Issuu on Google+

"คนดี" ทําให้ผมลําบากใจมาก จรรยา ยิม้ ประเสริฐ ผมเกิดมารายล้อมด้วยคนดี ทัง้ ในชีวติ วัยเด็กก็รายล้อมด้วยชุมชนชาวนาทีข่ ยันขันแข็งทํานาปีละ 2-3 ครัง้ เพือ่ ไทยรักษาตําแหน่งประเทศส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก ... แม้วา่ จะมีทะเลาะเบาะแว้งกินเหล้าเมายาและเล่น หวยเล่นไฮโลกันบ้าง แต่ผคู้ นในหมูบ่ า้ นก็ชว่ ยเหลือกัน เข้าวัดทําบุญ ฟงั เทศน์ฟงั ธรรม และใส่บาตรกันทุกวัน ยามอยูใ่ นวัยเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แม้จะโดดเรียนบ้างเข้าเรียนบ้างเพราะทํากิจกรรมนักศึกษา ผมก็รายล้อม ไปด้วยเพือ่ นและอาจารย์คนดี และในชีวติ การทํางานมาจนถึงปจั จุบนั แม้จะเป็นงานทีต่ อ้ งทะเลาะกับนายจ้าง เป็ นส่วนใหญ่ ผมก็รายล้อมไปด้วยเพือ่ นร่วมงานและคนดีมากมายทีท่ าํ งานด้วย ถ้าตลอดชีวติ ทีผ่ า่ นมา ผมพบพานคนชัวมากกว่ ่ าคนดี ผมคงหมดหวังกับประเทศไทยและท้อแท้กบั การมีชวี ติ อยูเ่ ป็ นแน่แท้ แต่ผมยังมีความหวัง เพราะแม้วา่ ในความเป็ นหมูเ่ ป็ นพวกทีด่ โู หดร้ายรุนแรง ผมยังเห็นความเป็ น ปจั เจกชนคนดีอยูด่ ว้ ยเช่นกัน ทัง้ นี้ เส้นวัดความเป็ นคนดี-คนเลวของผมนัน้ ไม่ซบั ซ้อน มันตัง้ อยูเ่ พียงแค่การรูจ้ กั เอือ้ เฝื้อเผือ่ แผ่กนั เห็นอก เห็นใจกัน รูจ้ กั อดทนอดกลัน้ และเคารพในความเป็ นมนุ ษย์ของกันและกันของผูค้ นในสังคม ทีไ่ ม่จาํ ตัวว่าต้อง สัญชาติเดียวกัน ศาสนาเดียวกัน สีผวิ เดียวกัน มีชาติตระกูลสูงส่ง มีใบปริญญาบัตร หรือมีหน้าทีก่ ารงานหรือ ความมังคั ่ งแห่ ่ งทรัพย์สนิ เงินทอง ยามเขียนถึงตรงนี้ ดวงหน้าของคนดีของผมก็ลอยมาในมโนสํานึกมากมาย ... ทัง้ พีส่ าวแสนดี ทีเ่ สียสละ เงินเดือนส่งผมเรียนมหาวิทยาลัย คิดถึงอาจารย์แสนดีทแ่ี สนรักหลายคน ทีช่ ว่ ยเหลือดูแลจนผมสามารถเรียน จบ นึกถึงหญิงสาวคนแรกๆ ทีพ่ บเจอในวัยทํางาน คนดีทย่ี อมเสียสละร่างกายตัวเองเพือ่ หาเงินส่งเสีย ครอบครัว คิดถึงชาวสิงคโปร์คนดีขาเป๋ ทีอ่ ุตสาห์เดินพาผมไปส่งยังแคมป์คนงานเมือ่ ผมถามทาง โดยทีจ่ ริงๆ แล้ว เขาเพียงแค่ชท้ี างก็น่าจะพอแล้ว และยังคิดถึงนักกิจกรรมหญิงชาวเปรูทอ่ี ดตาหลับขับตานอนพาผม ตระเวณพูดคุยกับคนงานหลายจุดในเวลาอันจํากัดทีเ่ รามีเพียง 24 ชัวโมง ่ และคิดถึงคนดีอกี มากมายทีไ่ ม่อาจ บรรยายได้หมด แน่นอนว่าสังคม ประเทศชาติ และโลก ต้องมีคนดี ไม่งนั ้ ชาติกล็ ม่ จม โลกก็ลม่ สลาย การศึกษาในทุกประเทศใน โลกนี้(รวมทัง้ ประเทศไทย) ก็เพือ่ ต้องการให้คนในชาติเป็ นคนดีและเคารพกฎกติกาของประเทศและกติกาสากล ทีร่ ว่ มกันกําหนดของทุกประเทศในโลก เพือ่ สันติภาพและสันติสขุ ของมวลมนุ ษยชาติ ... ซึง่ แน่นอนในประเทศ ไทย ผมก็ขอยํ้าอีกครัง้ ว่า ผมเห็นว่าไทยมีคนดีเยอะอยู่ ไม่วา่ จะใส่เสือ้ สีแดง สีเหลือง สีขาว สีเขียว สีสม้ สีดาํ หรือสีน้ําเงิน ฯลฯ ก็ตาม


ตลอดหลายสิบปีแห่งการใช้ชวี ติ ท่ามกลางคนดี ผมไม่เคยถามไถ่คนทีร่ จู้ กั หรือทํางานด้วยเพือ่ จะดูวา่ เขาเป็ นคน ดีหรือไม่ดว้ ยคําถามว่า คุณนามสกุลอะไร จบมหาวิทยาลัยไหน คุณรํ่ารวยแค่ไหน หรือคุณรักในหลวงหรือเปล่า เป็ นอาทิ ... จริงๆ แล้ว เพือ่ หลีกเลีย่ งการถกเถียงในประเด็นอ่อนไหวในสังคมไม่ใช่ทงั ้ ในไทยและใน ต่างประเทศ ผมจะหลีกเลีย่ งประเด็นทีอ่ ่อนไหวต่อความรูส้ กึ ของผูค้ น และจะมุง่ เป้าคุยเรือ่ งการแก้ปญั หาการ ถูกเอารัดเอาเปรียบของผูค้ นในสังคมและ ให้ความรูเ้ รือ่ งการต่อรองเรียกร้องสิทธิจากนายจ้างจะต้องทํากัน อย่างไร แต่ ณ ยามนี้ "คนดี" ทําให้ผมรูส้ ึกลําบากใจมากจริ งๆ สืบเนื่องมาจากช่วง 3 - 4 ปีทผ่ี า่ นมา เมือ่ สังคมไทยร้อนฉ่าท่ามกลางการปะทุของการต่อสูท้ างการเมืองขึน้ มา อีกครัง้ อันเป็ นการต่อเนื่องแห่งสงคราม "โค่นทักษิณไม่ว่าด้วยวิธใี ดก็ตาม" ทีเ่ ริม่ มาตัง้ แต่ปลายปี 2548 และก็ เช่นเดียวกับในปี 2549 ขบวนการคนดี ณ พ.ศ. 2556เริม่ เรียกหารัฐบาล "คนดี" พระราชทาน กันอย่างกระหึม่ อีกครัง้ โดยทีภ่ าพ "คนดี" ทีท่ าํ ให้ผมเห็นคือ การเป็นคนมีชาติตระกูล มีภมู คิ วามรู้ มียศฐาบรรดาศักด์ และที่ สําคัญต้องรักในหลวง ผมก็เลยตัง้ คําถามเรือ่ งนิยามและความหมายของ "คนดี" ขึน้ มามากขึน้ เรื่อยๆ เช่นกัน "คนดี" สําหรับผม ไม่ได้ผกู ขาดอยูแ่ ค่วา่ ต้องเป็ นคน "รักในหลวง" อย่างขาดสติและบ้าคลังเท่ ่ านัน้ การเรียกหาผูน้ ํา "คนดีพระราชทาน" ในทางการเมืองไทย นําไปสูก่ ารถูกอ้างเพือ่ ล้ม "รัฐบาลคอรัปชัน" ่ มา หลายครัง้ ในประวัตศิ าสตร์ประชาธิปไตยของไทย แต่นนไม่ ั ่ ได้หมายความว่าผมหรือคนไทยไม่ตอ้ งการคนดีมาบริหารบ้านเมือง แต่เพราะว่า แม้แต่นิยาม "คนดี" ของเรา ก็ดเู หมือนว่าจะแตกต่างกันซะแล้ว และผมก็ไม่เห็นด้วยอย่างเด็ดขาดกับการล้มรัฐบาลด้วยวิถนี อกรัฐธรรมนูญ ไม่วา่ จะด้วยการรัฐประหาร การตัด สิทธิ ์ยุบพรรค เพือ่ การเพรียกหา "สภาประชาชนคนดี" ทีม่ าจากการแต่งตัง้ "โดยคนดี ของคนดี และเพือ่ คนดี" ที่ "คณะกรรมการประชาชนเพือ่ การเปลีย่ นแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยทีส่ มบูรณ์อนั มี พระมหากษัตริยท์ รงเป็ นประมุข" หรือ กปปส. กําลังกดดันอยู่ ณ ขณะนี้ กระนัน้ ผมก็ไม่อาจดูแคลนคนเข้าร่วมขบวนการล้มรัฐบาลเพือ่ แต่งตัง้ "สภาประชาชนคนดี" ในนาม กปปส. ที่ นําโดยสุเทพ เทือกสุบรรณ และขุนพลพรรคประชาธิปตั ย์ ว่าเป็นม็อบรับจ้าง เช่นเดียวกันทีผ่ มก็ไม่อาจดูแคลน คนเสือ้ แดงทีเ่ ข้าร่วมกับขบวนการนปช.ทีป่ กป้องรัฐบาลเพือ่ ไทยว่าเป็ นม็อบรับจ้างได้เช่นกัน ... เพราะผมมีคนทีร่ จู้ กั และทํางานด้วยมาเป็ นสิบและยีส่ บิ ปีจาํ นวนไม่น้อยทีเ่ ข้าร่วมอยูใ่ นทัง้ สองค่าย และหลายคน ก็เป็ นคนดีในสายตาผม เป็นคนทีผ่ มก็เชือ่ ว่าพวกเขาก็ตอ้ งการเห็นชาติบา้ นเมืองพัฒนาเช่นกัน แต่การตัดสินใจเลือกยุทธศาสตร์การทํางานและการต่อสูน้ นั ้ ต่างกัน ซึง่ นั ่นก็เป็ นเรือ่ งทีเ่ ข้าใจได้ในวิถี


ประชาธิปไตยทีค่ นคิดต่างได้ เลือกอุดมการณ์ทางการเมืองทีต่ ่างกันได้ และสามารถอยูร่ ว่ มกันในความต่างได้ ณ ขณะนี้ ได้นําสังคมคนหมู่มากให้มาอยูใ่ นสภาวะทางสองแพร่ง - ต้องเลือกว่าจะ "ปกป้อง" หรือ "จะโค่น" พรรคการเมืองเพียงเพราะเป็ นกลุม่ ทุนนามสกุลชินวัตรเท่านัน้ โดยฝา่ ยทีต่ อ้ งการ "โค่นรัฐบาลทักษิณและตระกูลชินวัตร" ให้หมดสิน้ ไปจากแผ่นดินไทย ได้เข้าหานายชน ชัน้ สูง ทหารและนายทุนขัว้ อํานาจเก่า เพือ่ ร่วมกันถล่มชินวัตรให้ยตุ บิ ทบาททางการเมืองในประเทศไทย เพราะ รูว้ า่ กําลังตามลําพังมันไม่พอ โดยพวกเขาต้องยอมประนีประนอมผลประโยชน์ให้กบั พวกทุนกล่◌มุ ทีห่ นุ น เช่นกัน ด้วยเป้าหมายต้องชนะไม่วา่ จะด้วยวิธใี ด โดยไม่สนกติกาประชาธิปไตย ด้วยข้ออ้างข้างๆ คูๆ อันล้าสมัยว่า เพือ่ เรียกร้องให้คนดีเข้ามาบริหารบ้านเมือง ... คนดีทผ่ี มรูจ้ กั ทีเ่ คยประกาศว่า "งาช้างไม่ได้งอกจากปากหมา ฉันท์ใด นโยบายเพือ่ คนจนก็ไม่มที างออกมาจากรัฐบาลนายทุนฉันท์นนั ้ " ได้ยอมกลืนนํ้าลายตัวเอง และเลือก ยุทธศาสตร์การต่อสูใ้ นนามเพือ่ คนดี และกระโดดร่วมอย่างออกหน้าออกตาไปกับกลุม่ นายทุนเก่าเพือ่ โค่นทุน ใหม่ทเ่ี ขากลัวมากกว่า แน่นอนผมไม่เห็นพ้องกับแนวคิดการเมืองคนดีพระราชทานทีไ่ ม่ได้มาจากการเลือกตัง��� นี้ ทีเ่ ริม่ ก่อตัวอีกครัง้ ตัง้ แต่ปลายปี 2548 และก็ตอ้ งเศร้าสลดมากขึน้ เรือ่ ยๆ เมือ่ เห็นผูค้ นรอบข้างเริม่ ไม่สามารถรับฟงั เหตุผลหรือ ข้อคิดเห็นต่างได้มากขึน้ เรือ่ ยๆ ... แต่ผมเลือกทีจ่ ะไม่ปะทะโดยตรงกับคนดีทร่ี กั และรูจ้ กั และเลือกทีจ่ ะไม่ไปยืนอยู่ในขบวนประชาชนอีกค่าย เพือ่ เป็ นแนวร่วมเพิม่ จํานวนให้กบั พรรคการเมืองหนึ่ง ทีย่ งั ไม่ใช่พรรคการเมืองในฝนั ของผม แม้จะถูกชวนร่วมชุมนุ มจากคนทัง้ สองค่าย ผมก็เลือกไม่เข้าร่วม และม่◌งุ มันทํ ่ างานศึกษาปญั หาแรงงานใน ระดับหมูบ่ า้ นมากขึน้ เรือ่ ยๆ และมุง่ มันในงานช่ ่ วยประชาชนและคนงานให้รวมตัวต่อรอง และต่อสูก้ บั นายทุน หรือนายจ้างของพวกเขาได้อย่างเข็มแข็งมากขึน้ ผมเลือกทีจ่ ะยึดมันในระบบประชาธิ ่ ปไตยเลือกตัง้ ตัวแทนเข้ารัฐสภา แม้วา่ ผมไม่ได้เลือก แต่ถา้ พรรคนัน้ ชนะ การเลือกตัง้ ผมก็พร้อมเคารพเสียงคนทีเ่ ลือกพรรคนัน้ เข้ารัฐสภา ... ขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่า "ทุกชนชัน้ " ควรมีตวั แทนในรัฐสภา และผมก็ส่งเสริ มให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนชัน้ ล่างจัดตัง้ พรรคการเมืองของ ตัวเอง และส่งคนลงรับสมัครเลือกตัง้ เพื่อเข้าไปเป็ นปากเสียงของตัวเองในสภา แน่นอนการเลือกของผมมันไม่สะใจ และเดินไปอย่างเชือ่ งช้า แต่ผมเชือ่ ว่ามันไม่มวี ธิ กี ารอื่น ถ้าจะสร้าง เสถียรภาพทัง้ ทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจในประเทศไทย ทีม่ ปี ระชากร 65 ล้านคน จากหลายสิบชนเผ่า และหลายสิบภาษา ให้สามารถอยูร่ ว่ มกันและเคารพกันในความแตกต่างได้ โดยไม่ยดึ มันในกติ ่ กา ประชาธิปไตยเลือกตัง้ "หนึ่งคนหนึ่งเสียง" เท่ากันทัง้ ประเทศ


"คนดี" ทําให้ผมรูส้ ึกลําบากใจอีกแล้ว มันน่าเศร้าสําหรับประเทศไทย ทีส่ ภาวะคุยกับคนดีไม่ได้หรือเลือกทีจ่ ะไม่คุยกันดีกว่า มันใช้เวลานานกว่าทีค่ ดิ และก็เป็ นเวลา 5-6ปีแล้ว ทีผ่ คู้ นจํานวนมากในสังคม(รวมทัง้ ผมด้วย) ต้องอยูก่ นั ด้วยวิถเี ลือกค่าย หรือเลือกทีจ่ ะ ไม่คุยกันเพือ่ ทีจ่ ะได้ไม่ทะเลาะกัน แต่ขณะนี้เราก็กาํ ลังอยูใ่ นจุดหัวเลีย้ วหัวต่อแห่งบรรยากาศทางการเมืองทีก่ ารหลีกเลีย่ งการไม่ปะทะกันทําได้ ไม่ได้งา่ ยนัก แม้รฐั บาลยิง่ ลักษณ์ ชินวัตร จะสามารถจัดการรับมือกับความร้อนแรงทางการเมืองด้วยการยุบ สภาและกําหนดวันเลือกตัง้ ใหม่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เพือ่ หลีกเลีย่ งสถานการณ์ "เลือดนองท้องถนน" ไปได้ อย่างสันติ ซึง่ ถือว่าเป็ นจุดเปลีย่ นทางประวัตศิ าสตร์ไทยทีน่ ่าชื่นชม ... แต่การประท้วงของ กปปส. ก็ยงั ไม่จบ ขณะนี้ คนไทยและคนทัวโลกที ่ ห่ ว่ งใยสถานการณ์ในเมืองไทย กําลังได้เห็นผลลัพธ์ทเ่ี กิดจากการโหมโฆษณา ประชาสัมพันธ์และอัดฉีดนโยบายด้านการเมือง การทหาร และการศึกษา ทีก่ ล่อมเกลาผูค้ นทัง้ ประเทศไทย ให้ อยูภ่ ายใต้แนวนโยบายเพื่อปกป้อง "เพือ่ ชาติ ศาส์น กษัตริย"์ ซึง่ เป็ นยุทธศาสตร์ตา้ นลัทธิคอมมิวนิสต์ทใ่ี ช้มา ตัง้ แต่ยคุ ปี 2500 ทีย่ งั คงใช้สบื ต่อเนื่องมาจนถึงปจั จุบนั สถานการณ์เมืองไทย ณ ขณะนี้ จึงยังน่ าห่วงใยยิ่ งเมื่อ ... คนไทยจํานวนไม่น้อยรักชาติอย่างแท้จริงและอย่างรุนแรง คนไทยจํานวนมากรักในหลวงอย่างแท้จริงและอย่างรุนแรง คนดีหลายคนรักชาวบ้านอย่างแท้จริงและอย่างรุนแรง คนมีอาํ นาจและคนดีจาํ นวนไม่น้อยเกลียดทักษิณและยิง่ ลักษณ์อย่างแท้จริงและอย่างรุนแรง นักการเมืองและนักกิจกรรมหลายคนอยากเปลีย่ นแปลงประเทศไทยอย่างแท้จริงและอย่างรวดเร็ว ในสถานการณ์เช่นนี้ เรือ่ งทีต่ อ้ งระวังคือการปะทุแห่งอารมณ์ความเกลียดชังทีถ่ ูกบ่มเพาะและโหมโฆษณาเพือ่ จัดตัง้ มวลชนจนน่ากลัวและน่าสยดสยอง เรือ่ งตลกร้ายคือ ผมแทบไม่เชื่อว่า ภายใต้วถิ กี ารเมืองประชาธิปไตยทีป่ ระเทศไทยใช้เวลาไปแล้วถึง 80 ปีเพือ่ เรียนรูร้ ว่ มกันในหมูพ่ ลเมืองว่า จะอยูร่ ว่ มกันภายใต้การเมืองวิถนี ้ีได้อย่างไร ... ผูท้ รงคุณวุฒแิ ละครูบาอาจารย์ จํานวนไม่น้อยในสังคม จะยังสามารถอ้างเหตุผลข้างๆ คูๆ ถึงความจําเป็ นทีจ่ าํ ต้องล้มกติกาประชาธิปไตย เลือกตัง้ เพือ่ เรียกหาการแต่งตัง้ "สภาประชาชนคนดี" ด้วยความคิดอันไม่น่าเชือ่ ว่า "คนดี" และ "คนมีความรู"้ เท่านัน้ ทีม่ คี วามรู้ ศักยภาพ และประสิทธิภาพมากพอทีจ่ ะพัฒนาประเทศไทย ถ้ามวลมหาประชาชนของฝา่ ยเรียกร้อง "สภาประชาชนคนดี" จากการ "แต่งตัง้ " เกิดปะทะกับมวลชนของ


"พรรคการเมือง "คนเลว”" ทีช่ นะการ "เลือกตัง้ " แล้วละก็ ไม่มใี ครสามารถรับประกันได้วา่ จะไม่มคี วามรุนแรง ถึงขัน้ เลือดตกยางออกได้ และ ณ จุดนัน้ "คนดี" กับ "คนเลว" ก็ไม่มคี วามแตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย ซึง่ ผมและ (ผมเชือ่ ว่า) คนไทยจํานวนไม่น้อย ไม่อยากเห็นภาพสงครามกลางเมืองเกิดขึน้ ในประเทศไทย และ พวกเราต่างก็หวังกันว่า ความเป็นคนดีในหลายๆ ด้านของคนในประเทศไทย จะช่วยเตือนสติคนไทยทัง้ หลาย ไม่ให้โหดร้ายพอทีจ่ ะลุกขึน้ มาใช้ความรุนแรงเข่นฆ่าสังหารกันเพราะอยูค่ นละค่ายการเมืองเท่านัน้ การตระหนักว่าแม้ในโลกไร้พรมแดนที่เปิ ดเชื่อมต่อกันสู่สากลเช่นนี้ คนในดิ นแดนที่เรียกว่าชาติ ไทย ยังอาจจะสามารถลุกขึน้ มาฆ่ากันได้เพราะความเกลียดชัง เป็ นความจริ งที่น่าตระหนกและไม่ใช่เรือ่ งที่ จะทดลองเล่น คนไทยได้เรียนรูบ้ ทเรียนในประวัตศิ าสตร์ทงั ้ ในประเทศและของโลกมากมาย ทีบ่ นั ทึกถึงโศกนาฎกรรมแห่งการ เข่นฆ่าสังหารกันเพราะการรังเกียจเดียจฉันท์ - ไม่วาจะเป็นการเหยียดศาสนา การเหยียดผิวดํา เหยียดเกย์ เหยียดเชือ้ ชาติ เหยียดชนชัน้ หรือเพือ่ ลัทธิการเมือง - ซึง่ ต่างก็เป็นชนวนให้คนในประเทศลุกมาฆ่ากันอย่าง รุนแรงจริงและตายกันจริงกันถึงครึง่ ค่อนประเทศ ผมเลือกทีจ่ ะไม่ไปยืนอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งบนท้องถนนแห่งการต่อสูเ้ ช่นนี้ เพราะผมคิดว่าเราอยูใ่ นศตวรรษที่ 21 แล้ว ทีม่ ปี ระวัตศิ าสตร์รอบโลกให้ได้เรียนรูศ้ กึ ษา ถ้าผมยังโง่ พาตัวเองไปตายในสถานการณ์เช่นนัน้ อยูไ่ ด้อกี ก็ เท่ากับตลอดชีวติ จนเกินวัย 40 ปีมาแล้วเช่นนี้ ผมไม่ได้เรียนรูอ้ ะไรเลย เป็ นเรือ่ งทีค่ นในประเทศไทยแล้วล่ะ ทีจ่ ะต้องหยุดและร่วมกันคิดว่า ถ้าสังคมไทยจะต้องอยูก่ นั บนความแยกขัว้ แยกค่ายอย่างชัดเจนเช่นนี้ต่อไป เราจะต้องทําอะไรกันบ้าง ทีจ่ ะให้ได้อยูร่ ว่ มกันได้แบบ "อดทนและอดกลัน้ " และ "เคารพ" ในความแตกต่างของผูค้ นในสังคม แม้มนั จะไม่งา่ ยนักก็ตาม เพราะเราคงต้องละวางทิฐแิ ละอัตตา ตัวตนกันพอสมควร พร้อมทัง้ เริม่ พูดคําว่า "ขอโทษ" กันมากขึน้ เรือยๆ ่ิ ในท้ายทีส่ ดุ นี้ แม้ผมไม่รวู้ า่ จะสมานความรูส้ กึ กับครอบครัวและเพือ่ นเก่าได้อย่างไร และจะต้องใช้เวลาอีกนาน เท่าใด เมือ่ ต่างเห็นแย้งกันมาค่อนข้างยาวนานในเรือ่ งความคิดและแนวทางการพัฒนาประเทศ แต่เมือ่ มองย้อน ไปถึงภาพความสัมพันธ์ 10 ปี 20 ปี หรือทัง้ ชีวติ ทีม่ มี าร่วมกัน ผมคิดว่า เมือ่ บทสรุปแห่งการเมืองไทยมันตก ผลึกจนชัดเจนขึน้ แล้ว และ... เมื่อเสรีภาพและประชาธิ ปไตย สามารถปักหมุดหลักเริ่ มต้นได้ที่เมืองไทย เมื่อนัน้ ... ถ้าเราได้มีโอกาสมานัง่ วงกิ นข้าวร่วมกันเพียงครังสองครั ้ ง้ มิ ตรภาพจะเริ่ มกลับคืนมา!


"คนดี" ทำให้ผมลำบากใจมาก