Issuu on Google+

“Politics for me is not Ambition but a Mission� Narendra Damodardas Modi

@ Mumbai Volume 2 , Issue 2

May 2014

www.facebook.com/thaitrademumbai.th


Page 2

Namaste India

@ Mumbai

Namaste Narendra Modi เมื่อไม่นานมานี้ประวัติศาสตร์การเมืองอินเดียมีสิ่งใหม่ให้จดบันทึกกันอีกแล้วกับการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งประกาศผลไปไม่นานนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่มีผู้ไปใช้สิทธิมากที่สุด เป็นครั้งแรกใน รอบ 30 ปีที่พรรคการเมืองเดียวสามารถส่งลูกพรรคเข้าไปนั่งในสภาได้เกินครึ่งแบบถล่มถลายแถมครั้งนี้ ได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากวรรณะศูทร ซึ่งถือว่าเป็นวรรณะต่่าที่สุดในศาสนาฮินดูสะท้อนให้เห็นอย่าง ชัดเจนว่าคนอินเดียที่เคยมีผู้น่าที่มาจากกลุ่มคนชนชั้นสูงวันนี้เขาต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ท่าให้ชีวิตคนรากหญ้าซึ่งเป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศดีขึ้นหลังจากที่ผู้ปกครองคนเก่าได้มีเรื่องการทุจริต คอรัปชั่นมากมายเกินจะรับได้ วันนี้ @Mumbai จึง จะพาไปรู้จักกับอัศวินขี่ม้าขาวของอินเดียในวันนี้ เจ้าของวลีเด็ดแห่งปีของอินเดีย “India has won. Good days are ahead." เขาผู้นั้นคือ “นเรนทรา โมดี” หรือชื่อเต็มๆ คือ “นเรนทรา ดาโมดาร์ดาส โมดี” (Narendra Damodardas Modi) โมดี ปัจจุบันอายุ 63 ปี นับถือศาสนาฮินดู เกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2493 มีพี่น้อง 4 คนเขาเป็นคนที่ 3 ของพ่อค้าขาย ชาบนรถไฟในเมืองวัฒนาครทางตะวันตกของรัฐคุชราต ใครเคยขึ้นรถไฟที่อินเดียจะนึกภาพออกว่าคนขายของบนรถไฟเป็น อย่างไรลาบากลาบนแค่ไหน โมดีเป็นคนขยันหมั่นเพียรมาตั้งแต่เด็กและช่วยพ่อขายชาบนรถไฟมาตลอดจนกระทั่งเมื่อเข้าสู่ วัยรุ่นได้ร่วมลงทุนกับพี่เปิดร้านขายชาที่สถานีรถไฟส่งเสียตัวเองจนเรียนจบ ถึงแม้นว่าเขาจะไม่ได้เป็นคนที่เรียนเก่งมากมาย แต่เขาฉายแววนักพูดที่ดีตั้งแต่วัยเยาว์มีทักษะด้านการโต้วาทีและพูดต่อหน้าฝูงชน โมดีเป็นคนศรัทธามั่นในศาสนาฮินดูเป็น อย่างมากและทานมังสวิรัติ เป็นลูกกตัญญูดูแลพ่อแม่ที่แก่แล้ว ใช้ชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย ชอบเล่นโยคะ เป็น นักคิดและชอบเขียนบทกวีในภาษาคุชราตี บ้างานและเป็นนักพูดมากอารมณ์ขันที่สามารถดึงดูดผู้ฟังจานวนมาก เขาหมั้นกับ นาง Jashodaben Chimanlal ตั้งแต่อายุ 13 ปีและแต่งงานเมื่ออายุ 18 ปีตามที่พ่อแม่ของเขาต้องการ แต่คู่สามีภรรยาคู่นี้ก็ ใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่นานนักโมดีก็เลือกที่จะครองตนในเพศฆราวาสจนปัจจุบัน ความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาจึงจบลง เขาชื่น ชอบการครองตัวเป็นโสดมากถึงขนาดเคยให้สัมภาษณ์ผู้เขียนอัตชีวประวัติของตัวเองว่ามีความสุขกับชีวิตโสด เพราะเมื่อไม่มี ครอบครัวไม่มีลูกแล้วจะทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์ให้ใคร อย่างไรก็ดีนาง Jashodaben ก็ไม่ได้สมรสใหม่ก็ยังเป็นภรรยา ถูกต้องตามกฎหมายของโมดีในปัจจุบันเช่นกัน ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อของศาสนาฮินดูในหลักการครองตนที่ดีของสตรี

www.facebook.com/thaitrademumbai.th

(รูปภาพจาก internet)


Volume 2 , Issue 2

Page 3

ความสนใจในการเมืองของเขาเริ่มต้นตั้งแต่เขายังเด็ก อายุเพียง 8 ปี ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางการ เมืองท้องถิ่นของกลุ่มราชตริยะ สวายัมเสวก สังข์ (อาร์เอสเอส) เป็นองค์กรทางสังคมวัฒนธรรมที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนาและ การฟื้นฟูของอินเดียซึ่งเป็นพวกชาตินิยมฮินดูภายในพรรค BJP โมดีเป็นนักกิจกรรมตัวยงเมื่อเข้าเป็นสมาชิก RSS จึงท่า ให้มีโอกาสพบกับ Lakshmanrao Inamdar หรือที่รู้จักกันทั่วไป ในนาม Vakil Saheb กูรูด้านการเมืองการปกครองของอินเดีย เขาเป็นคนชักน่าให้โมดีเข้าเป็นสมาชิกพรรค BJP ในเวลาต่อมา จุดยืนด้านการต่อต้านการทุจริตของโมดีได้แสดงออกอย่าง ชัดเจนตั้งแต่สมัยเรียนระดับมหาวิทยาลัยเขาได้รวมกลุ่มนักศึกษาเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน จนได้รับการเสนอชื่อให้ เป็นสมาชิกพรรค BJP หลังเรียนจบก็เริ่มอาชีพเป็นพนักงานขายอาหารที่บริษัทการขนส่งแห่งคุชราต ก่อนจะเบนเข็มชีวิตมา เป็นผู้ช่วยการรณรงค์หาเสียงการเมืองเต็มตัวของ RSS เมื่อปี 2513 และเริ่มเติบโตมีต่าแหน่งสูงขึ้นจนกระทั่งส่าเร็จปริญญา โทด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคุชราต โมดีได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการของพรรค BJP ในรัฐคุชราต และเป็นคนวางแผนหาเสียงจนพรรคชนะเลือกตั้ง ส.ส. ในรัฐคุชราต เมื่อปี 2538 และ 2541 ต่อมาได้รับเลือกเป็นเลขาฯ ใหญ่ของพรรคและย้ายไปประจ่าที่กรุงนิวเดลีรับผิดชอบ กิจกรรมต่างๆ ของพรรคในรัฐหรยานาและหิมาจัลประเทศ ชื่อเสียงของเขาจึงเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ต่อมาในปี 2544 พรรคได้ ส่งเขาลงสมัครชิงต่าแหน่งมุขมนตรีรัฐคุชราต ได้รับชัยชนะเป็นมุขมนตรีคนที่ 14 และครองชัยชนะในต่าแหน่งนี้ติดต่อกันนาน ถึง 4 สมัย สร้างสถิติครองต่าแหน่งยาวนานมากกว่าใคร เหตุผลส่าคัญที่ท่าให้โมดีได้รับความชื่นชมศรัทธาจากคนท้องถิ่น อย่างมากมาโดยตลอดคือนโยบายที่เน้นเรื่องความโปร่งใส ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน แปรรูปรัฐวิสาหกิจและจัดตั้งรัฐวิสาหกิจขนาด เล็กในรัฐคุชราต ผลจากการพัฒนาด้านต่างๆ อย่างเห็นได้ชัดแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการบริหารงานของโมดีซึ่งเป็นที่รู้กัน โดยทั่วไปของประชาชนคนอินเดีย จึงเป็นปัจจัยส่าคัญที่ท่าให้พรรค BJP ตัดสินใจส่งเขาเข้าชิงต่าแหน่งนายกรัฐมนตรีในครั้ง นี้และได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายจากทั่วประเทศถึง 282 ที่นั่งจากทั้งหมด 543 ที่นั่ง ด้วยนโยบายหาเสียงที่จะพัฒนา เศรษฐกิจของอินเดียให้เติบโตก้าวหน้า ลดปัญหาการว่างงานในประเทศ ประกอบกับกลยุทธ์การหาเสียงที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ชัดเจน สม่่าเสมอ ติดดินและยาวนาน เน้น การพัฒนาบ้านเมือง โครงสร้างพื้นฐานและ เศรษฐกิจ ชูประเด็นต่อต้านการคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นนโยบายโดนใจคนอินเดียยุคนี้ที่ กระหายความเจริญเทียบเท่าหรือมากกว่า ประเทศอื่นๆ ซึ่งถือเป็นข้อผิดพลาดของ www.facebook.com/thaitrademumbai.th

(รูปภาพจาก internet)


@ Mumbai

Page 4

รัฐบาลที่แล้ว และการนาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้หาเสียงอย่าง แนบเนียนโดยเฉพาะการใช้ social network รูปแบบต่างๆ ที่ได้ผลเกิน ความคาดหมาย โดย Facebook ของโมดีมีผู้กด Like มากกว่า 16.5 ล้านคน Twitter มีคนติดตามมากกว่า 4.4 ล้านคน ภายหลังจากประกาศ ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการโมดีเลือกที่จะประกาศชัยชนะผ่านทาง ข้อความในทวิตเตอร์ที่ตั้งใจส่งถึงผู้ติดตามทวิตเตอร์ของตนเองคือ “India has won. Good days are ahead." ถูกรีทวิตถึงกว่า 69,000 ครั้งในวันเดียวความสาเร็จเหล่านี้มาจากแคมเปญ Mission 272+ และ แคมเปญ NaMo Number เปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงใช้มือถือ เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกในฐานข้อมูลของพรรคสร้างเครือข่ายผู้ลงคะแนนซึ่งเป็นข้อแตกต่างที่เป็นปัจจัยบวกที่สาคัญต่อการ แข่งขันในครั้งนี้ที่คู่แข่งต้องกลับเอาไปทาการบ้านอย่างหนักเพื่อเอามาปรับกลยุทธ์ของตนเองในการแข่งขันครั้งหน้า แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เส้นทางการเมืองของเขาก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แนวคิดและนโยบายของเขาได้รับการ ต่อต้านและปฎิเสธอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกลุ่มคนภายนอกพรรคและคนในพรรคเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นความเห็นที่คัดแย้งเรื่อง ส่งโมดีเข้าชิงต่าแหน่งมุขมนตรีโดยอ้างว่าไร้ประสบการณ์จึงอยากให้เป็นแค่รองมุขมนตรีก่อนของสมาชิกพรรค BJP บางกลุ่ม หรือความขัดแย้งกับผู้น่า RSS หลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูปวิสาหกิจและจัดตั้งวิสาหกิจขนาดเล็กและการก้าวสู่ กระแสโลกาภิวัตน์ในสมัยที่เขาด่ารงต่าแหน่งมุขมนตรีของรัฐคุชราต นิสัยที่ค่อนข้างเอาแต่ใจและแข็งกร้าวของเขาในช่วงหลัง รับต่าแหน่งท่าให้สื่อโจมตีเขาว่าเป็นฮิตเลอร์แถมยังตั้งฉายาว่าเป็นนักสร้างปัญหาและสร้างความแตกแยกระหว่างฮินดูกับ มุสลิมเป็นพวกสุดปลายขั้วที่ดีแต่สร้างความขัดแย้งภายใน หรือแม้นแต่ภายหลังที่เขาได้เป็นมุขมนตรีไม่นานก็เกิดจลาจล เลือดครั้งใหญ่ขึ้นในรัฐคุชราต ผู้แสวงบุญชาวฮินดูถูกสังหารหมู่ 58 คนบนรถไฟ มีการล้างแค้นด้วยการสังหารชาวมุสลิมราว 1,000-2,000 คน หลังสถานการณ์กลับคืนสู่ความสงบ มีการกล่าวหาผู้บริหารรัฐว่าอยู่เบื้องหลังจลาจลศาสนาครั้งนั้นซึ่ง รวมถึงโมดีด้วย คดีนี้ได้ลุกลามกลายเป็นคดีใหญ่ระดับประเทศถึงแม้นว่าภายหลังศาลจะตัดสินว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การสังหารหมู่ในครั้งนั้นก็ตาม พรรคฝ่ายค้านได้เรียกร้องให้นายโมดีลาออก ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมลาออกแต่ภายใต้เงื่อนไขว่าขอให้ ประชาชนเป็นผู้ตัดสินผิดถูกด้วยการลงสมัครชิงมุขมนตรีเป็นสมัยที่ 2 โดยประกาศนโยบายชัดเจนว่าต่อต้านมุสลิมเต็มตัว ปรากฏว่าได้ชัยชนะท้วมท้น และนี่คือ สัญญาณถึงความร้าวลึกระหว่างคน 2 ศาสนาในรัฐคุชราตจนปัจจุบัน แต่ผลของ เหตุการณ์ครั้งนั้นท่าให้ชาติตะวันตก อย่างอเมริกาและอังกฤษขึ้นบัญชีด่าไม่ (รูปภาพจาก internet)

www.facebook.com/thaitrademumbai.th


Volume 2 , Issue 2

Page 5

ยอมออกวีซ่าให้ เนื่องจากเชื่อว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องงาวมุสลิมกับการสังหารหมู่ชาวมุสลิม ซึ่งท่าทีแข็งกร้าวนี้ได้ เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเขาได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นอกจาก นี้เขายังโดนโจมตีในเรื่องส่วนตัวว่าทอดทิ้งภรรยา เพียงเพราะเป็นการแต่งงานแบบคลุมถุงชนและการที่เขาประกาศตนว่าเป็นพวกต่อต้านมุสลิม การเข้ามาด่ารงต่าแหน่ง ของเขาจึงเป็นที่จับตามองของประเทศกลุ่มมุสลิมและมุสลิม ภายในประเทศอย่างยิ่งว่าเขาจะสามารถรักษาค่าพูดของตนเอง ในขณะหาเสียงว่าจะให้ความส่าคัญทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมได้ หรือไม่ ผลงานเด่นของโมดีคงหนีไม่พ้นในสมัยที่เขาดารง ตาแหน่งมุขมนตรี 4 สมัยที่รัฐคุชราต ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา เศรษฐกิจในสมัยที่ 2 ของเขา ทาให้ทุนนอกหลั่งไหลเข้ามา ลงทุนในรัฐคุชราตอย่างไม่ขาดสาย มีโรงงานจากบริษัทข้ามชาติ ขนาดใหญ่เกิดขึ้นมากมาย ความสาเร็จในการพัฒนา เกษตรกรรมในสมัยที่ 3 แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้า ทาให้ ผลผลิตภาคเกษตรพุ่งขึ้น พลอยให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างก้าว กระโดดถึงปีละ 10.97% การเข้ามารับหน้าที่นายกฯ ของโมดีใน ครั้งนี้จึงมีการคาดการณ์จากหลายประเทศว่าเศรษฐกิจของ อินเดียจะขยายตัวอย่างรวดเร็วแน่นอนและคาดว่าเขาจะท่าให้ GDP ของอินเดียโตไปถึง 6.5% ในปี 2559 ความท้าทายที่นัก ธุรกิจต่างชาติต่างจับจ้องมาที่โมดีคงหนีไม่พ้นว่าเขาจะสามารถ สร้างบรรยากาศกระตุ้นและส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศได้ จริงหรือ ปลดล๊อคเงื่อนไขทางการค้าต่างๆ ที่เป็นปัญหาใน ปัจจุบัน รวมถึงการแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับภาษีกับบริษัทต่างชาติที่ค้างคามานานได้หรือไม่ ลดช่องว่างคนจนกับคนรวย รวมไปถึงจะสามารถพัฒนา ปรับปรุงระบบข้าราชการของอินเดียที่ติดอันดับย่่าแย่มากแถมเป็นปัญหาที่หยั่งรากลึกมานาน เช่นนี้ พรรค BJP คงจะต้องท่างานหนักไม่น้อยเลยทีเดียวและที่ทิ้งไม่ได้คือปัญหาความไม่เชื่อใจของชาวมุสลิมภายใน ประเทศที่มีความกังวลว่ารัฐบาลของโมดีจะลุกขึ้นมากวาดล้างพวกเขาอีกหรือไม่ ภาพยนตร์เรื่องนี้คงเพิ่งจะเริ่มต้นพี่ไทย เราจะเลือกเป็นผู้ติดตามชมหรือจะเป็นผู้ร่วมแสดงรับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของประเทศนี้หรือไม่คงต้องขึ้นอยู่ กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านและผู้ประกอบการไทยว่าจะเห็นถึงศักยภาพของตลาดนี้เมื่อไร อย่างไร หรือจะเลือกเป็นผู้ติดตาม หนังภาคต่อเรื่องนี้ที่มีพระเอกคมเข้มวัย 63 ปีนาม “นเรนทรา โมดี” อย่างสนุกสนานก็สุดแท้แล้วแต่นะจ๊ะนายจ๋า...... (รูปภาพจาก internet)

www.facebook.com/thaitrademumbai.th


@ Mumbai

Page 6

Knock Door India แย้มประตูอนิ เดียใหม่ใต้เงาโมดี ไหนๆ เล่มนี้ก็พูดถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอินเดียมาตั้งแต่ต้นจะ ไม่พูดถึงนโยบายของรัฐบาลใหม่เลยก็จะไม่ครบจบกระบวนความปะไร ฉะนั้น มิต้องรอช้าไปแย้มดูกันดีกว่าว่าอินเดียในวันพรุ่งนี้ที่คาดหวังไว้จากใจชาว ภารตะนั้นจะแปลงโฉมไปในทิศทางใด จากประสบการณ์การบริหารรัฐคุชราตมายาวนานถึง 4 สมัยซ้อน นายนเรนทรา โมดีคนนี้จึงมีต้นทุนทางการเมือง และการพัฒนาประเทศในรูปแบบต่างๆ ชนิดที่เรียกว่ารู้จริง ท่าจริง มีผลงาน เพราะฉะนั้นนโยบายต่างๆ ที่เข็นออกมาโป รโมทหาเสียงจึงโดนใจประชาชนคนอินเดียได้ไม่ยาก ประกอบกับเขาเป็นคนในวรรณะระดับล่างของอินเดียที่ได้รับการยอมรับ ให้มาบริหารประเทศยิ่งตอกย้่าความชอบอกชอบใจและมั่นใจให้กับประชาชนเข้าไปอีกว่าอัศวินในชุดขาวคนนี้จะช่วยฉุดพวก เขาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ มีการคาดการณ์กันมากมายว่านโยบายหลักต่างๆ ของรัฐบาลโมดีจะออกมาหน้าตาแบบใด แต่ก็ไม่ต้องรอกัรนานเพราะภายหลังจากสาบานตนเข้ารับต่าแหน่งได้ไม่ถึง 5 วันสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็ประกาศออกมาเรียบร้อย โรงเรียนโมดีแล้วเจ้าขา “The Top 10 Priorities for Modi” บริบท 10 สิ่งส่าคัญเร่งด่วนสดๆ ร้อนๆ ฉบับนี้ มีเนื้อหาเน้นหลัก ไปที่เพิ่มการลงทุน เดินหน้าโปรเจคโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ อย่างคุ้มค่าสูงสุด เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เราจะแบ่งบริบทดังกล่าวออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 : ด้านบริหารงานราชการแผ่นดิน 1. 2. 3. 4.

สร้างความมั่นใจในระบบบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความโปร่งใสในรัฐบาลและส่งเสริมการใช้ระบบ E-auction มีระบบบูรณาการในการทางานระหว่างกระทรวง นโยบายของรัฐต้องมีความมั่นคงและยั่งยืน ถือว่าออกตัวแรงเลยทีเดียวเพราะก่อนหน้านี้มีนักวิจารณ์หลายท่านได้แสดง ความคิดเห็นว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องระบบราชการของอินเดียที่เรียกว่าย่่าแย่มากใน ปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องหินมาก แต่รัฐบาลโมดีได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะปรับ โฉมระบบราชการใหม่ ลบล้างภาพลักษณ์การทุจริต คอรัปชั่นในวงราชการที่หยั่งราก ลึกมานานแสนนานของอินเดียและประชาชนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าเป็นสาเหตุส่าคัญที่ท่าให้อินเดียพัฒนาไปได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น สั้นๆ ได้ใจความตามนโยบายหาเสียง โปร่งใส ตรวจสอบได้ (รูปภาพจาก internet)

www.facebook.com/thaitrademumbai.th


Volume 2 , Issue 2

Page 7

ส่วนที่ 2 : ด้านสังคม 1. เปิดรับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และให้อิสระกับเด็กรุ่นใหม่ใน การทางาน บริบทข้อนี้ช่วยตกย้่ากลุ่มแฟนคลับของโมดีได้เป็นอย่างดี ว่าฐานเสียงที่ส่าคัญของเขาคือคนรุ่นใหม่ การประกาศนโยบายเช่นนี้มา ยิ่งสร้างความพึงพอใจให้กับคนกลุ่มนี้แน่นอน ถึงแม้นว่าโมดีจะมีอายุมาก ถึง 63 ปีแล้วแต่เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เห็นถึงคุโณปการของเทคโนโลยีและ การศึกษา จึงไม่น่าแปลกใจวิสัยทัศน์ของผู้ชายคนนี้ก้าวล้่าโดนใจและมอง ไปข้างหน้าเสมอ 2.ให้ความสาคัญเรื่องการศึกษา, สุขภาพ, นา พลังงานและถนนเป็นสิ่งสาคัญลาดับต้น หากใครเคยได้มาสัมผัส ชีวิตรากหญ้าของคนอินเดียจริงๆ จะต้องยกนิ้วตบมือให้กับนโยบายข้อนี้กันเลยทีเดียวเพราะล้วนเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานที่ จ่าเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างแท้จริง ถือว่าแก้โจทย์ได้ตรงจุดอีกข้อหนึ่ง แม้นว่าอินเดียจะเป็นประเทศที่จัดว่ามีระบบการ ศึกษาดีที่สุดติดล่าดับ 1 ใน 5 ของโลก แต่คุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตมีแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างคนเมือง และคนชนบท อินเดียเป็นประเทศที่ให้ความส่าคัญกับทรัพยากรบุคคลภายในประเทศเป็นอย่างมากจึงไม่น่าแปลกใจที่ รัฐบาลชุดนี้ไม่ลืมที่จะหยิบยกเรื่องนี้มาสานต่อให้ดีขึ้น ปัญหาการขาดแคลนน้่ากินน้่าใช้ของอินเดียปัจจุบันเข้าขั้นสาหัสมาก ปัญหาสุขอนามัย ปากท้องของประชาชนที่นับวันจะยิ่งมากขึ้น รวมไปถึงพลังงานในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะไฟฟ้าที่ติดๆ ดับๆ กันเป็นว่าเล่น ยิ่งในเมืองรองด้วยแล้วเทียนไขคือสิ่งจ่าเป็นกันเลยทีเดียว การหยิบยกเอาเรื่องดังกล่าวขึ้นมาท่าน่าจะ เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ นับจากนี้ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้พลังงานจ่านวน มหาศาล ซึ่งเชื่อได้ว่างานนี้อินเดียจะต้องขนเอาความรู้ทางเทคโนโลยีด้านต่างๆ ที่ได้มีการศึกษาไว้เกี่ยวกับพลังงานสะอาด และพลังงานทดแทนมาใช้แน่นอน แล้วท่านผู้ชมจะต้องอ้าปากค้างว่า made in India จริงๆ หรือนี่ เหมือนที่ผู้เขียนได้ไป ตะลึงตึงตึงกันมาแล้ว ส่าหรับการพัฒนาถนนถือว่าเป็นการตอบโจทย์ที่ตรงจุดในการพัฒนาน่าความเจริญเข้าสู่ท้องถิ่นและ รองรับการเจริญทางเศรษฐกิจในอนาคต แต่ถ้าจะให้ดีเมื่อเพิ่มถนนแล้ว เพิ่มพื้นที่ท่าฟุตบาทด้วยจะชนะเลิศ จะได้เดินริมถนนกันได้อย่างสบายใจ มากขึ้นนะจ๊ะนาย 3. ประชาชนต้องมาก่อนโดยมีระบบให้ประชาชนมีส่วนในกลไกของ รัฐบาล ตอกย้่าภาพนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลติดดินได้ดีส่าหรับบริบท ข้อนี้ ซึ่งเป็นไปตามภาพลักษณ์ที่ทางพรรค BJP พยายามสร้างจุดแข็ง ให้กับตนเองว่าเป็นพรรคของพวกชนชั้นกลาง ไม่ใช่พรรคการเมืองที่ เข้าถึงได้ยากอย่างเช่นพรรคคู่แข่ง (รูปภาพจาก internet)

www.facebook.com/thaitrademumbai.th


@ Mumbai

Page 8

ส่วนที่ 3 : ด้านเศรษฐกิจ 1. ให้ความสาคัญกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ 2.ปฏิรูปการลงทุนและโครงสร้างพืนฐาน 3.นานโยบายมาปฏิบัติได้ตามกาหนดเวลา จากการน่าเสนอนโยบายในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา นโยบายเศรษฐกิจของพรรค BJP เห็นว่าปัญหาการชะลอตัวทาง เศรษฐกิจในปีที่ผ่านมามีสาเหตุมาจากรัฐบาลเดิมไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งส่งผลให้ประเทศอินเดียขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้น เป้าหมาย ทางเศรษฐกิจที่ส่าคัญที่สุด คือ การฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของ อินเดียผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโต สมดุล และมั่นคง การ ก่าหนดบริบทดังกล่าวจึงเหมือนเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงทิศทางการ ด่าเนินภารกิจกู้ความเชื่อมั่นให้กับประเทศโดยน่าจะเน้นไปใน เรื่องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานซึ่งจะสอดคล้องกับบริบท ด้านสังคมข้างต้น อันจะท่าให้ประเทศอินเดียแปลงโฉมจากประเทศที่ดูไม่ค่อยน่าพิสมัยเป็นหนุ่มรูปงามเนื้อหอมขึ้นมา ในทันที เพราะจะมีปัจจัยบวกด้านสาธารณูปโภคที่ดีเอื้อต่อการค้าการลงทุนและมีกระแสเงินหมุนเวียนภายในประเทศก้อน โตกระตุ้นเศรษฐกิจภายในได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่การประกาศเจตนารมณ์ในการ ด่าเนินงาน 10 ข้อให้ได้ฮือฮากันแล้ว กระทรวง การคลังภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลโมดียังได้ ปล่อยกรอบนโยบายส่งเสริมการลงทุนตัวแรก ออกมาเรียกน้่าย่อยให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศชิมรางกันแล้ว ด้วยการอนุญาติ ให้มีการถือครองการลงทุนได้ถึง 49% ในทุกภาค ส่วน แถมโปรยว่าจะเสนอให้รัฐบาลพิจารณา อ่านวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติหากมีการ ลงทุนต่่ากว่า 49% จะได้รับสิทธิพิเศษผ่านตลอดไม่ต้องรอทางการอนุมัติให้เสียเวลาอีกด้วย แต่ยกเว้นธุรกิจประเภท e-commerce สื่อต่างๆ และการรถไฟ ซึ่งการปรับเงื่อนไขด้านการลงทุนในครั้งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการธุรกิจการค้าปลีก ของอินเดียที่ถือว่าเป็นอีกประเด็นร้อนทางเศรษฐกิจในขณะนี้และมีการคาดหวังว่าการที่ภาครัฐออกมาประกาศเช่นนี้จะเป็น กุญแจส่าคัญที่ช่วยปลดล๊อคเงื่อนไขทางการค้าได้อีกหลายเรื่อง www.facebook.com/thaitrademumbai.th


Volume 2 , Issue 2

Page 9

ข้ามมาดูนโยบายด้านต่าง ประเทศบ้าง ตลอดเวลาในการหาเสียง ของเขาแทบจะไม่มีการพูดถึงนโยบาย ด้านต่างประเทศอย่างชัดเจน จน นักวิเคราะห์ต่างออกมาวิพากวิจารณ์ว่า เขาไม่น่าจะดีพอสาหรับการเป็น นายกรัฐมนตรีและอาจจะขาด ประสบการณ์ด้านการต่างประเทศบวก กับประวัติในแง่ลบของเขาเรื่องสังหาร หมู่ชาวมุสลิม แต่ทันทีที่เขาชนะการเลือกตั้งเขากับดาเนินนโยบายเชิงรุกด้านต่างประเทศทันที ด้วยการเชิญผู้นาจาก 6 ประเทศเอเชียใต้เข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตาแหน่งต่อด้วยการเจรจาหารือเป็นรายประเทศ ไม่เว้นแม้นแต่นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ด้านอาวุธนิวเครียร์นี้มีความขัดแย้งกันมานาน แถมเคยประกาศสงครามกันมาแล้ว ถึง 3 ครั้ง นับเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าประหลาดใจและปลดชนวนต่อต้านจากเหล่านักวิจารณ์ ทั้งยังเป็นการผูกไมตรีกับชาติ มุสลิมเพื่อนบ้านครั้งสาคัญและเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีอินเดียจัดการประชุมระดับผู้นากับปากีสถานอย่างเป็นทางการนับ ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศเกิดความร้าวฉาวภายหลังเกิดเหตุโจมตีนครมุมไบเมื่อปี 2008 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 166 คน คาดว่าโมดีอาจหารือกับชารีฟในประเด็นการค้า ความกังวลด้านความมั่นคงจากกรณีกลุ่มต่อต้านชาวอินเดียใน ปากีสถานและปัญหาในแคว้นแคชเมียร์ซึ่งเป็นการดาเนินการเชิงรุกชนิดตั้งตัวไม่ติด นอกจากความสัมพันธ์กับปากีสถานที่ ต้องจับตาดูท่าทีของโมดีแล้วอีกประเทศหนึ่งที่สาคัญไม่แพ้กันคือสหรัฐอเมริกาทีเ่ คยเพิกถอนวีซ่าของเขาตั้งแต่ในสมัยที่ดารง ตาแหน่งมุขมนตรีของรัฐคุชราตแถมขึ้นบัญชีเป็นพวกฮินดูหัวรุนแรง แต่หลังจากมีความชัดเจนว่าโมดีจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนใหม่แน่นอน ประธานาธิดีสหรัฐฯ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าสหรัฐฯ มีความยินดีร่วมงานและสานความสัมพันธ์กับโมดีทันที แต่ในทางตรงข้ามโมดีกลับไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ กับคาพูดของนายโอบามาเลย หลายนักวิชาการได้วิเคราะห์ประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศที่ผ่านมาของอินเดียว่า อินเดียมีข้ออ่อนด้อยใน เรื่องแผนงานการต่างประเทศ ไม่มีการกาหนดแนวทางที่ชัดเจนด้านความสัมพันธ์ต่างประเทศ การทางานของภาครัฐจะเป็น ชนิดนิ่งเฉยมากกว่า มีการระบุว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้าราชการที่เกี่ยวข้องไม่ให้ความสาคัญในเรื่องดังกล่าว ว่ากันว่าจานวน นักการทูตของอินเดียมีจานวนน้อยกว่านักการทูตของสิงคโปร์กันเลยทีเดียว มีความคาดหวังว่าความเข้มแข็ง เด็ดขาดและ วิสัยทัศน์ของโมดีอาจนามาซึ่งวิสัยทัศน์ในระยะยาวกับการวางแผนด้านนโยบายต่างประเทศของอินเดียอย่างยั่งยืนเสียที และ ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอินเดียในการดาเนินการเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ดีโมดีได้แสดงความชัดเจนที่จะสาน ความสัมพันธ์ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นกับประเทศระดับ���ม่เหล็กในด้านต่างๆ โดยเฉพาะรัสเซีย จีนและญี่ปุ่น ในด้านการค้า การ ลงทุน พลังงานและความมั่นคง ยิ่งตอกย้าการเลือกข้างของอินเดียได้อย่างชัดเจนว่าสนใจลุงแซมมากน้อยแค่ไหน หากทุก อย่างเดินหน้าไปตามที่โมดีคาดหวังไว้งานนี้ลุงแซมคงเหนื่อยแน่ ทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นนโยบายการต่างประเทศหรือ การบริหารภายในประเทศของรัฐบาลโมดีก็ส่งสัญญาณว่าต่อไปนี้อินเดียจะเปิดประเทศมากขึ้นและแสดงให้ทั่วโลกได้เห็นว่า อินเดียผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตได้กลับมาแล้ว มาถึงพี่ไทยของเรา FTA ก็มีร่วมกัน ความสัมพันธ์ก็มีกันมายาวนานพี่แขกเขาก็ชอบ เมืองไทยมากมาย แล้วพี่ไทยจะไม่หันมาคบค้าสมาคมกับพี่แขกเขาอย่างเป็นจริงเป็นจังบ้างรึ ... www.facebook.com/thaitrademumbai.th


@ Mumbai

Page 10

สถิตกิ ารส่งออกสินค้าไทยไปอินเดีย ปี 2553-2556 มูลค่าการส่งออกรวม

หน่วย : ล้านบาท 169,030.20 156,288.70

156,666.80

139,178.30

2553

2554

2555

2556

หน่วย : ล้านบาท

120,000.0

100,000.0

80,000.0

60,000.0

40,000.0

20,000.0

-

2553

2554

2555

2556

www.facebook.com/thaitrademumbai.th

(ที่มา: กระทรวงพาณิชย์)


Volume 2 , Issue 2

Page 11

สถิตกิ ารนาเข้าสินค้าอินเดียมายังไทย ปี 2553-2556 มูลค่าการนาเข้ารวม

หน่วย : ล้านบาท

106,306.8

106,999.1

92,183.1

72,140.3

2553

2554

2555

2556

หน่วย : ล้านบาท 85,000.0 75,000.0 65,000.0 55,000.0 45,000.0 35,000.0 25,000.0 15,000.0 5,000.0 2553

2554

2555

www.facebook.com/thaitrademumbai.th

2556

(ที่มา: กระทรวงพาณิชย์)


@ Mumbai

Page 12

India ..What’s happened ?! รัฐบาลอินเดียปรับมาตรการอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มบรรยากาศการลงทุน Department of Industrial Policy and Promotion หรือ DIPP ได้ร่างแผน แผนพัฒนานโยบายการผลิตแห่งชาติ หรือ National Manufacturing Policy (NMP) เพื่อเตรียมเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการลงทุนใน ภาคอุตสาหกรรมของประเทศและสนับสนุนแผนการพัฒนาแรงงานภายในประเทศ ทั้งนี้ นโยบายการผลิตแห่งชาติถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เพิ่มสัดส่วนของภาคการผลิต ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยมีเป้าหมายว่าจะเพิ่มสัดส่วนจาก 16% ของ GDP ในปี 2011 ให้เป็น 25% ของ GDP ภายในปี 2022 แต่มีการ คาดการณ์ว่าสัดส่วนของภาคการผลิตต่อ GDP ในปีที่ผ่านมาจะลดลงจาก 14.06% ในปีก่อนเหลือเพียง 12.85% นโยบายการผลิตแห่งชาติจะมีการจูงใจนักลงทุนด้วยการให้สิทธิพิเศษเกี่ยวกับภาษี (tax sops) แต่จะให้กับธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดเล็กเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละรัฐว่าต้องการกระตุ้น ภาคอุตสาหกรรมการผลิตหรือไม่ นอกจากนี้ นโยบายการผลิตแห่งชาติยังรวมถึงการจัดตั้งพื้นที่ National Investment and Manufacturing Zones (NIMZs) และการปรับปรุงกฎหมายแรงงานซึ่งจะท่าให้การจ้างงานและการปลดพนักงานมีความ ยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย (ที่มา: Business Standard , May 27, 2014 ) ข้อมูลของกระทรวงส่งเสริมและพัฒนา สิงคโปร์แทนทีม่ อริเชียสขึน้ แท่นอันดับหนึง่ FDI ในอินเดีย อุตสาหกรรมของอินเดียระบุว่า ในปีที่ผ่านมา สิงคโปร์กลายเป็นประเทศที่มีการลงทุนทางตรง (FDI) ในประเทศอินเดียมากที่สุด โดยมีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 5.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีสัดส่วนการลงทุนสูงถึง 25% ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด ในขณะที่การลงทุนทางตรงจาก ประเทศมอริเชียสซึ่งเคยเป็นประเทศที่ลงทุนทางตรงในประเทศอินเดียมากที่สุดลดต่่าลงเหลือเพียง 4.85 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นปริมาณการลงทุนที่ต่าที่สุดในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา การบังคับใช้ General Anti Avoidance Rules (GAAR) ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้ส่าหรับตรวจสอบการหลีกเลี่ยงภาษีของนักลงทุน ท่าให้ประเทศมอริเชียสลดการลงทุน ทางตรงในประเทศอินเดียลงอย่างมากในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของทั้งสองประเทศก่าลังวางแผนเจรจา เกี่ยวกับสนธิสัญญาการเลี่ยงภาษีอีกครั้ง การลงทุนทางตรงเป็นปัจจัยส่าคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศซึ่ง อินเดียยังต้องการเงินลงทุนอีกกว่าล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานต่างๆ และในปีงบประมาณที่ผ่านมา การลงทุนทางตรงในประเทศอินเดีย เพิ่มขึ้น 8% เป็น 24.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ที่มา: Business Standard , May 25, 2014 ) www.facebook.com/thaitrademumbai.th


Volume 2 , Issue 2

Page 13

เงินรูปแี ข็งค่าสูงสุดในเอเชียแปซิฟกิ เงินรูปีของอินเดียแข็งค่าสูงสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หลังจากแข็งค่าสูงสุดในรอบ 11 เดือนเมื่อสัปดาห์ก่อน เนื่องจากการ ไหลเข้าของเงินทุนจ่านวนมากหลังจากนาย NARENDRA MODI ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งทั่วไปและขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 15 ของอินเดีย ค่าเงินรูปีของอินเดียอยู่ที่ 61.80 รูปีต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อต้นปี 2014 แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ค่าเงินรูปีแข็งค่าขึ้นเป็น 58.52 รูปี ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากต้นปีถึง 5.3% กลายเป็นค่าเงินที่แข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่า ค่าเงินรูปีของอินเดียจะลดลงเล็กน้อยเหลือประมาณ 60 รูปีต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ที่มา: The Economic Times , May 25, 2014 )

อินเดียขาดดุลเดินสะพัดลดลงอย่างต่อเนือ่ ง ข้อมูลจากธนาคารกลางอินเดียเปิดเผยว่า การขาดดุลบัญชี เดินสะพัดของอินเดียลดลงเหลือเพียง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 0.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) ในช่วงไตร มาสที่ผ่านมา (มกราคม-มีนาคม 2014) โดยลดลงติดต่อกันเป็นไตร มาสที่สาม อย่างไรก็ตาม ดุลการช่าระเงินของประเทศอินเดียใน ไตรมาสดังกล่าวกลับเกินดุลลดลง โดยเกินดุลลดลงจาก 19.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสก่อนเหลือเพียง 7.1 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากการชะลอตัวของการลงทุนทางตรงจาก ต่างประเทศ (FDI) แต่หากเปรียบเทียบเป็นรายปี ดุลการช่าระเงิน ของประเทศอินเดียเกินดุลเพิ่มขึ้นโดยเพิ่มขึ้นจาก 3.8 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2012-13 (เมษายน 2012 มีนาคม 2013) เป็น 15.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีงบประมาณนี้ (เมษายน 2013 - มีนาคม 2014) ในขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดซึ่ง ขาดดุลสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2012-13 ได้ลดลงอย่างมากในปี นี้ โดยลดลงจาก 87.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เหลือเพียง 32.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากรัฐบาลประสบความส่าเร็จในการ ลดการน่าเข้าทองค่าซึ่งเป็นสินค้าที่ประเทศอินเดียน่าเข้ามากที่สุด เป็นอันดับสองรองจากน้่ามันดิบ (ที่มา: Reuters , May 26, 2014 )

สมาคมโรงงานน้าตาลร้องรัฐบาลอินเดียควรขึน้ ภาษีนาเข้าเป็น 40% INDIAN SUGAR MILL ASSOCIATION (ISMA) ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ออกนโยบายที่แน่นอนและ ชัดเจนส่าหรับอุตสาหกรรมน้่าตาล และเพิ่มภาษีน่าเข้า น้่าตาลเป็น 40% ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 15% เพื่อลดการน่าเข้า น้่าตาลและกระตุ้นยอดขายน้่าตาลที่ผลิตภายในประเทศ เนื่องจากจ่านวนน้่าตาลที่ผลิตในประเทศมีมากกว่าความ ต้องการภายในประเทศ นาย AJIT SHRIRAM ประธาน ISMA กล่าวว่า อุตสาหกรรมน้่าตาลในอินเดียได้ประสบปัญหาทาง การเงินมาเป็นระยะเวลานาน ผู้ประกอบการจึงต้องการ นโยบายที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเริ่มตั่งแต่นักลงทุน เกษตรกร รวมถึงผู้บริโภคด้วย นอกจากนี้ ทางสมาคมยังคาดหวังว่า รัฐบาลจะผลักดันเรื่องการใช้พลังงานสะอาด โดย สนับสนุนให้ใช้เอทานอลที่ผลิตจากน้่าตาลเป็นส่วนผสม เพื่อลดการน้่าเข้าน้่ามันจากต่างประเทศอีกด้วย (ที่มา: The Economic Times , May 26, 2014 )

www.facebook.com/thaitrademumbai.th


@ Mumbai

Page 14

@ 3rd Floor News สคร. มุมไบเข้าร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ การค้าไทยอินเดียและไทยกับทั่วโลก ณ กระทรวงพาณิชย์ นนทบุรี ประเทศไทย

นาคณะนักธุรกิจจากปูเน่เข้ามาเยี่ยมชมงานและ เจรจาธุรกิจในงาน Thaifex: World of Food Asia 2014 ณ Impact เมืองทองธานี ประเทศไทย

www.facebook.com/thaitrademumbai.th


Volume 2 , Issue 2

Page 15

และแล้ว @Mumbai ฉบับที่ 3 ประจ่าปักษ์หลังของเดือนพฤษภาคม 2557 ก็กลับมาพบ กับท่านผู้อ่านตามสัญญา หลังจากที่กระแสตอบรับจากท่านผู้อ่านออกมาดีเกินคาด จนแทบจะ เรียกได้ว่าถึงขั้นถล่มทะลายกันเลยทีเดียว ท่าให้คณะผู้จัดท่าของส่านักงานส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ ยิ้มแก้มปริและมีจิตใจฮึกเหิมที่จะน่าเสนอข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับอินเดียที่จะเป็นประโยชน์ ส่าหรับผู้ประกอบการไทยมาเผยแพร่ผ่าน @Mumbai มากขึ้น ส่าหรับ @Mumbai ฉบับนี้ออกมาช้ากว่าก่าหนดการเล็กน้อย เนื่องจากประเด็นที่เรา น่าเสนอในฉบับนี้เป็นเรื่องฮอทสุดๆ ในประเทศอินเดียในขณะนี้ นั่นก็คือ เรื่องนายกรัฐมนตรี คนใหม่ของอินเดีย ท่านนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ที่เพิ่งจะสาบานตนเข้ารับต่าแหน่งไป เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา เราเลยตัดสินใจที่จะรอเพื่อน่าเสนอข้อมูลให้ครบถ้วนโดยเฉพาะนโยบาย ของรัฐบาลใหม่ประกาศออกสดๆ ร้อนๆ มาเมื่อวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2557 ก็หวังว่าข้อมูลข่าวสารที่เราน่าเสนอผ่าน @Mumbai จะช่วยท่าให้ท่านผู้อ่านรู้จักประเทศอินเดียมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากให้ทุกท่านมองอินเดียด้วยใจเป็นกลาง แล้วจะพบว่าอินเดียเป็นดินแดนแห่งโอกาสที่ คาดไม่ถึงจริงๆ

จดหมายน้อย จากมุมไบ

อดุลย์ โชตินิสากรณ์ ผู้อ่านวยการ ส่านักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ

จัดทาโดย......ส่านักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย

เทคนิคและกราฟฟิก : ทีมงานส่านักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ www.facebook.com/thaitrademumbai.th


@ Mumbai

www.facebook.com/thaitrademumbai.th

จัดท่าโดย......ส่านักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (Thai Trade Center @Mumbai) ..Address: Express Towers, 3rd Floor Nariman Point Mumbai 400021 Tel: +91-22-2283 0242, 2283 0243 Fax: +91-22-2284 6859 E-mail: thaitrademumbai@gmail.com


@ Mumbai 2nd Volume of May 2014