Issuu on Google+

ปี พ หอกา .ศ. รค้า 25 ยอด 53 เยี่ย ,2 ม 55 4 ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

Vol. 19 May 2012

องค์การการท่องเทีย่ วโลก ประชุ ม ใหญ่ ที่ เ ชี ย งใหม่ องค์การการท่องเที่ยวโลก เลือกเชียงใหม่เป็นที่ประชุมกรรมาธิการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และเอเซียใต้ และเจ้าหน้าที่ระดับสูง เรื่อง Green Tourism ขานรับแนวการท่องเที่ยวใหม่ของโลก ระดม รับมือผู้ประชุม-ผู้ติดตามกว่า 500 คาดเงินสะพัด 100 ล้าน นางจุไรรัตน์ แพรวพราย ผู้อ�ำนวยการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัด เชียงใหม่ เผยถึงความคืบหน้า การเตรียมการประชุมคณะกรรมาธิการภูมิภาค เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และเอเซียใต้ ขององค์การการท่องเที่ยวโลก ( World Tourism Organization :UNWTO) ครั้งที่ 24 และการจัดประชุมเจ้า หน้าทีร่ ะดับสูงและผูก้ ำ� หนดนโยบายในเรือ่ ง Green Tourism ซึง่ กระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพจัดที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่าง3-5พ.ค.นี้ว่า การเปิดประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยจะมีผู้บริหารองค์การด้านการท่องเที่ยวและผู้ก�ำหนดนโยบาย ด้านการท่องเที่ยวจาก33ประเทศเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ประมาณ300 คน นางจุไรรัตน์กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือผู้บริหารระดับสูงที่เข้าร่วมการประชุม อีกส่วนคือผู้ติดตาม และ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่เดินทางร่วมกับคณะฯ ซึ่งคาดว่าจะมีมากกว่า 500คน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดเตรียมรายการ อ่านต่อหน้า 17

ป๋าเวณี รดน�้ำ ด�ำหัว หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ประจ�ำปี 2555 ณ เรือนซ้อ-หงศ์ ศูนย์วัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่

“เหลียวหลัง แลหน้า

การท่องเทีย่ วเชียงใหม่”

การประชุมหารือแนวทางส่งเสริมการท่องเทีย่ วเชียงใหม่ ภายใต้หวั ข้อ “เหลียวหลัง แลหน้า การท่องเทีย่ วเชียงใหม่” โดย ตัวแทนขององค์กรที่ท�ำงานเกี่ยวกับพัฒนาการท่องเที่ยวของ จังหวัดเชียงใหม่ เช่นสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส�ำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ และ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้ข้อสรุปจากสถานการณ์ล่าสุดว่า การเดินทางมายังประเทศไทยมีแนวโน้ม อ่านต่อหน้า 17

ภาษณ์พิเศษ

ดร.สมภพ มานะรังสรรค์

อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

“เชียงใหม่พร้อมเดินหน้าสู่AEC” อ่านต่อหน้า 22


2

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555


The Chamber Forum

3

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

Why Chiang Mai? คอลัมน์เพื่อนักธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ต้องการมาลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่ น�ำเสนอมุมมอง วิสัยทัศน์ รวมถึงศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ คอลัมน์นี้เป็นความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยนอร์ท - เชียงใหม่ และหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

เข้าเดือนพฤษภาคม อากาศยังคงร้อน แต่ก็เริ่มมี ฝนตกมาโปรยปรายให้ผู้คน และต้นไม้ได้ชื่นใจกัน เลย นึกถึงต้นไม้กับสวนสวย อย่างเช่น งานพืชสวนโลกที่เพิ่ง ผ่านไป และประโยคที่ว่า “คุณค่าของสวนก็คือ มูลค่า ของต้นไม้ที่เรามีอยู่ แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ต้นนี้แพง ต้นนี้ถูก มันมีตระกูลต้นไม้ต่างๆ เราต้องมีตัวแทนของต้นไม้ใน ตระกูลนั้นเพื่อจะมาโชว์ เช่น ตระกูลลิ้นแม่ยาย ในโลก อาจจะมี 300-400 ชนิด สมมติเรามีสัก 200 ชนิดก็ถือ

ท�ำคนเดียวไม่ไหว จึงต้องช่วยคุณแม่ดแู ลธุรกิจ ด้านต้นไม้ จากที่ไม่เคยรู้เรื่องต้นไม้เลย แต่เกิดจากการปรับปรุง ตัวเองให้อยู่กับต้นไม้ บังคับตัวเองให้ท�ำให้ได้ เพราะเป็น ธุรกิจของครอบครัว โดยเริ่มต้นสวนนงนุชที่พัทยาเป็นที่ แรก สวนนงนุชพัทยาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการปี พ.ศ. 2523 มีการปรับปรุงและพัฒนาสวนให้สวยงามมา อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ แนวหน้ า ในเอเชี ย ตะวั น ออกเฉี ย งใต้ ที่ มี นั ก ท่ อ งเที่ ย ว

สวย แปลกตา ซึ่งแตกต่างจากร้าน อาหารทั่วไป เป็นจุดดึงดูดส�ำหรับ นั ก ท่ อ งเที่ ย วและคนที่ ต ้ อ งการ บรรยากาศที่แตกต่างในเวลาทาน ข้าว คนเชียงใหม่ ชอบของดีแต่ถูก จังหวัดเชียงใหม่ มีการขายต้นไม้ มากมายทั้ ง รายเล็ ก และรายใหญ่ เช่น ตลาดค�ำเที่ยงที่เป็นจุดรวม

กัมพล ตันสัจจา ผู้สร้างสวนนงนุช

ว่าเรามีคอคเล็คชัน่ อันนัน้ แล้วก็มี ปง ตะบองเพชร มีอะไร ต่างๆ เราเองก็ตอ้ งมีความโดดเด่น ในการเป็นสวนพฤกษ ศาสตร์ เรามุ่งไปที่ปาล์มครั้งแรกตอนนี้ได้ 1,000 ชนิด ก็อยู่ในท็อปเท็นของโลก ต่อมาก็เป็น ปง ตอนนี้เราถือว่า 99 เปอร์เซ็นต์ เรามีครบทุกชนิดที่เขายืนยันสายพันธุ์ใน โลกนี้ ทุกคนยอมรับ ตอนนี้เราก็พัฒนาต่อไปเก็บตระกูล จัง๋ ด่างญีป่ นุ่ ตอนนีก้ ม็ มี ากทีส่ ดุ ในโลกแล้วเหมือนกัน พวก นี้มันคือ สมบัติที่เรามี แต่เรายังไม่ได้เอาออกมาแสดง นี่ คือคุณค่าของ สวนนงนุช ที่ให้แก่โลกในการเก็บรวบรวม ต้นไม้” (จากข่าวกรุงเทพธุรกิจ : www.bangkokbiznews.com) ฉบับนี้เราได้สัมภาษณ์ นักจัดสวนมืออาชีพ จาก คนท�ำงานด้านภาพยนตร์ หันมาท�ำงานจัดสวนระดับ ประเทศอย่างงานพืชสวนโลกเมื่อปีพ.ศ. 2550 โดยงบ ประมาณที่ได้รับในการจัดสวนและก่อสร้างอาคาร มูลค่า 1,500 ล้านบาท และรางวัลเหรียญทอง (GOLD AWARD) จากรายการเชลซี ฟลาวเวอร์โชว์ 2010 นี้เป็นหนึ่งในผล งานจัดสวนของสวนนงนุช บริษัทจัดแต่งสวนที่เป็นที่น่า จับตามองในเชียงใหม่ คุณกัมพล ตันสัจจา Give a little เราให้เขาได้เปรียบในสิ่งที่เราเสีย เปรียบได้ คือ แนวคิดในการท�ำงาน “ผมเริ่มต้นธุรกิจด้านจัดแต่งสวนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ไม่ได้เกิดจากแรงบันดาลใจ แต่เกิดจากหน้าที่ เพราะคุณแม่

มากมายจากทั่วโลกแวะมาเยี่ยมชม” Why’s Chiang Mai? “สวนนงนุชที่เชียงใหม่ เกิดจากการที่ได้รับมอบ หมายให้มาจัดสวนงานพืชสวนโลก เมื่อปีค.ศ. 2006 ซึ่ง ทางราชการต้องหาพื้นที่ให้กับสวนนงนุช เพื่อเป็นที่เพาะ และพักต้นไม้ แต่หาให้ไม่ทัน ทางเรารอไม่ได้จึงหาพื้นที่ เองและได้พื้นที่แถวมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการเพาะต้นไม้ พื้นที่ที่เราซื้อมีจ�ำนวน 140 กว่าไร่ ท�ำเป็นเนิสเซอรี่ให้กับ ต้นไม้ โดยตรงเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เมื่อเสร็จสิ้นงาน มีโอกาสที่จะเลือกว่าจะยุบ จะขายต่อ หรือจะท�ำต่อ แต่ได้ ตกลงกับพนักงานว่าอยากให้พวกเขาอยูไ่ ด้ จึงได้เลือกทีจ่ ะ คงสวนนงนุชไว้ ให้เป็นที่เพาะเลี้ยงต้นไม้ขายเพื่อให้พวก เขาเลี้ยงครอบครัวได้ และได้รับจัดสวนไปด้วย ปัจจุบัน นอกจากจังหวัดพัทยา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ แล้ว สวนนงนุชมีพนื้ ทีต่ า่ งจังหวัดทีเ่ ป็นเฉพาะเนิสเซอรี่ ไม่ ได้รบั จัดสวน เหมือนกับทีจ่ งั หวัดเชียงใหม่ เช่น ทีจ่ งั หวัด กาญจนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ทีอ่ ำ� เภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร และ อ�ำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึง่ มีไว้เพาะต้นไม้ เพื่อน�ำไปจัดสวนทั่วประเทศ” ความแปลก และแตกต่างคือสิ่งที่ทุกคนอยากเข้า มาค้นหา “โครงการทีค่ ดิ ไว้ทเี่ ชียงใหม่ในอนาคต คืออยาก ท�ำสวนสวรรค์ เป็นสถานทีท่ านข้าวในบรรยากาศของสวน

ของต้นไม้หลากหลายพันธุ์ แต่นั่น ไม่ใช่เป็นปัญหากับการท�ำธุรกิจด้าน ต้นไม้ เพราะ ผมไม่ได้มองว่าใคร เป็นคู่แข่งแต่มองว่าเราต้องอยู่ได้ พนักงานเลี้ยงครอบครัวได้ ซึ่งเน้น คุณภาพของต้นไม้ให้ดที สี่ ดุ สมบูรณ์ ทีส่ ดุ ไม่ใช่ปลูกวันนีพ้ รุง่ นีถ้ งึ สวย แต��� ปลูกวันไหนก็สวยวันนั้น ทางเราไม่ได้หวังก�ำไรแต่อยาก ให้พนักงานมีอาชีพเพื่อเลี้ยงตัวเอง จึงย�้ำกับพนักงานอยู่ เสมอว่าเราไม้ได้หวังก�ำไร แต่อยากให้ทุกคนมีอาชีพ จึง อยากให้ท�ำต้นไม้ให้สวยและคุณภาพดี เพราะถ้าต้นไม้ ของเราดีมคี วามสมบูรณ์ จะท�ำให้ลกู ค้าพอใจ และแนะน�ำต่อ แถมยังกลับมาซือ้ เพิม่ เพราะนัน้ คือรายได้ทพี่ วกเขาจะได้รบั ” คนออกแบบไม่เคยจัดสวน คนจัดสวนไม่เคย ออกแบบ “ส่วนใหญ่คนจะคิดว่าสวนนงนุชท�ำสวนแพง แต่ ไม่เคยถามเราสักค�ำ ว่าท�ำได้ไหมในงบประมาณเท่านี้ ผมอยากให้ลองมาคุยกันก่อน อย่าด่วนตัดสินใจ งบ ประมาณที่ต่างกันเล็กน้อย บางทีสวนของเราอาจถูกกว่า เพราะเราปลูกต้นไม้เอง อย่ายึดกับงบประมาณ อยากให้ ดูรายละเอียดของพันธุ์ไม้ เพราะคนจัดสวน ต้องค�ำนึงถึง ความพอใจของลูกค้าและต้องแนะน�ำในสิ่งที่เหมาะสม คนจัดสวนมี 2 ประเภทคือ นักจัดสวน ที่รู้จักมุมมอง

รู้จักต้นไม้ กับอีกประเภทคือนักปลูกต้นไม้ ที่ท�ำตามใจ เจ้าของบ้านที่ชอบต้นนี้ ให้ปลูกตรงนี้ ก็ท�ำตามนั้น แต่ลมื ไปว่าเป็นมุมมองทีไ่ ม่ดี ถึงต้องแยกให้ออก ค่านิยม บ้านเราไม่เคยจ่ายค่าความคิดของคนเลย ราคาต้นไม้ ก็ต่อแล้วต่ออีก เพื่อให้ได้ถูก แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าคน จัดสวน 2 ประเภทท�ำไม่เหมือนกัน ค่าฝีมือแตกต่างกัน ค่าวิชาชีพไม่มีเลยเหรอ นี่คือการจัดสวน” ปลูกต้นไม้คนละต้น ช่วยลดโลกร้อน สุดท้ายคุณกัมพล ได้ฝากถึงคนเชียงใหม่ว่า “ผม อยากให้ช่วยกันปลูกต้นไม้คนละต้น เพื่อช่วยโลกของเรา ทุกคนปลูกต้นไม้ได้โดยไม่ต้องเรียน ปลูกต้นอะไรก็ได้ เพื่อโลกของเรา” หากท่านใดสนใจจัดสวนกับสวนนงนุช ติดต่อ สอบถามได้ที่ 053-869284 ซึ่งอย่าด่วนตัดสินว่า ราคาแพง ลองมาคุยกันก่อน แล้วคุณจะรูว้ า่ เงินทีค่ ณ ุ ลงทุนไป คุ้มค่ากับสิ่งที่คุณได้รับมากกว่าที่คุณคิด

ส�ำนักงานเลขที่ 158 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ถนนทุ่งโฮเต็ล ต�ำบลวัดเกต อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000

โทรศัพท์ 0-5324-1404-5 โทรสาร 0-5324-1406 E-mail : thechamberforum@gmail.com Website : http://www.chiangmaichamber.com / www.thaichamber.com / www.facebook/chiangmaichamber.com ติดต่อโฆษณา 081-7648926 คณะผู้จัดท�ำ : บรรณาธิการผู้โฆษณา นายวิทยา ครองทรัพย์ กรรมการเลขาธิการหอการค้าเชียงใหม่ หัวหน้ากองบรรณาธิการ นายวิวรรธน์ พงษ์เรืองเกียรติ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าเชียงใหม่ นายอารยะ ลายประวัติ กรรมการหอการค้าเชียงใหม่


4 บทบรรณาธิการ

วิทยา ครองทรัพย์ w_krongsub@hotmail.com เราผ่านฤดูรอ้ นทีร่ อ้ นทีส่ ดุ ในรอบหลายปีไปแล้ว และก�ำลังย่างเข้าสูฤ้ ดูฝนทีผ่ คู้ นคาดการณ์วา่ จะยาวนาน กว่าปกติ.. ส�ำหรับคนท�ำธุรกิจ ล�ำพังการย่างเข้าส่ฤดูฝน ก็สง่ สัญญาณถึงความเหน็ดเหนือ่ ย ความท้าทายประดามี ที่รออยู่ข้างหน้า จะต้องใช้สติปัญญาและกลยุทธในการ รับมือกันอย่างหนักหน่วง แต่ฤดูฝนปีนี้ มีความท้าทาย ใหญ่หลวงรออยูม่ ากกว่าทีเ่ คย ค่าไฟทีม่ี ตี น้ ทุนค่าเอฟที เพิม่ ขึน้ หน่วยละ 30 สตางค์ ค่าแรงขัน้ ต�ำ่ ทีเ่ พิม่ เป็น 300 บาท แล้วในหลายจังหวัด และจะขยับขึ้นอีกในหลาย จังหวัด แม้จะยังไม่มผี ลบังคับทัว่ ประเทศในฝนนี้ แต่คลืน่ กระทบของปรากฎการณ์กเ็ กิดขึน้ แล้ว ค่าครองชีพถีบตัว ขึ้นไปรออย่างที่ไม่เกินความคาดหมาย และยังไม่มี สัญญาณว่าจะชะลอตัวลง เงินเฟ้อยังคงอยู่ในทิศทาง ขาขึ้น ไม่มีสัญญาณว่าจะมีสิ่งใดฉุดรั้งไว้เช่นเดียวกัน ทั้งหมดเป็นแรงเร่งให้ภาคการผลิต มีต้นทุนเพิ่มขึ้น และมีอนาคตในการสร้างรายได้ลดลง ยังไม่นับกับที่ ผลกระทบจากอุทกภัยใหญ่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมายัง ไม่หมดแรง ส�ำหรับเชียงใหม่ ยังมีประเด็นเรื่องการ ประกาศใช้ ผั ง เมื อ งสองฉบั บ คื อ ผั ง เมื อ งรวมเมื อ ง เชียงใหม่ และผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความ กังวลสูงในกล่มุ ประชาชนทีต่ ดิ ตามกระบวนการร่างและ ปรับปรุงผังเมืองนี้มากว่า3ปีว่า ผังเมืองทั้งสองฉบับจะ ส่งผลกระทบทางลบแก่การอยู่อาศัย การใช้ชีวิต และ การลงทุนในเมืองนี้ในระยะยาว ไม่เพียงแค่ 5 ปีของ การบังคับใช้ผังเมืองนี้ แต่เป็นระยยาวกว่านั้นอย่าง น่ากังวลยิ่ง หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และพันธมิตร ยังคงพยายามไม่หยุดยั้งที่จะให้ภาครัฐ พิจารณาข้อ เสนอ ข้อเรียกร้องของภาคเอกชน และประชาชน ที่อยู่ บนพื้นฐานของการรักษาประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่ เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราสัญญาว่าจะ ติดตาม สอบถาม เสนอแนะ เพือ่ ให้ผงั เมืองส่งผลกระทบ ทางลบต่อการด�ำเนินการชีวิต การอยู่อาศัยของคน เชียงใหม่ให้น้อยที่สุด เรียกร้องให้คนเชียงใหม่หันมา สนใจข้ อ มู ล ข่ า วสารที่ จ ะก่ อ ผลกระทบต่ อ บ้ า นเมื อ ง ของตนเองให้มากขึ้น และกระตุ้นให้ภาครัฐเห็นความ ส�ำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในนโยบาย ทุกอย่างที่จะสร้างผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในพื้นที่ โดยมีกระบวนการร่างผังเมืองเป็นตัวอย่างทีค่ วรจะมีการ ริเริ่มในเร็ววัน

กระแสทัศน์

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

ประเทศไทยกับปัญหาจริยธรรม

เวทีปาฐกถาเรื่อง “จริยธรรมกับทางรอดของ ประเทศไทย : ปัญหาและทางออก” ในงาน 12 ปี ผู้ ตรวจการแผ่นดิน เพื่อความเป็นธรรมของแผ่นดิน นาย กล้านรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ เห็นว่าการสร้างจริยธรรมคือทางรอด ในการพัฒนาประเทศ แต่ด้วยจริยธรรมมีลักษณะเป็น นามธรรมจึงท�ำให้แต่ละคนมีจิตส�ำนึกที่แตกต่างกัน สิ่งที่จะเป็นทางออกของประเทศคือ ต้องท�ำให้ จริยธรรมเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ท�ำให้คนกลัวจริยธรรม คือต้องสร้างความเข้มแข็งและความกล้าขององค์กรที่ท�ำ หน้าทีต่ รวจสอบและควบคุมจริยธรรม นอกจากนีต้ อ้ งปลุก ส�ำนึกของประชาชน ให้กลายเป็นพลังทีเ่ ข้มแข็งเพือ่ ถ่วงดุล ตรวจสอบการท�ำงานของฝ่ายราชการทั้งหมด ผมขอฝากให้ ส� ำ นั ก งานผู ้ ต รวจการแผ่ น ดิ น เดินหน้าสร้างจิตส�ำนึกของประชาชนที่ไม่ยอมรับการ คอร์รัปชั่น และไม่ยอมรับคนที่ท�ำทุจริต ท�ำผิดกฎหมาย มีการก�ำหนดจริยธรรมไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมาย สูงสุด แต่ผมรู้สึกอายว่าท�ำไมต้องไปก�ำหนดเช่นนั้น ทั้งที่ เป็นเรื่องของจิตส�ำนึกความดี ซึ่งการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามจริยธรรม ถือว่ามีความผิดทางวินยั โดยเฉพาะผูด้ ำ� รง ต�ำแหน่งทางการเมือง ถ้าถูกร้องเรียนว่าท�ำผิดวินัย ทางผู้ ตรวจการฯ จะตรวจสอบว่านักการเมืองท�ำผิดวินยั ร้ายแรง หรือไม่ ถ้าเห็นว่าร้ายแรงก็ต้องส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ไต่สวน ตามข้อเท็จจริง และถ้าเห็นตามผูต้ รวจการฯ ก็ตอ้ งส่งเรือ่ ง

ให้ประธานวุฒิสภา ด�ำเนินการถอดถอน โดยมติวุฒิสภา ก็ต้อง 3 ใน 5 ดังนั้น ขอฝากให้ส�ำนักงานผู้ตรวจการแผ่น ดินเดินหน้าสร้างจิตส�ำนึกของประชาชนที่ไม่ยอมรับการ คอร์รัปชั่น และไม่ยอมรับคนที่ท�ำทุจริต ท�ำผิดกฎหมาย ผมอยากสร้างกระแสความกดดันให้เกิดการไม่ยอมรับคน ที่กระท�ำความผิด หรือได้มาในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แม้จะไม่ ถึงกับขับไล่ แต่ต้องแสดงออกว่าให้บุคคลนั้นรู้ว่าสังคมไม่ ยอมรับ เหมือนคนเมายาบ้าหรือเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หากสังคมไม่สร้างความกดดันก็จะล�ำบาก อยากให้โพล ส�ำนักต่างๆ เปลี่ยนค�ำถามในการส�ำรวจความเห็นที่ ระบุว่ายอมรับได้หรือไม่หากร���ฐบาลโกง แล้วประชาชน อยู่ดีกินดี ประเทศชาติเจริญ ให้เป็นเชื่อหรือไม่ว่าหาก รัฐบาลโกงแล้วจะท�ำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีหรือชาติเจริญ เนื่องจากในประเด็นค�ำถามแรกนั้น เป็นการส�ำรวจที่ผิด ตรรกะและสร้างส�ำนึกของประชาชนให้ยอมรับการทุจริต คอร์รัปชั่น การวัดค่าความโปร่งใสของประเทศไทยในปี นี้ได้ 3.4 คะแนน ถือว่าไม่เลวร้ายเกินไป หากเทียบกับ ค่าส�ำรวจความโปร่งใส 17 ปีที่ผ่านมา ที่เฉลี่ยได้ 3.3 คะแนน ทั้งนี้มีประเด็นที่จะท�ำให้เกิดความโปร่งใสได้คือ จริยธรรม การท�ำดี ถูกต้องและท�ำด้วยความจริง สาเหตุการคอร์รัปชั่นและการท�ำผิดจริยธรรมนั้นเหมือน กันอยู่ 5 ประการได้แก่ 1.กระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม 2.โครงสร้างสังคมไทย ที่มีระบบอุปถัมภ์ แบบแนวดิ่งที่ผู้ ที่มีอ�ำนาจน้อยกว่าต้องวิ่งเข้าหาผู้ที่มีอ�ำนาจมาก เพื่อให้ ตนเองอยูร่ อด และได้ตามทีต่ นเองต้องการ 3.กระบวนการ ยุติธรรมในระบบไม่เข้มแข็ง ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า

กระบอกเสียงหอเหนือ

องค์กรในกระบวนการยุติธรรมต้องคิดและตัดสินอย่าง เดียวกัน แต่การวินิจฉัยขององค์กรยุติธรรมต้องอยู่บน หลักพืน้ ฐาน เทีย่ งธรรม ยุตธิ รรม และไม่อยูภ่ ายใต้สภาพ การกดดันใดๆ แต่บ้านเมืองไทยปัจจุบัน ในบางเรื่องถูก สังคมพิพากษาไปตามความรูส้ กึ แต่องค์กรในกระบวนการ ยุติธรรม ต้องยึดหลักพยานหลักฐาน ความเที่ยงธรรม และไม่มีอคติ และกล้าท�ำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่ตัดสิน ตามความรู้สึก แต่ตอนนี้สังคมไทยยังขาดความกล้าท�ำ ในสิง่ ทีถ่ กู ต้อง 4.การแทรกแซงจากผูม้ อี ทิ ธิพลและนักการ เมือง และ 5.ความเบื่อหน่ายและเพิกเฉยของประชาชน ต่อการทุจริต ประเด็นนี้ถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง การจะ แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นได้ ต้องสร้างให้คนไทยเกลียดการ คอร์รัปชั่น ท�ำให้เห็นว่าสิ่งที่ส�ำคัญที่จะท�ำให้บ้านเมือง ไปรอด จริยธรรมจ�ำเป็นต้องเกิดขึ้น ความเข้มแข็งต้อง เกิดขึ้น รวมทั้งความกล้าขององค์กรด้วย นั่นคือทางรอด ของประเทศและทางออก ที่มา : http://www.khaosod.co.th น�้ำลด โดยให้สิทธิ์คนไทยสามารถซื้อบัตรเข้าชมงานได้ ครึ่งราคา 3.การเพิ่มเที่ยวบินสู่สนามบินนานาชาติ รวม ถึ ง ขยายเส้ น ทางบิ น ของเที่ ย วบิ น ตรงและเที่ ย วบิ น ประจ�ำ 4. จ�ำนวนห้องพักโรงแรมและรีสอร์ทในเชียงใหม่ ที่เพิ่มขึ้น

การส�ำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผล กระทบด้านเศรษฐกิจของการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก เฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ที่มีต่อการท่องเที่ยว ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ด้วยความร่วมมือกัน ระหว่าง หอการค้ากลุม่ จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1, คณะ

ผลส�ำรวจผลกระทบด้านเศรษฐกิจมหกรรมพืชสวนโลกฯ ครั้งที่ 2

วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบริษทั ศูนย์วจิ ยั กสิกรไทย วิเคราะห์ โดยการสอบถาม หน่วยงานและ องค์กร ที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว วิเคราะห์ Macro Economic Analyticสามารถสรุปได้ดังนี้ รายได้ดา้ นการท่องเทีย่ วจากการจัดงานมหกรรม พืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ทั้งหมด กว่า 18,250 ล้านบาท จ�ำแนกเป็น รายได้จากการจ�ำหน่าย ของทีร่ ะลึกของจังหวัดเชียงใหม่ มูลค่ากว่า 6,750 ล้านบาท จังหวัดล�ำพูน ล�ำปาง แม่ฮ่องสอน มูลค่ากว่า 1,012.5 ล้านบาท รวมเป็น 7,762.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 45 รายได้จากการบริการด้านที่พัก จังหวัดเชียงใหม่ มูลค่า กว่า 4,500 ล้านบาท จังหวัดล�ำพูน ล�ำปาง แม่ฮ่องสอน มูลค่ากว่า 675 ล้านบาท รวมเป็น 5,175 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 30 รายได้จากการจ�ำหน่ายอาหารของ จังหวัดเชียงใหม่ มูลค่ากว่า 2,250 ล้านบาท จังหวัด ล�ำพูน ล�ำปาง แม่ฮ่องสอน มูลค่ากว่า 337.5 ล้านบาท

รวมเป็น 2,587.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15 และรายได้ ในด้านอื่นๆของจังหวัดเชียงใหม่ มูลค่ากว่า 1,500 ล้าน บาท จังหวัดล�ำพูน ล�ำปาง แม่ฮ่องสอน มูลค่ากว่า 225 ล้านบาท รวมเป็น 1,725 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10 รายได้รวมจากนักท่องเที่ยวนอกกลุ่มจังหวัด ของจังหวัด เชียงใหม่ มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท จังหวัดล�ำพูน ล�ำปาง แม่ฮ่องสอน มูลค่ากว่า 2,250 ล้านบาท รวม เป็น 17,250 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 100 และรายได้จาก นักท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัด ของจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ปั จ จั ย ที่ มี ผ ลต่ อ การท่ อ งเที่ ย วของกลุ ่ ม จังหวัดฯ ในช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกฯ 2554 ปัจจัยบวก ได้แก่ 1.สภาพอากาศหนาวเย็นต่อเนื่องนานกว่าทุกปี ช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเดินเที่ยวชมภายในงาน 2.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศหลัง

ปัจจัยลบ ได้แก่ 1.อุทกภัยครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ ท�ำให้ ก�ำลังซื้อลดลง เพราะส่วนใหญ่ต่างมีรายจ่ายในการ ซ่อมแซม และปรับปรุงบ้าน 2.ข่าวความไม่สงบในพื้นที่จัดงานส�ำคัญๆ ช่วง เทศกาลปีใหม่ ประกอบกับข่าวทางการสหรัฐฯ ประกาศ เตือนภัยก่อการร้าย 3.ปัญหาด้านหมอกควันในหลายๆ จังหวัด เชียงใหม่ และหลายๆ จังหวัดในภาคเหนือ


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

AfterWorkingHours เบน สวัสดิวฒ ั น์ กงสุลกิตติมศักดิส์ หราชอาณาจักร ประจ�ำเชียงใหม่ นอกเหนือจากต�ำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ แห่งสหราชอาณาจักรฯประจ�ำเชียงใหม่ คุณเบน ยังพ่วง ต�ำแหน่ง Executive Director TRAFCORD (หน่วย ประสานงานเพือ่ ต่อต้านการค้ามนุษย์ภาคเหนือตอนบน), เจ้าของบริษัท Grassroots Group ออกาไนซ์เซอร์ที่เน้น ในเรื่องการสืบสานวัฒนธรรมล้านนาไปสู่ต่างประเทศ และในประเทศ รวมถึงการเป็น Director ของ Mother Child Concern Foundation อีกด้วย “ผมท�ำเพื่อสังคม เป็นหลัก งานด้านกงสุลต้องดูแลคนอังกฤษที่อาศัยอยู่ใน เชียงใหม่ ที่ได้รับความเดือดร้อน และรักษาสิทธิของคน อังกฤษ ปัญหาหลักของคนอังกฤษที่มาพักอยู่ในเชียงใหม่ ส่วนใหญ่จะมีปญ ั หาด้านสุขภาพ การดูแลตัวเอง โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุชาวอังกฤษที่อยู่คนเดียว เวลามีปัญหาสุขภาพที่ เชียงใหม่อาจจะได้รับการดูแลไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ซึ่งอาจ จะแตกต่างจากที่ประเทศอังกฤษ ที่รัฐบาลอังกฤษจะช่วย เหลือด้านสุขภาพ โรงพยาบาล นักสังคม ฟรีทุกอย่าง ผม เลยตัง้ เครือข่ายทีเ่ รียกว่า Lanna Care Net (LCN) ทีเ่ ป็น อาสาสมัครทั้งบุคคลและองค์กร ที่มาร่วมเป็นเครือข่าย ช่วยเหลือชาวต่างชาติที่เป็นผู้สูงอายุ ทุกสัญชาติ เรา มองว่าชาวต่างชาติ หรือกงสุลของต่างชาติที่มาอยู่ใน ประเทศไทย ต้องพยายามรับผิดชอบคนของเราเอง เรา จะมาอาศัยมาเรียกร้องรัฐบาลไทยมาช่วยตลอดมันไม่ ค่อยแฟร์ เราจะต้องท�ำให้มีเครือข่ายมอาสาสมัคร มี ประมาณ 20 กว่าองค์กร ทั้งด้านบ้านพัก ด้านศาสนา ด้านการศึกษา หรือด้านสุขภาพ” ยามว่างเว้นจากการ ท�ำงาน คุณเบนบอกว่า ชอบอยู่บ้าน (อยู่บ้านคนเดียว ไม่มีครอบครัว เหมือนจะมีผมและกงสุลอเมริกันที่เป็น กงสุลคนที่โสด หัวเราะ..) ผมชอบอยู่บ้านกับธรรมชาติ อยู่กับสุนัขตัวโปรด แต่ที่ชอบแบบสุดๆ ก็คงเป็นการเดิน ป่า เพราะเป็นคนรักธรรมชาติมาแต่เด็ก “ผมชอบเดิน ส�ำรวจเส้นทาง บางทีกไ็ ปกางเตนท์ ตอนนีก้ �ำลังท�ำแผนที่ ทางเดินขึ้นดอยสุเทพอยู่ ส่วนมากไม่ค่อยมีใครชอบเดิน แบบนี้ เพราะเดินขึ้นดอยในเมืองไทยทั้งเหนื่อยทั้งร้อน นอกจากนีก้ ช็ อบเกีย่ วกับโบราณคดี เพราะเรียนมา

วิถีชีวิต ทางนีด้ ว้ ย ชอบกีฬา Extreme Sport เช่น สกีหมิ ะ ขีม่ อเตอร์ไซค์วบิ าก เล่น roller brade และยิงธนู ตอนนีก้ เ็ ริม่ เรียนภาษา���ีป่ นุ่ เพราะอินกับวัฒนธรรมของญีป่ นุ่ ทีม่ ี ความงดงามไม่แพ้ไทย” สิง่ ทีค่ ณ ุ เบนมองอย่างเป็นห่วงถึงจังหวัดเชียงใหม่ เป็น เรือ่ งของการวางแผนและนโยบายพัฒนาเมืองในระยะยาว คุณเบนบอกว่า สิง่ ที่ ท�ำให้คนหลั่งไหลมาเชียงใหม่ คือ วัฒนธรรมอันงดงามสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม แต่ไม่ค่อยมีการส่งเสริม พัฒนาและดูแลนโยบายแบบยั่งยืน เช่น ระบบการทิ้งขยะ การเผาป่า การจราจร ฯลฯ อยากให้ทางภาครัฐเข้มงวด เรื่องนโยบายให้มากขึ้น อาจจะต้องเป็นแผนที่ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง เข้ามามีส่วนร่วมในการวางนโยบายร่วมกัน “เมืองไทยเราอาจจะต้องมานั่งคิดกันอย่างจริงจังนะ อย่างเรื่องสิ่ง แวดล้อม คนที่มาเที่ยวลองสเตย์ในเชียงใหม่ เพราะชื่นชอบสิ่งแวดล้อมของ

5

ผมท�ำเพื่อสังคมเป็นหลัก งานด้านกงสุลต้องดูแล คนอังกฤษทีอ่ าศัยอยูใ่ นเชียงใหม่ ทีไ่ ด้รบั ความเดือดร้อน และรักษาสิทธิของคนอังกฤษ เวลามีปัญหาสุขภาพ และ ช่วยเหลือชาวต่างชาติที่เป็นผู้สุงอายุ ทุกสัญชาติ

เบน สวัสดิวัฒน

กงสุลกิตติมศักดิ์สหราชอาณาจักรประจ�ำจังหวัดเชียงใหม่ เชียงใหม่ หากสิ่งแวดล้อมไม่ดีเขาก็ไม่อยู่เหมือนกัน เสน่ห์ด้านวัฒนธรรมก็ เช่นกัน ในอนาคตเชียงใหม่จะมีความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจมากขึ้น เป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ แต่เราก็ไม่อยากที่จะให้ค่านิยมบางอย่าง มาบดบัง วัฒนธรรมที่ดีงามของเชียงใหม่ ความเจริญและวัฒนธรรมของเชียงใหม่มัน ต้องสมดุลกัน ไม่อย่างนั้นเมืองของความเป็นคนล้านนาก็จะหายไป เราก็จะ เป็นคนสมัยใหม่เหมือนคนทั่วโลก ไม่มีเอกลักษณ์ อยากให้ทุกคนรักษาความ เป็นรากเหง้าของวัฒนธรรมที่ดีงามไว้ อย่างที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ที่ได้ส่งเสริมในเรื่องของการศึกษาและวัฒนธรรม ของเชียงใหม่ให้คงอยู่” คุณเบนปิดท้ายอย่างน่าประทับใจ


6 iT iTalk vol.13

องค์ความรู้

บทเรียนจากผู้รู้

(ต่อจากฉบับที่แล้ว) จะเห็นได้จากตลอดระยะเวลากว่า 18 ปี เอไอเอส ท�ำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ซึง่ เอไอเอสคงยืนยันสานต่อใน เจตนารมณ์ชัดเจน ที่มุ่งมั่นตั้งใจตอบแทนและรับผิดชอบ ต่อสังคมไทย (Corporate Social Responsibility – CSR) ด้วยเป็นส่วนหนึง่ ในการสร้างคุณภาพชีวติ ทีด่ ใี ห้กบั คนใน สังคมให้สามารถใช้ชวี ติ และด�ำรงชีพได้อย่างมีความสุขและ ยั่งยืน เพื่อให้สังคมมีความแข็งแกร่ง เอไอเอส จึงวาง แนวทางในการด�ำเนินงานด้าน CSR เป็น 4 แนวทาง คือ สนับสนุนสถาบันครอบครัว การเป็นแบบอย่างทีด่ ใี นสังคม

“เราก�ำลังเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง.. รูปแบบธุรกิจหนังสือพิมพ์แบบเก่าก�ำลังถูกท้าทาย ถ้าเรามาดูกนั ถึงยอดผูอ้ า่ นทีล่ ดลง...มันน่าเป็นห่วง มาก...แต่ถ้าเราลองหันมาดูถึงยอดผู้เข้าใช้งาน อินเทอร์เน็ตมันช่างสุดยอดจริง ๆ” นี่เป็นการให้สัมภาษณ์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาของ Rupert Murdoch อภิมหาสื่อของโลก ที่ครอบครองสื่อ ทั้งในประเทศอังกฤษ อเมริกา อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และเอเชีย เมื่อ iPad ออกจ�ำหน่าย Murdoch ไม่รอช้าที่ จะน�ำThe Sun หนังสือพิมพ์ tabloid ที่ขายดีในอังกฤษ มาให้บริการอ่านกันฟรี หนึ่งเดือนเต็มๆ หลังจากนั้นถ้า อยากจะอ่านต่อ ก็ตอ้ งเสียค่าสมาชิกเดือนละสองร้อยกว่า บาท นับว่าเป็นการตลาดทีแ่ ยบยล สมกับการเป็นเจ้าพ่อ สื่อโดยแท้ หันมามองสถานการณ์ e-newspaper และ

รศ.ธีรภัทร วรรณฤมล อาจารย์ประจ�ำแขนงวิชาสื่อใหม่ คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ terapatt@yahoo.com

ติดตามอ่านย้อนหลังได้ที่ ajterapatt.wordpress.com

แนวคิดที่สมประสงค์ บทที่ 3

บ้านทีส่ ร้างจากความรัก ความเข้าใจ

Online News

e-magazine ในบ้านเรา ในปีนี้ดูท่าทางจะเอาจริงครับ มีหลายค่ายท�ำ เป็น App ออกมาให้บริการบน iOS โดยเฉพาะบนiPad ทั้งบริการแบบออนไลน์ คือต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ถึ ง จะอ่ า นได้ แ ละบริ ก ารแบบออฟไลน์ คื อ สามารถ ดาวน์โหลดผ่าน App เอาไว้อ่านเมื่อไรก็ได้ตามใจฉัน ล่าสุดที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้น เดือนเมษายน ก็คอื ค่ายเนชัน่ น�ำทีมโดยคุณสุทธิชยั หยุน่ Innovator คนส�ำคัญในวงการ ที่เปิดตัว App เนชั่นสุด สัปดาห์ (ไปทีA่ pp Store แล้วพิมพ์ค�ำว่าNation weekend มีให้ทดลองอ่านฟรีด้วย) สนนราคาฉบับละ $ 0.99 (สามสิบกว่าบาท) ถูกกว่าฉบับกระดาษ ทีข่ ายในราคา 40 บาท ผมลองเข้าไปใช้บริการ บอกได้ว่าติดใจครับ เพราะ เป็น Multimedia ครบครัน มีทั้งไฟล์วิดีโอประกอบไม่ใช่ เป็นตัวหนังสือนิ่งๆ อีกต่อไป เล่มใหม่ในแต่ละสัปดาห์ จะพร้อมให้ดาวน์โหลดทุกวันศุกร์ครับ ไม่ต้องไปชะเง้อ ตามแผงอีกต่อไปส่วนค่ายไทยรัฐก็ไม่ยอมน้อยหน้าครับมี App ชือ่ Thairath HD ให้บริการแบบออนไลน์ ทีส่ ำ� คัญ คือ ฟรีครับ มีการแยกหมวดหมู่ข่าวและข่าวเด่นๆ ดูกด ง่ายสบายตา ในหมวดคอลัมน์เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการเลือก คอลัมน์เองสูงสุดถึง 18 คอลัมน์ ใครชอบคอลัมน์แนวไหน สามารถจัดเมนูเซ็ทของตัวเองได้ตามสะดวก ทัง้ การเมือง

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

กีฬา ไอที ต่างประเทศ บันเทิง (แต่ขอบอกก่อนว่าไม่มี ละครทีวใี ห้อา่ นนะครับ)อีก App หนึง่ ทีข่ อแนะน�ำเป็นฟรี App ทีร่ วมข่าวของครอบครัวข่าว3 (KrobKruaKao) มาดู ย้อนหลังได้แบบจัดเต็ม ทัง้ ข่าว 3 มิติ สรยุทธ เจาะข่าวเด่น เรือ่ งเล่าเสาร์-อาทิตย์ รวมทัง้ Headline News ด้วยครับ ส�ำหรับข่าวต่างๆมีการแบ่งหมวดหมูไ่ ว้ชดั เจน แต่ มีข้อเสียอยู่ตรงที่ข้อมูลจะไม่อัพเดทอัตโนมัติ เวลาเข้าใช้ งานแต่ละครั้งต้องไปกดเมนู UPDATE เอง และบาง รายการอาจจะอัพช้าไปหน่อย แต่โดยรวมน่าจะเป็นการ เริ่มต้นที่ดีครับ ส่วนผู้อ่านที่เป็นแผนประจ�ำของนิตยสาร GM ลองไปดาวน์โหลดมาอ่านได้ฟรีใน Newsstand ตอนนี้ เขายังใจดี ให้อา่ นฟรีๆ ตัง้ แต่เดือนมกราคม ถึงมีนาคมครับ อ่านแล้วตื่นตาตื่นใจดีครับ มีทั้งไฟล์วิดีโอ เสียงเพลง ประกอบบทความท�ำให้นกึ ถึงค�ำพูดของJeff Bezos ผูก้ อ่ ตัง้ Amazon.comทีเ่ คยบอกว่า “ Books aren’t dead. They’re just goingdigital.” และวันนั้นมาถึงแล้วครับ

การให้โอกาสช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆ และการปลูกจิต ส�ำนึกให้พนักงานช่วยเหลือสังคม ซึง่ จาก 4 แนวทางทีว่ าง ไว้ สามารถตอบสนองและดูแลสังคมได้โดยผ่านกิจกรรม ภายใต้โครงการต่างๆ อาทิ จัดกิจกรรม “เอไอเอส แฟมิลี่ วอล์ค แรลลี่ เพื่อมูลนิธิอานันทมหิดล” และ “เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่ เพื่อสายใจไทย” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทั้งสอง กิจกรรมนี้ เอไอเอส สานต่อการด�ำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มาเป็นระยะเวลา 10 ปี และ 17 ปี ตามล�ำดับ และจะยังคง สานต่อกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนือ่ งตลอดไป เพราะจาก วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการด�ำเนินกิจกรรมดังกล่าว ก็เพือ่ สานความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว เปิดโอกาสให้ ทุกคน พ่อ แม่ ลูก ปู่ ย่า ตา ยาย ได้มีโอกาสสานความ สัมพันธ์ภายในครอบครัวผ่านกิจกรรมต่างๆ ผลิตรายการโทรทัศน์ “สานรัก คนเก่งหัวใจ แกร่ง” เพื่อเชิดชูและสนับสนุนเยาวชนที่ดี ใฝ่รู้ มีความ กตัญญู ให้เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม โดยโครงการนี้จะ ให้เงินช่วยเหลือครอบครัวและให้ทุนการศึกษาแก่เด็กได้ เรียนจนจบปริญญาตรี จัดกิจกรรม “สานรัก คนเก่งหัวใจ แกร่งสัญจร” เพื่อสร้างขวัญและเพิ่มก�ำลังใจให้เยาวชน ด้วยการน�ำตัวอย่างเยาวชนจากโครงการสานรัก คนเก่ง หัวใจแกร่ง ไปพูดคุยและแลกเปลี่ยนแนวคิดแก่เยาวชน ในสถานที่ต่างๆ อาทิ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชน สถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นต้น โครงการ “ถังน�ำ้ ใจ เอไอเอส เพือ่ ไทยไม่ขาดน�ำ้ ” เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครอง ราชย์ครบ 60 ปี เอไอเอสและชาวไทยทัง้ ประเทศตัง้ ใจทีจ่ ะ ท�ำความดีและเดินตามรอยพระราชด�ำริของพระองค์ท่าน

ในเรื่องของทรัพยากรน�้ำ ปัญหาภัยแล้ง และเพื่อเป็นการ สนองแนวพระราชด�ำริ โครงการ “เอไอเอส สร้างอาชีพ Call Center แด่ผู้พิการ” เอไอเอส ตั้งใจที่จะให้โอกาสแก่ เยาวชนผูพ้ กิ ารทัง้ ทางสายตา และทางการได้ยนิ (หูหนวก) ได้มีอาชีพสามารถเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว ไม่เป็น ภาระของสังคม ด้วยการรับเข้าเป็นพนักงาน AIS Call Center และได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ เช่นเดียวกัน กับพนักงานปกติของบริษัทฯ “กองทุน เอไอเอส เพื่อผู้สูง อายุ ในมูลนิธริ าชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์” ส่วนนี้ได้จัดมอบเงินจ�ำนวน 5 ล้านบาทเป็นประจ�ำทุกปี เพื่อสมทบทุนกองทุนเพื่อผู้สูงอายุ ในมูลนิธิราชประชานุ เคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทีผ่ า่ นมาจนถึงปัจจุบนั มอบ เงินไปแล้วเป็นจ�ำนวน 40 ล้านบาท “เอไอเอส แนะแนว ว่าที่บัณฑิต ให้ชีวิตไม่เตะฝุ่น” เป็นการจัดกิจกรรมที่เปิด โอกาสให้นิสิตนักศึกษาที่ก�ำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 4 จาก สถาบันการศึกษาต่างๆ ร่วมรับฟังความรูก้ ารเตรียมความ พร้อมในการสมัครงานและพัฒนาตนเองเพือ่ เข้าสูโ่ ลกแห่ง การท�ำงานจริง ในตัวตนของคุณสมประสงค์ มีพลังแห่งความรัก ความเข้าใจ สามารถน�ำมาใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ทั้งกับ ชีวติ ครอบครัวทีแ่ สนอบอุน่ ภายในบ้านหลังนี้ หรือกับการ บริหารทีม่ พี นักงานต้องดูแลราวหมืน่ คน ซึง่ คุณสมประสงค์ ยังได้นำ� พลังแห่งความรักทีม่ อี ยูม่ าชีแ้ นะทีมงาน ให้ขอ้ คิดดีๆ ในการปฏิบตั งิ านรวมถึงการดูแลคนครอบครัว ซึง่ ทุกครัง้ ที่ คิด ทีก่ ระท�ำต้องออกมาจากใจ ท�ำด้วยความเต็มใจ ผลทีไ่ ด้ก็ จะเป็นไปตามเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ เพราะการเป็นผู้มี จิตใจดี คิดดี ท�ำดี ย่อมมีพนื้ ฐานครอบครัวทีด่ ี ทีอ่ บอุน่ นัน่ เอง

แหล่งที่มา : บทสัมภาษณ์ : My home หน้า 172 Story : วิไลวรรณ เวชเตง 19/03/52 หมายเหตุ : หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ขอขอบคุณ คุณสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บมจ. คิงคอเปอเรชั่น รองประธานกรรมการบริหารบมจ.แอดวานซ์อินโฟเซอร์วิส (เอไอเอส.) ที่กรุณาให้น� ำเนื้อหาใน หนังสือ”แนวคิด ชีวิตที่สมประสงค์” มาเผยแพร่ในที่นี้

รุกรับปรับตัวสู่อาเซียน ธุรกิจโรงแรม-สปาเชยี งใหม่ พร้อมรับ AEC ประชาคมอาเซียน หรือยัง โดย Mr.Asean Plus ในจังหวัดเชียงใหม่ถอื ว่ามีภาคธุรกิจบริการ ด้านโรงแรม สปา และสถานบริการสุขภาพมาก ที่สุดในภาคเหนือและภายในไม่เกิน 3 ปี ย่อม จะเกิดการแข่งขันสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัวเนื่องจาก เชียงใหม่ถือเป็น destination การท่องเที่ยวที่โดด เด่นเป็นตลาดหลักของภาคเหนือ รูปแบบของการรุกเข้ามาของธุรกิจโรงแรมภาย หลังการเปิด AEC อย่างสมบูรณ์ในอีก 3 ปีข้างหน้า มี การวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ว่าต้องมีเชนต่าง ประเทศและเชนไทยมาลงสนามแข่งขันการรับบริหาร โรงแรมอีกมาก เช่นล่าสุดกเชนฮิลตัน เวิลด์ไวด์ มาร่วม ลงทุนกับบริษทั แมกโนเลีย ไฟน์เนสท์คอร์ปอเรชัน่ จ�ำกัด เปิดตัวโรงแรมวอลดอร์ฟแอสโทเรีย ซึ่งถือเป็นโรงแรมที่ หรูหราที่สุดในเครือ โรงแรมฮิลตัน และถือเป็นแห่งแรก ในอาเซียน โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี พ.ศ. 2558 เพื่อรองรับการเปิดAEC โดยมุ่งเน้นตลาดท่อง เที่ยวมากกว่าตลาดประชุมสัมมนาหรือ MICE อย่ า งไรก็ ต ามปั จ จุ บั น เชนต่ า งประเทศที่ เข้ า มาบริหารโรงแรมในประเทศไทย และเชียงใหม่ก็มี หลายแบรนด์แล้วอาทิ เชนอินเตอร์เนชั่นแนลโฮเต็ลส์ กรุ๊ป (International Hotels Group : IHG) ซึ่งแบรนด์ โรงแรมที่เป็นที่รู้จักภายใต้เชนนี้ เช่น Intercontinental และ Holiday Inn เชนเมอริเดียน (Merisdian) บริหาร

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าประเทศไทยมี ความโดดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) โดยเฉพาะด้าน Wellness Spa มากเพราะ มี ก ารผสมผสานแนวคิ ด ระหว่ า งภู มิ ป ั ญ ญาไทย และ องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนา นวัตกรรมในธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะท�ำให้เกิด การปรับปรุงรูปแบบสปา ถือเป็นศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ประจ�ำชาติไทย มีหลายรูปแบบเช่น Beauty Spa, Mediโรงแรมชือ่ ดังอาทิ Westin และ Sheraton นอกจากนีย้ งั มี calSpa, วารีบำ� บัด,พลังบ�ำบัด (การใช้อญ ั มณี เพชร พลอย เชนแอคคอร์ (Accor) ซึ่งเชนนี้มีหลากหลายแบรนด์ ตาม กลิ่น และสมุนไพรไทย) ท�ำให้เกิดความคุ้มค่าในความ ระดับความหรูหราและราคา อาทิ Sotel, Grand Mercure, รู้สึกของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ซึ่งถ้าประเทศไทย Novotelและ All season (Ibis Style) เป็นต้น ทั้ ง นี้ มี ก ารคาดการณ์ ข องสภาอุ ต สาหกรรม ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าภายหลังการเปิด AEC ประเทศไทยน่าจะสร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเพิ่ม เป็น กว่า 2 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันที่สร้าง รายได้ให้ แก่ประเทศประมาณ 1 ล้านล้านบาท ส่วนอีกด้านคือธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และสุขภาพของประเทศไทย และเชียงใหม่กถ็ อื ว่ามีชอื่ เสียง มากเนือ่ งจากมีแหล่งท่องเทีย่ วทาง ทะเล ป่าไม้ ภูเขา ศิลป วัฒนธรรม อาหาร สถานบันเทิง และแหล่งช็อปปิ้ง ซึ่ง สามารถรองรับนักท่องเทีย่ วที่ มาใช้บริการทางการแพทย์ ได้เป็นอย่างดี นายสุ พ ล ศรี พั น ธุ ์ อธิ บ ดี ก รมการท่ อ งเที่ ย ว

สามารถก้าวไปสูจ่ ดุ สุดยอดของการให้บริการสปาเหมือน กับประเทศแถบยุโรป และอเมริกา ก็จะท�ำให้สปาของ ไทยก้าวสู่ระดับสากลได้อย่างไม่ยากนัก จากการประเมินสถานการณ์ด้านโรงแรมและ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแล้วถือว่าจังหวัดเชียงใหม่ได้ มีพัฒนาการและประสบการณ์ค่อนข้างมากและเข้าสู่ มาตรฐานสากลมาอย่างต่อเนื่องหากมีการเปิดเขตการ ค้าเสรีอาเซียนในปี 2558 ผมจึงคิดว่าเป็นโอกาสที่จะดึง ตลาดสู่จังหวัดเชียงใหม่มากขึ้น เพียงแต่ผู้ประกอบการ และองค์กรที่เกี่ยวข้องเตรียมรับตลาดและมองเห็นเม็ด เงินที่จะเทลงสู่เชียงใหม่มากน้อยเพียงใด


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

เยี่ยมกิจการ จุฬาวรรณ วงศ์เกษม ผู้บริหาร “ดิ ออฟฟิศ พลัส” บอกว่า จุดขายของอาคาร อยู่ที่การออกแบบ อาคารแบบโลไลฟ์ โมเดล หากสังเหตุอาคารทั่วไปจะ เป็นตึกสูงๆ สีขาวเป็นห้องมีหน้าต่างแค่ 1 บาน สิ่งที่ “ดิ ออฟฟิศ พลัส” กล้าลงทุนคือการน�ำกระจกมากัน้ เป็นผนัง ท�ำให้ดูปลอดโปร่งท�ำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสบาย ผ่อน คลายในการท�ำงาน และเหมือนกับสัมผัสกับธรรมชาติ ด้านนอกอาคารได้อีกด้วย จุดเด่นของธุรกิจอีกอย่างหนึ่งคือการให้บริการ คอยดูแลลูกค้า และเป็นที่ปรึกษาให้ค�ำแนะน�ำแก่ลูกค้า อีกด้วย เวลาท�ำงานตามปกติจะมีพนักงานคอยให้ความ ช่วยเหลือทุกเรือ่ ง แต่นอกเหนือจากเวลาท�ำงานแล้ว ลูกค้า ก็ยังสามารถเข้า – ออก ส�ำนักงานของตนเองได้ตามปกติ ตลอด 24 ชั่วโมง ด้านความปลอดภัยมีดูแลตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน กลุ่มเป้าหมาย

ธุรกิจ จุดขายของอาคารอยูท่ กี่ ารออกแบบอาคารแบบโลไลฟ์ โมเดล หากสังเหตุอาคารทัว่ ไป จะเป็นตึกสูงๆ สีขาวเป็นห้องมีหน้าต่างแค่ 1 บาน สิง่ ที่ “���ิ ออฟฟิศ พลัส” กล้าลงทุนคือ การน�ำกระจกมากั้นเป็นผนังท�ำให้ดูปลอดโปร่งท�ำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสบาย ผ่อนคลาย ในการท�ำงาน และเหมือนกับสัมผัสกับธรรมชาติด้านนอกอาคารได้อีกด้วย

“ดิ ออฟฟิ ศ พลั ส ” อาคารส�ำนักงานทันสมัยของเชียงใหม่ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติเฉลี่ยร้อยละ 80% ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการ และชาวไทยร้อยละ 20% และเป็นลักษณะออฟฟิสสาขาในภูมิภาค แตกไลน์ ออกมาจากสาขาใหญ่จากกรุงเทพฯ การขยายตัวของกิจการ การขยายตัวของกิจการในลักษณะนี้ยังไม่ได้คิด ที่จะขยาย เนื่องจากต้องการบริหารตรงนี้ให้ดีที่สุดก่อน ซึ่งหากท�ำขึ้นในภาวะเศรษฐกิจอย่างปัจจุบันไม่รู้ว่าจะ

สามารถขายพื้นที่เช่าหมดภายในระยะ 1 ปี เหมือน “ดิ ออฟฟิศ พลัส” หรือเปล่า การท�ำแบบนี้ได้เราต้องอาศัย ช่วงระยะเวลาพอสมควร แต่การบริการของเราท�ำให้ผู้ที่ เช่าเกิดความประทับใจ ควรบริหารงานลูกค้ากลุ่มเดิมให้ ดีที่สุดก่อน สมกับความไว้วางใจในการบริหารของเรา แต่ อนาคตอีกไม่เกิน 2 ปี ก็ไม่แน่นอนเหมือนกัน เราอาจจะ มองหาอสังหาริมทรัพย์ตัวใหม่ เพื่อที่จะท�ำการลงทุนอีก ครั้ง

7

หลักการบริหาร ส่วนตัวเป็นคนชอบแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ชอบ ในเรื่องของการวางแผนงาน ชื่นชอบในการบริการ หาก ลูกค้าเกิดปัญหาและขอค�ำปรึกษา เราต้องมีวิธีการแก้ไข ปัญหาให้ลูกค้า จนกระทั่งเกิดความพอใจในที่สุด การได้ แก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าเกิดความพอใจ การได้มาท�ำงาน ทุกวันร่วมกับลูกค้า รู้สึกถึงความสุขที่เกิดขึ้นได้กับตัวเอง และลูกค้า ยังเคยคิดเล่นๆ ว่าไม่อยากให้มวี นั อาทิตย์ หรือ วันหยุดเลย อยากให้มีคนมาท�ำงานทุกวัน ทุกคนเหมือน กับครอบครัวไปแล้ว หากไม่ได้ท�ำงานก็เหมือนกับขาดหาย อะไรไป


8

The Chamber Forum

มุมมอง

ร้านชาวไทยภูเขา ตัง้ อยู่ เลขที่ 66 ต�ำบลศรีภมู ิ อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นธุรกิจผลิตและ จ�ำหน่ายกาแฟแบบครบวงจร ด�ำเนินกิจการตัง้ แต่ ขัน้ ตอนการปลูกไปจนถึงการชงกาแฟจ�ำหน่าย ซึง่ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นที่นิยมของลูกค้าจ�ำนวน มากทั้ ง ในและต่ า งประเทศและมี ค� ำ สั่ ง ซื้ อ จาก ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบนั บริษทั ได้ขยายกิจการในส่วนของโรงงาน คั่วเมล็ดกาแฟ เพื่อให้สามารถผลิตเมล็ดกาแฟได้ใน ปริมาณมากขึน้ แต่ยงั ประสบปัญหาในการก�ำจัดกลิน่ และ ควันทีเ่ กิดจากกระบวนการคัว่ เมล็ดกาแฟทีส่ ง่ ผลกระทบ ต่อสิง่ แวดล้อม ซึง่ แต่เดิมทางร้านได้ทดลองสร้างระบบ บ�ำบัดขึ้นมาเอง แต่ก็ยังไม่สามารถก�ำจัดกลิ่นและควัน ได้อย่างสมบูรณ์ จึงขอรับการสนับสนุน จากโครงการ สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) โครงการเครือข่าย สวทช.ภาคเหนือ เชิญ ผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ให้ค�ำปรึกษา ออกแบบ สร้างอุปกรณ์บ�ำบัดกลิ่นและควัน โดยใช้หลักการใส่ วัสดุ (Media) เพิ่อสร้างพื้นผิวในการดักจับกลิ่นและ ควันพร้อมสเปรย์นำ�้ ก่อนปล่อยสูอ่ ากาศภายนอก (The

New Generation “การท�ำธุรกิจต้องมีความยืดหยุน่ มีการปรับ ตัวให้เข้ากับสถานการณ์ และต้องมีความซื่อสัตย์ มี จริยธรรม เราจะไปมีเล่ห์เหลี่ยมไม่ได้ โดยเฉพาะ ในวงการธุรกิจด้วยกัน ควรส่งเสริมซึ่งกันและกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน จะท�ำให้ธุรกิจไปด้วยกันได้เป็น อย่างดี...” มุมมองของ คุณน�ำ้ – ภัณณ์ฑริ า เกษมส�ำราญ สาวมั่นคนนี้ ท�ำให้เห็นถึงการท�ำธุรกิจแบบเกื้อหนุนกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงจุดเล็กๆในสังคมใหญ่ๆ แต่หากน�ำ มารวมกันแล้ว คงท�ำให้การท�ำธุรกิจของรายเล็กๆ เกาะ เกี่ยวกันไปได้อย่างเข้มแข็งได้เช่นกัน จุดเริ่มต้นของบ้านเลขที่ 15 คุณน�้ำเติบโตที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จบปริญญา ตรีด้านครุศาสตร์ และต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ท�ำงานเป็นครูอยู่ประมาณ 5 ปี คิดว่าไม่ใช่อาชีพที่ตนเอง ชอบ ค้นพบว่าตนเองถนัดทางด้านธุรกิจมากกว่า จึงเริ่ม ท�ำธุรกิจเกี่ยวกับปั๊มน�้ำมัน แต่น�้ำมันราคาขึ้นๆลงๆ ชัก ไม่มีความแน่นอน บวกกับพอมีเวลาว่างเลยลองไปเรียน ท�ำกาแฟแล้วรูส้ กึ ชอบและอยากเปิดร้านกาแฟขึน้ มา ทัง้ ๆ ที่รู้ว่าในเชียงใหม่มีแต่คนเปิดร้านกาแฟ แต่ก็ลองดูว่า ถ้า เปิดแล้วมันจะเป็นอย่างไร จึงเปิดร้านเล็กๆก่อนที่ถนน ท่าแพ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ได้พัฒนาสูตร กาแฟ จนมีเครือข่าย ชมรม รูจ้ กั คนในวงการกาแฟ ท�ำให้ มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องกาแฟเพิ่มขึ้น “ได้มาเจอบ้านหลังนี้ เป็นบ้านของคุณย่าที่ เคารพนับถือกัน ท่านเอ็นดูก็เลยให้เช่าบ้านในราคา ที่ไม่แพงมากนัก น�้ำเลยพัฒนาบ้านให้เป็นร้านกาแฟ ผสมผสานระหว่างกับเป็นร้านอาหาร ร้านไวน์ไปในตัว เพราะบรรยากาศของที่นี่อยู่ริมแม่น�้ำปิง อีกอย่างละแวก

โครงการท�ำระบบก�ำจัดกลิ่นและควัน ในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ ร้านชาวไทยภูเขา Packed Media Wet Scrubber Unit.) และจากการที่ เป็นระบบบ�ำบัดกลิน่ และควันขนาดเล็ก จึงสามารถเป็นต้น แบบให้กับอุตสาหกรรมอื่นที่ประสบปัญหาแบบเดียวกับ ทางร้านได้ Hillkoff ร้านกาแฟชาวไทยภูเขาจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากการส่งเสริมชาวเขาทดแทนการปลูกฝิ่นโดยการปลูก กาแฟ แรกเริ่มเราได้รับเลือกให้เป็นตัวกลางระหว่าง United Nation กับกลุ่มชาวเขา ด้วยความที่คุ้นเคยกับ ชาวเขาเป็นอย่างดีเพราะเราท�ำการค้าขายสินค้าเกษตร ด้วยกันมาอย่างยาวนาน ได้ท�ำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่ม เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรหลายโครงการจึงได้รับการ ถ่ายทอดความรู้จากเจ้าหน้าที่ทั้งชาวไทยและชาวต่าง ประเทศ จากความรู้ที่ตกผลึกจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจ ที่จะพัฒนาตลาดกาแฟไทยให้ก้าวไกล จึงเริ่มลงทุนสั่งซื้อ เครื่องจักรในการแปรรูปกาแฟครบวงจรจากต่างประเทศ พร้อมทั้งจัดตั้ง”โครงการเกษตรที่สูงชาวไทยภูเขา” เพื่อ ท�ำการส่งเสริมการปลูกกาแฟกับชาวเขาอย่างจริงจัง โดยเกษตรกรที่ เข้ า ร่ ว มโครงการจะได้ รั บ การ

ถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะปลูกและการจัดการเพื่อ กาแฟอราบิก้าไทยยังเป็นที่เสาะแสวงหาของผู้น�ำเข้าจาก ให้ได้ผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพสูงอีกทั้งทางร้านกาแฟ ต่างประเทศเป็นจ�ำนวนมาก ชาวไทยภูเขายังรับซื้อผลผลิตคืนในราคายุติธรรมสาย พันธุ์กาแฟที่โครงการเกษตรที่สูงชาวไทยภูเขาน�ำมาส่ง เสริมให้เกษตรกรปลูกนั้นสามารถเจริญเติบโตและให้ ผลผลิตคุณภาพดี โดยเราได้คัดเลือกสายพันธุ์กาแฟอารา บิกา้ ทีต่ า้ นทานโรคและแมลงศัตรูพชื ได้ดี จนกลายมาเป็น พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่เข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาชีวิต ของชาวเขาในภาคเหนืออีกทั้งเราได้คัดเลือกพื้นที่เพาะ ปลูกทีม่ คี วามอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการปลูกต้นกาแฟและ เกษตรกรมีความรูค้ วามเข้าใจอย่างลึกซึง้ ในการปลูกน�ำมา ซึ่งผลผลิตการเกษตรที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง จากพื้นที่ เพาะปลูกที่สามารถสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกาแฟ ได้อย่างโดดเด่น แม้ปริมาณการผลิตไม่มากแต่สามารถ น�ำไปเปรียบเทียบกับประเทศผู้ผลิตชั้นน�ำ อย่างบราซิล โคลัมเบียได้ รสชาติของกาแฟที่ปลูกแตกต่างออกไปซึ่ง

ขอบพระคุณการสนับสนุนข้อมูลจาก : โครงการเครือข่าย สวทช.ภาคเหนือ

นี้ไมค่อยมีร้านกาแฟ ส่วนมากเป็นร้านอาหารที่อยู่กัน มายาวนาน น�้ำจึงขอส่วนแบ่งการต���าดจากร้านละแวก นี้เล็กน้อย จัดบรรยากาศให้ดูสบายๆ เพื่อให้สัมผัสกับ บรรยากาศธรรมชาติมากที่สุด และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้น ของบ้านเลขที่ 15 มาจนถึงวันนี้ค่ะ” หัวใจส�ำคัญในการท�ำธุรกิจส่วนตัวคืออะไร? “น�้ ำ คิ ด ว่ า การมี เ ครื อ ข่ า ยส� ำ คั ญ มากส� ำ หรั บ การท�ำธุรกิจ และการยอมรับความคิดเห็นจากลูกค้า จะช่วยให้เราปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ 100 คน 100 ความคิด เราต้องยอมรับและท�ำให้มันดีที่สุด นอกจากความส�ำคัญ ในเรือ่ งเครือข่ายที่เป็นปัจจัยในการท�ำธุรกิจแล้ว คุณภาพ ก็ส�ำคัญเช่นกัน เราควรจะคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดส�ำหรับลูกค้า ของเรา ไม่วา่ จะเป็นอาหาร สถานที่ การบริการ ต้องประทับ ใจลูกค้าจึงจะกลับมาหาเราและที่ส�ำคัญอีกประการ คือ

ประสบการณ์ของเขามาเป็นตัวอย่าง เพือ่ ลดความเสีย่ งและ ลดความผิดพลาด เราจะต้องเปิดใจยอมรับ แต่เราจะไม่ ตามใคร เราต้องเป็นได้ทั้งผู้น�ำและผู้ตาม ถ้าเราไม่เริ่ม ท�ำสิ่งใหม่ๆก่อน เรามาท�ำตามทีหลังมันก็ไม่ได้ แต่ใน ขณะเดียวกันเราก็ต้องเป็นผู้น�ำในบางเรื่อง” มุมมองและการให้ก�ำลังใจตนเองในการท�ำธุรกิจที่

บุคคลากรในองค์กรของเราเอง เป็นหัวใจส�ำคัญของเรา เลย เราจะต้องดูแลเขาเป็นอย่างดี ให้ใจซึ่งกันและกัน เขา จะรักเราและรักองค์กร และอยู่กับเรานานๆให้เขารู้สึกว่า ร้านก็เป็นส่วนหนึ่งของเขาและเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของร้าน เช่นกัน มันจะท�ำให้ไปด้วยกันได้ และการขัดแย้งในองค์กร ก็จะน้อยลง” อะไรที่จะเป็นตัวเสริมการท�ำธุรกิจได้บ้าง? “น�้ำคิดว่าล�ำพังแนวคิดของเราเอง เราอาจจะมอง ได้อย่างมาก 2-3 ด้าน เราไม่ถนัดในทุกเรื่อง แต่ว่าถ้า เรามีกลุ่มเพื่อนเยอะๆ ได้ไปอบรม สัมมนา ประชุม จะ ท�ำให้เราได้รับความรู้ใหม่ๆและสามารถน�ำมาปรับใช้กับ ธุรกิจได้ หรือแม้กระทั่งเพื่อนๆ อาจารย์ หรือวิทยาการ ที่ให้ความรู้เรา เขาถ่ายทอดจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ของเขาให้เรา แทนที่เราจะมาลองผิดลองถูกเอง เราก็เอา

ไม่ประสบความส�ำเร็จ? ตั้งแต่ที่เราท�ำร้านขึ้นมา มันจะมีปัญหาและ อุปสรรคหลายๆ อย่าง บางครั้งก็ท้อ แต่เราก็ต้องลุกขึ้นสู้ เพื่อตัวเราเอง เพื่อพนักงานที่อยู่กับเรามา เพราะเขา ฝากความหวังไว้กับเรา พนักงาน 30 กว่าชีวิต เขาก็ให้ ใจกับตรงนี้ เวลาเราท้อ คนอื่นเขาล�ำบากกว่าเราก็ยังมี ไม่เป็นไรวันพรุ่งนี้ก็มีใหม่และมันก็จะผ่านไป ให้ก�ำลัง ใจซึ่งกันและกัน คิดเห็นอย่างไรกับ AEC? “AEC มันไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัว เพราะต่อไปจะมี ชาวต่างชาติหรือการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้ามาในบ้านเรา มากขึ้น สิ่งที่ดีส�ำหรับเรา คือ การรับนักท่องเที่ยวเข้ามา เพราะว่าธุรกิจของเราเป็นธุรกิจให้บริการ ซึ่งเราได้เตรียม รับมือในส่วนของการปรับคุณภาพ การให้บริการ อาหาร

การท�ำธุรกิจต้องมีความยืดหยุ่น มีการ ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ และต้องมีความ ซื่อสัตย์ มีจริยธรรม เราจะไปมีเล่ห์เหลี่ยมไม่ได้ โดยเฉพาะในวงการธุรกิจด้วยกัน ควรส่งเสริม ซึ่งกันและกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน จะท�ำให้ธุรกิจไป ด้วยกันได้เป็นอย่างดี...

จากหิ้ง สู่ห้าง

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

น�้ำ - ภัณณ์ฑิรา เกษมส�ำราญ ณ บ้านเลขที่ 15

เครื่องดื่มที่หลากหลายและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น อย่างเมล็ดกาแฟน�ำเข้า เครื่องชงกาแฟที่จะต้องน�ำเข้า จากต่างประเทศ ตรงนี้น่าจะดีขึ้น สินค้าที่เราน�ำเข้ามา และวัตถุดิบที่เราน�ำเข้ามาก็น่าจะมีราคาถูกลง ส่วนเรื่อง แรงงานไม่ค่อยกระทบเท่าไหร่” คุณน�้ำฝากถึงนักธุรกิจรุ่นใหม่? “น�ำ้ ก็คดิ ว่าการท�ำธุรกิจมันต้องมีการปรับเปลีย่ น หรือมีความยืดหยุน่ อยูต่ ลอดเวลา รวมถึงการมีเครือข่ายที่ เข้มแข็ง ที่ช่วยเหลือกันและกัน ไม่ใช่มองเรื่องแข่งขันเพียง อย่างเดียว เราจะต้องท�ำตัวเหมือนหินกลมๆ ที่มีความ หนักแน่นจะท�ำให้เรายืนหยัดได้ และในขณะเดียวกันเรา จะต้องไม่มีเล่ห์เหลี่ยมในการท�ำธุรกิจ ต้องตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์กับคู่ค้าของเรา ธุรกิจถึงจะไปได้”


The Chamber Forum

มุมมอง

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

เทคนิคนักบริหาร ดูแลคนในองค์กร เข้าใจธรรมชาติของลูกค้า ท�ำธุรกิจให้สมดุล หลายๆ คนคงคุน้ หูกบั ชือ่ บริษทั ลานนาคอม จ�ำกัด ที่ด�ำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการสรรหา Solutions ด้านไอทีครบวงจร พร้อมด้วยประสบการณ์และ ความรู้จริงในเทคโนโลยี และตลาดด้านการวาง ระบบคอมพิวเตอร์ (Systems Integration) พร้อม ทีมงานที่มีคุณภาพและประสบการณ์มากว่า 10 ปี โดยเฉพาะกลุม่ ลูกค้าทีเ่ ป็นสถาบันระดับอุดมศึกษา และงานโครงการของรัฐบาลและเอกชนขนาดใหญ่ ทั่วภาคเหนือ ด�ำเนินงานบริหารโดย คุณพทธวรรษ

พทธวรรษ วิลัยหงษ์ ผู้บริหารลานนาคอม

วิลัยหงษ์ เป็นที่ยอมรับโยทั่วกันว่าบริษัทลานนาคอม มี ความสามารถในการน� ำ เสนอเทคโนโลยี ที่ ไ ด้ รั บ การ ยอมรับจากทั่วโลก มาสู่ระบบของลูกค้า บริการให้ค�ำ ปรึกษา การออกแบบ การจ�ำหน่าย ติดตั้ง การบ�ำรุง รักษา การฝึกอบรมรวมถึง การวิเคราะห์ปัญหาของระบบ ได้อย่างดีเยี่ยม ฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนๆหนึ่ง จะ สามารถบริหารธุรกิจของตนเองให้ก้าวสู่ความเป็นผู้น�ำ มากว่า 10 ปีได้ คุณพทธวรรษ จะมีเคล็ดลับหรือเทคนิค ของการบริหารอย่างไรนั้น มาฟังกันทางนี้ได้เลย หลักการบริหารแบบง่ายๆ? “ถ้าตอบเหมือนคนอืน่ ทีเ่ ขาตอบกัน เท่าทีผ่ มอ่าน หนังสือมา มันเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะมีหลักการบริหาร เพียงอย่างเดียว องค์กรทั้งองค์กร อยู่ที่มุมมองว่าจะมอง เรือ่ งไหนส�ำคัญ ถ้าเรามองเรือ่ งคน เราก็จะมองว่าเขาก็เป็น พีน่ อ้ งกับเรา เราก็รกั เขา เขาก็รกั เราตอบ แนวความคิดใน การบริหารคนเป็นสิ่งส�ำคัญ ถ้าเราได้ใจเขาเมื่อไหร่ เขาก็ จะอยูก่ บั เรา แม้กระทัง่ เรือ่ งหนีส้ นิ ของพนักงานก็เป็นเรือ่ ง หนึ่งที่เราใส่ใจ บริษัทฯ เราเคยมีหนี้มาก่อน รู้ว่าคนมีหนี้ ไม่สนุก คนอื่นมองว่าหนี้มัน Drive ให้คนท�ำงาน ผมมอง ว่าหนี้ไม่ได้ Drive คนให้ท�ำงานด้วยความเต็มใจ แต่หนี้ Drive คนให้ท�ำงานแค่จ�ำเป็นเท่านั้น เขาอาจจะไม่อยาก ท�ำก็ได้ ฉะนัน้ ทุกปีผมเรียกพนักงานทุกคนทีม่ หี นีส้ นิ มาคุย ผมก็จะจ่ายให้ และให้คืนเป็นรายเดือน โดยคิดดอกเบี้ย ตามภาษีสรรพากรก�ำหนด รวมถึงพัฒนาศักยภาพของ พนักงานในเรื่องขององค์ความรู้ เราได้ไปดูแลพนักงาน ถึงที่บ้าน ถ้าที่บ้านดี บริษัทก็น่าจะดี ฉะนั้นแนวความ คิดเรื่องคน สามารถที่จะตอบอะไรได้เยอะแยะ”

มุมมองในการท�ำธุรกิจในเชียงใหม่? “ผมเคยได้ยินว่าเชียงใหม่เป็นเมืองปราบเซียน ผมได้ยินตั้งแต่เด็ก ผมเป็นเลขาธิการหอการค้าฯตั้งแต่ อายุ 27 ปี เป็นอยู่ 12 ปี และเป็นรองประธานอยู่ 14 ปี คุยเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนผมเป็นเลขาธิการอีก (หัวเราะ) ผม ว่าปราบเซียนเหมือนกันทุกเมือง ถ้าเราไม่รู้จักธรรมชาติ ของคนที่นั่น เพราะฉะนั้นหลักในการท�ำธุรกิจของผม ผม จะเดลิเวอรี่บริการอะไร สินค้าอะไรไปให้ลูกค้า ผมจะต้อง รูจ้ กั ลูกค้า หรือคนทีเ่ ข้ามาท�ำธุรกิจในเชียงใหม่ ก็ตอ้ งรูจ้ กั คนเชียงใหม่ที่ดีพอ การเปิดธุรกิจที่หรูๆและไม่สอดคล้อง กับท้องถิน่ อยูท่ ไี่ หนก็โดนปราบอยูด่ ี เพราะอย่างนีเ้ ราต้อง เปิดธุรกิจเฉพาะเจาะจง และต้องวิเคราะห์ล���กค้าให้ได้” มีอะไรที่จะฝากถึงนักธุรกิจรุ่นใหม่? “ผมไม่กล้าฝากอะไร เพราะคนรุ่นใหม่ไม่เหมือน คนรุ่นเก่าอย่างผม เราจัดการไม่เหมือนกัน ถ้าพูดในภาพ รวมทั่วไปแล้ว ก็คือท�ำอะไรก็ท�ำให้มันจริงจัง ท�ำมันซะ อย่างเดียวไปเลย เพราะว่าหากคุณท�ำหลายอย่างก็จะต้อง แชร์ทรัพยากรกัน คนจีนบอกว่าขึน้ ทีส่ งู อย่าแบกของหนัก เราจะต้องท�ำมันให้สมดุลกัน ถ้าคุณเก่งจริงๆก็สามารถ ที่จะท�ำธุรกิจหลายๆอย่างได้ แต่ถ้าคุณเพิ่งเริ่มธุรกิจใหม่ คุณควรจะท�ำอย่างเดียวให้มนั ดีไปเลย และวิเคราะห์ลกู ค้า ให้ออก จริงใจกับลูกค้า และต้องท�ำงานกันเป็นทีม “คน” จ�ำเป็นส�ำหรับการท�ำธุรกิจ ส่วนใหญ่ทมี่ กั มีปญ ั หาก็เพราะ GM, MD ออก ถ้าเราขยายเป็น Nationwide และ Native Asian เราจะต้องมีการจัดการที่เปลี่ยนไป ที่เชียงใหม่ต้อง ท�ำธุรกิจจัดการแบบโฮมเป็นธุรกิจที่ดีและเป็นไปได้ ถ้า เราผลักดันไปดีก็ไปได้”

ในการท�ำสิ่งใดๆ นั้นเราไม่อาจก้าวพรวดเดียวถึงจุดสุดยอดได้ และไม่มีใครที่โชคดีประสบความส�ำเร็จได้ตลอดกาล ในโลกนี้...ไม่มีคนที่ประสบความส�ำเร็จคนใหนที่ไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อน หากเราไม่รู้จักวางตนและปฏิบัติตนต่อความพ่ายแพ้ได้อย่างถูกต้อง ก็ไม่มีทางที่จะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดหรือประสบความส�ำเร็จในชีวิตได้...

9


10 ChamberSociety

กรรมการ

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

41 วัสสา สืบศิลป์ล้านนา สืบสานศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ น�ำโดยนายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน 41 วัสสา สืบศิลป์ล้านนา สืบสานศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ณ เรือนซ้อหงษ์ ศูนย์ วัฒนธรรมเชียงใหม่โดยมี คุณจุมพล ชุติมา กรรมการบริหาร ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทัง้ นายธงชัย อมฤตธรรม และนายโกสิน ถือแก้ว คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมลงนามถวายพระพรและพิธีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาส วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

การประชุมทบทวนแก้ไขร่างกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2555 นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะ กรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.)จังหวัดเชียงใหม่ จัดการประชุมทบทวนแก้ไขร่างกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมือง รวมจังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้องเพชรรัตน์ ชั้น 3 โรงแรมดิเอ็มเพรส

แวดวงกรรมการ

แวดวงกรรมการฉบับนี้จะพาไปรู้จักกับสาว มาดเท่ จากวิศวกรทีผ่ นั ตัวเองมาท�ำธุรกิจครอบครัว ด้านสถาบันการศึกษา แอปเปิ้ล – ชุติมา ชวสินธุ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เห็นแบบนี้ ท�ำได้ทกุ เรือ่ ง ไม่วา่ งานเล็กหรืองานใหญ่ เพราะความที่มีสายเลือดวิศวกร ดีกรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมส�ำรวจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท Master of Computer and Information Systems จาก U.S.A. ประสบการณ์การท�ำงาน เป็นวิศวกรควบคุมโครงการ ของ Plat Construction Co., Ltd, U.S.A. เมื่อกลับมา ประเทศไทย คุณแอป เริ่มด้วยการเป็นผู้บริหารภูอิงฟ้า

KICEC เยือนหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนคร คุนหมิง KICEC น�ำโดย Mr.Yan Dong Executive General Manager of Kunming International Convention and Exhibition Center co.,ltd. (KICEC) พร้อมคณะฯ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นอันจะเป็นประโยชน์ใน การจัดงานแสดงสินค้าในระดับนานาชาติ ณ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ผูพ้ พิ ากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดล�ำพูน กรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และกรรมการสมาคม อุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย การทีค่ ณ ุ แอ๊ปเป็นคน คุยสนุก เป็นกันเองกับทุกคน ท�ำให้มีเพื่อนหลากหลาย อาชีพ แม้จะต้องสวยตลอดเวลายามออกงาน แต่เวลา ท�ำงานคุณแอปเป็นคนติดดินมาก ทั้งยังมีหลักในการ บริหารจัดการหลายรูปแบบ เพราะต้องดูแลลูกน้องทีแ่ ตก ต่างกัน ความที่เป็นคนไม่ถือตัว ท�ำงานแบบพี่น้อง จึง ท�ำให้เป็นที่รักและเคารพของลูกน้องทุกคน เพราะปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม นอกจากจะมีลกู น้องทีร่ กั และเคารพแล้ว คุณแอ๊ป

แอปเปิล้ - ชุตมิ า ชวสินธุ์

คุณแอ๊ปจะคอยให้ค�ำปรึกษาเมื่อมีปัญหา เสมือน Google ที่เปิดเมื่อใดก็ติดเมื่อนั้น และ ต้องการค�ำตอบจะไม่ผิดหวังเพราะ 99.99% ตอบได้ ห มดทุ ก ค� ำ ถาม เพราะเธอบอกว่ า “ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม”

รีสอร์ท อ�ำเภอแม่รมิ เชียงใหม่ และท�ำควบคูก่ บั การท�ำงาน ด้านการศึกษา ในต�ำแหน่งหัวหน้าสาขาวิชาการจัดการการ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คณะบริหารธุรกิจ ดูแลบุคลากร ฝ่ายสนับสนุน ในต�ำแหน่งผูอ้ ำ� นวยการส�ำนักส่งเสริมและ บริการ และผูช้ ว่ ยอธิการบดีฝา่ ยกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัย นอร์ท-เชียงใหม่ ปัจจุบนั คุณแอป รับต�ำแหน่งบริหาร เป็น รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ พร้อมกับ หน้าที่ทางสังคมที่ยังไงก็หนีไม่พ้น อย่างเช่นการเป็น

ยังมีลกู ๆ หลายพันคนทีต่ อ้ งดูแลเสมือนครอบครัว ซึง่ จะ คอยให้ค�ำปรึกษาเมื่อมีปัญหา เสมือน Google ที่เปิด เมื่อใดก็ติดเมื่อนั้น และต้องการค�ำตอบจะไม่ผิดหวัง เพราะ 99.99% ตอบได้หมดทุกค�ำถาม เพราะเธอ บอกว่า “ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม” จึงท�ำให้ห้องท�ำงานของคุณแอ๊ป ไม่เคยว่างเว้นจากแขก ผูม้ เี กียรติทงั้ หลาย แต่คณ ุ แอ๊ปก็มคี วามสุขกับการท�ำงาน เสมอ เพราะการที่ได้ช่วยเหลือ แก้ปัญหาให้เขาได้ ท�ำให้ เขาสบายใจ เสมือนครอบครัวทีต่ อ้ งดูแลซึง่ กันและกัน มัน ท�ำให้อมิ่ ใจ และเขาก็มคี วามสุข ใช่วา่ คุณแอ๊ปจะท�ำแต่งาน อย่างเดียว การดูแลครอบครัวก็เป็นสิง่ ส�ำคัญ โดยเฉพาะ คุณพ่อ กับคุณแม่ มีเวลาว่างเมื่อใดก็จะเห็นคุณแอ๊ป พา คุณพ่อไปตีกอล์ฟด้วยกันตลอด ทั้งยังตระเวนท�ำบุญไม่ ว่าจะข้ามเขาสักกี่ลูกก็ไม่เคยหวั่น เห็นอย่างนี้แล้วก็อด อิจฉาคนรอบข้างเธอไม่ได้ เพราะคุณแอ๊ป ถือคติทวี่ า่ การ ตอบแทนพระคุณพ่อกับแม่เป็นสิ่งส�ำคัญ

ปฏิทินกิจกรรม **การประชุ ม คณะกรรมาธิ ก ารภู มิ ภ าค เอเซียและแปซิฟิกและภูมิภาคเอเซียใต้ ครั้งที่ 24 จังหวัดเชียงใหม่ ประจ�ำปี 2555 ระหว่างวันที่ 3 5 พฤษภาคม 2555 ณ โรงแรมเลอเมอริเดียน จังหวัด เชียงใหม่ ** วันที่ 11 พฤษภาคม 2555 พิธเี ปิดโครงการ ประชุ ม เชิ ง ปฏิ บั ติ ก ารฯ เนื่ อ งในวั น คุ ้ ม ครองผู ้ บริโภคไทย 2555 ณ ลานหน้าโรงแรมเมอร์เคียว จังหวัดเชียงใหม่ ** เชิญร่วมการประชุมสัมมนา HR North Forum 2012 หัวข้อ “สร้าง HR ไทยให้แข็งแกร่งสู่การ แข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ณ ห้องทิพย์ พิมาน โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว จ.เชียงใหม่ ** วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 การประชุม หอการค้าภาคเหนือ วันที่ 6-7 พฤษภาคม 2555 ณ โรงแรมนครแพร่ทาวเวอร์ จังหวัดแพร่ ** เชิญร่วมงานแสดงสินค้าต้นแบบ Lanna Aesthetic Festival หัวข้อ “อัตลักษณ์ล้านนาในการ ออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย” ณ บริเวณชั้น G ห้าง เซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 ** ก า ร ป ร ะ ชุ ม ส า มั ญ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ประจ�ำเดือนพฤษภาคม 2555 ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2555 ณ หอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ สอบถาม เลขานุการหอการาค้าจังหวัด เชียงใหม่ โทร. 053-241404-5


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

11

สมาชิก

ผู้บริหารนครโอซากาเยือนจังหวัดเชียงใหม่

นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และชาวหอการค้าฯ ให้การต้อนรับ นายมานพ ชัย วงศ์ภักดี กงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา พร้อมด้วย กงสุลวัลลภา จิตรสมบูรณ์ และคุณคมสัน ยะจา เจ้าหน้าที่ฯ ซึ่ง น�ำผู้บริหารระดับสูงของนครโอซากามาเยือน เชียงใหม่ ล�ำปาง และล�ำพูน ระหว่างวันที่ 21-28 เมษายน 2555 เพื่อ ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนบนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

สมาชิกใหม่ นายธนู ธรรมสอน นางภัณณ์ฑิรา เกษมส�ำราญ

เสวนา “เพิ่มศักยภาพการเงินท้องถิ่นขยายธุรกิจรองรับAEC ด้วยตลาดทุน” ส�ำนักเศรษฐกิจธุรกิจและฝ่ายการเงิน หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ชมรมวาณิชธนกิจ จัดงานเสวนา “เพิม่ ศักยภาพการเงินท้องถิน่ ขยายธุรกิจรองรับAEC ด้วยตลาดทุน” ณ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้รบั เกียรติจาก วิทยากรมืออาชีพด้านวานิชธนกิจชัน้ น�ำระดับประเทศมาบรรยายให้ความรู้ แลกเปลีย่ นประสบการณ์ อาทิ คุณเพ็ญศรี สุธีรศานต์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการชมรมวาณิชธนกิจ, คุณนรเชษฐ์ แสงรุจิ ประธานกรรมการชมรมวาณิชธนกิจ, คุณสุรเดช เกียรติธนากร ชมรมวาณิชธนกิจ ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเข้าร่วมรับฟังเป็นจ�ำนวนมาก

หสม.บ้านเลขที่ 15 ร้านกาแฟ ไวน์ อาหาร 15 ถนนเจริญราษฎร์ ต�ำบลวัดเกตุ อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000 โทรศัพท์ 081-8817280 โทรสาร 053-240015 E-mail : k_phantira@hotmai.com

นายสราวุฒิ สินส�ำเนา นางตรีนา แฮคเกตต์ บริษทั อินเตอร์ อะคาเดมิค แอดไวเซอร์ส จ�ำกัด ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ 31 ถนนสุขเกษม ซอย 8 ต�ำบลป่าตัน อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์ 053-218722 โทรสาร 053-218723 E-mail : teernas@hotmail.com

นางสาวอัมภิณี ด่านตระกูล

โครงการนักธุรกิจรุ่นใหม่ รุ่นที่ 2 YEN#2 การปฐมนิเทศนักธุรกิจรุน่ ใหม่รนุ่ ที่ 2 YEN#2 (Young Executive Network # 2) เริม่ ขึน้ แล้ว ณ หอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มการบรรยายจากคุณณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ คุณอารยะ ลาย ประวัติ ผู้อ�ำนวยการโครงการ YEN ประธานฝ่ายการเงินและส�ำนักเศรษฐกิจธุรกิจ หอการค้าฯ คุณณัฏฐ์ดนัย ประเทืองบริบรู ณ์ กรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และคุณสราวุฒิ สินส�ำเนา ประธานทีป่ รึกษากรรมการ YEN1 รวมทั้งรุ่นพี่ๆ YEN1 ที่มาร่วมต้อนรับและนัดหมายกิจกรรมรับน้องอย่างอบอุ่น

หสม.ฟ้าใสคอนสตรัคชั่นทูลส์ ให้เช่าอุปกรณ์ก่อสร้าง 145 ถนนเชียงใหม่-ล�ำปาง ต�ำบลป่าตัน อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์ 053-357929 โทรสาร 053-408956 E-mail : fsetboss@hotmail.com

บริษัท โปรโซฟท์ คอมเทค จ�ำกัด ผลิตและจ�ำหน่ายซอฟแวร์ส�ำเร็จรูป 350 อาคารฮิลไซด์พายัพ 9 หมู่ 4 ต�ำบล หนองป่าครัง่ อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000 โทรศัพท์ 02-4026136 โทรสาร 081-8084257 E-mail : virot@prosoft.co.th

บริษทั อี.พี. เดคคอร์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ผลิตและจ�ำหน่ายขายส่งอุปกรณ์ 56/9 ถนนเชียงใหม่-ล�ำปาง ต�ำบลช้างเผือก อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์ 053-406394, 081-6206986 โทรสาร 053-406394 ต่อ 5 E-mail : aiem@epdecor.co.th

อิศรา อิศรางกูร ณ อยุธยา ร้าน สันติสุขเภสัช ร้านขายยา 14/10 ถ.เชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด ต�ำบล สันนาเม็ง อ�ำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50210 โทรศัพท์ 084-6150045 Email:izzara@hotmil.com


12

NewUpdate

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

กกร.ร้องมหาดไทย ขอแก้ผงั เมืองด่วน

กกร.เชี ย งใหม่ ยื่ น ขอรมต.มหาดไทย พิจารณาแก้ไขร่างกฎกระทรวงผังเมืองฉบับใหม่ หวั่นส่งผลกระทบรุนแรงต่อการอยู่อาศัย วิถีชีวิต และการลงทุน วอนก�ำหนดบนพื้นฐานข้อเท็จจริง นายองอาจ กิ ต ติ คุ ณ ชั ย ประธานสภา อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะ กรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ (กกร.) เผยว่า ตามที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้รา่ งกฎกระทรวงให้ใช้บงั คับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๕๕ นั้น คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัด เชียงใหม่ หรือ กกร. ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัด เชียงใหม่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และชมรม ธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประชุมเพื่อพิจารณาราย ละเอียดของร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าว พบว่าร่างกฎ กระทรวงฯ ยังมีขอ้ บกพร่องไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในหลาย จุด และไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ที่ต้องการ ให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อมโยง กลุ่มภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง หรือ GMS รายละเอียดตาม สิ่งที่ส่งมาด้วย ซึ่งหากได้ประกาศใช้อาจเกิดปัญหาและ ความเสียหายแก่ภาคการค้าการลงทุน ภาคการเงิน ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตรของจังหวัดได้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มี หนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 18 เมษายน ขอให้พิจารณาปรับปรุง ร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าวให้ถูกต้อง และสอดรับกับข้อเท็จจริงก่อนที่จะ ประกาศใช้ต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน จังหวัดเชียงใหม่จะติดตามความเคลือ่ นไหวของกระทรวง มหาดไทยต่อข้อเสนอดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป นายองอาจ กล่าวว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการ ร่ ว มภาคเอกชนจั ง หวั ด เชี ย งใหม่ ที่ ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ ร่ า ง

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 เน้นให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อการขยายตัว ของเมื อ ง ไม่ ส ร้ า งปั ญ หาความแออั ด ภายในตั ว เมื อ ง ก�ำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินสอดคล้องกับข้อเท็จจริง และค�ำนึงถึงประโยชน์ของผู้อยู่อาศัย และนโยบายของ รัฐบาลทีก่ ำ� หนดให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ และ การคมนาคมในภูมิภาคด้วย หวังว่ารัฐบาลโดยกระทรวง มหาดไทยจะให้ความส�ำคัญต่อเสียงเรียกร้องของตัวแทน ประชาชน หากไม่มีการแก้ไขจะส่งผลต่อการอยู่อาศัย กิจกรรมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้ง มีผลต่อการลงทุนในจังหวัดด้วย “เราเคยเสนอทางออกให้ขยับพื้นที่รองรับการ ลงทุนไปไว้ทถี่ นนวงแหวนรอบสองและรอบสาม ซึง่ อยูห่ า่ ง เมืองปัจจุบนั ราว20กม. แต่ไม่ได้รบั การพิจารณา ปัจจุบนั

พืน้ ทีท่ อี่ นุญาตให้กอ่ สร้างอาคารพาณิชย์ หรือบ้านจัดสรร ที่มีอยู่เต็มทั้งหมด ไม่สามารถเพิ่มเติมได้เลย ความสูง อาคารในบางพืน้ ทีท่ จี่ ำ� กัดไว้แค่23เมตร จะท�ำให้การลงทุน ก่อสร้างอาคารไม่เกิดขึ้นอีกเพราะไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน” และว่าคณะกรรมการผังเมืองในท้องถิ่นปัจจุบัน ประกอบด้วยข้าราชการทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น เกือบทั้งหมด มีตัวแทนประชาขนและภาคเอกชนไม่ถึง 10% ภาคเอกชนต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนให้มีส่วน ของประชาชนอย่างน้อย 50% นายไพศาล ภูเ่ จริญ รองประธานกรรมการ บริษทั แลนด์แอนด์เฮาส์นอร์ท จ�ำกัด ในเครือแลนด์แอนด์เฮาส์ เผยว่า ขัน้ ตอนของกรมการผังเมือง นอกจากไม่เปิดโอกาส ให้ประชาชนมีส่วนร่วมแล้ว ยังใช้เวลานานเกินไป เช่น ผังเมืองทั้ง 2 ฉบับที่ก�ำลังจะประกาศใช้มีการปิดประกาศ

เตรียมใช้มาตัง้ แต่ ธ.ค.50 จนถึงวันนีก้ ย็ งั ใช้ไม่ได้ ขณะที่ แผนทีแ่ นบท้ายก็ลา้ สมัยเพราะเวลาผ่านมาหลายปี ไม่มี การแก้ไขปรับปรุงให้สอคล้องกับข้อเท็จจริง “ผังเมืองนี้ ควบคุมการพัฒนาของเมือง จนยากจะขยับตัวได้ ขณะ ที่มติ ค���ม.เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา มีโครงการ พัฒนาเกิดขึ้นตามมติ ครม.จ�ำนวนมาก ที่ดินในจังหวัด เชียงใหม่หลายส่วนต้องพัฒนาตามมติ ครม. แต่ผงั เมือง ไม่ชี้น�ำการเติบโตของเมืองกลับควบคุมการเติบโตของ เมืองแทน” นายวิชัย ขจรปรีดานนท์ โยธาธิการและ ผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ผังเมืองรวมเมือง เชียงใหม่ และผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผลการ พัฒนาเมืองเชียงใหม่ในระยะหลายปีที่ผ่านมา และใช้ ยุทธศาสตร์พฒ ั นาจังหวัด ยุทธศาสตร์พฒ ั นาภาค แผน จะเน้นการรควบคุมการพัฒนา มากกว่าการชี้น�ำ หากภาคเอกชนไม่พอใจสามารถอุทธรณ์ หรือ ร้องให้มีการแก้ไขได้ ที่ผ่านมากระบวนการร่างผังฯรวม เอาการจัดรับฟังความคิดเห็นไว้แล้ว แต่ด้วยข้อจ�ำกัด ด้านงบประมาณท�ำให้ไม่สามารถประชาสัมพันธ์ได้ทั่ว ถึงอย่างที่ต้องการ ทั้งนี้ ล่าสุดผังเมืองรวมฯ ผ่านการพิจารณา ของคณะที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงมหาดไทย ขณะ นี้อยู่ขั้นตอนของกฤษฎีกาคาดว่าจะประกาศใช้ในรา ชกิจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคมนี้ จะครอบคลุมพื้นที่ 430 ตร.กม.ในเขตเทศบาลนคร เชียงใหม่รวมทั้ง 7 อ�ำเภอที่ติดกับเมือง ส่วนผังเมือง รวมจังหวัดเชียงใหม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด

ผลวิจัยศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ แรงอัดฉีด งานมหกรรมพืชสวนโลกฯ ครัง้ ที่ 2ต่อภาคเศรษฐกิจ ไม่แรงเท่าครัง้ แรก เพราะปัจจัยแวดล้อมเปลีย่ น แต่ โดยรวมยังท�ำให้เงินสะพัด คาดปี55การท่องเที่ยว ขยายตัว10% ศูนย์วจิ ยั กสิกรไทยรายงานในผลวิจยั เมือ่ เมษายน 2555ว่า ปัจจัยส�ำคัญที่ส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยวของ จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกฯ 2554 ต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี 2555 มีทั้งปัจจัยบวกและ ปัจจัยลบดังนี้ ปัจจัยบวก 1.สภาพอากาศที่มีแนวโน้มหนาวเย็นต่อเนื่อง นานกว่าทุกปี ช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเดินเที่ยว ชมภายในงาน รวมถึงเหมาะแก่การท่องเที่ยวเพื่อสัมผัส ธรรมชาติที่สวยงามของฤดูหนาว ตามยอดดอย และ อุทยานต่างๆ ภายในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ ทางภาคเหนือ 2.การจั ด งานมหกรรมพื ช สวนโลกฯครั้ ง นี้ มี ประเทศเข้าร่วมงานมากกว่าครั้งก่อน นอกจากนี้ ยังมี สิ่งดึงดูดผู้เข้าชมที่แตกต่างจากครั้งก่อน อาทิ กระเช้า ราชพฤกษ์ลอยฟ้า และสวนแสงแห่งจินตนาการ ฯลฯ 3.การกระตุน้ การท่องเทีย่ วในประเทศภายหลังน�ำ้ ลด โดยให้สิทธิ์คนไทยสามารถซื้อบัตรเข้าชมงานได้ครึ่ง ราคา ด้วยโปรโมชั่น 1 วัน 1 จังหวัด 77 จังหวัดทั่วไทย รวมทั้งการจัดแพ็กเกจราคาพิเศษ 6 เส้นทางเที่ยวเหนือ สืบสานโครงการพระราชด�ำริ ของ ททท. ซึ่งจะมีราคาถูก ลงไปอีกหากเลือกเดินทางในวันธรรมดา 4.การปรั บ ปรุ ง ในด้ า นบริ ก ารของสนามบิ น นานาชาติเชียงใหม่ โดยการเพิม่ ช่องตรวจและจุดเอกซเรย์ อีกหนึ่งจุด ตรงช่องทางเข้า อีกทั้ง ยังได้เพิ่มจ�ำนวนเจ้า หน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในส่วนของต่างประเทศ เพื่อ อ�ำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และช่วยลดความ แออัด ปัจจัยลบ 1.อุทกภัยครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ช่วง ไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนจ�ำนวนมาก โดย

เฉพาะคนกรุงเทพฯซึ่งเป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยว เชียงใหม่ ท�ำให้มีก�ำลังซื้อลดลง เพราะส่วนใหญ่ต่างมี รายจ่ายในการซ่อมแซม และปรับปรุงที่อยู่อาศัย รวมทั้ง รถยนต์ 2.ข่าวการก่อความไม่สงบในพื้นที่จัดงานส�ำคัญๆ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ประกอบกับทางการสหรัฐฯประกาศ เตือนภัยก่อการร้ายของชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ ช่วง กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ที่มีความอ่อนไหว ต่อเหตุการณ์คอ่ นข้างมาก ท�ำให้ตา่ งมีความระมัดระวังใน การติดตามข่าวสารในประเทศไทยมากขึ้น 3.ภาพลักษณ์เชิงวัฒนธรรมของเชียงใหม่ ทีม่ แี นว โน้มสูญหายไปตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีผลก ระทบต่อนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติที่ชื่นชอบ เชียงใหม่ในฐานะเมืองแห่งวัฒนธรรม 4.ปัญหาด้านหมอกควันในเชียงใหม่ ซึง่ มักเกิดขึน้ ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี โดยหน่วยงาน ภาครัฐต้องจัดการควบคุมอย่างจริงจัง และต้องอาศัยความ ร่วมมือจากประชาชนให้ชว่ ยลดการเผาวัชพืช/ขยะ และร่วม กันเฝ้าระวัง 5.ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบของผู้ประกอบการ บางรายในพื้นที่ มีแนวโน้มบั่นทอนภาพลักษณ์ด้านการ ท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในระยะยาว 6.การเพิ่มจ�ำนวนเที่ยวบินสู่สนามบินนานาชาติ เชียงใหม่ รวมถึงการขยายเส้นทางบิน ของเที่ยวบินตรง และเที่ยวบินประจ�ำ ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยว บินจากต่างประเทศ เพือ่ รองรับการเดินทางในช่วงไฮซีซนั่ และช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกฯ 2554 7.จ�ำนวนห้องพักโรงแรมและรีสอร์ทในเชียงใหม่ ที่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 หมื่นห้อง (จากที่มีประมาณ 2 หมื่นห้องในช่วงการจัดงานครั้งก่อน) เป็นกว่า 3 หมื่น ห้อง ท�ำให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างพอเพียง การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคนไทยและนักท่อง เที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงงาน มหกรรมพืชสวนโลกฯ 2554 ประมาณ 2 ล้านคน ก่อให้ เกิดเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวภายในจังหวัด เชียงใหม่ 15,000 ล้านบาท ในจ�ำนวนนี้ส่วนใหญ่ คือ

ประมาณร้อยละ 70 เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวคนไทย คือ ประมาณ 10,500 ล้านบาท ที่เหลืออีกร้อยละ 30 เป็น รายได้จากนักท่องเทีย่ วต่างชาติ คือ ประมาณ 4,500 ล้าน บาท เม็ดเงินรายได้ด้านการท่องเที่ยวมูลค่า 15,000 ล้านบาทดังกล่าว ส่วนใหญ่ คือ ประมาณร้อยละ 30 หรือ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาท กระจายสู่ธุรกิจ จ�ำหน่ายสินค้าของที่ระลึกนักท่องเที่ยว รวมทั้งอาหารพื้น เมืองนานาชนิดของเชียงใหม่ รองลงมา คือ กว่าร้อยละ 20 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท กระจาย สูธ่ รุ กิจด้านทีพ่ กั และประมาณกว่าร้อยละ 15 หรือคิดเป็น มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท กระจายสูธ่ รุ กิจภัตตาคาร และร้านอาหารประเภทต่างๆในเชียงใหม่ ทีเ่ หลือกระจาย ไปสู่ธุรกิจบริการด้านบันเทิง (อาทิ สถานบันเทิงเริงรมย์ การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมต่างๆ เช่น สปา ล่องแก่ง เดินป่า เล่นกอล์ฟ เป็นต้น), ธุรกิจน�ำเทีย่ วภายใน จังหวัดเชียงใหม่ และค่าผ่านประตูเพื่อเข้าชมสถานที่ท่อง เที่ยวต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรวมทั้งงานมหกรรมพืช สวนโลกฯ 2554 และธุรกิจบริการด้านการคมนาคมขนส่ง ภายในจังหวัดเชียงใหม่ ตามล�ำดับ นอกจาก นั ก ท่ อ งเที่ ย วต่ า งถิ่ น ทั้ ง คนไทยและ ต่างชาติที่เดินทางเข้าไปเที่ยวเชียงใหม่ และเข้าชมงาน มหกรรมพืชสวนโลกฯ 2554 ในช่วง 3 เดือนทีม่ กี ารจัดงาน แล้ว ยังมีประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่อกี จ�ำนวนมากทีเ่ ข้า ชมงานฯ ก่อให้เกิดเม็ดเงินคิดเป็นมูลค่าไม่ต�่ำกว่า 1,000 ล้านบาท สะพัดภายในจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นการ ใช้จ่ายภายในงาน ซึ่งรวมค่าบัตรเข้าชมงาน ส�ำหรับใน 2555 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ ว่า การท่องเทีย่ วเชียงใหม่จะขยายตัวในอัตราสูงขึน้ อย่างเด่นชัด โดยคาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังเชียงใหม่ ประมาณ 5.8 ล้านคน เพิม่ ขึน้ ร้อยละ 11.5 จากปีกอ่ นหน้า และก่อให���เกิดรายได้ประมาณ 48,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 16.9 จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เกิด เหตุการณ์รา้ ยแรงใดมากระทบ ทีท่ ำ� ให้เชียงใหม่กลายเป็นพืน้ ที่ เสี่ยงภัย รวมทั้งต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่ เกีย่ วข้องของภาครัฐ และภาคเอกชนในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1.การเร่งฟื้นฟูความเป็นเอกลักษณ์ของเชียงใหม่

คือ วัฒนธรรมแบบล้านนา 2.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ อย่างต่อเนือ่ งตลอดทัง้ ปี 2555 นอกเหนือจากงานมหกรรม พืชสวนโลกฯ 2554 ซึ่งมีทั้งงานเทศกาลและงานประเพณี ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาสินค้าท่องเทีย่ วใหม่ๆเพือ่ ดึงดูด นักท่องเที่ยว 3.การขยายเส้นทางบินตรงจากตลาดท่องเที่ยว ส�ำคัญๆในต่างประเทศมายังเชียงใหม่ และการเชื่อมโยง เส้นทางบินตรงระหว่างเชียงใหม่กับเมืองท่องเที่ยวส�ำคัญ ในภาคต่างๆของไทย 4.เร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างจริงจัง และต่อเนือ่ ง เพือ่ สร้างความมัน่ ใจในด้านสุขอนามัยให้นกั ท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยส�ำคัญในพัฒนาการท่องเที่ยวเชิง สุขภาพ 5.การใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกขยายตลาดต่าง ประเทศ ด้วยการออกไปโรดโชว์ และร่วมงานส่งเสริมการ ท่องเทีย่ วส�ำคัญๆในต่างประเทศ ในนามของจังหวัด อย่าง ต่อเนื่อง 6.การมุ่งขยายตลาดเอเชีย (อาทิ จีน อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย) ทั้งในตลาดนักท่อง เที่ยวโดยทั่วไป และตลาดท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มซึ่งมีก�ำลัง ซื้อสูง (อาทิ ตลาดคู่แต่งงาน ตลาดประชุมสัมมนา ตลาด ท่องเทีย่ วเพือ่ เป็นรางวัล ตลาดกีฬากอล์ฟ ตลาดท่องเทีย่ ว เชิงสุขภาพ ตลาดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลาดท่องเที่ยว ผจญภัยเชิงธรรมชาติ และตลาดพ�ำนักท่องเที่ยวระยะยาว เป็นต้น) 7.การขยายโอกาสทางการตลาด ด้วยการเพิม่ ช่อง ทางการตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากการขายผ่านเอเยนต์ ทัวร์แบบเดิมๆ โดยไม่ควรมองข้ามกระแสความนิยมด้าน โซเซียลเน็กเวิร์ค และอินเทอร์เน็ต 8.การพัฒนาโครงการลงทุนด้านโลจิสติกส์ของ ภาครัฐ เพื่อช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านการขนส่งของ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเหนือ รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ โดย สามารถเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ ตอกย�้ำ การรวมตัวเป็นเครือข่ายภูมิภาคอาเซียนที่แข็งแกร่งมาก ขึน้ ในระยะยาว ทัง้ ยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านการท่อง เที่ยวร่วมกัน โดยมีไทยเป็นศูนย์กลางที่ส�ำคัญ

ส�ำรวจผลลัพธ์พชื สวนโลก 54


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

13


14

ไกด์เตรียมรับมือAECเรียนภาษาเสริมด่วน เกาะติด Mega Trend

สมาคมมัคคุเทศก์ฯ ห่วงเปิดเออีซีท�ำไกด์ จีน-ประเทศในอาเซียนไม่พอ คาดนักท่องเที่ยว จีนทะลักเชียงใหม่ปีละ 5 หมื่นคนในเร็วนี้ ระดม 5 สมาคมฯ เตรียมพร้อมรับมือ เสริมภาษาพิเศษ พม่า- เวียดนาม-อินโด-สแกนดิเนเวียรองรับ นายสมฤทธิ์ ไหค�ำ นายกสมาคมมัคคุเทศก์ จังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ช่วงฤดูฝนนักท่องเที่ยวใน เชียงใหม่ลดน้อยลงตามฤดูกาล แต่ยังโชคดีที่มีนักท่อง เที่ยวกลุ่มสเปนและอิตาลีมาเสริมจนถึงเดือนตุลาคม ส�ำหรับสิ่งที่เป็นห่วงตอนนี้คือนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดิน ทางมาเชียงใหม่คอ่ นข้างมาก แต่จำ� นวนมัคคุเทศก์ภาษา จีนไม่เพียงพอ รองรับกับจ�ำนวนนักท่องเที่ยว “คาดว่าหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 จะมีจ�ำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมา เชียงใหม่เพิ่มขึ้นอีก เชื่อว่าจะอยู่ที่ประมาณปีละ 50,000 คน จากปัจจุบนั ทีม่ นี กั ท่องเทีย่ วจีนปีละ 20,000 คน ส่วน หนึง่ เป็นเพราะการคมนาคมทีส่ ะดวกสบายมากขึน้ ผนวก กับการที่สายการบินหลายแห่งเปิดบินตรงมาเชียงใหม่ ทั้งสายการบินดรากอนแอร์ บินตรงเชียงใหม่-ฮ่องกง สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน และสายการบินแอร์เอเชีย บิน ตรงเชียงใหม่-มาเก๊า จะท�ำให้นกั ท่องเทีย่ วชาวจีนเข้ามา มากขึน้ ซึง่ เราต้องเตรียมตัวรับ โดยเฉพาะเรือ่ งมัคคุเทศก์ ภาษาจีน เพราะคนจีนพูดภาษาต่างประเทศได้นอ้ ยมาก”

นายสมฤทธิ์ กล่าวว่า ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่าง ประเทศที่เดินทางมาไทยปัจจุบันอยู่ที่ 18.5 ล้านคน มี นักท่องเที่ยวชาวจีนเพียง 5% เท่านั้น ส่วนมัคคุเทศก์ทั่ว ประเทศมีประมาณ 55,000 คน กระจุกตัวใน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี และเชียงใหม่ ในเชียงใหม่มี จ�ำนวน 5,300 คน เพิม่ ขึน้ เฉลีย่ ปีละ 10% ขณะนีส้ มาคมฯ เน้ น การเตรี ย มความพร้ อ มมั ค คุ เ ทศก์ เ พื่ อ รองรั บ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน “ขณะนี้สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพมี 5 สมาคม คือ สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพกรุงเทพฯ สมาคมมัคคุเทศก์ อาชีพหาดใหญ่ สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพภูเก็ต สมาคม มัคคุเทศก์อาชีพสุราษฎร์ และสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ เชียงใหม่ มีการประชุมเตรียมความพร้อมมัคคุเทศก์ให้ เข้าใจเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมากขึ้น พัฒนา ศักยภาพการท�ำงานให้เป็นมืออาชีพ ปรับกลยุทธ์ให้เข้า กับการท�ำงาน เพราะใน อนาคตมัคคุเทศก์ต้องสามารถ ออกไปท�ำงานในกลุม่ ประเทศเพือ่ นบ้านได้ทงั้ หมด ตอน นี้เน้นการใช้ภาษาที่ 3 หรือภาษาพิเศษเพิ่มมากขึ้น มี หลายสถาบันที่เปิดอบรมภาษาพิเศษ เช่น ภาษาพม่า ภาษาเวียดนาม ภาษาบาฮาซา ภาษาถิ่นของประเทศ อินโดนีเซีย รวมถึงภาษาจีน และกลุ่มประเทศสแกน ดิเนเวีย เพราะในอนาคตเราเชื่อว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะ เดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น” นายสมฤทธิ์ กล่าว

ผลิตข้าวโพดอ่อน และผลไม้แช่แข็ง ส่งออก100%ให้กับ ประเทศญีป่ นุ่ ในเดือนเมษายน 2555 เป็นการเพิม่ ไลน์ การผลิตสินค้าจากเดิมที่จ�ำหน่ายเฉพาะข้าวโพดหวาน บรรจุกระป๋องส่งออกเพียงอย่างเดียว จากนีไ้ ปจะท�ำให้ ธุรกิจของบริษัทมีสินค้าหลากหลายรูปแบบขึ้น และจะ ช่วยขยายตลาดใหม่ไปยังทั่วโลกได้ง่ายยิ่งขึ้น นายองอาจ กล่าวว่า การผลิตข้าวโพดหวานบรรจุ กระป๋องมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนือ่ ง บริษทั ฯส่งออก ไปยังประเทศแถบเอเชีย และเริ่มขยายตลาดใหม่ไปยัง ประเทศตะวันออกกลาง อนาคตวางแผนที่จะไปเปิด ตลาดในกลุ่มยุโรปเพิ่ม การเปิดตลาดต่างประเทศเพิ่ม ขึ้น พบว่าต่างมีความต้องการอาหารในกลุ่มผัก และผล

ผักผลไม้เชียงใหม่สู่สากล ซันสวีทฟันยอดขาย 2 พันล. เชียงใหม่ขึ้นแท่นผู้ป้อนอาหารรายส�ำคัญ ของเอเชีย บ.ซันสวีท สร้างโรงงานแช่แข็งเพิ่ม ก�ำลังการผลิตเกือบเท่าตัว ขยายไลน์ครอบคลุม ผักผลไม้ทุกประเภท เตรียมลุยตลาดใหม่ ตะวันออกกลางและยุโรป หลังประสบความส�ำเร็จ เต็มที่ในญี่ปุ่น นายองอาจ กิตติคณ ุ ชัย กรรมการผูจ้ ดั การ บริษทั ซันสวีท จ�ำกัด จ.เชียงใหม่ ผู้ผลิตและส่งออกข้าวโพด หวานบรรจุกระป๋องรายใหญ่ของไทย เผยว่า บริษัทฯ ก่อสร้างโรงงานแช่แข็งผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมจากโรงงาน ที่มีอยู่เดิม เสร็จสมบูรณ์แล้ว เพิ่มก�ำลังการผลิตเดิมปี ละ 80,000 ตัน เป็น120,000ตัน เตรียมเดินเครื่อง

The Chamber Forum

NewsUpdate

ไม้แปรรูปเป็นจ�ำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับแผนการท�ำ ธุรกิจของบริษัทจึงเพิ่มผลิตภัณฑ์จากข้าวโพดเป็นผักผล ไม้ทุกประเภท นอกจากนี้ บริษัทยังได้ติดตั้งเครื่องจักรผลิต บรรจุภัณฑ์สินค้าแช่แข็งเพื่อการบริโภคประจ�ำวันเพื่อ ใช้บรรจุสินค้าที่จะส่งไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ลูกค้า สะดวกในการเลือกซื้อและน�ำไปปรุงอาหาร หรือรับ ประทานได้ทันที ส่วนการผลิตแบบบรรจุกระป๋องก็ยั��� ด�ำเนินการเช่นเดิม ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ผลิตข้าวโพด หวานบรรจุกระป๋องรายใหญ่อันดับต้นของเอเชีย คาด ว่าปีนี้ยอดขายจะเพิ่มจากที่ก�ำหนดไว้ที่ 1,500 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท

อาหารไทยเป็นอาหารทีม่ รี สชาติครบรส คือ เปรีย้ ว หวาน และเค็ม ซึง่ วัตถุดบิ ทีใ่ ช้ปรุงอาหารให้ มีรสเปรีย้ วในอาหารไทยหลักๆคือ มะนาว โดยช่วง เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี ราคามะนาว จะปรับตัวสูงขึ้นกว่าช่วงอื่นของปี อันเนื่องมาจาก ฤดูกาล และสภาพอากาศ ที่ไม่เอื้ออ�ำนวยต่อการ ติดผลของมะนาว ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร ท�ำการสอบถามประชาชนในเขตพื้นที่ภาคเหนือ เกี่ยวกับ การปรับตัว/การเตรียมการรับมือราคามะนาวที่สูงขึ้นใน

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

ว่า ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า ควรใช้วิธีการอื่น เช่น พัฒนาสายพันธุ์และส่งเสริมการปลูกมะนาวมากกว่าการ แทรกแซงกลไกตลาด มีเพียงร้อยละ 17.90 ตอบว่า เห็น ด้วย โดยให้เหตุผลว่า เป็นอีกทางเลือกของผู้บริโภคที่จะ ได้เลือกบริโภคมะนาวในราคาที่ถูกลง อีกทั้งประชาชน ร้อยละ 65.90 สนใจปลูกมะนาว ไว้บริโภคเองโดยให้เหตุผลว่า สะดวกและประหยัดค่า ใช้จ่ายในครัวเรือน มีเพียงร้อยละ 34.10 ไม่สนใจปลูก เพราะไม่มีเวลาและไม่มีพื้นที่ปลูก เมื่อสอบถามว่า ท่านทราบหรือไม่ว่าการปลูก มะนาวในกระถางสามารถเจริญเติบโตได้ดีไม่แพ้ปลูก ลงพืน้ ดิน ประชาชน ร้อยละ 52.40 ทราบ โดยให้เหตุผลว่า ศ ึกษาตามข่าวสารในสือ่ ต่างๆ มีเพียง ร้อยละ 47.60 ตอบว่า ไม่ทราบ โดย ให้เหตุผลว่า ยังไม่เคยทราบข้อมูล ว่าการปลูกมะนาวในกระถางจะให้ผลผลิตจริง

ผู้บริโภคชาวเหนือ

ขาดการเตรียมตัวรับมือราคามะนาวแพง

ช่วงต้นปีของทุกปี โดยสอบถามประชาชนในเขตภาคเหนือ จ�ำนวน 475 ราย ระหว่างวันที่ 10 – 20 เมษายน 2555 ในหัวข้อ “การเตรียมตัว/ปรับตัวของผู้บริโภคมะนาวใน เขตภาคเหนือ ช่วงมะนาวราคาแพง” โดยผลการวิเคราะห์ สรุปได้ดังต่อไปนี้ เมือ่ สอบถามถึง การเตรียมตัว/ปรับตัวรับมือราคา มะนาวในช่วงหน้าแล้งของทุกปี พบว่าประชาชน ร้อยละ 69.70 ขาดการเตรียมตัว/ปรับตัว โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผล ว่า ไม่มีผลต่อตัวเองเนื่องจากไม่ได้ใช้มะนาวในปริมาณ มากในแต่ละวัน มีเพียงร้อยละ 30.30 ตอบว่า มีการเต รียมตัว/ปรับตัว โดยให้เหตุผลว่า ใช้วัตถุดิบอื่นทดแทน เช่น น�้ำมะขามเปียก หรือน�้ำมะกรูด เมือ่ สอบถามประเด็นทีว่ า่ ท่านเห็นด้วยหรือไม่กบั การแก้ปัญหาราคามะนาวแพงของรัฐบาล โดยการน�ำเข้า มะนาวจากต่างประเทศ ประชาชน ร้อยละ 82.10 ตอบ

และเมือ่ สอบถามถึง มุมมองของผูบ้ ริโภคทีต่ อ้ งการ ให้รฐั บาลเข้ามาแก้ปญ ั หานีใ้ นระยะยาว ซึง่ ประชาชน ร้อย ละ 63.20 เห็นว่า รัฐบาลควรสนับสนุนให้มีการวิจัยเพื่อ ปรับปรุงพันธุ์มะนาวให้สามารถออกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี รองลงมา ร้อยละ 45.70 เห็นว่า รัฐบาลควรรับซื้อมะนาว ในช่วงราคามะนาวถูก (เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร) และน�ำ มะนาวดังกล่าวมาคั้นท�ำน�้ำมะนาวบรรจุขวด และน�ำออก ขายช่วงมะนาวราคาแพง ร้อยละ 41.30 เห็นว่า รัฐบาล ควรรณรงค์ให้มีการปลูกมะนาวในกระถางไว้ทานเองที่ บ้าน ร้อยละ 27.60 เห็นว่า รัฐบาลควรจัดการส่งเสริม ให้ใช้วัตถุดิบอื่นแทนน�้ำมะนาวสด เช่น จัดประกวดเมนู ดัดแปลงที่เปลี่ยนจากการใช้น�้ำมะนาวสด เป็นวัตถุดิบ อื่น เช่น น�้ำมะขามเปียก และอีก ร้อยละ 19.80 เห็นว่า รัฐบาลควรเป็นตัวแทนน�ำเข้ามะนาวจากต่างประเทศเอง ซึ่งจะสามารถควบคุมคุณภาพและราคาได้

เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไปยังผู้ที่มีหน้าที่ในการเฝ้า ระวังและรับผิดชอบโดยตรง เช่นผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร ชาวบ้านในพื้นที่ เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย ระบบเตือนภัยดังกล่าวยังสามารถเก็บข้อมูล ย้อนหลัง และติดตามปริมาณน�้ำฝนตลอด 24 ชั่วโมง “ นายคมสัน กล่าวว่า ส�ำนักงานป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นศูนย์กลาง

ระบบเตือนภัย “เนคเทค” น�ำร่องเชียงใหม่ฝนนี้

เชียงใหม่จบั มือเนคเทค น�ำร่องพัฒนาระบบ เตือนภัยน�้ำป่าไหลหลากและโคลนถล่ม ใน 243 หมู่บ้าน 22 อ�ำเภอ เตรียมต่อยอดติดตั้งตัววัดค่า ฝุ่นละอองในอากาศแก้ปัญหาหมอกควัน นายคมสัน สุวรรณอัมพร หัวหน้าส�ำนักงาน ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ เผย ถึงความร่วมมือระหว่าง จังหวัดเชียงใหม่ ,ส�ำนักงาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาไทย และ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ เนคเทค (National Electronics and Computer Technology Center : NECTEC หรือเนคเทค)ว่า ทุกหน่วยงานได้รว่ ม ลงนามความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง เตือน

ภัยน�ำ้ ป่าไหลหลากและโคลนถล่มของจังหวัดเชียงใหม่เป็น จังหวัดน�ำร่อง โดยจะด�ำเนินการในพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งหมด 243 หมู่บ้าน ใน 22 อ�ำเภอ ก่อนจะน�ำไปขยายผลให้กับ จังหวัดอื่นๆต่อไป นายคมสันกล่าวว่าในช่วงฤดูฝน จังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นจังหวัดต้นๆ ที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ ทั้งน�้ำ ท่วม ดินโคลนถล่ม น�้ำป่าไหลหลาก กรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย เล็งเห็นว่าหากน�ำระบบเตือนภัยดัง กล่าวไปติดตั้งตามจุดเสี่ยง จะช่วยลดผลกระทบและความ สูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเครื่องดังกล่าวสามารถส่ง ผลของค่าปริมาณฝนได้อย่างรวดเร็ว “ระบบเตือนภัยดังกล่าว จะตรวจวัดปริมาณฝนที่ ตกในพืน้ ที่ พร้อมกับตรวจวัดอุณหภูมิ ความชืน้ ในอากาศ แบบอัตโนมัติ ข้อมูลจะถูกส่งผ่านทางอินเตอร์เน็ต และ

ในการตรวจสอบข้อมูลทั้ง 243 จุด หากพบว่าจุด ใดเป็ น จุ ด เสี่ ย งก็ จ ะวางแผนช่ ว ยเหลื อ ประชาชน ในพื้นที่ทันที คาดว่าจะด�ำเนินการติดตั้งในแล้ว เสร็จภายในเดือนเมษายน 2555 นอกจากนี้เนค เทคจะพัฒนาระบบเตือนภัยดังกล่าว ให้ตรวจวัด ค่าฝุ่นละอองในอากาศ หรือ ค่า PM 10 เครื่องวัด กระแสลม เพิ่มเติมด้วย เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหา หมอกควันในพื้นที่ ส�ำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดการอบรมเจ้า หน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานทางโรงเรียนใน สังกัดอาชีวศึกษา เข้ารับการอบรมการใช้ระบบเตือน ภัยน�ำ้ ป่าไหลหลากและโคลนถล่ม เพือ่ ให้สามารถใช้ เครือ่ งดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง และรูว้ ธิ กี ารซ่อมแซม เครื่องดังกล่าวด้วย

นายคมสัน สุวรรณอัมพร


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

Activities

15

งาน “ป๋าเวณี รดน�้ำด�ำหัว หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่” ประจ�ำปี 2555

คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ น�ำโดยคุณณรงค์ คอง ปรเสริฐ จัดงาน “ป๋าเวณี รดน�้ำด�ำหัว หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่” ประจ�ำ ปี 2555 ขึ้น เพื่อเป็นการขอขมาลาโทษผู้หลักผู้ใหญ่ของหอการค้าฯ อาทิ เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่, คุณอมรพันธุ์ นิมานันท์ ที่ปรึกษาหอการค้า จังหวัดเชียงใหม่, คุณฤทธิพงษ์ เตชะพันธุ์ รองผูว้ า่ ราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายแพทย์สุมินทร์ พฤกษิกานนท์, ดร.นิตย์ วังวิวัฒน์, คุณดนัย เลียวส วัสดิพงศ์ และคุณราชันย์ วีระพันธุ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัด เชียงใหม่ ณ เรือนซ้อ-หงศ์ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ บรรยากาศอบอวล ไปด้วยความอบอุ่นจากแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างคับคั���ง


16 สารภาษี

The Chamber Forum

ทรรศนะวิจารณ์

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

บทความธปท. มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน ตอนเด็กๆเราคงเคยได้ยินโคลงกลอนนี้ไม่มากก็ น้อย เราถูกสอนให้รู้จักการออมมาตั้งแต่เด็ก โดยความ ส�ำคัญของเงินออมนอกจากเพื่อความมั่นคงและใช้จ่าย ในอนาคตของปัจเจกบุคคลแล้ว ยังมีความส�ำคัญต่อการ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทั้งในด้านการสนับสนุนการ ลงทุนและลดการพึง่ พาเงินทุนจากต่างประเทศ แต่ปจั จุบนั การออมเงินของคนไทยมีแนวโน้มลดลงโดย Gross Savings/GDP ของไทยลดลงจากร้อยละ 33.5 ในปี 2550 เหลือร้อยละ 30.9 ในปี 2553

คืนเมื่อทวงถาม เหมาะส�ำหรับการออมเงินระยะสั้นและ หมุนเวียนเป็นประจ�ำ ได้รับดอกเบีย้ จากการออมแต่อตั รา ดอกเบี้ยไม่สูง แต่จะมีความสะดวกในการฝาก-ถอนเงิน ทัง้ ผ่านเคาน์เตอร์และเครือ่ งฝาก/ถอนเงินอัตโนมัติ แต่กม็ ี ค่าใช้จ่ายบ้างเพื่อความสะดวกเช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า/ รายปี /การถอนเงินต่างธนาคาร เป็นต้น เงินฝากประจ�ำ เป็นเงินฝากที่มีระยะเวลาถอน เงินแน่นอน อัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันตามระยะเวลาแต่ จะสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ ดอกเบีย้ ทีไ่ ด้รบั ถูกหักภาษี ณ ทีจ่ า่ ยร้อยละ 15 และหากถอนเงินก่อนครบก�ำหนดอาจไม่ ได้รบั ดอกเบีย้ ซึง่ เหมาะส�ำหรับคนทีต่ อ้ งการออมเงินระยะ ยาว นอกจากนี้ยังมีเงินฝากประจ�ำแบบปลอดภาษี ที่ ต้องฝากด้วยจ�ำนวนเงินทีเ่ ท่ากันทุกเดือนและติดต่อกัน 24 เดือน และเงินฝากประจ�ำแบบดอกเบีย้ ขัน้ บันได ทีก่ ำ� หนด

รูท้ นั กับ....ใบก�ำกับภาษี (2)

ต่อจากฉบับที่แล้ว... ทีไ่ ด้พดู ถึงว่าใบก�ำกับภาษีคอื อะไร ต้องออกเมือ่ ใด แล้ว...พูดค้างไว้ในเรือ่ งการออกใบก�ำกับภาษี ซึง่ ได้พดู การ ออกใบก�ำกับภาษีเป็นชุดไปแล้วที่จะพูดต่อก็คือหากธุรกิจผู้ประกอบการจดทะเบียนมีขนาดใหญ่ แบ่งเป็นหลายสาขา และใช้ใบก�ำกับภาษีเป็นแบบฟอร์มเดียวกัน ต้องท�ำอย่างไร ก็ตอบว่าหากท่านมีกจิ การและมีการแบ่งเป็นหลายสาขา ใบก�ำกับภาษีทจี่ ะออกให้กบั ลูกค้าก็จะต้องเป็นชือ่ ของท่านจะเป็นบริษทั หรือห้างหุน้ ส่วนก็แล้วแต่....ก็จะต้องมีขอ้ ความ ว่า “สาขาที่ออกใบก�ำกับคือ...” ประกอบทุกฉบับ อีกกรณี...นี่เป็นกรณีที่ต้องการออกใบก�ำกับภาษีเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศ เขามีข้อก�ำหนด อย่างไร ?.... ผูป้ ระกอบการจดทะเบียนซึง่ มีความประสงค์จดั ท�ำรายการในใบก�ำกับภาษีเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศจะต้อง ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อน แต่ท่านต้องเป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการไปต่างประเทศจึงจะมีสิทธิขออนุมัติ ได้...เมือ่ ได้รบั อนุมตั จิ ากอธิบดีกรมสรรพากรให้ออกใบก�ำกับภาษีเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศได้แล้ว ก็จะต้องระบุ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ไว้ในใบก�ำกับภาษี โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงประจ�ำวันที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศไว้เป็นอัตราแลกเปลี่ยนของวันถัดไป...มีค�ำถามต่ออีกว่า...ถ้าไม่ใช่ผู้ส่งสินค้าออก หรือบริการไปต่างประเทศอย่างที่ว่าแต่อยากจะออกใบก�ำกับภาษีเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศ จะท�ำได้ไหมโดยไม่ ผิดข้อทีเ่ ขาก�ำหนด...ก็ตอบว่าได้ครับ..เพียงแต่ทา่ นออกใบก�ำกับภาษีให้มขี อ้ ความให้ครบถ้วนตามทีก่ �ำหนดแล้วก็เพิม่ หน่วยเงินตราต่างประเทศไว้ในใบก�ำกับนัน้ ก็ใช้ได้แล้ว..แต่ขอย�ำ้ ว่าต้องมีขอ้ ความครบถ้วนตามทีเ่ ขาก�ำหนดก่อนนะ... เอาละ..แล้วทีนี้มีอีกค�ำถาม...ถามว่า..ถ้าเรา เรา..ท่าน..ท่านที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนอยาก จะออกใบก�ำกับภาษีเป็นภาษาอังกฤษล่ะท�ำได้ไหม..หรือจะต้องท�ำยังไง... ตอบว่า..ไม่ต้องท�ำยังไง..ท่านสามารถออกใบก�ำกับภาษีที่เป็นภาษาอังกฤษได้เลย แต่ข้อส�ำคัญต้องมีหน่วย เงินตราเป็นเงินไทย..เป็นเงินบาท และมีข้อความอย่างอื่นที่เขาก�ำหนดให้ครบถ้วน..เป็นอันใช้ได้......และแล้วก็มา ถึง...ค�ำถามที่ว่า..แล้วถ้าไม่ออกใบก�ำกับภาษีล่ะ!!!....มีอะไรป่ะ...บอกมาแล้วว่ากรณีที่บริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ จดทะเบียนภาษีมลู ค่าเพิม่ ขายสินค้าหรือให้บริการกับลูกค้า มีหน้าทีจ่ ดั ท�ำใบก�ำกับภาษีและส�ำเนาใบก�ำกับภาษีสำ� หรับ การขายสินค้าหรือให้บริการทุกครั้งในทันที่ที่ขายหรือมีการรับเงินเกิดขึ้น พร้อมทั้งส่งมอบใบก�ำกับภาษีนั้นแก่ลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าดังกล่าว จะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่ออกใบก�ำกับภาษี..เขามีบท ลงโทษอยู่นะ...อย่างแรกมีโทษจ�ำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับวงเงินไม่เกินห้าพันบาท อย่างที่สองต้องเสียเบี้ยปรับ.. (คนละปรับกับปรับแรกนะ...ปรับแรกนัน้ เขาว่าเป็นความผิดทางอาญา ...ส่วนปรับทีส่ องปรับทางแพ่ง)...อีกสองเท่าของ มูลค่าสินค้าหรือบริการที่ควรจะต้องออก.... ก็ฝากท่านผูป้ ระกอบการทุกท่าน..ขอได้โปรดทราบและพึงเตือนกันเองในหมูค่ นทีท่ ำ� หน้าทีร่ บั ผิดชอบเรือ่ งออก ใบก�ำกับภาษี...เพราะ..ออก..ไม่ออกมีผลต่างกันมาก..มาก.

ที่มา: ส�ำนักนโยบายและการลงทุน ส�ำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

เลือกออมอย่างไร ให้เหมาะกับตนเอง

จากข้อมูลดังกล่าวท�ำให้เกิดความร่วมมือกันของภาครัฐ และเอกชนในการส่งเสริมการออมผ่านหน่วยงานต่างๆ เช่น ส�ำนักงานประกันสังคม กองทุนบ�ำเหน็จบ�ำนาญ ข้าราชการ กองทุนส�ำรองเลี้ยงชีพ และการออกผลิตภัณฑ์ ด้านเงินฝากของสถาบันการเงิน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน มีการออมมากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรรู้จักประเภทเงินออม ที่เหมาะสมกับตัวเรา ปัจจุบันการฝากเงินกับสถาบันการเงิน เป็นการ ออมเงินที่นิยมมากที่สุดเพราะมีความมั่นคงและมีสภาพ คล่องสูง โดยเงินฝากมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ เงิ น ฝากออมทรั พ ย์ เป็ น เงิ น ฝากที่ ต ้ อ งจ่ า ย

อัตราดอกเบี้ยในแต่ละช่วงเวลาไม่เท่ากัน เงิ น ฝากกระแสรายวั น เป็ น เงิ น ฝากที่ ไ ม่ มี ดอกเบี้ยและต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม มีความคล่องตัวสูง ใช้เช็คในการถอน เหมาะส�ำหรับผูป้ ระกอบธุรกิจทีต่ อ้ งการ จ่ายเงินโดยไม่ถือเงินสด ในการใช้บริการมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ขึ้น เช่นค่าซื้อเช็ค อย่างไรก็ตามก่อนใช้บริการผู้ใช้บริการควรศึกษา ข้อมูลอย่างละเอียดทุกครัง้ ทัง้ นีเ้ พือ่ ผลประโยชน์สงู สุดและ สอดคล้องกับความต้องการของตนเอง หรือสามารถหา ข้อมูลได้จากWWW.bot.or.th หรือโทรศัพท์ขอค�ำแนะน�ำ หมายเลข 1213 ได้

สมหมาย ศิริธรรม ผู้วิเคราะห์อาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย ส�ำนักงานภาคเหนือ Disclaimer: บทความนีเ้ ป็นความเห็นส่วนตัว จึงไม่จำ� เป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาโดยไม่มีการลงทุน แต่หากเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราท�ำ และปรารถนาความส�ำเร็จ เราต้องยอมจ่ายราคาในสิ่งนั้น การที่ต้องอดทนในสิ่งใดนั้น...เราอาจต้องจ่ายราคาหลายอย่าง อาจเป็นการสูญเสียความพึงพอใจ สูญเสียความเป็นส่วนตัว ต้องยากล�ำบาก เสียเวลา ความคิด แรงกาย และแรงใจ แต่หากสิ่งที่แลกมา คือความมีคุณค่าและความส�ำเร็จ การนั้นก็ควรค่าแก่ราคาที่ได้จ่ายไปกับความอดทนนั้น


The Chamber Forum

17

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ส�ำคัญ ของ���ังหวัด เชียงใหม่ คือกลุ่มลูกค้าวัยเกษียณอายุจากประเทศ ญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าคุณภาพที่มีศักยภาพ อย่างมาก รวมทั้งเชียงใหม่เองมีความพร้อมในการ ต้อนรับนักท่องเทีย่ วจากญีป่ นุ่ โดยมีสถานกงสุลญีป่ นุ่ รวมทั้งมีชุมชนชาวญี่ปุ่นที่เข้มแข็งตั้งอยู่ในเชียงใหม่ ประชากรสูงวัยชาวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมี จ�ำนวนมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนา แล้ว นายเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ ผู้อ�ำนวยการ การ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส�ำนักงานเชียงใหม่ เปิด เผยว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ เฉลี่ยเป็นคนไทยร้อยละ 70 ,ชาวต่างชาติร้อยละ 30 ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวใหม่ที่กระตุ้นความน่าสนใจ แก่นักท่องเที่ยวอาทิ บริการสปา สุขภาพ กลุ่มกอล์ฟ และการประชุมสัมมนา มุมองช่วงโลซีซนั่ แม้จะมีระยะ ยาว 4- 6 เดือน แต่ยังมีนักท่องเที่ยวมายังเชียงใหม่ ด้านปัญหาหมอกควันนั้น เป็นปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่ ทุกภาคส่วนควรมีวิธีการช่วยกันแก้ปัญหา

“รวมถึง การประชาสัมพันธ์ขององค์กร หรือ หน่วยงานต่างๆ ควรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อ ให้ นั ก ท่ อ งเที่ ย วเข้ า ใจการท่ อ งเที่ ย วของเชี ย งใหม่ มากขึ้น และรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ในลักษณะ เดียวกัน แม้ว่าช่วงเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวเดิน ทางยังเชียงใหม่มาก แต่ช่วงโลว์ซีซั่นเราก็ควรตั้งรับ หาวิธีกระตุ้นทุกช่องทางเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ แก่เชียงใหม่ และมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยว ตลอดทั้งปี” ด้าน ศาสตราจารย์มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด ผู ้ อ� ำ นวยการสถาบั น ศึ ก ษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่าการท่องเที่ยวจังหวัด เชียงใหม่ทั่วไป ควรมีการวางกลยุทธ์เรื่องของราคา ควรสร้างคลัสเตอร์ด้านธุรกิจการท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง พร้อมสร้างกิจกรรมพิเศษด้านการท่องเทีย่ วขึน้ มาเพือ่ กระตุน้ ความสนใจในแหล่งท่องเทีย่ วในจังหวัด จังหวัด เชียงใหม่ยงั มีแหล่งท่องเทีย่ วมากมาย เพียงแต่ตอ้ งส่ง เสริมอย่างต่อเนื่อง ช่วงโลว์ซีซั่นควรวางแผนด้านการ ท่องเทีย่ ว ส่วนด้านปัญหาหมอกควันควรจะมีการช่วย

เหลือแก้ไขอย่างบูรณาการเนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่ต้องใช้บรรยากาศดึงดูดเรื่องของการ ท่องเที่ยว หรือท�ำเส้นทางท่องเที่ยวขึ้นมาเพื่อดึงดูด นักท่องเที่ยว เป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวในรูป แบบไลฟ์สไตล์ โดยเน้นให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมทั้งอบต. อบจ. รวมถึงชุมชน ดร.ศุภฤกษ์ ภู่พงศ์ศักดิ์ ข้าราชการใน โครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ (นปร.) รุ่นที่ 5 เปิดเผยว่า จากการศึกษาแผนแม่บท การพั ฒ นาสาธารณู ป โภคขั้ น พื้ น ฐานในเรื่ อ งของ การท่องเที่ยว และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิม และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ควรท�ำการประชาสัมพันธ์ โฆษณา และเน้นในเรื่องการดึงดูดจุดเด่นของจังหวัด เชียงใหม่ออกมาใช้อย่างถูกจุด ทั้งเรื่องการโปรโมท เรื่องของวัฒนธรรมประเพณี และความโดดเด่นเรื่อง ของวัฒนธรรมในอดีต จัดให้เชียงใหม่เป็นฮับในการ รับนักท่องเทีย่ วแล้วกระจายนัไปยังจุดหมายปลายทาง จังหวัดต่างๆ ที่อยู่ใกล้จังหวัดเชียงใหม่อาทิ จังหวัด เชียงราย ล�ำพูน ล�ำปาง แพร่ น่าน เป็นต้น

ปธ.กมธ.การเงินการคลังฯ สภาผู้แทน ราษฎรหนุนตั้งเขตศก.ชายแดนลั่นควรท�ำก่อน ปี ’58 ไม่เช่นนั้นไทยจะเป็นตัวถ่วงความเจริญใน อาเซียน น�ำร่องเชียงราย, อ.แม่สอด จ.ตาก, กาญจนบุรี เดินหน้าประกาศใช้กฎหมายออกรองรับ กิจกรรมในเขตศก.พิเศษ ยืนยันไม่กระทบอปท.ไม่เกี่ยวกับการเมืองลั่นต้องเสร็จในรัฐบาลชุดนี้ นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สภา ผู้แทนราษฎร กล่าวในการสัมมนา “การเตรียมความ พร้อมในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของ จ.เชียงราย เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ว่า การสัมมนาครั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการต้องการ มารับทราบข้อมูลและปัญหาจากคนในพื้นที่รวมทั้งดู สภาพพื้นที่โดยตรง ส�ำหรับข้อมูลที่ทราบเบื้องต้นคือ พื้นที่ จ.เชียงราย มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชายแดนสูง โดยมีการเชือ่ มโยงการค้ากับพม่า สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ได้ทั้งทางบกและทางเรือแม่น�้ำโขง มี สนามบินภายในจังหวัด กระนั้นในอดีตที่ผ่านมาการ ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเกิดจากนักธุรกิจมากกว่าการที่ รัฐบาลให้การสนับสนุน จนต่อมาภาครัฐจึงค่อยเข้าไป สร้างระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ให้ เช่น ท่าเรือแม่น�้ำ โขง อ.เชียงแสน สะพานแม่น�้ำโขง อ.เชียงของ ฯลฯ นายไชยากล่าวว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจยังมีความ เสี่ยงในหลายเรื่อง เช่น การซื้อขายสินค้าชายแดนด้วย เม็ดเงินมีมูลค่ามหาศาล ยังไม่มีระบบธนาคารรองรับ เขตเศรษฐกิ จ พิ เ ศษจึ ง เป็ น ค� ำ ตอบที่ จ ะท� ำ ให้ ก ารขั บ เคลื่อนด�ำเนินไปได้สะดวกและรองรับการเปลี่ยนแปลง ในภู มิ ภ าคโดยเฉพาะการเข้ า สู ่ ป ระชาคมเศรษฐกิ จ

อาเซียนปี 2558 เพราะไทยจะเป็นตัวถ่วงความเจริญ ของภูมิภาคนี้ไม่ได้อีกต่อไป ไทยเป็นประตูของภูมิภาค แถบนี้ หากล่าช้าไปก็จะเสียโอกาสการเคลื่อนย้ายทุน “จะต้องมีการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ใน 3 จังหวัดก่อนคือ จ.เชียงราย ,อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.กาญจนบุรี โดยกรณี จ.กาญจนบุรี สามารถเชื่อมโยงไป ยังท่าเรือทะเลที่เมืองทวายของพม่าโดยใช้ระยะทางเพียง 146 กิโลเมตร ขณะที่ไทยยังไม่ได้เตรียมการรองรับใดๆ ไว้ ส่วน จ.เชียงราย และ อ.แม่สอด ก็มีความพร้อมอยู่ แล้ว ต่อไปนี้จะน�ำความเห็นต่างทางการเมืองมาเป็นตัว ถ่วงเรื่องนี้อีกไม่ได้เป็นอันขาด “ นายไชยากล่าวว่า แนวทางในการพัฒนาคือการ จัดตัง้ เขตเศรษฐกิจพิเศษโดยการยกกฎหมายและประกาศ ใช้กฎหมายออกมารองรับกิจกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยยื น ยั น ว่ า กฎหมายจะไม่ ก ระทบกั บ การปกครอง โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และไม่เกี่ยวกับ การเมือง กรรมาธิการจะผลักดันกฎหมายเขตเศรษฐกิจ พิเศษให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คาดว่าจะเป็นรูปธรรมได้ภายใน รัฐบาลชุดนี้ “เป้ า หมายความส� ำ เร็ จ คื อ อยากเห็ น เชี ย งราย เป็นเขตเศรษฐกิจ พิเศษที่ครอบคลุม ทุก มิติที่เ กี่ยวข้อง กับเศรษฐกิจชายแดน เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจไม่มา จากกระทรวงมหาดไทย อาจเป็นนักธุรกิจ นายธนาคาร ข้าราชการหน่วยอื่นๆ เพื่อความเหมาะสม และจะไม่ ให้เกิดปัญหาอย่างเช่นกรณีสะพานข้ามแม่น�้ำโขงแห่ง ที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ฝั่งลาวมีความร่วมมือกับจีนตั้งเขตเศรษฐกิจ แต่ฝั่งไทยยังไม่รู้ว่าหน่วยงานใดจะเป็นเจ้าภาพและยัง ต้องหาทางเวนคืนที่ดินกันอีก ซึ่งกรณีนี้เขตเศรษฐกิจ

พิเศษสามารถแก้ไขปัญหาให้ได้” นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลัง ประชาชน บรรยายเรื่อง “ความพร้อมของ จ.เชียงราย ในการเป็ น เขตเศรษฐกิ จ พิ เ ศษจั ง หวั ด ชายแดนของ ประเทศไทยมองภาพในฐานะประชาชน จ.เชียงราย” ด้วยว่า ไม่เคยขึ้นเวทีที่แห่งใดมาได้นานกว่า 6 ปีแล้ว เขตเศรษฐกิ จ พิ เ ศษเป็ น เรื่ อ งที่ ดี ที่ มี ก ารสั ม มนากั น เพราะในนานาชาติกม็ คี วามร่วมมือกันของกลุม่ ประเทศ ต่างๆ เช่น อเมริกา-เม็กซิโก หรือยุโรป ฯลฯ ส่วน ประเทศไทยก็ มี มู ล ค่ า การค้ า ชายแดนมหาศาลและ มีความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ดังนั้นจึงต้องมีการ พัฒนาภายในด้วย นายยงยุทธกล่าวว่า จ.เชียงราย อยู่ไม่ไกลจาก จีนตอนใต้โดยที่มณฑลหยุนหนันมีประชากรประมาณ 40 ล้านคน จากทั้งประเทศประมาณ 1,300 ล้านคน หากสามารถดึงคนจีนลงมาเทีย่ วประมาณ 5 ล้านคนต่อ ปีก็จะมากกว่าประชากรของจังหวัดที่มีอยู่ราว 1.3 ล้าน คน จุดอ่อนคือต้องพัฒนาภายในประเทศ ซึ่งล�ำพังภาค ข้าราชการปกติท�ำไม่ได้ ต้องอาศัยเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในการขับเคลือ่ น จึงอยากให้ทกุ ฝ่ายแสดงความเห็นและ ภาพที่เคยมองว่าพูดกันมานานกว่า 5-10 ปีแล้วไม่มี สิ่งใดดีขึ้นนั้นจะได้ หมดไป “เชียงรายมีหอ้ งพักไม่นา่ เกิน 7,000 ห้อง ปัญหา คือหากจะสร้างห้องพักมากก็จะเสีย่ งต่อการขาดทุน หาก สร้างน้อยก็ไม่พอรองรับในฤดูท่องเที่ยว เคยสนับสนุน เรื่องกองทุนสร้างโฮมสเตย์ โดยให้ชาวบ้านสร้างห้อง พักทีม่ หี อ้ งน�ำ้ และสิง่ อ�ำนวยความสะดวก เพือ่ รองรับนัก ท่องเที่ยวและขายวิถีชีวิตไปพร้อมๆ กัน แต่ไม่สามารถ ด�ำเนินการต่อเนื่องจนส�ำเร็จ “

องค์การการท่องเที่ยวโลก ต่อจากหน้า 1 ท่ อ งเที่ ย วรองรั บ ทั้ ง สื่ อ มวลชนและคณะผู ้ ติ ด ตาม แหล่งท่องเที่ยวที่น�ำเสนอแบ่งเป็น 3 เส้นทางคือ 1.โครงการพระราชด�ำริห้วยฮ่องไคร้ อ.ดอยสะเก็ด 2. ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย - จังหวัดล�ำปาง 3.พระธาตุ ดอยสุเทพ และสวนสัตว์ เชียงใหม่ นางจุไรรัตน์ กล่าวว่า สิง่ ทีต่ วั แทนประเทศไทย จะน�ำเสนอในที่ประชุมนี้ เป็นไปตามนโยบายของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐบาล ที่จะเน้น เรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือGreen Tourism และจะยังคงเน้นในนโยบายนี้ให้เป็นเอกลักษณ์ และ จุดเด่นของการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งสอดคล้องกับ นโยบายของ UNWTO ส�ำหรับจังหวัดเชียงใหม่ใน ฐานะเจ้าภาพการประชุมจะน�ำเสนอ Green Tourism และลองสเตย์ ( long stay) เพราะเป็นสถานที่ดีที่สุด ของประเทศ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม “ความคาดหวังในการจัดงานครัง้ นีค้ อื คนแถบ เอเชีย และแปซิฟิก จะรู้จักประเทศไทยมากขึ้น โดย เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เนือ่ งจากตอนโหวตเลือกสถาน ที่ประชุมครั้งนี้ 33 ประเทศตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากมายังจังหวัดเชียงใหม่ เชียงใหม่จะได้เปิดตัว ให้กับแขกทั้ง 33 ประเทศอาทิประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น มาเลยเชีย อินเดีย ฯลฯ รู้จักเชียงใหม่มากขึ้นอย่าง แท้จริง “ นางจุไรรัตน์กล่าว นางจุไรรัตน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากการประชุม ของผู้บริหารและผู้ก�ำหนดนโยบายจาก 33 ประเทศ แล้ว โดยรอบห้องประชุมยังจะมีการจัดนิทรรศการ “Medical Hub and Spa” เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วม สัมมนาได้ทราบถึงศักยภาทางการแพทย์ และสปา ของเชียงใหม่ที่ไม่แพ้ที่ไหนในโลก คาดว่าการจัด ประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้ ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุม และผู้ติดตามเป็นกลุ่มมีก�ำลังซื้อสูง จะสร้างรายได้ หมุนเวียนในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 100 ล้านบาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมเจ้าหน้าที่ ระดับสูงและผูก้ ำ� หนดนโยบายในเรือ่ ง Green Tourism หรือ UNWTO High-level Regional Conference on Green Tourism ที่จะมีขึ้นในวันที่3พ.ค. ก่อนการ ประชุมกรรมาธิการนัน้ ประเด็นทีจ่ ะมีการน�ำเสนอใน ทีป่ ระชุม2ประเด็นหลักได้แก่รายงานสถานการณ์การ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในโลก (Tourism in the UN Green Economy Report) และประเด็น นวัตกรรม สีเขียวด้านการท่องเที่ยว (Green Innovation In Tourism)

ประชุมหารือ

ต่อจากหน้า 1

ทีด่ โี ดยมีการฟืน้ ตัวขึน้ จากปี 2552 จากปัจจัยภายนอก รวมทั้งความสงบภายในประเทศ รวมถึงการพัฒนา สาธารณูปโภคพืน้ ฐานด้านการท่องเทีย่ ว และส่งเสริม กิจกรรมการตลาดต่างๆ ท�ำให้ในปี 2553 จ�ำนวน นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศของไทยมีจ�ำนวนกว่า 16 ล้านคน

เขตเศรษฐกิจพิเศษถึงเวลาเดินหน้า หวั่นถูกมองเป็นตัวถ่วงความเจริญ

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

ขอเชิญชวนร้านค้าประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของท่าน ลงในหนังสือแนะน�ำ “ของดีจังหวัด”

เพื่อเป็นคู่มือส�ำหรับสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศและเครือข่ายได้รับสิทธิประโยชน์ส่วนลดในการซื้อสินค้าและบริการ ในกรณีที่เดินทางมาท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ สนใจติดต่อ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 158 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ถ.ทุ่งโฮเตล ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 โทรศัพท์ 053-241404-5 โทรสาร 053-241406 Email: thechamberforum@gmail.com, www.chiangmaichamber.com


18

วิถีวัฒนธรรม

วิถีล้านนา ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา “จี่พริกต้องมีครู จี่ปูต้องมีลาย” ค�ำภาษิตล้านนาทีบ่ ง่ บอกถึงความส�ำคัญของการ มีครู แม้ของที่ดูง่ายๆอย่างการย่างพริก ปิ้งปูให้สุกให้ พอดิบพอดี ต้องมีคนสอนไม่เช่นนั้นก็จะไหม้หรือไม่ได้ ดังที่ต้องการ ครูมีความหมายกว้างใหญ่ไพศาล ครูสูงสุดคือ “บรมครู”หมายถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆ เจ้า ผู้สั่งสอนให้ท�ำความดี ละความชั่ว ท�ำใจให้ผ่องแพ้ว บริสุทธิ์ “พ่อแม่”เป็นครูที่อยู่ในบ้านสอนสั่งลูกๆตั้งแต่ ยังแบเบาะ “ครูอาจารย์” บุคคลผู้มีวิชาความรู้ในแขนง ต่างๆ ที่คอยสั่งสอนให้ลูกศิษย์มีความรู้น�ำไปใช้ในการ ด�ำเนินชีวิต ผู้ที่มีความรู้ในแขนงใดเมื่อมีลูกศิษย์มาสืบทอด เรียกว่า “ครู” ครั้นเมื่อลูกศิษย์ที่สืบทอดวิชาไปถึงขั้น สอนสืบทอดวิชาให้ลูกศิษย์ได้ ครูของครูนี้ถ้าเป็นผู้ชาย เรียกว่า “พ่อครู” หากเป็นผู้หญิงเรียกว่า “แม่ครู” ที่บ้านของปู่ครูย่าครู พ่อครูแม่ครู และครูทุก ท่านจะมีหิ้งขันครู ไว้ส�ำหรับการเคารพนบไหว้บูชาสัก การะอยู่เสมอ ครูเป็นของสูง ควรแก่การบูชากราบไหว้ ผู้เป็น ครูนนั้ จึงมีขอ้ ปฏิบตั ิ ข้อห้ามทีส่ ำ� คัญเช่น ห้ามประพฤติผดิ ศีลธรรม ไม่เรียกร้องค่าวิชาเกินกว่าที่ก�ำหนดไว้ในขัน ครู ใช้วชิ าทีร่ ำ�่ เรียนมาเพือ่ ช่วยเหลือผูอ้ นื่ ไม่เบียดเบียน ผู้อื่น ครูจึงเป็นแบบอย่างของการด�ำเนินชีวิตที่ดีงาม และการช่วยเหลือสังคมให้แก่ลูกศิษย์ทุกคน การแสวงหาความรู้ในแบบเดิมนั้นศิษย์ต้องสืบ เสาะหาครูผู้รู้ในแขนงนั้น แล้วเข้าไปขอตัวเป็นลูกศิษย์ ครูเองก็ใช่ว่าจะรับลูกศิษย์ทันทีทันใด ต้องดูว่าตั้งใจจริง หรือไม่ มีความมานะอดทนเพียงใด การรับศิษย์กเ็ หมือน

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

ดั่งมีลูกเพิ่มมาอีกคน จึงต้องเลือกเฟ้นอย่างดี เพราะครูไม่ได้คิดค่าสอน มีเพียงค่าไหว้ครูตาม ประเพณี 8 บาท 12 บาท 24 บาทหรือ 36 บาท พร้อม ด้วยเครื่องไหว้ครูเท่านั้น เมื่อครูรับเป็นลูกศิษย์แล้วก็จะ มาเรียนที่บ้านครู ช่วยครูท�ำงาน ด�ำนา เกี่ยวข้าว ดูแล ปรนนิบตั คิ รูตามสมควร เรียนไปทีละขัน้ ตอนตามพืน้ ฐาน และความตั้งใจของศิษย์แต่ละคน จึงเป็นการร�่ำเรียนวิชา พร้อมกับได้เรียนรู้วิถี การด�ำเนินชีวิต ปรัชญา คุณธรรมต่างๆที่มีอยู่ในตัวครู ไปพร้อมกันด้วย เมื่ อ ลู ก ศิ ษ ย์ สื บ ทอดวิ ช าได้ ส� ำ เร็ จ แล้ ว ครู ก็ จ ะ ท�ำ “พิธีแบ่งครู” โดยการแบ่งเครื่องสักการะที่ในขันครู คนละครึ่ง ครูครึ่งหนึ่ง ศิษย์ครึ่งหนึ่งน�ำไปไว้ในขันครูที่ บ้านของศิษย์แต่ละคน เหมือนดังตัวแทนครูที่ติดตามไป อยู่กับตัวลูกศิษย์ ทุกปีนนั้ ผูท้ สี่ บื ทอดวิชาความรูจ้ ากครูกจ็ ะจัด “พิธี

ไหว้ครูล้านนา ไหว้ครู” ขึ้น หมายทั้ง “ครูเก้า ครูปล���ย ครูตาย ครูยัง” ทั้งครูคนแรก จนถึงครูคนสุดท้าย รวมทั้งครูที่เสียชีวิตไป แล้ว และครูที่ยังมีชีวิตอยู่ ถือเป็นการร่วมระลึกถึงพระคุณ ของครูของลูกศิษย์ทุกคน ทางล้านนามีพธิ ที เี่ กีย่ วกับครูหลายอย่าง “การโยง ครู” ในกรณีลูกศิษย์ป่วยหรือมีเหตุการณ์พิเศษที่ต้องขอ พลังจากครูมาช่วยเหลือ “การขึ้นครู” เป็นพิธีสักการะ เพือ่ ระลึกถึงพระคุณของครู “การฟายครู” เพือ่ ขอขมาเมือ่ ได้ท�ำผิดจากที่ครูสอนหรือผิดครู การเรียกครู การเชิญ ครู การด�ำหัวครู เป็นต้น ก่อนนี้ผมเคยได้ยินเรื่องการไหว้ครู การครอบ ครู มาบ้างแต่ไม่รู้ความหมายรายละเอียด พอมาเรียนรู้ กับพ่อครูแม่ครูหลายท่านในล้านนา ได้เรียนรู้ชีวิตเรียบ

ง่ายอบอุ่น ค�ำสอนอันงดงาม พิธีกรรมที่เกี่ยวกับครู ผม เริ่มเข้าใจการเคารพของศิษย์ที่มีต่อครู ได้สัมผัสความรัก ความเมตตาที่ครูมีต่อศิษย์ และความผูกพันธ์ของครูกับ ศิษย์ตั้งแต่ครูคนแรกจนถึงศิษย์คนสุดท้าย ทั้งที่มีชีวิตอยู่ หรือเสียชีวิตไปแล้ว ผมก�ำลังพบกับสายธารการศึกษาอีกระบบหนึ่ง โรงเรียนแห่งภูมปิ ญ ั ญา มหาวิทยาลัยแห่งชีวติ การเรียนรู้ ที่หยั่งลงไปถึงจิตวิญญาณ สิ่งเหล่านี้พบน้อยลงในยุค ปัจจุบนั ผมเห็นครูกบั ศิษย์เหินห่าง ต่างฝ่ายต่างท�ำหน้าที่ ไม่มีความผูกพันธ์มากนัก ขณะนี้ทางรัฐเองก็ก�ำลังปฏิรูปการศึกษากันใหม่ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับบ้านเรา พยายามกระจายให้ผู้ ปกครอง บุคคล กลุม่ องค์กร ชุมชน สถาบัน สามารถจัดการ

ศึกษาได้ โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุนความรู้ งบประมาณ และกฎหมายกฎระเบียบ ทั้งการศึกษาในระบบ นอก ระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โรงเรียน และสถาบัน การศึกษาสามารถจัดหลักสูตรที่เหมาะกับแต่ละท้องถิ่น ได้ โดยเชือ่ มโยงกับผูร้ ู้ พ่อครูแม่ครูทอี่ ยูใ่ นท้องถิน่ ต่างๆ ทั่วประเทศ ผมดีใจมากเลยที่ได้ข่าวว่าทางสภาการศึกษา แห่งชาติมีโครงการสนับสนุนให้”ครูภูมิปัญญาไทย”ได้ สืบทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน ช่วยกันดูแล ช่วย กันสนับสนุน พ่อครูแม่ครู ครูภูมิปัญญา ด้วยการ สืบทอดความรู้เอาไว้ ให้ลูกหลานไทยเป็นศิษย์มี ครูไว้ต่อสู้กับชีวิต

Contemporary Lanna Tee Kanok @ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ คัวฮักคัวหาง เป็นเครื่องใช้ของชาวล้านนา ท�ำ ด้วยกรรมวิธกี ารสานแล้วทาเคลือบด้วยน�ำ้ ยางจากต้นรัก หรือที่ปรากฏพบในเอกสารโบราณเรียกว่า “นางเกี๋ยง” จากนั้นตกแต่งด้วย หางหรือชาด อันหมายถึงแร่ธาตุ โลหะหนักที่มีอยู่ในธรรมชาติเมื่อน�ำมาผสมกับยางรัก แล้ว จะให้สีแดงสด ในล้านนาพบว่ามีการใช้คัวฮักคัวหางอันอย่าง แพร่หลาย เป็นทั้งของใช้ประจ�ำบ้านในชีวิตประจ�ำวัน เช่น ปุง ขันหมาก แอ็บหมาก กระเป๋าถือ เป็นต้น และ ของใช้ในพิธีกรรม เช่น ขันดอก ขันซี่ หีบผ้าใหม่ เอิบ เป็นต้น ในปัจจุบันคัวฮักคัวหาง เป็นที่รู้จักกันในนาม “เครื่องเขิน” เพราะเข้าใจกันว่า กลุ่มชาติพันธุ์ชาวไท เขินแห่งเมืองเชียงตุง เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการ ผลิตเครื่องใช้ชนิดนี้ และในล้านนามักปรากฏแหล่ง ผลิตเครื่องเขินในชุมชนชาวไทเขิน เช่น หมู่บ้านวัวลาย หมูบ่ า้ นต้นแหน เป็นต้น อย่างไรก็ตามชาวพม่ากลับเรียก ภาชนะชนิดนี้ว่า “โยนเถ่” อันหมายถึง ภาชนะของชาว ไทยวนหรือชาวล้านนานั่นเอง การผลิ ต เครื่ อ งเขิ น ในล้ า นนา จะเริ่ ม ต้ น ขึ้ น เมื่อใดไม่มีหลักฐานระบุที่ชัดเจน แต่เป็นที่ทราบกันว่า

คัวฮักคัวหาง เครือ่ งเขินล้านนา อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องเขินนั้น ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้น ในเมืองเชียงใหม่มาช้านานแล้ว และได้เติบโตขึ้นอย่าง มากในช่วงรัชกาลที่ 6 – 7 ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่เป็นของ ที่ระลึก นิยมท�ำเป็นภาชนะประเภทต่างๆ เช่น ขันดอกไม้ ขันโอ ขันหมาก ตลับหรือแอ๊บหลายขนาด ในยุคนีย้ งั นิยม ผลิตเครื่องเขินเป็นภาชนะแปลกๆ เช่น โทรโข่ง กระเป๋า

ถือ หมวก เป็นต้น หมู่บ้านที่ท�ำการผลิต ได้แก่ บริเวณ บ้านช่างหล่อ บ้านวัวลาย บ้านหมื่นสาร บ้านนันทาราม และบ้านระแกง เครื่องเขินในแถบนี้มีเอกลักษณ์ส�ำคัญ คือ ลวดลาย นิยมใช้เทคนิคการขูดลายฮายดอก เป็นรูป ดอกไม้ขนาดเล็กประกอบก้านใบ นอกตัวเมืองเชียงใหม่ มีแหล่งผลิตคัวฮักคัวหาง

ที่มีชื่อเสียงอยู่อีกแห่งหนึ่ง คือ หมู่บ้านต้นแหน อ�ำเภอ สันป่าตอง เป็นชุมชนที่มีชาวไทเขินอยู่อย่างหนาแน่น นิยมท�ำหีบผ้าใหม่ และขันหมาก เอกลักษณ์ของเครือ่ งเขิน สันป่าตองอยู่ที่ลวดลายตกแต่งด้วยวิธีเขียนหาง เทคนิค ลากเส้นจากปลายพู่กันเป็นรูปดอกไม้สีแดงสดอันโดด เด่น จากการสอบถามพบว่าลวดลายเหล่านี้ได้รับแรง บันดาลใจมาจากดอกซอมพอหรือดอกหางนกยูงนั่นเอง ในปัจจุบนั การใช้ภาชนะเครือ่ งเขินได้เสือ่ มความ นิยมลง อันเป็นสาเหตุมาจากการมีวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ เข้ามาแทนที่ นอกจากนี้สภาพสังคมและวัฒนธรรมที่ เปลี่ยนแปลงไปยังท�ำให้การสืบทอดการท�ำภาชนะชนิด นีน้ อ้ ยลงไปทุกที แม้จะยังมีในเห็นอยูบ่ า้ ง เช่น ทีห่ มูบ่ า้ น วัวลาย และหมู่บ้านนันทาราม แต่รูปแบบโครงสร้าง ภาชนะและลวดลายได้เปลีย่ นไป เพือ่ ตอบสนองต่อความ ต้องการของผู้ซื้อใหม่และการสั่งท�ำแบบออเดอร์จ�ำนวน มาก เครือ่ งเขินซึง่ ในอดีตเป็นงานหัตถศิลป์ของล้านนาที่ ส�ำคัญ มีบทบาทต่อวิถชี วี ติ และค่านิยมทางสังคม อาจจะมี ชะตากรรมเช่นเดียวกับหัตถศิลป์อนื่ ๆ ทีน่ บั วันจะสูญหาย ลงไปในที่สุด


The Chamber Forum

19

วิถีวัฒนธรรม

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

ของดีเชียงใหม่ ใครๆที่มาเที่ยวเชียงใหม่ ก่อนกลับก็คงจะ ต้องหาของฝากติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้าน หรือ เพื่อนๆตามธรรมเนียม รวมทั้งคนเชียงใหม่ ที่จะ แวะไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่ต่างจังหวัด ก็คงไม่พ้นต้องหาของฝากจากเชียงใหม่ ไปให้ญาติ เช่นกัน ของฝากยอดฮิตติดอันดับของเชียงใหม่ ที่ถูกใจ ผู้รับคงหนีไม่พ้น น�้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ไส้อั่ว แหนม หมูยอ ทีพ่ อนึกถึงทีไรก็นำ�้ ลายสอทุกที ซึง่ ของฝากประเภท นี้ ถ้าจะให้อร่อยแบบดัง้ เดิม เห็นทีจะต้องไปซือ้ กันในกาด หลวงหรือตลาดวโรรส แต่การจะเข้าไปซื้อของในกาด หลวงหลายคนก็คงจะส่ายหน้า เพราะทั้งร้อน และหาที่ จอดรถยาก ของดีเชียงใหม่ฉบับนี้ก็เลยจะขอแนะน�ำร้าน ขายอาหารพืน้ เมืองส�ำเร็จรูปพร้อมรับประทานทีเ่ หมาะทัง้ เป็นของฝาก หรือจะซื้อเพื่อรับประทานกันในครอบครัว แถมมีบริการส่งถึงสนามบินด้วย ร้านที่ว่านี้ ชื่อร้าน “แหนมบุญศรี” ในตลาด วโรรส เป็นร้านดั้งเดิมที่ขายมานานถึง 40 ปี ทางร้าน จะมีลูกค้าประจ�ำเป็นบรรดาลูกเรือของสายการบินต่างๆ โทรศัพท์มาสั่งของกันทุกวัน โดยทางร้านมีบริการจัด อาหารเป็นชุดๆ ราคาชุดละ 150-300 บาท ในแต่ละ ชุดจะประกอบไปด้วย ไส้อั่ว หมูยอทอด หมูทอด ซี่โครง แหนมทอด ซีโ่ ครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย และน�ำ้ พริก หนุ่ม อาหารเหล่านี้สามารถน�ำไปอุ่นอีกรอบได้โดยยังคง ความอร่อยเหมือนเดิม ซึง่ ในแต่ละวันจะมีออร์เดอร์สง่ ของ ทีส่ นามบินวันละ กว่า 10 เทีย่ วเลยทีเดียว เป็นการอ�ำนวย ความสะดวกให้ลูกค้าที่อยากได้ของฝากดีๆ แต่ไม่สดวก ที่จะเข้าไปในกาดหลวง ก็สามารถสั่งของแล้วนัดรับของที่ สนามบินได้ ทางร้านจะแพ็คของให้อย่างดีสามารถหิ้วขึ้น เครื่องได้โดยไม่มีกลิ่นไปรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น ส่วนเรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง เพราะถ้าไม่ดีจริง คงไม่อยู่กันมาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็นหมูทอด ซี่โครงหมู กระเทียมพริกไทย ซี่โครงแหนมทอด จะต้องหมักหมูจน

อย่างแกงฮังเล ก็จะต้องเอา เครื่องแกงที่โขลกได้ที่แล้วมา หมักกับหมูทงิ้ ไว้ 1 คืน แล้วมา เคี่ยวไฟอ่อนๆ ให้เครื่องแกง ละลายเข้าไปในเนื้อหมูอีก 3 ชั่วโมง จนได้แกงฮังเล รสชาติ แบบโบราณ

แหนมบุญศรี ไม่ใช่แค่ความอร่อย ได้ที่ก่อนแล้วน�ำไปทอด หรือน�้ำพริกหนุ่มก็จะใช้พริกสด ล้างสะอาด โขลกกับเครื่องเคราจนได้รสชาติน�้ำพริกหนุ่ม ที่ไม่เผ็ดจัดจ้านจนเกินไป ส่วนไส้อั่วก็รสชาติถึงเครื่อง สมุนไพร ย่างจนหอม กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ อร่อย อย่าบอกใคร นอกจากรสชาติความอร่อยที่เข้มข้นแล้ว ร้าน” แหนมบุ ญ ศรี ” ยั ง เน้ น ความพิ ถี พิ ถั น ในการผลิ ต ทุ ก ขั้ น ตอน โดยค�ำนึงถึงด้านความสะอาดและความปลอดภัย ของผูบ้ ริโภคเป็นหลัก อาหารทุกอย่างจะไม่ใส่ผงชูรส และ สารกันบูด จะท�ำกันสดๆ ใหม่ๆ ทุกวัน อาหารทอดก็ จะมีการเปลี่ยนน�้ำมันทุกครั้ง ซึ่งในแต่ละวันต้องเปลี่ยน น�้ำมันทอดหลายครั้งทีเดียว และจะไม่ใช้น�้ำมันปาล์มใน การทอดอาหาร เพราะน�้ำมันปาล์ม มีไขมันอิ่มตัวที่เป็น อันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งในระหว่างทอดก็จะใช้แป้งข้าว จ้าวผสมน�้ำโรยเข้าไปในน�้ำมัน เพื่อให้น�้ำมันสะอาดอยู่ เสมอ เป็นการลดอัตราเสี่ยงในการรับสารก่อมะเร็งของ ผู้บริโภค และก่อนการประกอบอาหารจะล้างวัตถุดิบจน

หรือถึงคราวสูญสลาย?

สะอาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย อันจะเป็นสาเหตุที่ท�ำให้อาหารบูดง่าย ถือว่าเป็นการ รักษาคุณภาพอาหาร โดยไม่ต้องพึ่งพาสารกันบูด ส่วน ใครที่ชอบรับประทานแหนม ต้องบอกว่าแหนมของร้านนี้ ปลอดภัยมัน่ ใจว่าไม่มดี นิ ประสิวแน่นอน ซึง่ ของทีผ่ ลิตออก มาทุกครัง้ จะต้องได้คณ ุ ภาพ ถ้าไม่ดจี ริงก็จะทิง้ เลย โดยไม่ เสียดาย เช่นบางครั้งพนักงานทอดอาหารเกรียมจนเกิน ไป ก็จะไม่เอามาขาย เพราะถ้าลูกค้าซือ้ ไปรับประทานก็จะ เสี่ยงต่อการรับสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกาย เรียกได้ว่าใส่ใจ เรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคกันสุดๆ จนท�ำให้ได้รับ การการรันตีจากสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นร้าน อาหารปลอดภัย คุณนันนพร สุนทร เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า เธอมารับช่วงในการด�ำเนินกิจการร้านนี้ต่อจากญาติมา ได้ 15 ปีแล้ว ซึง่ หลังจากส�ำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขา บัญชี จากรั้วจามจุรี และไปศึกษาต่อปริญญาโทที่อเมริกา เธอก็ไปท�ำงานธนาคารอยู่หลายปี แต่ก็หันเหมาบริ

หารกิจการร้านขายอาหารพื้นเมืองนี้ เพราะอยากเป็น นายของตัวเอง ซึ่งเธอติดนิสัยความพิถีพิถันในการท�ำ อาหารมาจากคุณแม่ และคุณน้า ซึ่งเคยเป็นนางสนอง พระโอษฐ์ ท�ำงานในรั้วในวัง จึงเห็นความเนี๊ยบมาตั้ง แต่เด็กๆ ประกอบกับต้องการให้ลูกค้าได้รับประทาน ของที่อร่อย สะอาด และมั่นใจได้ว่าปลอดภัยจริงๆ ด้วยความ”เนี๊ยบ”ในการผลิตบวกกับรสชาติที่ เข้มข้น ท�ำให้สินค้าของร้านแหนมบุญศรีเป็นที่ต้องการ ของลูกค้าอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลจะขายดีเป็น พิเศษ นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารในกรุงเทพ สั่งของจาก ร้านนี้ไปขาย เพื่อเพิ่มเมนูอาหารเหนือเป็นทางเลือกให้ แก่ลูกค้าอีกด้วย ใครอยากได้ของฝากจากเชียงใหม่ที่รสชาติอร่อย แบบดั้งเดิม และคุณภาพที่มั่นใจได้ว่าทั้งสะอาดและ ปลอดภัย สั่งได้ที่ ร้านแหนมบุญศรี โทร. 081 8837177 หรือ 053 234463 ค่ะ

ต้นไม้ใหญ่ “เพื่อรณรงค์รักต้นไม้ รักธรรมชาติ”

Your window on Asia For CCC

หากถามชาวฟิลปิ ปินส์คนไหนก็ตาม เกีย่ วกับสิง่ มหัศจรรย์ของโลก พวกเขาจะตอบอย่างภาคภูมิใจว่าสิ่ง นัน้ คือ นาขัน้ บันได พืน้ ทีค่ วามสูง 5 พันฟุตเหนือระดับน�ำ้ ทะเลทางตอนเหนือของประเทศ นาขั้นบันไดนี้ ถูกเรียก ในท้องถิ่นว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก สถานที่แห่งนี้มีชื่อติดในมรดกโลกมาตั้งแต่ปี 1995 และยังมีชื่อติดในบัญชีมรดกโลกใกล้พังทลายมา นานกว่า 10 ปีแล้ว จากสภาพแห้งแล้งรุนแรง น�้ำท่วม การพังทลายของหน้าดิน และการขาดการดูแลเอาใจใส่ ท�ำให้นาขัน้ บันไดแห่งนีค้ อ่ ยๆพังทลายลง เราอยูท่ จี ดุ ชม วิวบานัว จุดสูงสุดของภูเขาในพื้นที่นี้ พร้อมกับกลุ่มนัก ท่องเที่ยวแบกเป้ชาวพื้นเมืองและต่างชาติจากตรงนี้ เรา สามารถเห็นวิวมุมกว้างของนาขัน้ บันไดแห่งนีไ้ ด้ “นาขัน้ บันไดเหล่านีถ้ กู สร้างขึน้ อย่างอิสระโดยบรรพบุรษุ ของเรา ถ้าคุณสังเกตคุณจะพบว่าพวกเขาสร้างนาขั้นบันไดนี้โดย อาศัยโครงสร้างของภูเขาเป็นแนว ดังนั้น นาขั้นบันได เหล่านี้จึงดูเหมือนบันไดยักษ์ที่ไต่ขึ้นไปสู่สวรรค์” ไฮเจ แล็ค คายอง ไกด์น�ำเที่ยวของเราบอก “พื้นที่ทั้งหมด ของบานัว มีอยู่ประมาณ 2 หมื่น 1 พัน เฮกเตอร์ และ ทุ่งข้าวก็ครอบคลุมพื้นที่ 40% ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนที่ เหลือเป็นพื้นที่ป่า และบางส่วนก็เป็นที่อยู่อาศัยหรือได้ รับการต่อเติมขึ้น” จากการตรวจสอบของรัฐบาลเมื่อ ปีที่แล้ว พื้นที่นาขั้นบันไดครึ่งหนึ่งจ�ำเป็นจะต้องได้รับ การบูรณะ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่แล้ว จอห์น ชัว ช่าง ภาพผู้มีชื่อเสียง ได้เผยแพร่ภาพถ่ายนาขั้นบันไดผ่านสื่อ ออนไลน์ โดยแสดงให้เห็นที่นาซึ่งถูกท�ำลาย โครงสร้าง ซึ่งถูกกัดเซาะ และก�ำแพงหินที่พังทลายลง ภาพเหล่านี้ ดึงดูดความสนใจของคนมากมาย

ชัว ได้จัดตั้งโครงการรณรงค์ชื่อ “นักรบสุด สัปดาห์” ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของนาขั้นบันได และมีนัก ท่องเที่ยวมากกว่าพันคนเข้าร่วมโครงการ นับตั้งแต่เริ่ม ด�ำเนินการเมื่อเดือนที่แล้วในโครงการอาสาสมัคร หรือ ทีเ่ รียกเป็นภาษาท้องถิน่ ว่า “บาชัง” จะมีการเชิญชวนนัก ท่องเทีย่ วและชาวบ้านให้มาช่วยกันซ่อมแซมพืน้ ทีน่ ี้ “สิง่ ทีเ่ ราท�ำคือรวบรวมหินทัง้ หมดมา เราจะน�ำหินขึน้ มาและ ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านการสร้างก�ำแพงหิน จะเป็นคนจัดวางหิน ให้ถูกที่” จ�ำนวนเกษตรกรก�ำลังลดลง เนื่องจากคนรุ่น ใหม่เลือกที่จะเรียนหรือท�ำอาชีพอื่นในเมืองใหญ่ หาก ปราศจากเกษตรกร ก็ไม่มีใครดูแลนาขั้นบันได อั น โตนิ โ อ กายุ ม มา เป็ น วิ ศ วกรเทศบาล ในพื้นที่ เขาบอกว่าพวกเขาก�ำลังท�ำงานร่วมกับเจ้าของ ที่ น า เพื่ อ ซ่ อ มแซมนาขั้ น บั น ได “ในพื้ น ที่ น าขั้ น บันไดที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ เราขอให้เจ้าของไถพรวนที่ นา แต่ถ้าพวกเขาไม่อยากท�ำ รัฐบาลท้องถิ่นจะเป็นคน ไถพรวนให้ จากนั้น ครึ่งหนึ่งของผลผลิตจะตกเป็นของ เจ้าของทีน่ า ส่วนอีกครึง่ หนึง่ เป็นของรัฐบาล เราคิดระบบ นีข้ นึ้ มา และด�ำเนินงานโครงการน�ำร่องเมือ่ ปลายปีทแี่ ล้ว และมันก็เป็นกิจกรรมทีด่ ำ� เนินมาอย่างต่อเนือ่ ง” สิง่ ต่างๆ ก�ำลังดีขนึ้ โดยมีกลุม่ ประชาชน นักท่องเทีย่ ว และรัฐบาล ร่วมกันช่วยเหลือและพยายามฟืน้ ฟูนาขัน้ บันไดนี้ เงินทุน ซ่อมแซมเบื้องต้นเกือบ 5 แสนดอลล่าร์สหรัฐ ได้รับการ เก็บรวบรวมโดยรัฐบาลแห่งชาติ และรัฐบาลท้องถิน่ เองก็ วางแผนที่จะจัดหาเงินทุนจากองค์กรยูเนสโก้ด้วย

* เผยแพร่ครั้งแรกทางเอเชียคอลลิ่ง เครือข่ายวิทยุของส�ำนักข่าวอิสระแห่งอินโดนีเซีย เผยแพร่ผ่าน 10 ���าษาใน 10 ประเทศทั่วเอเชีย พบเรื่องราวอื่นๆ ได้ที่ www.asiacalling.org * ฟังเอเชียคอลลิ่ง ได้ทางสถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน FM.100 พฤหัสบดี-ศุกร์ 07.30-8.00 น.

ต้นลาน ที่ตั้ง อายุ โดย ภาพ

: : : :

แจ่งหัวริน ประมาณ 30 ปี ณปวันชัย กุลฉัตรฐานนท์ เชียงใหม่เขียว สวย หอม


The Chamber Forum

20

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

จัดงาน โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ประกอบการเพียงแค่ 10 – 20% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนผู้ประกอบการราย ใหม่ได้รับการสนับสนุนพื้นที่อนุเคราะห์ให้โดยไม่เสียค่า ใช้จ่าย รวมไปถึงกิจกรรมของลานนาคอเลคชั่น ที่ศูนย์ส่ง เสริมการส่งออกภาคเหนือ เชียงใหม่ ร่วมมือ กับ สวทช. ภาคเหนือ ในการที่จะต่อยอดกิจกรรมทางการตลาดแก่ ผู้ประกอบการทั้งหมด 7 ราย คือ 1.บริษัท ศูนย์ท�ำร่ม (1978) ผลิตร่มและพัด 2. บริษัท กระเบื้องไม้งาม ผลิต กระเบื้อง 3. บริษัท เปรมประชา คอลเลคชั่น ผลิตสินค้า จากเซรามิก 4. หจก.เชียงใหม่อนิ เตอร์เนชัน่ แนล เดค ผลิต กระดาษสา 5. หจก. ภัทรบูรณ์ ผลิตของตกแต่งจากไม้ 6. บริษัท เจอร์ราด คอลเลคชั่น ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ และ หจก.บัวผัดแฟคทอรี ผลิตพรม หมอนจากเศษผ้า ทีไ่ ด้ รับการพัฒนาในเรื่องผลิตภัณธ์ต้นแบบภายใต้คอนเซปท์

มหกรรมแสดงสินค้าของขวัญ งาน BIG & BIH April 2012 เปิดฉากอย่างเป็นทางการ ลัน่ เป็นเวที แสดงศักยภาพดีไซน์ของไทย และกระตุ้นตื่นตัว พัฒนารับมือ AEC เผยกว่า 600 บริษทั ร่วมโชว์ผลงาน ตั้งเป้าคนแห่ชมนับแสน เงินสะพัดทะลุพันล้าน กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์ส�ำตล์ไทย เปิดงาน BIG + BIH April 2012 หรืองาน แสดงสินค้าของขวัญและงานแสดง สินค้าของใช้ในบ้าน ครั้งที่ 33 ณ ศูนย์นิทรรศการและ การประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดการ จัดงาน “Heart of Design & Lifestyle Showcase of ASEAN” รวมสุดยอดสินค้าของขวัญ –ของใช้ในบ้านจาก ผูป้ ระกอบการชัน้ น�ำมากว่า 600 ราย ภายใน 1,620 คูหา บนพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร พร้อมโซนพิเศษทั้ง Design Hall แสดงสินค้าดีไซน์ โดยนักออกแบบรุ่นใหม่ และ International Pavilion อัพเดทเทนด์จากทัว่ โลก โดย ได้รับเกียรติจาก นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ให้การต้อนรับ ได้รับความสนใจจากผู้ ประกอบการทัง้ ในและต่างประเทศรวมทัง้ สือ่ มวลชนร่วม งานเป็นจ�ำนวนมาก นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ ประธานในพิธเี ปิดกล่าวว่า ปัจจุบนั อุตสาหกรรม สิ น ค้ า ไลฟ์ ส ไตล์ เ ป็ น อุ ต สาหกรรมที่ ส ร้ า งรายได้ เข้ า ประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตทุกปี ซึ่งปี

BIG 2012 ลั่นเงินสะพัดพันล้าน 2554 ทีผ่ า่ นมา มีมลู ค่าการส่งออกรวม 2,900 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ หรือกว่า 90,000 ล้านบาท โดยมีประเทศคู่ค้า หลักได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมันนี และสหราช อาณาจักร “กระทรวงพาณิชย์โดยกรมส่งเสริมการส่งออก มีน โยบายในการส่งเสริมศักยภาพการส่งออกในกลุม่ สินค้าดัง กล่าวมาอย่างต่อเนือ่ ง รวมทัง้ การร่วมมือกับสมาพันธ์ผลิต ภัณฑ์ไลฟ์สไคล์ไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคเอกชนที่ส�ำคัญ เพือ่ สนับสนุนและผลักดันอุตสาหกรรมสินค้าของขวัญและ สินค้าไทยในแง่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทงั้ ด้านคุณภาพ และ การใช้เทคนิคที่ทันสมัย ตรงตามความต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเน่นในด้านดีไซน์ที่เป็น เอกลักษณ์และโดดเด่น เพื่อสร้างความแตกต่างและการ จดจ�ำในผลิตภัณฑ์ สู่การสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้น�ำ ในวงการอุตสาหกรรมสินค้าของขวัญและของใช่ในบ้าน เพื่อรองรับการขยายตัวทางเสรษฐกิจสู่สายตานักธุรกิจ ทั่วโลก คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและผู้ซื้อจาก ต่างประเทศ เข้าร่วมงานกว่า 100,000 คน และมียอดเงิน สะพัดตลอดการจัดงานมากกว่า 1,000 ล้านบาท” ด้านผู้ประกอบการภาคเหนือให้ความสนใจเข้า ร่วมออกบูท 100 กว่าราย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกี่ยวกับ ของตกแต่งบ้านที่ท�ำมาจากไม้ ผ้าฝ้าย หรือเซรามิก ซึ่งได้ รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการส่งออก ในด้านการ

ลานนาคอเลคชั่นแล้วไปจัดแสดงในงานนี้ด้วย นายพนาสิ น ธนบดี ส กุ ล บริ ษั ท ธนบดี อ าร์ ต เซรามิคจ�ำกัด ผลิตรุปลอกเซรามิคสีบนเคลือบแห่งแรก ของภาคเหนือ กล่าวว่า บริษทั ฯ ส่งออกไปยัง 98 ประเทศ ทั่วโลก มีสัดส่วน 60% ส่งออกไปยังยุโรป อเมริกา ใน เอเชียมี ญี่ปุ่น เกาหลี และจีนที่ขณะนี้มีสัดส่วนถึง 20% การเปิด AEC ในอนาคตคาดว่าไม่กระทบต่อการซื้อขาย ในสินค้าประเภทเซรามิกทีม่ ดี ไี ซน์ แต่คาดว่าน่าจะกระทบ ต่อกลุ่มประเทศที่ท�ำกระเบื้อง สุขภัณฑ์ เนื่องจากตลาด ใหญ่อยู่ที่อินโดนีเซียและค่าแรงที่ถูกกว่า “การปรับค่าแรงมีผลกระทบมาก ในส่วนค่าจ้าง รายวันปรับขึน้ 40% ผมปรับกลยุทธ์ตงั้ แต่เดือนกุมภาพันธ์ แล้ว พนักงานเกรดเอปรับตัง้ แต่กมุ ภาพันธ์ เกรดบีเราปรับ มีนาคม ก็จะดึงคนเก่งๆไว้ได้ และกลุ่มซีคือกลุ่มที่ต้อง พัฒนาก็แน่นอนตามกฏหมาย 230 บาท ส่วนเงินเดือน ก็ปรับตามส่วนเฉลี่ยแล้วก็ปรับขึ้น 38% นี่คือภาวะที่หนัก ที่สุดที่เราเคยเจอ จ�ำเป็นต้องลดต้นทุน พร้อมพัฒนาฝีมือ ลูกจ้างให้มีศักยภาพมากขึ้น ท�ำงานเป็นทีม หาเครื่องมือ มาช่วยเสริม เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไป จับตลาดบนมาก ขึ้น เพราะตลาดบนจะเน้นเรื่องดีไซน์มากกว่าราคาสินค้า และลดสัดส่วนการส่งออกให้น้อยลง ขายในประเทศมาก ขึน้ เพราะยังเห็นถึงศักยภาพของประเทศเราอยู”่ นายพนา สินกล่าว

เพื่อให้ติดตลาดโลก โดยเชื่อว่าจะใช้ระยะเวลาในการ ประชาสัมพันธ์นานกว่า 10 ปี ทัง้ นีผ้ ปู้ ระกอบการผลิตและ ส่งออกในภาคเหนือ ควรต้องศึกษาพฤติกรรมของผูบ้ ริโภค ให้มากขึน้ เพือ่ ออกแบบและพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับ ความต้องการและรสนิยมของลูกค้า นอกจากนั้นควรรวม กลุ่มผลิตสินค้าที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันเป็นคอลเล คชัน่ ( collection) โดยแต่ละคอลเลคชัน่ มีสนิ ค้าจากหลาย แหล่งรวมกัน จะท�ำให้ผู้ซื้อมีทางเลือกในการเลือกซื้อมาก ขึ้น “ภาคเหนือมีการพัฒนาในการออกแบบอยู่แล้ว และมีศักยภาพในการผลิตสินค้าสูง รวมทั้งมีวัตถุดิบที่มี การน�ำมาดัดแปลง สร้างมูลค่าเพิม่ ให้กบั สินค้าอยูแ่ ล้ว ซึง่ ที่ต้องเพิ่มคือเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการ เพื่อให้สินค้า

สินค้าเหนือเตรียมบุกอาเซียน

เร่งปรับตัวยกระดับสูค้ แู่ ข่ง

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก ชี้ภาค เหนือมีศักยภาพในการผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์ เดิน หน้ายกระดับภาคเหนือบุกตลาดอาเซียน หวังหนี สงครามราคา เน้นลูกค้าทีช่ อบดีไซน์ แต่ตอ้ งท�ำการ บ้านอย่างหนักก่อนลุย ดร.วุฒชิ ยั ดวงรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่ง ออก เผยว่า ผูป้ ระกอบการผลิตสินค้าหัตถกรรมและสินค้า ทีร่ ะลึกของภาคเหนือมีศกั ยภาพในการ ในการแข่งขันและ การผลิตสินค้าที่เน้นการใช้ชีวิต (Lifestyle) ที่ทันสมัย ซึ่ง เป็นสินค้าทีท่ างกรมการส่งออกต้องการส่งเสริมและพัฒนา

ตรงกับความต้องการของตลาดโลกมากขึน้ และสร้างมูลค่า การส่งออกด้วย” นางขวัญนภา ผิวนิล ผูอ้ ำ� นวยการ ส�ำนักงานส่งเสริม การส่งออกภาคเหนือ (เชียงใหม่) เผยว่า ปีนี้ส�ำนักงานฯ มีแผนพัฒนาตลาดใหม่ ในกลุ่มอาเซียน เพื่อรองรับการ ด�ำเนินการภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) เนือ่ งจากทีผ่ า่ นมาสัดส่วน มูลค่าการส่งออกในตลาดอาเซียน คิดเป็น 25 % ของมูลค่า การส่งออกของภาคเหนือ แผนการส่งเสริมการตลาดใน อาเซียนนี้จะท�ำควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ

สร้างมูลค่าเพิม่ การเพิม่ ขีดความสามารถให้กบั ผูป้ ระกอบ การส่งออก เน้นการสร้างแบรนด์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่อิงกระแสโลก เพื่อน�ำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือน�ำไปใช้ ในการออกแบบ เสนอแนวคิดใหม่ เช่นกรีนดีไซน์ ( Green Design) หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้ผู้ประกอบการหลีกหนีการแข่งขัน ที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะหลีกหนีจากกลุ่มประเทศจีน หรือ ประเทศในอาเซียนที่มีต้นทุนในการผลิตถูกกว่าของภาค เหนือ “การเข้าสูป่ ระชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558

ผู้ประกอบการส่งออกในพื้นที่ภาคเหนือ มีทั้งข้อดีและ ข้อเสีย ข้อดี พบว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่จะได้เปรียบ เนื่องจากมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง และมีความ สามารถในการปรับตัวด้านการลงทุน ในประเทศกลุ่ม อาเซียน โดยอาศัยประเทศทีม่ คี า่ แรงถูกในการผลิตสินค้า เพือ่ ส่งขายในประเทศทีส่ ามต่อไป ส่วนข้อเสียจะเกิดขึน้ กับ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ในเรื่อง ของการแข่งขันกับต่างประเทศที่มีค่าแรงที่ถูกกว่า สิ่งที่จะ ท�ำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กแข่งขันกับตลาดอาเซียนได้ จะต้องมีการสร้างชื่อของสินค้าหรือแบรนด์(brand) และ สร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์น่าสนใจ “ นางขวัญนภากล่าวว่า ปีที่ผ่านมาสินค้าประเภท เกษตรแปรรูป อาหาร ของภาคเหนือยังมีการส่งออกมาก ที่สุด รองลงมา คือสินค้าประเภทหัตถกรรม


The Chamber Forum

21

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

“ร่วมต้านคอรัปชัน่ ร่วมสร้างสรรค์สงั คมไทย”

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับส�ำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาค รัฐ (ปปท.) เสวนา “ร่วมต้านคอรัปชั่น ร่วมสร้างสรรค์ สังคมไทย” ผนึกก�ำลังภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ให้ตระหนักถึงความเสียหายของการ คอรัปชั่นที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม นายณรงค์ คอง ประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอรัปชั่นประจ�ำ ปี พ.ศ.2554 พบว่า ประเทศไทยได้ 3.4 คะแนน จาก คะแนนเต็ม 10 คะแนน อยู่อันดับที่ 80 จากการจัด อันดับทั้งหมด 183 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับที่ 10 จาก 26 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย “การแก้ปัญหาการ คอรัปชั่นที่ผ่านมา มุ่งแก้ไขที่กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ของ ภาครัฐหรือส่วนราชการเป็นหลัก ขณะที่ภาคธุรกิจเอกชน ซึง่ เป็นปัจจัยหนึง่ ของปัญหานีก้ ลับไม่คอ่ ยมีสว่ นร่วมในการ แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และไม่ค่อยเห็นผลอย่างเป็นรูป ธรรม ภาคธุรกิจเอกชนเริ่มเคลื่อนไหวจุดประกายการต่อ

ต้านคอรัปชั่น โดยมีการรวมตัวเป็นภาคีเครือข่ายต่อต้าน คอรัปชั่น และภาคธุรกิจ น�ำโดยหอการค้าไทยและสภา หอการค้าไทยได้ด�ำเนินการผลักดันกระบวนการต่อต้าน คอรัปชัน่ ผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เพือ่ ระดมพลังสร้าง ความตระหนักรับรู้ถึงผลร้ายของปัญหาคอรัปชั่นที่ส่งผลก ระทบต่อคนไทยและประเทศไทยในทุกภาคส่วน จึงมีความ จ�ำเป็นต้องร่วมมือกันในการต่อต้านโดยการสร้างจิตส�ำนึก น�ำไปสู่การสัมมนาครี้งนี้” นายณรงค์กล่าว การเสวนา “ร่วมต้านคอรัปชั่น ร่วมสร้างสรรค์สังคมไทย” ณ อาคาร เอนกประสงค์ธนาคารแห่งประเทศไทย ส�ำนักงานภาค เหนือ มีการจัดการปาฐกถาพิเศษ เรือ่ ง “ประสบการณ์การ แก้ไขปัญหาทุจริต คอรัปชั่น ในชีวิตราชการ” โดย หม่อม หลวงปนัดดา ดิศกุล ผูว้ า่ ราชการจังหวัดเชียงใหม่ และการ เสวนาหัวข้อพิเศษ เรื่อง “ปัญหาคอรัปชั่นกับการพัฒนา เศรษฐกิจประเทศไทย” โดย นายชัยวัฒน์ เหลืองเมฆ รัฐ (ปปท.),ผศ.บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยอธิการบดี ษ นักสืบสวนสอบสวนช�ำนาญการพิเศษ จากส�ำนักงาน มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และนายเทียมทัน ปัญญา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาค นายกองค์การบริหารส่วนต�ำบลบ้านกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับรางวัลปฏิบัติหน้าที่โปร่งใสที่สุดใน ประเทศไทย จากสถาบันพระปกเกล้า พร้อมการมอบโล่ รางวัลแก่ ดาบต�ำรวจสิมานนท์ โพธิสุวรรณ ต�ำแหน่งผู้ บังคับหมู่งานจราจรสังกัดงานจราจร ต�ำรวจภูธรจังหวัด เชียงใหม่ ข้าราชการดีเด่น ตามโครงการค้นหาข้าราชการ ต้นแบบที่มีความประพฤติดี ทุ่มเทในการท�ำงานไม่ทุจริต

ลิ้นจี่รักษาโรค เพิ่มมูลค่าเท่าตัว

มช.ประสบความส�ำเร็จในการศึกษาฤทธิ์ ทางเภสัชวิทยาของลิ้นจี่ ในการใช้เป็นผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ในการปกป้องตับและมีฤทธิ์ต้านการ อักเสบแก้ปวด เชื่อถ้าขยายผลจะเพิ่มมูลค่าแก่ ผลผลิตในท้องถิ่นอีกมาก ศ.พญ.เลิศลักขณา ภูพ่ ฒ ั น์ อาจารย์ประจ�ำภาควิชา พยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะผูว้ จิ ยั เปิดเผยว่า งานวิจยั ดังกล่าวมีวตั ถุประสงค์ เพื่อศึกษาคุณค่าทางอาหารของลิ้นจี่สายพันธุ์ที่นิยม บริ โ ภคคื อ พั น ธุ ์ กิ ม เจ็ ง และจั ก รพรรดิ ใ นการใช้ เ ป็ น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยท�ำการศึกษาฤทธิ์ในการ ปกป้องตับ ต้านการอักเสบ แก้ปวด และฤทธิ์ต่อเซลล์ ในระบบภูมิคุ้มกัน ด้วยวิธีทางภูมิคุ้มกันของลิ้นจี่ทั้งสอง สายพันธุ์ในสัตว์ทดลอง ศ.พญ.เลิศลักขณากล่าวว่า ผลการศึกษาพบว่า สารสกัดที่ได้จากเนื้อลิ้นจี่สดทั้งสองสายพันธุ์ประกอบ

ด้วยวิตามินซีและกลุ่มสารโพลีฟีนอล สารประกอบทั้ง สองมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระได้และเมื่อใช้สารสกัด ลิ้นจี่ทั้งสองสายพันธุ์ทดสอบกับรูปแบบการทดลอง พบ ว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและสามารถน�ำสารสกัดลิ้นจี่ไป เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ โดยสามารถป้องกันพิษต่อ ตับ ซึ่งมีการทดลองในหนูขาวแล้วว่าปลอดภัย “สารสกัดลิ้นจี่กิมเจ็งและจักรพรรดิ นั้นมีคุณค่า ทางอาหารและมีสารประกอบที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ที่อุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และมีสารประกอบฟีนอ ลิกและสารพฤกษาเคมีที่มีบทบาทเป็นสารแอนติออกซิ แดนท์ แอนติอะพอพโตสิส เหมาะสมที่จะน�ำไปพัฒนา หรือใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อปกป้องการท�ำลาย และการอักเสบของตับจากสารพิษได้” ศ.พญ.เลิศลักขณา กล่าว และว่าหากน�ำผลงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ จะ เพิ่มมูลค่าให้แก่ลิ้นจี่ซึ่งเป็นผลผลิตท้องถิ่นของเชียงใหม่ และภาคเหนือได้อย่างมาก

และด�ำเนินชีวิตตามแบบหลักเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ ชื่อโครงการ “คนดีของแผ่นดิน” นอกจากนี้ได้มีพิธีการ ลงนามในบันทึกข้อตกลง ว่าด้วยการประสานความร่วมมือ ด้านวิชาการและด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐ ระหว่างส�ำนักงาน ป.ป.ท.โดยมี นายเพิ่มพูน พึ่งประสิทธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.เป็น ตัวแทน กับ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เป็น ตัวแทน


22

ข่าวต่อ

ภาษณ์พิเศษ ต่อจากหน้า 1 ท�ำไมพักนี้เรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจึงได้ รับความสนใจมาก? “มันไม่ใช่เรื่องที่สนใจกันในอาเซียนหรือเอเชีย เท่านั้น มันกลายเป็นประเด็นโลกไปแล้ว” “ประสบการณ์ส่วนตัวล่าสุดไม่กี่สัปดาห์ก่อน ตอนที่���่านดยุคออฟยอร์ดของอังกฤษเสด็จมาไทยเมื่อ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม ทางสถาน ทูตอังกฤษได้เชิญแขกกลุ่มหนึ่งไปร่วมโต๊ะเสวย ผมได้ รับความกรุณาจากสถานทูตให้ไปร่วมงานด้วย พอท่าน เสด็จมาถึงงาน ประโยคแรกที่ท่านตรัสถามเราที่รอรับ เสด็จอยู่ ท่านถามว่า AEC เป็นยังไง ประเทศไทยเตรียม ตัวยังไงส�ำหรับ AEC ความได้เปรียบเสียเปรียบ อยู่ตรง

ไหน คนระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ระดับมหาอ�ำนาจใหญ่ ประเทศหนึ่งของโลก ท่านยังให้ความสนใจต่อ AEC ถึง ขนาดนี้” จะมีการเคลื่อนไหวเสรีในเรื่องใดบ้าง? “จะมีใน 5 เรื่อง (Five Free Flow) คือFree Trade Flow เคลื่อนย้ายเรื่องการค้าเสรีระหว่างประเทศ ในกลุ่มของประเทศนี้ ซึ่งเริ่มต้นไป ตั้งแต่ 1 มกราคม ค.ศ. 2007 ในกลุ่มอาเซียนเก่า 6 ประเทศที่เป็นสมาชิก อาเซียนดั้งเดิม จะครบถ้วนสมบูรณ์ คือ ปีค.ศ. 2015 ที่ 4 ประเทศที่เป็นสมาชิกใหม่จะมาร่วมด้วยเพื่อเปิดเสรีการ ค้าเต็มที่ จะกล่าวได้ว่า AEC เรื่องแรก คือการน�ำเข้าและ ส่งออกเสรี เสรีตอ่ มาคือ Free Investment Flow คือ การลงทุนเสรีระหว่าง 10 ประเทศนี้ อี ก เ รื่ อ ง คื อ Free Service Flow คือ การเคลื่อนย้ายเสรีในเรื่องของ ภาคบริการ 12 สาขา, Free Capital Flow คือ การเคลือ่ น ย้ายเสรีของเงินทุน ธนาคารต่างๆ สถาบันการเงินต่างๆ

สามารถโยกย้ายเงินทุนอย่างเสรีเพิม่ ขึน้ เป็นอย่างมากภาย ใต้ AEC และสุดท้ายFree Skill labour Flow คือ การ เคลื่อนย้ายเสรีของแรงงานฝีมือประมาณ 7-8 สาขา” ผลของมันจะเป็นอย่างไร? เมื่อมันเริ่มต้นอย่างสมบูรณ์ อาเซียนจะมีโอกาส เติบโตอย่างมาก เพราะอาเซียนมีประชากรเกือบ 600 ล้าน คน GDP ประมาณ 2,000,000 ล้านเหรียญ ส่วน EU มีประชากร 8% ของโลก อเมริกามี GDP 20% และ มีประชากร 4.5% อาเซียนมีประชากรมากกว่าอเมริกา 1 เท่าตัว แต่ GDP ของอเมริกาใหญ่กว่าเรา 10 เท่า ตัว เศรษฐกิจแบบนี้เลยท�ำให้เกิดโอกาสของการขยาย ตัวเติบใหญ่ เพราะอาเซียนยังเด็กเหลือเกินในแง่ของวัย ทางเศรษฐกิจ” เชียงใหม่จะได้ประโยชน์จากอะไร? “จุดที่เชียงใหม่จะได้ประโยชน์ คือ พัฒนาภาค บริการ เช่น การท่องเทีย่ ว ทรัพยากรท่องเทีย่ วในประเทศ ในกลุ่มนี้เช่นพม่าเยอะมหาศาล โดยการสร้าง Package Tour ขึ้นมาให้ได้ เป็นเรื่องเดียวที่เราจะได้รับประโยชน์ ทัง้ นีเ้ ราต้องใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบของปัจจัยด้าน ภูมิศาสตร์ เพราะประเทศไทย คือ อาเซียนเดิมประเทศ เดียวเท่านั้นที่สามารถติดต่อทางชายแดนประเทศเหล่านี้ ได้เกือบทัง้ หมด ยกเว้นเวียดนาม ฉะนัน้ แล้วเรามีความได้ เปรียบปัจจัยทางภูมศิ าสตร์อย่างมากเลย สิง่ เหล่านีม้ นั น�ำ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์ทางบก ซึ่งประเท ศอื่นๆยังท�ำไม่ได้ ทุกประเทศที่เป็นอาเซียนดั้งเดิม 5-6 ประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ชาติไหนก็ตาม ต้องการที่จะเข้าสู่กลุ่มอาเซียนใหม่คือพม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชาโดยทางบก ต้องผ่านประเทศไทยเท่านั้น” “ผมบอกเลยว่าเชียงใหม่ต้องปฏิสัมพันธ์กับรัฐ ฉานและเชียงตุงให้ดี คงต้องเริ่มต้นด้วยเรื่องของ Social Relation เรือ่ งความสัมพันธ์ทางสังคม สร้างความรูส้ กึ ทาง ด้านบวกมากให้แก่ประชาชนทั้งสองแหล่ง เพราะมนุษย์ เราปฏิสัมพันธ์กัน มันไม่ใช่เรื่องที่มาหาผลประโยชน์กัน อย่างเดียว แต่เป็นสิง่ ทีเ่ ราต้องมีคือ ความร่วมมือกันอย่าง ยั่งยืน เช่น ช่วยเหลือทางด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา พยายามสร้างปฏิสัมพันธ์ให้ดี พอเปิดปุ๊บประเทศที่อยู่ไก ลมากๆ อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น ยังมากันเป็นว่าเล่นในขนาด นี้ รู้ทะลุปรุโปร่งแม้กระทั่ง Network เขาอยู่ปากประตู บ้านเราเอง เราจะปล่อยโอกาสนี้พลาดไปได้ยังไง” “ผมเชื่ อ ว่ า ไม่ ช ้ า นี้ ก ารพั ฒ นาระบบการขนส่ ง Intra-region จะเกิดขึ้นได้เร็วมาก เพราะมหาอ�ำนาจทุก ชาติเอาใจประเทศในภูมิภาคนี้มาก ในขณะนี้นอกจาก ญี่ปุ่นแข่งกับจีน จีนแข่งกับอเมริกา ตอนนี้ยุโรปก�ำลัง หาทางอย่างมากที่จะกลับมา ประเทศอย่างอเมริกาอย่าง ยุโรปจะไปในพื้นที่ที่มีโอกาสพัฒนามากที่สุด คือเอเชีย “ อนาคตของไทย? “สิง่ ทีต่ อ้ งเตรียมการอย่างมากก็คอื ท�ำให้ไทยเป็น HUB ทั้งด้านการขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางบก ผม เชื่อว่าต่อไปนี้การสร้าง Infrastructure ในอาเซียนจะเกิด ขึ้นอย่างกว้างขวางและอย่างรวดเร็ว ถ้าพม่าการเมืองนิ่ง สัก 2 ปี เวลารัฐบาลออกพันธบัตรมาขาย เพื่อมาสร้าง ถนน รถไฟ มันจะท�ำได้รวดเร็วมาก แค่นั้นไม่พอตอนนี้ ญี่ปุ่นและจีนแข่งกับเสนอให้ความช่วยเหลือ และพม่าจะ มีรถไฟด่วนขนาดใกล้ๆเหมือนชิงกังเซนที่วิ่งได้ไม่ต�่ำกว่า

The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งได้ใช้ก่อนไทยแน่นอน” “เวลาจะไปลงทุนหรือท�ำธุรกิจกับประเทศไหน 2-3 เรื่องที่คุณต้องท�ำ เรื่องแรกต้องรู้ข้อมูลหาข้อมูล ให้เยอะให้เต็มที่ และสองคุณจะต้องมี Network ทาง ธุรกิจ มี Connection เพราะว่าท�ำเองทุกเรื่องไม่ได้ จะ ต้องมี Partner ที่ดี ฉะนั้นแล้วเกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีนไม่ต้องพูดถึงเพราะท�ำไปก่อนล่วง หน้าแล้ว ไทยเราถ้าเราตกรถไฟพม่าแล้วบ้านเราจะเสีย หายมาก” ถ้าจะไม่ให้ตกรถไฟต้องท�ำอย่างไร? “คุณต้องเพิ่มความเข้มแข็งอย่างน้อย 3-4 เรื่อง คือใช้ประโยชน์จากปัจจัยทางด้านภูมิศาสตร์ เพิ่มความ แข็งแกร่งของค่าเงินบาทในประเทศเหล่านี้ ประเทศเหล่า นี้ยินดีรับเงินบาท ใช้เงินบาทมานานแล้ว เราต้องท�ำให้ เงินบาทของเรามีบาทโซนที่เข้มแข็ง จะท�ำยังไงเราค่อย คิดรายละเอียดกันต่อไป ต้องร่วมกับภาครัฐและเอกชน อย่าให้หยวนโซนเบียดเข้ามามาก ตอนนีเ้ งินหยวนเบียด เข้ามารุนแรงมาก บาทโซนของเราต้องหาทางเพิ่มความ แข็งแกร่งให้ได้ เอาเงินบาทไปใช้ในประเทศเหล่านี้ คล่องตัวขึ้น ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของแบงค์ชาติที่จะต้อง ปรับเปลี่ยนนโยบาย” “นอกจากนั้นคุณต้อง ต่อสาย ต่อยอดเครือ ข่ายทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าผ่านด่าน การ ค้าชายแดนกับประเทศเหล่านี้ เราค้าขายกับ CLV ตก ประมาณปีหนึ่ง 700,000 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของการค้ากับอาเซียนทั้งหมด ประมาณ 7% เรา ค้าขายกับอาเซียน 21% ของการค้าขายทั่วโลก เราส่ง ออกไปที่อาเซียนมากที่สุดในโลก” ไทยจะเป็นอะไรได้บ้างในAEC? “เราต้องเป็น Place and Investment Hub ให้ได้, เราต้องเป็น Sourcing Hub ให้ได้,เราต้องเป็น Center of Logistic and devolution ให้ได้ ถ้าเราเป็น ได้ เราจะได้รับประโยชน์จาก AEC มหาศาล ตัวอย่าง เช่นกับพม่าทางด้านเหนือ เชียงใหม่ก็เป็น Center of Logistic แน่นอน เพียงแต่เราจะต้องเตรียมพร้อมของ ระบบสาธารณูปโภคและการขนส่งให้มีความพร้อมและ ความเป็นอยู่ให้มากกว่านี้ หรือ Sourcing Hub ต่อไป ถ้าเชียงใหม่จัดงานมอเตอร์โชว์ มี Event ต่างๆ มัน จะกลายเป็นศูนย์กลางที่ท�ำให้คนอย่างน้อย 4-5 ล้าน คนที่อยู่ในรัฐฉาน ซึ่งจะต้องใช้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง และพัฒนาได้ง่ายกว่า เราต้องเป็น Center นี้ให้ได้และ พยายามให้เราเป็น Sub-Headquater เอาออฟฟิสเขา มาตั้งที่นี้ เรามีกงสุลระหว่างประเทศ 4-5 กงสุล ที่เป็น ซัพกงสุล 20 แห่ง มันก็เป็น Center หลายๆด้าน แต่ ต้องต่อยอดให้เข้มแข็งมากยิ่งต่อไป ต่อนี้อาเซียนค้าขาย กัน 20% อีก 2015 จะขึ้นมาภายเป็น30% ให้ได้” ศักยภาพของอาเซียนมันอยู่ตรง AEC ก็เพราะ AEC มันเข้าข่ายจิ๋วแต่แจ๋ว ใครๆที่วิ่งมาหา AEC และ อาเซียน เพราะมันคือหนึ่งเดียวในเอเชียที่มีอยู่ ประเทศ อย���างเกาหลี จีน ญี่ปุ่น ความจริงรวมตัวกันได้แล้ว ศักยภาพสูงมาก ตอนนีเ้ ขาเพิง่ จะเริม่ เจรจาแต่ไม่คบื หน้า ไปถึงไหนเลย ประเทศพวกนี้รอไม่ได้หรอก จะต้องวิ่ง มาหาอาเซียน ใช้อาเซียนน�ำไปสู่การเชื่อมโยงกัน”


The Chamber Forum

ปีที่ 2 ฉบับที่ 19 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม 2555

23



The Chamber Forum_May_2012