Page 1

ตลาดสีเขียว

กรกฎาคม - สิงหาคม 2555 l ปที่5 ฉบับบที่24

{

‘ต้นกล้า’ หัวใจของการเปลี่ยนแปลง สู่สังคมยั่งยืน 〰

Green Movement

> ระหว่างเส้นทาง...สู่สวรรค์ สีเขียว

• Green Production

วารสารคุณภาพบริษัทสวนเงินมีมา

> เรื่องเล่าของคนหนุ่มและปลายทาง แห่งฝันบนร่องแปลง

• Green Production > นักปั้น ‘ผัก’ มือทอง • Green Living > ระหว่างอ่าน...เด็กน้อยโตเข้าหาแสง • Green Etc


EDITOR เรื่อง/ ÀÒ¾

จาก บ.ก.

❝ พันธกิจของวารสารตลาดสีเขียว

> ยามเข้าตาจน

สิ้ น หนทางที่ จ ะขุ ด คุ ้ ย บี บ เค้ น สมองให้ ห ลั่ ง เรื่ อ งราวใดออกมา ฉันก็มัก หาทางออกแบบมักง่าย ด้วยการพึ่งพาหน้าใดหน้าหนึ่งในสมุดบันทึก ดึงเรื่อง บางอย่ า งที่ เคยจารจดไว้ อ อกมาขยายความต่ อ และนี่ก็ เป็ น อี ก ครั้ ง ที่ ฉันจ� า ต้ อ งพึ่ ง สมุดบันทึกเล่มหนาอย่างหน้าไม่อาย

เพื่อแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยง ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และผู้บริโภค ที่ค�านึงถึงความยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

22 เมษายน 2555 วันคุ้มครองโลก (Earth Day)…ฉันขึ้นต้นบรรทัดแรกในหน้าที่สุ่ม เปิดขึ้นมาเอาไว้อย่างนี้ เมื่อกวาดสายตาอ่านไปเรื่อยๆ ข้อมูลบางอย่างเริ่มหลั่งออกมา จากความทรงจ�า... กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในบ้านเรา คือหนึ่งในสาเหตุหลักของ เหตุการณ์นองเลือด 14 ตุลา วันมหาวิปโยค

ที่ปรึกษา

นายกษิดิศ อื้อเชี่ยวชาญกิจ นางนาถฤดี นาครวาจา นายประวิทย์ เยี่ยมแสนสุข นายปรีดา เตียสุวรรณ์ นางพอทิพย์ เพชรโปรี นางวัลลภา แวนวิลเลี่ยนส์วาร์ด นายสุเทพ กุลศรี นางสุธาทิพย์ แสงวัฒนกุล นางสุวรรณา หลั่งน�้าสังข์

ประมาณเมษายน – พฤษภาคม 2516 นิสิตนักศึกษากลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยต่างๆ ออกมาเปิดโปงว่า มีคณะนายทหารและนายต�ารวจ ชั้นผู้ใหญ่ ยกโขยงกันไปล่าสัตว์ที่ทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี โดยขนเอาอาวุธ สงคราม พร้ อ มรถจี๊ ป และเฮลิ ค อปเตอร์ ข องทางราชการไปใช้ ใ นเกมการล่ า ครั้ ง นั้ น อันที่จริง เรื่องท�านองยากจะรู้ถึงหูคนภายนอก หากไม่บังเอิญว่า เฮลิคอปเตอร์ล�าหนึง่ ของ คณะเกิดตกตอนขากลับ ซากสัตว์ป่าที่บรรทุกมาด้วยกระจายเกลื่อน ความเลยแตก เสียง วิจารณ์เซ็งแซ่ไปทั่วเมือง แต่จอมพลถนอมและจอมพลประภาสกลับออกมาบอกหน้าตาเฉยว่า คณะบุคคลเหล่านั้นเข้าไปปฏิบัติราชการลับ หาใช่ไปล่าสัตว์เพื่อความบันเทิงไม่...

บรรณาธิการ

วรนุช ชูเรืองสุข

กองบรรณาธิการ

และเหตุการณ์ล่าสัตว์ที่ทุ่งใหญ่ฯ นี่เอง ส่งผลให้นักศึกษา ม. รามค�าแหง 9 คนถูก ไล่ออก เพราะพวกเขาได้ออกหนังสือ มหาวิทยาลัยที่ยังไม่มีค�าตอบ เหน็บแหนมรัฐบาล ต่อกรณีเหตุกาณ์ดังกล่าว และการต่ออายุราชการของจอมพลถนอมและจอมพลประภาส ออกไปอีกคนละ 1 ปี

กรณ์รวี เก่งกุลภพ, จุฬาลักษณ์ ทิวกระโทก ธนกร เจียรกมลชื่น, ธนพล เขียวละม้าย นคร ลิมปคุปตถาวร, สรารินทร์ รัตนาภิบาล อธิพาพร เหลืองอ่อน

จากนั้นมา กระแสการประท้วงของนักศึกษาเริ่มทวีความรุนแรง ต่อเนื่อง ขยายวง และขยายประเด็นไปสู่การเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จนกลายเป็นชนวนประวัติศาสตร์น�าไปสู่ เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516... แผลเป็นใหญ่ที่ไม่เคยเลือนไปจากความทรงจ�าของใครหลายคน

ชาคริต ศุภคุตตะ

หากลองย้อนดูประวัติศาสตร์ครั้งส�าคัญหลายๆ เหตุการณ์ เรามักพบว่ามีเรื่องของ สิ่ง แวดล้ อ ม เรื่อ งของการอนุรักษ์ เรื่องของการปกปักรักษาธรรมชาติแทรกซึมอยู่ด้วย เสมอ รวมถึ ง วั นคุ ้ ม ครองโลก ซึ่ ง ก็ เ กิ ด มาจากการแสดงพลั ง ครั้ ง ใหญ่ ข องกลุ ่ ม อนุ รั ก ษ์ ธรรมชาติในอเมริกา จนน�าไปสู่การออกกฎหมายควบคุมการกระท�าที่สร้างความเสียหาย ให้กับธรรมชาติ และกลายเป็นวันคุ้มครองโลกขึ้นเมื่อ 22 เมษายน 2513 ข้อความในหน้าสมุดบันทึกยังไม่จบลง หากแต่เปลี่ยนประเด็นไปสู่ผลการวิจัยใน อังกฤษจากนิตยสาร Nature เกี่ยวกับเรื่องไดเอ็ท หรือการลดปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์แล้ว หันมาบริโภคผัก ผลไม้ให้มากขึ้น ซึ่งผลการวิจัยพบว่า สามารถช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน ได้อย่างมีนัยยะส�าคัญ ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น คงมีโอกาสได้น�ามาบอกเล่า กันในวาระต่อไป ฉบับนี้ ฉันขอจบบทบรรณาธิการอันน่าอายไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน W

ติดต่อเพื่อลงโฆษณาและสมัครสมาชิกวารสารได้ที่

ศิลปกรรม ภาพปก

จุฬาลักษณ์ ทิวกระโทก ผู้จัดท�า

บริษัท สวนเงินมีมา จ�ากัด

สนับสนุนการจัดพิมพ์โดย

บริษัท สวนเงินมีมา จ�ากัด เลขที่ 77, 79 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทร. 0 2622 2495-6, 0 2622 0955, 0 2622 0966 โทรสาร 0 2622 3228 อีเมล: greenmarketthai@gmail.com Fb: www.facebook.com/thaigreenmarket เว็บไซต์: www.thaigreenmarket.com


CONTENT

สารบัญ > Green Production

• ระหว่างเส้นทาง...สู่สวรรค์สีเขียว • เรื่องเล่าของคนหนุ่ม และปลายทางแห่งฝันบนร่องแปลง

4-6 7-10

> Green Channel

• ขบวนการสังคมผู้บริโภคสีเขียว • ส่งหัวใจใส่กล่องไปพร้อมผัก • ปฏิบัติการคนสานใจ ไร้สารพิษ

> Green Living

• นักปั้น ‘ผัก’ มือทอง • CIY: ฟักทอง ผักผลไม้พื้นบ้านไทย • เส้นทางสู่ร้านกรีนกับGreen Shop CoPs

> Green Movement • • •

ช่องทางตลาดเกษตรอินทรีย์ในรูปแบบสหกรณ์ ผู้บริโภคสีเขียว เพื่อกาย่า โลกที่มีชีวิต ‘ต้นกล้า’ หัวใจของการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมยั่งยืน โครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมชุมชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคกลาง

> Green Etc.

• ระหว่างอ่าน...เด็กน้อยโตเข้าหาแสง • มุมชวนกันอ่าน

p.07

11 12-14 15

16-18 19 20-21

p.12

22-23 24-25 26-27

p.16

28-30 31

p.24

ตลาดสีเขียว 3


GREEN PRODUCTION

Green Producer

เรื่อง/ภาพ: นู๋มิ้ม

ระหว่างเส้นทาง... สู่สวรรค์สีเขียว

‘สวรรค์ ที่เราสร้างเองได้’ GreenHeaven@NongRee

> สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ส�ำหรับคอลัมน์

ผู้ผลิตหัวใจสีเขียว (Green Producer) ของเรา ที่ผ่านๆ มา นู๋มิ้มก็ได้แนะน�ำผู้ผลิตทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ หรือจะเป็นกลุ่ม ชุมชน มาทั้งหมด นับได้ 23 รายเข้าไปแล้วนะคะ ยังพอจะจ�ำ กั น ได้ บ ้ า งไหมเอ่ ย ส� ำ หรั บ ฉบั บ นี้ก็ มี เรื่ อ ง ราวสนุกๆ ของคนหัวใจสีเขียวอีกกลุ่มจะมา แนะน�ำกันเช่นเคยค่ะ จะด้วยความบังเอิญ หรื อ ธรรมะจั ด สรรก็ มิ อ าจทราบได้ ท�ำ ให้ นู ๋ มิ้ ม ได้ ม ารู ้ จั ก กั บ รุ ่ น พี่ ส องคนเมื่ อ ปลายปี ที่ แล้ ว และเมื่อ เดือ นที่ผ ่ า นมาสวรรค์ก็จัดคิว ให้เรามาพบกันอีก แต่ตอนนี้พี่ทั้งสองไม่ได้ มาปรากฏเพี ย งแค่ ส องคนเหมื อ นอย่ า งเคย อี ก แล้ ว ค่ ะ แต่ ม าพร้ อ มกั บ ผั ก อิ นทรี ย ์ แ ละ ชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ที่ท�ำให้นู๋มิ้มต้องกลับไป เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า แล้วออกเดินทางไป เยี่ยมพี่ๆ เค้าถึงถิ่นกันเลยทีเดียว เชิญท่าน ผู ้ อ ่ า นมาท� ำ ความรู ้ จั ก กั บ ‘วิ ส าหกิ จ ชุ ม ชน สวรรค์สีเขียวหนองรี’ กันเลยดีกว่านะคะ 4 ตลาดสีเขียว

สองนักบุกเบิกสวรรค์สีเขียว แห่งบ้านหนองรี

เมื่ อ พู ด ถึ ง ‘วิ ส าหกิ จ ชุ ม ชนสวรรค์ สี เขียวหนองรี’ หรือ GreenHeaven@NongRee ก็ต้องเห็นหน้าคุณพี่ทั้งสองคนนี้ลอยเข้ามา ในมโนภาพทันที พี่จ๋อง หรือ คุณอนุรักษ์ เรื อ งรอบ ดี ก รี ด ๊ อ กเตอร์ ด ้ า นบริ ห ารธุ ร กิ จ จากสถาบันเอไอที (สถาบันเทคโนโลยีแห่ง เอเชีย) และ พี่พร หรือ คุณสมพร ปัญญา เสฐียรพงศ์ อดีตผู้สื่อข่าวและโปรดิวเซอร์ ภาคสนามซึ่ ง คร�่ ำ หวอดกั บ ส� ำ นัก ข่ า วระดั บ สากลมากว่ า 15 ปี จากงานบริ ห าร ทั้ ง สองท่านผันชีวิตคนเมืองของตนเองมาสู่การ เป็ น เกษตรกร อยู ่ ที่ ต� ำ บลหนองรี อ.เมื อ ง จ.ชลบุ รี อย่ า งเต็ ม ตั ว โดยพี่ จ ๋ อ งได้ ม าซื้ อ ที่ดินไว้จ�ำนวน 70 ไร่ ตั้งแต่ปี 2549 และ เริ่ ม รวมกลุ ่ ม ชาวบ้ า นที่ ส นใจท�ำ การเกษตร ในระบบอินทรีย์ โดยยึดแนวทางการปฏิบัติ เพื่อเข้าสู่การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ IFOAM

“พี่น่ะลูกชาวนา ท�ำนาท�ำสวนมาตั้งแต่ เกิด” พี่จ๋องบอก ส่ ว นพี่ พ ร “พี่ เพิ่ ง ได้ เหยี ย บดิ น เต็ ม ๆ เท้า รู้จักการตีแปลงปลูกผักก็ตอนนี้ล่ะ” สองคนพู ด พร้ อ มหั ว เราะลั่ น เราเริ่ ม เห็ นความต่ า งที่ ล งตั ว ของสองหนุ ่ ม (ใหญ่ ) ที่ช่วยกันสร้างสวรรค์สีเขียวที่นี่ขึ้นมา พี่จ๋อง เป็นฝ่ายบริหารจัดการระบบการผลิต เชื่อม โยงประสานความร่วมมือของภาคี ทั้งภาค รัฐและเอกชนในท้องถิ่น ส่วนพี่พรรับหน้าที่ ดูแลเรื่องการตลาดและงานประชาสัมพันธ์ เลือกปลูกผัก...ปลูกชีวิต พลิกวิถีชุมชน

ท� ำ ไมพี่ ถึ ง เลื อ กปลู ก ผั ก ? (โดยเฉพาะ ผักสลัด จัดว่าขึ้นชื่อมาก) นู๋มิ้มเริ่มสงสัย พี่ จ๋องเลยอรรถาธิบายให้ฟังว่า เมื่อแรกที่เข้า มาเริ่มต้น ก็เริ่มชวนชาวบ้านมาร่วมนั่งคิดนั่ง คุยกันเป็นเดือนว่าจะท�ำอะไรกันดี ชาวบ้าน บอกว่า อยากท�ำอะไรที่ง่ายๆ ได้เงินเร็วๆ พี่ จ๋องกลับไปนอนคิดนั่งคิด...เรามีที่ดิน ยังไงก็


ต้องท�ำเกษตรกรรมล่ะ ทีนี่จะปลูกอะไรดีให้ ได้ตามโจทย์ที่ชาวบ้านตั้งไว้ ก็พาชาวบ้าน ไปดูงานในพื้นที่ต่างๆ ครั้งแรกไปกันที่บ้าน ดงบัง ชวนปลูกสมุนไพร ท�ำยา ท�ำผลิตภัณฑ์ สมุนไพรขาย แต่ชาวบ้านบอกว่า มันนานนะ ตั้ง 18 เดือนกว่าจะได้เงิน แล้วระหว่างนั้น จะเอาอะไรกิน เป็นโจทย์ให้พี่จ๋องต้องจ๋อง สมชื่ อ กลั บ ไปก่ า ยหน้ า ผาก นอนตะแคง พลิกซ้ายป่ายขวา คิดใหม่อีกรอบ ทีนี้ลอง ยกขบวนไปดู ง านปลู ก ผั ก สลั ด ที่ วั ง น�้ ำ เขี ย ว ได้ผล!! คลิกเลย กลับมาชวนคุย ชาวบ้าน ชอบใจ เอาด้วย ก็ลองมาประเมินความเป็น ไปได้ เ รื่ อ งสภาพพื้ น ที่ แ ละภู มิ อ ากาศของ หนองรี จะเห็นว่าที่ของเราก็ติดภูเขา อากาศ ดีไม่แพ้วังน�้ำเขียว ถ้าเราลองปลูกผักสลัดดู บ้าง ก็น่าจะเป็นไปได้ ผักสลัดดูแลง่าย ราย ได้งาม... ว่าแล้วพวกเราก็ลงมือท�ำเลย ชวน ชาวบ้านได้ราว 10 ครอบครัว รวมกลุ่มกันตั้ง เป็น ‘วิสาหกิจชุมชนสวรรค์สีเขียวหนองรี’ ที่ ตั้งชื่อนี้เพราะเราคิดว่า “สวรรค์เราสร้างเอง

ได้ ไม่ต้องรอใครมาสร้างให้ และในเมื่อเรา ปลูกผักปลูกพืช ยังไงมันก็ต้องเป็นสวรรค์สี เขียว” พื้ นฐานชาวบ้ า นที่ นี่ ป ลู ก ผั ก เศรษฐกิ จ เป็ น อาชี พ ดั้ ง เดิ ม อยู ่ แ ล้ ว ในอดี ต มี ก ารใช้ สารเคมี ต ่ า งๆ แต่ ส ่ ว นหนึ่ง หยุ ด ใช้ ม าเป็ น เวลาหลายปี จึงง่ายต่อการปรับเปลี่ยนเข้า สู ่ ร ะบบอิ นทรี ย ์ ที่ นี่ ป ลู ก ผั ก สลั ด หลั ก ๆ อยู ่ 6 ชนิดคือ คอส กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เรดคอรัล และผักกาดแก้ว นอกจากนี้ ยังทดลองปลูก พั นธุ ์ อื่ น ๆ เช่ น ร็ อ คเก็ ต สปี แน็ช แล้ ว ยั ง มี ผั ก เศรษฐกิ จ อี ก บางรายการ เช่ น ผั ก บุ ้ ง คะน้า มะเขือยาว พริกขี้หนูสวน ฝรั่งกลม สาลี่ เป็นต้น ชาวบ้านเริ่มชักชวนกันมาเข้า กลุ่มเรื่อยๆ มีการพูดคุยกันเพื่อวางแผนการ ผลิตทุกสัปดาห์ พร้อมทั้งหารือแลกเปลี่ยน ปัญหาทางการผลิตไปด้วย พี่จ๋องและพี่พร คิดเสมอว่า เกษตรอินทรีย์ที่เริ่มต้นนี้ควรส่ง ผลให้ชุมชนเห็นว่าอาชีพเกษตรกรมีศักดิ์ศรี มีรายได้พอเลี้ยงครอบครัวและมีความสุขได้

ด้วย ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการชักชวน แรงงานจากภาคอุตสาหกรรมให้กลับสู่ภาค เกษตรกรรมโดยเฉพาะกั บ เยาวชนคนรุ ่ น ใหมที่ยังคิดถึงแต่อาชีพในภาคอุตสาหกรรม สวรรค์สีเขียวไม่ใช่แค่สวรรค์ของเราแต่ เป็นสวรรค์ของชาวชุมชนหนองรีทุกคน ระหว่างเส้นทาง...สู่สวรรค์สีเขียว

เกษตรอินทรีย์ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะคะ ที่ นี่นัก เป็ น อี ก หนึ่ง ตั ว อย่ า งของการเดิ นทาง สู ่ เ ส้ น ทางเกษตรอิ น ทรี ย ์ ที่ จ ะเป็ น ก� ำ ลั ง ใจให้ ก ลุ ่ ม หรื อ ชุ ม ชนต่ า งๆ ได้ เป็ น อย่ า งดี การบริ ห ารจั ด การปั จ จั ย สนั บ สนุนการผลิ ต ซึ่ ง เป็ น หั ว ใจของการเดิ นทางครั้ ง นี้ มี ห ลาก หลายวิธีการ ที่นี่โชคดีในเรื่อง ‘ปุ๋ยอินทรีย์’ ค่ ะ เพราะทางกลุ ่ ม มี ทุ น เรื่ อ งโรงงานผลิ ต ปุ๋ยอินทรีย์ (จากมูลเป็ด แกลบเผา ปลาป่น ฯลฯ) วัตถุดิบก็ได้จากผู้ผลิตในท้องถิ่น ท�ำให้ ได้ต้นทุนราคาถูก เพียงกิโลกรัมละ 2 บาท และเจ้ า ของโรงงานผลิ ต ปุ๋ ย อิ นทรี ย ์ ก็ ไม่ ใ ช่ ตลาดสีเขียว 5


ใครที่ ไหน เป็ น อดี ต นายกองค์ ก ารบริ ห าร ส่วนต�ำบลหนองรี สายสัมพัน์นี้เกิดจากการ ขยันค้นหาและเชื่อมโยงของพี่จ๋อง ท�ำให้การ ผลิตและจัดหาปุ๋ยอินทรีย์ให้สมาชิกง่ายขึ้น ทั้งยังน�ำไปสู่การเชื่อมโยงกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอีกด้วย ในส่วนของเมล็ดพันธุ์ ทางกลุ่มมีการ สนั บ สนุ น ให้ กั บ สมาชิ ก ก่ อ นทุ ก ราย เมื่ อ จ� ำ หน่ า ยผั ก มี ร ายได้ แ ล้ ว จึ ง ค่ อ ยทยอยน� ำ มาใช้คืนให้กลุ่มค่ะ พี่จ๋องช่างสรรหาเมล็ด พันธุ์ผักสลัดหน้าตาแปลกใหม่มาให้สมาชิก ทดลองปลูกอยู่เสมอ เป็นการทดลองความ ต้องการการบริโภคของตลาดไปในตัว และ ยั ง มี แนวโน้ ม ที่ จ ะเก็ บ เมล็ ด พั นธุ ์ เ องอี ก ด้ ว ย นะคะ ด้ า นชี ว ภั ณฑ์ ต ่ า งๆ ที่ ใ ช้ ท ดแทนสาร เคมี นั้ น ทางกลุ ่ ม ผลิ ต ใช้ กั น เอง โดยได้ ความรู ้ จ ากการไปศึ ก ษาดู ง านที่ เครื อ ข่ า ย กสิกรรมไร้สารพิษ อ.วังน�้ำเขียว และชมรม เกษตรอินทรีย์ธรรมชาติวัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี เช่น การท�ำสมุนไพรไล่แมลง น�้ำ หมักชีวภาพ และฮอร์โมนบ�ำรุงต่างๆ ผลิต ไตรโคเดอร์ ม า เชื้ อ ราบิ ว เวอร์ เรี ย สมาชิ ก จะมารวมกัน ผลิต และเก็บรักษาที่พื้นที่ส่วน กลางของกลุ่ม เพื่อให้สมาชิกได้ร่วมเรียนรู้ และการน�ำไปใช้ได้ถูกวิธี การแก้ปัญหาโรคแมลงและเทคนิคการ ผลิ ต ทั้ ง พี่ จ ๋ อ ง พี่ พ รน� ำ เอาเทคโนโลยี ก าร สื่ อ สารมาช่ ว ยแก้ ป ั ญ หา เจอโรคแมลงโรค พื ช ก็ ค ้ น หาข้ อ มู ล ทางอิ น เทอร์ เน็ต หรื อ วิ ธี ท�ำยังไงให้ผักสด กรอบ และมีรสชาติดี หรือ เรี ย นรู ้ ส าเหตุ แ ละวิ ธี แ ก้ ไขร่ ว มกั บ ชาวบ้ า น 6 ตลาดสีเขียว

กันเดี๋ยวนั้นที่แปลงผักเลย ท�ำให้สามารถแก้ ปัญหาได้รวดเร็วทันการณ์ และยังได้เชื่อม โยงผู้เชี่ยวชาญจากที่ต่างๆ มาให้ค�ำปรึกษา อยู ่ เ สมอ เช่ น หมอดิ น จาก จ.ปราจี น บุ รี เป็นต้น ผักอินทรีย์ส่งตรงถึงผู้บริโภคแล้วจ้า

เมื่ อ ผลิ ต ผั ก อิ น ทรี ย ์ ไ ด้ คุ ณ ภาพตาม ที่ ตั้ ง ใจไว้ แ ล้ ว เรามาดู ก ารบริ ห ารจั ด การ ตลาดของกลุ ่ ม กั น ดู บ ้ า งนะคะ ที่ จ ริ ง ทาง กลุ ่ ม เพิ่ ง เริ่ ม เปิ ด ตั ว ในการจ� ำ หน่ า ยเมื่ อ ต้ น เดื อ นเมษายนปี 2555 นี่ เ อง โดยเริ่ ม วาง จ� ำ หน่ า ยที่ ต ลาดสิ น ค้ า เกษตรหน้ า ศาลา ว่าการ อ.เมือง จ.ชลบุรี ตอนแรกจ�ำหน่าย สัปดาห์ละครั้ง ทุกวันศุกร์ “ตลาดที่นี่เขาเรียกเราว่า เจ้าผักแพง” พี่พรพูดพร้อมเสียงหัวเราะ “เราก็ไม่ได้ค้าน อะไรเขา เพราะผักที่เราขายมีราคาประกัน ให้สมาชิก คนปลูกเขาต้องท�ำงานหนักเพื่อ ให้ผักออกมาได้มาตรฐาน เราต้องให้ความ รู ้ แ ละข้ อ มู ล กั บ ผู ้ บ ริโภคให้ เขาใจถึ ง จุ ด นี้ ให้ ความชัด เจนถึง มาตรฐานการผลิต ท�ำ ให้ มี ลูกค้าประจ�ำมาอุดหนุน ซึ่งเป็นเหมือนญาติ พี่น้องกัน มาคุย มาถาม มาเยี่ยมเราที่สวน บ้าง” เดิ ม ที ที่ ก ลุ ่ ม ตั้ ง ใจท� ำ การตลาดที่ ตั ว เมื อ งชลบุ รี แ ละเมื อ งพั ท ยาก่ อ น เพราะเล็ ง เห็ น ว่ า เป็ น กลุ ่ ม ผู ้ บ ริโ ภคที่ มี ก� ำ ลั ง ซื้ อ และ ก�ำลังการบริโภคก็มาก อีกทั้งช่วยลดค่าการ บริหารจัดเรื่องการขนส่งผักไปไกลๆ เรียกว่า ปลูกขายกันเองในท้องถิ่น การตั้งราคาขาย และรั บ ซื้ อ จากเกษตรกรในกลุ ่ ม ใช้ วิ ธี คิ ด

จากการมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบของผู้ ผลิต ตลาด (คนกลางในการบริหารจัดการ) และผู้บริโภค เรียกว่า ระบบแฟร์เทรด (Fair Trade) โดยให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมดูแลและ ได้ ป ระโยชน์ ร ่ ว มกั นตั้ ง แต่ ต ้ นทางการผลิ ต จนถึงปลายทางการบริโภค ต่อมาทางกลุ่ม ได้พัฒนาการผลิตจนมีคุณภาพดี สม�่ำเสมอ จึ ง ขยายตลาดไปสู ่ ร ะบบส่ ง ตรงถึ ง ผู ้ บ ริโภค ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการสั่งซื้อล่วงหน้าผ่าน เฟซบุ ๊ ค รายละเอี ย ดเส้ น ทางการจั ด ส่ ง สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.facebook. com/GreenHeavenNongRee ส่ ว นใครที่อ ่ า นมาถึง ตรงนี้ แล้ ว อยาก ลองแวะเวี ย นไปสั ม ผั ส สววรค์ สี เ ขี ย ว ใกล้ เมื อ งกรุ ง ไปให้ ก� ำ ลั ง ใจชาวชุ ม ชนหนองรี พี่ จ ๋ อ ง และพี่ พ รกั น ได้ น ะคะที่ วิ ส าหกิ จ ชุมชนสวรรค์สีเขียว 30/1 หมู่ 13 ต.หนอง รี อ.เมือง จ.ชลบุรี โทรศัพท์ 08-1806-2406, 08-6349-7460 อี เมล anurug@yahoo. com, fixerexpress@gmail.com แล้ว อย่ า ลื ม รอลุ ้ น นะคะว่ า ฉบั บ หน้ า นู ๋ มิ้ ม จะมี เรื่องราวของผู้ผลิตหัวใจสีเขียวที่ไหนมาเล่า ให้ฟังค่ะ W


GREEN LIVING

ในสวนของคนปลูกพรรณไม้

เรื่อง/ภาพ: ปราชญ์ อันดามัน

เรื่องเล่าของคนหนุ่ม และปลายทางแห่งฝันบนร่องแปลง

(ตอนที่ 1) > รถของเราเดินทางมาถึงนครปฐมใน

ยามบ่าย ขณะแดดหรุบเร้นซ่อนหลังเงาเมฆ ครึ้ ม เทา เพี ย งไม่ กี่ อึ ด ใจสายฝนก็ เทลงมา ชื้ น ลมฝนปะทะต้ อ งใบหน้ า ขณะเปิ ด ประตู รถ เด็กหนุ่มร่างทะมัดทะแมง กางร่มคันโต ออกมารับ ผมยกมือบอกเขาไป “ไม่เป็นไร” ผมมาที่นี่เป็นครั้งแรก ด้วยการชักชวน จาก ‘คุณอ้อม’- ชรินา ง่วนส�ำอางค์ เจ้าของ ร้ า นใส่ ใ จ ที่ ตั้ ง ใจมาดู แ ปลงผั ก ไร้ ส ารพิ ษ ขณะพักหลบฝนใต้ชายคา ผมกวาดสายตา มองไปรอบๆ บริเวณ เนื้อที่ราวกว่า 20 ไร่ เต็ ม ไปด้ ว ยแปลงผั ก ทิ ศ เหนื อ จรดขุ ม บ่ อ ปริ่ ม น�้ ำ อี ก ด้ า นเป็ น คลองส่ ง ผ่ า นน�้ ำ ของ ชลประทาน ติดขอบถนนก้าวข้ามไปเป็นไร่ อ้อย ไม่ได้ตั้งใจมาเขียนเรื่องราวอะไรจากที่ นี่ แต่ด้วยรอยยิ้มและจากการพูดคุยกับเด็ก หนุ ่ ม คนนี้ ท� ำ ให้ หั ว ใจของผมกลั บ ไปสู ่ โลก วัยเยาว์อีกครั้ง

‘แมน’ หรือ ธนภัทร พันธ์สวัสดิ์ คือ หนุ่มน้อยที่ผมก�ำลังกล่าวถึง แมนไม่ใช่คน ที่ นี่ เขาเติ บ โตบนพื้ น เพชาวสวน จบการ ศึ ก ษามาจากคณะเกษตร มหาวิ ท ยาลั ย เกษตรศาสตร์ และตอนนี้ก�ำลังเรียนต่อคณะ เดิม มหาวิทยาลัยเดิมในระดับปริญญาโท “ผมเป็ น เด็ ก เกษตรมาแต่ ก� ำ เนิด ครั บ เหตุผลที่ผมใช้ค�ำนี้ เพราะปู่ ย่า ตา ยาย ของผมเป็นเกษตรกร ผมมีสวนทุเรียน มังคุด อยู่ที่นนทบุรี ส่วนปู่ ย่า เคยท�ำนาที่สุพรรณบุรี เรี ย กว่ า ชี วิ ต ผมเกิ ด มาพร้ อ มกั บ เรื อ กสวน ไร่นา” เด็กหนุ่มเล่าด้วยแววตาเปี่ยมประกาย และแรงดาลใจ ผมเพียงแค่แปลกใจว่าท�ำไม เขาจึ ง เลื อ กกลั บ มาท� ำ สวน คนรุ ่ น เขาส่ ว น ใหญ่ ห ายไปในกระแสของโลกสมั ย ใหม่ ที่ กวาดพาเอาคนหนุ่มคนสาวไปยืนอยู่อีกฟาก ฝั ่ ง บนโต๊ ะ สนทนา ขณะที่ เรารอฝนหยุ ด แมนบอกผมว่า “ตอนแรกก็ไม่ ได้ ผู ก พัน อะไรกับ อาชีพ เกษตรกรนัก หรอกครั บ ตอนเป็ น เด็ ก ผม

อยู่อยู่บ้านเดียวกับตา ยาย มีพ่อ แม่ น้า และพี่สาวอยู่ด้วย รวมแล้วก็ 8 ชีวิต บ้าน ตาเป็นบ้านไม้เรือนไทย 5 หลัง ยกใต้ถุนสูง หลังบ้านเป็นสวนผลไม้นานาชนิด แต่จะเน้น ไปที่ ทุเรียน มังคุด มะไฟ และมะปราง ผม จ�ำได้ สมัยนั้นน�้ำในท้องร่องใสสะอาดมาก ครั บ สะอาดขนาดที่ ผ มลงไปด� ำ ผุ ด ด� ำ ว่ า ย ได้อย่างไร้กังวลเลยละครับ” ผมพยายามนึก ภาพตาม โลกบางเสี้ ย วใน วัยเด็กของเขา ถูกร้อยเรียงผ่านออกมาจาก ปากค�ำของคนหนุ่มไม่ขาดสาย “ภาพธรรมชาติในสวนตอนนั้น จับใจ ผมไม่เคยลืม มันเป็นสวนที่น่ากลัว เพราะ ต้นไม้สูงใหญ่ ทางเดินก็แคบ ก้าวผ่านสวน ข้างเคียง ที่มีงูงวงช้างตัวใหญ่มาก ตอนนั้น ผมอายุ 5-6 ขวบ กลัวมากเลยละครับเวลา ที่ต้องเข้าไปในสวนเพื่อเก็บทุเรียน มังคุด ใน ฤดูผลไม้จะมีลูกๆ หลานๆ ของตากับยายมา ช่วยกันเก็บ ส่วนยายเป็นคนขาย ตามีหน้าที่ ดูแลผลผลิตให้ออกมาสวยงามโดยไม่ใส่ปุ๋ย หรือพ่นสารเคมีอะไรเลย” ตลาดสีเขียว 7


ฝนสาดซั ด มาพร้ อ มกั บ สายลม จนผมต้ อ ง ขยั บ หนีจ ากม้ า นั่ง ใต้ ช ายคา คู ่ ส นทนาของ ผมยิ้ม ก่อนเล่าเรื่องราวต่อ “ที่ ส วนเมื อ งนนท์ ข องตาจะมี ก ารขุ ด ท้ อ งร่ อ งประจ� ำ ปี พวกเราเด็ ก ๆ ต้ อ งตื่ น แต่ เ ช้ า ทั้ ง โดนปลุ ก โดนขู ่ บั ง คั บ ให้ เ ข้ า ไป ช่ ว ยงานในสวน เป็ น ที ม งานตั ว น้ อ ย ผม เป็นผู้ชายคนเดียว เลยต้องแบกภาระเยอะ หน่ อ ย แต่ ก็ อ าศั ย ความเป็ น เด็ ก ที่ สุ ด ใน บรรดาพี่ น ้ อ ง เลยไม่ ล� ำ บากอะไร แค่ รู ้ สึ ก เซ็งๆ เพราะอดดูการ์ตูนช่อง 9 ช่วงเช้าทุก เสาร์-อาทิตย์ บางครั้งเคยท�ำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก็ ถูกแม่บ่นจนหูชา สุดท้ายก็ต้องยอมเดินออก ไปอย่างหน่ายๆ ตั้งแต่จ�ำความได้ก็เจอยังงี้ มาตลอดเลยครับ จากนั้นความเบื่อหน่ายก็ ค่อยลดหายไปจน 8 ขวบ ผมจ�ำได้แม่นย�ำ ผมปีนต้นมังคุดเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นผม ก็ ก ลายเป็ นก�ำ ลั ง หลั ก รองจากตา ยาย ใน การเก็ บ มั ง คุ ด ส่ ว นทุ เรี ย นบอกได้ เ ลยครั บ มีต าคนเดีย วเท่ า นั้นที่เป็ นมือโปร ส่วนยาย ผมโหนเก่งยังกับลิง ผมเลยเอาอย่างบ้าง” เด็ ก หนุ ่ ม หยุ ด หั ว เราะเมื่ อ นึ ก ถึ ง ภาพยาย ขณะเก็บมังคุดผ่านโลกของความทรงจ�ำ “ตานั้ น ไม่ ต ้ อ งพู ด ถึ ง เหมื อ นลิ ง ยิ่ ง กว่ายายเสียอีก...จนวันนี้ผมก็ยังไม่สามารถ ปี น ต้ น ทุ เรี ย นเพื่ อ ไปเก็ บ ลู ก มั น ได้ เ ลยครั บ นอกจากใช้บันไดแล้วต่อไม้สอยเอา มันน่า อายมาก ยิ่งช่วงฤดูมะไฟเป็นอะไรที่เหนื่อย หนัก ทุกๆ ปีช่วงมกราคม-มีนาคม มะไฟจะ ออกดกมาก ก่อนทุเรียนกับมังคุดจะออก ต้น มะไฟจะดก ลูกเหลืองอร่ามไปทั่วสวน ลูก มันจะออกช่ อ เป็ น พวงคล้ายองุ่น แต่ขนาด ใหญ่กว่า เวลาเก็บ ต้องออกแต่เช้ามืด สุด ยอดของความขี้เกียจเลยครับ เพราะเป็นช่วง หน้ า หนาว การลุ ก จากที่น อนถือ ว่ า ทรมาน ทั้งกายและใจ สาเหตุนี้ท�ำให้ผมเบื่อการเข้า สวนเป็นที่สุด แต่ยายก็ย�้ำนักย�้ำหนาว่า ห้าม เก็ บ มะไฟถ้ า พระอาทิ ต ย์ โดนลู ก เพราะจะ ท�ำให้เปลือกด�ำหรือคล�้ำไม่สวย”

8 ตลาดสีเขียว

แมนหยุดเล่า มองดูสายฝนที่ยังคงกระหน�่ำ ลงมาอย่ า งไม่ มี ที ท ่ า จะหยุ ด เขาก้ ม หน้ า เหมื อ นนึก อะไรบางอย่ า ง น�้ ำ เสี ย งแผ่ ว ลง เล็กน้อย “จนมาถึ ง ช่ ว งหนึ่ ง ความเป็ น สวนก็ ค่อยๆ หายไป ลูกยายทุกคนรับราชการกัน หมด หลังจากตาเสีย ก็ไม่มีคนช่วยดูแล จน ผมอยู่ชั้นมัธยม 5 ผมรู้สึกเลยว่า สวนมัน ค่อยๆ แห้งแล้งลง ไม่ใช่เพราะยายดูแลไม่ ดี แต่ธรรมชาติแวดล้อมมันเปลี่ยนแปลงไป เยอะมาก น�้ำที่เคยลงไปอาบก็ลงไปใช้ไม่ได้ ต้นไม้ที่ปลูกมานาน ก็ทยอยร่อยหรอ ตาย ลง ยายผมคนเดียวดูแลไม่ไหว คนงานก็หา ยากเพราะไม่มีใครอยากท�ำสวนแล้ว ปล่อย ร้างว่างเปล่า หรือไม่ก็ขายกันไปหมด ช่วงนี้ แหละ จากความเบื่อหน่าย ความขี้เกียจที่จะ เข้าไปเก็บทุเรียน มังคุด เปลี่ยนเป็นความ ใจหาย จากที่เคยทิ้ง ๆ ขว้ า งๆ เก็บ ทุเรีย น เรียงเต็มใต้ถุน มังคุดไม่เคยนับเข่ง แบกไป กลับวันละหลายสิบเที่ยว จนเหลือเพียงหนึ่ง หรือสองเที่ยวเท่านั้น ทุเรียนหล่นใต้โคนไม่ เคยเหลี ย วแล จนวั นนี้ แ ม้ แ ต่ ผ ลที่ ก ระรอก แทะแล้ ว ก็ยัง เก็บ เอากลับ ไปบ้ า น เมื่อ ก่ อ น มั ง คุ ด เลื อ กเก็ บ แต่ ลู ก ม่ ว งด� ำ สวยๆ หล่ น ลงพื้น ปาใส่หมาบ้าง เหยียบเล่นบ้าง มาวัน นี้หล่นจมน�้ำยังต้องงมเลย อันนี้แหละครับที่ ท�ำให้ผมคิดอยากจะท�ำอะไรก็ได้ที่จะให้สวน กลับมาเป็นเหมือนเดิม” สายฝนนอกชายคาเริ่มซาลงบ้างแล้ว แมน นิ่งชั่วครู่ ก่อนเล่าต่อ “ผมกลายเป็นเกษตรกรน้อยไปโดยไม่รู้ ตัว เริ่มจากการปลูกผักทุกอย่างที่ร้านค้าใน ตลาดจะมี เมล็ ด พั นธุ ์ ข าย ประกอบกั บ การ เริ่มซ่อมต้นไม้ที่ตาย คอยรดน�้ำดูแลรักษา มี คุณครูชั้น ตะพานทอง เป็นผู้ถ่ายทอดวิชา ทั้งวิชารดน�้ำ วิชาถางหญ้า วิชาเก็บทุเรียน (ยากมาก) และวิชาที่ครูชั้นถนัดที่สุดคือวิชา ขายของ จากนั้น ผมก็ เริ่ ม ขยายจากซองมา

เป็น กระป๋อง ปลูกถั่วฝักยาวครับ มียายเป็น ครู ใหญ่ มีพ ่ อ เป็ น พี่เ ลี้ย ง ส่ ว นแม่ เป็ น ฝ่า ย การตลาด จ� ำ ได้ ไม่ เคยลื ม สมุ ด จดบั นทึ ก ยั ง อยู ่ เ ลยครั บ ปลู ก รุ ่ น แรก 1 กระป๋ อ งได้ ก�ำไร 500 บาท ดีใจมากครับ จากนั้นความ ห้าวหาญก็บังเกิด เพิ่มจากถั่วฝักยาวอย่าง เดียวมาเป็นผักคะน้าด้วย ปลูกส่งร้านขาย ข้ า วขาหมู ได้ รุ ่ น เดี ย วเท่ า นั้น แหละครั บ รุ ่ น ต่ อ มาปลู ก ไม่ ได้ เ ลย หนอนกิ น หมด ส่ ว น ถั่ ว ฝั ก ยาวที่ ค าดหวั ง กั บ ก� ำ ไรว่ า น่ า จะมาก ขึ้นกลับบต้องสลายไปกับแมลงตัวด�ำๆ เล็กๆ ตอนนั้น ผมไม่ รู ้ จั ก มั น หรอกครั บ บี้ เท่ า ไหร่ ก็ ไม่ ย อมหมด วั น รุ ่ ง ขึ้ น มั นกลั บ เพิ่ ม ขึ้ น อี ก ตอนแรกคิดไปต่างๆ นานา นึกว่าหมัดหรือ เห็บหมาซะอีก เลยเอาสบู่ที่อาบน�้ ำหมามา ฉีด แต่ก็ไม่หาย... สุดท้ายก็ถึงบางอ้อ พ่อ บอกว่ามันเป็นเพลี้ย เท่านั้นแหละครับ ‘พ่อ ฉีดยาให้หน่อย’ ไม่ฉีดเองนะครับ เพราะ กลัวสารเคมีมาก โดนยายปลูกฝังมาตลอด ครับ ที่สวนตากับยายจะห้ามใช้สารเคมีทุก ชนิด ปั จ จุ บั น ปุ๋ย เคมี จ ะใส่ ยั ง ต้ อ งแอบยาย เลยครั บ หลั ง จากฉี ด ไปมั น ก็ ห ายได้ แ ป๊ บ เดียวก็มาใหม่ และสุดท้าย เจ๊งครับ อารมณ์ แบบว่า แค้นมาก แต่ไม่ยอมแพ้นะ ปลูกผัก หลากหลายไปเรื่อยๆ เจอปัญหาอะไรก็อาศัย ถามคนนั้นคนนี้ ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ยิ่ง กับยายไม่ต้องถามเลยครับ ได้ค�ำตอบเดียว ‘ช่างมัน มันเป็นธรรมชาติ’” ผมได้แต่ฟังคนหนุ่มเล่าเรื่องราว ย้อนนึกถึง เรื่องของตนเอง คนเราผ่านทางมาหลายทาง กว่ า จะค้ น พบที่ อ ยู ่ ยื น ฝนยั ง คงโปรยปราย ผมค้นพบบางอย่างในตัวเด็กหนุ่มอย่างแมน เห็นปลายทางความฝันบางประการ บนร่อง แปลง ................


(ตอนที่ 2) “จนผมรู้สึกอยากเรียนเกษตร ผม เอ็ นทรานซ์ ไม่ ติ ด ไปเรี ย นราชภั ฏ อยู ่ 1 ปี แต่ เชื่ อ ไหมครั บ เลิ ก เรี ย นตรงกลั บ บ้ า นมา ท�ำสวนทุกวันเลย สุดท้ายบอกตัวเองขอเริ่ม ใหม่ พยายามอ่ า นหนัง สื อ ให้ ม ากขึ้ น แล้ ว รอสอบใหม่ ผมเลือกคณะเกษตร 4 อันดับ ภูมิใจที่สุด “แต่ วั น ที่ เ หมื อ นกั บ ต้ อ งเสี ย สวนไป จริงๆ คือ ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2550 หนอน ด้วงหนวดยาวเจาะล�ำต้นทุเรียนระบาด ต้น ทุเรียนตายไปกว่า 70% ทั้งกบสุวรรณ ก�ำปั่น เนื้ อ ขาว ก� ำ ปั ่ น เนื้ อ เหลื อ ง ก� ำ ปั ่ นชายน�้ ำ กะเทยเนื้อขาว กะเทยเนื้อเหลือง อีลวง กบแม่เฒ่า สาวน้อย ทองย้อยฉัตร ชะนี ขุนนนท์ และที่เยอะที่สุดคือ ก้านยาว และหมอนทอง ด้วยความที่ผมเป็นเด็กเกษตร ผมก็พยายาม หาข้อมูล สอบถามอาจารย์ด้านกีฏวิทยา แต่ เนื่องจากรักษามันช้าเกินไป ประกอบกับต้น ทุเรียนมันสูงมาก และที่ส�ำคัญคุณครูชั้นไม่ ให้ใช้สารเคมี แรงงานในการช่วยรักษาก็ไม่มี จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ท�ำให้ทุเรียนในสวน ตายไปเยอะมาก ท�ำใจไม่ได้อยู่หลายวันเลย ครับ แต่ยังไงก็ไม่เคยท้อครับ มันตายได้มันก็ เกิดใหม่ได้ คิดแค่ว่า ‘ชาตินี้จะขอค�้ำทุเรียน ให้ได้อย่างน้อยสักต้นหนึ่ง’ หลังจากนั้นก็หัน มาปลูกกล้วยน�้ำว้า กล้วยหอมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อรอเวลาทุเรียนโตบริเวณสวนหลังบ้าน “จากความที่ อ ยากจะเป็ น เกษตรกร และมี อ าจารย์ ห ลายๆ ท่ า นที่ ป ระสบความ ส� ำ เร็ จ ทางการเกษตรท� ำ ให้ เราสนุก กั บ การ เรี ย น และกระหายอยากจะเป็ น แบบคนที่ ประสบความส� ำ เร็ จ เหล่ า นั้น บ้ า ง พอเรี ย น เสร็ จ แล้ ว กลั บ ไปปฏิ บั ติ จ ริ ง ล้ ม ลุ ก คลุ ก คลาน ไปกลั บ สวนหลั ง บ้ า น ระหว่ า งที่ เรี ย นปริ ญ ญาโทปี ที่ 1 ผมก็ มี โ อกาสเปิ ด บริ ษั ท หนึ่ง ซึ่ ง เป็ น หุ ้ น ส่ ว นกั น บอกได้ เ ลย ครั บ มั น เหนื่ อ ยมาก แต่ ไม่ รู ้ ท�ำ ไมครั บ สนุก

ตลาดสีเขียว 9


มาก ใครห้ามก็ไม่ฟัง เรียนยังไม่จบเลย (ณ ปั จ จุ บั น เลิ ก แล้ ว เพราะอุ ด มการณ์ หุ ้ น ส่ ว น เค้ า เปลี่ ย น) ท� ำ บริ ษั ท ในลั ก ษณะส่ ง เสริ ม กลุ่มเกษตรกรปลูกผักอินทรีย์ จากนั้นบริษัท ก็มาท�ำการบรรจุผลิตภัณฑ์และจัดหน่ายให้ กั บ ผู ้ ส ่ ง ออกโมเดิ ร ์ น เทรดและร้ า นสุ ข ภาพ ทั่วไป โดยไม่ได้มีแปลงเป็นของตัวเอง เป็น ช่วงเวลาหนึ่งที่ผมมีความสุขทีเดียว รู้สึกว่า สิ่งที่เราเรียนมามันใช้ประโยชน์ได้มาก ช่วย เหลือ เกษตรกรได้ จ ริง ๆ ท� ำ ให้คุณภาพชีวิต ของพวกเขาดีขึ้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ตื้น ตันใจ ภูมิใจ ดีใจ สุขใจ อิ่มเอมใจ และที่ ภาคภูมิใจที่สุด ‘เมื่อเกษตรกรมีปัญหา เค้า คิ ด ถึ ง ผมครั บ ’ ผมว่ า มั น เป็ นความสุ ข ที่ สุ ด อย่างหนึ่งที่ผมได้รับ ซึ่งอย่างน้อยความสุข เล็กๆ น้อยๆ นี้มันท�ำให้เด็กเกษตรคนนี้มีแรง ที่อยากจะพัฒนาตัวเองตลอดเวลา “จนมาถึง ณ วันนี้และต่อๆ ไป สวน หลังบ้านบนเนื้อที่ 12 ไร่ จ.นนทบุรี ก�ำลัง จะพั ฒ นาเป็ น ศู น ย์ อ นุ รั ก ษ์ พั นธุ ์ ทุ เรี ย นนนท์ (เน้ น พั น ธุ ์ พื้ น เมื อ ง) และมั ง คุ ด สวนนนท์ ตลอดจนเป็นแปลงรวบรวมและพัฒนาสาย พันธุ์มะละกอในอนาคต ซึ่งเป็นพืชที่ผมท� ำ วิทยานิพนธ์อยู่ด้วย ในนาม ‘สวนของชั้น’ ซึ่งผมก�ำลังฟูมฟักและพยามยามท�ำอยู่ แต่ อาชี พ หนึ่ง ที่ ผ มหารายได้ เข้ า ไปพั ฒ นาสวน ของชั้นคือ เป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรกรส่งเสริม การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ บริหารจัดการ ในนาม ‘สลั นดา ออแกนิค ฟาร์ ม จ� ำ กั ด ’ (Saranda Organic Farm) ศูนย์รวบรวมอยู่ที่ จ.นครปฐม โดยมีอาจารย์ท่านหนึ่ง (เจ้าของ แปลง) ได้ อุ ทิ ศ และทุ ่ ม เทที่ จ ะพั ฒ นาแปลง 10 ตลาดสีเขียว

ผักนี้อย่างสุดก�ำลังที่ท่านจะท�ำได้ ซึ่งด�ำเนิน งานตามรูปแบบเดิมของบริษัทเก่าที่ผมเคย ท�ำ ที่ส�ำคัญเลย มีแปลงเป็นของตัวเอง ไม่ ได้ ท� ำ หน้ า ที่ เป็ น พ่ อ ค้ า คนกลางเพี ย งอย่ า ง เดี ย ว แปลงนี้ เ ป็ น เหมื อ นสถานที่ ท ดลอง ท� ำ การวิ จั ย เกี่ ย วกั บ เทคโนโลยี ก ารผลิ ต พื ช อิ นทรี ย ์ การตอบโจทย์ สั ง คมและราชการ ในการส่ ง เสริ ม การปลู ก พื ช แบบไม่ ใ ช้ ส าร เคมี ห รื อ ออแกนิก ที่ ทุ ก คนรู ้ จั ก กั น และเป็ น แปลงที่ ส ามารถค� ำ นวณต้ นทุ นที่ แ ท้ จ ริ ง ใน การก� ำ หนดราคาต้ น ทุ น สิ น ค้ า ซึ่ ง ผมคิ ด ว่ า จะเป็ น ผลประโยชน์ ที่ ดี ต ่ อ ตั ว เกษตรกร ผู ้ จั ด จ� ำ หน่ า ย ตลอดจนผู ้ บ ริโ ภค แต่ สิ่ ง ที่ มี ค ่ า มากกว่ า นั้นคื อ ที ม งานบริ ห ารสิ นค้ า เกษตรอินทรีย์เป็นน้องๆ จากคณะเกษตรที่ มีอุดมการณ์เหมือนกัน โดยหวังว่าถ้ากลุ่ม เราโตมากกว่านี้ และได้รับการสนับสนุนเป็น อย่างดีจากผู้บริโภคเราจะมีทีมงานที่เป็นเด็ก เกษตรวิ่งกันท�ำงานอย่างมด อดทนกันอย่าง กั บ วั ว กั บ ควาย เพื่ อ ตอบแทนคุ ณ แผ่ น ดิ น คุณของครูอาจารย์ที่สั่งสอนเรามา ที่ส�ำคัญ และภูมิใจไม่น้อยไปกว่านั้นคือ พวกเราเด็ก เกษตรยั ง คอยดู แ ลกลุ ่ ม เกษตรกรเดิ ม ร่ ว ม กั บ การขยายกลุ ่ ม ผู ้ ป ลู ก ผั ก อิ นทรี ย ์ อ อกไป เรื่อยๆ ...” ฝนซาเม็ ด แล้ ว ไอละอองแห่ ง ฝนลอยเหนื อ แปลงผัก เขียวชุ่มจนดูเหมือนความฝันของ คนหนุ่มปรากฏฉายซ้อนอยู่ในร่องแปลงนั้น “ความฝันตั้งแต่ก่อนเริ่มท�ำการเกษตร เต็มตัว ‘ค�้ำลูกทุเรียนที่อยู่หลังบ้านผมให้ได้ อย่ า งน้ อ ยสั ก 1 ต้ น ’ ความฝั นของผมคื อ อยากให้ อ าชี พ เกษตรกรเป็ น อาชี ที่ ทุ ก คน

ใฝ่ ฝ ั น อยากท� ำ เป็ น อาชี พ แรกๆ หรื อ คณะ แรกๆ ที่เลือกกัน ผมว่าโลกและเทคโนโลยี มั น พั ฒ นาควบคู ่ ไ ปกั บ การเกษตรได้ แต่ คนที่ จ ะเข้ า ใจถึ ง สิ นค้ า เกษตรอิ นทรี ย ์ อ ย่ า ง แท้จริง และเข้าใจถึงอาชีพนี้จริงๆ มันต้อง สัมผัส ด้วยรูป รส กลิ่น เสียง ใจ ซึ่งผมเชื่อ ว่าเมื่อเราเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว แฟร์เทรดก็ น่าจะเกิดขึ้นได้ในสังคม “เป้ า หมายธุ ร กิ จ เกษตรอิ น ทรี ย ์ เครื อ ข่ายแบบแฟร์เทรด เอาแบบว่ากางกระดาษ กันดูเลยว่าต้นทุนจริงๆ มันเท่าไหร่ ผู้บริโภค จะต้องซื้อเท่าไหร่ ทุกคนถึงจะไปได้” แมนบอกผมว่า การสร้างสังคมบริโภคสีเขียว ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ต้องท�ำ “ผมคิ ด ว่ า เป็ น สิ่ ง ที่ ค วรจะต้ อ งเร่ ง พั ฒ นา อย่ า งน้ อ ยลดการใช้ ส ารเคมี เก็ บ ผลผลิ ต ให้ ป ลอดภั ย ที่ สุ ด ในกรณี ผั ก GAP และไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย เช่น ยาหลัง ร้าน ยาจีน ยาเขมร ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้ผลิต ทุกคนควรใส่ใจท�ำกันอย่างจริงจัง... จากนั้น รวมกลุ ่ ม สร้ า งเครื อ ข่ า ยพั ฒ นาการผลิ ต ให้ เป็นเกษตรอินทรีย์อย่างสมบูรณ์ และสร้าง ความเข้าใจกับผู้บริโภค เพื่อให้เกิดสังคมสี เขียวจางๆ ขึ้นก่อน และสีเขียวที่เข้มขึ้นก็จะ ตามมาเอง” หั ว อกของคนหนุ ่ ม สะท้ อ นให้ เห็ นความสด ใหม่ ผมเห็ น ประกายแห่ ง แรงดาลใจ พลิ้ ว ไหวอยู ่ เหนื อ หมู ่ เมฆ เด็ ก หนุ ่ ม มองหน้ า ผม ฝนหยุดตกแล้ว ผมก�ำลังท่องไปในสวนของ คนหนุ่ม ... W


GREEN CHANNEL

Green Fair

เรื่อง/ภาพ: ธนกร เจียรกมลชื่น

ขบวนการสังคมผู้บริโภคสีเขียว

ข่าวใหญ่จ้า ข่าวดีส�ำหรับชาวตลาดสีเขียวและแฟนคลับกรีนแฟร์ ทุกท่าน งานกรีนแฟร์ ของพวกเราได้ก้าวเดินครั้งส�ำคัญ สู่การเป็นส่วนหนึ่งของการ สร้างสังคมผู้บริโภคหัวใจสีเขียว ให้เกิดขึ้นในบ้านเรา หลังจากพวกเรา “ภาคีกรีนแฟร์ ” ได้ผ่านการระดมความคิดอย่างเข้มข้น มาหลายครั้ ง หลายหน จนน� ำ มาสู ่ ก ารจั ด ท� ำ “โครงการการสร้ า งสั ง คมผู ้ บริ โ ภคสี เ ขี ย ว” ภายใต้ ก ารสนั บ สนุ น ของส� ำ นั ก งานกองทุ น สนั บ สนุ น การ สร้ า งเสริ ม สุ ข ภาพ (สสส.) โดยมี เ ป้ า หมายเพื่ อ สร้ า งคู ่ มื อ การด� ำ เนิ น ชี วิ ต ของผู ้ บ ริ โ ภคสี เ ขี ย วต้ น แบบ และก่ อ ให้ เ กิ ด ชุ ม ชนผู ้ บ ริ โ ภคหั ว ใจสี เ ขี ย วที่ เ ป็ น จริงขึ้นในสังคมไทย ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้อันหลากหลาย จากภาคีและการ ประชาสัมพันธ์ สู่สังคมอย่างต่อเนื่อง

> ในปีนี้นับเป็นโชคดีของทุกท่าน เพราะนอกจากงานกรีนแฟร์แล้ว ท่านจะได้พบกับงาน มหกรรมอีก 1 ครั้งใหญ่ (งานคอมมูนิตี้กรีนแฟร์) และ 2 ครั้งย่อย รวมแล้วเป็นงานมหกรรม ถึง 4 ครั้ง พร้อมด้วยกิจกรรมความรู้จากภาคีที่ร่วมกันขับเคลื่อนสังคมผู้บริโภคสีเขียวอีก มากมาย ไม่ว่าจะเป็น • สวนผักคนเมือง มาร่วมสร้างแหล่งอาหารของคนเมืองในพื้นที่ของพวกเรากัน • กินข้าวในสวน ล้อมวงกินข้าวและพบปะพูดคุย ท่ามกลางธรรมชาติ • Organic to School สอนให้ลูกหลานเราได้รู้ถึงความหมายของเกษตรอินทรีย์ • Farm Visit เยี่ยมเยียนและเรียนรู้แหล่งที่มาของอาหารที่เราบริโภคจากเกษตรกร • กินเปลี่ยนโลก การกินเปลี่ยนโลกได้ ถ้าเราเรียนรู้ที่มาและเลือกที่จะกิน แต่การสร้างสังคมผู้บริโภคสีเขียวให้เกิดขึ้นมาได้นั้น ผู้บริโภคถือเป็นหัวใจส� ำคัญ ดัง นั้นการสร้างความรู้ความเข้าใจ และปลูกจิตส� ำนึกของการเป็นผู้บริโภคหัวใจสีเขียว ผ่าน การสร้างแกนน�ำผู้บริโภคสีเขียวที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ และการ จัดท�ำ คู่ มือวิถีผู้บริโภคหัวใจสีเขียว จึงเป็นสิ่งจ�ำ เป็นอย่างยิ่ง อันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการ รวมกลุ่มของผู้บริโภคสีเขียว ซึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นองค์กรผู้บริโภคที่เข้มแข็งในวันข้างหน้า W ตลาดสีเขียว 11


GREEN CHANNEL เรื่อง/ภาพ: ป.จุÌารัก

Green Hospital

> ประโยค ที่ ค นนั่ง ข้ า งๆ

ส่งหัวใจ♥ใส่กล่องไปพร้อมผัก วันอาทิตย์ที่บ้านนา ต. หัวไผ่ อ. เมืองอ่างทอง จ. อ่างทอง • • •

จะใส่ผักอะไรลงกล่องบ้างหนอ? ต�าลึงมีพอครบทุกกล่องไหมเนี้ย? แตงกวาลูกใหญ่ไม่เอานะ เม็ดเยอะ เค้าชอบกินลูกเล็กๆ ...............

12 ตลาดสีเขียว

มั ก ได้ ยิ น ได้ ฟ ั ง บ่ อ ยครั้ ง จากเจ้ า ของเสี ย งวั ย ล่ ว ง 5 ทศวรรษ ทุกคนก�าลังสาละวนอยู่กับการคัดแยก ล้ า ง เลือ ก เด็ด ใบแก่ ใบเสีย ออก เตรีย ม บรรจุผักชนิดต่างๆ ลงกล่อง กิจกรรมเกี่ยว กั บ ผั ก ของที่ นี่ เ ริ่ ม ต้ น แต่ เ ช้ า ตรู ่ ข องทุ ก วั น อาทิตย์ ลุง ป้า น้า อา ทั้งหลายจะลงสวน เก็บผักจากสวนตัวเอง ผักแต่ละชนิดมีช่วง เวลาเก็บไม่เหมือนกัน บางชนิดเหมาะที่จะ เก็บ ช่ ว งเช้ า โดยเฉพาะผัก ประเภทกิน ยอด อย่ า งเช่ น ผั ก บุ ้ ง ผั ก ชะอม ต� า ลึ ง เพราะ หากเก็บช่วงแดดเริ่มจัด ยอดผักจะด�า ผัก บางอย่างจะเก็บได้อีกทีก็ช่วงแดดร่มลมตก เช่น พวกผักใบอย่าง คะน้า กวางตุ้ง วงจร ชีวิตสบายๆ สไตล์เกษตรกรบ้านนา จังหวัด อ่างทองนั้น ปกติช่วงกลางวันลุงๆ ป้าๆ มัก หาเวลางีบ พักผ่อน นอนพักพุงหลังมื้อเที่ยง แต่ ถ ้ า เป็ น วั นที่ ต ้ อ งเก็ บ ผั ก ช่ ว งเวลานิท รา รมย์จะหายไป เพราะทุกคนต้องมาสาละวน อยู่กับเรื่องผักๆ แทน กิ จ กรรมการเก็ บ ผั ก เริ่ ม ต้ น แต่ เช้ า ตรู ่ ทุ ก คนจะน� า ผั ก ที่ เ ก็ บ ได้ ม ารวมไว้ ที่ บ ้ า นป้ า บุญมากเพื่อจัดการคัด ล้าง และบรรจุ ก่อน น� า ส่ ง ให้ ผู ้ บ ริโ ภค และที่ บ ้ า นป้ า บุ ญ มาก นี่เอง เราจะเห็นภาพป้าสวิงและป้าสวง แฝด เหมือนวัยสาว (เหลือ) น้อย ขมีขมันล้างผัก คั ด ผลผลิ ต ที่ เ สี ย หายออก และห่ อ เตรี ย ม ส�าหรับจัดลงกล่อง ผักใบอย่างเช่น คะน้า กวางตุ้ง อยู่ในความรับผิดชอบของป้าบุญมาก ส่ ว นพวกถั่ ว พู ถั่ ว ฝั ก ยาว แตงกวา มะเขื อ หลากสายพั นธุ ์ ป้ า สวิ ง และป้ า สวง รับโลด


แต่ใช่ว่าเรื่องผักๆ นี้จะมีจ�าเพาะผู้ใหญ่ วัยชราเข้ามาเกี่ยวข้องดูแลเท่านั้น ลูกหลาน ตัวเล็กตัวน้อยก็มีส่วนร่วมแรงแข็งขันเช่นกัน ‘น้องบลู’ สาวน้อยอารมณ์ดี ลูกของพี่เกษ รั บ หน้ า ที่ ห ลั ก ในการบรรจุ ไข่ เป็ ด ไล่ ทุ ่ ง ลง กล่อง ‘น้องบอส’ รับหน้าที่ส�าคัญที่คนรุ่น ปู่ ย่ามอบหมายให้อย่างเต็มใจยิ่ง นั่นคือวิ่ง รับผัก ซื้อน�้าแข็ง หรือตามงานจากสมาชิกที่ ยังไม่มาส่ง ส่วนน้องเล็กสุด ‘น้องชมพู่’ ก็ คอยเป็ น แรงเชี ย ร์ แ ละลู ก มื อ อยู ่ ข ้ า งๆ ป้ า ๆ ป้าท�าอะไร น้องชมพู่ก็จะช่วยท�า เรียกว่า ฝึกฝีมือกันตั้งแต่ยังเยาว์ มิช้านาน เจ้าตัว น้ อ ยเหล่ า นี้ก็ จ ะกลายเป็ น ผู ้ เชี่ ย วชาญด้ า น การจัดการผักแห่งอ�าเภอบ้านนา... ผักต่างๆ ที่ถูกมัดห่อไว้แล้วจะถูกน�ามา จัดใส่ตะกร้า ก่อนจะถูกเรียงลงกล่องหรือถุง เพื่อเตรียมรอออกเดินทางในเช้าวันจันทร์ เช้ามืดของวันจันทร์ พี่อนันต์รับหน้าที่เป็นคน ขั บ รถน� า ผั ก ออกจากบ้ า นนามุ ่ ง หน้ า สู ่ เมื อ ง กรุงตั้งแต่ตีสามครึ่ง แวะส่งพี่เกษพร้อมผัก ที่ตลาดนัดสีเขียว โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ก่อนที่จะวิ่งตรงน�าผักมาส่ง ไว้ที่ร้านเฮลธ์มี ซอยราษฎร์บูรณะ 30 และ ร้านสวนเงินมีมา ถ.เฟื่องนคร หลังกระทรวง มหาดไทย ร้านทั้งสองแห่งนี้จะท�าหน้าที่ช่วย รั บ ผั ก และกระจายผั ก ไปยั ง กลุ ่ ม ผู ้ บ ริโ ภคที่ สมั ค รเป็ น สมาชิ ก รั บ ผั ก พร้ อ มทั้ ง ช่ ว ยเก็ บ เงิ น นอกจากช่ ว ยท� า หน้ า ที่ รั บ -กระจายผั ก ให้กับเกษตรกรแล้ว ทั้งร้านเฮลธ์มีและร้าน สวนเงิ น มี ม ายั ง เป็ น สมาชิ ก รั บ ผลผลิ ต ของ เกษตรกร เพื่ อ น� า มาใช้ เป็ น วั ต ถุ ดิ บ ในการ ปรุงอาหารจ�าหน่ายที่ร้านอีกด้วย

ร้านเฮลธ์มีนอกจากจะเป็นร้านอาหาร มังสวิรัติแล้ว ภายในบริเวณเดียวกันยังเปิด เป็นศูนย์การเรียนรู้การปลูกผักชื่อ Organic Way และมีบริการจัดส่งผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ทั้ง นม ไข่ไก่ ขนมปัง ผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีก มากมาย เช่ น เดี ย วกั บ ร้ า นสวนเงิ น มี ม า ที่ จ�าหน่ายทั้งผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและอาหาร เพื่อสุขภาพ ทั้งสองร้านร่วมเป็นก�าลังหลัก ในการช่ ว ยผลั ก ดั น ผั ก กล่ อ งจากบ้ า นนาให้ ไปถึงมือของผู้บริโภค ระยะเริ่ ม แรกของการด� า เนิ น การ มี อุ ป สรรคหวากหนามสารพั น รู ป แบบในการ จัดผักกล่อง ทั้งเกษตรกรเองก็ยังไม่ช�านาญ ในเรื่องดังกล่าว ท�าให้ผักเน่าเสียง่าย ส่วน กลุ ่ ม ผู ้ บ ริโภคเอง ส่ ว นใหญ่ ก็ ไม่ คุ ้ น เคยกั บ ผั ก พื้ น บ้ า น ไม่ รู ้ ว ่ า เอามาปรุ ง มาท� า อะไร กิ น ได้ บ ้ า ง เป็ น เหตุ ให้ บ างราย ทดลองรั บ ผักได้เพียงสองสามครั้งก็เลิกไป แต่ผู้บริโภค หลายคนก็น่ารัก น่าชื่นชมหลาย ยังคงอยู่ เป็นสมาชิก ส่งแรงลุ้น แรงใจไปให้ไม่เลิกรา ทั้ ง ยั ง ช่ ว ยสะท้ อ นปั ญ หา ให้ ข ้ อ มู ล ที่ เป็ น ประโยชน์ต่างๆ ฝากไปยังเกษตรกร เพื่อหา แนวทางปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาต่อไป ‘เข็ ม จริ ย า ธี ร พงษ์ ’ หนึ่ง ในผู ้ บ ริโภค ที่ รั บ ผั ก กล่ อ งบ้ า นนา ได้ เ ล่ า ให้ เราฟั ง ถึ ง สาเหตุ ที่ ตั ด สิ น ใจรั บ ผั ก กล่ อ งว่ า สมาชิ ก ที่ บ้ า นต้ อ งการบริโ ภคผั ก ไร้ ส ารพิ ษ -สารเคมี ในช่ ว งแรกๆ ที่ รั บ ผั ก มั ก พบผั ก เน่ า เสี ย เนื่องจากเปียกน�้าจากน�้าแข็งที่แช่รวมมาใน กล่อง จึงบอกปัญหานี้ไปยังร้านเฮลธ์มี ซึ่ง ช่วยท�าหน้าที่จัดส่งผักให้ ทางร้านก็ได้บอก ต่ อ ไปยั ง เกษตรกรและหาแนวทางการแก้ ปัญหาด้วยกัน ปัจจุบันนี้การแพ็ค การห่อผัก

โดยการใช้ ใบตองช่ ว ยลดปั ญ หาผั ก เสี ย เร็ ว ได้เยอะ ใบตองช่วยถนอนความสดของผัก ได้ อ ย่ า งดี “ทุ ก วั นนี้ เปิ ด กล่ อ งมาก็ รู ้ เ ลยว่ า จะต้ อ งท� า อะไรกิ นดี จะผั ก อะไรก็ ท� า กิ น ได้ แต่ ถ ้ า ไม่ รู ้ จ ะท� า อะไรจริ ง ๆ หั่ น ผั ก เป็ นชิ้ น ๆ ใส่กระเทียม ใส่พริก ตั้งไฟผัดๆ ก็กินได้เลย” คุณเข็มจริยาบอกเคล็ดไม่รับ ‘ปนัสยา ทองจินดาวงศ์’ หรือ ‘คุณจิ๊ก’ ผู ้ บ ริโภคอี ก คนที่ ร ่ ว มรั บ ผั ก กล่ อ งบ้ า นนามา ตั้ ง แต่ ร ะยะเริ่ ม ต้ น บอกให้ ฟ ั ง ว่ า ต้ อ งการ สนั บ สนุน เกษตรกรให้ หั น มาท� า เกษตรกรร รมไร้สารพิษ โดยส่วนตัว คุณจิ๊กมองว่าการ ออกไปเลื อ กซื้ อ ตามตลาด ตามร้ า นค้ า สะดวกกว่า เพราะจะได้ผักชนิดและปริมาณ ตามที่ ต ้ อ งการ ผั ก หลายอย่ า งที่ เ ธอทาน ไม่เป็น บางครั้งก็จะพยายามท�าตามเมนูที่ เกษตรกรแนบให้ ม าบ้ า ง หรื อ แจกจ่ า ยให้ เพื่อนบ้านบ้าง เพื่อที่จะได้รับผักกล่องจาก บ้ า นนาและเป็ น ส่ ว นหนึ่ง ในการสนั บ สนุน เกษตรกรกลุ่มนี้ต่อไป ผักกล่องบ้านนา เริ่มด�าเนินการส่งให้ กั บ ผู ้ บ ริโ ภคมาตั้ ง แต่ เดื อ นเมษายน 2555 โดยด� า เนิ น การร่ ว มกั บ โครงการคนไทย บริโภคผั ก ไร้ ส ารพิ ษ ด้ ว ยกลไกการเชื่ อ มโยง เกษตรกร ผู ้ ป ระกอบการ และผู ้ บ ริโภคใน รู ป แบบต่ า งๆ ของเครื อ ข่ า ยตลาดสี เ ขี ย ว สนั บ สนุ น เงิ น ทุ น โดย สสส. (ส� า นั ก งาน กองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ) มาถึงตอนนี้ ก็ร่วมครึ่งปีเข้าไปแล้ว การเรียนรู้ร่วมกันทั้ง เกษตรกร ผู้บริโภค ผู้ประกอบการอย่างร้าน เฮลธ์มีและร้านสวนเงินมีมา ยังคงมีอยู่อย่าง ต่อเนื่อง เกษตรกรยังคงตั้งตาตั้งตาปรับปรุง พัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง ทุกเดือนเราจะมี ตลาดสีเขียว 13


‘กิ จ กรรมโรงเรี ย นเกษตรกร’ ให้ เ กษตรกร มาเรี ย นรู ้ ก ารผลิ ต เพื่ อ เข้ า สู ่ ร ะบบเกษตร อินทรีย์ได้อย่างยั่งยืน ทั้งพยายามคิดหาวิธี การจั ด การหลั ง การเก็ บ เกี่ ย วเพื่ อ ให้ ผั ก เก็ บ รักษาความสดได้นานขึ้น ในขณะที่ผู้บริโภค ก็พยายามปรับตัวเรียนรู้วิธีบริโภคผักพื้นบ้าน ทดลองท� า อาหารตามเมนูที่ เ กษตรกรเขี ย น แนบมาให้ และยังช่วยสะท้อนมุมมองต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ให้กับกลุ่มเกษตรกรและจุด รับ-ส่งผัก ผักกล่องบ้านนาถือเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ เ ชื่ อ มสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งคนกิ น กั บ คนปลู ก โดยมีผู้ประกอบการร้านกรีนอย่างร้านเฮลธ์มีและร้านสวนเงินมีมามาท�าหน้าที่เชื่อมร้อย เสริมพลัง ไม่ใช่เรื่องง่ายนักคนปลูกผัก คน กิ น ผั ก และผู ้ ป ระกอบการร้ า นกรี น จะมา ร่วมอยู่ในเส้นทางสายเดียวกันได้อย่างราบ รื่น แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายาม แค่มีใจ ที่ อ ยากท� า สิ่ ง ดี ๆ ให้ แ ก่ กั น และแก่ โ ลกใบ นี้ เท่ า นั้น การปรั บ ตั ว ปรั บ เปลี่ ย นทั ศ นคติ ละทิ้ ง ความเคยชิ น บางประการก็ จ ะไม่ ใ ช่ ปัญหาใหญ่อีกต่อไป ต่างฝ่ายต่างพร้อมเปิด มองมุม ท�าความเข้าใจ หลายค�าพูดของผู้ บริโ ภคแสดงออกถึ ง ความชื่ น ชน มองเห็ น ความพยายามและความตั้งใจของเกษตรกร เกษตรกรเองเมื่อจัดผักลงกล่องแต่ละครั้ง ก็ จะคิดถึงบรรดาใบหน้าของผู้บริโภคว่าจะกิน เป็นหรือไม่ น่าจะเพิ่มผักอะไรลงไปอีก หรือ ท� า เมนู แนะน� า เพื่ อ บอกบอกผู ้ รั บ ให้ รู ้ ว ่ า ผั ก ชนิดนี้ท�าอะไรกินได้บ้าง แม้ จ ะดู เ ป็ น เรื่ อ งเล็ ก ๆ ของคนกลุ ่ ม เล็กๆ บนจุดเล็กๆ ของดาวดวงนี้ แต่ก็ถือ เป็ น การเริ่ ม ต้ น ที่ ดี ข องความหวั ง ในการ พึ่ ง พาตนเองอย่ า งยั่ ง ยื น วั น หน้ า สิ่ ง นี้จ ะ กลายเป็นเรื่องส�าคัญ ยิ่งใหญ่หรือไม่ อาจ ไม่ ใ ช่ ส าระส� า คั ญ เลย หากผู ้ ค นสามารถ ด�ารงอยู่ได้อย่างมีสุขภาวะ ท่ามกลางความ สมดุลของระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม W

14 ตลาดสีเขียว


วิสาหกิจชุมชนคนสานใจ ไร้สารพิษ

GREEN CHANNEL เรื่อง: ⨌ ÀÒ¾: âกŒ

ปฏิบัติการ

คนสานใจ ไร้สารพิษ

> จากการรวมกลุ่ม ผู้ผลิต ผู้ประกอบ

การ ผู ้ บ ริโ ภค ในรู ป แบบวิ ส าหกิ จ ชุ ม ชน คนสานใจไร้ ส ารพิ ษ ตั้ ง เป็ น ศู น ย์ ก ระจาย ผลผลิ ต ไร้ ส ารพิ ษ และในขั้ น ต่ อ ไปจากที่ เราได้ เตรี ย มตั ว ทั้ ง โครงสร้ า งองค์ ก ร การ จัดการองค์กร เราก็พร้อมที่จะเป็นตัวกลาง ในการรับและกระจายผลผลิตแล้ว และการ ขนส่งผลผลิตเริ่มได้ในตอนต้นเดือนตุลาคม ปีนี้ ไปยังผู้บริโภคเชิงสถาบัน หรือผู้บริโภค ทั่ ว ไป โดยเริ่ ม จากกลุ ่ ม สถาบั น ประเภท โรงพยาบาล ก็ จ ะได้ ผ ลผลิ ต เพื่ อ ไปใช้ เป็ น วั ต ถุ ดิ บ ประกอบอาหารให้ ผู ้ ป่ ว ย รวมถึ ง บุคลากรของโรงพยาบาลได้บริโภคกัน ทางวิสาหกิจชุมชนคนสานใจไร้สารพิษ ก�าลังขยายฐานผู้บริโภคให้กว้างออกไป โดย ให้ ส ามารถกระจายผลผลิ ต เข้ า ถึ ง สถาบั น ต่างๆ เช่น โรงเรียน โรงแรม ร้านกรีน ชมรม สุขภาพต่างๆ ผลผลิตของเราก็จะมีลักษณะ ใหญ่ๆ 2 รูปแบบ คือ ผลผลิตที่จ�าหน่ายใน ปริ ม าณมากต่ อ ชนิด เพื่ อ เป็ น วั ต ถุ ดิ บ ของ สถาบัน กับผลผลิตที่จ�าหน่ายเป็นแพ็คย่อยๆ เพื่อให้ผู้บริโภคน�าไปขายต่อในร้านกรีน หรือ ร้านสุขภาพ

ส่วนในอนาคตเร็วๆ นี้ ความต้องการ ที่ ม ากขึ้ น เส้ นทางการส่ ง ผลผลิ ต ที่ มี ห ลาย เส้ น ทาง ความต้ อ งการปริ ม าณผลผลิ ต ที่ หลากหลายขึ้ น ท� า ให้ ผู ้ ป ระกอบการที่ เป็ น ตัวกลางในการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้บริโภค มีงาน ที่ต้องจัดการเพิ่มมากขึ้นด้วย เช่น การจัด เส้ นทางสายส่ ง ที่ พ ยายามท� า ให้ เ ส้ นทาง การส่ ง ในแต่ ล ะวั น มี เ ส้ นทางที่ ป ระหยั ด ต่ อ ค่าขนส่ง การเพิ่มจ�านวนชนิดผลผลิตไร้สาร ที่ ไ ม่ อ ยู ่ เ พี ย งแค่ ผั ก แต่ ใ ห้ มี ค วามหลากหลายเพื่อรองรับปริมาณความต้องการของ ผู้บริโภคให้ได้มากขึ้น การที่เริ่มมีการกระจายผลผลิตถึงมือผู้ บริโภคถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการตอบโจทย์ วั ต ถุ ป ระสงค์ โครงการในด้ า นการผลิ ต และ บริโ ภคไร้ ส ารพิ ษ เพราะมี ต ลาดที่ ร องรั บ ผลผลิ ต ไร้ ส ารพิ ษ ที่ แ น่ น อนให้ แ ก่ ผู ้ บ ริโ ภค รวมถึ ง ผู ้ บ ริโภคได้ บ ริโภคผลผลิ ต ไร้ ส ารพิ ษ ในวงกว้าง ในฉบั บ ต่ อ ไปคงมี ข ้ อ มู ล ที่ เพิ่ ม ขึ้ นของ วิ ส าหกิ จ ชุ ม ชนคนสานใจ ไร้ ส ารพิ ษ ให้ ติดตามกันต่อไป W

ตลาดสีเขียว 15


GREEN LIVING

Green Interview

เรื่อง/ภาพ: ไผ่พิม

นักปั้น

‘ผัก’ มือทอง

> ในแวดวงมายาวันนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าของฉายา ‘นักปั้นมือทอง’ เอ - ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการดารานักแสดงชั้นแนวหน้า ทั้งเด็กในสังกัดที่ปลุกปั้นจนโด่ง ดั ง มากมาย จากการอบรมบ่ ม ฟั ก เพื่ อ มาโลดแล่ น ในโลกมายาอย่ า งภาคภู มิ และภาพลั ก ษณ์ ค วามเว่ อ ร์ กั บ สิ น ค้ า แบรนด์ ห รู ที่ ห ลายคนคุ ้ น ชิ น แต่ น ้ อ ยคน นักจะระเคะระคายว่า ศุภชัยยังมีอีกมุมหนึ่งซึ่งต่างอย่างสิ้นเชิงจากภาพของ วงการบันเทิง ลองมาสืบค้นความลับนี้กันดูนะคะ

เสียงล�่ำลือกันว่าคุณเอมีที่ดินและก�ำลัง ซุ่มท�ำสวนอยู่ ดูมันคนละฟิลด์กับงาน ปัจจุบัน ท�ำไมจึงสนใจการเกษตร

คื อ ตั ว เอเป็ น คนต่ า งจั ง หวั ด เกิ ด ที่ นครศรี ธ รรมราช อ� ำ เภอกรุ ง ชิ ง ที่ บ ้ า นจะ อยู่ตรงกลางระหว่าง ๓ น�้ำตก คือน�้ำตกวัง ลุง น�้ำตกในเขียว และน�้ำตกพรหมโลก เรา รู้สึกผูกพันกับสิ่งแวดล้อมที่นี่มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ก็เลยอยากจ�ำลองบรรยากาศการปลูก ไม้ ปลูกเฟิร์น ให้เหมือนกับสถานที่ที่เราเคย อยู่สมัยเด็ก อีกอย่าง หน้าที่การงานเราก็อยู่ ในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีโอกาสได้กลับบ้าน ก็ คิดท�ำสวนเกษตรขึ้น เวลาคิดถึงบ้าน คิดถึง บรรยากาศเก่าๆ ขึ้นมา เราก็ไม่ต้องนั่งเครื่อง กลับไปถึงนครศรีฯ เพราะสวนอยู่ไม่ไกลจาก บ้ า นตรงนี้ อย่ า งใน กทม. มี ส วนสยาม… ทะเลกรุงเทพฯ แล้วท�ำไมเราจะมาปลูกข้าว ใน กทม.ไม่ได้ ในมุมหนึ่งคนอาจมองภาพ ว่ า เอถื อ แต่ แ อร์ เมส (กระเป๋ า หรู แบรนด์ นอก) แต่จริงๆ แล้วชีวิตเอสบาย สบายนะ อารมณ์เว่อร์ก็เต็มเหนี่ยว อารมณ์จะติดดินก็ กระแดะได้เต็มที่ อะไรอย่างนี้ บ้านเอที่นครศรีฯ ท�ำสวนยาง แม่ก็บังคับให้ปลูกมาตั้งแต่ เด็ก การปลูกยางมี 2 วิธี คือการเอาต้นกล้า มาปลูกลงดินเลย แล้วเอาตายางมาต่อ อัน นี้มันจะท�ำ ให้ ร ากฐานแข็ง แรง กับ อีก อย่ า ง เราเพาะกล้ายางจนอายุ 1 ปี แล้วย้ายลงดิน 16 ตลาดสีเขียว

เอท�ำทุกอย่างเลย บรรพบุรุษเราเป็นเกษตรกร ย่ า เป็ นชาวนา มี ส วนยางอยู ่ ข ้ า งๆ มี ส วน มังคุด มีสวนผลไม้ปลูกแบบรวมๆ กันหลาย ชนิด มีบ่อปลา... ท�ำหมดเลย (โชว์ภาพบ้าน ที่นครศรีฯ ให้ดูในไอโฟน) ต่อให้เราย้ายมาอยู่ในเมือง ชีวิตจิตใจ ก็ยังอยู่กับที่นั่น

ใช่ เพราะมันผูกพัน แม่ พ่อก็ยังอยู่ที่ นัน่ เรียกว่าเป็นบ้านเกิดน่ะค่ะ พอมาท�ำสวน เกษตรที่กทม. พื้นที่ 10 กว่าไร่ ก็ไม่ถือว่า เยอะนะ พอประมาณ ตอนแรกอยากท�ำบ้าน จัดสรร แต่รู้สึกว่าลูกก็ไม่มี ผัวก็ไม่มี จะท�ำ ไปท�ำไม ท�ำเอาความสุขให้ตัวเองดีกว่า เลย มาท�ำแปลงเกษตร ซื้อที่ไว้ตรงสุขาภิบาล 5 ซอย 32 แยก 3 ตั้งแต่เป็นป่ารกๆ มีแต่ต้น กก จ้างคนมาถาง ตอนนั้น ณเดชน์, หมาก (ดาราในสังกัด) ยังอยู่ที่นี่เลย คือบางช่วงที่ เอไปท�ำงานลงสวนซัก 2-3 ชั่วโมง ก็จะเอา สองคนนั่นไปทิ้งให้วิ่งเล่นกันในสวน ทุกคน ก็ จ ะรู ้ จั ก สวนนี้ดี เอเลยรู ้ สึ ก ว่ า ถ้ า วั นนึง เรา ท�ำแปลงเกษตร มีณเดชน์ หมาก น�ำเที่ยวก็ ไม่เลวนะ เพราะเป็นที่ที่เค้าคุ้นเคยมาก่อน ทุกคนคงมีความผูกพันเหมือนเรานะ แต่เรา ต้ อ งสร้ า งคอนเทนต์ ขึ้ น มาก่ อ น และอาจมี ทัวร์กับณเดชน์ คูกิมิยะ ตามรอย ธรณี…นี่ นี้ใครครอง


ละคร ธรณี … นี่ นี้ ใ ครครอง สร้ า งอิ ม แพคได้ดีมาก ท�ำให้คนหันมาสนใจเรื่อง การเกษตรมากขึ้ น และเขาเน้ น เรื่ อ ง เกษตรไร้ ส ารเคมี ด ้ ว ย ซึ่ ง มี ป ระโยชน์ กับผู้บริโภคสื่อมากเลย

แต่ก่อนในแปลงของเอปลูกกล้วย มะยงชิด มีตะลิงปลิงด้วย แต่ปที แี่ ล้ว โดนน�ำ้ ท่วมหมด เหลือแต่ทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา นาของเราปลูก ข้าวพันธุ์หอมปทุม ข้าวชัยนาท สุพรรณบุรี 90 คิดว่าจะเอาข้าวพันธุ์พื้นบ้านมาปลูกด้วย อย่างข้าวสังข์หยดของพัทลุง ก�ำลังให้คนไป หาพั นธ์ อ ยู ่ มีบ ่ อ ปลาด้ว ย เอตั้งใจจะปลู ก ฟักทอง ฟักเขียวเอาไว้กินด้วยค่ะ ตอนนี้ใน แปลงก็ มี ต ้ นตาล ต้ น มะละกอเยอะ เอท�ำ ตามหลั ก ทฤษฎี ใหม่ ข องในหลวง โดยเอา คนที่ บ ้ า นนครฯ มาท� ำ ขั้ นตอนการปลู ก ก็ ปลูกแบบไร้สารฯ เหมือนกัน ใช้ปุ๋ยขี้วัว (ปุ๋ย คอก) ขุ ด หลุ ม ใส่ ปุ๋ย แล้ ว เอาพืช ลงเลย ทุก วั นนี้ เรารั ก ษาหน้ า ดิ นด้ ว ยวิ ธี โค่ นต้ นกล้ ว ย แล้วฝังกลบ หมักให้เป็นปุ๋ยพืชเลย เพราะ จ� ำ ได้ ว ่ า เมื่ อ ก่ อ นเราจะปลู ก พื ช ล้ ม ลุ ก หรื อ กล้วยไว้ตามแนวร่องของสวนยาง แล้วโค่น ท�ำปุ๋ย เอก็ใช้วิธีนี้แหละมาท�ำที่นี่ ให้ลุงทูล (คนสวน) เป็นคนเตรียมดิน เพราะตอนแรก ดินก็ไม่ค่อยดี

น อ ก เ ห นื อ จ า ก ค ว า ม รู ้ สึ ก ผู ก พั น กั บ บรรยากาศที่ บ ้ า นเกิ ด ยั ง มี แ รง บันดาลใจอื่นๆ อีกไหมที่ท�ำให้หันมาท�ำ เกษตร

หลักๆ เลยก็คงเป็นเรื่องสุขภาพ เดี๋ยวนี้เวลา เรากินอะไร เราก็ไม่รู้ว่ามันผ่านกระบวนการ อะไรมาบ้าง อย่างคนข้างบ้านขายแตงโมก็ กรอกยากั น เห็ น ๆ เราก็ เ ลยไปเก็ บ แตงกวา ที่ ขึ้ น แซมๆ ต้ นข้ า วมากิ น แทน เพราะกลั ว อันตรายจากสารพิษสารเคมี ทุกวันนี้เราซื้อ กินกันก็สะสมพิษไปเรื่อยๆ ถ้าเราปลูกเองก็ ไม่ต้องกลัวอะไร อย่างกล้วยเอามาจากใน สวนเราก็สบายใจ เอคิดอยากท�ำโครงการให้ เด็ก เยาวชนเข้าไปเรียนรู้ ท�ำกิจกรรมกันใน สวนเกษตรของเอ แล้วท�ำครัวกันในนั้นเลย ให้โจทย์ไปอยู่กันที่นั่นไม่ต้องพกเงิน คือมีต้น ข้าว มีการเกี่ยวข้าว นวดข้าว สีข้าว ต�ำข้าว ให้ดู มีเครื่องปรุง น�้ำปลา กระเทียมไว้ให้ท�ำ กินในสวน เมื่อมาเที่ยว อยากให้คนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้สิ่งที่เอเจอมา ทุกวันนี้สิ่งที่เอได้มา จากการปลูกต้นไม้ ปลูกคนก็ไม่ต่างกัน แค่ คนเป็ น สิ่ ง มี ชี วิ ต ที่ พู ด ได้ เดิ น ได้ แต่ ต ้ น ไม้ เป็นสิ่งมีชีวิตที่พูด (ภาษามนุษย์) ไม่ได้ เมื่อ ไหร่ ที่ เราปลู ก ต้ น ไม้ ไม่ ง าม คนก็ ค งปลู ก ไม่ งามเหมือนกัน แต่ถ้าเราปรุงแต่งอะไรมาก ไปก็เกินธรรมชาติ จะอยู่ไม่นาน จริงๆ แล้ว ต้องชื่นชมในหลวงท่าน ที่สอนให้พวกเราอยู่ กั บ ผื นดิ น และละครที่ ณ เดชน์ เ ล่ นท� ำ ให้ เ อ คิดไกลขึ้นไปอีกขั้นนึง ตลาดสีเขียว 17


โครงการที่อยากให้ สวนเป็นศูนย์เรียน รู ้ ต้ อ งการให้ เ ป็ น ของชุ ม ชนหรื อ ของ ส่วนตัว

เอยังอยากให้เป็นของส่วนตัว แต่จะดึง ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม อาจจะเปิดในเฟซบุ๊ค หรื อ อิ น สตาแกรมว่ า ร่ ว มกิ จ กรรมปลู ก พืชสวนชวนท�ำกิน ในวันเสาร์-อาทิตย์ รับ 20 ครอบครัวมาเที่ยวสวน ท�ำกับข้าวกินกัน และมีดาราในสังกัดของพี่เอมาร่วมสนุกด้วย อะไรอย่างเนี้ยค่ะ แต่ขอใช้เวลาสัก 1 หรือ 2 ปีก่อน พร้อมเมื่อไหร่ก็จะเชิญชวนให้มา ร่วมกิจกรรมกัน รอให้ขึ้นโรงเรือนในแบบวิถี บ้านๆ ให้เสร็จก่อน และคุยกับทางเขตว่าจะ ท�ำ เป็ น แหล่ ง ท่ อ งเที่ย วเล็ก ๆ ส� ำ หรั บ ชุม ชน ให้โรงเรียน ชุมชน เข้าไปใช้ประโยชน์ได้ฟรี ให้เด็กในเมืองมาเที่ยวเรียนรู้เรื่องเกษตรก็ไม่ ต้องออกไปนอกเมืองไกลๆ มาดู มาศึกษาได้ เลย และได้สนุกด้วย แต่ส�ำหรับนักท่องเที่ยว ทั่ ว ไปก็ อ าจเก็ บ เงิ น แค่ พ ออยู ่ ได้ แล้ ว เอา เงินส่วนนั้นมาจัดการดูแล บ�ำรุงสวน ส่วน ปีนี้รอดูน�้ำก่อน ไม่รู้น�้ำจะเข้าขนาดไหน จะ ได้ป้องกันได้ ปีที่แล้วเหมือนคนอกหัก ต้น ตะลิงปลิง กล้วย ขนุน มะยมชิดตายหมด แต่เราก็ไม่ท้อ สู้ต่อ มา…ไปลงแปลง ดูสวน กันเถอะค่ะ (จากบ้ า นคุ ณ เอออกมาไม่ ไ กลนัก ก็ ถึ ง สวน เกษตร เจ้าของสถานที่มีอาการร่าเริง สดใส กับ บรรยากาศเขีย วๆ รอบตัว ขึ้นทันตา ซึ่ง บางคนอาจมองว่ า เป็ นความเว่ อ ร์ ข องเธอ แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้ใน ณ ตอนนั้นคือความ สุขที่สะท้อนออกมาทางแววตากับเหล่าพันธุ์ ไม้นานาในสวน) 18 ตลาดสีเขียว

คิดจะรีไทร์ตัวเองมาอยู่สวนรึเปล่า

ไม่ ค ่ ะ ยั ง ไม่ เบื่ อ งานที่ ท� ำ อยู ่ แต่ ถ ้ า เครียดๆ เซ็งๆ อาจเจอเอมาเดินท่อมๆ อยู่ ในสวน เป็นคุณครูสอนเด็กๆ สอนให้เค้ารู้จัก การปลูกต้นไม้ ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เรียนรู้วิถีเกษตรกร บางคนอายที่ต้องมาจับ จอบจับเสียม เห็นอาชีพเกษตรกรไม่มีเกียรติ หลายคนหันไปเรียนหมอ เรียนวิศวะ แต่ด้าน เกษตรเด็กรุ่นใหม่สนใจน้อย อยากให้น้องๆ เห็นคุณค่าของอาชีพเกษตรกรที่เลี้ยงเรามา ตั้งแต่เกิด อย่างบท ‘อาทิตย์’ ที่ณเดชน์เล่น ก็เป็นแบบอย่างที่ดี ตัวตนน้องเค้าจริงๆ ก็ เป็นแบบนั้น ชอบปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ก็ เลยอินกับบท ท�ำให้คนชื่นชม ชอบกันมาก ค� ำ ว่ า เกษตรกร ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ เป็ น อาชี พ หลั ก ของคนไทย ต้ อ งเรี ย นรู ้ ส่ ง เสริม เลี้ยงชีพให้รอดกับอาชีพนี้ ถ้าวันหนึ่ง โลกเกิดภัยพิบัติ ไม่เหลืออะไรเลย เราต้อง รู้จักปลูกพืช หรือสร้างผลิตภัณท์อะไรขึ้นมา ใหม่ สร้างชีวิตใหม่ด้วยมือของเรา ถ้าคนรุ่น หลังท�ำไม่เป็น วันข้างหน้าจะไม่มีแม้ต้นไม้ ให้เห็น ไม่มีอากาศให้หายใจ โลกเราจะร้าง เหมือนดาวอังคาร ไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่ ซึ่ง เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ ถ้าเราสอนสิ่งเหล่านี้ให้ คนรุ่นหลังก็นับเป็น สิ่งที่ดี ควรท�ำ… นี่คื อ อี ก ตั ว ตนที่ น ่ า ชื่ นชมอี ก ด้ า นหนึ่ง ของ เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร ‘นักปั้นมือทอง’ ชื่อก้อง วงการมายาคนนี้ W


GREEN LIVING

CIY

เรื่อง/ภาพ: พริกขี้หนูหวาน

‘ฟักทอง’ ผักผลไม้พื้นบ้านไทย ‘อิ่มอร่อย ท�ำง่าย ได้ประโยชน์’

> ‘ฟั ก ทอง’ ผั ก พื้ น บ้ า นที่ เ รารู ้ จั ก คุ ้ น ชื่ อ กั น มานาน บางครั้ ง เราอาจพบผั ก ชนิดนี้ในงานพิธีส�ำคัญต่างๆ เช่น งาน บวช งานแต่ ง งาน ฯลฯ เพราะคนใน สมัยก่อนมีความเชื่อว่า ฟักทองเป็นพืช มงคล ท� ำ ให้ ร�่ ำ รวยเงิ น ทอง จึ ง นิ ย มน� ำ มาเป็ น ส่ ว นประกอบหลั ก ในเมนู อ าหาร คาวหวาน ขนมและของว่ า งต่ า งๆ แต่ ไม่ใช่ว่าฟักทองจะท�ำได้แค่เมนูพื้นๆ ไทยๆ ทั่ ว ไปเท่ า นั้ น นะคะ เรายั ง สามารถน�ำ มา ประยุกต์ ปรับสูตร แปลงส่วนผสมเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถอร่อยและเดิ้นได้ทันตา เห็นเลยค่ะ อย่างเช่นเมนูที่พริกขี้หนูหวาน น�ำมาฝากคุณผู้อ่านกันในฉบับนี้ค่ะ

ฟักทองบดอบชีส

〰 ส่วนผสม ฟักทองต้มสุกบดประมาณ 300 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง พาสลี่ย์สับละเอียด 2 ช้อนชา มอสซาเรร่าชีส 100 กรัม 〰 เครื่องปรุงรส เกลือป่น พริกไทยด�ำ อย่างละ 1 ช้อนชา 〰 วิธีท�ำ 1. น�ำไข่ไก่ตอกลงไปในชามที่ใส่ฟักทองบดที่ เตรียมไว้พร้อมกับเทชีสและพาสลี่ย์ลงไปคน ให้เข้ากัน 2. ปรุงรสด้วยพริกไทยด�ำและเกลือ ชิมรสตาม ชอบ 3. คนจนส่วนผสมเข้ากันเรียบร้อย ตักใส่ถ้วย พิมพ์ โรยหน้าด้วยมอสซาเรร่าชีส 4. น�ำไปอบในเตาอบใช้เวลา 10 นาที ที่อุณภูมิ 350 องศาเซลเซียส รอจนหน้าชีสเหลือง ยก ออกจากเตา เสิร์ฟพร้อมซอส ทานร้อนๆ เมนูนี้เป็นได้ทั้งเมนูหลักและเมนูอาหารว่าง เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานอร่อย มีเวลาว่างเมื่อ ไหร่ อย่าลืมไปลองฝึกท�ำดูนะคะ

*เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ‘ฟักทอง’ เป็นแหล่งรวมของ เบต้าเคโรทีน ซึ่งดีต่อผิวพรรณ อีกทั้งยังบ�ำรุงตับ ไต และ ยังช่วยบ�ำรุงสายตาด้วยนะคะ W

ตลาดสีเขียว 19


GREEN LIVING

Green Shop

เรื่อง/ภาพ: ธนกร เจียรกมลชื่น

เส้นทางสู่ร้านกรีน Green Shop CoPs

> ในที่สุด หลักสูตรอบรมส�ำหรับผู้สนใจ

เปิดกิจการร้านกรีนภายใต้ชื่อ ‘เส้นทางสู่ ร้า นกรีน/Green Shop CoPs’ ก็ได้ฤกษ์ลืมตา ออกมาสั ม ผั ส โลกสี เ ขี ย ว ที่ พ วกเราเพี ย ร พยายามช่วยกันสร้างแล้วครับ หลังจากซุ่ม เงียบ ขัดเกลา ปั้นแต่งอยู่หลายเดือน ตอน นี้พ ร้ อ มให้ เหล่ า (อนาคต) เถ้าแก่ร้านกรีน ได้ยลโฉมกันไปเมื่อวันที่ 28 – 29 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา เริ่ ม ต้ นกิ จ กรรมวั น แรก ณ บ้ า นสวน เรียนรู้ Organic Way ด้วยช่วงจุดประกาย ความหวั ง และความฝั น ผู ้ เ ข้ า ร่ ว มอบรม ทยอยกั น แนะน� ำ ตั ว และน� ำ เสนอภาพร้ า น กรี น ในฝั น ของตนออกมา ไม่ ว ่ า จะเป็ น ‘คุณปลา’ ผู้สนใจเปิดร้านกรีนแบบซูเปอร์มาร์ เ ก็ ต ขนาดย่ อ ม ที่ มี สิ นค้ า อย่ า งหลาก หลาย ‘คุณวุฒิ’ ต้องการเปิดหน้าร้านขาย ผักผลไม้ออร์แกนิกที่ตลาดไทย ‘คุณมีมี่’ ที่ อยากเปิดร้านเบเกอรี่จากวัตถุดิบปลอดสาร ‘คุณอร’ ก็ก�ำลังจะเปิดร้านกรีนที่ขายผักสด และผลิตภัณฑ์ปลอดสารเช่นกัน ฯลฯ หลั ง พั ก ยื ด เส้ น ยื ด สาย ชิ ม ของว่ า ง กั น เล็ ก น้ อ ย ก็ เ ข้ า สู ่ ช ่ ว งการบรรยายเรื่ อ ง “พัฒนาการและแนวโน้มของร้านกรีน” โดย คุณวัลลภา แวนวิลเลี่ยนส์วาร์ด ประธาน เครือข่ายตลาดสีเขียว และ “มาตรฐานร้าน กรีนที่ควรรู้” โดยคุณนาถฤดี นาครวาจา ผู้ 20 ตลาดสีเขียว

จัด การมู ล นิธิม าตรฐานเกษตรอินทรีย ์ คุณ วั ล ลภาย้ อ นอดี ต ให้ เราฟั ง ว่ า ร้ า นกรี น เกิ ด ขึ้น ในบ้ า นเราครั้ง แรก เมื่อ ราว 20 ปี ก ่ อ น แต่มีเหตุให้ต้องเลิกไป เนื่องจากผลิตภัณฑ์ อิ น ทรี ย ์ ใ นตอนนั้ น ไม่ มี ค วามหลากหลาย พอ และผู ้ บ ริโภคไม่ ค ่ อ ยตื่ นตั ว นัก ซึ่ ง แตก ต่ า งจากสถานการณ์ ใ นตอนนี้ ที่ ผู ้ บ ริโ ภค เริ่ ม ตระหนัก และหมวดหมู ่ ข องผลิ ต ภั ณฑ์ ก็ มี ม ากขึ้ น ส่ ว นคุ ณ นาถฤดี ก ล่ า วถึ ง การ คั ด เลื อ กผลิ ต ภั ณฑ์ อิ นทรี ย ์ ผ่ า นการดู ต รา มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการเข้าไปค้นหา ผู้ผลิตถึงแหล่งโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีการที่ยาก แต่สินค้าที่มีเรื่องราวเหล่านี้กลับเป็นจุดขาย ของร้ า นกรี น จึ ง เป็ นที่ ม าของการรวมกลุ ่ ม ร้านกรีนขึ้น หลังจากจบการเสวนาในช่วงเช้า เหล่า พลพรรคก็อ อกมาชาร์ ต แบตกันด้ ว ยข้ า วย� ำ สมุนไพร เมนูเด็ดของร้านเฮลธ์มี พอท้องเริ่ม อิ่ม สมองก็เริ่มแจ่มใส เราจึงพาทุกคนเข้าสู่ ช่วงไฮไลท์ของงานกับ “ล้อมวงลอกเปลือก 4 ร้านกรีน” เปิดประเด็นด้วยคุณดี- อดิศักดิ์ แห่งร้าน Urban Tree ให้ภาพที่มาที่ไปของ การคั ด เลื อ กผลิ ต ภั ณฑ์ เข้ า ร้ า น เพราะเคย มีประสบการณ์การท�ำงานพื้นที่ในแถบภาค อีสาน และได้รู้ว่าเกษตรกรแต่ละคนมีของดี แต่คนไม่ค่อยอยากซื้อ เพราะรูปลักษณ์สินค้า แลดู เชย ไม่ น ่ า วางใจในคุ ณ ภาพเท่ า ไหร่

จึ ง อยากช่ ว ยเป็ น ตลาดให้ กั บ พวกเขา ซึ่ ง แรกๆ ก็มีอุปสรรคบ้าง แต่ด้วยใจรักและเปิด กว้ า งที่จ ะเรีย นรู ้ ท�ำ ให้ ผ ่ า นพ้ น มาได้ จาก นั้นก็ถึงคิว ‘พี่ใหญ่’ ในวงการร้านกรีน: พี่ หน่ อ ย-พอทิ พ ย์ / แห่ ง ร้ า น Health Me Shop ได้ ใ ห้ ข ้ อ คิ ด เสริ ม อย่ า งน่ า สนใจว่ า เราต้ อ งสร้ า งเอกลั ก ษณ์ ข องร้ า นให้ ชั ด เจน พร้ อ มศึก ษาที่ม าที่ไปของสินค้ า ภายในร้ า น ให้ปรุโปร่ง เพื่อที่จะบอกเล่าข้อมูลของสินค้า นั้นได้ จุดนี้ถือเป็นสิ่งดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามา ในร้านของเรา อั นที่ จ ริ ง ร้ า นกรี นก็ ไม่ จ� ำ เป็ นจะต้ อ ง ขายเฉพาะสินค้าเพียงอย่างเดียวนะครับ เรา


สามารถเปิดเป็น cafée' หรือร้านอาหาร เป็น ตัวหนุนเสริมธุรกิจไปด้วยก็ได้ งานวั นนั้น ปิ ด ท้ ายด้วยมุมมองที่เป็ น สั จ ธรรมอย่ า งยิ่ ง จาก ‘คุ ณ หนึ่ ง -กนิ ษ ฐา’ เจ้าของร้านชื่ออบอุ่น ‘Home Sweet Home’ เธอทิ้งท้ายว่า ปัญหาและอุปสรรคเป็นสิ่งที่ ทุ ก ร้ า นต้ อ งประสบ ดั ง นั้นก่ อ นจะเปิ ด ร้ า น เราควรวางแผนธุรกิจจากปัจจัยต่างๆ อย่าง รอบด้าน...เห็นด้วยเลยใช่ไหมครับ กิ จ กรรมวั น แรกก็ จ บลงด้ ว ยประการ ฉะนี้ กิจกรรมของวันสุดท้าย ผมขออุบไว้ เล่าในฉบับหน้านะคร้าบบบ W ตลาดสีเขียว 21


GREEN MOVEMENT

Social Entrepeneur

เรื่อง: วัลลภา แวนวิลเลี่ยนส์วาร์ด

ช่องทางตลาดเกษตรอินทรีย์ ในรูปแบบ

สหกรณ์ ผู้บริโภคสีเขียว เพื่อกาย่า โลกที่มีชีวิต

> สหกรณ์ เมื่อการรวมตัวของคน เล็กคนน้อยมีความหมาย

ปี นี้ 2555 องค์ ก ารสหประชาชาติ ประกาศให้ เ ป็ น ‘ปี ส หกรณ์ ส ากล’ โดย เน้ น สร้ า งความตระหนัก ถึ ง การร่ ว มมื อ บน พื้ น ฐานของประชาธิ ป ไตยและการมี ส ่ ว น ร่ ว ม ที่ จ ริ ง สหกรณ์ เ มื่ อ แรกตั้ ง นั้ น มาจาก การพยายามแก้ ไขปั ญ หาทางสั ง คมที่ ต าม มาหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมในทวีปยุโรป อาทิ ปั ญ หาช่ อ งว่ า งและความเหลื่ อ มล�้ ำ จึ ง มี นั ก เศรษฐศาสตร์ ที่ คิ ด อยากให้ สั ง คม ดี ขึ้ น และได้ เ สนอแนวทางปรั บ ปรุ ง สภาพ เศรษฐกิจเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม เน้นความร่วมมือระหว่างผู้ที่เดือดร้อน แนว ความคิ ด นี้ ได้ เป็ นฐานของระบบสหกรณ์ ใน เวลาต่อมา โดยในปี ค.ศ. 1844 โรเบิร์ต โอเวน ชาวอั ง กฤษ ได้ ก ่ อ รู ป สหกรณ์ ขึ้ น เพื่อ หาวิธีช ่ ว ยเหลือ กรรมกรให้รู้จักการช่วย 22 ตลาดสีเขียว

ตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เสนอให้ จัด ตั้ง ‘ชมรมสหกรณ์ ’ ผลิต สิ่ง ของเครื่อ งใช้ ต ่ า งๆ เอง จนได้ มี ก ารจั ด ตั้ ง สหกรณ์ (cooperative) แห่ ง แรกขึ้ น ที่ เมื อ งรอชเดล สหกรณ์ แห่ ง นี้ มี อ ายุ ก ว่ า 150 ปี ในเวลา ไล่ เ ลี่ ย กั น นี้ ที่ ป ระเทศเยอรมนีก็ มี รู ป แบบ การรวมตัวที่คล้ายๆ กัน เรียกว่า ‘สหกรณ์ เครดิ ต ยู เนี่ ย น’ ซึ่ ง ก่ อ ตั้ ง โดยไรฟไฟเซน ที่ เห็ น ปั ญ หาต่ า งๆ รุ ม เร้ า เกษตรกร ได้ เห็ น ความเดือดร้อน ความอดอยากของชาวนา จึ ง คิ ด หาหนทางต่ า งๆ เพื่ อ กระตุ ้ น ให้ เ กิ ด การรวมพลั ง เช่ น การระดมเงิ นทุ น ในหมู ่ ผู้ประกอบการขนาดย่อม เรื่องราวการรวมตัว ในรู ป สหกรณ์ ไ ด้ แ พร่ ข ยายไปยั ง ประเทศ ต่างๆ ทั่วยุโรป เช่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็ มี ธ นาคารที่ ก ่ อ ตั้ ง ขึ้ น บนหลั ก การที่ ให้ ก าร สนับสนุนเกษตรกรชื่อ ‘ธนาคารราโบ’ (Rabo Bank) และขยายไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลก

การรวมกลุ ่ ม ในรู ป สหกรณ์ มี อ ยู ่ ด ้ ว ย กัน 4 กลุ่ม ได้แก่ สหกรณ์คนงาน สหกรณ์ ผู้ผลิตหรือเกษตรกร สหกรณ์ผู้บริโภค และ สหกรณ์จากคนข้ามกลุ่มหรือหลายกลุ่ม คือ ทั้งผู้ผลิตกับผู้บริโภคร่วมมือกัน ที่ผ่านมาสหกรณ์ในบ้านเราเป็นความ หวั ง ของเกษตรกรที่ มี ป ั ญ หาทางเศรษฐกิ จ โดยยึดหลักการของการช่วยตนเอง การช่วย เหลื อ ซึ่ ง กั น และกั น ด้ ว ยการรวมพลั ง เป็ น ขบวนการทางสังคมและทางเศรษฐกิจที่จัด ตั้งเป็นองค์กรทางธุรกิจเพื่อแก้ไขปัญหาของ คนที่ขาดโอกาส และเข้าถึงแหล่งทุนไม่ค่อย ได้ โดยเชื่อว่าความส�ำเร็จทางเศรษฐกิจของ ชุมชนอันเกิดจากการสหกรณ์นั้น ย่อมส่งผล ต่ อ คุ ณ ภาพชี วิ ต ของคนในชุ ม ชนไปพร้ อ มๆ กัน


สหกรณ์ เ ติ บ โตในนานาประเทศ แต่ สหกรณ์ไทยกลับไปไม่ถึงไหน

ขณะที่ ส หกรณ์ เ บ่ ง บานอยู ่ ใ นหลาย ประเทศ นอกจากอั ง กฤษ เยอรมนี และ ประเทศต่างๆ ในยุโรปแล้ว ในแถบเอเชียที่ ประเทศญี่ปุ่น สหกรณ์ผู้บริโภคนับว่าขยาย ตัวและเติบโต จนบางสหกรณ์มีสมาชิกกลุ่ม ใหญ่ประมาณเกือบสามแสนคน หรืออย่างที่ ประเทศเกาหลีก็มีสหกรณ์ผู้บริโภคบางแห่งที่ มีสมาชิกกว่าสองแสนคน เชื่อมโยงจัดหา ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ และสินค้าจากเกษตรกร และสถานประกอบการโดยตรง แต่บ้านเรา เกษตรกรผู้ผลิตเริ่มไม่สนใจรูปแบบสหกรณ์ อีกต่อไป แต่หันมาเป็นผู้ประกอบการแบบ ‘วิ ส าหกิ จ ชุ ม ชน’ (community enterprise) มากขึ้นเรื่อยๆ ท�ำให้บทบาทสหกรณ์ลดลง ที่จริงช่องทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ เกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยเมื่อกว่า 10 ปี ที่ แ ล้ ว ก็ ใ ช้ รู ป แบบสหกรณ์ ใ นการด� ำ เนิ น กิจการ โดยเฉพาะสหกรณ์ผู้บริโภคนับเป็น ผู ้ บุ ก เบิ ก ธุ ร กิ จ เกษตรอิ นทรี ย ์ ในยุ ค แรกของ สังคมไทย แต่ต่อมาการบริหารกิจการแบบ สหกรณ์ก็เปลี่ยนแปลงไป และไม่เป็นที่นิยม ของผู้ท�ำช่องทางการตลาดสินค้าอินทรีย์อีก ต่อไป น่าเสียดายที่สหกรณ์ไม่ได้รับการส่ง เสริ ม อย่ า งเหมาะสม ให้ เป็ นช่ อ งทางการ ตลาดเกษตรอินทรีย ์ ทั้งหมดนี้อาจพอสรุป ปั ญ หาของสหกรณ์ กั บ สั ง คมไทยได้ อ ย่ า ง คร่าวๆ ดังนี้ 1) รูปแบบและกลไกการด� ำเนิน งานของรัฐในการก�ำกับดูแลควบคุมจนขาด อิสระ 2) บางกรณีก็มีกลุ่มคนประเภทเสียง มากลากไป เช่ น การโหวตเสี ย งลงคะแนน ในเรื่ อ งส� ำ คั ญ ๆ ก็ มี ก ลุ ่ ม ตนที่ ส ามารถล้ ม มติ ไ ด้ อั นน� ำ มาซึ่ ง ความเสี่ ย งและการล้ ม ไปของสหกรณ์ 3) ความไม่ ค ล่ อ งตั ว ใน การด�ำเนินธุรกิจ เพราะต้องอาศัยหลักการ ประชาธิปไตยและการโหวตเสียง ที่บางครั้ง ไม่สอดคล้องกับการบริหารจัดการธุรกิจหรือ กิจการ ก็ต้องหันไปสู่การจัดการในรูปบริษัท แทน 4) ปัญหาความไม่โปร่งใสของคณะ ผู้บริหารสหกรณ์ พบเห็นอยู่บ่อยครั้งว่า ผู้ บริหารบางแห่งมีปัญหาคอรัปชั่นเงินทุนของ สหกรณ์ หรือสาเหตุอื่นๆ

ค้ น หาจิ ต วิ ญ ญาณสหกรณ์ ใ นสั ง คม ไทยอีกครั้ง

ด้ ว ยเชื่ อ ว่ า จิ ต วิ ญ ญาณที่ แ ท้ จ ริ ง ของ สหกรณ์ นั้ น มี ป ระโยชน์ ต ่ อ การประกอบ กิ จ การของหมู ่ ค ณะ และเห็ น ถึ ง พลั ง ของ การแก้ ไ ขปั ญ หาร่ ว มกั น เช่ น สหกรณ์ ผู ้ บริโภคที่ ต ระหนัก ถึ ง ความไม่ ป ลอดภั ย ของ อาหาร สารเคมี ป นเปื ้ อ นจากการผลิ ต และ การแปรรูปจนเป็นผลเสียต่อสุขภาพ อาทิ การรวมตัว ของกลุ่ ม ผู ้ บ ริโภคญี่ปุ่ นที่เป็ นต้ น ก�ำเนิดให้กับระบบสมาชิก CSA (community supported agriculture) หรือที่เรียกว่า เตเก้ กลุ ่ ม ผู ้ บ ริโ ภคที่ ส ่ ว นใหญ่ เป็ น แม่ บ ้ า นเหล่ า นี้กังวลใจกับการสูญเสียที่ดินของเกษตรกร รายย่ อ ย อั น ส่ ง ผลต่ อ คุ ณ ภาพและความ ปลอดภัยของอาหารที่ตนและครอบครัวรับประทาน ความห่ ว งใยนี้ จึ ง ท� ำ ให้ เ กิ ด การ รวมกลุ่มเพื่อเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกร โดยตรง ค� ำ ว่ า ‘เตเก้ ’ นอกจากแปลว่ า ‘ความร่วมมือ’ (cooperative) แล้ว ยังหมาย ถึง ‘หุ้นส่วน’ (partnership) ด้วย มีปรัชญา ว่าผักที่มีหน้าตาของคนปลูก หรือผักรู้หน้า และรู้ใจนั่นเอง มาร่วมสร้าง ‘สหกรณ์ผู้บริโภคสีเขียว’

สั ง คมไทยไร้ ตั ว ตนของผู ้ บ ริโภคสี เขี ย ว ค�ำถามคือ แล้วใครจะรับผิดชอบดูแลความ ปลอดภัยของอาหาร ดังมีรายงานออกมา เป็ น ระยะๆ ว่ า มาตรฐานความปลอดภั ย ทางอาหารและผลผลิ ต ทางการเกษตรของ ไทยต�่ ำ กว่ า มาตรฐานเมื่ อ เที ย บกั บ ประเทศ ที่พัฒ นาแล้ ว หากผลิต ดีมีคุณ ภาพ ผัก ผล ไม้ อิ นทรี ย ์ เหล่ า นี้ก็ จ ะถู ก ส่ ง ออกไปขายยั ง ต่างประเทศ ทิ้งให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ต้อง ผจญกั บ ความเสี่ ย ง เมื่ อ ตนเป็ น ที่ พึ่ ง แห่ ง ตน ผู้บริโภคควรลุกขึ้นมารวมตัวกันเพื่อผูก โยงกับเกษตรกร เพื่อให้แน่ใจว่าได้ผลผลิต และวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ น�้ำตาล หรือเครื่องปรุงรสต่างๆ สหกรณ์ ผู ้ บ ริโภคสีเขีย วนี้ ไม่ ได้ อ าศัย ช่ อ งทางการจั ด จ� ำ หน่ า ยในระบบ สมาชิ ก สหกรณ์เชื่อว่า การได้มาซึ่งอาหารปลอดภัย และมี คุ ณ ภาพเกิ ด ขึ้ นจากการเชื่ อ มโยงกั บ เกษตรกรโดยตรง ผนวกรวมเอาแนวคิด CSA เข้ า มาเป็ น ส่ ว นหนึ่ง ของปรั ช ญาสหกรณ์ ผู ้ บริโภค เช่ น สหกรณ์ ‘ไซคัต สึ’ (หมายถึง ‘ชีวิต’ ชีวิตของเรา) เมื่อการส่งตรงผลผลิตไม่

ได้ผ่านช่องทางเช่นห้างร้าน หากอาศัยช่อง ทางการกระจายแบบไม่เป็นทางการ ที่มีการ จัดการที่มีประสิทธิภาพของสมาชิกที่ร่วมกัน จับมือ นี่จึงเป็นเหตุผลให้สหกรณ์ไซคัตสึได้ รั บ รางวั ล สั ม มาอาชี พ ในปี 2532 (รางวั ล โนเบิ ล ทางเลื อ ก) เพื่ อ เชิ ด ชู คุ ณ งามความ ดี ที่ อ งค์ ก รนี้ ห าหนทางแก้ ไขวิ ก ฤตต่ า งๆ ที่ ท้าทายความอยู่รอดของมนุษยชาติ (ในบ้าน เรามีอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ที่ได้รับรางวัล เดียวกันนี้ในปี 2538) ฟั ง ดู แ ล้ ว อาจจะอุ ด มคติ แต่ แท้ ที่ จ ริ ง สหกรณ์ ผู ้ บ ริโ ภคสี เ ขี ย วนั้ น เป็ น เรื่ อ งของ จริยธรรมการบริโภคอย่างยั่งยืน ในยุคสมัย ที่ ก ารบริโภคและรู ป แบบการใช้ ชี วิ ต ของเรา ทุ ก คนมี ผ ลกระทบโดยตรงต่ อ ปั ญ หานิ เวศ ที่เผชิญหน้าเราอยู่ในทุกวันนี้ การเชื่อมโยง นี้ช ่ ว ยลดการสู ญ เสี ย จากการผลิ ต มากเกิ น (overharvesting) ผลิตเกินจ�ำเป็น ผลิตเกิน ความต้องการ ผลิตอย่างฟุ่มเฟือย ผลิตเป็น จ� ำ นวนมากๆ ระบบสหกรณ์ นี้ช ่ ว ยให้ เ กิ ด ประสิทธิภาพจากช่องทางการผลิตและการ กระจายตรงถึงกัน ต่างจากการจัดจ�ำหน่าย ในระบบโมเดิร์นเทรดที่มีรายงานว่า ก่อให้ เกิดการสูญเสียพืชผักผลไม้ถึง 40% (ข้อมูล จากการประชุ ม ใหญ่ ข องสหพั น ธ์ เ กษตร อินทรีย์นานาชาติ ที่ประเทศเกาหลีเมื่อเดือน กันยายน 2554) เมื่ อ ผลผลิ ต ดี ๆ มี คุ ณ ภาพมาสู ่ ช ่ อ ง ทาง ‘สหกรณ์ผู้บริโภคสีเขียว’

มี ค นพู ด ว่ า “สั ง คมดี ไม่ มี ข าย อยาก ได้ต้องร่วมกันสร้าง” หากตระหนักว่าพลังผู้ บริโภคสีเขียวคือก�ำลังหลักของการขับเคลื่อน การผลิตที่ดี มีคุณภาพ และเป็นธรรม เส้น ทางผลผลิ ต ไร้ ส ารเคมี ส ามารถตรงมายั ง สหกรณ์ผู้บริโภคสีเขียวที่เราทุกคนเป็นส่วน หนึ่ง ได้ ฤดู ก าลต่ า งๆ ผลไม้ น านาพั นธุ ์ จ ะ เดินทางมาสู่สหกรณ์ที่เราร่วมมือกันนี้ มีส้ม อินทรีย์ ล�ำไยอินทรีย์ มังคุดอินทรีย์ เสาวรส อินทรีย์ กระเทียมอินทรีย์ หอมแดงอินทรีย์ ทั้งข้าว พืช ผัก ผลไม้เหล่านี้จะมาถึงกลุ่ม ผู้บริโภคได้โดยตรง ความฝันนี้จะเป็นจริงก็ ต่อเมื่อผู้บริโภคมีการร่วมตัวและการจัดการ ร่วมกัน น�ำพลังกลับมาสู่พวกเราทุกคนด้วย สหกรณ์ผู้บริโภคสีเขียว สร้างช่องทางตลาด เกษตรอินทรีย์ที่มีความหมาย เพื่อกาย่าโลก ทีมีชีวิตของเรา W ตลาดสีเขียว 23


GREEN MOVEMENT เรื่อง/ภาพ: ธนพล เขียวละม้าย

Towards Organic Asia-TOA

‘ต้นกล้า’ หัวใจของการเปลี่ยนแปลง สู่สังคมยั่งยืน

> ‘ต้นกล้า’

เป็ นช่ ว งเวลาที่ เปราะ บางที่สุดในวงจรชีวิตของพืช เป็นช่วงเวลา หลั ง จากยอดอ่ อ นงอกออกมาจากเมล็ ด สู ่ โลกภายนอกเป็ นครั้ ง แรก เพื่ อ จะเติ บ ใหญ่ เป็ นต้ น ไม้ ที่ ส มบู ร ณ์ ต ่ อ ไป ดั ง นั้นช่ ว งการ เป็ นต้ นกล้ า จึง มีค วามส� ำ คัญอย่างมากของ พืช ส�ำหรับพืชหลายชนิด การเพาะกล้าเป็น ช่ ว งเวลาที่ พื ช ต้ อ งได้ รั บ การดู แ ลเอาใจใส่ ก่อนที่จะย้ายลงไปปลูกบนร่องแปลง ดังนั้น ต้นกล้าที่ไม่แข็งแรง ย่อมไม่อาจรอดเป็นต้น ไม้ ที่ ส มบู ร ณ์ ได้ นี่คื อ ข้ อ เท็ จ จริ ง ต้ น ไม้ ทุ ก ต้ น ก่ อ นจะเติ บ โตสมบู ร ณ์ ล้ ว นผ่ า นช่ ว ง ของการเป็นต้นกล้ามาทั้งสิ้น เฉกเช่นเดียว กั บ มนุ ษ ย์ ทุ ก คนล้ ว นเคยผ่ า นช่ ว งวั ย ของ การเป็ นต้ นกล้ า ก่ อ นที่ จ ะเติ บ ใหญ่ ขึ้ น เป็ น มนุษย์ที่สมบูรณ์

เราก� ำ ลั ง พู ด ถึ ง ต้ นกล้ า เกษตรกรหรื อ เกษตรกรคลื่นลูกใหม่ ที่ขณะนี้ก� ำลังค่อยๆ เข้ามามีบทบาทในภาคการเกษตร (และนอก การเกษตร) แทนที่เกษตรกรรุ่นก่อนที่แก่ตัว 24 ตลาดสีเขียว

ลงไป กลุ ่ ม เกษตรกรรุ ่ น ใหม่ นี้ ป ระกอบไป ด้วย เยาวชนที่เป็นลูกหลานเกษตรกร คน เมืองรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจในวิถีเกษตร หรือ แม้ แ ต่ ค นในวั ย ท� ำ งานและวั ย เกษี ย ณ ที่ ตั ด สิ น ใจเปลี่ ย นรางชี วิ ต กลั บ เข้ า สู ่ วิ ถี ที่ ใกล้ ชิ ด กั บ ธรรมชาติ และเกษตรกรที่ หั น เหจาก การท� ำ การเกษตรที่ พึ่ ง พาสารเคมี วั ต ถุ ดิ บ ภายนอก ไปสู ่ ก ารเกษตรที่ พึ่ ง พาตนเอง มากขึ้น ในสังคมปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าอาชีพ เกษตรกรแบบดั้ ง เดิ ม ก� ำ ลั ง จะค่ อ ยๆ สู ญ พันธุ์ การรวมตัวของกลุ่มเกษตรกรคลื่นลูก ใหม่ ที่มีใจให้ วิถีเ กษตรอินทรีย ์ นั้น ได้ เ กิด ขึ้น แล้ว

คลื่นลูกใหม่จากทุกภูมิภาคกว่า 30 คนเดิน ทางมาเข้ า ร่ ว มกิ จ กรรมนี้ โดยเกษตรกร คลื่นลูกใหม่ที่มาเข้าร่วม มีความสนใจและ ประสบการณ์ที่หลากหลายในการท�ำเกษตร แบบไม่ พึ่ ง พาสารเคมี ตั้ ง แต่ เ กษตรผสม ผสาน เกษตรพอเพี ย ง เกษตรธรรมชาติ เกษตรยั่ ง ยื น เกษตรเลี้ ย งชี พ ฯลฯ ถึ ง แม้ จะมี ค วามแตกต่ า งในเรื่ อ งวิ ธี ก าร แต่ สิ่ ง ที่ พวกเราเห็ น ร่ ว มกั น คื อ การผลิ ต อาหารที่ ปลอดภั ย ต่ อ ผู ้ บ ริโ ภค และไม่ ก ่ อ ผลกระทบต่ อ สิ่ ง แวดล้ อ มและระบบนิ เวศเป็ น สิ่ ง ที่ ส� ำ คั ญ นอกเหนื อ ไปจากปริ ม าณผลผลิ ต ที่ ขายออกสู่ตลาดได้

เมื่ อ ราวต้ น เดื อ นสิ ง หาคมที่ ผ ่ า นมา เครื อ ข่ า ยเกษตรกรรมทางเลื อ กและมู ล นิธิ เกษตรกรรมยั่ ง ยื น ได้ ร ่ ว มกั น จั ด เวที อ บรม ‘ต้ น กล้ า เกษตรกรรมยั่ ง ยื น ’ ขึ้ น ภายใต้ บรรยากาศสงบแสนคลาสสิ ค ริ ม น�้ ำ แบบ บ้ า นๆ ของสวนลุ ง อี๊ ด ในอ� ำ เภออั ม พวา จั ง หวั ด สมุ ท รสงคราม มี ตั ว แทนเกษตรกร

กิ จ กรรมหลั ก ๆ ตลอด 3 วั นของการ อบรม ประกอบไปด้วยการถ่ายทอดความรู้ ในประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เป็นความ ท้าทายของภาคการเกษตรในปัจจุบัน อย่าง เรื่องระบบเกษตรพันธสัญญา ที่ได้ คุณอุบล อยู่หว้า ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรม ทางเลือกภาคอีสาน มาตีแผ่ความเป็นจริง


ของระบบดังกล่าวแบบหมดเปลือก และเรื่อง เขตเศรษฐกิ จ อาเซี ย น (ASEAN Economic Community) ที่ก�ำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 โดย มี คุณสุภา ใยเมือง จากมูลนิธิเกษตรกรรม ยั่ ง ยื น มาช่ ว ยเล่ า ถึ ง ผลกระทบของการ ค้ า เสรี ที่ จ ะมี ต ่ อ ภาคการเกษตรของไทย นอกเหนือไปจากเรื่องหนักๆ ก็ยังมีเรื่องราว เสริมสร้างแรงบันดาลใจจากกลุ่มเกษตรกร สนามชัยเขต ที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การท�ำงานกับกลุ่มผู้บริโภค CSA รวมทั้งพี่ นกและพี่ก�ำพลจากไร่ดินดีใจ ที่เดินทางไกล มาเล่ า ถึ ง ประสบการณ์ ในการหั น เหชี วิ ต จากคนเมื อ งไปเป็ น เกษตรกร ที่ บ างที อ าจ ไม่ ได้ โรแมนติก อย่ า งที่หลายคนวาดภาพไว้ แต่เรื่องราวของพวกเขาก็เป็นก�ำลังใจให้กับ เกษตรกรหลายคนในการฟัน ฝ่าอุปสรรคใน ปั จ จุ บั น นอกเหนื อ จากนี้ กลุ ่ ม เกษตรกร รุ ่ น ใหม่ ยั ง ได้ มี โ อกาสได้ ไ ปลงพื้ น ที่ เ รี ย นรู ้ พบปะกับเกษตรกรและนักกิจกรรมหลายคน เพื่ อ เรี ย นรู ้ เ กี่ ย วกั บ วิ ถี เศรษฐกิจ ท้ อ งถิ่นของ สมุทรสงคราม สิ่งที่ส�ำคัญมากของการอบรม ครั้งนี้คือ การเปิดพื้นที่ให้ต้นกล้าเกษตรกร เหล่านี้ได้มาพบปะ ท�ำความรู้จัก และเติบโต ไปด้วยกัน ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนองค์ ความรู้ ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจอัน หลากหลาย โดยส่ ว นตั ว ผมเห็ น ว่ า ความท้ า ทาย ส�ำคัญของการส่งเสริมเกษตรกรคลื่นลูกใหม่ นอกเหนือจากเรื่ององค์ความรู้และเทคนิควิธี การ คือเรื่องเงื่อนไขทางสังคม สังคมชนบท ไทยทุ ก วั น นี้ แ ตกต่ า งจากสั ง คมชนบทเมื่ อ 40 - 50 ปีที่แล้ว ที่คนรุ่นพ่อแม่เติบโตขึ้น มา แน่นอนว่า สมัยนั้นยังไม่มีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เนต สมาร์ทโฟน ไอแพด ยูทูป และ เฟซบุ๊ค อย่าว่าแต่ตู้เย็น ทีวีสี หรือโทรศัพท์ มือถือ ยังถือเป็นของหายากราคาแพง สังคม เมืองและชนบทไทยเปลี่ยนแปลงเร็วมากใน ช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา นอกเหนือไปจาก นั้น ยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น การ พัฒนาของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การ เดินทาง การศึกษา การสื่อสารสนเทศ ดังนั้น จินตนาการเรื่องชนบทไทยที่สงบงามเหมือน ในแบบเรียน ‘มานี มานะ ปิติ ชูใจ’ หรือใน ภาพยนตร์เรื่อง ‘แฟนฉัน’ จึงกลายเป็นสิ่ง ที่ ห ่ า งไกลจากความเป็ นจริ ง และยอมรั บ ได้ ยากขึ้นเรื่อยๆ

เราไม่ อ าจเข้ า ใจความเป็ นชนบทและ เงื่ อ นไขชี วิ ต ของคนชนบทในแบบเดิ ม ๆ ที่ แข็ ง ทื่ อ ได้ อี ก แล้ ว เยาวชนที่ เป็ น ลู ก หลาน เกษตรกรไม่ มี ค วามจ� ำ เป็ นจะต้ อ งสื บ ทอด อาชี พ เพราะโอกาสทางเศรษฐกิ จ ในเมื อ ง ที่ เ ปิ ด มากขึ้ น ท� ำ ให้ ค นรุ ่ น ใหม่ จ ากภาค ชนบทพากั น ตบเท้ า เข้ า มาท� ำ งานในเมื อ ง ปฏิ เ สธไม่ ไ ด้ ว ่ า รู ป แบบชี วิ ต สมั ย ใหม่ แ ละ ภาพลั ก ษณ์ ค วามส� ำ เร็ จ ของชี วิ ต ตามใน โฆษณาที วี สร้ า งแรงดึ ง ดู ด ไม่ น ้ อ ยต่ อ ค่ า นิ ย มของคนรุ ่ น ใหม่ ที่ จ ะแสวงหาชี วิ ต ที่ ไม่ ต้ อ งล� ำ บากกร� ำ แดดตากลมฝน ไม่ เหนื่ อ ย กาย ทั้ ง ยั ง มี ร ายได้ ที่ แ น่ น อนกว่ า ด้ ว ย เงื่อนไขทางสังคมแบบนี้ ย่อมส่งผลต่อการ เปลี่ ย นแปลงโฉมหน้ า ของภาคการเกษตร ในอนาคตอัน ใกล้ อ ย่ า งแน่ น อน ภาพที่เห็น คร่ า วๆ คือ เมื่อ อายุเฉลี่ย ของเกษตรกรสู ง ขึ้ น เรื่ อ ยๆ และคนรุ ่ น ใหม่ ไม่ เ ข้ า มาแทนที่ การเกษตรและการผลิตอาหารจะต้องพึ่งพา การใช้เทคโนโลยีและปัจจัยภายนอกมากขึ้น เนื่องจากแรงงานที่น้อยลง การเปลี่ยนแปลง สภาพอากาศทั่ ว โลกท� ำ ให้ เ กษตรกรต้ อ ง ปรั บ เปลี่ ย นวิ ธี ก ารท� ำ การเกษตรใหม่ และ ผลผลิ ต ทางการเกษตรลดลง ผู ้ ค นบริโ ภค มากขึ้ น เนื่ อ งจากสภาวะทางเศรษฐกิ จ ที่ ดี ขึ้ นตามการพั ฒ นาทางเศรษฐกิ จ กลุ ่ ม ทุ น เข้ามามีบทบาทในการควบคุมระบบอาหาร พื ช พั นธุ ์ ท ้ อ งถิ่ นถู ก แทนที่ ด ้ ว ยพื ช เศรษฐกิ จ ฯลฯ ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เป็น อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่เราจะพูดได้หรือ ว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจะไม่สั่นคลอนความ มั่นคงทางอาหารและอธิปไตยทางอาหารใน อนาคต

นี่ คื อ เหตุ ผ ลว่ า ท� ำ ไมผมจึ ง พู ด ถึ ง ต้ น กล้ า เพราะผมเห็ น ว่ า เกษตรกรคลื่ น ลู ก ใหม่ เหล่ า นี้ เป็ น ‘ผู ้ ก ล้ า ’ ที่ จ ะเป็ น ความ หวั ง ของภาคการเกษตรของไทยในอนาคต อั น ใกล้ เราต้ อ งส่ ง เสริ ม ให้ ต ้ น กล้ า เหล่ า นี้ เติ บ โตขึ้ น ไปเป็ น ต้ น ไม้ ที่ แ ข็ ง แรง และมี ที่ ท างในการเติ บ โตของตั ว เอง กิ จ กรรมต้ น กล้าเกษตรกรรมยั่งยืนนี้เป็นเพียงขั้นเริ่มต้น เกษตรกรเพี ย งล� ำ พั ง ไม่ อ าจเปลี่ ย นแปลง อะไรได้ ม าก หากไม่ มี ก ารสนั บ สนุนจากผู ้ บริโภคและผู้คนที่เข้าใจ มาร่วมกันขับเคลื่อน ไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม แต่ถึงที่สุด แล้ ว หั ว ใจของการเปลี่ ย นแปลงทางสั ง คม ที่ ยั่ ง ยื น นั้ น ก็ ต ้ อ งเริ่ ม จากการเปลี่ ย นแปลง ตนเอง และการบ่ ม เพาะต้ น กล้ า ให้ มี จิ ต ส� ำ นึก ทางสั ง คมให้ เป็ น มนุ ษ ย์ ที่ ส มบู ร ณ์ W

ตลาดสีเขียว 25


GREEN MOVEMENT เรื่อง/ภาพ: กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

บทความพิเศษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

โครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมชุมชน ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคกลาง

> จากปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นใน

ช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบที่รุนแรง ในพื้นที่ ที่ ป ระสบอุ ท กภั ย ซึ่ ง ต้ อ งประสบกั บ ปั ญ หาน�้ ำ ท่ ว มขั ง และสภาพน�้ ำ เน่ า เสี ย เนื่ อ งจากขยะ มู ล ฝอยและสิ่ ง ปฏิ กู ล ต่ า งๆในเขตพื้ นที่ ชุ ม ชนที่ ถู ก น�้ ำ พัด พามาจากบ้ านเรือ น นอกจากปั ญหา เรื่ อ งขยะมู ล ฝอยแล้ ว ยั ง รวมถึ ง ปั ญ หาพื ช ผล ทางการเกษตรและวัชพืชที่จมอยู่ใต้น�้ ำ เกิดการ หมักหมมและไม่สามารถย่อยสลายได้หรือย่อย สลายได้ ไ ม่ ร วดเร็ ว เพี ย งพอด้ ว ยกระบวนการ ชีวภาพตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดน�้ำเน่าเสียและ เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม จึงเป็นปัญหา ที่ จ� ำ เป็ นต้ อ งได้ รั บ การแก้ ไขอย่ า งเร่ ง ด่ ว นและ ทั่วถึง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวง ทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ ม ได้ จั ด ท�ำ โครงการฟื ้ น ฟู สิ่ ง แวดล้ อ มชุ ม ชน ในพื้ นที่ 14 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดนครปฐม จังหวัด นนทบุ รี จั ง หวั ด ปทุ ม ธานี จั ง หวั ด สุ พ รรณบุ รี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดลพบุรี จังหวัดนครนายก จั ง หวั ด นครสวรรค์ จั ง หวั ด อุ ทั ย ธานี จั ง หวั ด

26 ตลาดสีเขียว

ชัยนาท จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดสระบุรี จังหวัด สิ ง ห์ บุ รี และจั ง หวั ด พระนครศรี อ ยุ ธ ยา โดยมี ชุมชนเข้าร่วมโครงการฯ จ�ำนวน 2,500 ชุมชน จ�ำนวน 12,500 คน ที่ประสบอุทกภัย ประกอบ ด้วยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องคือ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นระดับจังหวัด ผู้น�ำชุมชน โรงเรียน และ อาสาสมั ค รพิ ทั ก ษ์ ท รั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ในพื้นที่ 14 จังหวัด ภาคกลาง ที่ ป ระสบอุ ท กภั ย เพื่ อ ส่ ง เสริ ม ให้ ประชาชนในพื้ น ที่ เข้ า มามี ส ่ ว นร่ ว มในการ บริ ห ารจั ด การสิ่ ง แวดล้ อ มระดั บ ชุ ม ชน จะเป็ น แกนน� ำ หลั ก ในการชั ก ชวนให้ ป ระชาชนในพื้ นที่ เข้ามามีส่วนร่วม แสดงพลังความร่วมมือร่วมใจ เพื่อขับเคลื่อนแผนงานโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ชุมชน ในการสร้างมาตรการเชิงป้องกันในการ ลดปริ ม าณขยะชุ ม ชนตามหลั ก การ 3Rs การ จั ด การแก้ ไขขยะมู ล ฝอย สิ่ ง ปฏิ กู ล และน�้ ำ เน่ า เสียในภาวะวิกฤตน�้ำท่วม การแก้ไขปัญหาขยะ ตกค้าง และการฟื้นฟูสภาพดินและสภาพน�้ำใน แหล่งน�้ำของชุมชนระยะฟื้นฟูหลังน�้ำลดได้อย่าง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดังนี้ - - >


1) การการถ่ายทอดองค์ความรู้

ให้ อ งค์ ค วามรู ้ แ นวทางการจั ด การขยะ มูลฝอยภายหลังน�้ำท่วมและเทคนิคการคัดแยก ขยะ เพิ่มมูลค่าการน�ำผลไม้รสเปรี้ยวที่มีคุณค่า แต่ราคาถูก และสามารถเจริญเติบโตได้ดี โดย ไม่ต้องดูแลรักษามาก ได้แก่ มะกรูด ตะลิงปิง มะเฟื อ งเปรี้ ย ว มะนาว มะดั น โดยเฉพาะต้ น ตะลิงปิง มะเฟืองเปรี้ยว เจริญเติบโตได้ดี ช่วย ป้องกันและรักษาภาวะโลกร้อนได้ดี ถ้าปลูกกัน มากๆ แล้วน�ำผลผลิตมาท�ำน�้ำหมักชีวภาพปรุง แต่ง การท�ำน�้ำยาอเนกประสงค์ชีวภาพ การท�ำ ปุ๋ ย หมั ก เป็ นการเพิ่ ม คุ ณค่ า สร้ า งมู ล ค่ า เพิ่ ม และยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชน ได้อย่างดี 2) การสาธิตการส่งเสริม การจัดการขยะครัวเรือนและชุมชน

การสาธิ ต การคั ด แยกขยะโดยการมี ส ่ ว น ร่วมของชุมชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริม สร้างทักษะการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่าง ถูกต้อง เช่น การคัดแยกขยะ กิจกรรม 3R คือ ลดการใช้ (Reduce) ใช้ซ�้ำ (Reuse) และรีไซเคิล (Recycle) การน�ำกลับมาใช้ใหม่ การสาธิตการ ท� ำ ปุ๋ ย หมั ก และน�้ ำ หมั ก ชี ว ภาพ การท� ำ น�้ ำ ยา อเนกประสงค์ชีวภาพ

3) การมอบชุดสาธิตการฟื้นฟู สิ่งแวดล้อมชุมชน

การมอบชุ ด สาธิ ต การฟื ้ น ฟู สิ่ ง แวดล้ อ ม ชุ ม ชนให้ กั บ ผู ้ แ ทนชุ ม ชน โรงเรี ย น ทสม. ซึ่ ง ประกอบด้วย ถังคัดแยกขยะ จ�ำนวน 4 ใบ ถัง น�้ำหมักชีวภาพ จ�ำนวน 1 ใบ พร้อมสื่อเผยแพร่ ประชาสั ม พั นธ์ เช่ น ป้ า ยประชาสั ม พั นธ์ โครง การฯ สปอตวิทยุ แผ่นพับ พร้อมคู่มือการฟื้นฟู สิ่ ง แวดล้ อ มชุ ม ชน เพื่ อ ใช้ ป ระชาสั ม พั นธ์ โครง การฯ ในชุมชนต่อไป 4) การจัดกิจกรรมสร้างความรู้ แก่ชุมชนและครัวเรือน Road Show

การจัดกิจกรรมสร้างความรู้แก่ชุมชนและ ครัวเรือน โดยใช้กิจกรรม Road Show คาราวาน ฟื ้ น ฟู สิ่ ง แวดล้ อ มชุ ม ชน โดยการให้ ค วามรู ้ ใ น เรื่ อ งของกิ จ กรรม เพื่ อ เสริ ม สร้ า งความรู ้ ค วาม เข้าใจ และสร้างทักษะในการบริหารจัดการสิ่ง แวดล้อมชุมชน ในด้านขยะมูลฝอยและน�้ ำเสีย เชิ ง ป้ อ งกั นตามหลั ก การ 3R การจั ด การขยะ มูลฝอย สิ่งปฏิกูลและน�้ำเน่าเสียในภาวะวิกฤต น�้ำท่วม การแก้ไขปัญหาขยะตกค้าง W

ตลาดสีเขียว 27


GREEN ETC.

Green Recommend

เรื่อง: กิตติ จินศิริวานิชย์

ระหว่างอ่าน… เด็กน้อยโตเข้าหาแสง เด็กน้อยโตเข้าหาแสง: ประสบการณ์ ‘คบเด็ก (เป็น) สร้างบ้าน (ได้) ของ ‘ป้ามล’ (ทิชา ณ นคร) 

ส�ำนักพิมพ์: เขียน: วาดภาพ: ราคา:

สวนเงินมีมา มิลินทร์ กุลธวัช เจริญผล 210 บาท

“เราไม่ต้องไปกังวลว่า เขาจะไม่รู้ว่าอะไรดี ไม่ดี เด็กก็เหมือนต้นไม้ พวกเขาโตเข้าหาแสงเสมอ ขอให้เราแน่ใจว่าจะท�ำตัวเป็นแหล่งก�ำเนิดแสง อย่าเป็นหลุมด�ำก็แล้วกัน” (หน้า 109) เคยไหม ในการอ่านหนังสือครั้งใดที่เรารู้สึกเหมือนมีส�ำลีพันปลายไม้ชอนไชเข้าไปใน รูความทรงจ�ำ รู้สึกจี๊ดๆ ในจิตใจ แล้วพบว่ามีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ กลุ่มหนึ่งที่ก�ำลังเล่น ซนอยู่ในนั้น และหนึ่งในนั้นคือ เราเอง …....... เหตุที่ขึ้นต้ น เช่ นนี้ก็เพื่อ ไม่ ให้ เป็ นการตั้ง หลัก ยกยอหนัง สือ เล่ ม หนึ่ง เล่ ม ใด จนรู ้ สึก ว่ า ต้องไปไล่ล่าหนังสือเล่มนั้นมาครอบครอง แต่ก�ำลังชวนคิดเกี่ยวกับการอ่าน ประสบการณ์ จากการอ่าน ซึ่งเป็นกระบวนการรับรู้ที่เชื่อมต่อกับสิ่งที่เคยรับรู้มาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการสื่อสาร ระบบภาษา ระบบไวยากรณ์ ระบบการให้ความหมายต่อสัญลักษณ์ต่างๆ แนวความคิด ความหมายของภาพความทรงจ�ำ และอาจรวมถึงสภาวะจิตใจขณะอ่าน ความ คิดที่โลดแล่นโจนทะยาน บรรยากาศแวดล้อม และบริบทสังคมที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่อ่าน ฯลฯ ระหว่างอ่าน เด็กน้อยโตเข้าหาแสง เราอาจจะอ่านด้วยวิธีการต่างๆ กัน เช่น อ่าน ไปตามตัวอักษรและค�ำที่ปรากฏ ประโยคที่ซ่อนนัยยะความหมาย และค่อยๆ รับรู้ประเด็น ส�ำคัญ ส�ำหรับการอ่านหนังสือเล่มนี้ เป็นไปได้มากทีเดียวที่จะรับรู้ว่านี่คือหนังสือที่เล่าถึง ประสบการณ์และหลักคิดของ ‘ป้ามล’ หรือ ทิชา ณ นคร คนท�ำงานด้านเด็กและเยาวชน ผู้อ�ำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก แต่ก็เป็นไปได้อีกว่า ผู้ อ่านอาจจะพบว่านี่ไม่ใช่หนังสือที่เล่าถึงประสบการณ์ของ ‘คนอื่น’ เท่านั้น แต่เป็นหนังสือ ที่ดึงดูดประสบการณ์และฐานการรับรู้ของ ‘เราเอง’ ออกมาให้เราอ่านอีกครั้งได้ด้วย “เมื่อผู้ใหญ่ตั้งค�ำถามกับเด็กว่า ‘ท�ำไมเห็นเพื่อนดีกว่าพ่อ’ ‘ท�ำไมเห็นแฟนดีกว่าแม่’ ค�ำตอบก็คือ เขารู้สึกว่าเพื่อนและแฟนเห็นค่าของเขา มากกว่าที่ผู้ใหญ่เห็น และเขาสามารถชอบตัวเองมากกว่าเวลาที่อยู่กับคนเหล่านั้น” (หน้า 101) 28 ตลาดสีเขียว


............. ระหว่างอ่าน เด็กน้อยโตเข้าหาแสง เราอาจพบบางค�ำที่น่าพิจารณา เช่น ค�ำว่า ‘ก้าว พลาด’ ซึ่งสื่อถึงเด็กที่มีพฤติกรรมที่สังคมยากจะยอมรับ แต่ด้วยกระบวนการเยียวยาและ หลักคิดด้านจิตวิทยาเด็กที่ปรากฏในหนังสือ ท�ำให้เห็นว่า จังหวะก้าวในลักษณะเช่นนี้ของ เด็กไม่ถึงกับผิดจนเกินอภัย แต่เป็นจังหวะก้าวที่แต่ละชีวิตก็อาจประสบในรูปแบบที่แตกต่าง กัน และความพลาดนั้นก็อาจเกิดด้วยยังอ่อนเยาว์ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยยังเดียงสาไม่มาก พอ หรือด้วยความคึกคะนองพลั้งเผลอ หรือด้วยวูบหนึ่งของการอยากลอง อยากเสี่ยง ฯลฯ แต่จะด้วยเหตุผลก็ตาม เด็กแต่ละคนที่เคย ‘ก้าวพลาด’ เหล่นั้น ก็ถูกน�ำประสบการณ์ชีวิต มาแบ่งปันให้เราได้รับรู้สัมผัส ขณะเดียวกัน ตัวเขาเองก็ได้ใคร่ครวญและใช้ดุลยพินิจกับ จังหวะก้าวต่อไปของชีวิตเช่นกัน “การไปด่าไปว่าเขาซ�้ำๆ ไม่ได้ท�ำให้อะไรดีขึ้น การพูดถึงด้านมืดยิ่งบ่อยก็ยิ่งเหมือนการหยิบมันมา ปรุงแต่งลูบคล�ำเล่นจนมันทนมือทนตีน แข็งแรง จนด้านสว่างไม่เหลือช่องว่างให้เหยียบยืนอีกต่อไป ผลก็คือ เด็กคนนั้นจะจ�ำไม่ได้อีกต่อไปว่าตัวเองก็มีด้านดีอยู่ด้วย เมื่อเชื่อเช่นนั้นเสียแล้วก็จบ” (หน้า 185) ................ ระหว่างอ่าน เด็กน้อยโตเข้าหาแสง เราอาจมีความคิดผุดขึ้นมาและพยายามชี้หาข้อ สรุปว่า เราทุกคนต่างเคยเป็นเด็ก เคยเป็นผ้าขาวที่ผ่านมาแล้วหลายน�้ำ เคยแปดเปื้อนและ อาจยังหลงเหลือรอยด่างดวงที่ยากจะซักออก การอ่านหนังสือที่มีประเด็นเกี่ยวกับเด็กที่มี ปัญหา เช่นเด็กที่ถูกศาลตัดสินให้อยู่ในการดูแลของสถานพินิจฯ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการ กลึงเกลาและบ่มเพาะลักษณะทัศนคติ พฤติกรรมเสียใหม่อีกครั้ง อาจท�ำให้เราเห็นหลักคิด ต่างๆ ที่เป็นเสมือนเครื่องมือหรือน�้ำยาซักล้าง ที่จะน�ำมาใช้ขจัดรอย เปื้อนในความทรงจ�ำ ของเราเองด้วย “การหล่อหลอมเขาใหม่ด้วยความเข้าใจ ไม่ได้แปลว่าเขาจะลอยนวลจากความผิดที่เขาก่อ เพียงแต่ส่วนหนึ่งของการลงโทษ จ�ำเป็นต้องมีส่วนฟื้นฟูความเป็นมนุษย์ของเขา บ�ำรุงด้านที่จะท�ำให้เขาจูนกลับไปในกระแสสังคมเดิม ที่เคยผลักเขาเข้าสู่ด้านมืดได้ โดยที่เขาจะต้องมีภูมิมากพอที่จะไม่กลับเข้าไปด้านมืด ของสังคมนั้นอีก” (หน้า 199)

ตลาดสีเขียว 29


............... ระหว่างอ่าน เด็กน้อยโตเข้าหาแสง เราอาจพบว่า หลักคิดและกระบวนการฟื้นฟูเยียว ยาเด็กๆ ของ ‘บ้านกาญจนาภิเษก’ น่าคารวะยิ่ง และเราก็อาจคิดโยงไปยัง ‘พื้นที่อื่นๆ’ ได้ ด้วย เพื่อตรวจเทียบสอบทานหลักคิดที่ปรากฏในหน้าหนังสือว่า นั่นเป็น ‘ภูมิปัญญา’ ที่ใช้ได้ ‘เฉพาะที่’ หรือไม่ ซึ่งหากจะน�ำไปใช้ใน ‘พื้นที่อื่นๆ’ ก็ต้องปรับต้องประยุกต์  หรือว่านั่นเป็น ‘ปัญญาสากล’ ที่สามารถน�ำไปใช้ใน ‘พื้นที่อื่นใดก็ได้’ “ทุกครั้งที่เปิดประตู เราต้องมองให้เห็นโอกาสก่อนปัญหา ไม่ว่ามันจะน้อยนิดเจือจางอย่างไร ความดีในเด็กบางคนที่ก�ำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่ อาจเป็นแสงเทียนวูบสุดท้ายกลางพายุ ถ้าไม่ถูกค้นพบและบริหารให้แข็งแรง มันก็จะดับไป และยากจะจุดขึ้นมาใหม่” (หน้า 237)

............... ระหว่างอ่าน เด็กน้อยโตเข้าหาแสง เราอาจได้ครุ่นคิดและจินตนาการว่า ‘จิตใจของ เรา’ อาจสมมุติว่า ‘เป็นบ้านกาญจนาภิเษก’ ได้ในบางลักษณะ จิตใจของเราอาจยังมีบาง ด้านของ ‘ความเป็นเด็ก’ ที่ได้รับการวินิจฉัยจากความคิดทางสังคมและจากการประเมินตัว เองว่ายังต้องอยู่ในระบบคุ้มครองดูแล และภาพลักษณ์ของบ้านกาญจนาภิเษกที่ปรากฏเด่น ชัดจากปรัชญาที่ว่า “บ้านกาญจนาภิเษกไม่ใช่คุก เยาวชนไม่ใช่นักโทษ เจ้าหน้าที่ไม่ใช่ผู้คุม” จิตใจของเราเองก็ควรหรือที่จะเป็นสถานกักกันอันมืดมน ก่อก�ำแพงสูงและมีรั้วหนา ความ เป็นเด็กในใจเราควรหรือที่จะถูกพิพากษาตีตราว่าเป็นอาชญากร และความคิดของเราควร หรือที่จะเข้าไปควบคุมตีกรอบ ‘ความเป็นเด็ก’ เหล่านั้นให้พัฒนาไปเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ .............. การอ่าน เด็กน้อยโตเข้าหาแสง จึงกระตุ้นและท้าทายความคิดของเราตั้งแต่แรกรับรู้ ในชื่อหนังสือ ไปจนถึงเรื่องราวในหนังสือที่อุปมาว่า ได้ช่วยไขประตูเล็กประตูน้อยในความ ทรงจ�ำของเรา เปิดให้ ‘ความเป็นเด็ก’ กรูกันออกมาวิ่งเล่นบนทุ่งอักษร ให้เราได้เห็นความ สดใสของวัยเยาว์ สัมผัสความไร้เดียงสาอีกครั้ง ให้เราได้ทบทวนตัวเอง ขัดเกลาตัวเองชั่งใจ เปลี่ยนแปลง และเติบโตทางจิตใจ รวมถึงการให้อภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่น แล้วคุณล่ะ ระหว่างอ่าน เด็กน้อยโตเข้าหาแสง เกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง? W

30 ตลาดสีเขียว


GREEN ETC.

มุมชวนกันอ่าน

แถลงการณ์นักกิน/ In Defense of Food

เขียน: ไมเคิล พอลแลน แปล: คณิตสรณ์ สัมฤทธิ์เดชขจร ส�ำนักพิมพ์มติชน ราคา 195 บาท ในโลกของความเจริ ญ ในทุ ก รู ป แบบ มนุ ษ ย์ มี ค วามสะดวก สบายหลายประการ โดยเฉพาะด้ า นเทคโนโลยี ท างอาหารและ สุ ข ภาพ เรามี ค วามรู ้ ด ้ า นโภชนาการและสารอาหารมากกว่ า สมั ย อดี ต หลายเท่ า ตั ว มี อ าหารติ ด ยี่ ห ้ อ ‘เพื่ อ สุ ข ภาพ’ มากมายก่ า ย กอง มีตัวเลือกในการประกอบอาหารสารพันอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่ท�ำไมคนยุคเราจึงยังป่วยไข้ เจ็บออดแอดกันมากขึ้น อีกทั้งสถิติ การป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ภูมิแพ้ มะเร็ง ก็ พุ่งปรี๊ด ไมเคิล พอลแลนบอกว่าสุขภาพที่ย�่ำแย่ของคนปัจจุบันเกิด จากการตีตัวออกห่างจากธรรมชาติ และ ‘ฝักใฝ่’ ในการกิน ‘สาร อาหาร’ มากกว่า ‘อาหาร’ อีกทั้งความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม และวิทยาศาสตร์ก็ผลิต ‘สารเคมีที่กินได้’ ให้เราซื้อได้ขายคล่องใน ราคาย่อมเยามากกว่าอาหารจริงๆ ในหนังสือเล่มนี้ พอลแลนพาเรา หวนกลับไปหาอาหารธรรมชาติอีกครั้ง โดยแนะน�ำวิธีเลือกสรรของดี หลีกเลี่ยงอาหารขยะ และไม่หลงเชื่อค�ำโฆษณาเกินจริง เพื่อให้เรา บริโภคอย่างวางใจและมีความสุขกับการกินได้อีกครั้ง

เรื่อง: กอง บ.ก

เรื่องเล่าของข้าวของ/ The Story of Stuff

เขียน: แอนนี่ เลียวนาร์ด แปล: พลอยแสง เอกญาติ ส�ำนักพิมพ์มติชน ราคา 330 บาท เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จะท�ำให้คุณเบิกตากว้างอย่างไม่อยาก เชื่อว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของเราที่ดูเหมือนไร้พิษภัย แท้จริงมันกลับ เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่าการท�ำลายล้างเสียอีก คนทุกวันนี้ มีข้าวของมากเกินการใช้จริง ระดมสร้างขยะ สร้างมลพิษกันมโหฬาร จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ให้เราและโลกต้องเผชิญอยู่ทุกวันนี้ หนังสือ ที่สั่นสะเทือนวงการสิ่งแวดล้อมเล่มนี้ บอกเล่าเรื่องราวของข้าวของ ที่ เราใช้ ในชี วิ ต ประจ� ำ วั น ว่ า มาจากไหน ผลิ ต อย่ า งไร จั ด จ� ำ หน่ า ย วิธีไหน และสุดท้ายมันไปอยู่ที่ไหนเมื่อเราโยนมันทิ้ง พฤติกรรมการ บริโภคอย่างไม่บันยะบันยังของเราก�ำลังฆ่าโลกและท�ำลายชีวิตของ เราเอง แต่ความหวังยังไม่สิ้นเสียทีเดียว ผู้เขียนได้เสนอทฤษฎีอัน เรียบง่ายไว้ให้เราน�ำมาปรับใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบริโภคล้น เกินของเรา ลองหยิบหามาอ่านกันดู

เอาใจเรามาใส่ใจผัก

เปิดหัวใจ/An Open Heart

เขียน: องค์ทะไลลามะ แปล: สายพิณ กุลกนกวรรณ ฮัมดานี มูลนิธิโกมลคีมทอง ราคา 120 บาท ยามใดที่หัวใจเราเปิด เราจะก้าวข้ามเรื่องของทัศนคติหรืออัต ลักษณ์ต่างๆ ของผู้คน ที่เป็นเพียงเปลือกพรางตาให้เราไพล่เห็นไป ว่ า เขาต่ า งจากเรา คนที่เราเกลีย ดที่สุด ก็หัว เราะและร้ อ งไห้ เป็ น ไม่ ต่างจากเราเลย หากเรามีมโนทัศน์เชิงบวก แม้ยามตกอยู่ในสภาพ การณ์เลวร้าย สันติในใจเราก็จะไม่สั่นคลอน ตรงกันข้าม หากมโน ทัศน์เราขุ่นมัวด้วยความกลัว ความหวาดระแวง ท้อแท้ หรือโกรธขึ้ง ตนเอง แม้จะห้อมล้อมด้วยกัลยาณมิตร มีความเป็นอยู่สุขสบาย เรา ก็ย่อมไม่เป็นสุข ดังนั้น มโนทัศน์จึงส� ำคัญยิ่ง และเป็นปัจจัยหลักต่อ ความอยู่ดีมีสุขของเรา การได้อ่านหนังสือค�ำสอนจากองค์ทะไลลา มะเล่มนี้จึงเป็นเสมือนการได้รับพรโดยแท้

เขียน: พนิชา อิ่มสมบูรณ์ ภาพถ่าย: ศิรโิ ชค เลิศยะโส ภาพวาด: กุลธวัช เจริญผล ส�ำนักพิมพ์สวนเงินมีมา ราคา 150 บาท เมื่ อ คนไข้ ข องโรงพยาบาลต้ อ งการรั บ ประทานอาหารที่ ป ลอดภั ย ครั ว ของโรงพยาบาลจึ ง เป็ น เหมื อ นแหล่ ง กระจายผลผลิ ต ทางการ เกษตรไร้สารพิษ ขณะที่เกษตรกรผู้ปลูกพืชผักไร้สารพิษก็พยายาม หาแหล่งกระจายผลผลิตที่แน่นอน เพื่อให้การลงทุน ลงแรง และ ลงใจในการท� ำการเกษตรปลอดภัยมีประโยชน์ทั้งต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม การสร้าง ‘ตลาดนัดสีเขียว’ ที่เชื่อมโยงเกษตรกร กลุ ่ ม นี้กั บ บุค ลากรของโรงพยาบาลที่ เห็ นความส�ำ คั ญ แบบเดี ย วกั น จึงช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของเกษตรกร มาตรฐาน การผลิต และคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ยกระดับไปด้วยกัน หนังสือ ขนาดกะทัด รัด หน้ า ตาน่ า รัก เล่ ม นี้บ อกเล่ า ประสบการณ์ ก ารผลัก ดั น ผลผลิ ต ปลอดภั ย เข้ า สู ่ ค รั ว โรงพยาบาลต้ น แบบ 5 แห่ ง ทั้ ง ประสบการณ์ ข องเกษตรกรผู ้ เ ข้ า ร่ ว มโครงการ บุ ค ลากรของโรง พยาบาล และทีมงานตลาดสีเขียวในการร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคขวาก หนาม เพื่อสร้างระบบส่งต่อผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัยไปยัง ประชาชน ท่ามกลางความยากล�ำบากนานัปการ ไม่ว่าจะป็นทัศน คติเชิงลบ ความลังเล ภัยธรรมชาติ และที่ส� ำคัญคือความเคยชิน ในการบริโภค W ตลาดสีเขียว 31


GREEN DISTRIBUTION

พบกั บ วารสาร

ตลาดสี เ ขี ย ว

ได้ ต ามร้ า นต่ อ ไปนี้ ค ่ ะ >

กรุงเทพมหานคร▾เขตปทุมวัน • ร้านบ้านนาวิลิต 183 อาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ ชั้น 1 ถ. ราชด�ำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330▾เขตพระนคร • ร้านสวนเงินมีมา 77 , 79 ถ.เฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพ ฯ 10200▾เขตดุสิต • ร้าน URBAN TREE 934 ปากซอยสามเสน 24 บางกระบือ เยื้องโรงเรียนราชินีบน เขตดุสิต กรุงเทพฯ▾เขตบางกอกใหญ่ • ร้านซองเต้ ตรงข้ามสโมสรทหารเรือ ถ. อิสรภาพ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ 10700▾เขตบางกอกน้อย • ร้าน ดี-เฮลท์ ตรงข้าม รพ. ศิริราช

ใกล้กับธนาคารออมสิน 81 พรานนก ศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 • ร้านโดยเฉพาะ 272-274 ถ. อรุณอมรินทร เขต บางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 • ร้านโป๊ะผัก 1/9 แผงลอยท่าเทียบเรือพรานนก ถ. พรานนก แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700▾เขตราษฎร์บูรณะ - เขตสาทร • ร้าน Health Me Shop 20/1 ม. 2 ปากซอยราษฏร์บูรณะ 34 ถ. ราษฎร์บูรณะ แขวง/เขต ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ 10140 • ร้าน Home Sweet Home ซ.นราธิวาส 8 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาธร กรุงเทพมหานคร▾เขตพญาไท • ร้านสุวรรณภูมิเพื่อสุขภาพและความงาม ใกล้ BTS สะพานควาย 1511/12 ถ. พหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 • ร้านเพื่อ คุณ 56/76 ม. 6 ถ. บรมราชชนนี แขวงติ่งชัน เขตตลิ่งชั่น กรุงเทพ 10170 • ร้านบ้านคัดสรร 31/15 หมู่ 13 แขวงบางระมาด เขตตลิ่ง ชั่น กรุงเทพ 10170▾เขตคลองสาน • ร้านโดยเฉพาะคลองสาน 758 ถ.ลาดหญ้า แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600 ร้าน House of Commons 666 ถ. เจริญนคร เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10600▾เขตคันนายาว • ร้านกรีนไลน์ สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ 587 , 589 อาคารแฟชั่นไอส์แลนด์ ห้องบี 041 เอ ชั้นบีเอฟ ถ.รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ 10230 ▾เขตประเวศ • ร้านสบายใจ by Greenline สาขาพาราไดซ์พาร์ค 61 ศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค ห้องจีซี 053 ชั้นจี ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงแทพฯ 10250▾เขตจอมทอง • ร้านบ้านธัญพืช 9/269 หมู่ ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150▾เขตทุ่งครุ • ร้านบ้านข้าวกล้อง 364/21 ถ.พุทธบูชา ทุ่งครุ (ตรงข้ามหมู่บ้านสวนธน) กรุงเทพฯ▾เขตบึงกุ่ม • ร้านภูมิบุญ เนเชอรัล เฮลธ์ โพรดัคส์ 70/261 ซอยโอฬาร 2 นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร▾เขตหลักสี่ - เขตดอนเมือง • บ้านเกษตรอินทรีย์ / Organic Food Home ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น1 อาคาร ศูนย์ประชุม ถ. แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 • ร้านเลม่อนฟาร์ม (ส�ำนักงานใหญ่แจ้งวัฒนะ) 104/34 ม. 1 ถ. แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 และอีก 8 สาขาประกอบด้วย สาขาประชาชื่น สาขาเกษตร สาขาสุขุมวิท 39 สาขาเพชรเกษม 57 สาขาประดิษฐ์มนูญธรรม สาขารามค�ำแหง สาขาศรีนครินท์ สาขาพาราไดซ์ พาร์ค (ดูรายละเอียดได้ที่ www. lemonfarm.com)▾ จ.นนทบุรี • ร้านอยู่อย่างไทย กินอย่างไทย 85/124 ม. 3 ต. บางรักน้อย อ. เมือง จ. นนทบุรี 11000 • ร้านโป๊ะ ผัก สาขานนทบุรี เลขที่ 118/41 ถ. ติวานนท์ 14 (ซอยกระทรวงสาธารณสุข) ต. ตลาดขวัญ อ. เมือง จ. นนทบุรี 11000 • ร้านรักสุขภาพ 124/109 มาสเตอร์คลับ หมู่บ้านมณียามาสเตอร์พีซ 13 ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 • ร้านเพื่อนสุขภาพ 99/236 ถ.ราชพฤกษ์ ต.บางกว่ง อ.เมือง นนทบุรี▾จ.ปทุมธานี • ร้านสบายใจสาขาฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต 94 ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ห้อง พีแอลแซด.บี.เอสเอชพี 020 เอ ชั้น บี (ชั้นใต้ดินผั่งเซ็นทรัลสวัสดีบางกอก) ถ.พหลโยธิน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ. ปทุมธานี

32 ตลาดสีเขียว


อัตราค่าโฆษณา

วารสารตลาดสีเขียวมุ่งเผยแพร่ไปยังผู้ที่สนใจทั่วไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงใคร่ขอเชิญท่านร่วมสนับสนุนการด�ำเนินงานวารสารฯ โดยรายละเอียดดังนี้ ................ .............................. 1. ลงโฆษณา (เนื้อหาพร้อมภาพประกอบ) ขนาด 1 A4 พิมพ์ 4 สี ปกหลัง สนับสนุนงบประมาณ 20,000 บาท/ฉบับ ลง 6 ฉบับ ลดเหลือ 100,000 บาท ................ .............................. 2. ลงโฆษณา (เนื้อหาพร้อมภาพประกอบ) ขนาด 1 A4 พิมพ์ 4 สี ในเล่ม สนับสนุนงบประมาณ 15,000 บาท/ฉบับ ลง 6 ฉบับ ลดเหลือ 80,000 บาท ................ .............................. 3. ลงโฆษณา (เนื้อหาพร้อมภาพประกอบ) ขนาด ½ A4 พิมพ์ 4 สี ในเล่ม สนับสนุนงบประมาณ 8,000 บาท/ฉบับ ลง 6 ฉบับ ลดเหลือ 45,000 บาท ................ .............................. 4. ลงโฆษณา (เนื้อหาพร้อมภาพประกอบ) ขนาด 1 A4 พิมพ์ 2 สี ในเล่ม สนับสนุนงบประมาณ 12,000 บาท/ฉบับ ลง 6 ฉบับ ลดเหลือ 70,000 บาท

................ .............................. 5. ลงโฆษณา (เนื้อหาพร้อมภาพประกอบ) ขนาด ½ A4 พิมพ์ 2 สี ในเล่ม สนับสนุนงบประมาณ 6,500 บาท/ฉบับ ลง 6 ฉบับ ลดเหลือ 36,000 บาท ................ .............................. 6. ลง โลโก้องค์กรพิมพ์ 4 สี จ�ำนวน 6 ฉบับ สนับสนุนงบประมาณ 35,000 บาท ................ .............................. 7. ลงบทความ (พร้อมภาพประกอบ) ขนาด 1 A4 พิมพ์ 2 สี สนับสนุนงบประมาณ 10,000 บาท/ หน้า ลง 6 ฉบับ ลดเหลือ 50,000 บาท ................ .............................. 8. ลงบทความ (พร้อมภาพประกอบ) ขนาด 1 A4 จ�ำนวน 2 หน้า พิมพ์ 2 สี สนับสนุนงบประมาณ 9,000 บาท/ หน้า ลง 6 ฉบับ ลดเหลือ 96,000 บาท

> สิ่งที่องค์กรของท่านจะได้รับจากการโฆษณาหรือลงบทความจากวารสารตลาดสีเขียว คือการได้ประชาสัมพันธ์ ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรในฐานะผู้สนับสนุนการจัดพิมพ์วารสารไปยังกลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจในสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (Health and Green Consumer) ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะ (niche market) ที่ก�ำลังเติบโตเพิ่มมากขึ้น

✂- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ใบสมัครสมาชิกวารสารตลาดสีเขียว ปีที่5 ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว..........................................................................ที่อยู่.............................................................................. ..................................................................................................................................โทรศัพท์................................................................... โทรสาร.......................................................มือถือ.......................................................E-mail....................................................... สถานภาพสมาชิก ◻ สมัครสมาชิกใหม่ ◻ ต่ออายุ สนใจรับวารสารตั้งแต่ฉบับที่............................................ กรุณาใส่เครื่องหมาย ◻ ใน ◻ ตามสถานะ/ความสนใจ ◻ ผู้ผลิต (ผลิตภัณฑ์ที่ผลิต)............................................................................... ◻ ผู้บริโภค (ประเด็น / ผลิตภัณฑ์ที่สนใจ).......................................................... ◻ ร้านค้า (ประเภทร้านค้า)................................................................................ ขอสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายตลาดสีเขียวและวารสารตลาดสีเขียว ลงชื่อ............................................................... วันที่................/.................../............................ เพื่อรับสิทธิประโยชน์ดังนี้ • การสมัครสมาชิกมีค่าธรรมเนียมท่านละ 200 บาทต่อปี • ใช้เป็นส่วนลดในการเข้าร่วมกิจกรรมการเยี่ยมฟาร์มของเครือข่าย 5 % • ได้รับวารสารตลาดสีเขียวรายสองเดือนรวม 6 ฉบับต่อปี หมายเหตุ : กรุณาส่งใบสมัครพร้อมหลักฐานการโอนเงินกลับมาที่ บริษัทสวนเงินมีมา จ�ำกัด 77,79 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 (วงเล็บมุมซอง: สมัครสมาชิกวารสารตลาดสีเขียว) ,หรือ Fax : 02-622-3228 หรือส่งมาที่ e-mail : greenmarketthai@gmail.com หรือโทรมาแจ้งที่ 02-622-0955, 02-622-0966,02-622-2495-6 ติดต่อ: กรณ์รวี รายละเอียดการโอนเงิน: ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนเฟื่องนคร ประเภทออมทรัพย์ ในนาม บริษัท สวนเงินมีมา จ�ำกัด เลขบัญชี 159-0-05996-4 ตลาดสีเขียว 33


GREEN COLUMN เรื่อง/ ÀÒ¾


greenmarket journal  

greenmarket journal for consumer

Advertisement
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you