Page 1

หอการค้ายอดเยี่ยม ปี พ.ศ. 2553, 2554

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

Vol. 18 April 2012

เชียงใหม่พร้อมเป็นHUB เปิดพรมแดนรับมือAEC เชียงใหม่พร้อมรับปัจจัยบวก-ลบ จากการ เปิดประเทศสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 แนะ จับตาพม่า และกลุ่มประเทศสมาชิกใหม่จะขยายตัว ก้าวกระโดด เผยพม่ามีศักยภาพสูง หากการเมือง มั่นคง จี้เอกชนเตรียมรับมือแรงงานพม่าไหลกลับ ประเทศ พร้อมผลักดันเชียงใหม่-ภาคเหนือเป็น ศูนย์กลางเชื่อมโยงกลุ่มประเทศ CLMV รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวฒ ั น์ ปาฐกถา พิเศษ “เชียงใหม่ : พร้อมเดินหน้าสูป่ ระชาคมอาเซียน (CHIANGMAI : MOVING FORWARD TO AEC)” ในการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัด เชียงใหม่ ประจ�ำปี 2555 ที่โรงแรมแชงกรี-ล่า จ.เชียงใหม่ ว่า การก้าวสูป่ ระชาคมอาเซียน หรือ AEC. (Asean Economic Community) ในปี 2558 มีทงั้ ปัจจัย บวกและลบทีส่ ง่ ผลต่อ จ.เชียงใหม่ ในแง่บวกในฐานะที่ ประเทศไทยและ จ.เชียงใหม่ อยูใ่ นภูมศิ าสตร์ทรี่ ายล้อม คณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนร่วมในการด�ำเนินกิจกรรมจนประสบผลส�ำเร็จได้รับรางวัลเกียรติยศหลากหลาย ด้วยกลุ่มประเทศสมาชิก อ่านต่อหน้า 17 รางวัล พร้อมหน้ากันในการประชุมประจ�ำปี 2555 (อ่านรายละเอียด หน้า 10)

ผังเมืองใหม่ระอุ เอกชนจับตาแก้ไข

ภาษณ์พิเศษ

ไพศาล ภู่เจริญ “กระบวนการร่างผังเมืองต้องเปลี่ยนแปลง” อ่านต่อหน้า 22

เอกชนห่วงกฎหมายผังเมืองรวม-ผังเมืองเชียงใหม่ ประกาศใช้อาจเกิด ปัญหาตีความไม่ชัดกลายเป็นอุปสรรคการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจ รับ AEC แม้มีช่องขอแก้ไขได้แต่ขั้นตอนอาจไม่ทันการณ์ หลังจากที่มีการเลื่อนการประกาศใช้กฎหมายผังเมืองเชียงใหม่และผังเมือง รวมจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่หมดอายุปี 2549 เป็นต้นมากระทั่งปัจจุบัน ซึ่งกรมการ ผังเมืองและโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย เตรียมจะประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว ในเร็วๆ นี้ หลังมีการปรับแก้ไขมาต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีการประชุมแจ้งต่อผู้มีส่วน ได้ส่วนเสียโดยเฉพาะภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถือว่ามีบทบาท ส�ำคัญในการทีจ่ ะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการดูแลเพราะเป็นอีกหนึง่ ภารกิจ ที่อนาคตต้องมีการถ่ายโอนแก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นายเฉลิมชาติ นครังกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะ กรรมการติดตามผลกระทบจากการ อ่านต่อหน้า 17

นายเฉลิมชาติ นครังกุล


2

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555


The Chamber Forum

3

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

Why Chiang Mai? คอลัมน์เพื่อนักธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ต้องการมาลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่ น�ำเสนอมุมมอง วิสัยทัศน์ รวมถึงศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ คอลัมน์นี้เป็นความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยนอร์ท - เชียงใหม่ และหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

เกือบทั้งหมด และจากการศึกษาหลายๆ ด้านที่ยังไม่ ลงตัวกับการขยายบริษัทไปที่ภาคอีสาน แต่ถ้าได้พัฒนา เชียงใหม่อย่างเต็มที่และมั่นคงแล้ว ผมจะกลับไปพัฒนา ที่ขอนแก่น หรืออาจจะไปลงทุนที่ประเทศเพื่อนบ้าน ใกล้ๆ ไทย สิง่ หนึง่ ทีผ่ มมองด้านการขยายตลาด มาเชียงใหม่ คือการเข้าร่วมเป็นสมาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นปี 2558 เชียงใหม่จะเป็นจุดศูนย์กลางของการติดต่อกับหลายๆ ประเทศ” จากการสัมภาษณ์ เราได้แง่คดิ หลายๆ อย่าง คน ของเราต้องอิ่มก่อน เมื่อคนอิ่มมีแรง มีสมาธิ ก็มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น คนของเราอยู่ได้ บริษัทก็อยู่ได้ และสิ่งหนึ่งที่เป็น

โปรซอฟท์ คอมเทค สร้ า งคน สร้ า งงาน “ ผมอยากมาสร้างคน สร้างงาน และพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ให้เป็นเมือง แห่งไอที เพราะทุกอย่างสามารถน�ำ เทคโนโลยีมาจับและพัฒนาให้ใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบนั คงไม่มใี ครปฏิเสธการใช้เทคโนโลยี เพราะ ทุกนาที คนใช้เทคโนโลยีเกือบตลอดเวลา อุตสาหกรรม ด้านนี้เป็นที่น่าจับตามอง อุตสาหกรรมด้านซอฟต์แวร์ ในภาคเหนือเริ่มมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จากสถานการณ์น�้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ท�ำให้จังหวัด เชียงใหม่เป็นทางเลือกในการขยายสาขาและตัง้ ส�ำนักงาน ของบริษัทไอทีมากขึ้น อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในจังหวัด เชียงใหม่เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีผู้ประกอบการมาลงทุน มากขึ้น ท�ำให้มีความหลากหลายของโปรแกรมซอฟต์แวร์ เช่น ด้านบัญชี ท่องเที่ยว แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์ เคลื่อนที่ เกมส์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ทั้ง ขนาดกลางและเล็กกว่า 200 บริษัท และเป็นศูนย์กลาง บริษัทซอฟต์แวร์ในภาคเหนือ ปัจจุบันมีบริษัทซอฟต์แวร์ กว่า 2,000 บริษัท โดยร้อยละ 96 เป็นบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งคาดว่าการขยายตัวของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในปี หน้าขยายเพิ่มร้อยละ 10-11 จากการขยายตัวของภาค อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ท่องเที่ยว การค้า ฉบับนีเ้ ราน�ำบทสัมภาษณ์ผบู้ ริหารทีม่ ไี อเดีย ที่แตกต่าง คุณวิโรจน์ เย็นสวัสดิ์ ผู้บริหารด้าน ซอฟต์แวร์ มาเล่าสู่กันฟัง การเริ่มต้นของธุรกิจด้านซอฟท์แวร์ คุณวิโรจน์ เล่าว่า ได้ท�ำธุรกิจด้านนี้มาแล้ว 16 ปี บริษัทตั้งอยู่ที่ กรุงเทพฯ และปัจจุบันได้ขยายฐานเปิดสาขาที่เชียงใหม่ เมื่อเดือนมีนาคม 2554 ชื่อ บริษัท โปรซอฟท์ คอมเทค ซึง่ แนวความคิดและวิธกี ารท�ำงานของบริษทั ทีเ่ ชียงใหม่จะ แตกต่างจากกรุงเทพฯ ด้วยลักษณะทางกายภาพ ภูมทิ ศั น์ การด�ำรงชีวิตที่สบายเรียบง่าย ไม่ต้องเร่งรีบของคน เชียงใหม่ ท�ำให้บุคลากรของบริษัทมีสมาธิในการท�ำงาน พัฒนาระบบได้อย่างเต็มที่ บุคลากรของบริษัทไม่จ�ำกัด ว่าจะมาจากสถาบันไหนขอแค่มีความตั้งใจ เข้ากับองค์กร ได้ พัฒนาระบบซอฟท์แวร์หรืองานของบริษัทได้ก็พอใจ แล้ว คุณวิโรจน์เล่าต่อว่า ผมอยากมาสร้างคน สร้างงาน และพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ให้เป็นเมืองแห่งไอที เพราะ ทุกอย่างสามารถน�ำเทคโนโลยีมาจับและพัฒนาให้ใช้ งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันบริษัทที่เชียงใหม่มี บุคลากรประมาณ 90 คน มาจากหลากหลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัย พายัพ มหาวิทยาลัยนอร์ท –เชียงใหม่ แบ่งแยกแต่ละหน้าที่ ชัดเจน และประมาณเดือนมิถุนายน 2555 บริษัทใหม่ที่ ก�ำลังก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์ มีพื้นที่ 3 ไร่ 2,000 ตาราง

เมตร มี 2 อาคาร อยูบ่ ริเวณ สีแ่ ยกมีโชค แถวแม่โจ้ ซึง่ ใกล้ แหล่งราชการ การเดินทางสะดวกโดยใช้วงแหวนรอบ 2 คาดว่าบุคลากรที่ต้องการรับเข้าท�ำงานประมาณ 300 คน ซึง่ เป็นผลดีกบั เชียงใหม่ดา้ นแรงงานทีไ่ ม่ตอ้ งรัว่ ไหลไปต่าง จังหวัดและในเชียงใหม่เองก็มีศักยภาพด้านแรงงานซึ่งมี สถาบันการศึกษาถึง 12 แห่ง ที่สามารถป้อนบุคลากรเข้า ตลาดแรงงานด้านซอฟท์แวร์ได้ หลักในการท�ำงานของ คุณวิโรจน์ เน้นบุคลากรของบริษัทเป็นหลัก ถ้าบุคลากร มีความสุขกับการท�ำงาน งานจะออกมาดีมีคุณภาพ มี ประสิทธิภาพ และเน้นลูกค้า เพราะลูกค้าเป็นส่วนทีช่ ว่ ยให้ บริษัทอยู่ได้

ท�ำไมต้องเชียงใหม่ ?

“ทีต่ งั้ บริษทั ทีเ่ ชียงใหม่เพราะจังหวัดเชียงใหม่เป็น จังหวัดที่มีศักยภาพด้านไอที โดยเฉพาะด้านซอฟท์แวร์ เนื่ อ งจากเป็ น ศู น ย์ ก ลางการศึ ก ษาของภาคเหนื อ ที่ มี สถานศึกษาระดับปริญญาตรี 12 แห่ง ที่สามารถน�ำ ผลิตผลของการศึกษามาพัฒนาศักยภาพให้มีความพร้อม

กับการท�ำงานด้านซอฟต์แวร์ได้อย่าง เต็มที่ มีสภาพอากาศที่สดชื่น เย็น สบาย ความเป็นกันเองของคนเชียงใหม่ และมีทรัพยากรที่ต้องการต้นทุนการผลิต ที่ไม่สูงส�ำหรับการลงทุน มีคนตั้งค�ำถามว่าท�ำไมไม่ลงทุน ที่ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม จากที่ได้ศึกษา คน ขอนแก่ น ที่ จ บการศึ ก ษาจะเข้ า ไปท� ำ งานที่ ก รุ ง เทพฯ

มุมมองของคุณวิโรจน์คือ คนทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง อยู่ที่ว่าจะดึงมาใช้ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเวลาของทุก คนเท่ากัน อยู่ที่การใช้เวลาให้เป็นหรือไม่ กับการด�ำเนิน ชีวิตในโลกใบนี้ ทุกอย่างอยู่ที่เราก�ำหนด ต้องคิด อย่าง สร้างสรรค์ และแตกต่าง คือสิง่ ทีค่ ณ ุ วิโรจน์ใช้เป็นแนวทาง การท�ำงาน

นายวิโรจน์ เย็นสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโปรซอฟท์ คอมเทค จ�ำกัด

ส�ำนักงานเลขที่ 158 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ถนนทุ่งโฮเต็ล ต�ำบลวัดเกต อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000

โทรศัพท์ 0-5324-1404-5 โทรสาร 0-5324-1406 E-mail : thechamberforum@gmail.com Website : http://www.chiangmaichamber.com / www.thaichamber.com / www.facebook/chiangmaichamber.com ติดต่อโฆษณา 081-7648926 คณะผู้จัดท�ำ : บรรณาธิการผู้โฆษณา นายวิทยา ครองทรัพย์ กรรมการเลขาธิการหอการค้าเชียงใหม่ หัวหน้ากองบรรณาธิการ นายวิวรรธน์ พงษ์เรืองเกียรติ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าเชียงใหม่ นายอารยะ ลายประวัติ กรรมการหอการค้าเชียงใหม่


4 บทบรรณาธิการ

วิทยา ครองทรัพย์ w_krongsub@hotmail.com สวัสดีทา่ นสมาชิกและท่านผูอ้ า่ นทุกท่าน ขอ ต้อนรับเข้าสู่เดือนแห่งความสนุกสนานที่ชุ่มฉ�่ำของ เชียงใหม่ นั่นคือเทศกาลสงกรานต์ ที่เป็นกิจกรรม คลายความระอุในเดือนเมษายนได้อย่างดี หวังว่า จะได้ต้อนรับท่านในเทศกาลนี้นะครับ ส�ำหรับเรื่องราวในฉบับนี้มีข่าวส�ำคัญหลาก หลายที่คณะท�ำงานได้พยายามน�ำเสนอเพื่อเป็น ข้อมูลในการลงทุนที่เชียงใหม่ในคอลัมน์ Why Chiang Mai หรือข่าวหน้าหนึง่ ทีท่ า่ นวิทยากรในวัน ประชุมใหญ่ของหอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ รศ.ดร. สมภพ มานะรังสรรค์ได้มาบรรยายเรือ่ ง “เชียงใหม่ : พร้อมเดินหน้าสู่ประชาคมอาเซี่ยน” (CHIANG MAI : MOVING FORWARD TO AEC) เราก็ได้ น�ำมาลงเพื่อให้ท่านได้อ่าน นอกจากนั้นเรายังไม่ ลืมหยิบมาเรื่องการต่อต้านการทุจริตมารายงาน รวมทั้งจะมีการจัดเสวนาการต่อต้านการทุจริตที่ เชียงใหม่ในวันที่ 23 เมษายน นี้ ส่วนโครงการ ค้นหาของดีเชียงใหม่เพือ่ น�ำไปลงในหนังสือน�ำเทีย่ ว ของหอไทยทีจ่ ะแจกให้กบั สมาชิกทัว่ ประเทศก็กำ� ลัง ด�ำเนินไปอย่างเข้มแข็ง ท่านสมาชิกเห็นว่าของทาน ของฝาก ร้านไหนท่านเห็นว่าดี อร่อย ก็สามารถ แนะน�ำได้เพื่อเราจะน�ำมาคัดเลือกต่อไป ในเล่ม นี้เรายังได้ปรับโครงการที่เป็นประโยชน์ในด้าน เศรษฐกิจเชียงใหม่ว่าหอการค้ายังผลักดันต่อไป รวมถึงโครงการณรงค์เรื่องหมอกควันที่วันนี้อาจ เบาบางลง งานนี้เราได้รับความร่วมมืออย่างดี จาก ส�ำนักงานทรัพยากรและสิง่ แวดล้อม ส�ำนักงาน สาธารณสุข และส�ำนักงานป้องกันภัย ถือโอกาส ขอบคุณท่านมา ณ ที่นี้ด้วย และเช่นทุกๆ ปีในเทศกาลสงกรานต์ ทีค่ ณะ กรรมการหอการค้าจะมีพธิ รี ดน�ำ้ ด�ำหัวท่านประธาน กิตติมศักดิ์เพื่อเป็นขอบคุณและแสดงมุทิตาจิตที่ ท่านเหล่านั้นได้เสียสละพลังกายใจสร้างหอการค้า มาจนครบ 35 ปี ในปีนี้ สุดท้ายคณะท�ำงานขอ ขอบคุณทุกท่านทีม่ สี ว่ นในการจัดท�ำหนังสือพิมพ์นี้ และท่านที่เมตตาสนับสนุน หากมีสิ่งใดแนะน�ำขอ ได้โปรดแจ้งทันที และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุน จากท่านตลอดไป

The Chamber Forum

กระแสทัศน์

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

ดีใจไทยถูกขึ้นบัญชีด�ำ ประเทศไทยถูก FATF คณะท�ำงานเฉพาะกิจเพื่อ ด�ำเนินการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน ที่ไทยเป็น สมาชิก ลงมติให้เป็น 1 ใน 5 ประเทศใหม่ทถี่ กู ขึน้ บัญชีดำ � ประเทศที่มีการฟอกเงินพร้อม อินโดนีเซีย, ปากีสถาน, แทนซาเนีย และ กานา เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ผมเห็น ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากกว่าจะโวยวาย จะได้ช่วยกระตุ้น ให้ รัฐบาลไทย ไม่ว่า รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือ รัฐบาลไหน ได้เร่งออกกฎหมายฟอกเงินเสียที หลัง จากที่ถูกยื้อกันมานาน เป็นทีร่ กู้ นั ทัว่ โลกว่าเมืองไทยเป็นประเทศทีม่ กี าร คอรัปชั่นมากที่สุดติดอันดับต้นๆ ของโลก รัฐบาลชุดที่ แล้วของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีการคอรัปชั่น รุนแรงเรียกกัน 30- 40% จนคุณดุสิต นนทะนาคร อดีต ประธานสภาหอการค้าไทย ต้องลุกขึ้นรณรงค์เรียกร้อง ให้รัฐบาลและเอกชนร่วมกันปราบคอรัปชั่น แต่เมื่อคุณ ดุสิตเสียไป วันนี้เสียงก็เริ่มแผ่ว เมืองไทยมีหน่วยงานปราบคอรัปชัน่ มากมาย แต่ การปราบการคอรัปชันกลับล้มเหลวที่สุด ดูอย่างคดีนาย สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ถูกโจรปล้น เงินสดในบ้านไปสิบกว่าล้านบาท ถูกแจ้งข้อหาร�่ำรวยผิด ปกติ แต่กลับได้รับอภิสิทธิ์เป็นผู้ต้องหาวีไอพี จะไปให้ ปากค�ำต�ำรวจ หรือ ป.ป.ช.เมื่อไรก็ได้ การด�ำเนินคดี ก็ เป็นไปอย่างล่าช้า จนอาจต้องสอบปากค�ำกันข้ามชาติขา้ ม ภพกว่าจะสอบเสร็จ การปราบทุจริตเมืองไทยจึงไม่ค่อย

กระบอกเสียงหอเหนือ การประชุมคณะกรรมการหอการค้ากลุ่มจังหวัด ภาคเหนือตอนบน 1 ครัง้ ที่ 1/2555 ขึน้ ทีผ่ า่ นมา ณ ห้อง ประชุมชั้น 2 อาคารเอ็กซ์โปร์ เซ็นเตอร์ 1 อุทยานหลวง ราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ มีวาระส�ำคัญเรือ่ งการด�ำเนิน งานร่วมกันระหว่างกลุม่ จังหวัดในปัญญาหมอกควัน ได้ รับ เกียรติจากคุณสมศักดิ์ วงศ์ปัญญาถาวร ผู้อ�ำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย ส�ำนักงานภาคเหนือ มาบรรยาย เรื่อง “ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ตอนบน 1” นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้ากลุม่ จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 กล่าวสรุปถึงการประชุม หอการค้ากลุม่ จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึง่ ประกอบ ด้วย

ได้ผล มาดูกนั สักนิดดีไหม ประเทศทีถ่ กู ขึน้ บัญชีดำ � และ บัญชีสีเทา มีใครบ้าง 5 ประเทศ ที่ขึ้นบัญชีด�ำใหม่ล่าสุด คือ ไทย, อินโดนีเซีย, ปากีสถาน, แทนซาเนีย และ กานา ส่วนบัญชีด�ำรุ่นเดิม มี 12 ประเทศ คือ พม่า โบลิเวีย, คิวบา, เอธิโอเปีย, อิหร่าน, เคนยา, ไนจีเรีย, เกาหลีเหนือ, เซาตูเมและปรินซิปี, ศรีลังกา, ซีเรีย และ ตุรกี ไม่น่าเชื่อ ว่า ประเทศไทย จะตกต�่ำไปอยู่ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้ ส่วนประเทศที่ถูกขึ้นบัญชีสีเทามี 22 ประเทศ คือ เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, บรูไน, กัมพูชา, แอลจีเรีย, แอง โกลา, แอนติกาและบาร์บูดา,อาร์เจนตินา, บังกลาเทศ, เอกวาดอร์, คีรก์ ซี สถาน, มองโกเลีย, โมร็อกโก, นามิเบีย, นิการากัว, ซูดาน, ทาจิกิสถาน, ตรินิแดดและโตเบโก, เติร์กเมนิสถาน, เวเนซุเอลา, เยเมน และซิมบับเว 10 ชาติอาเซียน ถูกขึ้นบัญชีด�ำ 3 ประเทศ คือ ไทย, อินโดนีเซีย, พม่า ถูกขึ้นบัญชีสีเทา 4 ประเทศ คือ

เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, บรูไน, กัมพูชา น่าแปลกใจที่ ลาว กลับรอดปลอดภัยไปพร้อมกับ สิงคโปร์ และ มาเลเซีย กลับมาดูเรือ่ งการฟอกเงินในไทยต่อ ถ้ามีกฎหมาย ฟอกเงิน ออกมาได้จริง คนที่จะเดือดร้อนที่สุด ก็เห็นจะ เป็นนักการเมือง และข้าราชการชัน้ ผูใ้ หญ่ ทีม่ ฐี านะร�ำ่ รวย ผิดปกติ เพราะพิสูจน์ได้ง่ายที่สุด และผู้หนีภาษีทั้งหลาย ยกตัวอย่างเช่น นักการเมืองทีต่ อ้ งแจ้งทรัพย์สนิ ต่อ ป.ป.ช. แต่ ล ะคนล้ ว นร�่ ำ รวยมี เ งิ น ทองทรั พ ย์ สิ น เป็ น ร้ อ ยล้ า น หลายร้อยล้าน พันล้านก็มี ถ้ามีกฎหมายฟอกเงินแบบ สากล ก็จะต้องมีการตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้เพื่อ พิสูจน์ว่า เงินและทรัพย์สินจ�ำนวนมากมายที่มีอยู่นั้น ท่านได้แต่ใดมา มีการเสียภาษีเงินได้หรือไม่ ถ้าไม่มีการ เสียภาษีเงินได้ ก็ถือว่าได้มาโดยมิชอบ หรือมาจากการ ฟอกเงินก็ได้ “ถึงบอกว่าไทยถูกขึ้นบัญชีด�ำ เป็นเรื่องน่าดีใจ ประเทศไทยจะได้ขาวขึน้ เสียที” และขึน้ บัญชีดำ� อย่างเดียว ยังไม่พอ อยากให้ FATF กดดันไทยให้หนักทุกด้าน เพื่อ กดดันให้ออกกฎหมายฟอกเงิน ออกมาให้เร็วที่สุด เศรษฐกิจใต้ดิน อันใหญ่โตจะได้พลิกขึ้นมาบนดินเสียที รับรองว่าเมืองไทยรวยไม่รู้เรื่อง ดีใจอย่างยิง่ ทีเ่ ห็นประเทศไทยถูกขึน้ บัญชีดำ� ฟอก เงินจากองค์กรโลก จะได้เป็นแรงกดดัน ที่มีพลังกดดันให้ รัฐบาลไทยเร่งออกกฎหมายการฟอกเงิน มาจัดการกับการ ฟอกเงินเสียที ซึ่งนักฟอกเงิน ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คนแปลก หน้าที่ไหนนักการเมืองและข้าราชการตัวเบ้งนี่แหละ

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ล�ำพูน ล�ำปาง และแม่ฮอ่ งสอน ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยและหารือร่วมกันคือ การมี ส่วนร่วมของภาคเอกชนในโครงการ CSR มากขึ้นโดย เฉพาะการแก้ไขปัญหาหมอกควัน รวมทั้งภาครัฐและภาค การศึกษาทีต่ อ้ งหันมาร่วมมือกัน เนือ่ งจากปัญหาดังกล่าว ไม่ใช่เป็นเพียงแต่ปัญหาของจังหวัด แต่เป็นปัญหาระดับ ภูมิภาคที่มีความเชื่อมโยงกัน “ปีนี้เชียงใหม่ถือว่ามีระดับหมอกควันน้อยกว่า จังหวัดอื่น แต่เป็นจังหวัดแรกที่มีการตื่นตัวและมีการ

การประชุมคณะกรรมการหอการค้า

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เตรียมตัวมากกว่าจังหวัดอื่นๆ กับ ผลกระทบดังกล่าว ฉะนัน้ เรือ่ งนีต้ อ้ ง เป็ น ความร่ ว มไม้ ร ่ ว มมื อ ทุ ก ภาค ส่วน ภาคเอกชนเองก็ตอ้ งเข้าไปดูแล อย่างจริงจัง อยากให้แต่ละจังหวัดมี การจัดสรรงบประมาณลงไปดูแลและ แก้ ไขปั ญ หาหมอกควั น ให้ ชั ด เจน กว่านี้ อยากให้เห็นความส�ำคัญและ ตื่ น ตั ว กั บ ปั ญ หาดั ง กว่ า มาขึ้ น เพราะหากเกิ ด ไฟไหม้ ที่ จั ง หวั ด จังหวัดหนึง่ ปัญหาหมอกควันก็อาจ

ลุกลามไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้” นายณรงค์กล่าว สิ่งที่หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่เป็นห่วงถึงผล กระทบทีจ่ ะเกิดขึน้ ด้านการท่องเทีย่ ว เช่นในช่วงเทศกาล สงกรานต์ เมือ่ คนได้รบั ข่าวสารเรือ่ งปัญหาหมอกควัน อาจ เกิดความลังเลใจที่จะตัดสินใจมาเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ หรือภาคเหนือ และเหตุผลอีกหนึ่งประการ เทศกาล สงกรานต์ เ ป็ น เทศกาลที่ มี คู ่ แ ข่ ง ค่ อ นข้ า งเยอะ มี ก ารเลี ย นแบบกิ จ กรรมต่ า งๆให้ ค ล้ า ยคลึ ง กั น จังหวัดเชียงใหม่น่าจะปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้มีความ แปลกใหม่และน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อดึงให้นัก ท่องเที่ยวเลือกที่จะมาเล่นน�้ำที่จังหวัดเชียงใหม่มากขึ้น


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

วิถีชีวิต

ทั้งที่กรุงพนมเปญ และประจ�ำกรุงวอชิงตันดีซี ต่อมาเป็น “ผมชอบอาหารไทย ชอบธรรมชาติ ชอบ ผู้ช่วยพิเศษ ประจ�ำส�ำนักงานปลัดประทรวงต่างประเทศ เชียงใหม่ ผมว่าผมโชคดีมากที่ได้มาท�ำงานที่นี่ คุณ “ผมเคยบอกอดีตกงสุลใหญ่ เบียทริกซ์ ส่วนงานการทูตสาธารณะและกิจการสาธารณะ พอปี ว่าไหม?” แคมป์ ตอนที่ท่านจะมารับต�ำแหน่งที่เชียงใหม่เมื่อ 2552 ถึงเดือนมกราคม2555 เป็นผู้ช่วยทูตฯ ที่กรุงเทพฯ หลายปีก่อนว่า ต�ำแหน่งของท่านนี่เป็นต�ำแหน่งที่ ก่อนจะมาเชียงใหม่ ผมใฝ่ฝันมาก” คุณเคนเนธ แอล.ฟอสเตอร์ กงสุลใหญ่ สหรัฐอเมริกาประจ�ำเชียงใหม่คนใหม่บอกอย่างอารมณ์ดี วันนี้ เขาได้นั่งในต�ำแหน่งที่ใฝ่ฝัน นั่งในเก้าอี้ รับแขกตัวที่กงสุลใหญ่หลายคนเคยนั่ง พูดคุยกับผู้สื่อข่าว อย่างผ่อนคลายและอารมณ์ดี ประสาคนทีค่ นุ้ กับสือ่ มวลชน ในต�ำแหน่งผูช้ ว่ ยทูตฝ่ายสือ่ มวลชนและวัฒนธรรม ประจ�ำ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา มาก่อนหน้าหลายปี “คุณเคนเนธ” เพิ่งมาถึงเชียงใหม่ และจะอยู่ใน ต�ำแหน่งนี้ 1 ปี แต่คุณเคนเนธบอกว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุด และอยากอยู่ให้นานกว่านั้น คุณเคนเนธ ไม่ได้คุ้นแค่ เชียงใหม่แต่คุ้นเมืองไทยเพราะอยู่มาตั้งแต่ปี 2547 พูด ภาไทยได้คล่อง ชอบทานอาหารไทย พูดได้ 5 ภาษา นอกจากอังกฤษและไทยแล้ว ยังได้ภาษาฝรั่งเศส ภาษา ภาษาครีโอลเฮติ และภาษาเขมร กับอยู่ระหว่างฝึก “อู้ ก�ำเมือง” อย่างขมักเขม้น “คุณเคนเนธ” เติบโตที่เมืองแฟร์แฟกซ์ รัฐ เวอร์จิเนีย ส�ำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย วิ ท ยาลั ย กิ จ การสาธารณะและกิ จ การระหว่ า งประเทศ คุณเคนเนธเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มไม่ค่อยหายไป ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยลีไฮ (ปี2527) และปริญญา โท ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ปี2529) เข้ารับ จากใบหน้า ส่วนหนึง่ เพราะเป็นคนชอบธรรมชาติ ทัง้ ท่อง ราชการในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อปี 2530 เทีย่ วไปดูธรรมชาติโดยรอบ และเลีย้ งต้นไม้มากมายไว้ใน ในต�ำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลประจ�ำเมืองปอร์โตแปรงซ์ บริเวณบ้าน กล้วยไม้เป็นพืชพันธุ์ที่ คุณเคนเนธ ลุ่มหลง เรียกว่าถ้าคุยเรื่องกล้วยไม้คุณเคนเนธจะคุยได้นาน ตอน ประเทศเฮติ ระหว่างปี 2531-2532 ุ เคนเนธมีกล้วยไม้ทบี่ า้ นทีก่ รุงเทพกว่า 300 ต้น คอย จากนั้นกลับไปประจ�ำที่กรุงวอชิงตันในต�ำแหน่ง นีค้ ณ ผูช้ ว่ ยประจ�ำส�ำนักกิจการกงสุล และเจ้าหน้าทีก่ งสุลประจ�ำ ดูแลรดน�้ำด้วยตัวเองทุกวัน น่าเสียดายที่เมื่อย้ายมา ส�ำนักงานบริการอเมริกันในต่างแดน และเจ้าหน้าที่ดูแล เชียงใหม่ไม่สามารถหอบหิ้วมาได้ แต่ก็มีคนดูแลให้เป็น ผู้ลี้ภัย ที่ส�ำนักงานรับเข้าประจ�ำส�ำนักกิจการประชากร ที่วางใจ นอกเวลาท�ำงานคุณเคนเนธ ชอบออกก�ำลังกาย ผู้ลี้ภัยและการโยกย้ายถิ่น จากนั้นมาเป็นหัวหน้าแผนก กงสุล ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างปี 2537- เข้าฟิตเนสเป็นประจ�ำ หรือไม่ก็เดินออกก�ำลัง ไปเที่ยวชม 2539 กลับไปเรียนภาษาไทยทีส่ หรัฐฯ ก่อนมาประจ�ำการ ธรรมชาติ และเลีย้ งกล้วยไม้ พักนีไ้ ม่คอ่ ยได้ยงุ่ กับกล้วยไม้ ทีก่ รุงเทพในปี 2540-2543 ในต�ำแหน่งหัวหน้าแผนกวีซา่ คุณเคนเนธก็หันมาอ่านหนังสือ กับตระเวนชิมอาหาร ปี 2544 เปลี่ยนสายงานมาด้านสื่อมวลชนและวัฒนธรรม เหนือแทน

AfterWorkingHours

ผมเคยบอกอดีตกงสุลใหญ่ เบียทริกซ์ แคมป์ ตอนที่ท่านจะมารับต�ำแหน่งที่เชียงใหม่ เมื่อหลายปีก่อนว่า ต�ำแหน่งของท่านนี่เป็น ต�ำแหน่งที่ผมใฝ่ฝันมาก

เคนเนธ แอล.ฟอสเตอร์ กงสุลใหญ่อเมริกา ประจ�ำเชียงใหม่

5


6 iT iTalk vol.12

องค์ความรู้

บทเรียนจากผู้รู้

ชื่ อ ว่ า ผู ้ อ ่ า นหลายท่ า นคงจะเดิ น ทางผ่ า น ยุคสมัยของการฟังเพลงมาไม่ต�่ำกว่า 3 ยุค นะครับยุคแรก เป็นยุค Analog ในยุคนัน้ เรามัก จะฟังเพลงจากเทปคาสเซ็ท ทั้งเทปเปล่าที่ซื้อมาอัดเพลง จากรายการวิทยุประเภทขอเพลงจากดีเจแถมขู่ไม่ให้พูด ทับเพลงเพื่อจะอัดไว้เก็บเป็นคอลเล็คชั่นส่วนตัว ไม่งั้นก็ ซื้อเทปเพลงมาไว้ฟัง สมัยนัน้ จะมีอยูส่ องยีห่ อ้ คือ 4Track และ Peacock เป็นพวกไพเรท คือ ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งคู่แหละครับ เทป ลิขสิทธ์ไม่ตอ้ งพูดถึงครับ เพราะไม่มขี าย ส�ำหรับผูท้ มี่ เี งิน เยอะหน่อย ก็ซอื้ แผ่นเสียง (Vinyl)มาฟัง มีให้เลือกทัง้ แผ่น ละเมิดลิขสิทธิ์และของแท้ หาซื้อได้แถวย่านท่าแพ ผม มักจะไปที่ร้านซาวนด์ ไม่ได้ไปซื้อแผ่นเสียงมาฟังกะเค้า หรอกนะครับ เพราะทีร่ า้ นเค้ามีบริการรับอัดเทปด้วยครับ

(ต่อจากฉบับที่แล้ว) มื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้านเราจะเข้าทางหลังบ้าน นี่เป็น อีกหนึง่ ความเคยชินของครอบครัวเราก็วา่ ได้ จาก หลังบ้านเมือเปิดประตูเข้ามาพบกับห้องรับประทานอาหาร มีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ประมาณ 8 ที่นั่งไว้รองรับเพื่อนๆ บ้ า นคุ ณ สมประสงค์ ไ ม่ มี ห ้ อ งรั บ แขก คุ ณ สม ประสงค์ถือว่าทุกคนที่มาบ้าน เป็นเพื่อน เป็นคนคุ้นเคย ของเรา ทุกคนไม่ใช่แขก จึงอาจจะแปลกไปจากบ้านคน อื่นตรงนี้ ที่ส�ำคัญบ้านคุณสมประสงค์ไม่มีโถงตรงกลาง เหมือนบ้านฝรั่งที่เข้ามาแล้วเป็นโถงกว้าง จากนั้นจึงเปิด ประตูไปห้องนั้นห้องนี้

แนวคิดที่สมประสงค์ บทที่ 3

เห็นได้จากการจัดวางการแบ่งพื้นที่ใช้สอย หาก เราอยู่บริเวณโต๊ะรับประทานอาหาร แล้วต้องการนั่งคุย นั่งเล่น ก็สามารถใช้พื้นที่ส่วนนี้ได้หรือจะย้ายไปห้องนั่ง เล่นเล็กๆ บริเวณด้านหน้าของบ้าน ซึ่งวางชุดโต๊ะมุกไว้ กลางห้อง รอบๆ ตกแต่งด้วยตู้โชว์สไตล์จีน ผนังตกแต่ง ด้วยรูปภาพที่เก็บสะสมไว้ หรือถ้าอยากจะนั่งเล่นฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ ก็สามารถย้ายไปห้องยาว ซึง่ อยูอ่ กี มุมหนึง่ ของห้องรับประทานอาหาร โดยเฉพาะห้องยาว ทุกคนทีม่ า จะชอบมากเพราะสามารถนัง่ พักผ่อน ร้องเพลง นัง่ คุย หรือ ท�ำอะไรก็ได้สบายๆ ด้วยความที่เป็นบ้านเพื่อใช้อยู่อาศัย จริงๆ เราจะเห็นว่าอีกด้านหนึง่ ของโต๊ะรับประทานอาหาร จะมีห้องฟิตเนสที่เจ้าของบ้านใช้เป็นประจ�ำ หรือหากเดิน มาอีกด้านของห้องรับประทานอาหาร ก่อนถึงห้องยาวเรา ยังพบเคาน์เตอร์เครือ่ งดืม่ โดยฝัง่ ตรงกันข้ามเป็นห้องสมุด ขนาดกลางด้านในมีหนังสือที่เป็นของสะสมอีกอย่างของ เจ้าของบ้านเรียงรายเต็มตู้ แต่เป็นที่นั่งสังเกตว่า บ้านหลังนี้จะปูพื้นด้วยหิน อ่อน ซึ่งคุณสมประสงค์บอกว่า ที่ใช้หินอ่อนเพราะท�ำให้ รู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ ยิ่งเลือกใช้สีชมพูอ่อนด้วยแล้วให้ ความรู้สึกที่สบายยิ่งขึ้น ขณะทีบ่ นั ไดไม้สกั ขนาดใหญ่พาเราขึน้ ไปชัน้ บนที่ แบ่งพื้นที่ใช้สอยไว้อย่างลงตัว แบ่งเป็น 3 ห้องนอน ห้อง ใหญ่เป็นของคุณสมประสงค์และภรรยา และอีกสองห้อง เป็นของลูกชายคนโต น้องใหม่ ปานลิขิต และลูกชายคน เล็ก น้องภูมิ พัฐวิศ และอีกหนึ่งห้องสมุดที่มีหนังสือเก่า สมัยโบราณยุครัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 มากมาย ส่วนโถง กว้างหน้าบันได คุณสมประสงค์มกั ใช้เป็นมุมเขียนหนังสือ

ในยามว่าง จากชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น ถือเป็นพื้นฐานส�ำคัญ ของการด�ำเนินชีวติ ในสังคม คุณสมประสงค์เองได้นำ� สิง่ นี้ มาใช้ เพราะจากปรัชญาการใช้ชวี ติ การดูแลครอบครัว คือ ต้องท�ำตนเป็นทีพ่ งึ่ ของตนเองและผูอ้ นื่ ต้องพัฒนาตนเอง ตลอดเวลา ต้องมีสติปัญญา ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท และสุดท้าย การจะได้ครอบครองสิ่งของทั้งหลายในโลก นี้ต้องเกิดจากการกระท�ำ ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ซึ่งหลัก ปรัชญานี้สามารถปรับและน�ำมาใช้ในการบริหารจัดการ ธุรกิจ แต่ตอ้ งบริหารภายใต้หลักธรรมาภิบาล จนสามารถ น�ำพากิจการในกลุ่มชินฯ เติบโตเป็นที่รู้จัก เป็นที่เชื่อมั่น และยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เขาเล่าว่า การดูแลทีมงานทุกคน ก็ไม่ตา่ งจากการ ดูแลคนในครอบครัว จะเห็นได้ว่า แนวทางการบริหาร ธุรกิจของเอไอเอส จะให้ความส�ำคัญมอบความสุข ความ เชือ่ มัน่ ให้กบั กลุม่ คน 4 กลุม่ คือ “ลูกค้า” ต้องสร้างให้เกิด ความรู้สึกเชื่อมั่น เชื่อถือในบริษัท “ผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้” ส�ำหรับสองท่านนีเ้ ราต้องท�ำงานให้ดี ให้คมุ้ ค่ากับความไว้ วางใจที่ เขามอบหมายให้ เ รามาบริ ห ารเงิ น ของเขา “พนักงาน” กลุ่มนี้แม้จะไม่น�ำเงินมาให้เรา แต่เขาลงทุน ด้วยชีวิต ด้วยเวลา ทุ่มเทท�ำงานให้กับองค์กร เราจึงต้อง ตอบแทนเขาด้วยเงินเดือน สวัสดิการ พัฒนาความรูต้ า่ งๆ ให้แก่เขาอย่างยุตธิ รรมทีส่ ดุ และสุดท้าย “การท�ำกิจกรรม ตอบแทนคืนสังคม คืนสู่ประเทศไทย” โดยเฉพาะส่วนนี้ เราต้องท�ำจากใจ จากข้างใน ไม่ใช่เป็นการท�ำเพราะถูก กฎหมายบังคับให้ต้องท�ำ

บ้านทีส่ ร้างจากความรัก ความเข้าใจ

From CD to MP3

เพลงร๊อคนีม่ เี ยอะเชียว เพราะเจ้าของร้านเป็นนักฟังเพลง ตัวยงเหมือนกัน ผมมาเริ่มสะสมแผ่นเสียงกับเค้าตอนไปเรียนต่อ ที่อเมริกา ราคาแผ่นละประมาณสามร้อยกว่าบาท ซื้อมา ไว้เยอะแยะ ตอนจะกลับเมืองไทยยังกลุ้มใจว่าจะหอบหิ้ว มายังไงดี ตอนนั้นเริ่มเข้าสู่ยุคสอง เป็นยุคดิจิตอล ยุคที่ Compact Disc หรือ CD เริม่ เข้าสูต่ ลาด ประมาณ ค.ศ.1981 การตลาดของ CD ไม่ได้เข้มข้นประเภทที่ว่าจะมา ล้มแผ่นเสียง Vinyl แต่เป็นทางเลือกในการฟังเพลงที่ สะดวกสบายกว่า ส�ำหรับนักฟังเพลงทั่วไป ดังนั้นการ จั ด วางสิ น ค้ า จะใช้ ก ลยุ ท ธ์ ก ระจายสิ น ค้ า ไปตามห้ า ง ซุปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อให้เกิดความรู้สึกใกล้ชิด ซื้อง่าย ไม่ ได้เป็นนวัตกรรมทีแ่ พง หรือสูงส่ง หลังจากนัน้ ไม่ถงึ สิบปี CD สามารถยึดครองธุรกิจดนตรีได้เกือบหมด ส่วนตลาด แผ่น-เสียง Vinyl ยังคงเหลืออยูไ่ ม่มากนัก มีเพียงผลงาน ใหม่ๆ บางชุดเท่านัน้ ทีผ่ ลิตมาทัง้ ในรูปแบบของCD และ Vinyl แต่ทหี่ ายสาบสูญไปก็คอื คาสเซ็ทเทป ความบันเทิง ราคาถูกในยุคที่ผู้อ่านหลายท่านยังเป็นวัยรุ่นอยู่นั่นเอง เมือ่ สัก4ปีกอ่ น ผมมีโอกาสได้ไปสัมมนาทีอ่ เมริกา ไม่นา่ เชื่อว่าร้านขาย CD ระดับบิ๊กๆ เช่น Tower Records, Virgin ปิดกิจการไปหลายแห่งพร้อมๆ กับยอดจ�ำหน่าย แผ่น CDทีล่ ดลงอย่างน่าตกใจ เพราะวัยรุน่ นิยมไปโหลด เพลงจาก Napster หรือไม่กโ็ หลดตามเว็บไซต์ทใี่ ห้บริการ

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

อย่างผิดกฎหมาย จนกระทั่งร้านค้าเพลงแบบออนไลน์ อย่างเช่น iTunes ได้เข้ามากูช้ วี ติ อุตสาหกรรมเพลง ท�ำให้ เราเข้าสู่ยุคสามของการฟังเพลง คือยุคไร้แผ่น ล่าสุดในนิตยสาร Rolling tone ฉบับประจ�ำเดือน มีนาคมปักษ์แรก มีคอลัมน์ชอื่ น่ากลัว ว่า “Is the CD Era Finally Over?”มีการสัมภาษณ์คนในวงการที่ฟันธงว่า CD จะถึงวาระสุดท้ายภายในเวลาไม่เกินสามปี เพราะ ในทุกวันนี้ การผลิตแผ่น CD ออกมาจ�ำหน่ายนั้นลดลง มาก หลายบริษทั เริม่ ลังเลว่าจะยังคงผลิต CD ออกมาอีก ดีหรือไม่ หรือจะออกแค่ดิจิตอล อัลบั้ม ให้แฟนเพลงไป ซือ้ ตามร้านค้าออนไลน์นา่ จะดีกว่า ส่วนร้านค้ายักษ์ใหญ่ เช่น Walmart ที่มีแผ่น CD อยู่ในโกดังเพียบ ใช้กลยุทธ์ ลดราคาเหลือแผ่นละร้อยกว่าบาท ท�ำให้ลูกค้าแห่ไปซื้อ กันคับคั่ง ส่วนผลงานเพลงใหม่ๆ ใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าให้ กับสินค้า โดยจัดท�ำเป็นชุดพิเศษ (Deluxe Version) มี Bonus Tracks บ้างก้อแถมแผ่น DVD จะเป็นคอนเสิร์ท หรือมิวสิค วิดีโอก็สุดแล้วแต่ สุดท้ายบริษัทเพลงต้องคิด เสียว่า ตนเองนั้นอยู่ในธุรกิจดนตรี ไม่ใช่ธุรกิจ CD ถ้า ลูกค้าของตนเปลี่ยนพฤติกรรมการฟังเพลง จากแผ่น มาเป็นการdownloadจากร้านค้าออนไลน์ เป็นดิจิตอล ฟอร์แมท เอาไว้ฟงั ใน iPod หรือเครือ่ งเล่นอืน่ ๆ แผ่นCD ก็คงจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ภายในอีกไม่นานนี้

รศ.ธีรภัทร วรรณฤมล อาจารย์ประจ�ำแขนงวิชาสื่อใหม่ คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ terapatt@yahoo.com ติดตามอ่านย้อนหลังได้ที่ ajterapatt.wordpress.com

แหล่งที่มา : บทสัมภาษณ์ : My home หน้า 172 Story : วิไลวรรณ เวชเตง 19/03/52 หมายเหตุ : หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ขอขอบคุณ คุณสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บมจ. คิงคอเปอเรชั่น รองประธานกรรมการบริหารบมจ.แอดวานซ์อินโฟเซอร์วิส (เอไอเอส.) ที่กรุณาให้น�ำเนื้อหาใน หนังสือ”แนวคิด ชีวิตที่สมประสงค์” มาเผยแพร่ในที่นี้

รุกรับปรับตัวสู่อาเซียน เจาะ 8 สาขาอาชีพน�ำร่องในอาเซียน : การเตรียมตัวของชาวเชียงใหม่

ก่

โดย Mr.Asean Plus

อนอื่นขอน�ำเสนอข้อมูลล่าสุดของ CIA World Factbook (July 2011) เกีย่ วกับจ�ำนวนประชากร ในอาเซี ย นล่ า สุ ด ซึ่ ง ระบุ ว ่ า ประเทศสมาชิ ก อาเซียนทั้ง 10 ประเทศมีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน หรือคิดเป็นราวร้อยละ 10 ของประชากรทัง้ หมด ของโลก ท�ำให้อาเซียนเป็นตลาดขนาดใหญ่ซงึ่ ผูป้ ระกอบ การไทยสามารถใช้ประโยชน์จาก AEC ในการขยาย ช่องทางการส่งออกและเพิ่มโอกาสทางการค้าในตลาด แห่งนี้ได้อย่างมีนัยส�ำคัญ ทั้งนี้ ประเทศในอาเซียนที่มี ประชากรมากที่สุด คืออินโดนีเซีย มีประชากร 245.6 ล้านคน รองลงมา ได้แก่ ฟิลิปปินส์ (101.8 ล้านคน) เวียดนาม (90.5 ล้านคน)ไทย (66.7 ล้านคน) พม่า (53.9 ล้านคน) มาเลเซีย (28.7 ล้านคน) กัมพูชา (14.7 ล้านคน) สปป.ลาว (6.4 ล้านคน) สิงคโปร์ (4.7 ล้านคน) และบรูไน (0.4 ล้านคน) อีกไม่ถงึ 3 ปีดี ก็จะมีการประกาศน�ำร่อง 8 สาขา อาชีพที่จะให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ท�ำอาชีพดังกล่าวนั้น อย่างเสรี แต่อยูภ่ ายใต้เงือ่ นไขของแต่ละประเทศด้วย เช่น ภาษาอังกฤษ รวมถึงไลเซนส์ทเี่ ป็นวิชาชีพนัน้ โดยตรงใน แต่ละประเทศ ส�ำหรับ 8 อาชีพทีจ่ ะเปิดเสรีได้แก่ สาขาการแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ช่างส�ำรวจ และสาขาการท่องเที่ยวใน 32 ต�ำแหน่งงาน ล่าสุดใน 7

สาขาแรก ทัง้ 10 ประเทศได้รว่ มกันก�ำหนดมาตรฐานกลาง ของผูป้ ระกอบวิชาชีพ ( MRAs) แล้ว ซึง่ ทัง้ 8 สาขาเป็นอาชีพ ทีต่ อ้ งมีการแข่งขันสูง ประเทศไทยจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ให้เป็นทั้งผู้รับและผู้ส่งแรงงานที่ดี นายสิงหเดช ชูอำ� นาจ ผูอ้ ำ� นวยการส�ำนักประสาน

สาขา การแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ช่างส�ำรวจ การท่องเที่ยว

ความร่วมมือระหว่างประเทศ ส�ำนักงานปลัดกระทรวง แรงงาน บอกว่า แรงงานไทยมีความพร้อมในด้านความ สามารถเป็นที่ยอมรับ แต่ต้องพัฒนาในเรื่องภาษาต่าง ประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ทีท่ งั้ 10 ประเทศก�ำหนด ว่าแรงงานทีจ่ ะเคลือ่ นย้ายเสรีตอ้ งสือ่ สารได้ ซึง่ ใน 7 สาขา

อาชีพ ยกเว้นการท่องเทีย่ ว ได้มกี ารเคลือ่ นย้ายผ่านระบบ นายทุนอยู่แล้ว แต่ในสาขาการท่องเที่ยวประเทศไทย ต้องเร่งก�ำหนด MRAs เพื่อเป็นผู้น�ำในการก�ำหนด มาตรฐานและเสนออีก 9 ประเทศในการก�ำหนดให้เป็น ทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างความได้เปรียบ จะเห็นได้ว่าเครื่องมือแรกในการแข่งขันของ วิชาชีพต่างๆ นัน่ คือภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และถ้า ยิ่ ง รู ้ ภ าษาของสมาชิ ก อาเซี ย นด้ ว ยแล้ ว ที่ ส� ำ คั ญ คื อ ประเทศเป้าหมายทีเ่ ราอยากไปท�ำงาน ก็ยงิ่ ได้เปรียบ เช่น ภาษาพม่า เวียดนาม ตากาล็อก เป็นต้น และทราบว่าหลาย โรงแรมในเชียงใหม่ซงึ่ อยูใ่ นเซ็คเตอร์การบริการและการ ท่องเที่ยวก็เริ่มให้ความส�ำคัญในการพัฒนาพนักงาน เรื่องภาษาแล้ว เป็นมิติที่ดีมาก อย่างไรก็ดแี ม้ประเทศไทยจะถือเป็นประเทศทีม่ ี ความพร้อมเป็นล�ำดับต้นๆ ในอาเซียน แต่การเปิดเคลือ่ น ย้ายแรงงานเสรี ก็มที งั้ ข้อดีและข้อเสีย ทีค่ นไทยทัง้ ประเทศ ควรย้อนดูตัวเอง ว่าขณะนี้เรามีความพร้อมมากน้อยแค่ ไหน ที่จะเปิดรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ แต่หากทุกคน ไม่ปรับตัวการอยู่ในโลกของการติดต่อสื่อสารจะเป็นไป ด้วยความยากล�ำบาก โดยเฉพาะสาขาภาคบริการและ การท่องเทีย่ ว แม้ประเทศไทยจะมีการบริการทีด่ ี มีแหล่ง ท่องเทีย่ วทีน่ า่ สนใจ แต่หากสือ่ สารติดขัดไม่นา่ ประทับใจ เชือ่ ว่าทัง้ นักท่องเทีย่ วและผูป้ ระกอบการจะมองหาตลาด แรงงานใหม่ๆ และการบริการที่ดียิ่งขึ้นแน่นอน


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

ธุรกิจ

“ทุกอย่างต้องไปด้วยกัน จะขึน้ อยูก่ บั อย่างใดอย่าง หนึง่ ไม่ได้ในการเกิดยอดขาย คือ การทีเ่ ราสามารถกล้ารับ ยอดจากส่วนกลางและยอดขายเราได้ทะลุเป้านัน้ ตัวแทน ริษทั เชียงใหม่ ซี.ดี. ซัพพลาย จ�ำกัด ด�ำเนินธุรกิจ ย่อยก็ต้องแข็งพอ เซลส์ก็ต้องขยัน ไปเยี่ยมสม�่ำเสมอ ตัว ในฐานะ Distribution Center ให้กับผลิตภัณฑ์ เครือ่ งดืม่ แอลกอฮอล์ทงั้ ทีเ่ ป็นแบรนด์ไทยและต่างประเทศ ในที่สุดแล้ว มันไม่ใช่ที่ตัวผมคน ส�ำหรับเขตพื้นที่ในภาคเหนือ ตั้งแต่ เชียงใหม่-ล�ำพูนแม่ฮ่องสอน บริหารงานโดย เฮียสาม หรือ คุณทวีวัฒน์ เดียว ฉะนั้น สิ่งที่ผมท�ำมันตอบโจทย์ เหอลีไ้ พศาล จุดน่าสนใจ คือ แนวคิดในการท�ำธุรกิจของ ทั้งนโยบายบริษัทแม่ และอย่างที่บอกว่า ผู้ประกอบการท้องถิ่นที่บริหารจัดการ จนได้ทั้งก�ำไรและ ทุกอย่างมันต้องไปด้วยกัน ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในทุกพาร์ทเนอร์ธุรกิจ

7

เยี่ยมกิจการ

“ทุกอย่างต้องไปด้วยกัน” เชียงใหม่ ซี.ดี. ซัพพลาย

บริษัทแม่หรือส่วนกลางเองต้องไม่ทอดทิ้ง เพราะของเรา อาจกระจายได้ทั่วถึง แต่ถ้าขายไม่ออก นั่นหมายถึง การ ส่งเสริมการขาย หรือ กลยุทธ์การตลาดมันอาจจะไม่เวิร์ค ฉะนั้น คุณมองเพียง 4Ps บางทีก็ไม่เพียงพอ” คุณทวีวัฒน์ ให้ความเห็นถึงมุมมองธุรกิจของ ตนเอง ขณะนีพ้ าร์ทเนอร์ธรุ กิจของ เชียงใหม่ ซี.ดี. ซัพพลาย มีตั้งแต่การเป็นเอเย่นต์ให้กับค่ายกลุ่มของเหล้าไทยจาก ค่าย United จนถึงค่ายระดับ Global และสินค้าทัง้ หมดจะ ถูกกระจายสู่ร้านค้าย่อยอย่างสถานบันเทิง ผับ บาร์ ร้าน อาหาร ไปจนถึงตูแ้ ช่ตา่ งๆ และโมเดิรน์ เทรด อย่าง Big C คาร์ฟรู ์ ทัว่ เขตพืน้ ทีข่ องทาง เชียงใหม่ซ.ี ดี. ซัพพลาย โดยงาน Marketing และก�ำหนดงบประมาณเพือ่ ส่งเสริมการตลาด จะเป็นหน้าทีข่ องทางบริษทั แม่ ส่วนกลาง ส่วนการบริหาร ประสิทธิภาพของช่องทางการจัดจ�ำหน่ายนั้นจะดูแลโดย บริษัทและเจ้าหน้าที่ของคุณทวีวัฒน์ “ค�ำว่าเป็น Agent คือ จะต้องไปกับบริษทั แม่ตลอด นโยบายก็ต้องเป็นนโยบายเดียวกัน แต่สาเหตุที่เขาเลือก เราเป็น Agent เพียงรายเดียวในเขตนี้ เพราะความไว้ใจ

ด้วย และเราเองก็ต้องบริหารทุกช่องทางด้วยความเท่า เทียม อีกประการคือ เข้ามาอยู่ในธุรกิจนี้ต้องยอมรับว่า ขอบเขตทีไ่ ด้อาจจะน้อย เพราะผมถือว่า การเทกแคร์พาร์ท เนอร์ ที่เป็นตัวแทนจ�ำหน่ายต่างๆ เป็นหน้าที่ของผมด้วย การพาพวกเขาไปเทีย่ วต่างประเทศ อย่างทีอ่ อสเตรเลีย ผม ไม่ได้ใช้งบประมาณใดๆ จากส่วนกลางเลยนะ ผมเชื่อว่า มันเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ยังไม่เห็นเจ้าใดท�ำอย่างผมนะ” ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน อีกกลยุทธ์ที่ คุณ ทวีวฒ ั น์ เลือกเป็นแนวทางในการด�ำเนินธุรกิจรวมถึงการ บริหารในระดับความสัมพันธ์ ท�ำให้เครือข่ายเกิดความ แน่นแฟ้น ฉะนั้นไม่เป็นการยากที่ต�ำแหน่ง Top Agent จะมีชื่อของเชียงใหม่ ซี.ดี. ซัพพลายปรากฏอยู่ทั้งหมด คือ การมองในจุดที่คนอื่นอาจจะมองว่าเกินความจ�ำเป็น แต่ กลับท�ำให้เกิดความเข้มแข็งในเน็ตเวิร์ค โดยคุณทวีวัฒน์ สรุปให้เราฟังว่า “ในที่ สุ ด แล้ ว มั น ไม่ ใช่ ที่ ตั ว ผมคนเดี ย ว ฉะนั้น สิ่งที่ผมท�ำมันตอบโจทย์ ทั้งนโยบายบริษัท แม่ และอย่างที่บอกว่าทุกอย่างมันต้องไปด้วยกัน”


8

มุมมอง

จากหิ้ง สู่ห้าง

New Generation

นฤพล บัวจีน หนุม่ เชียงใหม่ อายุอานามยังไม่มาก ครอบครัวท�ำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าพื้นเมืองมานานกว่าสิบปี แต่เจ้าตัวเพิ่งเข้ามาร่วมด้วยช่วยกับพี่สาวเมื่อสองสามปีที่ ผ่านมา โดยมีหน้าที่ออกแบบตามที่ใจรัก ก่อนจะมาช่วย งานพีส่ าว เจ้าตัวไม่เคยรูเ้ รือ่ งผ้ามาก่อน แต่เมือ่ มาท�ำงาน และรับหน้าที่ออกแบบกระเป๋าให้กับพี่สาว ก็เริ่มเรียนรู้ เรือ่ งผ้าพืน้ เมืองทีร่ บั ซือ้ จากชาวเขามาท�ำกระเป๋า แม้ไม่ได้ มีพื้นฐานด้านศิลปะแต่ก็มีความสนุกกับการที่ได้คิด และ แสวงหาความรูเ้ พิม่ เติม ทัง้ จากคนในวงการค้าขายด้วยกัน วงการออกแบบ ไปจนถึงครูบาอาจารย์ทั้งไทยและเทศ

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

จากงานวิจัยสู่การท�ำจริง

สวทช.กับชาระมิงค์

นางสาวปิยะฉัตร ใคร้วานิช รักษาการใน ต�ำแหน่งผู้อ�ำนวยการ ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาคเหนือ เผยว่า สวทช. เป็น หน่ ว ยงานในก� ำ กั บ ของกระทรวงวิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เทคโนโลยี จัดตัง้ ขึน้ เมือ่ ปี พ.ศ. 2534 อยูภ่ ายใต้การก�ำกับ ดูแลของคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ สวทช. มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยแข็งแกร่งและ เจริญรุ่งเรืองบนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก โดยการน�ำความ สามารถอันเหนือชั้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมา ช่ว ยให้ภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมสามารถ ด�ำเนินงานได้ดี มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สนับสนุนให้มีงาน วิจัยเพื่อแสวงหาความเป็นเลิศทางวิชาการ และเน้นให้มี การน�ำงานวิจัยค้นคว้าและนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ให้เกิด ประโยชน์แท้จริง มิใช่ถูกทิ้งไว้บนหิ้งเท่านั้น นางสาวปิยะฉัตร กล่าวว่า สวทช.ได้ท�ำงานร่วม กับสถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่องมา หลายปี เพื่อให้มีการท�ำงานร่วมกัน น�ำองค์ความรู้ด้าน วิท ยาศาสตร์ ไ ปก่ อให้ เ กิ ดประโยชน์ แ ก่ ภ าคธุ ร กิ จ และ ชีวิตประจ�ำวันของประชาชนทั่วไป มีผลงานปรากฏเป็น ผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตและกระบวนการบริหารที่ได้ รับการพัฒนาโดยองค์ความรู้นี้แล้วอย่างประสบผลส�ำเร็จ

หลายร้อยโครงการ หนึ่งในนั้นคือโครงการ “ป้องกัน ก�ำจัดมอดเจาะผลกาแฟอราบิกา้ แบบผสมผสานเพือ่ การผลิตกาแฟอินทรีย์” ของบริษัท ชาระมิงค์ จ�ำกัด นางสาวปิยะฉัตร กล่าวว่า บริษทั ชาระมิงค์ จ�ำกัด เป็นบริษัทแรกของไทยที่บุกเบิกการปลูกและผลิตชาแบบ อุตสาหกรรมบนพืน้ ทีส่ งู กว่า 3,000 ไร่ ตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2484 ส่งเสริมการปลูกชาในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ในอ�ำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จ�ำนวนมากกว่า 200 หลังคาเรือน มีการ บริหารงานแบบเอื้อประโยชน์ระหว่างกัน และจากการที่ ปัจจุบันกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่ หลาย และคุณภาพของกาแฟจากไทยก็ได้รับการยอมรับ และมีการส่งออกไปต่างประเทศมากขึน้ ทางบริษทั จึงได้สง่ เสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟอราบิก้าในพื้นที่ปลูกชาของ บริษทั เพือ่ เสริมรายได้ให้กบั เกษตรกรและเพิม่ ผลิตภัณฑ์ ใหม่ให้กับบริษัทด้วย “แต่การระบาดของมอดเจาะผลกาแฟ (Coffee Berry Borer) ย่อมจะส่งผลให้ผลผลิตและคุณภาพของกาแฟ ลดลง ซึ่งในหลายพื้นที่เกษตรกรจะใช้สารเคมีสังเคราะห์

“ผมไม่เปลีย่ นแปลงสภาพของผ้าเลย ผืนแค่ไหน ก็แค่นนั้ ไม่พยายามตัด เพราะเขาท�ำมาสวยมากแล้ว ภูมิปัญญาในการวางสี ลวดลายนั้นสุดยอดแล้ว เรา ไม่ควรท�ำให้ของเขาเสียคุณค่า ควรเคารพในฝีมือ ของเขา เพราะคนสมัยก่อนเขาท�ำผ้าด้วยใจ ท�ำเพือ่ ใช้ ในเทศกาลต่างๆ หรือไปงานบุญงานมงคล เขาไม่ได้ ท�ำเพือ่ ขาย เพราะฉะนัน้ เขาจะตัง้ ใจท�ำอย่างประณีต เกินกว่าเราจะไปท�ำลาย” ดังนั้นใครมาขอให้ นฤพล ท�ำกระเป๋าใบเล็กกว่า ผืนผ้า หรือให้ตดั ให้เล็มผ้าออกเสียบ้าง เขาจะไม่ยอม แต่ละ แบบจะท�ำขึ้นมาเพียงใบเดียวเท่านั้น เรียกว่าเป็นกระเป๋า

ส่วนร้าน Good Hands ที่เจ้าตัวเปิดขึ้นร่วมกับ ภรรยาเมือ่ ไม่นานมานี้ ต่อยอดจากธุรกิจของพีส่ าว ชือ่ ของ ร้านนัน้ อาจารย์สงิ ห์ อินทรชูโต อาจารย์หนุม่ นักออกแบบ แนว EcoDesign สอนวิชานวัตกรรมการออกแบบเพื่อ สิ่งแวดล้อม ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และเป็น 1 ในคนไทยที่ CNN บอกว่า น่าจับตา เป็นผู้ตั้งให้ เจ้าตัวภูมิใจหนักหนา เพราะมา จากผู้เป็นต้นแบบทางความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา สินค้าและพัฒนาโลกอย่างจริงจัง กระเป๋าที่ นฤพล ท�ำขายดิบขายดี ทั้งที่ราคา ไม่ถูก ใบละหลายร้อยไปจนถึงหลายพัน บางใบที่

ที่มีใบเดียวในโลกก็ว่าได้ การออกแบบกระเป๋าจากผ้าปัก แต่ละผืนที่ได้มานั้น จะประกอบเข้ากับหนังแท้และของ ประดับประดาสอดคล้องกับเนื้อผ้าลายผ้า ไม่ใช่เพียงเอา ผ้ามาแปะๆ อย่างใครอื่น เพียง นฤพล เห็นผ้าแล้วเจ้าตัว ถึงมานั่งคิดๆๆ ว่าจะให้กระเป๋าออกมาหน้าตาแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ จะให้หนังหรือวัสดุอนื่ ประกอบอย่างใด คือใช้ ผ้าเป็นนางเอก อย่างอืน่ อันได้แก่หนังแท้ หรือลูกปัดสวยๆ นัน้ เป็นส่วนประกอบนัน่ เอง นฤพลบอกว่า กระเป๋าของเขา ทุกใบล้วนมีเรือ่ งราว ผ้าทีน่ ำ� มาใช้บางผืนเคยเป็นผ้าห่มขอ งม้ง บางผืนเป็นผ้าชาวปกากะญอ บางผืนมาจากชนเผ่า ในตะวันออกกลาง และบางผืนมาจากอินเดีย แอฟริกา “ผมดูผ้าก่อนแล้วถึงออกแบบ แบบของกระเป๋า จะออกไปตามที่ลายผ้าแต่ละผืนก�ำหนด ผ้าผืนใหญ่ก็ท�ำ เป็นกระเป๋าใบใหญ่ จะไม่ตดั ผ้าเพราะเท่ากับท�ำลายความ งามดัง้ เดิมของเขา ผ้าแต่ละผืนเราเลือกมาแล้วอย่างดี เรือ่ ง อะไรจะท�ำให้เสีย”

สะสวยจัดผ้างดงามหายาก เมื่อเอามาประกอบ กับหนังแท้ได้แล้ว ขายใบละหมื่นกว่าบาทคนก็ รอซื้อ นอกจากนัน้ ยังส่งไปขายต่างประเทศอเมริกา ยุโรป พากันมาสั่ง แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่าต้องดูผ้าก่อนจะรับท�ำ ถ้า มีผ้าลักษณะใดจะแจ้งให้ลูกค้าต่างประเทศรับรู้ก่อน บอก เขาว่าผ้าแบบนี้จะท�ำกระเป๋าออกมาแบบนี้ ใบประมาณนี้ ถ้าเขาตกลงก็เริ่มท�ำ จะรับค�ำสั่งซื้อมากหรือน้อยล้วนแต่ อยู่ที่ผ้าทั้งสิ้น และแน่นอนว่า เมื่อผ้าแต่ละผืนปักมามา เหมือนกัน กระเป๋าแต่ละใบจึงไม่เคยเหมือนกัน ต่าง ล้วนเป็นใบเดียวในโลก “ไม่มพี นี่ อ้ งชาวเขาเผ่าๆ ต่างผมก็แย่นะพี่ พวก เขาเก็บผ้าดีๆ ไว้ขายให้เรา ไอ้ที่จะไปเดินหาเทิ่งๆตาม ตลาดนั่นไม่มีทางของอย่างนี้สายใครสายมัน เขามีผ้า ดีๆ เขาก็บอก เพราะเขาอยากให้เราเอามาท�ำของสวยๆ ท�ำให้ผ้าที่ไม่มีคนใช้แล้ว ลืมแล้ว มีชีวิตใหม่”

พ่นเพื่อก�ำจัดแมลงชนิดนี้อย่างกว้างขวาง อาจจะส่งผล ให้เกิดการไม่ยอมรับของผู้บริโภคโดยเฉพาะลูกค้าต่าง ประเทศในอนาคตได้ บริษัทจึงขอรับการสนับสนุนจาก โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรม ไทย (iTAP) โครงการเครือข่าย สวทช.ภาคเหนือ” นางสาวปิยะฉัตร กล่าวว่า สวทช.ภาคเหนือได้เชิญ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตร ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้คำ� ปรึกษาในการป้องกัน ก�ำจัดมอดเจาะผลกาแฟแบบผสมผสานและบูรณาการ โดย ไม่ใช้สารเคมี ด้วยเทคนิคการจัดการแปลงภายหลังการ เก็บเกี่ยวและการท�ำสารป้องกันและก�ำจัดมอดกาแฟ เพื่อ ลดความเสียหายให้กบั ผลกาแฟ จึงเป็นการจัดการทีด่ แี ละ ยัง่ ยืน สามารถเป็นต้นแบบในการผลิตกาแฟอินทรียใ์ ห้กบั เกษตรกรได้อีกด้วย ท�ำให้ปัจจุบันกาแฟที่ผลิตได้สามารถ กล่าวอ้างว่าเป็นกาแฟปลอดสารเคมี ทุกคนสามารถเยีย่ ม ชมผลงานร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตร และนักธุรกิจนี้ได้ที่แปลงปลูกกาแฟของบริษัท ที่บ้านแก่ง ปันเต๊า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

มุมมอง

เทคนิคนักบริหาร

“อย่าท�ำธุรกิจแบบ... คิดเองเออเอง” นายชวการ อัศวมหาศักดิ์ดา กรรมการผู้จัดการ บริษทั มงกุฎล้านนา จ�ำกัด ผูพ้ ลิกผืนดินว่างเปล่า ก่อเกิด โครงการทีพ่ กั อาศัยส�ำหรับชาวต่างชาติ ทีเ่ น้นกลุม่ เป้าหมาย ผู้สูงอายุวัยเกษียณชาวญี่ปุ่น ที่เดินทางมาพักระยะยาวใน จ.เชียงใหม่ บนเนือ้ ทีก่ ว่า 24 ไร่ ย่านวัดอุโมงค์ ซึง่ มีทำ� เลและ ภูมทิ ศั น์ตดิ ดอยสุเทพ มองเห็นวิวดอยสุเทพได้อย่างชัดเจน ในมิ ติ ข องผู ้ ป ระกอบการนายชวการมองว่ า โครงการ มงกุฏล้านนา เป็น Pilot Project เพื่อสร้าง Community ของคนญี่ปุ่น โดยมีคอนเซ็ปท์ที่ว่า “ไม่ค้า ก�ำไรเกินควร” ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในมงกุฏล้านนา ไม่ว่าจะ เป็นคอนโด ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านเดี่ยว เกิดขึ้นจากการ หารือพูดคุยกับคนญี่ปุ่นหลายๆ กลุ่ม ซึ่งมีความต้องการ แตกต่างกันไป ฉะนั้นในโครงการมงกุฏล้านนาจึงมีความ หลากหลายสไตล์ของที่พักอาศัย และที่ส�ำคัญราคาไม่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ท�ำเลใกล้เคียงในรัศมี 2-3 กม. ซึ่งเสียงตอบรับจากชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจกับโครงการนี้ เป็นอย่างมาก “ผมเป็นคนภูเก็ต เรียบจบก็ทำ� งานเป็นลูกจ้าง ชีวติ ไม่ได้สบายมาก การท�ำงานกับคนอื่นผมคิดว่านั่นคือได้ ก�ำไร ก�ำไรจากการได้ท่องเที่ยว ได้เดินทาง ได้เรียนรู้จาก ของจริงโดยที่มีเงินเดือนของบริษัทจ่ายให้ ประสบการณ์ เหล่านี้ที่เก็บเกี่ยวมากว่า 10 ปี ตอนนี้ผมอายุ 60 ปี แล้ว ผมมีบริษัท หลุยส์คริสเตียนแห่งประเทศไทย เป็นบริษัท น�ำเข้านาฬิกาจากสวิสเป็นงาน Made to Order แต่ว่า ช่วงหลังๆ เศรษฐกิจฝืดเคืองสินค้าฟุ่มเฟือยเลยขายไม่ ค่อยดี เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาท�ำเรียลเอสเตส ตรงนี้ก็ได้ น�ำประสบการณ์เหล่านั้นมาใช้ในการบริหารจัดการ สิ่งที่ ผมภูมิใจในการมาอยู่ที่เชียงใหม่คือ ความส�ำเร็จของ มงกุฏล้านนา ในด้านการตลาด จากที่ดินว่างเปล่าจน ท�ำให้เป็นรูปเป็นร่าง จนเซ็นต์ MOU จนเป็นที่รู้จัก และ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายอื่นๆ ซึ่งเขาอาจ จะมีประสบการณ์มากกว่าผมหรือวิธคี ดิ อาจจะแตกต่างกัน ก็ได้ แต่ถ้าสิ่งที่ผมท�ำเป็นประโยชน์ต่อใครก็ยินดีแนะน�ำ ไม่มีอะไรปิดบัง” การทีเ่ ป็นคนมองหาโอกาสอยูเ่ สมอ และมีหลักการ บริหารจัดการทีย่ ดึ ท�ำมาโดยตลอด คือ พูดความจริง แสดง ความจริงใจ อะไรที่ท�ำได้ก็บอกว่าท�ำได้ หรือหากท�ำไม่ ได้ก็ต้องบอกไปตั้งแต่ต้น เพราะหากเราท�ำไม่ได้อย่างที่ พูด ความน่าเชื่อถือก็จะหมดไป แต่หากเราท�ำให้ได้อย่าง ทีพ่ ดู ความไว้เนือ้ เชือ่ ใจจากลูกค้าย่อมมีกลับมาเสมอ และ

อาจจะส่งผลให้สามารถดึงลูกค้ารายอื่นๆ เข้ามาหาเราอีก ทางหนึ่งได้ ฉะนั้นการท�ำธุรกิจหรือไม่ว่าจะท�ำอะไรก็ตาม จะต้องจริงใจ ซื่อสัตย์ สนองต่อสิ่งที่เขาต้องการและอย่า คิดเองเออเอง “จริงๆ ลองสเตย์เป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว และโฟกัสมาที่เชียงใหม่ซึ่งเป็นจังหวัดน�ำร่อง หอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ ด�ำเนินการมาอย่างเข้มแข็ง สิ่งที่อยาก ให้หอการค้าฯ ผลักดันต่อไปคือเรื่องการต่อวีซ่าลองสเตย์ เมือ่ เปรียบกับประเทศคูแ่ ข่งอย่างมาเลเซียทีใ่ ห้วซี า่ ถึง 10 ปี เป็นจุดด้อยของเราเลย นอกจากนีก้ อ็ ยากจะผูป้ ระกอบการ ศึกษาความต้องการของคนญี่ปุ่นให้ลึกซึ้ง ว่าเขาต้องการ อะไรหากเขาจะเลือกมาพ�ำนักระยะยาวทีเ่ ชียงใหม่ ทีส่ ำ� คัญ เราควรตระหนักว่าคนไทยไม่ควรจะแข่งกันเอง คนไทย ต้องร่วมมือกันแข่งกับประเทศข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย ฟิลิปินส์ อินโดนีเซียหรือเวียดนาม ต้องแสดง ความเป็นมืออาชีพ อย่างการไปโรดโชว์ประชาสัมพันธ์ เชียงใหม่ลองสเตย์ ต้องไปด้วยความพร้อม 100% ทั้ง ข้อมูลหรือสิง่ ทีจ่ ะท�ำให้ชาวญีป่ นุ่ ตัดสินใจเลือกทีจ่ ะมาบ้าน เรา อีกประการที่ส�ำคัญคือ การจัดการระบบโลจิสติกส์ ในพื้นที่ต้องมีครบ รถเมล์ รถสองแถวแดง ต้องดูแลเขา ไม่ให้เขากระทบเรื่องรายได้ มีการจัดโซนนิ่งให้เป็นระบบ ระเบียบ มันน่าจะเป็นภาพทีน่ า่ ดูสำ� หรับชาวต่างชาติ รวม ถึงการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด ของ บ้านเราที่จะต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน” สิง่ ทีน่ กั ธุรกิจวัยเกษียณผูน้ อี้ ยากจะฝากถึงนักธุรกิจ รุน่ ใหม่ ถึงมุมมองและวิสยั ทัศน์ในการด�ำเนินธุรกิจว่า นัก ธุรกิจสมัยนี้มีวิสัยทัศน์ มุมมองการคิด รวมถึงเทคโนโลยี องค์ความรูท้ คี่ รบถ้วน แต่การบริหารจัดการทีส่ มบูรณ์แบบ นั้นต้องอาศัยองค์ความรู้ปัจจุบันควบคู่กับประสบการณ์ ของผู้รู้ผู้อาวุโส ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีทรัพยากรบุคคลที่ น่าศึกษาน่าเรียนรูม้ ากมายและหลากหลาย หากนักธุรกิจ รุ่นใหม่ มีองค์ความรู้ มีวิสัยทัศน์ มีความมุ่งมั่นตั้งใจมอง ไปข้างหน้า แต่บางครั้งการเรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น นั่นคือก�ำไรชีวิต และจะท�ำให้คุณปิดข้อด้อยของคุณได้ “ผู ้ ใ หญ่ เชี ย งใหม่ ห ลายคนถอยไปอยู ่ ข ้ า งหลั ง แล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นคือต�ำนานน่าจะเป็นประโยชน์ต่อ ผู้ประกอบการรายใหม่ๆ คนหนุ่มที่มีไฟแรง ผมว่าถ้าสอง อย่างผสมกันได้ลงตัวนะ องค์ความรู้ปัจจุบันบวกกับประ การณ์ในอดีต ผมว่าความส�ำเร็จเกิดขึ้นได้เร็วด้วย และข้อ ผิดพลาดจะมีน้อย”

9


10 ChamberSociety

กรรมการ

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

ประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่จัดการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัด เชียงใหม่ ประจ�ำปี 2555 ณ ห้องสุโขทัย1 และ 2 โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ มีประธานกิตติมศักดิ์ ทีป่ รึกษา คณะกรรมการ อนุกรรมการ สมาชิกหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และแขกผูม้ เี กียรติ เข้าร่วมงานคับคัง่ ภายในงานมีการปาฐกถาจาก รศ.ดร. สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เรื่อง “เชียงใหม่ พร้อมเดินหน้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซีย่ น”พร้อมทัง้ การประชุมเพือ่ ชีแ้ จง รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญสมาชิก ประจ�ำปี 2554 การพิจารณารับรองงบดุล ประจ�ำปี 2554 งบเปรียบเทียบรายรับ-รายจ่ายประจ�ำปี 2553-2554 พิจารณารายงานกิจกรรมประจ�ำปี 2554 การแต่งตัง้ ผู้สอบบัญชีหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ประจ�ำปี 2555 และแจ้งโครงการสืบเนื่องของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ประจ�ำปี 2554 นอกจากนีย้ งั ได้รบั ความร่วมมือจากองค์กรเครือข่ายมาจัดบูทภานในงาน อาทิ ส�ำนักงานพาณิชย์จงั หวัด ส�ำนักงาน ส่งเสริมการส่งออกภาคเหนือ(เชียงใหม่) ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และสมาพันธ์การแพทย์แผนไทยล้านนา

แวดวงกรรมการ แวดวงกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ฉบับนี้ อยากแนะน�ำให้รู้จักหนุ่มนักเกษตรตัวยง ผู้ คลุกคลีอยูใ่ นวงการนีม้ ากว่า 30 ปี คุณโกสิน ถือแก้ว ผู ้ ช ่ ว ยกรรมการผู ้ จั ด การ บริ ษั ท ซี พี เอฟ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) ภาคเหนือ คุณโกสิน พาย้อนอดีตกลับไปยังเมือ่ ยังเยาว์วา่ เป็น คนจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยก�ำเนิด มาจากครอบครัว เกษตรกรตัวจริง ทีบ่ า้ นท�ำนา เลีย้ งไก่ เลีย้ งหมู และเลีย้ งวัว หน้าบ้านคุณโกสิน ห่างจากชายทะเลเพียง 300-400 เมตร

โกสิน ถือแก้ว

หนุ่มนักเกษตรตัวยง

หลังบ้านเป็นสวนมะพร้าวและไม้ผล ถัดไปก็เป็นทุ่งนา ทุกเช้าก่อนไปโรงเรียนคุณโกสิน ต้องให้อาหารไก่ หมู และ เอาวัวออกคอกไปผูกไว้ที่ทุ่งหญ้า ถ้าวันไหนไปโรงเรียน สายก็จะขีม่ า้ ไปโรงเรียน เป็นหนุม่ คาวบอยตัง้ แต่เด็กๆ เลย ว่าอย่างนั้น เย็นกลับจากโรงเรียนก็จะมาให้อาหารไก่ หมู และเอาวัวเข้าคอกแบบนี้เป็นกิจวัตร ส่วนเสาร์-อาทิตย์ก็ กลายเป็นชาวประมงออกทะเลหากุ้งหาปลา “ชีวติ ในยามเด็กเป็นอะไรทีม่ คี วามสุขมาก เพราะ ครอบครั ว ผมเป็ น ครอบครั ว ใหญ่ ชี วิ ต ผมคลุ ก คลี กั บ การเกษตรมา ฉะนัน้ ความมุง่ หวังทีม่ องไปข้างหน้าก็คดิ ว่า มาทางสายเกษตรแน่นอน เมื่อจบมัธยมผมจึงมุ่งมาเรียน ที่เชียงใหม่ตั้งแต่ปี 2528 สาขาสัตวศาสตร์ (สัตว์ปีก) จาก สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้-เชียงใหม่ ได้เรียนจบ และพบรักทีเ่ ชียงใหม่นแี่ หละครับ พอผมเรียนจบก็สมหวัง ดั่งตั้งใจ เพราะได้ร่วมงานกับ CPF จากต�ำแหน่งนาย สัตวบาลในภาคเหนือและภาคใต้ ได้เลื่อนต�ำแหน่งเป็น ผู้จัดการสาขาในภาคใต้, ภาคอีสาน และภาคเหนือ ได้

เลื่อนต�ำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไป และปัจจุบันเป็นผู้ช่วย กรรมการผู้จัดการดูแลระดับภาคในภาคเหนือ กว่า 30 ปี แล้วนะที่ผมท�ำงานกับ CPF” กิจกรรมยามว่างของคุณโกสินคือการปั่นจักรยาน เสือภูเขา หรือหากพอมีเวลาก็จะออกรอบตีกอล์ฟ กับ เพื่อนๆ และก็ไม่ลืมแบ่งเวลาที่จะท�ำอะไรเพื่อสังคม อย่าง เช่นการที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมที่หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ท�ำให้คุณโกสินได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เรียนรู้และมี สังคมเพิ่มมากขึ้นจากที่นี่ คุณโกสิน เกริ่นมาว่าใกล้หมด วาระแล้ว ก็คาดหวังว่าจะมีโอกาสและยินดีทจี่ ะร่วมงานกับ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ต่อไปอย่างแน่นอน “ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน มุ่งมั่นเพื่อความส�ำเร็จของ งาน คุณโกสิน บอกว่าเคยเจอวิกฤตเศรษฐกิจหลายรอบ แต่ก็ผ่านวิกฤตนั้นมาได้ด้วยดี เพราะมีมุมมองที่ว่าในช่วง วิกฤตจะเต็มไปด้วยโอกาสเสมอ ผมน�ำนโยบายหรือหลัก การด�ำเนินธุรกิจของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยท่าน ประธานธนินท์ เจียรวนนท์ ตั้งปฏิภาณไว้ 6 ข้อ มาปรับ ใช้ในการท�ำงานและด�ำเนินชีวติ ผมจนถึงทุกวันนีค้ อื 1.สาม ประโยชน์สู่ความยั่งยืน (ประโยชน์ต่อประเทศ,ประโยชน์ ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อบริษัทฯ) 2.การท�ำงาน จะต้องเร็วและมีคุณภาพ 3.ท�ำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย 4.ยอมรับการเปลีย่ นแปลงทีจ่ ะเกิดขึน้ 5.สร้างสรรค์สงิ่ ใหม่ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ 6.มีคุณธรรมและความซื่อสัตย์ นอกจากนี้แล้วยังต้องใฝ่รู้พร้อมแลกเปลี่ยน อยู่เสมอ และสิ่งที่อยู่ในหัวใจตลอดเวลา คือ การ ตอบแทนคุณแผ่นดิน”

ปฏิทินกิจกรรม เชิญเที่ยวงานผ้าฝ้าย ครั้งที่ 14 “ทอเส้นฝ้าย สานเส้นใย ใส่สธี รรมชาติ” ( COTTON FAIR 2012 ) ระหว่างวันที่ 30 มี.ค. – 8 เม.ย.55 ณ ศูนย์ส่งเสริม อุตสาหกรรมภาคที่ 1 เชิญร่วมงาน “ไหว้สาพระญามังรายสร้าง บ้านแป๋งเมืองเจียงใหม่ ครบ 716 ปี” วันที่ 12 เม.ย. 55 ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ จัดโดยมูลนิธิสถาบัน พัฒนาเมือง (เชียงใหม่) สอบถาม คุณนิวัฒน์ เสริมมา โทร. 087-2494172 เชิ ญ ร่ ว มงานสั ม มนา “ร่ ว มต้ า นคอรั ป ชั่ น ร่วมสร้างสรรค์สังคมไทย” วันที่ 23 เม.ย.55 ณ หอ ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศูนย์ราชการจังหวัด เชียงใหม่ สอบถาม 053-241404-5 ระหว่างวันที่ 11-18 เมษายน 2555 พบกับงาน “อลังการปีใหม่เมือง ดอกเอื้องงาม ณ อุทยาน หลวงราชพฤกษ์” งานส่งเสริมอนุรกั ษ์ ศิลปวัฒนธรรม ล้านนา และจัดแสดงกล้วยไม้ชนิดต่างๆ เพือ่ ให้นกั เรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้เห็นศึกษาการพัฒนา สายพันธุ์กล้วยไม้ใหม่ๆ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการท่อง เที่ ย วเชิ ง อนุ รั ก ษ์ ข องจั ง หวั ด เชี ย งใหม่ แ ละภาคเหนื อ ติดต่อสอบถามได้ที่ ฝ่ายการตลาดและกิจกรรม โทรศัพท์ 053-114110-5 หรือ www.royalparkrajapruek.com งาน “ป๋าเวณี รดน�ำ้ ด�ำหัว หอการค้าจังหวัด เชียงใหม่” ณ เรือนซ้อหงส์ ขันโตกศูนย์วัฒนธรรม เชียงใหม่ วันศุกร์ ที่ 27 เมษายน 2555 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป การประชุมคณะกรรมาธิการภูมภิ าคเอเซีย และแปซิ ฟ ิ ก และภู มิ ภ าคเอเซี ย ใต้ ครั้ ง ที่ 24 จังหวัดเชียงใหม่ ปจป.2555 วันที่ 3 - 6 พ.ค.55 ณ โรงแรมเลอเมอริเดียน จังหวัดเชียงใหม่


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

11

สมาชิก

เยี่ยมสมาชิก

สมาชิกใหม่ นางสาวชิดชนก วิญญูประดิษฐ์ บริษัท สุวิโน จ�ำกัด ผลิตและส่งออกกระเป๋าสตรี 1หมู่ 3 หลัก 6 อ�ำเภอเมือง ปทุมธานี 12000 โทรศัพท์ 02-5363542-3, 02-536553-4 โทรสาร 02-5363541

นายกัลป์ หอพรสิริ บริษัท โซป วิลล่า จ�ำกัด ผลิตสบู่ธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 10/110 หมู่ 1ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศัพท์ 02-5737028 โทรสาร 025737727 E-mail : soapvilla@gmail.com

นางอรวรรณ กิจเชวงกุล นายนิวัฒน์ โฆวงศ์ประเสริฐ บริษัท สวนผึ้งหวาน จ�ำกัด ผลิตและจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมะขาม และผลไม้แปรรูป 7 ถนนรามค�ำแหง ต�ำบลสะพานสูง อ�ำเภอสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240 โทรศัพท์ 02-3720298, 02-3720299 โทรสาร 02-3720300 E-mail : sweetbeefarm@yahoo.com

บริษทั ศูนย์การแพทย์ผวิ หนังกรุงเทพ จ�ำกัด คลินิกสุขภาพความงามและผิวพรรณ 264/1 อาคารเดอะกลาส ชั้น 3 ซอยสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 โทรศัพท์ 02-9396274 โทรสาร 02-9396274 E-mail : info@drorawan.com

นายสันติ บุณเจริญ นายนฤพล บัวจีน ในเดือนมีนาคมทีผ่ า่ นมา คณะกรรมการฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ น�ำโดย นายเฉลิมชาติ นครังกุล, นางรัตนากร ศิรริ ตั น์ , นายวิวฒ ั น์ กิตติพรพานิช, นายอารยะ ลายประวัต,ิ นางสาวศุภลักษณ์ พรหมกันธา และ นายธงชัย อมฤตธรรม พร้อมทั้งกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่รุ่นที่ 1 เข้าเยี่ยมสมาชิกหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ โครงการมงกุฎล้านนา เป็นโครงการทีพ่ กั อาศัยส�ำหรับชาวต่างชาติเน้นกลุม่ เป้าหมายผูส้ งู อายุวยั เกษียณชาวญีป่ นุ่ ทีเ่ ดินทางมาพักระยะยาวใน จ.เชียงใหม่ ตัง้ อยูบ่ นพืน้ ทีก่ ว่า 24 ไร่ ใกล้วดั อุโมงค์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมี คุณชวการ อัศวะมหาศักดา กรรมการผูจ้ ดั การให้การต้อนรับ และอีกหนึง่ แห่งคือ บริษทั เชียงใหม่ ซี ดี ซัพพลาย จ�ำกัด ผู้แทนจัดจ�ำหน่าย เบียร์ขวด, เบียร์สด, สุราทั้งไทยและต่างประเทศ, และไวน์ ครบวงจร อาณาจักรค้าส่งเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ โดยมี คุณทวีวัฒน์ เหอลี้ไพศาล (เฮียสาม) กรรมการผู้จัดการ และคุณอธิวัฒน์ เหอลี้ไพศาล (ทายาท) ให้การต้อนรับ

Grand Opening: SIAM NISSAN CHIANG MAI คณะกรรมการหอการค้ า จั ง หวั ด เชียงใหม่ ยกทีมแสดงความยินดีกับ คณะผู้ บริหาร บริษัท สยามนิสสันเชียงใหม่ จ�ำกัด ที่ได้ฤกษ์เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการของ นิสสันเชียงใหม่ สาขาเจริญเมือง เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี คุณนิตย์ วังวิวฒ ั น์, คุณจักรินทร์ วังวิวฒ ั น์ และคุณจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ พร้อมพนักงานให้ ต้อนรับอย่างอบอุ่น โชว์รมู สยามนิสสันสาขาเจริญเมือง เป็น แหล่งรองรับการจ�ำหน่ายรถยนต์นงั่ และบริการ รถเก๋ง ด้วยความสะดวกสบายเป็นหลัก พร้อม บริ ก ารซ่ อ มสี แ ละตั ว ถั ง ที่ ทั น สมั ย เป็ น ศู น ย์ บริการที่ได้มาตรฐานครบวงจร

ร้าน กู๊ดแฮนดส์ ผลิตและจ�ำหน่ายกระเป๋าผ้าชนเผ่า เย็บประกอบหนัง 149/7 หมู่ 2 อ�ำเภอสันก�ำแพง จังหวัด เชียงใหม่ 50130 E-mail : goodhands@gmail.com

BAAN TEPA บ้านพัก เกสเฮาท์ โฮสเตล 245/1 ซอย 9 ถนนศรีอยุธยา ดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร 10300 โทรศัพท์ 08 6868-0685, 08 9745-5094, 02 281-4332 โทรสาร 02 281-4332 E-mail : info@baantepa.com


12

NewUpdate

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

สวนเฉลิมพระเกียรติกจิ กรรมแน่นตลอดปี

เผยงานพืชสวนโลก’54ประสบความส�ำเร็จ นักเทีย่ วทะลุเป้า2.4ล้านคน เปิดตัวให้เข้าชมอีกครัง้ 6 เม.ย.55 พร้อมอัดฉีดกิจกรรมตลอดปี เน้นพัฒนา เป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร-แหล่งท่องเที่ยว ระดับนานาชาติ นางทัศนีย์ ศรีมงคล ผู้อ�ำนวยการ อุทยานหลวง ราชพฤกษ์ เปิดเผยว่า การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก เฉลิมพระเกียรติฯ 2554 เสร็จสิ้นแล้ว ถือว่าประสบความ ส�ำเร็จด้วยดี มีนกั ท่องเทีย่ วเข้าชมงานถึง 2.4 ล้านคน เกิน เป้าหมายที่ก�ำหนดไว้ 2 ล้านคน และหลังจากนี้ ทางกรม

วิชาการเกษตรจะส่งมอบพื้นที่คืนมาให้ทางอุทยานหลวง ราชพฤกษ์เป็นผูบ้ ริหารจัดการดูแลเหมือนเดิม จึงจะมีการ ปิดพื้นที่ชั่วคราว เพื่อท�ำการฟื้นฟู เปิดพื้นที่ให้นักท่อง เที่ยวเข้ามาชมอีกครั้งตั้งแต่ 6 เมษายน 2555 เป็นต้น ไป เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาชมกันอีกครั้ง ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00น.ทุกวัน โดยคิดอัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่คนละ 50 บาท และเด็กคนละ 25 บาท และมีให้บริการส�ำหรับ หมู่คณะในราคาพิเศษ และราคาเป็นสมาชิกรายปี 400 บาท ไม่จ�ำกัดการเข้าชมด้วย ส�ำหรับแผนการบริหารจัดการในช่วงต่อไป นาง ทัศนีย์ กล่าวว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณจากรัฐบาล และรายได้ของอุทยานฯ เข้ามาดูแลพื้นที่สวนทั้งหมดตลอดระยะเวลา 6 เดือนหลัง จากนี ้ ทุกอย่างจะยังมีสภาพเหมือนเดิมทัง้ สวนนานาชาติ และสวนเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนการจัดนิทรรศการตาม ความเหมาะสม เพียงแต่จะตัดในส่วนของการแสดงแสง สีเสียง และกระเช้าราชพฤกษ์ลอยฟ้าออกไป “ส่วนในปีงบประมาณ 2556 คาดว่าจะใช้งบ ประมาณราว 90 ล้านบาทตลอดทั้งปี โดยหลังจากนี้ไป จะใช้ชื่อ “อุทยานราชพฤกษ์” ท�ำการประชาสัมพันธ์ให้ ประชาชนได้รู้จักมากขึ้น และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ทางด้านเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ซึ่ง ตั้งแต่ปี 2552เป็นต้นมา มีประชาชนและเยาวชนเข้ามา ในพื้นที่ไม่ต�่ำกว่าปีละ10,000 คน” นางทัศนีย์ กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้ ทางอุทยานฯได้

เตรียมจัดกิจกรรมไว้ตลอดทัง้ ปี เช่น ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะจัดงานอลังการปีใหม่เมือง ดอกเอือ้ งงาม ในวันที่ 11-18 เมษายน 2555 หลังจากนัน้ จะจัดงานเทศกาลท่องเทีย่ วไทย โดยเชิ ญ ผู ้ ป ระกอบการด้ า นท่ อ งเที่ ย วมาจั ด บู ธ ประชาสัมพันธ์ ในวันที่ 3-7 พฤษภาคม 2555 เนื่องจาก ในเดือนดังกล่าว ทางสหประชาชาติจะมาจัดงานเกี่ยวกับ การท่องเที่ยวโลกที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ด้วย ถัดไปใน วันที่ 1-10 มิถุนายน 2555 จะจัดงาน “มหัศจรรย์พรรณ ไม้และงานวันต้นไม้แห่งชาติ” ส่วนช่วงวันที่ 26 กรกฎาคม - 19 สิงหาคม 2555 จะจัดงานชมดอกปทุมมา ขณะนี้ ได้เลือกเอาหัวพันธุ์ดอกปทุมมาไว้แล้วหลายหมื่นหัว โดย จะท�ำเป็นทุ่งดอกปทุมมาพร้อมการจัดแสดงนิทรรศการ

นอกจากนี้ ในเดือนต่อๆไปจะมีการจัดค่ายการ เรียนรู้เกี่ยวกับต้นยางพาราและประโยชน์จากยางพารา กิจกรรมดูนกในสวน กิจกรรมชมป่าเขตร้อนศึกษาพรรณ ไม้และต้นไม้, งานเกษตรแฟร์ และในช่วงเดือนธันวาคม 2555-กุมภาพันธ์ 2556 จะจัดงานเทศกาลดอกไม้บาน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจ�ำทุกปี ในปี 2554 มีผู้เข้าชมงานมาก ถึง 300,000 คน จึงถือว่าหลังจากนี้ไป จังหวัดเชียงใหม่จะมีแหล่ง ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่ไม่เป็นแต่เป็นแหล่งสร้างองค์ความ รู้ทางด้านพืชสวนแล้ว ยังได้เข้ามาชมความสวยงามของ พืชพรรณไม้ที่สวยงาม และหาชมได้ยากภายในบริเวณ เดียวกัน

เปิดบินตรงเชียงใหม่-มาเก๊า

หอฯเชียงใหม่

ยกระดั บ ศู น ย์ ก ลางการบิ น เชื่อมการค้ายอร์คยาการ์ตาสู่กลุ่มประเทศ GMS ผู้ว่าราชการจังหวัดยอร์คยาการ์ตา สาธารณรัฐ อินโนเซีย น�ำโดย Sri Sultan Hmengkubuwono X ผู้ว่า ราชการจังหวัดยอร์คยาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย พร้อมคณะ เข้าเยีย่ มหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เพือ่ หารือ ในประเด็นต่างๆ เพื่อสานสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องให้ แน่นแฟ้นยิง่ ขึน้ ในการนีม้ คี ณะกรรมการหอการค้าจังหวัด เชียงใหม่ น�ำโดย นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานฯ พร้อมทั้งนักธุรกิจรุ่นใหม่รุ่นที่ 1 ให้การต้อนรับคณะผู้ เข้าเยี่ยมอย่างอบอุ่น ณ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงการมาเยีย่ มเยือนของคณะยอร์ค ยาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซียอินโดนีเซียว่า ยอร์คยา การ์ตา เป็นเหมือนเมืองพี่เมืองเมืองน้องที่มีความเชื่อม โยงกันกับประเทศไทย เป็นเมืองที่มีความคล้ายคลึงกับ ภาคเหนือมาก ทั้งเป็นเมืองของการท่องเที่ยวและเป็น เมืองทีม่ ภี าคของการเกษตร ทัง้ มีนสิ ยั เหมือนคนเชียงใหม่ ในการเปิดกว้างส�ำหรับชาติอื่น “การมาเยี่ ย มเยื อ นของคณะยอร์ ค ยาการ์ ต า ครั้งนี้ นอกจากมาเชิญชวนให้เราไปร่วมงานเอ็กซ์โปร์ที่ อินโดนีเซียแล้ว ยังเชิญชวนให้ไปเยี่ยมเยือนเมืองยอร์ค ยากาตาร์ด้วย อีกทั้งได้กล่าวถึงความมีศักยภาพหลาย ด้านของอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีประชากร กว่า 200 ล้านคน และเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุด

ความส�ำคัญที่สามารถเชื่อมโยงกับจังหวัดเชียงใหม่ คือ เป็นประเทศที่เราส่งออกล�ำไยเป็นอับดับสอง รองจาก ประเทศจีน เป็นเมืองที่มีบุโรพุทโธเป็นฐานการท่อง เที่ยวที่ส�ำคัญอีกด้วย” ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีก ว่า ความน่าสนใจอีกประการคือจังหวัดเชียงใหม่น่าจะ ใช้โอกาสทางด้านการค้าการลงทุนนี้น�ำล�ำไยซึ่งเป็น ผลผลิตที่ส�ำคัญของเชียงใหม่ไปแลกกับผลสละของทาง อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสละชั้นเลิศน�ำมาขายในบ้านเรา เป็น การแลกเปลี่ยนทางการค้าที่น่าสนใจ อีกประการคือ ประเทศอินโดนีเซียส่วนมากนับถืออิสลาม และจังหวัด เชียงใหม่มีชุมชนอิสลามที่มีความเข้มแข็ง ที่เราผลักดัน เรื่องอาหารฮาลาล เพื่อน�ำไปจ�ำหน่ายในประเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักในอนาคตของ เชียงใหม่ และอินโดนีเซียเองมีความต้องการทีจ่ ะมาเชือ่ ม โยงกับเชียงใหม่ในฐานะ Sister city เพราะเห็นศักยภาพ ของเชียงใหม่ในการเชือ่ มโยงกับประเทศพม่า จีนยูนนาน ในอนาคต ซึง่ เป็นการด�ำเนินงานของหอการค้าฯโดยตรง ในด้านการเชื่อมโยง GMS และอินโดนีเซียเริ่มให้ความ ส�ำคัญเนื่องจากเห็นถึงศักยภาพ ท�ำเลที่ตั้งของเชียงใหม่ ที่มีความใกล้ชิดกับประเทศกลุ่ม GMS มากขึ้น ซึ่งน่า จะเป็นโอกาสที่ดีที่จะมีการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ อินโดนีเซีย และกลุ่มประเทศ GMS

แอร์เอเชีย” เปิดเส้นทางบินใหม่ เชียงใหม่มาเก๊า ดีเดย์ 22 พ.ค.นี้ หวังแลกเปลีย่ นนักท่องเทีย่ ว ระหว่าง 2 เมือง มัน่ ใจยอดผูโ้ ดยสารไม่ตำ�่ กว่า 90% พร้อมเล็งเพิ่มเที่ยวบินในอีก 6 เดือน นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า สายการบินไทยแอร์ เอเชียใช้จ.เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการบิน มาตัง้ แต่ ม.ค. ปี 2554 และได้เปิดเทีย่ วบินในเส้นทางทีไ่ ม่มสี ายการบิน ใดเคยเปิดมาก่อนเพือ่ ท�ำให้การเดินทางสะดวก ง่าย และ รวดเร็วมากยิง่ ขึน้ มีการเดินทางเพียงต่อเดียว เช่น เส้นทาง เชียงใหม่-หาดใหญ่ เชียงใหม่ - ภูเก็ต ฯลฯ ส่วนเส้นทางเชียงใหม่ -มาเก๊า เป็นจุดหมายปลาย ทางใหม่อีกเส้นทางที่มีศักยภาพเพราะมาเก๊ามีนักท่อง เทีย่ วจากจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางมาปีละไม่ตำ�่ กว่า 15 - 20 ล้านคน นักท่องเที่ยวจีนไม่ต้องขอวีซ่าก็เดินทางมาที่ มาเก๊าได้แต่มีเงื่อนไขอยู่ได้ 14 วัน และต้องเดินทางไป ประเทศที่ 3 ต่อและย้อนกลับมาที่มาเก๊าได้ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปมาเก๊ายังสามารถเดินทางต่อ ไปยังเกาะฮ่องกงโดยนั่งเรือเฟอร์รี่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง เท่านั้น หรือเดินทางต่อไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ นับเป็น อีกจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพซึ่งแอร์เอเชียมุ่งหวัง ส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของทั้ง 2 เมือง นายทัศพล กล่าวว่า แอร์เอเชียจะเปิดเที่ยวบิน ปฐมฤกษ์เชียงใหม่-มาเก๊า วันละ 1 ไฟล์ ในวันที่ 22 พ.ค.

2555 นี้ เบื้องต้นได้จัดโปรโมชั่นราคาประหยัด ราคา รวมทุกอย่างเพียง 1,490 บาทต่อเทีย่ ว เริม่ เปิดให้สำ� รอง ที่นั่งได้ตั้งแต่วันที่ 22-25 มี.ค.นี้เท่านั้น และเดินทาง ตัง้ แต่ 22 พ.ค. 2555 - 31 ม.ค. 2556 ส�ำหรับเป้าหมาย คาดว่าจะมีจ�ำนวนผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวบินไม่ต�่ำกว่า 90% และภายในระยะเวลา 6 เดือนแอร์เอเชียคาดว่า จะเพิ่มจ�ำนวนเที่ยวบินเพื่อรองรับความต้องการของผู้ โดยสารที่เพิ่มขึ้นในเส้นทางนี้ได้ ส�ำหรับเส้นทางเชียงใหม่-สิงคโปร์ ที่หยุดบินไป เมือ่ เร็วๆนี ้ แม้วา่ เส้นทางดังกล่าวได้รบั การตอบรับจากผู้ โดยสารดีไม่ขาดทุน แต่แอร์เอเชียต้องการขยายตลาด การบินที่มีโอกาสมากกว่านี้ เนื่องจากสิงคโปร์มีจ�ำนวน ประชากรเพียง 5 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับประชากร ของจีน จึงไม่มโี อกาสทีจ่ ะเพิม่ เทีย่ วบินจากวันละ 1 ไฟล์ท เป็น 2 ไฟล์ได้แอร์เอเชียจึงปรีบเส้นทางใหม่คอื เชียงใหม่มาเก๊า ซึ่งถือเป็นประตูสู่จีนแผ่นดินใหญ่ ดร.จู้ เหว่ย หมิง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ประจ�ำเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันมีนัก ท่องเทีย่ วจีนเดินทางมาประเทศไทยปีละ 1.5 ล้านคน แต่ เดินทางมาเชียงใหม่เพียง 2 - 3% เท่านั้น หากปี 2554 ไม่เกิดอุทกภัยขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2554 นักท่อง เที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านคน คาดว่าในปี 2555 นี้เมื่อ แอร์เอเชียเปิดเทีย่ วบินตรงเชียงใหม่-มาเก๊า นักท่องเทีย่ ว จีนที่เดินทางมาจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านคน


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

บทความ

รู้จักปีใหม่เมือง สงกรานต์ล้านนา ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีส�ำคัญของ ชาวเหนือ หรือชาวล้านนา อันสืบเนือ่ งมากจากอดีตกาล ที่จะยึดถือเป็นช่วงเปลี่ยนศักราชใหม่ โดยก�ำหนดจุด ทีพ่ ระอาทิตย์ยา้ ยจากราศีมนี เข้าสูร่ าศีเมษ ซึง่ มักจะตรง กับวันที่ 13 เมษายน หรือ 14 เมษายนของแต่ละปี อย่างไรก็ตามประเพณีปีใหม่เมืองจะกินเวลาประมาณ 4-7 วันยาวนานกว่าสงกรานต์ของภาคอืน่ ๆ โดยจะเริม่ ตั้งแต่วันสังขารล่อง วันเนา วันพญาวัน วันปากปี หรือ บางท้องที่ก็ไปจบที่วันปากเดือน หรือวันปากวัน ข้อมูลจากหนังสือ “องค์ความรูป้ ระเพณีปใี หม่เมือง” (2549) ของโรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ระบุว่า ปีใหม่ เมืองมีความส�ำคัญต่อคนล้านนา ในฐานะ 1. เป็นการเปลีย่ นปี คนเมืองจะนับปีตามปีใหม่เมือง พอถึงปีใหม่จะกลายเป็นอีกปีหนึ่งไม่ใช่ปีเดิม อายุของเราจะ เพิ่มขึ้นอีกปี 2. เป็นการเตือนตน และส�ำรวจตรวจสอบตนเอง เพราะการที่อายุเพิ่มขึ้นจะเป็นการย�้ำเตือนให้คนเมืองรู้ถึง การเปลี่ยนแปลงของวัน วัย และสังขาร นั้นคืออนิจจัง ทุกข์ ขัง อนัตตา 3. เป็นการช�ำระสะสางสิ่งที่ไม่ดี ปีใหม่เมืองเป็นช่วง โอกาสทีค่ นเมืองได้สำ� รวจตรวจสอบสิง่ ต่างๆ ทีล่ ว่ งมา เมือ่ พบ ข้อบกพร่องก็มักจะตั้งจิตตั้งใจสะสางสิ่งที่ไม่ดีไม่งามออกไป อันใดทีร่ า้ ยก็ขอให้ดบั ไปกับไฟ ไหลไปกับน�ำ ้ ล่องไปกับสังขาร 4. เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ปีใหม่เมืองมี สิ่งที่เกิดขึ้นมากมายหลายประการ ทั้งที่เป็นวัตถุและความ เคลื่อนไหว เช่น เสื้อผ้า ข้าวของ มีความคึกคักเคลื่อนไหว ในการต้อนรับปีใหม่ จะเกิดการตั้งใจใหม่ ความหวังใหม่ และพยายามใหม่ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามกิจกรรมของคนเมืองในช่วงปีใหม่เมือง อาจสรุปได้พอสังเขปดังนี้ วันสังขารล่อง วันสังขารล่อง หรือสงกรานต์ล่อง หรือสังขานต์ลอ่ ง ถือเป็นวันส่งท้ายศักราชเก่า คนเมืองจะตืน่ แต่เช้าเป็นพิเศษ ก่อนตีนฟ้ายก เช้ามืดจะมีการยิงปืน จุดประทัด เพือ่ ไล่สงิ่ ทีไ่ ม่ดไี ปกับสังกรานต์ สายๆ จะท�ำความสะอาดบ้าน เรือน บ่าย ช�ำระล้างร่างกายให้สะอาด แต่ตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่ วันเนา หรือวันเน่า เป็นวันที่พระอาทิตย์เนาอยู่ ระหว่างราศีมีนกับราศีเมษ ในทางทางโหราศาสตร์ คือไม่ดี ไม่ส่งเสริมสิริมงคล วันนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ ตั้งแต่เช้ามืด

เป็นวันจับจ่ายซื้อของจ�ำเป็นต้องใช้ในประเพณีปีใหม่ มีการ เตรียมอาหารคาวหวาน เช่น ขนมจ็อก ห่อนึง่ แกงฮังเล หรืออืน่ ๆ เพื่อจะเอาเป็นท�ำบุญที่วัดในวันพญาวัน และเอาไปด�ำหัว ผูใ้ หญ่ ช่วงสายๆ จะไปชุมนุมกันเพือ่ เล่นน�ำ้ ปีใหม่ ทีส่ ำ� คัญมาก ของวันนี้ คือ เป็นวันขนทรายเข้าวัด เพือ่ เป็นการก่อพระเจดีย์ ทราย ขนมทีน่ ยิ มท�ำกันในช่วงปีใหม่ได้แก่ ขนมจ็อก ขนมชัน้ ขนมเกลือ ขนมตายลืม ขนมลิ้นหมา ขนมวง และขนมกล้วย วันพญาวันหรือพระญาวัน เป็นวันทีม่ คี วามหมาย ต่อคนเมืองมาก เป็นวันยอดม้อน เป็นวันที่ดีที่สุดในรอบ ปี มีกิจกรรมตามความเชื่อในวิถีชีวิต ความเชื่อในพิธีกรรม ไสยศาสตร์ เช่นการเลีย้ งผีครู การน�ำเครือ่ งรางมาล้างน�ำสิง่ ที่ ไม่ดอี อกไป การสักคาถา ยันต์ตา่ งๆ ตามร่างกาย ถือเป็นการ เพิ่มความขลัง วันนี้เป็นวันที่มีการท�ำบุญทางศาสนาตั้งแต่ เช้าตรู่ มีการถวายภัตตาหารให้กบั คนตาย ทีเ่ รียกว่า ทานขัน ข้าว ทานตุง หรือถวายตุงปักเจดีย์ทราย ด�ำหัว คารวะผู้ใหญ่ การสรงน�้ำพระธาตุ พระสถูปเจดีย์ พระพุทธรูป การทานไม้ ค�ำ้ สะหลี หรือไม้คำ�้ โพธิ์ ซึง่ เชือ่ ว่าเป็นการค�ำ้ จุนพระศาสนา มี การท�ำบุญใจบ้าน คือบริเวณทีต่ งั้ ของเสาบ้าน หรือ สะดือบ้าน วันปากปี กิจกรรมเริม่ ทีว่ ดั ของแต่ละหมูบ่ า้ น มีการ บูชาข้าวลดเคราะห์ ช่วงสายเป็นการท�ำพิธีส่งเคราะห์บ้าน และสืบชะตาบ้าน กระท�ำที่กลางหมู่บ้าน ในช่วงสายๆ 8-9 โมงเป็นต้นไป ช่วงค�่ำ กระท�ำที่บ้านเรือนของตน มีการจุด เทียนบูชาบ้านเรือน หรือเรียกว่าต๋ามเตียนปู่จาพระเจ้า ใช้ เทียนสามเล่ม คือเทียนบูชาลดเคราะห์ เทียนบูชาสืบชะตา และเทียนบูชาโชคลาภ บาง ท้องถิ่นจะมีการต๋ามขี้สายเท่า อายุ (การจุดเส้นไฟเท่าจ�ำนวนอายุ) วันปากเดือน และวันปากวัน ดังที่กล่าวแล้วว่า กิจกรรมของคนเมืองในห้วงเวลาปีใหม่เมืองนัน้ มีมาก เพราะ เป็นช่วงเวลาที่ส�ำคัญที่สุดในรอบปี ล�ำพังเฉพาะการด�ำหัว อย่างเดียวไม่อาจกระท�ำให้จบสิ้นได้ภายในวันเดียว ดังนั้น จึงมีวันปากปีเพิ่มขึ้นมาเพื่อจะได้ไปด�ำหัวผู้ใหญ่ที่เราเคารพ นับถือให้ครบถ้วน แต่กระนั้นเมื่อเพิ่มวันปากปีก็อาจไม่พอ จึงต้องเพิ่มวันปากเดือนและวันปากวันเข้ามาด้วย อย่างไรก็ตามกิจกรรมในวันปากเดือนและปากวัน คือการเดินทางไปด�ำหัวเพียงอย่างเดียว ไม่มีพิธีกรรมอื่นๆ โดยหลังจากวันปากปีกจิ กรรมของคนเมืองในประเพณีปใี หม่ ก็จะเริม่ จางลงไปเรือ่ ยๆ ชีวติ ปกติเริม่ ต้นขึน้ ปีใหม่ผา่ นไปแล้ว แต่ทิ้งรอยจดจ�ำร�ำลึกไปอีกนาน

13


14

NewsUpdate

เชียงใหม่สร้างสรรค์ขานรับโมเดลไตรภาคี เกาะติด Mega Trend

ซีอีโอ อุทยานวิทยาศาสตร์เก่าแก่ที่สุดของ อเมริกา เผยเคล็ดลับประสบความส�ำเร็จเน้นด�ำเนิน งาน 3 ด้านพร้อมร่วมมือรัฐ เอกชน และสถาบัน การศึกษา หอเชียงใหม่รับแนวคิดสานต่อผลักดัน เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุทยานวิทยาศาสตร์ ผศ.ดร.ณัฐ วรยศ ประธานคณะกรรมการเชียงใหม่ เมืองสร้างสรรค์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ เชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ครัง้ ล่าสุด ซึง่ ได้เชิญนายชาร์ลส เอ. เฮย์ส (Mr.Charles A.Hayes) ประธาน Research Triangle Regional Partnership (RTRP) บรรยายพิเศษ “การพัฒนาเศรษฐกิจภูมภิ าค : บทบาทของความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐและเอชนอุทยานการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาภูมิภาคและเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขัน” โดยได้รบั ความร่วมมือจาก สถานเอกอัครราชฑูต สหรัฐอเมริกาประจ�ำประเทศไทยและสถานกงสุลใหญ่ สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ นายชาร์ลส เอ. เฮย์ส กล่าวว่า Research Triangle Park (RTP) หรือเขตวิจัยไตรภาคีได้ริเริ่มรูป แบบใหม่ในการวิจยั และพัฒนาด้วยการสร้างอุทยานวิจยั แห่งแรกของมลรัฐนอร์ธแคโรไลนา ขึ้นเมื่อปี 2502 มุ่ง เน้นความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัย บริษัทธุรกิจและ ภาครัฐ ท�ำให้เกิดแบบจ�ำลอง ใหม่ที่ภายหลังมีการน�ำ ไปใช้ทั่วโลก “เขตวิจยั ไตรภาคีเป็นหนึง่ ในอุทยานวิทยาศาสตร์ ที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ มีพนื้ ทีก่ ว่า 20,000 ไร่ เป็นทีต่ งั้ ของบริษทั กว่า 170 แห่ง เช่น ไอบีเอ็ม เลอโนโว เอชทีซี เรฟลอน แบงค์ ออฟ อเมริกา อะยิโนโมโต๊ะ ฯลฯ มี พนักงานที่มีความรู้กว่า 38,000 คน โดย 80% ของงานถือเป็นบริษัทข้ามชาติ ถือเป็นศูนย์การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงที่ส�ำคัญ ที่สุดของโลก ซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจส�ำหรับภูมิภาคนี้ “ นายชาร์ลส เอ. เฮย์ส กล่าวว่า นอกจากนีเ้ ขตวิจยั ไตรภาคี ยังเป็นแม่แบบในด้านนวัตกรรม การศึกษา และ การพั ฒ นาเศรษฐกิ จที่ มี ก ารน�ำไปประยุกต์ใช้ทั่ว โลก และเป็นที่พ�ำนักของผู้ได้รับรางวัลโนเบลและพูลิตเซอร์ ตลอดจนรางวัล U.S. Presidential Award และรางวัล National Science Foundation Awards ทัง้ นี้ การค้นพบ ส�ำคัญๆ หลายประการ เช่น การประดิษฐ์รหัสผลิตภัณฑ์

สากล (ซีพียู) และเทคโนโลยีคลื่นเสียงความ ถี่สูงสาม มิติ ก็ได้รับอิทธิพลจากนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่ ท�ำงานที่นี่ด้วย ส�ำหรับสิ่งที่ท�ำให้เขตวิจัยไตรภาคี ประสบความ ส�ำเร็จคือเศรษฐกิจมีความแข็งแรง มีความหลากหลาย มาก คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่สูง พร้อมกับมีทรัพยากร ธรรมชาติ ภูมิประเทศ และ ภูมิอากาศที่ดี และโดย เฉพาะคนมีความรูส้ งู มาจากทัง้ ในภูมภิ าคและจากทัว่ โลก นอกจากนี้ ในภูมิภาคกว่า 50% ของคนมีการศึกษาสูง และในพื้นที่ยังมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านงานวิจัย กว่า 3 แห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยธุรกิจและวิศวกรรม แต่ละปีจะมีนักเรียนกว่า 150,000 คน และจบการศึกษา ปีละ 22,000 คน นายชาร์ลส เอ. เฮย์ส กล่าวต่อว่า ส�ำหรับกลยุทธ์ ของเขตวิจัยไตรภาคีที่ใช้ด�ำเนินการจะเน้นใน 3 ด้าน คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ความร่วมมือในส่วนภูมิภาค และการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจ โดยมีการประสาน ความร่วมมือกับ 3 ฝ่าย คือรัฐบาล เอกชน และการ ศึกษา ผนวกเข้าไว้ด้วยกัน เป้าหมายหลักก็เพื่อดึงศักย ภาพใหม่ๆ เข้ามาในชุมชนเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่าง ยั่งยืน นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่ากรรมการบริหารหอการค้าฯ มีโอกาสดีได้เข้าพบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ นาย ชาร์ลส เอ. เฮย์ส พร้อมกับน�ำกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ ผ่านการอบรมความรู้ในการบริหารธุรกิจสมัยใหม่เข้า พบด้วย เพื่อขอทราบแนวทางในการพัฒนาเชียงใหม่ให้ เป็นเมืองเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และเป็นเมืองอุทยาน วิทยาศาสตร์ในอนาคต ซึ่งนายชาร์ลส เอ. เฮย์ส เน้นถึง ปัจจัยแห่งความส�ำเร็จว่าจะต้องมีการประสานงานอย่าง แน่นแฟ้นระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาค ธุรกิจ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะตัวแทนภาค ธุรกิจจะน�ำแนวทางทีไ่ ด้ไปใช้ในการผลักดันทุกโครงการ ให้ประสบความส�ำเร็จและแก้ไขช่องว่างความเข้าใจของ แต่ละภาคส่วนให้ดีขึ้น เชื่อว่าทั้งโครงการเชียงใหม่เมือง สร้างสรรค์ และโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ทมี่ กี ำ� หนด เสร็จสมบูรณ์กลางปี2556จะได้รับความร่วมมือจากทุก ฝ่ายอย่างดี

เวที “ผนึกก�ำลังจัดการไฟป่าหมอกควันอย่าง ยัง่ ยืน” นายกเล็กฯ ชี้ จยย.ทีม่ มี ากกว่า 1.3 ล้านคัน - รถยนต์ อีก 4 แสนคัน ปัจจัยเสริมเพิม่ หมอกควันในตัวเมือง ส่งรถ ดับเพลิงฉีดพ่นละอองน�ำ้ ช่วยบรรเทา ส่วนนักวิชาการ มช. เผยการขยายพืน้ ทีป่ ลูกข้าวโพดเลีย้ งสัตว์หนุนปัญหาหมอก ควันรุนแรง สภาพัฒนาเมืองแจ่ม ระบุชาวบ้านไม่มีทาง เลือกต้องปลูกข้าวโพด เหตุปลูก 3 เดือน มีเงินใช้ยาวถึง 9 เดือน หอเชียงใหม่ตั้งกรรมการรับมือ นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนคร เชียงใหม่ กล่าวในเวทีเสวนาเรือ่ ง “ผนึกก�ำลังจัดการไฟป่า หมอกควันอย่างยัง่ ยืน” ว่า ต้องยอมรับว่าปัญหาหมอกควัน จากนอกพืน้ ทีท่ ลี่ อยมาเทศบาลฯไม่สามารถแก้ไขได้ แต่สาเหตุ

ผศ.ดร.สุทธินี ดนตรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหมอกควันต้องแก้ ที่ต้นเหตุ สภาพหมอกควันเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ต่างกัน ตัง้ แต่เดือนธันวาคม จนถึงเมษายน โดยช่วงเดือนธันวาคมมกราคม เป็นการเผาพื้นที่เกษตรในที่ราบ กุมภาพันธ์ เป็นการชิงเผาเพือ่ ท�ำแนวกันไฟ มีนาคม-เมษายนเป็นการ เผาป่าเพือ่ หาของป่าและเตรียมพืน้ ทีป่ ลูกพืชไร่ โดยเฉพาะ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกกันมากใน ภาคเหนือ รวมทั้งในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ขณะที่ ในตั ว เมื อ งมี ป ั จ จั ย เสริ ม จากปริ ม าณรถยนต์ แ ละรถ จักรยานยนต์ที่มีจ�ำนวนมาก ทั้งนี้ การที่ไม่สามารถแก้ปัญหาหมอกควันได้อยู่

ส�ำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่อม (สสว.) ร่วมกับ ศูนย์เตือนภัยธุรกิจ ภาคเหนือ คณะ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาสถานการณ์ และแนวโน้มของธุรกิจท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนบน ในช่วงปลายปี 2554 โดยขอบเขตการศึกษามีพื้นที่เป้า หมายหลักคือ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีแหล่ง ท่องเที่ยวที่ส�ำคัญของภาคเหนือตอนบน มีชื่อเสียงเป็นที่ รูจ้ กั และได้รบั ความสนใจจากนักท่องเทีย่ วทัง้ ชาวไทยและ ต่างประเทศ มีความพร้อมของแหล่งท่องเทีย่ ว ทัง้ ทางด้าน ธรรมชาติอันงดงาม ด้านศิลปวัฒนธรรม และประเพณี

ในเขตชนบทและพืน้ ทีป่ า่ ทีถ่ กู บุกรุก เช่นในอ.แม่แจ่ม และ เชียงดาว ที่มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่อย่างมากจน ตรวจพบ Hot Spot เกิดขึ้นจ�ำนวนมาก การบุกรุกป่าเพื่อ ปลูกพืชไร่เป็นประเด็นที่ต้องเร่งแก้ไข ต้องยอมรับว่าเป็น ความจ�ำเป็นของชาวบ้านเพือ่ หารายได้มาจุนเจือครอบครัว จึงจ�ำเป็นต้องหาอะไรมาทดแทน นอกจากนี้ต้องเร่งปรับ เปลี่ยนทัศนคติและให้ชุมชนมีส่วนร่วมเพราะแต่ละพื้นที่ มีสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น ป่าสงวนในอ.แม่แจ่มที่ ปัจจุบนั ถูกบุกรุกและปรับพืน้ ทีป่ ลูกพืชไร่ คือ ข้าวโพดเลีย้ ง สัตว์ เนื่องจากท�ำได้ดีและเป็นพืชที่มีราคาสูงมีตลาดรับ ซื้อ ชาวบ้านจึงไม่มีทางเลือก การแก้ปัญหาต้องเลือกวิธี การที่เหมาะสมเพราะพื้นที่ดังกล่าวแตกต่างกับการบุกรุก ป่าที่อ.วังน�้ำเขียว ซึ่งมีกลุ่มนายทุนบุกรุกเข้าไปท�ำรีสอร์ท ต้องดูประเด็นเรื่องเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กัน “งานวิจัยที่เคยศึกษาไว้ใน อ.จอมทอง การแก้ ปัญหาระยะสั้นในส่วนของป่าไม้ที่เป็นป่าผลัดใบ คือ เน้น การลดปริมาณเชือ้ เพลิง ต้องยอมรับการชิงเผาเพือ่ ท�ำแนว

พระธาตุดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ ถนนคนเดิน ไนท์ บาซาร์ ร้านอาหารแบบล้านนา และบ้านถวาย แนวโน้มการท่องเที่ยว คาดการณ์ว่าหลังจากช่วง ต้นปี 2555 หรือหลังจากสถานการณ์อุทกภัยของประเทศ ภาครัฐบาลน่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศมาก ขึ้น ในจังหวัดเชียงใหม่มีการประชาสัมพันธ์เทศกาล สงกรานต์ทกี่ ำ� ลังจะมาถึง ซึง่ จะส่งผลดีตอ่ การท่องเทีย่ วของ เชียงใหม่ นอกจากนีก้ ารรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจมีแนวโน้ม ที่จะช่วยส่งผลให้การท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง ได้รบั ความนิยมมากขึน้ ธุรกิจทีพ่ กั และโรงแรม มีการส�ำรวจ และลงทุนในจังหวัดมากขึ้น ประกอบกับภาคเหนือมีเส้น ทางเชื่อมต่อกับหลายประเทศ ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการท่อง เที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ด้านการท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ

สถานการณ์และแนวโน้ม

ของธุรกิจท่องเทีย่ วจังหวัดเชียงใหม่

ที่เป็นเอกลักษณ์น่าประทับใจ และความพร้อมในเรื่อง สถานที่พักและบริการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ที่หลาก หลาย เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจานวนมากในแต่ละปี อ.ดร.ชัยวุฒิ ตั้งสมชัย ผู้อ�ำนวยการศูนย์เตือนภัย ธุรกิจ ภาคเหนือ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า จั ง หวั ด เชี ย งใหม่ มี อั ต ราการเติ บ โตทางเศรษฐกิ จ ด้ า น การท่องเที่ยว เพิ่มขึ้น ปัจจัยส�ำคัญ ได้แก่ การส่งเสริม และกระตุน้ การท่องเทีย่ วจากทางภาครัฐ นอกจากนีค้ วาม สวยงามของธรรมชาติ และประเพณีศิลปวัฒนธรรม เป็น ตัวกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทางท่องเที่ยวใน จังหวัดเชียงใหม่ รายได้ทั้งหมดที่เกิดจากการท่องเที่ยว ภายในจังหวัดเชียงใหม่เท่ากับ 39,507.03 ล้านบาท ใน ปี 2553 ความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ นักธุรกิจ และ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่พบว่า กลุ่ม นักท่องเทีย่ วของจังหวัดเชียงใหม่เป็นกลุม่ นักท่องเทีย่ วชาว ไทยที่มาจากภาคกลาง และกรุงเทพฯ เป็นหลัก ประมาณ ร้อยละ 70 และเป็นกลุม่ นักท่องเทีย่ วต่างประเทศทีม่ าจาก ทวีปยุโรปและเอเชีย ประมาณร้อยละ 30 เอกลักษณ์สำ� คัญ ของจังหวัดเชียงใหม่ได้แก่ วัฒนธรรม หรือ วิถีชีวิตล้าน นา และธรรมชาติ แบบ Soft Adventure เช่น ล่องแพ ปีนเขา แหล่งท่องเที่ยวส�ำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่

หอฯ ร่วมเวทีแก้ปัญหา หมอกควันคลุมเมือง

ทีเ่ กิดขึน้ ในพืน้ ที่ เช่น เศษใบไม้ เทศบาลฯได้สง่ เจ้าหน้าที่ ออกจัดเก็บเศษใบไม้เพื่อลดการเผาและน�ำไปท�ำปุ๋ยหมัก ส่วนฝุน่ ละอองและมลพิษทีเ่ กิดจากยานพาหนะ โดยเฉพาะ รถจักรยานยนต์ทมี่ มี ากถึง 1.3 ล้านคัน รถยนต์เกือบ 4 แสน คัน ได้สง่ รถบรรทุกน�ำ้ ออกฉีดพ่นละอองน�ำ้ เป็นประจ�ำโดย เฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน และเปิดน�้ำพุรอบคูเมือง ขณะที่ พื้นที่ก่อสร้างได้ขอความร่วมมือผู้รับเหมาหาผ้ามาคลุม และท�ำความสะอาดล้อรถบรรทุกเพื่อลดปริมาณฝุ่น นายวิทยา ครองทรัพย์ เลขาธิการ หอการค้าจังหวัด เชียงใหม่ กล่าวว่า ในฐานะภาคเอกชนหอการค้าฯ ห่วงใย ปัญหาทีเ่ กิดขึน้ เพราะนอกจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ ประชาชนยังกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตั้งคณะท�ำงานขึ้นมามีการประชุมกัน ทุกสัปดาห์เพือ่ รณรงค์ปรับเปลีย่ นพฤติกรรมโดยจะประชุม กันจนกว่าสถานการณ์หมอกควันจะดีขึ้น และหากเป็นไป ได้จะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหา หมอกควันในระยะยาวต่อไป

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

กันไฟ เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีสถานีป้องกันไฟป่ามาก ที่สุดถึง 12 สถานี แต่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ป่าไม้ทั้งหมด ที่มีโดยเฉพาะป่าสงวนเพราะมีข้อจ�ำนวนเรื่องงบประมาณ และก�ำลังคน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า 1 คนต้องดูแล พื้นที่ป่าถึง 6 พันไร่” ผศ.ดร.สุทธินี กล่าว นายเดโช ไชยทัพ โครงการความร่วมมือจัดการ ไฟป่าแบบผสมผสานลดปัญหาหมอกควัน มูลนิธเิ พือ่ การ พัฒนาทีย่ งั่ ยืนภาคเหนือ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มพี นื้ ที่ 13 ล้านไร่ เป็นพื้นที่อยู่อาศัย 3 ล้านไร่ และพื้นที่ป่า 10 ล้านไร่ มีไฟไหม้เกิดขึน้ เฉลีย่ ปีละ 2.5 - 3 ล้านไร่ ในจ�ำนวน นีเ้ ป็นไฟทีเ่ กิดขึน้ จากการเผาในพืน้ ทีเ่ กษตร 1 ล้านไร่ และ ในพื้นที่ป่า 2.5 ล้านไร่ ไฟป่าที่เกิดขึ้นเกิดในป่าเต็งรัง 9 แสนไร่ ป่าเบญจพรรณ 3 แสนไร่ ฯลฯ “ถ้าแต่ละหน่วยงานมีฐานข้อมูลเหล่านี้จะช่วยใน การวางแผนและบริหารจัดการเพือ่ แก้ไขปัญหาหมอกควัน ทีเ่ กิดขึน้ ได้ รวมทัง้ ลดความรุนแรงของไฟป่าทีเ่ กิดซึง่ ป่าไม้แต่ละ ประเภทไม่ควรใช้วธิ กี ารเดียวกันในการจัดการ” นายเดโช กล่าว

เพือ่ จัดประชุมสัมมนา ก็มแี นวโน้มทีจ่ ะเพิม่ ขึน้ ด้วยเช่นกัน สภาพปัญหาการท่องเที่ยว ได้แก่ การขาดแคลนด้าน บุคลากรทางด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะมัคคุเทศก์ การประชาสัมพันธ์เรื่องสถานที่ท่องเที่ยว เทศกาลหรือ งานกิจกรรมต่างๆ ไม่ต่อเนื่องและไม่มีการด�ำเนินการ อย่างจริงจัง รวมถึงการแข่งขันด้านราคาของที่พัก ท�ำให้มี การลดราคามากเกินไป ซึ่งท�ำให้เสียมาตรฐานด้านราคา ปัญหาเรื่องการคมนาคมที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ คนใน พื้นที่ไม่รักษาเอกลักษณ์ความเป็นล้านนาท�ำให้เสน่ห์ของ ความเป็นล้านนาเริ่มหายไป นอกจากนี้ปัญหาหมอกควัน ก็เป็นปัญหาที่ส�ำคัญ ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัด เชียงใหม่ คือการสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว โดย เฉพาะเรือ่ งความมัน่ คงและความปลอดภัย ซึง่ จะช่วยขยาย สัดส่วนของนักท่องเทีย่ วต่างประเทศให้เพิม่ ขึน้ รวมถึงควร มีการปรับปรุงเรื่องระบบการคมนาคม การปรับปรุงภูมิ ทัศน์และรักษาความเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ และควรมีการพัฒนาฝึกอบรบเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการการ ท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มศักยภาพของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ควร เตรียมความพร้อมในการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และสร้างความเชือ่ มโยงของนโยบายศูนย์ประชุมนานาชาติ กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ เพื่อผลักดัน เศรษฐกิจของเชียงใหม่และของประเทศ นายอุทิศ สมบัติ ประธานสภาพัฒนาเมืองแจ่ม กล่าวว่า ชาวบ้านในชนบทมีอาชีพท�ำไร่ท�ำนาการเผามี มาตั้งแต่อดีต แต่ในอดีตที่ผ่านมาผู้คนมีน้อยและการเผา ก็แตกต่างกับปัจจุบันมาก เพราะในอดีตการเผามีจารีต และวัฒนธรรมเป็นตัวก�ำหนด เป็นการเผาเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ปัจจุบันเป็นการเผาป่าเพื่อตอบสนองการบริโภคนิยม โดยมีเงินเป็นตัวก�ำหนด ขณะทีป่ า่ มีจำ� นวนเท่าเดิมแต่คน ที่เผาป่ามีจ�ำนวนเพิ่มขึ้น ทางออกในการแก้ปัญหาไม่มี สูตรส�ำเร็จและไฟป่าทีเ่ กิดขึน้ ในปัจจุบนั มาจากฝีมอื มนุษย์ ดังนั้นทางออกจึงต้องแก้แบบองค์รวมโดยเปิดโอกาสให้ ชุมชนและท้องถิน่ มีสว่ นร่วม สาเหตุทกี ารแก้ปญ ั หาหมอก ควันล้มเหลวเพราะตัง้ ให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึง่ ดูแล “ชาวบ้านไม่ได้อยากปลูกข่าวโพดแต่ไม่มีทาง เลือกอืน่ หากต้องการแก้ปญ ั หาต้องมีการก�ำหนดพืน้ ทีแ่ ละ ดึงเอกชนที่เข้ามาส่งเสริมชาวบ้านปลูกข้าวโพดมีส่วนร่วม รับผิดชอบ การท�ำไร่ขา้ วโพดของชาวบ้านใช้เวลา 2 - 3 เดือน แต่กนิ ไปได้ยาวถึง 8 -9 เดือน ต้องยอมรับว่าชาวบ้านใน ชนบทมีคา่ ใช้จา่ ยไม่แตกต่างกับผูค้ นในเมือง หากไม่ตอ้ งการ ให้คนในชนบทท�ำลายป่าก็ต้องมีทางเลือกให้เขา” นาย อุทิศกล่าว


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

15


16 สารภาษี

The Chamber Forum

ทรรศนะวิจารณ์

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

บทความธปท. ปัจจุบนั คูค่ า้ ของจีน ทีม่ กี ารช�ำระเงินหยวนมาก คือ ฮ่องกง เนือ่ งจากทางการจีนต้องการผลักดันให้ฮอ่ งกงเป็น ศูนย์กลางตลาดเงินหยวนในต่างประเทศ (Offshore) จึง มีธุรกรรมการค้าด้วยเงินหยวนมาก ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม พม่า และรัสเซีย ที่มีการช�ำระเงินหยวน จ�ำนวนมากนัน้ เนือ่ งจากทางการจีนอนุญาตให้ประเทศทีม่ ี ชายแดนติดกับจีนสามารถท�ำการค้าด้วยเงินหยวนได้ตงั้ แต่

“บาท-หยวน”

มักจะมีบญ ั ชีเงินดอลลาร์ สรอ. จึงไม่อยากเปลีย่ นไปท�ำการ ค้าด้วยสกุลเงินอื่น 5) ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีพอ รวมทั้งขาด ความชัดเจนในวิธีปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ไทย ท�ำให้ ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ไม่ทราบกฎระเบียบ และวิธี ปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์ไทยและหน่วยงานภาครัฐ ทีเ่ กีย่ วข้องจึงควรร่วมกันประชาสัมพันธ์การให้บริการช�ำระ เงินสกุลหยวน/บาท เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบ การไทยได้ทราบกฎระเบียบ รวมทั้งประโยชน์ทั้งในด้าน ต่างๆ และข้อพึงปฏิบัติ

ทางเลือกในการช�ำระเงินระหว่างไทยกับจีน (ตอนที่ 2)

ปี 2536 เป็นต้นมา (โดยไม่ต้องตรวจสอบรายชื่อ) ท�ำให้ ได้เปรียบประเทศอืน่ ๆ ทีเ่ พิง่ เปิดรับช�ำระเงินหยวนและยัง มีอุปสรรคต้องตรวจสอบรายชื่อบริษัทคู่ค้า อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2555 ทางการจีนประกาศอนุญาตให้ มณฑลต่างๆ สามารถพิจารณารายชื่อได้เองแล้ว ปัจจุบนั ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน ในมิตกิ าร ค้านั้น จีน (รวมฮ่องกง) ถือเป็นคู่ค้าส�ำคัญที่สุดของไทย ขณะที่ในมิติของการช�ำระเงินจีนก�ำลังผลักดันให้หลายๆ ประเทศรวมทัง้ ไทยหันมาใช้สกุลเงินหยวนมากขึน้ จะเห็น บทบาทของธนาคารแห่ ง ประเทศไทยในการ ได้จากหลักเกณฑ์ในการช�ำระเงินหยวนที่ผ่อนคลายมาก สนับสนุนการช�ำระเงิน ขึ้น ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยเกือบทุกธนาคารเปิด เมื่ อ วั น ที่ 22 ธั น วาคม 2554 ธนาคารแห่ ง ให้บริการช�ำระเงินหยวน/บาท เพื่อการค้าไทย-จีนแล้ว ประเทศไทย (ธปท.) มีพิธีลงนามความตกลงทวิภาคีเพื่อ ที่จริงเรื่องใบก�ำกับภาษีที่ก�ำลังจะพูดนี้ ได้มีการพูดคุยกันมามากแล้วและผู้ที่เป็นผู้ประกอบการจด แต่เงินหยวนยังมีบทบาทไม่มากนัก เนื่องจากทางการจีน แลกเปลี่ยนเงินตราสกุลหยวนและบาทกับธนาคารกลาง ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมีหน้าที่ในการออกใบก�ำกับภาษีให้แก่ผู้มาซื้อสินค้าหรือผู้มาใช้บริการของกิจการ พยายามเปิดเสรีเงินหยวนอย่างระมัดระวังและค่อยเป็น จีน (People’s Bank of China: PBC) วงเงิน 70 พันลาน ก็มีความรู้ความเข้าใจกันมากดีอยู่แล้ว ค่อยไป หากจีนผ่อนคลายหลักเกณฑ์ในการใช้เงินหยวน หยวน หรือ 320 พันล้านบาท ความตกลงดังกล่าว จะทําให แต่...แต่กย็ งั มีทา่ นผูป้ ระกอบการบางรายทีข่ ายสินค้าหรือบริการให้กบั ลูกค้าทีไ่ ม่มคี วามจ�ำเป็นจะต้องใช้ใบก�ำกับ เช่นเดียวกับสกุลเงินสากลอื่นๆ แล้ว จะท�ำให้ผู้ประกอบ ผูป ระกอบการและสถาบันการเงินทัง้ สองประเทศ มีโอกาส ภาษีไปใช้เป็นหลักฐานในการเบิกค่าใช้จ่ายกับต้นสังกัด หรือเป็นหลักฐานยืนยันการซื้อขายสินค้าและความเป็นเจ้าของ การไทยทีท่ ำ� การค้ากับจีนหันไปช�ำระเงินหยวน/บาท เพิม่ เข้าถึงแหล่งเงินทุนสกุลทองถิ่นของจีนและไทยไดมากขึ้น สินค้า ในกรณีที่มีบริการลูกค้าหลังการขาย หรือเป็นหลักฐานในการขอรับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามเงื่อนไข ก็จะไม่มีการ ขึ้นเนื่องจากจะได้รับประโยชน์โดยผู้ประกอบการที่ ได้รับ การชําระเงินสกุลท้องถิน่ ทีม่ ปี ระสิทธิภาพ จะเพิม่ ทางเลือก ร้องขอใบก�ำกับภาษี ขณะที่ท่านผู้ประกอบการก็ปกติก็ไม่ค่อยอยากจะออกใบก�ำกับภาษีซักเท่าใด ก็เลยไม่ค่อยจะคุ้น เงินหยวน สามารถแลกเปลี่ยนเงินบาทกับเงินหยวนได้ ใหม่ในการช�ำระเงินให้กบั ผูป้ ระกอบการไทย ลดการพึง่ พิง ชินกับใบก�ำกับภาษี และลืมกันไปเลยว่ามันคืออะไร?....ต้องออกเมื่อใด?.....ไม่ออกมีอะไรหรือเปล่า? โดยตรงไม่ต้องผ่านสกุลเงินที่สาม หรือสามารถฝากไว้กับ เงินดอลลาร์ สรอ. และเงินยูโรที่มีความผันผวนมาก เพิ่ม ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาผู้เขียนหยิบเรื่องนี้มาเตือนความจ�ำกันลืม เพราะหน้าที่แล้ว ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะ ธนาคารพาณิชย์ในไทยได้ ช่วยลดต้นทุนในการช�ำระเงิน โอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับจีน และ ต้องออกใบก�ำกับภาษีเต็มรูปแบบให้กับลูกค้าเมื่อมีการส่งมอบสินค้าเสมอ ระหว่างกัน ช่วยลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน อีกทั้งผู้ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้านสภาพคล่องเงินหยวนแก่ การทีจ่ ะรูท้ นั กับ...ใบก�ำกับภาษี มารูจ้ กั ก่อนว่า “ใบก�ำกับภาษี” คืออะไร?...ใบก�ำกับภาษี ก็คอื เอกสารหลักฐาน ประกอบการไทยจะมีอำ� นาจต่อรองกับผูส้ ง่ ออกจีนทีท่ ำ� การ ตลาด นอกจากนี้ยังจะเป็นการช่วยดึงธุรกรรมที่อยู่นอก ส�ำคัญทีผ่ ปู้ ระกอบการจดทะเบียนภาษีมลู ค่าเพิม่ จะต้องจัดท�ำและออกให้กบั ผูซ้ อื้ สินค้าหรือบริการทุกครัง้ ทีม่ กี ารขายสินค้า ค้าด้วยเงินหยวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ส่งออกของจีนที่ช�ำระ ระบบธนาคารให้เข้ามาอยู่ในระบบธนาคารมากขึ้น และ หรือบริการ เพื่อแสดงมูลค่าของสินค้าหรือบริการและจ�ำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บหรือพึง เป็นเงินหยวนจะได้รบั คืนภาษีสง่ ออกด้วย ถือเป็นการเพิม่ ช่วยอ�ำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่าง เรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการในแต่ละครั้ง ทางเลือกใหม่ในการช�ำระเงินระหว่างไทย-จีน กัน ส�ำหรับการด�ำเนินการในด้านอื่นของ ธปท. ในการ เมื่อพอรู้ว่าใบก�ำกับภาษีคืออะไร แล้วต้องออกใบก�ำกับภาษีเมื่อใด? ...ค�ำตอบอยู่ในความหมายข้างบนนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยที่น�ำเข้าสินค้า สนับสนุนการท�ำธุรกรรมเงินหยวน/บาท เช่น ประสานงาน ก็ออกเมื่อขายสินค้าหรือบริการ โดยหากเป็นการขายสินค้า ให้ออกทุกครั้งที่มีการส่งมอบสินค้าให้กับผู้ซื้อ แม้ยังไม่ได้มี จากจีนโดยตกลงช�ำระเงินหยวน ยังจ�ำเป็นต้องตรวจสอบ กับธนาคารพาณิชย์ไทยเพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับ การช�ำระเงินค่าสินค้าก็ตาม ส่วนกรณีที่เป็นการขาย...ให้บริการต้องออกให้ทุกครั้งเหมือนกันเมื่อมีการช�ำระค่าบริการ คู่ค้าจีนว่าได้รับอนุญาตให้ท�ำการส่งออกด้วยเงินหยวน การช�ำระค่าสินค้าและบริการเป็นเงินสกุลหยวน ประสาน ต่างกับการขายสินค้านะ..ขายสินค้าถือจุดตรงส่งสินค้าเพราะมีของ เห็นตัวตนของสินค้า แต่บริการมอบไม่เห็นตัวตนของ หรือไม่ และควรพิจารณาว่าธนาคารพาณิชย์ที่ท�ำธุรกรรม งานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความรู้ในการท�ำ บริการ เขาจึงถือตรงจุดการช�ำระเงินกัน มีบริการ Forward contract เงินหยวนหรือไม่ นอกจาก ธุรกรรมเงินหยวนให้แก่ธนาคารพาณิชย์และภาคเอกชน การออกใบก�ำกับภาษีทวี่ า่ ออกเมือ่ ใดนี้ ขอบอกว่ามีหมายไปถึงว่าเมือ่ ออกแล้วเขาหมายรวมไปด้วยว่าต้องส่งมอบ นีผ้ ปู้ ระกอบการไทยควรเปรียบเทียบอัตราแลกเปลีย่ นเงิน ประสานความสัมพันธ์ระหว่าง ธปท. และ PBC เพื่อเพิ่ม ใบก�ำกับภาษีตวั จริง เสียงจริงให้กบั ผูซ้ อื้ ด้วยนะครับ เพราะมีประเด็นของจริงทีเ่ ราพบกันทีผ่ ขู้ ายออกใบก�ำกับภาษีแล้วไม่ หยวน/บาทของธนาคารพาณิชย์ไทยกับธนาคารพาณิชย์ ทางเลือกให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่ท�ำธุรกรรมกับจีนตอน ได้ส่งมอบให้ผู้ซื้อ ที่เห็นๆ กันคือการขายสินค้าเงินเชื่อ ซึ่งผู้ซื้อจะได้รับสินค้าไปก่อนแล้วจึงกลับมาช�ำระเงินให้ครวตาม ของจีน รวมทั้งควรเปรียบเทียบกับต้นทุนในการช�ำระเงิน ใต้ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ แลกเปลี่ยนการ มูลค่าของสินค้าภายหลังในเวลาที่ก�ำหนด โดยมากพบว่าผู้ขายสินค้าเงินเชื่อ มักส่งมอบเพียงส�ำเนาใบก�ำกับภาษี/ใบส่ง สกุลดอลลาร์ สรอ./บาท ด้วย ศึกษาดูงานระหว่างกัน และร่วมมือกับ PBC สนับสนุนให้มี ของให้กับผู้ซื้อเมื่อมีการส่งมอบสินค้า ส่วนใบก�ำกับภาษีตัวจริงผู้ขายยังเก็บไว้เป็นหลักฐานจนกว่าผู้ซื้อจะช�ำระค่าสินค้า อย่างไรก็ตามการช�ำระเงินหยวน/บาทระหว่าง การก�ำหนดอัตราแลกเปลีย่ นหยวน/บาท โดยตรงบนระบบ ครบถ้วน ขอบอกว่าการกระท�ำเช่นนี้ไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายเขาก�ำหนด ผู้ขายจะต้องส่งมอบต้นฉบับใบก�ำกับภาษีให้ ไทย-จีน ยังมีปัญหาและอุปสรรค ดังนี้ China Foreign Exchange Trade System (CFETS) กับผูซ้ อื้ ทันทีทมี่ กี ารส่งมอบสินค้า หากผูข้ ายต้องการ เก็บต้นฉบับใบส่งของไว้เพือ่ เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องหากผูซ้ อื้ ไม่ 1) การน�ำเข้าสินค้าจากจีนโดยก�ำหนดราคาเป็น และเปิดการท�ำธุรกรรมการค้าเงินหยวน/บาท ผ่านตลาด ช�ำระค่าสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ ขอแนะน�ำว่าผู้ขายไม่ควรรวมใบก�ำกับภาษีกับใบส่งของอยู่ในฉบับเดียวกัน แต่ควรแยก เงินสกุลหยวน ต้องท�ำการค้ากับผู้ประกอบการจีนที่ได้ Interbank ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ของจีน โดยมี และส่งมอบต้นฉบับใบก�ำกับภาษีพร้อมส�ำเนาใบส่งของให้กับผู้ซื้อเมื่อมีการส่งมอบสินค้า และให้เก็บต้นฉบับใบส่งของไว้ รับอนุญาตให้ท�ำการค้าด้วยสกุลเงินหยวนเท่านั้น ไม่ ธนาคารพาณิชย์ในมณฑลยูนนาน 6 แห่ง และธนาคาร เป็นหลักฐานแทน สามารถน�ำเข้าจากบริษัทอื่นๆ ด้วยเงินสกุลหยวนได้ พาณิชย์ของไทย 1 แห่ง ร่วมเป็น Market maker ก�ำหนด อีกประเด็นที่ขอบอก...เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการหรือผู้ขายจ�ำนวนมาก...มักจะท�ำเอกสารทางการค้าอยู่ 2) มีความล่าช้าในการโอนช�ำระเงิน เนื่องจาก อัตราแลกเปลีย่ นหยวน/บาท และเปิดให้บริการเงินหยวน/ ในชุดเดียวกัน ในเรื่องของใบก�ำกับภาษีเขาก็มีข้อก�ำหนดเอาไว้ด้วย หากเอกสารที่ออกเป็นชุดรวมกับเอกสารการค้า ธนาคารพาณิชย์ไทยบางแห่งต้องส่งรายชื่อคู่ค้าจีนให้ บาท อื่น เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบส่งของ ใบแจ้งหนี้ โดยที่ใบก�ำกับภาษีไม่ใช่เอกสารฉบับแรก เขาก็ก�ำหนดว่าจะต้องมีข้อความ ธนาคารพาณิชย์จีนตรวจสอบรายชื่อก่อน ซึ่งต้องใช้เวลา ส�ำหรับมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-จีน ที่ตีพิมพ์ให้ชัดเจน จะประทับด้วยตรายาง เขียนด้วย เพิ่มขึ้น 1-2 วัน ทีส่ งู ขึน้ จะส่งผลให้การช�ำระเงินหยวน/บาท เป็นทางเลือก หมึก พิมพ์ดีด หรือวิธีการอื่นไม่ได้เลย หลักๆดังนี้ คือ 3) มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจาก ใหม่ที่จะมีบทบาทต่อการท�ำธุรกรรมการช�ำระเงินระหว่าง หนึ่งในเอกสารออกเป็นชุดทุกฉบับจะต้องมีขอ้ ความว่า ธนาคารพาณิชย์ของไทยหลายแห่ง ยังไม่มีบริการ For- กันมากขึ้น นอกจากนั้นเงินหยวนจะทวีความส�ำคัญเพิ่ม “เอกสารออกเป็นชุด” ก�ำกับเสมอ สองเอกสารทีไ่ ม่ใช่ ward contract เงินหยวน ขึ้นจนเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการลงทุนทางการเงินระหว่าง ใบก�ำกับภาษี ต้องมีข้อความว่า “ไม่ใช่ใบก�ำกับภาษี” 4) ผู้ประกอบการไทยที่ท�ำการค้าหลายประเทศ ประเทศ หลังจากนั้นประเทศต่างๆ จะหันมาถือเงินหยวน ไว้ในเอกสารฉบับนัน้ ด้วย สามเอกสารทีเ่ ป็นส�ำเนา จะ เป็นเงินส�ำรองระหว่างประเทศตามยุทธศาสตร์ของจีน ต้องมีข้อความว่า “ส�ำเนา” ไว้ทุกฉบับ .....มาถึงตรง เมื่อทราบความส�ำคัญและแนวโน้มของการใช้เงิน นี้เนื้อหมด...เนื้อที่หมดซะแล้ว ของติดค้างยกไปฉบับ หยวนแล้ว ผู้ประกอบการไทยที่ท�ำการค้ากับจีนคงไม่นิ่ง หน้าอีกสอง..สามประเด็น คือ หากธุรกิจผู้ประกอบ อยูใ่ ย ทีจ่ ะศึกษาและพิจารณาทางเลือกใหม่ในการช�ำระเงิน การจดทะเบียนมีขนาดใหญ่ แบ่งเป็นหลายสาขา และ ด้วยเงินหยวน/บาท โดยเปรียบเทียบผลดีผลเสีย เปรียบ ใช้ใบก�ำกับภาษีเป็นแบบฟอร์มเดียวกัน ต้องท�ำอย่างไร เทียบต้นทุน และความเสีย่ งในด้านต่างๆ เพือ่ ประกอบการ และในกรณีที่ต้องการออกใบก�ำกับภาษีเป็นหน่วยเงิน พัฒนพงษ์ ภู่สุวรรณ ตัดสินใจเลือกรูปแบบในการช�ำระเงินระหว่างไทย-จีนต่อ ตราต่างประเทศ ต้องมีขอ้ ก�ำหนดอย่างไร และทีส่ ำ� คัญ เศรษฐกรอาวุโส ไป ขออวยพรให้ประสบผลส�ำเร็จนะครับ แล้วถ้าไม่ออกใบก�ำกับภาษีล่ะ...มีอะไรป๊ะ!!!....สวัสดี ธนาคารแห่งประเทศไทย ส�ำนักงานภาคเหนือ ครับ. Disclaimer: บทความนีเ้ ป็นความเห็นส่วนตัว จึงไม่จำ� เป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

รู้ทันกับ....ใบก�ำกับภาษี (1)


The Chamber Forum

17

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

เชียงใหม่พร้อม

supply chain ของการท่องเที่ยว เช่นเป็น event hub หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับส�ำนักงาน รูถ้ งึ ผลร้ายของปัญหาคอรัปชัน่ ทีส่ ง่ ผลกระทบต่อคนไทย ต่อจากหน้า 1 หรือsport hub เพื่อให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกับกลุ่ม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตใน และประเทศไทยในทุกภาคส่วน จึงมีความจ�ำเป็นต้อง

AEC ใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเปิดใหม่ หรือ ประเทศAEC.ใหม่

กลุม่ CLMV ประกอบด้วยกัมพูชา (Cambodia-C), เวียดนาม (Vietnam-V) ,พม่า(Myanmar-M) และลาว( Laos- L) จะมีการขยายตัวด้านการค้าและการลงทุนอย่างมาก ทั้ง ด้านการก่อสร้างเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง รวมทั้งกฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุน ทั้งนี้ แม้ว่าในบรรดาประเทศสมาชิก AEC.ที่มี ศักยภาพสูงอยู่เดิม คือ อินโดนีเซีย แต่สมาชิกใหม่ของ AEC.ที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่น่าจับตาขณะนี้ คือพม่า เพราะเป็นประเทศที”่ ครบเครื่อง”มากกว่าเวียดนาม หาก ในอนาคตพม่ามีความมัน่ คงทางการเมืองและมีการด�ำเนิน นโยบายการบริหารประเทศที่ถูกต้อง และจริงจังกับการ เปิดประเทศ พม่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว “จ.เชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของ ภูมิภาคที่มีพรมแดนติดพม่า โดยเฉพาะรัฐฉานและเชียง ตุง ทีพ่ ม่ายังไม่เปิดตัวมาก หากสามารถเชือ่ มโยงกับพืน้ ที่ ส่วนนี้ของพม่าได้ จ.เชียงใหม่จะได้รับประโยชน์อย่างมาก เพราะรัฐฉานมีชนชาติไทใหญ่อาศัยอยู่จากข้อมูลตัวเลข ประมาณ 10 ล้านคน หรือราว 10% ของประชากร แต่ คาดว่าอาจมีตัวเลขมากกว่านั้น” รศ.ดร.สมภพ กล่าวอีกว่า พม่ามีศักยภาพความ พร้อมทีจ่ ะเติบโตอีกมาก สังเกตได้จากทัง้ ญีป่ นุ่ เกาหลี จีน และอเมริกา รวมทั้งยุโรป พยายามเข้ามามีปฎิสัมพันธ์กับ พม่า โดยเฉพาะอเมริกาที่ต้องการถ่วงดุลจีน ในอนาคต ประเทศเหล่ า นี้ มี โ อกาสเข้ า มาให้ เ งิ น ช่ ว ยเหลื อ และ สนับสนุนพม่า ทัง้ การให้เงินกูด้ อกเบีย้ ต�ำ ่ หรือเงินให้เปล่า เพื่อให้พม่าพัฒนาประเทศ หากประเทศไทยสามารถ เชื่ อ มโยงการค้ า และการลงทุ น กั บ พม่ า ได้ ย ่ อ มได้ รั บ ประโยชน์ตามไปด้วย ส่วนปัจจัยด้านลบต้องระมัดระวังเพราะการพัฒนา และเปิดตัวอย่างรวดเร็วของพม่าอาจมีผลกระทบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม จึงต้องมองหารูปแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นประโยชน์การพื้นที่จริง ต้องรู้เขารู้เราเพราะ นอกจากนักลงทุนของไทยที่เข้าไปลงทุนในพม่าแล้ว ยัง มีนักลงทุนจากภูมิภาคอื่นเข้ามาด้วย “ส� ำ หรั บ ปั ญ หาด้ า นแรงงานเป็ น เรื่ อ งใหญ่ อี ก ประเด็นที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน เพราะหลัง จากพม่ามีนโยบายเปิดประเทศมากขึ้น แรงงานพม่าจะ เริ่มไหลกลับประเทศมากขึ้น เราต้องแปรวิกฤตให้เป็น โอกาสโดยใช้ประโยชน์จากแรงงานพม่า โดยเฉพาะกลุม่ ไท ใหญ่ทเี่ ข้ามาท�ำงานในประเทศไทยเป็นเวลานานจนซึมซับ วัฒนธรรมและสามารถพูดภาษาไทยได้ เพื่อให้แรงงาน เหล่านี้เป็นสะพานเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับพม่า นอกจากนี้ภาคเอกชนไทยต้องเร่งปรับตัวรับกับการไหล กลับประเทศของแรงงานพม่า จากเดิมเคยคุ้นชินกับการ พึ่งพาแรงงานที่มีค่าจ้างต�่ำ หากจ�ำเป็นอาจต้องมองเรื่อง การย้ายฐานการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุน แรงงานต�่ำ เช่นเดียวกับที่หลายประเทศท�ำ อย่างไรก็ตามสิ่งส�ำคัญจ.เชียงใหม่และภาคเหนือ ต้องผลักดันให้เป็นศูนย์กลาง หรือ Hubในด้านต่างๆ ทั้ง

ผังเมืองใหม่

ต่อจากหน้า 1

ประกาศใช้ผังเมืองบอกว่า จากที่ได้รับฟังข้อมูล ล่าสุดจากโยธาธิการและผังเมืองเชียงใหม่และเจ้าหน้าที่ ของกรมโยธาฯ ก็มีความห่วงใยกับการบังคับใช้กฎหมาย ดังกล่าวอยู่ระดับหนึ่งคือ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ของทั้ง ประเทศที่จะให้ท้องถิ่นดูแล แต่ด้วยประสบการณ์และ การตีความอาจจะกลายเป็นปัญหาในทางปฏิบตั แิ ละกลาย เป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้ เพราะเท่าทีด่ นู นั้ ผังเมืองเป็น เรือ่ งทีเ่ ป็นผลดีทเี่ ราจะได้ทราบทิศทางการพัฒนาและพืน้ ที่ การจัดการต่างๆ ที่จะมีการแบ่งความชัดเจนของการใช้ พื้นที่ไว้ เหมือนอดีต แต่ครั้งนี้มีการเขียนไว้หลวมๆ แล้ว ให้ตีความในการใช้ ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นในส่วนนี้โดยเลี่ยง ไม่ได้ ท�ำให้กระทบกับความเชือ่ มัน่ ทางการลงทุนหรือการ ตัดสินใจของภาคเอกชนได้ “การตี ค วามในทางปฏิ บั ติ ต ้ อ งสอดคล้ อ งกั บ ทิศทางนโยบายการพัฒนา รวมทั้งเหมาะสมอย่างแท้จริง ผู้ที่มาท�ำต้องมีประสบการณ์หรือทราบข้อมูลในพื้นที่ดี บางอย่างควรระบุให้ชัด เช่น แนวเขตล�ำเหมือง คู คลอง เป็นอย่างไร ขนาดไหน เพราะบางที่อาจมองไม่เหมือน กันได้ แทนที่เราจะเดินไปข้างหน้า อาจจะต้องหันกลับ มาแก้ปัญหาเก่าๆ ไม่ไปไหนสักที แม้ว่าจะมีการเปิดช่อง ให้โอกาสในการแก้ไข เราก็ไม่ทราบได้ว่าขั้นตอนจะนาน อย่างไรเพราะเป็นเรื่องใหม่ด้วย กว่าจะจัดการแก้ไขได้ก็ ไม่ทันการณ์ ยิ่งเราจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเชียนปี 2558 ปฏิเสธไม่ได้ว่าเชียงใหม่คือท�ำเลทองที่นักลงทุน หลายประเทศมองและจะเข้ามา พอมาเจอเช่นนี้ก็อาจจะ เป็นอุปสรรคได้ แทนที่จะก้าวหน้าเราก็ถอยหลังกว่าคน อื่น” รองประธานหอการค้าเชียงใหม่กล่าว นายเฉลิมชาติ กล่าวว่า สิ่งที่ควรเกิดขึ้นเวลานี้คือ รัฐบาลเองก็ต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้รวมถึงการเตรียม เข้าสู่ AEC เพราะส่วนไหนที่เราว่ามีปัญหาหรืออาจจะ เกิดปัญหาต้องรีบแก้ไข ส่วนในพืน้ ทีเ่ องนัน้ ทางหอการค้า เชียงใหม่ มีการตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาเรื่องนี้โดย เฉพาะเพื่อดูว่า ส่วนไหนควรท�ำอย่างไร แก้ไขอย่างไร แนวทางใดที่จะเหมาะสม หรือการสรุปข้อห่วงใยที่เกิด ขึ้นแล้วเสนอแก้ไขก่อนเป็นปัญหา คาดว่าเร็วๆ นีน้ า่ จะสรุปได้ ซึง่ เราก็มชี อ่ งทางเรือ่ ง นี้หลายด้าน ไม่เฉพาะแค่การเสนอแก้ไข การเสนอศาล ปกครองก็เป็นอีกทางออกหนึ่งเพื่อคุ้มครองชั่วคราวและ ระงับการใช้ไว้กอ่ น หรือท�ำอย่างไรให้มกี ารแก้ไขหรือสร้าง ความชัดเจนก่อนการประกาศใช้ไม่กี่สัปดาห์นี้ เนื่องจาก ปัญหาหรือความท้าทายต่างๆ รออยูอ่ กี มากไม่เฉพาะเรือ่ ง ของผังเมืองเท่านั้น ทั้งต้นทุนค่าครองชีพที่ขยับไปก่อนหน้าแล้ว ค่า พลังงานหรือน�้ำมัน ก๊าซ ที่อยู่ในทิศทางขาขึ้น ค่าแรงที่ จะปรับเดือนเมษายนนี้ โดยเฉพาะเรื่องค่าแรงถือว่าเป็น ปัจจัยที่น่าห่วงมาก

ภาครัฐ (ปปท.) ก�ำหนดจัดการเสวนา “ร่วมต้าน คอรัปชัน่ ร่วมสร้างสรรค์สงั คมไทย” ผนึกก�ำลังภาค รัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ให้ ตระหนักถึงความเสียหายของการคอรัปชัน่ ทีส่ ง่ ผล ต่อเศรษฐกิจและสังคม อย่างไร รวมถึงแนวทางการ ป้องกันการคอรัปชั่น และโทษของการคอรัปชั่น เพื่อสร้างจิตส�ำนึกให้แก่ทุกภาคส่วนให้ร่วมกัน ต่อการการกระท�ำผิดในการคอรัปชัน่ ให้หมดสิน้ ไป

ร่วมมือกันในการต่อต้านโดยการสร้างจิตส�ำนึกน�ำไปสู่ การสัมมนาครั้งนี้” นายณรงค์กล่าว การเสวนา “ร่วมต้านคอรัปชั่น ร่วมสร้างสรรค์ สังคมไทย” ก�ำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2555 เวลา 13.00-16.30 น. ณ อาคารเอนกประสงค์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ส�ำนักงานภาคเหนือ การเสวนา ดังกล่าว ก�ำหนดให้มีการจัดการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ประสบการณ์การแก้ไขปัญหาทุจริต คอรัปชั่น ในชีวิต

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

“ร่วมต้านคอรัปชัน่ ร่วมสร้างสรรค์สงั คมไทย”

นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงที่มาของการจัดเสวนาในครั้งนี้ ว่า ผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอรัปชั่นประจ�ำ ปี พ.ศ.2554 พบว่า ประเทศไทยได้ 3.4 คะแนน จาก คะแนนเต็ม 10 คะแนน อยู่อันดับที่ 80 จากการจัด อันดับทั้งหมด 183 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับที่ 10 จาก 26 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย “การแก้ปัญหาการคอรัปชั่นที่ผ่านมา มุ่งแก้ไขที่ กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ของภาครัฐหรือส่วนราชการเป็น หลัก ขณะทีภ่ าคธุรกิจเอกชนซึง่ เป็นปัจจัยหนึง่ ของปัญหา นี้กลับไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และไม่ค่อยเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ภาคธุรกิจเอกชน เริม่ เคลือ่ นไหวจุดประกายการต่อต้านคอรัปชัน่ โดยมีการ รวมตัวเป็นภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชัน่ และภาคธุรกิจ น�ำโดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทยได้ด�ำเนิน การผลักดันกระบวนการต่อต้านคอรัปชั่นผ่านกิจกรรม ในรูปแบบต่างๆ เพื่อระดมพลังสร้างความตระหนักรับ

ราชการ” โดย หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงใหม่ และในการเสวนาได้กำ� หนดหัวข้อพิเศษ เรื่อง “ปัญหาคอรัปชั่นกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศไทย” ผูแ้ ทนจากภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รปั ชัน่ หอการค้าไทย ร่วมกับผูแ้ ทนจากส�ำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ผู้ แทนภาคการศึกษา และผู้แทนจากภาคประชาชนซึ่ง เป็นนายก อบต.ที่ได้รับรางวัลปฏิบัติหน้าที่โปร่งใสที่สุด ในประเทศไทย จากสถาบันพระปกเกล้า นายเทียมทัน ปัญญา นายกองค์การบริหารส่วนต�ำบลบ้านกลาง อ.สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ จึงขอเชิญชวนทุกท่านจากทุกภาคส่วนร่วมรับ ฟังการเสวนาในครั้งนี้ และส�ำรองที่นั่งและสอบถาม รายละเอียดได้ที่หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0-5324-1404-5 โทรสาร 0-5324-1406 หรือติดตาม ความคืบหน้าได้ทเี่ ว็บไซต์ของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ http://www.chiangmaichamber.com/

หอฯเชียงใหม่ เปิดศูนย์ไกล่เกลีย่

ข้อพิพาททางธุรกิจ การค้า และการลงทุน หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ จัดตั้งศูนย์ไกล่ เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจ การค้า และการลงทุน บริ ก ารและอ� ำ นวยความสะดวกแก่ ส มาชิ ก และ ประชาชนทัว่ ไป ลดความยุง่ ยากและไม่มคี า่ ใช้จา่ ย นายนพพร ประโยชน์เจริญผล รองประธาน หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ในนามผู้อ�ำนวยการศูนย์ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจ การค้า และการลงทุน ของ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงที่มาของการจัดตั้ง ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ว่า ศูนย์ฯได้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของส�ำนักงาน สภาอนุญาโตตุลาการการค้าไทย สภาหอการค้าแห่ง ประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อเป็นการ ให้ บ ริ ก ารและอ� ำ นวยความสะดวกแก่ ส มาชิ ก และ ประชาชนทั่วไป ให้สามารถสร้างทางเลือกในการไกล่ เกลี่ยข้อพิพาทในธุรกิจ การค้า และการลงทุน เพื่อผล

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

ขอเชิญชวนร้านค้าประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของท่าน ลงในหนังสือแนะน�ำ “ของดีจังหวัด”

เพื่อเป็นคู่มือส�ำหรับสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศและเครือข่าย ได้รับสิทธิประโยชน์ส่วนลดในการซื้อสินค้าและบริการ ในกรณีที่เดินทางมาท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ สนใจติดต่อ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 158 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ถ.ทุ่งโฮเตล ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 โทรศัพท์ 053-241404-5 โทรสาร 053-241406 Email: thechamberforum@gmail.com, www.chiangmaichamber.com

ประโยชน์ร่วมกันในการด�ำเนินธุรกิจต่อไป และที่ส�ำคัญ เป็ น การลดขั้ น ตอนที่ ยุ ่ ง ยากและค่ า ใช้ จ ่ า ยที่ จ ะเกิ ด ขึ้นหากข้อพิพาทดังกล่าวต้องขึ้นสู่ศาล ดังนั้นศูนย์ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจ การค้าและการลงทุน ของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ จึงเกิดขึ้น ผู้ที่มา ใช้บริการจะได้รับความช่วยเหลือ ค�ำแนะน�ำ รวม ถึงการประสานไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต่างๆ จาก คณะกรรมการของศู น ย์ โ ดยวิ ธี ก ารของข้ อ บั ง คั บ ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท จากส�ำนักงานสภา อนุโตตุลาการการค้าไทย “ขณะนีศ้ นู ย์ไกล่เกลีย่ ข้อพิพาททางธุรกิจ การค้า และการลงทุน ของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทีจ่ ะ ให้บริการแก่ทกุ ท่านแล้ว ไม่วา่ จะเป็นปัญหาความขัดแย้ง ทางด้านการด�ำเนินธุรกิจ การค้า หรือการลงทุน ท่านจะมี อีกหนึ่งทางเลือกในการไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งที่หนักให้ กลายเป็นเบาได้ เรามุ่งเน้นการไกล่เกลี่ยด้วยความเป็น กลาง โดยบุคลากรที่มีคุณภาพทั้งในหอการค้าจังหวัด เชียงใหม่ และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะช่วยท่านแก้ไขปัญหา พร้อมให้ค�ำแนะน�ำแก่ท่าน โดยที่ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้ จ่ายแต่อย่างใด ท่านสามารถเข้ามาแจ้งความจ�ำนงขอ ความช่วยเหลือได้ที่หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ในวัน เวลาท�ำการ” นายนพพร กล่าว นายนพพร กล่าวอีกว่า จากการศึกษาข้อบังคับ ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทซึ่งถูกแบ่งออกเป็นจ�ำนวน 10 หมวด และมีข้อสังเกตว่า หมวดที่ 8 ข้อที่ 20 เรื่อง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ซึ่งให้ มีการก�ำหนดจ�ำนวนเงิน 2 ประเด็น คือ 1.การวางเงิน ประกันค่าใช้จ่ายในการด�ำเนินการเบื้องต้น 2.การวาง เงินประกันค่าตอบแทนของผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท จากการพิจารณาให้มีการก�ำหนดจ�ำนวนเงิน เห็นว่า การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจ การค้า และ การลงทุน ให้แก่สมาชิกหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่หรือ ประชาชนทั่วไปนั้น เป็นการให้บริการและอ�ำนวยความ สะดวกเพือ่ ส่วนรวม ตามวัตถุประสงค์ของส�ำนักงานสภา อนุโตตุลาการการค้าไทย ดังนั้นจึงไม่มีความจ�ำเป็นใน การเก็บเงินจากคู่พิพาทในการให้บริการดังกล่าว


18

วิถีวัฒนธรรม

วิถล ี ้านนา

ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา

ทศกาลสงกรานต์หรือประเพณีปีใหม่เมือง ใกล้ เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง เชียงใหม่เมือง เอกทางด้านวัฒนธรรม ก�ำลังเตรียมจัดงานอันยิ่งใหญ่ ลูกหลานคนเชียงใหม่ ดีใจทีไ่ ด้อยูก่ นั พร้อมหน้าพร้อมตา หลังจากที่สังคมเศรษฐกิจยุคใหม่จ�ำต้องแยกย้ายกันไป ท�ำมาหากินไกลบ้าน ได้กลับมาขนทรายเข้าวัด ท�ำบุญ ตักบาตร รดน�ำ้ ด�ำหัวญาติผใู้ หญ่ ครูบาอาจารย์ ทีเ่ คารพ นับถือ อีกด้านหนึ่ง ผมสัมผัสได้ถึงความกังวลใจ ความ ห่วงใยต่อการเปลีย่ นแปลงไปของเทศกาลสงกรานต์ จาก การแต่งกายพืน้ เมือง ถือสลุงเงินใบใหญ่ใส่นำ�้ อบน�ำ้ หอม มีขันใบเล็ก ตักน�้ำรดที่บ่า รดที่มือ กลายเป็นใส่เสื้อสาย เดี่ยว เตี่ยวเขินสะดือ ถือขันถือปืนฉีดน�้ำขึ้นรถยนต์สาด น�้ำกันไปมาประดุจสงคราม กินเหล้าเมาหัวราน�้ำ ประ แป้งลูบหน้าลูบตา จับเนื้อต้องตัวสาวๆ จากประเพณีที่ ดีงาม เหลือเพียง “การเล่นน�้ำสงกรานต์” ปีใหม่เมืองก�ำหนดเอาจุดที่พระอาทิตย์ย้ายจาก ราศีมนี เข้าสูร่ าศีเมษ มักจะตรงกับวันที่ 13 เมษายนเป็น ส่วนมาก แต่ก็มีบ้างที่บางปีตรงกับวันที่ 14 เมษายน กิจกรรมของปีใหม่เมืองประกอบด้วยวันต่างๆ ดังนี้ วันสังขานต์ล่อง คือ วันมหาสงกรานต์ เป็น วันที่พระอาทิตย์โคจรไปสู่ราศีมีน จะย่างเข้าสู่ราศีเมษ เป็นวันแรกของกิจกรรมปีใหม่ กล่าวกันว่า ในตอนเช้ามืด ของวันนี้ ปู่สังขานต์ หรือย่าสังขานต์ จะล่องแพไปตาม ล�ำน�้ำ เพื่อรับเอาสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม เช่น เคราะห์ อุบาทว์ ทั้งหลายน�ำไปทิ้ง จึงต้องมีการยิงปืน จุดประทัดไล่ สังขานต์และถือกันว่า ปืนที่ใช้ยิงขับปู่สังขานต์หรือย่า สังขานต์นั้น จะมีความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก วันนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ จะมีการปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ซักเสือ้ ผ้าอาบน�ำ้ แต่งตัวด้วยเสือ้ ผ้าใหม่ ทัดดอกไม้ทเี่ ป็น พญาดอก การด�ำหัวหรือสระผมในวันสังขานต์ล่อง จะ ไม่เหมือนการสระผมปรกติทั่วไป เพราะต้องหันหน้า ให้ถูกทิศ ให้สิ่งที่เป็นเคราะห์โศกโรคภัยล่องไปกับปี เก่าที่ผ่านไป ในช่วงบ่าย จะมีการน�ำพระพุทธรูปส�ำคัญ ได้แก่ พระพุทธสิหงิ ค์ พระเสตังคมณี พระเจ้าฝนแสนห่า เป็นต้น ออกมาแห่ไปตามถนนให้ชาวบ้านได้สรงน�้ำ

พระพุทธรูปองค์ส�ำคัญของบ้านเมือง เป็นสิริมงคลต่อชีวิต และบ้านเมือง วันเนาว์ มีความเชื่อว่า ห้ามท�ำสิ่งที่ไม่เป็นมงคล ในวันนี้ โดยเฉพาะห้ามด่าทอทะเลาะวิวาทกัน เพราะจะ อัปมงคลไปตลอดปี วันนี้ บางคนก็จะท�ำตุง เตรียมไว้สำ� หรับ น�ำไปปักที่เจดีย์ทราย วันเน่านี้ อาจจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วันดา” เพราะเป็นวันที่จัดเตรียมสิ่งของต่างๆ ที่จะใช้ ท�ำบุญและบริโภคในวันพญาวัน ขนมที่นิยมท�ำกันใน เทศกาลสงกรานต์นี้มีหลายชนิด เช่น ข้าวหนมจ็อก (ขนม เทียน) ข้าวหนมปาด (ขนมศิลาอ่อน) ข้าววิตู (ข้าวเหนียว แดง) ข้าวแต๋น เป็นต้น วันพญาวัน ถือว่าเริม่ ต้นจุลศักราชใหม่ วันนีจ้ ะท�ำ

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

มีกรวยดอกไม้ ธูปทียน (เรียกสวย ดอก) และกระบอกบรรจุน�้ำพร้อม ทรายผูกติดกับไม้ง่ามไปด้วย การ ทานไม้ง่ามนี้ ถือคติว่าเพื่อเป็น สัญลักษณ์ในการช่วยกันค�้ำจุนพระ ศาสนาให้ยนื ยาวต่อไป แล้วจะน�ำพิธี สรงน�้ำพระพุทธรูป สถูปเจดีย์รวมทั้ง สรงน�้ำพระสงฆ์ เจ้าอาวาสด้วย ตอน บ่ายก็มีการไปด�ำหัวขอพรจากผู้ใหญ่ บิดามารดา ผู้อาวุโส เป็นต้น วันนี้ ชาวบ้านทีไ่ ม่ไปวัด จะไป เตรียมสถานที่เพื่อท�ำบุญ “ใจบ้าน”

..สงกรานต์เชียงใหม่.. บุญสุนทานกัน ตั้งแต่เช้าตรู่ ผู้คนจะน�ำส�ำหรับกับข้าวไป ถวายพระตามวัด เรียกกันว่า “ทานขันข้าว” เพื่ออุทิศ ส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว บางคนก็จะน�ำ ส�ำรับอาหารไปทานให้แก่บดิ า มารดา ปูย่ า่ ตายาย ผูเ้ ฒ่า ผู้แก่ หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ ซึ่งการท�ำเช่นนี้เรียกว่า “ทานขันข้าวคนเฒ่าคนแก่” จากนั้นก็จะน�ำตุงที่มัดติด กิ่งไผ่ ใบเขือง หรือตุ้นกุ๊ก ซึ่งเตรียมไว้เมื่อวันก่อนไปปัก บนเจดีย์ทราย ทั้งนี้มีคติว่า การทานตุงนั้นมีอานิสงส์ช่วย ให้ผตู้ ายทีม่ บี าปหนักถึงตกนรกนัน้ สามารถพ้นจากขุมนรก ได้ โดยที่ชายของตุงจะพันตัวของผู้ตกนรกนั้น แล้วดึงพ้น จากขุมนรกขึ้นมา ความเชือ่ อีกอย่างหนึง่ คือ ในวันพญาวัน นีช้ าวเหนือ จะน�ำไม้งา่ มไปถวายวัดส�ำหรับค�ำ้ ต้นสะหลี (ต้นโพธิใ์ หญ่)

หรือ หอเสื้อบ้าน คือบริเวณที่ตั้งของหลัก หรือผีอารักษ์ ประจ�ำหมูบ่ า้ น มีการจัดท�ำรัว้ ราชวัตร ประดับด้วยต้นกล้วย ต้นอ้อย เป็นต้น จากนัน้ ก็จะโยงด้ายสายสิญจน์จากเสาใจ บ้านหรือหอเสื้อบ้านต่อๆ กันไป จนถึงทุกหลังคาเรือน จัดท�ำแตะไม้ไผ่สานจ�ำนวน 9 แผง แล้วใช้ดินเหนียว หรือแป้งข้าวปั้นเป็นรูปสัตว์ เช่น ช้าง ม้า เป็ด ไก่ สุกร สุนัข ฯลฯ อย่างละ 100 ตัว วางบนแตะนั้น พร้อมทั้งใส่ เครื่องบูชาต่างๆ และให้ใช้ไม้ท�ำหอก ดาบ แหลม หลาว หน้าไม้ ปืน ธนู วางบนแตะทั้ง 9 นั้น เพื่อท�ำพิธี “ส่ง

เคราะห์บ้าน” หรือ พิธี “นพเคราะห์ทั้งเก้า” วันปากปี ซึง่ ถือว่าเป็นวันเริม่ ต้นปีใหม่ ชาวบ้าน จะกินแกงขนุน เพราะเชือ่ ว่าจะค�ำ้ ชู อุดหนุนให้ชวี ติ ประสบ แต่ความสุข ความเจริญ ตลอดทัง้ ปี และจะพากันไปด�ำหัว วัด คือ ไปท�ำพิธคี ารวะเจ้าอาวาสทีอ่ ยูใ่ นกลุม่ เดียวกัน ตก ตอนค�่ำก็ให้แต่ละบ้านบูชาเทียน คือการน�ำเทียนซึ่งมีไส้ ท�ำด้วยกระดาษสาที่เขียนเลขยันต์มาจุดบูชาพระพุทธรูป อีกด้วย วันปากเดือน ปากวัน และปากยาม 3 วันนี้ ซึง่ ป็นวันเริ่มต้นใหม่ นิยมมีการส่งเคราะห์ต่างๆ เพื่อความ เป็นสิรมิ งคล และไปคารวะด�ำหัวผูเ้ ฒ่าผูแ้ ก่ ครูบาอาจารย์ กิจกรรมของคนเมือง เนื่องในประเพณีปีใหม่เมืองก็จะ เริ่มจางลงไปเรื่อยๆ ชีวิตปรกติเริ่มต้นขึ้น การด�ำหัวผู้ที่เคารพนับถือ พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย พ่อครู แม่ครู ครูบาอาจารย์ เป็นการขอขมาที่ได้ล่วงเกินทั้งกาย วาจา ใจ อันที่ตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี พร้อมทั้งขอศีลขอพร เป็นสิริมงคลตลอดปีใหม่ที่ก�ำลังมาถึง เด็กๆ เยาวชนพูดคุยถึงคุณค่า ความหมายของ เทศกาลสงกรานต์อย่างตั้งอกตั้งใจ หวังจะร่วมกับผู้ใหญ่ ฟื้นฟูประเพณีที่ดีของล้านนาสืบไป

ร่วมสนับสนุนกิจกรรมกลุ่มเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา ได้ที่ “กองทุนสืบสานล้านนา” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แบบออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ๖๖๗-๒-๑๖๓๓๙-๕ หรือโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ๓๕ ถ.รัตนโกสินทร์ ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ๕๐๐๐๐ โทร (๐๕๓) ๒๔๔๒๓๑ ,๓๐๖๖๑๒

Contemporary Lanna

Tee Kanok @ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่

รือนเชียงแสน หรือเรือนกาแล มีทมี่ าของชือ่ เรียกมาจาก “กาแล” ทีต่ ดิ ประดับอยูบ่ ริเวณยอด จั่วหลังคา ค�ำว่า “กาแล” เพี้ยนมาจากค�ำ “กะแลง” ซึ่ง มีความหมายว่า ไขว้กนั อยู่ รูปแบบเรือนกาแลพัฒนามา จาก เรือนไม้ไผ่มงุ หลังคาด้วยใบตองตึง (ใบพลวง) ซึง่ ต้อง มีไม้สองชิน้ ไขว้กนั อยู่ ปิดหัวท้ายบริเวณมุมสุดของหน้าจัว่ ต่อมาเมื่อพัฒนาเป็นเรือนไม้จริงมุงด้วยกระเบื้องดินขอ หรือกระเบื้องไม้ที่เรียกว่า “แป้นเกล็ด” ใช้ไม้เป็นแผ่น สีเ่ หลีย่ มไขว้กนั แล้วคิดประดิษฐ์แกะสลักปลายไม้ ท�ำให้ เกิดความอ่อนช้อยงดงาม และยังเป็นเครื่องแสดงฐานะ ของผู้เป็นเจ้าของเรือนด้วย เรือนกาแล เป็นเรือนพักอาศัยของชนชั้นสูง หรือคหบดีชาวล้านนา เนื่องจากวัสดุหลักที่น�ำมาใช้

สร้าง คือ ไม้สัก ซึ่งมีราคาสูงและหาได้ยาก เรือนกาแล มีลักษณะพิเศษคือ มียอดจั่วประดับกาแลไม้สลักอย่าง งดงาม นิยมมุงหลังคาด้วยกระเบื้องไม้เรียก “แป้นเกล็ด” หรือกระเบื้องดินเผาที่เรียกว่า “ดินขอ” โครงสร้างและรูป แบบของเรือนกาแลค่อนข้างตายตัว ส่วนใหญ่เป็นเรือน แฝด มีขนาดตั้งแต่ 1 ห้องนอนขึ้นไป โดยองค์ประกอบที่ เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจของเรือนล้านนา มีดังนี้ ห�ำยนต์ เป็นไม้แกะสลักเหนือช่องประตู เชื่อว่า

เรือนเชียงแสน เรือนกาแล ที่พักอาศัยแบบจารีตของล้านนา

เป็นแผ่นไม้ศักดิ์สิทธิ์ติดไว้เพื่อป้องกันสิ่งเลวร้ายต่างๆ ที่ ผ่านเข้าสู่ห้องนอน ร้านน�้ำ หรือ ฮ้านน�้ำ คือ หิ้งส�ำหรับวางหม้อน�้ำ ดื่ม พร้อมที่แขวนกระบวยหิ้งน�้ำ ห้องนอน ห้องนอนในเรือนกาแลมักจะมีขนาด ใหญ่ ฝาผายออก จะจัดเนือ้ ทีห่ อ้ งนอนออกเป็นสองส่วนซีก หนึ่งใช้เป็นที่นอน อีกซีกใช้วางของ ระหว่างเนื้อที่ทั้งสอง ซีกมีแผ่นไม้กนั้ กลาง (ไม้แป้นต้อง) ไม้ตวั นีจ้ ะตัดความสัน่ ไหวของพื้นห้องนอนออกจากกันด้วย

หิง้ ผีปยู่ า่ (หิง้ บรรพชน) ผีปยู่ า่ หมายถึง วิญญาณ ของบรรพบุรุษที่สิงสถิตในเรือน และให้การคุ้มครองแก่ สมาชิกในครอบครัว และมีการเซ่นไหว้เมื่อมีเหตุการณ์ ส�ำคัญ เช่นแต่งงาน เจ็บป่วย เป็นต้น ห้องครัว จะวางขนานกับเรือนใหญ่หรือเรือนนอน มีช่องทางเดินแยกเรือนครัวออกจากเรือนนอน เนื้อที่ที่ใช้ ตัง้ เตาไฟจะยกขึน้ มาเป็นแท่นไม้อดั ดินแน่น ส่วนเหนือของ เตาไฟจะมี “ควัน่ ” ท�ำด้วยไม้จริงหรือไม้ไผ่กไ็ ด้เป็นตาราง ส�ำหรับย่างพืชผล และเป็นที่รมควันพวกเครื่องจักสาน


The Chamber Forum

19

วิถีวัฒนธรรม

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

ของดีเชียงใหม่

อเข้าสู่เดือนเมษา เชียงใหม่ก็อบอวลไปด้วยกลิ่น อายของประเพณีปี๋ใหม่เมือง ประเพณีส�ำคัญของ ชาวเชียงใหม่ หลายคนที่ไปท�ำงานหรือไปมีครอบครัว อยู่ต่างจังหวัดก็พากันกลับมาเยี่ยมบ้านเยี่ยมครอบครัว พบปะกันพร้อมหน้าในเทศกาลส�ำคัญนี้ เพลงค�ำเมืองก็ เปิดกันทั่ว ฟังแล้วก็ท�ำให้นึกถึงอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ เผื่อว่าใครที่มีญาติพี่น้องกลับมาเยี่ยมบ้านช่วงนี้ หรือมี เพื่อนฝูงมาเที่ยวสงกรานต์ที่เชียงใหม่ จะพากันไปฉลอง เทศกาลปีใหม่เมืองกันแบบครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา ร้านที่จะแนะน�ำในฉบับนี้คือร้าน “เฮือนม่วนใจ๋” ร้าน อาหารพื้นเมือง ที่ให้บรรยากาศของความเป็นเชียงใหม่

ทั้งการตกแต่งร้าน และรสชาติของอาหาร อาหารพื้นเมืองร้านนี้อร่อยขนาดไหน ต้องขอยืม นิ้วโป้งของท่านประธานหอการค้าเชียงใหม่ ณรงค์ คอง ประเสริฐ มาช่วยการันตี เพราะท่านประธานฯ ก็เป็น ลูกค้าประจ�ำของร้านนี้ด้วย อาหารของทีน่ เี่ ลือกหลากหลายชนิด ไม่วา่ จะเป็น ประเภทนึ่ง ทอด คั่ว แกง ส้า ย�ำ ต�ำ แอ๊บ พร้อมน�้ำพริก อีกกว่า 10 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น น�้ำพริกข่า น�้ำพริกปลาจี่ น�้ำพริกอีเก๋ น�้ำพริกน�้ำปู๋ น�้ำพริกต่อ ถ้าจะเอาแบบครบ เครื่องสั่งทีเดียวได้ชิมหลายอย่างก็ต้องสั่งออเดิร์ฟเมือง เพราะจะมาเป็นชุดครบเครือ่ ง ทัง้ น�ำ้ พริกอ่อง น�ำ้ พริกหนุม่ ผักลวก แคบหมู ไส้อั่ว แกงฮังเล หมูทอด ถ้าเป็นประเภทแกง ก็มสี ารพัดแบบ ทัง้ แกงสะแล

เฮือนม่วนใจ๋...ม่วนใจ๋แต้ๆ...

อย่างแกงฮังเล ก็จะต้องเอา เครื่องแกงที่โขลกได้ที่แล้วมา หมักกับหมูทงิ้ ไว้ 1 คืน แล้วมา เคี่ยวไฟอ่อนๆ ให้เครื่องแกง ละลายเข้าไปในเนื้อหมูอีก 3 ชั่วโมง จนได้แกงฮังเล รสชาติ แบบโบราณ

แกงผักเฮือด แกงผักเซียงดาใส่ปลาแห้ง แกงบะนอยใส่ปลาจี่ (แกงบวบ) ฯลฯ หรือจะลองลาบปลา ส้าผักกาดหน้อย ย�ำหน่อใส่น�้ำปู คั่วโฮะ จอผักกาด จอผักปั๋ง ข้าวซอย ขนมจีนน�้ำเงี้ยว ฯลฯ เปิดเมนูดแู ล้วเลือกไม่ถกู จริงๆ ค่ะ อะไรก็นา่ ทาน ไปหมด คุณแหม่ม สมสมัย ธิพึง เจ้าของร้านเล่าให้ฟัง ที่มาของร้านว่า ถึงแม้ร้านนี้จะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ ก่อนหน้านั้นได้เปิดเป็นร้านอาหารไทยและอาหารเหนือ ที่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้วกว่า 8 ปี ใช้ชื่อร้านว่า “ร้านชาว ไทย” ปัจจุบันมีถึง 8 สาขาในญี่ปุ่น แล้วจึงค่อยมาเปิด

ร้านอาหารเหนือที่เชียงใหม่โดยใช้ชื่อ “เฮือนม่วนใจ๋” ส�ำหรับเคล็ดลับความอร่อยของร้านก็อยูท่ นี่ ำ�้ พริก เครื่องแกงของอาหารทุกอย่างในร้านจะโขลกต�ำกันเอง แบบเข้มข้นตามสูตรอาหาร เหนือแบบดั้งเดิมจริงๆ โดย แม่ครัวที่มีประสบการณ์ซึ่งก็เป็นบรรดาเครือญาติของ เจ้าของร้านที่มีฝีมือในการปรุงอาหารมาช่วยกัน ปรุงให้ ได้รสชาติเหมือนกับทานกันในครอบครัว อย่างแกงฮังเล ก็จะต้องเอาเครื่องแกงที่โขลกได้ที่แล้วมาหมักกับหมูทิ้งไว้ 1 คืน แล้วมาเคี่ยวไฟอ่อนๆ ให้เครื่องแกงละลายเข้าไป ในเนื้อหมูอีก 3 ชั่วโมงจนได้แกงฮังเล รสชาติแบบโบราณ

ที่หากินได้ยาก ไม่หวานจนเกินไป ร้านเฮือนม่วนใจ๋ ตัง้ อยูท่ ถี่ .ราชพฤกษ์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เริ่มต้นจากถนนห้วยแก้ว ฝั่งตรงข้าม ศูนย์การค้ากาดสวนแก้ว เข้าทางซอยสุกี้โคคาเดิม จะมี ป้ายบอกตลอดทาง เข้าไปไม่ไกลมาก ทีน่ นี่ อกจากอาหาร จะอร่อยแล้ว บริการเป็นกันเอง บรรยากาศในร้านก็รม่ รืน่ น่านั่ง เป็นบ้านไม้แบบโบราณที่มีการจัดสวนสวยงาม ให้ ความรูส้ กึ ผ่อนคลายสบายๆ สมชือ่ “เฮือนม่วนใจ๋” จริงๆ ค่ะ

ต้นไม้ใหญ่ “เพื่อรณรงค์รักต้นไม้ รักธรรมชาติ” Your window on Asia For CCC

งิ้วในความทรงจ�ำ

ในการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “แคปเชอริ่ง ทไวไลท์” ในกรุงปักกิ่ง เนอร์มาลา คารุปเปียะห์ แบ่งปันการค้นพบของเธอเกีย่ วกับศิลปะงิว้ กวางตุง้ ที่ก�ำลังค่อยๆตายในมาเลเซีย เนอร์มาลา คารุปเปียะห์ เป็นตากล้องมือรางวัล เธอเป็นชาวมาเลเซีย-อินเดีย เติบโตมาในชุมชนชาว จีนใกล้กับเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ ชาวมาเลเซียกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ มีเชื้อสายจีน “เมือ่ ถึงเทศกาลสาร์ทจีน เทศกาลไหว้บรรพบุรษุ ไม่วา่ คุณจะเป็นคนอินเดีย จีน มาเลย์ คุณก็จะได้ดงู วิ้ คุณ ไม่เข้าใจหรอก เราเองก็ข�ำ มันเป็นความบันเทิงแท้จริง ไม่มีการต่อต้าน ฉันเติบโตมาในช่วงเวลานั้นและได้ชม มันร่วมกับคนเชื้อชาติอื่น แต่ทุกวันนี้คุณไม่เห็นเชื้อชาติ อื่นแล้ว” “แคปเชอริง่ ทไวไลท์” เป็นชือ่ สารคดีทเี่ ธอท�ำขึน้ เมือ่ ปีทแี่ ล้ว เกีย่ วกับงิว้ กวางตุง้ ของมาเลเซีย ในยุคอาณา นิคมอังกฤษ ชาวจีนทีอ่ พยพเข้ามาในมาเลเซียจ�ำนวนมาก พูดได้แต่ภาษาจีนกวางตุ้ง และงิ้วก็เป็นสิ่งเตือนให้ระลึกถึงประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมดั้งเดิม สารคดีชุดนี้เน้นไปที่ชีวประวัติของชอย ฮิม ยอง อายุ 77 ปี นักแสดงน�ำผู้อาวุโสของงิ้วจีน ได้รับการ ยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์รุ่นสุดท้ายของศิลปะแขนงนี้ ในมาเลเซียอย่างแท้จริง “ฉันชืน่ ชมนักแสดงทุกคน ส�ำหรับพวกเขามันดู เหมือนกับว่า “ฉันไม่สนใจหรอกว่าคุณจะเป็นใคร ฉัน เป็นนักแสดง ฉันจะแสดงความสามารถของฉัน ไม่วา่ จะ

มีผู้ชมหรือไม่ แม้ที่นั่งจะว่างเปล่า พวกเขาก็ยังแสดง ” อาจารย์สอนศิลปะ เฉิง ซูวู เป็นหนึ่งในผู้ชม เขาบอกว่าประเทศจีนสามารถเรียนรู้อะไรได้ มากมายจากมาเลเซียโดยผ่านสารคดีนี้ “ประชาชนต้ อ งได้ รั บ การศึ ก ษาว่ า นี่ เ ป็ น วัฒนธรรมของเรา วันนีต้ า่ งจากอดีต ในอดีตมีแต่คนรวย เท่านัน้ ทีด่ งู วิ้ ได้ แต่ตอนนีม้ นั เปิดกว้าง แต่การจะท�ำให้สงิ่ นี้ เกิดขึ้นได้ คุณจะต้องมีการสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งสอน ผูค้ นให้รวู้ ธิ ซี าบซึง้ กับงิว้ จะต้องเริม่ จากระดับประถม ไป จนถึงระดับอุดมศึกษา” ในประเทศจีน รัฐบาลส่งเสริมศิลปะโบราณนี้ใน โรงเรียนต่างๆ แต่ในมาเลเซีย มันก�ำลังค่อยๆ เลือนหายไป ในทุกช่วงเทศกาลสาร์ทจีน เดิมมีการแสดงงิ้ว เพราะคนจี น เชื่ อ ว่ า ในช่ ว งนั้ น ประตู น รกจะเปิ ด ออก วิญญาณจะมาเพือ่ รับอาหารและความบันเทิง แต่ทกุ วันนี้ บนเวทีมแี ต่นกั ร้องหญิงแต่งตัวโทรมๆ ร้องเพลงจีนทีก่ ำ� ลัง ได้รับความนิยมแทน เนอร์มาลาบอกว่าความสนใจในประเด็นนี้ของ เธอ ย้อนกลับไปสู่ความโหยหาถึงชีวิตในวัยเด็กของเธอ “งิ้วกวางตุ้งโดยเฉพาะในมาเลเซีย เป็นศิลปะที่ ก�ำลังตาย ในฐานะทีเ่ ป็นชาวอินเดีย ฉันคิดว่านีเ่ ป็นหัวข้อ ที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก คนเราควรจะอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ไว้ อย่างน้อยก็เพื่อที่จะได้แสดงมันให้คนรุ่นใหม่ในอนาคต ได้รู้จักตัวตนของชาวจีน”

* เผยแพร่ครั้งแรกทางเอเชียคอลลิ่ง เครือข่ายวิทยุของส�ำนักข่าวอิสระแห่งอินโดนีเซีย เผยแพร่ผ่าน 10 ภาษาใน 10 ประเทศทั่วเอเชีย พบเรื่องราวอื่นๆ ได้ที่ www.asiacalling.org * ฟังเอเชียคอลลิ่ง ได้ทางสถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน FM.100 พฤหัสบดี-ศุกร์ 07.30-8.00 น.

ต้นไทรกร่าง ที่ตั้ง อายุ โดย ภาพ

: : : :

ประตูเชียงใหม่ มากกว่า 70 ปี ณปวันชัย กุลฉัตรฐานนท์ เชียงใหม่เขียว สวย หอม


The Chamber Forum

20

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

สุขสันต์วนั คล้ายวันเกิด.....คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ มอบกระเช้าอวยพรวันคล้ายวันเกิด ประธาน กิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ คุณนิตย์ วังวิวัฒน์ ณ บริษัท สยามนิสสัน เชียงใหม่ จ�ำกัด

การประชุมคณะท�ำงานเพื่อติดตามสถานการณ์หมอกควัน ณ ห้องประชุมหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ โดยนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะท�ำงานเพื่อติดตาม สถานการณ์หมอกควัน และพิจารณาจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันของหอการค้าจังหวัด เชียงใหม่

นายวิทยา ครองทรัพย์ กรรมการเลขาธิการ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ มอบกระเช้าดอกไม้อวยพร วันคล้ายวันเกิดของคุณดนัย เลียวสวัสดิพงศ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ณ บริษัท สยามรอยัล ออคิด จ�ำกัด

คณะกรรมการหอการค้าเชียงใหม่ตอ้ นรับคณะหอการค้าจังหวัดนครปฐมทีม่ าเยีย่ มเยือนพบปะสังสรรค์ ณ ร้านปลาเผาผักสด

นายเฉลิมชาติ นครังกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานประธานคณะกรรมการด�ำเนิน งานผังเมืองของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่/คณะท�ำงานศึกษาผลกระทบต่อข้อบังคับผังเมืองฯ และคณะกรรมการ ด�ำเนินงานด้านผังเมืองของหอการค้า ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังการชี้แจงการบังคับใช้กฎกระทรวงผังเมืองรวม จังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้องประชุมเอนกประสงค์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

นายจักรินทร์ วังวิวัฒน์ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ต้อนรับและให้สัมภาษณ์แก่สถาบันอาหาร เรื่อง “สถานการณ์เกษตรและอาหารของประเทศสมาชิกอาเซียน” ณ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ โดยทางสถาบัน อาหาร ท�ำงานวิจัยเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมอาหารสอดคล้องกับ AEC โดยมีทั้งหมด 3 ประเทศ ได้แก่ ลาว พม่า เวียดนาม ซึ่งประเทศลาวกับเวียดนามให้การตอบรับเป็นอย่างดี

ม่วนอ๊กม่วนใจ๋สืบสานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง แอ่วเจียงใหม่ไนท์ซาฟารีครั้งที่ 4 13-16 เมษายน 55 เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เชิญเที่ยวงาน “ม่วนอ๊ก ม่วนใจ๋สบื สานป๋าเวณีปใ๋ี หม่เมือง แอ่วเจียงใหม่ไนท์ซาฟารี ครัง้ ที่ 4” อิม่ อร่อยกับอาหารพืน้ เมืองในกาดหมัว้ ครัวฮอม ชมการแสดงพื้นเมือง เพลิดเพลินกับงานฝีมือจากชุมชน และชุมช�ำ่ เล่นน�ำ้ สงกรานต์กบั ช้างแสนรู ้ พร้อมจัดพิธสี มุ า ลาโทษรดน�้ำด�ำหัว “ดร.เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ วันที่ 13-16 เมษายน 2555 ดร.ศราวุฒ ิ ศรีศกุน ผูจ้ ดั การพืน้ ทีพ่ เิ ศษเชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี เปิดเผยว่าในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ เชียง ใหม่ไนท์ซาฟารีเตรียมจัดงาน“ม่วนอ๊กม่วนใจ๋สืบสานป๋า เวณีปใ๋ี หม่เมือง แอ่วเจียงใหม่ ไนท์ซาฟารีครัง้ ที่ 4” ระหว่าง วันที่ 13 – 16 เมษายน 2555 เพือ่ เป็นการร่วมสืบสานและ รักษาประเพณีอันดีงาม และเพื่อเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยว ได้รับรู้ถึงความส�ำคัญเทศกาลวันสงกรานต์ โดยมีการจัด กิจกรรมมากมากมาย อาทิ การแสดงพืน้ เมือง การสรงน�ำ้ พระ อิม่ อร่อยกับกาดหมัว้ ครัวฮอม เพลิดเพลินกับงานฝีมอื

จากชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทดลองท�ำเครื่องปั้นดินเผา หรือการท�ำผลิตภัณฑ์จากไม้กลึง และพลาดไม่ได้กบั การ เล่นน�้ำสงกรานต์กับช้างแสนรู้ และในวันที่ 16 เมษายน 2555 ขอเชิญหน่วยงานต่างๆร่วมพิธีสุมาลาโทษรดน�้ำ ด�ำหัว ดร.เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 13 -15 เมษายน 2555 เชียง ใหม่ไนท์ซาฟารีได้มอบสิทธิพิเศษแก่ผู้เกิดวันที่ 13 – 15 เมษายน 2555 ในการเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีฟรี และ มอบส่วนลด 50 บาท แก่นักท่องเที่ยวที่แต่งกายชุดพื้น เมือง ทั้งนี้ส�ำหรับผู้ที่เกิดในเดือนเมษายน ก็สามารถรับ สิทธิพิเศษเช่นกัน โดยแสดงบัตรประชาชน รับส่วนลด 50เปอร์เซ็นต์ ส�ำหรับกิจกรรม Day Safari และ Night Safari ตลอดเดือนเมษายน 2555 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 053-999000


The Chamber Forum

21

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น จัดเสวนาโต๊ะกลม เฝ้าระวังโครงการแก้ปญ ั หาน�ำ้ ท่วม

คุณประมนต์ สุธวี งศ์ ประธานภาคีเครือข่าย ต่อต้านคอร์รปั ชัน่ ได้เปิดเผยหลังการจัดเสวนาโต๊ะ กลม เรื่อง “ เฝ้าระวัง โครงการแก้ปัญหาน�้ำท่วม” ของภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ว่า การจัด สัมมนาโต๊ะกลมในครัง้ นี้ เพือ่ ต้องการให้ภาคีเครือ ข่ายฯ เป็นศูนย์กลางในการรับข้อมูลและติดตาม ตรวจสอบ พร้อมทัง้ เรียกร้องให้ภาครัฐท�ำงานด้วย ความโปร่งใส โดยมีจดุ มุง่ หมายของการเสวนาดังนี้ เดินหน้าโครงการหมาเฝ้าบ้าน (Watch Dog) เพือ่ ให้ประชาชนมีสว่ นร่วมในการตรวจสอบและผลักดัน ให้ รั ฐ บาลด� ำ เนิ น โครงการแก้ ป ั ญ หาน�้ ำ ท่ ว มอย่ า งมี ประสิทธิภาพและโปร่งใส จะท�ำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง เครือข่ายรับข้อมูลทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น สตง. ป.ป.ช. และอื่นๆเพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามตรวจสอบ ประสานกั บ สื่ อ มวลชนในการเผยแพร่ เกาะติ ด การ ด�ำเนินการของหน่วยงานราชการ ประเด็นการด�ำเนินการ ซึง่ ทาง ภตค. และ ภาคเอกชนจะด�ำเนินการ - เป็นศูนย์กลางเครือข่ายเผยแพร่ข้อมูล ผ่าน เว็บไซต์ของภาคีเครือข่ายฯและเว็บไซต์ของสมาชิกใน ภาคี ฯ เพื่ อ เป็ น ข้ อ มู ล ให้ ป ระชาชนได้ ท ราบถึ ง ว่ า มี โครงการอะไรบ้าง งบประมาณเท่าไหร่ - ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ว่า ลักษณะของโครงการเป็นอย่างไร เช่น เป็นการก่อสร้าง ถนน การขุดลอกถนน การสร้างเขือ่ น การท�ำแนวกัน้ น�ำ ้

เป็นปัญหาจริงหรือเปล่า และมีการด�ำเนินการจริงหรือ ไม่ - การตรวจสอบและติดตามการด�ำเนินการ โดย มีอาสาสมัครจากโครงการหมาเฝ้าบ้าน โดยความร่วมมือ ช่วยเหลือจากสมาคมวิชาชีพ อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย และสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เป็นต้น - ตั้งหน่วยงานพิเศษร่วมในเรื่องการเฝ้าระวัง โครงการน�ำ้ ท่วม โดย ภตค. จะมีการร่วมมือกับ สตง. และ ป.ป.ช. ซึ่งภคต จะรับไปด�ำเนินการเพื่อขยายผลต่อไป ประเด็นการด�ำเนินการที่จ ะเสนอให้กับ รัฐบาลด�ำเนินการเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างมีความ โปร่งใส - การก�ำหนดราคากลาง ภตค. จะเสนอให้มี คนนอกหรือคนกลางที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ เช่น วิศวกรโยธา เข้าร่วมก�ำหนดราคากลางเพื่อให้ เป็นราคามาตรฐาน - ในการเสนอโครงการ จะมีการตรวจสอบ Supplier ว่ามีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่ ในการรับงาน โครงการ ให้มีความเข้มข้นขึ้น - การผลักดันให้มีการเปิดเผยราคากลางต่อ สาธารณชน ภตค. จะช่วยเพิ่มช่องทางในการประกาศ ราคากลางผ่านเว็บไซต์ของภาคีฯ และหน่วยงานร่วม - การตรวจรับงาน เสนอให้มีคนนอกหรือผู้ เชี่ยวชาญเข้าร่วมในการตรวจรับงานด้วย - หาวิธกี าร ให้ความรูก้ บั ภาคประชาชน องค์กร วิชาชีพให้มคี วามรูใ้ นการตรวจวสอบการท�ำงานของภาค รัฐ ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น (ภตค.) ก่อตั้ง ขึน้ โดยกลุม่ องค์กรทัง้ ภาครัฐและเอกชน เพือ่ ต่อต้านการ ทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทย โดยได้วางบทบาทในการ ป้องกัน ปลูกฝัง และร่วมมือกับภาครัฐในการปราบปราม การทุจริตคอร์รปั ชัน่ ปัจจุบนั มีสมาชิกทัง้ หมด 39 องค์กร เพื่อรวมพลังต่อต้านคอร์รัปชั่น จุดเปลี่ยนประเทศไทย เงินที่ไม่ใช่ธนาคาร รองลงมาคือธนาคารรัฐและธนาคาร พาณิชย์ ซึ่งการกู้ยืมส่วนใหญ่เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจ�ำวัน และการลงทุนท�ำธุรกิจ จะมี 4% เพื่อช�ำระหนี้นอกระบบ โดยประชาชน 41.6% เชื่อว่าใน 3 ปีข้างหน้า จะมีหนี้เพิ่ม น้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น เพราะค่าแรงงานมากขึ้น “ที่ น่าวิตกคือเมื่อถามถึงแหล่งเงินกู้ในอนาคต (6 เดือนข้าง หน้า) ประชาชนหันไปพึ่งนายทุนและการใช้บัตรเครดิต เพิ่มขึ้น ที่เพิ่มจาก 17.4% และ 22.1% เป็น 36.8% และ 33.1% ตามล�ำดับ สะท้อนการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบ ที่ยากขึ้น โดยเฉพาะคนมีรายได้น้อยต�่ำกว่า 10,000 บาท ต่อเดือน จะเป็นหนีน้ อกระบบสูงกว่า 54.9% ผูม้ รี ายได้ถงึ 15,000 บาทต่อเดือนเป็นหนี้นอกระบบ 35.2% และเป็น หนี้ในระบบ 44.3%” นายธนวรรธน์กล่าว นายธนวรรธน์กล่าวว่า การส�ำรวจพบว่าประชาชน วิตกต่อภาวะหนีส้ าธารณะของประเทศ โดยประชาชนเห็น

หอฯ ส�ำรวจคนไทยจนลง หนีพ ้ งุ่ รายได้ไม่พอจ่าย นายธนวรรธน์ พลวิชยั ผูอ้ ำ� นวยการศูนย์พยากรณ์ เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผล ส� ำ รวจสถานการณ์ ภ าระหนี้ ภ าคครั ว เรื อ น ที่ ส� ำ รวจ ประชาชน 1,237 ราย ระหว่างวันที่ 22-26 มีนาคม 2555 พบว่าภาระหนี้ครัวเรือนปีนี้เทียบปี 2554 ใกล้เคียงกัน มีสัดส่วน 53.3% ของกลุ่มส�ำรวจ แต่มูลหนี้ต่อครัวเรือน เพิม่ ขึน้ 5.7% หรือ 168,517.16 บาทต่อครัวเรือนต่อปี และ สัดส่วนเป็นหนีน้ อกระบบเพิม่ ขึน้ จาก 45.8% เป็น 46.4% ใกล้เคียงกับปี 2552 ซึง่ เป็นปีทมี่ เี หตุการณ์รนุ แรงทางการ เมืองในไทย สาเหตุมาจากปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่าย ท�ำให้ 76.2% มีปัญหาเรื่องหนี้ ในส่วนนี้ 60.2% ระบุ เพราะราคาสินค้าแพงขึน้ อีก 18.5% มาจากอัตราดอกเบีย้ สูง 10.3% จากราคาน�้ำมันแพง และเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด อีก 10% ซึ่ง 69% มีรายได้ไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย โดย ประชาชนส่วนใหญ่ 52.7% แก้ปัญหาโดยการกู้ยืม นายธนวรรธน์ กล่าวว่า กลุม่ ส�ำรวจ 22.3% ระบุวา่ เป็นหนีท้ งั้ ในระบบและนอกระบบ ขณะที่ 47.5% มีเฉพาะ หนี้ในระบบ และอีก 30.1% มีเฉพาะหนี้นอกระบบ โดย แหล่งเงินกู้ส�ำคัญของประชาชน 56.3% กู้กับสถาบันการ

ว่าวิธีแก้ปัญหาของรัฐบาลคือการลดอัตราดอกเบี้ยเงิน กู้และภาระค่าครองชีพที่สูง เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม จากการถูกทวงหนี้ด้วย ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้น ต�่ำ 300 บาทต่อวันนั้น 59.3% มองว่าจะไม่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงเรื่องการออม บริโภค ลงทุน และช�ำระหนี้ 56.6% เห็นด้วยกับการปรับเพิ่มค่าแรง แต่เห็นว่าจะเกิด ผลกระทบคืออาจมีการปรับลดคนงาน ลดการจ้างงานเพิม่

อินเดียจ่อเป็นเขตเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของโลก อินเดียจะก้าวขึน้ เป็นเขตเศรษฐกิจอันดับหนึง่ ของโลกภายในปี 2593 แซงหน้าจีนทีจ่ ะผงาดเป็น เบอร์ 1 แทนที่สหรัฐในปี 2563 ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า จากผลการศึกษาของไนท์ แฟรงก์ บริษัทที่ปรึกษาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับ ซิตี้ ไพรเวท แบงก์ระบุว่า ภายในปี 2593 แดนโรตี จะมีจีดีพีหลังปรับค่าอัตราแลกเปลี่ยนแล้วที่ 85.57 ล้านล้าน ดอลลาร์ เทียบกับจีนซึ่งขนาดจีดีพีจะอยู่ที่ 80.02 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนสหรัฐมาเป็นอันดับ 3 ด้วยจีดีพี 30.07 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่สมาชิกกลุ่ม BRICS ที่เหลืออย่าง บราซิลและรัสเซียติดอยู่ในกลุ่มท้อปเท็น ด้านอินโดนีเซีย ไนจีเรีย เม็กซิโกและอียิปต์เป็นประเทศก�ำลังพัฒนาที่ถูก คาดหมายว่าจะขยับอันดับขึ้นเช่นกันในเกือบ 40 ปีข้างหน้า รายงานฉบับดังกล่าวยังชีว้ า่ กลุม่ ทีเ่ ป็นผูแ้ พ้คอื ชาติตะวันตก โดยสัดส่วนจีดพี ขี องทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป ตะวันตกในจีดีพีโลกลดลงจาก 41% ในปี 2553 เหลือ 18% ในปี 2593 ขณะที่สัดส่วนจีดีพีของชาติก�ำลังพฒนาใน เอเชียเพิ่มจาก 27% ในปี 2553 เป็น 49% ในอีก 38 ปีข้างหน้า

แนวโน้มภาคเอกชน

ปรับเงินเดือนตามภาครัฐ ปริญญาตรี โท เอก สมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ส�ำรวจแนวโน้มการปรับอัตราค่าจ้างเริม่ ต้นส�ำหรับ ผู้ไม่มีประสบการณ์ตามวุฒิการศึกษาในระดับต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการปรับค่าจ้างของภาครัฐที่ได้ด�ำเนินการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต�่ำเพิ่มขึ้น กว่าร้อยละ 40 และปรับค่าจ้างเริ่มต้นของภาคราชการรวมค่าครองชีพส�ำหรับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็น เงิน 15,000 บาทต่อเดือน การส�ำรวจครั้งนี้มีองค์กรชั้นน�ำเข้าร่วม 57 บริษัท พบว่า 41 บริษัท (ร้อยละ 72) มีการปรับปรุงค่าจ้างเริ่มต้นในช่วงต้นปี ขณะที่อีก 8 บริษัท (ร้อยละ 14) มี ค่าจ้างเริ่มต้นสูงอยู่แล้ว และมีเพียง 8 บริษัท (ร้อยละ 14) ที่ยังมีอัตราการจ้างงานต�่ำกว่าราชการ และยังไม่มีนโยบายปรับแต่อย่าง ใด ขณะเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบอัตราค่าจ้างเริ่มต้นเฉลี่ยก่อนปรับและหลังปรับ เห็นได้ชัดว่า ค่าเฉลี่ยของ ตลาดถูกปรับเข้าสู่การแข่งขันกับภาครัฐอย่างเต็มที่ จากการจ้างระดับปริญญาตรีในอัตราเดิม 12,000-13,000 บาท ปรับเป็น 14,000-15,000 บาทต่อเดือน โดยเฉพาะสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งยังคงเป็นสาขาที่มีความต้องการสูงปรับขึ้นไปเป็น 18,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่วุฒิมัธยมปลายก็ปรับขึ้นตามค่าจ้างขั้นต�่ำ 300 บาทมาเป็นจ�ำนวนเงิน 8,384 บาท โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ถ้ารวมค่าครองชีพหรือเงินเพิ่มพิเศษที่จ่ายประจ�ำเข้าไปด้วย จะท�ำให้ค่าเฉลี่ยขยับเพิ่มขึ้นไปอีกประมาณ 1,000 บาท ส�ำหรับปริญญาตรีขึ้นไป และ 600 บาทส�ำหรับวุฒิต�่ำกว่าปริญญาตรี นี่คือส่วนที่สัมผัสได้แจ่มชัด


22

ข่าวต่อ

ภาษณ์พิเศษ ตลอด 4 ปีทผี่ า่ นมา คนเชียงใหม่กลุม่ หนึง่ ท�ำงาน แข็งขันในการเคลื่อนไหวขอแก้ไข ปรับปรุงร่างผังเมือง รวมเมืองเชียงใหม่ (ครอบคลุมตัวเมืองเชียงใหม่และพืน้ ที่ โดยรอบ) และผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ (ครอบคลุม ทั้งจังหวัด) ตั้งแต่ทราบว่าผังเมืองเดิมหมดอายุ และ เคลือ่ นไหวชีแ้ จงข้อเท็จจริง ขอแก้ไข คัดค้าน โดยใช้ขอ้ มูล เป็นเครื่องมือหลักมากว่า 4 ปี ไม่หยุดหย่อน จนล่าสุด เมื่อกรมโยธาธิการและผังเมือง แจ้งว่าเตรียมประกาศ ใช้ผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ในเดือนเมษายนนี้ ตาม ด้วยการประกาศใช้ผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ในเวลาไม่ ไกลกัน ทุกฝ่ายทีเ่ รียกร้องพบว่าข้อเสนอในการแก้ไขถูกน�ำ ไปปรับปรุงร่างผังเมืองน้อยมาก หรืออาจเรียกได้ว่าไม่มี แม้ภาคเอกชน น�ำโดยหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์ ชมรมธนาคารจังหวัด เชียงใหม่ จะเคลื่อนไหวแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการ ประกาศใช้ผังเมืองทั้งสองผัง พร้อมกับตั้งกรรมการร่วม ขึน้ เพือ่ ศึกษาผลกระทบทีจ่ ะเกิดขึน้ กับเตรียมยืน่ ข้อเรียก ร้องขอแก้ไขผังเมืองนี้ในหลายประเด็น แต่คนที่ท�ำงาน เรื่องนี้มาโดยตลอด ต่างยอมรับว่าการแก้ไขหลังการ ประกาศใช้เป็นไปได้ยาก ถึงยากที่สุด ไพศาล ภูเ่ จริญ รองประธานกรรมการบริษทั แลนด์ แอนด์เฮาส์นอร์ท จ�ำกัด นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มือ อาชีพ อุปนายกและมือท�ำงานของสมาคมการค้าอสังหา ริมทรัพย์จังหวัดเชียงใหม่-ล�ำพูน คนเกาะติดกับการ เคลื่อนไหวเรียกร้องนี้ตลอดมา แสดงความผิดหวังนั้น ชัดเจน ขณะเดียวกันมีบทเรียนที่คนเชียงใหม่และใน จังหวัดอื่นๆที่อาจประสบปัญหาเดียวกันนี้พึงรับฟัง เพราะอะไรข้อเสนอของภาคประชาชาที่ เสนอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองตลอด4ปีที่ ผ่านมา ไม่ปรากฏในร่างผังเมืองที่ก�ำลังจะน�ำมา บังคับใช้ ? “ผมก็งงเหมือนกัน ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ฟังเรา เลย คือเวลาคุยกัน ถามความเห็นเราเราก็เสนอความ

เห็นอย่างทีเ่ ราคิดว่าเหมาะสมทีส่ ดุ ส�ำหรับเมือง เราท�ำการ บ้านมาอย่างดี บอกเขาว่าหากร่างผังเมืองโดยไม่ดูข้อเท็จ จริง ร่างแต่บนโต๊ะด้วยคนไม่กี่คนอย่างที่เป็นอยู่ โดยที่ ประชาชนที่จะได้รับผลกระทบไม่ได้รับรู้ ไม่มีสิทธิคัดค้าน หรือเสนอความเห็น มันไม่เป็นธรรมกับประชาชน “ ทางผังเมืองบอกว่าที่ผ่านมาก็เปิดให้แสดง ความเห็นได้ตลอด.. “ใช่ เขาก็มีทีท่าว่ารับฟังนะ เขาก็ให้เจ้าหน้าที่จด หรือไม่กใ็ ห้เราท�ำหนังสือเสนอเป็นลายลักษณ์อกั ษรไป ซึง่ ก็ท�ำกันมาหลายครั้งหลายระดับ ไปจนถึงระดับอธิบดี จนถึงกรรมการผังเมือง แต่ตอนท้ายผังเมืองที่เขาเตรียม น�ำมาบังคับใช้ มันก็เหมือนกับทีเ่ ขาร่างไว้แต่แรก ข้อเสนอ ของเราไม่มีในนั้นเลย “ ผังเมืองทีก่ ำ� ลังจะใช้จะส่งผลกระทบต่อคนใน เมืองนี้อย่างไร? “คือผังซึง่ จะเป็นกฎหมาย จะก�ำหนดการอยูอ่ าศัย การท�ำมาหากิน การท�ำงาน การเรียนของคนในเมืองนี้ ในอนาคต มันไม่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนที่นี่เลย พืน้ ทีๆ่ ควรจะสงวนไว้สำ� หรับทีอ่ ยูอ่ าศัยในอนาคตไม่มี อีก หน่อยลูกหลานเราจะไปสร้างบ้านอยูท่ ไี่ หน ในเมืองทีด่ นิ ก็ แพงจนจับไม่ลง ในเมือ่ ไม่มพี นื้ ทีร่ องรับการอยูอ่ าศัย ทีด่ นิ มันก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆเพราะมันหายาก หรือแทบจะไม่มี แล้วลูกหลานเราจะมีปัญญาซื้อบ้านอยู่ไหม กิจกรรมทาง การค้าการลงทุนหรือการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ซึ่ง ควรจะกระจายออกไปนอกเมือง เพื่อบรรเทาปัญหาการ จราจรและการใช้สาธารณูปโภคอย่างหนักในตัวเมืองก็ยัง ถูกก�ำหนดซ�้ำอยู่ที่เดิม อย่างนี้เมืองจะไม่โต ที่สุดมันจะ ตาย เพราะธุรกิจทุกอย่างจะมากระจุกกันจนยุ่งเหยิงไป กว่าที่เป็นอยู่ เขาไม่เข้าใจว่ามันจะส่งผลต่อลูกหลานเรา ต่อไปในอนาคต หรืออาจเข้าใจแต่ไม่สนใจ เพราะไม่ใช่ บ้านเขา” “พื้นที่สีเขียวที่เขาเก็บไว้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ ครอบ คลุมการขยายตัวของเมือง เราต้องตอบค�ำถามว่าเราจะ เก็บเมืองไว้ดูเล่นเป็นพิพิณภัณฑ์หรือเราจะให้เมืองนี้เป็น ที่อยู่อาศัยของผู้คน เราจะให้เมืองนี้ค่อยๆลีบเล็กลง หรือ จะให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาตามที่รัฐบาลวางนโยบาย ไว้ เราไม่ใช่ไม่ชอบพื้นที่สีเขียว แต่มันควรก�ำหนดบนข้อ

เท็จจริง” บางคนมองว่าบางประเด็นเป็นความกังวล ของนักธุรกิจนักลงทุนเท่านั้น.. “มันเกีย่ วข้องกันหมดครับ นักธุรกิจก็คนธรรมดา อย่างเราๆนี่แหละ ลองคิดดูถ้าเขาซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง เขา อยากสร้างอาคารหาก�ำไรจากที่ดินแปลงนั้น แต่ผังเมือง ก�ำหนดว่าให้สร้างสูงได้ไม่เกิน23เมตร ต้นทุนทีด่ นิ เขาเท่า ไหร่ ยิ่งมาก�ำหนดผังเมืองท�ำให้ที่ดินเหลือน้อยอย่างนี้ ที่ดินยิ่งจะแพงขึ้นสองสามเท่าตัว จะให้เขาเอาเงินมาทิ้ง หรือ ถ้าบังคับเขาอย่างนี้เขาก็ไม่ลงทุนเท่านั้นเอง เมือง มันถึงจะตายอย่างที่ผมบอกไงครับ เมืองที่ไม่มีใครกล้า มาลงทุน เราก็อยู่กับของเก่าที่ผุพังไป จะปรับปรุงก็ยังมี ผังเมืองก�ำหนดอีกมากมาย มันจะบีบให้คนไม่อยากท�ำ อะไรเพิ่ม วันหน้าแค่จะหาบ้านอยู่สักหลังก็เป็นภาระ นัก ธุรกิจจะท�ำบ้านจัดสรรขายก็ไม่ได้ ผังเมืองไม่อนุญาต แล้ว คนเราทุกวันนีม้ คี วามสามารถสร้างบ้านเองซือ้ ทีด่ นิ เองสัก กี่ราย “ “หรื อ อย่ า งเรื่ อ งล� ำ เหมื อ งที่ ห ้ า มสร้ า งอาคาร ภายในระยะ6เมตร ซึง่ ผมว่าคงต้องอาศัยการตีความตาม แต่ละคน และจะสร้างความขัดแย้งไปอีกนาน เพราะใน ผังเมืองมีแต่ค�ำว่าล�ำน�้ำสาธารณะ ส่วนที่ชาวบ้านเรียก ล�ำเหมืองที่มีอยู่ทั่วพื้นที่ครอบคลุมไปหมด จะเรียกว่า ล�ำน�้ำสาธารณะด้วยไหม ผมถามหลายครั้งแต่ก็ไม่มีค�ำ ตอบ เขาบอกว่าก็ไปตีความเอา ลองคิดดูว่าการตีความ ทีข่ นึ้ กับวิจารณญาณของแต่ละคน มันจะสร้างความวุน่ วาย ขนาดไหน และใครจะเป็นคนตัดสินสุดท้าย เราจะมีคดี ฟ้องร้องตามมาอีกมาก” ขั้นตอนขอแก้ไขจากนี้ไป.. “ยอมรับว่าผมมีหวังกับเรื่องนี้น้อยมากแล้วครับ ขนาดในขั้นตอนการร่างยังไม่มีผลอะไรเลย นี่ผังออกมา

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

บังคับใช้แล้วจะไปขอเปลี่ยนแปลงเขาจะยอมหรือ ก็ เหมือนกับรัฐธรรมนูญครับ ให้รับไปก่อนแล้วมาแก้ไข ก็เห็นกันอยู่ว่ามันเป็นอย่างไร ผมอยากให้มีการแก้ไข ครับ แต่ยอมรับว่ามองไม่เห็นหนทางมากนัก มองใน แง่ดีก็คงต้องรอการโอนถ่ายอ�ำนาจให้องค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่น เช่นอบจ. ซึ่งท่านนายฯอบจ.เชียงใหม่ก็ แสดงท่าทีชัดเจนมากว่า เมื่อได้รับโอนอ�ำนาจการบังคับ ใช้ตามผังเมือง ก็จะเปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นเสนอ แนวคิดปรับเปลี่ยนได้ แต่ไม่มีใครทราบว่าจะมีการ โอนถ่ายอ�ำนาจเมื่อใด และอ�ำนาจที่โอนถ่ายแก่องค์การ บริหารส่วนัจงวัด จะเปิดโอกาสให้มีการแก้ไขหรือไม่ มี บางคนเสนอแนวคิดเรือ่ งการฟ้องศาลปกครอง ผมว่าอัน นี้คงแล้วแต่ประชาชนแต่ละคนแต่ละกลุ่ม เขามีอ�ำนาจ ตามกฎหมายจะท�ำได้ แต่ผมในฐานะนักธุรกิจเราก็ทำ� ได้ เท่าที่เราท�ำมา” บทเรียนที่ได้จากการเคลื่อนไหวเรื่องนี้.. “บทเรียนหนึ่งที่คนเชียงใหม่และทุกจังหวัดควร ได้จากการเคลื่อนไหวนี้คือ เราไม่ควรวางเฉยกับเรื่องทุก เรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา เพราะไม่มีเรื่องไหนที่ไม่ เกี่ยวข้องกับชีวิตเรา มันอาจดูเหมือนไม่เกี่ยว เพราะการ รับรู้เราจ�ำกัด และมักจะรับรู้เท่าที่ภาครัฐเสนอให้รับ รู้ แต่จากบทเรียนนี้ เราควรจะเข้ามามีบทบาทในการ เปลีย่ นแปลงทุกอย่างในบ้านเมืองเรา ไม่ใช่ปล่อยให้เป็น เรื่องของภาครัฐ หรือเป็นเรื่องของคนที่ออกมาเรียกร้อง ไม่กี่คนอย่างที่เป็นมา กฎหมายผังเมืองเขียนโดยคนไม่ กี่คนแต่มีผลกับชีวิตของตนเป็นล้าน เฉพาะที่เชียงใหม่ นี่ก็เกือบสองล้านคนแล้ว “ “แต่ตลอดมาคนเกือ บสองล้านแทบไม่รู้ เรื่องนี้เลย ”


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 18 ประจ�ำเดือน เมษายน 2555

23


thechamberforum_april_2012  

สวัสดีท่านสมาชิกและท่านผู้อ่านทุกท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่เดือนแห่งความสนุกสนานที่ชุ่มฉ่ำของเชียงใหม่ นั่นคือเทศกาลสงกรานต์ ที่เป็นกิจกรรมคลายคว...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you