Issuu on Google+

ฟ้า แดง เหลือง ดำา

www.thainewsvariety.com

www.facebook.com/Thainews Specials

Specials

utterfly

บัตเตอรฟลาย เชียงใหม



LifeStyle tnv@hotmail.co.th

แกม กวินตรา

กับเสนทาง “สายบันเทิง” เสนทางสายบันเทิงมีคนใหทัศนะตางๆ นาๆ เหมือนตาบอดคลําชาง อยูที่ ใครจะสัมผัสในมุมไหน Thainews Specials สัมภาษณ แกม กวินตรา โพธิจักร มิสไทยแลนดยูนิเวิรส ป 2551 ถึงทัศนะและมุมมองในวงการบันเทิง แก้ม กวินตรา โพธิจักร มิสไทยแลนด์ ยูนเิ วิรส์ ป 2551 เป็นคนจังหวัดหนองคาย เป็น นักกีฬาวอลเลย์บอล บุคลิกแบบลุยๆ ห้าวๆ แต่คุณแม่อยากให้เห็นว่าทำาอะไรเหมือนผู้หญิง คนอื่นได้ จึงหยอกให้ไปลองประกวดมิสไทย แลนด์ฯ ซึ่งแรกๆ ก็ปฏิเสธแต่สุดท้ายก็เข้าร่วม การประกวดในที่สุดจนสามารถคว้ามงกุฎมิส ไทยแลนด์ฯ มาครองได้สำาเร็จ และก็เป็นจุดเริ่ม ต้นในการเข้าสู่วงการบันเทิง หลั ง จากที่ ไ ด้ รั บ ตำ า แหน่ ง ก็ ต้ อ ง เป็นตัวแทนของประเทศไทยที่จะนำาเอาศิลป วั ฒ นธรรมที่ ส วยงามของเมื อ งไทยให้ ค นทั้ ง โลกได้รู้จักในเวทีมิสยูนิเวิร์ส และสามารถคว้า รางวัลชุดประจำาชาติมาครองได้สำาเร็จ ก่อนจะ ไปประกวดมีผู้ใหญ่คนหนึ่งได้กล่าวว่า “ช่วงที่ อยู่เมืองนอกไม่ว่าจะทำาอะไรให้คิดอยู่เสมอบน หน้าผากแปะคำาว่า ไทยแลนด์ อยู่” ด้วยความ สงสัยตามนิสัยจึงย้อนถามไปว่าหมายความว่า อย่างไรก็ได้รับคำาตอบว่า “เวลาที่ไปเมืองนอก จะเรียกถูกว่ามิสไทยแลนด์ แทนชื่อดังนั้นเวลา ทีท่ าำ อะไรผิดจะถูกตำาหนิวา่ มิสไทยแลนด์ทาำ ผิด กลับกันหากทำาอะไรดีกจ็ ะได้รบั คำาชมว่า มิสไทย แลนด์ทำาในสิ่งที่ดี ดังนั้นจึงเหมือนเป็นตัวแทน ของคนไทย” ตัวตนจริงกับตำาแหน่งทีไ่ ด้รบั นัน้ ค่อน ข้างจะสวนทาง ดังนั้นขณะที่อยู่ในตำาแหน่งจึง รู้สึกอึดอัด ผู้ใหญ่รอบข้างและแม่จะคอยตัก เตือนอยู่ตลอดเวลา ก็เรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัว เองให้ดีขึ้นจนได้รับคำาชมจากคนรอบข้าง จึง ได้เรียนรู้ว่าการทำาให้คนอื่นยอมรับนั้นเป็นสิ่งที่ ดี เพราะหากทำาแต่สิ่งที่เราชอบหรืออยากจะทำา ก็เหมือนเห็นแก่ตัว

หลั ง จากทำ า หน้ า ที่ ก ารเป็ น มิ ส ไทย แลนด์ฯ ก็มีโอกาสเข้าสู่งานแสดง ส่วนตัวแล้ว ยังอยากจะลองทำาอีกหลายอย่างเช่น ผู้ประกาศ ข่าว, การเดินแบบ และ นักร้อง หากเปรียบ เป็นต้นไม้ ณ ขณะนี้ก็เหมือนกับตัวเองยังเป็น แค่เมล็ดที่อยู่ในดิน ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเป็นเช่น ไรในอนาคต อาจเติบโตขึ้นมาได้อย่างสวยงาม หรืออาจไม่งอกออกมาเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพ แวดล้อม และ คนที่จะมาคอยรดน้ำา พรวนดิน เติมปุยให้ ดังนั้นขณะที่ยังเป็นเมล็ดอยู่ใต้ดินก็ ต้องทำาหน้าที่ให้ดีที่สุด คำาว่าหน้าที่ในที่นี้ก็คือ ต้องคอยดูดซึมเอาสภาพแวดล้อมต่างๆ และ เรียนรู้ เช่น ปุยชนิดนี้เป็นอย่างไร น้ำาแบบนี้ดี ไหม เพื่อนำามาพัฒนาปรับปรุงเพื่อให้ตัวเอง เจริญเติบโต ปจจุบันมีโอกาสได้แสดงละครก็รู้สึก ชอบ เพราะได้สวมบทบาทที่ไม่เหมือนกัน โดย ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบอะไรทีท่ า้ ทาย ส่วนด้าน ธุรกิจนั้นที่คิดไว้และอยากจะทำาก็คือ ธุรกิจร้าน เสื้อผ้าชุดราตรี แต่ขณะนี้ต้องการทำาหน้าที่การ เป็นนักแสดงให้ดที สี่ ดุ ก่อน ซึง่ ก็บอกไม่ได้วา่ ตน จะเป็นเมล็ดที่โผล่พ้นดินได้ไหม หรือจะเป็นอยู่ อย่างนี้ตลอดไป ก็ปล่อยให้เรื่องของอนาคต ป จ จุ บั น นั บ ไ ด้ ว่ า เ ข้ า สู่ ว ง ก า ร บันเทิงแล้วอย่างเต็มตัว แต่ยังต้องเก็บเกี่ยว ประสบการณ์อีกมาก ซึ่งก็เห็นว่าเป็นโอกาสดี ที่ได้มาอยู่ตรงนี้ โดยได้กล่าวว่า “การที่คนเรา มุ่งมั่นมากๆ โดยที่ไม่มีโอกาสก็เป็นอะไรที่ยาก แต่บางคนมีโอกาสแต่ไม่ไขว่คว้าก็เป็นสิ่งที่น่า เสียดาย เมื่อมีโอกาสได้ย่างก้าวเข้ามาแล้วก็ถือ เป็นประสบการณ์ที่ดี ผู้ที่ได้ก้าวเข้ามาสู่วงการ แล้ว ควรมีทักษะในการแก้ปญหาเฉพาะหน้าที่

ดี และผู้ที่จะเข้ามาในวงการบันเทิงได้ต้องเป็น คนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ต้องหาจุดที่ เป็นตัวของตัวเองหรือเป็นจุดเด่น คนทีจ่ ะผ่าน เข้ามาในวงการบันเทิงได้ตอ้ งมองแว้บแรกแล้วมี เอกลักษณ์เป็นของตัวเอง” คำากล่าวทีว่ า่ “วงการบันเทิงไม่มนั่ คง” นั้น แก้ม กวินตรา มองว่าเป็นเรื่องจริง เพราะ ช่วงเวลาของแต่ละคนในวงการนัน้ ไม่เท่ากัน แต่ ก็ใช่วา่ จะเกิดกับทุกคน เพราะหากรูจ้ กั เก็บออม และเรียนรู้ที่จะอยู่ในวงการให้ถูกต้องก็สามารถ จะมั่นคงได้ ต่อคำากล่าวที่ว่า “วงการบันเทิงไม่ มัน่ คง” ไม่ควรจะเป็นความคิดตัง้ แต่เริม่ แรกของ ผู้ที่จะก้าวเข้ามา หากใครที่ยังยึดติดกับคำาๆ นี้ อยู ่ ก็ไม่ตอ้ งก้าวเข้ามาเลยจะดีกว่า แต่หากรักที่ จะเข้ามาในวงการบันเทิงแล้วอย่าตั้งสมมุติฐาน คำานีไ้ ว้ในความคิด แต่ควรจะคิดว่าทำาอย่างไรให้ ดีที่สุด เพราะวงการบันเทิงไม่มีอายุขัยของงาน สามารถจะทำาไปจนถึงจุดที่ต้องการได้ คนที่อยู่ ในวงการบันเทิงต้องมีความอดทน มีระเบียบ วินัย และต้องมีความรับผิดชอบสูง วงการบั น เทิ ง นั้ น มี ส องคำ า ที่ มั ก จะ กล่าวถึงเสมอก็คือ “รูปลักษณ์” กับ “ความ สามารถ” ยังไม่สามารถจะให้น้ำาหนักกับสิ่งใด สิ่งหนึ่งได้มากกว่ากัน แก้ม กวินตรา มีทัศนะ ในประเด็นนี้ว่า “ในความเห็นส่วนตัวแล้วคิด ว่าเรื่องของรูปร่างหน้าตาเป็นสิ่งสำาคัญ หาก เป็นสมัยก่อนจะเน้นในเรื่องของความสามารถ แต่ปจจุบันมีสื่อทางเลือกเกิดขึ้นมากมาย ดัง นัน้ การจะให้คนนับล้านยอมรับเป็นเรือ่ งยาก แต่ หากผู้นั้นมีเอกลักษณ์ที่ต้องตาตั้งแต่แรกเห็นก็ ถือเป็นข้อได้เปรียบ” แก้ม กวินตรา มาเยือนเชียงใหม่หลาย

ครัง้ จะไปเยือนวัดพระธาตุดอยสุเทพเสมอ เมือ่ ครัง้ ทีป่ ระกวดมิสไทยแลนด์ฯ นัน้ คุณแม่ได้ไปขอ กับองค์พระพิฆเณศที่วัดฯ และก็ได้รับตำาแหน่ง ทำาให้คุณแม่เลื่อมใสนับถือ ดังนั้นจึงมักจะไป กราบนมัสการและขอพร ส่วนตัวแล้วนับถือทุก องค์ที่วัดฯ เพราะถือเป็นที่พึ่งทางใจ แก้ม กวินตรา ได้กล่าวถึง ทัศนะของตนต่อเมืองเชียงใหม่วา่ “เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ 1 ใน 3 ของเมืองไทย เป็นเมือง ที่ครบมาก ธรรมชาติแวดล้อมดี ในเมืองก็มเี ทคโนโลยีทกี่ า้ วหน้า หากมีโอกาสจะชวนเพือ่ นๆ มา เที่ยวอย่างแน่นอน” ป จ จุ บั น แก้ ม กวิ น ตรา แสดงในเรื่องนักสู้พั นธุ์ ข้ า วเหนี ย ว ออกอากาศวั น จันทร์-อังคาร นอกจากนั้น ก็จะมีงานเดินแบบ และเป็น ทูตทางกีฬา ล่าสุดทีม่ าเยือน เชี ย งใหม่ ไ ด้ ก ล่ า วทิ้ ง ท้ า ย ไว้ ว่ า “มาเที่ ย วเชี ย งใหม่ ประทับใจมาก และชื่นชม คนเชียงใหม่มาก เพราะมี มิตรสัมพันธ์ที่ดี มีความ เป็ น ไทยสู ง มาก ยิ้ ม เก่ ง ต้ อ นรั บ ดี มี ค วามเป็ น กันเอง จนรู้สึกว่าอยู่ใกล้ คนเชียงใหม่แล้วขนลุกยัง ไงไม่รู้ และฝากให้ติดตาม ล ะ ค ร นั ก สู้ พั น ธุ์ ข้ า ว เหนียวด้วย”.


ฟ้า แดง เหลือง ดำา

·Ñ¡·Ò ¡Ñ¹¡‹Í¹

tnv@hotmail.co.th

ชียงใหม่เมืองท่องเที่ยวและเมือง แห่งวัฒนธรรมที่หลากหลาย ชน เผ่าต่างๆ ที่บางหมู่บ้านกลายเป็น แหล่งท่องเทีย่ วทางวัฒนธรรม แต่เมือ่ ความเจริญได้ย่ำากรายเข้าไปถึง ทำาให้ วิถีชีวิตของชนเผ่าเหล่านั้นเปลี่ยนไป ก็อาจจะทำาให้เสน่ห์ของสถานที่นั้นๆ เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนยัง แหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ คงไม่ต้องการ ที่จะมาดูความเจริญ หรือบ้านเรือน ที่เปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือเค้าเดิม ดังนัน้ หากแหล่งท่องเทีย่ วทีม่ นี กั ท่อง เที่ยวเข้าไปทำาให้เกิดรายได้แก่ชุมชน ก็อยากให้พึงตระหนักว่ารายได้เหล่า นั้ น เกิ ด มาจากทุ น ทางวั ฒ นธรรมที่ สวยงาม ดังนั้นสิ่งสำาคัญก็คือคนใน พื้ น ที่ ต้ อ งรู้ จั ก รั ก และหวงแหนสิ่ ง เหล่านั้นให้อยู่คู่กับสังคมของตนให้ นานที่สุด จะเห็ น ภาพที่ ชั ด เจนจาก โฆษณาหนึ่งในอดีตที่นำาเอาชนเผ่า มาพูดคุยโทรศัพท์โดยบอกว่า “เรา พั ฒ นาแล้ ว ” แต่ ใ นความเป็ น จริ ง แล้ ว วั ฒ นธรรมพื้ น บ้ า นกำ า ลั ง ถู ก คุกคามจากสิ่งเร้าเหล่านั้น เพราะเมื่อ วัฒนธรรมอื่นหลั่งไหลเข้าไป ทำาให้ คนในพื้นที่เปลี่ยนวิถีการดำาเนินชีวิต เสน่ห์ของการท่องเที่ยวก็จะหายไป ตัวอย่างเช่น หากหมูบ่ า้ นชาว เขาไม่อนุรักษณ์รูปแบบบ้านโบราณ ไว้ เพราะต้องการความสะดวกสบาย หรือ เลิกใช่ชุดประจำาเผ่า แล้วหันไป ใส่เสือ้ ผ้าสมัยใหม่ แล้วจะมีอะไรเหลือ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม แต่ ทั้ ง นี้ วั ฒ นธรรมที่ ห ล่ อ หลอมมาเป็นระยะเวลานานก็ไม่ควร ถู ก ปรุ ง แต่ ง เพื่ อ การท่ อ งเที่ ย วเช่ น เดียวกัน เช่น ประเพณีต่างๆ ก็ควร จะอยู่ ในช่ว งเวลาที่ถูก ต้อ งไม่ใช่นำ า ประเพณีปใหม่มาแสดงในช่วงกลาง ป เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้อาจจะทำา ให้คนรุ่นหลังเกิดความเข้าใจที่คลาด เคลื่อนได้ การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ทำาให้ คนในชุมชนเกิดรายได้ แต่ผู้นำาของ ชุมชนนั้นๆ ก็ควรมีมาตรการที่ถูก ต้องต่อการอนุรักษณ์เพื่อคงไว้ให้ลูก หลานได้เห็นถึงสิง่ ทีบ่ รรพบุรษุ ได้สร้าง ไว้ สิ่งใหม่ก็ต้องเรียนรู้ ขณะเดียวกัน สิ่งเก่าก็ต้องอนุรักษ์ไม่ให้สูญหายเช่น แล้วทั้งสองสิ่งนี้ก็จะอยู่ร่วมกันได้.

งาน “ศิลปิน หุ่นไล่กา นาขŒาว”

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2553 มีการ จัดงาน “ศิลปิน หุ่นไล่กา นาข้าว” มีฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และท่านผู้หญิง ทัศนียา สุวรรณรัฐ ให้เกียรติมาเป็นประธาน บ้านแสนดอยรีสอร์ทแอนด์สปา และ ห้องอาหารแสนคำาเทอเรส ได้ดำาเนินการปลูก ข้าว ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยไม่ใช่สารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น และนำาผลผลิตข้าวจำาหน่ายเพื่อนำาราย ได้ช่วยเหลือการกุศลเป็นประจำาทุกป โดยในป ก่ อ นหน้ า นี้ ได้ นำ า เงิ น ไปบริ จ าคให้ กั บ โรงพยาบาลวั ด จั น ทร์ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.กัลยานิวัฒนา จ.เชียงใหม่ เพือ่ ซือ้ อุปกรณ์ เครือ่ งมือ ของการ แพทย์ประจำาโรงพยาบาล ก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนชุมชม ชาวไทยภูเขาแม่ฟาหลวง (ศศช.) ต.เมืองคอง

อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ในปนี้เป็นปที่ 5 ได้ดำาเนินโครงการ ที่ชื่อว่า “ศิลปิน หุ่นไล่กา นาข้าว” ซึ่งเกิด จากแนวคิดของศิลปินท่านหนึ่งคือ คุณไท วิจิตร พึ่งเกษมสมบรูณ์ โดยกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากศิลปินหลายท่าน ได้ สร้างสรรค์ออกแบบหุ่นไล่กาในรูปแบบต่างๆ ตามจิ น ตนาการของศิ ล ปิ น แต่ ล ะคน และ ได้เปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมทำาบุญ โดยการ จับจองเป็นเจ้าของหุ่นไล่กา ซึ่งรายได้ที่ได้จะ นำาไปใช้ในกิจกรรมการกุศลประจำาปเช่นเคย นอกจากนี้ยังได้รับความกรุณาจาก ศิลปินบางท่าน มอบรูปภาพเพื่อจัดจำาหน่าย ให้แก่ผู้มีจิตศรัทธา โดยจะนำารายได้มาสมทบ ในกิจกรรมการกุศลครั้งนี้ด้วย ศิ ล ปิ น ที่ ไ ด้ ร่ ว มกิ จ กรรมครั้ ง นี้

ประกอบด้วย คุณชาติชาย ปุยเปย, คุณโชน ปุยเปย, คุณ จักกาย ศิริบุตร, คุณมะลิ จาตุร จินดา, มล.มิ่งมงคล โสนะกุล, คุณพิณรี สันฑ์ พิทักษ์, คุณฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช, คุณไทวิจิตร พึ่งเกษมสมบรูณ์, คุณพลพัฒน์ อัศวประภา, คุณรุจ จ่างตระกูล, มล.ศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์, คุณสมบัษร ถิระสาโรช, คุณทินกร อัศวรักษ์, คุณอัครเดช – คุณใจสะคราญ นาคบัลลังก์, คุณอนันต์ สายทอง, คุณนรินทร์ โพธิสมบัติ, คุณนิวัฒน์ โกศล, คุณเริงฤทธิ์ ตรียานุรักษ์, คุณสันติ จันทร์หนองสรวง, คุณอรรถพร รส ดี, คุณสมภพ แสงพรหม, คุณวิชิต ไชยวงศ์ การจั ด งานครั้ ง นี้ ไ ด้ รั บ ความร่ ว ม มือจาก ผลิตภัณฑ์ลอกสิทาน สายการบินนก แอร์ และนิตยสาร HELLO นิตยสารชือ่ ดังของ ประเทศ.

อะวะ โอโดริ การเตนรําอันบาคลั่ง

Awa Odori the Crazy Dance

การเดินทาง 3 ชั่วโมงกว่า จากเมือง เกียวโต (Kyoto) ถึงเมืองโตกุชิมา (Tokushima) โดยรถยนต์ เมืองเล็กๆในเกาะชิโกกุ (Shikoku) ทางตอนใต้ของประเทศญีป่ นุ กับเทศกาล การเต้นรำาอันบ้าคลั่ง อะวะ โอโดริ อะวะ (Awa) เป็นชือ่ เก่าของเมืองโตกุชมิ า และโอโดริ (Odori) หมายถึงการเต้นรำา การเต้นรำาของเมืองอะวะ ถือ เป็นประเพณีที่มีต้นกำาเนิดจากการเต้นเนมบุทซุ (Nembutsu Odori) ประเพณีทางพุทธศาสนา สืบทอดมาตั้งแต่สมัยคะมะคุระ (Kamakura) พ.ศ. 1728 - พ.ศ.1876 ในช่วงเทศกาลโอะบน (Obon) ที่พระสงฆ์จะออกมาสวดมนต์และเคาะ ฆ้องเล็กคะเนะ (Kane) เดินตามท้องถนนเพื่อ สวดให้พรแก่ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้ล่วง ลั บ ที่ ก ลั บ มาเยี่ ย มญาติ ใ นช่ ว งการเฉลิ ม ฉลอง เทศกาลแห่งความตาย “โอะบน” จนกลาย เป็นการเต้นในเทศกาลโอะบนที่จัดขึ้นเกือบทุก เมืองในญี่ปุน การเต้นดูเรียบร้อยโดยมีกลุ่มนัก ตนตรีเป็นศูนย์กลางและล้อมวงเป็นชั้นๆ ด้วย

กลุ่มนักเต้น ผิดกับการเต้นรำาของเมืองอะวะ ที่ ทัง้ คนเต้นและกลุม่ นักดนตรี เต้นตระเวนไปตาม ท้องถนนปะปนกับผูค้ นทีม่ ายืนดูนบั พันนับหมืน่ ดูวุ่นวายสับสน การเคลือ่ นไหวของมือและเท้าทีพ่ ร้อม กัน ขาข้างไหนมือข้างนัน้ ดูผดิ ธรรมชาติของการ เคลื่อนไหวแบบปกติ ประกอบกับจังหวะจาก เครื่องดนตรี ฆ้องเล็ก (Kane), กลอง (Taiko), ขลุ่ย (Shakuhachi) และเครื่องสายซามิเซน (Shamisen) ให้จังหวะครึกครื้น ผสานกับเสียง โห่ร้องของกลุ่มนักเต้นและนักดนตรี ทั้งผู้หญิง และผู้ชายแม้กระทั่งเด็กน้อยน่ารัก สร้างความ

สนุกสนานให้กับผู้คนที่มายืนดูอยู่รอบข้าง จนอดไม่ได้ที่จะเข้าไปร่วม เต้นกับกลุ่มนักเต้นที่เชื้อเชิญเป็นจังหวะ ท่าทางการเต้นของผู้ชายที่ ห้าวหาญกว่า เมือ่ เทียบกับกลุม่ หญิงสาวทีส่ วมชุดกิโมโนและหมวกฟาง ดูอ่อนช้อยเหมือนนกกระยางขาวยางเท้าในสระน้ำาเพื่อหาปลา ในอดีตเทศกาลอะวะโอโดริ ขบวนนักเต้นจะเริ่มเต้นตั้งแต่ เช้าของวันหนึ่งจนถึงเช้าของอีกวัน จากมุมหนึ่งของเมืองตระเวนตาม ถนนสู่อีกฟากหนึ่งของเมืองโตกุชิมาดู กินเวลายาวนานตลอดเทศกาล โอะบน แต่ด้วยข้อบังคับหลายๆ อย่าง ปจจุบันจึงจัดงานเฉพาะช่วง กลางคืนเพียงสามคืน โดยเริ่มตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนถึงสี่ทุ่ม แต่ก็ไม่ได้เป็น อุปสรรคใดๆ สำาหรับการรังสรรค์ความสนุกสนานโดยใช้ศลิ ปะการเต้นที่ แฝงปรัชญาทางพุทธศาสนาให้กบั ผูค้ นทีย่ งั คงเสพศิลปะอย่างชาวญีป่ นุ จากความครึกครืน้ สนุกสนาน ตืน่ เต้นและพลุกพล่านเต็มท้องถนนด้วย ผู้คน จบลงด้วยเสียงปรบมือของผู้ชมและการโค้งคำานับขอบคุณแบบ ชาวญี่ปุนจากนักเต้นและนักดนตรี ความเงียบสงบจึงกลับมาสู่เมือง เล็กๆ อย่างโตกุชิมาอีกครั้ง “เกิดมาแล้วดับไป” หลักปรัชญาทางพุทธ ศาสนาที่แฝงอยู่ในศิลปะหลายๆ แขนงของญี่ปุน ร่วมถึงศิลปะการเต้น ในเทศกาลอันสนุกสนานครัง้ นี ้ คงจะเป็นคติธรรมคอยเตือนใจสำาหรับผู้ ที่มาร่วมงานในเทศกาลการเต้นรำาอันบ้าคลั่ง อะวะ โอโดริ ได้เป็นอย่าง ดีแม้เสียงปรบมือสิ้นลง แต่ถ้าเทศกาลนี้เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่ ผู้คนทั่ว ทัง้ ญีป่ นุ รวม���ึงทัว่ โลกก็จะหลัง่ ไหล่มาทีเ่ มืองโตกุชมิ า จนแทบจะไม่มที ี่ ยืนอีกครั้ง. ขอบคุณเรื่องราวที่นาสนใจจาก รณรงค คําผา ทุนปญญาชนสาธารณะ ป 2553 ณ โตกุชิมา ญี่ปุน


utterfly บัตเตอรฟลาย เชียงใหม Butterfly Chiang Mai รีสอรตบูติคหรู สไตลทองถิ่นแบบ ประยุกต เนื้อที่ประมาณ 6 ไรเศษ ที่ใหอารมณอบอุนเหมือนอยูใน บานของตัวเอง หากแตแวดลอมดวยความสงบเงียบและบรรยากาศที่ งดงามของริมแมน้ําปง อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม

ฟ้า แดง เหลือง ดำา

B

utterfl y Chiang Mai อยู่ท่ามกลางสิ่ง แวดล้อมที่ดีมีความเป็นส่วนตัว ห้อง พักได้รับการตกแต่งสไตล์ท้องถิ่นผสม ผสานกันจนได้มุมมองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เห็นได้ชัดเจนจากเฟอร์นิเจอร์ประดับแต่ละชิ้น ไม่ ว่าจะเป็นเตียง โตะ หรือ เก้าอี้ ฯลฯ ที่สร้างความ รู้สึกชิดใกล้กับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ในเรื่อง ของความสะดวกสบายที่นี่ก็มีให้อย่างเต็มเปยม บรรยากาศเงียบสงบแวดล้อมไปด้วยความร่มรื่น ของแมกไม้บนผืนหญ้าเขียวขจี มุมพักผ่อนส่วน ตัวมีอยู่ทั่วรีสอร์ตแห่งนี้ ความสุขในบางครั้งไม่ ใด้ขนึ้ อยูก่ บั ความหรูหราทันสมัย แต่อาจเป็นเพียง

มุมหนึ่งบนสนามหญ้าสีเขียวใสในวันที่ฟาเป็นใจ ในส่ ว นของห้ อ งพั ก มี ทั้ ง หมด 18 ห้อง แบบ Deluxe และ 1 หลังเป็นวิลล่า suite ออกแบบเป็นวิลล่าทั้งหมด โดยจัดบรรยากาศ ร่ ม รื่ น ด้ ว ยต้ น ไม้ ค ลอเคลี ย ทุ ก มุ ม แทรกด้ ว ยบ่ อ ปลา ห้องพักใน 1 วิลล่าแบ่งเป็นห้องด้านบน Terrace Deluxe เด่นที่ระเบียงส่วนตัว และห้อง ด้านล่าง Garden Duluxe เด่นที่พื้นที่ีสวนนั่ง เล่นสบายๆ ส่วนตัว นอกจากนี้วิลล่า Suite หรู 1 หลัง สำาหรับผู้ต้องการพักผ่อนบนพื้นที่ส่วน ตัวขนาดใหญ่ด้วยห้องนอนหรูด้านบน และห้อง นั่งเล่น ห้องน้ำา Jacucci ด้านล่าง การจัดตกแต่ง

อย่างมีเอกลักษณ์แบบโอ่โถง ใช้ไม้กรุแต่งร่วมกับกระเบือ้ งดินเผา ผนังสีสด โดยนำาเฟอร์นิเจอร์แบบไทย Oriental และ Colonial มาจัดตกแต่งอย่าง กลมกลืน Butterfl y Chiang Mai รีสอร์ตสร้างขึ้นมาโดยเน้นบรรยากาศ กาศทีร่ ม่ รืน่ ติดริมน้าำ ปิง มีทงั้ ห้องอาหาร, บาร์, สระว่ายน้าำ , ปน จักรยานชม วัดเก่าชุมชน, Wi-Fi อินเตอร์เน็ต, ห้องอ่านหนังสือ, ห้องชมภาพยนตร์ ณ ศาลาไทย และยังใกล้กับร้านอาหารดังหลายแห่งเช่น ร้านเฮือนสุนทรี, บ้านไร่ยามเย็น, เลอ คริสตัล, ตลาดบ้านท่อ, บ้านสวน ดังนั้นนอกเหนือ จากการพักผ่อนแล้วยังสามารถไปนัง่ ดืม่ ด่าำ กับร้านอาหารบรรยากาศดีเหล่า นี้ได้ด้วย เจ้าของทีน่ เี่ น้นการพักผ่อนทีเ่ ป็นการพักผ่อนจริงๆ ดังนัน้ จึงถูก ออกแบบมาให้มีความโล่งสบาย ยิ่งบรรยากาศที่ติดริมน้ำาปิงในยามค่ำาคืน มานัง่ กลางสนามหญ้าใต้ตน้ ไม้ใหญ่มคี วามโรแมนติกอย่างยิง่ และยังมีหอ้ ง อาหาร “กัมเบอร์” ไว้บริการ ด้วยเมนูอาหารทีห่ ลากหลาย จะมาพักกันแบบ ครอบครัวหรือคู่รักก็เหมาะอย่างยิ่ง Butterfl y Chiang Mai ตัง้ อยู ่ 181 หมู ่ 6 ตำาบลสันผีเสือ้ อำาเภอ เมือง จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.053-115270 อีเมล์ info@stayatbutterfl y.com หรือ www.stayatbutterfl y.com.

โครงการศิลปะเด็กสรางสรรค@IIE เชียงใหม กับ “ครูโชค” ทศพล เพชรัตนกูล Scoop tnv@hotmail.co.th

การวาดภาพ ระบายสี หรือขีดเขียนเสนสาย ลวดลายตางๆ นัน้ มีประโยชนตอ รางกายและจิตใจมนุษย ดังคําพูดทีก่ ลาววา “ศิลปะ คือสิง่ จรรโลงจิตใจมนุษย ชวยให มนุษยมจี ติ ใจออนโยน สงบ และไมหยาบกระดาง” เมือ่ ไมนานมานี้ นักวิทยาศาสตร ดานสมองไดคนพบวา “การที่เราวาดภาพ หรือระบายสีนั้น เปนการกระตุนประสาท ทั้ง 5 ของมนุษย ทําใหเซลลสมองเชื่อมตอกันเปนวงจรประสาท และเมื่อเชื่อมตอ กันเปนวงจร จัดระเบียบกันไดดีขึ้น สมองก็มีประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้นตามไปดวย”

นประเทศทีพ่ ฒ ั นาแล้ว ให้ความสำาคัญกับ ศิลปะเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการฝกการ พัฒนาการหลายๆ อย่างในตัวของผูเ้ รียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อ พัฒนาระบบ ประสาทต่างๆ ให้สัมพันธ์กัน ฝกใช้ความคิด ที่สร้างสรรค์ มองโลกในแง่ดี พัฒนาสมอง ซีกซ้าย (EQ) ฝกความตั้งใจและสมาธิของผู้ เรียนให้ยาวขึ้น ร่าเริง อารมณ์ดี ใช้เวลาว่าง ให้เป็นประโยชน์ และที่สำาคัญ ผู้เรียนจะได้ เรียนรู้เทคนิค กระบวนการ แนวความคิดของ งานศิลปะที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก ประโยชน์ ข องการส่ ง เสริ มเด็กทาง ด้านศิลปะคือเป็นการฝกทักษะทางด้านศิลปะ ให้ให้ดขี นึ้ เพือ่ ให้เด็กกล้าแสดงออกอย่างอิสระ รู้จักแก้ปญหาเฉพาะหน้า ทำาให้มีสมาธิในการ เรียนทีด่ ขี นึ้ และยังมีผลถึงการพัฒนาการด้าน อื่นๆ อีกด้วย การที่เด็กได้ทำามาก ฝกฝนมาก จะยิ่งช่วยให้เด็กเกิดความชำานาญมากขึ้นอีก ด้วย ถือเป็นการสั่งสมประสบการณ์อันมีค่า ของเด็ก หากเด็กได้รับการสนับสนุน ส่งเสริม ให้สร้างสรรค์ศิลปะอย่างต่อเนื่อง ก็เท่ากับว่า เป็นอีกทางหนึ่งซึ่งสั่งสมความคิดสร้างสรรค์ ให้เกิดขึ้นกับเด็กอย่างต่อเนื่อง เพราะศิลปะมี กระบวนการและธรรมชาติที่เอื้อแก่การพัฒนา ทางสมอง เพิ่มพูนความสร้างสรรค์มากที่สุด

ยิ่งเด็กเรียนรู้มากเท่าไร สติปญญาของเด็กก็ จะเติบโตมากเท่านัน้ และหากการได้คดิ มากๆ คือการทำาให้สมองมีความคิดที่เฉียบคม การ ที่เด็กได้ขีดเส้นลงไปแต่ละเส้น หรือระบายสีก็ ล้วนแต่มีผลทำาให้สมองได้ทำางานต่อเนื่องเช่น กัน ศิลปะเด็กที่ดีควรจะมุ่งเน้นสิ่งต่างๆ ก็คือ ปลูกฝงสร้างความรู้สึกและจิตสำานึกที่ดี เกีย่ วกับงานศิลปะ ให้เด็กมีความรูส้ กึ รักในงาน ศิลปะ และพร้อมทีจ่ ะมีการพัฒนาการทีด่ ยี งิ่ ขึน้ ไปเรือ่ ยๆ เป็นการฝก EQ และสร้างสมาธิในการ เรียน เหมาะสำาหรับเด็กสมาธิสั้น ซึ่งปญหา ของการเรียนของเด็กส่วนใหญ่ในปจจุบันเกิด จากการขาดสมาธิในการเรียน การอ่านหนังสือ ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย ส่งเสริม ทำาให้เกิด พัฒนาการทางด้านความคิดและอารมณ์ในทาง บวก ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้กระบวนการทาง ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การคิดโจทย์ การ ตีความ จากสิ่งที่เห็นอยู่ออกมาเป็นภาพ โดย จะมีครูผู้สอนทำาหน้าที่เป็นที่ปรึกษา แนะแนว ฝกให้เด็กเป็นคนที่ช่างสังเกต สามารถนำาสิ่งที่ เห็นอยู่รอบๆ ตัว นำามาสร้างสรรค์เป็นผลงาน ทางด้านศิลปะได้ และยังทำาให้รู้จักช่วยเหลือ แบ่งปน ซึ่งกันและกัน เพราะการใช้สิ่งของ อุปกรณ์ร่วมกัน

การเรียนการสอนศิลปะที่ดีนั้น ไม่ได้ ให้ผู้เรียนวาดตามครูผู้สอนทุกครั้งไป เพราะ การเรียนการสอนแบบนั้นจะค่อยๆ เป็นการ บ่อนทำาลายความคิดสร้างสรรค์ กล้าตัดสิน ใจ กล้าแสดงออก โดยการเรียนการสอนนั้น ควรเน้นผู้เรียนเป็นหลัก และถ้าหากถามว่า เด็กที่เรียนแบบนี้จะเก่งไหม เด็กจะไม่เก่ง แบบทันตาเห็น เหมือนกับที่อื่นๆ ที่มีรูปมา ให้เด็กระบายสี วาดตามครู อะไรอย่างนั้น เป็นต้น แต่การเรียนการสอนโดยเน้นที่ตัวเด็ก นี้ เด็กจะมีพัฒนาการที่ดี มั่นคง ยั่งยืนอย่างช้า เป็นการปลูกฝงกระบวนการทางความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ตั้งแต่วัยเยาว์ โครงการศิลปะเด็กสร้างสรรค์ (Creative Art for children Project) by kruchang ร่วมกับสถาบันเพิ่มทักษะการเรียน รู้นานาชาติ (IIE) เชียงใหม่ และ Smart @ IT Child & Career Development Center เปิด สอนศิลปะให้กบั น้องๆ เพือ่ ค้นหาความเป็นตัว ของตัวเอง ด้วยการเรียนศิลปะเพ���่อเพิ่มทักษะ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เพิม่ ความฉลาดทาง ด้านอารมณ์ โดยจะทำาให้ผู้เรียนได้รับความรู้ ด้านศิลปะอย่างถูกต้อง ดูแลและเอาใจใส่อย่าง ใกล้ชิดจากครูผู้สอน ครูสอนศิลปะทีด่ ี ต้องเปิดโอกาสและ กระตุ้นให้ผู้เรียนได้สร้างสรรค์สิ่งที่ดี มีความ หมายต่อตนเอง การให้เด็กได้อธิบายเกี่ยวกับ สิ่งที่ได้กระทำาสู่ผู้อื่นรับรู้ และช่วยพิจารณาให้ ข้อเสนอแนะ เป็นการฝกให้เด็กกล้าแสดงออก ยอมรับความคิดเห็นทีแ่ ตกต่าง ได้แลกเปลีย่ น การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การเรียนการสอนใน ลักษณะนี้จะช่วยทำาให้เด็กรู้จักสังเกต จดจำา และสนใจสิง่ ทีอ่ ยูร่ อบๆ ตัว ฝกให้มจี นิ ตนาการ เปิดโอกาสให้สร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น และ เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน อีกทั้งส่งเสริมให้เกิด

ความมั่นใจ ภูมิใจในตนเองอีกด้วย โครงการศิลปะเด็กสร้างสรรค์ ดำาเนิน การสอนโดย “ครูโชค” ทศพล เพชรัตนกูล ศิลปินและนักออกแบบ ที่มีประสบการณ์ ด้านการทำางานศิลปะ การสอนศิลปะสำาหรับ เด็กและบุคคลทัว่ ไป มากว่า 10 ป อีกทัง้ ยัง เป็นครูสอนช้างวาดรูปจนผลงานศิลปะของ ช้างได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนสส์เวิร์ด เร็คคอร์ด เมื่อป 2006 อีกด้วย สนใจสอบถามรายละเอียดได้ท ี่ โรง เรียนสมาร์ท แอท ไอที 201-205 ถ.พระ ปกเกล้า ต.ศรีภูมิ จ.เชียงใหม่ 50200 โทร. 053-214160, 053-214161 และ 0897009337.


ฟ้า แดง เหลือง ดำ�

งาน “วันชาติเกาหลี” ที่ฟูราม่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2553 มีการ จัดงานฉลองวันชาติเกาหลี จัดขึ้นที่โรงแรม ฟูราม่า เชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมงานอย่าง คับคัง่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผูว้ า่ ราชการจังหวัด เชียงใหม่ มอบดอกไม้รว่ มแสดงความยินดี โดย ท่านซอง แฮ มุน เอกอัครราชทูตเกาหลีประจำ� ประเทศไทย ได้กล่าวถึงชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ เมืองไทย และความสัมพันธ์กับประเทศไทย โดยมีความเห็นตรงกันทีจ่ ะสร้างความแข็งแกร่ง ทางด้านโครงสร้างของภูมิภาคนี้ในระดับโลก.

เปิดตัว ฮิโนกิกระทะทอง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2553 มีการเปิดตัวร้าน ฮิโนกิ กระทะทอง โดยเจ้าของ ร้านคือ อนิรุทธิ์ แซ่จึง มีการเชิญพระเถระมาทำ�พิธีคือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์, พระธรรมมังคลาจารย์, พระเทพวิสุทธิคุณ, พระเทพโกศล , พระเทพวรสิทธาจารย์ มีผู้ เข้าร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง ร้านฮิโนกิ กระทะทอง อยู่หลังห้างคาร์ฟูร์ เชียงใหม่.

นิทรรศการศิลปกรรม’’In Bloom”

เปิดตัวโรงแรมโรมิน่า

เมื่อวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม มีงานเปิดโรงแรม “โรมิน่า แกรนด์ โอเต็ล” ตรง ข้าม รพ.รวมแพทย์ ต.หายยา เชียงใหม่ มีการแสดงจาก เทิดไท ชัยนิยม, ธวัช เมืองเถิน และน้องวิว จตุพร มีการแสดงชุด “WELCOME TO ROMENA GRAND HOTEL” ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการ มีผู้เข้าร่วมงานพอสมควร.

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2553 มีการเปิดนิทรรศการ ศิ ล ปกรรม “In Bloom” ที่ ชั้ น 2 โซนนอร์ ท เทิ ร์ น วิ ล เลจ ศูนย์การค้ากาดสวนแก้ว เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ซึ่งนิทรรศการ ศิลปกรรมในครั้งนี้เป็นการแสดงผลงานของกลุ่มศิลปินในาม “Northern Artist Group” โดยใช้เรื่องราวของดอกไม้เป็น แนวเรือ่ งในการเสนอผลงานของกลุม่ ตามทีศ่ ลิ ปินถนัดและชอบ ทำ�ให้เกิดความหลากหลายและความน่าสนใจในงาน.


ThainewsSpecials #12