Issuu on Google+

TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF

Vol. 2

issue 44

6 Dec - 12 Dec 2011

Thai Food Processors’ Association Pineapple

RASFF (Rapid Alert System for Food and Feed) week 48 : 28 Nov - 4 Dec 2011

Sweet Corn

สถานการณ์ ป ระมง

Tuna Seafood Fruits&Vegetables

ฟื้นฟูสับปะรด 20 จังหวัด กรมส่ ง เสริ ม อุ ต สาหกรรมเยี ย วยา ผู ้ ป ระกอบการที่ ป ระสบภั ย น�้ ำ ท่ ว ม การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจการค้า ของสหภาพยุโรปและการปรับตัว ของไทย

Food Ingredient&Ready-to-Eat

www.thaifood.org


Contents Contents

TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

WEEKLY BRIEF

สถานการณ์ด้านมาตรฐานและความปลอดภัยอาหาร

ด้านมาตรฐานและความปลอดภัยอาหาร 03 3 สถานการณ์ • RASFF (Rapid Alert System for Food and Feed) week 48 : 28 Nov - 4 Dec 2011 4 • สรุปการแจ้งมาตรการ SPS ของสมาชิก WTO ของเดือน กันยายน 2554 (àÍ¡ÊÒÃṺ 1) 4 • สรุปการแจ้งมาตรการ TBT ของสมาชิก WTO ประจ�ำเดือน กันยายน 2554 (àÍ¡ÊÒÃṺ 2) 5 • กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แนะวิธีปฏิบัติตัวกรณีสารเคมีรั่วไหล 5 • แคนาดาก�ำหนดค่า MRLs ของสาร Carbaryl 6 • แคนาดาก�ำหนดค่า MRLs ของสาร Ipconazole 6 • EPA สหรัฐฯ ยกเลิกก�ำหนดค่าสาร 7 • สหรัฐฯ ก�ำหนดค่า MRL ของสาร Novaluron 7 • แคนาดาก�ำหนดค่า MRLs ของสาร Fluroxypyr-meptyl 8 • การเก็บเกี่ยวพืชผลเกาหลีเหนือดีขึ้นแต่ปัญหาทุพโภชนาการยังอยู่ 8 • การด�ำเนินมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาของ สหภาพยุโรป (Trade Measure to Environments and Climate Change :TMEC) 9 • ความคืบหน้าการปรับยุทธศาสตร์ 2011-2014 ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

Vol. 2 Issue 44

RASFF (Rapid Alert System for Food and Feed) week 48 : 28 Nov - 4 Dec 2011

จากข้อมูลการแจ้งเตือน RASFF ใน week 48 พบสินค้าที่มีปัญหาจากไทย 2 รายการคือ 1) พบสาร arsenic ในสินค้า rice with tuna 2) พบสาร alflatoxin ในสินค้า peanut kernels นอกจากนี้ยังพบปัญหาในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกจากประเทศอื่นๆ ทั้งหมด3รายการคือ 1) พบการพาสเจอร์ไรซ์ไม่ถูกวิธีส�ำหรับขวดที่ใช้บรรจุ mustard dill dressing 2) พบเศษแก้วใน dressing sauces 3) พบปริมาณ sulphite สูงในสินค้า dry fruit mix ตามรายละเอียดด้านล่าง

(Corporate Social Responsibility : CSR) ของสหภาพยุโรป

ด้านประมง 10 10 สถานการณ์ • สถานการณ์ประมง ด้านเกษตร 12 12 สถานการณ์ • ฟื้นฟูสับปะรด 20 จังหวัด

13 • เกษตรฯตั้งเงื่อนไขน�ำเข้า“มะพร้าว” 13 • น�้ำท่วมเกษตรยับ7.2หมื่นล้าน ไทยยันไม่กระทบแหล่งอาหารโลก/ญี่ปุ่นย�้ำให้ความช่วยเหลือเต็มที่ 14 • จัดเกษตรก�ำแพงแสน ถ่ายทอดนวัตกรรม เทิดพระเกียรติในหลวง 15 • จนท.อาวุโสเอเปค เล็งร่วมมือผลักดัน เทคโนโลยีเกษตร 15 • ‘กิติศักดิ์’ วอนชาวไร่อย่าเผาอ้อยหวั่นถูกกดราคา

นโยบายครม.ชุดใหม่ และประเด็นน�้ำท่วม 17 17 สถานการณ์ • น�้ำท่วมหนัก ศก.ช็อกรุนแรง รัฐเร่งอัดมาตรการโด๊ปฟื้นธุรกิจปีหน้าจีดีพีโตแค่ 5% 19 • คาดใช้ 7.5 แสนล. ฟื้นน�้ำท่วม แรงงานช�้ำเตะฝุ่น 9.2 แสน-หนี้พุ่ง 22 • กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเยียวยา ผู้ประกอบการที่ประสบภัยน�้ำท่วม

ด้านการค้า 21 21 สถานการณ์ • คลังหั่นจีดีพีปี 54 เหลือ 1.7% เร่งขจัดปัญหากระตุ้นลงทุน

22 • แบงก์โลกฟันธงไทยใช้ 7.56 แสนล. ฟื้นศก. หลังภาคการผลิตจมน�้ำถ้วนหน้า ดัชนีอุตสาหกรรมติดลบ 35.8% 24 • การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจการค้าของสหภาพยุโรปและการปรับตัวของไทย (àÍ¡ÊÒÃṺ 3)

25 อัตราแลกเปลี่ยน 2

ที่มา : https://webgate.ec.europa.eu/rasff-window/portal/index.cfm?event=searchResultList

3


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

สรุ ป การแจ้ ง มาตรการ SPS ของ สมาชิก WTO ของเดือน กันยายน 2554 (เอกสารแนบ 1) Sanitary and Phytosanitary Measures (SPS) • แยกตามประเทศแบ่งเป็น สหรัฐอเมริกา 9 เรื่อง, สหภาพยุโรป 6 เรื่อง, จีน 5 เรื่อง, ไต้หวัน 5 เรื่อง, แคนาดา 2 เรื่อง และประเทศอื่นๆ 6 เรื่อง • แยกตามกลุ่มของผลิตภัณฑ์แบ่งเป็น กลุ่มผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้ 4 เรื่อง กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประมง 1 เรื่อง กฏระเบียบบรรจุภัณฑ์ 2 เรื่อง กลุ่ม ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม 1 เรื่อง และ กฎระเบียบทั่วไป และกลุ่มอาหารทั่วไป เช่น สารพิษตกค้าง สารปรุงแต่ง อาหาร ฉลาก 25 เรื่อง • Notification ด้าน SPS ส�ำคัญที่อาจกระทบต่อ สินค้าอาหารส�ำเร็จรูป รายละเอียดตามไฟล์แนบ SPS เดือน กันยายน 2554 ที่มา: มกอช. (website: http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรียบเรียงโดย สมาคมผู้ผลิตอาหาร ส�ำเร็จรูป/ เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ

สรุปการแจ้งมาตรการ TBT ของสมาชิก WTO ประจ� ำ เดื อ น กั น ยายน 2554 (เอกสารแนบ 2) Technical Barriers to Trade (TBT) เดือนกันยายน • แยกตามวัตถุประสงค์ แบ่งเป็นด้านควบคุม คุณภาพและมาตรฐาน 6 เรื่อง ด้านบรรจุภัณฑ์และ ฉลากอาหาร 5 เรื่อง และด้านปรับปรุงข้อก�ำหนดและ มาตรฐาน 1 เรื่อง • แยกตามประเทศแบ่งเป็น โคลัมเบีย 2 เรื่อง บราซิล 2 เรื่อง EU 1 เรื่อง ประเทศอื่นๆ 7 เรื่อง • Notification ด้าน TBT ส�ำคัญที่อาจกระทบกับ สินค้าอาหารส�ำเร็จรูป รายละเอียดตามไฟล์แนบ TBT เดือน กันยายน 2554 ที่มา: มกอช. (website: http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรียบเรียงโดย สมาคมผู้ผลิตอาหารส�ำเร็จรูป/ เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ

Vol. 2 Issue 44 กรมวิ ท ยาศาสตร์ ก ารแพทย์ แ นะวิ ธี ปฏิบัติตัวกรณีสารเคมีรั่วไหล

แคนาดาก� ำ หนดค่ า MRLs ของสาร Carbaryl

นายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข กล่าวว่า โรงงาน ในนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งที่ประสบอุทกภัยได้พยายาม ขนย้ ายถั ง ที่ เก็ บ สารเคมี ไ ว้ ใ นที่ สู ง รวมทั้ ง ขนส่ ง ไปที่ อื่ น ซึ่ ง อาจเกิ ด การรั่ ว ไหลหรื อ เกิ ด ระเบิ ด ขณะขนส่ ง สารเคมี ต่างๆได้ สารเคมีบางชนิดท�ำปฏิกิริยาเคมีได้ง่าย หรือ เกิดประกายไฟได้ที่อุณหภูมิต�่ำ บางชนิดมีความเป็นพิษต่อ สุขภาพอนามัยในคน หากหายใจเอาสารเคมีที่มีความเข้ม ข้นสูงๆเข้าไป จะท�ำให้ปวดศีรษะ มึนงง ถ้ารุนแรงอาจ หมดสติ หากเข้าตาจะท�ำให้เกิดระคายเคือง หากสัมผัส ผิวหนังจะท�ำให้เกิดผื่นแดงจนถึงขั้นอักเสบได้

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2554 แคนาดาแจ้งเวียน ต่อประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องการ เสนอก�ำหนดค่า MRLs ของสารก�ำจัดศัตรูพืช Carbaryl (PMRL2011-33)ในข้าวที่ 15 ppm Cactus pad ที่ 12 ppm ข้าวฟ่างที่ 10 ppm Cactus fruit ที่ 5.0 ppm สับปะรด ที่ 2 ppm ถั่วแห้งปลอกเปลือกทั้ง bean และ pea ยกเว้นถั่วเหลือง(Crop Subgroup 6C) ที่ 1 ppm ถั่วเหลืองแห้ง เมล็ดทานตะวันที่ 0.5 ppm เมล็ด ปอ ป่าน หัวมันเทศที่ 0.02 ppm

ดังนั้น หากเกิดกรณีระเบิดหรือเกิดเพลิงไหม้ใน โรงงานอุตสาหกรรมที่มีสารเคมีให้ดับเพลิงด้วยโฟม ทราย คาร์บอนไดออกไซด์ ผงเคมีแห้ง หรือใช้น�้ำฉีดให้เป็นฝอย หล่อเย็นภาชนะบรรจุส ารเคมี หากเกิด กรณี ส ารเคมีหก รั่ว ให้อพยพคนที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกจากพื้นที่เพื่อ ป้องกันอันตรายจากการหายใจเอาไอระเหยของสารเคมี ล้ า งผิ ว หนั ง หรื อ ตาที่ สั ม ผั ส สารเคมี ด ้ ว ยน�้ ำ สะอาดมากๆ ส�ำหรับกรณีที่ประชาชนต้องเดินลุยน�้ำบริเวณที่มีสารเคมีรั่ว ไหลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องรีบเดินอย่าแช่น�้ำจนผิวหนัง เปื่อย เพราะจะท�ำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย และควรรีบ ล้างแขนขาด้วยน�้ำสะอาดมากๆเช่นกัน

เปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ถึง 11 ธันวาคม 2554 ที่มา : มกอช. (2/12/54)

ที่มา : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (22/11/2011)

4

5


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

แคนาดาก� ำ หนดค่ า MRLs ของสาร Ipconazole เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2554 แคนาดาแจ้งเวียนต่อ ประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องการเสนอ ก�ำหนดค่า MRLs ของสารก�ำจัดศัตรูพืช Ipconazole (PMRL2011-32)ในถั่ว bean และ pea แห้งปอกเปลือก ยกเว้นถั่วเหลือง (Crop Subgroup 6C ) เมล็ดธัญพืช (Crop Group 15, except rice ) ถั่วเหลืองแห้ง, ถั่ว ลิสงที่ 0.01 ppm

EPA สหรัฐฯ ยกเลิกก�ำหนดค่าสาร เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554 สหรัฐฯ แจ้งเวียน ต่ อ ประเทศสมาชิ ก องค์ ก ารการค้ า โลก (WTO) เรื่ อ ง ส�ำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) ยกเลิกค่าสาร chloroneb, chlorpyrifos, clofencet, endosulfan, ethyl parathion, methidathion, methyl parathion, และ N,N-diethyl-2-(4-methylbenzyloxy)ethylamine แก้ไขค่าสาร atrazine ก�ำหนดวันที่ยกเลิกสาร endosulfan และทบทวนการก�ำหนดค่าส�ำหรับสูตรสารก�ำจัด ศัตรูพืชส�ำหรับสารดังกล่าว และมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อว���น ที่ 14 กันยายน 2554

Vol. 2 Issue 44 สหรั ฐ ฯ ก� ำ หนดค่ า MRL ของสาร Novaluron

แคนาดาก� ำ หนดค่ า MRLs ของสาร Fluroxypyr-meptyl

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554 สหรัฐฯ แจ้งเวียนต่อ ประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องมาตรการ สุดท้ายของการก�ำหนดค่า MRL ของสาร Novaluron ใน ข้าวโพด ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเอาเปลือกออกที่ 0.05 ppm ซังข้าวโพดหวานที่ 16 ppm และใบและซังข้าวโพด ที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ที่ 50 ppm

เมื่ อวั นที่ 7 ตุ ล าคม 2554 แคนาดาแจ้งเวีย นต่อ ประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องการเสนอ ก� ำ หนดค่ า MRLs ของสารก�ำจัดศัต รูพืช Fluroxypyrmeptyl (PMRL2011-50) ในข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี ที่ 0.5 ppm หอมหัวใหญ่แห้งที่ 0.03 ppm Pome fruit (Crop Group 11-09) ข้าวโพดไร่, sorghum, ข้าวโพด หวานปลอกเปลือก ที่ 0.02 ppm มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2554 ศึกษา รายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก

http://www.hc-sc.gc.ca/cps-spc/pubs/pest/_decisions/emrl2011-50/ index-eng.php ที่มา : มกอช. (1/12/54)

http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/FR-2011-09-14/html/2011-23515.htm ที่มา : มกอช. (2/12/54)

เปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ถึง 11 ธันวาคม 2554 ที่มา : มกอช. (2/12/54)

มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/FR-2011-09-09/html/2011-22981.htm ที่มา : มกอช. (2/12/54)

6

7


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

การเก็บเกี่ยวพืชผลเกาหลีเหนือดีขึ้นแต่ ปัญหาทุพโภชนาการยังอยู่ รายงาน จากองค์การเกษตรและอาหาร (FAO) และ โครงการอาหารโลก (WFP) จากองค์การสหประชาชาติ คาดการณ์ ว ่ า ในปี 2554 การเก็ บ เกี่ ย วพื ช ผลของ เกาหลีเหนือจะเพิ่มขึ้นประมาณ 8.5 % เมื่อเปรียบเทียบ กั บ ปี 2553 แต่ อ ย่ า งไรก็ ต าม มี ร ายงานว่ า ภาวะทุ พ โภชนาการในเด็กเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีสาเหตุจากการ ขาดโปรตีนหรือการขาดแคลนอาหารที่มีคุณค่าทางอาหาร สูง นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ในปี 2555 ประชาชน ประมาณ 3 ล้ า นคนยั ง ต้ อ งการความช่ ว ยเหลื อ ด้ า น อาหาร และองค์การสหประชาชาติได้ร้องขอให้ประเทศ ที่ร�่ำรวยพักเรื่องการเมืองไว้ก่อน แล้วหันมาช่วยเหลือชาว เกาหลีเหนือซึ่งก� ำลังประสบภาวะขาดแคลนอาหาร แต่ อย่างไรก็ตาม เกิดความกังวลว่ารัฐเกาหลีเหนือจะปฏิเสธ ความช่วยเหลือด้านอาหารหรือไม่ ทั้ ง นี้ แม้ ว ่ า การเก็ บ เกี่ ย วพื ช ผลส่ ว นใหญ่ ข อง เกาหลีเหนือจะดีขึ้น แต่ FAO เตือนว่าภาวะทุพโภชนาการ จะยังเป็นปัญหาต่อไป ที่มา : ABC News (29/11/54)

8

การด� ำ เนิ น มาตรการทางการค้ า ด้ า นสิ่ ง แวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ของสหภาพยุโรป (Trade Measure to Environments and Climate Change :TMEC) ออสเตรเลี ย และ EU วางแผนเชื่ อ มตลาดซื้ อ ขาย คาร์บอน (Emission Trading Scheme : ETS) ออสเตรเลียและ EU เห็นว่า ตลาด ETS เป็ น มาตรการในการลดปริ ม าณการปล่ อ ยก๊ า ซเรื อ นกระจก (Greenhouse Gas : GHG) ที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ มากที่สุดที่ทั้ง2ประเทศได้พยายามผลักดันให้ประเทศที่เป็น หุ้นส่วนต่างๆหันมาใช้ตลาด ETS เป็นเครื่องมือในการลด การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจ ที่ดี ทั้งนี้ออสเตรเลียคาดว่าน่าจะมีการเก็บภาษีอากรข้าม แดน (Carbon Tax) ประมาณกลางปี 2555 และจะใช้ ตลาด ETS เต็มรูปแบบในปี 2558 มาตรการเก็บค่าปล่อย CO2 กับสายการบินของ EU ไม่ขัดต่อกฏหมายระหว่างประเทศ ภายหลังจากองค์การขนส่งทางอากาศของสหรัฐฯ ฟ้อง EU เรื่องการบังคับใช้กฏหมายว่าด้วยการเก็บค่า ปล่อย CO2 กับสายการยินประเทศที่สามที่บินเข้าน่าน ฟ้า EU นั้น ขัดต่อกฏหมายระหว่างประเทศ ซึ่งที่ปรึกษา กฏหมายของศาล EU ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจัดเป็น มาตรการปกป้ อ งสิ่ ง แวดล้ อ มและสภาพภู มิ อ ากาศที่ ใ ช้ กลไกทางธุรกิจขับเคลื่อนเท่านั้น

Vol. 2 Issue 44 ทัศนคติของผู้บริโภค EU ต่อฉลากสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันผู้บริโภค EU มีความกังวลต่อปัญหาภาวะ โลกร้อนและการด�ำเนินชีวิตที่มีผกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก ยิ่งขึ้น ดังนั้น นอกจาก “ราคา” ที่เป็นปัจจัยส�ำคัญใน การเลือกซื้อสินค้าแล้วผู้บริโภคยังค�ำนึงถึงภาพลักษณ์ด้าน การรักษาสิ่งแวดล้อมของสินค้าด้วย อย่างไรก็ดี แม้ว่า “ฉลาก” จะเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยให้ผู้บริโภคตัดสิน ใจเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น แต่ยังมี ผู้บริโภคบางรายอาจไม่เข้าใจข้อมูลในฉลากได้ทั้งหมด ที่มา : ส�ำนักมาตรการทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ

ความคืบหน้าการปรับยุทธศาสตร์ 20112014 ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) ของสหภาพยุโรป 1.) คณะกรรมการยุโรป (EC) ได้ก�ำหนดนิยาม ของค�ำว่า CSR ใหม่ หมายถึง หน้าที่ตามความรับผิด ชอบของหน่วยงาน/องค์กรค์ที่มีการด�ำเนินการใดๆ ที่ก่อ ให้เกิดผลกระทบต่อสังคม ภายใต้กฏหมายและข้อตกลง ร่ ว มระหว่ า งผู ้ ที่ มี่ ส ่ ว นเกี่ ย วข้ อ งในสั ง คมเป็ น อั น ดั บ แรก และหากจะปฏิ บัติ เพื่ อเป็ นองค์ ก รที่ มี ค วามรั บ ผิ ด ชอบต่ อ สังคมอย่างสมบูรณ์ องค์กรนั้นๆตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วน เสียทุกคนของห่วงโซ่ธุรกิจจะต้องด�ำเนินธุรกิจโดยค�ำนึงถึง สังคม สิ่งแวดล้อม จริยธรรม สิทธิมนุษยชน และลูกค้า เพื่อให้การด�ำเนินการของความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นไป ในทิศทางเดียวกันและเกิดผลสูงสุด โดย EC ได้กระตุ้น ให้ภาคเอกชนใช้แนวทางการปฏิบัติระยะยาว และส่งเสริม ให้มีการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีส่วนสร้างสรรค์สังคม

2.) แผนปฏิบัติงานในปี 2011-2014 ที่เกี่ยวข้อง กับ CSR ประกอบด้วย • จัดท�ำ CSR ให้เป็นรูปธรรมและเผยแพร่การปฏิบัติ ด้าน CSR ที่ดี โดยให้ความรู้แนวทางปฏิบัติ และเสิรม สร้างการปฏบัติด้าน CSR ให้กับ SMEs รวมทั้งผู้ที่มีส่วน ได้ส่วนเสียในห่วงโซ่ธุรกิจเพื่อช่วยผลักดันให้ EU บรรลุ ยุทธศาสตร์ the European 2020 • พัฒนาและติดตามระดับความน่าเชื่อถือของธุรกิจ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางการตลาดส่งผลให้เกิดการแข่งขัน ทางการตลาดที่ไม่เป็นธรรม • ส่งเสริมให้ธุรกิจพัฒนาปรับปรุงหลักเกณฑ์ CSR ของตนเอง โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดโอ กาสใก้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่ธุรกิจได้แสดงข้อคิด เห็นเพื่อให้การด�ำเนินงาน CSR มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น • EU จะมีนโยบายผลักดันให้เกิดการจัดซื้อ/จัดจ้าง ของภาครัฐ และการลงทุนในธุรกิจที่มีกิจกรรม CSR เพื่อ เป็นผลตอบแทนทางการตลาดส�ำหรับธุรกิจที่ให้ความร่วม มือ • บรรจุสาระของ CSR ไว้ในการศึกษา การอบรม และการท� ำ วิ จั ย เพื่ อ ให้ ป ระชาชนมี ค วามรู ้ ค วามเข้ า ใจ สามารถน�ำไปใช้ในชีวิตประจ�ำวัน โดยมุ่งหวังให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงค่านิยมและพฤติกรรม รวมทั้งเน้นย�้ำความ ส�ำคัญด้าน CSR ในทุกระดับของประเทศ ที่มา : ส�ำนักมาตรการทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ

9


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

สถานการณ์ด้านประมง สถานการณ์ประมง - INFOFISH ในเวทีการประชุมทูน่าแปซิฟิกครั้ง ที่ 3 ณ เมืองคอรอร์ (Koror) ประเทศปาเลา (Palau) ระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน 2554 การประชุมทูน่า แปซิ ฟ ิ ก เป็ น เวที ที่ ส� ำ คั ญ ที่ จ ะส่ ง เสริ ม ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ทู น ่ า และ โอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมทูน่าของประเทศหมู่เกาะ แปซิฟิก (Pacific Island Countries : PICs) หมู่เกาะ แปซิ ฟ ิ ก จะเพิ่ ม บทบาทการจั บ ทู น ่ า ด้ ว ยเรื อ ประมงของ ประเทศตนให้มากขึ้น หรือการเพิ่มความสามารถของ เรือในประเทศ เพื่อที่จะพัฒนากิจกรรมปลายน�้ำซึ่งจะ ท�ำให้ได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากการจับ ทูน่าในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (Western Pacific Ocean : WCPO) ภาคีความตกลงนาอูรู (Parties to the Nauru Agreement : PNA) ได้น�ำมาตรการที่เข้ม งวดมาใช้เพื่อปกป้องทรัพยากรทูน่าของตนโดยเฉพาะท���น่า ท้องแถบ นอกจากนี้ ภาคี PNA อยู่ระหว่างกระบวนการ ขอรับใบรับรองจากสมาพันธ์พิทักษ์ประมงทะเล (MSC) - อินเดีย รัฐบาลของรัฐกรณาฏกะ ได้ด�ำเนินการ ขยายท่าเรือประมงในต�ำบลที่อยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตก 3 แห่ง เป็นจ�ำนวนเงิน 58 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผลผลิต สัตว์น�้ำเค็มและน�้ำจืดของรัฐกรณาฏกร ปี 2553/2554 มี ปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 คิดเป็น 527,000 ตัน มูลค่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 102 หรือ 703 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

10

- จีน หน่วยงานศุลกากรจังหวัดหนิงโป เผยสถิติ ล่าสุดระบุว่า การส่งออกสัตว์น�้ำรวมของจังหวัดในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2554 คิดเป็นมูลค่า 220 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 51.5 สินค้าส่งออกหลัก คือ ปลาไหลมีชีวิต - ฟิลิปปินส์ ส�ำนักงานทรัพยากรประมงและ สั ต ว์ น�้ ำ ของฟิ ลิ ป ปิ น ส์ เ พิ่ ม มาตรการในการส่ ง ออกสิ น ค้ า ประมง โดยหน่วยงานได้ขอให้ผู้ส่งออกอาหารทะเลใน ประเทศด�ำเนินมาตรการขั้นพื้นฐานและจัดท�ำเอกสารเพิ่ม เติม เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของประเทศผู้น�ำเข้า

- ไต้หวัน ชาวประมงทางตอนใต้ของเมืองไทนาน จ�ำนวนมากต้องการให้รัฐบาลสร้างตลาดเพื่อสร้างรายได้ที่ มั่นคงส�ำหรับสินค้าปลานวลจันทร์ทะเล หลังจากที่ได้ เข้าไปในตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ส�ำนักงานเขต เศรษฐกิจระหว่างช่องแคบของไทนาน สมาคมพัฒนาการ ค้าวัฒนธรรม และบริษัท Shanghai Fisheries General Corp. ของจีนตกลงที่จะรับซื้อปลานวลจันทร์ทะเลจากชาว ประมงในเมืองไทนานจ�ำนวน 100 ครอบครัว

Vol. 2 Issue 44 - เวียดนาม กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบท ของเวี ย ดนามได้ เ ห็ น ชอบแผนการพั ฒ นาอุ ต สาหกรรม อาหารทะเลของประเทศ โดยแผนดังกล่าวมุ่งเน้นการ ปรับปรุงโรงงานแปรรูปอาหารทะเล และการจัดหาสิ่ง อ�ำนวยความสะดวกในการเก็บรักษาสัตว์น�้ำในเรือประมง รวมทั้งส่งเสริมการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ เน้ น การพั ฒ นาตลาดส่ ง ออกโดยสร้ า งตราสิ น ค้ า ประมง หลักๆ ของประเทศ อาทิ กุ้งกุลาด�ำ ปลา tra และ ปลาทูน่า ตลาดเดิมได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐ และ ญี่ปุ่น ยังคงเป็นตลาดส่งออกหลักของประเทศ ขณะ เดียวกันจะเน้นการส่งออกไปยังตลาดใหม่ อาทิ จีน ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และ อเมริกาใต้

- สหรัฐอเมริกา FoodNews รายงานว่า องค์การ อาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ประกาศแผนการเรียก เก็บค่าธรรมเนียมส�ำหรับการตรวจสอบสินค้าซ�้ำ ภาย ใต้ ก ฎหมายว่ า ด้ ว ยการปรั บ ปรุ ง ความปลอดภั ย ทางด้ า น อาหารให้ทันสมัย (FSMA) โดยจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม การตรวจสอบสิ น ค้ า ซ�้ ำ จากผู ้ น� ำ เข้ า ที่ ไ ม่ ด� ำ เนิ น การตาม มาตรฐานด้ านสุ ข อนามั ยที่ก�ำหนด โดยมีผลบัง คับใช้ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2554 อัตราค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ ซ�้ำ 224 เหรียญสหรัฐ/ชั่วโมง (http://www.regulations. gov/#!documentDetail;D=FDA-2011-N-0528-0001)

- ออสเตรเลีย สถิติการท�ำประมงของออสเตรเลีย ปี 2553 ระบุว่า มูลค่าผลผลิตปลาในกลุ่ม Salmonids เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 13 คิดเป็น 380 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ แซงหน้ากุ้งมังกรซึ่งเป็นสินค้าประมงที่ท�ำรายได้ ให้กับออสเตรเรียมากที่สุด - บังคลาเทศ บังคลาเทศมีแผนที่จะลงนามความ ตกลงกับรัสเซียเพื่อขยายการส่งออกปลาและกุ่งไปรัสเซีย ในปี 2553 มีบริษัทผู้ส่งออกของบังคลาเทศ 20 รายส่ง ออกกุ้งไปรัสเซียคิดเป็นมูลค่าปีละ 33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปัจจุบันมีเพียง 5 รายที่สามารถส่งออกกุ้งไปรัสเซียได้

ที่มา: INFOFISH Trade News วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 และ INFOFISH Trade News วันที่ 17 ตุลาคม 2554

- ญี่ปุ่น สหกรณ์ประมงปลา Saury แห่งชาติของ ญี่ปุ่นตัดสินใจห้ามการท�ำประมงปลา Saury หรือปลาซัน มะภายในรัศมี 100 กม. จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ หมายเลข 1 เพื่อสร้างความมั้นใจให้กับผู้บริโภค

11


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

สถานการณ์ด้านเกษตร ฟื้นฟูสับปะรด 20 จังหวัด

นายอนันต์ ลิลา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า การด�ำเนินการส่งเสริม และพัฒนาการผลิต สับปะรด ตามแผนพัฒนาสับปะรด ปี 2537-2540 ใน พื้นที่13จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ตราด ล� ำ ปาง อุ ทั ย ธานี หนองคาย นครพนม และจั ง หวั ด ชุมพร นั้น จะมีการขึ้น ทะเบียนผู้ปลูกสับปะรดและการรวมกลุ่ม ของเกษตรกรกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 20 คนได้กลุ่มเกษตรกร รวมทั้งสิ้น 331 กลุ่มกระจายอยู่ใน 65 อ�ำเภอ13 จังหวัด พร้อมมีการจัดตั้งกองทุนสับปะรดโดยการสนับสนุนปัจจัย การผลิตให้แก่ กลุ่มประกอบด้วยปุ๋ยเคมีสารเคมีประเภท สารบังคับดอกสารชุบท่อนพันธุ์และจัดท�ำ แปลงสาธิต

12

Vol. 2 Issue 44

เกษตรฯตั้งเงื่อนไขน�ำเข้า“มะพร้าว” โดยก�ำหนดให้แต่ละกลุ่มบริหารจัดการกองทุนกันเอง และการสร้างความเข้มแข็งให้ กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูก สั บ ปะรดจากเดิ ม ที่ มี อ ยู ่ ใ น 13จั ง หวั ด เพิ่ ม ขึ้ น ใหม่ ใ น อีก7จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี จันทบุรี เชียงราย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เลย และจังหวัดชัยภูมิ “การจั ด ตั้ ง กลุ ่ ม เกษตรกรผู ้ ป ลู ก สั บ ปะรดขึ้ น ใหม่ ใน7จังหวัด โดยให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูก สับปะรด ปี2554กับกรมส่งเสริมการเกษตร รวมกลุ่มกันใน ลักษณะกลุ่มธรรมชาติก่อน จากนั้นจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนหรือกลุ่มนิติบุคคลหรือสหกรณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ ไ ด้ จะมี ก ารส� ำ รวจติ ด ตามและตรวจสอบเงิ น กองทุ น สั บ ปะรดในกลุ ่ ม เกษตรกรผู ้ ป ลู ก สั บ ปะรดใน13จั ง หวั ด โดยจัดท�ำแบบส�ำรวจแล้วสรุปผลการส�ำรวจนั้นแจ้งให้กรม ส่งเสริมการเกษตรทราบภาย ในวันที่ 30 ตุลาคม 2554” นายอนันต์ กล่าว ส� ำ หรั บ กองทุ น สั บ ปะรดเป็ น เงิ น ที่ ร าชการจ่ า ยขาด ให้ แ ก่ ก ลุ ่ ม เกษตรกรผู ้ ป ลู ก สั บ ปะรด น� ำ ไปบริ ห าร จั ด การกั น เองเป็ น กองทุ น หมุ น เวี ย นภายในกลุ ่ ม โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่เข้าสู่ระบบด้วยการ ขึ้นทะเบียน แล้วรวมกลุ่มซึ่งหน่วยงานภาครัฐจะมีหน้าที่ เกี่ยวข้องกับเงินกองทุนนี้เพียง เป็นที่ปรึกษาให้ค�ำแนะน�ำ แก่กลุ่มในการบริหารจัดการเงินกองทุนให้เพิ่มพูนมาก ยิ่ง ขึ้นเท่านั้น.

นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิด เผยว่า มะพร้าวเป็นสินค้าเกษตรชนิดหนึ่งที่อุตสาหกรรม แปรรูปและผู้บริโภคภายใน ประเทศมีความต้องการสูง ซึ่ง มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณผลผลิตไม่เพียง พอกับความต้องการ จึงจ�ำเป็นต้องพึ่งพาการน�ำเข้าจาก ประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะจากอินโดนีเซียและ มาเลเซีย โดยขณะนี้ ก รมวิ ช าการเกษตรได้ ก� ำ หนดเงื่ อ นไข การน�ำเข้าผลมะพร้าวแก่ปอก เปลือก(และเนื้อมะพร้าว แห้ง จากอินโดนีเซียและมาเลเซียใหม่ เพื่อป้องกันและ ควบคุมแมลงศัตรูพืชกักกันที่อาจติดมากับสินค้า ซึ่งเบื้อง ต้ น ผู ้ ป ระกอบการต้ อ งมี ใ บอนุ ญ าตน� ำ เข้ า ที่ อ อกให้ โ ดย กรมวิชาการเกษตร และผู้ที่มีสิทธิยื่นค�ำขอใบอนุญาตน�ำ เข้ามะพร้าวต้องประกอบธุรกิจโรงงานแปร รูปมะพร้าว ส�ำหรับเงื่อนไขการน�ำเข้าผลมะพร้าวแก่ต้องปอกเปลือก หรือกาบมะพร้าวออกให้ เหลือเฉพาะผนังชั้นกลาง ต้อง ไม่มีก้าน ใบ หน่อหรือยอดอ่อนติดมากับมะพร้าว และ ต้ อ งก� ำ จั ด ความงอกโดยรมด้ ว ยสารเมทธิ ล โบรไมด์ ต าม อัตราที่ก�ำหนด เนื้อมะพร้าวแห้งที่จะน� ำเข้าต้องท� ำการ บรรจุเฉพาะในโรงคัดบรรจุสินค้า ซึ่งได้จดทะเบียนไว้กับ หน่วยงานที่รับผิดชอบของประเทศต้นทาง เป็นต้น

น�้ำท่วมเกษตรยับ7.2หมื่นล้าน ไทยยันไม่ กระทบแหล่งอาหารโลก/ญี่ปุ่นย�้ำให้ความ ช่วยเหลือเต็มที่ นายธี ร ะ วงศ์ ส มุ ท ร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิ ด เผยภายหลั ง การหารื อ ร่ ว มกั บ นายเซย์ จิ โคจิ ม ะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอ�ำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่น ประจ�ำ ประเทศไทย ว่า ญี่ปุ่นได้กล่าวย�้ำและยืนยันถึงการให้ ความช่วยเหลือประเทศไทยจากปัญหา อุทกภัยที่เกิดขึ้น ในครั้ ง นี้ อ ย่ า งเต็ ม ที่ โดยในส่ ว นของภาคการเกษตรนั้ น ทูตญี่ปุ่นได้แจ้งให้ทราบว่า ไจก้าจะส่งคณะศึกษาส�ำรวจ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ญี่ปุ่น และผู้แทนจากไจก้าจ�ำนวน 7 คน มาประเทศไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม เพื่อ เก็บข้อมูลและจัดท�ำแผนความช่วยเหลือประเทศไทยที่ได้ รับความเสียหายจาก อุทกภัยในครั้งนี้

ที่มา : แนวหน้า วันที่ 29/11/2011

ที่มา : นสพ.เดลินิวส์ หน้า 10

13


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

ส�ำหรับการประเมินความเสียหายภาคการเกษตร ที่ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้คาดว่าความเสียหาย ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์มีมูลค่าความเสียหายรวม 7.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ด้านพืชประมาณ 6.4 หมื่นล้าน บาท ด้านประมง 3.2 พันล้านบาท และด้านปศุสัตว์ 4.4 พันล้านบาท รวมทั้งได้คาดการณ์ว่าตัวเลขจีดีพีภาคเกษตร ในปีนี้จะลดลงจากที่ได้ประเมิน ไว้จากเดิมจะเพิ่มขึ้น 4.8 % เหลือเพียง 1 % แต่อย่างไรก็ตาม ได้ยืนยันกับทางทูต ญี่ปุ่นถึงศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ว่าจะ ไม่กระทบต่อการเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกมาก นัก โดยขณะนี้ชาวนาเริ่มจะท�ำการเพาะปลูกข้าวนาปรังกัน บ้างแล้ว ประกอบกับปริมาณน�้ำในเขื่อนก็มีมากเพียงพอ ก็ จะสามารถผลิตข้าวเพื่อทดแทนปริมาณข้าวที่เสียหายจาก น�้ำท่วมในครั้งนี้ที่ เสียหายประมาณ 5 ล้านตันได้ “ที่ผ่านมาประเทศญี่ปุ่นได้มีการประสานงานกับทาง รัฐบาลไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ทั้งสิ่งของ ช่ ว ยเหลื อ แบบเร่ ง ด่ ว นผ่ า นองค์ ก รความร่ ว มมื อ ระหว่ า ง ประเทศของ ญี่ปุ่น หรือ ไจก้า เป็นจ�ำนวนเงิน 55 ล้ า นเยน นอกจากนี้ ทางประเทศญี่ปุ่นยังได้ส่งคณะผู้ เชี่ยวชาญด้านการระบายน�้ำ และรถสูบน�้ำและระบายน�้ำ 10 คัน โดยจะมีการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด กับกรมชลประทานและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกัน ปฏิบัติภารกิจสูบน�้ำและระบายน�้ำที่ยังท่วมขังอยู่ในหลาย พื้นที่ ให้ลดลงโดยเร็วที่สุดอีกด้วย” นายธีระ กล่าว ที่มา : แนวหน้า วันที่ 29/11/2011

Vol. 2 Issue 44

จัดเกษตรก�ำแพงแสน ถ่ายทอดนวัตกรรม เทิดพระเกียรติในหลวง

จนท.อาวุ โ สเอเปค เล็ ง ร่ ว มมื อ ผลั ก ดั น เทคโนโลยีเกษตร

ศ.ดร.สมบัติ ชิณะวงศ์ รองอธิการบดีวิทยาเขต ก�ำแพงแสน ดร.อนามัย ด�ำเนตร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่าย การศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ วิทยาเขตก�ำแพงแสน ร่วม กันแถลงข่าวการจัดงานเกษตรก�ำแพงแสน ประจ�ำปี 2554 ภายใต้แนวคิดหลัก “ตามรอยพระยุคลบาทเกษตรศาสตร์ ก�ำแพงแสน”และสอดคล้องตามโครงการเที่ยวไม่ต้องไกล ไปก�ำแพงแสน ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 3-11 ธ.ค. 2554 ที่อาคารเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเกษตร วิทยาเขตก�ำแพงแสน จ.นครปฐม

นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการส�ำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้ร่วมประชุม เจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ 3/2554 เมื่อปลายเดือน กันยายนที่ผ่านมา ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งที่ประชุมได้ร่วม กันปรับปรุงเอกสาร APEC Innovative Agricultural Technologies เพื่อเป็นแนวทางการด�ำเนินการของสมา ชิกเอเปคที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการ เกษตรใหม่ๆ โดย เสนอให้ด�ำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2555 ซึ่งเอกสาร ดังกล่าวร่างโดยสหรัฐอเมริกา แคนาดา ฟิลิปปินส์ และ รัสเซีย อย่างไรก็ตามประเทศไทย ชิลี นิวซีแลนด์ และ ญี่ปุ่น ยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ และสุขอนามัย ประเด็น ความอ่อนไหวทางการเมือง และกระบวนการภายในของ หลายเขตเศรษฐกิ จที่ ท� ำ ให้ ไม่ ส ามารถด� ำ เนิ นการภายใน ปี 2555 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันปรับปรุงร่างเอกสารให้ ครอบคลุมข้อกังวลของสมาชิกเอเปค แล้ว

โดยการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิม พระชนมพรรษา 84 พรรษา และเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ในด้านการ พั ฒ นาการเกษตรตามแนวพระราชด� ำ ริ ที่ ต ้ อ งการให้ ประชาชนในประเทศ ทุกคนมีวิถีการด�ำรงอยู่ในแนวทาง เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง อี ก ทั้ ง ถ่ า ยทอดความรู ้ ท างวิ ช าการ เทคโนโลยี แ ละนวั ต กรรมการเกษตร แก่ เ กษตรกรและ ประชาชน รวมทั้ ง สนั บ สนุ น และส่ ง เสริ ม นโยบายและ มาตรการฟื้นฟูและเยียวยา ผู้ประสบมหาอุทกภัย ด้วย การจัด ตลาดนัด เรียนรู้ ท�ำกิน สร้างอาชีพ ที่มา : แนวหน้า วันที่ 29/11/2011

นอกจากนี้ เอเปคได้เห็นชอบให้จัดตั้ง Policy Partnership on Food Security เพื่อเป็นเวทีหารือระหว่าง ภาครัฐและเอกชนด้านความมั่นคงทางอาหารเป็นประจ�ำ ทุกปี รวมถึงได้หารือร่วมกันเพื่อจัดท�ำ APEC Leaders Statement on Trade and Investment in Environmental Goods and Services ที่เสนอโดยออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา อันจะเป็นการเปิดเสรีสินค้าสินค้าสิ่ง แวดล้อม โดยร่างเอกสารทั้งหมดจะน�ำเสนอในการประชุม ผู้น�ำที่จะจัดขึ้นในช่วงกลางเดือน พฤศจิกายน 2554 นี้ ที่มา : แนวหน้า วันที่ 29/11/2011

14

15

‘กิติศักดิ์’ วอนชาวไร่อย่าเผาอ้อยหวั่นถูก กดราคา

เลขาฯสมาคมเกษตรกรชายแดนบู ร พา วอนชาวไร่ อย่าเผาอ้อยส่งโรงงาน จะท�ำให้คุณภาพน�้ำตาลหดถูกกด ราคา 2 8 พ . ย . 5 4 ด ร . กิ ติ ศั ก ดิ์ พ ร พ ร ห ม วิ นิ จ นายกเทศมนตรีต�ำบลป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในฐานะเลขาธิการสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา เปิด เผยว่า ขณะนี้เกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศเริ่มตัดอ้อย ป้อนส่งเข้าโรงงานเพื่อหีบ อ้อยเป็นน�้ำตาลแล้ว ซึ่งจาก การส�ำรวจข้อมูลพบพื้นที่ปลูกอ้อยส่วนใหญ่ยังคงมีการเผา อ้อยก่อนตัดผล ผลิต ทั้งๆ ที่เพิ่งเริ่มเปิดหีบอ้อยใหม่ โดย พื้นที่ภาคเหนือมีการเผาอ้อยสูงถึง 49.7% ขณะที่ภาคกลาง มีการเผาอ้อย 21.8% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอ้อย ไฟไหม้ 37.8% ซึ่งอัตราการเผาอ้อยในช่วงปลายฤดูหีบจะ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากโรงงานมีความต้องการอ้อย มาก เกษตรกรจึงเร่งเผาอ้อยเก็บผลผลิต เพื่อที่จะตัดส่ง โรงงานได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น

15


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

เลขาธิ ก ารสมาคมเกษตรกรชายแดนบู ร พากล่ า วว่ า การเผาอ้อยมีผลเสียที่กระทบต่อผู้ปลูกอ้อยโดยตรง คือ น�้ำหนักอ้อยจะลดลง เนื่องจากการเผาใบอ้อยจะท�ำให้สูญ เสียความชื้นส่งผลให้อ้อยที่ตัดมีน�้ำหนัก หายไปส่วนหนึ่ง โดยอ้อยหนึ่งตันน�้ำหนักจะสูญเสียไปราว 80-100 กิโลกรัม ท�ำให้รายได้ของเกษตรกรจะลดลง 60-80 บาทต่อตัน ถ้า ผลิตอ้อยได้ไร่ละ 10 ตัน เกษตรกรจะสูญเสียรายได้มาก ถึง 600-800 บาท และการตัดอ้อยไฟไหม้ส่งเข้าโรงงาน ยังจะถูกตัดราคาอีกตันละ 20 บาทด้วย

“การส่งอ้อยเผาเข้าโรงงานยังท�ำให้โรงงานไม่สามารถ หีบอ้อยได้ทัน และน�้ำอ้อยไม่สามารถตกผลึกเป็นน�้ำตาล ทรายได้ ซึ่งที่ผ่านมามีประเทศที่น�ำเข้าน�้ำตาลดิบจากไทย เช่น ญี่ปุ่น และไต้หวัน ร้องเรียนมาว่า น�้ำตาลดิบที่ซื้อจาก ไทยไม่สามารถตกผลึกเป็นน�้ำตาลทรายได้ ท�ำให้ประเทศ ดั ง กล่ าวหั นไปน� ำเข้ าน�้ ำตาลดิ บจากประเทศออสเตรเลี ย แทน เพราะประเทศ���อสเตรเลียตัดอ้อยสด 100% และ ไทยอาจถูกกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจาก ผลผลิตน�้ำตาลส่วนใหญ่ของไทยเกิดจากอ้อยไฟไหม้และ เป็นการท�ำลายสิ่ง แวดล้อม ดังนั้น เกษตรกรจึงควรตัด อ้อยสดส่งโรงงานจะดีกว่ามาก และยังช่วยลดสภาวะโลก ร้ อ นซึ่ ง เป็ น ปั ญ หาส� ำ คั ญ ของโลกในปั จ จุ บั น อี ก ด้ ว ยเช่ น กัน” เลขาธิการสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา กล่าว จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554

นอกจากนี้ ก ารเผาอ้ อ ยจะท� ำ ให้ เ กิ ด ปั ญ หาดิ น เสื่ อ ม สูญเสียอินทรียวัตถุในดิน ท�ำให้การปลูกอ้อยต้องใส่ปุ๋ย เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร และยังมี ผลต่อการไว้ตออ้อยด้วย เพราะอ้อยที่ถูกไฟไหม้จะท�ำให้ ไม่สามารถไว้ตอได้ดี ต้องปลูกอ้อยบ่อยและใช้ท่อนใหม่ ท�ำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ถ้าตัดอ้อยสดส่งโรงงาน จะท�ำให้ ไว้ตอได้นาน 4-5 ปี ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างเห็นได้ชัด

16

Vol. 2 Issue 44

สถานการณ์นโยบายครม.ใหม่

และประเด็นน�้ำท่วม

น�้ ำ ท่ ว มหนั ก ศก.ช็ อ กรุ น แรง รั ฐ เร่ ง อั ด มาตรการโด๊ปฟื้นธุรกิจปีหน้าจีดีพีโตแค่ 5% พิษน�้ำท่วมท�ำเศรษฐกิจช็อกทั้งระบบ ต.ค. ดิ่งรุนแรง ใช้จ่าย-ลงทุนเอกชนวูบ-ยอดขายรถหด 38.8% ด้าน สศค. กุมขมับจ่อหั่นการเติบโตทั้งปีเหลือ 1.7-2% พร้อมฟันธง น�้ำท่วมฟาดหางใส่เดือน พ.ย.อีกแน่ ขณะที่ประเมินปีหน้า เศรษฐกิจไทยผงกหัวได้ถึง 5% อานิสงส์ภาครัฐอัดฉีดเม็ด เงินฟื้นเศรษฐกิจ นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ต.ค. 54 ว่ า เครื่ อ งชี้ ภ าวะเศรษฐกิ จ ไทยเริ่ ม มี ก ารหด ตัวอย่างรุนแรง เนื่องจากผลของปัญหาอุทกภัยที่ส่งผลก ระทบต่อการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายและการ ลงทุ น ภาคเอกชน รวมไปถึ ง ภาคการผลิ ต อุ ต สาหกรรม ภาคการเกษตรและด้านการส่งออก ทั้งนี้ จากการประเมินพบว่า การใช้จ่ายภายในประเทศ ชะลอตัวลงอย่างมาก สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่า เพิ่ม ณ ราคาคงที่ มีการขยายตัว 11.3% เทียบกับเดือน ก่อนหน้าที่ขยายตัว 13.3% ส่งผลท�ำให้ดัชนีความเชื่อมั่น ผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในเดือน ต.ค. 54 ปรับลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และเป็นการปรับตัวลด ลงต�่ำสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 44 โดยอยู่ ที่ระดับ 62.8 จุด เป็นผลมาจากสถานการณ์น�้ำท่วมอย่าง รุนแรง ขณะที่ยอดจ�ำหน่ายรถยนต์นั่งหดตัวลง ติดลบ 38.8% เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 29.6% ซึ่งเป็นผล มาจากบริษัทผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนในเขตอุตสาหกรรมที่ ได้รับผล กระทบจากเหตุน�้ำท่วมต้องหยุดการผลิต

ส�ำหรับการลงทุนภาคเอกชนส่งสัญญาณหดตัวลงเช่น เดียวกัน สะท้อนได้จากยอดจ�ำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ หดตัว ติดลบ 41.8% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 25.7% ขณะที่การส่งออกในเดือน ต.ค. 54 ชะลดตัวลงมาก โดย มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐมีมูลค่า 17.2 พั นล้ านดอลลาร์ ส หรั ฐ เพิ่มขึ้น เพีย ง 0.3% จากเดือ น เดียวกันของปีก่อน ซึ่งสินค้าส่งออกที่ยังสามารถขยายตัว ได้มาจากสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ส่วนภาคการผลิตอุตสาหกรรมนั้น ก็ได้รับผลกระทบ จากปัญหาน�้ำท่วม ส่งผลท�ำให้เกิดการหดตัวอย่างรุนแรง โดยดั ช นี ผ ลผลิ ต ภาคอุ ต สาหกรรมติ ด ลบถึ ง 35% ซึ่ ง ถือว่ารุนแรงมากเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ภาคการผลิต เกษตรกรรม ภาคการบริการ และด้านการท่องเที่ยวก็ได้รับ ผลกระทบชะลอตัวเช่นเดียวกัน ดังนั้น โดยรวมเศรษฐกิจ ไทยเดือน ต.ค. นี้ ถือว่าผิดปกติอย่างมาก เพราะได้รับ ผลกระทบจากปั ญ หาน�้ ำ ท่ ว ม ท� ำ ให้ ทุ ก เครื่ อ งยนต์ ท าง เศรษฐกิจชะลอลง โดยคาดว่าเดือน พ.ย. ก็จะได้รับผลก ระทบเช่นกันแต่จะไม่รุนแรงเท่าเดือนนี้ เพราะเท่าที่ได้คุย กับบริษัทเอกชนต่างๆ ได้รับการยืนยันว่าในเดือนหน้าก็จะ สามารถกลับมาเริ่มการผลิตแล้ว ท�ำให้เดือน ธ.ค. เข้า สู่ภาวะปกติ

17


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

นอกจากนั้ น ในด้ า นของเสถี ย รภาพเศรษฐกิ จ ไทย พบว่ า ยั ง อยู ่ ใ นเกณฑ์ ดี โดยอั ต ราเงิ น เฟ้ อ ทั่ ว ไปในเดื อ น ต.ค. 54 เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 4.2% จากระดับ 4.0% ใน เดือนก่อนหน้า โดยเป็นผลจากระดับราคาอาหารส�ำเร็จรูป และราคาอาหารสดที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากภาวะน�้ำท่วม ท�ำให้แหล่งผลิตเสียหาย และกระทบต่อระบบการขนส่ง ขณะที่ เ งิ น เฟ้ อ พื้ น ฐานขยายตั ว ในระดั บ เดี ย วกั บ เดื อ นก่ อ หน้าที่ 2.9% ส�ำหรับอัตราการว่างงานล่าสุดในเดือน ส.ค. 54 อยู่ที่ 0.7% ของก�ำลังแรงานรวม คิดเป็นจ�ำนวนคน ว่างงาน 2.7 แสนคน ทั้งนี้ทาง สศค. จะมีการปรับประมาณการณ์เติบโตทาง เศรษฐกิจไทยปี 54 ใหม่ ในเดือน ธ.ค. โดยจะมีการน�ำ เอาผลกระทบจากปั ญ หาน�้ ำ ท่ ว มที่ จ ะส่ ง ผลต่ อ เศรษฐกิ จ มาพิจารณาด้วย อย่างไรก็ตาม จากการประเมินเบื้องต้น มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 54 น่าจะโตอยู่ในช่วง 1.72.0% อย่างแน่นอน จากเดิมที่ สศค. เคยประมาณการณ์ เอาไว้ที่ 2.6% ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปี 55 นั้น สศค. มั่นใจว่า จะสามารถโตอยู่ที่ 5% อย่างแน่นอน เนื่องจากฐานที่ต�่ำในปีนี้ ประกอบการมาตรการอัดฉีดเม็ด เงินสู่ระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาลด้วย

นายสมชัย กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจในปี 55 จะขยายตัว ได้ขึ้นอยู่กับการอัดฉีดเม็ดเงินภาครัฐ ซึ่งมาจากการปล่อย สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูน�้ำท่วมกว่า 3.2 แสนล้านบาท รวมถึง โครงการพักช�ำระหนี้ อีกทั้ง รัฐบาลยังมีเม็ดเงินจากการ ขาดดุลงบประมาณประจ�ำปี 55 จ�ำนวน 4 แสนล้านบาท รวมถึงยังเตรียมออก พ.ร.ก. เพื่อกู้เงินลงทุนในโครงสร้าง พื้นฐานระยะสั้น-ยาว จ�ำนวน 2 แสนล้านบาท และยัง มีกระสุนการก่อหนี้ตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ที่ให้ก่อหนี้ ต่างประเทศได้ 20% ของงบประมาณรายจ่าย เป็นเงิน 1 แสนล้านบาท และการค�้ำประกันหนี้รัฐวิสาหกิจ 10% ของงบประมาณรายจ่าย หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท อีกทั้งในปี 55 จะเป็นปีของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจาก ภาคการคลัง และถือเป็นปีแห่งการลงทุน โดยทาง สศค. อยู่ระหว่างการเตรียมแนวทางการส่งเสริมการลงทุน รวม ถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เนื่องจากพบว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยยั ง มี ก ารลงทุ น น้ อ ย เพราะมี ก ารออมเงิ น มากกว่าการลงทุน ทั้งนี้ หวังให้ภาคเอกชนมีการลงทุน เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 7-8% เพิ่มเป็น 15% ด้ า นนายบุ ญ ชั ย จรั ส แสงสมบู ร ณ์ ผู ้ อ� ำ นวยการ ส�ำนักงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สศค. กล่าวว่า ใน เดือน พ.ย. 54 เงินเฟ้อน่าจะเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยคาด ว่าอยู่ระดับเดียวกับเดือน ต.ค. หรือสูงกว่าเล็กน้อย แต่ คาดว่า ธ.ค. 54 เงินเฟ้อน่าจะไม่เร่งตัวขึ้นมาก และทั้งปี 54 คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในกรอบที่ 3.9% นอกจากนั้น จากปัญหาน�้ำท่วมท�ำให้เกิดปัญหาคนว่างงาน 3-4 แสนคน แต่คาดว่าจะเป็นสถานการณ์ชั่วคราว หากภาคเอกชนกลับ มาผลิตได้ตามปกติ น่าจะท�ำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น

Vol. 2 Issue 44 คาดใช้ 7.5 แสนล. ฟื้นน�้ำท่วม แรงงานช�้ำ เตะฝุ่น 9.2 แสน-หนี้พุ่ง น.ส.กิ ริ ฎ า เภาพิ จิ ต ร นั ก เศรษฐศาสตร์ อ าวุ โ ส ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประจ�ำประเทศไทย เปิดเผย ว่า จากการส�ำรวจและศึกษาผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ใน 26 จังหวัด ระหว่างวันที่ 7-25 พ.ย. 54 พบว่าเบื้อง ต้นเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบรวม 1.357 ล้านล้านบาท โดยคิดเป็นความเสียหายทางทรัพย์สิน 6.4 แสนล้านบาท สูญเสียโอกาส 7.1 แสนล้านบาท แบ่���เป็นของภาคเอกชน 1.275 ล้านล้านบาท หรือ 94% ภาครัฐ 8.1 หมื่นล้าน บาท หรือ 6% ของความเสียหายและสูญเสียทั้งหมดโดย เฉพาะภาคอุตสาหกรรมเสียหายสูงสุด 1 ล้านล้านบาท และประเมินว่าภายใน 2 ปีจะต้องใช้งบประมาณในการ ฟื้นฟูและเยียวยารวม 7.56 แสนล้านบาท แบ่งเป็นภาค เอกชน 5.2 แสนล้านบาท ภาครัฐ 2.35 แสนล้านบาท ทั้งนี้ เวิลด์แบงก์ปรับลดประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ (จีดีพี) ในปี”54 เหลือ 2.4% ส่วนจีดีพีปี”55 จะขยายตัว 4% และในปี”56 ขยายตัว 5.6% นางแอนเน็ต ดิกสัน ผู้อ�ำนวยการธนาคารโลกประจ�ำ ประเทศไทยกล่าวว่า ไทยควรเพิ่มการลงทุนในโครงการ โครงสร้างพื้นฐานจาก 20% ของ จีดีพี เป็น 30% โดย เฉพาะโครงสร้ างพื้ นฐานด้ านการบริ หารจั ด การระบบน�้ ำ อย่างไรก็ตาม คาดว่านักลงทุนต่างชาติยังไม่ย้ายฐานการ ผลิตจากไทย

ด้ า นนายสมชั ย สั จ จพงษ์ ผู ้ อ� ำ นวยการส� ำ นั ก งาน เศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.ประเมินจีดีพี ปีนี้จะอยู่ระหว่าง 1.7-2% จากก่อนหน้านี้คาดไว้ที่ 2.6% ส่ ว นในปี หน้ าคาดว่ าจะโต 5% ส่ว นภาวะเศรษฐกิจ ใน เดือน ต.ค. 54 ถือว่าผิดปกติจากการได้รับผลกระทบน�้ำ ท่วมที่รุนแรงที่สุด นางสุ ว รรณี ค� ำ มั่ น รองเลขาธิ ก ารส� ำ นั ก งานคณะ กรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า จากภาวะอุทกภัยท�ำให้การว่าง งานเพิ่มขึ้น คาดว่าในไตรมาส 4 ปี”54 จะมีผู้ว่างงาน เท่ากับ 1.8-2.3% หรือ 7.3-9.2 แสนคน รายได้ของ แรงงานลดลง 157 ล้านบาท/วัน ส่วนหนี้สินครัวเรือน เฉลี่ยสูงขึ้นเป็น 136,562 บาทต่อครัวเรือนในช่วงครึ่งปี แรกปี”54 จาก 134,699 บาทในปี”52 และคาดว่าหนี้สิน ครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากรายได้ลดลงจากผลก ระทบ น�้ำท่วม แต่ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าเช่าที่พัก อาศัยชั่วคราวในกรณีที่พักถูกน�้ำท่วม ค่าเดินทาง ราคา อาหารและสินค้าสูงขึ้น และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และฟื้นฟูบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ก็อาจมีความจ�ำเป็นต้อง พึ่งพิงเงินกู้นอกระบบสถาบันการเงินมากขึ้น รัฐบาลต้อง ส่งสัญญาณการป้องปรามไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ ขณะที่ ดั ช นี ค วามสุ ข มวลรวมของคนไทยในเดื อ นต.ค.ลด ลงมาอยู่ที่ 5.98 ส่วนในไตรมาสสุดท้ายนอกจากการว่าง งานที่เพิ่มขึ้น 1-2% นี้ ยังต้องติดตามวิกฤตเศรษฐกิจรอบ ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในยุโรปอีกด้วย จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554

จากหนังสือพิมพ์บ้านเมือง ฉบับวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554

18

19


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

Vol. 2 Issue 44

ก ร ม ส ่ ง เ ส ริ ม อุ ต ส า ห ก ร ร ม เ ยี ย ว ย า ผู้ประกอบการที่ประสบภัยน�้ำท่วม

สถานการณ์ด้านการค้า

นายบุ ญ เจื อ วงศ์ เ กษม ผู ้ อ� ำ นวยการส� ำ นั ก พั ฒ นา ผู ้ ป ระกอบการ กรมส่ ง เสริ ม อุ ต สาหกรรม กระทรวง อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงการจัดงาน “Thailand Bestbuys” มหกรรมของขวัญ ของแต่งบ้าน และสินค้าแบรนด์เนม ครั้งที่ 12 ว่า “เป็น กิจกรรมที่ดีที่ช่วยกระตุ้น และขับ เคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไปได้ และยังถือเป็นการส่งเสริม ช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการที่ประสบภัยน�้ำ ท่วม ได้มีโอกาสน�ำสินค้ามาจ�ำหน่ายเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง

คลังหั่นจีดีพีปี 54 เหลือ 1.7% เร่ง ขจัดปัญหากระตุ้นลงทุน สศค.ประเมิน จีดีพีไทยปี 2554 ร่วงเหลือ 1.7-2% หลังน�้ำท่วมกระทบสาหัส ลุ้นปีหน้าโตกระฉูด 5% หวัง เม็ดเงินอัดฉีดของรัฐบาลเป็นยาชูก�ำลังส�ำคัญ

โดยงานดังกล่าว ก�ำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–11 ธ.ค. 2554 ที่ ศู น ย์ ก ารประชุ ม แห่ ง ชาติ สิ ริ กิ ติ์ เวลา 10.00-20.00 น. โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริม อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และสมาคมของขวัญ ของช�ำร่วยไทย และของตกแต่งบ้าน

ส่วนที่ 2 คือ การตั้งคลินิกอุตสาหกรรม เพื่อฟื้นฟู สถานประกอบการเอสเอ็มอี โดยทางกรมฯ จะส่งทีมงาน และนักวิชาการ เข้าไปช่วยวางแผนบริหารจัดการ คาด ว่า 1 โรงงานจะใช้เวลาฟื้นฟูประมาณ 45 วัน (กรณี ที่ เ ครื่ อ งจั ก รไม่ ไ ด้ รั บ ความเสี ย หาย และไม่ ต ้ อ งสั่ ง ซื้ อ เครื่องจักรจากต่างประเทศ)

ส�ำหรับแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประภัย น�้ำท่วมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ขณะนี้ทางกรมฯ ได้วางแผนช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดย แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ 1.การฟื้นฟูสถานประกอบการ กรณีที่โรงงานผลิต เครื่องจักร ได้รับความเสียหายจาก ภัยน�้ำท่วม จะมีการประสานงานกับสถาบันการเงินในการ ปล่อยสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบ การโดยเร็วที่สุด

จากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554

20

นายสมชั ย สั จ จพงษ์ ผู ้ อ� ำ นวยการส� ำ นั ก งาน เศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการ คลัง เปิดเผยว่า ปี 2554 ประเมินว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวล รวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวอยู่ในช่วง 1.7-2% จากเดิมที่ 2.6% ผลมาจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ ที่ ท�ำให้ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงนี้ขยายตัวลดลงอย่างมีนัย ยะส�ำคัญ ส�ำหรับปี 2555คาดการณ์ว่าแนวโน้มจีดีพีจะกลับ มาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งที่ระดับ 5% ภายใต้เงื่อนไข ที่รัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านโครงการ ลงทุน ที่มีประสิทธิภาพ ส่วนหนึ่งมาจากการปล่อยสิน เชื่อเพื่อฟื้นฟูน�้ำท่วมวงเงินกว่า 3.2 แสนล้านบาท และ โครงการประชานิ ย มต่ า งๆ อาทิ โ ครงการพั ก ช� ำ ระหนี้ รายย่อยไม่เกิน 5 แสนบาทรวมทั้งคาดว่าเศรษฐกิจของ ประเทศคู่ค้าส�ำคัญของไทย อาทิ จีน ญี่ปุ่น จะขยายตัว 3.2%

นอกจากนี้ นายธี ร ะชั ย ภู ว นาถนรานุ บ าล รมว.คลัง ยังสั่งการให้ สศค. ศึกษาแนวทางในการส่ง เสริมการลงทุนในประเทศ รวมถึงดูว่ามีปัญหาและอุปสรรค อะไรบ้างที่ส่งผลต่อการลงทุน เนื่องจากที่ผ่านมามีไทยมี การลงทุนอยู่ในระดับต�่ำ ซึ่งข้อเท็จจริงควรจะอยู่ที่ 15% แต่ปัจจุบันมีเพียง 7-8% รวมถึงการศึกษาแนวทางในการ สนั บ สนุ น และส่ ง เสริ ม ให้ ภ าคเอกชนไทยไปลงทุ น ในต่ า ง ประเทศเพิ่มขึ้น นายสมชัยกล่าวอีกว่าสศค.อยู่ระหว่างการเร่งผลัก ดันกฎหมายภาษีต่างๆ เพื่อส่งเสริมการลงทุนทั้ง พ.ร.บ. หลักประกันทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบ การเอสเอ็มอีให้ส ามารถเข้าถึงแหล่งเงิน ทุนได้มากขึ้น รวมถึงให้สามารถใช้สิทธิต่างๆ เป็นหลักประกันในการ ก่อหนี้ รวมถึง พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, การ ด�ำเนินการในส่วนของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อให้ทันในการเปิดรับสมาชิกในเดือนพฤษภาคม 2555

21


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

ส� ำ หรั บ เศรษฐกิ จ ในเดื อ นตุ ล าคม 2554 เริ่ ม ชะลอตัวลง จากเหตุการณ์อุทกภัยที่กระทบต่อการผลิต โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้การใช้จ่ายภายใน ประเทศ การบริโภคภาคเอกชน และการส่งออกชะลอตัว ลงด้วย โดยเฉพาะการใช้จ่ายภายในประเทศที่สะท้อนจาก การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ขยายตัว 11.3% จาก เดือนก่อนที่ 13.3% “คาดว่ า ในเดื อ นพฤศจิ ก ายนและธั น วาคมคงดี ขึ้ น เพราะมี บ างบริ ษั ท เริ่ ม ผลิ ต บ้ า งแล้ ว โดย สศค.จะ ปรั บ ประมาณการขยายตั ว ทางเศรษฐกิ จ อี ก ครั้ ง ในเดื อ น ธันวาคม” นายสมชัย กล่าว จากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554

แบงก์โลกฟันธงไทยใช้ 7.56 แสน ล. ฟื้นศก. หลังภาคการผลิตจมน�้ำ ถ้วนหน้า ดัชนีอุตสาหกรรมติดลบ 35.8% แบงก์ โลกประเมินไทยต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลในการ ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเดินหน้า ได้อีกครั้ง ขณะที่เดือน ตุ ล าคมดั ช นี ผ ลผลิ ต ภาคอุ ต สาหกรรมเจอน้ อ งน�้ ำ ท� ำ พิ ษ ติดลบ35.8% ยานยนต์เจอหนักสุดหลังหลายค่ายหยุดผลิต ส่งออกต�่ำสุดในรอบ 10 ปี

22

น.ส.กิ ริ ฎ า เภาพิ จิ ต ร นั ก เศรษฐศาสตร์ อ าวุ โ ส ธนาคารโลก ประจ�ำประเทศไทย กล่าวว่าจากสถานการณ์ น�้ำท่วมครั้งใหญ่นี้สร้างความเสียหายต่อประเทศไทยอย่าง มากถึง 1.36 ล้านล้านบาทประเมินว่าประเทศไทยน่าจะ ใช้เงินในการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อให้ กลับมาเริ่มต้นผลิตใหม่ ในช่วงปี 2555 -2556 ในวงเงินประมาณ 7.56แสนล้าน บาทโดยเงินที่น�้ำมาฟื้นฟู แบ่งเป็นเม็ดเงินที่ต้องใช้ในระยะ สั้น6 เดือน 2.47แสนล้านบาท ช่วง6เดือน-2ปีประมาณ 3.86 แสนล้ า นบาท และที่ จ ะใช้ เ ป็ น เวลามากกว่ า 2ปี อีก 1.23 แสนล้านบาท “ความต้องการใช้เงินดังกล่าว เชื่อว่าไม่เป็นปัญหา กับรัฐบาลไทย เพราะยังมีศักยภาพในการกู้เงินในเพดาน ตามที่กฏหมายก�ำหนด ส่วนจะกู้ในประเทศหรือจากต่าง ประเทศก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเพราะสามารถท�ำได้ อยู่แล้ว” น.ส.กิริฎา กล่าว นายอภิ วั ฒ น์ อสมาภรณ์ รองผู ้ อ� ำ นวยการ ส�ำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่าดัชนี ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม(MPI) เดือน ตุลาคม 2554 เมื่อ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 122.75 ลด ลง35.8% เพราะได้รับผลกระทบชัดเจนจากปัญหาน�้ำท่วม ส่งผลให้ผู้ผลิตได้รับความเสียหายถ้วนหน้าโดยอัตราการ ใช้ ก� ำ ลั ง การผลิ ต อยู ่ ที่ 46.4%อุ ต สาหกรรมหลั ก ที่ ท� ำ ให้ ค่าดัชนีติดลบประกอบด้วย ยานยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ และสิ่งทอ

Vol. 2 Issue 44 การผลิตยานยนต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ ปีก่อน การผลิตลดลง 61.3% การจ�ำหน่ายลดลง 56.1% จากปั ญ หาน�้ ำ ท่ ว ม ส่ ง ผลให้ ก ารส่ ง ออกลดลงเกื อ บทุ ก ตลาด โดยมูลค่าการส่งออกรถยนต์ของไทยติดลบ 16.2% ในเดือนตุลาคมรุนแรงมากสุดในช่วง 10 ปีและเป็นการลด ลงในรถยนต์ทุกประเภท เนื่องจากโรงงานผลิตได้รับความ เสียหายจากน�้ำท่วมใหญ่ บรรดาค่ายรถยนต์ต่างๆ หยุด ผลิตชั่วคราว การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ การผลิตและจ�ำหน่าย ลดลง 52.4%และ 48.2% ตามล�ำดับ เนื่องจากน�้ำท่วม ที่ท่วมนิคมอุตสาหกรรม และเป็นที่ตั้งของโรงงานผู้ผลิต หลายราย โดยน�้ำท่วมครั้งนี้ยังได้ส่งผลกระทบอย่างมาก ต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ ท�ำให้เกิดภาวะขาดแคลน สินค้าไปทั่วโลกเพราะไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกสู่ตลาด โลกมากกว่า 50% การผลิ ต ชิ้ น ส่ ว นอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ การผลิ ต และ จ�ำหน่าย ลดลง 45.5% และ 43.2% ตามล�ำดับ เนื่องจาก น�้ ำ ท่ ว มโรงงานผลิ ต ในพื้ น ที่ จ .พระนครศรี อ ยุ ธ ยาและ ปทุ ม ธานี ผลกระทบครั้ ง นี้ ส่ ง ผลให้ แ นวโน้ ม การผลิ ต และการจ�ำหน่ายที่คาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาสที่ 4 เปลี่ยน เป็นหดตัวลง คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือน ในการฟื้นฟู โรงงานต่างๆ

การผลิ ต เครื่ อ งปรั บ อากาศ การผลิ ต และจ� ำ หน่ า ย ลดลง 42.2% และ 20.0% ตามล�ำดับ เพราะไม่สามารถ ขนส่งชิ้นส่วนการผลิตได้ เนื่องจากโรงงานหลายแห่งที่ตั้ง อยู่ในพื้นที่น�้ำท่วม ขณะที่การผลิตด้านสิ่งทอการผลิตและจ�ำหน่ายลดลง 33.9% และ 36.5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ประกอบกับโรงงานที่อยู่ในเขตพื้นที่น�้ำท่วมไม่สามารถผลิต สินค้าได้ จากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554

23


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจการ ค้าของสหภาพยุโรปและการปรับตัว ของไทย (เอกสารแนบ 3) สหภาพยุโ รปนั บ เป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุด ในโลก เมื่อพิจารณาปริมาณผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ใน ปี 2553 โดยมีสหรัฐอเมริกาตามมาเป็นอันดับที่ 2 ส่วนจีน และญี่ปุ่นเป็นอันดับที่ 3 และ 4 ตามล�ำดับ ทั้งยังครอง แชมป์ด้านการน�ำเข้า/ส่งออก ในปี 2553 การน�ำเข้าของ สหภาพยุโรปนับเป็นร้อยละ 16.4 ส่วนการส่งออกนับเป็น ร้อยละ 15.1 แต่โดยโครงสร้างเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป พึ่งพาภาคบริการค่อนข้างมาก ถึงร้อยละ 80 ของ GDP ในปี 2554 ส่วนภาคการเกษตรมีเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างน้อย ในปริมาณ GDP ทั้งหมดของสหภาพยุโรป

ในอีกมุมมองหนึ่งวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ สมาชิ ก ของสหภาพยุ โ รปอาจสะท้ อ นใหเห็ น ถึ ง การขาด ความยืดหยุ่นในการด�ำเนินนโยบายทางภาคการเงินที่ถูก ก�ำหนดร่วมกัน ซึ่งท�ำให้แต่ละประเทศไม่สามารถลดหรือ เพิ่มค่าเงินได้อย่างอิสระเมื่อเผชิญกับปัญหา นอกจากนั้นก็ ยังแสดงให้เห็นถึงอุปสรรคในการบังคับใช้นโยบายหรือกฎ ระเบียบของยูโรโซน อาทิ การก�ำหนดไม่ให้สมาชิกมีหนี้ สาธารณะเกิน 60% หรือห้ามขาดดุลงบประมาณเกิน 3% ของ GDP ซึ่งสมาชิกหลายประเทศไม่สามารถปฏิบัติตาม กฎดังกล่าวได้ แต่อาจใช้วิธีปกปิดตัวเลขที่แท้จริงไว้ จึง น�ำมาสู่การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ

Vol. 2 Issue 44

อัตราแลกเปลี่ยน

ที่มา : ส�ำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การพาณิชย์ พฤศจิกายน 2554

วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติก่อตัวจากภาคการเงิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปเริ่มส่อเค้าว่าจะ มีการเกิดวิกฤติในภาคการเงินจากภาระหนี้สาธารณะ ซึ่ง ได้เพิ่มจ�ำนวนขึ้นสูงมากเนื่องจากรัฐบาลต้องยื่นมือเข้าไป ช่วยเหลือสถาบันการเงินให้อยู่รอด โดยเฉพาะในประเทศ สมาชิกยูโรโซน ได้แก่ กรีซ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน และอิตาลี หรือกลุ่ม PIIGS ปริมาณหนี้ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นมาก นี้ได้น�ำไปสู่วิกฤติด้านความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความสามารถ ในการจ่ายคืนหนี้ของประเทศเหล่านี้ ซึ่งได้ลุกลามกลาย เป็นปัญหาในภาพรวมของทั้งสหภาพยุโรปเนื่องจากความ สัมพันธ์ในด้านเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะ การที่สหภาพยุโรปต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือชาติสมาชิก ที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ

24

25


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF 6 Dec - 12 Dec 2011

อัตราแลกเปลี่ยน

Vol. 2 Issue 44

อัตราแลกเปลี่ยน THB 70.00

YEARLY MID RATES OF EXCHANGE OF COMMERCIAL BANGKOK IN BANGKOK 61.60

60.00 50.00 40.00 30.00

53.57 48.93

47.71 36.72

32.34

48.97 42.04 36.12

33.31

34.29

4.80

5.02

31.69

20.00 10.00

4.68

0.00

Year 2551 THB / 1 USD

26

2552 THB /1 GBP

THB / 1 EUR

2553 THB / 100 JPY

THB/CNY

27


TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF TFPA TEAM

Executive Director

วิกรานต์ โกมลบุตร E-mail:

vikrant@thaifood.org

6 Dec - 12 Dec 2011

THAIFOODPROCESSORS’ASSOCIATION

Trade and Technical Manager

Tel : (662) 261-2684-6 Fax : (662) 261-2996-7 E-mail: thaifood@thaifood.org www.thaifood.org

Division-Fruit and Vegetable Products

สมาคมผู้ผลิตอาหารส�ำเร็จรูป ขอขอบคุณเว็ปไซต์ ดังต่อไปนี้

Administrative Manager ลินดา เปลี่ยนประเสริฐ

E-mail: linda@thaifood.org

สุพัตรา ริ้วไพโรจน์ E-mail:

supatra@thaifood.org

E-mail : fv@thaifood.org

Head of Trade & Technical วิภาพร สกุลครู E-mail:

vipaporn@thaifood.org

Trade and Technical Officer

อัญชลี พรมมา E-mail: anchalee@thaifood.org ธณัฐยา จันทรศรี E-mail: tanatya@thaifood.org

Division-Fisheries Products E-mail : fish@thaifood.org

Head of Trade & Technical ชนิกานต์ ธนูพิทักษ์

E-mail: chanikan@thaifood.org

1. http://www.thannews.th.com 2. http://www.thairath.co.th 3. http://www.bangkokbiznews.com 4. http://www.tnsc.com 5. http://www.prachachat.net 6. http://www.dailynews.co.th 7. http://www.acfs.go.th 8. http://www.posttoday.com 9. http://www.matichon.co.th 10. http://www.naewna.com

Trade and Technical Officer

รัตนา ชูศรี E-mail: rattana@thaifood.org ธนัญญา ตั้งจินตนา E-mail: thananya@thaifood.org

IT Support Officer ปวัณรัตน์ ใจกล้า

E-mail: pawanrat@thaifood.org

Data Management Office ญดา ชินารักษ์

E-mail: yada@thaifood.org

Commercial Relation Executive กัญญาภัค ชินขุนทด

E-mail: kanyaphak@thaifood.org

Administrator

วสุ กริ่งรู้ธรรม E-mail: vasu@thaifood.org ศิริณีย์ ถิ่นประชา E-mail: sirinee@thaifood.org

Accountant

วิมล ดีแท้ E-mail:

28

wimon@thaifood.org

เสนอข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………......................................................


สรุ ป SPS

สรุ ป SPS Notification ประจําเดือนกันยายน 2554 ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification ที่ วันที่ WTO แจ้ งเวียน กลุ่มผลิตภัณฑ์ ผกั และผลไม้ 1. จีน G/SPS/N/CHN/479 1 กันยายน 2554

2.

3.

4.

สหรัฐอเมริ กา G/SPS/N/USA/2262 12 กันยายน 2554 มาตรการสุ ดท้ าย สหรัฐอเมริ กา G/SPS/N/USA/2263 12 กันยายน 2554 มาตรการสุ ดท้ าย ญี่ปุ่น G/SPS/N/JPN/283 13 ���ันยายน 2554

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จีนกําหนดมาตรฐานค่ากรด sulphur dioxide ในผลไม้ ถนอมอาหาร ผลไม้แห้ง ข้าวแท่ง บะหมี่ นํ้าตาล เห็ดหอมที่ใช้รับประทาน และไวน์ โดยกําหนด เกี่ยวกับค่า sulphur dioxide ในผลิตภัณฑ์ดงั กล่าว

ประเทศคู่คา้

31 ต.ค. 54

-

ความปลอดภัยอาหาร

กําหนดค่าสารตกค้างของสาร fluoxastrobin ใน พืช ตระกูลนํ้าเต้า/แตงกวา พืชกลุ่ม 9B 0 .50 ppm **ยังไม่ มกี ารกําหนดใช้ สารดังกล่าวในมาตรฐาน Codex และไทย** บุ๊ซเบอร์รี่ พืชกลุ่ม 13- กําหนดค่าสารตกค้างของสาร metconazole ในบุ๊ซ 07B และพืชหัว และผัก เบอร์รี่ พืชกลุ่ม 13-07B และพืชหัว และผักประเภท หัว พืชกลุ่ม IC ที่ 0.04 ppm ประเภทหัว **ยังไม่ มกี ารกําหนดใช้ สารดังกล่าวในมาตรฐาน Codex และไทย** เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ ทบทวนแก้ไขค่า MRL ของสาร Imazapic และ ผลิตภัณฑ์นมและไข่ Isoxaflutole ในอาหารหลายชนิด เช่น Isoxaflutole สัตว์ปีก ผัก ส้ม ประกาศใช้ใน ข้าวโพดที่ 0.02 ppm นมที่ 0.02 ppm เอกสารเพิ่มเติมค้นได้จาก เมลลอน กาแฟ ชา เครื่ องเทศ ธัญพืช เมล็ด http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/JP

ประเทศคู่คา้

-

17 ส.ค. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

17 ส.ค. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

15 พ.ย. 54

-

ความปลอดภัยอาหาร

สิ นค้ า/ มาตรการ ผลไม้ถนอมอาหาร ผลไม้แห้ง ข้าวแท่ง บะหมี่ นํ้าตาล เห็ดหอม ที่ใช้รับประทาน และ ไวน์ พืชตระกูลนํ้าเต้า/ แตงกวา พืชกลุ่ม 9B

สาระสํ าคัญ

จุดประสงค์

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 1/13


สรุ ป SPS ที่

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน

สิ นค้ า/ มาตรการ

สาระสํ าคัญ

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

ประเทศคู่คา้

15 พ.ย. 54

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

N/11_2993_00_e.pdf **ยังไม่ มกี ารกําหนดใช้ สารดังกล่าวในมาตรฐาน Codex และไทย** กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประมง 5. ญี่ปุ่น G/SPS/N/JPN /283 16 กันยายน 2554

เนื้อและเครื่ องในสัตว์ ปลาและครัสตาเชียน ผลิตภัณฑ์นม ไข่นก และนํ้าผิง้ ผักประเภท ราก และหัว ผลไม้และ ถัว่ ผลไม้ประเภทส้ม/ แตงปอกเปลือก กาแฟ ชา ครี มเทียม และ เครื่ องเทศ ธัญพืช และ พืชที่ให้น้ าํ มัน เมล็ด ประเภทต่างๆ และ ผลไม้ สัตว์หรื อไขมัน จากพืชและนํ้ามัน

เสนอกําหนดค่า MRLs สําหรับสาร Imazapic และ Isoxaflutole **ยังไม่ มกี ารกําหนดใช้ สารดังกล่าวในมาตรฐาน Codex และไทย**

หลังจากช่วง ความปลอดภัยอาหาร ระยะเวลาผ่อนผัน

กฏระเบียบบรรจุภัณฑ์ 6.

เกาหลีใต้ G/SPS/N/KOR/395 28 กันยายน 2554

ประเทศคู่คา้ วันประกาศราช สุ ขภาพสัตว์ ทบทวนแก้ไขบางส่ วนในร่ างกฤษฎีกาและกฎระเบียบ กิจจาฯ Food Sanitary Act ดังนี้ - นําระบบการทบทวนเบื้องต้นเกี่ยวกับการติดฉลาก หรื อโฆษณา การติดฉลากหรื อโฆษณาบนอาหารสําหรับกรณี พิเศษ ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 2/13

อาหาร สารปรุ งแต่ง อาหาร อุปกรณ์ บรรจุ ภัณห์ และลังบรรจุ


สรุ ป SPS ที่

7.

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน

ตุรกี G/SPS/N/TUR/19 7 กันยายน 2554

สิ นค้ า/ มาตรการ

อาหาร วัตถุและวัสดุ สัมผัสอาหารและ อาหารสัตว์

สาระสํ าคัญ

- นําระบบการขึ้นทะเบียนของตัวแทนสําแดงนําเข้า ก่อตั้งระบบการจัดการสําหรับอาหารนําเข้าโดยอนุญาต ให้กบั บุคคลที่ผา่ นการตรวจสอบโดยนักสุ ขอนามัย ช่าง เทคนิคด้านอาหาร หรื อวิศวกรอาหาร อื่นๆ กฎระเบียบควบคุมการนําเข้าอาหารที่มีแหล่งกําเนิด จากพืชและสัตว์ ดังนี้ (1) กฎระเบียบนี้เกี่ยวกับการควบคุมอย่างเป็ นทางการ เกี่ยวกับความปลอดภัยอาหารที่มีแหล่งกําเนิดจากพืช และอาหารสัตว์ซ่ ึ งเคลื่อนย้ายภายในประเทศหลังจาก การนําเข้า (2) วัตถุและวัสดุสัมผัสอาหาร สิ นค้าที่ไม่ได้มี แหล่งกําเนิดจากสัตว์และมีวตั ถุประสงค์ใช้สาํ หรับ เป็ นอาหารและอาหารสัตว์ที่อยูภ่ ายใต้ขอบเขตของ กฎระเบียบนี้ (3) กฎระเบียบนี้ไม่ครอบคลุมการควบคุมเกี่ยวกับ สุ ขอนามัยสัตว์และพืช และเคลื่อนย้ายผ่านแดน (4) กฎระเบียบนี้ไม่บงั คับกับอาหารและอาหารสัตว์ วัตถุและวัสดุสัมผัสอาหารที่มีแหล่งกําเนิดจากสัตว์ที่ ใช้เป็ นอาหารและอาหารสัตว์ที่ไม่ใช่เพื่อ วัตถุประสงค์เพื่อการค้า หรื อที่นาํ เข้ามาโดย ประธานาธิบดีประเทศต่างๆ และแขกของ

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

ประเทศคู่คา้

6 พ.ย. 54

-

จุดประสงค์

ความปลอดภัยอาหาร สุ ขภาพสัตว์ อารักขา พืช

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 3/13


สรุ ป SPS ที่

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน

สิ นค้ า/ มาตรการ

สาระสํ าคัญ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ เครื่องดืม่ เครื่ องดื่มแช่เย็น จีนกําหนดมาตรฐานที่ใช้กบั เครื่ องดื่มแช่เย็น รวมทั้ง 8. จีน ไอศกรี ม (ice cream paste) ขนมหวานแช่เย็น นํ้าแข็ง G/SPS/N/CHN/476 และนํ้าแข็งที่ใช้รับประทาน เป็ นต้น 1 กันยายน 2554 กฎระเบียบทั่วไป และกลุ่มอาหารทั่วไป เช่ น สารพิษตกค้ าง สารปรุ งแต่ งอาหาร ฉลาก เป็ นต้ น 9. จีน ผลิตภัณฑ์อาหาร จีนกําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋ อง G/SPS/N/CHN/474 กระป๋ อง และไม่บงั คับใช้กบั สูตรอาหารกระป๋ องและอาหาร 1 กันยายน 2554 เสริ มกระป๋ องสําหรับทารกและ การเฝ้ าติดตาม 10.

11.

จีน G/SPS/N/CHN/478 1 กันยายน 2554 สหรัฐอเมริ กา G/SPS/N/USA/2264 12 กันยายน 2554

อาหารสุ ขภาพ

ผลิตภัณฑ์ต่างๆ

จีนกําหนดมาตรฐานค่ากรด linolenic, methyl ester, EPA methyl ester, DPA methyl ester และ DHA methyl ester ในอาหารเพือ่ สุ ขภาพ กําหนดค่าสารตกค้างของสาร thiamethoxam ใน ถัว่ ลิสง ที่ 0.05 ppm peanut hay ที่ 0.25 ppmอาหารถัว่ ลิสง ที่ 0.15 ppm ซังอัลฟัลฟ่ า ที่ 0.05 ppm หญ้า

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

ประเทศคู่คา้

31 ต.ค. 54

-

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

31 ต.ค. 54

-

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

31 ต.ค. 54

-

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

17 ส.ค. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 4/13


สรุ ป SPS ที่

12.

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน มาตรการสุ ดท้ าย

สหรัฐอเมริ กา G/SPS/N/USA/2271 21 กันยายน 2554 มาตรการสุ ดท้ าย

สิ นค้ า/ มาตรการ

ผลิตภัณฑ์ต่างๆ

สาระสํ าคัญ

**ยังไม่ มกี ารกําหนดใช้ สารดังกล่าวในมาตรฐาน Codex และไทย** กําหนดค่าสารตกค้างของสาร tetraconazole รวมถึง metabolites และ degradates, ใน โคกระบือ ไขมัน ที่ 0.15 ส่ วนต่อล้าน (ppm), ตับ ที่ 1.50 ppm เนื้อ ยกเว้น ตับที่ 0.15 ppm ข้าวโพดไร่ ซัง ที่ 1.1ppm; ข้าวโพด ไร่ เมล็ดที่ 0.01 ppm; ข้าวโพดคัว่ ที่ 1.7 ppm; เมล็ด ข้าวโพดที่ 1.7 ppm แพะ,ไขมันที่ 0.15 ppm; ม้า, ไขมันที่ 0.15 ppm; ม้า, ตับที่ 1.50 ppm; ม้า, เนื้อที่เป็ น ผลพลอยได้จากม้า ยกเว้นตับที่ 0.15 ppm; low growing berry พืชกลุ่ม 13-07G ยกเว้นเครนเบอร์รี่ ที่ 0.25 ppm นม ที่ 0.03 ppm; นมไขมัน ที่ 0.75 ppm สัตว์ปีก,เนื้อผลพลอยได้จากสัตว์ปีก ที่ 0.05 ppm; แกะ, ไขมันที่ 0.15 ppm; แกะ, ยกเว้นตับที่ 0.15 ppm; และ small fruit vine climbing ยกเว้น fuzzy kiwifruit พืชกลุ่ม 13-07F ที่ 0.20 ppm EPA ยกเลิกค่าสารที่ใช้ กับองุ่น เพราะกําหนดองุ่นให้อยูใ่ นประเภทเดียวกับ พืชยกเว้น fuzzy kiwifruit, พืชกลุ่ม 13-07F

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

ประเทศคู่คา้

-

29 ส.ค. 54

จุดประสงค์

ความปลอดภัยอาหาร

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 5/13


สรุ ป SPS ที่

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน

สิ นค้ า/ มาตรการ

13.

ออสเตรเลีย G/SPS/N/AUS/273 20 กันยายน 2554

อาหารทัว่ ไป

14.

สหรัฐอเมริ กา G/SPS/N/USA/2269 20 กันยายน 2554

ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ธัญพืช และเมล็ดพันธุ์ ข้าวสาลี

15.

ไต้หวัน G/SPS/N/TPKM/234/ Add.1 26 กันยายน 2554

สารตกค้างในอาหาร

สาระสํ าคัญ **ยังไม่ มกี ารกําหนดใช้ สารดังกล่าวในมาตรฐาน Codex และไทย** เสนอร่ างแก้ไข Australia New Zealand Food Standards Code โดยกําหนดค่า MRLs สําหรับ สารเคมีที่ใช้ทางสัตวศาสตร์และทางการเกษตรต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบแห่งชาติที่เกี่ยวกับ ความปลอดภัยและเกิดประสิ ทธิภาพในการใช้ สารเคมีดงั กล่าว กําหนดค่าสารตกค้างของสาร tebuconazole รวมทั้ง metabolites และ degradates .ในข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ธัญพืชที่ 0.15 ppm และในข้าวสาลี และเมล็ดพันธุ์ ข้าวสาลีที่ 0.20 ppm **ยังไม่ มกี ารกําหนดใช้ สารดังกล่าวในมาตรฐาน Codex และไทย** ตามที่ไต้หวันได้เสนอแก้ไขร่ างแก้ไขมาตรฐาน กําหนดค่า MRL ในอาหาร ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2554 (G/SPS/N/TPKM/234) นั้น การแก้ไขครั้งสุ ดท้ายมี ผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2554 เอกสารเพิ่มเติมดูได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/TP KM/11_3082_00_e.pdf

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

ประเทศคู่คา้

17 พ.ย. 54

ก่อนธันวาคม 54

ประเทศคู่คา้

-

31 ส.ค. 54

ประเทศคู่คา้

-

20 ก.ย. 54

จุดประสงค์

ความปลอดภัยอาหาร

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 6/13


สรุ ป SPS ที่ 16.

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน ไต้หวัน G/SPS/N/TPKM/233/ Add.1 26 กันยายน 2554

สิ นค้ า/ มาตรการ

สาระสํ าคัญ

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

สาร Azoxystrobin, Chlorfenapyr, Cyproconazole, Dimethomorph, Mandipropamid และ Tebuconazole

ตามที่ไต้หวันได้เสนอแก้ไขร่ างแก้ไขมาตรฐาน กําหนดค่า MRL ในผัก ผลไม้ และธัญพืช ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2554 (G/SPS/N/TPKM/233) นั้น การ แก้ไขครั้งสุ ดท้ายมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2554 เอกสารเพิ่มเติมดูได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/TP KM/11_3081_00_e.pdf

ประเทศคู่คา้

-

20 ก.ย. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ตามที่ไต้หวันได้เสนอแก้ไขร่ างแก้ไขมาตรฐาน กําหนดค่า MRL ในอาหาร ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2554 (G/SPS/N/TPKM/232) นั้น การแก้ไขครั้ง สุ ดท้ายมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2554 เอกสารเพิ่มเติมดูได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/TP KM/11_3080_00_e.pdf ตามที่ไต้หวันได้เสนอแก้ไขร่ างแก้ไขมาตรฐาน กําหนดค่า MRL ในอาหาร ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2554 (G/SPS/N/TPKM/230) นั้น การแก้ไขครั้ง สุ ดท้ายมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2554 เอกสารเพิ่มเติมดูได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/TP

ประเทศคู่คา้

-

20 ก.ย. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

20 ก.ย. 54

ความปลอดภัยอาหาร

17.

ไต้หวัน G/SPS/N/TPKM/232/ Add.1 26 กันยายน 2554

สารตกค้างในอาหาร

18.

ไต้หวัน G/SPS/N/TPKM/230/ Add.1 26 กันยายน 2554

สารตกค้างในอาหาร

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 7/13


สรุ ป SPS ที่

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน

สิ นค้ า/ มาตรการ

19.

ไต้หวัน G/SPS/N/TPKM/226/ Add.1 26 กันยายน 2554

สารตกค้างในอาหาร

20.

จีน G/SPS/N/CHN/471/ Suppl.1 29 กันยายน 2554 แคนาดา G/SPS/N/CAN/525 /Add.1 28 กันยายน 2554

Pathogens ในอาหาร กระป๋ อง

21.

22.

แคนาดา G/SPS/N/CAN/523 /Add.1

ค่า MRL ของสารกําจัด ศัตรู พืช Imazethapyr

ค่า MRL ของสารกําจัด ศัตรู พืช Imazamox

สาระสํ าคัญ KM/11_3079_00_e.pdf ตามที่ไต้หวันได้เสนอแก้ไขร่ างแก้ไขมาตรฐาน กําหนดค่า MRL ในอาหาร ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2554 (G/SPS/N/TPKM/226) นั้น การแก้ไขครั้ง สุ ดท้ายมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2554 เอกสารเพิม่ เติมดูได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/TP KM/11_3078_00_e.pdf คําแปลภาษาอังกฤษอย่างไม่เป็ นทางการของประกาศ G/SPS/N/CHN/471 ดูได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/CH N/11_3149_00.et.pdf ประกาศใช้ ค่า MRL ของสารกําจัดศัตรู พืช Imazethapyr ในเมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็ดงา มัสตาร์ด เป็ นต้น ที่ 0.05 ppm เอกสารค้นได้จาก http://www.hc-sc.gc.ca/cpsspc/pubs/pest/_decisions/emrl2011-52/indexeng.php **ยังไม่ มกี ารกําหนดใช้ สารดังกล่าวในมาตรฐาน Codex และไทย** ประกาศใช้ ค่า MRL ของสารกําจัดศัตรู พืช Imazamox ในเมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็ดงา มัสตาร์ ด เป็ นต้น ที่ 0.05 ppm

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

ประเทศคู่คา้

-

20 ก.ย. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

-

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

21 ก.ย. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

21 ก.ย. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 8/13


สรุ ป SPS ที่

23. 24.

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน 28 กันยายน 2554

ศรี ลงั กา G/SPS/N/LKA/7/Add.2 7 กันยายน 2554 สหรัฐอเมริ กา G/SPS/N/USA/2267 13 กันยายน 2554

สิ นค้ า/ มาตรการ

สารให้สี สารกําจัดศัตรู พืช

25.

สหรัฐอเมริ กา G/SPS/N/USA/2266 13 กันยายน 2554

ยกเลิกการกําหนดค่า MRL

26.

สหรัฐอเมริ กา G/SPS/N/USA/2265

ยกเลิกการกําหนดค่า MRL

สาระสํ าคัญ เอกสารค้นได้จาก http://www.hc-sc.gc.ca/cpsspc/pubs/pest/_decisions/emrl2011-49/indexeng.php **ยังไม่ มกี ารกําหนดใช้ สารดังกล่าวในมาตรฐาน Codex และไทย** ประกาศใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับสารให้สี (Colouring Substance) สําหรับอาหาร มีผลบังคับใช้ 15 ก.ค. 54 EPA ได้รับการร้องอุทธรณ์ให้แก้ไขหรื อกําหนดค่า MRL ของสารกําจัดศัตรู พืชหลายชนิดในอาหาร เอกสารเพิ่มเติมค้นได้จาก http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/FR-2011-0826/html/2011-21676.htm ยกเลิกการกําหนดค่า MRL ของสาร 2- propenic acid, polymer with ethylbenzene and (1-methylethyl) benzene, sodium salt เมื่อใช้เป็ น innert ingredient ใน สูตรของสารกําจัดศัตรู พืช เอกสารเพิ่มเติมค้นได้จาก http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/FR-2011-0824/html/2011-21371.htm (Final Rule) ยกเลิกการกําหนดค่า MRL ของ Psuedomonas fluorescens Strain CL145A ในอาหารทุกชนิด

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

ประเทศคู่คา้

-

15 ก.ค. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

26 ก.ย.54

-

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

24 ส.ค. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

24 ส.ค. 54

ความปลอดภัยอาหาร

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 9/13


สรุ ป SPS ที่

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน 13 กันยายน 2554

สิ นค้ า/ มาตรการ

27.

สหภาพยุโรป G/SPS/N/EEC/389 /Add.1 22 กันยายน 2554

ประกาศใช้ค่า MRL

28.

สหภาพยุโรป G/SPS/N/EEC/393 /Add.1 22 กันยายน 2554

ประกาศใช้ค่า MRL

สาระสํ าคัญ เอกสารเพิม่ เติมค้นได้จาก http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/FR-2011-0824/html/2011-21249.htm (Final Rule) ประกาศใช้ค่า MRL ตามระเบียบ Commission Regulation No. 559/2011 ลงวันที 7 มิถุนายน 2554 โดยแก้ไขภาคผนวก 2 และ 3 ของ Regulation No. 396/2005 ของค่าสารต่อไปนี้ captan, carbendazim, cyromazine, ethephon, fenamiphos, thiophanatemethyl, triasulfuron และ triticonazole ในอาหาร เอกสารเพิ่มเติมค้นได้ จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sp s/EEC/11_3044_00_e.pdf ประกาศใช้ค่า MRL ตามระเบียบ Commission Regulation No. 508/2011 ลงวันที 24 พฤษภาคม 2554 โดยแก้ไขภาคผนวก 2 และ 3 ของ Regulation No. 396/2005 ของค่าสารต่อไปนี้ abamectin, acetamiprid, cyprodinil, difenoconazole, dimethomorph, fenhexamid, proquinazid, prothioconazole, pyraclostrobin, spirotetramat, thiacloprid, thiamethoxam และ trifloxystrobin ใน อาหาร

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

ประเทศคู่คา้

-

11 มิ.ย.54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

25 พ.ค.54

ความปลอดภัยอาหาร

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 10/13


สรุ ป SPS ที่

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน

สิ นค้ า/ มาตรการ

29.

สหภาพยุโรป G/SPS/N/EEC/394 /Add.1 22 กันยายน 2554

ประกาศใช้ค่า MRL

30.

สหภาพยุโรป G/SPS/N/EEC/395 /Add.1 22 กันยายน 2554

ประกาศใช้ค่า MRL

สาระสํ าคัญ เอกสารเพิม่ เติมค้นได้ จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sp s/EEC/11_3047_00_e.pdf ประกาศใช้ค่า MRL ตามระเบียบ Commission Regulation No. 520/2011 ลงวันที 25 พฤษภาคม 2554 โดยแก้ไขภาคผนวก 2 และ 3 ของ Regulation No. 396/2005 ของค่าสารต่อไปนี้ benalaxyl, boscalid, buprofezin, carbofuran, carbosulfan, cypermethrin, fluopicolide, hexythiazox, indoxacarb, metaflumizone, methoxy- fenozide, paraquat, prochloraz, spirodiclofen, prothioconazole และ zoxamide ในอาหาร เอกสารเพิ่มเติมค้นได้ จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sp s/EEC/11_3046_00_e.pdf ประกาศใช้ค่า MRL ตามระเบียบ Commission Regulation No. 524/2011 ลงวันที 26 พฤษภาคม 2554 โดยแก้ไขภาคผนวก 2 และ 3 ของ Regulation No. 396/2005 ของค่าสารต่อไปนี้ biphenyl, deltamethrin, ethofumesate, isopyrazam, propiconazole, pymetrozine, pyrimethanil และ tebuconazole ในอาหาร

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

ประเทศคู่คา้

-

27 พ.ค.54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

28 พ.ค.54

ความปลอดภัยอาหาร

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 11/13


สรุ ป SPS ที่

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน

สิ นค้ า/ มาตรการ

31.

สหภาพยุโรป G/SPS/N/EEC/403 /Add.1 22 กันยายน 2554

ประกาศใช้ค่า MRL

32.

สหภาพยุโรป G/SPS/N/EEC/389 /Add.1 22 กันยายน 2554

ประกาศใช้ค่า MRL

33.

สหรัฐอเมริ กา G/SPS/N/USA/2270 20 กันยายน 2554

Drexel basic kopper sulfate

สาระสํ าคัญ เอกสารเพิม่ เติมค้นได้ จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sp s/EEC/11_3045_00_e.pdf ประกาศใช้ค่า MRL ตามระเบียบ Commission Regulation No. 835/2011 ลงวันที 19 สิ งหาคม 2554 โดยแก้ไข Regulation No. 1881/2006 ของค่าสาร polycyclic aromatic hydrocarbons ในอาหาร เอกสารเพิ่มเติมค้นได้ จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sp s/EEC/11_3045_00_e.pdf ประกาศใช้ค่า MRL ตามระเบียบ Commission Regulation No. 559/2011 ลงวันที 7 มิถุนายน 2554 โดยแก้ไขภาคผนวก 2 และ 3 ของ Regulation No. 396/2005 ของค่าสารต่อไปนี้ captan, carbendazim, cyromazine, ethephon, fenamiphos, thiophanatemethyl, triasulfuron และ triticonazole ในอาหาร เอกสารเพิ่มเติมค้นได้ จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/sp s/EEC/11_3044_00_e.pdf EPA ประกาศยกเลิกชัว่ คราวการขึ้นทะเบียน Drexel basic Kopper sulfate ที่ผขู้ ้ ึนทะเบียนไม่ได้ให้ขอ้ มูลที่ กําหนดเพื่อให้อยูใ่ นการขึ้นทะเบียน เมื่อการยกเลิก

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

ประเทศคู่คา้

-

20 ส.ค.54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

11 มิ.ย.54

ความปลอดภัยอาหาร

ประเทศคู่คา้

-

30 วันหลังจาก วันที่รับขึ้น ทะเบียน หรื อ 30

ความปลอดภัยอาหาร

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 12/13


สรุ ป SPS ที่

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข Notification วันที่ WTO แจ้ งเวียน

สิ นค้ า/ มาตรการ

สาระสํ าคัญ

ประเทศทีไ่ ด้ รับ ผลกระทบ

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

SPS Section /ACFS e-mail sps@acfs.go.th Tel. 02 561 2244 ext. 1344 website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php

ข้อมูลโดย มกอช (website : http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ Page 13/13


สรุป TBT สรุป TBT Notification ประจําเดือน 1- 30 กันยายน 2554 ที่ 1

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข TBT วันที่ WTO แจ้ งเวียน เกาหลีใต้ G/TBT/N/KOR/332 26 กันยายน 2554

สิ นค้ า/ มาตรการ อาหาร

สาระสํ าคัญ ปรับปรุ งร่ างข้อกําหนดการติดฉลากอาหาร ดังนี้

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

26 พ.ย. 54

-

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค

10 ต.ค. 54

-

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค

จุดประสงค์

- เพิ่มขนาดตัวอักษรคําเตือนจาก 8 เป็ น 10 - ร่ างข้อกําหนดการระบุ “high caffeine content” ใน ผลิ ต ภัณ ฑ์ น้ ํา รวมถึ ง ชา หรื อกาแฟ ควรติ ด ฉลาก “high caffeine content” กับผลิตภัณฑ์ที่มีคาเฟอีน และคําเตือน สําหรับกลุ่มที่แพ้คาเฟอีน เช่น เด็ก คนท้อง เป็ นต้น - ร่ างข้ อ กํา หนด “Sulphite” ที่ เ ป็ นสาเหตุ ข อง hypersensitivity และควรติดฉลากในรายการส่ วนประกอบ - อนุญาตให้ติดฉลาก “ปราศจากกลูเตน” สําหรับอาหาร ที่ ไม่รวมข้าวสาลี ไรน์ หรื อบาร์ เล่ย ์ เมื่อมีระดับกลูเตนไม่เกิน 20 mg/kg - การติดฉลากจะต้องมีเนื้อหาถูกต้อง และทนทานก่อนการ บรรจุ เอกสารเพิม่ เติมหาได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/tbt/KOR/11_3 071_00_x.pdf

2

เม็กซิ โก G/TBT/N/MEX/217 20 กันยายน 2554

นํ้ า ห นั ก สุ ท ธิ ข อ ง ร่ างข้อกําหนดสิ นค้าภายในประเทศและสิ นค้าการนําเข้า ผลิ ตภัณ ฑ์อ าหาร (Pre- ผลิ ต ภัณ ฑ์ใ นตลาดเม็ ก ซิ โ ก ข้อ กํา หนดนี้ ไม่ ร วมถึ ง bulk packaged products net product content) เอกสารเพิ่มเติมหาได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/tbt/MEX/11_3 001_00_s.pdf

ขอมลโดย: ้ ู มกอช. (website: http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/ เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ

1/ 4


ที่ 3

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข TBT วันที่ WTO แจ้ งเวียน

สิ นค้ า/ มาตรการ

สหภาพยุโรป G/TBT/N/EEC/401 14 กันยายน 2554

ร า ย ชื่ อ สิ น ค้ า ต า ม ภาคผนวก 1 ของ ระเบียบ EC No.1234/ 2007 เช่น นํ้ามันมะกอก ผลไม้และผัก ไวน์ เนื้ อ โค และเนื้ อลู ก วัว ไข่ สัตว์ปีก และผลิ ตภัณฑ์ เอทิ ล แอลกอฮอล์ จ าก วัตถุดิบเกษตร

สาระสํ าคัญ เพื่อให้เป็ นแนวทางเดียวกันกับ EC No. 1234/ 2007 ซึ่ ง ข้อกําหนดการนํามาใช้พฒั นามาตรฐานตลาดสําหรับสิ นค้า เกษตร

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

13 ธ.ค. 54

-

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค พัฒนาการ มาตรฐานตลาด

20 ต.ค. 54

-

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค

ร่ างนี้ ใช้ในการกําหนดกฎใหม่ โดยเฉพาะคํานิ ยามตั้งชื่ อ และ/ หรื อขาย คําอธิ บายสิ นค้า หลักการปฏิบตั ิตามมาตรฐาน การตลาดและหลัก การผลิ ต ไวน์แ ละข้อ ห้า มการผลิ ต ไวน์ สํ า หรั บ ผลิ ต ภัณ ฑ์ ไ ม่ ค รอบคลุ ม โดยเฉพาะมาตรฐาน ข้อกําหนดขั้นตํ่าของ “sound, fair and marketable” (การซื้ อ ขายได้อย่างยุติธรรม) คุณภาพของสิ นค้า เอกสารเพิม่ เติมหาได้จาก http://eurlex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=COM:2010:0 738:FIN:EN:PDF

4

แคนาดา G/TBT/N/CAN/343 1 กันยายน 2554

สารเคมี อ ั น ตรายและ ร่ า งข้อ กํา หนดรายการควบคุ ม การส่ ง ออกสารประกอบ สารกําจัดศัตรู พืช เรื่ อ งการเปลี่ ย นแปลงการหลี กเลี่ ย งการทํา ซํ้า และการติ ด ฉลากอย่า งชัด เจน ข้อ กํา หนดการส่ ง ออกของ Rotterdam Convention เอกสารเพิม่ เติมหาได้จาก http://www.gazette.gc.ca/rp-pr/p1/2011/2011-0806/html/reg2-eng.html

ขอมลโดย: ้ ู มกอช. (website: http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/ เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ

2/ 4


ที่ 5

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข TBT วันที่ WTO แจ้ งเวียน โคลัมเบีย G/TBT/N/COL/163 16 กันยายน 2554

สิ นค้ า/ มาตรการ

สาระสํ าคัญ

อาหาร วัตถุดิบสําหรั บ ข้อกําหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต หัวข้อ นิ ยาม ข้อกําหนด การบริ โภค ทัว่ ไป ชนิ ดของการตรวจสอบ การใช้ระบบสารสนเทศใน การควบคุ มกระบวนการต่างๆ เช่ น การควบคุ มการนําเข้า ข้อกําหนดก่อนการส่ งออก การตรวจสอบ การรั บรองและ การควบคุ ม การตรวจสอบสุ ข อนามัย และการรั บ รอง กระบวนการผลิต ณ จุ ดนําเข้า การควบคุมการส่ งออก การ บริ หารการจัดการ การสังเกตการณ์ และการปรั บปรุ ง การ ประกาศ และระยะเวลาตามข้อกําหนด

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

จุดประสงค์

14 ธ.ค. 54

วันที่ประกาศลง official Journal

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค

19 ธ.ค. 54

-

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค

เอกสารเพิม่ เติมหาได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/tbt/COL/11_2 968_00_s.pdf 6

โคลัมเบีย G/TBT/N/COL/155/ Add.1 26 กันยายน 2554

การติ ดฉลากอาหารดัด การบังคับใช้ร่างข้อกําหนดทางเทคนิคสําหรับการติดฉลาก แปรพันธุกรรม อาหารและเอกลั ก ษณ์ ข องวัต ถุ ดิ บ สํ า หรั บ การบริ โภค เกี่ ย วข้อ งกับ การดัด แปรพัน ธุ ก รรมและการบัง คับ ใช้ก าร จัดหาอื่นๆ เอกสารเพิม่ เติมหาได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/tbt/COL/11_3 029_00_s.pdf

7

8

เครื่ องดื่ ��� นํ้าผลไม้แ ละ ข้อ กําหนดคุ ณ ภาพ ความสะอาด และข้อ กําหนดการติ ด นํ้าผัก และ fruit nectar ฉลาก สําหรั บเครื่ องดื่ มผลไม้และเครื่ องดื่ มที่ ได้จากผลไม้ บางส่ วนและผัก fruit nectar และไม่มีคาร์ บอเนตผสม ซึ่ งไม่ ผสมเนื้อผักและผลไม้

31 ต.ค. 54

เปรู อ า ห า ร ดั ด แ ป ร การขยายระยะเวลาแสดงข้อคิดเห็ นในข้อกําหนดการติ ด ฉลากอาหารดัดแปรพันธุกรรม เป็ นวันที่ 30 กันยายน 2554 G/TBT/N/PER/37/Add.1 พันธุกรรม 26 กันยายน 2554

30 ก.ย. 54

จาไมกา G/TBT/N/JAM/25 2 กันยายน 2554

ขอมลโดย: ้ ู มกอช. (website: http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/ เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ

6 เดือนที่ประกาศใน คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค Jamaica Gazette

-

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค

3/ 4


ที่ 9

ประเทศทีแ่ จ้ ง หมายเลข TBT วันที่ WTO แจ้ งเวียน

สิ นค้ า/ มาตรการ

อาร์เจนตินา G/TBT/N/ARG/150/ Add.3 15 กันยายน 2554

ผลิตภัณฑ์อาหาร

สาระสํ าคัญ ปรับปรุ งข้อกําหนดการติดฉลากอาหารที่ปราศจากกลูเตน ต้องระบุชื่อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามคํา “ปราศจากกลูเตน” การอธิ บาย “Sin TACC” (ปราศจากข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าว บาร์ เล่ย ์ ข้าวไรส์ ) ต้องปรากฎใกล้ชื่อของผลิ ตภัณฑ์ มี การ เน้นข้อความ ตัวอักษรใหญ่และเห็นชัดเจน

วันสุ ดท้ ายทีแ่ สดง ความเห็น/คัดค้ าน

วันทีม่ ีผลบังคับใช้

-

-

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค

-

-

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค

จุดประสงค์

เอกสารฉบับเต็มหาได้จาก http://members.wto.org/crnattachments/2011/tbt/ARG/11_2 547_00_s.pdf 10

อาหารสัตว์ ยูเครน G/TBT/N/UKR/57/Add.2 2 กันยายน 2554

ปรั บปรุ งข้อกําหนดการบรรจุ และการติ ดฉลาก complete ration feeds” เอกสารฉบับเต็มหาได้จาก http://www.minagro.kiev.ua/page/?11807

11

บราซิ ล G/TBT/N/BRA/448 28 กันยายน 2554

เ ห็ ด อิ น ท รี ย์ แ ล ะ ร่ างข้อกําหนดสําหรั บเห็ ดอิ นทรี ยแ์ ละผลิ ตภัณฑ์สําหรั บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ สํ า ห รั บ บริ โภค รวมทั้ง สารที่สกัดมาจากเห็ ด การแปรรู ป และการ เก็บรักษา บริ โภค

-

3 ส.ค. 54

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค

12

บราซิ ล G/TBT/N/BRA/386/ Add.2 28 กันยายน 2554

ปลาซาร์ดีนกระป๋ อง

-

13 ก.ค. 54

คุม้ ครองผูบ้ ริ โภค

ประกาศปรับปรุ งร่ าง G/ TBT/ N/ BRA/ 386/ Add.1 เรื่ อง เอกลักษณ์และข้อกําหนดคุณภาพสําหรับซาดีนกระป๋ องใน ตลาดบราซิ ลหรื อตลาดนอก เอกสารฉบับเต็มหาได้จาก http://www.jusbrasil.com.br/diarios/28334601/dou-secao-113-07-2011-pg-3

กองนโยบายมาตรฐานสิ นค้าเกษตรและอาหาร สํานักงานมาตรฐานสิ นค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ sps@acfs.go.th 02 561 2277 ต่อ 1344 หรื อ 1345 ข้ อมูลโดย: มกอช. (website: http://www.acfs.go.th/searchNotification.php) เรี ยบเรี ยงโดย สมาคมผูผ้ ลิตอาหารสําเร็ จรู ป/ เจ้าหน้าที่การค้าและวิชาการ

4/ 4


สา นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พ า ณิ ช ย์ สา นั ก น โ ย บ า ย เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร พ า ณิ ช ย์ ม ห ภ า ค

การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจการค้าของสหภาพยุโรปและการปรับตัวของไทย พฤศจิกายน ๒๕๕๔ สานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การพาณิชย์ โดย ฤทัยชนก จริงจิตร (Ph.D.) นักวิชาการพาณิชย์ปฏิบตั กิ าร สหภาพยุโรป (European Union: EU) เป็นองค์การ ระหว่างประเทศซึ่งนับเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการรวมกลุ่ม ทางเศรษฐกิจ ที่สาคั ญของโลก ในปัจ จุบัน สหภาพยุโรป ประกอบไปด้ ว ยสมาชิ ก 27 ประเทศ จึ ง ท าให้ จ านวน ประชากรโดยรวมมีมากกว่า 500 ล้านคน นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศยังมีมูลค่าถึงประมาณ 1 ใน 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งโลก บทความชิ้ น นี้ มี วั ต ถุ ป ระสงค์ ใ นการวิ เ คราะห์ การ เปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจการค้าของสหภาพยุโรปตั้งแต่ อดี ต ถึ ง ปั จ จุ บั น ซึ่ ง มี ผ ลกระทบที่ มี นั ย ส าคั ญ ต่ อ ภาวะ เศรษฐกิ จ ในระดั บ โลกรวมทั้ ง ประเทศไทย เพื่ อ วัตถุประสงค์ในการให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับ การปรับตัวของไทยต่อไปในอนาคต การจัดทาบทความ ชิ้นนี้ใช้วิธีการวิเคราะห์ (Analyse) และสังเคราะห์ (Synthesise) ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) และเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) เพื่อให้ได้ผล การศึกษาที่มหี ลากหลายมุมมองและมีความครอบคลุม ที่มาของสหภาพยุโรป เมื่อครั้งแรกเริ่มนั้น การรวมกลุ่ม ระหว่างประเทศในยุโรปมีวัตถุประสงค์หลักในการป้องกัน การเกิดสงครามโลก ซึ่งนาไปสู่การก่อตั้งประชาคมถ่านหิน และเหล็กกล้าแห่งยุโรป (European Coal and Steel Community: ECSC) เมื่อ พ.ศ. 2495 เพื่อป้องกันการ นาถ่านหินและเหล็กกล้า ไปใช้เพื่อการก่อสงคราม โดยมี สมาชิกผู้ก่อตั้งทั้งสิ้น 6 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมัน

อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์ก ต่อมาการ รวมกลุ่ มระหว่ า งประเทศดัง กล่า วได้ มีพั ฒ นาการอย่ า ง ต่ อ เนื่ อ ง ไ ป สู่ ก าร เ ป็ น ป ระ ช า ค มเ ศ รษ ฐกิ จ ยุ โ ร ป (European Economic Community: EEC) ประชาคม ยุโรป (European Community: EC) และได้กลายเป็น สหภาพยุโรป (EU) ภายหลังการลงนามในสนธิสัญญา มาสทริชท์ (Mastricht Treaty) เมื่อ พ.ศ. 2535 นอกจากนั้นการรวมกลุ่มนับตั้งแต่เป็น ประชาคมถ่านหิน และเหล็ ก กล้ า แห่ ง ยุ โ รปได้ มี ก ารขยายจ านวนสมาชิ ก เพิ่มเติมทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยที่ 3 ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก การเข้าสู่การเป็นสหภาพยุโรป ได้แก่ในปี พ.ศ. 2538, 2547 และ 2550 ซึ่ง ในปี 2547 นั บเป็ น การขยาย จานวนสมาชิกครั้งใหญ่ที่สุด โดยมีประเทศที่เข้าร่วมทั้งสิ้น 10 ประเทศ

เศรษฐกิจสหภาพยุโรป เศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สหภาพยุโรปนับเป็น เศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อพิจารณาปริมาณ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ม วลรวมภายในประเทศ (16.250 ล้ า น ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 25.8% ในปี 2553) โดยมี สหรัฐอเมริกาตามมาอย่างใกล้ชิดเป็นอันดับ 2 (23.1% ในปี 2553) ส่ ว นจี น และญี่ปุ่ น เป็ น อัน ดั บ ที่ 3 และ 4 ตามลาดับ (9.3% และ 8.7% ในปี 2553 ตามลาดับ)


สา นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พ า ณิ ช ย์ สา นั ก น โ ย บ า ย เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร พ า ณิ ช ย์ ม ห ภ า ค

แผนภาพ 1 ปริมาณการนาเข้าสินค้าของสหภาพยุโรป

แผนภาพ 2 เปรียบเทียบปริมาณ GDP ของประเทศที่สาคัญ (ที่มา: World Bank)

เมื่อพิจารณาย้อนกลับไปในอดีต สหรัฐอเมริกาเคยครอง แชมป์อันดับ 1 ในด้าน GDP ก่อนที่สหภาพยุโรปจะ สามารถแซงหน้าได้ในปี พ.ศ. 2546-2547 ซึ่ง มี ความสัมพันธ์กับการขยายจ านวนสมาชิกครั้ง ใหญ่ที่สุด ของสหภาพยุโรป ครองแชมป์ด้านการนาเข้าและส่งออก นอกจากการเป็น ผู้นาในด้านขนาดเศรษฐกิจ สหภาพยุโรปยังมีสัดส่วนการ นาเข้าและส่งออกสินค้ามากเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยใน ปี 2553 การน าเข้ า ของสหภาพยุ โ รปนั บ เป็ น ร้ อ ยละ 1 6 . 4 ส่ ว น ก า ร ส่ ง อ อ ก นั บ เ ป็ น ร้ อ ย ล ะ 1 5 . 1 สหรั ฐ อเมริ ก าครองอั น ดั บ 2 ในด้ า นการน าเข้ า สิ น ค้ า (16.2%) ตามมาด้วยจีน แต่ด้านการส่งออกจีนสามารถ ครองอันดับ 2 รองจากสหภาพยุโรป คือมีสัดส่วนร้ อยละ 13.3 ตามมาด้วยสหรัฐอเมริ กาที่ร้อยละ 10.8 สาหรับ ภาคบริการ สหภาพยุโรปก็มีสัดส่วนการนาเข้าและส่งออก เป็นอันดับ 1 เช่นกัน ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่า ด้าน สินค้า เนื่องจากการนาเข้า (22.1%) และส่งออกบริการ (24.9%) มีสัดส่วนที่สูงกว่าการนาเข้าและส่งออกสินค้า

แผนภาพ 3 ปริมาณการส่งออกสินค้าของสหภาพยุโรป

แผนภาพ 4 ปริมาณการนาเข้าบริการของสหภาพยุโรป

แผนภาพ 5 ปริมาณการส่งออกบริการของสหภาพยุโรป (ที่มา: EUROSTAT)


สา นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พ า ณิ ช ย์ สา นั ก น โ ย บ า ย เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร พ า ณิ ช ย์ ม ห ภ า ค

เหล่านี้ ซึ่งได้ลุกลามกลายเป็น ปัญหาในภาพรวมของทั้ง สหภาพยุโรปเนื่องจากความสัมพันธ์กันในด้านเศรษฐกิจ ของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะการที่สหภาพยุโรปต้องยื่น มือเข้าไปช่วยเหลือชาติสมาชิกที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ

ภาคบริการ

ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร

แผนภาพ 6 ปริมาณการส่งออกบริการของสหภาพยุโรป (ที่มา: EUROSTAT และ UNCTAD)

ภ า ค บริ ก า ร เป็ น ห ลั ก ข อ ง โ ค ร ง ส ร้ า ง เศ ร ษ ฐ กิ จ นอกจ���กนั้นข้อมูลนี้ยังชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจของ สหภาพยุโรปพึ่งพาภาคบริการค่อนข้างมาก เมื่อพิจารณา สัดส่วนของภาคบริการใน GDP พบว่าในปีที่แล้วมีสัดส่วน เกือบร้อยละ 80 โดยตั้งแต่ปี 2538 สัดส่วน GDP ภาค บริ ก ารของสหภาพยุ โ รป มี แ นวโน้ ม เพิ่ ม สู ง ขึ้ น เรื่ อ ยๆ ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับภาคการเกษตร ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์น้อยมากใน ปริมาณ GDP ทั้งหมดของสหภาพยุโรป (EUROSTAT, UNCTAD)

วิกฤติเศรษฐกิจ วิ ก ฤติ ก่ อ ตั ว จากภาคการเงิ น ตั้ ง แต่ ปี พ.ศ. 2551 สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปเริ่มส่อเค้าว่าจะ มีการเกิดวิกฤติในภาคการเงินจากภาระหนี้สาธารณะ ซึ่ง ได้เพิ่มจานวนขึ้นสูงมากเนื่องจากรัฐบาลต้องยื่นมือเข้าไป ช่วยเหลือสถาบันการเงินให้อยู่รอด โดยเฉพาะในประเทศ สมาชิ กยูโรโซน ได้แก่ กรีซ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน และอิตาลี หรือกลุ่ม PIIGS ปริมาณหนี้ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นมากนี้ ได้นาไปสู่วิกฤติด้านความเชื่อมั่น (Crisis of Confidence) เกี่ ย วกั บ ความสามารถในการจ่ า ยคื น หนี้ ข องประเทศ

ปัญหาหลักคือกรีซ กรีซซึ่งนับเป็นประเทศที่เป็นปัญหา ใหญ่ของสหภาพยุโรป เริ่มมีความเปราะบางทางการเงิน มาตั้งแต่การก้าวเข้ามาของรัฐบาลฝ่ายซ้าย ซึ่งนานโยบาย รัฐสวัสดิการมาใช้ในการบริหารประเทศ จึงทาให้ ต้องใช้ เงินจานวนมหาศาลและนาไปสู่การขาดดุลงบประมาณ (Kathimerini, 2010) กรีซจึงมีปริมาณหนี้ต่อ GDP ที่สูง มากกว่าประเทศอื่นๆ เนื่องจากความเปราะบางของ เศรษฐกิ จ กรี ซ จึ ง ได้ รั บ ผลกระทบที่ รุ น แรงจากวิ ก ฤติ เศรษฐกิจทางการเงินที่เกิดขึ้นในปี 2550 โดยเฉพาะภาค การท่องเที่ยวและการขนส่ง ซึ่ง เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ ที่สุดของประเทศ (Berteloot and Hebert, 2010) ทา ให้กรีซมีปริมาณการขาดดุลงบประมาณเมื่อเทียบกับ GDP มากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก วิกฤติเศรษฐกิจขยายวงกว้างในหลายประเทศ นอกจาก กรีซแล้ว วิกฤติเศรษฐกิจ ยังขยายวงกว้างไปยัง ประเทศ อื่นๆ ในสหภาพยุโรป ที่สาคัญได้แก่ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส และสเปน ซึ่ ง มี ป ริ ม าณการขาดดุ ล งบประมาณ 32% 9.1% และ 9.2% ตามลาดับ โดยเฉพาะไอร์แลนด์ซึ่ง ประสบปัญหาจากการที่รัฐยื่นมือเข้าไปโอบอุ้มธนาคารซึ่ง ได้รับผลกระทบจากวิกฤติฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงทาให้มีการขาดดุลงบประมาณสูงมากถึง 32% ของ GDP (The Economist, 2010) และมีหนี้สาธารณะ เกือบเท่ากับ GDP ในปี 2553 (96.2%) ส่วนโปรตุเกสมี ปัญหาคล้ายกับกรีซแต่ระดับความรุนแรงน้อยกว่า โดยใน ปี 2553 โปรตุเกสมีหนี้สาธารณะ 93% ต่อ GDP จาก ปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้ง 3 ประเทศต้องขอรับความช่วยเหลือ จากอียูและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จนถึง ขณะนี้ IMF และ EU ได้ให้เงินช่วยเหลือไปแล้วรวมทั้งสิ้น 4.8 ล้านล้านบาท และกาลังจะพิจารณาความช่วยเหลือ ในระลอกที่ 2 ประเทศที่อยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง อีก 2 ประเทศคือ อิตาลี ซึ่งมีปริมาณหนี้สูงถึง 119% ของ GDP นับเป็นอันดับที่ 2 รองจากกรีซ (142.8%) ใน ปี 2553 และอันดับที่ 3 คือเบลเยี่ยมซึ่งมีปริมาณหนี้ 96.8% รวมทั้งมีสถาบันการเงินที่ขาดเสถียรภาพ ทว่า


สา นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พ า ณิ ช ย์ สา นั ก น โ ย บ า ย เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร พ า ณิ ช ย์ ม ห ภ า ค

การที่เบลเยี่ยมพึ่งพิงเงินออมที่มีอยู่ค่อนข้างมากในการ บรรเทาการขาดดุลงบประมาณที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก (4.1%) ทาให้ประเทศไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากความ ผันผวนของเศรษฐกิจภายนอก (US Department of State, 2010) ขาดความยืดหยุ่น ในเชิงนโยบาย? ในอีกมุมองหนึ่ง วิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิ กของสหภาพ ยุโรปอาจสะท้อนให้เห็นถึง การขาดความยืดหยุ่นในการ ดาเนินนโยบายทางการเงินที่ถูกกาหนดร่วมกัน ซึ่งทาให้ แต่ละประเทศไม่สามารถลดหรือเพิ่มค่าเงินได้อย่างอิสระ เมื่ อ เผชิ ญ กั บ ปั ญ หานอกจากนั้ น ก็ ยั ง แสดงให้ เ ห็ น ถึ ง อุปสรรคในการบังคับใช้นโยบายหรือกฎระเบียบของยูโร โซน อาทิ การก าหนดไม่ ใ ห้ ส มาชิ ก มี ห นี้ ส าธารณะเกิ น 60% หรือห้ามขาดดุลงบประมาณเกิน 3% ของ GDP ซึ่ง สมาชิกหลายประเทศไม่สามารถปฏิบัติตามกฎดังกล่าวได้ แต่อาจใช้วิธีปกปิดตัวเลขที่แท้จริงไว้ จึงนามาสู่การเกิด วิกฤติเศรษฐกิจ

อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมได้ลดลงเป็น อย่าง มากจนมีค่าติดลบกว่า 4% ในปี 2552 เนื่องจาก ผลกระทบของวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ที่เริ่มก่อตัวใน สหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปลายปี 2551 และปรากฏอย่าง ชัดเจนในปี 2552 ถึงแม้ว่าการขยายตัวจะได้เพิ่มขึ้นอีก ครั้งในปี 2553 (Rebound) ซึ่งมีส่วนแสดงให้เห็นถึงการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

แผนภาพ 7 อัตราการว่างงานของสหภาพยุโรป (ที่มา: EUROSTAT)

10 5 0 -5 -10 -15 -20 -25 -30 -35 EU27 Greece Portugal

Eurozone17 Spain United Kingdom

Ireland Italy

แผนภาพ 9 ปริมาณงบประมาณขาดดุล/เกินดุลของสหภาพยุโรป (ที่มา: ECB และ European Commission)

เครื่องชี้วิกฤติและสัญญาณแห่งการฟื้นตัว เมื่อพิจารณา เศรษฐกิจของสหภาพยุโรปในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่าน มาในทางสถิติ จะเห็นได้ว่าอัตราการว่างงานซึ่งมีแนวโน้ม ลดลง ได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปี 2552 และยังคง สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2553 ในทิศทางตรงกันข้าม

แผนภาพ 8 อัตราการขยายตัวของ GDP สหภาพยุโรป (ที่มา: EUROSTAT)

ในทิศทางเดียวกัน การส่งออกนาเข้า ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ในช่วงที่ผ่านมาได้ลดต่าลงมากในปี 2552 ทว่ากระเตื้อง ขึ้นในปี 2553 เช่นเดียวกับอัตราการขยายตัวของ GDP แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะภาคบริการพบว่าระดับการส่งออก นาเข้ายังคงมีปริมาณเท่าๆ กับในปี 2552 ซึ่งอาจสะท้อน ว่าภาคบริการมีการฟื้นตัวในอัตราที่ช้ากว่า ซึ่งมีนัยสาคัญ


สา นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พ า ณิ ช ย์ สา นั ก น โ ย บ า ย เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร พ า ณิ ช ย์ ม ห ภ า ค

เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปพึ่งพิงภาค บริการในสัดส่วนที่สูงมาก ดังที่อธิบายข้างต้น

แผนภาพ 9 ปริมาณการส่งออก/นาเข้าสินค้าของสหภาพยุโรป (ที่มา: EUROSTAT)

แผนภาพ 10 ปริมาณการส่งออก/นาเข้าบริการของสหภาพยุโรป (ที่มา: WTO)

โอกาสกลับเข้าสู่วิกฤติมีสูง ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยที่แสดงถึง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหภาพยุโรปในภาพรวม การกลับ เข้ า สู่ ภ าวะวิ ก ฤติ อี ก ครั้ ง ก็ มี ค วามเป็ น ไปได้ สู ง มาก เนื่องจากประเทศในกลุ่ม PIIGS ก็ยังคงประสบกับปัญหา หนี้ ส าธารณะ โดยเฉพาะกรี ซ ซึ่ ง ยั ง ไม่ ส ามารถก้ า วพ้ น ภาวะวิกฤติได้ นอกจากนั้นยังมีแนวโน้มว่าประเทศสมาชิก อื่นๆ อาทิ อิตาลี หรือฝรั่งเศสซึ่งมีข่าวว่าอาจถูก ปรับลด อันดับความน่าเชื่อถือ เนื่องจากรัฐบาลได้อัดฉีดเงิ น เพื่อ โอบอุ้ ม สถาบั น การเงิ น เป็ น จ านวนมาก ก็ อ าจประสบ ปัญหาในลักษณะเดียวกัน

ความเสี่ยงในภาคการเงินและความสับสนของนโยบาย ในภาพรวม ณ ปัจจุบัน สถานะทางการเงินของสหภาพ ยุโรปก็อยู่ในภาวะสั่นคลอนเนื่องจากธนาคารของยุโรป 90 แห่ง มีภาระหนี้ ระยะสั้นที่ต้องชาระคื นภายใน 2 ปี จานวนมหาศาลถึง 4.8 ล้านล้านยูโร ซึ่งนับเป็นปริมาณ เกินครึ่งหนึ่งของ GDP รวมกัน 17 ประเทศของสมาชิกยู โรโซน (Peterson Institute for International Economics, 2011) ดังนั้นความไม่แน่นอนของ สถานการณ์ จึ ง มี อ ยู่ สู ง และยั ง มี ค วามสั บ สนว่ า แต่ ล ะ ประเทศที่ภาวะเศรษฐกิจมีความเสี่ยงจะมีนโยบายในการ หาทางออกอย่างไร ทั้งนี้สหภาพยุโรปก็ยังมีนโยบายที่ไม่ ชัดเจนว่าจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อย่างยั่งยืนได้ อย่างไร

ความสัมพันธ์ทา���การค้ากับไทย ในมุ ม มองของสหภาพยุ โ รป ไทยเป็ น คู่ ค้ า รายย่ อ ยซึ่ ง มี สัดส่วนการค้าเพียงประมาณ 1% เท่านั้น ในปี 2553 ไทยเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 24 ของสหภาพยุโรป และ เป็นประเทศคู่ค้าในอาเซียนอันดับ 3 รองจากสิงคโปร์และ มาเลเซีย โดยไทยเป็นแหล่งนาเข้าอันดับที่ 20 และเป็น ตลาดส่งออกอันดับที่ 33 ของสหภาพยุโรป เมื่อพิจารณา ถึงดุลการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป พบว่าไทยอยู่ใน สภาวะที่ได้เปรียบดุลการค้ามาอย่างต่อเนื่อง สหภาพยุ โ รปเป็ น หนึ่ ง ในคู่ ค้ า หลั ก ของไทย ส าหรั บ ประเทศไทย สหภาพยุโรปนับเป็นคู่ค้าที่สาคัญอันดับ 4 รองจากญี่ปุ่น อาเซียน และจีน มี ส่วนแบ่งตลาด 9.4% ในปี 2553 จากการค้ารวมทั้งหมดของไทยกับ นานาชาติ ด้านการส่งออก สหภาพยุโรปเป็นตลาดหลักของไทย โดย เป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 (11.2%) รองจากอาเซียน (21.5%) ในด้านการนาเข้า สหภาพยุโรปก็เป็นตลาดที่ สาคัญมากเนื่องจากเป็นแหล่งนาเข้าอันดับ 4 ของไทย รองจากญี่ปุ่น อาเซียน และจีน


สา นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พ า ณิ ช ย์ สา นั ก น โ ย บ า ย เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร พ า ณิ ช ย์ ม ห ภ า ค

Imports Partners Extra EU27

Major Exports Partners

1,992,424.8 100.0%

Extra EU27

Trade Partners

1,787,150.5 100.0%

Extra EU27

3,779,575.3 100.0%

1 China

373,511.4 18.8%

1 United States 313,121.1 17.5% 1 United States 533,490.7 14.1%

2 United States

220,369.6 11.1%

2 China

148,968.6

8.3% 2 China

522,480.0 13.8%

3 Russia

192,739.0

9.7%

3 Switzerland

138,185.5

7.7% 3 Russia

306,503.7

8.1%

4 Switzerland

110,662.7

5.6%

4 Russia

113,764.7

6.4% 4 Switzerland

248,848.2

6.6%

85,681.3

4.3%

6 Japan

56,991.0

3.2% 5 Japan

142,672.3

3.8%

10 India

43,997.7

2.2%

8 India

45,066.9

2.5% 6 India

89,064.6

2.4%

15 Malaysia

27,136.8

1.4% 15 Singapore

31,504.3

1.8% 12 Singapore

56,283.1

1.5%

18 Singapore

24,733.8

1.2% 29 Malaysia

14,770.3

0.8% 22 Malaysia

41,907.1

1.1%

20 Thailand

22,815.1

1.1% 33 Thailand

13,028.6

0.7% 24 Thailand

35,843.7

0.9%

25 Indonesia

18,083.1

0.9% 38 Indonesia

8,232.5

0.5% 32 Indonesia

26,315.6

0.7%

6 Japan

ตาราง 1 ประเทศคู่ค้าที่สาคัญของสหภาพยุโรปในปี 2553 (หน่วย: ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ที่มา: World Trade ATLAS) Imports Partners World

Export Partners

184,519.5 100.0%

World

Trade Partners

195,297.3 100.0%

World

379,816.8 100.0%

1 Japan

38,305.9

20.8% 1 ASEAN9

41,988.3

21.5% 1 ASEAN9

74,757.1

19.7%

2 ASEAN9

32,768.8

17.8% 2 EU27

21,820.0

11.2% 2 Japan

58,722.4

5.5%

3 China

24,518.7

13.3% 3 China

21,470.9

11.0% 3 China

45,989.6

12.1%

4 EU27

14,045.9

7.6% 4 Japan

20,416.5

10.5% 4 EU27

35,865.9

9.4%

10.3% 5 United States

31,007.5

8.2%

15,337.9

4%

5 United States 10,802.8

5.9% 5 United States 20,204.7

6 UAE

4.7% 6 Hong Kong

8,752.1

13,132.0

6.7% 6 Australia

ตาราง 2 ประเทศคู่ค้าที่สาคัญของไทยในปี 2553 (หน่วย: ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ที่มา: World Trade ATLAS)

วิ ก ฤติ ก ระทบหนั ก ต่ อ การส่ ง ออกน าเข้ า ในช่ ว งวิ ก ฤต เศรษฐกิจ อัตราการขยายตัว ของดุลการค้าเริ่มแสดงให้ เห็นถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของสหภาพยุโรป เมื่ออัตรา การขยายตัว ของดุลการค้า ระหว่างไทยกับ สหภาพยุโรป เริ่มติดลบในปี 2551 ซึ่งสะท้อนว่าการส่งออกสินค้าของ ไทยไปสหภาพยุ โ รปเริ่ ม ลดน้ อ ยลง และผลของวิ ก ฤต เศรษฐกิจ ก็ปรากฏอย่างชัดเจนในปีต่อมา เมื่ออัตราการ ขยายตั ว ของการส่ ง ออก น าเข้ า การค้ า โดยรวม และ ดุลการค้า ต่างมีมูล ค่าติดลบทั้งสิ้น โดยเฉพาะอัตราการ ขยายตัวของดุลการค้า มีค่าติดลบถึง 32.62% เมื่อ วิเคราะห์ตามรายสินค้าพบว่าสินค้าส่งออกสูงสุดทั้ง 10 รายการต่ า งมี อั ต ราการขยายตั ว ติ ด ลบในปี 2552 โดยเฉพาะยางพารา รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ซึ่งขยายตัวติดลบถึง ประมาณ 50% ในทิศทางเดียวกันสินค้านาเข้าสูงสุด 8 จาก 10 รายการก็มีอัตราการขยายตัวติดลบในปี 2552 ยกเว้ น เพี ย งเครื่ อ งบิ น เครื่ อ งร่ อ น อุ ป กรณ์ ก ารบิ น ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม ทว่าในภาพรวม การ นาเข้าสินค้าของไทยได้รับผลกระทบน้อยกว่าการส่งออก สินค้าไปสหภาพยุโรป


สา นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พ า ณิ ช ย์ สา นั ก น โ ย บ า ย เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร พ า ณิ ช ย์ ม ห ภ า ค สินค้า

มูลค่า : ล้านเหรียญ 2552 2553

2551

2554

อัตราขยายตัว (%) 2551 2552 2553 2554

(ม.ค.-ก.ค.)

1 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2 อัญมณีและเครื่องประดับ 3 ยางพารา 4 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 5 เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 6 เครื่องนุ่งห่ม 7 ผลิตภัณฑ์ยาง 8 เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ 9 แผงวงจรไฟฟ้า 10 ไก่แปรรูป รวม 10 รายการ อื่นๆ รวมทั้งสิ้น

3,308.1 1,500.5 663.4 1,325.8 974.3 1,074.3 757.4 810.3 756.1 759.1 11,929.2 11,462.9 23,392.1

2,482.6 1,233.7 321.8 582.0 520.6 968.4 641.6 760.5 596.9 640.8 8,748.8 9,404.8 18,153.6

2,800.6 1,509.3 732.9 1,097.1 763.9 1,013.8 826.2 840.1 757.4 744.8 11,086.0 10,728.5 21,814.6

1,529.1 1,011.6 792.6 628.7 623.3 618.6 588.6 583.9 552.8 485.2 7,414.4 7,442.2 14,856.7

(ม.ค.-ก.ค.)

2.75 30.39 15.90 -16.88 -12.05 9.67 19.99 3.00 -18.36 54.21 4.08 12.09 7.86

-24.95 -17.78 -51.49 -56.10 -46.57 -9.86 -15.29 -6.14 -21.06 -15.59 -26.66 -17.95 -22.39

12.81 22.34 127.75 88.50 46.74 4.69 28.77 10.47 26.88 16.23 26.71 14.07 20.17

-1.58 25.15 93.17 2.56 31.36 7.28 23.19 44.00 31.20 20.49 20.68 24.01 22.33

ตาราง 3 สินค้าส่งออกไปสหภาพยุโรป 10 อันดับแรกของไทย (หน่วย: ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ที่มา: กระทรวงพาณิชย์)

สินค้า 2551

มูลค่า : ล้านเหรียญ 2552 2553

2554

อัตราขยายตัว (%) 2551 2552 2553 2554

(ม.ค.-ก.ค.)

1 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

(ม.ค.-ก.ค.)

2,459.8

2,249.8

2,711.4

301.2

732.6

114.9

3 เคมีภัณฑ์

1,636.9

1,133.4

1,517.8

4 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

1,059.3

799.2

887.3

658.8

3.45 -24.55 11.02

26.93

5 ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม 6 เครือ่ งเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคา

773.5 629.8

795.3 271.1

906.3 390.2

553.4 403.5

21.08 2.82 13.96 51.21 -56.95 43.90

5.93 60.23

7 ผลิตภัณฑ์โลหะ

450.8

347.8

358.2

387.3

0.78 -22.84 2.98

100.91

8 เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การ

529.5

470.4

505.1

380.6

23.09 -11.17 7.38

38.02

9 แผงวงจรไฟฟ้า

580.6

470.7

671.5

380.3 -12.73 -18.93 42.66

-0.31

10 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์

648.0

547.5

528.7

315.7

64.58 -15.50 -3.43

-12.15

รวม 10 รายการ

9,069.5

7,817.9

8,591.4

6,966.3 18.37 -13.80 9.89

36.58

อื่นๆ

5,263.1

4,231.8

5,296.3

3,809.0 22.68 -19.59 25.16

28.09

รวมทั้งสิ้น

14,332.6 12,049.7 13,887.7 10,775.3 19.92 -15.93 15.25

33.46

2 เครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบิน

1,655.5 22.74 -8.54 20.52

1.85

1,144.9 -18.33 143.22 -84.32 1,580.55 1,086.2 28.55 -30.76 33.91

20.14

ตาราง 4 สินค้าส่งออกไปสหภาพยุโรป 10 อันดับแรกของไทย (หน่วย: ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ที่มา: กระทรวงพาณิชย์)

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: การปรับตัวของไทย แสวงหาโอกาสจากเศรษฐกิจใหม่ในโลก วิกฤติเศรษฐกิจ ครั้ ง นี้ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ต่ อ สหภาพยุ โ รปได้ ส่ ง ผลกระทบต่ อ การ ส่งออกของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งจากสาเหตุในทาง ตรงที่ปริมาณอุปสงค์ลดลง และในทางอ้อมคือการที่ภาวะ เศรษฐกิ จ ตกต่ าได้ ท าให้ ค่ า เงิ น ยู โ รอ่ อ นตั ว จึ ง ท าให้ ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปรู้สึกว่าสินค้าไทยมีราคา

สูงขึ้น นอกจากสหภาพยุโรปแล้ว วิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรง ก็ได้เกิดขึ้นกับประเทศมหาอานาจอย่างสหรัฐอเมริกาอีก ด้วย ดังนั้นการปรับตัวของไทยจึงหนีไม่พ้นการแสวงหา โอกาสจากประเทศเศรษฐกิ จ ใหม่ อาทิ กลุ่ ม CIVETS (Colombia, Indonesia, Vietnam, Egypt, Turkey and South Africa) และ BRICS (Brazil, Russia, India China and South Africa) ซึ่งมีอัตราการขยายตัวทาง


สา นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พ า ณิ ช ย์ สา นั ก น โ ย บ า ย เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร พ า ณิ ช ย์ ม ห ภ า ค

เศรษฐกิ จ อยู่ ใ นระดั บ ที่ สู ง มาก เช่ น จี น และอิ น เดี ย โดยเฉพาะจีนซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะแซงหน้า สหภาพยุโรป มาเป็นประเทศส่งออกอันดับ 2 ของไทย รองจากอาเซียน (ในปี 2553 ไทยส่ ง ออกไปจี น ร้ อ ยละ 11 เที ย บกั บ สหภาพยุโรปร้อยละ 11.2) รวมทั้งประเทศอื่นๆ ในทวีป เอเชียซึ่งกาลังทวีความสาคัญในด้านเศรษฐกิจในปัจจุบัน ข้อมูลจากรายงานล่าสุดของธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) ชี้ให้เห็นว่าในปี ค.ศ. 2050 เอเชียจะมีสัดส่วนการค้าการลงทุน และ GDP มากกว่ากึ่ง หนึ่ ง ของโลก นอกจากนั้ น ก าลั ง ซื้ อ ของประชากรใน ภู มิ ภ าคจะเพิ่ ม ขึ้ น อย่ า งก้ า วกระโดดเป็ น 6 เท่ า ของ ปัจ จุ บัน และจะไม่มีประเทศที่ยากจนหลงเหลืออยู่ เลย ทว่าการมุ่งเน้นส่งออกสินค้าสู่ตลาดใหม่เหล่านี้ก็อาจได้รับ ผลกระทบหากวิ ก ฤติ เ ศรษฐกิ จ ยั ง คงด าเนิ น ต่ อ ไป เนื่ อ งจากประเทศเหล่ า นี้ ล้ ว นมี ค วามสั ม พั น ธ์ กั บ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปทั้งในด้านการค้าการลงทุน และการเป็นเจ้าหนี้ จึงมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจอาจชะลอตัว ตามไปด้วย ดังนั้นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในโดย ส่งเสริมการค้าและการบริโภคภายในประเทศก็ควรเป็นอีก มาตรการหนึ่งซึ่งจะช่วยลดความอ่อนไหวของเศรษฐกิจ ไทยต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

มุ่ ง เน้ น เศรษฐกิ จ เก่ า ที่ ยั ง มี ศั ก ยภาพสู ง ที่ ผ่ า นมาไทย มุ่ง เน้นทาการค้ า กับประเทศสมาชิ กดั้ง เดิมของสหภาพ ยุโรปซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจค่อนข้างใหญ่ ทว่าหากพิจารณา ในด้านการขยายตัวทางของ GDP พบว่าประเทศเหล่านี้มี อัตราการขยายตัว ในช่ วงทศวรรษที่ผ่า นมาค่ อนข้า งต่ า ยกเว้นเยอรมันนี ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด และอาจ ถือได้ว่าเป็นตัวจักรสาคัญในการกอบกู้สถานการณ์ทาง เศรษฐกิ จ ของสหภาพยุ โ รป รวมถึ ง ลั ก เซมเบิ ร์ ก และ ประเทศในกลุ่ม สแกนดิเนเวีย ดัง นั้นประเทศเหล่า นี้จึ ง ยังคงมีศักยภาพสูงในการเป็นตลาดการค้าของไทย ให้ ค วามส าคั ญ กั บ เศรษฐกิ จ ใหม่ ใ นสหภาพยุ โ รป ทว่าในลักษณะเดียวกันกับแนวคิดในการส่งออกสินค้าสู่ ประเทศเศรษฐกิจใหม่ในตลาดโลก การปรับตัวของไทยใน ด้านการค้ากับสหภาพยุโรปในอนาคตก็ไม่ควรละเลยการ หาโอกาสจากตลาดใหม่ ซึ่ ง มี อั ต ราการขยายตั ว ทาง เศรษฐกิจสูงได้แก่ประเทศสมาชิกใหม่ หรือ EU12 ซึ่งมี อัตราการขยายตัวสูงกว่าประเทศสมาชิกอื่นๆ ใน EU27 อย่างเห็นได้ชัด อาทิ สาธารณรัฐเช็ก หรือโปแลนด์ซึ่งเป็น ตลาดที่ น่ า สนใจมากที่ สุ ด ประเทศหนึ่ ง เนื่ อ งจากมี เศรษฐกิจที่เป็นการค้าระบบเปิดแบบเสรี และมีต้นทุนต่า ในการลงทุนและการเข้าสู่ตลาด

แผนภาพ 11 การขยายตัวของ GDP (1995 - 2010) (ที่มา: EUROSTAT)


สา นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พ า ณิ ช ย์ สา นั ก น โ ย บ า ย เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร พ า ณิ ช ย์ ม ห ภ า ค

2009-2013 (%)

4.0 3.0 2.0 1.0 0

0

1.0

2.0

3.0 4.0 1999-2008 (%)

5.0

6.0

7.0

แผนภาพ 12 การขยายตัวทางเศรษฐกิจในอดีตและศักยภาพในอนาคต (ที่มา: European Commission)

โปแลนด์นับเป็นตลาดข้าวที่มีศักยภาพแห่งหนึ่งของไทยใน ยุ โ รปตะวั น ออก เนื่ อ งจากประชากรนิ ย มบริ โ ภคข้ า ว ทว่าข้าวไทยที่ส่งไปขายในโปแลนด์มักเสียเปรียบข้าวของ คู่แข่งในด้านราคา อาทิ เวียดนาม เพราะชาวโปแลนด์ส่วน ใหญ่มีข้อจากัดในด้านกาลังซื้อ ดังนั้ นการส่งออกข้าวไทย ไปโปแลนด์ควรเลือกพันธุ์ข้าวที่ราคาไม่สูง นักเพื่อครอง ส่วนแบ่งตลาด แต่รัฐบาลก็ควรมีการประชาสัมพันธ์ข้าว คุณภาพสูงของไทยเพื่อขายในตลาดระดับบนของโปแลนด์ นอกจากนั้นโรมาเนียและสโลวาเกียก็เป็นอีก 2 ประเทศที่ มี ค วามน่ า สนใจมากไม่ แ พ้ กั น เนื่ อ งจากมี อั ต ราการ ขยายตัวของ GDP อยู่ในระดับสูง ซึ่งหากภาวะเศรษฐกิจ โลกฟื้ น ตั ว เศรษฐกิ จ ของทั้ ง 2 ประเทศมี แ นวโน้ ม ที่ จ ะ ขยายตัวมากขึ้นไปอีก รวมทั้งยังมีความดึงดูดในด้านการ ลงทุนเนื่องจากค่าแรงไม่สูงและยังมีการแข่งขันไม่มากนัก อีกประเทศที่อาจเป็นโอกาสสาคัญของไทยคือสโลเวเนีย ซึ่ ง ถึ ง แม้ ว่ า จะเป็ น ตลาดขนาดเล็ ก เนื่ อ งจากมี จ านวน ประชากรเพี ย ง 2 ล้ า นคน แต่ มี อั ต ราการเติ บ โตสู ง โดยเฉพาะความต้องการสินค้าประเภท ICT และที่สาคัญ คื อ สโลเวเนี ย มี ศั ก ยภาพที่ โ ดดเด่ น ในด้ า นโลจิ ส ติ ก ส์ เนื่ อ งจากมี ท่ า เรื อที่ เ ชื่ อ มโยงการขนถ่ า ยสิ น ค้ า ระหว่ า ง ทะเลเอเดรียติกกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งไทยสามารถ ใช้เมืองท่าของสโลเวเนียเป็นช่องทางกระจายสินค้าเข้าสู่ ประเทศเพื่อนบ้านยุโรปตะวันออกอื่นๆ รวมทั้ง สามารถ อาศัยเส้นทางรถไฟของสโลเวเนียที่เชื่อมต่อไปยังเยอรมนี ออสเตรีย สาธารณรัฐเช็ก สโลวัก ฮังการี อิตาลี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การมุ่งทาการค้ากับประเทศเศรษฐกิจใหม่ ของสหภาพยุ โ รปกลุ่ ม นี้ ก็ นั บ เป็ น ความท้ า ทายส าหรั บ ประเทศไทย เนื่องจากในปัจจุบันไทยยังมีข้อจากัดในด้าน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเข้าถึงประเทศสมาชิกใหม่ เหล่ า นี้ โดยเฉพาะการขาดข้ อ มู ล เกี่ ย วกั บ การตลาด รสนิยมของผู้บริโภค และช่องทางการค้า การทาการศึกษา ตลาดในเชิ ง ลึกเพื่อให้ได้มาซึ่ง ข้อมูลดัง กล่า วจึ ง นับเป็น ความจาเป็นเพื่อความสาเร็จในการทาการค้าการลงทุนกับ ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปเหล่านี้ต่อไปในอนาคต


สา นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ก า ร พ า ณิ ช ย์ สา นั ก น โ ย บ า ย เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร พ า ณิ ช ย์ ม ห ภ า ค

ภาคผนวก

บรรณานุกรม

GDP Member State GDP Share sorted by (Bil.USD) % of GDP EU

GDP Annual per change capita % of in PPP GDP USD

[

Public Inflation Unemp. % Debt -/+ % Q1 2011 % % of of GDP Annual (*=Q4 GDP 2010)

EU27

16,228.2 100.0 1.76 30,388 80.0 -6.4

2.1

9.5

Germany

3,315.6 20.4% 3.50 36,033 83.2 -3.3

1.2

6.3

France

2,582.5 15.9% 1.48 34,077 81.7 -7.0

1.7

9.5

UK

2,247.4 13.8% 1.25 34,919 80.0 -10.4 3.3

7.7*

Italy

2,055.1 12.7% 1.29 29,392 119.0 -4.6

1.6

8.4*

Spain

1,409.9 8.7% -0.15 29,741 60.1 -9.2

2.0

20.5

Netherlands 783.3

4.8% 1.75 40,764 62.7 -5.4

0.9

4.2

Belgium

465.7

2.9% 1.97 36,100 96.8 -4.1

2.3

7.7

Poland

468.5

2.9% 3.82 18,936 55.0 -7.9

2.7

9.3

Sweden

455.8

2.6% 5.54 38,031 39.8 0.0

1.9

7.7

Austria

376.8

2.3% 1.96 39,634 72.3 -4.6

1.7

4.5

Greece

305.4

1.9% -4.5

Denmark

310.8

1.9% 2.07 36,449 43.6 -2.7

2.2

7.5

Finland

239.2

1.5% 3.12 34,585 48.4 -2.5

1.7

8.0

Portugal

229.3

1.4% 1.39 23,222 93.0 -9.1

1.4

12.4

Czech Rep. 192.1

1.2% 2.32 24,869 38.5 -4.7

1.2

7.0

Ireland

204.3

1.2% -1.04 38,549 96.2 -32.4 -1.6

14.8

Romania

161.6

1.0% -1.27 11,860 30.8 -6.4

6.1

7.4*

Hungary

128.9

0.8% 1.21 18,738 80.2 -4.2

4.7

11.9

Slovakia

87.4

0.5% 4.02 22,128 41.0 -7.9

0.7

14.0

Bulgaria

47.7

0.3% 0.15 12,851 16.2 -3.2

3.0

11.5

Slovenia

47.8

0.3% 1.20 28,030 38.0 -5.6

2.1

8.1

Luxembourg 54.9

0.3% 3.39 81,383 18.4 -1.7

2.8

4.3

Lithuania

36.4

0.2% 1.33 17,185 38.2 -7.1

1.2

17.3*

Malta

8.3

0.1% 3.65 24,792 68.0 -3.6

2.0

6.3

Estonia

19.8

0.1% 3.10 18,518 6.6

0.1

2.7

13.8

Cyprus

23.1

0.1% 1.04 28,255 60.8 -5.3

2.6

7.2

Latvia

24.0

0.1% -0.34 14,460 44.7 -7.7

-1.2

17.2

28,433 142.8 -10.5 4.7

ตาราง 5 ข้อมูลสถิติที่สาคัญ (2010) (ที่มา: EUROSTAT)

14.1*

Asian Development Bank (2011) “Asia 2050: Realizing the Asian Century”. Berteloot T. and Hebert D. (2010) “Onze questions-réponses sur la crise grecque”. http://tempsreel.nouvelobs.com/economie/201 00429.OBS3199/onze-questions-reponses-sur-lacrise-grecque.html Ekathimerini (2010) “Back down to earth with a bang”. http://archive.ekathimerini.com/4dcgi/_w_article s_columns_1_08/03/2010_115465 European Commission (2009) “Economic Crisis in Europe: Causes, Consequences and Responses” Eurostat (2011) Statistics in focus: “Almost complete recovery for EU-27 trade in 2010” Peterson Institute for International Economics (2011) Policy Brief 11-13: “Europe on the Brink”. The Economist (2010) “The money pit”. www.economist.com/blogs/freeexchange/2010/0 9/irelands_economy_0 The New York Times (August 11, 2011) “Investors Fret at Costs if Rescues Are Needed”. US Department of State (2010) “Belgium”. www.state.gov/r/pa/ei/bgn/2874.htm


Weekly Brief_6 Dec - 12 Dec 11_Issue 44