันทวยก็มี ก็เป:นเช.นเดียวกัน หรือจะหมายความถึงการไปเป:นหมวดหมู. ก็ไม.แน.นัก แม$แต. จะไปคนเดียว หรือรบกัน ก็บอกชวยหรือทวยให$ทําเชิดได$ อีกประการหนึ่งการบอกหน$าพาทยแผลง มิได$เอากิริยาของเรื่องมาบอก ในคําพากยเบิกหน$าพระของการแสดงหนังใหญ. ซึ่งเรียกว.า “พากยสามตระ” เมื่อจบบท หนึ่งๆ ก็บอก “ทวย” ให$ป45พาทยทําเชิดครั้งหนึ่ง และยังเรียกกันว.า ทวย ๑ ทวย ๒ และทวย ๓ คล$ายกับจะเป:นคําบอกว.าหมวดที่ ๑ – ๒ – ๓ นั้นเอง แต.ถ$าเช.นนั้นทําไมไม.เรียกว.า ตระ ๑ ตระ ๒ และตระ ๓ เพราะเรียกรวมแล$วว.าพากยสามตระ ที่เรียกทวย ๑ – ๒ – ๓ ก็หมายความว.า เชิดครั้ง ที่ ๑ – ๒ – ๓ นั้นเอง แต.ทวยทําไมแปลว.าเชิด เป:นข$อที่น.าสงสัยอยู. ข$อสันนิษฐานของข$าพเจ$าเข$าใจว.า คําบอกหน$าพาทยแผลงให$ทําเพลงเชิดนี้ แต.เดิมคงบอก ว.า “ชูไว$” ซึ่งมีความหมายตรงกับคําว.า “เชิด” และคําว.าชูไว$นี้ถ$าพูดเร็วๆ หรือฟ=งไม.ถนัดก็ฟ=งเป:น ชวยได$ ผู$ตามหลังต.อๆ มาก็ทึกทักเอาเป:นชวยทีเดียว ซึ่งเข$าใจว.าถูกต$องกว.า จึงยังใช$อยู.ทั้งชวย และทวย ซึ่งก็ไม.ตรงกับคําแผลงเดิมทั้งคู. ทั้งนี้เป:นแต.ข$อสันนิษฐานเท.านั้น แสวงหา การจะไปไหนๆ ถ$าไม.ต$องห.วงอะไรๆ ก็ย.อมไปได$โดยเร็ว แต.ถ$าเมื่อจะไปไหนแล$ว ยังต$องหาสิ่งโน$นสิ่งนี้อยู. นุ.งกางเกงแล$วยังหาเข็มขัดไม.พบ แว.นตาอยู.บนหน$าผากเทียวหาใน กระเปKาเสื้อและลิ้นชักโตLะ หรือเมื่อเดินไปได$สักหน.อยดุมเชิ้ตหล.นหายเสียแล$วต$องเที่ยวเดินหาอยู. อีก ดังนี้การไปนั้นก็ย.อมช$าเป:นธรรมดาเพราะฉะนั้น เมื่อคําอกหน$าพาทยแผลงว.าแสวงหา ป45พาทย จึงต$องทําเพลงช$า เพลงช$าบางท.านเข$าใจว.าควรจะทําเพลงฉิ่ง แต.การบอกหน$าพาทยแผลงมิได$เอา


กิริยาอาการของเรื่องนั้นๆ มาบอกให$ทําหน$าพาทยประกอบ เป:นการบอกแผลงให$มีความหมาย ตรงกับชื่อหน$าพาทยนั้นต.างหาก นางพระยาดําเนิน นี่ก็เป:นคําบอกหน$าพาทยแผลงอีกคําหนึ่งซึ่งประสงคให$ป45พาทยทํา เพลงช$า เช.นเดียวกับคําว.าแสวงหา คือถือกันว.านางท$าวนางพระยานั้น การที่จะทรงพระดําเนินไป ไหนๆ ก็ย.อมไปโดยมารยาทอันแช.มช$า กรีดกราย ถึงแม$จะเสด็จโดยมีขบวนๆ นั้นก็ต$องเดินไปอย.าง ช$าๆ เพื่อให$สมแก.สภาพแห.งนางกษัตริยเหตุดังนี้แหละคําที่บอกว.านางพระยาดําเนินจึงหมายถึง เพลงช$า แมลูกออนไปตลาด คําว.าแม.ลูกอ.อนนี้ ทุกท.านคงทราบดีว.าหมายถึงมารดาของเด็กอ.อน อันมารดาของเด็กอ.อนนั้นย.อมมีความห.วงใยในบุตรน$อยๆ ยิ่งกว.าสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น แต.การไปตลาด เพื่อซื้อหาอาหารมาบริโภคก็เป:นสิ่งจําเป:นที่จะหลีกเลี่ยงไม.ได$เหมือนกัน ฉะนั้นเมื่อแม.ลูกอ.อน จําเป:นต$องไปตลาด ก็จําต$องรีบไปเร็วๆ เมื่อถึงตลาดแล$วก็รีบซื้อโดยมิต$องพิถีพิถันมากนัก ครั้นซื้อ เสร็จแล$วก็ต$องรีบกลับดังที่พูดกันเสมอๆ ว.ารีบไปรีบมา ทั้งนี้เพราะความเป:นห.วงบุตรจะหิวโหย หรือร$องไห$ ถ$าจะพูดโดยกิริยาอาการของแม.ลูกอ.อนที่ไปตลาดก็คือไปเร็วมาเร็วนั่นเอง เพราะฉะนั้น คําแผลงหน$าพาทยนี้ก็หมายถึงให$ป45พาทยทํา เพลงเร็ว ซึ่งเป:นคู.กับคําว.านางพระยา ดําเนินที่กล.าวแล$ว เหลืองออน พอได$ยินคํานี้บางท.านก็คงนึกไปถึงนกขมิ้นทีเดียว เพราะได$ยินร$องส.งกันอยู. เสมอๆ ว.า “นกขมิ้นเหลืองอ.อน” คงหมายถึงเพลงนกขมิ้นเป:นแน. แต.มิใช.เช.นนั้น ที่จริงคํานี้ออกจะ ตรงและง.ายมาก สีที่เหลืองอ.อนๆ เราเรียกกันว.าอย.างไร? โดยมากเรามักเรียกกันว.าสีนวลมิใช.หรือ แล$วจะมีอะไรอีกเล.า คําแผลงที่บอกว.าเหลืองอ.อนก็หมายถึงความประสงคจะให$ทําหน$าพาทย สีนวล เท.านั้นเอง ผัว���าย ผู$หญิงเมื่อสามีตายเราก็เรียกหญิงนั้นว.าแม.หม$าย และแม.หม$ายที่ผัวตายใหม. ก็ ย.อมคร่ําครวญหวลไห$ถึงผัวต.างๆ นานา เพลงแม.หม$ายคร่ําครวญนั้นก็เป:นเพลงช$าเพลงหนึ่งนั่นเอง แต.ถ$าเขาจะบอกตรงๆ ว.า เพลงช$า หรือ จะบอกแผลงว.า แสวงหา หรือ นางพระยาดําเนิน ดังที่ กล.าวมาแล$ว ป45พาทยก็ย.อมมีอิสระที่จะทําเพลงช$าเรื่องใดๆ ก็ได$ตามพอใจ แต.ในที่นี้เขาต$องการให$ ทําเพลงช$าด$วยเพลงแม.หม$ายคร่ําครวญโดยเฉพาะ เขาจึงบอกเป:นคําแผลงว.าผัวตายเสีย เพลงแม. หม$ายคร่ําครวญนี้อยู.ในตอนกลางของเรื่องนกขมิ้น เรียกอีกชื่อหนึ่งว.านกขมิ้นตัวเมีย สาดทราย เสียงที่ได$ยินจากการเอาทรายสาดจะดังอย.างไรก็ตาม แต.เรามักพุดกันติดปาก ว.าดังกราวๆ คนเจรจาจึงถือเอาคําสาดทรายนี้มาเป:นคําบอกหน$าพาทยแผลงให$ป45พาทยทําเพลง กราว กราว ณ ที่นี้มีอยู. ๒ อย.าง คือ กราวนอกกับกราวใน ฉะนั้น ในเมื่อผู$บรรเลงได$ยินคําบอก


สาดทราย ซึ่งเข$าใจว.ากราวแล$ว ยังจะต$องมีความเข$าใจในเรื่องนั้นอีกขั้นหนึ่งว.า ที่จะต$องทําเพลง กราวนั้นตัวอะไรจะออก มนุษยหรือลิง ยักษอย.างไร ถ$าเป:นจําพวกมนุษยหรือลิงก็ทํากราวนอก ถ$า เป:นจําพวกยักษก็ทํากราวใน บาทสกุณี ผู$บอกหน$าพาทยแผลงเพลงนี้ได$ใช$ศัพทตรงๆ นี้เอง คือเมื่อบอกว.าบาทสกุณีก็ หมายถึงจะให$ทําเพลงเสมอตีนนก แต.เพลงเสมอตีนนกนี้เป:นเพลงขั้นสูงเพลงหนึ่งที่นักนาฏศิลป และดุริยางคศิลปเคารพ ครั้นเห็นว.าคําแผลงคํานี้แปลได$ความโดยตรงและสุภาพน.าเคารพดีขึ้นจึง ได$เรียกด$วยคําแผลงนี้กันอยู.เสมอๆ จนเวลานี้กลายเป:นชื่อเพลงโดยตรงไปแล$ว พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล$าฯ เมื่อเวลาทรงเล.นโขนยังเคยรับสั่งเรียกหน$าพาทยเป:นชื่อเดิมอยู.บ.อยๆ ว.าเสมอ ตีนนก ว.าโดยทั่วๆ ไป สมัยนี้เกือบจะไม.รู$จักกันอยู.แล$วว.าเสมอตีนนกคือเพลงไหน แต.ว.ารู$จักเพลง บาทสกุณี (คําบอกหน$าพาทยแผลงเท.าที่ข$าพเจ$าได$ยินได$ฟ=งมาก็ดูเหมือนจะมีอยู.เท.านี้ เพราะได$หมด ความนิยมเสีย จึงยังมิได$มีใครคิดแผลงเพิ่มเติมขึ้นอีกถ$าหากการนิยมการบิอกหน$าพาทยแผลงยังมี อยู.เรื่อยๆ มาจนบัดนี้ เข$าใจว.าคงจะมีครบหน$าพาทยทุกเพลง)


ว่าด้วยคำบอกหน้าพาทย์แผลง