Issuu on Google+

TFPA Trade & Technical

WEEKLY BRIEF

Vol. 2 issue 40

1 Nov - 7 Nov 2011

Thai Food Processors’ Association Pineapple

RASFF (Rapid Alert System for Food and Feed) week 44 : 31 Sep-6 Nov 2011

Sweet Corn

การประกาศร่ า งค่ า MRL ของสารก� ำ จั ด ศั ต รู พื ช ของออสเตรเลี ย ในผั ก ผลไม้ สั ต ว์ ป ี ก ไข่ และอื่ น ๆ

ธกส.เตรี ย มเงิ น ก้ อ นใหญ่ ฟื ้ น ฟู เกษตรกรรายละแสน พร้ อ มตั้ ง ศู น ย์ ซ ่ อ มเครื่ อ งจั ก ร

Tuna Seafood

สรุ ป การประชุ ม ครม. วั น ที่ 25 ตุ ล าคม 2554

Fruits&Vegetables Food Ingredient&Ready-to-Eat

www.thaifood.org

ผวาต่ า งชาติ ถ อนลงทุ น ไทย บ.ประกั น เมิ น รั บ ช่ ว งต่ อ 7 นิ ค มฯ เสี ย หาย 6 แสนล.


Contents Contents

TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

1 Nov - 7 Nov 2011

03 สถานการณด์ ้านมาตรฐานและความปลอดภัย อาหาร

3 • RASFF (Rapid Alert System for Food and Feed) week 44 : 31 Sep-6 Nov 2011 4 • ประกาศส�ำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เรื่อง การปฏิบัติงานของบุคลากรส�ำนักงาน มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (เอกสารแนบ1) 4 • Update for EU Regulations. (October 2011) 5 • U.S. Food Safety Alerts 5 • การประกาศร่างค่า MRL สารเคมีของญี่ปุ่นในผักผลไม้ ธัญพืช 6 • การประกาศร่างค่า MRL ของสารก�ำจัดศัตรูพืชของออสเตรเลียในผักผลไม้ สัตว์ปีก ไข่ และอื่นๆ

Vol. 2 Issue 40

สถานการณ์ด้านมาตรฐานและความปลอดภัยอาหาร RASFF (Rapid Alert System for Food and Feed) week 44 : 31 Sep-6 Nov 2011 จากข้อมูลการแจ้งเตือน RASFF ใน week 44 พบสินค้าที่มีปัญหาจากไทย 7 รายการ ซึ่งแบ่งออกเป็น3หัวข้อคือ 1)พบสาร methomyl, carbendazim, omethoate และdimethoateในมะเขือยาวสด 2) พบสารอลูมิเนียมสูงในสินค้า rice vermiceli 3) ปัญหาในเรื่องของ poor temperature control - rupture of the cold chain ในสินค้า frozen squids, frozen molluscs และ frozen clams นอกจากนี้ยังพบปัญหาในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกจากประเทศ Latvia 1 รายการ คือพบสาร benzo(a)pyrene ในสินค้า canned sprats in oil ตามรายละเอียดด้านล่าง

07 7 สถานการณ ด านเกษตร ้ ์ • ธกส.เตรียมเงินก้อนใหญ่ ฟื้นฟูเกษตรกรรายละแสน พร้อมตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องจักร

8 • กรมศุลกากรออสเตรเลีย (Australian Customs Service : ACS) ประกาศแจ้งผลการไต่สวนทบทวนการทุ่ม ตลาด (เอกสารแนบ 2,3,4,5 และ 6)

ดใหม่ และ 09 สถานการณนโยบายครม.ชุ ์ ประเด็นแรงงาน

9 • สรุปการประชุมครม. วันที่ 25 ตุลาคม 2554 (เอกสารแนบ7)

10 10 สถานการณ ด านการค้า ้ ์ • น�้ำท่วมต้นทุนสินค้าพุ่ง! ดันเงินเฟ้อเดือนต.ค.ขยับ

10 • นิคมโรจนะเตรียมฟื้นฟูพื้นที่หลังน�้ำลดทุ่มงบ 2 พันล้านสร้างระบบป้องกันถาวร 11 • น�้ำท่วมดันเงินเฟ้อเดือน ต.ค.พุ่ง 4.19% 12 • สินค้าน�ำเข้าถึงไทย ‘พาณิชย์’เชื่อปัญหาขาดแคลนคลี่คลาย 13 • จัดคลินิกอุตฯฟื้นฟูเอสเอ็มอีน�้ำท่วม น�ำร่องนครสวรรค์-สุโขทัย 14 • คลังถกนิคมฯวันนี้เล็งลดภาษีช่วย 15 • อนุมัติสินเชื่อ2.5หมื่นล. อุ้มผู้ประกอบการSME 16 • KBS ผุดโรงงานใหม่ 1.5 แสนลิตร/วัน 18 • 6 เดือนฟื้น! จีดีพี SME เจ๊งแสนล้าน กกร.ถกเคลียร์ขึ้นค่าแรง คลังยังฟุ้งศก.โตเกิน 2% 19 • ผวาต่างชาติถอนลงทุนไทย บ.ประกันเมินรับช่วงต่อ 7 นิคมฯเสียหาย 6 แสนล.

21 อัตราแลกเปลีย่ น 2

ที่มา : https://webgate.ec.europa.eu/rasff-window/portal/index.cfm?event=searchResultList

3


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

ประกาศส�ำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหารแห่ ง ชาติ เรื่ อ ง การปฏิ บั ติ ง าน ของบุ ค ลากรส� ำ นั ก งานมาตรฐานสิ น ค้ า เกษตรและอาหารแห่ ง ชาติ (เอกสารแนบ1)

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2554 อนุมัติในหลักการให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ และหน่วยงานของ รัฐที่มีอยู่อาศัยประสบอุทกภัย หรือไม่สามารถเดินทาง มาปฏิบัติงานได้ อันเนื่องมาจากเหตุอุทกภัย ลาในช่วง ที่เกิดอุทกภัยได้โดยไม่ถือเป็นวันลา ตามในระเบียบ ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ.2535 ทั้งนี้ ให้ผู้มี อ�ำนาจพิจารณาอนุญาตให้ลาได้ตามความจ�ำเป็นและ เหมาะสม นั้น

1 Nov - 7 Nov 2011

Update for EU Regulations. (October 2011)

Vol. 2 Issue 40 U.S. Food Safety Alerts

ในเดื อ นตุ ล าคม สหภาพยุ โ รปได้ มี ก ารปรั บ ปรุ ง ข้อก�ำหนดในเรื่องของการสอบย้อนกลับส�ำหรับอาหารที่มี แหล่งก�ำเนิดมาจากสัตว์ Commission Regulation (EU) No 978/2011 amending Annexes II and III to Regulation (EC) No 396/2005 of the European Parliament and of the Council as regards maximum residue levels for acetamiprid, biphenyl, captan, chlorantraniliprole, cyflufenamid, cymoxanil, dichlorprop-P, difenoconazole, dimethomorph, dithiocarbamates, epoxiconazole, ethephon, flutriafol, fluxapyroxad, isopyrazam, propamocarb, pyraclostrobin, pyrimethanil and spirotetramat in or on certain products (OJ L258, 4.10.2011, page 12)

ที่มา : http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2 011:258:0012:0069:EN:PDF

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2554 มีการเรียกคืนสินค้า (recall) smoked seafood (vacuum packed plastic package) จากบริษัท Foremost Foods International, Inc เนื่ อ งจากตรวจพบการปนเปื ้ อ นของเชื้ อ จุ ลิ น ทรี ย ์ Clostridium botulinum ในสินค้า และมีการกระจายของ สินค้าไปยัง California, Nevada และ Washington โดยท�ำการเรียกคืนสินค้าที่หว่างจ�ำหน่ายในระหว่างช่วง มี.ค. 2010 - ต.ค. 2011 สามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้จาก http://www.fda.gov/Safety/Recalls/ ucm278491.htm ที่มา : http://www.fda.gov/Safety/Recalls/ucm278491.htm

การประกาศร่างค่า MRL สารเคมีของ ญี่ปุ่นในผักผลไม้ ธัญพืช เนื่องจากที่ญี่ปุ่นได้ประกาศร่างค่า MRL ของสาร Ethalfluralin, Hexazinone และTriazophos ในผักผล ไม้ ธัญพืช ข้าว ไก่ สุกร ไข่ อื่นๆในอาหาร ซึ่งได้มีแจ้ง WTO ตาม G/SPS/N/JPN/284 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2554 และสามารถแสดงความเห็นได้ถึง 27 ธันวาคม 2554 โดย สามารถแสดงความคิดเห็นไปที่ส�ำนักงานมาตรฐานสินค้า เกษตรและอาหารแห่งชาติ โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://members.wto.org/crnattachments/2011/sps/ JPN/11_3562_00_e.pdf ในการนี้ ท างสมาคมผู ้ ผ ลิ ต อาหารส�ำเร็จรูปขอแจ้งข้อมูลเพิ่มเติ่มว่า 1.สาร Ethalfluralin และสาร Hexazinone ยัง ไม่มีการก�ำหนดค่า MRLในมาตรฐานสากล (Codex) และ ในมาตรฐานไทย 2.สาร Triazophos ในกลุ่มของธัญพืช ข้าว มีการ ประกาศใช้มาตรฐาน Codex และมาตรฐานไทย โดยค่า MRL ของสารตัวนี้ ที่ญี่ปุ่นก�ำหนดเป็นไปตามมาตรฐาน Codex และมาตรฐานไทย ที่มา : มกอช. วันที่ 03 / 11 / 2554

เ นื่ อ ง จ า ก พื้ น ที่ ภ า ย ใ น บ ริ เ ว ณ ม ห า วิ ท ย า ลั ย เกษตรศาสตร์ บางเขน ซึ่ ง เป็ น ที่ ตั้ ง ของส� ำ นั ก งาน มาตรฐานสิ น ค้ า เกษตรและอาหารแห่ ง ชาติ ไ ด้ ป ระสบ อุทกภัย ท�ำให้การเดินทางมาปฏิบัติราชการของบุคลากร ส�ำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและ อาหารแห่งชาติเป็น ไปด้วยความยากล�ำบาก ดังนั้น จึงอนุญาตให้บุคลากรที่ ไม่สามารถเดินทางปฏิบัติราชการได้ ลาในช่วงที่ส�ำนักงาน มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติประสบอุทกภัย โดยไม่ ถื อ เป็ น วั น ลาจนกว่ า สถานการณ์ จ ะเข้ า สู ่ ภ าวะ ปกติ

4

ที่มา : มกอช. วันที่ 01 / 11 / 2554

5


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

1 Nov - 7 Nov 2011

สถานการณ์ด้านเกษตร

การประกาศร่างค่า MRL ของสารก�ำจัด ศัตรูพืชของออสเตรเลีย

ธกส.เตรียมเงินก้อนใหญ่ ฟื้นฟูเกษตรกร รายละแสน พร้อมตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องจักร

ตามที่ออสเตรเลียได้ประกาศร่างค่า MRL ของ สารก�ำจัดศัตรูพืชในผักผลไม้ สัตว์ปีก ไข่ และอื่นๆใน อาหาร ซึ่งได้มีกาแจ้ง WTO ตาม G/SPS/N/AUS/276 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2554 และสามารถแสดงความเห็น ได้ถึง 16 ธันวาคม 2554 โดยสามารถแสดงความคิด เห็นไปที่ส�ำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่ง ชาติ ในการนี้ทางสมาคมผู้ผลิตอาหารส�ำเร็จรูปขอแจ้ง ข้อมูลเพิ่มเติ่มว่า 1. สารMaldison, Trichlorfon, Metolachlor, Prosufocarb, Pyroasulfone ยั ง ไม่ มี ก ารก� ำ หนดค่ า MRLในมาตรฐานสากล (Codex) และในมาตรฐานไทย 2. สาร Prochloraz ในร่ า งค่ า MRL ของ ออสเตรเลียได้ก�ำหนดการใช้ในส้มแมนดารินซึ่งไปไปตาม มาตรฐาน Codex ที่ประกาศใช้ในผลไม้กลุ่ม Critic fruit ที่ 10 ppm ส่วนในมาตรฐานไทยยังไม่มีการก�ำหนดค่า MRL ของสารดังกล่าว 3. สาร Cyprodinil ในร่ า งค่ า MRL ของ ออสเตรเลียได้ก�ำหนดการใช้ใน แตงยกเว้นแตงโม และ ถั่ว พิตาชิโอ ซึ่งในมาตรฐาน Codex ยังไม่มีการก�ำหนด ค่า MRL ในพืชกลุ่มดังกล่าว และในมาตรฐานไทยยังไม่มี การก�ำหนดค่า MRL ของสารตัวนี้

6

Vol. 2 Issue 2 40

4. สาร Fludioxonil ในร่ า งค่ า MRL ของ ออสเตรเลียได้ก�ำหนดการใช้ใน แตงยกเว้นแตงโมไว้ที่ 0.2 ppm แต่ในมาตรฐาน Codex ก�ำหนดไว้ที่ 0.03 ppm ส่วนในมาตรฐานไทยยังไม่มีการก�ำหนดค่า MRL ของสาร ตัวนี้ 5. สาร Carbendazim ในร่างค่า MRL ของ ออส���ตรเลียได้ก�ำหนดการใช้ในเห็ด ในมาตรฐาน Codex ยังไม่มีการก�ำหนดค่า MRL ในเห็ด แต่มีการก�ำหนด MRL ในพวก นม มะม่วง มะเขือเทศและแตงกวา ฯลฯและ ในมาตรฐานไทยยังไม่มีการก�ำหนดค่า MRLในเห็ด แต่ ก�ำหนดในพวก ไข่ ข้าวสาร นม เงาะ องุ่น ฯลฯ โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.apvma.gov.au/publications/gazette/2011/20/gazette_2011-10-11_page_32.pdf

ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) อาคารเอนเนอร์ยี คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน นายบุญช่วย เจียด�ำรงค์ชัย รองผู้จัดการธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ น�้ำ ท่ ว มส่ ง ผลให้ พื้นที่ ทางการเกษตรได้ รับความเสียหายอย่างเป็น จ�ำนวนมาก ธ.ก.ส. จึงได้ จัดโครงการรับจ�ำน�ำข้าว และการช่วยเหลือเกษตรกรที่ ประสบอุทกภัย เปิดรับจ�ำน�ำข้าวตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ ผ่านมา คาดว่ามีพื้นที่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบแล้ว 8.8 ล้านไร่ โดยขณะนี้มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนและได้ออก ใบรับรองให้แล้วประมาณ 2.66 ล้านราย ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร พักช�ำระหนี้ 3 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ย ส่วนรายที่ได้รับผลก ระทบมาก ก็จะมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้ นอกจาก นี้เกษตรกรที่เสียชีวิตก็จะยกหนี้ให้เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับ ครอบครัว โดยขณะนี้ได้โดยจากการส�ำรวจมี 32 ราย ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้เตรียมวงเงินก้อนใหญ่เพื่อฟื้นฟูอาชีพ เกษตรกรและให้สินเชื่อช่วยเหลือ เกษตรกรอีกรายละ 1 แสนบาท หลังช่วงน�้ำลด นอกจากนี้ยังเตรียมจัดตั้งศูนย์ ซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตรอีกด้วย ที่มา : แนวหน้า วันที่ 1/11/2011

7


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

1 Nov - 7 Nov 2011

Vol. 2 Issue 40

สถานการณ์นโยบายครม.ใหม่

กรมศุ ล กากรออสเตรเลี ย (Australian Customs Service: ACS) ประกาศ แจ้ ง ผลการไต่ ส วนทบทวนการทุ ่ ม ตลาด

และประเด็นแรงงาน

สรุปการประชุมครม. วันที่ 25 ตุลาคม 2554

(เอกสารแนบ 2,3,4,5 และ 6)

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 กรมศุลกากรออสเตรเลีย (Australian Customs Service : ACS) ลงประกาศ AUSTRALIAN CUSTOMS DUMPING NOTICE NO. 2011/05 แจ้ ง การเปิด ทบทวนการต่ออายุมาตรการตอบโต้การทุ่ม ตลาด (Sunset review 2010) สินค้าสับปะรดกระป๋อง (ขนาดบรรจุน้อยกว่า 1 ลิตร และมากกว่า 1 ลิตร) ของ ไทย ซึ่งจะหมดอายุลงวันที่ 17 ตุลาคม 2554 ตามค�ำร้อง เรียนของบริษัท Golden Circle Limited (GCL) ซึ่ง หากผลการไต่ส วนพบว่ามีการต่ออายุมาตรการจะท�ำให้ ไทยต้องเสียอัตราภาษี AD ต่อไปอีก 5 ปี และเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 ACS ได้ออกประกาศ AUSTRALIAN CUSTOMS DUMPING NOTICE 5 ฉบับ NO. 2011/45 -49 แจ้งผลการไต่สวนทบทวนการทุ่มตลาด ทั้งในส่วนของ consumer และ FSI pineapple โดยจะมี การต่ออายุมาตรการ AD ออกไปอีก 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2554 ซึ่งมีอัตราการเรียกเก็บภาษี AD ดังนี้

1. Consumer Pineapple - Thai Pineapple Canning Industry Corporation LTD. เสียภาษี AD ในอัตรา 29% ผู้ส่งออกรายอื่นๆเสียภาษี AD ในอัตรา 56% 2. Industrial Pineapple - Kuiburi Fruit Canning CO. เสียภาษี AD ในอัตรา 2% – 7% ผู้ส่งออกรายอื่นๆเสียภาษี AD ในอัตรา 75% - 80% ที่มา : http://www.customs.gov.au/site/pageACDN2011.asp

ที่มา : http://www.thaigov.go.th/ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 รายละเอียดดังเอกสารแนบ 7 เรียบเรียงโดย สมาคมผู้ผลิตอาหารส�ำเร็จรูป 2554

8

9


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

1 Nov - 7 Nov 2011

สถานการณ์ด้านการค้า น�้ำท่วมต้นทุนสินค้าพุ่ง! ดันเงินเฟ้อ เดือนต.ค.ขยับ “พาณิชย์” เผยต้นทุนสินค้าขยับ ! ช่วงน�้ำท่วมท�ำเงิน เฟ้อเดือนต.ค.พุ่งไม่ต�่ำกว่า 4% ชี้ประชาชนแห่กักตุน สินค้า เป็นแค่ก�ำลังซื้อเทียม แต่จะลดลงในช่วงสิ้นปี... นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ถึง คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในเดือน ต.ค.2554 ว่า น่าจะ มีอัตราขยายตัวไม่ต�่ำกว่า 4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกัน ของปีก่อน แต่ยังขยายตัวต�่ำลงเมื่อเทียบกับเดือน ก.ย. 2554 ที่ขยายตัว 0.43% เพราะต้นทุนราคาสินค้า และ ราคาขายสินค้าสูงขึ้นทั้งจากวัตถุดิบและต้นทุนการขนส่ง ส่วนก�ำลังซื้อที่มีมากขณะนี้ พบว่าเป็นก�ำลังซื้อเทียม เพราะประชาชนแห่กักตุนสินค้ามากขึ้นจากภาวะน�้ำท่วม ซึ่งจะไม่ส่งผลต่อเงินเฟ้อมากนัก ส่วนเดือน พ.ย.-ธ.ค. คาดว่า จะลดลงตามก�ำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง และ ทั้งปีจะขยายตัวไม่เกิน 3.7% ตามเป้าหมายแน่นอน ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 1 พ.ย. 2554

10

นิคมโรจนะเตรียมฟื้นฟูพื้นที่หลัง น�้ำลดทุ่มงบ 2 พันล้านสร้างระบบ ป้องกันถาวร นางอรรชกา สี บุ ญ เรื อ ง เลขาธิ ก ารส� ำ นั ก งานคณะ กรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงแผนฟื้นฟู เขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ ผู้ประกอบการโรจนะจะลงพื้นที่ ส�ำรวจระดับน�้ำ หากลดลงจนเห็นสันเขื่อนจะสูบน�้ำออก ทันที คาดจะใช้งบด�ำเนินการ 50 ล้านบาท และจะใช้ เวลาสูบน�้ำอย่างน้อย 1 เดือน ซึ่งจะสูบพร้อมกันทั้ง 3 เฟส และแต่ ล ะโรงงานต้ อ งท� ำ แผนฟื ้ น ฟู โ รงงานควบคู ่ ไปกับแผนฟื้นฟูนิคมฯด้วย คาดช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้ ผู้ ประกอบการจะเข้าไปฟื้นฟู โรงงานได้ นอกจากนี้ บีโอไอ ได้ช่วยประสานงานกับโรงงานในจังหวัดที่ไม่ถูกน�้ำท่วม ขอ ให้ผู้ประกอบการที่ถูกน�้ำท่วมมาใช้พื้นที่ว่างหรือคลังสินค้า ว่างเป็นโรง งาน หรือคลังสินค้าชั่วคราวโดยไม่เสียค่าใช้ จ่าย เบื้องต้นมีผู้สนใจร่วมมือแล้ว 18 ราย ส่วนใหญ่ตั้ง อยู่ที่ จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นครราชสีมา และอุดรธานี ผู้ประกอบการที่สนใจติดต่อ ผ่านบีโอไอได้

Vol. 2 Issue 40 ด้ า นนายพยุ ง ศั ก ดิ์ ชาติ สุ ท ธิ ผ ล ประธานสภา อุ ต สาหกรรมแห่ ง ประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่ า วภาย หลั ง การหารื อ ร่ ว มกั บ ผู ้ ป ระกอบการในเขตประกอบการ อุตสาหกรรมโรจนะว่า ผู้บริหารโรจนะจะใช้งบ 2,000 ล้านบาท สร้างคันกั้นน�้ำถาวรป้องกันน�้ำท่วมโรงงานใน ระยะยาว ส่วนวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะหารือกับการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาค (กฟภ.) ถึงแนวทางการป้อนไฟฟ้าเข้าสู่ นิคมฯ ที่น�้ำท่วม ขณะที่นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวง อุตสาหกรรม กล่าวว่า วันที่ 1 พ.ย. นี้ นิคมฯบ้านหว้า (ไฮเทค) จะเชิญผู้ประกอบการมาหารือแผนกู้นิคมฯ และ ในวันที่ 3 พ.ย. นิคมฯบางปะอินจะเชิญผู้ประกอบการมา หารือเช่นกัน. ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 1 พ.ย. 2554

น�้ำท่วมดันเงินเฟ้อเดือน ต.ค.พุ่ง 4.19% น�้ำท่วมดันเงินเฟ้อ ต.ค.พุ่ง 4.19% เมื่อเทียบ ต.ค. 53 หลังราคาอาหาร-เครื่องดื่มแพง คาดทั้งปี 54 ทะลุ เป้า 3.8% จากเดิมคาดไม่เกิน 3.7% ส่วนปีหน้ายังคาด ไม่ได้ เหตุรอดูผลกระทบจากน�้ำท่วมก่อน... เมื่อวันที่ 1 พ.ย. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวง พาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ต.ค.54 ว่า เท่ากับ 113.07 สูงขึ้น 4.19% เทียบกับ ต.ค.53 และสูงขึ้น 0.19% เทียบกับ ก.ย.54 ส่วนเงินเฟ้อ 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.54)  สูงขึ้นแล้ว 3.79% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เกินเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ก�ำหนดกรอบเงินเฟ้อทั้ง ปีขยายตัว 3.2-3.7% ส่วนปัญหาน�้ำท่วมใหญ่ในประเทศ ขณะนี้ คาดจะท�ำให้เงินปีนี้สูงขึ้น 0.1% โดยไตรมาส 4 จะสูงขึ้น 0.38% หรือท�ำให้คาดการณ์เงินเฟ้อไตรมาส 4 อยู่ที่ 3.8-3.9% จากเดิมคาด 3.5-3.6% ส่งผลให้เงินเฟ้อ ทั้งปีนี้ขยายตัว 3.8% เกินเป้าหมายเดิม

ส�ำหรับสาเหตุที่เงินเฟ้อ ต.ค.สูงขึ้น 4.19% เป็นผลจาก ดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 9.86% จาก การสูงขึ้นของสินค้าหมวดข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จาก แป้ง 1.72% เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น�้ำ 11.40% ไข่ และผลิตภัณฑ์นม 7.14% ผักและผลไม้ 15.49% เครื่อง ประกอบอาหาร 15.13% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 1.92% และอาหารส� ำ เร็ จ รู ป 9.8% ส่ ว นดั ช นี ร าคาหมวดอื่ น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 0.75% จากการสูงขึ้น ของน�้ำมันเชื้อเพลิง 0.66% หมวดเคหสถาน 1.7% หมวด การตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล 1.01% เป็นต้น “แม้ปัญหาน�้ำท่วมใหญ่จะท�ำให้เงินเฟ้อไทยปีนี้เพิ่ม ขึ้นเกินเป้าหมายเป็น 3.8% แต่ยังไม่สูงมาก ซึ่งเท่ากับ ที่แบงก์ชาติได้ปรับลดคาดการณ์ลงเหลือ 3.8% จากเดิม คาด 3.9% และต�่ำกว่าอีกหลายประเทศในเอเชีย เช่น เวียดนาม ตั้งเป้าหมายปีนี้ 13.5% อินเดีย เป้าหมาย 8% อินโดนีเซีย เป้าหมาย 7.1% ส่วนปีหน้าจะขยายตัว เท่าไร ตอนนี้ยังคาดการณ์ไม่ได้ ต้องรอดูผลกระทบจาก น�้ำท่วม และการฟื้นตัวของภาคเอกชนไทยก่อน ถ้าฟื้นตัว และกลับมาผลิตสินค้าได้เร็ว ผลกระทบก็จะน้อยลง และ เงินเฟ้ออาจไม่สูงมาก” นายยรรยง กล่าว

11


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

นายยรรยงกล่ า วถึ ง ปั จ จั ย เสี่ ย งที่ จ ะมี ผ ลกระทบต่ อ เงินเฟ้อในปีนี้ว่า ที่ส�ำคัญคือ น�้ำท่วม ถ้ากินเวลานาน จะ ท�ำให้แหล่งผลิตอาหาร โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเสียหาย ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภค ที่โรงงานหลายแห่งจมน�้ำก็ยัง ไม่สามารถกู้ได้ จะท�ำให้สินค้าเหล่านี้หายไปจากตลาด ประกอบกับ ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้ ราคาสินค้าสูงขึ้น และเป็นแรงกดดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นได้ แต่จากก�ำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง เพราะน�้ำท่วมท�ำให้ รายได้ลดลง จะช่วยลดแรงกดดันของเงินเฟ้อได้ส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ให้เร็วที่สุด เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้.

1 Nov - 7 Nov 2011

ส�ำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคที่จ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวิต ประชาชน เช่น น�้ำดื่ม ไข่ไก่ ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่ง ส�ำเร็จรูป นอกจากกระทรวงพาณิชย์จะเร่งให้ผู้ผลิตสินค้า ในประเทศเพิ่มก�ำลังการผลิต และเร่งน�ำออกมาจ�ำหน่าย แล้ว ห้างค้าปลีกได้ทยอยน�ำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และเร่งกระจายไปยังสาขาต่างๆ เพื่อให้ประชาชนหาซื้อ ได้แล้ว ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในยังได้จัดรถขาย สินค้าเคลื่อนที่ (โมบาย ยูนิต) 10 สาย น�ำสินค้าที่จ�ำเป็น เช่น ข้าวสาร นม น�้ำดื่ม บะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูป ปลากระป๋อ ง เป็นต้น ไปขายในพื้นที่น�้ำท่วม ทั้งในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล เพื่อให้ประชาชนหาซื้อได้ง่ายขึ้นด้วย จึงท�ำให้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 1 พ.ย. 2554

สินค้าน�ำเข้าถึงไทย ‘พาณิชย์’เชื่อ ปัญหาขาดแคลนคลี่คลาย พาณิชย์คาดสัปดาห์นี้ ปัญหาขาดแคลนคลี่คลาย หลัง สินค้าน�ำเข้าทยอยถึงไทย-จัดรถขายสินค้าเคลื่อนที่ในพื้นที่ น�้ำท่วม แนะประชาชนอย่าซื้อสินค้าจากผู้ค้าโขกราคา... เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวง พาณิชย์ กล่าวถึงปัญหาขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค ในประเทศขณะนี้ว่า คาดภายในสัปดาห์นี้ ปัญหาการ ขาดแคลนและกักตุนสินค้า จะเบาบางลงไป เนื่องจาก กระทรวงฯ ได้เร่งแก้ไขปัญหาการกระจายสินค้าอุปโภค บริโภคไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่ประสบปัญหาน�้ำท่วมได้มาก ขึ้น โดยผู้ประกอบการห้างค้าปลีกแต่ละราย เช่น เทส โก้ โลตัส, บิ๊กซี เป็นต้น พยายามกระจายสินค้าไปยัง สาขาต่างๆ ให้มากขึ้น ส่วนสาขาที่ประสบภัยน�้ำท่วมจน ไม่สามารถจ�ำหน่ายสินค้าได้ ก็จะใช้พื้นที่ของสาขาข้าง เคียงที่ไม่ถูกน�้ำท่วมแทน

12

“ยอมรั บ ว่ า ยั ง มี พ ่ อ ค้ า แม่ ค ้ า บางพื้ น ที่ ฉ วยโอกาสขาย สินค้าราคาแพง เอาเปรียบและสร้างความเดือดร้อนให้ แก่ ป ระชาชน จึ ง ได้ สั่ ง การให้ ก รมการค้ า ภายใน และ พาณิชย์จังหวัด ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ หากพบผู้ค้า รายย่อยน�ำสินค้า เช่น ไข่ไก่ น�้ำดื่ม ไปขายแบบโก่งราคา จะด�ำเนินคดีทางกฎหมายทันที มีโทษจ�ำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ และถ้าหากประชาชน พบเห็น สามารถแจ้งสายด่วน 1569 และอย่าไปซื้อสินค้า กับพวกฉวยโอกาส เพราะขณะนี้แต่ละห้างพยายามเร่ง กระจายสินค้าไปจุดต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของ ประชาชนแล้ว” นายยรรยง กล่าว. ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 2 พ.ย. 2554

Vol. 2 Issue 40

จัดคลินิกอุตฯฟื้นฟูเอสเอ็มอีน�้ำท่วม น�ำร่องนครสวรรค์-สุโขทัย กระทรวงอุตสาหกรรม จัดคลินิกอุตสาหกรรมน�ำร่อง นครสวรรค์-สุโขทัย เพื่อเร่งฟื้นฟูเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระ ทบจากอุทกภัย อย่างเป็นระบบ คาดใช้เวลาเฉลี่ยต่อโรง ประมาณ 45 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหา เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวง อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เตรียม แนวทางการฟื้นฟู ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งได้จัดท�ำเป็น โครงการเพื่อบรรเทา และฟื้นฟูสถานประกอบการที่เป็น เอสเอ็มอี และโอทอป ในพื้นที่น�้ำท่วมทั่วประเทศ ให้กลับ เข้าสู่สภาวะปกติได้เร็วที่สุด ในวงเงินงบประมาณ 5๐๐ ล้านบาท และได้แต่งตั้งคณะกรรมการคลินิกอุตสาหกรรม เพื่อการฟื้นฟูเอสเอ็มอี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ส�ำนักงาน เศรษฐกิจอุตสาหกรรม ส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุ น ส� ำ นั ก งานส่ ง เสริ ม วิ ส าหกิ จ ขนาดกลางและ ขนาดย่อม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่ อ มแห่ ง ประเทศไทย สถาบั น ไฟฟ้ า และอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ คณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษาและคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา ร่วมเป็นคณะกรรมการฯ นายวิฑูรย์ กล่าวต่อว่า มาตรการฟื้นฟูเอสเอ็มอี จะ ด� ำ เนิ น การทั้ ง ระยะสั้ น และระยะยาว โดยระยะสั้ น เป็ น ความช่วยเหลือ เยียวยา ซ่อมบ�ำรุง ซ่อมแซม เครื่องจักร ปรับปรุงสถานประกอบการ วางแผนการทางการเงิน เงิน กู้ดอกเบี้ยต�่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย เพื่อให้เป็นทุนหมุนเวียน หรือซ่อมแซมเครื่องจักร อุปกรณ์ รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลใน การจัดท�ำแผนบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ส� ำ หรั บ อนาคต ซึ่ ง จะเป็ น ผลดี ต ่ อ ระบบเศรษฐกิ จ ของ ประเทศโดยรวม

ส่วนระยะยาวได้แก่ มาตรการสินเชื่อ เพื่อช่วยเหลือผู้ ประกอบการขยายระยะเวลาช�ำระหนี้ การให้สินเชื่อลดหนี้ และมาตรการด้านภาษี เช่น ยกเว้นการช�ำระภาษีเงินได้ นิติบุคคล ภาษีน�ำเข้าวัตถุดิบ เครื่องจักร น�ำมูลค่าความ เสียหาย/ค่าเสื่อมที่ยังเหลืออยู่ของทรัพย์สินมาเป็นค่าใช้ จ่าย ในการค�ำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมถึงการผ่อน ปรนค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค ฯลฯ “โครงการคลินิกอุตสาหกรรมฯ เป็นภารกิจเร่งด่วน ที่ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเข้าไปช่วยเหลือเอสเอ็มอี ให้ สามารถพลิ ก ฟื ้ น กลั บ คื น สู ่ ร ะบบการผลิ ต ปกติ ใ ห้ ไ ด้ โ ดย เร็วที่สุด และเชื่อมโยงการให้ความช่วยเหลือไปยังหน่วย งานอื่นที่เกี่ยวข้องเช่น การประเมินราคาเครื่องจักร เพื่อ เป็นข้อมูลประกอบการขอสินเชื่อในการฟื้นฟูเครื่องจักรต่อ ไป โดยกลุ่มเป้าหมายจะเน้นเอสเอ็มอี ที่ลงทะเบียนของ กระทรวงอุตสาหกรรม ในพื้นที่น�้ำท่วม รวม 5,๐๐๐ ราย โดยใช้งบ 5๐๐ ล้านบาท” ส�ำหรับเป้าหมายพื้นที่ด�ำเนินการของโครงการฯ จะ ครอบคลุมพื้นที่น�้ำท่วม 29 จังหวัด ได้แก่ จ. สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี นครปฐม ก�ำแพงเพชร ตาก กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ล�ำพูน ล�ำปาง แพร่ น่าน และเพชรบูรณ์ และพื้นที่ที่มีแนวโน้ม จะได้รับผลกระทบแน่นอน ได้แก่ จ.สมุทรปรากา��� และ สมุทรสาคร ระยะเวลาด�ำเนินการเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย. ไปจนถึงเดือน เม.ย. 2555 โดยมีขั้นตอนการด�ำเนินงาน เริ่มตั้งแต่การเข้าส�ำรวจ เก็บข้อมูล ใช้เวลาเฉลี่ย 45 วัน. ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 2 พ.ย. 2554

13


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

คลังถกนิคมฯวันนี้เล็งลดภาษีช่วย

ในวันนี้ (2 พ.ย.)นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง เชิญตัวแทนภาคอุตสาหกรรมที่ ได้รับผลกระทบจากภัยน�้ำท่วมมาหารือถึงความคืบหน้า ในแนวทางความช่วยเหลือที่ภาคอุตสาหกรรมร้องขอ เช่น การยกเว้ น อั ต ราภาษี น� ำ เข้ า เครื่ อ งจั ก รและวั ต ถุ ดิ บ จาก นอกภูมิภาคอาเซียน การคืนอากรให้ผู้ประกอบการที่น�ำ เข้าวัตถุดิบแต่ยังไม่ได้ผลิต เนื่องจากเกิดความเสียหาย จากน�้ำท่วม รวมถึงการเพิ่มระยะเวลาการน�ำขาดทุนสะสม มาหักเป็นรายจ่ายก่อนการเสียภาษีจาก 5 ปี ไปอีก 1-2 ปี เป็นต้น “คลัง มีนโยบายจะผ่อนปรนเงื่อนไขที่ภาค เอกชนร้องขอทุกเรื่อง เพราะถือเป็นความช่วยเหลือด้าน การคลังที่พอจะช่วยผู้ประกอบการได้ ซึ่งวันนี้ เราก็จะมา คุยรายละเอียด เช่น มีรายการวัตถุดิบชนิดใด เครื่องจักร ชนิดใดบ้างที่ต้องการน�ำเข้าจากนอกภูมิภาคอาเซียน แต่ เราจะยกเว้นให้เฉพาะอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก ภัยน�้ำท่วมเท่านั้น” แหล่งข่าว กล่าว

14

1 Nov - 7 Nov 2011

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง (สศค.) กล่าวว่า แผนลงทุนในระบบน�้ำ เพื่อ วางโครงสร้างระบบน�้ำให้ยั่งยืนและเรียกความเชื่อมั่นจาก นักลงทุน เป็นสิ่งจ�ำเป็นที่รัฐบาลต้องเร่งด�ำเนินการ ซึ่ง กระทรวงการคลังพร้อมจะไฟแนนซ์เรื่องเงินลงทุน หาก รัฐบาลจะใช้วงเงิน 7-8 แสนล้านบาทก็ไม่ถือว่า เป็นปัญหา กับภาคการคลัง เนื่องจากระดับหนี้สาธารณะของรัฐบาล ยังอยู่ระดับต�่ำหรือราว 40% ของจีดีพี”ช่องทางการกู้เงิน ของเรา ยังมีอยู่มาก ทั้งการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งยังมี วงเงินเหลืออีกกว่า 4 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีช่อง การกู้เงินต่างประเทศได้อีกราว 2 แสนล้านบาท และค�้ำ ประกันเงินกู้รัฐวิสาหกิจอีกราว 1 แสนล้านบาท ฉะนั้น ช่ อ งทางการกู ้ นั้ น ไม่ เ ป็ น ปั ญ หากั บ เรา เพี ย งแต่ บ อกให้ ชัดเจนว่า จะใช้เงินจ�ำนวนเท่าใด และใช้เพื่อโครงการใด บ้าง ซึ่งเราก็รออยู่” นายสมชัย กล่าว เบื้องต้นรัฐบาลเตรียมวงเงินจ�ำนวน 1 แสนล้านบาท เพื่อใช้ป้องกันปัญหาน�้ำท่วมในระยะสั้น หรืออีก 1 ปีข้าง หน้า ส่วนวงเงินที่เหลือ จะเป็นการใช้เพื่อลงทุนระบบ น�้ำระยะยาว ซึ่งการกู้เงินอาจจะไม่จ�ำเป็นต้องกู้ในคราว เดียว แต่จะใช้วิธีการทยอยกู้ในแต่ละปีพร้อมกันนี้ สศค. ประเมินผลกระทบจากปัญหาน�้ำท่วมต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ว่า ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจที่ 1.89 แสนล้าน บาท หรือราว 1.8% ของจีดีพี ซึ่งจะท�ำให้เศรษฐกิจไทย ปีนี้ มีอัตราการขยายตัวระดับ 2.7% ส่วนปีหน้าอัตรา การขยายตัวน่าจะโตแบบก้าวกระโดดหรืออยู่ที่ 4.5-5% เนื่องจาก การลงทุนและการบริโภคจะกลับมาฟื้นตัวอย่าง รวดเร็ว”ตามประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจโลก จะพบว่า ภายหลังจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นแล้ว เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้น ตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม จะต้องได้รับการฟื้นฟู และประชาชนจะใช้จ่ายอย่างเต็ม ที่ ดังนั้นการเติบโตของทุกระบบเศรษฐกิจก็จะกลับคืนมา และเราเชื่อว่า จีดีพีจะไม่ลดลงมาอยู่ในระดับการขยายตัว ที่ 1% แน่นอน” นายสมชัย กล่าว

Vol. 2 Issue 40 อย่างไรก็ตาม ส�ำหรับภาคเกษตรอาจมีปัญหากรณีเกิด ภัยน�้ำท่วมอีก ซึ่งต้องใช้เวลาฟื้นฟูการผลิต แต่รัฐบาล พร้อมจะหามาตรการไปช่วยเหลือ โดยเฉพาะการประกัน พืชผล เป็นต้นส่วนปัญหาการว่างงาน ระยะแรกอาจมี บ้ า ง แต่ รั ฐ บาลก็ มี แ ผนจะจ้ า งงาน เพื่ อ ช่ ว ยฟื ้ น ฟู ห ลั ง น�้ำท่วม ทั้งการสร้างบ้าน สร้างถนน เป็นต้น ฉะนั้น ปัญหานี้น่าจะฟื้นตัวเร็ว ด้านภาคการส่งออก อาจลดลง เล็กน้อยจากมูลค่าการส่งออกที่คาดไว้เดิม 23% มาอยู่ที่ 21% โดยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์จะเป็น อุตสาหกรรมที่ยังเติบโตได้ดี”ผลกระทบต่อการจัดเก็บราย ได้รัฐบาล จะหายไปบ้างหลักหลายหมื่นล้านบาท แต่ราย ได้จะกลับมาจากการบริโภคที่ฟื้นตัวและมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจของรัฐบาล”

ทั้งนี้รัฐบาลจะชดเชยค่าธรรมเนียมในช่วง 3 ปีแรก แต่ ต ้ องเป็ นสิ นเชื่ อใหม่ ที่ไ ด้รับ อนุมัติจ ากสถาบัน การเงิน และไม่น�ำไปใช้ช�ำระหนี้คืนให้กับสถาบันการเงินที่ให้กู้ โดย วงเงินค�้ำประกันไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท และหากเป็น ส่วนที่น�ำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพียงอย่างเดียว วงเงิน ค�้ำประกันจะไม่เกินรายละ 5 ล้านบาทโดยธนาคารพาณิชย์ จะคิดอัตราดอกเบี้ยจากลูกค้า 3.0% ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี หลังจากนั้นจะคิดอัตราดอกเบี้ยตามปกติของสถาบัน การเงินแต่ละแห่ง ทั้งนี้ต้องเป็น SME ตามกลุ่มเป้าหมาย ที่ก�ำหนดไว้ และต้องไม่เป็นหนี้เสีย (NPL) ก่อนวันที่ 1 ส.ค. 54 ทั้งนี้ บสย.จะรับผิดชอบส่วนสูญเสียในการจ่ายค่า ชดเชยสูงสุดไม่เกิน 30% ตลอดระยะเวลาโครงการ 10 ปี

จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554

อนุมัติสินเชื่อ2.5หมื่นล. อุ้มผู้ ประกอบการSME ครม.อนุ มั ติ ว งเงิ นช่ ว ยผู ้ ประกอบการขนาดกลางและ ขนาดย่อม 2.5 หมื่นล้าน แบ่งเป็นสินเชื่อ 2.3 หมื่นล้าน ที่เหลือเป็นของบสย.ใช้ค�้ำประกัน รัฐชดเชย 3 ปีแรก ออมสินใจดีน�ำเงิน 2 หมื่นล้านฝากแบงก์พาณิชย์ และ ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 3% นาน 3 ปี น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจ�ำส�ำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ รายละเอียดของวงเงินสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ได้รับผลกระ ทบจากอุทกภัยจ�ำนวน 25,532 ล้านบาทโดยแบ่งเป็นวงเงิน สินเชื่อส�ำหรับผู้ประกอบการ SME จ�ำนวน 23,000 ล้าน บาท ผ่านกลไกการค�้ำประกันของบรรษัทประกันสินเชื่อ อุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งจะสามารถค�้ำประกัน สินเชื่อได้ราว 1 แสนล้านบาท ระยะเวลาการค�้ำประกัน 7 ปี ค่าธรรมเนียม 1.75% ต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อดอกเบี้ยต�่ำของธนาคารออมสิน ที่จะไปรวมปล่อยสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ในสัดส่วน 5050 โดยธนาคารออมสินจะน�ำเงินจ�ำนวน 2 หมื่นล้านบาท ไปฝากกับธนาคารพาณิชย์ โดยได้ดอกเบี้ยในอัตรา 0.01% ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์สมทบเงิน ปล่ อ ยสิ น เชื่ อ ตามกลุ ่ ม เป้ า หมายที่ ก� ำ หนดโดยคิ ด อั ต รา ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ในเวลา 3 ปี โดยรัฐบาลจะชดเชย ต้นทุนให้ธนาคารออมสินเป็นเงินจ�ำนวน 2,532 ล้านบาท ซึ่งเป็นการด�ำเนินการเหมือนโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบ การในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554

15


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

KBS ผุดโรงงานใหม่ 1.5 แสนลิตร/ วัน KBS ลุ้น รัฐเดินหน้านโยบายส่งเสริมเอทานอลอย่าง เป็นรูปธรรม พร้อมผุดโรงงานเอทานอลทันที 1.5 แสน ลิ ต รต่ อ วั น ขณะที่ ยั ง ห่ ว งสถานการณ์ น�้ ำ ท่ ว ม ดี ม านด์ น�้ำตาลลด เหตุโรงงานอุตสาหกรรมอาหารได้รับผลกระทบ

นายถกลถวิล เติม ทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น�้ำตาลครบุรี จ�ำกัด (มหาชน) หรือ KBS เปิด เผยว่า หากรัฐบาลมีนโยบายด้านการส่งเสริมการใช้เอทานอลอย่ างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน บริษัทก็พร้อมจะพิจารณาก่อสร้าง โรงงานเอทานอล โดยขณ���นี้บริษัทมีใบอนุญาตก่อสร้างอยู่ แล้ว ภายใต้ชื่อ บริษัท น�้ำตาลครบุรี เอทานอล จ�ำกัด ก�ำลังการผลิต 1.5 แสนลิตรต่อวัน “หากรัฐบาลมีความชัดเจน โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ ไทยเป็นฮับเอทานอล บริษัทก็พร้อมที่จะก่อสร้างโรงงาน เอทานอลทันที คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี จึง จะแล้วเสร็จ” นายถกล กล่าว

16

1 Nov - 7 Nov 2011

ส�ำหรับแนวโน้มความต้องการน�้ำตาลในช่วงน�้ำท่วมต่อ เนื่องไปจนถึงช่วงฟื้นฟู คาดว่าความต้องการน�้ำตาลจะ ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร โดย เฉพาะโรงงานผลิตขนมยังไม่สามารถผลิตสินค้าได้ เพราะ ได้รับผลกระทบจากน�้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ทิศทางการด�ำเนินงานปี 2555 ในส่วน ของบริษัทยังคงคาดว่าผลประกอบการจะเติบโต 10-20% เมื่อเทียบกับปีนี้ เนื่องจากบริษัทท�ำสัญญาซื้อขายน�้ำตาล ล่วงหน้าไปแล้ว 85% ซึ่งราคาอยู่ที่ 26 เซ็นต์ต่อปอนด์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 24 เซ็นต์ต่อปอนด์ ส�ำหรับทิศทาง ราคาน�้ำตาลปีหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 24-30 เซ็นต์ ต่อปอนด์ “เรา เชื่อว่ามีโอกาสที่รายได้ปีหน้าจะเติบโตอย่างน้อย สองหลัก สาเหตุหลักมาจากราคาขายน�้ำตาลในตลาดโลก ที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนในประเทศ ตอนนี้กังวลว่าสถานการณ์ น�้ ำ ท่ ว มจะท� ำ ให้ ก ารขนส่ ง เป็ น ปั ญ หามากขึ้ น เพราะไม่ สามารถส่งมอบน�้ำตาลให้โรงงานได้ อย่างไรก็ตามเชื่อ ว่าน�้ำตาลในประเทศจะไม่ขาดแคลน เพราะมีสต๊อกสูง” นายถกล กล่าว นายถกล กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหา น�้ำท่วม ขณะเดียวกันผลประกอบการก็ยังเติบโตตามเป้า ดังนั้นอยากให้นักลงทุนมั่นใจว่าการด�ำเนินงานของ KBS ยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่หุ้น KBS ก็เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี

Vol. 2 Issue 40 นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ระบุว่า ยังคงแนะน�ำ “ซื้อ” KBS ราคาเป้าหมาย 15.20 บาทต่อหุ้น โดยคาดว่าราคา น�้ำตาลจะยังคงปรับตัวขึ้น ผลักดันโดยอุปทานจากบราซิล ที่ต�่ำ, การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และสต๊อกน�้ำตาล ทั่วโลกที่อยู่ในระดับต�่ำ จากการส�ำรวจพื้นที่เพาะปลูกใน บราซิลของ KBS ล่าสุดบริษัทคาดว่าราคาน�้ำตาลโลกจะ ยืนอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 22-35 เซ็นต์ต่อปอนด์ ไป อี ก อย่ า งน้ อ ยจนถึ ง ปี 2557 ขณะที่ ก ารผลิ ต น�้ ำ ตาลใน บราซิ ล (ผู ้ ผ ลิ ต และส่ ง ออกน�้ ำ ตาลรายใหญ่ ที่ สุ ด ในโลก) ก�ำลังเผชิญกับการขาดการลงทุนใหม่ๆ, ผล ตอบแทน จากเอทานอลที่ น่ าดึ ง ดู ด ใจมากขึ้ น และสภาพอากาศที่ ไม่เอื้ออ�ำนวย ถึงแม้ว่าอุปทานของน�้ำตาลโลกน่าจะกลับ มามีมากกว่าอุปสงค์ในปี 2554/2555 เล็กน้อย จากใน ปี 2553/2554 ที่มีน้อยกว่า เนื่องจากการผลิตที่สูงขึ้นใน ประเทศไทย อินเดีย และสหภาพยุโรป แต่สต๊อกน�้ำตาล โลกยังคงอยู่ในระดับต�่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ 34% และ ด้วยสต๊อกที่อยู่ในระดับต�่ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานในทางลบจะส่งผลบวกต่อ ราคาน�้ำตาล

นอกจากนี้บริษัทกล่าวว่า ราคาส่งออกปี 2555 ถูกล็อก ไว้ที่ระดับ 28-30 เซ็นต์ต่อปอนด์ (ไม่รวมพรีเมี่ยมน�้ำตาล ไทยที่ 0.70 เซ็นต์) ขณะที่เราให้ประมาณการส�ำหรับปี 2555 ที่ค่อนข้างระมัดระวังกว่าที่ 28 เซ็นต์ต่อปอนด์ ราคาน�้ำตาลในตลาด spot อยู่ที่ 27 เซ็นต์ต่อปอนด์ และ บริษัทก�ำลังเริ่มที่จะล็อกราคาส่งออกส�ำหรับปี 2556 แล้ว จากหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554

ดังนั้นคาดว่าก�ำไรของ KBS จะ ท�ำสถิติสูงสุดใหม่ 859 ล้านบาทในปีนี้ เติบโต 489% จากปีก่อน ขณะที่ปีหน้า มี แนวโน้มที่แข็งแกร่งอย่างมาก และคาดว่าจะเติบโต 12.4% ผลักดันโดยการขยายก�ำลังการผลิต 9% และราคาส่งออก ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ 90% ของประมาณการปริมาณน�้ำตาล ปี 2555 ของ KBS ยังถูกล็อกไว้ที่ระดับราคาน�้ำตาลที่สูง กว่าในปี 2554 อยู่ที่ 28 เซ็นต์ต่อปอนด์อีกด้วย

17


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

1 Nov - 7 Nov 2011

6 เดือนฟื้น! จีดีพี SME เจ๊งแสน ล้าน กกร.ถกเคลียร์ขึ้นค่าแรง คลัง ยังฟุ้งศก.โตเกิน 2% พิ ษ น�้ ำ ท่ ว มกระทบจี ดี พี เ อสเอ็ ม อี เ ดื อ นละ 24,000 ล้านบาท คาด จะกลับเป็นปกติอีก 6 เดือน เจ๊งกว่า 100,000 ล้านบาท 3 กระทรวงหลักเร่งท�ำบัญชีความเสีย หายเพื่อหามาตรการช่วยเหลือ กกร.ถกนัดพิเศษ 3 พ.ย. หาข้อสรุปรัฐไม่เลื่อนขึ้นค่าแรง ลดภาษีนิติบุคคล คลังยัง ฟุ้งจีดีพีโตกว่า 2% ธนารักษ์รับที่ดินพื้นที่น�้ำท่วมจ่อลดลง นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยภาย หลังการประชุมหาแนวทางฟื้นฟูผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ ได้รับผล กระทบจากน�้ำท่วมว่า จากการส�ำรวจเบื้องต้น พบว่ามีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบจาก น�้ำท่วมใน 32 จังหวัด จ�ำนวน 240,000 ราย กระทบต่ อ การจ้ า งงานรวม 670,000 คน กระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของเอสเอ็ มอี 24,000 ล้านบาทต่อเดือน โดยกว่า จะกลับมาปก ติ คาดว่าน่าจะเป็นช่วงเดือน เม.ย. 2555 หรือใช้เวลา ประมาณ 6 เดือน หรือท�ำให้จีดีพีเอสเอ็มอีหายไปกว่า 100,000 ล้านบาท ทั้ ง นี้ ก ระทรวงการคลั ง กระทรวงอุ ต สาหกรรม กระทรวงแรงงาน อยู่ระหว่างการจัดท�ำบัญชีส�ำรวจความ เสียหาย เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เพราะยัง ไม่รู้ว่าความเสียหายที่แท้จริงมีมากน้อยแค่ไหน เพราะ หากลุกลามไปนิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตก ความเสีย หายจะรุนแรงกว่านี้ คาดว่าบัญชีความเสียหายน่าจะเสร็จ ภายใน 1-2 เดือนนี้

18

Vol. 2 Issue 40

นายธีระชัย ภูวนาถ นรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า แม้ว่าปัญหาน�้ำท่วมจะรุนแรง แต่ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยปี 2554 นี้จะไม่ติดลบแน่นอน โดยเชื่อว่ายังจะขยายตัวได้ กว่า 2% ต่อปี และมีโอกาสถึง 2.5% ซึ่งเดิมที่ประเมิน ไว้ ว ่ าจะมี ผลกระทบราว 1.7% นั้ น อาจจะมากกว่ าที่ ประเมินนิดหน่อย นายวิ ฑู ร ย์ สิ ม ะโชคดี ปลั ด กระทรวงอุ ต สาหกรรม กล่ า วว่ า ล่ า สุ ด ประเมิ น ว่ า มี โ รงงานที่ อ ยู ่ น อกนิ ค ม อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน�้ำ ท่วมใน 29 จังหวัด 19,000 แห่ง รวมมูลค่าความเสียหาย 240,000 ล้าน บาท เบื้องต้นได้ตั้งคลินิกอุตสาหกรรมเพื่อการฟื้นฟูสถาน ประกอบการที่เป็นเอส เอ็มอีและโอท็อปในพื้นที่น�้ำท่วม วงเงิน 500 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาค การผลิต จ�ำนวน 5,000 ราย โดยเปิดให้ผู้ประกอบการ ลงทะเบียนความเสียหายเข้ามายังกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่ง ประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในวันที่ 3 พ.ย. นี้ จะ มีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) วาระพิเศษ เพื่อหารือถึงกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ยืนยันว่าจะไม่เลื่อนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต�่ำ 300 บาทต่ อ วั น ออกไป รวมทั้ ง เรื่ อ งชะลอการลดภาษี เ งิ น ได้ นิติบุคคลออกไปอีก 1 ปี เป็นปี 2556 ส่วนข้อเสนอของเอกชนที่ต้องการให้รัฐบาลชะลอการ ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี 2555 ที่จะลดจาก 30% เหลือ 23% ออกไป 1 ปี เป็นปี 2556 เพื่อน�ำมาจัดตั้งกองทุน ช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่จะมีวงเงินประมาณ 7 หมื่นล้านบาท นั้น รัฐบาลยังยืนยันจะเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ต่อไป

อย่างไรก็ดีสิ่งที่กังวลมากกว่าคือ หากไม่เร่งแก้ปัญหา เรื่องบริษัทประกันจะไม่รับท�ำประกันต่อ ก็อาจจะมีผลก ระทบถึ ง ขั้ น ผู ้ ป ระกอบการย้ า ยฐานการผลิ ต ซึ่ ง ได้ มอบหมายให้ น ายอารี พ งศ์ ภู ่ ช อุ ่ ม ปลั ด กระทรวงการ คลั ง ในฐานะประธานคณะกรรมการก� ำ กั บและส่ ง เสริ ม การประกอบธุรกิจประกันภัย (���ปภ.) เร่งเดินทางไปหารือ กับบริษัทประกันในประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ และในประเท ศอื่นๆ ที่รับประกันภัยต่อ (รีอินชัวรันส์) จากบริษัทประกัน ในไทยโดยเร่งด่วนที่สุดแล้ว นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ความ เป็นไปได้ที่ในระยะแรก ราคาที่ดินอาจลดลงในพื้นที่ที่มี น�้ำท่วม เนื่องจากอาจจะมีการเสนอขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นจ�ำนวนมาก. จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554

ผวาต่างชาติถอนลงทุนไทย บ.ประกันเมินรับช่วงต่อ 7 นิคมฯเสีย หาย 6 แสนล. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังก�ำลังกังวลว่านักลงทุนต่างชาติอาจแห่ ถอนการลงทุนจากไทย เนื่องจากบริษัทรับประกันภัยต่อจะ ไม่รับประกันภัย โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม ที่ได้รับ ความเสียหายจากน�้ำท่วมทั้ง 7 แห่งเนื่องจากไม่เชื่อมั่นใน นโยบายการบริหารจัดการน�้ำของรัฐบาลที่ไม่เป็น เอกภาพ ซึ่งส่งผลไปยังบริษัทประกันภัยต่างชาติที่รับประกันภัยต่อ จากบริษัทประกันใน ไทย ไม่รับประกันภัยน�้ำท่วมในไทย อีกต่อไป ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวแทนกระทรวงการคลังได้ ไปเจรจากับบริษัทประกันเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ของโลก ที่มีส�ำนักงานในสิงคโปร์ ซึ่งแสดงความกังวลในเรื่องการ บริหารจัดการน�้ำที่ชัดเจน และส่งผลต่อการด�ำเนินธุรกิจ ดังนั้นเร็วๆ นี้จะส่งนายอารีพงศ์ ภู่ ชอุ่ม ปลัดกระทรวง การคลัง เป็นหัวหน้าทีมภาคประกันภัยของไทย ไปเจรจา กับบริษัทประกันในญี่ปุ่น เพื่อให้รับประกันภัยน�้ำท่วมกับ ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมที่โดนน�้ำท่วม ต่อไป หลังจากที่รัฐบาลมีความชัดเจนในด้านการบริหารจัดการ ที่แน่นอนออกมาก่อน” “ผมจะเป็นลมอยู่แล้ว หากต้องให้กระทรวงการคลัง เข้ าไปรั บประกั นภั ยแทนบริษัท ประกัน ภัย เพราะขณะนี้ รัฐบาลมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะมาก คงไม่สามารถรับประกัน ตรงนี้ได้อีก ดังนั้นจึงจะส่งให้นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัด กระทรวงการคลัง ไปเจรจาอีกครั้งหนึ่ง”

19


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

ส่วนการจัดตั้งกองทุนมหันตภัยแห่งชาตินั้น คงเป็น เรื่องในระยะยาว จะยังไม่พิจารณาในขณะนี้ที่มีเรื่องอื่นเร่ง ด่วนกว่า อีกทั้งมหันตภัยที่กล่าวถึงนั้น ส่วนใหญ่จะหมาย ถึงสิ่งที่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์ เช่น สึนามิ แผ่น ดินไหว เท่านั้น และทั่วโลกถือว่าปัญหาน�้ำท่วมเป็นปัญหา ที่มนุษย์สามารถบริหารจัดการได้ “ขณะนี้ ที่ รั ฐ บาลต้ อ งท� ำ คื อ เร่ ง จั ด ระบบการบริ ห าร จั ด การน�้ ำ ให้ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพโดยเร็ ว เพื่ อ เรี ย กความเชื่ อ มั่นจากนักลงทุนต่างชาติที่อยู่ในประเทศ หากไม่สามารถ ท� ำ ได้ ปี ห น้ า ต่ อ ให้ น�้ ำ แห้ ง เขาก็ จ ะไม่ ส ามารถหาซื้ อ ประกันภัยได้ ก็จะมีปัญหาในการท�ำธุรกิจในไทย ซึ่งท้าย ที่สุด อาจส่งผลให้ต้องย้ายไปลงทุนประเทศอื่นแทน” ส่วนการประกันภัยบุคคลธรรมดานั้น ยอมรับว่าเป็น ห่วงเช่นกัน เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีปัญหาว่าบริษัทรับประกัน ภัยหลายแห่งในประเทศที่จะไม่ รับท�ำประกันภัยน�้ำท่วม ด้ ว ยเช่ น กั น ดั ง นั้ น จึ ง ได้ ม อบหมายให้ ส� ำ นั ก งานคณะ กรรมการก� ำ กั บ และส่ ง เสริ ม การประกอบธุ ร กิ จ ประกั น ภั ย (คปภ.) ไปแก้ ป ั ญ หานี้ ก ่ อ นจากนั้ น จะมาชี้ แ จงให้ ทราบต่อไป

1 Nov - 7 Nov 2011

ส�ำหรับเบื้องต้นจากการไปชี้แจงกับบริษัทในสิงคโปร์ นั้น เห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยน�้ำท่วมอีกครั้งในช่วง เดือน เม.ย. 55 ดังนั้นครม.จึงได้อนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ย ต�่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 15,000 ล้านบาท เพื่อท�ำเขื่อน ถาวรป้องกันนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดจากภัยน�้ำท่วมที่จะ เกิดขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการเบื้องต้นในการสร้างความมั่นใจ ให้นักลงทุนและบริษัทประกัน ภัย ส่วนแผนในระยะยาว จะชี้แจงให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

Vol. 2 Issue 40

อัตราแลกเปลี่ยน

“ยอมรับว่าทั้งนักลงทุนและบริษัทประกันกังวลเรื่องการ บริหารความเสี่ยงในการ จัดการน�้ำของภาครัฐมาก เพราะ ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกปี ในต้นปีหน้าก็มีความเสี่ยงที่จะ เกิดขึ้นอีกครั้ง ดังนั้นรัฐบาลต้องมีความชัดเจนเพื่อเรียก ความเชื่อมั่นต่อไปในระยะยาว”. จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นใน 7 นิคมอุตสาหกรรมนั้นได้ท�ำ ประกั น ภั ย ส� ำ หรั บ น�้ ำ ท่ ว มและความเสี ย หายต่ อ เนื่ อ งของ ธุรกิจวงเงิน รับประกัน 600,000 ล้านบาท เบื้องต้นได้ สินไหมทดแทน (เคลม) ความเสียหาย 30% หรือกว่า 200,000 ล้านบาท ส่ว นใหญ่เ ป็นการรับประกันภัยต่อ โดยบริษัทประกันภัยในประเทศญี่ปุ่นกว่า 60% เนื่องจาก บริษัทส่วนใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่งนั้นเป็น บริษัทลูกของบริษัทญี่ปุ่น และเขาพร้อมที่จะเอาเงินเข้า มาดูแลบริษัทเหล่านั้นทันที ดังนั้นการเคลมคงไม่มีปัญหา แต่ที่ห่วงคือความเสี่ยงจากน�้ำท่วมครั้งต่อไป

20

21


TFPA Trade & Technical WEEKLY BRIEF

อัตราแลกเปลี่ยน

1 Nov - 7 Nov 2011

Vol. 2 Issue 40

อัตราแลกเปลี่ยน THB 70.00

YEARLY MID RATES OF EXCHANGE OF COMMERCIAL BANGKOK IN BANGKOK 61.60

60.00 50.00 40.00 30.00

53.57 48.93

47.71 36.72

32.34

48.97 42.04 36.12

33.31

34.29

4.80

5.02

31.69

20.00 10.00

4.68

0.00

Year 2551 THB / 1 USD

22

2552 THB /1 GBP

THB / 1 EUR

2553 THB / 100 JPY

THB/CNY

23


TFPA Trade & Technical

TFPA TEAM Executive Director

วิกรานต์ โกมลบุตร E-mail:

WEEKLY BRIEF

vikrant@thaifood.org

1 Nov - 7 Nov 2011

THAIFOODPROCESSORS’ASSOCIATION

Trade and Technical Manager

Tel : (662) 261-2684-6 Fax : (662) 261-2996-7 E-mail: thaifood@thaifood.org www.thaifood.org

Division-Fruit and Vegetable Products

สมาคมผู้ผลิตอาหารส�ำเร็จรูป ขอขอบคุณเว็ปไซต์ ดังต่อไปนี้

Administrative Manager ลินดา เปลี่ยนประเสริฐ

E-mail: linda@thaifood.org

สุพัตรา ริ้วไพโรจน์ E-mail:

supatra@thaifood.org

E-mail : fv@thaifood.org

Head of Trade & Technical วิภาพร สกุลครู E-mail:

vipaporn@thaifood.org

Trade and Technical Officer

อัญชลี พรมมา E-mail: anchalee@thaifood.org ธณัฐยา จันทรศรี E-mail: tanatya@thaifood.org

Division-Fisheries Products E-mail : fish@thaifood.org

Head of Trade & Technical ชนิกานต์ ธนูพิทักษ์

E-mail: chanikan@thaifood.org

1. http://www.thannews.th.com 2. http://www.thairath.co.th 3. http://www.bangkokbiznews.com 4. http://www.tnsc.com 5. http://www.prachachat.net 6. http://www.dailynews.co.th 7. http://www.acfs.go.th 8. http://www.posttoday.com 9. http://www.matichon.co.th 10. http://www.naewna.com

Trade and Technical Officer

รัตนา ชูศรี E-mail: rattana@thaifood.org ธนัญญา ตั้งจินตนา E-mail: thananya@thaifood.org

IT Support Officer ปวัณรัตน์ ใจกล้า

E-mail: pawanrat@thaifood.org

Data Management Office ญดา ชินารักษ์

E-mail: yada@thaifood.org

Commercial Relation Executive กัญญาภัค ชินขุนทด

E-mail: kanyaphak@thaifood.org

Administrator

วสุ กริ่งรู้ธรรม E-mail: vasu@thaifood.org ศิริณีย์ ถิ่นประชา E-mail: sirinee@thaifood.org

Accountant

วิมล ดีแท้ E-mail:

24

wimon@thaifood.org

เสนอขอคิ ้ ดเห็น/ขอเสนอแนะ ้ ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………......................................................


AUSTRALIAN CUSTOMS DUMPING NOTICE NO. 2011/45

Food Service and Industrial Pineapple Exported from Thailand Finding in relation to a review of anti-dumping measures Customs Act 1901 – Part XVB The Australian Customs and Border Protection Service (Customs and Border Protection) has completed its review of the anti-dumping measures applying to Food Service and Industrial (FSI) pineapple exported to Australia from Thailand. The review commenced on 4 February 2011. Exports of FSI pineapple by Malee Sampran Public Co are not covered by this review, as the measures currently in place in relation to FSI pineapple do not apply to that company’s exports of the goods. Customs and Border Protection reported its findings and recommendations to the Minister for Home Affairs (the Minister) in International Trade Remedies Report No. 172c (REP 172c). The Minister has considered REP 172c and has accepted Customs and Border Protection’s recommendations. Under s. 269ZDB(1) of the Customs Act 1901 (the Act), the Minister declared, for the purposes of the Act and the Customs Tariff (Anti-Dumping) Act 1975 to the extent that anti-dumping measures concerning the goods involved the publication of a dumping duty notice that, with effect from the date of publication of the s. 269ZDB(1) notice, the dumping duty notice relevant to the measures applicable to FSI pineapple exported from Thailand is to be taken to have effect, as if different variable factors had been fixed, relevant to the determination of duty. Notice of the Minister’s decision was published in The Australian newspaper and the Commonwealth of Australia Gazette on 14th October 2011. The revised measures will apply to those goods exported from Thailand and entered for home consumption from the date of publication of the Minister’s decision on 14th October 2011. The reasons for the recommendations and material findings of fact and law in relation to the review of measures are contained in REP 172c. REP 172c can be obtained from Customs and Border Protection’s internet site at www.customs.gov.au or on request from International Trade Remedies Office Management on telephone (02) 6275 6547 or by fax on (02) 6275 6990. The effective rates of duty imposed on imports of FSI pineapple from Thailand are:


Exporter Kuiburi Fruit Canning Co All Other Exporters

Dumping Duty Rate 2% to 7% 75% to 80%

To preserve confidentiality, details of the revised variable factors will not be published. Bona fide importers of the goods can obtain details of the new rates from the Regional Dumping Liaison Officer in their respective capital city. Enquiries concerning this notice may be directed to the case management team on telephone number (02) 02 6245 5434, facsimile 02 6275 6990 or email tmops1@customs.gov.au.

Justin Wickes A/g National Manager International Trade Remedies Branch CANBERRA ACT 13 October 2011


AUSTRALIAN CUSTOMS DUMPING NOTICE NO. 2011/46 Consumer pineapple Exported from Thailand Finding in relation to a review of anti-dumping measures Customs Act 1901 – Part XVB The Australian Customs and Border Protection Service (Customs and Border Protection) has completed its review of the anti-dumping measures applying to consumer pineapple exported to Australia from Thailand. The review commenced on 4 February 2011. Exports of consumer pineapple by the Thai Pineapple Canning Industry Corp Ltd are not covered by this review, as the measures currently in place in relation to consumer pineapple do not apply to that company’s exports of the goods. Customs and Border Protection reported its findings and recommendations to the Minister for Home Affairs (the Minister) in International Trade Remedies Report No. 172d (REP 172d). The Minister has considered REP 172d and has accepted Customs and Border Protection’s recommendations. Under s. 269ZDB(1) of the Customs Act 1901 (the Act), the Minister declared, for the purposes of the Act and the Customs Tariff (Anti-Dumping) Act 1975 to the extent that anti-dumping measures concerning the goods involved the publication of a dumping duty notice that, with effect from the date of publication of the s. 269ZDB(1) notice, the dumping duty notice relevant to the measures applicable to consumer pineapple exported from Thailand is to be taken to have effect, as if different variable factors had been fixed, relevant to the determination of duty. Notice of the Minister’s decision was published in The Australian newspaper and the Commonwealth of Australia Gazette on 14th October 2011. The revised measures will apply to those goods exported from Thailand and entered for home consumption from the date of publication of the Minister’s decision on 14 October 2011. The reasons for the recommendations and material findings of fact and law in relation to the review of measures are contained in REP 172d. REP 172d can be obtained from Customs and Border Protection’s internet site at www.customs.gov.au or on request from International Trade Remedies Office Management on telephone (02) 6275 6547 or by fax on (02) 6275 6990. The effective rates of duty imposed on imports of consumer pineapple from Thailand are:


Exporter All Exporters (Except Thai Pineapple Canning Industry Co Ltd)

Dumping Duty Rate 56%

To preserve confidentiality, details of the revised variable factors will not be published. Bona fide importers of the goods can obtain details of the new rates from the Regional Dumping Liaison Officer in their respective capital city. Enquiries concerning this notice may be directed to the case management team on telephone number (02) 02 6245 5434, facsimile 02 6275 6990 or email tmops1@customs.gov.au.

Justin Wickes A/g National Manager International Trade Remedies Branch CANBERRA ACT 13 October 2011


AUSTRALIAN CUSTOMS DUMPING NOTICE NO. 2011/47

Food Service and Industrial Pineapple Exported from Thailand Finding in relation to a continuation inquiry Continuation of anti-dumping measures Customs Act 1901 – Part XVB The Australian Customs and Border Protection Service (Customs and Border Protection) has completed its inquiry into whether the expiration of the anti-dumping measures applying to Food Service and Industrial (FSI) pineapple exported to Australia from Thailand would lead, or would be likely to lead to, a continuation of, or a recurrence of, the dumping and the material injury that the measures are intended to prevent. Exports of FSI pineapple by Malee Sampran Public Co are not covered by this inquiry, as the measures currently in place in relation to FSI pineapple do not apply to that company’s exports of the goods Customs and Border Protection reported its findings and recommendations to the Minister for Home Affairs (the Minister) in International Trade Remedies Report No. 171c (REP 171c). The Minister has considered REP 171c and has accepted Customs and Border Protection’s recommendations. The Minister has declared that he has decided to take steps to secure the continuation of anti-dumping measures currently applying to FSI pineapple exported to Australia from Thailand. These measures will continue from 17 October 2011. Notice of the Minister’s decision was published in The Australian newspaper and the Commonwealth of Australia Gazette on 14th October 2011. The reasons for the recommendations and material findings of fact and law in relation to the continuation inquiry are contained in REP 171c. REP 171c can be obtained from Customs and Border Protection’s internet site at www.customs.gov.au or on request from International Trade Remedies Office Management on telephone (02) 6275 6547 or by fax on (02) 6275 6888. Enquiries regarding this notice may be directed to the case officer on telephone (02) 6245 5434, on fax (02) 6275 6990, or email tmops1@customs.gov.au.

Justin Wickes A/g National Manager International Trade Remedies Branch CANBERRA ACT 13 October 2011


AUSTRALIAN CUSTOMS DUMPING NOTICE NO. 2011/48

Consumer Pineapple Exported from Thailand Finding in relation to a continuation inquiry Continuation of anti-dumping measures Customs Act 1901 – Part XVB The Australian Customs and Border Protection Service (Customs and Border Protection) has completed its inquiry into whether the expiration of the anti-dumping measures applying to Consumer Pineapple exported to Australia from Thailand would lead, or would be likely to lead to, a continuation of, or a recurrence of, the dumping and the material injury that the measures are intended to prevent. Exports of consumer pineapple by the Thai Pineapple Canning Industry Corp Ltd are not covered by this inquiry, as the measures currently in place in relation to consumer pineapple do not apply to that company’s exports of the goods. Customs and Border Protection reported its findings and recommendations to the Minister for Home Affairs (the Minister) in International Trade Remedies Report No. 171d (REP 171d). The Minister has considered REP 171d and has accepted Customs and Border Protection’s recommendations. The Minister has declared that he has decided to take steps to secure the continuation of anti-dumping measures currently applying to consumer pineapple exported to Australia from Thailand. These measures will continue from 17 October 2011. Notice of the Minister’s decision was published in The Australian newspaper and the Commonwealth of Australia Gazette on 14th October 2011. The reasons for the recommendations and material findings of fact and law in relation to the continuation inquiry are contained in REP 171d. REP 171d can be obtained from Customs and Border Protection’s internet site at www.customs.gov.au or on request from International Trade Remedies Office Management on telephone (02) 6275 6547 or by fax on (02) 6275 6888. Enquiries regarding this notice may be directed to the case officer on telephone (02) 6245 5434, on fax (02) 6275 6990, or email tmops1@customs.gov.au. Justin Wickes A/g National Manager International Trade Remedies Branch CANBERRA ACT 13 October 2011


AUSTRALIAN CUSTOMS DUMPING NOTICE NO. 2011/49 Consumer Pineapple Exported from Thailand by the Thai Pineapple Canning Industry Corporation Ltd Finding in relation to an investigation into alleged dumping CUSTOMS ACT 1901 – PART XVB The Australian Customs and Border Protection Service (Customs and Border Protection) has completed its investigation into the alleged dumping of consumer pineapple, classified to tariff subheading 2008.20.00, statistical code 26 and 28, in Schedule 3 of the Customs Tariff Act 1995, exported to Australia from Thailand by the Thai Pineapple Canning Industry Corp Ltd (TPC). In International Trade Remedies Report No. 173b (REP 173b) Customs and Border Protection recommended the publication of a dumping duty notice in respect of the goods. REP 173b outlines the investigations carried out by Customs and Border Protection, a statement of the reasons for the recommendations contained in REP 173b, material findings of fact or law on which Customs and Border Protection’s recommendations were based and particulars of the evidence relied on to support the findings. In REP 173b, Customs and Border Protection found that: • consumer pineapple exported from Thailand to Australia by TPC was dumped with margins of 29%; and • the dumped exports caused material injury to the Australian industry producing like goods; and • continued dumping may cause further material injury to the Australian industry. Particulars of the dumping margin established for the exporter and an explanation of the methods used to compare export prices and normal values to establish the dumping margin are set out in the following table:

Exporter

Thai Pineapple Canning Industry Corporation Ltd

Dumping Margin

Method to establish dumping margin

29%

Weighted average export prices were compared with weighted average corresponding normal values over the investigation period in terms of subsection 269TACB(2)(a) of the Customs Act 1901. A weighted average dumping margin for consumer pineapple exported to Australia in the investigation period was then calculated.

The effective rate of duty imposed on imports of consumer pineapple from TPC is 29%. The Minister for Home Affairs (Minister) has accepted Customs and Border Protection’s recommendations in relation to the alleged dumping of the goods exported to Australia from Thailand by TPC contained in REP 173b. Notice of the Minister’s decision was published in the Commonwealth of Australia Gazette and The Australian newspaper on 14 October 2011. Measures apply to goods that are exported to Australia after publication of the Minister’s notice.


To preserve confidentiality, the export price, normal value and non-injurious price will not be published. Bona fide importers of the goods can obtain details of the rates from the Dumping Liaison Officer in their respective capital city. Interested parties may seek a review of this decision by lodging an application with the Trade Measures Review Officer in accordance with the requirements in Division 9 of Part XVB of the Act within 30 days of the publication of the Minister’s notice (i.e by 19 November 2011). The TMRO can be contacted by phone, fax or mail: Trade Measures Review Officer c/- Australian Government Solicitor Level 42 MLC Centre 19 Martin Place Sydney NSW 2000 Phone: (02) 9581 7640 Fax: (02) 9581 7732 REP 173b is available on the internet at www.customs.gov.au. Copies of REP 173b are also available on request from International Trade Remedies Office Management, Customs and Border Protection, by telephone (02) 6275 6547 or fax (02) 6275 6990. Enquiries concerning this notice may be directed to the case manager on telephone number (02) 6245 5434, fax number (02) 6275 6888 or email tmops1@customs.gov.au.

JUSTIN WICKES A/g National Manager International Trade Remedies Branch CANBERRA ACT 14 October 2011


Weekly Brief_1 Nov - 7 Nov 11_Issue 40