Page 1

ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสาร (Information and Communication Technology System)


เสนอ อาจารย์ สุจิตตรา จันทร์ ลอย อาจารย์ประจารายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสาร สาหรับครู (PC54504)


ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ข้อมูล (Data) มีความหมายแตกต่างจากสารสนเทศ (Information) หรื อสารนิเทศ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้คาจากัดความคาว่า ข้ อมูล (data) หมายถึง ข้อเท็จจริ งหรื อสิ่ งที่ถือ หรื อยอมรับว่าเป็ น ข้อเท็จจริ ง สาหรับใช้เป็ นหลักอนุมานหาความจริ ง หรื อการ คานวณ ข้อมูลจึงมักมีความหมายในลักษณะที่เป็ นข้อมูลดิบ (Raw Data) เรี ยกได้วา่ เป็ นสิ่ งที่ได้จากการสังเกต


สารสนเทศ (Information) หมายถึงข่าวสารที่ได้ จากการนาข้อมูลดิบ (Raw Data) มาคานวณทางสถิติ หรื อประมวลผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งข่าวสารที่ได้ ออกมานั้นจะอยูใ่ นรู ปที่สามารถนาไปใช้งานได้ทนั ที (วาสนา สุขกระสานติ 2541: 6-1) เทคโนโลยี หมายถึง วิทยาการที่เกี่ยวกับ ศิลปะในการนาเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ทางปฏิบตั ิและอุตสาหกรรม (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2539: 406)


การสื่อสาร คือกระบวนการสาหรับแลกเปลี่ยนสาร รู ปแบบอย่างง่ายของสาร คือ จะต้องส่งจากผูส้ ่งสารหรื อ อุปกรณ์เข้ารหัส ไปยังผูร้ ับสารหรื ออุปกรณ์ถอดรหัส การสื่อสาร หมายถึง การติดต่อระหว่างมนุษย์ดว้ ย วิธีต่าง ๆ ซึ่งทาให้ฝ่ายหนึ่งรับรู ้ความหมายจากอีกฝ่ าย หนึ่ง และ เกิดการตอบสนอง ปั จจุบนั การสื่ อสารมี มากมายหลายวิธีอาจเป็ น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสื อพิมพ์ โทรศัพท์มือถือ ดาวเทียม ระบบโทรคมนาคม หรื อ การ สื่ อสารระบบเครื อข่ายที่อาศัยดาวเทียมและสายเคเบิลใย แก้ว เรี ยกอีกอย่างหนึ่งว่า อินเตอร์เน็ต ก็ได้


เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสาร (Information and Communication Technology ; ICT) คือ เทคโนโลยีที่ เกี่ยวข้องกับข่าวสาร ข้อมูลและการสื่ อสาร นับตั้งแต่การสร้าง การนามาวิเคราะห์หรื อประมวลผล การรับและส่งข้อมูล การ จัดเก็บและการนาไปใช้งานใหม่ เทคโนโลยีเหล่านี้มกั จะ หมายถึง คอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยส่ วนอุปกรณ์ (hardware) ส่ วนคาสั่ง (software) และส่วนข้อมูล (data) ระบบ หมายถึง การนาปั จจัยต่างๆอันได้แก่ คน (People) ทรัพยากร (Resource) แนวคิด (Concept) และ กระบวนการ (Process) มาผสมผสานการทางานร่ วมกันเพื่อให้ บรรลุเป้ าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้วางแผนไว้


ระบบและวิธีการเชิงระบบ ระบบ หมายถึง การนาปั จจัยต่างๆ อันได้แก่ คน (People) ทรัพยากร (Resource) แนวคิด (Concept) และกระบวนการ (Process) มาผสมผสานการ ทางานร่ วมกันเพื่อให้บรรลุเป้ าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้วางแผนไว้ โดย ภายในระบบอาจประกอบไปด้วยระบบย่อ (Subsystem) ต่างๆ ที่ตอ้ งทางาน ร่ วมกันเพื่อให้บรรลุวตั ถุประสงค์เดียวกัน


ลักษณะของระบบ ระบบมีลกั ษณะที่ควรรู ้และศึกษาดังนี้ • ระบบ หมายถึง การรวมของสิ่ งย่อยๆ ที่เกี่ยวข้องกัน ตั้งแต่หนึ่งส่วนขึ้นไปเป็ น หน่วยเดียวกัน เพื่อวัตถุประสงค์หรื อความมุ่งหมายอย่างเดียวกัน • ระบบ หมายถึง ระบบการทางานขององค์การต่างๆ ที่ประกอบด้วยระบบย่อยๆ หลายระบบรวมกันและทางานร่ วมกัน • การทางานของหน่วยงานย่อยต่างๆ ของระบบ จะต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้อง ประสานกัน โดยมีวตั ถุประสงค์หรื อความมุ่งหมายร่ วมกันหรื ออย่างเดียวกัน • ระบบอาจถูกจาแนกแยกเป็ นประเภทใดประเภทหนึ่ง หรื อหลายประเภท ทั้งนี้ สุดแต่ใครเป็ งผูจ้ าแนก และผูท้ ี่ทาการจาแนกจะเห็นว่าควรแบ่งหรื อควรจะจัดเป็ น ประเภทใด เช่น เป็ นระบบเปิ ดหรื อระบบปิ ด ระบบเครื่ องจักร หรื อระบบกึ่ง เครื่ องจักร เป็ นต้น


วิธีการเชิงระบบ ; ที่ใช้วเิ คราะห์ระบบมีการดาเนินงาน 8 ขั้นตอน ซึ่งประจักษ์ เฉิ ดโฉม และศิษฐ์ วงษ์กมลเศรษฐ์ (2537) กล่าวไว้ดงั นี้คือ 1) ปั ญหา (identify problem) รวบรวมสิ่ งที่เป็ นปั ญหา 2) จุดมุ่งหมาย (objective) กาหนดวัตถุประสงค์เพื่อการแก้ปัญหา 3) ศึกษาข้อจากัดต่างๆ (constraints) พิจารณาขอบเขตเพื่อการศึกษาข้อจากัดระบุ หน้าที่ของส่วนต่างๆ 4) ทางเลือก (alternative) ค้นหาและเลือกวิธีการต่างๆ ในการแก้ปัญหา 5) การพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสม (selection) หาทางแก้ปัญหาที่จะสามารถ แก้ปัญหาได้จริ ง 6) การทดลองปฏิบตั ิ (implementation) ทดลองปฏิบตั ิกบั กลุ่มย่อย 7) การประเมินผล (evaluation) หาจุดดีจุดด้อย และ 8) การปรับปรุ งแก้ไข (modification) ปรับปรุ งส่วนที่บกพร่ อง และนาส่วนดีไป ปฏิบตั ิ


บทบาทความส าคัญาคั ของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื ่อสาร ่ อสาร บทบาทความส ญของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื ความก้าวหน้ความก้ าทางด้านวิ ทาให้มีการพัทฒาให้ นา มี วหน้ทายาศาสตร์ ทางด้ านวิและเทคโนโลยี ทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี คิดค้ฒ นสินาคิ อการดารงชีอการด วติ ของมนุ เทคโนโลยี ได้เข้ามา ่ งอานวยความสะดวกต่ การพั ดค้ นสิง่ อานวยความสะดวกต่ ารงชีวษติ ย์ของมนุ ษย์ เทคโนโลยี ปั จจัยพืม้นปั ฐานท มนุษาให้ ย์มมีชีวนุติ ษความเป็ ท่ ี่ดีขนอยู ้ ึน เช่ท่ นี่ดการสร้ ได้เสริ เข้ ามมาเสริ จจัยพืาให้ ้นฐานท ย์มีชีวติ นอยู ความเป็ ีขึ ้น เช่นางที การ่พกั อาศัย ีคุณ่พภาพมาตรฐาน ตสิ นค้าและการให้ างๆ ที่ตบอบสนองความ สร้ทีา่มงที กั อาศัยที่มคี ณ ุ การผลิ ภาพมาตรฐาน การผลิตสิบนริค้กาารต่ และการให้ ริ การต่างๆ ที่ ต้องการของมนุษอย์งการของมนุ ได้มากขึ้น ษย์ได้ มากขึ ้น ตอบสนองความต้


องค์ ประกอบของระบบ 1. สิ่ งที่ป้อนเข้ าไป ( Input ) หมายถึง สิ่ งต่างๆ ที่จาเป็ นต้องใช้ ในกระบวนการหรื อโครงการต่างๆ เช่น ในระบบการเรี ยน การสอนในชั้นเรี ยน อาจได้แก่ ครู นักเรี ยน ชั้นเรี ยน หลักสู ตร ตารางสอน วิธีการสอน เป็ นต้น 2. กระบวนการหรือการดาเนินงาน ( Process) หมายถึง การนาเอาสิ่ งที่ป้อนเข้าไป มาจัดกระทาให้เกิดผลบรรลุตาม วัตถุประสงค์ที่ตอ้ งการ เช่น การสอนของครู หรื อการให้ นักเรี ยนทากิจกรรม เป็ นต้น 3. ผลผลิต หรือการประเมินผล (Output) หมายถึง ผลที่ได้ จากการกระทาในขั้นที่สอง ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรี ยนของนักเรี ยน หรื อผลงานของ นักเรี ยน เป็ นต้น


องค์ ประกอบของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสาร บุคลากร เป็ นส่วนประกอบที่สาคัญ เพราะบุคลากรที่มีความรู ้ ความสามารถ และเข้าใจ วิธีการให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ จะเป็ นผูด้ าเนินการ ในการทางานทั้งหมด บุคลากรจึง ต้องมีความรู ้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ขั้นตอนการปฏิบัติ เป็ นระเบียบวิธีการปฏิบตั ิงานในการจัดเก็บรักษาข้อมูลให้อยูใ่ น รู ปแบบที่จะทาให้เป็ นสารสนเทศได้ เช่น กาหนดให้ มีการป้ อนข้อมูลทุกวัน ป้ อน ข้อมูลให้ทนั ตามกาหนดเวลา มีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องอยูเ่ สมอ เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็ นเครื่ องมือที่ช่วยในการจัดการสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ช่วย ประมวลผล คัดเลือก คานวณ หรื อพิมพ์รายงาน ผลตามที่ตอ้ งการ คอมพิวเตอร์เป็ น อุปกรณ์ที่ทางานได้รวดเร็ ว มีความแม่นยาในการทางาน ซอฟต์ แวร์ คือลาดับขั้นตอนคาสัง่ ให้เครื่ องคอมพิวเตอร์ ทางานตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซอฟต์แวร์ จึงหมายถึงชุดคาสัง่ ที่เรี ยง เป็ นลาดับขั้นตอนสัง่ ให้คอมพิวเตอร์ทางาน ตามต้องการ และประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ตอ้ งการ


ข้ อมูล เป็ นวัตถุดิบที่ทาให้เกิดสารสนเทศ ข้อมูลที่เป็ นวัตถุดิบจะต่างกัน ขึ้นกับ สารสนเทศที่ตอ้ งการ เช่น ในสถานศึกษามักจะต้องการ สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลนักเรี ยน ข้อมูลผลการเรี ยน ข้อมูลอาจารย์ ข้อมูลการใช้จ่ายต่าง ๆ ข้อมูลเป็ น สิ่ งที่สาคัญประการหนึ่งที่มีบทบาทต่อการให้เกิด สารสนเทศ


ขั้นตอนการจัดระบบสารสนเทศ การจัดทาระบบสารสนเทศ มีข้นั ตอน 4 ขั้นดังนี้ 1) การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data collection) 2) การประมวลผลข้อมูล (Data Processing) 3) การเก็บรักษาข้อมูล (Data storing) 4) การนาเสนอข้อมูล (Data Presentation


ประเภทของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศสามารถแยกตามหน้าที่ที่แตกต่างกันได้ดงั นี้ 1. ระบบสานักงานอัตโนมัติ (Office Automatic System หรือ OAS ) เป็ นระบบที่ ใช้บุคลากรน้อยที่สุด โดยอาศัยเครื่ องมือแบบอัตโนมัติและระบบสื่ อสารเชื่องโยง ข่าวสารระหว่างเครื่ องมือเหล่านั้นเข้าด้วยกัน QAS มีจุดมุ่งหมายให้เป็ นระบบที่ไม่ ใช้กระดาษ (Paperless System) ส่งข่าวสารถึงกันด้วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange) แทน ซึ่งมีรูปแบบในการใช้งาน 2 ลักษณะคือ • รู ปแบบของระบบงานพิมพ์และการประมวลผลทางอิเล็กทรอนิกส์ • รู ปแบบการประชุมทางไกลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์


2. ระบบประมวลผลรายการประจาวัน (Transaction Processing System หรือ TPS) เป็ นระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับการบันทึกและประมวลข้อมูลที่เกิดจาก ธุรกรรม หรื อการปฏิบตั ิงานประจาหรื องานขั้นพื้นฐานขององค์การ เช่น การซื้อขายสิ นค้า การบันทึกจานวนวัสดุคงคลัง เมื่อใดก็ตามที่มีการทาธุรกรรมหรื อปฏิบตั ิงานใน ลักษณะดังกล่าวข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะเกิดขึ้นทันที เช่น ทุกครั้งที่มีการขายสิ นค้า ข้อมูลที่เกิดขึ้นก็คือ ชื่อลูกค้า ประเภทของลูกค้า จานวนและราคาของสิ นค้าที่ขาย ไป รวมทั้งวิธีการชาระเงินของลูกค้า 3. ระบบสารสนเทศเพือ่ การจัดการ (Management Information System หรือ MIS ) คือระบบที่ให้สารสนเทศ ที่ผบู ้ ริ หารต้องการ เพื่อให้สามารทางาน ได้อย่างมี ประสิ ทธิภาพ โดยจะรวมทั้งสารสนเทศภายในและภายนอกสารสนเทศที่เกี่ยวพัน กับองค์กรทั้งในอดีตและปั จจุบนั นอกจากนี้ระบบนี้จะต้องให้สารสนเทศใน ช่วงเวลาที่เป็ นประโยชน์ เพื่อให้ผบู ้ ริ หารสามารถตัดสิ นใจในการวางแผนการ ควบคุม และการปฏิบตั ิการขององค์กรได้อย่าง ถูกต้อง


4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System หรือ DSS) เป็ นระบบที่ พัฒนาขึ้นจากระบบ MIS อีกระดับหนึ่ง เนื่องจาก ถึงแม้วา่ ผูท้ ี่มีหน้าที่ในการตัดสิ นใจ จะสามารถใช้ประสบการณ์หรื อใช้ขอ้ มูลที่มีอยูแ่ ล้วในระบบเอ็มไอเอส ของบริ ษทั สาหรับทาการตัดสิ นใจได้อย่างมีประสิ ทธิภาพในงานปกติ 5. ระบบสารสนเทศเพือ่ ผู้บริหารระดับสู ง (Executive Informaion Systyem หรือ EIS ) เป็ นระบบที่สร้างขึ้น เพื่อสนับสนุน สารสนเทศและการตัดสิ นใจสาหรับผูบ้ ริ หาร ระดับสูงโดยเฉพาะ หรื อ สามารถกล่าวได้วา่ ระบบนี้คือส่วนหนึ่งของ DSS ที่แยก ออกมา เพื่อเน้นการให้สารสนเทศที่สาคัญต่อdการบริ การต่อผูบ้ ริ หาร 6. ปัญญาประดิษฐ์ (AI:Artificial Intelligence) เป็ นระบบที่ทาให้เครื่ องคอมพิวเตอร์ กลายเป็ นผูช้ านาญการ ในสาขาใดสาขาหนึ่ง คล้ายกับมนุษย์ ระบบผูเ้ ชี่ยวชาญมีส่วน คล้ายคลึงกับระบบอื่นๆ คือเป็ นระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยผูบ้ ริ หารแก้ไขปั ญหาหรื อทา การ ตัดสิ นใจได้ดีข้ ึน


ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ยังมีการสับสนอยูม่ ากระหว่างคาว่า ระบบสารสนเทศ ( Information System) กับ เทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information Technology) ความจริ งทั้งสองคาคือสิ่ ง เดียวกันแต่แตกต่างกันที่เทคโนโลยี ในส่วนแรก หมายถึงระบบที่มีการนาข้อมูลดิบ ไปประมวลผลให้อยูใ่ นรู ปสารสนเทศที่พร้อมใช้งาน เช่น การอ่านข่าวในหน้า หนังสื อพิมพ์แล้วไปเล่าต่อให้อีกคนหนึ่งฟัง ก็ถือได้วา่ เป็ นระบบสารสนเทศอย่าง หนึ่งแล้ว เพราะมีการอ่านข้อมูลดิบจากแหล่งข่าวสารแล้วมีการประมวลผลใน สมอง บันทึกจดจา และมีการแจกจ่ายไปยังบุคคลอื่น


ตัวอย่ างเทคโนโลยีเพือ่ นาระบบสาระสนเทศมาใช้ 1. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เป็ นเครื่ องอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถจดจาข้อมูลต่าง ๆ และปฏิบตั ิ ตามคาสัง่ ที่บอก เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทางานอย่างใดอย่างหนึ่งได้ คอมพิวเตอร์น้ นั ประกอบด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่อเชื่อมกันเรี ยกว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware) และอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์น้ ีจะต้องทางานร่ วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรื อที่เรี ยกกันว่า ซอฟต์แวร์ (Software)


1.1 ฮาร์ดแวร์ (hardware) หมายถึง ตัวเครื่ องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น คียบ์ อร์ด (keyboard) เมาส์ (mouse) จอภาพ (monitor) จอภาพสัมผัส (touch screen) ปากกาแสง (light pen) เครื่ องอ่านรหัสแท่ง (barcode reader) เครื่ องพิมพ์ (printer) ฮาร์ดดิสก์ (hard disk) รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสาหรับเสื่ อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็ น เครื อข่าย เช่น โมเด็ม (modem) และสายสัญญาณ


1.2 ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึง โปรแกรมหรื อ ชุดคาสัง่ ( instruction ) ที่ใช้ควบคุมการทางาน ของเครื่ องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เพื่อให้ทางานตามคาสัง่ ของผูใ้ ช้ โดยทัว่ ไป โปรแกรม 1.3) โปรแกรมขับอุปกรณ์ หรื อดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์ (device driver) เป็ นโปรแกรมที่ช่วยในการติดตั้ง ระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อหรื อใช้ งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้


1.4) โปรแกรมแปลภาษา เป็ นโปรแกรมที่ทาหน้าที่แปลโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วย ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็ นรหัสที่อยูใ่ นรู ปแบบที่เครื่ องคอมพิวเตอร์สามารถ ทางานได้ ตัวอย่างตัวแปลภาษา เช่น ตัวแปลภาษาจาวา ตัวแปลภาษาซี


1.6 บุคลากร (people) บุคลากรเป็ นองค์ประกอบที่ สาคัญที่สุดของระบบสารสนเทศ ในที่น้ ีหมายถึง บุคลากรที่เป็ นผูพ้ ฒั นาระบบสารสนเทศ

1.7 ขั้นตอนการปฏิบตั ิงาน (procedure) ระบบ สารสนเทศต้องมีข้ นั ตอนการปฏิบตั ิงานที่เป็ น ลาดับขั้นชัดเจน เพื่อให้ผใู ้ ช้สามารถเข้าใจได้ง่าย และดาเนินงานได้อย่างมีประสิ ทธิภาพ ทั้งใน สถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิ น


องค์กรต่างๆ มีการลงทุนจานวนมากในการจัดหาระบบสารสนเทศที่มี ประสิ ทธิภาพเพื่อนามาช่วยงานทั้งด้านการบริ หารและการจัดการงานทัว่ ไปของ องค์กร โดยเน้นที่คุณภาพของระบบสารสนเทศและความคุม้ ค่าในการลงทุน การ ใช้ระบบสารสนเทศจะเริ่ มจากการนาขย้อนมูลป้ อนเข้าสู่เครื่ องคอมพิวเตอร์ ระบบ คอมพิวเตอร์จะทาการประมวลข้อมูลเหล่านั้น แล้วจึงส่งผลลัพธ์ออกมาให้กบั ผูใ้ ช้ ผูใ้ ช้ระบบสารสนเทศจะนาสารสนเทศนั้นไปใช้ประกอบการตัดสิ นใจในการทา กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง

รู ป แสดงกระบวนการประมวลผลข้อมูล และการใช้สารสนเทศ


2. เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ใช้ในการติดต่อสื่ อสารรับ/ส่งข้อมูลจากที่ไกล ๆ เป็ นการส่งของข้อมูล ระหว่างคอมพิวเตอร์หรื อเครื่ องมือที่อยูห่ ่างไกลกัน ซึ่งจะช่วยให้การเผยแพร่ ขอ้ มูล หรื อสารสนเทศไปยังผูใ้ ช้ในแหล่งต่าง ๆ เป็ นไปอย่างสะดวก รวดเร็ ว ถูกต้อง ครบถ้วน และทันการณ์ ซึ่งรู ปแบบของข้อมูลที่รับ/ส่งอาจเป็ นตัวเลข (Numeric Data) ตัวอักษร (Text) ภาพ (Image) และเสี ยง (Voice) เทคโนโลยีที่ใช้ในการ สื่ อสารหรื อเผยแพร่ สารสนเทศ


เทคโนโลยีโทรคมนาคมสมัยใหม่ การสื่อสารผ่านดาวเทียม (satellite-based communication) ดาวเทียมจะมีเครื่ องถ่ายทอดสัญญาณติดตั้งอยู่ การสื่ อสารโดยผ่านดาวเทียม จะทาโดยการส่งสัญญาณสื่ อสารจากสถานีภาคพื้นดินแห่งหนึ่งขึ้นไปยังดาวเทียม เมื่อดาวเทียมรับก็จะส่งกลับมายังสถานีภาคพื้นดินอีกแห่งหนึ่งหรื อหลายแห่ง เราจึง ใช้ดาวเทียมเพื่อแพร่ ภาพสัญญาณโทรทัศน์ได้ การรับจะครอบคลุมพื้นที่ที่ดาวเทียม ลอยอยู่ ซึ่งจะมีบริ เวณกว้างมากและทาได้โดยไม่มีอุปสรรคทางภูมิศาสตร์


ดาวเทียมได้ รับการส่งให้ โคจรรอบโลก โดยมีการ เคลือ่ นที่ไปพร้ อมกับการหมุนของโลก


ตัวเครื่ องถ่ายทอดสัญญาณของ ดาวเทียม


การสื่ อสารด้วยเส้ นใยนาแสง (fiber optic) การสื่ อสารด้วยเส้ นใยนาแสง เส้นใยนาแสงมี ลักษณะเป็ นท่อแก้วที่อ่อนตัวอยูใ่ นสายที่หุ้ม ด้วยพลาสติก ลักษณะของท่อแก้วหุ ้มด้วยสาร พิเศษที่ทาให้เกิดการหักเหของแสงอยูภ่ ายใน ท่อแก้ว ดังนั้นเราสามารถส่งแสงจากปลาย ด้านหนึ่งให้ไปปรากฏที่ปลายอีกด้านหนึ่งได้ แม้วา่ เส้นใยนาแสงนั้นจะคดงอไปอย่างไรก็ ตามก็จะส่งแสงเข้าไปในท่อแก้วได้ เมื่อมีการ นาเอาข้อมูลเข้าไปผสมกับแสง เพื่อให้แสง กระพริ บตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล ทา ให้เรารับส่งสัญญาณข้อมูลไปกับแสงได้ การ รับส่งข้อมูลเข้าไปในแสงทาได้มากและ รวดเร็ ว

เส้ นใยนาแสง


การส่ ง/รับข้ อมูล ของ เส้ นใยแก้ วนาแสง


โครงสร้ าง ของ เส้ นใยแก้ วนาแสง


แนวโน้ มของเทคโนโลยีสารสนเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 บริ ษทั ไอบีเอ็มได้นาไมโครคอมพิวเตอร์ออกจาหน่าย ไมโครคอมพิวเตอร์ในขณะนั้นใช้ไมโครโพรเซสเซอร์ 8088 เพียงไม่กี่ปีต่อมาก็ได้ พัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ที่ใช้ไมโครโพรเซสเซอร์ 80286 หากย้อนกลับไปในอดีต พบว่า ไมโครคอมพิวเตอร์เปลี่ยนรุ่ นใหม่บ่อยมาก บริ ษทั ผูพ้ ฒั นาไมโคร โพรเซสเซอร์ได้คิดค้นและพัฒนาให้ขีดความสามารถเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ในปี พ.ศ. 2545 ไมโครโพรเซสเซอร์ ร่ ุนเพนเทียมโฟร์ ของบริ ษทั อินเทล และรุ่ นเอธรอนของ บริ ษทั เอเอ็มดี ทางานได้ดว้ ยความเร็ วกว่า 2,000 เมกะเฮิรตซ์ ขีดความสามารถของ คอมพิวเตอร์รุ่นนี้มีความเร็ วในการคานวณเพิ่มขึ้น มีผลทาให้พฒั นาการทาง ซอฟต์แวร์กา้ วหน้าไปจากเดิมมาก


ขณะเดียวกันความจุของหน่วยความจาหลักที่ใช้ในไมโครคอมพิวเตอร์ก็เพิ่มขึ้น เป็ นลาดับ ไมโครคอมพิวเตอร์ที่บริ ษทั ไอบีเอ็มพัฒนาขึ้น ในปี พ.ศ. 2524 มี หน่วยความจาเพียง 64 กิโลไบต์ แต่ปัจจุบนั แนวโน้มของหน่วยความจาใน ไมโครคอมพิวเตอร์เป็ นหลายร้อยเมกะไบต์จนมีแนวโน้มถึงกิกะไบต์ในไม่ชา้ นี้


ประโยชน์ และตัวอย่ างของการนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ไปใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร มีสว่ นทาให้ ชีวิตความเป็ นอยูข่ องคนใน ปั จจุบเทคโนโลยี นั มีความสะดวกสบายมากขึ ้น ทอ่ าให้ ดต่อสือ่ นอยู สารถึ งกันได้ ง่าย สารสนเทศและการสื สารคมีนในสั สว่ นทงคมมี าให้ ชกีวารติ ติ ความเป็ ข่ องคนใน ว มีการทากิจกรรมหลายสิ ง่ หลายอย่ วมกัการติ นง่าดยขึต่อ้นสืการใช้ ปั จและรวดเร็ จุบนั มีความสะดวกสบายมากขึ ้น ทาให้ คนในสัางงร่ คมมี อ่ สารถึเทคโนโลยี งกันได้ ง่าย สารสนเทศและการสื อ่ สารก่อให้ เกิง่ ดหลายอย่ ประโยชน์างร่ ในด้ านต่ และรวดเร็ ว มีการทากิจกรรมหลายสิ วมกั นง่าางๆ ยขึเช่้น นการใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศและการสือ่ สารก่อให้ เกิดประโยชน์ในด้ านต่างๆ เช่น


1. ด้ านการศึกษา ; เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารถูกนามาใช้ เพื่ออานวย ความสะดวกในการบริ หารด้ านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบ การจัดตารางสอน นอกจากนี ้ยังใช้ เป็ นเครื่ องมือในการเพิ่มโอกาสทางด้ าน การศึกษาและเพิม่ ประสิทธิภาพการเรี ยนการสอนตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสือ่ สารในด้ านการศึกษา ดังรูป


2. ด้ านการแพทย์ และสาธารณสุ ข ;เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่ อสารถูกนามาใช้เริ่ มตั้งแต่ การทาทะเบียนคนไข้ การรักษาพยาบาลทัว่ ไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆ ได้อย่า รวดเร็ วและแม่นยา นอกจากนี้ยงั ใช้ใน ห้องทดลอง การศึกษาและการวิจยั ทางการแพทย์ รักษาคนไข้ดว้ ยระบบการรักษาทางไกล ตลอดเวลาผ่านเครื อข่ายการสื่ อสารเครื่ อง เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรี ยกว่า อีเอ็มไอ สแกนเนอร์ ( EMI scanner ) ถูกนามาใช้ถ่ายภาพ สมองมนุษย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในสมอง เช่น ดูเนื้องอกพยาธิเลือดออกในสมอง และต่อมา ได้พฒั นาให้ถ่ายภาพหน้าตัดได้ทวั่ ร่ างกาย เรี ยกชื่อว่า ซีเอที ( CAT-Computerized Axial Tomography scanner: CAT scanner )


3. ด้ านการเกษตรและอุตสาหกรรม ;เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารถูก นามาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม เช่น การจัดทาระบบข้อมูลเพื่อการเกษตร และพยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยงั ช่วยพัฒนาความก้าวหน้าทางด้าน อุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใช้ทางานบ้าน และหุ่นยนต์เพื่องาน อุตสาหกรรมที่ตอ้ งเสี่ ยงภัยและเป็ นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น โรงงาน สารเคมี โรงผลิตและควบคุมการจ่ายไฟฟ้ า รวมถึงงานที่ตอ้ งทาซ้ าๆ เช่น โรงงานประกอบ รถยนต์ และโรงงานแบตเตอรี่


สมาชิกในกลุ่ม

นายวุฒิชยั นางสาวธนัชชา นางสาวพัชรี

โปรแกรมวิทยาศาสตร์ สิงสัง่ ถ ้า 544148159 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บา้ นจอมบึง สุดเต้ 544148165 ลุนสี 544148167

โปรแกรมวิทยาศาสตร์ ทวั่ ไป คณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบ่ ้ านจอมบึง

ict_system_ppt  

ict_system_ppt

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you