Page 1

คู่มือ

ติดตามคนหาย ประเภทติดแชทไลน์ทางโทรศัพท์


จุดที่คนหายเคยวางทรัพย์สินหรือ เงิน การตรวจสอบจุดที่คนหายเก็บเงินหรือ ทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจดูว่า คนหาย ได้มีการ เก็บทรัพย์สินไป หรือไม่การที่คนหาย เก็บ ทรัพย์สิน ไปด้วยทั้งหมด หมายถึงมีการเต รียมตัวที่จะหายออกจากบ้าน แต่ หาก ว่า ทรัพย์ของคนหายยังคงอยู่ที่เดิม ไม่มีการ เคลื่อนย้ายหรือไม่นำ�ติดตัว ไปด้วย นั่นอาจ หมายถึงว่า คนหายไม่มีการเตรียมตัวก่อน หายไป หรือ ไม่ได้ตั้งใจที่จะไป ซึ่งกรณีดัง กล่าว ควรตั้งประเด็นสาเหตุ การหาย ไปใน

กรณีอื่นๆ ด้วย เช่น การเกิดอุบัติเหตุ หรือ เกิดเหตุฉุกเฉิน กับคน หาย จึงทำ�ให้คนหาย ไม่กลับบ้านตามปกติ


า ล น ย ี ข ะเ จ จ า อ ย า ห น ค ่ ี ท ย กระดานหรือจดหมา

สถานที่ซึ่ง อ ื ค � ำ ะจ ร ป น ็ เป น อ ่ ผ ก ั พ ้ ณที่คนหายใช ว เ ิ ร บ อ ื ร ห น อ น ง อ ้ ห ง ั ะเป็นเบาะแส จ ย บ าจ อ ว า ่ ล ก ง ั ด การตรวจสอ าน ฐ ก ั ล ห ้ครอบครัว ซึ่ง ห ใ ้ ว าไ ล น ย ี ข เ ่ ี ท าย ม แนวทาง การ ห บ ั ด จ ก ง โย ม อ ่ ื ช ะเ จ าจ ะอ คนหายอาจจะทิ้ง ล แ เพราะสาเหตุใด ไป น า ้ บ าก จ ก อ อ าย ห ในการชี้ว่าคนหาย ติดตาม คนหาย ล้อม

คลแวด การสืบค้นเบาะแสจากบุค

ตามคนหาย ด ิ ต าร ก ใน ญ ั ค � ำ ส ส แ าะ บ ือว่าเป็นการหาเ ถ ม อ ้ ล ด ว แ ล ค ค ุ บ ๆ ที่รู้จัก หรือ น าก จ อ ่ ื ส เพ บ ั ก อ ่ ต ด ิ ะต จ ก ั ม การสืบค้นเบาะแ ว า ่ ลักษณะดังกล ใน ไป าย ห ่อไปนี้ น ต ค ล ค าก จ ค ุ ง บ อ ่ ื าก เน ์ จ ส ส แ ม าะ เก ด ิ เบ ต าม ถ าร จากก หายควรไปสอบ น ค ว ั ร ค บ อ ร ค น ้ ั น ง ั ด ก ั ขอไปพักอาศัย กับคนรู้จ


รัว

บค สมาชิกในครอ

ากที่สุด ย า ห น ค บ ั ก ะใกล้ชิด ล แ ม น ส ท ิ น ามสนิท ส ว ม า ค ้ ว ห ใ ค ี ะ ม ่ ี จ ท จ า ล อ ค คือ บุค คนหาย น ค ย า ล ห ระบาย ก ิ อ ื ช สมาชิกในบ้าน ร า ห ม า ่ ส ี เล ม ะ ง ่ ึ จ ซ จ ่ า ี่สุด และอ บครัวใหญ ท อ ร ก า ค ม น ใ ะ จ า ใ ้ แสได้ ว พ ไ ะ า า เฉ ข เ ่ ี เบ ท น ็ โดย น เป ค ล ง ว า ม บครัว บ ำ�มาประ อ น ะ ร จ ค จ น า ใ อ ้ ี น น ค ด ุ บ ั เล่นแชท จ ก ร า ง ก ร น ต สนม ใ น ั ล ู ก ม ก ั อ ้ จ ้ ู ข ให้ ้ฟัง ซึ่ง ื่อนที่เพิ่งร เพ ๆ อ ื ง า ่ ร ต ห ว า ท ิ ห้ทราบ ร น ใ ง � ำ ส ท น ะ อ ่ ื เรื่อ จ จ เพ า ง ึ อ ถ ว ้ า ่ จะเคยเล วล กันแล จ ม า ะ อ ร ย ป า า ห ม น ๆ ค ง เช่น ้อมูลต่า ข � ำ น อ ่ ื เม ง ่ ึ ซ ท ไลน์ทางโทรศัพ พักอาศัยอยู่กับใคร จจะไป ว่าคนหาย อา


เพื่อนบ้าน เพื่อนบ้าน คือ บุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่ครอบครัวคนหายควรเข้าไปสอบ ถามข้อมูล เนื่องจากบางกรณี คนหายอาจจะหายไประหว่างช่วงเวลา กลางคืน ซึ่งคนในครอบครัว ต่างกำ�ลังนอนหลับพักผ่อน กันหมด ทำ� ให้คน ในครอบครัวไม่ทราบข้อมูลของคนหายใน ขณะหายไป การไป สอบถาม เบาะแสจากเพื่อนบ้านที่อาจจะพบเห็นคนหาย ขณะกำ�ลัง ออก จากบ้าน อาจจะทำ�ให้ทราบว่าใครเป็นคนมารับคนหาย หรือว่า คนหายไปเองตามลำ�พัง

เพื่อนคนหาย

เพื่อนคนหาย ถือว่าเป็นตัวแปรสำ�คัญในการให้ข้อมูล เกี่ยวกับ คน หาย เนื่องจากคนที่ หายไปเนื่องจากติดเล่น แชทไลน์ทางโทรศัพท์นั้น อาจ จะเคยเล่าเรื่องการ เล่นแชตไลน์ทาง โทรศัพท์ให้เพื่อนๆ ที่สนิท ฟังหรือ ไม่บางครั้ง เพื่อนสนิทของคนหายก็อาจจะ เป็นกลุ่มที่ เล่น แชทไลน์ทาง โทรศัพท์ด้วย ซึ่งจะทำ�ให้ครอบครัวคนหายทราบ ข้อมูล เกี่ยวกับคน ที่ื ล่อลวงคนหายไปว่าเป็นใครเพื่อนสนิทของคนหาย คือ บุคคลที่อาจ จะิให้ที่พักพิงกับคน หาย หรือให้คนหายยืมเงิน ดังนั้น เพื่อนสนิท ถือว่าิ เป็นกุญแจสำ�คัญที่จะหาความจริงว่า คนหาย ไปอยู่ ที่ไหน การสอบถามเพื่อนสนิทของคนหายนั้น ทางครอบครัวไม่ควรไปสอบ ถามเองโดยตรง แต่ควรให้อาจารย์ประจำ�ชั้น หรือผู้ปกครองเป็นผู้เรียก เด็กมาสอบถามเป็นรายคน จะได้ รับคำ�ตอบที่ตรงกับความเป็นจริง มากกว่า


2. การแจ้งคว

ามคนหายที่ส

ถานีตำ�รวจ

การเตรียมเอ กสารก่อนไป แจ้งความคน เป็นสิ่งที่จำ�เป หายที่สถานีต ็นที่ทางครอบ ำ�รวจนั้น นับว ค รัวคนหายคว ต่างๆ ให้พร้อ ่า ร เตรียมข้อมูล มก่อนการไป และเอกสาร แจ้งความหร เหลือ จากหน อ ื ป ร ่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โด ะสานงานขอความช่วย หาย ต้องนำ� ยเอกสารที่คร ไปสำ�หรับการ อบครัวคน แ จ้งความคนห ด้วย ายที่สถานีตำ� รวจ ประกอบ

เอกสารของผู้แจ้ง

เอกสารของผู้หาย

บัตรประจำ�ตัวประชาชน (หรือ) สำ�เนาบัตรประจำ�ตัวประชาชน บัตรประจำ�ตัวข้าราชการ (หรือ) สำ�เนาทะเบียนบ้าน หนังสือเดินทาง (กรณีคนต่ างชาติ) ภาพถ่ายคนหาย (ภาพที่ใหม่ที่สุด) สำ�เนาทะเบียนบ้าน สำ�เนาสูติบัตร (กรณีเด็ก)


การเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนการเดินทางไปแจ้งความที่สถานี ตำ�รวจ จะทำ�ให้ครอบครัวคนหายไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง ไป เอาเอกสารที่ขาดตกบกพร่อง

หรือที่ไม่ได้เตรียมมา เพื่อทำ�ให้การ แจ้งความสำ�หรับการติดตามคนหายมีความรวดเร็วยิ่ง ขึ้น การเตรียมข้อมูลก่อนการไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำ�รวจ การเตรียมข้อมูลก่อน การไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำ�รวจ นับว่า มีความจำ�เป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำ�รวจ ได้ทราบข้อมูลทั้งหมด เกี่ยวกับคนหาย เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามคนหาย โดยข้อมูลที่ ครอบครัวคนหายจำ�เป็นต้องทราบ คือ เหตุการณ์ก่อนที่ คนหาย จะ หายไป ข้อมูลจากบุคคล ที่พบเห็นผู้หายเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อให้ทราบ เบาะแสล่าสุดว่าคนหายเดินทางไปในทิศทางใด โดยข้อมูล สำ�คัญ ที่ครอบครัวคนหายควรทราบมากที่สุดในการหายประเภทติดแชทไลน์ ์ทาง โทรศัพท์นี้ คือ ลักษณะการหายไปของคนหายและเบาะแสต่างๆ เท่าที่จะสามารถหามาได้ใน เบื้องต้น เช่น หมายเลขโทรศัพท์ ของผู้ ต้องสงสัยว่าจะพาคนหายไปอยู่ด้วย เพื่อยืนยันให้เจ้า หน้าที่ ตำ�รวจ เห็นว่าเป็นกรณีคนหายที่ เกิดจากการถูกล่อลวงโดยคนแปลกหน้า ซึ่ง มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและ สวัสดิภาพของคนหายเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยว่า คนหายอาจจะไปพัก อาศัยอยู่สถานที่แห่งใด ควรแจ้งรายละเอียดข้อสงสัยดังกล่าวแก่ เจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อให้ ้เจ้าหน้าที่ทำ�การ ตรวจสอบ


การแจ้งความคนหายที่สถานีตำ�รวจ การแจ้งความคนหายที่สถานีตำ�รวจ คือ ขั้นตอนแรกที่ ครอบครัว ของ คนหายควรไปดำ�เนินการหลังจากเตรียมข้อมูลและเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากคนหายในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก ซึ่งไม่มี วัยวุฒ ิและวุฒิภาวะในการ ดำ�รงชีวิต อีกทั้งยังมีความเสี่ยง ที่เด็กจะถูก ชักจูงหรือล่อลวงไปเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อีกด้วย ดังนั้น การแจ้ง ความที่สถาน

ตำ�รวจ ครอบครัวคนหาย ต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นถึง ความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพ และความปลอดภัยที่เด็กจะได้รับ เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ตำ�รวจให้ความสำ�คัญในการ ติดตามคนหาย การแจ้งความคนหายนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำ�รวจได้สอบปากคำ�และลงบันทึกประจำ� วัน เสร็จเรียบร้อย แล้วนั้น ครอบครัวคนหายควรขอทราบชื่อ ยศ และหมายเลข โทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ ตำ�รวจ ซึ่ง เป็นเจ้าของเรื่อง เพื่อการประสานงานใน


การติดตามคนหาย ทั้งนี้ ครอบครัวคนหาย ควรสอบถามราย ละเอียดและขั้นตอน การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำ�รวจด้วย เพราะ ร้อยเวรเจ้าของคดีจะโอนเรื่องการ สืบสวนให้กับเจ้าหน้าที่ตำ�รวจฝ่ายสืบสวน ดังนั้น ครอบครัวคนหายควรสอบถาม ร้อยเวรเจ้าของคดี ด้วยว่า โอนเรื่องดังกล่าวไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนท่านใด เพราะครอบครัวคนหายจะได้ติดต่อ ประสานงาน ต่อไปในภายหลังแต่ในการปฏิบัติ งานที่ผ่านมา พบว่าในบางสถานีตำ�รวจ การทำ�งาน ของพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไม่ค่อยประสานงานกันเท่าที่ควร ทำ�ให้กระบวนการ ในการสืบสวนจึงล่าช้า วิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวครอบครัวคน หายควรไปประสานงานกับนายตำ�รวจ ในตำ�แหน่งรองผู้กำ�กับการหรือสารวัตร เพื่อให้นายตำ�รวจระดับบังคับบัญชาทราบ เรื่องและสั่งการ ไปยังพนักงานสอบสวนและฝ่ายสายสืบในการติดตามความคืบหน้า ในเรื่องดังกล่าว


3. การตรวจสอบข้อมูลการใช้ โทรศัพท์ของคนหาย

การสืบสวนติดตามหาคนหายใน กรณีการติดเล่นแชทไลน์ทาง โทรศัพท์นั้น วิธี การที่ได้ผลมากที่สุด คือการตรวจสอบข้อมูล การใช้ ้โทรศัพท์ของคนหาย เนื่องจากจะมี ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบุคคล ที่ติด ต่อพูดคุยกับ คนหายทางโทรศัพท์ซึ่งการตรวจสอบข้อมูล ทาง โทรศัพท์ มีทั้งประเภทที่ครอบครัวคน หายสามารถขอตรวจสอบ กับผู้ให้บริการได้ เอง กับประเภทที่เจ้าหน้าที่ตำ�รวจต้องดำ�เนิน การ ตรวจสอบให้

การตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์บ้าน การตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์บ้าน ของคนหาย คือ การขอ ตรวจสอบข้อมูลการ ใช้โทรศัพท์ย้อนหลังของหมายเลขโทรศัพท์ บ้าน เนื่องจากคนหายอาจจะใช้โทรศัพท์บ้าน ในการ ติดต่อพูดคุยกับบุคคล ที่เล่นแชทไลน์ ด้วยกัน ดังนั้น การตรวจสอบข้อมูลการ ใช้โทรศัพท์บ้าน ของคนหาย จะทำ�ให้ทราบ ว่าคนหายใช้โทรศัพท์ติดต่อ กับหมายเลข ใดบ้าง โดยการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว ครอบครัวคนหายสามารถ ดำ�เนินการได้เอง เนื่องจากเป็นสิทธิ์ของผู้รับบริการ ซึ่งผู้ที่จะ สามารถ ขอตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ คือ เจ้าของหมายเลขที่ยื่นขอหมายเลข โทรศัพท์ดังกล่าว โดยให้บุคคลที่มีชื่อเป็น เจ้าของหมายเลขดังกล่าว นำ�ใบเสร็จรับเงิน

เก่าๆ ของหมายเลขนั้นๆ เพื่อเป็นหลักฐาน ว่าเป็น เจ้าของหมายเลข และนำ�บัตรประจำ� ตัวประชาชน ไปขอตรวจสอบ ข้อมูลได้ที่ศูนย์ บริการของเครือข่ายที่ให้บริการ ( ทรู หรือ ทีโอที )

การตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ พีซีท โทรศัพท์พีซีที คือ โทรศัพท์ชนิด หนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น เนื่องจากมี ค่าบริการที่ไม่แพงนัก ซึ่งถ้าหากคนหายมี ประวัติการ ใช้ โทรศัพท์พีซีทีหรือมีโทรศัพท์ พีซีทีติดตัวไปด้วยก็จะทำ� ให้ครอบครัว คน หายทราบว่าคนหายมีการติดต่อพูดคุยกับ ใครบ้าง การตรวจสอบ ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ พีซีทีของคนหาย ทางครอบครัวสามารถไป ขอ ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ด้วยตนเอง โดย นำ�สำ�เนาใบแจ้งความ เอกสารหลักฐานที่ ยืนยันว่าเป็นผู้ปกครองของคนหาย บัตร ประจำ�ตัว ประชาชนของผู้ปกครอง และ สูติบัตรของคนหาย โดยครอบครัวคน หาย

ต้องนำ�หลักฐานดังกล่าวไปยื่นขอตรวจ สอบ การข้อมูล การใช้ ้โทรศัพท์พีซีที ของคนหาย ได้ที่ศูนย์บริการ ของทรู ทุก สาขา ทาง เจ้าหน้าที่จะทำ�การถ่ายสำ�เนา การใช้มาให้ทั้งหมด ในขอบเขตระยะ เวลา ที่เราต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่ควรขอตรวจ สอบข้อมูลการใช้ ประมาณ 15 วัน นับแต่วันที่คนหายได้ หายตัวไป


การตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือ ในกรณีที่เด็กใช้โทรศัพท์มือถือ ทาง ครอบครัวจะต้องขอให้เจ้าหน้า ที่ตำ�รวจช่วย ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวให้ ยกเว้นในกรณีที่ใช้ ชื่อของ ผู้ปกครองหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ลงทะเบียน เลขหมายดังกล่าว ซึ่งผู้มีชื่อ เป็นผู้จดทะเบียน หมายเลขนั้นๆ สามารถขอตรวจสอบข้อมูล ดัง กล่าว ได้เองทันที่ ณ ศูนย์บริการของเครือข่าย นั้นๆ ส่วนในกรณีที่ ี่โทรศัพท์ มือถือดังกล่าว ลงทะเบียนการใช้งานเป็นชื่อของคนหายเอง ครอบครัว จะไม่สามารถขอตรวจสอบข้อมูลได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนตัวซึ่งเข้า ข่ายเป็นเรื่อง สิทธิส่วนบุคคล ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลทาง โทรศัพท์ มือถือจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำ�รวจเป็นผู้ ดำ�เนินการให้ โดยมีระเบียบ การ ดังต่อไปนี้


หลักเกณ์ในการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรสศัพท์เคลื่อนที่ของแต่ละเครือข่าย 1.หนังสือขอความร่วมมือจากสถานีตำ�รวจ ลงนามโดย นายตำ�รวจชั้น สัญญาบัตร ยศ ตั้งแต่ พันตำ�รวจเอก (ผู้กำ�กับการ) ขึ้นไป 2.แนบเอกสารบันทึกทางคดี 3.ส่งเอกสารดังกล่าวเป็นจดหมายเท่านั้น ที่ ผู้อำ�นวยการ กลุ่ม กฎหมาย บริษัทโทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น อาคารชัย ชั้น 15 แขวง จอมทอง เขตจตุจักร กทม. 10900 4.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1678 1.หนังสือขอความร่วมมือจากสถานีตำ�รวจ ลงนามโดย นายตำ�รวจ ชั้นสัญญาบัตร ยศตั้งแต่ พันตำ�รวจโท (รองผู้กำ�กับการ) ขึ้นไป หรือ ข้าราชการตั้งแต่ ซี 8 ที่มีอำ�นาจในการสอบสวนคดี 2.ส่งเอกสารไปที่โทรสารหมายเลข 0-2329-5376 3.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1175 , 0-27719000 1.หนังสือขอความร่วมมือจากสถานีตำ�รวจ ลงนามโดย นาย ตำ�รวจชั้นสัญญาบัตร (พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี) 2.ส่งหนังสือดังกล่าวไปทางโทรสาร หมายเลข 0-2643-8975 3.ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงที่ คุณอ ทึก อัศวนนท์ โทร 0-2699-3142 ขอตรวจสอบรายการใช้บริการย้อนหลังได้ที่ศูนย์บริการ TRUE MOVE ทุกสาขา โดยการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว ต้องนำ�หลัก ฐานการแจ้งความไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการ และขอให้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวให้ โดยครอบครัว คนหาย สามารถขอรับข้อมูลดังกล่าวได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2900-9000


วิธีการตรวจสอบข้อมูลจากรายงานการใช้โทรศัพท์ เมื่อครอบครัวคนหายได้รับรายงานการใช้โทรศัพท์มาจากบริษัท เครือข่ายผู้ ให้บริการเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจข้อมูลการ ใช้นับแต่ช่วง เวลาที่คนหายได้หายไปลง มา เช่น กรณีคนหาย ได้หายไปวันที่ 16 มกราคม ก็ให้ดูข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ตั้งแต่ วันที่ 16 ไล่ลงไปวันที่ 15...14 ลงไปเรื่อยๆ โดยให้ดูที่หมายเลขซึ่งคนหายติดต่อไป ล่าสุด เนื่องจากคนหายจะต้องติดต่อกับคนที่ชักจูงหรือล่อลวงไป วันที่ หาย หรือก่อนหน้า วันที่หายอย่างแน่นนอน อาจจะเป็นการนัดแนะหรือโทร ยืนยันว่าจะออกไปพบกัน จริงๆ นอกจากนี้ให้ครอบครัวตรวจสอบ ดูว่า หมายเลขไหนที่คนหายโทรติดต่อ บ่อยครั้ง และใช้ระยะ เวลาใน การ สนทนานานที่สุดลองไล่หมายเลขลงไปเรื่อยๆ เพื่อดูความถี่และ ระยะเวลาในการติดต่อ ข้อสังเกตประการหนึ่ง คือ กลุ่มคนที่ เล่น แชทไลน ์ทางโทรศัพท์นั้น อาจจะโทรคุยกับคน ที่เล่น แชตไลน์ หลายคนดังนั้น อาจ จะมีหลายหมายที่ต้องสงสัยจดบันทึกหมายเลข เหล่านั้นไว้ทั้งหมดหลังจากนั้นนำ� ข้อมูลทั้งหมด ไปปรึกษากับ เจ้าหน้าที่ตำ�รวจ เพื่อการสืบสวนติดตามคนหายต่อไป


4.การตรวจสอบไปยังสถานที่ซึ่งคาดว่าคนหาย อาจจะไป บ้านเพื่อน บ้านเพื่อน คือ สถานที่หนึ่ง ซึ่งคนหายอาจจะไปขออาศัยอยู่ด้วย โดยปกติแล้วจะอยู่ไม่นานนัก และจะสับเปลี่ยนไปนอน บ้านเพื่อน คนอื่นๆ วิธีการตรวจ สอบ ควรไปที่โรงเรียนของคนหาย เพื่อสอบถาม ที่อยู่ ของเพื่อนจากอาจารย์ประจำ�ชั้น จากนั้นอาจจะไปสังเกต ที่บ้าน เพื่อน ด้วยตนเอง เนื่องจากเพื่อนของคนหาย อาจจะช่วย กัน ปกปิด ข้อมูล การไปตรวจสอบตามบ้านเพื่อน ของคนหาย ที่ต้องสงสัยว่า คนหาย จะ ไปอยู่ด้วยนั้น หากเป็นกรณีเพื่อนที่ครอบครัวไม่รู้จัก หรือ ว่าบ้าน ของเพื่อนอยู่ในชุมชน แออัดหรือการไปตรวจสอบดังกล่าว อาจจะ เกิดอันตราย ครอบครัวคนหายควร ไปขอ ความช่วยเหลือ ยัง สถานี ีตำ�รวจในเขตท้องที่นั้นตั้งอยู่ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำ�รวจ สาย ตรวจ เดินทางมาร่วมในการสอบถามข้อมูลด้วย


5.หน่วยงานที่ขอความช่วยเหลือในกรณีเร่งด่วน กองบังคับการปราบปรามการกระทำ�ความผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี หมายเลขโทรศัพท์ 0-2513-32180 , 0-2511-4874 ศูนย์สวัสดิภาพเด็ก เยาวชน และสตรี กองบัญชาการ ตำ�รวจนครบาล หมายเลขโทรศัพท์ 0-2282-3892-3


6.หน่วยงานที่ครอบครัวคนหายควรไปติดต่อ เพื่อติดตามคนหาย โรงพยาบาลละแวกใกล้เคียงทุกแห่ง โรงพยาบาล คือสถานที่ซึ่งคนหาย อาจจะได้รับการส่งตัว ไปรักษา พยาบาล เนื่องจาก ประสบอุบัติเหตุ หรือถูกคนร้ายทำ�ร้าย หรือไม่ใช่กรณี ติดแชทไลน์เลยตั้งแต่แรก แต่คนหายอาจจะประสบอุบัติเหตุ ในระหว่าง ช่วงเวลานั้นพอดี และไม่มีใครทราบเรื่องดังกล่าว ดังนั้นครอบครัวคน หาย จึงควรเรียงลำ�ดับรายชื่อโรง พยาบาลใกล้บ้านทั้งหมด ทั้งของ รัฐ และเอกชน ตลอดจนโรงพยาบาลในเขตใกล้เคียงทุก แห่งเมื่อครอบครัว คนหายเรียงลำ�ดับรายชื่อโรงพยาบาลใกล้เคียงครบทุกแห่งแล้ว ให้ โทรศัพท์ไปสอบถาม หมายเลขโทรศัพท์ของโรงพยาบาลเหล่านั้น ที่ หมายเลข 1113 หรือ 1133 หรือ 1188 เมื่อได้ข้อมูล หมายเลข โทรศัพท์ ของโรงพยาบาลต่างๆ ครบเรียบร้อยแล้ว ให้ครอบครัว คนหายโทร ไป สอบถามยังฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลนั้นๆ ว่ามี บุคคลที่มี ลักษณะเดียวกันกับคนหายเป็นผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวอยู่ใน โรงพยาบาล นั้นๆ หรือไม่ ในกรณีที่ไม่มีประวัติผู้ป่วยที่ใกล้เคียง กับ คนหาย ให้ฝากลักษณะรูปพรรณของคนหาย และเบอร์โทรศัพท์ ติดต่อ กลับของครอบครัวคนหายไว้เผื่อว่าคนหายอาจจะถูกส่ง ตัวเข้า รับการ รักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนั้น ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จะได้ติดต่อ กลับมายังครอบครัวได้


แผนกนิติเวชตามโรงพยาบาลต่างๆ แผนกนิติเวชตามโรงพยาบาลต่างๆ ถือว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่ครอบครัวคนหาย ควรไปตรวจสอบ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตหลายรายที่ได้รับการนำ� ร่างมายังแผนกนิติเวชตาม โรงพยาบาลต่างๆ เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่มีเอกสารหรือหลัก ฐานใดแสดงตัว การประสานงาน ไปยัง แผนกนิติเวช ตามโรงพยาบาลต่างๆ นั้น ควรให้ บุคคลในครอบครัวที่มีสภาวะจิตใจที่เข้มแข็งใน การโทรไปสอบถามข้อมูล และควรเป็นบุคคลที่สามารถบอกรูปพรรณและตำ�หนิของคน หาย ได้ อย่างชัดเจน แผนกนิติเวชของโรงพยาบาลต่อไปนี้ที่ครอบครัวคนหายควรโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูล 1. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โทร 0-2926-9063 2. โรงพยาบาลรามาธิบดี โทร 0-2201-1145 3. โรงพยาบาลตำ�รวจ โทร 0-2252-9006 4. โรงพยาบาลศิริราช โทร 0-2419-7000 ต่อ 6320 5. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โทร 0-2252-8181-9


e-book คู่มือคนหายติดแชทโทรศัพท์  

คู่มือคนหายติดแชทโทรศัพท์