Page 1

TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF

Vol. 2 issue 34

20 Sep - 26 Sep 2011

Thai Food Processors’ Association Pineapple

Thailand lnternational Logistics Fair 2011

มะกั น ออกระเบี ย บอนุ ญ าตน� ำ เข้ า มะละกอมาเลย์

Sweet Corn Tuna

ขุ ม ทองส่ ง ออก: อาหารทะเลแช่ แ ข็ ง

Seafood

‘ไทยฟู ้ ด ส์ ’ หนุ น เกษตรอิ น ทรี ย ์

Fruits&Vegetables

นายกฯยั น ไม่ ตี ก ลั บ เงิ น เดื อ น1.5หมื่ น ขอดู เ พิ่ ม ผู ้ จ บสายอาชี พ

Food Ingredient&Ready-to-Eat

www.thaifood.org


Contents Contents

TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

20 Sep - 26 Sep 2011

03 3 ข าวประชาสั มพันธ ่ • Thailand lnternational LogisticsFair 2011์ (เอกสารแนบ 1) 04 สถานการณด์ ้านมาตรฐานและความปลอดภัย อาหาร

4 • Update for EU Regulations. (August 2011) 6 • มะกันออกระเบียบอนุญาตน�ำเข้ามะละกอมาเลย์ 6 • มะกันออกค่าธรรมเนียมตรวจสอบโรงงาน ปี 55 7 • ออสซี่เสนอเปลี่ยนมาตรฐานก�ำหนดค่า MRLs 7 • อียูออกเงื่อนไขการใช้สีอาหาร Quinoline Yellow, Sunset Yellow และ Ponceau 4R 7 • ไต้หวันปรับปรุงการติดฉลากอาหารกระป๋องแบบสุญญากาศและบรรจุกระป๋อง 8 • มะกันออกข้อก�ำหนดการติดฉลากปลอดกลูเตน 8 • แคนาดาอนุญาตให้ใช้ citric acid ในข้าวโพดอ่อนกระป๋อง 9 • มะกันออกก�ำหนดค่าสารตกค้างของสาร chlorantraniliprole 9 • อินเดียเพิ่มรายชื่อถั่ว 10 • ไทย-อินโดเคลื่อนอาหารมั่นคง จับมือผลักดัน3ยุทธศาสตร์ส�ำคัญ เพิ่มผลผลิต-สร้างความปลอดภัย 11 • Proposed Draft Principles and Guidelines for National Food Control Systems(เอกสานแนบ 2)

ด านประมง 12 12 สถานการณ ้ ์ • ขุมทองส่งออก: อาหารทะเลแช่แข็ง ด านเกษตร 1313 สถานการณ ้ ์ • วิกฤติศก.สหรัฐ-ยุโรปฟัดไทย ยอดค�ำสั่งซื้อสินค้าเกษตรวูบ15%เล็งขยายตลาดจีน-อินเดีย

Vol. 2 Issue 34

ข่าวประชาสัมพันธ์ Thailand lnternational Logistics Fair 2011 (เอกสารแนบ 1) ขอเชิ ญ ร่ ว มงาน Thailand lnternational LogisticsFair 2011 ในวันที่ 22 – 25 กันยายน 2554 (10.00-18.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศกสรและการ ประชุม BITEC บางนา พบกับบริการด้ารโลจิสติกส์ที่หลากหลาย เพิ่ม ทางเลือกในการส่งออก ช่วยลดระยะการส่งมอบ ลด ต้นทุนการจัดการ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับ ธุรกิจ

14 • เกษตรฯเดินหน้าบางระก�ำโมเดล จ่อชงครม.ของบฯเคลื่อน925ล้าน 15 • พาณิชย์สั่งจับตาผักราคาพุ่งหลังน�้ำท่วม-ใกล้กินเจ 16 • ‘ไทยฟู้ดส์’หนุนเกษตรอินทรีย์ 17 • เกษตรฯเตรียมดันยุทธศาสตร์พืชพลังงานเข้าครม.

ดใหม่ และ 18 สถานการณนโยบายครม.ชุ ์ ประเด็นแรงงาน

18 • นายกฯยันไม่ตีกลับเงินเดือน1.5หมื่น ขอดูเพิ่มผู้จบสายอาชีพ 19 • “รัฐบาลปู”เอาใจ”ขรก.-ลูกจ้างรัฐ”ขึ้นเงินเดือนขั้นต�่ำ 1.5 หมื่นบาทดีเดย์ 1 มกราฯ 20 • คลังเร่งฟื้นฟู SME 21 • ขับเคลื่อนส่งออกควบคู่กระตุ้นบริโภคภายใน

2222 สถานการณ ด านการค้า ้ ์ • กลุ่มขนส่งมึนนโยบายพลังงานรัฐ

23 • “กิตติรัตน์” หนักใจวิกฤติเศรษฐกิจโลก 24 • ชี้ช่องเจาะตลาด’อาหรับ’ หมวดอาหารรุ่ง 26 • ดัชนีอุตสาหกรรมต�่ำสุดรอบ 5 เดือน 27 • ส่งออกสิงหาคมขยายตัว 31% น�ำเข้าเชื้อเพลิงพุ่งกระฉูด ค้าขาดดุลพันล้านดอลลาร์ 28 • รมว.พาณิชย์ วางแผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์ 10 ปี เน้นสร้างความสมดุลเศรษฐกิจ ให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 1(เอกสารแนบ3)

29 อัตราแลกเปลีย่ น

2

3


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

20 Sep - 26 Sep 2011

Vol. 2 Issue 34

สถานการณ์ด้านมาตรฐานและความปลอดภัยอาหาร Update for EU Regulations. (August 2011) ในเดือนสิงหาคม สหภาพยุโรปได้มีการปรับปรุง ข้อก�ำหนดต่างๆ ทั้งหมด 4 หัวข้อ คือ Novel Food, Pesticide, Contaminant และ Food hygiene ดังนี้

• Corrigendum to Commission Implementing Decision 2011/513/EU ก�ำหนดให้ Phosphatidylserine from soya phospholipids เป็น Novel food ingredient ภายใต้กฏระเบียบ (EC) No 258/97 Pesticide

Novel food • Commission Regulation (EU) No 812/2011 • Commission Implementing Decision (2011/494/EU) ก�ำหนดให้ phosphated maize starch เป็น Novel food ingredient ภายใต้กฏระเบียบ (EC) No 258/97 • Commission Implementing Decision (2011/497/EU) ก�ำหนดให้ fermented black bean extract เป็น Novel food ingredient ภายใต้กฏระเบียบ (EC) No 258/97 • Commission Implementing Decision (2011/513/EU) ก�ำหนดให้ Phosphatidylserine from soya phospholipids เป็น Novel food ingredient ภายใต้กฏ ระเบียบ (EC) No 258/97

4

แก้ไข (EC) No 396/2005 เกี่ยวกับ ค่า MRL ของ สาร dimethomorph, fluopicolide, mandipropamid, metrafenone, nicotine และ spirotetramat ในผลิตภัณฑ์ อาหาร 10 ประเภท ได้แก่ (1)ผลไม้สดหรือแช่แข็ง (2)ผัก สดหรือแช่แข็ง (3)ถั่ว (4)oilseeds and oilfruits (5)ซีเรีย ล (6)ชา กาแฟ โกโก้ และสมุนไพร (7)HOPS (8)เครื่อง เทศ (9)sugar plants (10)ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ มีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่ 14/08/2011 • Commission Regulation (EU) No 813/2011

แก้ไข (EC) No 396/2005 เกี่ยวกับ ค่า MRL ของสาร acequinocyl, emamectin benzoate, ethametsulfuron- methyl, flubendiamide, fludioxonil, kresoximmethyl, methoxyfenozide, novaluron, thiacloprid และ trifloxystrobin ในผลิตภัณฑ์อาหาร 10 ประเภท ได้แก่ (1)ผลไม้สดหรือแช่แข็ง (2)ผักสดหรือแช่แข็ง (3) ถั่ว (4)oilseeds and oilfruits (5)ซีเรียล (6)ชา กาแฟ โกโก้ และสมุนไพร (7)HOPS (8)เครื่องเทศ (9)sugar plants (10)ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 14/08/2011 Contaminant • Commission Regulation (EU) No 836/2011 แก้ไข (EC) No 333/2007 เกี่ยวกับวิธีการสุ่มตัวอย่าง และวิ เ คราะห์ ป ริ ม าณ lead, cadmium, mercury, inorganic tin, 3-MCPD และ benzo(a)pyrene ใน อาหาร(Foodstuff) มีผลบังคับใช้ 01/09/2012 • Commission Regulation (EU) No 835/2011 แก้ไข (EC) No 1881/2006 เกี่ยวกับค่าสูงสุดของ Polycyclic aromatic

รมควัน หอยรมควัน สด แช่เย็น แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์ธัญ ญาพืชและอาหารทารก ผลิตภัณฑ์นมส�ำหรับทารก และ ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ส�ำหรับทารก มีผลบังคับใช้ 01/09/2012 Food hygiene Commission Implementing Regulation (EU) No 809/2011 แก้ไข (EC) No 2074/2005 เกี่ยวกับเอกสารการน�ำ เข้าและรูปแบบ Health Certificate ส�ำหรับการน�ำเข้า ผลิ ต ภั ณ ฑ์ สั ต ว์ น�้ ำ แช่ แ ข็ ง (frozen fishery products) โดยตรงจาก freezer vessel มีผลบังคับใช้ 01/04/2012 • Commission Implementing Decision (2011/395/EU) ยกเลิกข้อก�ำหนด 2006/241/EC ในการห้ามน�ำ เข้าผลิตภัณฑ์สัตว์น�้ำที่น�ำเข้าจาก ประเทศ Madagascar ที่มา : http://www.foodlaw.rdg.ac.uk/

hydrocarbons ในผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ น�้ำมัน และไขมัน โกโก้ น�้ำมันมะพร้าว เนื้อสัตว์รมควัน สัตว์น�้ำ

5


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

มะกันออกระเบียบอนุญาตน�ำเข้า มะละกอมาเลย์ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2554 กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ได้ประกาศกฎ ระเบียบการอนุญาตน�ำเข้ามะละกอเข้าสู่ประเทศสหรัฐฯ หลังจากได้เปิดรับฟังความเห็นต่อการน�ำเข้าและ รายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยง ศัตรูพืชของมะละกอ จากมาเลเซียไปแล้วเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2554 ถึง 16พฤษภาคม 2554 โดยมีสาระส�ำคัญ

20 Sep - 26 Sep 2011

3. มะละกออาจจะได้รับการสุ่มตรวจ ณ ด่านน�ำ เข้าสหรัฐฯ ที่มา : ส�ำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจ�ำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี วันที่ 20 / 09 / 2554

Vol. 2 Issue 2 34 ในกฏระเบียบ FD&C) จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในกรณี ที่มีการตรวจสอบซ�้ำ และใน section IV ได้ก�ำหนดว่า ผู้น�ำเข้าสินค้าอาหารจากต่างประเทศ (ภายใต้ section 743(a)(2)(A)(ii) ในกฏระเบียบ FD&C)จะต้องเสีย ค่าธรรมเนียมในกรณีที่มีการเรียกคืนสินค้าที่ถูกปฏิเสธ ซึ่งอัตราธรรมเนียมที่ก�ำหนดขึ้นนั้นเป็นในลักษณะของ เบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าว โดย ใน section II , Table 3 ได้ก�ำหนดอัตราการเสียค่า ธรรมเนียมออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://members.wto.org/ crnattachments/2011/sps/USA//11_2684_00_e.pdf ที่มา : มกอช วันที่ 20 / 09 / 2554

1. มะละกอได้รับอนุญาตการน�ำเข้าสู่สหรัฐฯ เพื่อ การพาณิชย์เท่านั้น 2. มะละกอต้องผ่านการบ�ำบัดด้วยวิธีฉายรังสีไม่ค�่ำ กว่า 400 เกรย์ ตามระเบียบน�ำเข้าผักและผลไม้ของ สหรัฐฯ ( 7 CFR part 305) 2.1 หากมีการฉายรังสีมะละกอนอกสหรัฐฯ แต่ละ การขนส่งจะต้องได้รับการตรวจรับรองล่วงหน้า (Preclearance pragram) โดยเจ้าหน้าที่ APHIS/USDA ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้านอารักขาพืชของมาเลเซีย (NPPO) เพื่อตรวจรับรองรวมถึงออกใบสุขอนามัยพืช (Phytosanitary certificate) และออกใบรับรองการบ�ำบัดด้วย วิธีการฉายรังสีให้การขนส่งนั้นๆ 2.2 หากมีการฉายรังสีเมื่อมาถึงด่านน�ำเข้าสหรัฐฯ ในแต่ละการขนส่งต้องได้รับการตรวจรับรองโดยเจ้า หน้าที่อารักขาพืช (NPPO) ของมาเลเซีย ณ ด่านส่ง ออกมาเลเซียเพื่ออกใบสุขอนามัยพืช (Phytosanitary certificate) ให้การขนส่งนั้นๆ

6

มะกันออกค่าธรรมเนียมตรวจสอบ โรงงาน ปี 55 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2554 ส�ำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (USFDA) แจ้ง เวียนต่อสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องอัตรา ค่าธรรมเนียมปีงบประมาณ 2555 ส�ำหรับการตรวจ สอบโรงงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ค่า ธรรมเนียมนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 ในเรื่องนี้ทางสมาคมฯ ได้ศึกษาราย ละเอียดแล้ว ซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกสินค้า อาหารไทย และผู้น�ำเข้าสินค้าอาหารไปยังสหรัฐฯ 2 เรื่อง คือ เรื่องของการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมการ ตรวจสอบซ�้ำ (Re-inspection) และการเรียกคืนสินค้า ที่ถูกปฏิเสธ (Recall order)ในปีงบประมาณ 2012 โดยใน section III ได้ก�ำหนดว่าผู้น�ำเข้าสินค้าอาหาร จากต่างประเทศ (ภายใต้ section 743(a)(2)(A)(ii)

ออสซี่เสนอเปลี่ยนมาตรฐานก�ำหนดค่า MRLs เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2554 ออสเตรเลียแจ้งเวียนต่อสมาชิกองค์การการค้าโลกเสนอ แก้ไขข้อก�ำหนดมาตรฐาน Australia New Zealand Food Standards Code เพื่อก�ำหนดค่า MRLs ส�ำหรับ สารเคมี ที่ ใ ช้ ใ นการเกษตรและสุ ข ภาพสั ต ว์ เ พื่ อ ให้ ส อด คล้องกับกฏระเบียบ อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และใช้สารเคมีทางการเกษตร เปิดรับข้อคิดเห็นถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2554 ที่มา : มกอช. วันที่ 20 / 09 / 2554

อียูออกเงื่อนไขการใช้สีอาหาร Quinoline Yellow, Sunset Yellow และ Ponceau 4R เมื่อวันที่วันที่ 19 สิงหาคม 2554 สหภายุโปรแจ้งเวียนต่อสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องร่าง Commission Regulation แก้ไข Annex III ของ EC No 1333/2008 เกี่ยวกับการแก้ไขเงื่อนไขการ ใช้ Quinoline Yellow, Sunset Yellow และ Ponceau 4R เปิดรับข้อคิดเห็นถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2554 สามารถดูเอกสารเพิ่มเติมได้ที่http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/EEC/11_2757_00_e.pdf ที่มา : มกอช. วันที่ 20 / 09 / 2554

ไต้หวันปรับปรุงการติดฉลากอาหาร กระป๋องแบบสุญญากาศและบรรจุ กระป๋องเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2554 กระทรวง สาธารณะสุขของไต้หวันได้แจ้งเวียนต่อประเทศ สมาชิกองค์การการค้าโลกเกี่ยวกับการแก้ไขกฏ ระเบียบ Governing Food Sanitation ในเรื่อง สุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหารบรรจุแบบสุญญากาศ และ อาหารพร้อมรับประทาน เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2553 ตาม G/SPS/N/TPKM/209 ซึ่งเป็นการก�ำหนด เกี่ยวกับสุขลักษณะที่ดีการผลิตของอาหาร บรรจุ แบบสุญญากาศ และ อาหารพร้อมรับ ประทาน ที่จัดเก็บและจ�ำหน่ายที่อุณหภูมิห้อง, แช่ แย็น และแช่แข็ง ซึ่งขณะนี้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วัน ที่ 22 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป สามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/ TPKM/11_2800_00_e.pdf ที่มา : มกอช.วันที่ 20 / 09 / 2554

7


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

มะกันออกข้อก�ำหนดการติดฉลาก ปลอดกลูเตน เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2554 ส�ำนักงานอาหารและ ยาสหรัฐ (FDA) แจ้งเวียนต่อสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องข้อก�ำหนดการติดฉลากอาหารที่ปราศจากก ลูเตน ซึ่ง Gluten-free เป็นการติดฉลากแบบ สมั ค รใจ Gluten free หมายความว่ า ไม่ มี ส ่ ว น ประกอบของข้าวสาลี ไรน์ บาร์เลย์ หรือพันธุ์ผสม (เรียก โดยรวมว่าเมล็ดต้องห้าม: prohibited grains) เปิ ด รั บ ความคิ ด เห็ น ถึ ง วั น ที่ 3 ตุ ล าคม 2554 สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/FR-2011-08-03/pdf/2011-19620. pdf ที่มา : มกอช.วันที่ 21 / 09 / 2554

20 Sep - 26 Sep 2011

แคนาดาอนุญาตให้ใช้ citric acid ใน ข้าวโพดอ่อนกระป๋อง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 กระทรวงสาธารณสุข แคนาดาอนุญาตให้ใช้ citric acid เป็น PH-adjusting agent ในข้าวโพดอ่อนกระป๋องที่ค่าสูงสุดที่ 0.03 เปอร์เซ็นต์ เปิดรับความคิดเห็นถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2554

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.gazette.gc.ca/rp-pr/p1/2011-07-30/ html/notice-avis-eng.html#d110 ที่มา : มกอช.วันที่ 21 / 09 / 2554

Vol. 2 Issue 34 มะกันออกก�ำหนดค่าสารตกค้างของ สาร chlorantraniliprole เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2554 สหรัฐฯ ก�ำหนดค่า สารตกค้างของสาร chlorantraniliprole ดังนี้ • Beet sugar และ molasses ที่ 9.0 ppm • เบอร์รี่ large shrub/tree ที่ 2.5 ppm • เบอร์รี่ low growing ที่ 1.0 ppm • หัวหอมที่ 0.30 ppm • ชาแห้งที่ 50.0 ppm • ใบ Ti ที่ 13.0 ppm • ราก Ti ที่ 0.3 ppm • ผักจ�ำพวกแตงที่ 0.5 ppm • ผักจ�ำพวกผลไม้ที่ 1.4 ppm • ผักจ�ำพวกใบ รากและหัวที่ 40.0 ppm • ผัก ราก และ หัวที่ 0.30 ppm • และ shallot ใบสดที่ 0.20 ppm มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2554

อินเดียเพิ่มรายชื่อถั่ว เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2554 อิ น เดี ย เสนอให้ ผ ่ อ นผั น ข้ อ ก� ำ หนดเกี่ ย วกั บ การน� ำ เข้ า สินค้าที่แจ้งในSchedule 6 จากการน�ำเข้าพืชกักกัน ส�ำหรับประเทศต่างๆ โดยเพิ่มรายชื่อถั่ว 2 รายการ ในรายการที่ 6 และ 7 ของค�ำสั่งประกาศเป็นครั้งแรก ประกาศนี้จะท�ำให้พืชและผลิตภัณฑ์จากพืชที่ไม่เคยน�ำ เข้าได้สามารถน�ำเข้าใน อินเดียได้เปิดรับความคิดเห็น ถึงวันที่ 30 กันยายน 2554 สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก

http://www.agricoop. nic.in ที่มา : มกอช.วันที่ 21 / 09 / 2554

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.gpo.gov/fdsys/pkg/FR-2011-07-27/html/2011-18708.htm ที่มา : มกอช.วันที่ 21 / 09 / 2554

8

9


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

20 Sep - 26 Sep 2011

ไทย-อินโดเคลื่อนอาหารมั่นคง จับ มือผลักดัน3ยุทธศาสตร์ส�ำคัญ เพิ่ม ผลผลิต-สร้างความปลอดภัย นายธี ร ะ วงศ์ ส มุ ท ร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิ ด เผยภายหลั ง เป็ น ประธานพิ ธี เ ปิ ด การประชุ ม ระดั บ ผู ้ เ ชี่ ย วชาญว่ า ด้ ว ยการ เกษตรยั่ ง ยื น และความมั่ น คง ด้านอาหาร ระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ครั้งที่ 2 ที่ โรงแรม บุณฑรีก์ สปา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ภาคการเกษตร ได้เผชิญกับปัจจัยมากมายที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนเปลง ส่ง ผลกระทบในทางลบต่อภาคการผลิตและสถานะของความ มั่นคงด้านอาหารได้ในอนาคต เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และปรากฏการณ์โลกร้อน ดั ง นั้ น การประชุ ม ร่ ว มระดั บ ผู ้ เ ชี่ ย วชาญด้ า น การเกษตรของทั้ง 2 ประเทศ จะเน้นหารือร่วมกันเพื่อ สร้างความปลอดภัยในอุปทานของอาหารในยุทธศาสตร์ 3 ด้านที่ส�ำคัญ คือ 1.การเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ โดยการปรั บ ปรุ ง พั ฒ นาปั จ จั ย น� ำ เข้ า เช่ น เมล็ ด พั น ธุ ์ แ ละปุ ๋ ย 2.ด้ า นปั จ จั ย พื้ น ฐานของทรั พ ยากร การเกษตร โดยเฉพาะดินและน�้ำที่ทั้ง 2 ประเทศต้อง ปรั บ ปรุ ง ประสิ ท ธิ ภ าพในการบริ ห ารจั ด การ การใช้ ประโยชน์ 3.การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการเกษตร มาประยุกต์ใช้กับการวางแผนการผลิต ระบบการเตือน ภัยล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงและบรรเทาความสูญเสีย จากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศและภัย พิบัติทางธรรมชาติ

“การประชุ ม ในครั้ ง นี้ ก ระทรวงเกษตรฯ ให้ ค วาม ส�ำคัญต่อประเด็นการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนและความ มั่นคงด้านอาหาร ของทั้ง 2 ประเทศที่เน้นการประยุกต์ ใช้ เ ทคโนโลยี ด ้ า นการเกษตร เพื่ อ ก่ อ ให้ เ กิ ด การผลิ ต การเกษตรที่ยั่งยืนและก่อให้เกิดความมั่นคงด้านอาหาร ใน ระยะยาว อาทิ แนวทางลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว การเตือนภัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผล ต่อภาคเกษตร การจัดการน�้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ ผลการประชุมครั้งที่ 1 เมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา โดยไทยได้ น�ำผลการประชุมครั้งนั้นมาประกอบการยกร่างยุทธศาสตร์ ความมั่นคง อาหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ปี 2555 - 2558) ด้วย”

Vol. 2 Issue 34 Proposed Draft Principles and Guidelines for National Food Control System(ตามเอกสารแนบ 2) เนื่องด้วยทาง มกอช. ได้ประสานมายังสมาคม ว่า Codex Committee on Food Import an Export Inspection and Certification Systems (CCFICS) ก�ำลังจัดท�ำแนวทางส�ำหรับระบบการตรวจสอบด้านอาหาร ภายในประเทศ (National food inspection systems) ขณะนี้ อยู่ระหว่างการเวียนร่างแก้ไข(Proposed Draft Principles and Guidelines for National Food Control Systems) ขอข้อคิดเห็นจากประเทศสมาชิกในขั้นที่ 3 ก่อนเสนอ CCFICS ครั้งที่ 19 เพื่อพิจารณารับรองใน ขั้นที่ 4 ทั้งนี้สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่มา : ส�ำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

นายธีระ กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ ระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรและ เทคโนโลยี การเกษตรจากหน่ว ยงานภาครัฐ ของไทยและอิ นโดนี เซี ย เข้าร่วมประชุมเป็นจ�ำนวนกว่า 80 คน ซึ่งจะเป็นโอกาส แลกเปลี่ ย นความรู ้ แ ละประสบการณ์ ใ นการประยุ ก ต์ ใ ช้ เทคโนโลยี เพื่ อ การเกษตรยั่ ง ยื น และสร้ า งความมั่ น คง อาหารในระยะยาว อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความร่วมมือและ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกระทรวง เกษตรฯ 2 ประเทศ ต่อไป ที่มา : แนวหน้า วันที่ 21/9/2011

10

11


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

สถานการณ์ด้านประมง ขุมทองส่งออก: อาหารทะเลแช่แข็ง บริษัท Sprintech Development ltd. ผู้น�ำเข้าและ ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ อาหารทะเลแช่แข็ง เนื้อ แช่แข็ง และอาหารส�ำเร็จรูปตลาดน�ำเข้าส�ำคัญได้แก่ จีน เวียดนาม และประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องการ สั่งซื้อสินค้า Canned Tuna จากไทยเพื่อส่งไปยังประเทศ แอฟริกาใต้ หากผู้ประกอบการไทยสนใจติดต่อโดยตรงกับ Mr. Eddie Chu อีเมล์sprint1638@on-nets.com หรือ สคร. ณ เมืองฮ่องกง ที่อีเมล์ thaicomm@netvigator. com ที่มา : ข่าวสด ฉบับวันที่ 18 ก.ย. 2554

20 Sep - 26 Sep 2011

Vol. 2 Issue 34

สถานการณ์ด้านเกษตร วิ ก ฤติ ศ ก.สหรั ฐ -ยุ โ รปฟั ด ไทย ยอดค� ำ สั่งซื้อสินค้าเกษตรวูบ15%เล็งขยายตลาด จีน-อินเดีย นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้หารือแนวทางการเตรียมความ พร้ อ ม กรณี ก าร ส่ ง ออกสิ น ค้ า เกษตรและอาหารของ ไทยไปสหรั ฐ อเมริ ก าและสหภาพยุ โ รปร่ ว มกั บ นายพร ศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ประธาน คณะกรรมการธุรกิจ เกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รวม ทั้งนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารส�ำเร็จรูป ผู้แทนสมาคม กุ้ง ไทย สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย ผู้ส่งออกข้าวไทย ศู นย์ วิ จัยธนาคารเพื่ อการเกษตรและสหกรณ์ ก ารเกษตร และ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พบว่า ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ท�ำให้เกิด การชะลอค�ำ สั่ ง ซื้ อ สิ น ค้ า เกษตรจากประเทศไทย ซึ่ ง กรณี ดั ง กล่ า วผู ้ ส่งออก ผู้ประกอบการภาคเอกชนและเกษตรกรจ�ำเป็น ต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมเพื่อ รับมือกับปัญหา ดังกล่าว โดยสินค้าที่คาดว่า จะได้รับผลกระทบมีการ ชะลอการสั่งซื้อ ได้แก่ ข้าว สับปะรด และกุ้ง เนื่องจาก สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปเป็น ตลาดใหญ่ของสินค้า ทั้ง 3 ชนิดของไทย

โดยสภาหอการค้าไทยแจ้งว่า ขณะนี้ยอดค�ำสั่งซื้อ สินค้าเกษตรหลายตัวจากไทยชะลอตัวลงประมาณ 10-15% ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มองว่า ตลาดของประเทศ จีนและอินเดียน่าจะเป็นทางเลือกและโอกาสที่ดีของสินค้า เกษตร ไทย เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีการปรับเปลี่ยน นโยบายด้ า นการน� ำ เข้ า สิ น ค้ า เกษตรเพื่ อ ตอบสนองการ บริโภคของประชากร นับพันล้านคน อย่างไรก็ตาม ใน ส่วนของเกษตรกร จ�ำเป็นต้องปรับตัวในด้านการผลิตเพื่อ ผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการบริโภค ของตลาดทั้ง 2 ประเทศ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกก็ต้อง ปรับกระบวนการ ผลิต การแปรรูปสินค้า-ผลิตภัณฑ์ และ การตลาดเพื่อให้สอดรับกับรสนิยมและรูปแบบการ บริโภค ของตลาดเป้ า หมาย ซึ่ ง ทั้ ง ภาคเอกชน และเกษตรกร จ� ำ เป็ นต้ องเร่ ง ปรั บตั ว ให้ ทั น ก่ อ นที่ จ ะเกิ ด ผลกระทบจาก การชะลอ ปริมาณ การสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยของ ตลาดสหรัฐและสหภาพยุโรปมากกว่านี้ ส่วนภาครัฐ ก็ จ�ำเป็นต้องเร่งการเจรจาเพื่อแสวงหาความร่วมมือ ระหว่าง รัฐบาลต่อรัฐบาล รวมถึงผู้ประกอบการ และภาคเอกชน กับทั้ง 2 ประเทศ เพื่อให้เกิดบรรยากาศทางการค้าและ ความร่วมมือในการ ขยายตลาดการส่งออกสินค้าเกษตร ของไทยไปยังจีนและอินเดียเพิ่มมากขึ้น ที่มา : แนวหน้า วันที่ 19/9/2011

12

13

13


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

เ ก ษ ต ร ฯ เ ดิ น ห น ้ า บ า ง ร ะ ก� ำ โ ม เ ด ล จ่อชงครม.ของบฯเคลื่อน925ล้าน

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิด เผยความคื บ หน้ า การด� ำ เนิ น งานตามแผน บางระก� ำ โมเดลที่ มี ก ารบู ร ณาการของทุ ก หน่ ว ยงานในพื้ น ที่ เ ข้ า ไป แก้ไขปัญหาตาม โมเดล 2P2R ว่า ขณะนี้กรมชลประทาน ได้หารือกับจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน�้ำยม เพื่อแก้ไขและป้องกัน ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยได้ก�ำหนดแผนงานโครงการบรรเทา อุทกภัยพื้นที่ อ.บางระก�ำ จ.พิษณุโลก ระยะเร่งด่วน เพื่อ ด�ำเนินการก่อสร้างโครงข่ายแก้มลิงฝั่งขวาของแม่น�้ำยม ใน อ.บางระก�ำ 3 แห่ง ได้แก่ แก้มลิงบึงตะเคร็ง แก้ม ลิงบึงขี้แร้ง และแก้มลิงบึงระมาณ พร้อมอาคารประกอบ

14

20 Sep - 26 Sep 2011

และคันคลองเชื่อมทั้ง 3 แก้มลิง ซึ่งจะสามารถเก็บกักน�้ำ ได้รวมประมาณ 32 ล้าน ลบ.ม.พื้นที่รับประโยชน์ 44,000 ไร่ ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี ( 2555-2557 ) งบประมาณ 925 ล้านบาท โดยกระทรวงเกษตรฯจะ เร่งเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติขอใช้ งบ ประมาณในปี 2555 ให้ด�ำเนินการได้ทันที ส� ำ หรั บ ความคื บ หน้ า การให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ พื้ น ที่ การเกษตรที่ ไ ด้ รั บ ความเสี ย หาย ซึ่ ง คาดว่ า จะมี พื้ น ที่ ประสบภัยประมาณ 3.5 ล้านไร่ โดยจากงบประมาณ ที่ ไ ด้ รั บ อนุ มั ติ จ ากครม.ประมาณ 8 พั น ล้ า นบาทนั้ น ขณะนี้ ไ ด้ เ ริ่ ม มี ก ารทยอยจ่ า ยเงิ น ช่ ว ยเหลื อ งวดแรก จ�ำนวน 180 ล้านบาท โดยโอนเงิน ผ่านธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปยังจังหวัด ที่ประสบภัยแล้ว ทั้งนี้ การด�ำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ สามารถด� ำ เนิ น การได้ เ ร็ ว นั้ น เนื่ อ งจากการใช้ ข ้ อ มู ล ภาพถ่ า ยดาวเที ย มและข้ อ มู ล เกษตรกรที่ ม าขึ้ น ทะเบี ย น ไว้ ก่ อ นหน้ า นี้ ท� ำ ให้ ส ามารถด� ำ เนิ น การจ่ า ยเงิ น ช่ ว ย เหลื อ ให้ แ ก่ พื้ น ที่ ก ารเกษตรที่ เ สี ย หายแน่ นอนได้ ทั น ที

Vol. 2 Issue 34 พาณิ ชย์ สั่งจั บตาผั กราคาพุ ่ งหลั งน�้ ำ ท่ วม ใกล้กินเจ น�้ำท่วมท�ำผักเสียหาย ดันราคาพุ่ง “พาณิชย์” จับตา ใกล้ ชิ ด เพื่ อ ไม่ ใ ห้ มี ก ารฉวยโอกาสปรั บ ขึ้ น ราคาจนผู ้ บริโภคเดือดร้อน เชื่อราคาไม่น่าแพงกว่าปีก่อน... เมื่อ วันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวง พาณิชย์ว่า ผลกระทบจากน�้ำท่วมสูงในหลายจังหวัดภาค กลาง และภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกผัก และผลไม้ ประกอบกับใกล้ถึงช่วงเทศกาลกินเจในวันที่ 25 ก.ย.นี้ ส่งผลให้ราคาผักสดในตลาดกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกิโลกรัม (กก.) ละ 5-10 บาท เช่น ผักคะน้าเพิ่มเป็น กก. 30-32 บาท ผัก บุ้งจีน กก.ละ 28-30 บาท ผักกวางตุ้ง กก.ละ 25-28 บาท เป็นต้น และอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เพราะหลาย พื้นที่เพาะปลูกในภาคกลางมีน�้ำท่วมต่อเนื่อง เส้นทางการ ขนส่งถูกตัดขาด และจะมีความต้องการบริโภคผักเพิ่มขึ้น ในช่วงกินเจสัปดาห์หน้า

นาง วัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว ว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จับตาราคาผักสด และผลไม้ใน ช่วงนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา จนผู้บริโภคเดือดร้อน แต่หากประชาชนได้รับความเดือด ร้อน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 โดยกรมฯ พร้อม จะเชื่อมโยงน�ำผักสดไปจ�ำหน่ายให้ เพราะขณะนี้แหล่ง เพาะปลูกผักส�ำคัญในจังหวัดนครราชสีมา นครปฐม และ ราชบุรี ยังไม่ได้รับความเสียหาย และเชื่อว่าราคาผักจะ ไม่แพงขึ้นรุนแรงเหมือนปีที่แล้ว. ที่มา : ไทยรัฐ 20 ก.ย. 2554

ที่มา : แนวหน้า วันที่ 19/9/2011

15


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

‘ไทยฟู้ดส์’หนุนเกษตรอินทรีย์ “ไทยฟู ้ ด ส์ ” สนั บ สนุ น ชุ ม ชนพั ฒ นาเกษตรอิ น ทรี ย ์ ร่วมเป็นพันธมิตรพัฒนา “หุบเมย” ต�ำบลหินตั้ง จังหวัด นครนายก เป็นแหล่งเกษตร ท่องเที่ยว เชิงธรรมชาติ รักษาวัฒนธรรมพื้นบ้าน มั่นใจช่วยพัฒนาเศรษฐกิจเติบโต อย่างยั่งยืน นสพ.ไชยศักดิ์ บุญประสพธนโชติ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารกลุ่มบริษัทไทยฟู้ดส์ กรุ๊ปฯ เปิดเผยกับ “ฐาน เศรษฐกิจ” ว่าเนื่องจากกลุ่มบริษัทไทยฟู้ดส์ฯ ด�ำเนินธุรกิจ เกี่ ย วกั บ อาหารหรื อ ปศุ สั ต ว์ ค รบวงจรคื อ ผลิ ต ทั้ ง อาหาร คนและอาหาร สัตว์ จึงตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ บริโภค กลุ่มบริษัทไทยฟู้ดส์ฯจึงได้ร่วมโครงการ “ม่อนหุบ เมย” ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมชาวบ้านใช้วิถีชีวิตแบบพอ เพียง รักษ์ธรรมชาติ รักษ์สิ่งแวดล้อม รักษ์วัฒนธรรมพื้น บ้าน และพัฒนาท้องถิ่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้มอบมูลไก่จ�ำนวนหนึ่งเพื่อให้ชาวบ้าน ได้น�ำไปผสมเป็นปุ๋ยส�ำหรับใช้ปลูก พืชไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี “ที่ผ่านมากลุ่มบริษัทไทยฟู้ดส์กรุ๊ปฯได้ร่วมพัฒนา สั ง คม อาทิ ก ารมอบทุ น การศึ ก ษาตั้ ง แต่ ร ะดั บ ประถมฯ จนถึงอุดมศึกษา เพราะตระหนักดีว่าการศึกษาจะช่วย พัฒนาเด็กให้มีความรู้และคุณธรรมร่วมพัฒนา ประเทศ ชาติในวันข้างหน้า ขณะเดียวกันการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ ของคนในสังคมมีความส�ำคัญการบริโภคอาหาร ปลอดภัย การอยู่ในสังคมสงบและร่มเย็น เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ซึ่ ง โครงการม่ อ นหุ บ เมยเป็ น โครงการที่ ส อดคล้ อ งกั บ นโยบายของกลุ่มบริษัทไทย ฟู้ดส์ฯจึงได้ร่วมกิจกรรมกับ โครงการดังกล่าว”

16

20 Sep - 26 Sep 2011

Vol. 2 Issue 34

นายธนเดช แก้วเพ็ญศรี ที่ปรึกษาโครงการม่อนหุบ เมย กล่าวว่า “หุบเมย” ตั้งอยู่ในอาณาเขต ต�ำบลหินตั้ง อ�ำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยต�ำบลหินตั้งมีทั้งหมด 9 หมู่บ้าน แต่ 5 หมู่บ้านของต�ำบลนี้อยู่ในหุบเมย และ หุบเมยเป็นแหล่งที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทั้งภาคการเกษตร ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเป็นแหล่ง เกษตรคือชาวบ้านในพื้นที่นี้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มี แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นภูเขา แม่น�้ำ และวัฒนธรรมคือชาว บ้านเป็นลาวเวียงมีบรรพบุรุษสืบเชื้อสายมาจากประเทศ ลาวจึง มีประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ อาทิประเพณีสู่ขวัญ ข้าว กวนสัมปิ (ข้าวทิพย์)

นายธนเดช กล่าวว่าขณะนี้เครือข่ายโครงการได้เริ่ม ขึ้นมาประมาณ 2 ปีแล้ว เวลานี้มีผู้สนับสนุนที่เป็นบริษัท เอกชนเข้ามาร่วมโครงการตั้งแต่เริ่มคิด แผนโครงการ จะ ท�ำอย่างไรให้คนมาเที่ยวหุบเมย และชาวบ้านต้องเตรียม ตัวรับอย่างไร นั่นคือท�ำหุบเมยให้เป็นแหล่งธรรมชาติ มี บริษัทสนับสนุนด้านการผลิตและด้านการตลาดแล้ว คาด ว่าหลังจากนี้นโยบายการพัฒนาหุบเมยให้เป็นแหล่งท่อง เที่ยวธรรมชาติ จะมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

โดยการผลิ ต พื ช พลั ง งาน จะต้ อ งเกิ ด ขึ้ น ภายใต้ ก าร สร้ า งสมดุ ล ระหว่ า งพื ช อาหารและพื ช พลั ง งาน ดั ง นั้ น กระทรวงเกษตรฯจึ ง ต้ อ งบู ร ณาการร่ ว มกั บ หน่ ว ยงานที่ เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้องในด้านพลังงาน และพลังงานทดแทน เพื่อสร้างความชัดเจนด้านพลังงาน ทดแทน และ ต้องสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อ ความมั่นคงด้านอาหารด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,672 22-24 กันยายน พ.ศ. 2554

“ขณะนี้ทุกภาคส่วนทั้งในพื้นที่และนักธุรกิจจากส่วน กลางหลายบริษัท รวมถึงสถาบันการศึกษาหลายแห่ง มอง เห็ น ศั ก ยภาพที่ จ ะร่ ว มกั น พั ฒ นาหุ บ เมยให้ ค งความเป็ น ธรรมชาติและดึงดูดนัก ท่องเที่ยวเข้ามาดื่มด�่ำความเป็น ธรรมชาติอย่างแท้จริง สัมผัสกับพืชเกษตรอินทรีย์ที่จะไม่ ท�ำเพียงพืชผักเท่านั้น แต่จะลงลึกไปถึงการท�ำนาข้าว โดย ทุ ก ภาคส่ ว นจะมี ค วามสั ม พั น ธ์ กั น ในชุ ม ชนข้ า วอิ น ทรี ย ์ ที่ ปลูกในพื้นที่จะถูก ป้อนให้กับแหล่งท่องเที่ยวแทนการป้อน ให้กับโรงสี นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในหุบเมยจะได้พักแหล่ง ท่องเที่ยวธรรมชาติ รับประทานข้าวและพืชผักอินทรีย์ ชม วัฒนธรรมพื้นบ้าน”

เกษตรฯเตรียมดันยุทธศาสตร์พืชพลังงาน เข้าครม.

นายไกรฤทธิ์ นิลคูหา อธิบดีกรมพัฒนาพลังทดแทน และอนุ รั ก ษ์ พ ลั ง งานกระทรวงพลั ง งาน กล่ า วว่ า แผน พัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี ขณะนี้ท�ำได้เพียง 10% จากที่ปี 54 มีเป้าหมายทั้งปีประมาณ 16% การที่แผนการ พัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ ไม่สามารถขับเคลื่อน ไปสู่เป้าหมายได้ เนื่องจาก การพัฒนาด้าน พลังแสง อาทิ ต ย์ พลั ง งานลม และการพั ฒ นาพลั ง งานจากชี ว มวล ไม่สามารถท�ำได้ตามเป้า ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากข้อ กฎหมาย และระเบียบของทางการ เกี่ยวกับการลงทุน ของภาคเอกชน

16

เกษตรฯดันยุทธศาสตร์ผลิตพืชพลังงานทดแทนระยะ 5 ปีเข้าครม.หวังก�ำหนดการผลิตมันส�ำปะหลัง อ้อยให้ เกิ ด ความสมดุ ล พลั ง งานวอนรั ฐ หนุ น พลั ง งานทดแทน จริงจัง นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง “เกษตรเพื่อ พลังงาน”ว่า เร็วๆนี้กระทรวงเกษตรฯจะเสนอยุทธศาสตร์ การผลิตพืชพลังงาน ระยะ 5 ปี (ปี55-59) ให้ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณา เพื่อก�ำหนดผลผลิตด้าน การเกษตรที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงานทดแทน 2 ชนิด คือ ยุทธศาสตร์มันส�ำปะหลัง และยุทธศาสตร์ อ้อย ให้สอดคล้องกับเป้าหมายความต้องการของภาค อุตสาหกรรม

“ผลการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพลังงานทดแทน จะไม่ สามารถท�ำได้ตามเป้าหมาย แต่ในระยะยาว 15 ปี คาด ว่าจะท�ำได้ตามเป้าที่วางไว้ แต่ต้องยอมรับว่าหากรัฐบาล ไม่ มี ก ารผลั ก ดั น หรื อ สร้ า งแรงจู ง ใจในการใช้ พ ลั ง งาน ทดแทน หรือ หากรัฐบาลไม่ยกเลิกการขายและใช้เบนซิน 91 การพัฒนาพลังงานทดแทนในรูปต่างๆ ก็ไม่ประสบ ความส�ำเร็จ”นายไกรฤทธิ์ กล่าว ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 22 กันยายน 2554

17


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

20 Sep - 26 Sep 2011

สถานการณ์นโยบายครม.ใหม่ และประเด็นแรงงาน

นายกฯยันไม่ตีกลับเงินเดือน1.5หมื่น ขอดู เพิ่มผู้จบสายอาชีพ

“ยิ่ง ลักษณ์” ยัน ไม่ตีกลับเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทแน่ แต่ขอเวลาทบทวนผู้จบสายวิชาชีพด้วย เพื่อให้ เกิดความรอบคอบ เพื่อเป็นนโยบายที่ส่งผลกับคนส่วน ใหญ่ของประเทศ ส่วนรายชื่อ กสทช.ขณะนี้ยังไม่ได้รับ เรื่อง

Vol. 2 Issue 34 “รัฐบาลปู”เอาใจ”ขรก.-ลูกจ้างรัฐ”ขึ้นเงิน เดือนขั้นต�่ำ 1.5 หมื่นบาทดีเดย์ 1 มกราฯ

เมื่อ วันที่ 20 ก.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก รัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการปรับเงินเดือนข้าราชการ 15,000 บาท ที่ส่งกลับ ให้ทบทวนว่า ไม่ใช่เป็นการทบทวน แต่เป็นหลักการที่ คณะท�ำงานของกระทรวงการคลังเป็นผู้เสนอ ตนเป็นห่วง อยากให้ดูในผลกระทบด้วย เพื่อให้ดูแลส่วนของราชการให้ ครอบคลุมไม่ใช่เฉพาะปริญญาตรี อย่างไรก็ตาม คงจะไป ทบทวนให้ละเอียดอีกครั้ง ยืนยันว่าไม่ได้มีการตีกลับแต่ อย่างใด เป็นเพียงการเสนอเพิ่มเติมมากกว่า ในประเด็น ที่มีข้อกังวลใจ เมื่อ ถามว่า ข้อกังวลใจของนายกฯในเรื่องนี้คืออะไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นในส่วนของสายวิชาชีพที่ไม่ ได้พูดถึง อย่างผู้ที่จบ ปวช., ปวส. คงต้องไปดูโครงสร้าง รวมด้วย เพื่อให้เกิดความรอบคอบ เพราะนโยบายนี้เป็น ประเด็นที่ส่งผลกระทบกับคนส่วนใหญ่ จึงต้องให้ทุกหน่วย งานพิจารณาอย่างครอบคลุม ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่นโยบาย ปริญญา 15,000 บาท ไม่ได้พูดถึง ปวช., ปวส. น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ กล่าวว่า เป็นการช่วยเหลือเพิ่มเติม ตัวนโยบาย ยังคงอยู่ เมื่อถามว่า ได้รับรายชื่อคณะกรรมการ กสทช. แล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับเรื่อง

ครม.เอาใจ ข้าราชการ อนุมัติปรับขึ้นเงินเดือนขั้นต�่ำ “ขรก.-ลูกจ้างรัฐ” 1.5 หมื่นบาท ราว 6.49 แสนคน เริ่ม มีผล 1 ม.ค.55 คาดรัฐบาลใช้งบกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท

“ที่ประชุม ครม. ยังมีมติให้ส�ำนักงานคณะ กรรมการคข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พิจารณาการปรับ โครงสร้างอัตราบัญชีเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบทุกปีเป็น เวลา 4 ปี จนกว่าฐานเงินเดือนจะอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท เพื่อน�ำเสนอให้ครม.พิจารณาเห็นชอบต่อไป” ที่มา : สยามรัฐ(Submitted by tawatchai on Tue) 20/09/2011

ที่ท�ำเนียบรัฐบาล น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ อนุตมา รองโฆษกประจ�ำส�ำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผล การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ที่ประชุมมีมติ ให้ปรับ เพิ่มค่าครองชีพ ส�ำหรับข้าราชการ และบุคลากรภาครัฐ ที่มีเงินเดือนไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินเดือนขั้นต�่ำ 1.5 หมื่นบาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555 ซึ่ง การปรับเพิ่มเงินครั้งนี้จะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 18,396 ล้าน บาท รวมทั้งคาดว่าในปีต่อไปจะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีก น.ส.อนุตตมา กล่าวต่อว่า การปรับเพิ่มเงิน เดื อนครั้ ง นี้ ค รอบคลุ ม บุ ค ลากรภาครั ฐ 5 กลุ ่ ม ได้ แ ก่ ข้ าราชการ ลู ก จ้ างประจ� ำ ลู ก จ้ างชั่ ว คราว พนั ก งาน ราชการ ทหารกองประจ�ำการจ�ำนวนราว 6.49 แสนคน โดยคาดว่าในปีงบประมาณ 2556 จะใช้งบประมาณเพิ่ม เป็น 2.45 หมื่นล้านบาท

ที่มา : ไทยรัฐ 20 ก.ย. 2554

18

19


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

20 Sep - 26 Sep 2011 Vol. 2 Issue 31

คลังเร่งฟื้นฟู SME ครม.อนุมัติ เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยกู้ 2 พันล้านบาท กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ใช้ฟื้นฟูกิจการ และเป็นเงิน ทุนหมุนเวียน หลังประสบภัยพิบัติน�้ำท่วม รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 8% รัฐช่วยชดเชย 2% ผ่อน ช�ำระนานถึง 6 ปี และ 2 ปีแรกช�ำระแค่ดอกเบี้ย นาย วิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การคลัง กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ธนาคาร จัดเตรียมวงเงินสินเชื่อ จ�ำนวน 2,000 ล้านบาท เพื่อช่วย เหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ส�ำหรับใช้ฟื้นฟู ปรับปรุง และเป็นเงินทุนหมุนเวียนส�ำหรับกิจการที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุภัยพิบัติใน พื้นที่ตามประกาศของทางราชการ ทั้ง นี้หลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติที่หลายจังหวัดในแถบ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางรวม 41 จังหวัดได้ ประสบอยู่ในขณะนี้ ครม.ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวง การคลั ง เสนอให้เอสเอ็มอีแบงก์ สถาบัน การเงิน ของรัฐ ด� ำ เนิ น การช่ ว ยเหลื อ และเยี ยวยาผู ้ ประกอบการเอสเอ็ มอี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติตามนโยบายเร่ง ด่วนของรัฐบาล ส�ำหรับ เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย กู้ รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือตามความเป็นจริง อัตรา ดอกเบี้ยคงที่ 8% ต่อปี ตลอดสัญญา โดยรัฐบาลช่วย ชดเชยดอกเบี้ยให้ 2% ทุกปี

20

Vol. 2 Issue 34 ขั บ เคลื่ อ นส่ ง ออกควบคู ่ ก ระตุ ้ น บริ โ ภค ภายใน

ส่วน ผู้ประกอบการจะจ่ายเพียง 6% ต่อปี ระยะ เวลาผ่อนช�ำระนานถึง 6 ปี และ 2 ปีแรกช�ำระแต่เพียง ดอกเบี้ย ยังไม่ต้องช�ำระคืนเงินต้นเพื่อให้กิจการมีความ เข้มแข็ง โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน หรือการค�้ำประกัน รวมทั้งการตรวจสอบประวัติทางการเงิน (Credit Bureau) จะไม่น�ำมาใช้เป็นเงื่อนไขในการปฏิเสธการให้สินเชื่อ นาย วิรุฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญ กับเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ และเห็นว่ามี ความจ� ำ เป็ น เร่ ง ด่ ว นที่ จ ะต้ อ งใช้ เ งิ น กู ้ เ พื่ อ น� ำ ไปปรั บ ปรุ ง ซ่อมแซม ฟื้นฟูกิจการ รวมถึงจ�ำเป็นต้องมีเงินทุนส่วน หนึ่งเป็นทุนหมุนเวียนในธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการที่ยื่นขอกู้ จะต้องมีสถานประกอบการอยู่ในพื้นที่ประสบเหตุ ภัยพิบัติ และกิจการได้รับผลกระทบ โดยจะต้องมีหนังสือรับรอง จากหน่วยงานราชการในพื้นที่ว่าเป็นผู้ประกอบการ อยู่ใน พื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติ และได้รับผลกระทบ “รั ฐ บาล โดยกระทรวงการคลั ง ตั้ ง ใจช่ ว ยเหลื อ เยียวยาให้ผู้ประกอบการฟื้นตัวจากภัยพิบัติในครั้งนี้ เพื่อ ให้กิจการเอสเอ็มอีในพื้นที่สามารถกลับมาด�ำเนินการได้ ตามปกติ ซึ่งจะท�ำให้เศรษฐกิจในชุมชนเข้มแข็งดังเดิม” ที่มา : จากหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 21 กันยายน 2554

20

หลั ง เป็ น ส.ส.มานาน 4 สมั ย ติ ด ต่ อ กั น ล่ า สุ ด “ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์” บุตรชาย พล.ต.สนั่น ขจร ประศาสน์ ที่ได้บ่มเพาะประสบการณ์ทางการเมืองมากว่า 10 ปีก็ได้รับความไว้วางใจจากรัฐนาวา “ยิ่งลักษณ์ ชิน วั ต ร” ให้ ด� ำ รงต� ำ แหน่ ง รั ฐ มนตรี ช ่ ว ยว่ า การกระทรวง พาณิชย์เป็นครั้งแรก ซึ่งเขาได้เปิดบ้านสนามบินน�้ำให้ สัมภาษณ์พิเศษกับทีมงาน “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงภารกิจที่ ได้รับมอบหมาย ตลอดจนมุมมองด้านต่างๆ ในนโยบาย ของรัฐบาลที่เป็นข้อกังขา ยอมรับหนักใจ รมต.ป้ายแดง:

“การได้ ท� ำ งานร่ ว มกั บ คนในกระทรวงที่ มี ศั ก ยภาพ ตรงนี้ จ ะท� ำ ให้ เ ราไม่ เ หนื่ อ ยมาก แต่ ว ่ า การน� ำ นโยบาย ของรั ฐ บาล หรื อ ท่ า นรองนายกฯที่ ดู แ ลเรื่ อ งเศรษฐกิ จ สู ่ ภาคปฏิ บั ติ โดยท� ำ หน้ า ที่ เ ป็ น ผู ้ ป ระสานและบู ร ณาการ การท�ำงานก็ถือเป็นภาระที่หนักพอสมควร ซึ่งกระทรวง พาณิ ช ย์ ถื อ เป็ น กระทรวงที่ ป ระชาชนให้ ค วามสนใจมาก เพราะมีหน้าที่ ดูแลเรื่องปากท้องประชาชน ทั้งผมและ คุณภูมิ สาระผล(รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์อีกท่านหนึ่ง) ก็ แบ่งหน้าที่กันไปมากพอสมควร” อ่านเพิ่มเติมที่http:// www.thannews.th.com/index.php?option=com_co ntent&view=article&id=84698:2011-09-21-06-3317&catid=87:2009-02-08-11-23-26&Itemid=423 ที่มา : จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,672 22-24 กันยายน พ.ศ. 2554

นายศิริวัฒน์ กล่าวว่า การเข้ามาท�ำงานที่กระทรวง พาณิ ช ย์ ไ ด้ รั บ มอบหมายจากรองนายกรั ฐ มนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์(กิตติรัตน์ ณ ระนอง) ให้ดูแล 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย 3 กรมใหญ่ได้แก่ กรมส่งเสริมการส่งออก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรม ทรัพย์สินทางปัญญา กับอีก 2 องค์การมหาชน ได้แก่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ และศู น ย์ ส ่ ง เสริ ม ศิ ล ปาชี พ ระหว่ า งประเทศ ซึ่ ง ถามว่ า หนักใจหรือไม่เจ้าตัวตอบว่า ตอนแรกยอมรับว่าหนักใจพอ สมควร แต่พอเข้ามาท�ำงานจริงๆ แล้วพบว่าข้าราชการ ของกระทรวงพาณิชย์มีศักยภาพมากก็ถือเป็นโชคดีที่ได้ ร่วม งานกัน

21


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

20 Sep - 26 Sep 2011

Vol. 2 Issue 34

สถานการณ์ด้านการค้า กลุ่มขนส่งมึนนโยบายพลังงานรัฐ กลุ่ม ขนส่งมึนนโยบายพลังงานรัฐ สับสนหนักวางแผน ธุรกิจไม่ได้ ตบเท้าถก “พิชยั ” 26 ก.ย.นี้ ขอค�ำตอบชัดๆ เรือ่ ง ความชัดเจนถึงนโยบายโครงสร้างราคาพลังงานภาพรวม นายขวั ญ ชั ย ติ ย ะวานิ ช นายกสมาคมผู ้ ป ระกอบการ ขนส่งสินค้าภาคอีสาน เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการขนส่ง ในนามสหพั น ธ์ ก ารขนส่ ง ทางบกแห่ ง ประเทศไทย จะ เข้าพบนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน วันที่ 26 ก.ย.นี้ เพื่อที่จะขอความชัดเจนถึงนโยบายโครงสร้างราคา พลังงานภาพรวม โดยเฉพาะราคาน�้ำมันดีเซล ก๊าซหุง ต้ม และก๊าซธรรมชาติส�ำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ที่ขณะ นี้ผู้ประกอบการเกิดความสับสนถึงทิศทางราคาท�ำให้ไม่ สามารถวางแผนการท�ำ ธุรกิจในระยะยาวได้ “อยากให้ ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพราะการที่ตรึงไว้ แล้วท�ำให้โครงสร้างอื่นๆบิดเบี้ยวไป ท�ำให้ผู้ประกอบการ ปรับตัวไม่ถูก อย่างล่าสุดรัฐบาลได้ยืดมาตรการลดภาษี น�้ำมันดีเซลไปถึงสิ้นปี แต่ก๊าซหุงต้มและเอ็นจีวีจะขึ้นเมื่อ ใดก็ไม่มีความชัดเจน ท�ำให้คนที่จะซื้อรถบรรทุกคันใหม่ ไม่รู้จะซื้อรถชนิดใดดี” นายขวัญชัยกล่าวว่า สิ่งที่จะเสนอรัฐบาลคือ สมาคม เห็ น ด้ ว ยที่ จ ะลอยตั ว ราคาพลั ง งาน แต่ ส ่ ว นของเอ็ น จี วี ราคาที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ไม่เกิน 50% ของราคาดีเซล หากเมื่อใดที่ราคาเอ็นจีวีแพงกว่าระดับดังกล่าว ผู้ประกอบ การรถบรรทุกจะหนีไปใช้น�้ำมันดีเซล นอกจากนี้ ข้อส�ำคัญ คือ หากจะขยับราคาเอ็นจีวีแล้วจะต้องไม่ขาดแคลนด้วย

22

นาย สิริวุทธิ์ เสียมภักดี นายกสมาคมผู้ประกอบการ ค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย กล่าวว่า จากนโยบายที่รัฐบาล ลดราคาเบนซิน 91 และ 95 น�้ำมันดีเซลลง ด้วยการ ยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน�้ำมัน ท�ำให้ส่วนต่างราคา เบนซินกับแก๊สโซฮอล์ลดลงจนท�ำให้ขณะนี้ยอดขายแก๊ส โซฮอล์ 95 ลดแล้วเฉลี่ย 15-20% แก๊สโซฮอล์ 91 ลดลง 4-5% โดยผู้ใช้หันไปเติมเบนซิน 91 แทนท�ำให้สต๊อกเอ ทานอลในประเทศเหลือ 50 ล้านลิตร จึงได้ขอเวลาพบ รมว.พลังงาน เพื่อขอทราบนโยบายที่ชัดเจนถึงนโยบาย พลังงานทดแทน ทั้งนี้ สมาคมจะเสนอขอความช่วยเหลือจากรัฐในการ แก้ ไ ขกฎหมายเปิ ด ช่ อ งให้ กั บ ผู ้ ผ ลิ ต เอ ทานอลสามารถ ขยายตลาดในประเทศได้ ม ากขึ้ น เนื่ อ งจากกฎหมาย ปัจจุบันมีข้อบังคับให้ขายเอทานอลในประเทศได้เฉพาะผู้ ค้า มาตรา 7 เท่านั้น ซึ่ ง ราคาส่ ง ออกขณะนี้ ใ กล้ เ คี ย งกั บ ราคาขายใน ประเทศ แต่การส่งออกมีความเสี่ยงในค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้ง ค่าขนส่ง การดูแล ฯลฯ “สมาชิกของสมาคมพยายามทุก วิธี ทั้งการหาตลาดในประเทศเพิ่ม และเร่งการส่งออก ซึ่งยอมรับว่าผลกระทบดังกล่าวท�ำให้ผู้ผลิตเอทานอลต้อง หยุดการผลิตในหลายๆโรง งาน  เพื่อลดต้นทุน”. ที่มา : ไทยรัฐ 20 ก.ย. 2554

“กิตติรัตน์” หนักใจวิกฤติเศรษฐกิจ โลก “กิตติ รัตน์” รมว.พาณิชย์ หนักใจวิกฤติเศรษฐกิจโลก เชื่อไม่ตัดการซื้อสินค้าประเภทอาหารจากเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ชี้อาเซียนหาทางออก พึ่งพากันเอง เพิ่มก�ำลัง ซื้อในประเทศ ... นาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัญหาเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป (อียู) เป็นเรื่องที่น่าหนักใจ แต่ประเทศในแถบตะวันตกมี ความต้องการซื้อเพื่อการบริโภคสูง เชื่อว่าจะไม่ตัดการซื้อ สินค้าประเภทอาหารจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะ อาหารจ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวิต และยังมีราคาไม่สูงมากนัก แต่จะลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยแทน ซึ่งคงจะตัดการซื้อ จากกลุ่มประเทศเดียวกัน “ในระยะสั้น ยังไม่กังวลมาก นักกับปัญหาหนี้ในยุโรป ที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทย แต่ ระยะยาวมีความกังวลแน่นอน ไม่ช้าก็เร็วจะต้องกระทบ ถึง แต่ขณะนี้ยังพอมีเวลาที่อาเซียนจะพึ่งพากันเอง และ เพิ่มก�ำลังซื้อในประเทศ”

ด้าน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า วิกฤติเศรษฐกิจการเงินโลกที่ก�ำลังเกิดขึ้น ส่งผลให้ก�ำลัง ซื้อของประเทศในยุโรป และสหรัฐฯลดลง และย่อมส่งผลก ระทบต่อภาคการส่งออกของไทย รวมถึงเศรษฐกิจประเทศ ก�ำลังพัฒนาหลายๆ ประเทศ แต่ไทยได้วางนโยบายรับมือ กับวิกฤติเศรษฐกิจการเงินโลกอยู่แล้ว ด้วยการหันมาพึ่งพา เศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคและการ ลงทุนภาคเอกชน ซึ่งหากต่อไปเศรษฐกิจในประเทศใหญ่ๆ ยังชะลอตัวลง ไทยก็ไม่ตกใจ เพราะพร้อมรับมือ ส่วนใน สัปดาห์หน้า จะเข้าร่วมประชุมธนาคารโลก และกองทุน การเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดจะหารือปัญหา เศรษฐกิจยุโรป และสหรัฐฯ ที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อย่างเบ็ดเสร็จ ดังนั้น จะเสนอข้อห่วงใยในการแก้ปัญหา โดยอยากให้แก้ปัญหาตรงจุด แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มี ความคืบหน้า ไม่ใช่ต้องกลับมาแก้ไขซ�้ำอีก “วิกฤติ การเงินของโลก เป็นปัญหาจากนโยบายที่ บิดเบือน หละหลวมของประเทศใหญ่ๆ ซึ่งกระจายวงกว้าง มากขึ้น ดังนั้น ประเทศที่ก�ำลังพัฒนา รวมถึง ไทย ควร มีข้อท้วงติง รวมถึงทั้งไอเอ็มเอฟ และเวิลด์แบงก์ ควร ติดตามการด�ำเนินนโยบายของประเทศต่างๆ อย่างใกล้ ชิด เพื่อให้การปรับปรุงและแก้ไขปัญหา ด�ำเนินการอย่าง รวดเร็วและชัดเจนมากยิ่งขึ้น”

23


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

20 Sep - 26 Sep 2011

ส่วนนางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สาย ตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.) กล่าวถึงข่าวที่ว่ากระทรวงการคลังต้องการแก้ไขปัญหาหนี้ สินของกองทุนเพื่อ การฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการ เงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) โดยเร็วว่า ขณะนี้ ธปท.กับกระทรวง การคลังยังปรึกษาหารือความเป็นไปได้ในกรณีต่างๆ ยังไม่ ได้ข้อสรุป ซึ่ง ธปท.จะน�ำไปปรึกษาหารือกับคณะกรรมการ ธปท. (กกธ.) หรือบอร์ดแบงก์ชาติ ก่อนตัดสินใจ อย่างไร ก็ตาม ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การบริหารทุนส�ำรอง ทางการระหว่างประเทศของไทย ได้ปรับเปลี่ยนการลงทุน สินทรัพย์หลายประเภทมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี เพราะ ธปท.มีภาระต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร ธปท. ที่ออกมาเพื่อดูดซับสภาพคล่องเงินบาท จากการเข้าดูแล ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างมาก.

วัฒนธรรมและรู้จักคู่ค้าซึ่งมีความส�ำคัญมาก ที่สุด หาก รู้กลยุทธ์ช่องทางแต่ไม่รู้จักพฤติกรรมคู่ค้าอาจไม่ประสบ ความส�ำเร็จได้ ดังนั้นการท�ำธุรกิจกับคนตะวันออกกลาง ครั้งแรกจึงค่อยๆ ท�ำความรู้จัก ไม่ควรเริ่มต้นเจรจาธุรกิจ ทันที ซึ่งแตกต่างจากคนยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาจะไม่มี การทักทายหรือสนทนาเกี่ยวกับ ดินฟ้าอากาศแต่จะเจรจา ธุรกิจทันที กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง มีประชากรรวม กับประมาณ 270 ล้านคน แต่แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มคือกลุ่ม จีซีซี มีทั้งหมด 6 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์(ยูเออี) บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย คูเวต กาตาร์ และโอมาน กลุ่มอาหรับอื่น 5 ประเทศ ได้แก่ เลบานอน จอร์แดน ซีเรีย อิรักและเยเมน กลุ่มประเทศที่ไม่ใช่อาหรับ ได้แก่ อิหร่าน ตุรกี ไซปรัส และอิสราเอล

ที่มา : ไทยรัฐ 20 ก.ย. 2554

นายวิทยากร กล่าวว่าตะวันออกกลางมีหลากหลาย วัฒนธรรม ผู้ประกอบการต้องมีเป้าหมายให้ชัดเจนจะเจาะ ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใดจะเลือก ตะวันออกกลางล้วน หรือ กลุ่มฟิลิปปินส์ที่อยู่ในตะวันออกกลาง เช่น ส่งออกข้าว หอมมะลิ ไปยูเออีคนที่รับประทานข้าวหอมมะลิในยูเออี คือคนจีนและฟิลิปปินส์เป็นหลัก

ชี้ช่องเจาะตลาด’อาหรับ’ หมวด อาหารรุ่ง ผู้เชี่ยวชาญตลาดตะวันออกกลางชี้ช่องผู้ประกอบการ ไทยเจาะตลาด เผยเคล็ ด ไม่ ลั บ รู ้ จั ก คู ่ ค ้ า ให้ ลึ ก ซึ้ ง อย่ า ยิงตรงเรื่องธุรกิจทันที ก�ำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เผยสินค้าที่มีโอกาสรุ่งตลาดกาลคือหมวดอาหาร เพราะ ตะวั น ออกกลางชู ค วามมั่ น คงปลอดภั ย อาหารเป็ น วาระ แห่งชาติ นายวิทยากร มณีเนตร หัวหน้ากลุ่มงานสินค้า 3 สินค้าแฟชั่น ส�ำนักกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก กรมส่ง เสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในงานสัมมนา หัวข้อ “จัดเต็ม SMEs ไทยโกยก�ำไรตะวันออกกลาง” ว่า กลยุ ท ธ์ ก ารเข้ า สู ่ ต ลาดตะวั น ออกกลางต้ อ งรู ้ จั ก ตลาด ภู มิ ภ าคนี้ ใ ห้ ลึ ก ซึ้ ง โดยเฉพาะการรู ้ จั ก ขนบธรรมเนี ย ม

24

ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี เรียกได้ ว่าเป็นตลาดที่เข้ายากที่สุด เพราะประเทศนี้มีประชากร 5 ล้านคนเศษ แต่มีคนยูเออีเพียงแค่ 600,000-700,000 คนเท่านั้นที่เหลืออีก 4 ล้านคนเศษเป็นชาวต่างชาติ โดย เฉพาะคนอินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน ซึ่งคนอินเดีย เป็ น คนที่ มี ค วามละเอี ย ดมาก การท� ำ สั ญ ญากั บ อิ น เดี ย จึ ง ต้ อ งพิ ม พ์ ใ ห้ ล ะเอี ย ด การที่ ไ ด้ พ บกั บ นั ก ธุ ร กิ จ หลาก หลายประเทศที่ยูเออี การเข้า สู่ตลาดอื่นๆ ในภู มิ ภาค ตะวันออกกลางจะมีความง่ายมากขึ้นเพราะถือว่าได้ผ่าน ด่านหินเรียบ ร้อยแล้ว

Vol. 2 Issue 34 “คนอาหรั บ เป็ น คนรวยและมี ค วามพร้ อ มทางด้ า น เทคโนโลยี แต่การท�ำธุรกิจกับคนอาหรับติดต่อทางอี-เมล์ จะไม่ค่อยได้ผล หรือหากเราท�ำธุรกิจส่งออกสบู่ แต่เขา ต้องการสินค้าแชมพู เราควรจะหาให้เขาด้วย เพราะคน อาหรับจะชอบการเป็นเครือข่ายธุรกิจ” นายเฉลิมพล ฮุนพงษ์สิมานนท์ ประธานสภานักธุรกิจ ไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวว่าตะวันออกกลางมีน โยบายแห่ ง ชาติ ที่ เรี ยกว่ าความปลอดภั ยและความมั่ นคง อาหาร เพราะภูมิภาคนี้มีสินค้าหลักคือน�้ำมัน จึงตระหนัก อยู่เสมอว่าหากไม่มีน�้ำมันชีวิตก็จบ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบ การสินค้าอาหารมองตลาดตะวันออกกลางมองใหญ่ได้เลย ไม่ ต้องมองเล็ก เจรจาขายล็อตแรกส�ำเร็จแล้วถามต่อได้ เลยว่าจะสั่งซื้อล็อตต่อไปจ� ำนวนเท่าใด เขาจะให้ความ สนใจทันทีเพราะอาหารถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ สินค้า ข้าว น�้ำตาล น�้ำ เป็นสินค้าอาหารที่ส�ำคัญมาก

นอกจากนี้เรื่องของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม แบรนด์ สินค้า เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการส่งออกของไทยต้องให้ความ ส�ำคัญเพราะเป็นสิ่งที่คู่ ค้า ลูกค้า จะต้องให้ความส�ำคัญ อย่างแน่นอนในเวลาไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า เหมือนกับที่ 20 ปีก่อนที่พูดกันถึงไอเอสโอ แต่วันนี้ไอเอสโอเป็นเรื่อง พื้นฐานส�ำหรับผู้ส่งออกและผู้น�ำเข้าไปแล้ว ด้านนายอัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวก้า อินเตอร์เทรดแอนด์เอ็กซิบิชั่น จ�ำกัด รับ จัดงานแสดงสินค้าไทยในโกลบัลวิลเลจ ที่เมืองดูไบ สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ กล่าวว่างานโกลบัลวิลเลจ เป็นงานแสดง สินค้านานาชาติ ที่มีแนวคิดน�ำสินค้าจากประเทศต่างๆ มาร่วมจัดในที่เดียวกัน จัดโดยรัฐบาลดูไบ มีนักท่องเที่ยว ทั้งจากกลุ่มจีซีซี ยุโรป และอื่นๆ มาเลือกซื้อสินค้าในงาน แสดงสินค้าโกลบัลวิลเลจจ�ำนวนมาก จึงถือเป็นอีกช่อง ทางหนึ่งของผู้ประกอบการส่งออกไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอี น�ำ สินค้าไปเปิดตลาดในงานดังกล่าว จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,672 22-24 กันยายน พ.ศ. 2554

25


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

20 Sep - 26 Sep 2011

ดัชนีอุตสาหกรรมต�่ำสุดรอบ 5 เดือน นาย พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากผลส�ำรวจความ เชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทย ในเดือน ส.ค. 54 จ�ำนวน 40 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า ดัชนีอุตสาหกรรมในเดือน ส.ค. ปรับลดลงมาอยู่ที่ 102.5 จากระดับ 105.2 ในเดือน ก.ค. และเป็นระดับความเชื่อมั่นต�่ำสุดในรอบ 5 เดือน จากที่ต�่ำสุดในเดือน มี.ค. ที่ 102.3 แต่ดัชนีความเชื่อ มั่นในช่วงคาดการณ์ 3 เดือนอยู่ที่ 110.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้น จาก 107.4 ในเดือน ก.ค. ทั้ง นี้ เนื่องจากดัชนีด้านยอดค�ำสั่งซื้อโดยรวม ยอด ขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ ปรับ ลดลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อต้นทุนการ ผลิต โดยเฉพาะนโยบายรัฐบาลในการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำ อัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแข็งค่าของ ค่าเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก ภาวะน�้ำท่วมใน หลายพื้นที่ และความผันผวนต่อเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 ต.ค.นี้ คณะกรรมการร่วม ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะหารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เพื่อ เสนอยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมในระยะสั้นและระยะ ยาว 4 ด้าน คือ 1. อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่ต้องเร่งเพิ่มมูลค่าต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จากปัจจุบัน 9% เป็น 20% 2. อุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง 3. เร่งเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภูมิภาค 4. เร่งเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค ที่มา : จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 23 กันยายน 2554

Vol. 2 Issue 34

ส่งออกสิงหาคมขยายตัว 31% น�ำ เข้าเชื้อเพลิงพุ่งกระฉูด ค้าขาดดุลพัน ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่ส�ำคัญขยายตัวทุกกลุ่ม โดย ในกลุ่มตลาดหลัก โดยยุโรป เพิ่มขึ้น 26.7% ญี่ปุ่น เพิ่ม ขึ้น 25.5% เกาหลีใต้ 51.4% จีน 50.1% แอฟริกา 48.1% และ แคนาดา 23.6%

ตัว เลขส่งออกเดือนสิงหาคม ขยายตัว 31% สินค้า ทั้งกลุ่มเกษตร และอุตสาหกรรม พุ่งกระฉูด น�ำโดย ข้าว และยางพารา อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนการน�ำ เข้าเพิ่มขึ้นสูงเช่นกัน โดยเฉพาะ เชื้อเพลิง ท�ำให้เดือน สิงหาคมขาดดุลการค้า 1 พันล้านดอลล์ พาณิชย์เชื่อทั้ง ปีโตได้ 20% ตามเป้า

ขณะ ที่การน�ำเข้าเดือนสิงหาคม 2554 มี มูลค่า 22,770 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบ กั บ ช่ ว งเดี ย วกั น ของปี ที่ ผ ่ า นมา หากคิ ด ในรู ป เงิ น บาท 684,925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.64% สินค้าน�ำเข้าเพิ่มขึ้น ทุกกลุ่ม อาทิ สินค้าเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 77.5% สินค้าทุน เพิ่มขึ้น37.6% สินค้าอุปโภคและบริโภค เพิ่มขึ้น 28.7% สินค้าวัตถุดิบ/กึ่งส�ำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 41.2% ส่งผลให้เดือน สิงหาคมขาดดุลการค้ามูลค่า 1,203 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการน�ำเข้าในระยะ 8 เดือน (มกราคม - สิงหาคม) มีมูลค่า 153,025 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.5% คิด เป็นรูปเงินบาท 4,658,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.48% โดยในระยะ 8 เดือนแรกของปีนี้ ไทยยังคงได้ดุลการค้า รวม 5,041.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นาย ยรรยง พวงราช ปลั ด กระทรวงพาณิ ช ย์ แถลงภาวะการค้ า ระหว่ า งประเทศของ ไทยในเดื อ น สิงหาคม 2554 ว่า การส่งออกมีมูลค่าทั้งสิ้น 21,567 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 31.1% สูงสุดเป็น ประวัติการณ์ของการส่งออกรายเดือน ถ้าคิดในรูปเงินบาท การส่งออกมีมูลค่า 640,550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% สินค้าส่งออกที่ส�ำคัญเพิ่มขึ้นในทุกหมวด โดยเฉพาะสินค้า เกษตรกับอุตสาหกรรมการเกษตร ขยายตัว 64.3% อาทิ ข้าว ขยายตัว 67.0% ยางพารา ขยายตัว 69.6% เช่น เดียวกับสินค้าอุตสาหกรรมส�ำคัญขยายตัว 16.5% โดย เฉพาะเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัว 9.3% เครื่องใช้ ไฟฟ้า ขยายตัว 5.2% ส่งผลให้การส่งออกช่วง 8 เดือน แรก (ม.ค.-ส.ค.) ปี2554 มีมูลค่า 158,066 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 26.4% และหากคิดในรูปเงินบาท การส่งออกมีมูลค่า 4,754,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“อย่า กังวลเรื่องการขาดดุลการค้าเพราะเป็นการ น�ำเข้าสินค้า ทุน และวัตถุดิบเข้ามาเพื่อผลิตสินค้าส่งออก ต่อไป และไม่ต้องวิตกเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐ และประเทศ ในกลุ่มยุโรปชะลอตัวเพราะไทยได้กระจายตลาดส่งออก มากขึ้นในช่วงที่ ผ่านมา” ทั้งนี้คาดว่าทั้งปี2554 การส่งออกของไทยจะมี มูลค่าทั้งสิ้น 2.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวใน อัตรา 20% ที่มา : จากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 23 กันยายน 2554

26

27


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

รมว.พาณิชย์ วางแผนแม่บทกระทรวง พาณิชย์ 10 ปี เน้นสร้างความสมดุล เศรษฐกิ จ ผลั ก ดั น การบริ โ ภคใน ประเทศให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 (เอกสารแนบ3)

20 Sep - 26 Sep 2011

Vol. 2 Issue 34

อัตราแลกเปลี่ยน

ในงานสั ม มนารั บ ฟั ง ความคิ ด เห็ น ร่ า งแผนแม่ บ ท กระทรวงพาณิชย์ในระยะ 10 ปี ซึ่งจัดโดยกระทรวง พาณิ ช ย์ ร่ ว มกั บ สถาบั น บั ณ ฑิ ต บริ ห ารธุ ร กิ จ ศศิ น ทร์ แห่ ง จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย สถาบั น นานาชาติ เ พื่ อ เอเชียแปซิฟิกศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีความจ�ำเป็นต้องปรับสมดุล โดย ลดการพึ่งพาการส่งออกและหันมาให้ความส�ำคัญกับการ บริ โ ภคภายในประเทศให้ ม ากขึ้ น เพราะเมื่ อ เศรษฐกิ จ ของประเทศคู่ค้าที่ส�ำคัญ อาทิ สหรัฐและยุโรปในปัจจุบัน ซบเซา อาจท�ำให้การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบตาม ไปด้วย ดังนั้นแผนแม่บทของกระทรวงพาณิชย์ในระยะ 10 ปี คือตั้งแต่ปี 2555-2564 นั้น จึงได้วางเป้าหมาย การเพิ่มก�ำลังซื้อภายในประเทศให้สูงอีกไม่ต�่ำกว่าร้อยละ 15 จากปัจจุบันที่บริโภคภายในประเทศมีสัดส่วนร้อยละ 30 ขณะที่การส่งออกมีสัดส่วนถึงร้อยละ 70 โดยการ เพิ่มก�ำลังซื้อภายในประเทศนั้น รัฐบาลเน้นที่การปรับขึ้น ค่าแรงขั้นต�่ำ รับจ�ำน�ำข้าวในราคาสูง เพื่อให้กลุ่มคนที่มี รายได้น้อยให้มีก�ำลังซื้อมากขึ้น ที่มา : กระทรวงพาณิชย์ กันยายน 2554

28

29


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

อัตราแลกเปลี่ยน

20 Sep - 26 Sep 2011

Vol. 2 Issue 34

อัตราแลกเปลี่ยน THB 70.00

YEARLY MID RATES OF EXCHANGE OF COMMERCIAL BANGKOK IN BANGKOK 61.60

60.00 50.00 40.00 30.00

53.57 48.93

47.71 36.72

32.34

48.97 42.04 36.12

33.31

34.29

4.80

5.02

31.69

20.00 10.00

4.68

0.00

Year 2551 THB / 1 USD

30

2552 THB /1 GBP

THB / 1 EUR

2553 THB / 100 JPY

THB/CNY

31


TFPA Trade & Technical

TFPA TEAM Executive Director

วิกรานต์ โกมลบุตร E-mail:

WEEKLY BRIEF

vikrant@thaifood.org

20 Sep - 26 Sep 2011

THAIFOODPROCESSORS’ASSOCIATION

Trade and Technical Manager

Tel : (662) 261-2684-6 Fax : (662) 261-2996-7 E-mail: thaifood@thaifood.org www.thaifood.org

Division-Fruit and Vegetable Products

สมาคมผู้ผลิตอาหารส�ำเร็จรูป ขอขอบคุณเว็ปไซต์ ดังต่อไปนี้

Administrative Manager ลินดา เปลี่ยนประเสริฐ

E-mail: linda@thaifood.org

สุพัตรา ริ้วไพโรจน์ E-mail:

supatra@thaifood.org

E-mail : fv@thaifood.org

Head of Trade & Technical วิภาพร สกุลครู E-mail:

vipaporn@thaifood.org

Trade and Technical Officer

อัญชลี พรมมา E-mail: anchalee@thaifood.org ธณัฐยา จันทรศรี E-mail: tanatya@thaifood.org

Division-Fisheries Products E-mail : fish@thaifood.org

Head of Trade & Technical ชนิกานต์ ธนูพิทักษ์

E-mail: chanikan@thaifood.org

1. http://www.thannews.th.com 2. http://www.thairath.co.th 3. http://www.bangkokbiznews.com 4. http://www.tnsc.com 5. http://www.prachachat.net 6. http://www.dailynews.co.th 7. http://www.acfs.go.th 8. http://www.posttoday.com 9. http://www.matichon.co.th 10. http://www.naewna.com

Trade and Technical Officer

รัตนา ชูศรี E-mail: rattana@thaifood.org ธนัญญา ตั้งจินตนา E-mail: thananya@thaifood.org

IT Support Officer ปวัณรัตน์ ใจกล้า

E-mail: pawanrat@thaifood.org

Data Management Office ญดา ชินารักษ์

E-mail: yada@thaifood.org

Commercial Relation Executive กัญญาภัค ชินขุนทด

E-mail: kanyaphak@thaifood.org

Administrator

วสุ กริ่งรู้ธรรม E-mail: vasu@thaifood.org ศิริณีย์ ถิ่นประชา E-mail: sirinee@thaifood.org

Accountant

วิมล ดีแท้ E-mail:

32

wimon@thaifood.org

เสนอขอคิ ้ ดเห็น/ขอเสนอแนะ ้ ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………......................................................


'Q-{.f, Ihaihnd lntena,ianal Loqitlcs fah 2011

Thailand lnternational Logistics Fair 2011


Qrl'+.ss l',113'Jfrl$."",

@n*,R,fr ;til3llfrl$o I Logistics Fair 2011

Pleasecomplete all sections 'Iilte

jrvlr.l ll,lrc.tlMs t lother

I

ll ddle

Nameol Company/Organzation:

P o s l a l z i p. . . . . . . . . . . . . . . .

Type (s) oi A. How did you lirst learn about the iai.? Inte.net

O

E-mail

Q

w e o e , p r e a < e s p e c r t v r . .. .. . . .

O

Assocal on / chamberol Comm6rce

O

DEPThalbnd(Fanorsanizet

Q

exrioiror

O

lhar I'ade C€-€

O

Masazne / N6w6pap6,

O'lr" ol Co_ mq c'arA'lai '

Q wrnaao O

orhe6 (pleasespecit)

B. ls thls the lirst visii by your conrpany to the O

Y e sY , e a r .: . . . . . . . ... . . . .. . . . .... . . .... . .. . .. . . O

C. Please indicate the p{rpose(s)ot your visit? O

Estabish @ntacl*lsil supplieB

O

O

Evauale showlorlulue panicipalon

O

O

s€6k Gpres€ntatives

O

orhers(pleasespecit)

o

ces Sourceproducls/s€ru

DEP.'"t ,DfHln*:Lz,H!3:stb, Departmentof ExportPromotion,Ministryof Commerce' RoyalThaiGovernment 441100NonthaburiI Rd.,BangKrasor,Nonthaburi1 lq)o, Thailand Tel | (66)2 507 8386-9 Fax: (66)2 547 4284 Website: www.logisticsfair.com,www.tradelogistics.go,th, www.thaitradefair.com, E-mail; esls@depthai.go.th


CX/FICS 11/19/3

5 Appendix 1 PROPOSED DRAFT PRINCIPLES AND GUIDELINES FOR NATIONAL FOOD CONTROL SYSTEMS (at Step 3 of the Procedure)

SECTION 1

INTRODUCTION

1. This document is intended to assist the national government, and their competent authority(ies) in the development, operation and improvement of national food control system. It highlights the key principles and elements that should be given due consideration. It is not intended that the guidance results in â&#x20AC;&#x153;one systemâ&#x20AC;? being appropriate to all circumstances. Rather, various approaches may be used, as appropriate to the national circumstances, to achieve an effective national food control system. 2. While the focus of the Principles and Guidelines for National Food Control Systems is on the production, storage, transport and sale of foods within national borders, the document is consistent with and should be read in conjunction with other related Codex texts, in particular the Principles for Food Import and Export Inspection and Certification (CAC/GL 20-1995), the Guidelines for the Design, Operation, Assessment and Accreditation of Food Import and Export Inspection and Certification (CAC/GL 26-1997) and the Guidelines for Food Import Control Systems (CAC/GL 47-2003). 3. In addition, the Food and Agricultural Organisation (FAO) publications Assuring Food Safety and Quality: Guidelines for Strengthening National Food Control Systems (FAO Food and Nutrition Paper 76), Strengthening National Food Control Systems Guidelines to Assess Capacity Building Needs and the relevant standards and guidelines developed by the World Organisation for Animal Health (OIE) are valuable resources for member governments and organizations. 4. The principles and guidelines set out in this document are consistent with and are drawn from existing Codex documents. Competent authorities may apply these principles and guidelines, where appropriate, according to their particular situations. SECTION 2

OBJECTIVE OF A NATIONAL FOOD CONTROL SYSTEM

5. The objective of a national food control system is to protect the health of consumers and ensure fair practices in the food trade. SECTION 3 6.

PRINCIPLES OF A NATIONAL FOOD CONTROL SYSTEM

To meet the objectives of a national food control system the following principles should apply:

PRINCIPLE 1

PROTECTION OF CONSUMERS

7. National food control systems should be designed and maintained with the primary goal to protect the health of consumers. In the event of a conflict, precedence should be given to protecting the health of consumers. PRINCIPLE 2

THE WHOLE FOOD CHAIN APPROACH

8. The national food control system should cover the entire food chain from production to consumption, including feed, primary production and harvest, processing, storage, distribution, transport, retail, import and export. PRINCIPLE 3

TRANSPARENCY

9. All aspects of a national food control system should be transparent and open to scrutiny by all interested parties, while respecting legal requirements to protect confidential information as appropriate. Transparency considerations apply to all participants in the food chain and this can be achieved through clear documentation and communication.


CX/FICS 11/19/3 PRINCIPLE 4 10.

6

ROLES AND RESPONSIBILITY

All participants in a national food control system have specific responsibilities.

11. Food business operators2 have the primary responsibility for managing food safety and for complying with requirements relating to those aspects of food under their control. 12. Consumers also have a role in managing food safety risks under their control and where relevant should be provided with information in how to achieve this. 13. The competent authorities have the responsibility to monitor compliance with and enforce legal requirements. They also have the responsibility to establish and maintain up-to-date and science based legal requirements, to ensure the effective operation of the national food control system. 14. Academics and scientific institutions may have a role in contributing to a national food control system, as they are a source of expertise to support the risk based and scientific foundation of such a system. PRINCIPLE 5

CONSISTENCY AND IMPARTIALITY

15. All aspects of a national food control system should be applied consistently and impartially. The competent authority and all participants acting in official functions should be free of improper or undue influence or conflict of interest. PRINCIPLE 6

INCORPORATION OF RISK BASED, SCIENCE BASED AND EVIDENCE BASED DECISION MAKING

16. Competent authorities should be making decisions within a national food control system based on scientific information, evidence and/or risk analysis principles3 as appropriate. PRINCIPLE 7

COOPERATION AND COORDINATION BETWEEN MULTIPLE COMPETENT AUTHORITIES

17. The competent authorities within a national food control system should operate in a cooperative and coordinated manner, within clearly assigned responsibilities, for the most effective use of resources in order to avoid duplication/gaps and to facilitate information exchange. PRINCIPLE 8

PREVENTIVE MEASURES

18. To prevent or to react to food safety incidents a national food control systems should encompass the core elements of prevention, intervention and response. PRINCIPLE 9 PURPOSE

SELF ASSESSMENT AND REVIEW PROCEDURES TO ENSURE IT MAINTAINS ITS FITNESS FOR

19. The national food control system should possess the capacity to undergo continuous improvement and include mechanisms to evaluate its effectiveness. PRINCIPLE 10 RECOGNITION OF SYSTEMS [EQUIVALENCE] 20. Competent authorities should recognise that food control systems although designed and structured differently may be capable of meeting the same objective and should be provided for in the national food control system.

2

3

For the purpose of this document food business operator includes producers, processors, wholesalers, distributors, importers, exporters and retailers In accordance with members obligations under the World Trade Organisation Agreements, risk analysis frameworks adopted by national governments in the context of a national food control system should be consistent with the Codex Working Principles for Risk Analysis for Food Safety for Application by Governments (CAC/GL 62-2007) and relevant risk analysis policies developed by the World Organisation for Animal Health (OIE).


CX/FICS 11/19/3

7

SECTION 4 FRAMEWORK FOR THE DESIGN AND OPERATION OF THE NATIONAL FOOD CONTROL SYSTEM 21. The national food control system of a country will be based on that country’s particular governmental or constitutional arrangements and institutions, (e.g. presence or absence of sub national governments), national goals and objectives. 22. Defining the roles and responsibilities of key participants in a national food control system is essential for ensuring the objectives are met efficiently and effectively and opportunities for duplication and gaps are minimised. For example, where different authorities in the same country have jurisdiction over different parts of the food chain, conflicting requirements must be avoided to prevent legal and commercial problems and obstacles to trade. Also, while provincial or state laws may exist there should be a competent authority at the national level capable of ensuring uniform application. [New Zealand] 23.

The competent authority has a pivotal role in the national food control system, in that it: • provides leadership and coordination for the national food safety control system; • develops, implements, monitors, manages and reviews the national food control system; • establishes and enforces science and risk based regulatory controls that encourage and promote positive food safety outcomes; • supports and enables fair trade in food; and • advances/fosters knowledge, science, research and education regarding food safety. [New Zealand]

24. The design and operation of a national food control system should follow a logical and transparent process. This should include the consistent application of a systematic framework for the evaluation and, as necessary, control of food safety risks associated with existing, new or re-emerging hazards. This food safety risk management framework should be based upon internationally agreed standards and guidelines and incorporate the following steps: • preliminary risk activities, including identification and characterisation of the risk and ranking or prioritisation of the risk for risk management consideration; • identification, analysis and selection of possible risk management options; • implementation of the selected risk management option(s); and • monitoring of the outcome or effectiveness of the implemented option(s) and review or revision as appropriate. [New Zealand] 25. Two national food control systems, although not the same and designed differently, may be able to deliver similar outcomes. [EU] 26. The national competent authorities should consider undertaking arrangements with other countries national competent authorities, including the establishment of equivalence agreements, in order to make efficient use of their own resources. [EU] 27. Thus every country may have a different national food control system that is designed, implemented and continuously improved, applying the above principles to achieve the objective. SECTION 4.1

SYSTEM CHARACTERISTICS

Australia proposes incorporating this section into the body of section 4. 28. A national food control system should possess three main characteristics which can be used in selfassessment or other evaluation to determine if the system is fully functional and effective: 29. Situational awareness means that a national food control system avails itself of accurate and current information on the entire food chain as a whole and its various parts and participants. [New Zealand] This information should include, but not be limited to: • Statistical data on production, trade and consumption;


CX/FICS 11/19/3

8

• Knowledge of operators at various stages of the food chain; • Typical and atypical use of products, raw materials and by-products; • Structure of production and supply chains; • Production technologies, processes and practices; • Through chain traceability; • Consumer practice on selection, storage and handling of products; • Food safety hazards associated with different products; and • Epidemiological data on foodborne disease. 30. Pro-activity means that a national food control system is capable of identifying existing or emerging hazards in the environment before they materialise as risks in the food production/processing chain and at the early stages rather than in the end product. Trends and changes in the production/processing methods should also be subject to monitoring to allow early detection of emerging risks. Early warning/rapid alert systems, traceability and contingency planning for managing and preparing for potential food safety incidents should be an inherent part of a pro-active control system. [EU/US leave in/Brazil Australia delete] 31. Capability to learn [Continuous Improvement] means that a national food control system has mechanisms in place to continuously update, review and analyse the above mentioned information. A national food control system should also have mechanisms to adapt to changes in the production/processing environment, and respond and intervene where/as required at the appropriate point in the food chain. [NZ leave with edits EU/US leave in/ Australia delete] SECTION 4.2 SYSTEM DESIGN EU proposal include 4 paras on general guidance on applying the principles General guidance on applying the principles 32. The design of an effective national food control system requires a continuous planning-monitoringreview cycle, which is necessary to ensure that the system continues to deliver what is expected (principle 9 of this document). Successful implementation of the principles in section 3 requires that mechanisms to deliver according to those principles are built into the design of the system (rather than added as an afterthought). Effective implementation of all of the 10 principles depends on the combined effect of a number of components including: legislative foundation, allocation of resources, staff competence and training, laboratory network, verification of compliance, enforcement, surveillance, investigation, response, stakeholder engagement, international communication and harmonisation, assessment and evaluation. [EU] 33. The design of a national food control system plays a key role in providing for the system characteristics outlined in section 4.1. Processing and analysing data collected through official controls is essential for situational awareness (29). Data collection and analytical capability of the national food controls system determines the degree of pro-activity that the system will demonstrate (principle 8). Capability to learn depends on the effectiveness and timeliness of the feed-back from evaluation and review to the design or re-design processes. [EU] 34. When establishing a national food control system countries should identify the main objectives to be addressed through the system. The main objectives should be related to and assist in implementing the principles outlined in section 3. Control programmes help to ensure that inspection actions relate to objectives, since the results of these programmes can be assessed against the objectives set for the national food control system (principle 9). More specific operational objectives should be identified and aligned with the national objectives. Competent authorities should draw up control programmes based on precise objectives and appropriate risk analysis. [EU] 35. Decision making should include comprehensive scientific evaluation (principle 6), wide stakeholder participation (principle 3), transparency of process (principle 3), consistent treatment of similar risks in different situations (principle 5), examinations of different options for risk management, and systematic,


CX/FICS 11/19/3

9

documented decision-making (Principles 3 and 5). [EU] 36. An appropriate system design should consider a range of factors including (but not limited to) product risk, current scientific information, industry based controls, available resources, assessment, system review findings and cost effectiveness. It should also provide for flexibility in the application of control measures to reflect variations in these factors. [Australia] 37. In designing or redesigning a national food control system the government of a country along with the relevant competent authority(s) should take into consideration the guidance in the following sections. [New Zealand] Legislation 38. Legislation should provide clarity as to the roles and responsibilities of participants in the food chain, in particular that of central government, the competent authority (or of each competent authority where there is more than one) and any authorised providers (where these are used), and industry. Legislation should set out the overarching objectives of the national food control system and any specific or lower objectives that relate to participants or sectors. It should provide the authority or basis for the setting of standards and establishment of appropriate controls at all stages of the food chain, including production, manufacture, importation, processing, storage, transportation, distribution and trade. Australia propose use of Control programmes as used in CAC/GL 26-1997, instead of Inspection programmes EU suggested using Verification of compliance [and that this section fits after laboratories] – the language they have provided does not align with the concepts others have included under Control Programmes Control Programmes Inspection – Inspection [Australia] Control Programme(s) should provide ongoing monitoring of the food control system from production through manufacturing to transportation/distribution. [Uruguay proposed to delete transportation/distribution and replace with retail] 39. When designing a control programme competent authority(s) should ensure that the objectives of the national food control system is addressed, but should allow for flexibility in the nature and frequency of control programmes, to ensure control measures are appropriate, and can be modified as required. [Australia] 40. Control programme(s) should be based on clearly defined outcomes and appropriate risk analysis. In the absence of detailed scientific research, control programme(s) should be based on requirements developed from current knowledge and practice. Every effort should be made to apply risk analysis based on internationally-accepted methodology, where available. [Aust/covers Brazil] 41. National food control systems should be designed to ensure administrative procedures are in place for documentation of control programmes and their findings. [Aust] 42.

Control programmes should be designed to account for factors such as: • The risk to human health posed by the product or its packaging; • The susceptibility of the target consumer group; • The extent and nature of any further processing of the product; • The effectiveness and reliability of own controls; • History of conformity of industry; and • Potential fraud or deception of consumers and other factors that may prevent fair trade practices.

43.

The control programme (inspections, audits, visits) should cover, as appropriate: • Establishments, installations, equipment and material • Products, from raw material to the final products, including intermediate products.


CX/FICS 11/19/3

10

• Process: evaluation and verification of GMP, HACCP. • Means of transport, distribution chain, and retail. • Human resources, capabilities, skills, expertise, confidentiality, etc. 44. Where quality assurance systems are used by industry, the national food control system should take them into account where such systems relate to protecting consumer health and ensuring fair practices in the food trade. The competent authority should encourage the use of a Hazard Analysis Critical Control Point (HACCP) approach by industry. [Aust] Assessment and Evaluation – As appropriate, assessment, audits, inspections or other tools to evaluate the effectiveness of the food control programme, including the recognition of trends. [Australia has proposed including Assessment and Evaluation with Control (inspection)] [EU has proposed a section titled Assessment and Review] [US suggestions include language around continuous improvement that are supported by deletion of the Section on Continuous Improvement] 45. The system design should provide for the capability to evaluate the effectiveness of control programmes in the national food control system, including ongoing data collection. [Aus] 46 A national food control system should have mechanisms in place to continuously update, review and analyse the above mentioned information. A national food control system should also have mechanisms to adapt to changes in the production environment, and respond and intervene where/as required in the national food control system to ensure the protection of health of consumers and ensure of fair practices in trade. [Japan] [covers US proposal] 47. The competent authority(ies) implementing the national food control system should develop plans for periodic self-assessments and quality assurance reviews of the food control system that are designed to identify the strengths and weaknesses of their programme(s) or have their effectiveness evaluated by third parties. [Japan] [covers US proposal] Compliance and Enforcement - Compliance and enforcement programmes to enforce laws and regulations to achieve compliance. 48. Compliance and enforcement programmes should be designed to provide for the ability for the competent authority to take action to ensure the situation is remedied where a product or process is found not to be in conformity. The resulting actions should take into account any repeated non-conformity of the same product or process to ensure that any action is proportionate to the degree of public health risk, potential fraud or deception of consumers. [Australia/also picks up some of the EU thoughts] 49. Enforcement measures should be designed to be proportionate, dissuasive, and effective and to provide for a full range of actions which include the imposing of corrective actions, administrative sanctions and criminal sanctions. [EU] 50. Compliance and enforcement programmes may include the application of the following specific measures with regard to future production: [Australia] • Increased intensity of audits/inspection and/or monitoring of products and/or processes identified as being not in conformity and/or the undertakings concerned; and • In the most serious or persistent cases, de-registration of the producer/processor or closure of the relevant establishment. 4.2.1 RESOURCES (INCLUDES LABORATORIES, STAFF, TRAINING ETC) 51. The competent authorities and authorised providers should have adequate resources available, including personnel, funding, laboratories, equipment and other infrastructure to support an effective national food control system which meets the objective. [Australia also covers Mexico suggestions] 52. Feed and food control laboratories are an essential part of a national food control system. Analysis of food samples for physical, chemical and microbiological contamination is important to verify the safety and quality of food (including compositional characteristics, nutrition values, adulteration, presence of


CX/FICS 11/19/3

11

contaminants, etc.) and to enable appropriate action to be taken to protect consumers whenever necessary. [EU] 53. The design of the national food control system should include laboratory support to ensure that capability is provided for food sample analysis, and, as appropriate, environmental and clinical samples. [Australia] 54. The number and location of the laboratories, including the use of private laboratories, should be determined in relation to the objectives of the system and the volume of work. If more than one laboratory is required, consideration should be given to apportioning the analytical work to achieve the most effective coverage of the food analyses to be performed and also to having a central reference laboratory equipped for sophisticated and reference analyses. In case the establishment of domestic laboratories is not a feasible option, either official or private laboratories in other countries may be considered. In such cases same quality criteria, monitoring and audit arrangements should be in place as for domestic laboratories. [EU /Japan] Resources - Programme resources including the provision of adequate trained staff, facilities, equipment and funding. 55. In the design of a national food system, consideration should be given to the following to allow for the efficient and effective use of resources, while still ensuring the objective of the national food control system is met: [Australia] • Clearly defined roles and responsibilities of all participants in a national food control system to ensure the system is delivered in a coordinated and consistent manner. • The use of competent authorised providers and other available resources. • Targeted controls to ensure the most efficient use of available resources. • Undertaking arrangements with other countries’ competent authorities, including the establishment of equivalence agreements [Australia] Training 56. Training programmes should be designed to ensure that all inspectors, analysts, and other individuals carrying out technical/professional duties receive the training required to adequately perform their work assignments and to maintain their professional development. [Australia/Canada] 57. The competent authority should have in place a training plan that ensures that all inspectors, analysts, and other individuals carrying out technical/professional duties receive the training required to adequately perform their work assignments to improve technical understanding and maintain professional development. The plan should include coursework as well as, when appropriate, joint inspections and/or field training and should provide for basic and advanced credentials. [Japan] 58. Programmes and training manuals should be developed to ensure consistent application of requirements and uniform application of the national food control system. • Operating procedures including methods of inspection and control, sampling, and testing; • Job functions and qualifications as appropriate; • Relevant legislation and requirements; • Arrangements for coordination with key officials in relevant ministries and private sector organisations; • Relevant information about food contamination and food control; • Procedures for conducting food recalls and investigations; and • Relevant information on staff training. [Japan]


CX/FICS 11/19/3

12

Surveillance, Investigation, Response 59. The design of a national food control system should incorporate a system for surveillance, investigation and response which provides for documentation, analysis, communication and follow-up of alleged food-related incidents. [Japan/Australia/US] 60.

The elements of such programmes should include the following. [Japan] a) Surveillance and Investigation: • Use epidemiological information supplied by local, regional and/or national authorities, as well as industry and the animal health sector, to detect incidents or outbreaks of food borne illness or injury. • Investigate reports of illness, injury, and suspected outbreaks. b) Review and Response: • Correlate and analyze data. • Conduct trace-back and trace-forward investigations of food implicated in an illness, injury, or outbreak. • Disseminate public information. c) Documentation: • A written description of standard procedures regarding: o Response to illness, injury or outbreak. o Release of information to the public. o Access to epidemiology support that is available to the programme. o Follow-up/reporting.

61. Where appropriate, the national competent authority should utilize the Principles and Guidelines for the Exchange of Information in Food Safety Emergency Situations (CAC/GL 19/1995), the International Health Regulations (IHR), and the International Food Safety Authorities Network (INFOSAN), for national and international emergency notification and response. [Japan/Canada] 4.2.2 COMMUNICATION (INCLUDES STAKEHOLDER ENGAGEMENT, EDUCATION AND INTERNATIONAL COMMUNICATION) [Australia] 62. A national food control system design should promote transparency, including communication of the requirements, implementation and verification processes that are part of a national food control system. Consideration should be given to communication strategies with all stakeholders (private sector, producers, processors and consumers). [Canada] Stakeholder Engagement and Communication 63. In order to promote consumer confidence in the safety and quality of their food, the competent authority should be clear and transparent in their communications relating to all aspects of the national food control system for which they are responsible, including the development, implementation and enforcement of the requirements. [modified EU proposal] 64. It is important that decision-making processes are transparent, allow all stakeholders in the food chain to make effective contributions, where appropriate. [modified EU proposal] 65. Risk communication with the public and the food industry in emergency situations is an important component of the national food safety system. Consumers should always be promptly, accurately and fully informed about any disease outbreak, contaminated food incident, or food recall through an alert system using effective and practical communication methods. Communication must be a two-way process to ensure that authorities are aware of and take into account consumer concerns and perceptions, where appropriate. [IACFO]


CX/FICS 11/19/3

13

Education 66. Consideration should be given to the development of industry and community relations programmes to provide outreach and education programmes and information exchange, amongst regulators, industry, consumers and academia. [Aus] International Communication 67. The competent authority should have mechanisms in place to interact with the international community regarding international food safety standards as well as communication mechanisms to enact during food safety events of international concern. [Japan] 68. The design and operation of national food control system should be transparent to trading partners â&#x20AC;&#x201C; this applies to both importing and exporting countries. System design should address the need for timely notification and communication of identified food risks both in imported as well as exported products. Timely information should be provided on existing requirements and proposed changes to requirements to trading partners. [EU] SECTION 4.3 ELEMENTS TO CONSIDER IN IMPLEMENTATION OF THE SYSTEM [EU proposal] General guidance on applying the principles 69. Effective implementation of control programmes requires that all staff are fully aware of what is expected from them (Principle 4) and have objectives clearly communicated to them, have the necessary knowledge and skills to carry out their tasks and that they have the necessary resources (human, material and financial resources) available to carry out their tasks. Recruitment and training policies as well as documented procedures are necessary to maintain a high level of consistency (Principle 5). Effective cooperation and coordination (Principle 7) may require regular communications â&#x20AC;&#x201C; or other coordinating mechanisms â&#x20AC;&#x201C; between competent authorities in order to prevent emerging threats (Principle 8) and ensures full coverage of all relevant risks (Principle 6) without overlooking any essential stages in the feed and food chain (Principle 2). 70. Effective and timely implementation of new objectives, designs and plans provides for the visible part of the system characteristics outlined in section 4.1. Situational awareness can only be evident when operational procedures, training programmes and coordination mechanisms are promptly adjusted to reflect changes in the operational environment. Similarly, pro-activity and capability to learn depend on the effectiveness of the links between design/planning processes and implementation of controls. Legislation 71. The national food control system should be fully documented4, including a description of its scope and operation, responsibilities and actions for staff, in order that all parties involved are aware of their responsibilities. [Mexico] 72. Guidance and instructions for the interpretation of legal requirements concerning food business operators should be provided to both control staff and food business operators to ensure uniform application of legislation. For example, approval of food producing establishments is typically an activity where legal requirements are not always self-explanatory and therefore require practical implementation guidance to be effective and uniform. 73. Another example is the application of enforcement measures which requires careful judgement and depends on the specific circumstances. Guidance is necessary to ensure uniform application of enforcement measures in a wide range of varying situations.

4 Detailed guidance on documenting a national food control system can be found in the Food and Agricultural Organisation (FAO) publications Assuring Food Safety and Quality: Guidelines for Strengthening National Food Control Systems (FAO food and nutrition paper 76), Strengthening National Food Control Systems Guidelines to Assess Capacity Building Needs


CX/FICS 11/19/3

14

Continuous Improvement [Australia] 74. A national food control system should be continuously improved, for example in response to modifications to the system design, control programme data, non-compliances, food safety incidents, scientific research, history of conformance, external and self-reviews of the system. [Australia] Control Programmes 75. Competent authority(s) should ensure that control programmes are consistent with national legislation (including regulations, guidelines, policies and procedures). [Australia] 76. The competent authority should take measures to ensure that the control system is operated in a consistent and effective manner, avoiding arbitrary and unjustified distinctions in its application. [Mexico] 77. Implementation of any control programme should be risk based and targeted at the most appropriate stages and operations. Implementation of a control programme should not compromise the quality or safety of foods, particularly in the case of perishable products. [Australia] Assessment and Evaluation – As appropriate, assessment, audits, inspections or other tools to evaluate the effectiveness of the food control programme, including the recognition of trends. Secretariat Note; Assessment and Evaluation – there seemed to be a general view that these activities were or could be included in either Compliance or Enforcement or in Continuous Improvement it may also only be relevant to the Design section. The Committee should have a further discussion on this particular area. 78. The effectiveness and appropriateness of the national food control system should be regularly assessed against the objective of the system, as well as against legislative and other regulatory requirements. Criteria for assessment should be established, clearly defined and documented. [Australia] 79. Self-assessment audits of the national food control system should be carried out periodically, the results of the self assessment should be taken into account in further development of the national food control system. [Australia] 80. Assessment of the efficacy of the national food control system should be targeted at the most appropriate stages in the food chain, based on risk analysis conducted in accordance with internationally accepted methodology [Australia] 81. The performance of officially accredited bodies should be regularly assessed by the competent authority. Procedures should be initiated to correct deficiencies and, as appropriate, enable withdrawal of official accreditation. [Canada/Mexico/Brazil] Compliance and Enforcement - Compliance and enforcement programmes to enforce laws and regulations to achieve compliance 82. Competent authority(s) should ensure that compliance and enforcement programmes are implemented consistently to ensure the objective is maintained. [Australia] 83. In verifying compliance with requirements, competent authorities should acknowledge that different means can be used to achieve same objectives – unless the means have been explicitly prescribed in legislation. [EU] 84. Where a product or process is found not to be in conformity, the competent authority should take action to ensure that the operator remedies the situation. The resulting measures should take into account any repeated non-conformity of the same product or process to ensure that any action is proportionate to the degree of public health risk, potential fraud or deception of consumers. 85.

The specific measures applied with regard to future production may include: ‐ Increased intensity of audits/inspection and/or monitoring of products and/or processes identified as being not in conformity and/or the undertakings concerned; and ‐ In the most serious or persistent cases, de-registration of the producer/processor or closure of the relevant establishment.


CX/FICS 11/19/3

15

86. The competent authority should provide the operator concerned, or a representative, with written notification of its decision concerning the action to be taken and the reason for the decision. Information on right of appeal against such decisions and on the applicable procedure and timeframe should also be provided. 4.3.1 RESOURCES (INCLUDES LABORATORIES, STAFF, TRAINING ETC) 87. The laboratories should have adequate facilities for physical, microbiological and chemical analyses. In addition to simple routine analysis, the laboratories can be equipped with more sophisticated instruments, apparatus and library facilities as required. It is not only the type of equipment that determines the accuracy and reliability of analytical results but also the qualification and skill of the analyst and the reliability of the method used. [EU] 88. Competent authorities should utilize laboratories that are evaluated and/or accredited under officially recognized programmes to ensure that adequate quality controls are in place to provide for the reliability of test results. Internationally recognized and validated analytical methods should be used wherever available and Good Laboratory Practices should be adhered to. [EU] 89. Laboratories should maintain the necessary analytical expertise, facilities, and equipment to carry out the tests required by the competent authority. If third party laboratories are used, the competent authority maintains a written agreement or contract with the laboratories covering the services to be provided including quality assurance and accreditation programmes. [US] 90. Competent authorities should ensure that designated laboratories participate in regular proficiency testing. Such testing may be organised nationally or internationally and national reference laboratory may have a role in organising proficiency testing programmes. [EU] 91. The effective linkages should be established between laboratories in food control agencies and those in the public health system to utilize information on foodborne diseases for developing risk based food control policies. (FAO Food and Nutrition Paper 76, page 8 last para modified) [Japan] 92. The scientific information produced by food control laboratories may be used to inform and support policy and decision making processes related to food safety and quality, for instance to design surveillance and monitoring programmes that target priority hazards or to investigate adulteration, misleading information, fraud, consumer complaints, disease outbreaks, etc. and other emerging food safety and quality issues. [EU] Resources - Programme resources including the provision of adequate staff, facilities, equipment and funding. 93. Implementation of the national food control system requires that the competent authority (s) or delegate have access to appropriate resources including human, financial and other required support (e.g., access to inspectors, analytical capacity, vehicles, and other equipment) [Canada] 94. Competent Authorities should have, or have access to, a sufficient number of qualified personnel as appropriate in areas such as: food science and technology, chemistry, biochemistry, microbiology, veterinary science, human medicine, epidemiology, agronomic engineering, quality assurance, audit and law. [EU] Personnel should have access to adequate facilities, equipment and other resources to operate the national food control system. [Japan/Mexico] Training 95. The competent authority should implement a training programme(s) that ensures that all inspectors, analysts, and other individuals carrying out technical/professional duties receive the training required to adequately perform their work assignments to improve technical understanding and maintain professional development. [US] 96. Programmes and training manuals should be developed, implemented and maintained to ensure consistent application of requirements


CX/FICS 11/19/3

16

Surveillance, Investigation, Response - Capability to provide for surveillance, investigation, response, documentation, analysis, and follow-up of food-related illnesses and injuries. 97. Competent authority(s) should ensure that the response system in regards to food safety incidents, is effective, with clear communication between competent authority(s), industry and consumers, and is regularly assessed. [Australia] 98. The competent authority(ies) should utilize information gained from the surveillance of foodborne illness as a risk management tool in the operation of their food control systems. Food recalls and adjustments to food production and processing operations, including emergency responses, may be based on information obtained from foodborne disease information. [US] 99. The competent authority should ensure that sufficient guidance, training and awareness programmes targeted at all relevant stakeholders are in place to facilitate effective notification of suspect cases of food related illnesses or health hazards detected in the food chain. Administrative procedures or contingency plans (as appropriate) should provide guidance on initiating coordination mechanisms when involvement of several competent authorities is required to resolve the incident. Rapid alert systems should be designed and implemented for this purpose. [EU] 4.3.2 COMMUNICATION (INCLUDES STAKEHOLDER ENGAGEMENT, EDUCATION AND INTERNATIONAL COMMUNICATION) [Australia] Stakeholder Engagement 100. In order to promote consumer confidence in the safety and quality of their food, the competent authority should be clear and transparent in their communications relating to all aspects of the national food control system for which they are responsible (from parking lot) [Canada] 101. The competent authority should, as part of the regulatory process, engage with stakeholders including the food industry and consumers, in the development of new laws and regulations, and when making significant changes to their operating practices that will affect them. [US] 102. Communication among food safety, agriculture and other relevant authorities, consumers and consumer organizations, and the food business operators should be a continuous function of a national food control system. [IAFCO] Education 103. Where appropriate, the competent authority(ies) should provide access to educational information on food safety risks and mitigation steps which may be taken to reduce these risks. [Aus] International Communication 104. As appropriate, the competent authority should: • Communicate food safety issues and concerns with trading partners. • Participate in bilateral exchange with trading partners related to food safety regulations and their enforcement. • Communicate and collaborate with international authorities in cases where food(s) implicated in incidents or outbreaks of foodborne illness may be circulating in international trade. [US] 4.4 CONTINUOUS IMPROVEMENT Note: The United States does not believe a specific section devoted to this aspect of food control systems is necessary. This characteristic (continuous improvement) should be included as a characteristic if Section 4.1 above is retained and any specific provisions can be placed in the appropriate sections relating to implementation. Where specific occurred in this section we have moved it (or equivalent wording) into the body of the text above. Note: suggest that continuous improvement be applied to all elements – rather than applying the concept to each element. [Canada/Australia]


CX/FICS 11/19/3

17

Self assessment and review procedures to ensure fitness for purpose (meeting programme design and legislation) [Canada] 105. A national food control system should be continuously improved to reflect changes in product risk, the production environment (including technology), increased scientific knowledge, and level of confidence in industry, to ensure the objective of the national food control system is met in an efficient and effective manner. [Australia] These changes may also require amendments to legislation; changes to control programmes and/or laboratory practices. 106. Recommendations for continuous improvement may be drawn from a wide range of available information, including (but not limited to), control programme data, non-compliances, food safety incidents, scientific research, history of conformance, external and self-reviews of the system, changes to product risk or the production environment. [Australia] 107. When considering and incorporating recommendations into the system design and implementation, competent authority(s) should consider cost-benefits, effectiveness and efficiency. [Australia] 108. When continuously improving the national food control system, competent authority(s) may incorporate recommendations at the level of system design or implementation as appropriate. [Australia] 109. Any review and continual improvement of the national food control system should be communicated effectively and efficiently to ensure that clear exchange of information and engagement between all stakeholders in the national food control system occurs. [Australia] 110. Food-related incidents are an opportunity to learn. Competent authorities should use these opportunities by way of carrying out "post-mortems" and feeding the "lessons-learned" back to the planning/design process. Particular attention should be paid to early warning mechanisms, coordination between competent authorities, communication to stakeholders and the use and effectiveness of contingency planning. Corrective action should be taken as appropriate. [EU]


บทสรุปสําหรับผู้บริ หาร ร่างแผนแม่บทกระทรวงพาณิ ชย์พ.ศ. 2555-2564 1. หลักการและเหตุผล ในช่วงทศวรรษที ผ่านมาได้เกิด กระแสการเปลี ยนแปลงที สําคัญ ต่ างๆ ขึ%นทัง% ในระดับโลก ระดับ ภูมภิ าคและระดับภายในประเทศขึ%นมามากมาย โดยการเปลี ยนแปลงที สําคัญที มแี นวโน้ มต่ อเนื อ งไปสู่ ทศวรรษหน้ าและจะเป็ นบริบทสําคัญในการขับเคลื อนนโยบายการพาณิชย์ของไทย อาทิ การชะลอตัวของ เศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและการเปลีย นขัว% อํานาจทางเศรษฐกิจมาอยู่ท ภี ูมภิ าค เอเซียมากขึ%น การรวมตัว เป็ นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี พ .ศ. 2558 ภัยพิบ ตั ิทางธรรมชาติ การ เปลี ยนแปลงสภาพภู มอิ ากาศและผลกระทบต่ อ ความมันคงทางด้ านอาหารและพลัง งาน ตลอดจนการ เปลีย นแปลงทางโครงสร้างสังคมในหลายประเทศรวมทัง% ไทยทีไ ด้กา้ วเข้าสู่สงั คมผูส้ งู อายุ เป็ นต้น บริบทการเปลีย นแปลงจากทัง% ภายนอกและภายในประเทศดังกล่าวนํ ามาซึง วิสยั ทัศน์ประเทศไทยปี พ.ศ. 2570 ที ผ่านการระดมสมองและรวบรวมความคิดอย่างกว้างขวาง โดยวิสยั ทัศน์ ประเทศไทยปี พ.ศ. 2570 มีว่ า “คนไทยภาคภู ม ิใ จในความเป็ น ไทย มีม ิต รไมตรีบ นวิถีชีว ิต แห่ ง ความพอเพีย ง ยึด มันใน วัฒนธรรมประชาธิปไตย และหลักธรรมาภิบาล การบริการสาธารณะขัน% พืน% ฐานทีท วถึ ั ง มีคุณภาพ สังคมมี ความปลอดภัยและมันคง อยู่ในสภาวะแวดล้อมที ด ี เกื%อกูลและเอื%ออาทรซึ งกันและกัน ระบบการผลิตเป็ น มิตรกับสิง แวดล้อม มีความมันคงด้ านอาหารและพลังงาน อยูบ่ นฐานทางเศรษฐกิจทีพ ง ึ ตนเองและแข่งขันได้ ในเวทีโลก สามารถอยูใ่ นประชาคมภูมภิ าคและโลกได้อย่างมีศกั ดิ @ศรี” ซึง แสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนา ทีบ รู ณาการทัง% ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิง แวดล้อมควบคู่กนั ไปเพื อรองรับกระแสการเปลีย นแปลงทีจ ะ เกิดขึน% ในช่วงทศวรรษหน้า ทีผ ่านมา ประเทศไทยได้เริม สูญเสียความสามารถในการแข่งขันทีอ าศัยความได้เปรียบด้านต้นทุน การผลิตที มรี าคาถูก เช่น แรงงาน ทีด นิ วัตถุดบิ และทุนธรรมชาติอ นื ๆ ให้กบั ประเทศเกิดใหม่ (Emerging Economy) ต่างๆ ในโลก เช่น จีน เวียดนาม อินเดีย เป็ นต้น ดังนัน% การพัฒนาในระยะต่อไปซึง สะท้อนใน แนวคิดของทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสัง คมแห่ง ชาติฉบับที 11 (พ.ศ. 2555-2559) ได้มุ่ง พัฒนา ประเทศโดยปรับสมดุลพัฒนาเศรษฐกิจให้เน้น “คุณภาพ” ผ่านการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตได้จาก ศัก ยภาพที แ ท้จริง ของประเทศเพื อ มุ่ง สู่ก ารเป็ นระบบเศรษฐกิจที ส ร้างสรรค์มูล ค่ า (Value Creation Economy) นันคื อ ภาพแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของประเทศจะมีการปรับตัวทัง% ในเชิงรุกและเชิง รับเพื อสร้างภูมคิ ุม้ กันทางเศรษฐกิจให้สามารถรับมือกับกระแสการเปลีย นแปลงต่างๆ โดยให้ความสําคัญกับ การพัฒนาสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) เพื อยกระดับเป็ นระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ i-1


(New Economy) ที สามารถตอบสนองต่อเงื อนไขใหม่ๆ ที เกิดจากทัง% ทางด้านอุปทานและอุปสงค์ และ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างสมดุลและยังยื น กล่าวคือ การพัฒนาเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจยุคใหม่บนพืน% ฐานเศรษฐกิจฐานความรูจ้ ะเน้นให้ผูผ้ ลิตและ ผูป้ ระกอบการทําการค้นคว้าวิจยั และพัฒนา ออกแบบและใช้เทคโนโลยี ซึ งเป็ นการปรับกระบวนการผลิต สินค้าและบริการ หรือการปรับตัวทางด้านอุปทาน ให้สอดคล้องกับกระแสการเปลี ยนแปลงที เกิดขึ%น เช่น การใช้ทรัพย์สนิ ทางปญั ญา (IP) การใช้เทคโนโลยีเพื อการผลิตทีส ามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ ประหยัดพลังงาน เป็ นต้น เพื อเพิม มูลค่าและคุณค่าให้กบั สินค้าและบริการให้มคี วามซับซ้อนและหลากหลาย เพื อตอบสนองต่ออุปสงค์หรือความต้องการของตลาดภายในและต่างประเทศได้อย่างเหมาะสมยิง ขึน% จาก วิสยั ทัศน์ (Vision) เดิมของกระทรวงพาณิชย์ “เศรษฐกิจการค้าของประเทศมีความก้าวหน้าอย่างมันคงและ ยังยื น เพื อความอยู่ดกี นิ ดีของคนทัง% ประเทศ” ได้ช%ใี ห้เห็นถึงพันธกิจที สําคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการ ขับเคลื อนเศรษฐกิจการค้าภายในและการค้าระหว่างประเทศให้เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ในขณะเดียวกัน กับการเสริมสร้างให้เศรษฐกิจฐานรากและผูป้ ระกอบการมีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ดังนัน% กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่ วยงานหลักในการขับเคลื อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศและเป็ นส่วน หนึ งในการขับเคลื อนวิสยั ทัศน์ ของประเทศให้บรรลุ โดยเฉพาะอย่างยิง การสร้างความมังคั งและมั นคงบน ฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ทีเ ข้มแข็ง พึง พาตนเอง และแข่งขันได้ในเวทีโลก กอปรกับ การเป็ นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 จึงต้องมีทศิ ทางดําเนินการทีช ดั เจนให้สอดรับกับบริบทต่างๆ รวมถึงการเป็ นสื อกลางให้ทุกภาคส่วนรับรูม้ าตรการและแนวทางทีช ดั เจนทางการค้า ที ผ่านมากระทรวงฯ ได้มกี ารจัดทําแผนแม่บทของกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2540-2549 และว่างเว้น มาแล้วกว่า 5 ปี ดังนัน% ในท่ามกลางบริบททีซ บั ซ้อนทางการค้า กระทรวงฯ จึงเห็นความสําคัญในการจัดทํา แผนแม่บทของกระทรวงฯ เพื อเป็ นกรอบการดําเนินนโยบายด้านการพาณิชย์อนั จะเป็ นประโยชน์อย่างยิง ต่อ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ทัง% ภาคมหภาคและจุล ภาค รวมถึง แนวทางการกํ าหนดและ ปรับปรุงกฎหมายทีเ กีย วข้อง นอกจากนี% ยังจะเอือ% ประโยชน์ในการประสานบูรณาการและเชื อมโยงแผนงาน/ โครงการกับหน่ วยงานราชการอื นๆ ภาคเอกชน ทัง% ผูผ้ ลิต ผูป้ ระกอบการ ผูส้ ่งออก เกษตรกร และผูบ้ ริโภค ตลอดจนสถาบันการศึกษาจะได้รบั รูแ้ ละมีขอ้ มูลทีเ พียงพอในการประกอบการตัดสินใจเชื อมโยงเชิงนโยบาย ในการพัฒนาประเทศในระยะยาวต่อไป

i-2


2. р╕гр╣Ир╕▓р╕Зр╣Бр╕Ьр╕Щр╣Бр╕бр╣Ир╕Ър╕Чр╕Бр╕гр╕░р╕Чр╕гр╕зр╕Зр╕Юр╕▓р╕Ур╕┤ р╕Кр╕вр╣М р╕Ю.р╕и. 2555-2564 р╕зр╕┤ р╕кр╕вр╕▒ р╕Чр╕▒р╕ир╕Щр╣М тАЬр╣Ар╕ир╕гр╕йр╕Рр╕Бр╕┤р╕Ир╕Бр╕▓р╕гр╕Др╣Йр╕▓р╕Вр╕нр╕Зр╕Ыр╕гр╕░р╣Ар╕Чр╕ир╕бр╕╡р╕Др╕зр╕▓р╕бр╕Бр╣Йр╕▓р╕зр╕лр╕Щр╣Йр╕▓р╕нр╕вр╣Ир╕▓р╕Зр╕бр╕▒р╕Щр╕Др╕З  р╣Ар╕Ыр╣З р╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б р╕вр╕▒р╕Зр╕вр╕╖  р╕Щ р╣Бр╕ер╕░р╕бр╕╡р╕ар╕╣р╕бр╕Др╕┤ р╕╕р╕бр╣Й р╕Бр╕▒р╕Щр╕Хр╣Ир╕нр╕Бр╕▓р╕г р╣Ар╕Ыр╕ер╕╡р╕в р╕Щр╣Бр╕Ыр╕ер╕З р╣Ар╕Юр╕╖р╕н р╕Др╕зр╕▓р╕бр╕нр╕вр╕╣р╕Фр╣И р╕бр╕╡ р╕кр╕╡ р╕╕р╕Вр╕Вр╕нр╕Зр╕Др╕Щр╕Чр╕▒р╕З) р╕Ыр╕гр╕░р╣Ар╕Чр╕итАЭ р╕Юр╕▒р╕Щр╕Шр╕Бр╕┤ р╕И р╕Юр╕▒р╕Щр╕Шр╕Бр╕┤ р╕И 1 р╕Бр╕▓р╕гр╣Ар╕кр╕гр╕┤р╕бр╕кр╕гр╣Йр╕▓р╕Зр╕Вр╕╡р╕Ф р╕Др╕зр╕▓р╕бр╕кр╕▓р╕бр╕▓р╕гр╕Цр╣Гр╕лр╣Йр╕Ьр╕╣р╣Йр╕Ыр╕гр╕░р╕Бр╕нр╕Ър╕Бр╕▓р╕гр╣Бр╕ер╕░р╕зр╕┤р╕кр╕▓р╕лр╕Бр╕┤р╕И р╕Ър╕Щр╕Рр╕▓р╕Щр╕Вр╕нр╕Зр╕нр╕Зр╕Др╣М р╕Др╕зр╕▓р╕бр╕гр╕╣р╣Й р╕Др╕зр╕▓р╕бр╕Др╕┤р╕Фр╕кр╕гр╣Йр╕▓р╕Зр╕кр╕гр╕гр╕Др╣М р╕Щр╕зр╕▒р╕Хр╕Бр╕гр╕гр╕б р╣Бр╕ер╕░р╕Чр╕╕р╕Щр╕зр╕▒р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б р╣Вр╕Фр╕вр╕Др╣Нр╕▓р╕Щр╕╢р╕Зр╕Цр╕╢р╕Зр╕бр╕┤р╕Хр╕Фр╕┤ р╕▓р╣Й р╕Щр╕кр╕┤р╕З р╣Бр╕зр╕Фр╕ер╣Йр╕нр╕бр╣Бр╕ер╕░р╕Фр╣Йр╕▓р╕Щр╕кр╕▒р╕Зр╕Др╕б р╕Юр╕▒р╕Щр╕Шр╕Бр╕┤ р╕И 2 р╕Бр╕▓р╕гр╕кр╕гр╣Йр╕▓ р╕Зр╕Др╕зр╕▓р╕бр╣Ар╕Кр╕╖ р╕н р╕бр╣Вр╕вр╕Зр╕Бр╕▒р╕Ъ р╣Ар╕ир╕гр╕йр╕Рр╕Бр╕┤р╕И р╣Гр╕Щр╕ар╕╣ р╕б р╕┤р╕а р╕▓р╕Др╣Ар╕Юр╕╖ р╕н р╣Ар╕Вр╣Йр╕▓ р╕кр╕╣р╣И р╕Б р╕▓р╕гр╣Ар╕Ыр╣З р╕Щ р╕Ыр╕гр╕░р╕Кр╕▓р╕Др╕б р╣Ар╕ир╕гр╕йр╕Рр╕Бр╕┤р╕Ир╕нр╕▓р╣Ар╕Лр╕╡р╕вр╕Щр╣Бр╕ер╕░р╣Ар╕Ыр╣З р╕Щр╕Рр╕▓р╕Щр╣Др╕Ыр╕кр╕╣р╣Ир╣Ар╕зр╕Чр╕╡р╣Вр╕ер╕Б р╕Юр╕▒р╕Щр╕Шр╕Бр╕┤ р╕И 3 р╕Бр╕▓р╕гр╕вр╕Бр╕гр╕░р╕Фр╕▒р╕Ър╕Ыр╕гр╕░р╣Ар╕Чр╕ир╣Ар╕Вр╣Йр╕▓р╕кр╕╣р╣Ир╣Ар╕ир╕гр╕йр╕Рр╕Бр╕┤р╕Ир╕кр╕гр╣Йр╕▓р╕Зр╕кр╕гр╕гр╕Др╣Мр╕бр╕ер╕╣ р╕Др╣Ир╕▓ р╣Вр╕Фр╕вр╕Бр╕▓р╕гр╣Гр╕Кр╣Йр╕Щр╕зр╕▒р╕Хр╕Бр╕гр╕гр╕б р╕Др╕зр╕▓р╕бр╕Др╕┤р╕Ф р╕кр╕гр╣Йр╕▓р╕Зр╕кр╕гр╕гр╕Др╣М р╕Бр╕▓р╕гр╣Ар╕Ыр╣З р╕Щр╕бр╕┤р╕Хр╕гр╕Бр╕▒р╕Ър╕кр╕┤р╕З р╣Бр╕зр╕Фр╕ер╣Йр╕нр╕б р╣Бр╕ер╕░р╕Бр╕▓р╕гр╕кр╕гр╣Йр╕▓р╕Зр╕Др╕╕р╕Ур╕Др╣Ир╕▓р╕гр╣Ир╕зр╕бр╕Бр╕▒р╕Ър╕кр╕▒р╕Зр╕Др╕б р╕Юр╕▒р╕Щр╕Шр╕Бр╕┤ р╕И 4 р╕Бр╕▓р╕гр╕кр╕гр╣Йр╕▓р╕Зр╕кр╕ар╕▓р╕Юр╣Бр╕зр╕Фр╕ер╣Йр╕нр╕бр╕ар╕▓р╕вр╣Гр╕Щр╕Ыр╕гр╕░р╣Ар╕Чр╕ир╕Чр╕╡ р╣А р╕нр╕╖%р╕нр╕Хр╣И р╕нр╕Бр╕▓р╕гр╕Ыр╕гр╕░р╕Бр╕нр╕Ър╕Шр╕╕ р╕гр╕Бр╕┤р╕Ир╣Др╕Фр╣Йр╕нр╕вр╣Ир╕▓р╕Зр╣Ар╕Ыр╣З р╕Щ р╕Шр╕гр╕гр╕б р╕Юр╕▒р╕Щр╕Шр╕Бр╕┤ р╕И 5 р╕Бр╕▓р╕гр╕кр╣Ир╕Зр╣Ар╕кр╕гр╕┤р╕бр╣Бр╕ер╕░р╕Юр╕▒р╕Тр╕Щр╕▓р╣Вр╕Др╕гр╕Зр╕кр╕гр╣Йр╕▓р╕Зр╕Юр╕╖р╕Щ% р╕Рр╕▓р╕Щр╕Чр╕▓р╕Зр╕Бр╕▓р╕гр╕Др╣Йр╕▓р╣Гр╕лр╣Йр╣Ар╕Ыр╣З р╕Щр╕Ыр╕Ир╕▒ р╕Ир╕▒р╕вр╣Ар╕Бр╕╖%р╕нр╕лр╕Щр╕╕ р╕Щр╣Гр╕Щр╕Бр╕▓р╕гр╕ер╕Ф р╕Хр╣Йр╕Щр╕Чр╕╕р╕Щ р╣Ар╕Юр╕┤р╕б р╕Др╕╕р╕Ур╕ар╕▓р╕Ю р╣Бр╕ер╕░р╕кр╕гр╣Йр╕▓р╕Зр╕кр╕гр╕гр╕Др╣Мр╕бр╕ер╕╣ р╕Др╣Ир╕▓р╣Гр╕лр╣Йр╕Бр╕Ър╕▒ р╕Ьр╕╣р╕Ыр╣Й р╕гр╕░р╕Бр╕нр╕Ър╕Бр╕▓р╕г р╣Ар╕Ыр╣Й р╕▓р╕лр╕бр╕▓р╕вр╕лр╕ер╕▒р╕Б 1. р╕Ыр╕гр╕░р╕Кр╕▓р╕Кр╕Щр╕бр╕╡р╕Др╕зр╕▓р╕бр╕нр╕вр╕╣р╕Фр╣И р╕бр╕╡ р╕кр╕╡ р╕╕р╕В (wellbeing) 2. р╕Ьр╕╣р╕Ыр╣Й р╕гр╕░р╕Бр╕нр╕Ър╕Бр╕▓р╕гр╕бр╕╡р╕Др╕зр╕▓р╕бр╕кр╕▓р╕бр╕▓р╕гр╕Цр╣Гр╕Щр╕Бр╕▓р╕гр╣Бр╕Вр╣Ир╕Зр╕Вр╕▒р╕Щр╕кр╕╣р╕Зр╣Бр╕ер╕░р╕бр╕╡р╕ар╕бр╕╣ р╕Др╕┤ р╕╕р╕бр╣Й р╕Бр╕▒р╕Щр╕Хр╣Ир╕нр╕Бр╕▓р╕гр╣Ар╕Ыр╕ер╕╡р╕в. р╕Щр╣Бр╕Ыр╕ер╕З 3. р╣Ар╕ир╕гр╕йр╕Рр╕Бр╕┤ р╕И р╕Бр╕▓р╕гр╕Др╣Й р╕▓ р╕бр╕╡р╕Д р╕зр╕▓р╕бр╕Бр╣Й р╕▓ р╕зр╕лр╕Щр╣Й р╕▓ р╕Ър╕Щр╕Юр╕╖7р╕Щ р╕Рр╕▓р╕Щр╕Вр╕нр╕Зр╕Др╕зр╕▓р╕бр╕кр╕бр╕Фр╕╕ р╕е р╕Чр╕▒р╕З7 р╣Гр╕Щр╕бр╕┤р╕Хр╕┤ р╣А р╕ир╕гр╕йр╕Рр╕Бр╕┤ р╕И р╕кр╕▒р╕З р╕Др╕б р╕кр╕┤р╕З. р╣Бр╕зр╕Фр╕ер╣Йр╕нр╕б 4. р╕Ыр╕гр╕░р╣Ар╕Чр╕ир╕Бр╣Й р╕▓ р╕зр╕Вр╣Й р╕▓ р╕бр╕Бр╕▒ р╕Ъ р╕Фр╕▒ р╕Б р╕Ыр╕гр╕░р╣Ар╕Чр╕ир╕гр╕▓р╕вр╣Др╕Фр╣Й р╕Ы р╕▓р╕Щр╕Бр╕ер╕▓р╕Зр╣Ар╕Вр╣Й р╕▓ р╕кр╕╣р╣И р╕Ы р╕гр╕░р╣Ар╕Чр╕ир╕Чр╕╡. р╕б р╕╡ р╕и р╕▒ р╕Б р╕вр╕ар╕▓р╕Юр╕кр╕╣ р╕З (high performance country)

i-3


การค้าการลงทุ นหรือ การพาณิช ย์ถือ เป็ นเครื อ งมือ หรือ กลไกที สําคัญ ในการนํ าพาประเทศไปสู่ เป้าหมายขัน% สุดท้ายคือ “ความอยูด่ มี สี ุข” (Wellbeing) ของคนทัง% ประเทศ ซึง ไม่ได้หมายถึงมิตทิ างเศรษฐกิจ เพียงประการเดีย ว แต่ ค รอบคลุ มถึง มิติด้านสัง คม มิติด้า นสิ ง แวดล้อ ม มิติก ายภาพ และมิติด้านจิต ใจ นโยบายการพาณิชย์ทด ี จี งึ ควรจะครอบคลุมในทุกมิตขิ องความอยูด่ มี สี ุขของมนุ ษย์อย่างบูรณาการ ความท้าทายของประเทศไทยทีเ ชื อมโยงโดยตรงกับนโยบายการพาณิชย์ทส ี าํ คัญมี 4 ประการ คือ 1. ภาพรวมทางเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่ นอนและผันผวนสูง นโยบายการพาณิชย์ของไทยควรมี เป้าหมายในการลดความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกโดยหันมาพึง ตลาดภายในประเทศมากขึน% อย่างไรก็ตาม ขนาดตลาดภายในในปจั จุบนั ยังมีขนาดไม่ใหญ่พอ และฐานเศรษฐกิจยังไม่มคี วามเข้มแข็งเพียงพอ ดังนัน% นัยเชิงยุทธศาสตร์ (strategic implication) ที สําคัญคือการส่งออกยังคงมีความจําเป็ นกับประเทศ โดย ประเทศควรลดการพึ งพาตลาดหลักไม่ก ตี ลาด รักษาตลาดหลักเดิมและสร้างตลาดใหม่ท มี แี นวโน้ มในการ เติบโตสูง ตลอดจนการเปลีย นแนวคิด (mindset) ให้กบั คนทัง% ประเทศให้มองอาเซียน (ASEAN) เป็ นตลาด i-4


ภายในประเทศโดยใช้จุด แข็ง หลายๆ ด้านของไทยโดยเฉพาะการเป็ นพื%น ที เ ชิง ยุทธศาสตร์ใ นการเป็ น ศูนย์กลางการค้าขายและการลงทุนในภูมภิ าค และส่งเสริมผู้ประกอบการให้ออกไปลงทุนหรือทําธุรกิจใน อาเซียน ในขณะเดียวกันก็ควรให้ความสําคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กบั ตลาดภายในประเทศ ผ่านการสร้างความเป็ นธรรมให้กบั ระบบการค้าและยกระดับความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทาง การตลาดและส่งเสริมเกษตรกรผูป้ ระกอบการรายย่อย SMEs และวิสาหกิจชุมชน 2. ประเทศไทยกําลังอยู่ในช่วงเปลี ยนผ่านจากการขับเคลื อนเศรษฐกิจโดยใช้ทรัพยากร (Factor Driven Economy) และการลงทุน (Investment Driven Economy) สู่เศรษฐกิจทีข บั เคลื อนโดยนวัตกรรม หรือความรู้ (Innovation Driven/Knowledge Driven Economy) โดยประเทศไทยตกอยู่ในกับดักประเทศ รายได้ปานกลาง (middle income trap) ทีถ ูกบีบจากทัง% จากด้านล่างจากประเทศเกิดใหม่ทม ี ที รัพยากรมาก และแรงงานราคาถู กและด้านบนจากประเทศพัฒนาที มกี ารพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัต กรรม ดัง นัน% ทิศทางหลักของประเทศคือการพัฒนาสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ การเพิม มูลค่าสินค้าเพื อยกระดับค่าจ้างและ มาตรฐานการดํ า รงชีพ ซึ ง ประเทศจํา เป็ น ต้ อ งมีก ารยกระดับ การพัฒ นานวัต กรรม โครงสร้า งพื%น ฐาน การศึกษา ทักษะและผลิตภาพแรงงานขนานใหญ่ นัยเชิงยุทธศาสตร์ด้านการพาณิชย์ท สี ําคัญคือการให้ ความสําคัญกับการยกระดับนวัตกรรมผ่านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของโลกควบคู่กบั การต่อยอดจาก องค์ความรูข้ องไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศสู่การเป็ น Regional Gateway โดยใช้ประโยชน์จาก ตํ าแหน่ ง เชิง ยุทธศาสตร์ของประเทศเพื อ ยกระดับ ประเทศจากการเป็ นฐานการผลิต สู่ ก ารเป็ นประเทศ Trading Nation ในการเชื อมโยงอุปสงค์และอุปทานเข้าด้วยกัน 3. ประเทศไทยได้ระบุในรัฐธรรมนู ญในการยึดหลักการค้าเสรีและเป็ นธรรม แต่ ตลาดยังมีการ แข่งขันทีไ ม่เป็ นธรรมและมีปญั หาการแทรกแซงกลไกตลาดหรือฝื นกลไกราคา ในขณะทีป ระเทศไทยกําลังมี การเปิ ด ตลาดมากขึ%นโดยเฉพาะการเข้า สู่ก ารเป็ นประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (AEC) ซึ ง ส่ ง ผลให้ ผู้ประกอบการต่างประเทศสามารถเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยได้สะดวกมากขึน% ดังนัน% นโยบาย พาณิชย์จะต้องให้ความสําคัญกับการสร้างการแข่งขันทีเ ป็ นธรรมกับทุกฝ่ายเพื อป้องกันการผูกขาดและการ แข่งขันทีไ ม่เป็ นธรรม ทัง% เพื อคุม้ ครองผูป้ ระกอบการและผูบ้ ริโภคในประเทศ 4. ประเทศไทยต้อ งการมุ่งสู่สงั คมผู้ประกอบการซึ งจําเป็ นต้องสร้างความเป็ นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ให้กบั นักศึกษาและประชาชน ตลอดจนยกระดับศักยภาพให้กบั SMEs ผ่านการสร้าง ความเข็มแข็งให้ SMEs นับตัง% แต่บ่มเพาะผูเ้ ริม ต้นประกอบกิจกรรม เพิม ช่องทางการประกอบธุรจิ (Mode of Entry) เช่น Franchising การร่วมทุน (Ventures) การพาณิชย์อเิ ล็กทรอนิกส์ และการเติมเต็มศักยภาพ ให้กบั ธุรกิจทีม คี วามพร้อมผ่านการส่งเสริมผูป้ ระกอบการให้เชื อมต่อกับห่วงโซ่คุณค่าโลกและภูมภิ าค การศึกษาของคณะที ปรึกษาโดยพิจารณาพลวัตโลกและแนวโน้ มที สําคัญในทศวรรษหน้ าร่วมกับ การวิเคราะห์โครงสร้างเศรษฐกิจและการค้าของไทย ตลอดจนศึกษาทิศทางแผนพัฒนาฯ ฉบับที 11 และ i-5


นโยบายรัฐบาลปจั จุบนั คณะที ปรึกษาจึงได้เสนอยุทธศาสตร์สําหรับแผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์พ.ศ. 2555-2564 เพื อ นํ าไปสู่ก ารปรับโครงสร้างทางการค้าและการลงทุ นของไทยเพื อ ให้สอดรับและได้รบั ประโยชน์สงู สุดจากแนวโน้มโลกและใช้ศกั ยภาพของไทยได้เต็มศักยภาพ 5 ประการ ดังนี% 1. 2.

การสร้างขีดความสามารถให้ผป้ ู ระกอบการและวิ สาหกิ จ (Smart Enterprise) การใช้อาเซียนเป็ นฐานไปสู่เวทีโลก (ASEAN One)

3.

การยกระดับประเทศเข้าสู่เศรษฐกิ จสร้างสรรค์มลู ค่า (Value Creation Economy)

4.

การสร้ างสภาพแวดล้ อ มภายในประเทศทีP เอืR อ ต่ อ การแข่ ง ขันและเป็ นธรรม (Pro Competitive Environment)

5.

การส่งเสริ มและพัฒนาโครงสร้างพืRนฐานทางการค้า (New Trade Infrastructure)

i-6


ยุทธศาสตร์ทีP 1: การสร้างขีดความสามารถให้ผป้ ู ระกอบการและวิ สาหกิ จ (Smart Enterprise) แกนหลัก ของการขับ เคลื อ นเศรษฐกิจ และการค้ า ของประเทศคือ ภาคเอกชน การมุ่ ง สู่ ส ัง คม ผู้ประกอบการภาครัฐจําเป็ นต้องส่งเสริมการสร้างจิตสํานึกในการเป็ นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ให้กบั บุคลากรในประเทศทัง% นักศึกษาและประชาชนโดยทัวไปให้ มคี วามต้องการประกอบธุรกิจ นอกจากนัน% ในส่ วนของภาคธุรกิจที ประกอบกิจการอยู่แล้ว กระทรวงพาณิชย์จะต้อ งมีบทบาทสําคัญในการสร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันในทุกมิติให้กบั ผู้ประกอบการและวิสาหกิจ โดยเฉพาะการยกระดับศักยภาพ ให้กบั วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านการสร้างความเข็มแข็งให้ SMEs นับตัง% แต่บ่มเพาะผู้ เริม ต้นประกอบกิจกรรม เพิม ช่องทางการประกอบธุรจิ (Mode of Entry) เช่น franchising การร่วมทุน (Ventures) การพาณิชย์อเิ ล็กทรอนิกส์ และการเติมเต็มศักยภาพให้กบั ธุรกิจทีม คี วามพร้อมผ่านการส่งเสริม ผูป้ ระกอบการให้เชื อมต่อกับห่วงโซ่คุณค่าโลกและภูมภิ าค (Global/Regional Values Chain) และ ส่งเสริมภาคธุรกิจให้สามารถได้ประโยชน์ สูงสุดจากการเชื อมโยงที แน่ นแฟ้นขึ%นกับอาเซียนและเอเชียที ม ี แนวโน้มเติบโตในทศวรรษหน้า กลยุทธ์ทส.ี าํ คัญมีดงั นี7 1.1 การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ กบั ผู้ประกอบการและวิ สาหกิ จอย่างครบ วงจรทัง' ในด้ านการผลิ ตและการค้า ตัง7 แต่การวางแผน เริม. กิจการ การเข้าถึงเงินทุน การบริหารกิจการ การขยายกิจการ การตลาด การส่งออกและการสร้างตราสินค้า โดยกระทรวงพาณิชย์ควรบูรณาการงานผ่าน คลินิกการค้า (Trade Clinic) ทัง7 ในส่วนกลางและส่วนภูมภิ าค เพื.อเป็ นทัง7 ศูนย์บริการครบวงจร (One Stop Service) ในการให้คํ าปรึก ษา รับ เรื.อ งร้อ งเรีย นด้า นการค้า และการแก้ ไ ขป ญั หาด้านการค้า ให้ก ับ ผู้ประกอบการ โดยเป็ นจุดให้คําปรึกษาและแก้ไขปญั หาเบื7องต้น (Business coaching) เช่นเดียวกับ บทบาทของแพทย์ทวไป ั . และส่งต่อให้กบั หน่ วยงานที.เชี.ยวชาญต่อไปทัง7 ภายในกระทรวงและเชื.อมโยงกับ กระทรวงอื.นและองค์กรภาคเอกชนเช่นเดียวกับบทบาทของแพทย์เฉพาะทาง 1.2 การเสริ มสร้างการรวมกลุ่มทางธุรกิ จเพื, อ ให้ เกิ ด ความแข็ง แกร่ง มากขึ' นและเพิ, ม ศักยภาพให้ กบั สมาคมทางธุรกิ จต่ างๆ โดยเฉพาะในภาคบริ การ โดยสนับสนุ นการเชื.อมโยงระหว่าง ธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่า ส่งเสริมการรวมกลุ่มให้เป็ นสมาคมการค้า ส่งเสริมการจัดทําแผนแม่บทรายสาขา โดยเฉพาะในภาคบริการ โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สถาบันวิจยั และหน่ วยงานภาครัฐ 1.3 การส่งเสริ มการสร้าง ปรับใช้ และต่ อยอดนวัตกรรม ความคิ ดสร้างสรรค์และการใช้ ประโยชน์ จากทรัพ ย์สินทางปั ญญาเพื, อ เพิ, มมูลค่ าให้ กบั สิ นค้ าและบริ การของผู้ประกอบการ โดย i-7


กระทรวงพาณิชย์ควรพัฒนาฐานข้อมูลและการใช้ประโยชน์จากองค์ความรูด้ า้ นทรัพย์สนิ ทางปญั ญาของโลก และนํ าเสนอบทวิเคราะห์ทเ.ี ป็ นประโยชน์ในการต่อยอดนวัตกรรม เช่น การชี7ให้เห็นถึงทิศทางแนวโน้ มของ นวัตกรรมผ่านแผนทีส. ทิ ธิบตั ร (Patent Map) หรือแนวโน้มสาขาทีม. กี ารจดทะเบียนคุม้ ครองทรัพย์สนิ ทาง ปญั ญาสูง 1.4 การเสริ ม สร้ า งความพร้ อ มให้ ก ับ ผู้ป ระกอบการในการเข้ า สู่ บ ริ บ ทการเปิ ดเสรี ทางการค้ า บริ การและการลงทุน โดยการสร้างความรูค้ วามเข้าใจเกี.ยวกับความตกลงทางการค้าฉบับ ต่างๆ โอกาสและประโยชน์ หรือผลกระทบที.ได้รบั จากความตกลง ตลอดจนส่งเสริมการใช้ประโยชน์ จาก ความตกลงการค้าทางการค้าให้มากยิง. ขึน7 โดยสนับสนุ นการอํานวยความสะดวกในการขอใช้สทิ ธิประโยชน์ และเจรจาเพื.อ ผ่อนปรนความเข้มงวดของกฎว่าด้วยแหล่งกํ าเนิดสินค้า พร้อมทัง7 ให้ความช่วยเหลือและ เยียวยาสําหรับผู้ประกอบการที.ได้รบั ผลกระทบจากการเปิ ด เสรีทางการค้าในกรอบต่ างๆ โดยให้ความ ช่วยเหลือในการปรับเปลีย. นธุรกิจไปสู่กจิ การทีม. แี นวโน้มเติบโตตามพลวัตโลก 1.5 การส่ ง เสริ ม ผู้ป ระกอบการที, มี ค วามพร้ อ มในการเชื, อ มต่ อ กับ ห่ ว งโซ่ มู ล ค่ า ของ ภูมิภาคหรือของโลก (Global/Regional Value Chain) ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุ นผูป้ ระกอบการไทย ทีม. คี วามพร้อมให้เป็ นผูเ้ ล่นในระดับภูมภิ าคและส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายนักธุรกิจไทยใน ภูมภิ าค 1.6 การส่งเสริ มธุรกิ จโดยใช้ แนวคิ ดการสร้างมูลค่าร่วม หรือ “Creating Shared Value” (CSV) ซึง. เน้นการสร้างมูลค่าร่วม (joint value creation) ระหว่างผูป้ ระกอบการและสังคมโดยนํ าโจทย์หรือ ความต้องการทางสังคมมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุ นผูป้ ระกอบการทางสังคม (social enterprise) และนวัตกรรมทางสังคม (social innovation) รูปแบบใหม่ๆ 1.7 กระทรวงพาณิ ชย์ควรขยายบทบาทการส่งเสริ มและสนับสนุนให้ ความสําคัญการค้ า บริ การทัง% การค้าบริการภายในประเทศและในอาเซียนโดยเฉพาะในสาขาบริการทีผ ลประโยชน์ตกอยู่กบั คน ไทยเป็ นหลักและเป็ นสาขาบริการทีย งั ไม่ได้อยูใ่ นความรับผิดชอบของส่วนราชการหรือหน่ วยงานอื นโดยตรง ยุทธศาสตร์ทีP 2: การใช้อาเซียนเป็ นฐานไปสู่เวทีโลก (ASEAN One) ประเทศกลุ่มพัฒนาแล้ว เช่น กลุ่ม G3 ยังคงเป็ นกลุ่มประเทศทีม ขี นาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทส ี ุดใน โลก อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเศรษฐกิจและการค้ากําลังปรับตําแหน่ งจากตะวันตกสู่ตะวันออกมากขึน% ใน i-8


ทศวรรษหน้ า ภู มภิ าคเอเชีย จะทวีค วามสํ าคัญ มากยิ ง ขึ%นนํ าโดยประเทศจีนและอินเดีย โดยป จั จุ บ ัน ประเทศไทยและอาเซียนมีความสัมพันธ์กบั ภูมภิ าคเอเชียผ่านความตกลงทางการค้าหลายฉบับ ในการใช้ ประโยชน์จากตลาดของอาเซียน ทัง% ภาครัฐและผูป้ ระกอบการจะต้องเปลีย นกระบวนทัศน์ (mindset) ในการ มองว่าตลาดอาเซียนทัง% หมดคือตลาดภายในของประเทศไทย (domestic market) เพื อขยายมุมมองให้กบั ผู้ประกอบการว่าขนาดตลาดไม่จําเป็ นต้อ งจํากัดอยู่เฉพาะประเทศไทยโดยใช้ประโยชน์ จากอาเซียนที ม ี ประชากรเกือบ 600 ล้านคน มีมลู ค่าการค้าระหว่างกันสูงกว่าไทย 6 เท่าและมีนักท่องเทีย วเข้ามาท่องเทีย ว ถึง 65 ล้านคน ประเทศไทยจะต้อ งมีบทบาทนํ าในอาเซียนในการเชื อมโยงการค้าและการลงทุ นที แน่ น แฟ้นมากขึน% (deep integration) กับเอเชีย ผูป้ ระกอบการไทยทีม คี วามพร้อมจะต้องก้าวออกไปมีบทบาทใน การทํ า ธุ ร กิจ ในอาเซีย นและเอเชีย มากขึ%น ทัง% ผ่ า นการค้ า ชายแดน การส่ ง ออกและการเข้า ไปลงทุ น (internationalization) และการใช้ป ระโยชน์ จ ากทรัพ ยากรของอาเซีย น ตลอดจนการรับ การลงทุ น (internalization) อย่างบูรณาการเพื อใช้ประโยชน์สูงสุดจากพืน% ทีม ศี กั ยภาพทีก ําลังเติบโต นอกจากนัน% ใน ทศวรรษหน้ า มีแนวโน้ มการเติบโตของตลาดใหม่ท มี ศี กั ยภาพในภูมภิ าคอื นๆ เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป กลางและตะวันออก และแอฟริกาใต้ ซึง เป็ นกลุ่มภูมภิ าคทีม อี ตั ราการเติบโตสูงสุดในทศวรรษทีแ ล้วรองจาก เอเชีย ประเทศไทยจะต้องศึกษาถึงโอกาสในภูมภิ าคเหล่านี%และใช้ประโยชน์จากการเข้าไปเป็ นผูเ้ ล่นก่อนใน ภูมภิ าคดังกล่าว กลยุทธ์ทส.ี าํ คัญมีดงั นี7 2.1 การสร้างความตระหนัก และยกระดับความรู้ความเข้าใจทีP ถกู ต้ องของทุกภาคส่วนถึงนัย ทังR ในมิ ติของโอกาสและความท้าทายของกรอบความร่วมมือ ASEAN โดยคํานึงอยู่เสมอว่าอาเซียนคือ ตลาดภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ควรจัดตัง% กลุ่มงานทีด ูแลงานด้านอาเซียนเป็ นการเฉพาะภายใต้แต่ ละองค์กร (หรือตัง% หน่ วยงานหนึ งเป็ นเจ้าภาพ เช่น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ) และตัง% คณะทํางาน ร่วมระหว่างองค์กรที บูรณาการข้อมูลสารสนเทศในเชิงลึกของ ASEAN และทิศทางการขับเคลื อนเชิง นโยบายร่วมกัน 2.2 การรักษาผลประโยชน์ ของไทยในอาเซี ยน โดยติดตามและผลักดันการปฏิบตั ติ ามพันธกรณี ของสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่ภาคี โดยกระทรวงพาณิชย์ค วรมีบทบาทเชิงรุกทัง7 ในระดับภูมภิ าคและ ระดับโลกในการสร้า งกฎระเบียบการค้า โลกที.มคี วามเป็ นธรรม สนับสนุ นการแสดงบทบาทเชิง รุก ของ อาเซียนเพื.อเพิม. อํานาจต่อรองของกลุ่มประเทศอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศ/ถ่วงดุลการรวมกลุ่มในระดับ ภูมภิ าคอื.นๆ ตลอดจนให้ความสําคัญกับการปฏิบตั ติ ามพันธกรณีเพื.อสร้างความน่ าเชื.อถือของไทยในเวที อาเซียน และเพื.อ ให้ผ ลการสร้า งเชื.อ มโยงในระดับ ภูม ิภาคภายใต้ก รอบอาเซียนมีผ ลเป็ นรูป ธรรมตาม เป้าหมายทีก. ําหนดไว้ i-9


2.3 การมีบทบาทนํ าในการเชืP อมโยงการค้ า การลงทุนและความร่วมมือทีP แน่ นแฟ้ นขึRนกับ เอเชี ย โดยใช้ อ าเซี ย นเป็ นฐานในการต่ อ ยอดความตกลงทางการค้ า ทีP มี อ ยู่ เช่ น ASEAN+3, ASEAN+6 เพื อเป็ นเครื องมือสําคัญในการสร้างความเป็ นหุน้ ส่วนทางเศรษฐกิจในเอเชียและผลักดันให้เกิด การบูรณาการการค้าและโครงสร้างพืน% ฐานทางการค้าในภูมภิ าคอย่างแท้จริง กระทรวงพาณิชย์ควรกระชับ และเพิม การประสานงานระหว่างกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ และกรมส่งเสริม การส่งออก ในการขยายผลการเจรจา การกระตุน้ การใช้สทิ ธิประโยชน์ การปกป้องและการรองรับผลกระทบ จากการเจรจา นอกจากนัน% ควรเพิม การประสานงานระหว่างกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกับกรมที รับผิดชอบด้านภายในประเทศเพื อพัฒนาผูป้ ระกอบการภายในประเทศให้สอดคล้องกับโอกาสทีเ กิดขึน% จาก การเจรจาการค้า 2.4 การส่งเสริ มและขยายโอกาสจากการค้าชายแดน โดยใช้ขอ้ ได้เปรียบจากการเป็ นศูนย์กลาง พืน% ทีท างภูมศิ าสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการเสริมบทบาทพาณิชย์จงั หวัด ตลอดจนส่งเสริมการใช้ ทรัพยากรในภูมภิ าคอย่างเหมาะสมบนพืน% ฐานผลประโยชน์ร่วมกัน กระทรวงพาณิชย์ควรให้ความสําคัญกับ การอํานวยความสะดวกทางการค้าและส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการภายในภูมภิ าคอาเซียน พัฒนา แนวทางการอํานวยความสะดวกและการให้ขอ้ มูลแก่ผปู้ ระกอบการในเรือ. งสิทธิประโยชน์และข้อจํากัดภายใต้ กรอบความตกลงด้านการค้าการลงทุนต่างๆ เพื.อให้ผูป้ ระกอบการสามารถใช้ประโยชน์ จากกรอบความตก ลงฯ ทีม. อี ยูไ่ ด้อย่างเต็มที. 2.5 การนํ าผู้ประกอบการและผู้ลงทุนไทยทีP มีความพร้อมออกไปหาลู่ทางทําธุรกิ จในอาเซี ยน โดยลดอุปสรรคและข้อจํากัด พร้อมทัง7 สร้างแรงจูงใจให้ผูป้ ระกอบการเตรียมพร้อมและเพิม. ขีดความสามารถ ในการรับมือกับการแข่งขันและพัฒนาสายงานธุรกิจทีเ. ข้มแข็งและสอดรับกับแนวโน้มการพัฒนาเศรษฐกิจใน อนาคตอย่างเหมาะสม สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการโดยใช้มาตรการทางภาษีสําหรับผูท้ .สี นใจจะออกไป ลงทุ นในประเทศเพื.อ นบ้านเพื.อ ขยายโอกาสทางการตลาดและบรรเทาปญั หาขาดแคลนทรัพ ยากรและ วัตถุดบิ 2.6 การเจรจาการค้าระหว่างประเทศยังคงต้ องดําเนิ นต่ อไปในทุกระดับ แม้ว่าไทยจะมีความตก ลงการค้าเสรีกบั ประเทศคู่คา้ สําคัญในภูมภิ าคเอเชียแล้วก็ตาม แต่การรวมตัวทางเศรษฐกิจภายในภูมภิ าคยัง ขยายตัวอย่างต่อเนื องไม่ว่าจะเป็ น ASEAN+3 หรือ ASEAN+6 หรือ Trans Pacific Partnership (TPP) และการรวมตัวทางเศรษฐกิจกับประเทศคู่ค้านอกภูมภิ าค เช่น สหภาพยุโรป ทัง% นี%เพื อมิให้ผู้ประกอบการ ไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งที เข้าร่วมความตกลงดังกล่าว นอกจากนี% ควรเพิม ความร่วมมือหรือพิจารณา การเจรจาการค้าเพื อเปิ ดโอกาสการเข้าถึงตลาดใหม่ท มี ศี กั ยภาพ เช่น ตะวันออกกลาง (Middle East) i-10


แอฟริกา (Africa) ยุโรปตะวันออกและกลาง (Central & Eastern Europe) และลาตินอเมริกา (Latin America) ซึง เป็ นภูมภิ าคทีก ําลังเติบโตสูง ควบคู่ไปกับการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนอันดี กับกลุ่มประเทศตลาดเดิมที สําคัญ ของไทย เช่น สหรัฐ สหภาพยุโ รป และญี ปุ่น เป็ นต้น นอกจากนี% ควร ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนในการลดอุปสรรคทางการค้าในประเทศคู่คา้ ผ่านการสนับสนุ นการรวมกลุ่ม เป็ นเครือข่ายของผูป้ ระกอบการไทยในต่างประเทศ และการส่งเสริมให้กลไกการรวมกลุ่มดังกล่าวมีบทบาท ชัดเจนในการร่วมหารือเพื อลดอุปสรรคทางการค้ากับภาครัฐของประเทศคู่คา้ การติ ดตามตรวจสอบและเพิP มบทบาทด้ านการเตื อนภัยล่วงหน้ า (Early Warning) และ แนวทางการปรับตัวทีP เป็ นรูปธรรมถึงการใช้ มาตรการทางการค้ าใหม่ๆ ของประเทศต่างๆ ทัง7 ในมิติ สิง. แวดล้อม เกษตร อุตสาหกรรม แรงงาน สิทธิมนุ ษยชน การประมง ความปลอดภัยระหว่างประเทศ เป็ น ต้น โดยให้ความสําคัญเป็ นพิเศษกับสินค้าและบริการศักยภาพ อาทิ สินค้าเกษตรและอาหาร ยานยนต์และ ชิน7 ส่วน อิเล็คทรอนิคส์ ชิน7 ส่วนและส่วนประกอบ สิง. ทอ อัญมณีและเครื.องประดับ บริการด้านการท่องเทีย. ว บริการด้านสุขภาพ ขนส่งและโลจิสติกส์ ก่อสร้าง เทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจพลังงานทดแทน เป็ นต้น 2.7

ยุทธศาสตร์ทีP 3: การยกระดับประเทศเข้าสู่เศรษฐกิ จสร้างสรรค์มลู ค่า (Value Creation Economy) การก้าวข้ามกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง (middle income trap) เป็ นความท้าทายหลัก ประการสําคัญของประเทศไทย โดยในช่วงแรกของการพัฒนา ประเทศสามารถใช้ทรัพยากรราคาถูกผลิต และขายสินค้าในตลาดโลก แต่เมื อประเทศพัฒนามากขึน% ค่าจ้างแรงงานเพิม สูงขึน% ประเทศจําเป็ นต้องก้าว ขึน% ไปผลิตสินค้าทีม มี ลู ค่าเพิม สูงขึน% (value creation) เพื อรักษาและเพิม ระดับมาตรฐานการดํารงชีพของคน ในประเทศ โดยสินค้าจะมีมลู ค่าเพิม ขึน% ได้โดยผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ การยกระดับการผลิตและการค้า สินค้าในห่ วงโซ่มูล ค่าที มมี ูลค่ าสูงขึ%น เช่นในด้านต้นนํ% าที เกี ยวกับ การออกแบบ การวิจยั และการพัฒนา นวัตกรรม การใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือในด้านปลายนํ%าในด้านการตลาด ช่องทางการจัดจําหน่ าย เป็ นต้น ร่วมกับการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการในประเทศอย่างต่อเนื อง อีกช่องทางคือการยกระดับผลิต ภาพการผลิต (productivity) ซึ งเป็ นปจั จัยสําคัญในการกําหนดระดับรายได้ของประเทศในระยะยาว การ ยกระดับผลิตภาพการผลิตทําได้โ ดยการยกระดับเทคโนโลยี การใช้เครื อ งจักร การยกระดับทักษะของ แรงงาน เป็ นต้น นอกจากนี% การเปลี ยนแปลงสภาพภูมอิ ากาศยังเป็ นบริบทที สําคัญ ในอนาคตที ส่ งกระทบต่ อ ทุ ก ประเทศในโลกอย่างหลีกเลี ยงไม่ได้ ทําให้ประชาคมโลกตระหนักสูงขึน% ในการให้ความสําคัญกับประเด็น ด้านสิง แวดล้อม ผูบ้ ริโภคทัวโลกต่ างตื นตัวในการให้ความสําคัญกับสินค้าที เป็ นมิตรกับสิง แวดล้อมมากขึน% ซึง ทําให้ผูผ้ ลิตต้องปรับตัวตลอดกระบวนการผลิตในห่วงโซ่อุปทาน ในขณะเดียวกันภาครัฐมีการกําหนด มาตรฐานสิน ค้า ทัง% ในลัก ษณะมาตรฐานบัง คับ หรือ มาตรฐานสมัค รใจให้ส ิน ค้า และบริก ารเป็ น มิต รกับ i-11


สิง แวดล้อมมากขึน% หรือแม้แต่ภาคเอกชนในหลายประเทศเช่นสหภาพยุโรปก็ได้กําหนดมาตรฐานสินค้า ของตนเองเพื อบังคับกับซัพพลายเออร์เพื อคัดให้เหลือเฉพาะซัพพลายเออร์ท ไี ด้มาตรฐานของตนเท่านัน% ผนวกกับกระแสการค้าอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทําให้มาตรฐานต่างๆ ได้รวมประเด็นด้านสังคม เช่น แรงงาน สิทธิมนุ ษยชน ความเป็ นธรรม เข้าไปในสินค้าและบริการด้วย ดังนัน% แนวโน้ มการมีเป็ น มิตรกับสิง แวดล้อม (Going Green) และแนวโน้มการค้าทีเ ป็ นธรรมและรับผิดชอบต่อสังคม เป็ นปจั จัยสําคัญ ทีก ําหนดบริบทการค้าโลกในทศวรรษหน้า ดังนัน% สินค้าจําพวกเกษตรหรือผักออแกนิก การท่องเทีย วทีเ ป็ น มิตรกับสิง แวดล้อม (green tourism) สินค้าอุตสาหกรรมทีป ล่อยของเสียตํ า (near zero waste) สินค้าที ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต ํา (low carbon emission) ยานยนต์ทใ ี ช้เชือ% เพลิงสะอาด สินค้าทีร บั ผิดชอบต่อ สังคมและแรงงาน เป็ นต้น จึงกลายเป็ นอนาคตของสินค้าทีน ่ าจะได้รบั ความนิยมมากขึน% ในอนาคต กระทรวงพาณิชย์จงึ ควรมีบทบาทสําคัญในการนํ าประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจการสร้างมูลค่าใน 4 มิตทิ ี สําคัญทีม คี วามเชื อมโยงระหว่างกัน คือ • เศรษฐกิ จสร้างสรรค์ (Creative Economy) ซึ งเป็ นแนวคิดการขับเคลื อนเศรษฐกิจบน พืน% ฐานของการใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบและการใช้ทรัพย์สนิ ทางปญั ญา ทีเ ชื อมโยงกับรากฐานของประเทศหรือทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) • เศรษฐกิ จนวัตกรรม (Innovation Economy) ซึ งเป็ นแนวคิดการขับเคลื อนเศรษฐกิจบน พื%นฐานของการใช้ความคิด แนวการปฏิบตั ิ หรือการประดิษฐ์ใหม่ๆ หรือพัฒนาดัดแปลงต่ อ ยอดจากของเดิมให้ทนั สมัยและใช้ได้ประโยชน์มากขึน% • เศรษฐกิ จทีP เป็ นมิ ตรกับสิP งแวดล้อม (Green Economy) โดยการผนวกแนวคิดเรื อง Green เข้าไปประยุกต์ใช้ในทุกกระบวนการแห่งในห่วงโซ่คุณค่า ตัง% แต่การเลือกใช้วตั ถุดบิ การจัดซือ% สี เขียว บรรจุภณ ั ฑ์สเี ขียว การตลาดสีเขียว การขนส่งสีเขียว ตลอดจนการนํ าของเสียหรือขยะ กลับมาใช้ใหม่อย่างครบวงจร • เศรษฐกิ จการสร้างคุณค่ าร่วมกับสังคม (Social Economy) โดยการผนวกความต้องการ ของสังคมและชุมชนเข้าเป็ นส่วนหนึ งในการสร้างมูลค่าร่วม (Creating Shared Value: CSV) โดยการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าให้กบั สังคม โดยนํ าความต้องการของ สังคมเป็ นตัวสร้างตลาดขึน% มา กลยุทธ์ทส.ี าํ คัญมีดงั นี7

i-12


3.1 กระทรวงพาณิ ชย์ควรเน้ นบทบาทเป็ นผูเ้ ชื,อมโยงระหว่างอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ทัง' ภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยการสร้างองค์ความรูแ้ ละบทวิเคราะห์ด้านการค้า และการลงทุนโดยการจัดตัง7 หน่ วยวิเคราะห์ตลาดการค้า (Trade & Market Intelligent Unit) เพื.อวิเคราะห์ เชิงลึกในด้านอุปสงค์และอุปทานในตลาดต่ างๆ การค้าและการลงทุน และกฎระเบียบทางการค้าทัง7 ระดับ โลก ภูมภิ าค รายประเทศ ตลอดจนรายสินค้าที.สําคัญ โดยเชื.อมโยงกับเครือข่ายทัง7 ภายในกระทรวง (ฑูต พาณิชย์และพาณิชย์จงั หวัด) และระหว่างกระทรวง และการติดตามและคาดการณ์แนวโน้มการค้าการลงทุน โดยการจัดทํารายงานทิศทางการค้าและการลงทุนประจําปี (Trade and Investment Outlook Report) โดย ร่วมมือกับภาคเอกชนเพื.อให้ผูป้ ระกอบการและหน่ วยงานทีเ. กี.ยวข้องรับทราบทิศทางการค้าโลกและปญั หา หรืออุปสรรคทางการค้าในต่างประเทศหรือกฎระเบียบภายในประเทศทีภ. าคเอกชนเผชิญ 3.2 การส่ งเสริ มการสร้างคุณภาพและมาตรฐานสิ นค้ าและบริ การให้ สูงเป็ นที, ยอมรับใน ระดับสากล ซึ.งนอกจากจะทําให้ไทยมีศกั ยภาพเพิม. ขึน7 ในตลาดโลกแล้ว ยังสามารถใช้เป็ นมาตรการเพื.อ คุม้ ครองผู้บริโภคและอุตสาหกรรมภายในประเทศจากสินค้าและบริการที.ไม่ได้รบั มาตรฐานทีเ. ข้ามาตีตลาด ในประเทศอย่ า งไม่ เ ป็ น ธรรม กระทรวงพาณิ ช ย์ ค วรมีบ ทบาทนํ า ในการผลัก ดัน และกระตุ้ น ให้ ผูป้ ระกอบการและหน่ วยงานราชการทีเ. กี.ยวข้องให้ความสําคัญกับการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ ผ่านการให้ขอ้ มูลที.เป็ นระบบ ขับเคลื.อนการสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ตลอดจนเป็ นแกนนํ าร่วมกับภาคเอกชน มุ่งเน้ นให้มกี ารกํ าหนดมาตรฐานและสร้างมาตรฐานสินค้าและบริการในระดับประเทศที.เป็ นที.ยอมรับใน ระดับภูมภิ าค พร้อมทัง7 สร้างความตื.นตัวให้กบั ผู้บริโภคภายในประเทศในด้านคุณภาพของสินค้าและ บริการทัง7 ของไทยและต่างประเทศ โดยการจัดทํารายงานผูบ้ ริโภค (Consumer Report) ประจําปี โดยร่วมมือ กับหน่ วยงานทีเ. กีย. วข้องกับการคุม้ ครองผูบ้ ริโภคทัง7 ในและต่างประเทศ 3.3 การเสริ มสร้างการผลิ ตและการบริ โภคสิ นค้ าและบริ การที, นําสู่การลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจก ลดมลพิ ษ ลดการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างไม่มีประสิ ทธิ ภาพ และลดผลกระทบต่ อ สิ, งแวดล้อม สร้างความตระหนักและส่งเสริมในการปรับโครงสร้างการผลิตของประเทศสู่การเป็ นการค้าที. เป็ นมิตรกับสิง. แวดล้อม (Green Trade) โดยนําปจั จัย “Green” เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าตัง7 แต่การออกแบบ ไปจนถึงการตลาด ทัง7 การออกแบบ (Green Design) การเลือกใช้วตั ถุดบิ (Green Material) การจัดซื7อ (Green Purchasing) การบรรจุภณ ั ฑ์ (Green Packaging) การตลาด (Green Marketing) การสร้างตรา สินค้า (Green Branding) และการขนส่ง (Green Logistics) 3.4 การส่งเสริ มธุรกิ จบริ การที,สอดคล้องกับ Global New Demand โดยเฉพาะแนวโน้มจากการ เพิม. ขึน7 ของชนชัน7 กลางในเอเชียและในโลก การเข้าสู่สงั คมผูส้ งู อายุของหลายประเทศ การให้ความสําคัญกับ i-13


สินค้าและบริการที.ใส่ใจสุขภาพ ความเป็ นอยู่ท.ดี ี การเป็ นมิตรกับสิง. แวดล้อม การให้ความสําคัญกับความ หลากหลายทางวัฒนธรรม เป็ นต้น 3.5 การส่งเสริ มใช้ ประโยชน์ จากองค์ความรู้ที,มีอยู่ในโลก โดยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมใน การดําเนินธุรกิจ เช่น กฎระเบียบต่างๆ ให้เอือ7 ต่อการดําเนินธุรกิจของผูป้ ระกอบการจากต่างชาติ ดึงดูดการ ลงทุนจากต่างประเทศในสาขาที.เป็ นยุทธศาสตร์ท.สี ําคัญในการยกระดับนวัตกรรมและเปิ ดรับการลงทุนใน ภาคบริการจากต่างประเทศมากขึน7 โดยเฉพาะบริการทางการเงิน โลจิสติกส์ การทําการตลาด การสร้างตรา สินค้า การบริหารจัดการทรัพย์สนิ ทางปญั ญา ตลอดจนการแสวงหาและต่อยอดทางเทคโนโลยีจากการซื7อ ลิขสิทธิ lหรือใบอนุ ญาตจากต่างประเทศ ตลอดจนร่วมมือในการทําวิจยั ร่วมกับบริษทั ต่างชาติเพื.อแสวงหา ความรูใ้ หม่ 3.6 การส่งเสริ มด้านการตลาดและการสนับสนุนช่ องทางการจัดจําหน่ ายสิ นค้ าและบริ การ รูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มบริ การสร้างสรรค์ท ใี นปจั จุบนั มีศกั ยภาพมากแต่ขาดการส่งเสริมด้าน การตลาดและการประชาสัมพันธ์จากภาครัฐในฐานะตัวแทนของประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ควรเปิ ด โอกาสให้ผูป้ ระกอบการใหม่ๆ ทีม ศี กั ยภาพเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและบริการระดับนานาชาติ เพื อนํ าเสนอ ผลงานสร้างสรรค์ของไทยให้เ ป็ นที รู้จกั ในระดับสากล นอกจากนี% ควรส่ งเสริมการเชื อมโยงระหว่างภาค เศรษฐกิจสร้างสรรค์และระหว่างภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์กบั ภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ส่งเสริม การขับเคลื อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนพืน% ฐานของวัฒนธรรม (Thainess) และต่อยอดเชิงพาณิชย์โดยการ ประยุกต์ให้มคี วามร่วมสมัยและมีความเป็ นสากล ส่งเสริมให้มกี ารเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื อสนับสนุ นการ เจริญเติบโตในสาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 3.7 การขยายความต้ อ งการสิ นค้ าและบริ การสร้างสรรค์ในประเทศ (Expanding Local Demand) เป็ นการใช้อุปสงค์เพื อกระตุ้นอุปทาน โดยอาจเริม ที กระบวนการจัดซื%อจัดจ้างของภาครัฐ ให้ ขยายโอกาสและให้ความสําคัญกับสินค้าและบริการสร้างสรรค์ทผ ี ลิตในประเทศไทยอย่างจริงจัง แทนทีก าร สังซื อ% สินค้าเข้ามาจากต่างประเทศ 3.8 การส่งเสริ มเศรษฐกิ จการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (Social Economy) โดยการผนวกความ ต้องการของสังคมและชุมชนเข้าเป็ นส่วนหนึ งในการสร้างมูลค่าร่วม (Creating Shared Value: CSV) โดย การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าให้กบั สังคม โดยนํ าความต้องการของสังคมเป็ นตัวสร้าง ตลาดขึน% มา

i-14


ยุทธศาสตร์ทีP 4: การสร้างสภาพแวดล้อมภายในประเทศทีP เอืRอต่ อการแข่งขันและเป็ นธรรม (Pro Competitive Environment) การเพิ ม ขีด ความสามารถในการแข่ ง ขัน ของผู้ ป ระกอบการจะต้ อ งทํ า ควรคู่ ไ ปกับ การสร้ า ง สภาพแวดล้อมภายในประเทศที เอื%อต่อการค้าที เป็ นธรรม (level playing field) เพื อให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs แข่งขันบนพืน% ฐานของการไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพฤติกรรมการค้าทีไ ม่เป็ นธรรมทัง% ภายในประเทศและจากผู้ประกอบการต่างประเทศ ในขณะที ประเทศไทยกําลังมีการเปิ ดตลาดมากขึ%น โดยเฉพาะการเข้าสู่การเป็ นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ งส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างประเทศ สามารถเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยได้สะดวกมากขึน% ดังนัน% นโยบายพาณิชย์จะต้องให้ความสําคัญ กับการสร้างการแข่งขันทีเ ป็ นธรรมกับทุกฝ่ายเพื อป้องกันการผูกขาดและการแข่งขันทีไ ม่เป็ นธรรม ทัง% เพื อ คุม้ ครองผูป้ ระกอบการและผูบ้ ริโภคในประเทศ กลยุทธ์ทส.ี าํ คัญมีดงั นี7 4.1 การส่ งเสริ มการค้ าที, เป็ นธรรม โดยการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกับพฤติกรรมที.มลี กั ษณะผูกขาดตลาดและมีลกั ษณะการแข่งขันที.ไม่เป็ นธรรม การบังคับใช้ กฎหมายต้องมีความโปร่งใสและมีประสิทธิผล เพื.อเพิม. ประสิทธิภาพของตลาด คุม้ ครองผูบ้ ริโภค และรองรับ กับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ตลอดจนการใช้มาตรการการค้าต่างๆ เช่น การตอบโต้การ ทุ่มตลาดและการอุดหนุ น รวมทัง7 มาตรการปกป้องในเชิงรุกเพื.อป้องกันการถูกเอาเปรียบจากผูป้ ระอบการ ต่างประเทศ นอกจากนี7 กระทรวงพาณิชย์ควรจัดทําข้อมูลและบทวิจยั ถึงโครงสร้างตลาดสินค้าและ บริการต่ างๆ ภายในประเทศโดยใช้ประโยชน์ จากข้อมูลบริษัทที.กรมพัฒนาธุรกิจทางการค้า โดยเฉพาะ โครงสร้างที.มแี นวโน้มจะนํ าไปสู่พฤติกรรมการแข่งขันที.ไม่เป็ นธรรม ตลอดจนให้ความรูก้ บั ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคถึงนโยบายและเครื.องมือในการกํากับดูแลกติกาของตลาดที.ยงั มีผู้ท.รี บั รูแ้ ละเข้าใจไม่มากนัก และเสริมสร้างศักยภาพในการปกป้องสิทธิของผู้บริโภคโดยร่วมมือกับหน่ วยงานภาครัฐและภาคประชา สังคมทีม. บี ทบาทในการคุม้ ครองผูบ้ ริโภคในปจั จุบนั 4.2 การแทรกแซงกลไกตลาดเท่ าที, จาํ เป็ น เช่น กรณีมภี ยั พิบตั ิ หรือมีความล้มเหลวของตลาด โดยกระบวนการแทรกแซงควรมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีกฎกติกาทีช. ดั เจน โดยกระทรวงพาณิชย์ จะต้องใช้มาตรการบนพืน7 ฐานของการคํานึงถึงผลประโยชน์ของผูม้ สี ่วนเกีย. วข้องทัง7 3 ส่วน ได้แก่ ผูผ้ ลิต ทัง7 ผูป้ ระกอบการและเกษตรกร ผูค้ า้ และผู้บริโภคอย่างเท่าเทียมกัน โดยในระยะกลางถึงระยะยาวควรปรับลด แนวทางในการควบคุ ม ราคาสิน ค้า และการแทรกแซงตลาด โดยเฉพาะตลาดสิน ค้า เกษตร โดยควร ทําการศึกษาหาแนวทางในการใช้ประโยชน์จากระบบตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (AFET) i-15


ซึ.ง เป็ น องค์ก รอิส ระที.ต ัง7 ขึ7น ตามพระราชบัญ ญัติก ารซื7อ ขายสิน ค้า เกษตรล่ ว งหน้ า พ.ศ 2542 ให้เ กิด ประโยชน์สูงสุด พร้อมขยายบทบาทในการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร โดยเฉพาะในด้านการบริหารจัดการ และการเข้าถึงข้อมูลราคาและความต้องการของตลาด เพื.อผลักดันให้เกษตรกรมีความแข็งแกร่งสามารถ ขายสินค้าเกษตรได้ในราคาทีเ. หมาะสม ยุทธศาสตร์ทีP 5: การส่งเสริ มและพัฒนาโครงสร้างพืRนฐานทางการค้า (New Trade Infrastructure) โครงสร้างพืน% ฐานทางการค้า (trade infrastructure) ประกอบด้วยบริการขนส่ง บริการสื อสารและ เทคโนโลยีสารสนเทศ บริการการเงินและบริการประกันภัย การวิจยั และพัฒนาและทรัพย์สนิ ทางปญั ญา ซึง โครงสร้างพืน% ฐานทางการค้าเหล่านี%เป็ นปจั จัยสําคัญในการช่วยอํานวยความสะดวกให้กบั การค้า ลดต้นทุน ให้กบั ผู้ประกอบการ ป้องกันความเสี ยงจากความผันผวนต่างๆ เพิม ช่องทางนวัตกรรมและเครื องมือการ ส่งผ่านสินค้าใหม่ๆ เช่น การพาณิชย์อเิ ล็กทรอนิกส์ การพาณิชย์ผ่านทางโทรศัพท์เคลื อนที การใช้ประโยชน์ จากสื อสังคม (Social Media) เป็ นต้น กระทรวงพาณิชย์จงึ ควรมีบทบาทสําคัญในการเป็ นเจ้าภาพร่วมใน การดูแลและบูรณาการนโยบายที เกี ยวข้องกับโครงสร้างพื%นฐานทางการค้าเพื อให้หน่ วยงานที เกี ยวข้องมี นโยบายสอดรับกับการเพิม ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ พัฒนาธุรกิจบริการที เป็ น โครงสร้ า งพื%น ฐานทางการค้ า ต่ า งๆ เช่ น logistic service, e-commerce พร้อ มทัง% การผลัก ดัน ให้ ผูป้ ระกอบการและผูบ้ ริโภคให้ความสําคัญกับทรัพย์สนิ ทางปญั ญา การยกระดับการอํานวยความสะดวกใน ด้านการคุม้ ครองทรัพย์สนิ ทางปญั หาและการบังคับใช้กฎหมาย กลยุทธ์ทส.ี าํ คัญมีดงั นี7 5.1 การเป็ นเจ้าภาพร่วมในการดูแลและบูรณาการนโยบายที, เกี,ยวข้องกับโครงสร้างพื'นฐาน ทางการค้ า เพื.อให้หน่ วยงานที.เกี.ยวข้องมีนโยบายสอดรับกับการเพิม. ขีดความสามารถในการแข่งขันของ ผูป้ ระกอบการ ทัง7 ในด้านการช่วยอํานวยความสะดวกให้กบั การค้า ลดต้นทุนให้กบั ผูป้ ระกอบการ ป้องกัน ความเสี ยงจากความผันผวนต่างๆ เพิม ช่องทางนวัตกรรมและเครื องมือการส่งผ่านสินค้าใหม่ๆ เช่น การ พาณิชย์อเิ ล็กทรอนิกส์ การพาณิชย์ผ่านทางโทรศัพท์เคลื อนที การใช้ประโยชน์จากสื อสังคม เป็ นต้น 5.2 การส่ ง เสริ มการพัฒ นาธุรกิ จบริ การที, เป็ นโครงสร้ างพื' นฐานทางการค้ าต่ างๆ เช่ น บริการโลจิสติกส์ บริการพาณิชย์อเิ ล็กทรอนิกส์ ซึง. เป็ นช่องทางการทําการค้าทีส. าํ คัญ

i-16


5.3 การผลักดันให้ ผ้ปู ระกอบการและผู้บริ โภคให้ ความสําคัญกับทรัพย์สินทางปั ญญา การ ั หาและการบัง คับ ใช้ก ฎหมาย ยกระดับ การอํ า นวยความสะดวกในด้า นการคุ้ ม ครองทรัพ ย์ส ิน ทางป ญ ตลอดจนส่งเสริมการยกระดับ Technological readiness ให้กบั ผูป้ ระกอบการ ข้อเสนอแนะในการกําหนดเจ้าภาพหลักในการขับเคลืPอนยุทธศาสตร์ การขับเคลื อนยุทธศาสตร์จาํ เป็ นต้องบูรณาการการทํางานกันทัง% ภายในกระทรวงและกับหน่ วยงาน ภายนอก ทัง% นี% เพื อให้ผดู้ แู ลหลักในแต่ละยุทธศาสตร์มคี วามชัดเจน คณะทีป รึกษาฯ เสนอเจ้าภาพหลักและ เจ้าภาพรองสําหรับแต่ละยุทธศาสตร์ดงั ตารางด้านล่างนี% ยุทธศาสตร์ เจ้าภาพหลัก เจ้าภาพรอง สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ การขับเคลื,อนยุทธศาสตร์โดยรวม 1. ก า ร ส ร้ า ง ขี ด ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ ห้ • กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็ นเจ้าภาพในกลุ่มผูป้ ระกอบการใหม่หรือมี ผู้ ป ระ กอบก ารและวิ ส า หกิ จ (Smart ประสบการณ์ไม่มากนัก Enterprise) • กรมส่งเสริมการส่งออกเป็ นเจ้าภาพกลุ่มผูป ้ ระกอบการขนาดใหญ่ หรือกลุ่ม Well-established SMEs 2. การใช้ อ าเซี ย นเป็ นฐานไปสู่ เ วที โ ลก กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการส่งออก (ASEAN One) กรมการค้าต่างประเทศ 3. การยกระดั บ ประเทศเข้ า สู่ เ ศรษฐกิ จ กรมส่งเสริมการส่งออก สร้ า งสรรค์ มู ล ค่ า (Value Creation Economy)

กรมทรัพย์สนิ ทางปญั ญา

4. การสร้างสภาพแวดล้อมภายในประเทศที. กรมการค้าภายใน เอื7 อ ต่ อ การแข่ ง ขัน และเป็ น ธรรม (Pro Competitive Environment)

กรมการค้าต่างประเทศ

5. การส่งเสริม และพัฒนาโครงสร้างพื7นฐาน สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทางการค้า (New Trade Infrastructure)

กรมทรัพย์สนิ ทางปญั ญา

i-17


ข้อเสนอแนะการขับเคลืPอนยุทธศาสตร์ผ่านกลุ่มสาขาการผลิ ตและบริ การทีPมีศกั ยภาพ แผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์ข บั เคลื อนผ่านยุทธศาสตร์ทงั % 5 ประการข้างต้นโดยการขับเคลื อ น ยุทธศาสตร์ควรเน้ นกลุ่มสาขาการผลิตและบริการทีป ระเทศไทยมีศกั ยภาพเป็ นพิเศษ ซึ งเมื อพิจารณาจาก จุ ด แข็ง ของประเทศไทยร่ ว มกับ โอกาสที เ กิด จากพลวัต โลกไม่ ว่ า จะเป็ น การรวมกลุ่ ม เศรษฐกิจ การ เปลี ย นแปลงห่ ว งโซ่ อุ ป ทานโลก การเปลี ย นแปลงรสนิ ย มของผู้บ ริโ ภค การเข้า สู่ ส ัง คมผู้สู ง อายุ การ เปลีย นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ เป็ นต้น สาขาการผลิตและบริการทีก ระทรวงพาณิชย์ควรให้ความสําคัญเป็ น พิเศษ ได้แก่ • ความต้องการสินค้าและบริการที มมี ูลค่ าเพิม สูง ตอบสนองต่ อความสุ นทรีย์และความใส่ใจใน สุขภาพและต้องอาศัยความเชี ยวชาญของบุคลากร นํ าไปสู่โอกาสในการขยายตัวของบริ การ ด้ านสุขภาพ (Health service) และกลุ่มสิ นค้ าและบริ การเพืP อชี วิ ตความเป็ นอยู่ทีP ดี (Wellness) การท่ อ งเทีP ย วและบริ ก ารต่ อ เนืP อง รวมถึ ง อุ ต สาหกรรมอัญ มณี และ เครืPองประดับ (Jewelry) • ความใส่ใจเรื องสิง แวดล้อมทีเ พิม ขึน% พร้อม ๆ ความตระหนักในความจําเป็ นทีป ระชาคมโลกต้อง ร่ว มกันแก้ ปญั หาภาวะโลกร้อ น เป็ นการเปิ ด โอกาสในการขยายตัว ให้ก ับอุ ต สาหกรรมด้าน พลังงาน โดยเฉพาะพลังงานทดแทน (Alternative Energy) โดยมีความเกี ยวโยงใกล้ชดิ กับ ประเด็นทางด้านการเกษตรทีเ กีย วข้องกับการผลิตพืชพลังงาน • ความต้องการสินค้าและบริการที มมี ูลค่าเพิม สูง โดยเฉพาะที เป็ นการตอบสนองต่อแนวโน้ มที เพิม ขึน% ของการใส่ใจสุขภาพ การเข้าสู่สงั คมผู้สูงอายุ (Ageing Society) นํ าไปสู่ศกั ยภาพของ อุตสาหกรรมที เกี ยวข้องกับคุณภาพของการใช้ชวี ติ ประจําวัน โดยเฉพาะอาหารเพืPอสุขภาพ อาหารพร้อมทาน สิ นค้าและบริ การทีPเหมาะสําหรับผูส้ งู อายุ • การรวมกลุ่ มทางเศรษฐกิจเป็ นป จั จัยหนึ งที นํามาซึ งการเปลี ยนแปลงของห่ วงโซ่ อุปทานโลก ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคให้ความสําคัญกับสินค้ารูปแบบใหม่ ๆ ทีม มี ูลค่าเพิม สูง เป็ นการสร้างโอกาสให้กบั อุตสาหกรรมที มหี ่วงโซ่อุปทานในหลายประเทศ และเป็ นอุตสาหกรรม ทีม สี ดั ส่วนของความคิดสร้างสรรค์สงู เช่น อุตสาหกรรมสิP งทอและเครืPองนุ่งห่ม • ราคาพลังงงานที ผนั ผวน จากความจํากัดของทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบกับการย้ายฐานการ ผลิตจากการเปลีย นแปลงห่วงโซ่อุปทานของโลก ส่งผลให้ต้องพิจารณาปรับปรุงเส้นทางและการ จัดการการขนส่งและโลจิ สติ กส์ให้มปี ระสิทธิภาพมากขึน% • รสนิยมการบริโภคที ให้ความสําคัญกับมูลค่าเพิม ของสินค้า ความสุนทรีย์ รวมถึงความเป็ นมิตร ต่อสิง แวดล้อม นํ าไปสู่ความต้องการสินค้าและบริการทีต อบสนองมากกว่าแค่การใช้งาน ถือเป็ น การเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมทีเ ป็ นมิตรต่อสิง แวดล้อมและมีมลู ค่าเพิม สูง เช่น บริ การด้านการ i-18


ท่ องเทีP ยว ทัง% นี% การทีอ าเซียนกําหนดให้การท่องเทีย วเป็ นหนึ งในสาขาทีเ ร่งรัดการรวมกลุ่ม ยิง เป็ นการสนั บสนุ น ศัก ยภาพของอุ ต สาหกรรมการท่ อ งเที ยวให้ ม ีม ากขึ%น รวมทัง% กลุ่ มสินค้ า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Product & Service) โดยเฉพาะสินค้าทีไ ทยมีศกั ยภาพสูง เช่น แฟชัน ดิจติ ลั คอนเทนท์ (digital content) การบันเทิง และหัตถกรรม (craft) หรือสินค้าทีม เี นื%อหา เชิงวัฒนธรรม (Cultural Content) • การเปลี ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานประกอบกับแนวโน้ มความตระหนักในความสําคัญของการ คุม้ ครองสิง แวดล้อม ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที มฐี านการผลิตในหลายประเทศและมีความ เกีย วข้องใกล้ชดิ กับสิง แวดล้อม เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ • การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนกับจีนและอินเดีย เป็ นการฉกฉวยโอกาสทีเ กิดขึน% จากการ ขยายตัวทางเศรษฐกิจที รวดเร็วของจีนและอินเดีย ซึ งจะทําให้มคี วามต้องการในการก่ อสร้าง โครงสร้ า งพื%น ฐานจํ า นวนมาก และเปิ ด โอกาสให้ ก ับ บริก ารด้ า นการก่ อ สร้ า ง และธุ ร กิ จ เทคโนโลยีสารสนเทศทีม คี วามพร้อมในการทํางานในระดับระหว่างประเทศ หรือทีเ ป็ นส่วนหนึ ง ของห่วงโซ่มลู ค่าของโลก

i-19


3. การปฏิ รปู ระบบการบริ หารกระทรวงพาณิ ชย์ โครงสร้างกระทรวงพาณิชย์ใ นป จั จุบนั นัน7 เป็ นการจัดแบ่ง ตามบทบาทและหน้ าที.ใ นการทํา งาน (Functional Structure) ซึง. เหมาะกับองค์กรทีต. ้องอาศัยความชํานาญเฉพาะทางเพื.อให้บรรลุเป้าหมาย และ ให้ความสําคัญกับประสิทธิภาพอย่างมาก เนื.องจากมีการแบ่งภารกิจหน้ าที.อย่างชัดเจน ทําให้การทํางาน ของบุคลากรในแต่ละหน่ วยงานบรรลุเป้าหมายได้อย่างสะดวก และบุคลากรเองก็ได้รบั การพัฒนาให้มคี วาม ชํานาญและเชีย. วชาญในสายงานนัน7 ๆ อย่างไรก็ด ี องค์กรในลักษณะนี7กม็ ขี อ้ เสีย คือ ขาดการบูรณาการการ ทํางานร่วมกัน เนื.องจากบุคลากรมองไม่เห็นภาพรวมการทํางานทัง7 หมดของกระทรวง แต่ ละหน่ วยงาน รับผิด ชอบเฉพาะภารกิจและทํางานภายในสายงานของตนเอง (Silo) มองไม่เห็นบทบาทของตนและ หน่ วยงานทีม. ตี ่อการขับเคลื.อนเป้าหมายหลักขององค์กร ทําให้ความซํ7าซ้อนขาดประสิทธิภาพ (Red Tape) และทีส. ําคัญที.สุดเป็ นการบ่มเพาะวัฒนธรรมการทํางานที.บุคลากรในองค์กรขาดความรูส้ กึ ผูกพันต่อองค์กร ขาดความกระตือรืนร้น ขาดความสามัคคี เป็ นอุปสรรคต่อการติดต่อประสานและการทํางานข้ามหน่ วยงาน ด้วย นอกจากนี7 ลักษณะของหน่ วยงานแบบนี7ยงั มีความยืดหยุ่นตํ.าและส่งผลให้ความสามารถในการปรับตัว มีค่อนข้างน้อย ทัง7 นี7 โครงสร้างกระทรวงพาณิชย์ท.ใี ช้ในปจั จุบนั นัน7 ส่ วนหนึ. งเป็ นผลมาจากข้อเสนอแนะในการ จัด ทําแผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.2540-2549 โดยมีการแบ่ง หน่ วยงานตามกลุ่ มภารกิจ ได้แ ก่ สํานักงานรัฐมนตรี สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ สํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การพาณิชย์ กลุ่ม ภารกิจด้านการค้าในประเทศ (Internal Trade Cluster) ได้แก่ กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมทรัพย์สนิ ทางปญั ญา กลุ่มภารกิจด้านการค้าต่างประเทศ (External Trade Cluster) ได้แก่ กรมการ ค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและกรมส่งเสริมการส่งออก หน่ วยงานในภูมภิ าค ได้แก่ สํานัก งานพาณิชย์จงั หวัด สํานัก งานการค้าภายในจัง หวัด สํานัก งานสาขาชังตวงวั . ด สํานัก งานการค้า ต่ างประเทศ สํานัก งานพัฒนาธุ รกิจการค้าจัง หวัด และศู นย์ส่ ง เสริมการส่ง ออกในภูมภิ าค หน่ วยงานใน ต่างประเทศ ได้แก่ คณะผู้แทนถาวรไทยประจําองค์การการค้าโลก สํานักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ (ใน ปจั จุบนั มี 3 แห่ง ทีก. รุงวอชิงตัน ดี.ซี. กรุงปกั กิง. และกรุงบรัสเซลล์) สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หน่ วยงานที.เป็ นรัฐวิสาหกิจ (State Enterprise) ได้แก่ องค์การคลังสินค้า และหน่ วยงานที.เป็ น องค์กรมหาชน (Public Organization) ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ และสถาบันวิจยั และ พัฒนาอัญมณีและเครื.องประดับแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการกํากับการซื7อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้ า และ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย ทัง7 นี7 จากการประมวลการสัมภาษณ์เชิงลึกและการจัดประชุมระดมสมองกับผู้บริหารระดับสูงของ กระทรวงพาณิชย์ ผูแ้ ทนจากกลุ่มสายงานต่างๆ รวมไปถึงผูท้ รงคุณวุฒแิ ละผูแ้ ทนจากหน่ วยงานภายนอกที. i-20


เกีย. วข้องกับกระทรวงพาณิชย์ พบว่า มีประเด็นปญั หาทีเ. กี.ยวข้องกับโครงสร้างองค์กรและระบบบริหารการ ทํางานของกระทรวงพาณิชย์ในปจั จุบนั สามารถสรุปหลักๆ ได้ดงั ต่อไปนี7 1) ความทับซ้อนในการดําเนินงานของหน่ วยงานต่างๆ ภายในกระทรวง ซึง. อาจเกิดจากแผนงานไม่ ชัดเจน หรือความเข้าใจในแผนการทํางานไม่ตรงกัน 2) บทบาทและภารงานของกระทรวงขาดความชัดเจน ภารงานสําคัญบางประการยังขาดเจ้าภาพ 3) บทบาทและภารกิจในปจั จุบนั ไม่สอดรับกับทิศทางและความเปลีย. นแปลงในอนาคต โดยภารกิจ ส่วนใหญ่เป็ นการแก้ไขปญั หาเฉพาะหน้าและเป็ นการดําเนินการในระยะสัน7 ไม่ได้เป็ นการพัฒนาทีส. ่งผลใน ระยะยาว 4) การบูรณาการและการประสานติดต่อระหว่างหน่ วยงานภายในไม่มปี ระสิทธิภาพ 5) การดําเนินงานในบางส่วนขาดอิสระและความคล่องตัว การปรับบทบาทและโครงสร้างองค์กร ในการศึกษาวิเคราะห์จุดอ่อนของโครงสร้างปจั จุบนั คณะที.ปรึกษายังได้ยดึ ถือแนวทางปฏิบตั ทิ .ดี ี ของการจัด โครงสร้างองค์ก รรวมไปถึง การกํ าหนดบทบาทภารกิจ ของแต่ ล ะส่ ว นงานให้มคี วามชัด เจน ดังต่อไปนี7 1. การจัดโครงสร้างองค์กร ต้องขจัดภารกิจทีไ. ม่จาํ เป็ นหรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบท ปจั จุบนั ออกไป โดยพิจารณาความจําเป็ นในการดําเนินงานเพื.อให้สอดคล้องและตอบสนองกับ วิสยั ทัศน์ (Vision) และพันธกิจ (Mission) ตลอดจนแผนยุทธศาสตร์ใหม่ของกระทรวงพาณิชย์ ให้ได้มากทีส. ุด 2. การจัดโครงสร้างองค์กร ควรให้ความสําคัญต่อภารกิจหลัก (Core Functions) ขององค์กรและ ภารกิจสนับสนุ น (Support Functions) อย่างเหมาะสม ทัง7 นี7 ที.ปรึกษาพยายามจัดโครงสร้าง ใหม่ใ ห้แยกประเภทของภารกิจหลักและภารกิจสนับสนุ นอย่างชัดเจน ทัง7 ในส่วนกลาง ส่ว น ภูมภิ าคและหน่ วยงานต่างๆ ในต่างประเทศ 3. โครงสร้ า งองค์ ก ร ควรกระจายอํ า นาจและความรับ ผิด ชอบ (Decentralization and Empowerment) จากส่วนกลางให้แก่สํานักงานในส่วนภูมภิ าคมากที.สุดเท่าที.จะทําได้ เพื.อให้ เกิด สมดุ ล ระหว่ า งประสิทธิภ าพการดํา เนิ นงาน และการทํ างานที.ส ามารถตอบสนองความ ต้องการในพืน7 ที. ทัง7 นี7 เพื.อมุ่งให้ส่วนปฏิบตั งิ านในภูมภิ าคทีเ. ป็ น Front Line Operator สามารถ บริห ารจัด การตนเองได้ อ ย่ า งเบ็ด เสร็จ และสามารถทํ า งานตอบสนองความต้ อ งการของ ผูป้ ระกอบการ ประชาชนและผูม้ สี ่วนเกีย. วข้องอื.นๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ i-21


4. การจัดโครงสร้างองค์กรควรเป็ นการจัดโครงสร้างให้เป็ นแนวราบ เพื.อให้มสี ายการบังคับบัญชา (Line of Command) ทีส. นั 7 ทีส. ุด เพื.อให้การดําเนินงานและการตัดสินใจเป็ นไปได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันขอบเขตของการบังคับบัญชา (Span of Control) ก็ไม่ควรกว้างมากจนเกินไป อันจะทําให้การดูแลรับผิดชอบของผูบ้ งั คับบัญชาทําได้ไม่ทวถึ ั . งและขาดประสิทธิภาพ 5. ภายใต้โครงสร้างองค์กรใหม่ ควรมีการกําหนดลักษณะงาน (Functional Description) ซึ.ง อธิบายบทบาทหน้าทีแ. ละความรับผิดชอบทีช. ดั เจนของแต่ละหน่ วยงาน เพื.อให้แต่ละหน่ วยงาน ได้ปฏิบตั อิ ย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดปญั หาจากความสับสนและการทํางานที.ซ7ําซ้อนกัน หรือ หาเจ้าภาพในการทํางานนัน7 ไม่ได้ 6. การจั ด โครงสร้ า งองค์ ก ร ต้ อ งคํ า นึ ง ถึ ง การพั ฒ นาความก้ า วหน้ า ในอาชี พ (Career Development) ของพนักงานในองค์กร เพื.อทําให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทํางานและทํางาน อย่างเต็มความสามารถ เต็มกําลัง กล่าวคือ การจัดโครงสร้างองค์กรครัง7 นี7 ได้มกี ารรวมสายงาน ภารกิจหรือกลุ่มอาชีพ (Job Family) ทีม. คี วามคล้ายคลึงกันหรือเกี.ยวข้องกันมาไว้ดว้ ยกัน อาทิ สายงานยุทธศาสตร์ ทีม. ฝี า่ ยแผนและฝา่ ยบัญชีการเงินอยูด่ ว้ ยกัน สายงานอํานวยการทีเ. ป็ นสาย งานสนับ สนุ น มีฝ่ายทรัพ ยากรบุ ค คล ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายธุ รการอยู่ด้ว ยกัน อัน จะทําให้ พนักงานสามารถเติบโตและมีเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพตามความรูค้ วามสามารถ และ สามารถโอนย้ายภายในกลุ่มอาชีพเดียวกันได้ 7. การจัดโครงสร้างควรส่งเสริมให้เกิดการประสานงานและสร้างความร่วมมือระหว่างหน่ วยงาน หลักคิดในการปรับบทบาทและโครงสร้างกระทรวงนัน7 เพื.อตอบรับกับทิศทางและการขับเคลื.อน ยุทธศาสตร์ โดยมีการจัดแบ่งกลุ่มงานให้สอดคล้องกับภารกิจหลักๆ ที.คํานึงถึงการบรรลุผลสัมฤทธิ lตาม ประเด็นยุทธศาสตร์เป็ นหลัก (Strategic Reorganization and Reallocation)

i-22


ข้อเสนอแนะการปรับปรุงบทบาทและโครงสร้างในส่วนกลาง เมือ. พิจารณาทิศทางของยุทธศาสตร์ใหม่ภายใต้แผนแม่บทกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2555 -2564 คณะผูว้ จิ ยั พบว่ากระทรวงพาณิชย์ มีหน้าทีแ. ละบทบาทดังต่อไปนี7 ส่งเสริมการค้าการลงทุนทังในและนอกประเทศ (Trade and Investment Competitiveness)

สร้างกติกาการแข่งขันที-เป.นธรรม (Fair Competition)

• Market Intelligence • Capacity Building • Matching Trade & Investment Opportunity • Trade & Investment Promotion/Facilitation

• Regulations & Enforcement • Optimal Intervention Mechanisms • Consumer Protection

Regional Integration

Internationalize

MOC

Regional Clusters

Localize

ที-มา: SIGA Analysis

ภายใต้หน้าที.และบทบาทที.มกี ารปรับเปลีย. นใหม่ของกระทรวงนี7 สะท้อนถึงบทบาทการทํางานของ กระทรวงพาณิชย์ท.ตี ้องให้น7ํ าหนักอย่างเท่าเทียมกันใน 2 ส่ว น คือ บทบาทในการควบคุมกํากับดูแ ล (Regulate Role) เพื.อสร้างกติกาการแข่งขันตามกลไกตลาดที.เป็ นธรรมสําหรับทัง7 ผู้ผลิต เกษตรกร ผู้ประกอบการค้าและผู้บริโ ภค และบทบาทในการอํ านวยความสะดวก (Facilitate Role) เพื.อ พัฒนา ผูป้ ระกอบการ และเพื.อส่งเสริมการค้าและการลงทุนทัง7 ในและนอกประเทศ

การวิเคราะห์โครงสร้างกระทรวงพาณิชย์ในป*จจุบัน กระทรวงพาณิชย์ Planning & Strategy

สํานักงานปลัด (สน.นโยบายเศรษฐกิจการพาณิชย์) ผู้แทน WTO

พาณิชย์ภูมิภาค

Trade and Economic Cooperation

กรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศ

สนง.นโยบายและ ยุทธศาสตร์การพาณิชย์

กรมการค้า ต่างประเทศ

Capability Building & Pro-competitive Environment

กรมพัฒนาธุรกิจ การค้า

กรมการค้าภายใน

i-23

กรมทรัพย์สินทาง ปTญญา

Internationalization

กรมส่งเสริม การส่งออก


จากทิศทางวิสยั ทัศน์และประเด็นยุทธศาสตร์ใหม่ ตลอดจนการกําหนดบทบาทหลักของกระทรวง ดังกล่าว ส่งผลต่อการกําหนดโครงสร้างการบริหารของกระทรวงพาณิชย์ในส่วนกลางทีค. ณะผูว้ จิ ยั เห็นว่า มี บทบาทหน้าทีส. าํ คัญหลักๆ ได้แก่ • กลุ่มงานด้านการวางแผนนโยบายและยุทธศาสตร์ (Planning and Strategy) • กลุ่มงานการบริ หารงานเพื,อขับเคลื,อนยุทธศาสตร์ (Management) โดยมีทงั 7 กลุ่มงาน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (Trade and Economic Cooperation) และกลุ่ม งานพัฒ นาศัก ยภาพและสร้างความแข็ง แกร่ง ด้านป จั จัย และสภาพแวดล้อ มในประเทศ (Capability Building and Pro-competitive Environment) • กลุ่ ม งานด้ า นการส่ ง เสริ ม การส่ ง ออกและโอกาสประกอบธุ ร กิ จ ในต่ า งประเทศ (Internationalization) ทัง7 นี7 โดยหลักการแล้วส่วนกลางไม่ควรมีหน่ วยงานมากเกินไป เพราะจะทําให้เกิดความล่าช้าและ ซํ7าซ้อนในการทํางาน ดังนัน7 คณะที.ปรึกษาเห็นว่าการปรับบทบาทและจัดกระบวนทัพการบริหารราชการ กระทรวงพาณิชย์ควรมีลกั ษณะดังต่อไปนี7 แนวทางการปรับปรุงกลุ่มงานด้านการวางแผนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ 1. สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิ ชย์ • เพิม. บทบาทการประสานงานระหว่า งหน่ ว ยงานในส่ว นกลางกับ พาณิชย์ภูมภ ิ าค เนื.องจากใน

ระบบการดําเนินงานทีผ. ่านมา พาณิชย์จงั หวัด ซึง. เป็ นผูแ้ ทนของกระทรวงพาณิชย์ทป.ี ระจําอยู่ในภูมภิ าคนัน7 อาจไม่ทราบอย่างชัดเจนนักถึงกรอบภารกิจของหน่ วยงานต่ างๆ ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ ทําให้เวลามี ปญั หาหรือมีความต้องการที.เกิดจากในพืน7 ที. ที.จะต้องติดต่อประสานงานเข้ามายังส่วนกลางทําได้ค่อนข้าง ลําบาก ประกอบกับบุคลากรทีอ. ยูใ่ นส่วนกลางก็ไม่ค่อยอํานวยความสะดวกและให้ความร่วมมือมากนัก ใน อนาคต สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์จงึ ควรจัดตัง7 สํานักงานบริหารส่วนภูมภิ าคขึน7 มาอย่างเป็ นทางการ เพื.อ ประสานงานในเรื.องของกรอบภารกิจของแต่ ล ะหน่ วยงานให้ชดั เจน เพื.อทําความเข้าใจกับพาณิชย์ จังหวัดว่าเรือ. งดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของหน่ วยงานใด นอกจากนี7 สํานักบริหารส่วนภูมภิ าค ยังต้อง มีบทบาทหน้าทีเ. ป็ นตัวกลางคอยเชื.อมโยงระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมภิ าค ในการส่งต่อภารกิจต่างๆ ลงไป และประสานติดต่อขอความร่วมมือจากภูมภิ าคเข้ามายังส่วนกลางด้วย • เพิม. บทบาทการประสานและบูรณาการการทํางานร่วมกับหน่ วยงานรูปแบบอื.นๆ ทัง7 รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชนและองค์กรอิสระที.อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ เพื.อให้การขับเคลื.อนและ การดําเนินงานสอดคล้องและเป็ นไปตามทิศทางเดียวกันกับแผนยุทธศาสตร์กระทรวงพาณิชย์ i-24


• ในส่วนของงานพาณิชย์ภูมภิ าค เพื.อตอบสนองกับบทบาทในการบริหารจัดการและประสานเพื.อ

บูรณาการงานระหว่างสํานักงานพาณิชย์จงั หวัดกับหน่ วยงานส่วนกลางของกระทรวงพาณิชย์ คณะทีป. รึกษา ขอเสนอให้มกี ารจัดตัง7 สํานักงานบริหารพาณิชย์จงั หวัด ขึน7 มารับผิดชอบบทบาทนี7 และขอเสนอให้มกี าร จัดตัง7 ศูนย์พาณิชย์ภูมภิ าค ที.จะทําหน้ าที.พฒ ั นาและขับเคลื.อนการดําเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ให้ม ี ความเหมาะสมกับศักยภาพและความต้องการของพืน7 ทีใ. นลักษณะของคลัสเตอร์ เพื.อประสานเชื.อมโยงกับ สํานักงานพาณิชย์จงั หวัดในแต่ละภาค ในลักษณะของ Hub and Spoke โดยอาจพิจารณาตามการจัดแบ่ง ภูมภิ าคตามทําเลที.ตงั 7 อาทิ ศูนย์พาณิชย์ภาคกลาง ศูนย์พาณิชย์ภาคเหนือ ศูนย์พาณิชย์ภาคใต้และศูนย์ พาณิชย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือการแบ่งตามคลัสเตอร์ของกระทรวงมหาดไทยและสํานักงาน ก.พ.ร. เป็ นต้น นอกจากนี7 ศูนย์ดงั กล่าวยังควรเป็ นศูนย์กลางการให้บริการด้านการพาณิชย์ครบวงจร ซึ.งจะทําให้ นักธุรกิจและประชาชนในส่วนภูมภิ าคได้รบั การบริการที.สะดวก รวดเร็วและได้มาตรฐานเดียวกันกับใน ส่วนกลาง • สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ควรมีการจัดตัง7 หน่ ว ยงานภายในที.ดูแลรับผิดชอบด้านการค้า ั. ชายแดน ซึ.งในปจั จุบนั ประเทศไทยมีพ7นื ที.จงั หวัดที.ตดิ ชายแดนประเทศเพื.อนบ้าน ทัง7 ทางฝงประเทศพม่ า มาเลเซีย ลาวและกัมพูชาอยู่หลายแห่ง มีมูลค่าการค้าชายแดนเพิม. สูงขึ7นทุก ปี สํานักงานบริหารการค้า ชายแดนที.จะจัดตัง7 ขึ7นนี7 จึงควรทําหน้ าที.ในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กบั ประเทศเพื.อนบ้านในเรื.อง การค้า การตลาด การลงทุน การประกอบธุรกิจและการใช้วตั ถุดบิ ทรัพยากรจากประเทศเพื.อนบ้าน รวมถึง ติดตามขับเคลื.อนนโยบายของสํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ในประเด็นทีเ. กีย. วข้องกับการค้าชายแดนด้วย • ในส่วนของงานต่ างประเทศ ซึ.งปจั จุบนั มีสํานักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ 3 แห่ง ที.มลี กั ษณะ เป็ นศูนย์บริหารงานภูมภิ าค (Regional Center) ได้แก่ สํานักงานพาณิชย์ทก.ี รุงวอชิงตัน ดีซี ดูแลภูมภิ าค อเมริก า สํานักงานพาณิชย์ท.ีกรุง บรัส เซลล์ ดูแ ลภูมภิ าคยุโรป และสํานักงานพาณิชย์ท.ีกรุง ป กั กิ.ง ดูแ ล ภูมภิ าคเอเชียนัน7 ทางคณะที.ปรึกษาเสนอให้มกี ารจัดตัง7 สํานักงานพาณิชย์ประจําภูมภิ าคเอเชียตะวันออก เฉี ย งใต้ หรือ อาเซีย นขึ7น อีก หนึ. ง แห่ ง ณ ประเทศอิน โดนี เ ซีย เพื.อ ให้ส อดรับ กับ ยุ ท ธศาสตร์ใ หม่ ท.ีใ ห้ ความสําคัญ กับภูมภิ าคอาเซียน รองรับการเปิ ด เสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ในปี พ.ศ. 2558 2. สํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การพาณิ ชย์ (ในปจั จุบนั เป็ นหน่ วยราชการภายในกระทรวงพาณิชย์ มีฐานะเทียบเท่าระดับกรม เกิดด้วยการ ยุบรวมหน่ วยงานหลัก 2 หน่ วยงานภายใต้สาํ นักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ สํานักงานยุทธศาสตร์การ พาณิชย์และสํานักดัชนีเศรษฐกิจการค้าของสํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์)

i-25


บทบาทและภารกิจในการจัดทําแผนยุทธศาสตร์การพาณิชย์ในอนาคตอาจจะประสบปญั หาในการ ขับเคลื.อน เนื.องจากสํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การพาณิชย์เป็ นหน่ วยงานเทียบเท่าระดับกรม ดังนัน7 หากพิจารณาจากสายการบังคับบัญชาแล้ว ไม่มอี ํานาจหน้ าที.ท.จี ะแปลงยุทธศาสตร์ให้เป็ นแนวทางปฏิบตั ิ สํา หรับ กรมอื.น ๆ ที.เ ป็ น ระดับ ปฏิบ ัติก าร ต่ า งจากทิศ ทางนโยบายและแผนปฏิบ ัติร าชการที.ท างสํ า นั ก ปลัดกระทรวงพาณิชย์จดั ทําขึน7 อันจะทําให้แผนยุทธศาสตร์การพาณิชย์ไม่ได้รบั ความสนใจและขับเคลื.อน ไปในทิศทางเดียวกันทัง7 กระทรวง ในขณะเดียวกัน หากแบ่งบทบาทและหน้าทีไ. ม่ชดั เจนดีพอ อาจส่งผลให้ การทํางานมีความซํ7าซ้อนกับภารกิจของสํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้ โดยเฉพาะในการประสานงาน กับหน่ วยงานภายนอกกระทรวงเพื.อจัดทําและขับเคลื.อนแผนยุทธศาสตร์ต่างๆ ดังนัน7 คณะทีป. รึกษาจึงขอ เสนอให้มกี ารทบทวนแนวคิดการจัดตัง7 สํานักนโยบายและยุทธศาสตร์การพาณิชย์ พร้อมกับบทบาทหน้าที. และภารกิจของสํานักใหม่ เพื.อเป็ นการแก้ไขปญั หาในการดําเนินงานทีอ. าจเกิดขึน7 ในอนาคต โดย คณะที.ปรึก ษาเห็นว่ า ในภาพรวมการทํา งานของสํานัก งานนโยบายและยุ ทธศาสตร์ก าร พาณิชย์ทต.ี ้องการให้เป็ น Intelligence Unit เพื.อวิเคราะห์เชิงลึกในด้านอุปสงค์และอุปทานในตลาดต่างๆ การค้าและการลงทุน และกฎระเบียบทางการค้าทัง7 ระดับโลก ภูมภิ าค รายประเทศ ตลอดจนรายสินค้าที. สําคัญ โดยเชื.อมโยงกับเครือข่ายทัง7 ภายในกระทรวง ฑูต พาณิชย์ในต่ างประเทศและพาณิชย์จงั หวัดนัน7 ต้องการบุคลากรทีม. คี วามรูค้ วามสามารถเฉพาะด้าน โดยเฉพาะอย่างยิง. ในด้านการวิเคราะห์และวิจยั ทาง เศรษฐศาสตร์ ในขณะที.ขา้ ราชการประจําของกระทรวงพาณิชย์นัน7 มีทกั ษะในการบริหารจัดการ ดังนัน7 หากภารกิจเหล่านี7ยงั อยู่ในสํานักฯ การทํางานก็อาจขาดประสิทธิภาพและไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ทต.ี งั 7 ไว้ นัก คณะทีป. รึกษาจึงขอเสนอให้ตดั ภารกิจของการเป็ น Intelligence Unit ให้อยูใ่ นรูปแบบขององค์กรอิสระ ภายใต้การควบคุมและกํากับดูแลของสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์การพาณิชย์ เช่น รูปแบบมูลนิธอิ ย่าง มูลนิธสิ ถาบันวิจยั นโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) ทีด. าํ เนินการภายใต้นโยบายของกระทรวงการคลัง เป็ น ต้น กลุ่มงานความร่วมมือทางเศรษฐกิ จพาณิ ชย์ระหว่างประเทศ 3. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ • ในระยะสัน7 บทบาทที.กรมเจรจาฯ ควรให้ความสําคัญมากยิง. ขึ7น คือ การรวบรวมและเผยแพร่

ข้อมูลสถานะและความคืบหน้ าเกี.ยวกับการทําความตกลงการค้าเสรีให้มลี กั ษณะที.เป็ นมิตรกับผู้ใช้ขอ้ มูล มากยิง. ขึน7 (user friendly) รวมถึงการแก้ไขปญั หาที.มกี ารร้องเรียนภายในกรอบดังกล่าวโดยทําหน้าทีใ. น ลักษณะทีเ. ป็ น FTA Coordinating Center โดยควรจัดให้มชี ่องทางเพื.อชีแ7 จงข้อเท็จจริง ให้คําปรึกษาแนะนํ า แก่หน่ วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเกี.ยวกับความคืบหน้าสถานะการเจรจา FTA พันธกรณีและข้อผูกพัน

i-26


ตามความตกลง FTA ของไทย และโอกาส รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ทเ.ี อกชนจะได้รบั จากผลของการเจรจา เปิดเสรีในระดับต่างๆ ด้วย • ในระยะยาว บทบาทของการเจรจาเพื.อเปิ ดเสรีทางการค้าในด้านต่างๆ เริม. มีแนวโน้มที.จะลดลง เนื.องจากทัวโลกได้ . มกี ารเปิ ดเสรีกนั อย่างกว้างขวางแล้ว ดังนัน7 บทบาทในอนาคตจึงควรให้น7ํ าหนักกับการ สร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยในระยะยาวอาจพิจารณาศึกษาการรวมกับกรมการค้าต่างประเทศ โดย อาจพิจารณาปรับชื.อหน่ วยงานเป็ นกรมพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (Department of External Economic Development Cooperation) และผลักดันภารกิจที.เป็ นงานประจํา อาทิ การขึ7น ทะเบียนทางการค้าของกรมการค้าต่ างประเทศออกไปให้เอกชนเข้ามา (Outsourcing) เพื.อให้เหลือแต่ บทบาทหลัก คือ การประสานและสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจพาณิชย์ระหว่างประเทศ พร้อมบทบาทใน การแก้ไขปญั หาข้อพิพาททางการค้าและการกีดกันทางการค้าทีไ. ม่เป็ นธรรมทีจ. ะเริม. ทวีความรุนแรงขึน7 ใน อนาคต เพื.อปกป้องผูป้ ระกอบการและผูบ้ ริโภคในประเทศ 4. กรมการค้าต่างประเทศ • เพิม. บทบาทในการอํานวยความสะดวก และการปรับบทบาทหน้ าที.โดยให้ความสําคัญกับการ

แก้ไขปญั หาในเชิงรุกอันสืบเนื.องมาจากมาตรการและข้อจํากัดทางการค้าที.มใิ ช่ภาษี (Non-tariff Barrier) อาทิ การตอบโต้การทุ่มตลาด ตลอดจนการเพิม. บทบาทมากขึน7 ในการติดตามตรวจสอบและเพิม บทบาท ด้านการเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) พร้อมกับเสนอแนวทางการปรับตัวให้ผูป้ ระกอบการอย่างเป็ น รูปธรรมถึงการใช้มาตรการทางการค้าใหม่ๆ ของประเทศต่างๆ ทัง7 ในมิตสิ งิ. แวดล้อม เกษตร อุตสาหกรรม แรงงาน สิทธิมนุ ษยชน การประมง ความปลอดภัยระหว่างประเทศ เป็ นต้น โดยให้ความสําคัญเป็ นพิเศษกับ สินค้าและบริการศักยภาพ อาทิ สินค้าเกษตรและอาหาร ยานยนต์และชิน7 ส่วน อิเล็คทรอนิคส์ ชิน7 ส่วนและ ส่วนประกอบ สิง. ทอ อัญมณีและเครื.องประดับ บริการด้านการท่องเที.ยว บริการด้านสุขภาพ ขนส่งและโลจิ สติกส์ ก่อสร้าง เทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจพลังงานทดแทน เป็ นต้น กลุ่มงานพัฒนาศักยภาพและสร้างความแข็งแกร่งด้านปัจจัยและสภาพแวดล้อมในประเทศ 5. กรมการค้าภายใน • คณะที.ปรึกษาขอเสนอให้กรมการค้าภายในได้ทําการทบทวนบทบาทของกรมฯ ที.ต้องคํานึงถึง

ผลประโยชน์ของผูม้ สี ่วนเกีย. วข้องทัง7 3 ส่วน ได้แก่ ผูผ้ ลิต ทัง7 ผูป้ ระกอบการและเกษตรกร ผูค้ า้ และผูบ้ ริโภค อย่างเท่ าเทียมกัน และเสนอให้มกี ารปรับลดแนวทางในการควบคุมราคาสินค้าและการแทรกแซงตลาด โดยเฉพาะตลาดสินค้าเกษตร ทัง7 นี7 ควรจะใช้ระบบตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (AFET) ซึง. เป็ นองค์กรอิสระทีต. งั 7 ขึน7 ตามพระราชบัญญัตกิ ารซือ7 ขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ ศ. 2542 ให้เกิดประโยชน์ i-27


สูงสุด โดยปรับแก้ไขปญั หาเรื.องความครอบคลุมของสินค้า ให้ขยายจากสินค้าหลักที.ในปจั จุบนั มีเพียง 3 ชนิ ด ได้ แ ก่ ข้ า ว ยางพาราและมัน สํ า ปะหลัง พร้อ มขยายบทบาทในการพัฒ นาศัก ยภาพเกษตรกร โดยเฉพาะในด้านการบริหารจัดการและการเข้าถึงข้อมูลราคาและความต้องการของตลาด เพื.อผลักดันให้ เกษตรกรมีความแข็งแกร่งสามารถขายสินค้าเกษตรได้ในราคาทีเ. หมาะสม • ในด้านการส่งเสริมให้มกี ารแข่งขันทางการค้าทีเ. ป็ นธรรมนัน7 คณะผูว้ จิ ยั ขอเสนอให้พจิ ารณาแยก สํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าให้เป็ นองค์กรอิสระ (Independent Organization) เพื.อให้ม ี ความเป็ นกลางและปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง เนื.องจากบทบาทหน้ าที.ของสํานักงานฯ มีตงั 7 แต่ การติดตามสอดส่องพฤติกรรมของผู้ประกอบการ การศึกษาวิเคราะห์ วิจยั เกี.ยวกับสินค้า การบริการและ พฤติกรรมการประกอบธุรกิจให้มกี ารปฏิบตั เิ ป็ นไปตามพระราชบัญญัตกิ ารแข่งขันทางการค้า การรับเรื.อง ร้องเรียนและการพิจารณากรณีรอ้ งเรียนทีเ. กิดขึน7 รวมทัง7 การให้ขอ้ เสนอแนะแนวทางและให้ความเห็นในการ ป้องกันการใช้อํานาจเหนือตลาด การรวมธุรกิจ การลดและการจํากัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจต่ อ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า 6. กรมพัฒนาธุรกิ จการค้า • กรมพัฒ นาธุ ร กิจ การค้า ในป จั จุบ นั ยัง คงมีบ ทบาทในการให้บ ริก ารเรื.อ งทะเบีย นการค้า และ

บทบาทในการกํากับดูแลผูป้ ระกอบธุรกิจ มากกว่าบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ ดังนัน7 คณะผูว้ จิ ยั จึงขอเสนอให้มกี ารปรับบทบาทหน้ าที.และภารกิจของกรมใหม่ให้มคี วามชัดเจนมากขึน7 และให้น7ํ าหนักกับ บทบาทส่งเสริมและสนับสนุ นธุรกิจและผูป้ ระกอบการ (Facilitation Roles) โดยเฉพาะกลุ่มผูป้ ระกอบการ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถปรับตัว โดยใช้นวัตกรรมเข้ามาเพิม. มูลค่า การเพิม. ผลิตภาพ การผลิตรวมถึงสนับสนุ นให้ผปู้ ระกอบการไทยเป็ นผูเ้ ล่นระดับภูมภิ าค (Regional Players) สามารถเป็ นส่วน หนึ.งของห่วงโซ่มลู ค่าและใช้ประโยชน์จากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในภูมภิ าคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทัง7 นี7 อาจมีการจัดตัง7 Trade Clinic ขึน7 ภายในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื.อเป็ นศูนย์บ่มเพาะ (Incubator) และเป็ น One Stop Service ในการให้คาํ ปรึกษาเบือ7 งต้นแก่ผปู้ ระกอบการ ก่อนจะส่งต่อให้กบั หน่ วยงานทีร. บั ผิดชอบ และมีความเชีย. วชาญเฉพาะด้านภายในกระทรวงฯ ต่อไป นอกจากนี7 ในส่วนของภารงานที.มลี กั ษณะเป็ นภารกิจประจํา อาทิ ทะเบียนธุรกิจ บัญชีธุรกิจและ ข้อมูลธุรกิจต่างๆ ควรมีการผ่องถ่ายหน้าทีอ. อกไป โดยอาจอาศัยแนวทางการ Outsourcing เพื.อให้ภารกิจ หลักของกรมเป็ นเรือ. งการพัฒนาธุรกิจและผูป้ ระกอบการ • คณะผู้วจิ ยั ขอเสนอให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสําคัญกับบทบาทการสนับสนุ นธุรกิจของ ประเทศ ให้มคี วามสามารถในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ของตลาด โดยเฉพาะในด้าน ธุรกิจบริการและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ท.มี ปี ระเทศไทยมีศกั ยภาพและมีอตั ราการเจริญเติบโตสูงขึน7 อย่าง รวดเร็ว ทัง7 นี7 ในเบื7องต้นควรมีการพิจารณาขยายแนวทางการสนับสนุ นและพัฒนาธุรกิจบริการจากธุรกิจ i-28


บริการหลักๆ ทีท. างกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสําคัญอยู่ในปจั จุบนั ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจสปา ธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมธุรกิจบริการอื.นๆ อาทิ ธุรกิจซอฟท์แวร์และดิจติ อลคอนเทน ธุรกิจที.ม ี ฐานอยู่บนวัฒนธรรม (Cultural Goods) และธุ รกิจที.สนับสนุ นโครงสร้างพื7นฐานทางการค้า (Trade Infrastructure) โดยเฉพาะอย่างยิง. ธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ทีป. จั จุบนั ยังขาดเจ้าภาพหลักในการบูรณาการการ พัฒนาและสนับสนุ น 7. กรมทรัพย์สินทางปัญญา ั ญา จากเดิมที.เ น้ นในเรื.อ งของการจดทะเบีย นเพื.อ การ • ปรับ บทบาทให้ก รมทรัพ ย์ส ิน ทางป ญ

ั ญา มาให้ ค วามสํ า คัญ กั บ การบริก ารในด้ า นการส่ ง เสริม ให้ ปกป้ องและคุ้ ม ครองทรัพ ย์ ส ิ น ทางป ญ ผูป้ ระกอบการสามารถแปลงทรัพย์สนิ ทางปญั ญาไปสู่การผลิตสินค้าและบริการ เพื.อให้สามารถสร้างรายได้ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี7 บทบาทใหม่ยงั ต้องเน้ นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการชาวไทยใช้ประโยชน์ จาก ทรัพย์สนิ ทางปญั ญา โดยเฉพาะแนวทางการสืบค้นและต่อยอดจากทรัพย์สนิ ทางปญั ญาทีม. กี ารจดทะเบียน อยู่ทวโลก ั. ทัง7 ที.ห มดอายุก ารคุ้มครองไปแล้วและที.ย งั ไม่หมดอายุ แต่ ไม่ไ ด้มกี ารจดทะเบียนคุ้มครองใน ประเทศไทย ข้อจํากัดของการทํางานของกรมทรัพย์สนิ ทางปญั ญาในปจั จุบนั ทําให้ต้องมีการปรับเปลีย. นระบบ การบริหารจัดการ โดยแบบอย่างในหลายประเทศ มักจะมีการปรับสถานะให้หน่ วยงานทีด. ูแลด้านทรัพย์สนิ ั ญาหรือ ด้ า นสิท ธิบ ัต รเป็ น องค์ ก รอิส ระหรือ เป็ น เอกชนไปเลย อาทิ Intellectual ทางป ญ Property Corporation of Malaysia (MyIPO) ของมาเลเซีย ทัง7 นี7โดยมีวตั ถุประสงค์เพื.อให้เกิดความคล่องตัวในการ ทํา งานและสามารถดํา เนิ น งานเพื.อ สร้า งรายได้เ ลี7ย งตนเอง อย่ า งไรก็ด ี บทบาทและพัน ธกิจ ของกรม ทรัพย์สนิ ทางปญั ญาในปจั จุบนั นอกจากการสนับสนุ นให้มกี ารจดทะเบียนเพื.อคุม้ ครองทรัพย์สนิ ทางปญั ญา ประเภทต่ างๆ แล้ว ยัง คงมีหน้ าที.ใ นการปกป้ องคุ้มครองสิทธิใ นทรัพย์ส ินทางป ญั ญาทัง7 ในประเทศและ ต่างประเทศด้วย ดังนัน7 แนวทางในการปรับสถานะองค์กรเป็ นหน่ วยงานอิสระอาจไม่เหมาะสมกับภารกิจใน ปจั จุบนั นัก อย่างไรก็ด ี เพื.อแก้ไขปญั หาของการดําเนินงานทีผ. ่านมาทัง7 ในเรื.องการขยายกําลังคนและการใช้ งบประมาณที.ส่งผลให้กรมทรัพย์สนิ ฯ ไม่สามารถให้บริการตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการได้ ล่าช้าไม่เต็มประสิทธิภาพ ทางคณะผู้วจิ ยั ขอเสนอให้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ทบทวนแนวทางการจัดสรร งบประมาณ โดยให้จดั สรรรายได้ส่วนหนึ.งทีไ. ด้จากการดําเนินงานของกรมฯ นํ ามาใช้ในการบริหารจัดการ รวมทัง7 พิจารณานํ าแนวทางการให้สถาบันอุดมศึกษาและหน่ วยงานอื.นๆ ที.มบี ุคลากรทีม. คี วามเชีย. วชาญใน สาขาเทคโนโลยีต่างๆ และมีศกั ยภาพทางด้านการตรวจสอบการสิทธิบตั รการประดิษฐ์ เข้ามามีส่วนร่วมใน การตรวจสอบการประดิษฐ์อนั จะส่งผลให้ระบบการจดทะเบียนสิทธิบตั รเป็ นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็ว ยิง. ขึน7 ในอนาคต i-29


กลุ่มงานด้านส่งเสริ มตลาดและโอกาสทางธุรกิ จในต่างประเทศ 8. กรมส่งเสริ มการส่งออก • ปรับเปลี.ยนบทบาทจากการส่งเสริมการส่งออกสินค้า มาเป็ นการส่งเสริมการค้าอย่างบูรณาการ

คือผนวกรวมเรื.องการการลงทุน ทัง7 ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) โดยมีการร่วมมือและประสานงานกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และส่งเสริมการออกไป ลงทุนยังต่างประเทศของผูป้ ระกอบการชาวไทย (Outward Investment) นอกจากนี7 ยังเน้นการพัฒนาและ สร้างโอกาสให้กบั ผูป้ ระกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศให้มากยิง. ขึน7 การ ปรับเปลี.ยนบทบาทดังกล่าวเพื.อรองรับการเปลี.ยนแปลงเนื.องจากปจั จุบนั นักธุรกิจและผู้ประกอบการไทย จํานวนมากมีศกั ยภาพเพียงพอทีจ. ะขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ประกอบกับประเทศไทยกําลังก้าวจากการ เป็ นประเทศผู้ผลิต (Manufacturing Base) สู่การเป็ นประเทศผู้ค้า (Trading Nation) ประเทศผู้ลงทุน (Investor Country) รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจไปสู่ภาคธุรกิจบริการ (Service Provider) ให้มากขึน7 เพื.อสร้างความสามารถในการแข่งขัน • เพิ.ม บทบาทและให้ค วามสํ า คัญ ในเรื.อ งการเป็ น ที.ป รึก ษาทางธุ ร กิจ เพื.อ ให้ คํ า ปรึก ษาและ ช่วยเหลือดําเนินการแก้ไขปญั หาและอุปสรรคแก่ภาคเอกชนในการส่งสินค้า บริการ ธุรกิจและการลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจของไทยทีม. ขี นาดกลางและขนาดเล็กให้สามารถออกไปแข่งขันนอกประเทศได้ • เพื.อให้สามารถรองรับกับภารกิจและบทบาทหน้ าที.ในการส่งเสริมการทําธุรกิจและการออกไป ลงทุนในต่างประเทศ คณะผูว้ จิ ยั ขอเสนอแนวทางการปรับโครงสร้างกรมส่งเสริมการส่งออก โดยเสนอให้ม ี การจัดตัง7 “ศูนย์อํานวยความสะดวกทางธุรกิจในต่ างประเทศ (Regional Business Center)” ที.เป็ น ผู้เชี.ยวชาญด้านการตลาดและการประกอบธุรกิจ ให้กบั เอกชนไทยที.ต้องการไปประกอบธุรกิจหรือลงทุน โดยพิจารณาภูมภิ าคทีม. ศี กั ยภาพและเป็ นโอกาสของผูป้ ระกอบการไทย อาทิ ภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ หรือ อาเซียน และภูมภิ าคเอเชียตะวันออก เป็ นต้น ทัง7 นี7 การดําเนินการในระยะเริม. แรก อาจอาศัยแนว ทางการขยายอัตรากําลังและงบประมาณให้กบั สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ โดยคัดเลือกประเทศ ที.มศี กั ยภาพและมีธุรกิจไทยสนใจออกไปทําการค้าและลงทุน อาทิ สํานักงานส่งเสริมการค้าในเวียดนาม เพื.อให้เป็ นศูนย์อํานวยความสะดวกทางธุรกิจในอาเซียน เป็ นต้น

i-30


สรุปการปรับเพิ<มน>ําหนักบทบาทของหน่วยงานภายในกระทรวง Trade and Economic Cooperation กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ: เจรจาเป]ดเสรีการค้า เพื-อขยายตลาด ขยายผลการใช้สิทธิประโยชน์จากข้อตกลง ทางการค้า รวมทังการสร้างหุ้นส่วนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้า กรมการค้าต่างประเทศ: กํากับดูแลด้านการนําเข้า-ส่งออก อํานวยความสะดวกทางการค้าและปกป`องผลประโยชน์และ แก้ไขปTญหาข้อพิพาททางการค้าและการกีดกันทางการค้าที-ไม่เป.นธรรม Capability Building & Pro-competitive Environment กรมการค้าภายใน: กํากับดูแลตลาดในประเทศ เป.นธรรม

ส่งเสริมสภาพแวดล้อมและปTจจัยที-เอืออํานวยให้เกิดการแข่งขันอย่าง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: จดทะเบียน ควบคุมกํากับผู้ประกอบการ ธุรกิจโครงสร้างพืนฐานทางการค้า ที-เป.นธุรกิจใหม่และขาดเจ้าภาพ

ส่งเสริมผู้ประกอบการและพัฒนาธุรกิจบริการ

กรมทรัพย์สินทางป*ญญา: ปกป`อง คุ้มครองทรัพย์สินทางปTญญา ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปTญญา ในเชิงพาณิชย์ และการสนับสนุนให้ภาคเอกชนพัฒนาและต่อยอดทรัพย์สินทางปTญญา Internationalization กรมส่งเสริมการส่งออก: สนับสนุนการส่งออกสินค้า ทําการตลาดและจัดงาน ทางการค้าทังในเวทีภูมิภาคและในเวทีนานาชาติ

นําธุรกิจและนักลงทุนไปสร้างโอกาส

ทัง นี ข้ อ เสนอแนะการปรับ ปรุง บทบาทและโครงสร้ า งหน่ ว ยงานในส่ ว นภูมิภ าคและใน ต่ างประเทศ ตลอดจนหน่ วยงานรูปแบบอื น& ที อ& ยู่ภายใต้ การกํากับดูแลของกระทรวงพาณิ ชย์ และ การปฏิ รปู กฎหมายการพาณิ ชย์โปรดพิ จารณาเพิ ม& เติ มในรายงานฉบับเต็ม

i-31


แผนการปรับเปลี,ยน (Transition Plan) ในการปรับเปลี.ยนโครงสร้างและบทบาทการบริหารกระทรวงพาณิชย์ในครัง7 นี7 คณะที.ปรึกษาได้ จัดทําแผนการปรับเปลี.ยน (Transition Plan) เพื.อกําหนดระยะเวลาที.เหมาะสมเพื.อให้มขี นั 7 ตอนในการ เตรียมความพร้อมรองรับการดําเนินงาน รวมถึงการกําหนดคณะทํางานและช่องทางการสื.อสารเพื.อชี7แจง สร้างความเข้าใจอันดีให้แก่บุคลากรทุกระดับ ซึ.งจะช่วยลดผลกระทบและเป็ นการบรรเทาเป็ นการป้องกัน ความเสีย. งจากปญั หา ข้อจํากัดและเหตุสุดวิสยั ต่างๆ ของการปรับบทบาทและโครงสร้างตามทีไ. ด้นําเสนอไป แล้ว ก่อนการดําเนินงานปรับเปลี.ยนบททบาทและโครงสร้างการบริหารของกระทรวงพาณิชย์ ทัง7 ใน ส่วนกลาง ส่วนภูมภิ าคและในต่ างประเทศนัน7 สิง. สําคัญเร่ง ด่วนประการแรกที.ต้องทํา คือ คณะผู้บริหาร กระทรวงพาณิชย์จําเป็ นต้องพิจารณาแต่งตัง7 คณะทํางานบริหารการปรับเปลี.ยนกระทรวงฯ สู่บทบาทและ โครงสร้างการบริหารงานใหม่ (Transition Team) โดยมีผูบ้ ริหารอย่างน้อยระดับรองปลัดกระทรวงมาเป็ น ประธานคณะกรรมการ ร่วมด้วยผูบ้ ริหารจากหน่ วยงานทุกหน่ วยงานในกระทรวง อาทิ อธิบดีจากสํานักงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์และอธิบดีกรมต่างๆ มาเป็ นคณะทํางาน และฝ่ายบริหารจะต้องสื.อสารผ่านช่องทาง ภายในต่ างๆ ขององค์กร อาทิ เสียงตามสาย โปสเตอร์ เว็บไซต์หรือจดหมายข่าว เพื.อให้บุคลากรทัง7 ใน ส่วนกลาง ส่วนภูมภิ าคและหน่ วยงานในต่างประเทศ ทราบถึงการจัดตัง7 และบทบาทของคณะทํางานบริหาร การปรับเปลี.ย นโครงสร้างองค์ก ร ฉะนั น7 หากมีข้อ สงสัย หรือ ต้ อ งการคํ า ชี7แ จงในเรื.อ งการปรับ เปลี.ย น โครงสร้างและบทบาทหน้าทีข. องหน่ วยงานต่างๆ ก็จะสามารถมีผูท้ ต.ี ดิ ต่อได้โดยตรง ประการทีส. อง คือ การ สร้างช่องทางสื.อสารภายในระหว่างคณะทํางานฯ กับบุคลากรทั .วทัง7 องค์กร เพื.อให้เกิดการแลกเปลีย. นข้อมูล ทีด. ี สามารถสร้างความเข้าใจทีถ. ูกต้องและช่วยลดโอกาสของความเสีย. งทีจ. ะเกิดกระแสการต่อต้านในองค์กร ด้วย นอกจากนี7 คณะที.ปรึกษาเห็นว่าถึงแม้มกี ารกําหนดโครงสร้างองค์กรใหม่และมีการปรับบทบาท หน้าทีเ. พื.อการทํางานทีช. ดั เจนแล้ว หากจะให้บุคลากรในแต่ละหน่ วยงานรับผิดชอบและทํางานของตนเองได้ อย่างเต็มความสามารถนัน7 บุคลากรกระทรวงพาณิชย์ต้องทราบถึงบทบาทภารกิจและหน้ าที.ท.หี น่ วยงาน ได้รบั อย่างชัดเจน (Functional Description) และต้องมีการตัง7 เป้าหมายในการทํางาน โดยอาจกําหนดเป็ น ตัวชีว7 ดั (Key Indicators) ทีช. ดั เจนและสามารถใช้วดั ได้จริง เพื.อประโยชน์ในการติดตามผลการปฏิบตั งิ าน ให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าทีแ. ละความรับผิดชอบด้วย การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรและสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีที,เกี,ยวข้อง การพัฒนาสมรรถนะบุคลากร

i-32


จากการสัมภาษณ์ และประชุมระดมสมองร่ว มกับข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ท งั 7 ระดับกลางและ ระดับสูง พบว่าหนึ.งในปญั หาและอุปสรรคทีท. ําให้แต่ละหน่ วยงานไม่สามารถปฏิบตั แิ ละดําเนินงานได้ลุล่วง ตามภารกิจและบทบาททีค. วรจะเป็ นนัน7 สาเหตุหลักนอกจากปญั หาโครงสร้างและระบบบริหารจัดการแล้ว ยัง มาจากประเด็นการขาดสมรรถนะของบุ คลากรในกระทรวงพาณิชย์ ดัง นัน7 เพื.อ ให้ก ระทรวงพาณิชย์ สามารถขับเคลื.อ นการดําเนิ นการได้ต ามวิส ยั ทัศ น์ และประเด็นยุทธศาสตร์ใ หม่ใ นแผนแม่บทกระทรวง พาณิชย์ พ.ศ. 2555-2564 คณะที.ปรึก ษาจึง ขอเสนอแนวทางการพัฒนาสมรรถนะบุ คลากรให้มคี วาม เชี.ยวชาญมีขดี ความสามารถในการปรับตัวรองรับกับบริบทและความเปลี.ยนแปลงที.เกิดขึ7นอย่างรวดเร็ว รวมทัง7 มีการทํางานที.ประสานกันอย่างบูรณาการของคนในกระทรวงและมีการให้บริการแก่ผู้ประกอบการ ประชาชนและหน่ วยงานภายนอกอย่างมีศกั ยภาพ ซึง. แนวทางทีเ. สนอแนะครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี7 1) การฝึ กอบรมและพัฒนาบุคลากร ในปจั จุบนั บทบาทของการวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรของกระทรวงรวมถึงฝึ กอบรม และพัฒนาบุคลากรนัน7 อยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันกรมพระจันทบุรนี ฤนาท ภายใต้สํานักงานปลัด กระทรวงพาณิชย์ อย่างไรก็ด ี จากความต้องการและศักยภาพของบุคลากรที.มคี วามเชี.ยวชาญแตกต่างกัน ปจั จุบนั ในแต่ละหน่ วยงานจึงเริม. มีการดําเนินงานอบรมบุคลากรตามลักษณะความสนใจและความจําเป็ น ของตนเอง ข้อเสนอแนะ การพัฒ นาและปรับ หลัก สู ต รให้ ส อดคล้ อ งกับ ทิศ ทางการพัฒ นาและประเด็น ยุ ท ธศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ ทีเ. กิดขึน7 ในโลก รวมถึงผลกระทบต่อการดําเนินงานและ แนวทางในการรับมือของบุคลากรในกระทรวง • ในส่วนของผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมการค้า ที.จะต้องไปประจําในต่างประเทศและพาณิชย์ จังหวัดที.ประจําสํานักงานพาณิชย์จงั หวัดทัง7 76 จังหวัดทัวประเทศนั . น7 ต้องการการฝึ กอบรมและพัฒนา ทางด้านวิชาการ เพื.อเสริมบทบาทในด้านของ Regime นอกเหนือ ไปจากการส่ งเสริมการค้า (Trade Promotion) และควรมีระบบการพัฒนาบุคลากรในส่วนนี7เป็ นการล่วงหน้ าอย่างเป็ นระบบ ก่อนที.จะต้อง ออกไปประจําการ เพื.อให้มคี วามรอบรูใ้ นหน้าทีแ. ละมีความเข้าใจในเชิงพื7นทีแ. ละวัฒนธรรม ไม่ใช่มแี ต่การ เรียนรูใ้ นขณะทํางาน (Learn on the job) เหมือนในลักษณะปจั จุบนั • การสร้างเครือข่ายการพัฒนาและฝึ กอบรมจากภายนอก ทัง7 นี7 นอกจากการจ้างเหมาให้เอกชน หรือสถาบันการศึกษาเป็ นผูด้ าํ เนินการจัดฝึ กอบรมตามความต้องการแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยงั ควรประสาน สร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่ วยงานภายนอกทีม. คี วามเชีย. วชาญเฉพาะทางในการร่วมวาง หลักสูตร รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์เครื.องมือและสิง. อํานวยความสะดวกจากภายนอก ทัง7 นี7 ควรเน้นการสร้าง ความร่วมมือกับเครือข่ายฝึ กอบรมของต่างประเทศและหน่ วยงานระหว่างประเทศทีส. ําคัญ เพื.อประโยชน์ใน •

i-33


การแลกเปลี.ยนองค์ความรูแ้ ละแลกเปลี.ยนแนวทางการพัฒนาบุคลากร โดยมีการจัดส่งบุคลากรกระทรวง พาณิชย์ไปร่วมสัมมนา ฝึ กอบรมและฝึ กงานในหน่ วยงานต่างประเทศเหล่านี7 เพื.อประโยชน์ในการกลับมา ถ่ายทอดแก่บุคลากรอื.นๆ ในกระทรวงต่อไป 2) การโอนย้ายและหมุนเวียนการทํางาน เพื.อให้การปฏิบตั ิงานภายใต้กรอบทิศทางและยุทธศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์บรรลุเป้าหมาย บุคลากรในกระทรวงพาณิชย์ทุกคนควรมีโอกาสในการโอนย้ายและหมุนเวียนการทํางานไปยังสายงานต่างๆ ทัวกระทรวงฯ . เพื.อเพิม. ทักษะการทํางานให้มคี วามรอบรูใ้ นงานและความเข้าใจทีร. อบด้าน ทัง7 นี7 การโอนย้าย และหมุมเวียนการทํางานนัน7 มีความจําเป็ นอย่างยิง. โดยเฉพาะในข้าราชการทีเ. ข้ามาใหม่และผูบ้ ริหารระดับ ต้น เพื.อให้มที ศั นคติท.ดี ใี นการทํางานและมีความเข้าใจระบบงานของกระทรวงทัง7 ระบบเมื.อต้องเติบโตขึน7 เป็ นผูบ้ ริหารระดับสูงต่อไป 3) การสื,อสารและบูรณาการการทํางานระหว่างบุคลากรในองค์กร เนื.องจากวัฒนธรรมขององค์กร ในบางกรณีเน้ นการทํางานเชื.อมโยงเฉพาะในส่วนงานหรือแผนก ของตนเอง (การทํางานแบบ Silo) อาจส่งผลให้การประสานงานและทํางานร่วมกันขาดประสิทธิภาพ จาก การไม่ได้รบั ความร่วมมือ การสื.อสาร การเชื.อมโยง ดังนัน7 เพื.อก่อให้เกิดประโยชน์ทางการบูรณาการอย่าง สูงสุด ทางกระทรวงพาณิชย์โดยสํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์จงึ ควรจัดกิจกรรมในลักษณะของ Team Building ทัง7 ในหน่ วยงานและข้ามหน่ วยงาน ทัง7 นี7 ลักษณะของกิจกรรมควรมีจุดมุ่งหมายในการละลาย พฤติกรรมและมีการเสวนาแลกเปลีย. นมุมมองการทํางาน เพื.อให้บุคลากรในองค์กรมีความรัก ความสามัคคี มีความเข้าใจ สามารถแก้ไขปญั หาและประสานงานทํางานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4) การจัดสรรบุคลากร โดยคํานึ งถึงบทบาทและศักยภาพ การจัดสรรบุคลากรที.มคี วามรู้ ความสามารถสอดรับกับบทบาทและภารกิจของงานมีความสําคัญ อย่างยิง. ทีจ. ะขับเคลื.อนให้การปฏิบตั งิ านของกระทรวงพาณิชย์ลุล่วงตามวิสยั ทัศน์และประเด็นยุทธศาสตร์ท.ี กําหนดไว้ โดยเฉพาะในตําแหน่ งงานที.เสมือนเป็ นหน่ วยงานหน้ าด่าน (Frontline Operator) ทัง7 ในระดับ ภูมภิ าคและในต่ างประเทศ ที.เ ป็ นเสมือ นผู้แ ทนของกระทรวงพาณิชย์ใ นการทํา งานเพื.อ ให้บริก ารและ ประสานงานร่ว มกับ ภาคีท.ีเ กี.ยวข้องจํานวนมาก ซึ.ง ควรมีท กั ษะและความเชี.ยวชาญเฉพาะ ในลัก ษณะ ต่อไปนี7 1) ตําแหน่ งผูอ้ ํานวยการสํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคร.)

i-34


• •

มีทกั ษะและความสามารถด้า นภาษาต่ างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอัง กฤษ และภาษา ท้องถิน. ของประเทศที.พํานัก รวมไปถึงความรูค้ วามเข้าใจพื7นฐานทางด้านวัฒนธรรมและ ทัศนคติของประเทศนัน7 ๆ มีทกั ษะในการมองภาพรวมภารกิจของกระทรวงพาณิชย์และความสามารถในการเชื.อมโยง และบูรณาการการทํางานกับหน่ วยงานต่างๆ ทัง7 ในและนอกประเทศ มีทกั ษะในการเก็บข้อมูล การประมวลและวิเคราะห์ขอ้ มูลทัง7 ในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ มีขดี ความสามารถในการวิเ คราะห์ข้อ มูล ตลาดและสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศที. สํานักงานตัง7 อยู่ เพื.อให้สามารถชีช7 ่องทางตลาดและโอกาสสําหรับธุรกิจไทย มีความเข้าใจกฏระเบียบในการนํ าเข้าส่งออก พร้อมทัง7 แนวทางส่งเสริมการประกอบธุรกิจ และการลงทุนในต่างประเทศของประเทศทีส. ํานักงานตัง7 อยู่ ที.อาจเป็ นโอกาสหรืออุปสรรค แก่ผปู้ ระกอบการและธุรกิจของไทย มีความสามารถในการเจรจา การสร้างเครือข่ายและการแก้ไขปญั หาเฉพาะหน้ าอย่างมี ประสิทธิภาพ

2) ตําแหน่ งพาณิชย์จงั หวัด • •

• •

มีความเข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดกลุ่มจังหวัด ประเทศไทยและต่างประเทศ มีทกั ษะในการเก็บข้อมูล การประมวลและวิเคราะห์ขอ้ มูลทัง7 ในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ มีขดี ความสามารถในการวิเคราะห์ขอ้ มูลทางด้านอุปสงค์และอุปทาน รวมไปถึงสภาวะทาง เศรษฐกิจของพืน7 ที. มีความรู้ ความเข้าใจและความสามารถในการเชื.อมโยงงานและภารกิจของจังหวัด/กลุ่ม จัง หวัด ให้เข้ากับบริบทความร่ว มมือ ระหว่ างภูมภิ าค โดยเฉพาะการรวมกลุ่มประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ทีก. ําลังจะกลายเป็ นตลาดเดียวกัน (Single Market) มีความเข้าใจถึงบทบาทและกรอบภารกิจของหน่ วยงานต่ างๆ ในกระทรวงพาณิชย์ เพื.อ ประโยชน์ในการประสานความร่วมมือและส่งต่อความต้องการของพืน7 ทีเ. ข้ามายังหน่ วยงาน ในส่วนกลางทีม. คี วามเชีย. วชาญเฉพาะทาง มีความความสามารถในการเจรจา การสร้างเครือข่ายและการแก้ไขปญั หาเฉพาะหน้าอย่าง มีประสิทธิภาพ มีทกั ษะและความสามารถด้านภาษาอังกฤษในระดับทีส. ามารถติดต่อสื.อสาร ในกรณี ทีต. ้อง ประจําอยูใ่ นจังหวัดทีต. ดิ กับประเทศเพื.อนบ้าน การมีทกั ษะภาษาท้องถิน. ของประเทศเพื.อน บ้านจะช่วยอํานวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

i-35


การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีและข้อมูลสารสนเทศของกระทรวง วัตถุประสงค์ของการพัฒนาระบบสารสนเทศและการสื.อสารของกระทรวงพาณิชย์ คือการตอบสนอง ความต้องการการใช้ข้อมูลของผู้ใช้ทงั 7 ภายในหน่ วยงานและภายนอกกระทรวงฯ และตอบสนองความ ต้องการการติดต่อสื.อสารระหว่างหน่ วยงานหรือบุคคลภายนอกกับกระทรวงฯ และการติดต่อสื.อสารระหว่าง หน่ วยงานหรือบุคลากรภายในกระทรวงด้วยกันเอง ความต้องการต่างๆ เหล่านี7มวี ตั ถุประสงค์หลากหลาย เช่น เพื.อการติดต่อสื.อสารหรือการทําธุรกรรมกับกระทรวงฯ (transaction) เพื.อการตัดสินใจเชิงธุรกิจของ ภาคเอกชน เช่น การเข้าสู่ธุรกิจ การขยายกําลงการผลิต การตลาด ฯลฯ เพื.อการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื.อ ความรูค้ วามเข้าใจของผูบ้ ริโภค และเพื.อการศึกษาวิเคราะห์วจิ ยั การพัฒนาระบบ ICT ของกระทรวงฯ จึงมี เป้าหมายเพื.อตอบสนองวัตถุประสงค์ต่างๆ เหล่านี7อย่างครอบคลุม วิ สยั ทัศน์ วิสยั ทัศน์การพัฒนาระบบ ICT ของกระทรวงพาณิชย์ตามความเห็นของทีป. รึกษา มีดงั ต่อไปนี7 1. กระทรวงฯ มีระบบบริการซึง. มีผรู้ บั บริการเป็ นศูนย์กลาง (user-centered) การดําเนินงานของกระทรวงช่วยสนับสนุ นการดําเนินงานของผูร้ บั บริการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผูร้ บั บริการมีต้นทุนตํ.าสุดในการดําเนินการตํ.าสุด ทัง7 ต้นทุนที.เป็ นตัวเงินและไม่ใช่ตวั เงิน และเกิดความพึง พอใจสูงสุด 2. ผูบ้ ริหารของกระทรวงสามารถเข้าถึงสารสนเทศเพื.อการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างรวดเร็ว และมีคุณภาพ ผู้บริหารภายในกระทรวงสามารถเรียกดูขอ้ มูลที.จําเป็ นต่อ การตัดสินใจจากหน่ วยงานต่ างๆ ทัง7 ภายในภายนอกได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน และเป็ นข้อมูลซึง. ผ่านการวิเคราะห์ประมวลผลมาแล้วอย่าง เหมาะสมและมีคุณภาพ 3. ผูป้ ระกอบการและผูบ้ ริโภคมีโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศของกระทรวงฯ ทีเ. ท่าเทียมกัน เพื.อ ส่งเสริมการพัฒนาทีเ. ท่าเทียมกัน (inclusive development) สร้างโอกาสที.เท่าเทียมกันในการเข้าถึงข้อมูลเพื.อการตัดสินใจระหว่างผู้ประกอบการ SMEs กับ ผูป้ ระกอบการรายใหญ่ และความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงข้อมูลระหว่างผูผ้ ลิตและผูบ้ ริโภค 4. การปฏิบตั งิ านภายในหน่ วยงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการใช้ ICT อย่างเหมาะสม มีการเลือกใช้และลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศทีม. คี วามเหมาะสมกับการปฏิบตั งิ านของหน่ วยงาน มากทีส. ุด ช่วยส่งเสริมให้การปฏิบตั งิ านให้เป็ นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด i-36


การดําเนิ นงาน 1) เชือ มโยงระบบฐานข้อมูลของหน่ วยต่างๆ ทัง ภายในและภายนอกกระทรวงฯ เข้าด้วยกัน เพือ ลด ความซําซ้อนของการเก็บข้อมูล และทําให้ผูใ้ ช้ขอ้ มูลสามารถเข้าถึงข้อมูลทัง หมดได้จากแหล่งเดียว โดยมีรปู แบบและมาตรฐานเดียวกัน ปจั จุบนั กระทรวงฯ มีฐานข้อมูลกระจายอยู่ตามหน่ วยงานต่างๆ โดยแต่ละหน่ วยงานสร้างระบบ ฐานข้อมูลของตนเองทีแ. ยกออกจากกัน โดยขาดการเชื.อมโยงเข้าด้วยกันทัง7 ในแง่การใช้ทรัพยากรร่วมกัน และรูปแบบและมาตรการการจัดเก็บข้อมูล ทําให้มกี ารจัดเก็บข้อมูลทีซ. 7ําซ้อนกัน สิน7 เปลืองทรัพยากรในการ จัดเก็บและการปรับปรุงข้อมูลให้ทนั สมัย นอกจากนี7ยงั สร้างต้นทุนให้แก่ผใู้ ช้ขอ้ มูล โดยผูใ้ ช้จะต้องเข้าไปยัง หน่ วยงานต่างๆ ด้วยตนเองเพื.อให้ได้ขอ้ มูลที.ครบถ้วน และเพิม. ต้นทุนในการจัดการข้อมูลเพื.อให้อยู่ใน รูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน ดังนัน7 จึงควรมีการเชื.อมโยงฐานข้อมูลของหน่ วยงานต่างๆ เข้าด้วยกัน โดย ควรดําเนินการตัง7 แต่ในขัน7 การออกแบบฐานข้อมูล (database design) ไปจนถึงการดูแลรักษาฐานข้อมูล (database maintenance) การดําเนินงานดังกล่าวจะเป็ นส่วนสําคัญที.สนับสนุ นให้ระบบ MOC Single Window ซึง. เป็ นเป้าหมายของการพัฒนาของกระทรวงพาณิชย์สามารถเป็ นจริงได้ 2) ลดต้นทุนในการเข้าถึงสารสนเทศของกระทรวงฯ ของผูใ้ ช้ ข้อมูลที.ไม่เป็ นความลับ ควรให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคแต่ ละรายสามารถเข้าถึงโดยมีต้นทุน ตํ. าสุ ด ซึ.ง จะทํา ให้ข้อ มูล เหล่ า นัน7 ถู ก นํ าไปใช้ป ระโยชน์ อ ย่างเต็ม ที. ผู้ประกอบการและผู้บริโ ภคมีข้อ มูล ประกอบการตัดสินใจได้ดยี งิ. ขึน7 นอกจากนี7ยงั ช่วยส่งเสริมความโปร่งใสในการดําเนินงานของทัง7 ภาครัฐและ เอกชน ช่วยส่งเสริมธรรมาภิบาลในการดําเนินงานของกระทรวงฯ และผูป้ ระกอบการในประเทศ การลดต้นทุนในการเข้าถึงสารสนเทศของกระทรวงฯ ยังช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศ ของกระทรวงฯ ที.เท่าเทียมกันระหว่างผู้ประกอบ SMEs และผู้ประกอบการรายใหญ่ และระหว่าง ผูป้ ระกอบการกับผูบ้ ริโภค อันเป็ นการส่งเสริมการพัฒนาทีเ. ท่าเทียมกัน กระทรวงฯ ควรลงทุ น ในส่ ว นที.ส ามารถตอบสนองความต้ อ งการของผู้ใ ช้ โดยเฉพาะอย่ า งยิ.ง ผูป้ ระกอบการ SMEs หรือดําเนินการในลักษณะซึง. ทําให้เกิด cost sharing ของผู้ใช้ขอ้ มูล ซึง. โดยทัวไป . ผูป้ ระกอบการ SMEs ไม่สามารถลงทุนได้ด้วยตนเอง จึงขาดข้อมูลในการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ไม่สามารถ แข่งขันกับรายใหญ่ซง.ึ มีความสามารถในการลงทุนด้านข้อมูลสารสนเทศได้มากกว่า ตัวอย่างการดําเนินงาน เช่น ข้อมูลงบการเงินของบริษทั ทีจ. ดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ควรให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถ เข้าถึงได้ดว้ ยต้นทุนทีต. . ํา 3) สร้างมูลค่าเพิม (value added) ให้แก่สารสนเทศของกระทรวงฯ i-37


มีว ัต ถุ ป ระสงค์ เ พื.อ ทํ า ให้ ข้อ มู ล ที.ก ระทรวงฯ มีอ ยู่ ถู ก นํ า มาใช้ ใ ห้ เ กิด ประโยชน์ สู ง สุ ด โดยนํ า สารสนเทศทีก. ระทรวงมีอยู่มาวิเคราะห์วจิ ยั เพิม. เติม เพื.อให้ได้นัย (implication) เพิม. เติมในการดําเนินธุรกิจ และการตัดสินใจบริโภค ทัง7 นี7อาจต้องมีการเก็บข้อมูลเพิม. เติมเพื.อให้ได้การวิเคราะห์ทส.ี มบูรณ์ ตัวอย่างการ ดําเนินการ เช่น • ข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจ อาจนํ ามาวิเคราะห์เพิม. เติมเพื.อใช้เป็ นข้อมูลในการตัดสินใจเริม. ต้น ธุรกิจของผูป้ ระกอบการ เช่น อัตราความสําเร็จของการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจทีเ. ริม. ต้น ใหม่ รวมทัง7 อาจมีการเก็บข้อมูลเพิม. เติมเพื.อให้สามารถวิเคราะห์ปจั จัยทีส. ่งผลต่อความสําเร็จใน การดําเนินธุรกิจ ซึง. จะทําให้เกิดผูเ้ ล่นใหม่ๆ มากขึน7 อันจะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมของการ แข่งขันของตลาด • ข้อมูลโครงสร้างตลาดรายสินค้า ซึง. บอกถึงจํานวนผู้ผลิต ส่วนแบ่งตลาดของผูผ้ ลิตรายต่างๆ ฯลฯ • สถิตกิ ารนํ าเข้าส่งออก การลงทุนของประเทศอื.นๆ ในตลาดสําคัญๆ นอกเหนือจากไทยและ ประเทศคู่คา้ ของไทย ซึง. จะเป็ นประโยชน์ในการเข้าสู่ตลาดใหม่ 4) พัฒนาช่องทางในการทําธุรกรรม (transaction) ระหว่างผูใ้ ช้บริการกับกระทรวงฯ ในอนาคตการเป็ นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะทําให้ผใู้ ช้บริการของกระทรวงฯ ไม่จาํ กัดขอบเขต อยูท่ ผ.ี ใู้ ช้บริการในประเทศเท่านัน7 แต่จะครอบคลุมผูใ้ ช้บริการจากประเทศต่างๆ ในภูมภิ าคอาเซียน การลด ต้นทุนของผูใ้ ช้บริการของกระทรวงฯ ให้ต. ําสุดจึงเป็ นองค์ประกอบสําคัญในการเพิม. ขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ ตัวอย่างการพัฒนาช่องทางการทําธุรกรรม เช่น การใช้แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ การ แจ้งผลการดําเนินงานทางอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์มอื ถือ ฯลฯ 5) จัดเก็บข้อมูลสถิตกิ ารค้าในรูปแบบทีส ะดวกต่อการใช้งาน มีผใู้ ช้เป็ นศูนย์กลาง เนื.องจากความต้องการของผูใ้ ช้มหี ลากหลายและสลับซับซ้อน (sophisticated) ข้อมูลสถิตกิ ารค้าจึง ควรมีความยืดหยุ่นในการเข้าถึงข้อมูล เพื.อให้เหมาะกับความต้องการของผูใ้ ช้แต่ละรายมากทีส. ุด เช่น การ จัดเก็บในรูปแบบแฟ้มข้อมูลทีผ. ใู้ ช้สามารถนํ าไปประมวลผลต่อได้ง่าย เช่น แฟ้มตัวอักษร (text file), CSV (Comma-Separated Values) หรือ spreadsheet เช่น Microsoft Excel เป็ นต้น ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูล อนุ กรมเวลาได้อย่างรวดเร็ว ผูใ้ ช้สามารถทําตารางไขว้จากข้อมูลสถิตติ ามมิตคิ ุณสมบัตติ ่างๆ ตัวอย่างฐานข้อมูลข้อมูลสถิตกิ ารค้าที.มคี วามยืดหยุ่นในการใช้งานซึง. เป็ นต้นแบบทีด. ใี นการพัฒนา เช่น ฐานข้อมูลสถิตกิ ารค้า COMTRADE ของสหประชาชาติ UN ฐานข้อมูล WITS ของธนาคารโลก ซึง. ได้ บูรณาการข้อมูลการค้าหลายๆ ฐานข้อมูลเข้าด้วยกัน เช่น สถิตกิ ารนํ าเข้าส่งออก อัตราภาษีศุลกากร ฯลฯ i-38


นอกจากนี7ยงั ได้คํานวณดัชนีบางตัวที.ใช้บ่อยซึ.งเป็ นประโยชน์ ในเชิงการวิเคราะห์ เช่น ความได้เปรียบเชิง เปรียบเทียบที.ปรากฏ (Revealed Comparative Advantage) การกระจุกตัวของตลาด (HerfindahlHirschman Index) เป็ นต้น 6) พัฒนาระบบจัดการองค์ความรูภ้ ายในองค์กร (Knowledge Management) พัฒนาระบบทีท. ําให้เกิดการแบ่งปนั ความรู้ (knowledge sharing) ภายในองค์กร เพื.อลดต้นทุนใน การเรียนรู้ ลดโอกาสในการดําเนินงานผิดพลาดซํ7า และทําให้ความรู้ยงั ดํารงอยู่แม้จะมีการเปลี.ยนแปลง บุคลากร สิ.ง สําคัญ ในการจัด การองค์ค วามรู้ภายในองค์ก รคือ การสร้า งเครือ ข่ายความรู้ภายในองค์ก รให้ เกิดขึน7 โดยในระยะเริม. ต้นผู้บริหารควรให้ความสําคัญกับการเข้าใช้เครือข่ายข่ายความรูใ้ นองค์กร เพื.อให้ เกิด network effect จนมีผเู้ ข้าใช้จาํ นวนถึง critical mass ทีท. าํ ให้เครือข่ายดํารงอยูไ่ ด้ดว้ ยตนเอง 7) กระจายสารสนเทศของกระทรวงฯ ไปสู่ผทู้ เี  กีย วข้องอย่างทัวถึ  ง และมีประสิทธิภาพ ปญั หาประการหนึ.งของผูป้ ระกอบการธุรกิจและผูบ้ ริโภค คือการไม่ทราบข้อมูลการเปลีย. นแปลงของ สภาวะแวดล้อม และการบริการของภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิง. ผูป้ ระกอบการ SMEs เช่น การเตรียมพร้อม ในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กระทรวงฯ จึงควรเปลี.ยนแนวคิดการให้บริการข้อมูล จากเดิมซึ.ง ผูใ้ ช้ขอ้ มูลเป็ นผูเ้ สาะแสวงหา มาเป็ นผูใ้ ช้ขอ้ มูลได้รบั การประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงแหล่งข้อมูลทีต. นเองสนใจ เพื.อให้ผเู้ กีย. วข้องสามารถตอบสนองต่อการเปลีย. นแปลงได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที แนวคิดนี7สามารถเป็ นจริงได้ในปจั จุบนั เนื.องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การ ขยายตัวเครือข่ายสังคม (social network) ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงทําให้ต้นทุนการประชาสัมพันธ์ต. ํา และเกิด ประสิทธิผ ลหากเจาะจงกลุ่ มเป้าหมายไปยัง ผู้ท.ีจะได้รบั ประโยชน์ จากสารสนเทศดัง กล่ าวอย่าง ถูกต้อง

i-39

Weekly Brief 20 Sep - 26 Sep 11  

Weekly Brief 20 Sep - 26 Sep 11

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you