Issuu on Google+

เทคโนโลยีเศรษฐกิจทฤษฏีใหม่ ในอนาคต

จัดทาโดย 1. นายศุภชั ย 2. นายภาณุพงษ์ 3. นายธราดล 4. นายอนรรฆวี 5. นายศราวุฒิ

กลิน่ วล ท่ านกเอีย้ ง ช่ วงสุ วรรณ วัชระโชติพนั ธ์ นาสิ งห์ ขันธ์

ชั้น ม.6/ 3 ชั้ น ม.6/ 3 ชั้ น ม.6/ 3 ชั้น ม.6/ 3 ชั้ น ม.6/ 3

เลขที่ 2 เลขที่ 9 เลขที่ 25 เลขที่ 31 เลขที่ 32

รหัสประจาตัว รหัสประจาตัว รหัสประจาตัว รหัสประจาตัว รหัสประจาตัว

27094 31378 38705 39057 39242

เสนอ คุณครู วรี ะพจน์ รัตนรัตน์

รายงานนี้เป็ นส่ วนหนึ่งของวิชา

วิชาการออกแบบและเทคโนโลยี 6 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6/3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนดรุณาราชบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2559


บทคัดย่ อ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ ส่ งผลต่ อประชาชนในประเทศ จึงต้ องมีการนาหลักเศรษฐกิจทฤษฏีใหม่ มาปรับปรุ งและพัฒนา และนามาใช้ ในชีวติ ประจาวัน ของชาวนา เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นปรัชญาชี้ถึงแนวการดารงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงการประหยัดค่ าใช้ จ่าย การประกอบอาชีพสุ จริตและการ อยู่แบบพอเพียง


กิตติกรรมประกาศ

โครงงานนีส ้ าเร็จลุลว ่ งไปได้ดว ้ ยความช่วยเหลืออย่างดียงิ่ ของ อาจารย์วฑ ิ รู ย์ อยูย ่ น ื อาจารย์ ทีป ่ รึกษาโครงงาน ทีไ ่ ด้ให้คาแนะนา และข้อคิดเห็นต่างๆมาโดยตลอด และ ขอขอบคุณ และ ขอบใจ ครอบครัวและเพือ ่ นๆของผูจ ้ ด ั ทาโครงงาน ทีค ่ อยให้กาลังใจ และถามไถ่ความเป็นไป ของโครงงานอยูเ่ สมอ ทาให้ผจ ู้ ด ั ทาโครงงานมีกาลังใจทีจ ่ ะพัฒนาโครงการจนสาเร็จได้ ผูจ ้ ด ั ทา โครงงานขอขอบพระคุณมา ณ ทีน ่ ี้


สารบัญ ชื่อเรื่อง บทที1่

หน้ า 1

-ความเป็ นมาและความสาคัญของปัญหา -วัตถุประสงค์ ของโครงงาน -ขอบเขตของโครงงาน -ประโยชน์ ทคี่ าดว่าจะได้ รับ

บทที่ 2 -เอกสารและโครงงานทีเ่ กีย่ วข้ อง บทที่ 3 -อุปกรณ์ และวิธีดาเนินการศึกษา -ขั้นตอน -ระยะเวลาในการดาเนินโครงงาน บทที่ 4 ผลการศึกษา บทที่ 5 -สรุปผล อภิปรายและข้ อเสนอแนะ -บรรณานุกรม/อ้างอิง -ภาคผนวก

2 3 4 5 6 7 8 9


บทที1่ บทนา 1. ความเป็ นมาและความสาคัญของปัญหา เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นปรัชญาชี้ถึงแนวการดารงอยูแ่ ละปฏิบตั ิตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับ ครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริ หารประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงการประหยัดค่าใช้จ่าย การประกอบอาชีพสุ จริ ตและการอยูแ่ บบพอเพียง 2. วัตถุประสงค์ ของโครงงาน 1.เพื่อสร้างความรู ้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจทฤษฏีใหม่ ประชาชนทุกคนสามารถนา หลักปรัชญาฯ ไปประยุกต์ให้ได้อย่างเหมาะสม ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการดารงชีวติ ให้อยูบ่ นพื้นฐาน ของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนนาไปสู่ การปรับแนวทางการพัฒนาให้อยูบ่ นพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง 3. ขอบเขตของโครงงาน 1.สิ่ งที่ศึกษา เศรษฐกิจทฤษฏีใหม่ 2.สถานที่ โรงเรี ยนดรุ ณาราชบุรี 3.ระยะเวลา 2 เดือน(ธันวาคม2559 - มกราคม2560)

5. ประโยชน์ ทคี่ าดว่าจะได้ รับ จากการหลักเศรษฐกิจทฤษฏีใหม่มาใช้ คือ การแบ่งพื้นดินและพื้นน้ า ทาให้เราสามารถมีพ้นื ที่ที่จาเป็ นต่อการดารงชีวติ ในหลายๆด้าน และมีผลทาให้ ปลูกจิตสานึกให้ทุกคนได้พอใจกับสิ่ งที่ตนมี


บทที่ 2 เอกสารและโครงงานทีเ่ กีย่ วข้ อง ในการจัดสร้างโครงงาน การเดินทางสายกลางด้วยเศรษฐกิจพอเพียง จาเป็ น จะต้องศึกษาทฤษฏีที่เกี่ยวข้องดังนี้ -หาเพิ่มเศรษฐกิจ เก่า ใหม่ คือต้องศึกษหลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ต้ งั อยูบ่ นพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ ประมาท โดยคานึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุม้ กันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู ้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสิ นใจและการกระทา 1. กรอบแนวคิด เป็ นปรัชญาที่ช้ ีแนะแนวทางการดารงอยูแ่ ละปฏิบตั ิตนในทางที่ ควรจะเป็ น โดยมีพ้นื ฐานมา จากวิถีชีวติ ดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถนามาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็ นการมองโลกเชิงระบบที่มี การเปลี่ยนแปลงอยูต่ ลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อ ความมัน่ คง และ ความยัง่ ยืน ของ การพัฒนา 2.คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนามาประยุกต์ใช้กบั การปฏิบตั ิตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการ ปฏิบตั ิบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็ นขั้นตอน 3. คานิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้ - ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่นอ้ ยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผูอ้ ื่น เช่นการผลิตและการบริ โภคที่อยูใ่ นระดับพอประมาณ - ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสิ นใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็ นไปอย่างมีเหตุผลโดย พิจารณาจากเห - การมีภูมิคุม้ กันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรี ยมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคานึงถึงความ เป็ นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล ตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจน


คานึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากกและที่สาคัญคือแนวคิดเกี่ยวกับ เศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหม่ตามแนว พระราชดาริ เศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางปฏิบตั ิของ ทฤษฎีใหม่ เป็ นแนวทางในการพัฒนาที่นาไปสู่ ความสามารถใน การพึ่งตนเอง ในระดับต่าง ๆ อย่างเป็ นขั้นตอน โดยลดความเสี่ ยงเกี่ยวกับความผันแปรของธรรมชาติ หรื อ การเปลี่ยนแปลงจากปั จจัยต่าง ๆ โดยอาศัยความพอประมาณและความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุม้ กันที่ดี มี ความรู้ ความเพียรและความอดทน สติและปั ญญา การช่วยเหลือซึ่ งกันและกัน และความสามัคคี เศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายกว้างกว่าทฤษฎีใหม่โดยที่เศรษฐกิจพอเพียงเป็ นกรอบแนวคิดที่ช้ ีบอก หลักการและแนวทางปฏิบตั ิของทฤษฎีใหม่ในขณะที่ แนวพระราชดาริ เกี่ยวกับทฤษฎีใหม่หรื อเกษตรทฤษฎี ใหม่ ซึ่ งเป็ นแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรอย่างเป็ นขั้นตอนนั้น เป็ นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ในทางปฏิบตั ิ ที่เป็ นรู ปธรรมเฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสม

บทที่ 3 อุปกรณ์ และวิธีดาเนินการศึกษา วัสดุอปุ กรณ์ -ดินน้ ามัน -ถาด -ไม้ไอ้ติม -อุปกรณ์ตกแต่ง -เจลทาน้ า

วิธีการดาเนินงาน ปั ญหาการขาดแคลนที่ดินทากินของเกษตรกร เป็ นปั ญหาสาคัญยิง่ ในปั จจุบนั และการประกอบอาชีพ ทางการเกษตรโดยเฉพาะในเขตที่ใช้น้ าฝนทานาเป็ นหลัก เกษตรกรจะมีความเสี่ ยงสู ง เป็ นเหตุให้ผลผลิตข้าว อยูใ่ นระดับต่า ไม่เพียงพอต่อการบริ โภค ด้วยพระอัจฉริ ยะในการแก้ปัญหา จึงได้พระราชทาน "ทฤษฎีใหม่" ให้ดาเนินการในพื้นที่ทากินที่มีขนาดเล็ก ประมาณ ๑๕ ไร่ ด้วยวิธีการจัดการทรัพยากรระดับไร่ นาอย่าง เหมาะสม ด้วยการจัดสรรการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยให้มีการจัดสร้างแหล่งน้ าในที่ดินสาหรับการทา การเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ผล เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ให้มีรายได้ใว้ใช้จ่ายและมี อาหารใว้บริ โภคตลอดปี (กรมวิชาการ, ๒๕๓๙: ๗๗) ซึ่ งได้ดาเนิ นการอย่างแพร่ หลายในปั จจุบนั เพื่อการ


ผลิตทางเกษตรกรรมที่ยงั่ ยืนสาหรับเกษตรกรชาวไทย พระบาทสมเด���จพระเจ้าอยูห่ วั ได้ทรงมีพระราชดารัส ว่า "…ถึงบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ สองอย่างนี้จะทาความเจริ ญแก่ประเทศได้ แต่ตอ้ งมีความ เพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน…” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ได้ทรงทาการศึกษาและวิจยั เชิงปฏิบตั ิ เกี่ยวกับทฤษฎีใหม่มาเป็ นเวลานาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ในพื้นที่ส่วนพระองค์ขนาด ๑๖ ไร่ ๒ งาน ๒๓ ตารางวาใกล้วดั มงคล ตาบลห้วยบง อาเภอเมือง จังหวัดสระบุรี และทรงมอบให้มูลนิธิชยั พัฒนาที่ทรงจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเสริ มโครงการของรัฐ ทั้งนี้ ก่อนที่จะทรงนาเอกสารออกเผยแพร่ อย่างเป็ นทางการในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ นั้น ทรงให้จดั ตั้ง "ศูนย์บริ หาร พัฒนา" ตามแนวพระราชดาริ อยูใ่ นความรับผิดชอบของมูลนิธิชยั พัฒนา เพื่อเป็ นต้นแบบสาธิตการพัฒนา ด้านการเกษตรโดยประสานความร่ วมมือระหว่าง วัด ราษฎรและรัฐ ทาการเผยแพร่ อาชีพการเกษตรและ จริ ยธรรมแก่ประชาชนในชนบท โดยทรงหวังว่าหากประสบความสาเร็ จก็จะใช้เป็ นแนวทางสาธิ ตในท้องที่ อื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ในส่ วนของการพัฒนาด้านการเกษตรนั้น ก็คือแนวคิดและมรรควิธีที่รู้จกั กันในนาม "เกษตรทฤษฎีใหม่"

ขั้นที่ ๑ นี้มีวตั ถุประสงค์เพื่อสร้างเสถียรภาพของการผลิต เสถียรภาพด้านอาหารประจาวัน ความมัน่ คงของ รายได้ ความมัน่ คงของชีวติ และความมัน่ คงของชุมชนชนบท เป็ นเศรษฐกิจพึ่งตนเองมากขึ้น มีการจัดสรร พื้นที่ทากินและที่อยูอ่ าศัย ให้แบ่งพื้นที่ ออกเป็ น ๔ ส่ วน ตามอัตราส่ วน ๓๐:๓๐:๓๐:๑๐ ซึ่ งหมายถึง พื้นที่ ส่ วนที่หนึ่งประมาณ ๓๐% ให้ขดุ สระเก็บกักน้ า เพื่อใช้เก็บกักน้ าฝนในฤดูฝนและ ใช้เสริ มการปลูกพืชในฤดู แล้ง ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์น้ าและพืชน้ าต่าง ๆ (สามารถเลี้ยงปลา ปลูกพืชน้ า เช่น ผักบุง้ ผักกะเฉด ฯ ได้ ด้วย) พื้นที่ส่วนที่สองประมาณ ๓๐% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝน เพื่อใช้เป็ นอาหารประจาวันในครัวเรื อนให้ เพียงพอตลอดปี เพื่อตัดค่าใช้จ่ายและสามารถพึ่งตนเองได้ พื้นที่ส่วนที่สามประมาณ ๓๐% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ เพื่อใช้เป็ นอาหารประจาวัน หากเหลือบริ โภคก็นาไปจาหน่าย และ พื้นที่ส่วนที่สี่ประมาณ ๑๐% ใช้เป็ นที่อยูอ่ าศัย เลี้ยงสัตว์ และโรงเรื อนอื่น ๆ (ถนน คันดิน กองฟาง ลานตาก กองปุ๋ ยหมัก โรงเรื อน โรงเพาะเห็ด คอกสัตว์ ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัวหลังบ้าน เป็ นต้น) ขั้นที่ ๒ ทฤษฎีใหม่ข้ นั กลาง เมื่อเกษตรกรเข้าใจในหลักการและได้ปฏิบตั ิในที่ดินของตนจนได้ผลแล้ว ก็ ต้องเริ่ มขั้นที่สอง คือ ให้เกษตรกรรวมพลังกันในรู ปกลุ่ม หรื อ สหกรณ์ ร่ วมแรง ร่ วมใจกันดาเนินการในด้าน (๑) การผลิต เกษตรกรจะต้องร่ วมมือในการผลิตโดยเริ่ มตั้งแต่ ขั้นเตรี ยมดิน การหาพันธุ์พืช ปุ๋ ย การหาน้ า และอื่น ๆ เพื่อการเพาะปลูก (๒) การตลาด เมื่อมีผลผลิตแล้ว จะต้องเตรี ยมการต่าง ๆ เพื่อการขายผลผลิตให้ได้ประโยชน์สูงสุ ด เช่น การ เตรี ยมลานตากข้าวร่ วมกัน การจัดหายุง้ รวบรวมข้าว เตรี ยมหาเครื่ องสี ขา้ ว ตลอดจนการรวมกันขายผลผลิต ให้ได้ราคาดี และลดค่าใช้จ่ายลงด้วย


(๓) ความเป็ นอยู่ ในขณะเดียวกันเกษตรกรต้องมีความเป็ นอยูท่ ี่ดีพอสมควร โดยมีปัจจัยพื้นฐานในการ ดารงชีวิต เช่น อาหารการกินต่าง ๆ กะปิ น้ าปลา เสื้ อผ้า ที่พอเพียง (๔) สวัสดิการ แต่ละชุมชนควรมีสวัสดิการและบริ การที่จาเป็ น เช่น มีสถานี อนามัยเมื่อยามป่ วยไข้ หรื อมี กองทุนไว้ให้กยู้ มื เพื่อประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ (๕) การศึกษา มีโรงเรี ยนและชุมชนมีบทบาทในการส่ งเสริ มการศึกษา เช่น มีกองทุนเพื่อการศึกษาเล่าเรี ยน ให้แก่เยาวชนของชุมชนเอง (๖) สังคมและศาสนา ชุมชนควรเป็ นศูนย์กลางในการพัฒนาสังคมและจิตใจ โดยมีศาสนาเป็ นที่ยดึ เหนี่ยว ขั้นที่ ๓ ทฤษฎีใหม่ข้ นั ก้าวหน้า เมื่อดาเนินการผ่านพ้นขั้นที่สองแล้ว เกษตรกรจะมีรายได้ดีข้ ึน ฐานะ มัน่ คงขึ้น เกษตรกรหรื อกลุ่มเกษตรกรก็ควรพัฒนาก้าวหน้าไปสู่ ข้ นั ที่สามต่อไป คือ ติดต่อประสานงาน เพื่อ จัดหาทุน หรื อแหล่งเงิน เช่น ธนาคาร หรื อบริ ษทั ห้างร้านเอกชน มาช่วยในการทาธุ ระกิจ การลงทุนและ พัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ ทั้งฝ่ ายเกษตรกรและฝ่ ายธนาคารกับบริ ษทั จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน กล่าวคือ เกษตรกรขายข้าวได้ในราคาสู ง (ไม่ถูกกดราคา) ธนาคารกับบริ ษทั สามารถซื้ อข้าวบริ โภคในราคาต่า (ซื้ อข้าวเปลือกตรงจากเกษตรกรและมาสี เอง) เกษตรกรซื้ อเครื่ องอุปโภคบริ โภคได้ในราคาต่า เพราะรวมกันซื้ อเป็ นจานวนมาก (เป็ นร้านสหกรณ์ ซื้ อใน ราคาขายส่ ง) ธนาคารกับบริ ษทั จะสามารถกระจายบุคลากร (เพื่อไปดาเนินการในกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดผลดียงิ่ ขึ้น) ในปั จจุบนั นี้ได้มีการนาเอาเกษตรทฤษฎีใหม่ไปทาการทดลองขยายผล ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาและโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดาริ รวมทั้งกรมวิชาการเกษตรได้ดาเนินการจัดทาแปลงสาธิ ต จานวน ๒๕ แห่ง กระจายอยูท่ วั่ ประเทศ นอกจากนี้ กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการดาเนินงานให้มี การนาเอาทฤษฎีใหม่น้ ีไปใช้อย่างกว้างขวางขึ้น

ระยะเวลาในการดาเนินโครงงาน ลาดับที่ 1 2

กิจกรรม คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล

ระยะเวลา 1 อาทิตย์ 1 วัน

ช่วงเวลา 24-30พ.ย 59 10 ธ.ค 59

3

จัดทาเค้าโครงของโครงงาน

5 วัน

15-20ธ.ค 59

4

การลงมือทาโครงงาน

3 อาทิตย์

21 ธ.ค 59 ถึง 10 ม.ค 60

5

การเขียนรายงาน

3 วัน

11-13 ม.ค 59

6

การนาเสนอและแสดงโครงงาน

1 วัน

16


บทที่ 4 ผลการศึกษา จากการที่ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจทฤษฏีใหม่เพื่อทาโครงงาน และหลังจากการที่ได้ศึกษาข้อมูล แล้วผูจ้ ดั ทาได้ความรู ้ดงั นี้ 1.ได้รับความรู้ในเรื่ องความเป็ นมาและข้อมูลที่สาคัญ 2.ได้รับความรู ้ในเรื่ องวัตถุประสงค์ของเศรษฐกิจทฤษฏีใหม่ 3.ได้รับความรู้ในเรื่ องประโยชน์ในหลายๆด้าน 4.ได้รับความรู ้ในเรื่ องขั้นตอนในการดาเนินการ 5.ได้รับความรู้ในเรื่ องการปรับปรุ งข้อมูลและวิธีการดาเนินงานให้ดียงิ่ ขึ้น 6.ได้รับความรู ้ในเรื่ องการพัฒนาให้ดียงิ่ ขึ้น 7.ได้รับประสบการณ์ในการทาโครงงาน 8.ได้ความสามัคคีในการทางานกับสมาชิกในกลุ่ม 9.ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ


บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายและข้ อเสอนแนะ 1. การเปลี่ยนแปลงภาคเกษตร โดยเฉพาะในเรื่ องการลดลงของเกษตรกรรายย่อย และแนวโน้มการมี บทบาทมากขึ้นของบรรษัทข้ามชาติ (ด้านอาหารและการนาเข้าพืชอาหารเมื่อขาดแคลน การค้าเกษตรที่ เชื่อมโยงกับภูมิภาค การค้าในบริ บทภูมิภาค เช่น Contract farming เป็ นต้น) รวมทั้งแนวโน้มการผูกขาดด้าน อาหาร และทรัพยากรพันธุ กรรมมีเพิม่ มากขึ้น การติดตามนโยบาย และการสร้างพื้นที่ทางสังคมของ เกษตรกรรายย่อย เป็ นเรื่ องต้องดาเนินการควบคู่กนั 2. ได้รู้การรับมือกับปั ญหาโลกร้อน ผลกระทบต่อเกษตรกรรม ความมัน่ คงทางอาหาร การรักษาฐาน ทรัพยากรอาหาร และการรุ กของพืชพลังงาน ฯลฯ อาจจาเป็ นต้องพัฒนาพลังงานชีวภาพของชุมชน เกษตรกรรมยัง่ ยืน หรื อมีแผนจากชุมชนในเรื่ องพลังงานชุมชนกับเกษตรกรรมยัง่ ยืน สาหรับการแก้ปัญหา เรื่ องพลังงาน รวมถึงการศึกษาหรื อมีแผนรับมือกับปั ญหาผลกระทบต่อชุมชนเกษตรกรรมอันเนื่ องจาก ปัญหาโลกร้อน


3. ได���ความมัน่ คงทางอาหาร เป็ นประเด็นที่กาลังจะกลายเป็ นปั ญหาสาหรับสังคมไทย อันเนื่ องจาก ผลกระทบจากการค้าเสรี และปั ญหาพลังงาน ความมัน่ คงทางอาหาร เกี่ยวพันกับประเด็นสิ ทธิ เกษตรกรและ ชุมชน กับฐานทรัพยากรอาหาร รวมทั้งกับผูบ้ ริ โภคโดยรวม เครื อข่ายจะสร้างศักยภาพในการพึ่งตนเองของ เกษตรกรอย่างเป็ นจริ ง 4. งานผูบ้ ริ โภคและงานด้านการตลาด ทั้งการตลาดและการค้าที่เป็ นธรรม (หลายรู ปแบบ หลาย ช่องทาง ฯลฯ) ในมิติที่บูรณาการกับการผลิตและการพัฒนาของเกษตรกรและชุมชน 5.ได้การคิดค้นและพัฒนางานเกษตรกรรมยัง่ ยืนต้องยกระดับสู่ ประเด็นทางนโยบายเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องพัฒนามุมมองในเชิงนิ เวศวัฒนธรรม เพื่อทาให้เกิดการแก้ปัญหาเกษตรกรรายย่อยในวิถี ชีวติ ที่เปลี่ยนแปลง

บรรณานุกรม/อ้างอิง รายชื่อเอกสารอ้างอิง คณะกรรมการสภาวิจยั แห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ . เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงกับการวิเคราะห์ ความหมายของนักเศรษฐศาสตร์ : สังเคราะห์และเรี ยบเรี ยงจากการเสวนา เศรษฐกิจพอเพียงตามแนว พระราชดาริ มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ . กรุ งเทพฯ : คณะกรรมการ, 2546.81 หน้า. ISBN 974-326-211-3 จากเว็บไซต์ https://sites.google.com/site/mindmoy12090/sersthkic-phx-pheiyng-kab-thvsdi-him-tam-naew-phrarachda http://www.raiporjai.com/newtheory.php?no=11&id=23 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E 0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88


ภาคผนวก 1.ออกแบบโดยโปรแกรม Sket up



เกษตรทฤษฎีใหม่