Issuu on Google+

ประวัติศาสตรนาฏกรรมในคาบสมุทรมลายู Dance History of Malaya Peninsula ธรรมจักร พรหมพวย อาจารยประจําสาขาวิชานาฏกรรมไทย คณะศิลปกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง

โดยเหตุที่กลุ(มรัฐในคาบสมุทรมาเลเซียมีความหลากหลายทั้งในดานของวัฒนธรรมและเชือ้ ชาติ ประกอบกับการรับเอาวัฒนธรรมจากเอเชียกลางและโลกตะวันตกเขามาในสมัยอาณานิคม จึงทํา ใหรูปแบบของนาฏกรรมมีความหลากหลายและแตกต(างกันไปตามภูมิลําเนาทีเ่ ป3นจุดกําเนิดของ นาฏกรรมแต(ละประเภท หากจะแบ(งอย(างกวางแลว งานนาฏกรรมแห(งคาบสมุทรมลายู สามารถ แบ(งเป3น ๒ กลุ(มใหญ( คือ ๑. กลุ(มนาฏกรรมดั้งเดิม ที่เรียกว(า Asli ๒. กลุ(มนาฏกรรมปรับปรุง ที่ไดรับอิทธิพลจากอารยธรรมและเชือ้ ชาติต(างๆ


๒ อนึ่ง นักวิชาการนาฏกรรมมาเลยบางท(านไดแบ(งกลุ(มนาฏกรรมตามจังหวะที่ใชประกอบการ แสดงออกเป3น ๑. Rentak (beat) ๒. Irama (rhythm) อย(างไรก็ดี เปMาหมายของนาฏกรรมมาเลยนั้นมักใชในพิธีการ พิธีกรรมทางศาสนา ตลอดจน การเลีย้ งรับรอง การเตนรําต(างๆ จึงไม(มีขอบเขตหรือรูปแบบที่กําหนดแน(นอนเท(าใดนัก ทั้งนี้ก็เพราะ กลุ(มประชากรที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย ตลอดจนรสนิยมในการชมการแสดงของแต(ละกลุ(มชาติพันธุที่ มีความแตกต(าง จึงทําใหรูปแบบนาฏกรรมของมาเลยมีเอกลักษณอันมาจากความหลากหลายนีเ้ อง ดวยพื้นทีข่ องคาบสมุทรมลายูที่ประกอบดวยดินแดนที่อยู(บนแหลมมลายูและดินแดนทีอ่ ยู(บน เกาะต(างๆ ซึ่งปOจจุบันไดแยกออกเป3นเขตประเทศหลายประเทศ จากเดิมที่มีการแบ(งแยกเป3น อาณาจักร หรือรัฐสุลต(านที่ต(างมีอสิ รภาพทางการปกครองแยกขาดจากกัน เมือ่ มีการแบ(งปOนดินแดน เป3น "รัฐ" อาจทําใหดูเหมือนว(าแต(ละประเทศเหล(านั้นมีการเมืองการปกครองและเสนเขตแดนแยก ขาดจากกัน หากแต(ในทางวัฒนธรรมแลว ประเทศในกลุ(มนีย้ อ( มมีรากฐานทางวัฒนธรรมร(วมกันดวย เสมอ จึงทําใหปรากฏลักษณะของการแสดงประเภทต(างๆ กระจายตัวอยู(ในทุกพื้นที่ของคาบสมุทร บางเรียกชื่อชุดการแสดงเหมือนกัน แต(รูปแบบในการแสดงมีความต(างกันในรายละเอียด หรือ บางอย(างเป3นการแสดงในชื่อเดียวกัน แต(รูปแบบการแสดงมีความแตกต(างกันโดยสิ้นเชิง การแสดงในคาบสมุทรมลายูผูกพันกับวัฒนธรรมดนตรีแห(งอุษาคเนยทีเ่ รียกกันว(า วัฒนธรรม ฆ-องกลอง (Gong-Cham) มีเครื่องดนตรีประเภทฆองที่หล(อจากทองเหลืองทําหนาที่ทั้งดําเนิน ทํานองและใหจังหวะในการเตนรํา รวมทั้งกลองที่หล(อจากโลหะหรือกลึงจากไมแลวขึงดวยหนังสัตว ต(อมาจึงไดพัฒนาไปจนถึงการประสมเป3นวงในรูปแบบต(างๆ มีเครือ่ งดนตรีพื้นฐานเช(น Gambus, Marwas (กลองเล็ก), Rabab (ซอ) ภายหลังไดรับอิทธิพลจากนานาประเทศจึงไดมีการนําเครื่องดนตรี จากต(างชาติเขามาผสมผสานในการประกอบวงสําหรับการแสดง เช(น Rebana (กลองรํามะนา), Accordion, Violin เป3นตน การแบ(งประเทศในคาบสมุทรมลายูปOจจุบันไดทําใหประเทศต(างๆ เหล(านี้มีลักษณะร(วมกันใน รูปแบบการแสดง ไดแก( ๑. ประเทศมาเลเซีย ๒. สาธารณรัฐสิงคโปร ๓. ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ดังจะขออธิบายประวัติศาสตรของแต(ละประเทศโดยแบ(งตามยุคสมัยโดยสังเขป


๓ ประวัติศาสตรประเทศมาเลเซีย Malaysia เดิมชือ่ Malaya มาลายา หรือมลายู มีการพบหลักฐานโครงกระดูกมนุษยอายุ ๓๕,๐๐๐ ป_ ที่ถ้ํา Niah ในรัฐ Sarawak บนเกาะ Borneo ซึ่งอาจเป3นเผ(าพันธุเดียวกันกับบรรพบุรุษของชาว Aborigine บนเกาะ New Guinea และในออสเตรเลีย ดินแดนปลายแหลมมลายูมีความอุดมสมบูรณมากเพราะเป3นเสนทางคาขายระหว(างจีนกับ อินเดียมาตั้งแต(ครั้งโบราณกาล ตํานานชาวอินเดียโบราณ เรียกดินแดนแห(งนี้วา( Suvannadvipa สุวรรณทวีป หมายถึง ผืนดินแห(งทองคํา ซึ่งอาจมาจากสินคาสําคัญที่มีมากในดินแดนนี้ ไดแก( เครื่องเทศและไมหอม ซึ่งเป3นสินคาทีส่ ามารถทํากําไรอย(างสูงใหคนในดินแดนนี้ มีบันทึกของทั้งชาวจีนและอินเดียถึงความเจริญทีเ่ มือง Kedah ว(ามีการขึ้นฝOhงเพือ่ เปลีย่ นเรือ หรือถ(ายสินคาทีเ่ มืองนี้ ทั้งยังกล(าวถึงเสนทางการคาในศตวรรษที่ ๕ ว(ามาแวะพักที่เมือง Guantoli จึง เป3นเมืองท(าที่ใหญ(โตและคึกคักมาก ตั้งอยู(บริเวณช(องแคบมะละกา

ยุคอาณาจักรเริ่มแรก คริสตศตวรรษที่ ๑-๒ Gangga Nagara หรืออาณาจักรคงคานครา นับถือศาสนาฮินดู มีศูนยกลางทีเ่ มือง Bruas ใน รัฐ Perak ถูกทําลายจากอาณาจักรโจฬะ (Chola Kingdom) แห(งอินเดียในคริสตศตวรรษที่ ๑๑ คริสตศตวรรษที่ ๒-๑๒ Langkasuka หรืออาณาจักรลังกาสุกะ (ลังกา แปลว(าความรุ(งโรจน กับ อโศก ซึ่งเป3นพระ นามของพระเจาอโศกมหาราช) อาณาจักรนี้นับถือพุทธศาสนา ก(อนจะรับอิทธิพลของอิสลามเขามา และจัดตั้งเป3นรัฐปOตตานี เสือ่ มลงเพราะอาณาจักรโจฬะจากอินเดียเขามาทําลายเช(นกัน มีศูนยกลางที่ เมือง Kedah หรือทีส่ ยามเรียกว(า เมืองไทรบุรี ซึ่งเป3นเมืองสําคัญคู(กันกับเมืองปOตตานี ซึ่งนัก ประวัติศาสตรต(างสันนิษฐานว(าน(าจะเป3นศูนยกลางของอาณาจักรลังกาสุกะไม(เมืองใดก็เมืองหนึ่ง


๔ คริสตศตวรรษที่ ๓-๗ Pan pan หรืออาณาจักรปOนปOน เป3นอาณาจักรขนาดเล็ก นับถือศาสนาฮินดู มีศูนยกลาง บริเวณรัฐ Kalantan และ Terengganu มีการพบหลักฐานเกี่ยวกับอาณาจักรนี้นอยมาก พบเพียงว(า อาณาจักรปOนปOนไดส(งบรรณาการใหจีนในสมัยราชวงศถัง คริสตศตวรรษที่ ๗-๑๑ Srivijaya หรืออาณาจักรศรีวิชัย บันทึกชาวจีนทีเ่ ขามาคาขาย เขียนถึงว(า Shilifoshi ซีลโิ ฟไฉ อาจมีศูนยกลางทีเ่ มือง Jambi หรือเมือง Palembang ก็ได อาณาจักรนี้เติบโตจากการเป3นเมือง ท(าทางการคาและเป3นที่พกั สินคาทางทะเล นักโบราณคดีไทยเชือ่ ว(าศูนยกลางอาณาจักรศรีวิชัยอยูท( ี่ เมืองไชยา จังหวัดสุราษฏรธานี เพราะพบจารึกที่วัดเวียง อําเภอไชยา กล(าวถึงกษัตริย Sri Maha Racha พระเจาศรีมหาราชาทรงสรางปราสาทสามหลังเพือ่ ประดิษฐานพระพุทธรูปพระโพธิสัตว และหลักฐานจากบันทึกของพระภิกษุอี้จิง (Yijing) ที่ไดเดินทางผ(านเสนทางนีเ้ พื่อไปศึกษา พระพุทธศาสนา ณ มหาวิทยาลัยนาลันทาในอินเดีย ไดกล(าวถึงลักษณะของเมืองศรีวิชัยไวชัดเจน พรอมทั้งยังระบุไวว(า เมืองศรีวิชัยนี้สมควรจะเป3นที่พกั สําหรับผูทีต่ องการไปศึกษาพระพุทธศาสนา เพื่อฝuกปฏบัติ ณ เมืองศรีวิชัยนีส้ ักป_หรือสองป_ใหเคร(งครัดก(อนที่จะมุ(งสู(การศึกษาพระธรรมในประเทศ อินเดียต(อไป พุทธศาสนาในอาณาจักรศรีวิชัยเป3นพุทธศาสนาแบบวัชรยาน (Vajrayana) เหมือนอย(างที่ แพร(หลายอยู(ในทิเบต จีน และทางตอนเหนือของอินเดีย มีรูปแบบทางสถาปOตยกรรมของพุทธสถาน เช(นเดียวกับศิลปกรรมในสมัยราชวงสปาละ (Pala Dynasty) ของอินเดีย มีตนกําเนิดอยู(บริเวณเหนือ อ(าวเบงกอล ซึ่งเป3นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยนาลันทา ไดมีการนําเอาศิลปะแบบปาละเขามาใชสรางศา สนสถานในอาณาจักรศรีวิชัย ค.ศ.๑๐๒๕ เมืองปาเล็มบังแห(งอาณาจักรศรีวิชัยไดถูกโจมตีจากกษัตริยจากราชวงศโจฬะที่มา จากทางตอนใตของอนุทวีปอินเดีย ส(วนเมืองไชยานัน้ ภายหลังไดถูกอาณาจักรขอมเขาครอบครองอยู( ในช(วงเวลาหนึ่ง คริสตศักราช ๑๒๙๓ Majapahit หรืออาณาจักรมัชปาหิต ตั้งขึ้นภายหลังการล(มสลายของอาณาจักรสิงหะส(าหรีที่ เขาครอบครองอาณาจักรศรีวิชัยในช(วงเวลาสั้นๆ มีอํานาจสูงสุดในระหว(าง ค.ศ.๑๓๕๐-๑๓๘๙ มีอํานาจครอบคลุมตั้งแต(ชวา สุมาตรา แหลมลายู บอรเนียว สุลาเวสี บาหลี มาลูกู นิวกินี จนถึง บางส(วนของหมูเ( กาะฟzลิปปzนส อาณาจักรมัชปาหิตนับถือศาสนาอิสลามซึ่งติดตามมาพรอมกับกองเรือ อันเกรียงไกรของเจิ้งเหอ อาณาจักรมัชปาหิตล(มสลายลงเมือ่ สุลต(านจากรัฐ Demak ทําสงครามในป_ ค.ศ.๑๕๒๗ จนอาณาจักรมัชปาหิตถึงแก(การล(มสลาย


๕ ยุครัฐสุลตGาน เป3นการปลดอํานาจจากราชวงศมัชปาหิตตั้งแต(ป_ ค.ศ.๑๕๒๗ และเป3นการเริ่มยุคสมัยของ ศาสนาอิสลามโดยสมบูรณ เริ่มแรกมีการตั้งรัฐสุลตGาน (Sultanate) เพียง ๓ รัฐ คือ Kedah Malacca และ Johor อันที่จริงแลว ศาสนาอิสลามเขามาในภูมิภาคนี้อย(างเป3นทางการครั้งแรกโดยชาวอาหรับ ในช(วงคริสตศตวรรษที่ ๑๒ โดย เยเมน (Yemen) กษัตริยเคดะหพระองคแรกที่หันมานับถือศาสนา อิสลาม พระนาม ดูรบารราชาที่ ๒ (Dubar Raja II) จากนั้นประมุขของรัฐเคดะหทุกพระองคก็นับถือ อิสลามเรื่อยมา และเปลีย่ นมาใชตําแหน(งผูนําแบบชาวมุสลิม คือ สุลตGาน (Sultan) แมว(าจะมีการก(อตั้งเป3นรัฐสุลต(านเพือ่ ออกจากอํานาจของอาณาจักรปาหิตแลวก็ตาม หากแต( สยามในสมัยอยุธยาก็ยังพยายามแผ(อํานาจลงมาทางตอนใต จึงทําใหบรรดารัฐสุลต(านตองหันไปพึ่ง อํานาจของจีนในราชวงศหมิง ซึ่งก็ถอื ว(าไดผล เพราะเมื่อสยามยกลงมาครั้งใด กองทัพจากจีนก็เขามา ช(วยเหลือเสมอ ทําใหรัฐสุลต(านมีความเจริญขึ้นอย(างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน โปรตุเกส เป3นชาติตะวันตกชาติแรกที่พยายามจะเขามาขยายอํานาจใน ดินแดนแถบนี้ เริ่มจากการส(งกองเรือของโปรตุเกส นําโดย Afonzso de Albuquerque เขาโจมตีรัฐ มะละกา จากนั้นเป3นตนมาชาติตะวันตกอื่นๆ ก็เริ่มเขามาแสวงหาผลประโยชนจากดินแดนนี้มากขึ้น การก(อตั้งรัฐสุลต(านั้นส(งผลในทางลบอีกอย(างหนึ่งคือการต(อสูเพือ่ ช(วงชิงอํานาจระหว(างรัฐ สุลต(านดวยกันเองเป3นเหตุใหชาติตะวันตกใชเป3นโอกาสเขามาไกล(เกลีย่ ปOญหาทีเ่ กิดขึ้น จนในทีส่ ุดชาติ ตะวันตกก็ถือโอกาสเขาครอบงํารัฐสุลต(านนั้นทีละดานจนสามารถยึดครองบางรัฐอย(างรวดเร็ว โดยเฉพาะชาว ดัตช Dutch หรือฮอลแลนด ที่พยายามเขามาตั้งแต(กอ( นคริสตศตวรรษที่ ๑๗ โดยการตั้งสถานีการคาขั้นที่เมืองปOตตาเวีย (Batavia) ในนามบริษัท ดัชตอิสตอินเดียคอมปานี (Dutch East India Company) ในป_ ค.ศ.๑๖๐๖ ดัตชไดส(งกําลังเขามาโดยอางว(าจะช(วยขับไล( โปรตุเกส หากแต(เป3นเพียงการเปลี่ยนมือของชาติตะวันตกที่มุ(งเขามาแสวงผลประโยชนในภูมิภาคนี้ จากมือหนึ่งไปสูอีกมือหนึ่งมากกว(าจะเป3นการเขามาช(วยโดยบริสทุ ธิ์ใจ ในช(วงที่เกิดเหตุวุ(นวายของรัฐสุลต(านนี้ ราชสํานักอยุธยาก็ไดส(งกําลังเขามายึดครองเขตทาง ตอนเหนือของแหลมมลายู เช(น รัฐเคดะห กลันตัน ปOตตานี ปะลิส และตรังกานู เหลือแต(เพียงรัฐเประ เท(านั้นทีย่ ังคงมีอสิ รภาพอยู(


มลายูภายใต-อํานาจของอังกฤษ หลังศตวรรษที่ ๑๖ เป3นตนมา ชาติตะวันตกต(างก็มุ(งเขามามีอิทธิพลเหนือแหลมมลายู แต(ยังไม( มีชาติใดสามารถเขามาไดเต็มรูปแบบเพราะการแข(งขันกันของชาติตะวันตกเหล(านั้นมีมากจนเกิดการ ขัดขากันเอง และไม(ตองการที่จะใหอีกฝ€ายหนึ่งถือไพ(เหนือกว(า จนกระทั่งอังกฤษผูพยายามเป3น มหาอํานาจที่เร(งแผ(ขยายอิทธิพลไปทั่วทั้งโลกเพือ่ ชดเชยการสูญเสียดินแดนอาณานิคมขนาดใหญ(คือ อเมริกา ใน ค.ศ.๑๗๗๖ ซึง่ อังกฤษก็สามารถเขายึดประเทศขนาดใหญ(อย(างอินเดียไดทั้งประเทศ เท(ากับเป3นการแสดงแสนยานุภาพในการที่อังกฤษจะกาวขึ้นสูการเป3นเจาอาณานิคมในภูมิภาคนี้ อังกฤษเริ่มเขามาในแหลมมลายูตั้งแต(คริสตศตวรรษที่ ๑๗ แลว โดยใชบริษัท บริติชอิสต อินเดีย (British East India Company) ที่ตั้งขึ้นที่อินเดียเสมือนทําเนียบรัฐบาลอีกแห(งสําหรับ ควบคุมผลประโยชนของอังกฤษในภูมิภาคนี้ ใน ค.ศ.๑๗๘๖ อังกฤษไดขอเช(าเกาะป_นัง (Penang) หรือทีส่ ยามเรียกว(า เกาะหมาก จากสุลต(านรัฐเคดะหเพื่อใชเป3นสถานีการคาแห(งใหม( และมีนยั เหตุที่ รัฐเคดะหตองการจะหลุดพนจากอิทธิพลของสยามอีกทางหนึ่งดวย ต(อมาในป_ ค.ศ.๑๘๑๘ อังกฤษส(ง เซอร สแตมปTฟอรด แรฟเฟVลส (Stamford Raffles) เขา มาในดินแดนนี้เพือ่ เล็งหาสถานีการคาแห(งใหม( โดยไดทําการสํารวจสิงหปุระ ซึ่งในเวลานั้นอยู(ในความ ดูแลของรัฐสุลต(านยะโฮร ซึ่งก็เป3นการสรางใหสิงหะปุระมีความเจริญขึ้นอย(างรวดเร็ว (ซึ่งต(อมาไดแยก ออกเป3นสาธารณรัฐสิงคโปรในเวลาต(อมา) ทําใหอังกฤษมีสถานีการคาเรียงรายในแหลมมลายูถึง ๔ เมือง คือ ป_นัง ดินดิง มะละกา และสิงหะปุระ เรียกเมืองทั้งสี่นี้ว(า นิคมชGองแคบ (Straits Settlements) โดยมีป_นังเป3นเมืองหลวง และต(อมาก็ไดยายไปสิงคโปรเมือ่ มีความเจริญมากขึ้น รัฐเหล(านี้เห็นความเป3นมิตรของอังกฤษที่จะทําใหพนจากการยึดครองของสยาม โดยเชือ่ ว(า การยอมใหอังกฤษเช(าเมืองบางเมืองนั้นไม(ไดเป3นการสูญเสียเอกราชไปอย(างการที่ถูกสยามยึดครอง ค.ศ.๑๘๑๔ ฮอลแลนดเรียกรองใหอังกฤษทําสนธิสัญญาฉบับใหม(เพื่อแกปOญหาการทับซอน ขอบเขตอํานาจในแหลมมลายู จนเกิดสนธิสัญญาในป_ ค.ศ.๑๘๒๔ เพือ่ ปOกปOนเขตอํานาจระหว(าง


๗ อังกฤษกับฮอลแลนดซึ่งสืบเนื่องจากการที่แรฟเฟzลสไปตกลงกับสุลต(านรัฐยะโฮรเรื่องสิงหะปุระ (สิงคโปร) อังกฤษยอมรับในเขตอํานาจเฉพาะตอนบนของช(องแคบมะละกา ส(วนตอนล(างนั้นเป3นเขต อํานาจของดัตชไป ยกเวนมะละกาและสิงคโปรทีเ่ ป3นของอังกฤษ การแบ(งผลประโยชนนี้เจาของ ดินแดนไม(ไดรับรูเห็นดวยแต(อย(างใด พฤติกรรมเช(นนี้เท(ากับทั้งสองประเทศนี้เห็นมลายูเป3นเมืองท(าที่ อยู(ภายใตอิทธิพลของตนตัง้ แต(แรกแลว ค.ศ.๑๘๖๗ อังกฤษประกาศให ดินแดนในนิคมช(องแคบเขาอยู(ภายใตสํานักงานอาณานิคม (Colonial Office) ทีอ่ ยู(ใตการกํากับดูแลของรัฐบาลอังกฤษโดยตรง จึงเท(ากับเป3นการกลืนอํานาจ เหนือเขตแดนมลายูไปโดยปริยาย ซึ่งเป3นเวลาเดียวกันในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยู(หัว สยามมีอํานาจเหนือรัฐสุลต(าน ๔ รัฐในมลายูคอื ปOตตานี กลันตัน ตรังกานู และเคดะห (ไทรบุรี) อังกฤษก็ไดพยายามเขามาเจรจากับสยามใหรับรองการมีอํานาจเหนือรัฐทั้ง ๔ ของอังกฤษแลกกับการ ยอมรับเหนืออํานาจเกาะป_นัง (เกาะหมาก) ซึ่งในเวลานั้นยังถือว(าอยู(ในอํานาจของสยาม และยังได ขอใหสยามยินยอมใหอังกฤษเขาไปตั้งบริษัทการคาในกรัฐกลันตันและตรังกานู ต(อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยู(หัว อังกฤษไดส(งคนเขามาเจรจากับ สยามอีกครั้งโดยขอใหสยามยินยอมมอบอํานาจเหนือรัฐทั้ง ๔ ใหกับอังกฤษ โดยเวนแต(ปOตตานีเพียง รัฐเดียวทีย่ ังคงอยู(ในอํานาจของสยาม ในเวลานั้นสยามกําลังติดปOญหากับฝรั่งเศสจนถึงขั้นเกือบจะเป3น สงครามจึงไม(ตองการจะเปzดศึกกับอังกฤษดวย และอังกฤษก็ทราบในเรื่องนี้ดี จึงโนมนาวใหสยาม ยินยอมตามขอเรียกรองของอังกฤษ เพื่อใหอังกฤษเป3นตัวคานอํานาจของฝรั่งเศส ซึ่งจากขอตกลงนี้ทํา ใหอังกฤษใหเกียรติสยามในฐานะ “มิตรประเทศ” ผิดกับท(าทีที่มตี อ( พม(าซึ่งอังกฤษจัดอยู(ในฐานะ “ประเทศราช” ในทางรัฐสุลต(านมลายูต(างๆ อังกฤษก็พยายามใชโอกาสสบเหมาะเขาไปช(วยแกปOญหาภายใน และปOญหาระหว(างรัฐ เป3นการสรางอิทธิพลเหนือรัฐต(างๆ ซึ่งเป3นการแพร(ขยายอํานาจอย(างรวดเร็ว ในที่สุดอังกฤษสามารถเขามาเป3นผูจัดการผลประโยชนที่มาจากการคาขายดีบุกจนทําใหชาวมาเลยไม( พอใจจนมีการลอบสังหารผูนําระดับสูงของอังกฤษ และอังกฤษก็ถอื เป3นโอกาสที่จะปราบปรามดวย ความรุนแรงในป_ ค.ศ.๑๘๗๕ จากนั้นอังกฤษจึงพยายามที่จะจัดตั้ง สหพันธรัฐมลายู (Federated Malay States) จนเป3นผลสําเร็จในป_ ค.ศ.๑๘๙๕ โดยเริ่มตนจาก ๔ รัฐ คือ เประ สลังงอร ปาหัง และเนกรีเซมบีลัน มีฐานะเป3นรัฐในอารักขาของอังกฤษ รวมถึงในเวลาต(อมา เซอร เจมส บรู-ค (Sir James Brooke) นักเดินทางแสวงโชคช���วอังกฤษไดเดินทางเขามายังเกาะบอรเนียว และเขาช(วย ทวงบัลลังกใหสุลต(านแห(งบูรไนทําใหพระองคไดพระราชทานเขตแดนส(วนหนึ่งบนเกาะบอรเนียว ใหกับเจมส บรูค และถือเป3นราชาคนแรกชาวต(างชาติที่ทําหนาที่ปกครองเขตซาราวัค จนไดรับฉายา “ราชาขาว” (White Raja) ซึ่งก็ไดสรางผลประโยชนอย(างมหาศาลใหกับอังกฤษในอีกทางหนึ่ง


๘ ส(วนรัฐซาบาห (Sabah) นัน้ เดิมเรียก บอรเนียวเหนือ (North Borneo) ก(อนหนานั้นอยู( ภายใตการปกครองของสุลต(านแห(งบรูไนเช(นกัน จนในป_ ค.ศ.๑๘๘๒ อังกฤษไดเขามาตั้งบริษัทนอรธ บอรเนียวชารเตอร (North Borneo Chartered Company) โดยไดรับความช(วยเหลือจากรัฐบาล อังกฤษจนในป_ ค.ศ.๑๘๘๘ ก็ไดรับการประกาศใหเป3นดินแดนในอารักขาของอังกฤษอีกรัฐหนึ่ง

มลายูระหวGางสงครามโลกครั้งที่ ๒ และการได-รับเอกราช ในช(วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ญี่ปุ€นไดส(งกําลังเขามาเพื่อที่จะโจมตีที่มั่นของอังกฤษ โดยเริ่มจาก ที่เกาะบอรเนียว ในป_ ค.ศ.๑๙๔๑ และขยายการโจมตีที่มั่นทั้งของฝรั่งเศสและอังกฤษทั่วไป โดย เฉพาะที่สิงคโปร จนอังกฤษตองลงนามจํานนต(อญี่ปนุ€ ในป_ ค.ศ.๑๙๔๒ ทําใหญีป่ ุ€นสามารถกรีฑาทัพ เขามาในปลายแหลมมลายูทั้งหมด ญี่ปุ€นเป€าหูใหชาวมาเลยเกลียดชังชาวจีนเพราะถือว(าเขามาแย(ง อาชีพทํากินของชนพื้นเมือง จนทําใหเกิดการจัดตั้งกองกําลังต(อตานญี่ปุ€นซึ่งไดรับการสนับสนุนจาก พรรคคอมมิวนิสตมลายา (Malayan Communist Party) แมว(าญี่ปุ€นจะพยายามโฆษณาชวนเชื่อว(าว(าจะปลดปล(อยประชาชนชาวมลายูอย(างไร แต(แทที่ จริงแลวชาวมลายูก็พบว(าญี่ปุ€นไม(มีความจริงใจ จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ และญี่ปุ€นเป3นผู แพสงคราม อังกฤษจึงไดกลับเขามาในมลายูอีกครั้งหนึ่ง แต(ในครั้งนี้เริ่มเกิดการต(อตานจากสุลต(าน ต(างๆ จนอังกฤษตองตั้ง สหพันธรัฐมลายา (Federation of Malaya) โดยใหสุลต(านพระองคต(างๆ หมุนเวียนขึ้นเป3นประมุขแห(งรัฐ จากนั้นเป3นตนมา อังกฤษไดทยอยคืนเอกราชใหแก(รัฐสุลต(านต(างๆ รวมถึงสิงคโปร (เขาร(วม สหพันธรัฐในช(วงแรกแลวถอนตัวออกมาตั้งสาธารณรัฐสิงคโปร เพราะมีรูปแบบวัฒนธรรมและศาสนา ไม(เหมือนรัฐสุลต(านอื่นๆ) โดยเริ่มตั้งแต(ป_ ค.ศ.๑๙๕๗ เป3นตนมา และหลังจากนั้นก็ไดเปลีย่ นชือ่ ประเทศจากสหพันธรัฐมลายามาเป3นประเทศมาเลเซียดังในปOจจุบัน


๙ ประวัติศาสตรสาธารณรัฐสิงคโปร Republic of Singapore ประวัติศาสตรของสิงคโปรนั้นไม(อาจแยกขาดจากประวัติศาสตรของมาเลเซียและอินโดนีเซีย ได โดยเริ่มมีพัฒนาการมาตั้งแต(สมัยอาณาจักรศรีวิชัย (Srivijaya) ที่เคยรุ(งเรืองอยู(ในแหลมมลายูและ หมู(เกาะ บริเวณเกาะที่เป3นประเทศสิงคโปรในปOจจุบัน เดิมเรียกว(า “เกาะเทมาเสก” (Temasek) จนกระทั่งเจ-าชายสงนิละอุตมา (Sang Nila Utama) ไดเขามาก(อตั้งเมืองใหม( บนเกาะเทมาเสกในป_ ค.ศ.๑๓๒๔ จึงเรียกเมืองแห(งนี้ว(า “สิงหปุระ” แต(นนั้ มา

ภายหลังการยึดครองดินแดนแถบนี้จากอาณาจักรโจฬะ (Chola Kingdom) ในช(วง คริสตศตวรรษที่ ๑๑ ทําใหอาณาสิงหะส(าหรีล(มสลายลง แลวอาณาจักรมัชปาหิตก็ไดเขาครองอํานาจ ต(อมา ซึ่งเป3นช(วงเวลาเดียวกันกับที่อาณาจักรขอม (Khmer Kingdom) และอาณาจักรสุโขทัย (Sukkhothai Kingdom) เริ่มแผ(ขยายอํานาจลงมาทางใตดวยเช(นกัน เกิดการรุกรานอาณาจักรศรีวิชัย ในแหลมมลายู ทําใหเมืองต(างๆ ในอาณาจักรศรีวิชัยเริ่มรับเอาวัฒนธรรมทางศาสนาอิสลามไว แลวจึง ไดก(อตังรัฐอิสลามขึ้นในช(วงคริสตศตวรรษที่ ๑๓-๑๔ ในช(วงนี้เองที่มีเจาชายสงนิละอุตมาเชือ้ สาย ราชวงศศรีวิชัยไดหลบหนีการเขาตีเมืองปาเล็มบังเมืองหลวงของศรีวิชัยในขณะนั้น ขามไปยังเกาะเท มาเสกแลวตั้งเมืองขึ้นใหม( สถาปนาพระองคขึ้นเป3นราชา (Raja) พระองคแรก จนกระทั่งถึงราชาองคที่ ๔ คือ ราชาปรเมศวร (Parameswara) เริ่มถูกอาณาจักรมัชปาหิต รุกรานจนตองหลบหนีไปตัง้ พระองคเป3นสุลต(านแห(งมะละกาตามอย(างธรรมเนียมมุสลิม ทรงพระนาม อย(างมุสลิมว(า มาหมุด อิสคันดารชาห (Mahmud Iskandar Shah) ในป_ ค.ศ.๑๔๐๙ ทรงมีอํานาจ


๑๐ เหนือสิงหปุระดวย แต(ก็ตองเริ่มเสือ่ มอํานาจลงเพราะการเขามาของโปรตุเกส ในป_ ค.ศ.๑๕๐๙ นําโดย ดิโอโก โลเปส เดอ เชกวรา (Diogo Lopes de Sequeira) ทําใหโอรส ๒ องคของมาหมุดชาหตอง พ(ายไปตั้งรัฐสุลต(านใหม( ๒ รัฐ คือ รัฐสุลต(านเประ (Perak Sultanate) และรัฐสุลต(านยะโฮร (Johor Sultanate)

สิงหปุระภายใต-รัฐสุลตGานยะโฮร หลังจากทีอ่ ลาอุดดิน เรียยาต (Alauddin Riayat) สถาปนารัฐสุลต(านยะโฮรขึ้นป_ ค.ศ. ๑๕๒๘ และทรงปกครองสิงหปุระไวในอํานาจของพระองคดวย แต(ก็ยังไม(พนการโจมตีจากรัฐสุลต(าน อาเจะห (Aceh Sultanate) จนยะโฮรตองอยูภ( ายใตอํานาจของอาเจะหในช(วงเวลาหนึ่ง ในอีกทาง หนึ่งก็ทําสงครามกับโปรตุเกสไปพรอมกันดวย เป3นสงครามที่ยืดเยือ้ กินเวลานานหลายรัชสมัย รัฐสุลต(านยะโฮรยังคงมีอิทธิพลเหนือดินแดนปลายแหลมมลายูอยู(จนกระทั่งถึงช(วง คริสตศตวรรษที่ ๑๙ ก็เริ่มคลายอํานาจลง ประจวบกับเป3นช(วงเวลาทีอ่ ังกฤษเริม่ เขามาแผ(อทิ ธิพล เขาปกครองดินแดนในคาบสมุทรมลายู จึงทําใหสิงหปุระกลับมาเป3นที่หมายตาอีกครั้ง โดยในป_ ค.ศ. ๑๘๑๘ รัฐบาลอังกฤษ ไดส(ง สแตมฟอรด แรฟเฟVลส (Stamford Raffles) ซึ่งเป3นขาหลวงอยู(ที่ เมืองเบนคูเลน (Bencoolen) ใหเขามาสํารวจเมืองท(าชายฝOhงทะเลดานตะวันตกของแหลมมลายูเพื่อ หาสถานที่ตั้งสถานีการคาแห(งใหม(ของอังกฤษ (ซึ่งเดิมมีที่เกาะป_นัง ตั้งแต(ป_ ค.ศ.๑๗๙๐ แลว) และเป3น การหาทางแทนที่ชาวดัตชซึ่งไดรับผลประโยชนอยู(แต(เดิม แรฟเฟzลสไดเขาสํารวจเกาะแห(งหนึ่งซึ่งใน เวลานั้นมีประชากรอยูอ( าศัยเพียง ๑๐๐ กว(าคน นั่นคือเกาะเทมาเสกหรือสิงหปุระ (ซึ่งชาวตะวันตก เรียกเพี้ยนเสียงไปจนกลายเป3น สิงคโปร จึงใชชื่อนีเ้ ป3นทางการมาตั้งแต(นั้น) แรฟเฟzลสไดทํารายงาน


๑๑ ไปถึง ลอรด เฮสติงส (Lord Hastings) ผูมีอํานาจสูงสุดในบริษัทบริติชอิสตอินเดีย (British East India Company) ใหทราบ จึงมอบหมายใหแรฟเฟzลสเขามาจัดการพื้นที่ต(างๆ ใหเรียบรอย

กําเนิดสิงคโปร แรฟเฟzลส ไดนําคณะเขาไปยังเกาะสิงหปุระอย(างเป3นทางการครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.๑๘๑๙ มีชุมชน เล็กๆ ตั้งอยู(บริเวณปากแม(น้ํา มีหัวหนาชุมชนชื่อ อับดุล ราหมาน (Abdul Rahman) ในเวลานั้น เกาะยังอยู(ภายใตอํานาจของรัฐสุลต(านยะโฮร ซึ่งมีสลุ ต(าน อับดุล ราหมานมูอซั ซัม ชาห (Abdul Rahman Muazzam Shah) ที่พวกบูกิสสนับสนุนใหครองบัลลังกแทนฮุสเซน ชาห (Hussien Shah) พระเชษฐาผูมีสทิ ธิ์ในราชบัลลังก อังกฤษจึงใชโอกาสนีเ้ ขาหว(านลอมฮุสเซน ชาห โดยจะใหความช(วยเหลือใหไดกลับมาครอง บัลลังกอีกครั้ง แต(มีขอแมว(าจะตองกับการใหอังกฤษใชสิงหปุระตั้งสถานีการคา ไดมีการตกลงเป3นขอ สัญญาเมือ่ เดือนกุมภาพันธ ค.ศ.๑๘๑๙ เมือ่ เซ็นสัญญาเป3นที่เรียบรอยแลว แรฟเฟzลสก็กับไปที่เบนคู


๑๒ เลน และใหวิลเลียน ฟารคูฮาร (William Farquhar) ผูแทนบริษทั บริติชอิสตอินเดีย เขามาเป3นผูดูแล แทน ตลอดเวลา ๔ ป_ที่ฟารคูฮารรับตําแหน(งนั้นเขาแทบไม(ไดติดต(อกับแรฟเฟzลสเลยเพราะการสื่อสาร มีความยากลําบาก แต(เขาก็ตองการที่จะใหเกาะแห(งนี้สรางผลกําไรใหกับบริษัท จึงไดกําหนดใหมี การคาเสรีปลอดภาษี เพือ่ จูงใจใหผูที่เดินเรือไปมาในคาบสมุทรนําสินคามาซื้อขายแลกเปลีย่ น ซึ่งก็ เป3นผลอย(างดีจนทําใหสิงคโปรมีจํานวนประชากรเพิ่มขึ้นอย(างรวดเร็วจากเพียง ๑๐๐ กว(าคน เป3น ๕,๐๐๐ คนในช(วงเวลาเพียง ๔ ป_ หากแต(ฟารคูฮารก็ยังไดเปzดใหมีบอ( นพนันเสรี การขนถ(ายฝzhนและ การคาทาสอย(างเสรีดวย จึงทําใหเกิดปOญหาอาชญากรรมในสิงคโปรลุกลามเป3นปOญหาใหญ( เมื่อแรฟ เฟzลสกลับเขามาในสิงคโปรอีกครั้งเมือ่ ป_ ค.ศ.๑๘๒๒ เขารับไม(ไดกับปOญหาที่เกิดขึ้นจึงปลดฟารคูฮาร ออกจากตําแหน(งและตั้งจอหน ครอเฟVรด (John Crawfurd) เขามาทําหนาที่แทน เพื่อไม(ใหสิงคโปรเติบโตอย(างไรทิศทาง แรฟเฟzลสจึงมอบหมายใหฟVลิป แจ็คสัน (Philip Jackson) วิศวกรของบริษัท ทําการสํารวจพื้นที่เกาะทั้งหมดแลวจัดทําผังเมืองใหม(ในป_ ค.ศ.๑๘๒๒ โดยแบ(งพื้นที่ใหคนเชือ้ ชาติต(างๆ ที่มอี ยูอ( ย(างหลากหลายรวมตัวกันอยู(เป3นชุมชน เพือ่ ไม(ใหเกิดการ ขัดแยงกัน ไม(ว(าจะเป3น ชาวมาเลย ชาวจีน ชาวอินเดีย หรือชาวยุโรป และยังแยกเขตที่อยูอ( าศัย เขต การคา สถานที่ราชการและวังสุลต(าน แยกออกจากกันชัดเจน ในป_ ค.ศ.๑๘๒๓ ครอเฟzรดไดทําสนธิสัญญากับสุลต(านฮุสเซนชาหขึ้นอีกฉบับหนึ่ง มีผลทําให เกาะสิงคโปรอยู(ภายใตกฏหมายของอังกฤษ และทําใหสิงคโปรกลายมาเป3นศูนยกลางทางการคาที่ไม( ว(าเรือเดินสมุทรชาติใดก็ตามก็ตองแวะพัก เพราะเปzดท(าเรือแบบปลอดภาษี (Free Port) และยิ่งเมือ่ มี การขุดคลองสุเอซ (Suez Canal) สําเร็จทีอ่ ียิปต เมือ่ ค.ศ.๑๘๖๙ ยิ่งทําใหการเดินทางมาจากยุโรปสู( เอเชียทําไดง(ายยิ่งขึ้นเพราะไม(ตองออมแหลมกูดโฮป (Good Hope) ที่แอฟริกาใตดังเช(นในอดีต ทําให ปริมาณเรือที่เขามายังสิงคโปรยิ่งมีมากขึ้นอย(างรวดเร็ว เมื่อสถานภาพทางเศรษฐกิจของสิงคโปรดีขึ้นอย(างรวดเร็วทําใหมีการยายถิ่นฐานเขามาตั้ง หลักแหล(งของคนจากชาติต(างๆ เป3นจํานวนมาก กลุม( ที่ใหญ(ทสี่ ุดคือชาวจีนทีอ่ พยพขามมาจาก อินโดนีเซียมาอยู(ในสิงคโปรก็ไดมีการหลอมรวมวัฒนธรรมจนมีการเรียกชาวจีนที่สิงคโปรนี้ว(า “เปรา นากัน” (Paranagan) หรือเรียกง(ายๆ ว(า “บาบาเนียงยา” (Baba Nyonya) ซึ่งมีที่มาจากการ เรียกชือ่ ผูชายและผูหญิงตามสําเนียงชาวจีนในกลุ(มวัฒนธรรมนี้ กลุ(มที่รองลงมาไดแก(ชาวมลายู และ กลุ(มทีส่ ามคือชาวอินเดีย ซึ่งเดิมเขามาตั้งรกรากในช(วงที่อังกฤษเกณฑแรงงานมาก(อสรางความเจริญ และส(วนหนึ่งมาจากลูกหลานของทหารซีปอย (Sepoy) หรือทหารชาวอินเดียและปากีสถานทีอ่ ังกฤษ ใชเป3นกองกําลังควบคุมดินแดนในอาณานิคม ในป_ ค.ศ.๑๘๖๗ อังกฤษ ไดจัดใหสิงคโปรเขารวมอยูภ( ายใตการดูแลของ สํานักอาณานิคม (Colonial Office) ทําใหสิงคโปรอยู(ในฐานะอาณานิคม (Crown Colony) ของรัฐบาลอังกฤษ อย(างเต็มรูปแบบ


๑๓

เมื่อชาวจีนมีจํานวนมากขึ้น อังกฤษจึงไดออกกฏหมายควบคุมชาวจีนในป_ ค.ศ.๑๘๗๗ เพือ่ เป3นการปMองกันการสรางอิทธิพลและการขูดรีดค(าคุมครอง แต(ทําใหเกิดเป3นขบวนการใตดินที่เขา พัวพันกับขบวนการถงเหมินฮุ(ย (Tongmenghui) ที่ตองการลมลางราชวงศชิง โดยซุน ยัด เซ็น (Sun Yat Sen) เมื่อ ค.ศ.๑๙๐๖ ชาวจีนไดใชสิงคโปรเป3นกองบัญชาการเพื่อเรี่ยไรเงินจากชาวจีนโพนทะเล ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกฉียงใต เพือ่ ร(วมลมลางการปกครองโดยจักรพรรดิ ซึ่งก็สามารถทําไดสําเร็จในป_ ค.ศ.๑๙๑๑ ในช(วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ญี่ปุ€นมีความพยายามทีท่ ําลายลางฐานกําลังของฝ€ายสัมพันธมิตร โดยเริ่มตนจากการทําลายลางฐานทัพสหรัฐอเมริกาที่อ(าวเพิรลฮารเบอร (Pearl Harbor) ในฮาวาย แลวยกพลขึ้นบกทีโ่ กตาบารู (Kota Baru) เพียง ๕๕ วันเท(านั้นญี่ปุ€นก็สามารถยึดดินแดนในแหลม มลายูไดทั้งหมด โดยทีฝ่ €ายอังกฤษและทหารสัมพันธมิตรตองยายไปประจําการในสิงคโปรเพียงแห(ง เดียว แต(ญี่ปุ€นก็ยกพลขามช(องแคบยะโฮรเขามาบุกสิงคโปรไดเมือ่ เดือนมกราคม ค.ศ.๑๙๔๒ ครั้งนั้น ทหารจากทุกเชื้อชาติผนึกกําลังกันต(อสูกับทหารญี่ปุ€นจนลมตายเป3นอันมาก ญีป่ ุ€นยึดสิงคโปรไดสําเร็จ จึงมีผลทําใหทหารสัมพันธมิตรตองตกเป3นเชลยและถูกส(งไปใชแรงงานใหกับกองทัพญี่ปุ€นทั่วภูมิภาค เอเชีย เช(นทีไ่ ทยและพม(า ญี่ปุ€นเขายึดครองไดเพียง ๓ ป_ก็ประกาศจํานนต(อสงครามแต(ก็มีผลทําให ชาวจีนในสิงคโปรลมตายไปกว(า ๕๐,๐๐๐ คน


๑๔ การประกาศเอกราช เมื่อสิ้นสุดสงคราม มีการแกแคนชาวญี่ปุ€นที่ไดกระทํากับชาวสิงคโปรอย(างรุนแรง ทําใหเวลา นั้นเป3นช(วงที่สิงคโปรมีความวุ(นวายไรขื่อแปไปในช(วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งลอรด หลุยส เมาทแบ ตแตน (Lord Louis Mountbatten) ผูบัญชาการภาคพื้นเอเชียของอังกฤษจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว เมื่อ ค.ศ.๑๙๔๕ เพือ่ ฟ‹Œนฟูสิงคโปรที่ประสบกับความบอบช้ําอย(างรุนแรงจากภาวะสงคราม แต(ก็ไม(ใช( เรื่องง(ายเพราะอังกฤษเองก็ไดรับความเสียหายจากสงครามมากเช(นกัน มีการรวมตัวต(อตานการเป3น อาณานิคมของอังกฤษทั่วทั้งอาณานิคม มีคําเรียกกันโดยทั่วไปว(า “เมอรเดกา” (Merdeka) ซึ่งเป3นคํา ในภาษามลายู แปลว(า “เอกราช” แลวจึงจัดตั้ง “สหภาพมลายัน” (Malayan Unions) ในป_ ค.ศ. ๑๙๔๖ ส(วนสิงคโปรแยกออกเป3นอาณานิคมที่สามารถจัดการตัวเองไดแต(ยังอยู(ภายใตการกํากับดูแล ของผูว(าราชการชาวอังกฤษ จนกระทั่งอังกฤษค(อยๆ มอบอิสรภาพใหสิงคโปรไปทีละขั้น และในป_ ค.ศ. ๑๙๕๕ จึงไดใหสิงคโปรจัดการเลือกตั้งและมีหัวหนารัฐบาลเป3นของตัวเองไดเป3นครั้งแรก โดยมีเดวิด มารแชล (David Marshall) ชาวสิงคโปรเชื้อสายอินเดียและยิวจากพรรคแรงงาน (Labour Front) เป3นหัวหนารัฐบาลคนแรก มารแชลเป3นผูเจรจาเรียกรองใหรัฐบาลอังกฤษมอบเอกราชใหสิงคโปรอย(าง เด็ดขาดแต(กล็ มเหลว ในป_ ค.ศ.๑๙๕๘ อังกฤษยอมใหจัดการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือกรัฐบาลขึ้นบริหารรัฐสิงคโปรดวย ตัวเองอย(างแทจริงเป3นครั้งแรก ผลการเลือกตั้งทําให ลี กวน ยู (Lee Kuan Yew) จากพรรคกิจ ประชาชน (People’s Action Party) ซึ่งเป3นคนหนุม( รุ(นใหม(การศึกษาสูงไดดํารงตําแหน(ง นายกรัฐมนตรีคนแรก และทําใหสิงคโปรเป3นประเทศที่มีพัฒนาการดานการศึกษา เศรษฐกิจและ สังคมแบบกาวกระโดดในช(วงเวลาเพียงไม(กี่ป_ และทําใหเขาสามารถดํารงตําแหน(งนายกรัฐมนตรีได หลายสมัยตั้งแต(ป_ ค.ศ.๑๙๕๘-๑๙๙๐ ในป_ ค.ศ.๑๙๖๓ สิงคโปรตัดสินใจเขาร(วมเป3นส(วนหนึ่งของสหพันธรัฐมลายา โดยมุ(งหวัง เพื่อที่จะใหไดรับเอกราชโดยสมบูรณ แต(การเขาร(วมในครั้งนี้ทําใหสิงคโปรประสบปOญหาหลาย ประการ เพราะมีความแตกต(างอย(างสิ้นเชิงกับเครือรัฐสุลต(านในสหพันธรัฐ ทัง้ ในเรื่องระบบการเมือง การปกครอง ระบบเศรษฐกิจ รวมถึงวัฒนธรรมต(างๆ สิงคโปรมีประชากรส(วนใหญ(เป3นชาวจีนที่นับถือ พุทธศาสนาผิดกับรัฐมลายูที่โดยมากเป3นมุสลิม จนในที่สดุ สิงคโปรก็มีมติถอนตัวออกจากการเป3น สมาชิกของสหพันธรัฐ เมื่อ ค.ศ.๑๙๖๕ ภายหลังจากที่เขาร(วมไดเพียง ๒ ป_ เท(ากันเป3นการประกาศให โลกรูว(าสิงคโปรไดรับเอกราชโดยสมบูรณตั้งแต(นั้นเป3นตนมา และเปลีย่ นมาใชชื่อประเทศว(า “สาธารณรัฐสิงคโปร” (Republic of Singapore)


๑๕ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม Negara Brunei Darussalam แมว(าในปOจจุบันบรูไนดารุสซาลามจะเป3นประเทศขนาดเล็ก หากแต(ในอดีตนัน้ เป3นรัฐสุลต(านที่ ทรงอํานาจที่แมเขตซาราวักและซาบาหก็เคยอยูภ( ายใตอํานาจของบรูไนมาก(อนตั้งแต(ช(วง คริสตศตวรรษที่ ๑๔ – ๑๖ และครอบคลุมบางส(วนของฟzลิปzนสดวย จากหลักฐานการเดินทางของชาวจีน มีการกล(าวถึงดินแดนหมู(เกาะนี้ว(ามีชื่อว(า โปลี (Poli) ซึ่ง ต(อมาไดมีการอพยพผูคนจากอาณาจักรฟูนัน (Funan Kingdom) เขามาและเปลี่ยนชือ่ เป3น วิชัยปุระ (Vijayapura) จากนั้นจึงเริ่มรับเอาวัฒนธรรมฮินดู เอกสารจีนอีกฉบับหนึ่งในสมัยราชวงศซ(ง (Song Dynasty) กล(าวถึงดินแดน โปณี (Poni) ที่อยู(ภายใตอิทธิพลของอาณาจักรมัชปาหิต (Majapahit Kingdom) ที่เกาะชวา

ชื่อบรูไนนั้นมีที่มา ๓ นัยคือ นัยแรกมาจากตํานานว(าเป3นคําอุทานของสุลต(านองคแรก คือ มูฮัมหมัด ชาห (Muhammad Shah)1 เมื่อยายเมืองมาพบดินแดนนี้ ทรงอุทานว(า “บรานา���” (Baru-nah) เป3นภาษาทองถิ่นที่แปลว(า “ที่นี่เอง” อีกนัยหนึ่งกล(าวว(ามาจากภาษาสันสกฤตว(า บารู ไน (Barunai) ที่แผลงมาจากคําว(า วารุณะ (Varuna) ซึ่งก็คอื พระพิรุณ เทพเจาแห(งน้ําและมหาสมุทร และอีกนัยหนึ่งว(ามาจากชื่อเชือ้ ของเชือ้ สายชนชั้นสูงชาวซาอุดอิ าระเบีย คือ บูรานัน (Buranun) ซึ่ง เป3นมุสลิมกลุ(มแรกที่เขามาตั้งถิ่นฐานบนดินแดนนี้ 1

พระนามเดิม อาวัง อาลักเบตาตาร (Awang Alak Betatar) ภายหลังอภิเษกกับเจาหญิงแห(งยะโฮรแลวเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม แลว ทรงเปลี่ยนพระนามใหม(ตามอย(างธรรมเนียมกษัตริยมุสลิม ว(า มูฮัมหมัด ชาห ถือเป3นสุลต(านพระองคแรกของบรูไน


๑๖

รัฐสุลตGานบรูไน ตั้งแต(ป_ ค.ศ.๑๓๖๓ มูฮัมหมัดชาห เป3นสุลต(านพระองคแรกที่ไดเปzดความสัมพันธกับจีนใน ราชวงศหมิง (Ming Dynasty) ไดจัดส(งบรรณาการใหจีนและมีความสัมพันธแนบแน(นดังปรากฏการตั้ง ถิ่นฐานของชาวจีนในย(านคิตาตันบัน (เดิมอยู(ในอํานาจของบรูไน) รัฐสุลต(านบรูไนมีความรุ(งเรืองถึงขีด สุดในสมัยของสุลตGานโบลเกียห (Bolkiah) ค.ศ.๑๔๘๔ มีการขยายดินแดนกวางขวางไปจนถึง เซลูรง (Selurong) หรือเมืองมะนิลา และยังมอบหมายใหหัวหนา ผูปกครองและคณาจารยต(างๆ ออกหา วิธีการและความรูที่เป3นประโยชนในการพัฒนาบานเมืองใหเกิดความเจริญไม(ว(าจะในดานใด รวมถึง พระองคเองก็ทรงศึกษาหาความรูใหม(ตลอดเวลาเพือ่ นําความรูนั้นมาพัฒนาบานเมือง ทําใหเกิดความ เจริญกาวหนาในทุกๆ ดาน แต(กเ็ ป3นเวลาเดียวกันกับที่สเปนไดเริ่มเขามาสํารวจดินแดนโดยการนําของ เฟอรดินาน มาเจลแลน (Ferdinan Magallan) ซึ่งก(อนทีเ่ ขาจะเดินทางไปยังเกาะเซบู (Cebu) ของ ฟzลิปปzนสนั้น ไดแวะที่บรูไนในสมัยของสุลต(านโบเกียห ต(อมาชาวโปรตุเกสไดตามเขามาเพื่อแสวงหาผลประโยชนทางการคา คือ จอรจ เดอ มาเน แซส (George de Manazes) ไดเขามาในสมัยสุลตGานอับดุล คาฮาร (Abdul Kahar) และประสบ ความสําเร็จในการเจรจา จนไดเปzดเสนทางการคาระหว(างโปรตุเกสและบรูไนในป_ ค.ศ.๑๕๒๖ แต( โปรตุเกสค(อยๆ ละทิ้งเสนทางการคานี้ไป เพราะมะละกาที่โปรตุเกสไดไวตั้งแต( ค.ศ.๑๕๑๑ เริ่มรุ(งเรือง กว(า


๑๗ ค.ศ.๑๕๗๖ ฟรานซิสโก เดอ ซานเด (Francisco de Sande) ขาหลวงสเปนในฟzลิปปzนส ได ส(งเจาหนาที่เขามาเจรจาเพื่อขอส(งคณะมิชชันนารีเขามาเผยแผ(คริสตศาสนาในสมัยสุลต(านไซฟุลไร ซาล แต(บรูไรยอมรับไม(ไดโดยถือเป3นการขมขู(ที่จะเขาครองดินแดนโดยทางออม ใน ค.ศ.๑๕๗๘ สเปน จึงยกพลเขาบุกบรูไนทีเ่ มืองหลวงโกตาบาตู (Kota Batu) เมืองหลวงในขณะนั้น โดยมีเจาชายฝ€าย บรูไนพระองคหนึ่งเป3นไสศึก แต(สเปนไม(สามารถเอาชนะไดเพราะเกิดอหิวาตกโรคระบาดที่ค(ายทหาร สเปน และก(อนจะยกพลกลับสเปนไดเผามัสยิดและสิง่ ก(อสรางต(างๆ วอดวายไปมาก และตั้งแต(สเปนเริ่มเขามามีอํานาจในช(วงคริสตศตวรรษที่ ๑๗ และสมารถยึดครองฟzลิปปzนส ไปไดทําใหอํานาจของสุลต(านบรูไนเริ่มถดถอยลง อีกทั้งชาวดัตชก็ไดพยายามเขามาแผ(อํานาจในเกาะ บอรเนียว รวมถึงปOญหาภายในเองจึงทําใหในช(วงเวลานั้นบรูไนเหลือเพียงเฉพาะเกาะบอรเนียว ส(วน อื่นๆ นั้นไดถูกอํานาจตะวันตกเขายึดครองจนเกือบหมดแลว ค.ศ.๑๘๓๘ ในสมัยสุลตGานโอมารอาลี ไซฟุดดินที่ ๒ (Omar Ali Saifuddin II) ไดมีนัก บุกเบิกชาวอังกฤษชื่อ เจมส บรูค (James Brooke) เดินทางเขามายังเกาะบอรนียวในขณะที่กําลัง เกิดความวุ(นวายภายใน บรูคไดมาขึ้นฝOhงที่เมืองคูชิง (Kuching) ในซาราวัก (เวลานั้นเป3นของบรูไน) ชาวเมืองสองเผ(า คือ อิบัน (Iban) และบิดายูห (Bidayuh) กําลังมีปOญหากับทางการอยู( บรูคใชจังหวะ นี้เขาตีสนิทกับมูดาฮาชิม (Muda Hashim) เปงริกันหรือเจาปกครองรัฐทําใหเขาไดเฝMาสุลต(านเพือ่ เสนอตัวแกปOญหาในเรื่องนี้ และยังสามารถช(วยปราบปรามโจรสลัดที่มีชุกชุมในเวลานั้นไดอีกดวย สุลต(านจึงไดพระราชทานตําแหน(งฝ€ายบริหารัฐใหแก(บรูคในป_ ค.ศ.๑๘๔๑ การแผGอิทธิพลของอังกฤษ การเขามาพรอมกองกําลังทหารของบรูคทําใหเขาสามารถปราบปรามปOญหาที่เกิดขึ้นของ บรูไนได เพือ่ เป3นการตอบแทนสุลต(านโอมารอาลีจึงพระราชทานเขตซาราวักใหบรูคมีอํานาจปกครอง โดยสมบูรณ และในป_ ค.ศ.๑๘๔๖ รัฐบาลอังกฤษไดอาศัยช(องทางที่บรูคไดบุกเบิกไวแลวเขามาเจรจา ตั้งสถานีการคาบนเกาะลาบวน (Labuan) และทําสนธิสัญญาพันธมิตรทางการคาในป_ ค.ศ.๑๘๔๗ เมื่อสุลต(านโอมารอาลีสิ้นพระชนมลงในป_ ค.ศ.๑๘๕๒ สุลตGานอับดุลโมมิน (Abdul Momin) ไม(สามารถรักษาอํานาจของบรูไนไวได จึงทําใหเจมส บรูคยิ่งเริ่มขยายอํานาจโดยใชอิทธิพลทาง เศรษฐกิจและการทหารในการขยายดินแดน ทั้งยังไดกรรมสิทธิ์ทางตอนเหนือของเกาะบอรเนียว (ซา บาหในปOจจุบัน) จากสหรัฐอเมริกา จึงไดจัดตั้งบริษัทบริติชนอรธบอรเนียว (Britisn North Borneo Company) ขึ้นโดยมีวลิ เลียม ฮูด ทรีเชอร (Willaim Hood Treacher) เป3นขาหลวงประจําผูดูแล ผลประโยชนของอังกฤษทีน่ ี่ การเป3นผูปกครองรัฐซาราวักของเจมส บรูค ทําใหเขาไดรับฉายาว(า “ราชาขาว” (White Raja) เพราะเป3นราชาชาวตะวันตกผิวขาวคนแรกของซาราวัก แต(การปกครอง


๑๘ ก็เป3นไปอย(างไม(ราบรื่นนัก เพราะไดรับการต(อตานจากชาวพื้นเมือง เมือ่ บรูคเสียชีวิตลงใน ค.ศ.๑๘๖๘ ทายาทก็ยังไดรับตําแหน(งผูปกครองรัฐซาราวักสืบต(อมาอีก ๔ รุ(น ใน ค.ศ.๑๘๘๘ รัชสมัยของสุลตGานฮาซิม ยาลิลุลอลาม อคามัดดิน (Hashim Jalilul Alam Aqamaddin) บรูไนถูกบังคับจากอังกฤษใหทําสนธิสัญญายอมอยู(ในอารักขาของอังกฤษ และยัง ไดรับการรุกรานดินแดนจากตระกูลบรูค และต(อมาใน ค.ศ.๑๙๐๕ อังกฤษยังไดสGงมัลคอลม แมคอาร เธอร (Malcom McArthur) เขามาทําสนธิสัญญาอีกฉบับหนึ่งซึ่งยิ่งทําใหบรูไนตกเป3นอาณานิคม ของอังกฤษโดยสมบูรณ สนธิสัญญาฉบับนี้ทําใหบรูไนตองมีระบบการปกครองอย(างอังกฤษ แต(สิ่งหนึ่ง ที่บรูไนยังคงรักษาไวเหนียวแน(นคือการไม(ยอมใหอังกฤษเขามามีอิทธิพลของศาสนาอิสลามของบรูไน อย(างเด็ดขาด หลังสมัยของสุลตGานอาหมัดทาจุดดิน (Ahmad Tajuddin) ค.ศ.๑๙๒๔ เป3นตนมา บรูไนไดมีการพัฒนาประเทศไปสู(ความกาวหนาตามอย(างประเทศสากลในทุกดาน และไดมีการสํารวจ พบแหล(งน้ํามันขนาดใหญ(ที่เมืองเซเรีย (Seria) ซึ่งต(อมารายไดจากน้ํามันนี้เองที่ทําใหบรูไนกลายเป3น ประเทศที่ร่ํารวยมหาศาล

แต(หลังจากนั้นไม(นานก็เขาสู(ช(วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ กองทัพญี่ปุ€นนําทหารจํานวนกว(า ๑๐,๐๐๐ คนบุกยึดบรูไนไดในเดือนธันวาคม ค.ศ.๑๙๔๑ ที่เมืองกัวลาเบเรต (Kuala Belait) และเดินหนาเขายึดเมือง บันดาบรูไน (Bandar Brunei – บันดาเสรีเบกะวัน ในปOจจุบัน) โดยญี่ปุ€นใหบรูไนเป3นฐานทัพใหญ(แต(ไม(ได ถอดอํานาจของสุลต(าน จนกระทั่งใน ค.ศ.๑๙๔๕ เป3นเวลาที่ญี่ปุ€นเกือบจะแพสงคราม สุลต(านอาหมัดทาจุด ดินไดพาพระราชวงศหลบหนีทหารญี่ปุ€นออกมาได จนเมื่อญี่ปุ€นยอมจํานนต(อสงคราม รัฐบาลอังกฤษจึงกลับ เขามาจัดการดินแดนนีอ้ ีกครั้ง ในส(วนซาราวักนั้นตระกูลบรูคยอมยกดินแดนใหกับอังกฤษ ทําใหบรูไนมี ดินแดนของตนเองในพื้นที่ทจี่ ํากัดลง แต(อังกฤษก็เริ่มใหบรูไนมีการปกครองตนเองภายใตรัฐธรรมนูญ หากแต(กเ็ กิดความวุ(นวายทีม่ าจากความขัดแยงระหว(างสุลตGานโอมารอาลี ไซฟุดดินที่ ๓ (Omar Ali Saifuddien III) และภาคประชาชนในเรื่องการทวงคืนรัฐซาราวักและซาบาหคืนจากอังกฤษจนทําใหเกิดเป3น การจราจลกลางเมือง สุลต(านประกาศกฏอัยการศึกที่รุนแรงและไดมอบตําแหน(งสุลต(านใหพระราชโอรสคือ ฮาจิ ฮัสซานัล โบลเกียห (Haji Hassanel Bolkiah) ขึ้นสืบพระราชอํานาจต(อในป_ ค.ศ.๑๙๖๗


๑๙

ตั้งแต(ป_ ค.ศ.๑๙๖๓ เป3นตนมา บรูไนอยู(ในสภาวะที่มีการประกาศกฏอัยการศึกอย(างต(อเนือ่ ง จนกระทั่งถึงในปOจจุบัน แมว(าจะไดรับเอกราชอย(างถาวรจากอังกฤษแลวในป_ ค.ศ.๑๙๘๔ แต(กย็ ังคงไม(มีการ ยกเลิกกฏอัยการศึกนี้แต(อย(างใด ทําใหสุลต(านมีพระราชอํานาจและสิทธิ์ขาดในการบริหารประเทศ ทรงดํารง ตําแหน(งองคประมุขและนายกรัฐมนตรีในขณะเดียวกัน


๒๐ กลุGมนาฏกรรมในคาบสมุทรมลายู ในคาบสมุทรมลายูนี้มีกลุ(มชาติพันธุที่เขามาอยู(อาศัยตั้งแต(เมือ่ ประมาณ ๘๐๐ ป_มาแลว จึงทํา ใหวัฒนธรรมร(วมกันทั้งในคาบสมุทรมลายู เกาะบอรเนียว รวมถึงหมู(เกาะในอินโดนีเซีย กลุ(มชนที่เขา มาในชั้นแรกนี้นับถือเรือ่ งจิตวิญญาณแห(งธรรมชาติ จึงมีใชนาฏกรรมเพื่อพิธีกรรมบูชาธรรมชาติ รอบตัว จนกระทั่งเมื่ออิทธิพลอารยธรรมจากอินเดียเริ่มเผยแพร(เขามาพรอมกับการคาไดนําศาสนา ฮินดูเขามาเผยแพร(ในดินแดนนี้ดวย จึงเป3นผลใหเกิดการผสานนาฏกรรมมาเลยดั้งเดิมกับนาฏกรรม อินเดียที่มีรูปลักษณแตกต(างกัน เช(นในเรือ่ งการเคลือ่ นไหวของมือและโครงสรางของตัวนาฏกรรม หลังจากนั้นต(อมาจึงไดรับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอาหรับที่ไดนําศาสนาอิสลามและภูมิปOญญา มุสลิมเขามาแทนทีแ่ ละผสมผสานกับวัฒนธรรมชั้นเดิมอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งประเทศในคาบสมุทร มลายูถกู เขาครองเป3นอาณานิคมจากประเทศต(างๆ ในโลกตะวันตก ก็ไดมีการนําเอาวัฒนธรรมของเจา อาณานิคมนั้นเขามาปรับปรนใหเขากับรูปแบบนาฏกรรมดั้งเดิมของตนดวย

รูปแบบนาฏกรรมสามารถจําแนกไดทั้งในส(วนที่มีหนาที่ตอบสนองสถาบันสุลต(าน ก(อเกิดเป3น นาฏกรรมในราชสํานัก เป3นนาฏกรรมเพื่อความบันเทิงและพิธีการในราชสํานักของสุลต(าน เช(น มะโย(ง ที่มีการเคลือ่ นไหวแช(มชา สง(างาม สายตามองลงต่ํา การร(ายรําเริ่มจากท(านั่งบนพื้นแลวจึงค(อยคุกเข(า ขึ้นแลวจึงยืนเป3นทีส่ ุด ผูรําเป3นสาวพรหมจรรยหรือนางพระกํานัลในราชสํานัก ปOจจุบันนาฏกรรมใน กลุ(มนี้จัดแสดงเป3นสาธารณะนอกเขตพระราชฐาน เช(น ในโรงละคร ในเทศกาลสําคัญ ตลอดจนเพือ่ การท(องเทีย่ วและงานรับรองอื่นๆ ในส(วนนาฏกรรมพื้นบานนั้น บนพื้นที่ของแหลมมลายูและเกาะในคาบสมุทรเป3นที่อยู(ของชน เผ(าดั้งเดิมมาก(อน ในแต(ละกลุ(มชาติพันธุก็จะมีการรื่นเริงดวยการเตนรําที่เกี่ยวของกับกิจกรรมของ


๒๑ กลุ(มชน เช(น การเกษตรกรรม กสิกรรม และการล(าสัตว ตลอดจนใชในพิธีการของแต(ละชนเผ(า เช(น งานแต(งงาน งานหมั้น มักมีดนตรีและนาฏกรรมที่จัดแสดงเป3นพื้นที่วงกลมเสมอ ปOจจุบันแมว(านาฏกรรมกลุ(มชาติพันธุยังไม(สามารถอนุมานถึงการกําเนิดที่แน(นอนได หากแต( ยังคงใชในงานของชุมชน มีการปรับปรุง สรางสรรคใหม(เพื่อยังคงรับใชกลุ(มชาติพันธุสืบมา นาฏกรรม กลุ(มชาติพันธุโดยมากมักมีอุปกรณสําหรับมือประกอบการเตนรํา และบางอย(างเกี่ยวของกับพิธีกรรม ในสิ่งเหนือธรรมชาติและจิตวิญญาณของธรรมชาติ เช(น พื้นดิน ลม ดวงอาทิตย ฯลฯ ซึ่งเป3นการนํามา ซึ่งความอุดมสมบูรณและความกินดีอยู(ดีของชุมชน หลังคริสตศตวรรษที่ ๑๕ เป3นตนมา มาเลเซีย ไดรับอิทธิพลจากต(างชาติที่มาจากพ(อคาและหมอสอนศาสนา (Missionary) ซึ่งไดนําเอาวัฒนธรรม ตะวันตก ประเพณีและความเชื่อเขามาเผยแพร(ในภูมิภาคนี้ดวย จึงปฏิเสธไม(ไดว(างานนาฏกรรม พื้นบานของมาเลเซีย ไดรับอิทธิพลทั้งจากประเทศอาหรับ อินเดีย สยาม อินโดนีเซีย และจีน ซึ่งยังคง เห็นรูปแบบเบื้องหลังงานนาฏกรรมชนิดต(างๆ กลุGมนาฏกรรมดั้งเดิม (Asli) สามารถจําแนกตามพื้นที่ของแหล(งกําเนิดนาฏกรรมไดเป3น ๑. นาฏกรรมบนแหลมมลายู ซึ่งอยู(ในเขตมาเลเซียตะวันตก และสาธารณรัฐสิงคโปร ๒. นาฏกรรมบนเกาะบอรเนียว ซึ่งอยู(ในเขตมาเลเซียตะวันออก ไดแก(รัฐซาบาหและซาราวัก รวมถึงประเทศบรูไนดารุสซาลาม ๑. นาฏกรรมบนแหลมมลายู (มาเลเซียตะวันตก และสาธารณรัฐสิงคโปร) รูปแบบนาฏกรรมพื้นฐานบนดินแดนคาบสมุทรมลายูนั้น หลายท(านคงรูจักศิลปะการฟMอนรําที่ เรียกว(า “Tari” แต(นอกเหนือไปจากนั้น นาฏกรรมของมาเลยไดมีพัฒนาการจนเกิดเป3นรูปแบบที่ ซับซอนและมีวิวัฒนาการที่สามารถสืบคนยอนหลังไปไดหลายรอยป_ และมีทั้งนาฏกรรมในกลุ(ม Tandak ซึ่งเริ่มสูญหาย ซึง่ ปรากฏการณเดียวกันนี้กเ็ กิดขึ้นกับนาฏกรรมกลุ(มอืน่ ๆ เช(น Tayub และ Joget ในชวาและบาหลี รวมถึง Lenso ใน Maluku และ Manado นาฏกรรมดั้งเดิมของชาวมาเลยนั้นอาจจําแนกตามประเภท โดยมีประวัติความเป3นมาของของ แต(ละการแสดง ดังจะพอยกตัวอย(างการแสดงสําคัญไดดังนี้


๒๒

Orang Asli คําว(า Asli หมายถึง ดั้งเดิม (original) ซึ่งสามารถสืบคนยอนไปไดถึงในสมัยคริสตศตวรรษที่ ๑๔ เป3นระบําดั้งเดิมของคาบสมุทรมลายู ที่มีรากฐานมาจากความเชื่อดั้งเดิมในเรื่องจิตวิญญาณ เป3น การร(ายรําของหมอผีที่ร(ายรําเพื่อทําการรักษาโรค โดยทําหนาที่ตดิ ต(อสือ่ สารกับโลกของวิญญาณแทน ปOจจุบันแสดงโดยสตรีลวนและยังคงมีปรากฏรูปแบบเช(นนี้อยู(ในการแสดงของหลายชนเผ(า เช(น Genggulang ของเผ(า Mahari, Bejerom ของเผ(า Jah-Hut, Sewang ของเผ(า Semai และเผ(า Temiar นอกจากนั้งไดแพร(หลายไปในเกาะสุมาตรา แหลมมลายู สิงคโปร เขตการปกครองไรอูและ เกาะบอรเนียว ชาวเกาะสุมาตรารูจักการแสดงนี้ในชือ่ ของ Senandang มีที่มาจากบทกวี โศกนาฏกรรม รูปแบบการแสดงของ Asli เป3นการร(ายรําที่เชื่องชาไปกับเสียงของซอ Rebab ฆอง กลอง Rebana (Gendang bebano) จนกระทั่งในช(วงไดรับอิทธิพลจากตะวันตกจึงมีเครื่องดนตรีเช(น ไวโอลินและแอคคอเดียนเขามาเล(นผสมดวย บทเพลงของ Asli ทีย่ ังเป3นที่นยิ มสืบต(อมา เช(น Sembawa Balik, Pasir Roboh, Timang Banjar และ Sri Siantan


๒๓

Inang อินัง เป3นการแสดงดั้งเดิมของชาวมลายูมีกําเนิดในราชสํานักของสุลต(าน คําว(า Inang มาจาก คําว(า Mak Inang ซึ่งหมายถึงนางพระกํานัลที่ทําหนาที่เป3นพระพี่เลีย้ งของพระราชบุตรแห(งสุลต(าน บทเพลงซึ่งใชประกอบการแสดงอินังเป3นเพลงทีแ่ ต(งขึน้ ในสมัยรัฐสุลต(านมะละกา โดยเฉพาะในรัช สมัยแห(งสุลตGานมาหมุด ชาห (Mahmud Shah, 1488-1511 AD) ซึ่งในเวลานั้นการแสดงอินังเป3น ที่นิยมแพร(หลายในหลายราชสํานักแห(งมลายู ซึ่งการฝuกซอมการแสดงในบางครั้งสุลต(านจะเสด็จ ทอดพระเนตรกํากับการแสดงดวยพระองคเอง และมักใชจัดแสดงในพิธีอภิเษกสมรสในราชสํานัก สุลต(าน จังหวะดนตรีที่ใชแสดงอินงั นั้นมีความรวดเร็วกว(า Asli และเคลือ่ นไหวอย(างนุ(มนวลตามแบบ สตรีในราชสํานัก เป_hยมไปดวยแบบแผนอันงดงามแห(งราชสํานัก ในอดีตนั้นอินังจะใชเฉพาะสตรีเป3นผู แสดง แต(ในปOจจุบันไดเปลีย่ นจากการแสดงในราชสํานักมาเป3นการแสดงพื้นเมืองทั่วไปจึงทําให ปราศจากกฏเกณฑแห(งราชสํานัก หากแต(ยังคงไวซึ่งลีลาการแสดงอันสง(างามตามแบบอย(างราชสํานัก


๒๔

Mak Yong มักยง หรือ มะโย(ง เป3นรูปแบบการแสดงละครดั้งเดิมแห(งราชสํานักในคาบสมุทรมาเลย มีตน กําเนิดมาจากรัฐปOตตานีของสยาม (ซึ่งเคยเป3นส(วนหนึ่งของศูนยกลางอาณาจักรศรีวิชัยร(วมกับ รัฐเคดะหหรือเมืองไทรบุรี) ปOจจุบันไดรับการขึ้นทะเบียนเป3นมรดกทางภูมิปOญญาที่จับตองมิไดของ โลก (Intangible Cultural Heritage) เมือ่ ป_ ค.ศ.๒๐๐๘ มะโย(งเป3นการแสดงเพือ่ ความบันเทิงในราชสํานักฝ€ายใน เมือ่ เหล(ากษัตริยและเจาชายเสด็จ ออกไปในการพระราชสงคราม สตรีฝ€ายในจึงนิยมชมการแสดงทีเ่ ป3นเรือ่ งประโลมโลกที่เกีย่ วของกับ ความกลาหาญของวีรบุรุษที่ออกไปรบ ผูแสดงหลักเป3นสตรีแมในบทบาทชาย โดยเฉพาะในบทปะโย(ง หรือพระเอก (ใชผูชายเขาแสดงร(วมในบทบาทอื่นๆ เช(นตัวตลก ป‹อรันมูดอ และป‹อรันดูวอ) ใชการร(า��� รําประกอบกับการขับรองที่ไดรับอิทธิพลจากวรรณกรรมในยุคทองของอาณาจักรมลายู ก(อนเริ่มการแสดงจะมีการเบิกโรงดวย Menggadub Rebab เป3นการขับรองบทสวดที่มีความ นุ(มนวลและสง(างาม ผูแสดงจะนั่งหันหนาประจันกับผูบรรเลงซอ Rebab แลวขับรองทํานองเพลงสวด เพื่อบอกเล(าถึงคุณธรรมและการแสดงความเคารพต(อธรรมชาติและชีวิต


๒๕

Kuda Kepang กูดาเกปOง หรือระบํามาทรง เป3นการแสดงเชิงจิตวิญญาณที่ไดรับอิทธิพลจากวัฒนธรรมชวา เล(นอย(างแพร(หลายในรัฐยะโฮร ก(อนเริ่มการแสดงจะมีการทําพิธีบวงสรวงและเชิญวิญญาณมามา ประทับในคนทรงผูแสดง เมื่อทรงแลวก็จะควบมาที่สานจากแผงไมไผ(เขียนสีเป3นท(าทางโดยพรอม เพรียง ทั้งผูแสดงและผูชมอาจถูกสิงดวยวิญญาณของมาหรือวิญญาณอื่นๆ บางก็เตนรําไปตาม เสียงดนตรีกาเมลันที่ครึกครื้น บางก็กินน้ํากินหญาบนแท(นบูชา เป3นการแสดงเชิงพิธีกรรมที่เปMนที่นิยม ของชาวบานและจัดอย(างแพร(หลายทั่วไป Wayang Kulit Melayu วายังกุลิตมลายู เป3นการแสดงหนังขนาดเล็กที่มแี สดงทั่วไปในดินแดนนี้ อาจมีขอแตกต(างใน รายละเอียดจนทําใหมีการแบ(งรูปแบบออกเป3น Wayang Siam, Wayang Gedak, Wayang Jawa (Wayang Purwa) และ Wayang Melayu ซึ่งวายังกุลิตมลายูนั้นก็นยิ มแสดงเรื่องมหาภารตะ เช(นเดียวกันกับวายังกุลิตชวา นอกจากนั้นยังแสดงเรือ่ งหิยากัตปOนหยี (Hiyakat Panji) อีกดวย จากหลักฐานพบว(ามีการแสดง Wayang Jawa ในเขตรัฐยะโฮรและสลังงอร แต(เปลี่ยนภาษาที่ ดาหลังใชพากยใหเป3นภาษามลายูสําเนียงกลันตัน-ปOตตานี จึงทําใหมีการเรียกหนังชนิดนี้ว(า Wayang Kulit Melayu ส(วน Wayang Siam นั้นบางครั้งก็เรียกว(า Wayang Kelantan มีลักษณะคลายตัวหนัง ของสยามแต(นยิ มแสดงในรัฐกลันตัน รัฐปาหัง รัฐตรังกานู และในเขตชายแดนภาคใตของสยาม นิยม แสดงเรือ่ ง Hiyakat Sereri Rama หรือ Hiyakat Maharaja Wana ซึ่งเป3นส(วนหนึ่งจากเรื่องรา มายณะ ซึ่งพบในการแสดง Wayang Gedek ดวยเช(นกัน บางครั้งก็อาจแสดงนิทานพื้นบานที่ไดรับ จากสยาม ใชภาษามลายูทองถิ่นแถบเคดะหผสมกับภาษาไทย


๒๖

Silat สิลัต หรือ สิละ หมายถึงศิลปะ หมายถึงศิลปะการปMองกันตนเอง การแสดงนีเ้ ดิมเป3นศิลปะการ ต(อสูของคนเชือ้ สายมลายู ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย ไดแก( มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟzลิปปzนส สิงคโปร บรูไน และพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใตของประเทศไทย คือ ปOตตานี ยะลา สตูล นราธิวาส และ สงขลา บางเรียกสิละว(า ดีกา หรือ บือดีกา เป3นศิลปะการต(อสูดวยมือเปล(าเทาเปล(า เนนใหเห็นลีลา การเคลือ่ นไหว มีบางท(านกล(าวว(า สิละมีรากคําว(า ศิละ ภาษาสันสกฤต ทั้งนีเ้ พราะดินแดนของมลายู ในอดีตเคยเป3นดินแดนอาณาจักรศรีวิชัย ที่มีวัฒนธรรมอินเดียเขามามีบทบาทที่สําคัญ จึงมีคํา สันสกฤตปรากฏอยู(มาก Mubin Sheppard ไดกล(าวถึงตํานานสิละไวว(า การต(อสูแบบสิละมีมาตั้งแต( ๔๐๐ ป_มาแลว โดยกําเนิดที่เกาะสุมาตรา ตามตํานานเล(าว(า สมัยหนึง่ สามสหายเชือ้ สายสุมาตรา ชื่อ บูฮันนุดดิน ซัมซุดดิน และฮามินนุดดิน เดินทางจากมินังกาบัง ฝOhงตะวันตกของเกาะสุมาตราไปศึกษาวิชา ณ เมือง อาเจะหซึ่งอยูท( างทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสุมาตรา สํานักวิทยายุทธนั้นอยู(ใกลสระน้ําใหญ( น้ําใน สระไหลมาจากหนาผาสูงชัน ริมสระมีตนบอมอร ออกดอกสีม(วงสดกลมกลืนกับสีนกกินปลา ซึ่งถลา ร(อนเล(นน้ําเนืองนิตย วันหนึ่ง ฮามินนุดดินไปตักน้ําทีส่ ระแห(งนั้น เขาสังเกตเห็นว(าแรงน้ําตกทําใหน้ํา ในสระเป3นระลอกคลื่นหมุนเวียน และที่น(าทึ่งคือ ดอกบอมอรช(อหนึ่ง ซึ่งหล(นจากตน ถูกน้ําพัดตกลง กลางสระแลวจึงถอยยอนกลับไปใกลตลิ่งลอยไปลอยมา เช(นนี้ประหนึ่งว(ามีชีวิต จิตใจ ฮามินนุดดิน เพิ่มความพิศวงถึงกับวางกระบอกไมไผ(ซึ่งบรรจุน้ํา แลวจองมองดอกไมในสระเป3นเวลานาน จากนั้น ชายหนุ(มรีบควาดอกไมช(อนั้นกลับมา เขาไดนําลีลาการลอยของดอกบอมอรมาประยุกตสอนการร(าย รําใหแก(เพื่อนทั้งสอง และช(วยกันคิดวิธีเคลือ่ นไหวโดยอาศัยแขนขา เพือ่ ปMองกันฝ€ายปรปOกษ


๒๗ เมื่อสามสหายเดินทางกลับถิ่นเดิมแลว ต(างตั้งตัวเป3นครูสอนวิทยายุทธและศาสนาอิสลาม ปรากฏว(ามีผูสนใจสมัครฝuกฝนการต(อสูแบบสิละจนเป3นที่แพร(หลายออกไปตามลําดับ เมือ่ จะฝuกสิละ ผูสมัครใจตองนําไหวครู โดยนําผาขาว ขาวสมางัด ดายขาว และแหวน ๑ วง มามอบใหกับครูฝuก ผูเป3น ศิษยใหม(จะตองมีอายุไม(นอยกว(า ๑๕ ป_ ระยะเวลาทีเ่ รียน ๓ เดือน ๑๐ วัน จึงจะจบ หลักสูตรการสอน นั้นจะมีครูสิละคนหนึ่งต(อศิษย ๑๔ คน ในรุ(นหนึ่ง ๆ ผูที่เก(งทีส่ ุดจะไดรับแหวนจากครู และไดรับ เกียรติเป3นหัวหนาและสอนแทนครูได การแต(งกายของนักสิละเท(าทีส่ ังเกตมุ(งทีค่ วามสวยงามเป3น ประการสําคัญ เช(น มีผาโพกศีรษะ สวมเสือ้ คอกลมหรือคอตั้ง นุ(งกางเกงขายาว แลวมีผาโสร(งเรียกผา ซงเคดสวมทับพรอมกับมีผาลือปOกคาดเอว หรือคาดเข็มขัดทับโสร(งใหกระชับ และเหน็บกริช เครือ่ งดนตรีสิละประกอบดวยกลองยาว กลองเล็ก ฆองคู( และป_h เมือ่ นักสิละขึ้นบนสังเวียน แลว ดนตรีจะประโคมเรียกความสนใจคนดู การไหวครูแบบสิละนั้น จะไหวทีละคน วิธีการไหวครูแต( ละสํานักแตกต(างกันไป น(าสังเกตว(าขณะรําไหวครูนั้น นักสิละจะทําปากขมุบขมิบว(าคาถาเป3นภาษา อาหรับหรทอมลายู และทีส่ ําคัญคือขอพรสี่ประการ สรุปเป3นภาษาไทยดังนี้ o ขออโหสิกรรมแก(คู(ชิงชัย o ขอใหปลอดภัยจากปรปOกษ o ขอใหเป3นที่รักแก(เพือ่ นบาน o ขอใหท(านผูชมนิยมศรัทธา Bamboo Dance ระบํากระทบไม เป3นนาฏกรรมที่ไดรับความนิยมสําหรับชมเผ(าชาติพันธุต(างๆ พบการใชไมคู( เพื่อกระทบเป3นเสียงประกอบการเตนรํากระโดดเขาและออกในระหว(างคู(ไมโดยทั่วไปทั้งในเกาะ บอรเนียวและหมู(เกาะฟzลปิ ปzนส เป3นระบําชนเผ(าที่แสดงลักษณะร(วมของชาวพื้นเมืองที่ตั้งถิ่นฐานเดิม อยู(ในภูมิภาคนี้ไดเป3นอย(างดี ผูแสดงจะกระโดดยกเทาสูงเพื่อหลีกมิใหถูกไมที่กระทบกันนั้นหนีบเทา มีรูปแบบจังหวะทั้งชา และเร็ว เมือ่ ยิ่งเร็วมากก็จะมีการพัฒนาความยากของท(าทางประกอบการกระโดดเล(นไม บางครั้งอาจ ใชมือร(ายรําประกอบหรือถืออุปกรณประจําเผ(า และมักแต(งกายตามกลุ(มชาติพันธุของตน


๒๘ ๒. นาฏกรรมบนเกาะบอรเนียว (มาเลเซียตะวันออก ได-แกGรัฐซาบาหและซาราวัก และประเทศ บรูไนดารุสซาลาม) พื้นที่ตอนบนของเกาะบอรเนียว (ซึ่งปOจจุบันแบ(งเป3นพื้นที่ของ ๓ ประเทศ คือ มาเลเซีย อินโดนีเซียและบรูไน) มีกลุ(มชาติพันธุดั้งเดิมที่หลากหลายตั้งถิ้นฐานอยู(กอ( น เช(น Ibans, Kenyahs, Bidayuhs, Kadazans, Bajaus, Muruts ฯลฯ ในแต(ละกลุ(มชาติพันธุต(างมีความเชื่อและรูปแบบ วัฒนธรรมที่ต(างกัน จึงทําใหมีจํานวนงานนาฏกรรมที่ใชในพิธีกรรมและเทศกาลต(างๆ เป3นจํานวนมาก อันไม(อาจรวบรวมไดทั้งหมด การที่ชาวพื้นเมืองเดิมมีความเชื่อในเรือ่ งจิตวิญญาณของธรรมชาติจึงทําใหชาวตะวันตกมองว(า เป3นพวกป€าเถื่อนนอกรีต จึงไดพยายามเผยแพร(ศาสนาอื่นๆ ใหเขามาในภูมิภาคนี้ และการเขามาของ ศาสนาอิสลามและคริสตก็ไดกําจัดวิถีดั้งเดิมจนเกือบหมดสิ้น หากแต(กย็ ังคงมีความเชื่อของกลุ(มชาติ พันธุบางส(วนที่ยังคงถือปฏิบัติร(วมกับความเชื่อในศาสนาใหม( รูปแบบพื้นฐานของนาฏกรรมพื้นเมืองมีความเรียบง(าย และใชท(าทางซ้ําไปมา ความงดงามจึง อยู(ที่ความเรียบง(ายที่ปรากฏ การเตนรํามีความผ(อนคลาย ปราศจากความตั้งใจหรือความจงใจในการ ใชกลามเนือ้ การเคลือ่ นไหวของท(าทางแสดงถึงธรรมชาติ ชีวิตในป€า การเคลือ่ นไหวของนก หรือการ เคลือ่ นไหวในชีวิตประ���ําวัน ฯลฯ ดังจะขอยกตัวอย(างนาฏกรรมที่เกิดขึ้นบางชนิด ดังนี้

Nagjak เป3นระบําสงคราม (Warrior Dance) มีถิ่นกําเนิดจากชนเผ(า Iban ในรัฐซาราวัก มักแสดงใน เทศกาลนกเงือกที่เรียกว(า Gawai Kenyalang ผูแสดงสวมใส(เครื่องประดับศีรษะที่ทําจากขนนกและ ถือเกราะเป3นอาวุธ มีเครือ่ งดนตรีประกอบการเตนรําคือ gongs, benbendai, engkurumong, sapeh


๒๙

Sumazau เป3นการแสดงของชนเผ(า Kedazan ในเขตรัฐซาบาห แสดงในพิธีกรรมทางศาสนาเพือ่ บูชาให การทํานํามีความอุดมสมบูรณและเป3นการปOดเป€าวิญญาณชั่วรายรวมถึงขจัดโรคของพืชที่จะทํา อันตรายต(อนาขาวใหปลาสนาการไป ผูแสดงทั้งชายและหญิงจะคลายถูกสะกดจิตใหร(ายรําไปดวย ความแผ(วเบาและแช(มชา ท(าทางต(างๆ เป3นการเลียนแบบนกที่กําลังหัดบิน


๓๐ กลุGมนาฏกรรมปรับปรุง ๑. นาฏกรรมที่ได-รับอิทธิพลเอเชียกลาง จากการติดต(อคาขายกับพ(อคาชาวอาหรับที่มาจากเปอรเซีย (อิหร(านในปOจจุบัน) และดินแดน ใกลเคียง ทําใหไดรับเอาการเตนรําที่เกี่ยวของกับศาสนาอิสลามเขามาเผยแพร(ในมลายูดวย แต(กไ็ ด ปรับรูปแบบใหเขากับวิถีชาวมาเลย แต(ก็ยังคงกลิ่นอายของความเป3นอาหรับไวได เช(นในเสียงกลอง Rebana หรือกลองรํามะนา และเสียงสวดบูชาพระอัลล(าหที่มีแทรกอยู(ในการแสดงใหไดยินบาง

Zapin ซาปzน (บางเรียก ซัมเป3ง) คําว(า ซาปzน เป3นภาษาอาหรับ “Al-Zafn” ที่หมายถึง การ เคลือ่ นไหวของเทา เป3นการเตนรําที่สันนิษฐานว(าไดรับอิทธิพลจาก Hadralmaut ในดินแดนอาหรับ Jazirah และนํามาเผยแพร(ในดินแดนมลายูในช(วงคริสตศตวรรษที่ ๑๕ และไดรับความนิยมมากใน ดินแดนทางตอนเหนือของรัฐมลายู การเตนรําและดนตรีของซาปzนนั้น สันนิษฐานว(าน(าจะมากับพ(อคา ชาวอาหรับที่เดินทางเขามาคาขายในดินแดนนี้ หรืออาจเป3นหมอสอนศาสนา (Missionary) จนทําให แบ(งรูปแบบการแสดงซาปzนออกเป3น ๑) Zapin Arab หรือซาปzนอาหรับ คือซาปzนที่มีเคาการ ผสมผสานวัฒนธรรมอาหรับกับวัฒนธรรมมาเลย ๒) Zapin Melayu หรือซาปzนมลายู ทีไ่ ดปรับปรุง รูปแบบใหม(ใหเป3นแบบมลายูโดยเฉพาะ ซาปzนรูปแบบดั้งเดิมใชผูแสดงเป3นชายลวนเพือ่ มิใหขัดกับขอ หามในศาสนาอิสลาม แต(ต(อมาเมือ่ เป3นการบันเทิงรื่นเริงทั่งไปและการเกี้ยวพาราสีจึงใชผูแสดงเป3น ชายและหญิงเตนเป3นคู( แต(งกายตามเชือ้ ชาติมลายู ชายนุ(งกางเกงทับดวยผาซงเค็ด สวมหมวกหํามะ หยี่ดํา หญิงสวมเสือ้ รัดรูปมีผาแพรคลุมศีรษะ ทั้งนี้ในท(าเตนรําจะเห็นว(าฝ€ายชายและหญิงจะไม(ถูกเนือ้ ตองตัวซึ่งกันและกัน (ธรรมจักร)


๓๑ ซาปzนเคยเป3นการแสดงทีน่ ิยมมากในราชสํานักสุลต(าน ต(อมาไดแพร(ขยายเป3นที่นิยมของ ประชาชนทั่วไปไม(เวนแต(ชาวไร(ชาวนา เป3นการเตนรําที่ทําหนาที่สรางความบันเทิงใหกับประชาชน และต(อมาก็ไดมีการจัดแข(งขันกันอย(างกวางขวาง มีการการพัฒนารูปแบบการเตนใหสลับซับซอนเพือ่ ประกวดและชิงรางวัล การเตนจะเริ่มจากจังหวะชาไปเร็ว มีเครือ่ งดนตรีบรรเลงประกอบแบบอาหรับคือ Gambus (คลายแบนโจหรือกีตาร) ซึ่งนักดนตรีจะบรรเลงไปพรอมกับการเตนสลับเทาดวย นอกจากนั้นยังมี กลองสองหนาที่เรียกว(า Maruas ทําหนาที่ใหจังหวะ ส(วนทํานองนั้นบรรเลงดวยไวโอลินและแอคคอร เดียน มีลําดับการแสดงเป3น ๓ ช(วง คือ ๑) Taqsim หรือบทเกริ่นนํา Gambus จะบรรเลงเดีย่ วเพือ่ เริ่ม การแสดง จากนั้นนักแสดงจะเดินออกมาและทําความเคารพผูชมทีเ่ รียกว(า Sembah จากนั้นจึงเริ่ม เตนอวดลีลาของจังหวะเทาในท(าต(างๆ ๒) เมือ่ การจบลงช(วงหนึ่งๆ ซึ่งเรียกว(า Pantun นักดนตรีจะ บรรเลงดวยอัตราจังหวะเร็วที่เรียกว(า Tingkah หรือ Kopak ซึ่งนักเตนจะกระโดดและเตนในท(า Minta tatho และ ๓) Tahtim ซึ่งเป3นช(วงสุดทายของการแสดง นักเตนจะเตน Wainab เพื่อเป3นการ ปzดทายการแสดง ปOจจุบันซาปzนไดรับการยกย(องใหเป3นศิลปะการแสดงประจําชาติมาเลเซียชุดหนึง่ และในแต( ละรัฐก็มีการแสดงซาปzนทีเ่ ป3นเอกลักษณ เช(น Zapin Tenglu, Zapin Pekajang, Zapin Parit Mastar ของรัฐยะโฮร Zapin Sindang จากรัฐซาราวัก Zapin Ghalit จากรัฐเคดะห Jipin Tar, Jipin Laila Sembah ของประเทศบรูไนดารุสซาลาม และ Zapinkampung Manggis จากรัฐจัมไบ


๓๒ ๒. นาฏกรรมที่ได-รับอิทธิพลจากโปรตุเกส

Joget จอเก็ต หรือ ยอเก็ต (บางเรียกเป3น รองเง็ง (Ronggeng)) เป3นการเตนรําที่ไดรับความนิยมใน มาเลเซียโดยเฉพาะในมะละกาตั้งแต(ตนคริสตศตวรรษที่ ๑๖ มีพื้นฐานดั้งเดิมมาจากเตนรําของชาว โปรตุเกสทีเ่ ขามาในบริเวณแหลมมายู เกาะสุมาตรา เกาะบอรเนียวและเขตการปกครองไรอู ยอเก็ตเป3นการเตนรําในจังหวะเร็วที่ใชเทคนิคสัมพันธในการเตนทั้งมือและเทา มักจัดแสดงใน งานรื่นเริง เทศกาลทางวัฒนธรรม งานแต(งงาน และงานสังคมอื่นๆ การแสดงยอเก็ตอาจสืบคนไปไดถึง การรับเอาอิทธิพลวัฒนธรรมจากโปรตุเกสเขามาเมือ่ โปรตุเกสมีอิทธิพลเหนือมะละกาในช(วงที่มีการ คาขายเครือ่ งเทศ จอเก็ตเป3นการเตนรําคู(ชาย-หญิงในจังหวะรวดเร็ว มีการหยอกลอเกีย้ วพาราสีกันใน ระหว(างการเตน ในบางพื้นที่ของมลายูรูจักยอเก็ตในชื่อของ Rentak Lagu Dua ส(วนในมะละกายอเก็ตรูจักกัน ในชื่อของ Chakunchak และในอินโดนีเซียทางเหนือของเกาะสุมาตราโดยเฉพาะใน Medan, Deli และ Serdang จนทําใหการเตนยอเก็ตไดกลายเป3นศิลปะการแสดงประจําชาติอินโดนีเซียในป_ ค.ศ. ๑๙๓๔ มีนักออกแบบท(าเตนที่มีชอื่ เสียงเช(น Sayuti ไดสรางใหการเตนยอเก็ตมีแบบแผนจนเป3น เอกลักษณ จังหวะของการกาวเทาเป3นจังหวะ 1-2 คลายกับ Step ball change ในนาฏกรรม ตะวันตก หรือที่เรียกว(า Double step หรือบางครั้งมีเพียงการใชเทาแตะเบาๆ แบบ Single step ซึ่ง ต(อมาไดรับการพัฒนาไปสู(รูปแบบการกาวเทาที่หรูหราซับซอนยิ่งขึ้น เช(น Serampang 12 ซึ่งเป3นยอ เก็ตที่มกั ใชเตนในงานแต(งงาน ดนตรีประกอบการเตนยอเก็ตประกอบไปดวยเครือ่ งดนตรีที่ใหจังหวะรวดเร็ว เช(น แอคคอร เดียน ไวโอลิน กลอง Tambur (มีกําเนิดมาจากกลองโปรตุเกสในชื่อเดียวกัน) บางครั้งมีฆอง หรือ


๓๓ Pantun (หมอชนิดหนึ่ง) มีบทเพลงสําหรับยอเก็ตทีเ่ ป3นที่รูจักกันดี เช(น Joget Asam Kana, Joget Istana Lukut และ Joget Songkok Merang

Farapeira ฟาราพีรา เป3นการเตนรําคู( ในจังหวะรวดเร็วตามเสียงกีตารและแทมโบรีน ผูแสดงแต(งกายชุด ประจําชาติของโปรตุเกส

Branyo บรันโย เป3นระบําเก(าแก(ที่ไดรับความนิยมอย(างสูง โดยเฉพาะผูสูงอายุที่มเี ชือ้ สายโปรตุเกส ลีลาการเตน Branyo แตกต(างจาก Farapeira ตรงที่มีความสุภาพสุขุมมากกว(า นักเตนชายจะแต(งกาย ในชุดโคบาล (Cowboy) ฝ€ายหญิงแต(งกายดวยชุดทีต่ ัดเย็บจากผาบาติก เรียกว(า Baju Kebayas การ เตนรําจะดําเนินไปตามจังหวะกลองและไวโอลิน


๓๔ ๓. นาฏกรรมที่ได-รับอิทธิพลจากจีน Tarien Singha การแสดงเชิดสิงโตจีน (Nian) เป3นการแสดงรื่นเริงในเทศกาลตรุษหรือป_ใหม(ของชาวจีนที่ อาศัยอยู(ในดินแดนนี้ ใชผูแสดง ๒ คน เชิดหัวและทายของสิงหโต ไปตามจังหวะกลองทีเ่ รียกว(า Tagu และฉาบ Dragon Dance การเชิดมังกร เป3นการแสดงรื่นเริงในเทศกาลตรุษจีนเช(นเดียวกัน ซึ่งชาวจีนถือว(ามังกรเป3น เทพเจาหรือองคจักรพรรดิ เป3นสัตวมงคลที่นํามาซึ่งความอุดมสมบูรณ ความเจริญรุ(งเรืองและความมี อํานาจ และถือว(าชาวจีนนั้นเป3นลูกหลานของมังกร ๔. นาฏกรรมที่ได-รับอิทธิพลจากอินเดีย Bharata Natyum ชาวอินเดียไดเขามาทําการคาขายในดินแดนนี้เป3นระยะยาวนานมาก และมีอตั ราการเพิ่ม จํานวนในช(วงที่อังกฤษไดเขาครองมลายู ชาวอินเดียไดเขามาเป3นแรงงานก(อสรางบานเมือง รวมถึง เป3นทหารอาณานิคมของอังกฤษ ชาวอินเดียที่เขามาจึงไดนําศิลปะการแสดงประจําชาติเขามาแสดงใน ดินแดนแถบนี้ดวย ภารตนาฏยัม เป3นหนึ่งในนาฏกรรมประจําชาติของอินเดียที่ไดสรางสรรคขึ้นตามคัมภีรนาฏย ศาสตร ซึ่งรจนาโดยภรตมุนี และมีอายุราว ๒,๐๐๐ ป_ ท(าทางของภารตนาฏยัมไดนํามาจากการระบุ ถึง “กรณะ ๑๐๘” ซึ่งพระศิวะไดร(ายรําไวเป3นตนแบบเพื่อใหภรตมุนีใชสั่งสอนลูกศิษยสืบต(อกันมา ภารตนาฏยัมในดินแดนมลายูเป3นการนําเอาเทคนิควิธีการแสดงเต็มรูปแบบจากอินเดียมาแสดงในหมู( ชาวอินเดียในโอกาสเทศกาลสําคัญของชุมชน


๓๕

Bhangra บังกรา เป3นการเตนรําพื้นเมืองทีไ่ ดรับอิทธิพลจากชาวซิกขจากอินเดียทีเ่ ขามาในดินแดนมลายู ดั้งเดิมเป3นการเตนรําในฤดูกาลเก็บเกีย่ ว (ปOจจุบันใชในงานเฉลิมฉลองทั่วไป งานแต(งงานหรือเทศกาล ป_ใหม() รูปแบบเฉพาะของการเตนบังกราเป3การเตนรําประกอบการขับรองที่มีเนื้อหาเกีย่ วกับความรัก และเตนในจังหวะที่รุกเราตามเสียงของกลองสองหนาที่เรียกว(า Dhol ๖. นาฏกรรมเบ็ดเตล็ดทีป่ รับปรุงขึ้นใหมG Tarian Lilin ระบําเทียนมาเลย สันนิษฐานว(ามีกําเนิดบนเกาะสุมาตรา มีตํานานกล(าวถึงสตรีที่กําลังตามหา สมบัติ ในระหว(างนั้นเธอไดทําแหวนทองคําหล(นและคนหาแหวนนั้นจนถึงเวลามืด เธอจึงจุดเทียน คนหาแหวนของเธอดวยความหวัง จากตํานานที่ไดถ(ายทอดมาเป3นระบํานี้ ใชผูแสดงเป3นหญิงสาว หลายคนถือถาดที่มเี ทียนจุดอยู(ดานบนและร(ายรําดวยลีลาที่แชมชาเพือ่ มิใหเทียนดับ และมีท(าทางซึ่ง แสดงการวิงวอน เป3นรูปแบบหนึ่งของการแสดงในราชสํานักมลายู


๓๖

Bangsawan ละครบังสาวัน เป3นละครร(วมสมัยที่เกิดขึ้นไม(นานมานี้ เป3นละครพูดที่มีการขับรองและร(ายรํา สลับ มักแสดงเรือ่ งทีเ่ กีย่ วของกับประวัติศาสตรของมลายูหรืออาหรับ หรือเรือ่ งราวของชีวิตในสังคม มลายู ใชผูแสดงเป3นชายจริงหญิงแท แต(งกายตามยุคสมัยหรือตามฐานะของตัวละครในทองเรือ่ ง ดนตรีประกอบการแสดงในอดีตใชดนตรีพื้นเมือง ต(อมามีการนําเอาเครือ่ งดนตรีสมัยใหม( เช(น ไวโอลิน แซกโซโฟน ฯลฯ เขาไปผสม แสดงบนเวทีชั่วคราวที่ยกพื้นและมีการเปลีย่ นฉากสลับไปมา มักแสดงใน เวลากลางคืนโดยใชเวลาแสดงประมาณ ๓-๕ ชั่วโมง


Dance history of malaya peninsula