Issuu on Google+

สรุปการเสวนา “คาโทร.เมืองไทย ถูกไดกวานี้”  เวลา 13.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2553  ณ สํานักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ

ดร.ประชา คุณธรรมดี คณะเศรษฐศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ลักษณะเฉพาะของกิจการ •กิจการโทรคมนาคมเปนกิจการที่มีลักษณะเฉพาะที่มีแนวโนมของตนทุนลดลง เมื่อผูใชบริการมี จํานวนมากขึ้น •เปนอุตสาหกรรมที่มีผูใหบริการนอยราย ปจจุบันไทยมีรายใหญ 3 ราย รวมรายเล็กดวยไมเกิน 5 ราย การกําหนดราคาคาบริการจึงถูกกําหนดโดยผูใหบริการนอยราย ราคาคาบริการจึงสูงกวาความเปน จริง •เทคโนโลยีการครองตลาดของผูใหบริการรายเดิม และกฎเกณฑในปจจุบันสวนใหญมักจะไมเอื้อ ตอการเขาสูตลาดของผูใหบริการรายใหม จึงสงผลตอราคาคาบริการดวย •ผูใหบริการเปนผูกําหนดราคาคาบริการในตลาด ไมใชผูบริโภค ตามกฎ Demand &Supply •ตองการการกํากับดูแลที่คํานึงถึงผูบริโภค คํานึงถึงการแขงขันในตลาด และความเปนธรรม ระหวางผูใหบริการดวยกันเอง จากรายงานดัชนีชี้วัดในกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยประจําป พ.ศ. 2552 ของสํานักงาน คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ ชี้ใหเห็นถึง จํานวนของผูใชบริการโทรศัพทมือถือมีถึง 60 กวา ลานเลขหมายหรือ เกือบรอยละ 100 ของประชากร สัดสวนการใชบริการโทรศัพทเคลื่อนที่แบบระบบเติมเงิน (Pre-paid) และระบบรายเดือน(Postpaid) สัดสวนของจํานวนผูใชระบบเติมเงินมากกวา ระบบรายเดือน 7-8 เทา

1   


ณ ไตรมาสสุดทายของป 2552 พบวา สวนแบงการตลาดของผูใหบริการโทรศัพทเคลื่อนที่ระบบ เติมเงิน ( Pre-paid) เปนของ AIS รอยละ 44 DTAC รอยละ 29 TRUE MOVE รอยละ 25 สุดทายเปน ของ Thai Mobile CAT&Hutch รอยละ 2 ดังนั้นผูครองตลาดรายใหญคือ AIS สวนแบงการตลาดของผูใหบริการโทรศัพทเคลื่อนที่ระบบรายเดือน (Post-paid) เปนของ AIS รอย ละ 40 DTAC รอยละ 33 True Move รอยละ 17 ผูครองตลาดรายใหญคือ AIS ภาพรวมของสวนแบงการตลาดทั้งระบบเติมเงิน และระบบรายเดือน พบวา AIS ถือครองตลาดอยู รอยละ 43 DTAC รอยละ 30 True Move รอยละ 24 แนวโนมรายไดเฉลี่ยตอเลขหมายของโทรศัพทเคลื่อนที่ระบบเติมเงินและระบบรายเดือน และ คาเฉลี่ยรายไดจากการใหบริการโทรศัพทเคลื่อนที่รายไตรมาส ตั้งแตป พ.ศ. 2545-2552 พบวา •รายไดเฉลี่ยตอเลขหมายโดยไมรวมคาเชื่อมตอโครงขาย( Interconnection Charge) ที่แตละ บริษัทไดรับนั้น ถาเปนระบบเติมเงินคือ 163 บาท/เดือน/เลขหมาย ถาเปนระบบรายเดือนคือ 579 บาท/ เดือน/เลขหมาย และมีอัตราเฉลี่ยโดยรวมอยูที่ 203 บาท/เดือน/เลขหมาย •รายไดเฉลี่ยตอเลขหมายโดยรวมคาเชื่อมตอโครงขาย (Interconnection Charge) ที่แตละบริษัท ไดรับนั้นจะสูงขึ้น คือ ถาเปนระบบเติมเงินเพิ่มเปน 210 บาท/เดือน/เลขหมาย ระบบรายเดือนเพิ่มเปน 639 บาท/เดือน/เลขหมาย และมีอัตราเฉลี่ยโดยรวมอยูที่ 256 บาท/เดือน/เลขหมาย ขอควรระวัง แนวโนมรายไดเฉลี่ยตอเลขหมายที่ลดลง ไมไดหมายความวา แนวโนมรายไดของผูประกอบการ ลดลง แตกลับพบขอมูลที่ขัดแยงกัน เนื่องจากรายไดเฉลี่ยของผูประกอบการมีแนวโนมสูงขึ้น โดยรายได จากคาบริการโทรศัพทเคลื่อนที่ระบบเติมเงินตอเดือนคือ 12,406.17 ลานบาท สวนรายไดจากคาบริการ โทรศัพทเคลื่อนที่ระบบรายเดือนตอเดือนคือ 4,508.14 ลานบาท สถานการณ ปจจุบัน อัตราคาบริการเฉลี่ยตอนาทีของบริการโทรศัพทเคลื่อนที่ทั้งระบบเติมเงิน และ ระบบรายเดือน คือ 1 บาท 21 สตางค 2   


คําถามสําคัญ คําถามที่ 1

คาบริการเฉลี่ยตอนาทีอยูที่ 1.21 บาท ตอนาที เปนคาบริการที่ สมเหตุสมผลหรือไม

- ราคาคาบริการไมไดสะทอนตนทุนที่แทจริง คือ ในขณะที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีแนวโนมขอ ต น ทุน ที่ต่ํา ลงในระยะยาว นั้ น หมายความว า ราคาคา บริ ก ารควรจะลดต่ํ า ลงด ว ย แต ปจจุบัน นี้ร าคา คาบริการยังลดนอยกวาตนทุนที่ลดนอยลง จึงถือวา ราคาคาบริการยังไมสะทอนตนทุนที่แทจริง แตหากมี การแขงขันที่เขมขนขึ้นจะทําใหราคาคาบริการถูกลงได รวมถึงถามีการกํากับดูแลที่ดีจะทําใหคาบริการถูก ลงได - ราคาคาบริการเฉลี่ย 1.21 บาทตอนาที จะถูกแบงเปน 3 สวน คือ เปนสวนแบงรายได เปนคา เชื่อมตอโครงขาย และเปนตนทุนกําไรของผูประกอบการ -เมื่อวิเคราะหขอมูลยอนหลังประมาณ 4-5 ปจะพบวา ผูประกอบการจะมีกําไรตอปเฉลี่ยดังนี้ AIS กําไรเฉลี่ยเกินกวา 15,000 ลานบาท DTAC กําไรเฉลี่ยเกินกวา 5,000 ลานบาท ในภาวะที่อุตสาหกรรมนี้มี กําไรเชนนี้จึงบอกไดวา คาบริการเฉลี่ย1.21 บาทตอนาทีเปนคาบริการที่สูงเกินกวาคาบริการที่ควรจะเปน คําถามที่ 2

คาบริการเฉลี่ยตอนาทีจะถูกลงไดกวานี้หรือไม

-ตองสนับสนุนใหเกิดการแขงขันมากขึ้น เชน การสนับสนุนใหเกิดผูประกอบการรายอื่นที่เชา โครงขายทําการตลาด หรือ MVNO ในระบบ 3G - การกํากับดูแลคาบริการและการกํากับดูแลบริการที่เขมขนมากขึ้น - หากพิจารณาโปรโมชั่น ที่มีความหลากหลาย เชน กลยุทธแบบบางชวงเวลาโทรฟรี หรือในกลุม โทรฟรีกลยุทธแบบในเครือขาย ถูกกวานอกเครือขาย ซึ่งไมแตกตางจากในตางประเทศเลย แตเงื่อนไขจะ ตางกัน ดังนั้นหากโปรโมชั่นยังสามารถทําราคาไดถูก 1.21 บาท/นาที อาจจะยังสูงเกินไปและสามารถปรับ ลดลงได - โดยเฉพาะการใหบริการระบบเติมเงิน เรื่อง ระยะเวลาและเงินคงเหลือ ซึ่งเปนอํานาจการกํากับ ดูแลของ กทช. หากมีกฎเกณฑที่ชัดเจน การคํานวณคาบริการเฉลี่ยจะถูกลงกวานี้ 3   


คําถามที่ 3

การกํากับดูแลบริการและคาบริการควรจะเปนอยางไร

แนวทางในการกําหนดอัตราคาบริการโทรคมนาคม โดยทั่วไปมี 4 แนวทาง ซึ่งอิงจากปจจัยหลักที่ กลาวขางตน คือ 1. การกําหนดอัตราคาบริการโดยมุงความตองการลูกคา (Demand – based pricing) 2. การกําหนดอัตราคาบริการโดยใชตนทุนเปนหลัก (Cost-based pricing) 3. การกําหนดอัตราคาบริการโดยอิงการแขงขันในตลาด (Market-based pricing) 4. การกําหนดอัตราคาบริการภายใตการกํากับดูแล (Regulated pricing) ซึ่งหวังวา กทช. จะเลือกการกํากับดูแลอยางที่สากลใชกัน

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เสนอวา “คาโทรฯ มือถือเมืองไทย ถูกไดกวานี้ ถา…ปรับอัตราคา IC “ การเชื่อมตอโครงขาย คือ ผูใชโครงขายหนึ่งโทรไปหาผูใชอีกโครงขายหนึ่ง เชน ลูกคา AIS กับ ลูกคา DTAC คุยกันไดตองมีการเชื่อมตอโครงขายกัน สมมติวา DTAC เก็บคาโทรอยูที่ 1.50 บาท ปจจุบันคาเชื่อมตอโครงขายอยูที่ 1 บาทตอนาที ถา ลูกคา DTAC โทรไปหาลูกคา AIS

, AIS จะหัก DTAC 1 บาท และ DTAC จะไดคาโทร 50 สตางค

ดังนั้นจึงเห็นไดวา ถามีคาเชื่อมตอโครงขายอยู และคาเชื่อมตอโครงขายอยูในระดับที่มันสูงเกินไป เชน คา เชื่อมตอโครงขาย 1 บาท อัตราที่จะเก็บจากลูกคาที่ตองโทรออกไปนอกโครงขาย หรือ off net จะไม สามารถเก็ บ ต่ํ า กว า 1

บาทได เพราะฉะนั้ น ค า เชื่ อ มต อ โครงข า ยเป น ป จ จั ย สํ า คั ญ ที่ ทํ า ให ค า

โทรศัพทเคลื่อนที่ของไทยยังไมต่ําเทาที่ควรจะเปน หลักการคิดคาเชื่อมตอโครงขายโดยหลักสากล •สะทอนตนทุน (cost-oriented) 4   


•คําวาตนทุน นิยมอางอิงกับ “ตนทุนสวนเพิ่มระยะยาว” (long run incremental cost: LRIC) •ประกาศ กทช. (พค.2549) ใหยึดหลักคาเชื่อมตอโครงขายสะทอนตนทุน ตามแนวทางสากล แนวโนมอัตราคาบริการเสียงเฉลี่ย การวัดคาการใชบริการวาอยูที่เทาไหร สามารถทําไดโดยการวัดรายไดของคาบริการเสียงแตละ บริษัทเปนรายไดที่ไมรวมคาเชื่อมตอโครงขาย แลวนําคาโทรทั้งในและนอกโครงขายทั้งหมดไมวาจะอยูใน โปรโมชั่นใดก็ตามมารวมกันหารเฉลี่ยจะไดอัตราที่จัดเก็บกันจริงๆ ทั้งนี้จาก กราฟ แนวโนมอัตราคาบริการเสียงเฉลี่ยจะเห็นไดวา ในป 2549 อัตราคาบริการเสียง เฉลี่ยอยูที่ เกือบ 1.6 บาท/นาที และลดลงมาในป 2553 อยูที่ 0.6 บาท/นาที แนวโนมอัตราคาบริการ : AIS & DTAC สําหรับ AIS คาบริการในป 2550 อยูที่ประมาณ เกือบ 1 บาท/นาที ในป 2553 ลดลงเหลือ ประมาณ 60 สตางค/นาที ดูเหมือนคาบริการมีแนวโนมลดลง แตจริงๆแลวไมไดลดลง เนื่องจากพบวา อัตราการใชโทรในเครือขายเทียบกับการโทรทั้งหมด ในป 2550 อัตราการโทรของลูกคา AIS โทร 100 นาที พบวา โทรในเครือขาย 50-60 นาที ที่เหลือเปนการโทรนอกเครือขายเชน โทรไป DTAC หรือ True Move แตในป 2553 พบวา ลูกคา AIS โทรในเครือขายตัวเองถึงรอยละ 80 ที่เหลือรอยละ 20 โทรนอกโครงขาย ดังนั้น ผลที่เกิดขึ้นจึงดูเหมือนคาโทรถูกลง แตมันเกิดขึ้นพรอมกับการโทรภายในเครือขายตัวเองเพิ่มมาก ขึ้น เชนเดียวกับ แนวโนมอัตราคาบริการ: DTAC ในป 2550 อยูที่ 70 สตางค/นาที และป 2553 อยูที่ 60 สตางคกวาๆ และในชวงเวลาเดียวกัน DTAC ก็ไดเพิ่มอัตราการโทรภายในเครือขายตัวเอง จาก รอยละ 40 เปนรอยละ 75 ดวย จากขอมูลของสํานักงานเศรษฐกิจโทรคมนาคม กทช. พบวา อัตราคาบริการโทรในเครือขาย (On-net) และ โทรนอกเครือขาย (Off-net) นั้น อัตราคาโทรนอกเครือขายอยูที่ 1.44 บาท แตถาเปนอัตรา คาโทรภายในเครือขายอยูที่ 88 สตางค แมวาตัวเลขนี้อาจจะเปนขอสมมติ แตแสดงใหเห็นวา อัตราคาโทร นอกเครือขายสูงกวาอัตราคาโทรในเครือขาย 5   


จากกราฟแนวโนมอัตราคาบริการ: AIS ราคาเฉลี่ยคาบริการของ AIS ที่ดูเหมือนลดลง จริงๆ ผลตัวใหญที่ทําใหดูเหมือนราคาคาบริการลดลงก็คือ การที่ลูกคาโทรในเครือขายมากขึ้น ไมไดหมายความ วา ราคาทั้งตระกราลดลงจริงๆ แตเปนเพราะวา มีคาโทรราคาถูกกับคาโทรราคาแพง ราคาที่ถูกลงก็คือ โทร ในเครือขายตัวเอง ราคาที่แพงคือ โทรนอกเครือขาย เมื่อเปนเชนนี้ จึงมีลูกคากลุมหนึ่งที่ทราบวา โทรนอกเครือขายแพง จึงโทรแตในเครือขายและ ผูประกอบการก็มีวิธีที่ทําใหลูกคาโทรในเครือขายตัวเองดวยโปรโมชั่นตางๆ เพราะฉะนั้นราคาเฉลี่ยคาโทร ของไทยที่ดูเหมือนถูกลง แตเปนการโทรในเครือขายมากขึ้น สาเหตุที่การโทรนอกเครือขายแพง เพราะ คาโทรของลูกคาที่โทรนอกเครือขายนั้น ตองแบง จายเปนคาเชื่อมตอโครงขายดวย เชน ลูกคา DTAC โทรหาลูกคา AIS หาก DTAC ไดคาโทร 1.25 บาท ตองจายคาเชื่อมตอโครงขายให AIS แลว 1 บาท ตัวเองไดคาโทร 25สตางค ผมเห็นวา คาเชื่อมตอ โครงขายที่ใชอยูในปจจุบันสูงเกินจริง จึงทําใหผูใหบริการไมตองการใหลูกคาตัวเองโทรออกเพราะตองจาย คาเชื่อมตอโครงขาย 1 บาท จากกราฟ (ดูสไลด ดร.สมเกียรติ ประกอบ) ความพยายามในการลดตนทุนคาเชื่อมตอ โครงขาย หรือ คา IC ที่มา DTAC แสดงใหเห็นวา บริษัทฯ พยายามลดการขาดดุลคา IC จากเดิมที่ขาดดุล อยู 200 กวาลาน/ไตรมาส เหลือเพียง 82 ลาน/ไตรมาส บริษัทฯ จึงพยายามทําใหคา IC ของบริษัทฯ มี ตนทุนนอยที่สุด คือ ทําใหลูกคาตัวเองโทรออกไปลูกคาเครือขายอื่นนอยที่สุด เพราะยิ่งโทรออกไปมากก็ ตองจายคา IC 1 บาท/นาทีมากขึ้นเทานั้น ผูใหบริการทุกรายจึงมีความพยายามออกโปรโมชั่น เพื่อกวาด ตอนลูกคาของตัวเองใหโทรอยูในโครงขายตัวเอง ทําใหดูเผินๆแลว อัตราคาโทรศัพทมือถือจึงดูเหมือนถูก ลงแตจริงเปนการเปลี่ยนจากการโทรขามเครือขายมาเปนการโทรในเครือขายมากขึ้น ผลกระทบจากคาเชื่อมตอโครงขายที่สูงเกินไป •อัตราคาบริการ off-net สูงเกินกวาที่ควรจะเปนทําใหเกิดการ “ฮั้ว” กันโดยอัตโนมัติ โดย ผูประกอบการ เพราะคาโทรขามเครือขายจะไมสามารถเก็บต่ํากวา 1 บาทได เนื่องจากคา IC คือ 1 บาท แลว จึงเกิดการฮั้วกันของผูประกอบการโดยอัตโนมัติ คือ คาโทรขามเครือขายตองเก็บไมต่ํากวา 1 บาท ถา ไมมีการกําหนดไวที่ 1 บาทและมีกลไกการแขงขันการจริงๆ ผูประกอบการจะไมเก็บ 1 บาทถาเปนไปตาม 6   


กลไกการตลาด แตการที่ผูประกอบการฮั้วกันและกทช.ยอมใหฮั้วกัน ทําใหราคาขายปลีกของการโทรขาม เครือขายนั้นไมไดลดลงมา ราคาคาโทรก็จะเกิน 1 บาท ผู บ ริ โ ภคเสี ย ประโยชน หากใช ข อ มู ล กทช. ส ว นต า งของราคาที่ เ กิ ด จากการโทรข า ม เครือขายและโทรภายในเครือขาย คือ 56 สตางค/นาที หมายความวา ผูบริโภคที่โทรขามเครือขายมากนั้น ตองเสียสวนตางที่แพงกวาที่ควรจะเปนไป 56 สตางค/นาที •ผูประกอบการไดกําไรสวนเกินจาก อัตราคาบริการ off-net ที่สูงเกินไปถึงปละ 2.6 หมื่น ลานบาท •เปนการกีดกันการแขงขันผูประกอบการรายเล็ก เพราะ ถาลูกคาของผูประกอบการราย เล็กโทรออกนอกเครือขายมาก สงผลใหตองจายคา ic สูงไปดวย การคิดโปรโมชั่นราคาถูกเชน 50 สตางค/ นาที เปนไปไมได เพราะไมพอจายคา ic ไมสามารถตอสูทางการตลาดได และอยูไมไดในที่สุด กับระบบที่ เปนอยู ขณะที่ 3 รายใหญจึงสมประโยชนกัน คือ ไดเงินจากลูกคาในอัตราที่สูงเกินกวาที่ควรจะเปน ได กําไรสวนที่เกินมาปละ 2.6 หมื่นลานบาท และขณะเดียวกันก็ทําใหไมมีรายใหมเขาสูตลาดดวย คา IC ที่ควรจะเปนคือ เทาไหร คา IC ที่ควรจะเปนคือ สอดคลองกับตนทุน ในการให บ ริ ก ารเชื่อ มต อ โครงข า ย อั ต ราคา เชื่ อ มต อ โครงขายที่เปนอัตราตนทุนอยูที่เทาไหร ในสากลเรียกวา อัตรา “ตนทุนสวนเพิ่มระยะยาว” หรือ LRIC หาก จะคํานวณงายๆ ของกรณี DTAC ตนทุนคารับสายเรียกเขา ขอมูลไตรมาสที่ 3 ป 2550 เปรียบเทียบกับไตร มาสที่ 3 ป 2551 มาคํานวณ พบวา อัตราคาเชื่อมตอโครงขายที่ใกลเคียงกับ ตนทุนสวนเพิ่มระยะยาว มาก ที่สุด คือ 27 สตางค/นาที หรือ สลึงเดียว ถาอัตราคาเชื่อมตอโครงขายอยูในระดับนี้ อัตราคาโทรศัพทมือถือ จะถูกลงอยูในระดับที่ควรจะเปน ประการตอมาคือ กทช. ยอมให ผูใหบริการ 3 ราย กําหนดคาเชื่อมตอโครงขายอยูที่ 1 บาทหรือ แทจริงที่ผานมา กทช. ไดพยายามใหผูใหบริการปรับลดคาเชื่อมตอโครงขายลงมาเหลือ 50 สตางค/นาที ซึ่งก็ยังถือวา สูงกวาตนทุนที่ตนคํานวณได และสูงกวาที่ที่ปรึกษา กทช. เคยเสนอไว คือ นาทีละประมาณ สลึงเชนกัน

7   


อยางไรก็ตาม มติของ กทช. ที่ใหเก็บอัตราละ 50 สตางค นั้น ในทางปฏิบัติยังไมมีผลเลย เพราะยัง ไมมีการบังคับใช ผูประกอบการยังไมมีการปรับราคาคา IC ลงมา และยังไมมีการดําเนินการใดใดกับ ผูประกอบการ ปลอยใหเก็บคา ICอยูระดับ 1 บาทตอไป การที่เอกชนสมคบกันกําหนดราคา โดยผานคา IC นั้น นาจะถือวาเปนสิ่งที่ผิดกฎหมายการแขงขัน ทางการคา มาตรา 27 ถาผูประกอบการสมคบกันกําหนดราคามีความผิดทางกฎหมายมีโทษทางอาญา และกทช.ก็ป���ะกาศวา ใหผูประกอบการเก็บคา IC ใหสอดคลองกับตนทุน แตในทางปฏิบัติก็ไมเปนเชนนั้น กทช. ควรปรับคา IC ใหสอดคลองกับตนทุน ที่ผานมา กทช. ไดมีมติ ใหคาโทรภายในเครือขายและ นอกเครือขายตองเทากัน ผลที่เกิดคือ ผูใหบริการจะปรับราคาโทรในเครือขายที่ถูกวา ใหเปนราคาเดียวกับ โทรนอกเครือขายที่แพงกวา ทางแกไขจึงตองปรับคา IC ใหถูกตองตามตนทุนที่ควรจะเปน โดยนําขอมูล จากผูใหบริการมาและกําหนดใหสอดคลองกับตนทุนและควรต่ํากวา 50 สตางค/นาที ถาคา IC ที่กําหนด ไดสอดคลอง ก็จะพบวา ผูใหบริการจะลดคาโทรขามเครือขายและโทรในเครือขาย มาใกลเคียงกันโดย ธรรมชาติ กทช. ควรปรับลดคา IC จนคาโทรในเครือขายเทากับคาโทรขามเครือขาย เทากับไดคา IC ที่ ถูกตองเพราะเอกชนไมสนใจแลววา ลูกคาตัวเองโทรภายในเครือขายหรือโทรนอกเครือขาย ถากทช.ไมทํา ขอใหเรียกรองให ผูบริโภคฟองศาลปกครอง

นายประวิทย ลี่สถาพรวงศา ผูอํานวยการสถาบันคุมครองผูบริโภคในกิจการโทรคมนาคม ผลพวงการการกําหนดใหโทรภายในเครือขายและนอกเครือขายเทากันคือ ผูใหบริการก็จะคิดโทรใน/ นอกเครือขายเทากัน แตจะมีโปรโมชั่นพิเศษ เชน ถาอยากโทรภายในเครือขายไมอั้นจายเพิ่ม 100 บาท ซึ่ง เปนวิธีการเอาตัวรอดของผูใหบริการ ในประเด็นคา IC ผูใหบริการรายหนึ่งอธิบายวา ราคาคาโทรในเครือขายราคา 29 สตางค/นาที ในขณะที่กระบวนการทางเทคนิคของการโทรศัพทมี 3 ขั้นตอน คือ การเรียกออก สัญญาณวิ่งไปใน เครือขาย และสัญญาณไปถึงปลายทาง ซึ่งการเชื่อมตอทั้ง 3 ขั้นตอนนี้คิดในราคาคาโทรไดที่ 29 สตางค/ 8   


นาทีในกรณีที่เปนโทรภายในเครือขาย แตคาเชื่อมตอโครงขายคือ การจายใหในขั้นตอนที่ 3 เมื่อสัญญาณ ไปถึงปลายทาง อธิบายอีกอยางคือ ทั้งวงจร 3 ขั้นตอนสามารถคิดคาโทรไดที่ 29 สตางค/นาที แตกลับคิด ชวงขั้นตอนที่ 3 ชวงเดียว 1 บาท เมื่อเปนเชนนี้แสดงวา คา IC จะตองถูกกวา 29 สตางคอยางแนนอน เหมือนโดยสารรถ 3 ตอ คิด 29 สตางค แตขึ้นตอเดียวคิด 1 บาท คาโทรไมไดมีแตคาโทรศัพท แตยังมีคาบริการเสริมอื่นๆ ประเด็นเรื่อง ความเปนธรรมในการคิด คาธรรมเนียม เชน คา IC ผูใหบริการจายกันเองเปนวินาที และคิดกับผูบริโภคเปนนาที คือ ถาโทรครึ่งนาที ผูใหบริการจายกันเอง 30 สตางค แตเก็บจากผูบริโภค 1 บาท ดังนั้นการปดเศษเชนนี้ยุติธรรมหรือไม ถา ตนทุนจริงคิดเปนวินาที ทําไมอัตราคาเรียกเก็บเปนนาที ป 2009 สหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ (International Telecommunication Union: ITU) ซึ่งมีการ สํารวจอัตราคาบริการเทคโนโลยีสารสนเทศใน 161 ประเทศทั่วโลก พบวา ประเทศไทยมีคาใชจายดาน โทรคมนาคมโดยรวมอยูที่ระดับ 88 คาบริการโทรศัพทพื้นฐานอยูระดับ 112 คาบริการโทรศัพทมือถืออยู อันดับที่ 45 คาบริการบรอดแบรนดแบบมีสายอยูที่อันดับ 92 ดังนั้นจึงเห็นไดอยางชัดเจนวา คาโทรเมืองไทยไมถูกอยางที่คิด และยังแยกวาอีกหลายประเทศที่มี ลักษณะรายไดและลักษณะพื้นฐานที่ใกลเคียงกับประเทศไทย เชน ฮองกง สิงคโปร ศรีลังกา มาเลเซีย หรื อ ประเทศเบรารุส ปญหาคาบริการเรื่อง Content ที่แตละที่คิดคาบริการไมเทากัน เชน การสง SMS ทายผลตางๆ ยัง ไมมีการกําหนดราคาที่ชัดเจน ซึ่งตอไปจะมีระบบ 3G หากไมมีการวางระบบเรื่องการคิดคาบริการใหดีจะ ทําใหปญหารุนแรงได คาบริการเมืองไทยจะถูกลงไดโดย ลดตนทุน คา IC โดยเฉพาะตนทุนสวนแบงรายไดโดยเฉพาะ เมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงใน 3-8 ป คาโทรเมืองไทยที่วาถูกแลวจึงสามารถถูกลงไดอีกเมื่อมีการจัดการ ที่ดี ..................................

9   


10   


สรุปการเสวนา ค่าโทรเมืองไทยถูกได้กว่านี้