Page 1

กฎหมายที่เกี่ยวของกับคอมพิวเตอร

ลิขสิทธิ์ซอฟตแวรและกฎหมายลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์คืออะไร : ลิขสิทธิ์ เปนทรัพยสินทางปญญาอยางหนึ่ง ที่กฎหมายใหความ คุมครองโดยใหเจาของลิขสิทธิ์ถือสิทธิแตเพียงผูเดียวที่จะกระทําการใดๆ เกี่ยวกับงาน สรางสรรคที่ตนไดกระทําขึ้น


งานอันมีลิขสิทธิ์ : งานสรางสรรคที่จะไดรับความคุมครองตามพระราชบัญญัติลิชสิทธิ์ ตองเปนงานในสาขา วรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร สิ่งบันทึกเสียง งานแพรเสียงแพราภาพ รวมถึงงานอื่นๆ ในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร หรือแผนกศิลปะ งานเหลานี้ถือเปนผลงานที่เกิดจากการใชสติปญญา ความรูความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะ ในการสรางสรรคงานใหเกิดขึ้น ซึ่งถือ เปนทรัพยสินทางปญญาประเภทหนึ่งที่มีคุณคาทางเศรษฐกิจ การไดมาซึ่งลิขสิทธิ์ : สิทธิในลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันที นับแตผูสรางสรรคไดสรางสรรค ผลงานออกมาโดยไมตองจดทะเบียน หรือผานพิธีการใดๆ การคุมครองลิขสิทธิ์ : ผูเปนเจาของลิขสิทธิ์มีสิทธิแตเพียงผูเดียว ในการใช ประโยชนจากผลงานสรางสรรคของตน ในการทําซ้ํา ดัดแปลง หรือเผยแพรตอ สาธารณชน รวมทั้งสิทธิในการใหเชา โดยทั่วไปอายุการคุมครองสิทธิจะมีผลเกิดขึ้นทันที ที่มีการสรางสรรคผลงาน โดยความคุมครองนี้จะมีตลอดอายุของผูสรางสรรคและ คุมครองตอไปนี้อีก 50 ปนับแตผูสรางสรรคเสียชีวิต ประโยชนตอผูบริโภค : การคุมครองและพิทักษสิทธิในผลงานลิขสิทธิ์ มีผลใหเกิด แรงจูงใจแกผูสรางสรรคผลงานที่จะสรางสรรคผลงานที่มีคุณคา ทางวรรณกรรมและ ศิลปกรรมออกสูตลาดสงผลใหผูบริโภคไดรับความรู ความบันเทิง และไดใชผลงานที่มี คุณภาพ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ กฎหมายลิขสิทธิ์มีวัตถุประสงคใหความคุมครอง ปองกันผลประโยชนทั้งทาง เศรษฐกิจและทางศีลธรรม ซึ่งบุคคลพึงไดรับจากผลงานสรางสรรคอันเกิดจากความนึก คิด และสติปญญาของตน นอกจากนี้ยังมุงที่จะสนับสนุนสงเสริมใหเกิดการสรางสรรค ผลงาน กลาวคือ เมื่อผูสรางสรรคไดรับผลตอบแทนจากหยาดเหงื่อแรงกายและ สติปญญา ของตน ก็ยอมจะเกิดกําลังใจที่จะคิดคนสรางสรรคและเผยแพรผลงานให แพรหลายออกไปมากขิ่งขึ้นอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาประเทศชาติทั้งดาน


เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี การกระตุนใหเกิดการพัฒนาสติปญญาของคนในชาติ เปนปจจัยสําคัญที่สุดที่จะนําไปสูการพัฒนาที่ยั่งยืนตอไปในอนาคต ประเทศไทยได ประกาศใชพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เพื่อใชบังคับแทน พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 โดยมีผลบังคับใชวันที่ 21 มีนาคม 2538 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ใหความ คุมครองตอโปรแกรมคอมพิวเตอร โดยจัดใหเปนผลงานทางวรรณการประเภทหนึ่ง งาน ที่ไดจัดทําขึ้นกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ และเปนงานที่ไดรับความคุมครอง ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ จะไดรับความคุมครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ แมวาประเทศไทยจะมีกฎหมายคุมครองลิขสิทธิ์มาเปนระยะเวลานานแลว แตความ เขาใจของประชาชนโดยทั่วไปในเรื่องลิขสิทธิ์ยังไมชัดเจน ความตระหนัก รูถึง ความสําคัญขงการคุมครองลิขสิทธิ์ และทัศนคติที่ถูกตองเกี่ยวกับการคุมครองทรัพยสิน ทางปญญาที่ยั่งยืนกวาการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเปนการแกปญหาที่ปลาย เหตุ


การละเมิดลิขสิทธิ์ การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง : คือ การทําซ้ํา ดัดแปลง เผยแพรโปรแกรมคอมพิวเตอรแก สาธารณชน รวมทั้งการนําตนฉบับหรือสําเนางานดังกลาวออกใหเชา โดยไมไดรับ อนุญาตจากเจาของลิขสิทธิ์ การละเมิดลิขสิทธิ์โดยออม : คือ การกระทําทางการคา หรือการกระทําที่มีสวน สนับสนุนใหเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกลาวขางตนโดยผูกระทํารูอยูแลว วางานใดไดทํา ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผูอื่น แตก็ยังกระทําเพื่อหากําไรจากงานนั้น ไดแก การขาย มี ไวเพื่อขาย ใหเชา เสนอใหเชา ใหเชาซื้อ เสนอใหเชาซื้อ เผยแพรตอสาธารณชน แจกจายในลักษณะที่อาจกอใหเกิดความเสียหายตอเจาของลิขสิทธิ์และนําหรือสั่งเขามา ในราชอาณาจักร บทกําหนดโทษ การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง : มีโทษปรับตั้งแต 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หากเปน การกระทําเพื่อการคา มีโทษจําคุกตั้งแต 6 เดือน ถึง 4 ป หรือปรับตั้งแต 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับการละเมิดลิขสิทธิ์โดยออม : มีโทษปรับตั้งแต 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท หากเปนการกระทําเพื่อการคา มีโทษจําคุกตั้งแต 3 เดือน ถึง 2 ป หรือปรับตั้งแต 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ผูใด กระทําความผิดตองระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับนี้ เมื่อพนโทษแลวยังไม ครบกําหนดหาปกระทําความผิดตอพระราชบัญญัตินี้อีก จะตองระวางโทษเปนสองเทา ของโทษที่กําหนดไวสําหรับความผิดนั้น กรณีที่นิติบุคคลกระทําความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ ใหถือวากรรมการหรือผูจัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเปนผูรวม กระทําความผิดกับนิติบุคคลนั้น เวนแตจะพิสูจนไดวามิไดรูเห็นหรือยินยอมดวยคาปรับ ที่ไดมีการชําระตามคําพิพากษานั้น ครึ่งหนึ่งจะตกเปนของเจาของลิขสิทธิ์อยา งไรก็ดีการ ไดรับคาปรับดังกลาวไมกระทบตอสิทธิของเจาของลิขสิทธิ์ ที่จะฟองเรียกคาเสียหาย ในทางแพงสําหรับสวนที่เกินจํานวนเงินคาปรับที่เจาของลิขสิทธิ์ไดรับไวแลวนั้น


ทราบไดอยางไรวาซอฟตแวรที่ใชมีลิขสิทธิ์ถูกตองหรือไม เมื่อทานซื้อซอฟตแวรมาใชงาน ทานควรไดรับใบอนุญาตการใชงานซึ่งระบุสิทธิที่ เจาของลิขสิทธิ์อนุญาตใหทานใชงานซอฟตแวรเหลานี้ได รวมทั้งระบุขอบขายของการใช งานอีกดวย เชน ซอฟตแวรบางประเภทอาจอนุญาตใหทานใชงานสําเนาที่สองสําหรับ การทํางานที่บานไดทานควรอานเอกสาร เหลานี้ใหละเอียดเพื่อประโยชนของทานเอง และเก็บเอกสารเหลานี้ไวเปนหลักฐานในการมีลิขสิทธิ์ที่ถูกตองเสมอ ขอสังเกตของซอฟตแวรละเมิดลิขสิทธิ์ ซอฟตแวรราคาถูกจนไมนาเชื่อโปรแกรมนั้นอยูในแผน CD-ROM ที่บรรจุซอฟตแวร หลายชนิดซึ่งมักเปนผลงานจากผูผลิตซอฟตแวรหลายบริษัทซอฟตแวรจําหนายโดย บรรจุในกลองพลาสติกใสโดยไมมีกลองบรรจุภัณฑไมมีเอกสารอนุญาตการใชงาน หรือ คูมือการใชงาน


กฎหมายบังคับใช : พระราชบัญญัติวาดวยการกระทําผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร พ.ศ. 2550 ความเปนมา หลักการและเหตุผล คณะรัฐมนตรีไดเสนอรางพระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอรพ.ศ.... ตอสภานิติบัญญัติแหงชาติในการประชุมครั้งที่ 6/2549 เมื่อวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2549 โดยมี หลักการคือ “ใหมีกฎหมายวาดวยการกระทําความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร” เหตุผล “เนื่องจากในปจจุบันระบบคอมพิวเตอรไดเปนสวนสําคัญของการประกอบ กิจการและการดํารงชีวิตของมนุษย หากมีผูกระทําดวยประการใด ๆ ใหระบบ คอมพิวเตอรไมสามารถทํางานตามคําสั่งที่กําหนดไวหรือทําใหการทํางานผิดพลาดไป จากคําสั่งที่กําหนดไวหรือวิธีการใด ๆ เขาลวงรูขอมูล แกไข หรือทําลายขอมูลของบุคคล อื่นในระบบคอมพิวเตอรโดยมิชอบ หรือใชระบบคอมพิวเตอรเพื่อเผยแพร ขอมูลคอมพิวเตอรอันเปนเท็จหรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ยอมกอใหเกิดความ เสียหาย กระทบกระเทือนตอเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบ สุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกําหนดมาตรการเพื่อปองกันและปราบปราม การกระทําดังกลาว จึงจําเปนตองตามพระราชบัญญัตินี้” ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติไดลงมติรับหลักการรางพระราชบัญญัติดังกลาว ไวพิจารณา และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งประกอบดวยสมาชิกสภานิติ บัญญัติแหงชาติและผูทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับวิชาการคอมพิวเตอรและกฎหมายเพื่อ พิจารณา คณะกรรมาธิการไดประชุมพิจารณารวมทั้งสิ้น 27 ครั้ง และไดเสนอตอสภา


นิติบัญญัติเพื่อพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2550 และได มีมติใหผานรางพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อใหมีผลบังคับใชเปนกฎหมายตอไป ซึ่งตอมาได มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเลม 128 ตอน 27 ก. ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2550 และมีผลบังคับใชตั้งแต วันที่ 19 กรกฎาคม 2550 ฐานความผิดและบทลงโทษสําหรับการกระทําโดยมิชอบ มาตรา ๕ การเขาถึงระบบคอมพิวเตอร มาตรา ๖

การลวงรูมาตรการปองกันการเขาถึง

มาตรา ๗

การเขาถึงขอมูลคอมพิวเตอร

มาตรา ๘ การดักขอมูลคอมพิวเตอรโดยมิชอบ มาตรา ๙ การรบกวนขอมูลคอมพิวเตอร มาตรา ๑๐ การรบกวนระบบคอมพิวเตอร มาตรา ๑๑ สแปมเมล ( Spam Mail) มาตรา ๑๒ การกระทําความผิดตอความมั่นคง มาตรา ๑๓ การจําหนาย/เผยแพรชุดคําสั่งเพื่อใชกระทําความผิด มาตรา ๑๔ การปลอมแปลงขอมูลคอมพิวเตอร/เผยแพรเนื้อหาอันไมเหมาะสม มาตรา ๑๕ ความรับผิดของผูใหบริการ มาตรา ๑๖ การเผยแพรภาพจากการตัดตอ/ดัดแปลง


รวม ๑๒ มาตรา โดยเพิ่มเติม ๑ มาตรา คือ มาตรา ๑๑ อันเกี่ยวเนื่องกับความผิด ตามมาตรา ๑๐ การเขาถึงระบบคอมพิวเตอรโดยมิชอบ มาตรา ๕ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึง โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือ ปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ การเปดเผยมาตรการปองกันการเขาถึง มาตรา ๖ ผูใดลวงรูมาตรการปองกันการเขาถึงระบบคอมพิวเตอรที่ผูอื่นจัดทําขึ้นเปน การเฉพาะ ถานํามาตรการดังกลาวไปเปดเผยโดยมิชอบในประการที่นาจะเกิดความ เสียหายแกผูอื่น ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ การเขาถึงขอมูลคอมพิวเตอรโดยมิชอบ มาตรา ๗ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึง โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือ ปรับไมเกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ การพิจารณาฐานความผิด - การกระทําซึ่งเปนความผิดตามมาตรา 7 อาจตองมีการกระทําความผิดตาม มาตรา 5 เสียกอน


การดักขอมูลคอมพิวเตอรโดยมิชอบ มาตรา ๘ ผูใดกระทําดวยประการใดโดยมิชอบดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสเพื่อดักรับ ไวซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรของผูอื่นที่อยูระหวางการสงในระบบคอมพิวเตอร และ ขอมูลคอมพิวเตอรนั้นมิไดมีไวเพื่อประโยชนสาธารณะหรือเพื่อใหบุคคลทั่วไปใช ประโยชนได ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามปหรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้ง ปรับ การรบกวนขอมูลคอมพิวเตอร มาตรา ๙ ผูใดทําใหเสียหาย ทําลาย แกไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไมวาทั้งหมดหรือ บางสวน ซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรของผูอื่นโดยมิชอบ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือ ปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ การรบกวนระบบคอมพิวเตอร “มาตรา ๑๐ ผูใดกระทําดวยประการใดโดยมิชอบ เพื่อใหการทํางานของระบบ คอมพิวเตอรของผูอื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไมสามารถทํางาน ตามปกติได ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้ง ปรับ เหตุผล การกําหนดฐานความผิดคํานึงถึงการกอใหเกิดการปฏิเสธการใหบริการ (Denial of Service) เปนสําคัญ


สแปมเมล (Spam Mail) มาตรา ๑๑ ผูใดสงขอมูลคอมพิวเตอรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกสแกบุคคลอื่นโดย ปกปดหรือปลอมแปลงแหลงที่มาของการสงขอมูลดังกลาว อันเปนการรบกวนการใช ระบบคอมพิวเตอรของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท การกระทําซึ่งกอใหเกิดผลกระทบตอความมั่นคง มาตรา ๑๒ ถาการกระทําความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ (๑) กอใหเกิดความเสียหายแกประชาชน ไมวาความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้น ในทันทีหรือในภายหลังและไมวาจะเกิดขึ้นพรอมกันหรือไม ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน สิบป และปรับไมเกินสองแสนบาท (๒) เปนการกระทําโดยประการที่นาจะเกิดความเสียหายตอขอมูลคอมพิวเตอร หรือระบบคอมพิวเตอรที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความ ปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ หรือเปนการกระทําตอขอมูลคอมพิวเตอรหรือระบบคอมพิวเตอรที่มีไวเพื่อประโยชน สาธารณะ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสามปถึงสิบหาป และปรับตั้งแตหกหมื่นบาทถึง สามแสนบาท ถาการกระทําความผิดตาม (๒) เปนเหตุใหผูอื่นถึงแกความตาย ตองระวางโทษ จําคุกตั้งแตสิบปถึงยี่สิบป เหตุผล กําหนดโทษหนักขึ้นตามความเสียหายที่เกิดขึ้น


การใชอุปกรณ/ชุดคําสั่งในทางมิชอบ มาตรา ๑๓ ผูใดจําหนายหรือเผยแพรชุดคําสั่งที่จัดทําขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนําไปใชเปน เครื่องมือในการกระทําความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินสองหมื่น บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ เหตุผล จํากัดเฉพาะกรณีโปรแกรมคอมพิวเตอรเทานั้น ซึ่งแตเดิมรวมถึงฮารดแวร (อุปกรณ) ดวย การนําเขา/เผยแพรเนื้อหาอันไมเหมาะสม มาตรา ๑๔ ผูใดกระทําความผิดที่ระบุไวดังตอไปนี้ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (๑) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรปลอมไมวาทั้งหมด หรือบางสวน หรือขอมูลคอมพิวเตอรอันเปนเท็จ โดยประการที่นาจะเกิดความเสียหาย แกผูอื่นหรือประชาชน (๒) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรอันเปนเท็จ โดย ประการที่นาจะเกิดความเสียหายตอความมั่นคงของประเทศหรือกอใหเกิดความตื่น ตระหนกแกประชาชน (๓) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรใด ๆ อันเปนความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงแหงราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการกอการรายตามประมวล กฎหมายอาญา


(๔) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรใด ๆ ที่มีลักษณะอัน ลามก และขอมูลคอมพิวเตอรนั้นประชาชนทั่วไปอาจเขาถึงได (๕) เผยแพรหรือสงตอซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรโดยรูอยูแลววาเปน ขอมูลคอมพิวเตอรตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) “ผูใหบริการ” หมายความวา (๑) ผูใหบริการแกบุคคลอื่นในการเขาสูอินเทอรเน็ต หรือใหสามารถติดตอถึงกัน โดยประการอื่น โดยผานทางระบบคอมพิวเตอร ทั้งนี้ ไมวาจะเปนการใหบริการในนาม ของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชนของบุคคลอื่น (๒) ผูใหบริการเก็บรักษาขอมูลคอมพิวเตอรเพื่อประโยชนของบุคคลอื่น การกําหนดบทลงโทษผูใหบริการ มาตรา ๑๕ ผูใหบริการผูใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมใหมีการกระทําความผิดตาม มาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอรที่อยูในความควบคุมของตน ตองระวางโทษ เชนเดียวกับผูกระทําความผิดตามมาตรา ๑๔ เหตุผล ผูใหบริการในที่นี้มุงประสงคถึงเจาของเว็บไซตซึ่งมีการพิจารณาวาควรตองมี หนาที่ลบเนื้อหาอันไมเหมาะสมดวย การเผยแพรภาพซึ่งตัดตอในลักษณะหมิ่นประมาท มาตรา ๑๖ ผูใดนําเขาสูระบบคอมพิวเตอรที่ประชาชนทั่วไปอาจเขาถึงไดซึ่ง ขอมูลคอมพิวเตอรที่ปรากฏเปนภาพของผูอื่น และภาพนั้นเปนภาพที่เกิดจากการสราง ขึ้น ตัดตอ เติมหรือดัดแปลงดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดย


ประการที่นาจะทําใหผูอื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือไดรับความอับอาย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ถาการกระทําตามวรรค

หนึ่ง เปนการนําเขาขอมูลคอมพิวเตอรโดยสุจริต

ผูกระทําไมมีความผิดความผิดตามวรรคหนึ่งเปนความผิดอันยอมความได ถาผูเสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียกอนรองทุกข

ใหบิดา มารดา คู

สมรส หรือบุตรของผูเสียหายรองทุกขได และใหถือวาเปนผูเสียหาย บทกําหนดโทษ ฐานความผิด

โทษจําคุก

โทษปรับ

ไมเกิน ๖ เดือน

ไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท

ไมเกิน ๑ ป

ไมเกิน ๒๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ๗ เขาถึงขอมูลคอมพิวเตอร ไมเกิน ๒ ป

ไมเกิน ๔๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ๕ เขาถึงคอมพิวเตอรโดยมิ ชอบ มาตรา ๖ ลวงรูมาตรการปองกัน โดยมิชอบ

มาตรา ๘ การดักขอมูลคอมพิวเตอร ไมเกิน ๓ ป มาตรา ๙ การรบกวน

ไมเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท

ไมเกิน ๕ ป

ไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

ไมเกิน ๕ ป

ไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

ไมมี

ไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

ขอมูลคอมพิวเตอร มาตรา ๑๐ การรบกวนระบบ คอมพิวเตอร


มาตรา ๑๑ สแปมเมล มาตรา ๑๒ การกระทําตอความมั่นคง ไมเกิน ๑๐ ป

+ ไมเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

(๑) กอความเสียหายแก

๓ ป ถึง ๑๕ ป

ขอมูลคอมพิวเตอร

๑๐ ป ถึง ๒๐ ป ๖๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) กระทบตอความมั่นคงปลอดภัย

ไมมี

ของประเทศ/เศรษฐกิจวรรคทาย เปน เหตุใหผูอื่นถึงแกชีวิต มาตรา ๑๓ การจําหนาย/เผยแพร

ไมเกิน ๑ ป

ไมเกิน ๒๐,๐๐๐ บาท

ชุดคําสั่ง มาตรา ๑๔ การเผยแพรเนื้อหาอันไม ไมเกิน ๕ ป

ไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

เหมาะสม มาตรา ๑๕ ความรับผิดของ ISP

ไมเกิน ๕ ป

ไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ๑๖ การตัดตอภาพผูอื่น ถา ไมเกิน ๓ ป สุจริต ไมมีความผิด

ไมเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท


chapter 15 basic network  

Law in computer