Issuu on Google+

คูมือการติดตั้งและใชงาน Joomla!

การติดตั้งและใชงานเบื้องตนจนถึงระดับกลาง Step By Step

จัดทําโดย joomlathaiclub.com


2

คูมือการติดตั้งและใชงาน Joomla! คูมือการติดตั้งและใชงาน joomla CMS ที่ไดจัดทําขึ้นเพื่อใชเปนคูมือสําหรับผูเริ่มตนใชงาน joomlaCMS ในการทํา เว็บไซต เนื้อหาภายในเกี่ยวกับการทดลองติดตั้งและใชงาน joomla ดวยเครื่องมือที่มีอยูภายในตัว joomla การเตรียมความพรอม กอนลงมือปฏิบัติจริง ศึกษาและเขาใจเครื่องมือตาง ๆ ของ joomla เนือ้ หาสวนใหญเนน รูปประกอบ ทําความเขาใจแลวปฏิบัติตาม หวังเปนอยางยิ่งวา เอกสารฉบับนี้จะเปนประโยชนแกผูที่สนใจศึกษาการทําเว็บไซตดวย joomlaCMS ผูจัดทํามิไดหวังผล ทางการคา แตอยางใด และไมสงวนลิขสิทธิ์ สําหรับขอความ รูปประกอบ ในทุกสวนของเอกสารฉบับนี้ หากผูใดตองการนําไป เผยแพรตอ ก็สามารถทําได แตขอใหระบุแหลงที่มาของเอกสาร

www.joomlathaiclub.com


3 สารบัญ ความหมายของ Content Management System (CMS)………………………………………………..……….…….…………………..4 การติดตั้ง Web Server จําลอง ....................................................................................................................................................................7 การติดตั้ง AppServ 2.5.10 …………………………………………………………………………………….……………….……….. 7 การติดตั้ง XAMPP …………………………………………………………………………………………………..…………………..13 เริ่มทําการติดตั้งและใชงาน ........................................................................................................................................................................27 การเขา – ออกระบบ ผูดูแลระบบ .............................................................................................................................................................37 บทบาทหนาที่ของ User Group Access levels for joomla ……………………………………………………………………………… 40 การสรางหมวดหมูไวเก็บเนื้อหาเว็บไซตใน joomla 1.5 ……………………………………………………………………………….. 41 การสรางบทความ (article) ……………………………………………………………………………………………………………... 45 การใสรูปภาพลงในบทความ .................................................................................................................................................................... 47 การใชงาน menu manager ……………………………………………………………………………………………………………… 52 การสรางเมนูใหม ………………………………………………………………………………………………………………………...56 Trash manager …………………………………………………………………………………………………………………………… 57 User Manager …………………………………………………………………………………………………………………………… 58 สรางปายโฆษณา (banner) ……………………………………………………………………………………………………………….. 59 การสรางแบนเนอรโดยใช Banner Code ………………………………………………………………………………………………… 61 การสรางรายชื่อผูติดตอ Contact ………………………………………………………………………………………………………….. 62 News Feed Manager ……………………………………………………………………………………………………………………….65 Search component …………………………………………………………………………………………………………………………72 Web Link Manager ……………………………………………………………………………………………………………………….. 73 Media Manager …………………………………………………………………………………………………………………………… 76 การติดตั้ง Extensions ของ joomla …………………………………………………………………………………………………..…… 78 การถอนการติดตั้ง Extensions ของ joomla (Uninstall) ……………………………………………………………………………..……..79 การสรางโมดูลใหม (ตัวอยางการสรางโมดูลคนหา (Search)) …………………………………………………………………….……… 80 Mass Mail ………………………………………………………………………………………………………………………………… 81 Clean Cache ………………………………………………………………………………………………………………….…...………. 82 Purge Expired Cache ………………………………………………………………………………………………………………….…...83 Syatem Information ………………………………………………………………………………………………………………….…... 83 ลงมือปฏิบัติ ………………………………………………………………………………………………………………….…............... 84 เกร็ดความรูเล็ก ๆ นอย ๆ ……………………………………………………………………………………………………………… 104 ขั้นตอนในการ Upgrade Joomla …………………………………………………………………………………………………………. 104 วิธีการเพิ่มความเร็ว - เพิ่มประสิทธิภาพ Joomla ………………………………………………………………………………………… 107 การใชงาน system legacy …………………………………………………………………………………………………………………109 การปดเว็บไซตชั่วคราวออฟไลท ………………………………………………………………………………………………………… . 110 ทําให url joomla 1.5 เปน search engine friendly …………………………………………………………………………………………. 111 มาเปลี่ยน favicon ให joomla กันเถอะ …………………………………………………………………………….………………………. 112 Upload joomla ที่ทําเสร็จจากเครื่องขึ้น hosting…………………………………………………………………………………………….. 114 การใชงาน phpmyadmin เบื้องตน ………………………………………………………………………………………………………..... 119 การใชงาน filezilla FTP manager …………………………………………………………………………………………………………... 124


4 คูมือการติดตั้งและใชงาน Joomla 1.5 CMS ความหมายของ Content Management System (CMS) ระบบการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต(Content Management System : CMS) คือ ระบบที่พัฒนา คิดคนขึ้นมาเพื่อชวยลดทรัพยากร ในการพัฒนา(Development) และบริหาร(Management)เว็บไซต ไมวาจะเปนเรื่องของกําลังคน ระยะเวลา และเงินทอง ที่ใชในการ สรางและควบคุมดูแลไซต โดยสวนใหญแลว มักจะนําเอา ภาษาสคริปต(Script languages) ตางๆมาใช เพื่อใหวิธีการทํางานเปนแบบอัตโนมัติ ไมวาจะเปน PHP, Perl, ASP, Python หรือภาษาอื่นๆ(แลวแตความถนัดของผูพัฒนา) ซึ่งมักตองใชควบคูกันกับโปรแกรมเว็บเซิรฟเวอร(เชน Apache) และดาตาเบสเซิรฟเวอร(เชน MySQL) ลักษณะเดนของ CMS ก็คือ มีสวนของ Administration panel(เมนูผูควบคุมระบบ) ที่ใชในการบริหารจัดการสวนการทํางานตางๆ ในเว็บไซต ทําใหสามารถบริหารจัดการเนือ้ หาไดอยางรวดเร็ว และเนนที่การ จัดการระบบผานเว็บ(Web interface) ในลักษณะ รูปแบบของ ระบบเว็บทา(Portal Systems) โดย ตัวอยางของฟงกชันการทํางาน ไดแก การนําเสนอบทความ(Articles), เว็บ ไดเรคทอรี(Web directory), เผยแพรขาวสารตางๆ(News), หัวขอขาว(Headline), รายงานสภาพดินฟาอากาศ(Weather), ขอมูล ขาวสารที่นาสนใจ(Informations), ถาม/ตอบปญหา(FAQs), หองสนทนา(Chat), กระดานขาว(Forums), การจัดการไฟลในสวน ดาวนโหลด(Downloads), แบบสอบถาม(Polls), ขอมูลสถิติตางๆ(Statistics) และสวนอื่นๆอีกมากมาย ที่สามารถเพิ่มเติม ดัดแปลง แกไขแลวประยุกตนํามาใชงานใหเหมาะสมตามแตรูปแบบและประเภทของเว็บไซตนั้นๆ Joomla คืออะไร? Joomla คือระบบที่ชวยในการจัดการเนื้อหา(Content Management System: CMS) บนเว็บไซต เพื่อชวยในการอํานวยความสะดวก ลดขั้นตอน และความยุงยากในการบริหารจัดการเว็บไซต โดยที่ ผูใชไมจําเปนตองมีความรูในดานการเขียนโปรแกรม หรือ ออกแบบเว็บไซต ก็สามารถจัดทําเว็บไซตดวยตัวเองได กอนจะมาเปนจุมลาในปจจุบัน Mambo หรือชือ่ เดิม Mambo Open Source (MOS) เปนระบบจัดการเนื้อหาเว็บ (Content Management System) แบบโอเพนซอร สที่มีผูใชจํานวนมาก Mambo เคยชนะการประกวดซอฟตแวรของนิตยสาร Linux Format ในป 2004 และ LinuxWorld เมื่อป 2005 Mambo เปนซอฟตแวรที่มีความสามารถมากมาย เชน ปฏิทิน, RSS, เว็บบล็อก ปจจุบันมีกลุมนักพัฒนาจํานวนมากสรางโปรแกรม เสริมใหกับ Mambo การติดตั้ง Mambo จําเปนตองใช Apache HTTP Server, MySQL และ PHP เดิม Mambo พัฒนาโดยบริษัท Miro Corporation ประเทศออสเตรเลีย แตภายหลัง Miro ไดตั้ง Mambo Foundation ขึ้นมารับหนาที่แทน ใชสัญญาอนุญาตการใช งานแบบ GPL หลังจากการเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนามาอยูใต Mambo Foundation นักพัฒนาเดิมสวนหนึ่งไดแยกไปตั้งโครงการ ใหมชื่อวา Joomla จูมลา! (Joomla!) เปนระบบจัดการเนือ้ หาเว็บแบบโอเพนซอรส ที่เขียนดวยภาษาพีเอชพีและใชฐานขอมูล MySQL เวอรชัน 1.0 ออกเมือ่ วันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2005 ทีมงาน พัฒนาจูมลา! แยกตัวออกมาจากการพัฒนา Mambo ซึ่งเปน ระบบจัดการเนื้อหาเว็บที่ไดรับความนิยมอีกตัวหนึ่ง เนื่องจากมีความคิดเห็นไมตรงกับบริษัท Miro Corporation ในประเทศ ออสเตรเลีย ซึ่งเปนผูสนับสนุนหลักและเจาของเครื่องหมายการคา Mambo เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2005


5 Joomla นั้นถูกออกแบบเวอรชั่น มาอยู 2 แบบดวยกันคือ Joomla 1.0.xxx เปนเวอรชนั่ ที่ถูกพัฒนาตอมาจาก Mambo 4.5.x โดยแยกตัวออกมาทําเปนเวอรชั่นของ Joomla โดยรูปแบบการใช งานยังคลายคลึงกับ Mambo 4.5.x อยู Joomla 1.5.xxx เปนเวอรชั่นที่ถูกพัฒนาแตกตาง ออกไปจาก Joomla เวอรชั่น 1.0.xxx อยางสิ้งเชิงทั้งเมนูการใชงานรวมถึงขั้นตอน การติดตั้ง และโครงสรางการทํางาน จากการทดสอบ ในการโหลดหนาเว็บไซต Joomla 1.5.xxx สามารถทํางานไดเร็วกวา Joomla 1.0.xxx Content Management System: CMS คืออะไร? Content Management System หรือ CMS ถาแปลตามตัว Content = เนือ้ หา,บทความ Management=การจัดการ System =ระบบ เพราะฉะนั้นจะไดความหายตามตัวคือ ระบบบริหารการจัดการเนื้อหา แตที่จริงแลว CMS นี้ถูกนํามาใชเรียกงานทางดานเว็บไซต ซะสวนใหญ เ ขาจึงเรียกระบบนี้วาเปนระบบบริการการจัดการเว็บไซต โดยที่ระบบนี้ นั้นนควาหมาย จะรวมไปถึงการจัดการ ขอมูลตางๆ ไมวาจะเปน ขอมูลที่เปนตัวอักษร รูปภาพ ไฟลงานตางๆดวย แลวแตผใู ชงานจะเลือกหรือกําหนดความตองการของ ตัวเอง Jooma เหมาะกับเว็บไซตแบบไหนบาง? วาไปแลว Joomla นั้นเราสามารถนํามาประยุกตทําเว็บไซตไดทุกรูปแบบ ตัวอยางเชน * Corporate Web sites or portals * Corporate intranets and extranets * Online magazines, newspapers, and publications * E-commerce and online reservations * Government applications * Small business Web sites * Non-profit and organizational Web sites * Community-based portals * School and church Web sites * Personal or family homepages ทําความเขาใจเกี่ยวกับการใชงาน Joomla! Joomla ถูกพัฒนาขึ้นดวยภาษา PHP และฐานขอมูล MySQL การที่จะใชงานไดนั้นจําเปนตองมี web server (เครื่องคอมพิวเตอร ที่ใหบริการเผยแพรขอมูลทางอินเตอรเน็ต) ซึ่งตองรองรับการทํางานของ PHP และ MySQL web server ที่เหมาะสมที่สุดสําหรับ joomla ก็คือ web server ที่ติดตั้งดวยระบบปฏิบัติการ Unix หรือ Linux นอกจากจะถูกกวา web server ที่ติดตั้งดวยระบบปฏิบัติการ windows server เพราะไมตอ งเสียคาลิขสิทธิ์ ปญหาการใชงานเล็ก ๆ นอย ๆ ก็ยังมีนอยกวา windows server


6 Software PHP* MySQL** Apache***

ความตองการของระบบในการติดตั้ง Recommended Minimum 5.2 + 4.3.10 4.1.x + 3.23 2.x + 1.3

More information http://www.php.net http://www.mysql.com http://www.apache.org

7

http://www.iis.net

(with mod_mysql, mod_xml, and mod_zlib)

Microsoft IIS****

6

* ไมควรใช PHP 4.3.9, 4.4.2 หรือ 5.0.4. และ Zend Optimizer 2.5.10 สําหรับ PHP 4.4.x ยังมีขอบกพรองรายแรงและคุณควรขอ โฮสตของคุณเพื่ออัปเกรดเปนเวอรชันใหม . Joomla ยังไมสามารถทํางานรวมกับ PHP 5.3 ** Joomla ยังไมสามารถทํางานรวมกับ MySQL 6.x. *** เพื่อที่จะใช SEO URL ที่คุณจะตองมี Apache mod_rewrite **** Joomla จะเหมาะสําหรับ Apache แตยังทํางานบน Microsoft IIS (แตไมสนับสนุนอยางเปนทางการ). ขึ้นอยูก ับการตั้งคาของ คุณตอไปนี้ PHP 5.2 MySQL 5.1 Apache 2.2 Microsoft URL Rewrite Module – ความตองการสําหรับ SEO URLs เทานั้น Joomla 1.6 will require PHP 5.2+ and MySQL 5.0.4+. จะเห็นวาตองมี web server ที่มีความพรอมจริง ๆ ในการลงระบบ joomla หากตองการทําสอบ joomla ในเครื่องคอมพิวเตอรของ คุณเองสามารถทําไดโดยใชโปรแกรม web server จําลอง ที่มีความสามารถในการจําลองระบบใหเหมือนกับ web server จริง ๆ โปรแกรม web server มีอยูห ลายตัวใหเลือกใชการติดตัง้ งาย ๆ เพียงแค Next ไมกี่ขั้นตอนก็เสร็จเรียบรอย อยางเชน - AppServ ดาวนโหลดฟรี ๆ ไดที่ http://www.appservnetwork.com/ - XAMPP ดาวนโหลดฟรี ๆ ไดที่ http://www.apachefriends.org/ เลือกเอาตัวใดตัวหนึง่ ครับ แตผมจะแนะนําคือ XAMPP ความตางก็คือมีระบบจําลองการทํางานของ FTP Server และ Mail Server มาใหดว ยทําใหการใชงานเหมือน server จริง ๆ มาขึ้น


7 การติดตั้ง Web Server จําลอง การติดตั้ง AppServ 2.5.10 AppServ รุน 2.5.10 มีรายละเอียดดังนี้ •

Apache 2.2.8

PHP 5.2.6

MySQL 5.0.51b

phpMyAdmin 2.10.3

เหตุที่เลือกตัวนี้เพราะมี php5 ดวยซึ่งการใชงานในปจจุบัน นั้นเริ่มที่จะหลากหลายมากขึ้น แมวาจะมีที่เปนเวอรชั่น php6 แลวก็ตาม อีกอีกยาวไกลกวาจะมีความนิยมอยางหลากหลาย กอนอืน่ ก็ดาวนโหลดตัวติดตั้งที่ http://www.appservnetwork.com/ ตัวนี้คนไทย เปนผูพัฒนาครับ และไดรับความนิยมอยางแพรหลาย หมายเหตุ กอนอื่นตองแนใจวาคุณไมเคยติดตั้งโปรแกรมจําลองเครื่องเปน Server หากเคยใหถอนออกกอนการติดตั้ง หากติดตั้ง IIS ไวตองปดการทํางานกอนเชนกัน เริ่มติดตัง้ 1. ดับเบิลคลิ๊กappserv-win32-x.x.x.exe เพือ่ ติดตั้ง AppServ บนเครื่องPC


8 2. คลิ๊ก Next จะพบกับหนาจอ ประกาศเรื่องลิขสิทธิ์ ซึ่งเปน ลิขสิทธิ์แบบ GNU/GPL License

3. เมื่อคลิ๊กI Agree เพื่อยอมรับลิขสิทธิ์แลว ก็จะเขาสูหนาเลือกโฟลเดอร และไดรฟ ที่จะติดตั้ง ในที่นี้เปน C:\AppServ


9 4. เมื่อคลิ๊กNext จะเขาสูหนาเลือก คอมโพเนนที่จะติดตั้ง ในที่นี้คลิ๊กใหหมดทุกตัว

5. หนาServer Information

ชอง Server Name ใหใสlocalhost ชอง Admin Email ใหใสemail ของเราไป ชอง HTTP Port ใหใสหมายเลข Port ที่ตองการเผยแพรเขาไป ในที่นแี้ นะนําเปน 80 จากนั้นคลิ๊ก Next


10 6. ตั้งคา MySQL

ชองEnter Root Password ใสรหัสผานสําหรับ Account User: root หมายเหตุ กรุณาใสรหัสที่คณ ุ จําไดงายๆ Re-Enter Root Password ใสรหัสผานสําหรับ root อีกครั้งใหเหมือนเดิม ชอง Character Sets เลือกเปน TIS620 Thai เพื่อใชงานกับภาษาไทย หรือ UTF-8 ก็ได แต เวลาใชงานจริงบนโอสติ้งตอง ตรวจสอบกอนวาโฮสเราสนับสนุน UTF-8 หรือไม จากนั้นคลิ๊กInstall


11 7. จากนั้นโปรแกรมจะถูกติดตั้ง รอจนครบ 100% ในระหวางนี้ หาก Windows มีการสอบถามเรื่องการ Block โปรแกรม ใหคลิ๊ก Unblock โปรแกรมจะถูกติดตั้งอยางสมบูรณ

8. เมื่อระบบติดตั้งจนครบ 100 % ก็จะเขาสูหนาสุดทาย ระบบจะถามวา จะเริ่มให Apache และ MySQL ทํางานหรือไม จากนั้น คลิ๊ก Finish


12 9. เมื่อติดตั้งเสร็จ ใหเปด Internet Explorer หรือ Mozilla Firefox ขึ้นมา ชอง Address พิมพ http://localhost เพื่อทดสอบ หาก สําเร็จ จะมีหนาจอดังภาพ

โครงสรางของโฟลเดอร เราจะเก็บ joomla ไวใน โฟลเดอร www (c:\appserv\www\)


13 การติดตั้ง XAMPP

XAMPP for windows เปนโปรแกรมจําลอง web serverเอาไวสําหรับทดสอบ สคริปหรือเว็บไซต ที่เราพัฒนาภายในเครื่องของเรา เอง เวอรชั่นทีจ่ ะแนะนําคือ XAMPP 1.6.8 bate 2 ซึ่งเปนเวอรชั่นทดลองใชอยูแตเทาที่ใชดูก็โอเค ดีครับ ในตัวนี้มี * Apache HTTPD 2.2.9 + Openssl 0.9.8i * MySQL 5.0.67 * PHP 5.2.6 * PHP 4.4.9 * phpMyAdmin 2.11.9.2 * FileZilla FTP Server 0.9.27 * Mercury Mail Transport System 4.52 สามารถสลับระหวาง PHP 4 และ PHP 5 ทําการดาวนโหลดตัวติดตั้งไดที่ http://www.apachefriends.org/ ขนาด ไฟลประมาณ 38 MB เมื่อทําการดาวนโหลดเสร็จสิ้นทําการติดตั้งเลยครับ โดยดับเบิ้ลคลิ๊กที่ xampp-win32-1.6.8-installerbeta2.exe

1.เลือกภาษาติดตั้ง

2.next


14

3.กําหนดพาทที่จะติดตั้ง ปกติ อยูที่ c:\xampp


15 4.เลือกติดตั้ง service ทั้งหมด next ตอไป

5.เริ่มทําการติดตั้งรอสักครู


16 6.ทําการติดตั้งเสร็จเรียบรอย กด finish

7.โฟลเดอรที่ใชเก็บขอมูลจะอยูที่ C:\xampp\htdocs ลองเขาบราวดเซอร http://localhost เลือกภาษาที่จะใชงาน จะพบหนาจะดังรูป


17 8.เขาเมนู Security เพื่อจัดการกําหนดรหัสผานสําหรับเขาใชงาน server และฐานขอมูล

9.คลิ๊กที่ http://localhost/security/xamppsecurity.php


18

10.กําหนดรหัสผาน ของ MySQL SuperUser หรือ root ยืนยันรหัสผานอีกครั้ง กด password changing

11.กําหนดชื่อผูใชงาน ไดเรกทอรี (เมื่อตองการ กําหนดหรือไมก็ได)


19

12.ระบบจะทําการบันทึกรหัสผานไวที่ไฟล ดังกลาว

13.ถาเรากําหนดรหัสผานการเขาใชไดเรกทอรี เวลาเขา http://localhost จะถามชื่อล็อกอินและรหัสผานดว

14.เมื่อเขา http://localhost/phpmyadmin/ รหัสตามที่ตั้งไว


20 15.เขาปรับแตง FTP server (C:\xampp\FileZillaFTP\FileZilla Server Interface.exe)

16.กําหนดรหัสผาน เสร็จแลว กด ok


21

17.เขาเมนู edit > users > General เลือกยูส แกไขรหัสผานใหม เสร็จแลวกด ok

18.ตรวจดู พาท ของ FTP วาถูกตองหรือไม ปกติจะอยูที่ C:\xampp\htdocs


22

19.ทําการสตารทเซอรวิส ทั้งหมด โดยคลิ๊กที่ รูป ดานบน

20.ทดสอบ ทําการงาน ของ FTP Server เขาที่โปรแกรม FTP - host = localhost - username = newuser - password = ตามที่ไดตั้งไว


23

21.เขาปรับแตงโปรแกรม mail server คลิ๊กที่ admin ดังในรูปดานลางนี้

22.เมนู configruation > manage local user


24

23.เลือกที่ newuser กดchange


25 24.เปลี่ยน password ใหม

25.เขาใชงาน mail server ไดที่ http://127.0.0.1/xampp/mailform.php (newuser@localhost)

26.เปดใหสามารถใชงาน mod_rewrite ได เขาไปแกที่ C:\xampp\apache\conf\httpd.conf ใน บรรทัด #LoadModule rewrite_module modules/mod_rewrite.so เอาเครื่องหมาย # ออก ทําการเซฟ สั่ง stop apache เสร็จ สั่ง start apache ใหมอีกรอบ


26

เมื่อ บูตเครื่องใหม โปรแกรม FTP อาจจะไมทํางาน ตองสั่งใหมันทํางานดวยมือเอง ที่ C:\xampp\xampp-control.exe สั่งสตารท ทั้ง FTP และ โปรแกรม mail server


27

เริ่มทําการติดตั้งและใชงาน กอนทําการติดตั้งนั้นตองทําการดาวนโหลดสตริปสําหรับติดตั้งกอนครับ โดยสามารถดาวนโหลดไดที่ http://www.joomla.org เลือกเวอรชัน joomla 1.5.14

คลิ๊กที่รูป Download Jomla

เลือกดาวนโหลดแบบ Full Package คลิ๊กที่ลิ้งก ZIP


28

เลือก Save ไฟลไวในเครื่อง

รอจนดาวนโหลดเสร็จสิ้น

เมื่อดาวนโหลดไฟลเสร็จเรียบรอยแลวจะไดไฟลที่มีนามสกุล *.zip ใหทําการแตกไฟลออก โดยใชโปรแกรมจัดการไฟลบีบอัด อยางเชน 7zip, winzip, winRAR ฯลฯ


29

ทําการแตกไฟลบีบอัด

จะไดไฟลดังในรูป


30 ใหก็อปปไ ฟลทั้งหมด นําไปวางไปบน web server จําลองที่ไดติดตั้งไวแลวตาม เนื้อหากอนหนานี้ (XAMPP) โฟลเดอร c:\xampp\htdocs\ ทําการสรางโฟลเดอรใหมทชี่ ื่อวา joomla แลวนําไฟลที่ไดก็อปปไวแลวดังขางตน นํามาวางในโฟล เดอร joomla นี้

รูปโฟลเดอรที่ทําการสรางขึ้นในชื่อ joomla เมื่อทําการก็อปปแลวใหเขาที่โปรแกรมเบราวเซอร (browser) พิมพในชอง address http://localhost/phpmyadmin เพื่อเขา จัดการสรางฐาน MySQL เอาไวสําหรับติดตั้ง joomla

พิมพชื่อ User name เปน root, password ตามที่ตั้งไวตอนติดตั้งโปรแกรม XAMPP จากนั้นคลิ๊กปุม Go เพื่อล็อกอินเขา ระบบ


31

จะเขามาสูหนานี้ ในชอง Create new database ใหพิมพชื่อฐานขอมูลตามตองการ (ในที่นี้ขอตั้งชือ่ เปน joomla) จากนั้น คลิ๊กปุม Create

เมื่อขึ้นเครื่องหมายถูกพรอมกรอบสีเขียวแสดงวา การสรางฐานขอมูลเสร็จเรียบรอย

จากนั้นพิมพในชื่อ address วา http://localhost/joomla สคริปติดตั้งจะนําพามาสูหนาติดตั้งโดยอัตโนมัติ ใหทําการเลือกภา ที่ใชในการติดตั้ง ในที่นี้ขอเลือกเปนภาษาอังกฤษ จากนัน้ คลิ๊กปุม Next (ดานมุมบนขวามือ)


32

ตัวหนังสือสีแดงที่ขึ้นวา no ใหปลอยไวยังไมตองสนใจในสวนนี้ ใหคลิ๊ก Next เพื่อไปขั้นตอนถัดไป

หนานี้เปนการบอกถึงลิขสิทธิ์การใชงาน joomla CMS ใหคลิ๊ก NEXT ตอไป


33

ในสวนนี้ใหใสรายละเอียดเกี่ยวกับฐานขอมูล - host name ใสชื่อของ host สวนมากเปน localhost - User Name ใสชื่อผูใชงานฐานขอมูล คือ root - Password ใสพาสเวิรดตามที่ตองไว - Data Base ชื่อฐานขอมูลตามที่สรางไวใน phpmyadmin จากนั้นคลิ๊ก Next

สวนของการกําหนดคา FTP ยังไมใชงานวางไวกอน จากนั้น คลิ๊กปุม Next


34

ในสวนนี้เปนการกําหนดคาในขั้นตอนสุดทาย - site name ใสชอื่ เว็บไซต กําหนดชื่อตามตองการ - you E-mail ใสอีเมลของผูดูแลระบบ - admin password ใสรหัสผานในการเขาระบบของผูดูแลระบบ - confirm admin password ยืนยันรหัสผานอีกครับ ในชองลงมา หากตองการติดตั้งขอมูลตัวอยางก็ใหคลิ๊กที่ install sample data (ในที่นไี้ มขอติดตั้งขอมูลตัวอยาง) ตากนั้นคลิ๊ก Next จากนั้นจะมีหนาตางขึ้นมาใหยนื ยันวาขอมูลดังกลาวถูกตอง ให คลิก๊ OK

เขามาสูหนานี้ ระบบจะบอกวา ชื่อผูใชงานของคุณคือ admin ระบบจะบอกใหทําการลบหรือเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร installation ยังไมตองไปไหนในขั้นตอนนี้ใหทําการยอหนาตางเบราวเซอรไวกอน แลวใหทําการลบโฟลเดอร installation ทิ้งกอน


35

ทําการลบโฟลเดอร installation ทิ้ง

จากนั้นมาทีเ่ บราวเซอร คลิ๊กที่ site เพื่อเขาดูหนาเว็บไซต หรือ admin เพื่อล็อกอินเขาระบบ

หนาเว็บไซตแรกที่ยังไมมีขอมูลใด ๆ เลย


36

Note คําที่ใชตอนตอไป - Front end คือสวนหนาเว็บไซต ผูใชทั่วไปที่ไมตองลงทะเบียนหรือมีหนาที่ดแู ลระบบสามารถเขาถึงได

- Back end คือสวนดานในเว็บไซตที่ผูดูแลระบบใชจัดการตั้งคาระบบ พิมพเนื้อหาบทความตาง ๆ ผูใชทั่วไปไมสามารถ เขาถึงหนานี้ได

- admin menu คือสวนของเมนูที่อยูดานบน

- cpanel หรือ control panel คือสวนของ back end ทั้งหมด


37 การเขา – ออกระบบ ผูดูแลระบบ การเขาสู cpanel สามารถทําไดโดยเขา หนา front end ตามปกติแลวพิมพชื่อพาธ /administrator ตามหลัง

จากนั้นกด enter ก็จะเขาสูหนาล็อกอินของ back end

จากนั้นพิมพ User Name คือ admin, password ตามที่ตั้งไวตอนติดตั้ง จากนั้นคลิ๊ก login

ก็จะเขาสูห นา cpanel


38 การออกจากระบบ

คลิ๊กที่ logout ดานมุมบนขวามือของหนาจอ

การตั้งคาเบื้องตน

ทําการล็อกอินเขาหนา back end ของระบบ จากนั้นคลิ๊กที่ Global Configuration หรือไปที่ admin menu >> Global Configuration

จะเขามาสูหนานี้


39

ในชอง - Global Site Meta Description ใสคําอธิบายเกีย่ วกับเว็บไซต วาเปนเว็บไซตอะไร กําหนดตามตองการ - Global Site Meta Keywords ใสคําคนหาหลักสําหรับเว็บไซตและสําคัญสําหรับ Search Engine (เว็บทีใ่ หบริการคนหา เชน Google, yahoo เปนตน) กําหนดเปนคํา ๆ หรือประโยคที่สั้นเขาใจงายสามารถใสเทาไหรก็ไดโดยการเวนขึ้นคําใหมใหใช (,) จุลภาค ขั้นไว เชน joomla, joomla thai เปนตน การใสจลุ ภาคควรเวนวรรค (เคาะ Space Bar 1 ที) แลวตามดวยคําตอไป

เลื่อนมาที่แท็บเมนู server ตั้งคาโซนเวลา ตามประเทศที่ตองการ หากเปนเมืองไทย เลือกเปน (UTC +07.00) Bangkok, Hanoi, Jakata จากนั้นคลิ๊ก save เพื่อบันทึกการตั้งคาที่ไดกระทําลงไป


40 บทบาทหนาที่ของ User Group Access levels for joomla joomla ไดแบงระดับการเขาถึงขอมูลไว 2 ระดับ คือ Front-end groups และ Administration section groups ซึ่งมีระดับการ เขาถึงและจัดการที่แตกตางกันไป Front-end groups มีดวยกัน 4 กลุม ในกลุมนี้สามารถเขาจัดการในสวนใด ทางดานหนาเว็บไซต Registered - ผูลงทะเบียน กลุมนี้อนุญาตใหผูใชเขาสูระบบไปยังสวนหนาอินเตอรเฟส. ผูใชที่ลงทะเบียนไมสามารถมี รวมกับเนื้อหาแตพวกเขาอาจจะเขาสวนจัดการ อื่น ๆ ได เชน เว็บบอรดหรือสวนดาวนโหลดสวนถาเว็บไซตของทานมี. Author - ผูแตง กลุมนี้อนุญาตใหโพสตเนือ้ หาผานทางลิ้งกในเมนูผูใช พวกเขาสามารถสงเนื้อหาใหมเลือกตัวเลือกการ แสดงรายการในหนาแรกและเลือกวัน ที่สําหรับการเผยแพรแตพวกเขาไมสามารถเผยแพรเนื้อหาไดโดยตรง เมื่อเนื้อหาถูกสงโดย ระดับพวกเขาจะไดรับขอความ ""ขอขอบคุณที่ใหการสง. การสงของคุณจะถูกตรวจสอบกอนที่การโพสตไปยังไซต" พวกเขา สามารถแกไขบทความของพวกเขาเองเทานั้นแตเฉพาะเมื่อบทความทีไ่ ดรับ การเผยแพรและเห็นชอบ Editor - ผูแกไขหรือผูตรวจสอบ กลุม นี้อนุญาตใหผูใชโพสตและแกไขใดๆ (ที่ไมใชเฉพาะของตัวเอง) จากเนื้อหารายการ จากดานหนาเว็บไซต นอกจากนี้ยังสามารถแกไขเนื้อหาที่ไมไดรับการเผยแพร ถาไซตของคุณใชการติดตั้งดีฟอลตของตัวเลือกเมนู "ขาว" ซึ่งเปนตารางรายการ - สวนเนื้อหาประเภทบรรณาธิการยกเลิกการเผยแพรจะเห็นบทความในรายการที่พวกเขา สามารถเลือก สําหรับการแกไขที่ในฐานะผูเ ขียนหรือผูเผยแพร (ที่ยังไมไดลงทะเบียน) Publisher - กลุมนี้อนุญาตใหผูใชโพสตการแกไขและเผยแพรใด ๆ (ไมใชเฉพาะของตัวเอง) ผูเผยแพรสามารถทบทวน บทความทั้งหมดแกไขและเปลี่ยนการเผยแพร ยังสามารถพิจารณาเมื่อมีการบทความเพื่อเผยแพรเมือ่ มีผูเขียน หรือผูที่ยังไม ลงทะเบียนสงบทความเขามา Administration section groups ระดับผูบริหารเว็บไซต มีดวยกัน 3 ระดับ ในกลุมนี้สามารถเขาจัดการในสวนใด ทางดานหลังเว็บไซ��� Manager - ผูจัดการ กลุมนี้อนุญาตใหถึงการสรางขอมูล และระบบขอมูลอื่น ๆ ทางดานหลังเว็บไซต พวกเขาสามารถเขาสู ระบบผานอินเตอรเฟสผูดูแลระบบแตสิทธิของตนเองและการ เขาถึงถูกจํากัด ในการจัดการเนื้อหา พวกเขาสามารถสรางหรือแกไข เนื้อหา, การเขาใชบางสวนเฉพาะคุณสมบัติเชนเพิ่มการลบและแกไขหนาและเมนูแตพวก เขาไมมกี ารเขาถึง "Mechanics" ของ Joomla เชนการจัดการผูใชหรือความสามารถในการติดตัง้ องคประกอบหรือโมดูล Administrator - ผูดูแลระบบ กลุมนี้อนุญาตใหเขาถึงฟงกชันการบริหารสูงสุด ผูดูแลระบบมรสิทธิ์ในการจัดการ ผูใช สามารถเขาถึงตั้งคาในการติดตั้ง/ลบ คอมโพเนนท โมดูล ปลั๊กอิน สามารถเขาถึงและดูสถิติเว็บไซต สิ่งที่พวกเขาไมาสามารถ ดําเนินการไดคือ ติดตั้ง เทมเพลต Super Administrator - ผูดูแลระบบแบบซุปเปอร กลุมนี้อนุญาตใหเขาถึงการจัดการฟงกชั่นทั้งหมด


41 การสรางหมวดหมูไวเก็บเนื้อหาเว็บไซตใน joomla 1.5 โครงสรางการจัดเก็บเนื้อหาของ joomla แบงไดดังนี้

Section คือหมวดหมูใ หญทสี่ ุด ซึ่งขางในจะเปนทีเ่ ก็บ Category ยอย ๆ ภายใน Category คือหมวดหมูที่ใชสําหรับเก็บเนือ้ หา บทความไวภายใน Category จะอยูภายใน Section Content คือ พื้นที่ ที่ใชเก็บเนื้อหา Content จะอยูภ ายใน Category Tip : คุณสามารถสรางเนื้อหาโดยไมตองกําหนด Section และ Category โดยการกําหนดเปน Uncategorised แทน เมื่อเขาใจโครงสรางของ joomla แลว ตอไปก็มาเริ่มสราง Section และ Category กัน การสราง Section ทําการล็อกอินเขาระบบ back end

คลิ๊กที่ Section manager หรือ เขาที่ admin menu >> content >> section manager


42

จากนั้นคลิ๊กทีป่ ุม new

กําหนดรายละเอียดของ Section - Title ชื่อของ section - Alias ชื่อแทนของ section ควรกําหนดเปนภาษาอังกฤษจะดีที่สุด - Published กําหนดเปน yes เพื่อเปดเผยแพร ถากําหนดเปน no บุคคลภายนอกจะไมสามารถเห็น section ได - Access Level กําหนดเปน - Public บุคคลทั่วไปเห็นหรือเขาใชงานได - Registered บุคคลที่ทําการสมัครสมาชิกและล็อกอินเขาระบบจึงจะสามารถเห็นหรือเขาใชได - Special เฉพาะบุคคลที่เขาถึงหนา back end ไดเทานั้น - Image รูปสําหรับ section สามารถใสรูปให section ได (ไมตองกําหนดก็ได) - Image Position กําหนดตําแหนงของรูปภาพ (ไมตองกําหนดก็ได) - Description รายละเอียด ของ section (ไมตองกําหนดก็ได)


43 เมื่อใสรายละเอียดครบหมดแลว ใหทําการ save เมื่อได Section แลวตอไปก็ทําการสราง Category การสราง Category ขั้นตอนจะคลายการสราง Section

คลิ๊กที่ Section manager หรือ เขาที่ admin menu >> content >> section manager

จากนั้นคลิ๊ก New

เพื่อสราง Category ใหม


44

กําหนดรายละเอียดของ Category - Title ชื่อของ Category - Alias ชื่อแทนของ Category ควรกําหนดเปนภาษาอังกฤษจะดีที่สุด - Published กําหนดเปน yes เพื่อเปดเผยแพร ถากําหนดเปน no บุคคลภายนอกจะไมสามารถเห็น Category ได - Section เลือก Section ที่ทําการเก็บ Category - Access Level กําหนดเปน - Public บุคคลทั่วไปเห็นหรือเขาใชงานได - Registered บุคคลที่ทําการสมัครสมาชิกและล็อกอินเขาระบบจึงจะสามารถเห็นหรือเขาใชได - Special เฉพาะบุคคลที่เขาถึงหนา back end ไดเทานั้น - Image รูปสําหรับ Category สามารถใสรูปให Category ได (ไมตองกําหนดก็ได) - Image Position กําหนดตําแหนงของรูปภาพ (ไมตองกําหนดก็ได) - Description รายละเอียด ของ Category (ไมตองกําหนดก็ได) เมื่อใสรายละเอียดครบหมดแลว ใหทําการ Save


45 การสรางบทความ (article) หลังจากไดทําการสราง Section และ Category เพื่อใชเก็บ ตอไปก็ทําการสรางบทความ (article)

คลิ๊กที่ Add new Article

หรือเขาที่ Admin menu >> Content >> Article Manager

จากนั้นคลิ๊กที่ New


46

- Title ชื่อของบทความ - Alias ชื่อแทนของ บทความ ควรกําหนดเปนภาษาอังกฤษจะดีที่สุด ถาปลอยวางไว joomla จะนําวันที่ เวลาที่บันทึกการ สรางบทความนี้มาใสแทน เชน 2009-09-09-01-12 และจะแสดงที่ลิ้งก ทําใหลิ้งกของบทความไมสวย เพราะฉะนั้นกําหนดจะดีกวา - Published กําหนดเปน yes เพื่อเปดเผยแพร ถากําหนดเปน no บุคคลภายนอกจะไมสามารถเห็น section ได - Front Page กําหนดเปน yes คือกําหนดใหบทความนีแ้ สดงที่ดานหนาสุดของเว็บ (home page) ถากําหนดเปน no คือ บทความนี้จะไมแสดงที่หนาเว็บไซต (home page) - Section เลือก Section ที่ทําการเก็บบทความ - Category เลือก Category ที่ทําการเก็บบทความ

สวนนี้สําหรับพิมพ ขอความบทความตาง ๆ ใสรูปภาพ หรืออะไรที่ตอ งการได


47 การใสรูปภาพลงในบทความ การใสรูปภาพ โดยใชรูปภาพที่มีอยูแลว หรืออัพโหลดจากเครื่องคอมพิวเตอรของคุณ

คลิ๊กที่ Image

เลือกรูปที่ตองการจาก โฟลเดอรที่มี หรืออัพโหลดจากเครื่องคอมพิวเตอรของคุณ โดยการ Browser เมื่อเลือกภาพไดแลวก็ คลิ๊ก start upload เมื่อเลือกรูปได แลวใหคลิ๊ก insert เพื่อแทรกรูปภาพลงบนบทความ Tip : โฟลเดอรที่ใชเก็บรูปภาพของ joomla คือ /images/stories การแทรกภาพลงบนบทความดวยลิ้งก URL

คลิ๊กที่รูปตนไม จะขึ้นหนาตางใหใสรายละเอียด


48

ใส Full URL ของรูปภาพ เชน http://www.google.com/images.jpg การสรางลิ้งก อานตอ Read more เปนการสรางบทความในสวนของไตเติ้ล กลาวนํากอนแลวใหผูอานเขามาอานตอดานใน

ตองการจะตัดบทความใหเขามาอานตอตรงสวนไหน ก็นําเคอรเซอรมาวางแลว คลิ๊กที่ read more

จะเกิดเสนขึ้นใหเราเห็นวาสวนนี้ลงไปเปนสวนที่ตองเขามาอานตอ


49

รูปแบบการใช read more ในบทความ การแบง บทความออกเปนหนา ๆ (Page Break) ในกรณีที่บทความหนึ่ง ๆ มีความยาวมาก ๆ และตองการแบงออกเปนสวน ๆ เพื่อใหดูดี หรือไมยาวเกินไป

ตองการจะแบงบทความตรงสวนไหน ก็นําเคอรเซอรมาวางแลว คลิ๊กที่ Page Break

จะปรากฏหนาตางนี้ขึ้นมา page title ใสชื่อตามตองการ Table of contents alias ควรกําหนดเปนภาษาอังกฤษ จะดีที่สุด


50

รูปแบบการแสดงผลจะเปนแบบนี้ มีสารบัญอยูดานขางของบทความ การไมใช เครือ่ งมือ editor สามารถทําไดโดยไมใช เครื่องมือ editor หรือเครื่องมือในการสรางบทความ แถบเครื่องมือที่เห็นมีหนาที่อํานวยความสะ วกในการแทรกคําสั่ง ตาง ๆ ลงไปไดรวดเร็วขึ้นโดยทีไ่ มตองมานั่งพิมพ แท็กคําสั่งเอง ทั้งหมด

หากตองการแทรกคําสั่ง HTML เองก็สามารถทําไดโดย คลิ๊กที่ Toggle Editor

จะเห็นคําสั่งที่สามารถแกไขไดเอง

การกําหนดพารามิเตอรของบทความ Parameters Article


51

สวนนี้เปนการกําหนดชื่อผูเขียน ชื่อแทนผูเขียน วันที่ทําการสรางบทความ คุณสามารถกําหนดวันที่ งดเผยแพรบทความได ที่นี่ดวย การกําหนดพารามิเตอรแบบ advanced

เปนการกําหนด ใหคาหรือไมแสดง รายละเอียดตาง ๆ ในบทความ การกําหนด metadata information

ในสวนนี้มีประโยชนตอการคนหา ทั้งใน Search Engine และในเว็บไซต - Description ใสคําอธิบายเกี่ยวกับบทความ วาเปนบทความอะไร กําหนดตามตองการ - Keywords ใสคําคนหาหลักสําหรับบทความ กําหนดเปนคํา ๆ หรือประโยคที่สั้นเขาใจงายสามารถใสเทาไหร ก็ไดโดยการเวนขึ้นคําใหมใหใช (,) จุลภาค ขั้นไว เชน joomla, joomla thai เปนตน - robots เปนคําสั่งที่ใชบอก robots (โปรแกรมสําหรับคนหาของ Search Engine) วาวรจะตองทําอะไรในบทความ นี้ คําสั่งหลัก ๆ มีดังนี้ - index ใหนําบทความนี้ไปแสดงที่ Search Engine - follow ใหคน หาตอ กรณีมีลิ้งกในบทความและตองการให robots ไปตามลิ้งก URL ปลายทาง


52 - noindex ไมใหนําบทความนี้ไปแสดงที่ Search Engine - nofollow ไมใหคนหาตอ กรณีมีลิ้งกในบทความและไมตองการให robots ไปตามลิ้งก URL ปลายทาง ใสคําสั่งใดคําสั่งหนึ่งก็ได หรือใสทั้งสองคําสั่งโดยใช (,) ขั้นระหวางคําสั่ง การใชงาน menu manager การสรางเมนูลิ้งกไปหาบทความ section และ category ทําไดโดยคลิก๊ ที่ menu manager

หรือเขาที่ admin menu >> menus >> main menu

main menu เปนเมนูหลักที่มีอยูแ ลวไมจําเปนตองสรางใหม

จากนั้นคลิ๊กที่ new เพื่อทําการสรางเมนูยอย ใน main menu


53

คลิ๊กเลือก Articles

จะปรากฏเมนูยอยลงมา - Archive คือลิ้งกไปหาบทความที่ถูกเก็บ - Article คือลิ้งกไปหาบทความ - Category คือลิ้งกไปหา Category - Section คือลิ้งกไปหา Section รูปแบบการแสดงผล


54 จะเห็นวามีสวนของ blog layout และ list layout blog layout จะเปนแบบรูปดานลางเหมือนหนา front page

list layout แสดงในสวนหัวขอบทความเทานั้น

เมื่อเขาใจรูปแบบการแสดงผลแลวตอไปก็ทําเมนูลิ้งกไปหาบทความตามตองการ ในที่นี้จะทําลิ้งกไปหา section

ใสชื่อ title , alias ตามตองการ


55

เลือก section ที่ตองการ เมื่อกําหนดเรียบรอยแลวก็คลิ๊ก save เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง

จะเห็นเมนูที่สรางขึ้นดังในรูป การสรางลิ้งกเมนูอื่น ๆ ก็ทําลักษณะคลาย ๆ กันนี้


56 การสรางเมนูใหม เมนูนี้มีลักษณะการทํางานเหมือนกับ main menu ไปที่ admin menu >> menu manager

คลิ๊กที่ new เพื่อสรางเมนูใหม

กําหนดชื่อตาง ๆ ตามตองการ

เมนูที่สรางใหม นี้จะไปปรากฏที่ โมดูล (module) ซึ่งโมดูลนี้สามารถจะเคลื่อนยายไป วางตําแหนงไหนของเทมเพลท (template) ก็ได เมื่อกําหนดชื่อเรียบรอยแลว ก็ทําการ save


57 การใชงานเมนูที่สรางนี้ จะเหมือนกับการใชงาน main menu ดังที่กลาวมาแลวในขางตน

เมนูที่สรางใหม จะกลายเปนโมดูล ไปโดยอัตโนมัติ Trash manager ทํางานเปนถังขยะ มีในสวนของ article และ menu เทานั้น ประโยชนคือเมื่อคุณทําการลบ บทความหรือเมนู บทความหรือ เมนูดังกลาวจะลงมาอยูในถังขยะ เพื่อปองกันความผิดพลาดกรณีลบผิดหรือตองการนํามาใชใหม ได ถาทําการลบออกจาก ถังขยะนี้ บทความหรือเมนูนั้นจะหายไปและไมสามารถกูไดอีกตอไป

Front page manager สวนนี้เอาไวสาํ หรับจัดการ การเผยแพรบทความดานหนาเว็บ


58 User Manager สวนจัดการผูใช สามารถลบ แกไขชื่อ รหัสผาน กําหนดสิทธิการใชงาน เพิ่มผูใชงานใหมไดที่นี่ ผูทมี่ ีสิทธิใชในสวนนี้คือ administrator และ super administrator

การเพิ่มผูใชงานใหม คลิ๊กที่ New กรอกรายละเอียด name, username, e-mail, password กําหนด group จากนั้นคลิก๊ save


59 สรางปายโฆษณา (banner) ไปที่ admin menu >> component >> banner

เลื่อนมาที่แท็บเมนู categories เพื่อสราง categories กอนเพื่อใชในการเก็บ banner clients คลิ๊กที่ new เพื่อสราง categories


60 ตั้งชื่อตามตองการเหมือนขั้นตอนการสราง section

เลื่อนมาแท็บเมนู clients คลิ๊ก new เพื่อสราง banner clients ใหม กําหนดชื่อ ชื่อผูติดตอ อีเมล และคําอธิบายเกี่ยวกับแบนเนอร จากนั้นทําการ save

เลื่อนมาแท็บเมนู banners คลิ๊ก new สราง banner ใหม จากนั้นทกหาร save Tip : สามารถใชรูปในเว็บไซตมาทําแบนเนอรได โฟลเดอรสําหรับเก็บแบนเนอรอยูท ี่ /images/banners


61 การสรางแบนเนอรโดยใช Banner Code

นําโคดปายโฆษณามาใสในชอง Custom Banner Code การสรางแบนเนอรแบบใชรปู ภาพจากภายนอก สามารถสรางโดยใช URL รูปภาพจากที่อนื่ และสงลิ้งกไปยังเว็บปลายทาง ทําไดโดยการสราง code ขึ้นมาแลวนําไปใสใน ชอง Custom Banner Code ตัวอยาง code <a href="http://www.domain.com (URL ปลายทาง)" target="_blank"><img src="http://www.domain.org/images/banners/shop-ad-books.jpg(URL ของรูป)" " alt="ปายโฆษณา" /></a> วิธีนี้จะสงลิ้งกตรง ไปหาเว็บไซตปลายทางโดยไมผานการ redirect (เปลี่ยนเสนทาง)

การใสลิ้งกปลายทางในชองนี้ ตองผานการ redirect กอน เชน เมื่อคลิก๊ ที่แบนเนอรจะเปน URL นี้ http://127.0.0.1/joomla/index.php?option=com_banners&task=click&bid=1 กอน เสร็จแลวจะเปลีย่ นเสนทางไปยัง URL ปลายทาง


62 การสรางรายชือ่ ผูติดตอ Contact ไปที่ admin menu >> component >> contacts

คลิ๊กแท็บเมนู Categories จากนั้นคลิ๊ก new เพื่อสราง Categories ใหม

ใส title และ alias จากนั้น Save


63 คลิ๊กแท็บเมนู Contacts จากนั้นคลิ๊ก new เพื่อสรางชื่อผูติดตอ

- ใส name, alias - เลือก Category - linked to user สามารถกําหนดใหสงขอความติดตอไปหาผูใชงานที่ลงทะเบียนในบัญชี joomla ได

ในชอง information ใสรายละเอียดเกี่ยวกับที่อยูติดตอ


64 กําหนดพารามิเตอร ตองการจะแสดงหรือไมแสดงในสวนไหนของ contact ใหผูเยีย่ มชมเว็บไซตเห็น

Advanced Parameter สําหรับเลือกรูปไอคอน


65 e-mail parameter ใชสําหรับใสรายชื่ออีเมลที่ไมตองการใหติดตอมา (banned) การใชงานสามารถกําหนดไดหลายอีเมลแลวคั่นดวย เซมิโครอน (;)

News Feed Manager มีไวสําหรับดึงบทความ จากเว็บไซตอื่น ๆ มาแสดงที่เว็บไซตเรา การที่จะดึงมาไดเว็บไซตนั้น ๆ ตองเปดใหบริการ rss feed ดวย ตัวอยางเว็บไซตที่เปดใหบริการ rss feed ของไทย คือ http://www.rssthai.com รูปแบบ URL feed ที่สามารถจะดึงบทความได คือ ตองเปนนามสกุล XML เชน http://www.rssthai.com/rss/lastest.xml


66 การใชงาน Feed Manager ไปที่ admin menu >> components >> news feeds

คลิ๊กแท็บเมนู Categories จากนั้นคลิ๊ก new เพื่อสราง Categories ใหม

ใสชื่อ title, alias, description จากนั้น save


67 คลิ๊กแท็บเมนู Feeds คลิ๊ก New เพื่อสราง Feed ใหม

ใส name, alias, เลือก category , ใส link เมื่อกําหนดทุกอยางเสร็จ คลิ๊ก svae


68 ตัวอยางลิ้งก feed

การใชงาน Component News Feeds การใชงานตองสรางเมนูเพื่อลิ้งกไปหา feed ที่ไดสรางไว ไปที่ admin memu >> menus >> meun ของคุณ

จากนั้นคลิ๊ก new สรางเมนูใหม คลิ๊กเลือก news feed


69

เลือกรูปแบบการแสดงผล


70 ตั้งชื่อ title, alias เลือก feed ทําการ save

การแสดงผลดาน front end

การสรางโพลสํารวจ ไปที่ admin menu >> components >> polls


71 คลิ๊ก New

Option ของ poll มีทั้งหมด 12 ตัวเลือก - title ตั้งชื่อ poll - alias ชื่อแทน - lag กําหนดเวลาความถี่ในการโหวตครั้งตอไป หนวยเปนวินาที - Published เลือกเปน yes จากนั้นทําการ save

การใชงานโพล ใหแสดงผลหนาเว็บไซต ตองสรางเปน โมดูล (module) ไวแสดงผลโพล ซึ่งจะกลาวตอไป


72

Search component

เปนสวนเก็บสถิติการคนหาภายในเว็บไซต ปกติจะปดการทํางาน สามารถเปดการทํางานไดโดยคลิ๊กตั้งคาที่ parameter

คลิ๊ก yes จากนั้น save

ระบบจะทําการเก็บขอมูล คําคนหาที่ผูใช ใชคนหา จํานวนครั้งที่ทําการคนหา


73 Web Link Manager สําหรับเก็บลิ้งก URL ของเว็บไซตตาง ๆ ใหเปนหมวดหมู งายตอการใชงาน

ไปที่ admin menu >> component >> web links

คลิ๊กที่แท็บเมนู Categories จากนั้น คลิ๊ก new เพื่อสราง Categories

ใสชื่อ tile, alias


74

คลิ๊กที่แท็บเมนู links จากนัน้ คลิ๊ก new เพื่อสราง links

ใสขอมูลตาง ๆ ของลิ้งก ตามตองการ จากนั้น save

เลือกรูปแบบการแสดงผล - all category การแสดงผลรวมทุก ๆ category - category การแสดงเฉพาะ category ที่ระบุ - web link submission layout สําหรับใสเว็บลิ้งกใหม ในหนา front end


75

ตั้งชื่อ title, alias เลือก category ทําการ save

รูปแบบการแสดงผลดาน front end


Media Manager สวนนี้มีไวสําหรับจัดการเกีย่ วกับรูปภาพตาง ๆ ทั้งสรางโฟลเดอรสําหรับเก็บไฟลภาพ อัพโหลดรูปภาพ ลบรูปภาพ

การสรางโฟลเดอรสําหรับรูปภาพ พิมพชอื่ ที่ตองการแลวคลิ๊ก Create Folder

76


77 การอัพโหลดรูปภาพ

คลิ๊ก Browser จะปรากฏหนาตางสําหรับเลือกไฟลภายในเครื่อง จากนั้นกด open คลิ๊ก Start Upload การลบรูปภาพ

คลิ๊กเลือกรูปที่ตองการลบจากนั้นคลิ๊ก Delete กรณีตองการลบหลายรูป การลบรูปเดียวใหคลิ๊กเครื่องหมายกากบาทสีแดงใตรูปภาพ


78

การติดตั้ง Extensions ของ joomla การติดตั้ง extensions หรือตัวเสริมตาง ๆ เชนโมดูล เทมเพลท คอมโพเนนท ภาษา ทําไดดังนี้ เขาที่ admin menu >> extensions >> install/uninstall

จากนั้นเลือกไฟล extensions ที่ดาวนโหลดมาจากในเครื่องคอมพิวเตอรของทาน เสร็จแลวกด upload file & install

หากทําการติดตั้งสําเร็จจะขึน้ ขอความ Install ....... Success

Note : Extensions ของ joomla มี 2 เวอรชนั่ ที่ใชงานกับ joomla 1.0 กับที่ใชงานบน joomla 1.5 และที่สามารถใชงานไดบน joomla 1.0 และ joomla 1.5 ในโหมด legacy ตองแนใจวาใชงานกับเวอรชั่นไหน ไมเชนนั้นจะไมสามารถติดตั้งได


79

การถอนการติดตั้ง Extensions ของ joomla (Uninstall) เขาที่ admin menu >> extensions >> install/uninstall

เลือกแท็บเมนู Extensions ที่ตองการถอนการติดตั้ง

คลิ๊กเลือก extension ที่ตองการ จากนั้น คลิ๊ก uninstall


80 การสรางโมดูลใหม (ตัวอยางการสรางโมดูลคนหา (Search)) ทําการสรางเมนูคนหา (Search) มาที่ menu manager คลิ๊กที่ new เพื่อสรางโมดูลใหม

คลิ๊กเลือกที่ Search จากนัน้ คลิ๊ก Next


81

-

title ตั้งชื่อใหกับโมดูล Show title เลือกเปน no เพื่อไมใหแสดงชื่อโมดูลที่หนาเว็บไซต Enable เลือกเปน yes เพื่อเปดโมดูลใหใชงานได Position เลือกตําแหนงในการจัดวาง (User4)

Mass Mail ฟงกชั่นที่ชว ยใหคุณสง อีเมล ไปยังกลุมผูใชงานไดงาย ๆ


82

การใชงานพิมพขอความในชอง subject, message เลือกรุปที่ตองการสง จากนั้นคลิ๊ก Send mail

Clean Cache Cache เปนไฟลชั่วคราว ที่ระบบเก็บไว เมือ่ มีผูใชเปนประจํา เพื่อเปนการลดจํานวนการคนหาขอมูล จากฐานขอมูล เปน การเพิ่มประสิทธิภาพ การแสดงขอมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะขอมูลที่ใชประจํา ๆ จะอยูใน Cache ระบบไมจําเปนตองไปคนหา ขอมูลในฐานขอมูลใหมทั้งหมด

เมนูนี้ใชสําหรับทําความสะอาดแคช (Clean Cache)


83

การกําหนดให joomla ใชระบบ cache เขาที่ admin menu >> site >> global configuration แท็บเมนู system - cache เลือก yes เพื่อเปดใชงาน เลือก no เพื่อปดการใชงาน - cache time ระบุเวลาที่ตองการเก็บแคช (หนวยเปนนาที)

Purge Expired Cache สําหรับลบเฉพาะ cache ที่หมดอายุแลวเทานั้น

Syatem Information สวนนี้จะบอกขอมูลเกี่ยวกับระบบทั้งหมด


84

ลงมือปฏิบัติ


85 เริ่มทําการสรางเนื้อหา และสวนประกอบตาง ๆ บนเว็บไซต เมื่อเริ่มเขาใจหลักการทํางาน การสรางเนือ้ หา สราง section และ category แลว คราวนี้มาเริ่มสราง เนื้อและโมดูลกันเลย

เริ่มจากไมมีอะไรเลย ดังรูปดานบน Template ดานบนไมคอยสวย ตองทําการเปลี่ยน template กอน การหาโดยใช google พิมพ free joomla template

จะเจอ template ที่แจกฟรี ของ joomla มีมากมายใหเลือกโหลด


86

โดยจะเลือก template ตามในรูป จากนั้นก็หาดาวนโหลดมาไวในเครื่อง เลือกเวอรชั่นใหตรงกับ joomla ที่ใช ทําการติดตั้ง template ไปที่ admin menu >> extensions >> install/uninstall

คลิ๊ก Browser เพื่อเลือกไฟล template ที่ดาวนโหลดมา


87

เมื่อเลือกไฟลที่จะทําการติดตั้งไดแลว ใหทําการคลิ๊ก Upload file & install

เมื่อติดตั้งสําเร็จ จะขึ้นคําวา Install Template Success


88

จากนั้นเขา Template manager

จะเห็น Template ที่เราไดทําการติดตั้งไปแลว เมื่อสักครู

การเปลี่ยน template สามารถทําไดโดยการคลิ๊กเลือกที่หนาชื่อ template ที่ตั้องการจากนั้นคลิ๊ก Default (รูปดาวสีเหลือง)


89

จากนั้น ลอง preview ดู

จะเห็นวา หนาเว็บไซตเปลี่ยนไปจากเดิม


90 การแกไข template สามารถทําไดดดยการคลิ๊กเลือกที่ template ที่ตองการ จากนัน้ คลิ๊ก edit

สามารถแกไของคประกอบของ template และ CSS ได ตองมีความรูเกี่ยวกับภาษา PHP, CSS และ HTML พอสมควร

กอนจะวางตําแหนงโมดูล บนหนา template เราตองรูกอนวา ใน template นี้มีการกําหนดโมดูลไวตรงสวนไหนบาง หากไมทราบ ใหใชการกําหนดแบบเดาสุม เลือกตรงไหนแลวขึ้นตรงนั้นก็วางตามความเหมาะสม


91 User3

User4

Left

Right Body

Debug

Module position ของ template นี้ จากนั้น จะให main menu มาอยูที่ position left ไปที่ admin meun >> extensions >> module manager

จากนั้นคลิ๊กเขาไปที่ main menu


92

เลือก position เปน left จากนั้น save

Main menu ก็จะมาอยูด านซายมือของจอภาพ

จากนั้นจะทําการสรางเมนูคนหา (Search) มาที่ menu manager คลิ๊กที่ new เพื่อสรางโมดูลใหม


93 คลิ๊กเลือกที่ Search จากนัน้ คลิ๊ก Next

-

title ตั้งชื่อใหกับโมดูล Show title เลือกเปน no เพื่อไมใหแสดงชื่อโมดูลที่หนาเว็บไซต Enable เลือกเปน yes เพื่อเปดโมดูลใหใชงานได Position เลือกตําแหนงในการจัดวาง (User4)


94 จากนั้นคลิ๊ก save แลวลอง preview

จะเห็นวาโมดูลคนหาไดเพิ่มขึ้นมาตามที่เราตั้งไว สรางโมดูล Who’s online ไวทางดานตําแหนงขวาของ template ทําตามขั้นตอนเดิมดังที่กลาวขางตน

เลือกที่ Who’s online


95

ตั้งชื่อโมดูล เลือกตําแหนง position right จากนั้นทําการ save

โมดูล Who’s online เพิ่มขึ้นมาทางดานขวา


96 ตอไปสรางเนื้อหา เพื่อนํามาแสดงที่หนา Front page

เนื้อหาที่ถูกสรางเพื่อนํามาแสดงบนหนาเว็บไซต


97 สรางโพล (Poll) เพื่อสํารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บไซตนี้ ใน joomla มีระบบโพล (Poll) อยูแลว ไมตองติดตั้งเพิ่มเติม ไปที่ admin menu >> components >> polls

คลิ๊ก New


98

Option ของ poll มีทั้งหมด 12 ตัวเลือก - title ตั้งชื่อ poll - alias ชื่อแทน - lag กําหนดเวลาความถี่ในการโหวตครั้งตอไป หนวยเปนวินาที - Published เลือกเปน yes จากนั้นทําการ save

จากนั้นมาที่ module manager เลือก new เพือ่ สรางโมดูล poll ใหม


99

ตั้งชื่อ กําหนด position ดานขวา (right) module parameters เลือกชื่อโพลที่ไดสรางไวตามขั้นขางตน จากนั้นทําการ save แลว preview ดู

โมดูลโพลที่ไดสรางขึ้นมา


100 สรางปายโฆษณา (banner) ไปที่ admin menu >> component >> banner

เลื่อนมาที่แท็บเมนู categories เพื่อสราง categories กอนเพื่อใชในการเก็บ banner clients คลิ๊กที่ new เพื่อสราง categories

ตั้งชื่อตามตองการเหมือนขั้นตอนการสราง section


101

เลื่อนมาแท็บเมนู clients คลิ๊ก new เพื่อสราง banner clients ใหม กําหนดชื่อ ชื่อผูติดตอ อีเมล และคําอธิบายเกี่ยวกับแบนเนอร จากนั้นทําการ save

เลื่อนมาแท็บเมนู banners คลิ๊ก new สราง banner ใหม จากนั้นทกหาร save Tip : สามารถใชรูปในเว็บไซตมาทําแบนเนอรได โฟลเดอรสําหรับเก็บแบนเนอรอยูท ี่ /images/banners


102 จากนั้นมาที่ module manager คลิ๊ก New เพือ่ สรางโมดูล banner ใหม

- เลือก Banner Client ที่ไดสรางไว - เลือก Category ที่ไดสรางไว ตั้งชื่อโมดูล กําหนด position จากนั้นทําการ save


103

ตําแหนง banner ที่เพิ่มขึ้นมา


104

เกร็ดความรูเล็ก ๆ นอย ๆ ขั้นตอนในการ Upgrade Joomla เนื่องจาก joomla มีผูใชจํานวนมาก และมีผูพัฒนาตอเนือ่ ง และไมมีโปรแกรมใดสมบูรณแบบ 100% ดังนั้นผูพ ัฒนาจึงทําการ ปรับปรุงชองโหวและแกไขขอผิดพลาดตาง ๆ เพิ่มเติมสวนที่จําเปนหรือพัฒนาใหเกิดรูปแบบใหม ๆ ออกมาเรื่อย ๆ ทําใหเราตอง ทําการอัพเกรดระบบของเราใหทันตามยุคสมัย ไมใชวาเชย นะครับแตเพื่อความปลอดภัยของเว็บไซตเรา ถาเว็บไซตเราโดงดัง ขึ้นมา ระบบเกา ๆ อาจจะเปนที่สนใจของบรรดาผูรู ผูทดลองทั้งหลาย แฮกเขามาทํามิดีมิราย กับขอมูลของเราได บรรยายมานาน แลว เริ่มอัพเกรดเลยดีกวา กอนอื่นก็ตองรูกอนวา joomla เรารุนไหน โดยดูไดที่ หนา back end มุมขวาดานบนสุด

เมื่อรูแลวก็จดั การดาวนโหลดอัพเดทเลยครับ โดยเลือกดาวนโหลดแพ็กแกจ ไดที่ http://joomlacode.org/gf/project/joomla/frs/?action=index เลือก ตามเวอรชั่นของทานเอง


105

สมมติวาจะอัพเกรด จาก joomla 1.5.10 เปน joomla 1.5.11 ก็โหลดตัวนี้มา Joomla_1.5.10_to_1.5.11-Stable-Patch_Package จะ เปนไฟล *.zip หรือ *.tar.gz ก็ได เมื่อไดแลวทําการแตกไฟลบีบอัดออก (unzip)


106 ไดแลว ใชโปรแกรม FTP อยางเชน filezilla หรืออะไรทีส่ ามารถ FTP ขึ้น server ได จัดการอัพโหลดไปทับไฟลเกาที่ติดตั้งไว

ล็อกอินเขาไปดูผล ใหม เปนตามเวอรชั่นทีเ่ ราอัพเกรดหรือไม


107 วิธีการเพิ่มความเร็ว - เพิ่มประสิทธิภาพ Joomla พิจารณาจาก joomla เปนกรอบวาทําไมถึงมีคนใช joomla มากเพราะระบบที่มีความสะดวกและยืดหยุน ใชงานงายทําให CMS ตัวนี้ เปนที่นิยมอยางกวางขวางและเกิดชุมชนการใชงานและการพัฒนา องคประกอบตาง ๆ ของ joomla เกิดขึ้นมากมาย แลวทําไมจุมลา ถึงชา 1.ความเร็วและประสิทธิภาพของ Joomla เปนสวนใหญขึ้นอยูกับการเลือก template, addons component / module / plugin. 2.จํานวน CSS images. javascript ที่ใชงานบนหนาเว็บ วิธีทีวิเคราะหประสิทธิภาพ Joomla ไปที่ http://analyze.websiteoptimization.com >> ใส URL >> กด analyze >> ใสรหัส capctha >> รอหนึ่งถึงสองนาที พารามิเตอรใดที่สําคัญ 1. HTTP requests 2. Total size 3. Number of HTML / CSS images 4. Number of CSS / JS (scripts) files. 5. Size of CSS / JS / HTML images. 6. Check for duplicate JS files. 7. Check for NOT FOUND items.


108 สีแดงแสดงวาตองปรับปรุง สีเหลี่ยงใชได สีเขียวดีเมื่อทําการแกไขแลวใหลองมาตรวจสอบอีกครั้ง วาจะผานไหม สิ่งแรก ๆ - ใชอะไรที่มีอยูแ ลวใน joomla GZIP Page Compression คําสั่ง php เหลานี้ใชสรางเพจ HTML ของหนาเว็บไซตคณ ุ สามารถใชการบีบอัด Gzip หนาเพจไดโดย การบีบอัดหนาเพจบน server แลวทําการสงมาใหเบราเซอร ซึ่งจะทําใหขนาดของหนาเพจ ลดลงประมาณ 70% - 90% ซึ่งจะทําใหลดแบนดวิธและผูชม สามารถโหลดหนาเพจไดเร็วขึ้น และโปรดจําไววา GZIP Page Compression ใชกําลังของ CPU ในการประมวลผลคอนขางมาก cache (system cache) แค ชเปนอีกทางหนึ่งที่ชวยให joomla โดยหลักการทํางานของแคช การเก็บไฟลที่ใชงานบอยหรือใชงานเปนประจํานั้น ไวในแคช เมื่อมีการเรียกใชงานครั้งใหม ก็จะนําขอมูลจากแคชไปใชงานไดโดยตรง ไมตองไปประมวลผลหรือเรียกหาขอมูลในฐานขอมูลอีก ครั้ง สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการเพิม่ ประสิทธิภาพ joomla •

Module - นอยดีกวา โมดูลไมควรใชหรือติดตั้งมากเกินความจําเปน เลือกใชโมดูลทีจ่ ําเปนเทานัน้ ที่ไมจําเปนใหปดหรือ ถอนการติดตั้งออกไป เนื่องจากแตละโมดูลจะเปนการเพิม่ คําขอ HTTP และคําขออาจจะโหลด js หรือ CSS เพิ่มจากเดิม

คอมโพเนนท - ยกเลิกหรือถอนการติดตั้ง คอมโพเนนทที่ไมใชงานออก

ปลั๊กอิน - ควรคิดถึงประโยชนสูงสุดกอนทีจ่ ะทําการติดตัง้ ปลั๊กอินนั้นลงไป เชน ถาติดตั้ง JCE ลงไป คําขอ HTTP เพิ่มขึ้น 11 คําสั่ง กําลังโหลดที่เพิ่มขึ้นอีก 50 วินาที (อินเตอรเน็ต 56k) javascript เพิ่ม CSS เพิ่ม โดยรวมตองโหลดเพิ่มอีก 225396 ไบต Real time monitoring (live users – stats)

ปดการเก็บสถิติทั้งหมดใชเพียงแค Google Analytics แทนก็พอ การเก็บสถิตินั้น จะเก็บไวในฐานขอมูลทําใหเสียเวลาใน การคนหาขอมูลในฐานขอมูลเปนจํานวนมาก ทั้งบุคคลที่สาม คอมโพเนนท โมดูล ทางนี้ google ชวยทาได o o

o

o

template ควรนําเทมเพต ทําการ analyzer กอนวาควรแกไขจุดไหน เพิ่มประสิทธิภาพ CSS โดยใชเครื่องมือนีใ้ นการ http://www.cssoptimiser.com/index.php, สามารถรันออนไลท ได สามารถชวยลดขนาดของไฟล css ได 10 - 30 % ทําการบีบอัดไฟล js โดยใชเครื่องมือ http://javascriptcompressor.com/ รันไฟลผานเบราเซอร ผลลัพธคือ ลบไฟล js ที่ไมจําเปนและไมเปนปญหาตอการแสดงผลหนาเว็บเพจ อยาใชเครื่องมืออัพโหลดรูปภาพที่ลดขนาดรูปภาพโดยอัตโนมัติ ใหใชการยอรูปภาพดวยตนเองดีกวาโดยอาจจะ ใช photoshop และเลือก save for web ในภาพแตละภาพไมควรมีขนาดใหญกวา 10k เปนดี เพียงพอตอการ มองเห็นรายละเอียดของรูปภาพ


109 o

o o

CSS image เปนภาพที่โหลดโดยเทมเพลท ของคุณ หากคุณใชจํานวน CSS image นอยก็จะทําใหโหลดหนา เว็บเพจเร็วยิ่งขึ้น ลาง joomla ลบโมดูล ปลั๊กอิน คอมโพเนนท ที่ไมจําเปนหรือไมไดใชประโยชนออก ใชเครื่องมือรวม CSS js เพื่อลดการรองขอของ HTTP เชน minify ซึ่งทํางานแยกออกจากตัว joomla หรือ com_minify ซึ่งสามารถติดตั้งใชงานบน joomla ไดเลย

การใชงาน system legacy Legacy โหมดถูกสรางขึ้น เพื่อใชกับ joomla 1.5 ใหสามารถใชงาน extensions ของเวอรชั่น 1.0 ได โดยตองเปดโหมด system legacy ขึ้นตอนการเปดใชงานโหมด system legacy มีดังนี้ ไปที่ admin menu >> extensione >> plugin manager หาปลั๊กอินที่ชื่อ system - legacy

ทําการ enable

สังเกตเมื่อ system legacy เปดใชงาน มุมบนดานขวามือ


110 การปดเว็บไซตชั่วคราวออฟไลท อาจจะมีบางโอกาส ที่คุณตองการทําเว็บไซตใหสมบูรณ โดยที่ไมตองมีใครเขามาดูเว็บไซตของคุณที่ ยังดูไมดหี รืออาจจะไมสมบูณ มีขอบกพรอง ที่จะตองปรับปรุงตาง ๆ มีขั้นตอนงาย ๆ ในการสลับออนไลทหรือออฟไลท ไดอยางรวดเร็ว ใน joomla ในการใช joomla ออฟไลทชั่วคราว 1.เขาสูระดับผูดูแลระบบ (back end) 2.คลิ๊กที่ปุม Global Configuration หรือคลิ๊กที่เมนู Site > Global Configuration 3.ในหนานี้ จะมีหลายตัวเลือกในการกําหนดคาตาง ๆ เขาจึงทําแท็บแยกตางหาก ใหเลือกที่แท็บ "site" 4.จะมีแถบ site offline ใหเลือกปุม "No" 5.ตัวเลือก: เปลี่ยน Offline Message เพื่ออธิบายใหผูเขาชมเว็บไซตเขาใจเกีย่ วกับสาเหตุการปดเว็บไซตชั่วคราว 6.คลิ๊กที่ปุม save หรือ apply - การ save การเปลี่ยนแปลงจะกลับไปสูหนาผูดูแลระบบหรือ Control Panel - การ apply เปนการบันทึกการเปลี่ยนแปลง แตคุณจะไมออกจากหนาการตั้งคาเดิม 7.จาก นั้นคุณจะเห็นแถบขอมูลสีน้ําเงิน "The Global Configuration details have been updated." ซึ่งเปนการยืนยันการเปลี่ยนแปลง ที่คุณไดกระทําลงไป ผูเขาชมเว็บไซตของคุณก็จะเห็นหนา joomla! โลโกและขอความออฟไลทของคุณ - หากคุณเห็นแถบสีแดงแสดง error วา Cannot save Global Configuration changes. ใหทําการเปลีย่ นสิทธิการใชงานไฟล (permissions) ของไฟล configuration.php เปน 660


111 เพื่อความปลอดภัยของเว็บไซต เมื่อทําการตั้งคาเสร็จใหเปลี่ยนคา permissions ของไฟล configuration.php เปน 640 (chmod 640) ทําให url joomla 1.5 เปน search engine friendly ทําให url joomla 1.5 เปน search engine friendly เพื่อทํา seo แลวมันมีประโยชนอะไร คือ ชวยใหเว็ยเราติดอันดับใน search engine งายมากขึ้น เมือ่ ติดอันดับมากขึ้น คนก็เขามากขึ้นเปนที่รจู ักมากขึ้น ปจจุบันนี้ คนก็ใช search engine กันทั้งนั้น เรียกวาแทบทุกคน เลยดวยซ้ํา คิดอะไรไมออกบอก google (สําหรับเมืองไทยนะ ตางประเทศเขาก็นิยมอีกแบบตามแบบของเขา) มาดูดีกวา -- URL แบบที่ยังไมเปดใช search engine friendly http://127.0.0.1/joomla15test/index.php?option=com_content&view=article&id=19:joomla-overview&catid=29:thecms&Itemid=37 เปนแบบนี้เปนที่จดจํายาก เต็มไปดวยพารามิเตอรและเซสชั่นมากมาย -- URL แบบที่เปดใช search engine friendly http://127.0.0.1/joomla15test/joomla-overview/more-about-joomla/29-the-cms/19joomla-overview.html งายกวาเดิมขึ้นเยอะ

การเปดใชงาน search engine friendly เขาไปเปดไดเลยที่ Global Configuration(รูปดานบน) จากนั้นตั้งคาตามรูปเลย

จากนั้นไปแกไฟล htaccess.txt เปน .htaccess สําคัญคือ Alias ใน section,category,menu,content ใสใหหมดและหามซ้ํากัน เชน http://www.youdomain.com/youcategory/18joomla-youpage.html youcategory มาจาก Alias ของ category 18-joomla-youpage มาจาก Alias ของ content http://www.youdomain.com/youpage.html youpage มาจาก Alias ของ menu มันจะทําให google คนหาเว็บเราไดงายขึ้นใชไดกับโฮส Apache ที่เปด mod_rewrite เทานั้น สวนถาเว็บคุณอยูบน subdirectory เชน http://www.yourdomain.com/th ไฟล .htaccess ตรง #RewriteBase /


112 แกเปน RewriteBase /th ในไฟล .htaccess ไมตองแกอะไรเลย

มาเปลี่ยน favicon ให joomla กันเถอะ

- favicon มีไวทําไม favicon ที่มีอยูตรงหนา address bar นั้นเปนรูปสัญลักษณแทน สิง่ ของหรือบุคคลนั้นๆ จะชวยใหมนุษยจดจําได ดี จะ ทําใหสมาชิก หรือแขกผูเยี่ยมชมนัน้ สามารถจดไดวาไอคอนนีน้ ะ...เปนของเว็บนี้ๆ ซึ่งจะทําใหชวยในการจดจําไดมากขึน้ ทางวิทยาศาสตรเขาวางั้น เวลา เรากด Bookmarks หรือ บันทึกหนานัน้ ไวเปน รายการโปรด ของเราก็จะเห็นไอคอนนั้นไดเดนชัด ใน joomla 1.5 นั้นจะเก็บรูปสัญลักษณ ไวในชื่อ favicon.ico จะอยูใ นพาท /templates/youtemplate/favicon.ico สําหรับ favicon หนา front end และหนา back end จะอยูที่ administrator/templates/khepri/favicon.ico สําหรับเทมเพลทมาตรฐานที่มีอยูแลว - ขนาดมาตรฐานของ favicon ก็มีขนาด 16*16 Pixel มีนามสกุลเปน *.ico ชื่อก็ตั้งเปนมาตรฐานตามเขาคือ favicon อาาจะใช โปรแกรมตกแตงภาพทําขึน้ มาเองหรือใชบริการจากเว็บไซตซึ่งก็ทํางาย ๆ แคเตรียมรูปไวและวเขาไปที่เว็บ http://www.htmlkit.com/favicon/ หรือเว็บอื่น ๆ ที่มีบริการทําให เมื่อได ไอดอนแลวก็จัดการอัพโหลดไปทับ favicon.ico ที่มีอยูเดิมใน joomla - /templates/youtemplate/favicon.ico สําหรับ favicon หนา front end

- หนา back end จะอยูที่ administrator/templates/khepri/favicon.ico


113


114

Upload joomla ที่ทําเสร็จจากเครื่องขึ้น hosting หลาย ๆ ทานอาจจะนั่งทําเว็บในเครื่องตนเองโดยใชโปรแกรม web server ติดตั้งในเครื่องกอน เพื่อความรวดเร็วและสะดวกในการ ปรับแตงและไมคอยยุงยากเหมือน ทําใน host จริง ๆ เสร็จแลวทําการอัพขึ้น host ในทีเดียวเลย ในครั้งนี้ เราลองมาอัพโหลดเว็บ ที่ ทําโดยสคริป joomla จากเครือ่ งตนเองขึ้น hosting กันเถอะ 1.กอนอื่นก็ทําการ export ฐานขอมูลของ joomla ที่ทําไวในเครื่องออกมากอนครับ โดยเขาหนา phpmyadmin (http://localhost/phpmyadmin) เลือกฐานขอมูลของ joomla ทําการคลิ๊กที่เมนู export


115 ก็จะมาสูหนานี้จัดการเลือกที่ select all เพือ่ เลือกที่จะนําฐานขอมูลทั้งหมดออกมา จากนั้นเลือกที่ SQL (ที่วงกลมไวนะ ครับ) เลือกที่ save as file จากนั้นกด GO

โปรแกรมจะทําการดาวนโหลดไฟล ฐานขอมูล ใหเราเก็บไวในเครื่องกอน (ไฟล *.sql)


116 จากนั้นทําการล็อกอินเขา phpmyadmin ของ host การเขาจัดการฐานขอมูลดวยโปรแกรม phpmyadmin ของแตละ host จะแตกตาง กัน แลวแต control panel ที่ทาง host เลือกใช เมื่อล็อกอินเขา phpmyadmin เรียบรอยแลว ใหทําการ import ฐานขอมูล ดวยเมนู import ดังรูปดานลาง

กดปุม bowser... เลือกไฟล SQL ที่เซฟไวตามขั้นตอนขางตน จากนั้นกด GO เพื่อนําเขาฐานขอมูล


117 เปดโฟลเดอร สคริป joomla ที่เราจะทําการอัพโหลดขึ้นบน host จากนัน้ หาไฟล configuretion.php เลือกเปดดวยโปรแกรม text editor อะไรก็ได

ทําการแกไขบรรทัดดังตอไปนี้ var $log_path = '/home/www/....../logs'; เปลี่ยนเปนพาทไดเรกทอรี่ของ host var $tmp_path = /home/www/....../tmp'; เปลี่ยนเปนพาทไดเรกทอรี่ของ host var $ftp_host = 'youdomain.com'; ชื่อ FTP host ของคุณ var $ftp_port = '21'; var $ftp_user = 'yourname@youdomain.com '; ชื่อผูใช FTP var $ftp_pass = 'xxxxxxxxxxxx'; รหัสผาน FTP var $ftp_root = '/XXXXX'; ไดเรกทอรี FTP var $dbtype = 'mysql'; var $host = 'localhost'; ชื่อโอสต var $user = 'XXXXXXXX'; ชื่อผูใชฐานขอมูล var $db = 'XXXXXX'; ชื่อฐานขอมูล var $password = 'รหัสผานฐานขอมูล';


118 หากไมรูพาทของ host ก็สามารถดูไดดังนี้ - ทําการสรางไฟล php ขึ้นมา 1 ไฟล ทําใน notepad ก็ได ใสสคริป php นี้ลงไป <? phpinfo () ; ?> เซฟ เปนชื่อ phpinfo.php แลวทําการอัพโหลดขึ้น host เรียกตาม url (http://www.youdomain.com/phpinfo.php) ทําการหาพาทได ในนั้น เซฟไฟล configuration.php ทําการอัพโหลดขึ้น host จริง โดยใชโปรแกรม FTP อยางเชน โปรแกรม FileZilla (ดาวนโหลด ใชงานไดฟรี)

ใสชื่อ host ชื่อยูสสําหรับล็อกอิน และรหัสผาน (ในชองที่ขีดเสนสีแดงไว) จากนัน้ กด Quickconnect อัพโหลดสคริปไฟล joomla ทั้งหมดขึ้นบน host เปนอันเสร็จสิ้น การอัพ โหลด joomla จากเครื่องขึ้น host ใชเพียงการแกไขไฟล configuretion.php เพียงไฟลเดียว สําคัญตองใสพาท ชื่อฐานขอมูล ชื่อผูใชฐานขอมูลและรหัสผานใหถูกตอง


119

การใชงาน phpmyadmin เบื้องตน phpmyadmin เปนโปรแกรมจัดการฐานขอมูล MySQL ผานทางเว็บบราดวเซอร ซึ่งเปนเครื่องมือ ที่สะดวกในการจัดการฐานขอมูล ในระยะไกล การใชงานนัน้ ก็ไมยุงยากอะไร แตจะขอกลาวแบบพื้น ๆ ที่ใชงานกัน เชน การสรางฐานขอมูล การนําเขาฐานขอมูล การนําออกฐานขอมูลการลบตารางฐานขอมูล ที่จําเปนตองใชกันเปนประจํา อยูแลว 1.การสรางฐานขอมูล Create new database กอนอื่นก็ใหทาํ การล็อกอินเขา phpmyadmin กอน ซึ่งการเขาระดับล็อกอินของ phpmyadmin ของแตละ host ก็มี URL ที่แตกตางกัน ไป ตามแตโปรแกรมที่ผูใหบริการ host นั้นติดตั้ง


120 เมื่อล็อกอินเขามาแลวจะเห็นชองใหกรอกชื่อฐานขอมูลที่ตองการสราง Create new database เมื่อกรอกชื่อฐานขอมูลที่ตองการ เสร็จใหกด ปุม Create

ก็จะไดฐานขอมูลวาง ๆ ตามที่ตองการ 2.การนําเขาฐานขอมูล Import database


121 เมื่อทําการสรางฐานขอมูลเสร็จ หนาเว็บจะนําพามาสูหนานี้ เลือกแท็บ import ดานบน

ในชอง Location of the text file ใหคลิ๊กทีป่ ุม Browse.. เพื่อเลือกฐานขอมูลที่ตองการนําเขา โปรดสังเกต ตรง Max : ดวยวา ให นําเขาฐานขอมูลขนาดไมเกินเทาไหร ถาฐานขอมูลมีขนาดพื้นที่ใหญกวาที่กําหนดจะไมสามารถนําเขาฐานขอมูลได หมด ฐานขอมูลที่จะนําเขาตองมีนามสกุล *.sql เมื่อเลือกฐานขอมูลที่จะนําเขาเสร็จเรียบรอยใหกด ปุม Go 3.การสงออกฐานขอมูล Export database ในกรณีนี้เปนการนําฐานขอมูลออกมา เพื่อนําไปติดตั้งที่อื่น หรือสํารอง เอาไวเผื่อ เกิดความเสียหายของฐานขอมูล


122 แท็บดานบนเลือกที่ Export

เลือกตาราง ที่ตองการนําออก หรือเลือกทัง้ หมด 1.ใหเลือกนําออกไฟลเปน SQL 2.คลิ๊กเลือก save as file 3.กดปุม Go จากนั้นโปรแกรมจะทําการเซฟและดาวนโหลดมายังเครื่องคอมพิวเตอรของเรา


123 3.การลบตารางฐานขอมูล Drop Table database

คลิ๊กเลือกตารางที่ตองการลบ เลือกที่ดร็อบดาวนเมนู "Drop" จากนั้นโปรแกรมจะถามเพื่อเปนการยืนยันวาตองการจะลบจริง หรือไม ใหกดปุม yes การกระทําใด ๆ ใหแนใจวาไดสํารองฐานขอมูลไวแลว เพื่อกันความผิดพลาดที่อาจจะมานั่งปวดหัวในภายหลังได


124 การใชงาน filezilla FTP manager Filezilla เปนโปรแกรมจัดการรับสงไฟลระหวาง เครื่องคอมพิวเตอรคณ ุ และ server ผานโปรโตคอน FTP พอรตที่ 21 ที่เว็บ มาสเตอรทุกคนตองมีประจําเครื่องไว แตกม็ ีโปรแกรมประเภทนี้อีกมากมาย ฟงกชั่นการใชงานก็อาจจะหลากหลายแตกตางกันไป แตที่ติดใจตัวนี้คือ ฟรี ใชงานงาย ไมกินสเปกเครื่อง สามารถดาวนโหลดโปรแกรมไดที่นี่ http://filezilla-project.org/ เมื่อดาวน โหลดมาแลวก็จัดการติดตั้งเลย การติดตั้งไมไดซับซอนอะไร ก็ next ไปเรื่อย ๆ จนเสร็จการติดตั้ง จากนั้นใหเขาโปรแกรม filezilla ที่ติดตั้งไดเลยครับ ก็จะมีหนาตาอยางนี้ขึ้นมา

เมนูดานบนจะมีชองใหกรอกชื่อ host ยูสเนม และรหัสผานสําหรับล็อกอินเขา host ของเรา เมื่อ ทําการคอนเน็ก เรียบรอยแลว ดานลางถัดมาจากชองที่กรอกขอมูลสําหรับล็อกอินที่เปนตัวหนังสือสีเขียว นั่นคือสวนแสดง คําสั่งการทํางาน สวน (ที่มีตวั หนังสือสีแดงเขียนไว) ฝงทางดานซายมือจะเปนฝงในเครื่องของเรา สวนฝงขวาจะเปนฝงของ server


125

การอัพโหลดขอมูลจากเครื่องขึ้น server ก็มาที่ฝงซาย คลิ๊กที่ไฟลที่ตองการอัพโหลดแลวคลิ๊กขวา จะมีเมนูแสดงขึ้นมา คลิ๊กที่ upload


126 การดาวนโหลดขอมูลจาก server ลงมายังเครื่องเรา ก็มาฝงขวามือ เลือกไฟลที่ตองการเสร็จแลวคลิ๊กขวา เลือกเมนู download

รูปดานบนเปนการแกไขไฟล ที่เปนไฟลสคริป ของโปรแกรม ที่ขางในนั้นเปน text file หรือไฟลที่เปนตัวอักษรขางใน


127 รูปดานบนเปนการสรางไดเรกทอรี ฝง server สวนทางดานเครื่องเราก็สามารถทําได ดวยวิธีนี้เชนกัน

การเปลี่ยนคา permission หรือการกําหนดสิทธิในการใชไฟล ทําโดยการคลิ๊กขวาไฟลหรือไดเรกทอรีที่เลือก เลือกที่เมนู file attributes...

Owner permissions คือ การกําหนดคาเฉพาะเจาของเทานั้น Group permissions คือ การกําหนดคาเฉพาะกลุม Public permissions คือ การกําหนดคาเฉพาะบุคคลทั่วไป


128 จะมีตวั อักษรใหสังเกตหลังไฟลดังนี้ drwxrwxrwx d ตัวแรก คือ ไดเรกทอรี ถาเปนไฟล ก็จะเปนอยางนี้ -rwxrwxrwx r คือ read หรืออาน กําหนดใหสามารถอานไฟลนี้ไดหรือไม w คือ write หรือเขียน กําหนดใหสามารถเขียนไฟลนี้ไดหรือไม x คือ execute หรือการสั่งใหรันไฟลนั้น rwxrwxrwx สังเกตจะมี 3 ชวง rwx rwx rwx เรียงตาม Owner Group Public ถาเปนตัวเลข r=4 w=2 x=1 1=--x , 2=-w- , 3=-wx ,4=r , 5=r-x , 6=rw , 7=rwx ก็เอาเลขดานบนมาบวกกัน เชน 777 = -rwxrwxrwx (4+2+1) , 755 = -rwxr-xr-x , 644= -rw-r--r-กําหนดคาที่ตอ งการ เสร็จแลวกด ok


คู่มือการติดตั้งและใช้งานJoomlaCMS