Issuu on Google+

โองการมหาเถรตตาแย ( นต นามนตต์มหาเถรตตาแย) โองการมหาเถรตตาแย

_______________________________.

________ คตาวว่า “ตตาแย” ไมว่มมีในภาษาบาลมีนะครรับ คตาวว่าตตาแยมาจากภาษาไทยทมีที่แปลวว่า คนทตาคลอด

เปป็ นหมอทตาคลอด หรรื อสสูตตินารมี แพทยต์ นรันเอง น มหาเถรตตาแยนรับวว่าเปป็ นสสูตตินารมี แพทยต์ทมีที่โดว่งดรังมากในสมรัยพพุทธกาล คตาวว่าตตาแยเพมี นยนมา จากคตาวว่า “อาเตรยะ” อาเตยะดาบทเปป็ นชรืที่อของมหาเถรตตาแย หรรื ออมีกขข้ อสรันนติษฐานหนนงที่ “ตตาราแย” คตาวว่า แย คตานมี นเปป็ นภาษาทมติฬ เปป็ นคตาสรรเสรติ ญใชข้ นตาหนข้ าคตาสวดบสูชาเทพ เชว่น แยนาราย แยศรมี หรติ มมีลกรั ษณะแบบ “โอม” ดรังนรันตว่ น อมาจนงเพมี นยนไปเปป็ น “ตตาแย” ใน สพุวรรณภสูมติครือผสูข้ประกอบวติชาชมีพในการทตาคลอดแผนโบราณ ________ มหาเถรตตาแย ทว่านอาเตรยะ ไดข้ รรับสมญานามวว่า ฤทธติธยาธรดาบส แปลวว่านรักบวชผสูข้มมีฤทธติธ เปป็ นฤาษมี ทมีที่เปป็ นอาจารยต์หมอ ของ บรมครสูหมอชมีวกโกมารภรัจจต์ ( มหาเถรตตาแยเปป็ นอาจารยต์ของปรมจารยต์นะครรับ) มาดสูศติษยต์อาจารยต์เขาคพุยกรันบข้ างนะครรับ ________ เหตพุการณต์วนรั นรันครื น อ อาเตรยะดาบสตข้ องการทพุกสอบความรสูข้ดข้านสมพุนไพรของลสูกศติษยต์ “ใหข้ ไปหาพมีชวรัตถพุทมีที่ไมว่สามารถนตามา

ทตายาไดข้ ” และขสูว่วว่าถข้ าไมว่มมีจะไมว่สอนวติชาใหข้ อมีกตว่อไป

________ เวลาใกลข้ คตที่า ศติษยต์ทงหลายกลรั รั น บมาพรข้ อมกรับวรัตถพุปรพุงยา เหลรือแตว่หมอชมีวกโกมารภรัจจต์เดตินมาอยว่างเศรข้ าสรข้ อยพรข้ อมบอกอา

เตรยะดาบสวว่า “ทว่านอาจารยต์ศติษยต์นนดข้ รั น อยสตติปรัญญานรัก มติอาจหาพรืชวรัตถพุทมีที่ทว่านอาจารยต์ตข้องการนรันน มาใหข้ อาจารยต์ไดข้ ศติษยต์ไดข้ พยายาม อยว่างเตป็มกตาลรังความสามารถของศติษยต์แลข้ วขอใหข้ อาจารยต์เมตตาตว่อศติษยต์ดข้วย” ทว่านอาเตรยะยติ นมแลข้ วกลว่าวกรับทว่านอาจารยต์โกมารภรัจวว่า

“ โกมารภรัจอาจารยต์ไดข้ ถว่ายทอดความรสูข้ทมีที่อาจารยต์มมีใหข้ เจข้ าจนหมดสติ นนแลข้ วอรันใดในโลกนมี นลข้ วนมมีประโยชนต์จะหาสติที่งใดทมีที่มติอาจจะนตามาปรพุงเปป็ น

โอสถ มติไดข้ นนไมว่ รั น มมีเลยลข้ วนเปป็ นทติพยต์โอสถทรังสติ น นนไปเถอะโกมารภรัจจงนตาความรสูข้ทมีที่มมีไปทตาประโยชนต์ ใหข้ เกติดขน นนแกว่มวลมนพุษยต์และเหลว่าสรัตวต์ รว่ วมโลกทรังหลายเถติ น ด” ________ อาเตรยะดาบสไดข้ ประกาศไหข้ ทว่านหมอชมีวกโกมารภรัจสตาเรป็ จวติชาแพทยต์ ณ วรันนรันเองการแพทยต์ น ณ สตานรักตรักศติลาจะมมีอาจารยต์ผข้ สสู อนและเปป็ นแพทยต์ใหข้ การรรักษาดข้ วยกรันมมีแปดทว่าน โดยมมีอาเตรยะเปป็ นเจข้ าสตานรัก และเปป็ นหมอใหญว่และยรังมมี ทว่านฤๅษมี หารติ ต ทว่านอรัตนติเวศ ทว่านกาศยป อาจารยต์เภค อาจารยต์จรกะ อาจารยต์วาคภรัฏ อาจารยต์สศพุ รพุต ซนงที่ สพุศรพุตเปป็ นคนบรันทนกการรรักษา คนไขข้ ตว่างๆไวข้ เหมรือนทตาหนข้ าทมีที่เปป็ น OPD ในปรั จจพุบนรั นมี น ________ รสูข้สกน วว่าจะยาวไปลว่ะ อธติบายงว่าย “มหาเถรตตาแย ครือ อาเตรยะดาบส เจข้ าสตานรักตรักศติลา เปป็ นสสูตตินารมี แพทยต์ผข้ โสู ดว่งดรัง ไดข้ รรับ

สมญานามวว่า ฤทธติธยาธรดาบส แปลวว่านรักบวชผสูข้มมีฤทธติธ อาเตรยะดาบสเปป็ นอาจารยต์แพทยต์ของบรมครสูหมอชมีวกโกมารภรัจจต์ ”

_______________________________.

________ เนรืที่องจากอาเตรยะดาบสไดข้ รรับสมญานามวว่า “ฤทธติธยาธรดาบส” ดรังนรันดข้ น านวติชาอาคมจนงกลข้ าแกรว่ งสมฉายา และมมีโองการ

หนนงที่ เปป็ นมนตต์ทมีที่ทว่านมหาเถรตตาแยใชข้ ปรพุงนต นามนตต์ เรมี ยกมนตต์บทนมี นวว่า โองการมหาเถรตตาแย หรรื อโองการพระมหาเถรตตาแย ใชข้ ปรพุงนต นามนตต์ แกข้ คณ พุ ไสยต์คณ พุ คน แกข้ โรคภรัยไขข้ เจป็บ ________ ดข้ วยวว่าโองการมหาเถรตตาแยเปป็ นมนตต์ทมีที่มมีครสู ดรังนรันจน น งตข้ องบสูชาครสูกว่อนมติใหข้ เปป็ นการผติดคตาครสู หลบหลสูว่ครสูบาอาจารยต์

ปข้องกรันมติใหข้ เปป็ นภรัยรข้ ายแกว่ตนเสมียกว่อน มนตต์จะไดข้ ทรงพลรังและขลรังในฤทธต์คาถา


คตาบสูชาครสู

นะโม ตรัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สรัมมาสรัมพพุทธรัสสะ นะโม ตรัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สรัมมาสรัมพพุทธรัสสะ นะโม ตรัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สรัมมาสรัมพพุทธรัสสะ

๏ พพุทธะบสูชามะหาเตชะวรัณโต ธรัมมะบสูชามะหาปรั ญโญ สรังฆะบสูชามะหาโภคะวาโห ตติกะโรนาถรัง อภติปชสู ะยามติ ๏ พพุทธรังทาพะสะ ธรัมมรังทาพะสะ สรังฆรังทาพะสะ วรันทติตตะวา อาจารติ ยะปาทรัง อรันตะรายะ วตินสรั สรันตติ สติทธติพพุทธา สติทธติธรัมมา สติทธติสงรั ฆา สติทธติเตชา ไชยยะสติทธติธ พพุทธะคพุณนรัง ธรัมมะคพุณนรัง สรังฆะคพุณนรัง มาตาปติ ตา ครสูอาจารติ ยงรั อาจารติ ยะเทวะสรัพพะคพุณนะ โสตถมี ภะวรันตพุเม ๏ โอม นะโม ชมีวะโก สติระสา อะหรัง กรพุณติโก สรัพพะสรัตตานรัง โอสะถะ ทติพพะมรันตรังประภาโส สพุรติยา จรันทรัง โกมารภรัจโจ ปะกาเสสติ วรันทามติ ปรั ณฑติโต สพุเมธะโส อะโรคา สพุมะนา โหมติ ๚๛

คตาถวายอาราธนาพระอาจารยต์เจข้ า ๏ ขข้ าพเจข้ าขออาราธนาพระอาจารยต์เจข้ า อรันมมีทว่านมเถรตตาแยจงมาเปป็ นประธาน พรข้ อมดข้ วยพระอาจารยต์ฤทธติยาธร พระอาจารฤๅษมี อามร สติทธติดาบส พระฤๅษมี นารต พระฤๅษมี สชรั นาลรัยพระฤๅษมี ตาวรัว พระฤๅษมี ตาไฟ พระฤๅษมี กศรั ยะปะ พระฤๅษมี สติงขะ พระฤๅษมี ประลรัยโกฏติพระ อาจารยต์โรคามฤตตินทรต์ พระอาจารยต์ชมีวกโกมารภรัจจต์ อาจารยต์( กลว่าวชรืที่ออาจารยต์ของตน……) และอาจารยต์แพทยต์ศาสตรต์ ทกพุ สาขา ขอ อาราธนามารรับเครรืที่ องสรังเวยกระยาบวช อรันมมีเครรืที่ องหอมจพุลจรันทนต์ บายศรมี ภรัตตะพลมี พฤกษะพลาหาร ขอนข้ อมถวายอาจารยต์ทกพุ ทติศา ซนงที่ ประสติทธติธเวชศาสตรต์ วติทยา ขข้ าพเจข้ าจตานงเจตนา จะสรักการบสูชาเปป็ นประจตาทพุกปมี อรันเปป็ นคารวะเวชพติธมีตามประเพณมีของไทยแตว่โบราณกาล ๚๛

_______________________________.


โองการพระมหาเถรตตาแย

๏ โอม สติทธติสวรัสดมี เวยยทาวนาดข้ วยอาชญา พระมหาเถรตตาแย สติทธติเรรื องแทข้ เทอะ จนงจะใหข้ กสูแกข้ สติทธติกน ทาพยนสติทธตินานา กสูจะแกข้ ทงโค รั น มหติงสา สะสมทรังหลาย น กสูจนงจะแกข้ ทงสพุ รั น กร แลวานร แลเวทยา กสูจงน จะแกข้ ทงยรั รั น กษา แลเสรือสมี กสูจนงจะแกข้ ทงนนทรมี รั น มรือถรือกรมี ตะบองเลป็ก กสูจงน จะแกข้ ทงปสู รั น นเพชร แลหตินแลง ตะรางทองแดง กสูจงน จะแกข้ ทงกงจรั รั น กร รสูปยรักษต์ อนรั นานา กสูจนงจะแกข้ ทงรั เวทยาอรันเขาทตา กสูจงน จะแกข้ ทงยาขต รั น าแลยาประสม กสูจนงจะแกข้ ทงลสู รั น กลมแพรมมะโหด กสูจนงจะแกข้ ทงดอกไมข้ รั น โสดถข้ วนถนงพรัน กสูจนงจะแกข้ ทงเลขยรั รั น นตต์อนรั ตข้ องแพนงชข้ างแทงเพนมียด กสูจะกรันทรังเสนมี น ยดแลจรังไร กสูจนงจะแกข้ ทงตข้ รั น นไมข้ ใหญว่อนรั ลาก ๒ ดข้ วยเดชเดชะพระมหาเถรตตาแย เทรือจงจะใหข้ กสูแกข้ ทงผมี รั น ปว่าแลผมีพราย ผมีตข้นไมข้ ใหญว่ ยาไขข้ แขป็งขรัด พระราชโองการกสูประกรับดข้ วยคพุณพว่นคพุนขว่ม มหาคพุณคลรังที่ แกว่เจข้ าวรังแกว่โกสา กสูจะประกรับดข้ วยวาจาถข้ วนทพุกตน ดข้ วยเดชะเดชพระมนตต์ พระบรมมหาบพติตรใหข้ ประสติทธติแกว่กๆสู จนงจะระเบติดโขลนทวารบานประตสูตรพุ พุขแพุ รง


กสูจงน จะระเบติดคมีรมีแลเถรืที่อนถต นา กสูจนงจะระเบติด���สูปธนสูแลไมข้ รรังอาถรรพต์ โอม สวาง มหาสวาง สติทธติสวาโหน โอม นโมพพุทธะ ล เสยยะทติทงรั หพุลหพุ ลพุ พุ สะวาโหม ครัดอะมพุมหติโอกาเสตติถาหติ ฯ โองการพระมหาเถรตตาแย ฯ

๏ อติตติปติโสภควา อรหตสมมฺมาสมมฺพทพุ มฺโธ วติชาจรณสมมฺปนมฺโน สพุคมฺคโตโลกวติทสู อนพุตมฺตโรปพุรติสธมมฺม สารถติสตมฺถา เทวมนพุสมฺสานต พพุทมฺโธภควาตติ ๏ สมฺวากมฺขาโต ภควตาธมมฺโม สนมฺทติทมฺธติโก อกาลติโก เอหติปสมฺสติโก โอปนมฺนยติโกปจมฺจตมฺตต เวทติตพมฺโพวติญมฺญหสู มีตติ สพุปตติปนมฺโนภควโตสาวกสตโฆ อพุชปพุ ฏติปนมฺโนภควโตสาวกสตโฆ ญายปฏติปนมฺโนภควโตสาวกสตโฆ สามมีจติปฏติปนมฺโนภควโตสาวกสตโฆ ยทติทตจตมฺตารติ ปพุรติสยพุคมฺคานติ อฏฐปพุรติสปพุคมฺคลา เอสภควเตาสาวกสตเฆา อาหพุเนยมฺเยา ทาหพุเนยมฺเยา ทกมฺขติเนยมฺเยา อญมฺชลติกรณติเยา อนพุตมฺตรต ปพุญมฺญกมฺเขตมฺตต เลากสมฺสาตติ๚๛ ๏ อตมฺถติอติมสมฺมกน าเย เกสา โลมา นขา ทนมฺต ตโจ มตสต นหารสู อฏมฺฐติ อฏมฺฐติ มติญมฺชต รกมฺกต หทยต ยกมฺกนต กติโลมมกต ปติ หกต ปพมฺพาสต อนมฺตต อนมฺตตคณ พุ ต อพุทมฺทรติ ยตกรติ สต ปติ ตมฺตต เสมมฺหต ปพุพมฺโพโลหติตมฺตต เสโทเมโท อสมฺสรพุ สมฺสาเขเฬ สติงมฺฆานติกาลสมฺสติกามตมฺตต มตมฺถเกมตมฺถ ลพุงมฺฆนมฺตติ๚๛


จบโองการมหาเถรตตาแย


โองการมหาเถรตำแย (น้ำมนต์มหาเถรตำแย)