Issuu on Google+

กระบวนการ ผลิต ยาง คอมปาวด์


2

แผนผังการบริหาร LIMBA Compound Rubber Industry

การแบ่งฝายในบริษัท ประกอบด้วย 2 ฝ่ายหลักๆ คือ 1.

ฝ่า ยบริห าร 1.1ฝ่า ยการตลาด มีหน้าที่วางแผนและศึกษาแนวโน้มการตลาด หากลุ่มลูกค้าและนำา เสนอผลิตภัณฑ์ 1.2ฝ่า ยบุค ลากรและทะเบีย น มีหน้าที่รับสมัครพนักงาน ควบคุมเวลาทำางานของพนักงาน (การขาด งาน ลางาน และมาสาย) การจ่ายเงินเดือนของพนักงาน ดูแลงานด้าน สวัสดิการ การประกันสังคมและค่ารักษาพยาบาล 1.3ฝ่า ยฝึก อบรม


3

มีหน้าที่ฝึกอบรมพนักงานใหม่ เช่น การฝึกอบรมด้านความรู้และ วิชาการ การใช้เครื่องมือในกระบวนการผลิต ความปลอดภัยในการใช้ เครื่องมือ รวมถึงการทดสอบประจำาปีของพนักงานด้วย 1.1 1.2 1.3

1.4ฝ่า ยความปลอดภัย มีหน้าที่ความปลอดภัยในโรงงาน มีการรับมือกับเหตุเพลิงไหม้ ดูแล ส่วนการพยาบาล การสื่อสารด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และ ความปลอดภัย ฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและด้านการจราจร รวมถึง ด้านความปลอดภัยนอกโรงงานด้วย 1.5ฝ่า ยกิจ กรรมและนัน ทนาการ มีหน้าที่ดูแลกิจกรรมในโรงงาน เช่น การจัดชุมนุม แข่งขันกีฬา ภายใน การทำาบุญวันสำาคัญต่างๆ ห้องสมุด ห้องอินเตอร์เน็ต และการออกกำาลังกาย 1.6ฝ่า ยประชาสัม พัน ธ์ มีหน้ าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารภายในและภายนอกโรงงาน เพื่อการติดต่อประสานงานรวมทัง้ การสร้ างความเข้ าใจ ระหว่างบุคคลและหน่วยงาน การรับและตอบสนองต่อข้ อเสนอแนะและข้ อร้ องเรี ยน ภายในและภายนอกโรงงาน รายงานให้ กบั ฝ่ ายที่เกี่ยวข้ องเพื่อแก้ ไขปั ญหาโดยตรงในส่วนนันๆ ้ 1.7ฝ่า ยอาคารสถานที่ มีหน้ าที่ดแู ลและจัดการในส่วนอาคารสถานที่ เช่น นัดประชุมในห้องประชุมต่าง ดูแลโรงอาหาร ดูแลห้องพักชั่วคราว กุญแจตูล ้ ็อคเกอร์ เป็ นต้ น จัดทำาหรื อตรวจสอบ การลงบัญชีตา่ งๆของบริษัทฯให้ เป็ นไปตามข้ อกำาหนดของกฎหมาย มาตรฐานและหลักวิธีปฏิบตั ิของสมาคมนัก บัญชี (GAAP) และนโยบายของบริษัท 1.8ฝ่า ยบัญ ชี มีหน้ าที่จดั ทำาหรื อตรวจสอบการลงบัญชีตา่ งๆของบริษัทฯให้ เป็ นไปตามข้ อกำาหนดของกฎหมาย มาตรฐานและหลักวิธีปฏิบตั ิของสมาคมนักบัญชี (GAAP) และนโยบายของบริษัท


4

2.

ฝ่า ยผลิต 2.1ฝ่า ยซ่อ มบำา รุง มีหน้าที่ดูแลและตรวจสอบระบบการทำางานของเครื่องจักร ระบบ ไฟฟ้า และระบบท่อต่างๆ 2.2ฝ่า ยสิ่ง แวดล้อ ม มีหน้าที่ดูแลจัดการสารเคมีและของเสีย ดูแลสภาพแวดล้อมและภูมิ ทัศน์ในโรงงาน ดูแลและจัดการเรื่อง การทำา 5 ส. ของเครื่องจักรและบริเวณ พื้นที่ทำางาน 2.3ฝ่า ยวิจ ัย และ ส่ง เสริม การผลิต มีหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบ สารเคมีและผลิตภัณฑ์ วิจัย ค้นคว้าเทคโนโลยีที่มาช่วยในการพัฒนาและส่งเสริมการผลิต 2.4ฝ่า ยจัด การทรัพ ยากร มีหน้าที่จด ั การวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ กระบวนการการผลิต การส่ง ออก การเบิกของจากคลัง รวมถึงการประสานงานกับฝ่ายการตลาด

การตลาดและขนส่ง จากความสามารถของการผลิตสินค้าที่ทำาได้ประมาณ 1150 ตันต่อวัน แต่ใน ความเป็นจริงเมื่อคิดเวลาที่สูญเสียไปและศักยภาพของพนังงานแล้วเราสามารถ ผลิตได้เพียง 70 เปอร์เซ็นต์ ของที่ผลิตได้ทั้งหมดประมาณ 800 ตันต่อวัน ใน 800 ตันต่อวัน ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะส่งไปในประเทศจีน 70 เปอร์เซ็นต์ อีก 30 เปอร์เซ็นต์ จะส่งภายในประเทศ


5

ในประเทศไทยเราจะขายให้กับไทยบริดสโตนซึ่งและบริษัทสยามมิชาลิน ซึ่งอยู่ที่อำาเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ขนส่งทางรถบรรทุกระยะทาง 220 กิโลเมตร รวมระยะทางไปกลับ 440 กิโลเมตร การขนส่ง 1 ครั้งขนส่งยางพารา 240 ตัน(โดย ไม่คิดค่าขนส่ง) รายการ

ยางคอมปาวด์

รายละเอียด

118 บาทต่อกิโลกรัม (240,000

ราย

รายรับ(บา

จ่าย(บาท)

ท)

-

28,320,000

24,000,000

-

5,720

-

24,005,720

28,320,000

กิโลกรัม) วัตถุดิบ

100 บาทต่อกิโลกรัมโดยเฉลี่ย (240,000 กิโลกรัม)

แก๊ส LPG

ใช้รถบรรทุกทั้งหมด 5 เที่ยว รถ บรรทุก 1 คันใช้ 0.2 ลิตรต่อ กิโลเมตร ราคาลิตรละ 13 บาท รวม คงเหลือ

4,314,280


6

โดยที่ในประเทศจีนเราจะขายบริษัทผลิตยางรถยนต์ Bridgestone ซึ่งอยู่ที่ มณฑลจี๋หลินและมณฑลเหลียวหนิง โดยขั้นตอนการขนส่งนั้นจะเริ่มจากการขน ยางคอมปาวด์ไปที่จังหวัดมุกดารหารข้ามสะพานข้ามแม่นำ้าโขง 2 ไปที่ประเทศลาว แล้วผ่านประเทศลาวไปสู่ประเทศเวียดนามต่อไปที่ท่าเรือดานังประเทศเวียดนาม และจากนั้นก็เป็นการขนส่งทางเรือจากท่าเรือดานังไปที่ท่าเรือต้าเหลียน (เราไม่ สามารถหาได้ว่าค่าขนส่งทางเรือเท่าไร) และบริษัทผลิตยางก็จะมารับของที่นี่ รวม ระยะทางจากที่ขนส่งด้วยรถบรรทุกจากระยองไปสู่ท่าเรือดานังประเทศเวียดนาม เป็นระยะทาง 1,430 กิโลเมตร รวมระยะทางไปกลับ 2,860 กิโลเมตร การขนส่ง 1 ครั้งขนส่งสินค้า 560 ตัน (โดยไม่คิดค่าขนส่งแต่ปรับขึ้นราคา) รายการ

ยางคอมปาวด์

รายละเอียด

120 บาทต่อกิโลกรัม (560,000

ราย

รายรับ(บา

จ่าย(บาท)

ท)

-

67,200,000

56,000,000

-

118,000

-

6,832,000

-

กิโลกรัม) วัตถุดิบ

100 บาทต่อกิโลกรัมโดยเฉลี่ย (560,000 กิโลกรัม)

จัดจ้างขนส่ง

ใช้รถบรรทุก 22 ล้อทั้งหมด 11 เที่ยว(1 คันตามกฎหมายบรรทุกได้ ไม่เกิน 50.5 ตัน)

ภาษีการนำาเข้า

10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้

ในจีน ค่าเรือขนส่ง

ท่าเรือดานัง – มณฑลเหลียวหนิง

221,400


7

63,172,376

รวม

67,200,000

4,027,624

คงเหลือ

(ขณะราคาสิ้นค้าและอัตราแลกเปลี่ยนไม่แปรผัน)

ใน 1 เดือนเราสามารถผลิตสินค้าได้ประมาณ 19,362.50 ตันต่อเดือน มี มูลค่าประมาณ 240,028,630 บาท (ยังไม่หักภาษีและค่าใช้จ่ายแปรผัน) เดือน

ผลผลิต(ตัน)

กำาไร

มกราคม

18,000

222,506,880

กุมภาพันธ์

18,600

230,222,880

มีนาคม

19,200

237,938,880

เมษายน

18,800

232,794,880

ไตรมาตร

690,668,640

720,889,640


8

พฤษภาคม

19,600

243,082,880

มิถุนายน

19,750

245,011,880

กรกฎาคม

19,800

245,654,880

สิงหาคม

21,400

266,230,880

กันยายน

20,900

259,800,880

ตุลาคม

19,300

239,224,880

พฤศจิกายน

18,800

232,794,880

ธันวาคม

18,200

225,078,880

รวม

232,350

เฉลี่ย

19,362.50

771,686,640

697,098,640

2,880,343,560 240,028,630

720,085,890

ต้น ทุน ของปัจ จัย การผลิต ค่า ใช้จ ่า ยสำา หรับ วัส ดุอ ุป กรณ์ใ นการผลิต ที่แปรผันตามราคาตลาด หน่วย

รายการ

1 กิโลก ยางรมควัน 1-3

ราคา

จำานวน 75

1 ตัน

150,000

กิโลกรัม

รัม 1 ตัน

2,000

รวม

CaCO3 (60 ตัน) Carbonblack N330 (60 ตัน)

1,000

4,000

60 ตัน

600,000

60 ตัน

240,000


9 PTT Rubteda

30

20,000 ลิตร

600,000

600 ลัง

420,000

300 ตัว

60,000

100 ม้วน

80,000

15,000

5 ผืน

75,000

100,000

-

100,000

-

-

783,325

1 เดือน ค่านำ้า

-

-

100,000

1 เดือน ค่าไฟ

-

-

1,000,000

1 เดือน ค่านำ้ามันเชื้อเพลิง

-

-

200,000

1 เดือน ดอกเบี้ย

-

-

2,917,000

1 เดือน ภาษี

-

-

48,005,726

1 ลิตร 1 ลัง

ลังไม้

1 ตัว

พาเลท

700 200

1 ม้วน

พลาสติกหุ้มสินค้า

1 ผืน

ผ้าใบคุมสินค้า(ใหญ่)

1 เดือน ค่าโฆษณา 1 เดือน

800

ค่าเสื่อมสภาพ เครื่องจักร

55,331,051

รวม

ตำาแหน่ง

จำานว เงินเดือน

รวม

น ผู้บริหาร

1

2,000,000

2,000,000

รองผู้บริหาร

2

200,000

400,000

ผู้จัดการฝ่าย

11

50,000

550,000


10

รองผู้จัดการฝ่าย

11

45,000

495,000

พนักงานประจำาใน

28

18,000

504,000

120

15,000

1,800,000

40

13,000

520,000

สำานักงาน พนักงานประจำาในสาย การผลิต พนักงานชั่วคราว

6,269,000

รวม

ค่า ภาษีแ ละดอกเบี้ย หน่ว

จำานวน

ราคา

ย 1 ปี

20 %

576,068,712

1 ปี

7%

35,000,000

ค่า ใช้จ ่า ยที่ใ ช้ใ นสายการผลิต หน่ว

รายการ

ราคา

จำานว

รวม

1 ตัว เครื่องบดหยาบ

1,000,000

8 ตัว

8,000,000

1 ตัว เครื่องนวดบดละเอียด

2,500,000

8 ตัว

20,000,000

1 ตัว เครื่องอบแห้ง

1,520,000

8 ตัว

12,160,000


11

1 ตัว เครื่องตัด

100,000

8 ตัว

800,000

1 ชุด สายพานทั้งหมด

750,000

8 ชุด

6,000,000

6,500,000

2 ชุด

13,000,000

380,000

4 ใบ

1,392,000

380,000

4 ใบ

1,392,000

53,000

4 ใบ

2,120,000

1 คัน รถ Fork lift

897,000

5 คัน

4,485,000

1 คัน รถขนของ

850,000

3 คัน

2,550,000

8,350,000

2 คัน

16,700,000

1 ชุด ระบบท่อลำาเรียงสาร 1 ใบ ถังบรรจุ CaCO3 (60 ตัน) 1 ใบ ถังบรรจุ Carbon black (60 ตัน) 1 ใบ ถังนำ้ามัน (20,000 ลิตร)

1 คัน รถบรรทุก 18 ล้อ

88,599,000

รวม ค่า ใช้จ ่า ยสำา หรับ งบประมาณในการสร้า งโรงงาน ���น่ว ย

รายการ

ราคา

จำานวน 93.75

รวม

ที่ดิน

8,000,000

บ่อรำาบัดนำ้าเสีย

2,500,000

2 บ่อ

5,000,000

โรงงานและคลัง

12,000,000

-

12,000,000

โรงอาหาร

1,000,000

-

1,000,000

โรงจอดรถ

100,000

-

100,000

ไร่

750,000,000


12

อาคารสำานักงาน

10,000,000

-

10,000,000

อาคารสวัสดิการ

5,000,000

-

5,000,000

30,000,000

-

30,000,000

15,000,000

-

15,000,000

อาคารวิจัยและ ตรวจสอบ อื่นๆ รวม

รวมค่าใช่จ่ายที่ใช้ในการลงทุนเครื่องจักรและโรงงงานก่อสร้าง

828,100,000 916,699,000 บาท

จากตารางต้นทุนการผลิตทั้งหมดในหนึ่งปีสามารถผลิตสินค้าได้ 232,350 ตัน มูลค่า 1,879 ล้านบาท ใช้เวลาในการคืนทุนจากการก่อสร้างโรงงาน และซื้อเครื่องจักร เป็นเวลา 4 เดือน และใช้เวลาในการคืนทุนจากการกู้ยืม ธนาคารเป็นเวลา 2 ปี10 เดือน อีกหนึ่งปีข้างหน้าเราก็สามารถเปิดโรงงานเพิ่มได้แล้วจากนั้นเราจะไปเปิด ตลาดที่ทวีปยุโรปและขยายฐานการผลิตของเราไปยังต่างประเทศและในอีกไม่กี่ สิบปีเราจะเติบโตเป็นผู้ผลิตยางคอมปาวด์ส่งออกที่ใหญ่ที่สุด


13

กระบวนการทำา งาน

1.

การตรวจสอบแผนการดำา เนิน งาน พนักงานมีหน้าที่ตรวจสอบงานในทุกขั้นตอนเพื่อนำาข้อมูลไปประเมิน ผลว่าสามารถลดหรือเพิ่มกระบวนการใดได้บ้าง ส่งผลให้ลดต้นทุนที่ ใช้ในกระบวนการผลิตด้วย


14

ตัว อย่า งแผนผัง การดำา เนิน งาน

2.

คลัง วัต ถุด บ ิ


15

ตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบให้ได้คุณภาพตามที่เราต้องการและจัดเก็บ วัตถุดิบเป็นส่วนๆเพื่อสะดวกในการขนไปยังกระบวนการผลิต วัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิต 1.

ยาง 1)

ยางแผ่นรมควันชั้น 1 (No. 1 RSS) ก้อนยางแต่ละก้อนต้อง

ไม่ขึ้นรา ไม่ปรากฏจุดหรือริ้วรอยของยางถูกรมควันมากหรือน้อยเกิน ไป ยางต้องแห้งดี สะอาด รมควันสมำ่าเสมอทั่วทั้งแผ่น ปราศจากฟอง อากาศ สิ่งสกปรก ตลอดจนสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ 2)

ยางแผ่นรมควันชั้น 2 (No. 2 RSS) ก้อนยางมีราขึ้นได้บ้าง

แต่ต้องไม่เกินกว่า 5% (ก้อนยางตัวอย่าง) แผ่นยางมีฟองอากาศบ้าง แต่ปราศจากร่องรอยของการถูกรมควันไม่สมำ่าเสมอ ยางต้องแห้งดี สะอาด ไม่มีจุดด่างของสิ่งสกปรกหรือสิ่งแปลกปลอม 3)

ยางแผ่นรมควันชั้น 3 (No. 3 RSS) ก้อนยางมีราขึ้นได้บ้าง

แต่ต้องไม่เกินกว่า 10% (ก้อนยางตัวอย่าง) แผ่นยางมีจุดด่างและฟอง อากาศบ้าง แต่ตอ ้ งไม่มีร่องรอยของยางถูกรมควันไม่สมำ่าเสมอ ยาง ต้องแห้งดี สะอาด ไม่มีสิ่งแปลกปลอม 4)

ยาง STR 20

สมบัติชั้นยาง

STR 20

ปริมาณสิ่งสกปรก, % ไม่เกิน

0.16

ปริมาณเถ้า, % ไม่เกิน

0.80


16

ปริมาณไนโตรเจน, % ไม่เกิน

0.60

ปริมาณสิ่งระเหย, % ไม่เกิน*

0.80

ความอ่อนตัวเริ่มแรก, % ไม่ตำ่ากว่า

30.00

ดัชนีความอ่อนตัว, % ไม่ตำ่ากว่า

40.00

5)

ยางสังเคราะห์ -

ยางสไตรีนบิวตะไดอีน (Styrene - Butadiene Rubber, SBR)

-

ยางสังเคราะห์พอลิไอโซพรีน (Synthetic Polyisoprene, IR)

-

ยางบิวตะไดอีน (Butadiene Rubber, BR)

-

ยางเอทิลีนโพรพิลีนดีนมอนอเมอร์ (Ethylene – Propylene Diene Monomer, EPDM)

-

ยางอะคริโลไนไตร์ลบิวตะไดอีน หรือ ยางไนไตร์ล (Acrylonitrile – Butadiene Rubber, NBR หรือ Nitrile Rubber)

2.

ยางคลอโรพรีน (Chloroprene Rubber, CR)

นำ้ามันปิโตรเลียม (Petroleum oil) นำ้ามันปิโตรเลียม (Petroleum oil) ใช้สำาหรับกระบวนการผลิตเป็น

นำ้ามันที่เข้ากันได้ดีกับยาง ทำาให้ความหนืดดีขึ้นเป็นนำ้ามันที่ไม่ระเหย ไม่ติด สี และสีไม่ตก นำ้ามันชนิดนี้ เมื่อใช้จะทำาให้ยางมีสมบัติตรงกันข้ามกับการ ใช้สารตัวเติม คือ จะทำาให้ความแข็งลดลง ค่าโมดูลัสลดลง


17

นำ้ามันที่ใช้จะต้องเข้ากับยางได้ดี โดยดูจากค่า Solubility parameter (δ) ของยางกับนำ้ามันที่ใช้ถ้าตัวเลขใกล้กันมาก จะทำาให้ยางกับนำ้ามันเข้า กันได้ดี ตัวอย่างค่า Solubility parameter ของยางและนำ้ามัน เช่น ยาง ธรรมชาติ มีค่า 8.25 กับนำ้ามันอโรมาติก มีค่า 8.0 PTT Rubteda 401 เป็นนำ้ามันปิโตรเลียมผสมยางชนิดมลพิษตำ่า ใช้ เป็นวัตถุดิบสำาหรับสำาหรับกระบวนการผสมยางเพื่อช่วยให้การผสมยาง และสารเคมีต่างๆ เข้าเป็นเนื้อเดียวกันได้ดี เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตาฐาน ตามที่กลุ่มประเทศยุโรปกำาหนด คือ มีปริมาณ Polycyclic Aromatic (PCA) ไม่เกิน 3 % ปริมาณที่ใช้ ใช้นำ้ามัน 1 phr ต่อสารตัวเติม 5 – 10 phr phr (parts per hundre d of rubber) เป็นหน่วยการผสมยางโดยคิดสัดส่วนปริมาณสาร ต่างๆ เมื่อเทียบกับยาง 100 ส่วน (โดยนำ้าหนัก) เรียกเป็น phr หรือ pphr (part per hundred of rubber) ใช้ในการออกสูตรยาง เช่น เติมกำามะถัน 2.5 phr หมายความว่า ถ้า มียาง 100 ส่วน จะเติมกำามะถัน 2.5 ส่วน 3.

สารตัวเติมหลัก 1)

หินปูน (Calcium carbonate : CaCO3)

2)

เขม่าดำา(Carbon Black) เขม่าดำา(Carbon Black) เป็นสารตัวเติมประเภทเสริมความ

แข็งแรงให้กับยาง วิธีทำาก็นำาแก๊สธรรมชาติหรือนำ้ามันที่ได้จาก โรงงานถ่านหิน หรือโรงงานนำ้ามันมาเผาไหม้อย่างไม่สมบูรณ์ N330 หรือ HAF (High abrasion furnace black) มีขนาดของ

อนุภาค 400 Ao ให้ผลิตภัณฑ์ยางที่มีสมบัติความต้านทานต่อการ สึกหรอดี ความต้านทานต่อแรงดึงสูง ความต้านทานต่อการเกิด


18

รอยแตกเนื่องจากการหักงอดี การเกิดความร้อนสะสมตำ่า สมบัติ การ ageing ดีมาก และการนำาไฟฟ้าดี 4.

3.

สารเคมีอื่นๆ เหตุผลในการผสมยางกับสารเคมี 1)

เพื่อแก้ข้อเสียของยาง

2)

เพื่อเป็นตัวช่วยในขบวนการแปรรูปยาง

3)

ทำาให้ยางมีขอบเขตการใช้งานกว้างขึ้น

4)

เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต

เครื่อ งบดหยาบ เป็นขั้นตอนแรกที่บดผสมวัตถุดิบทั้งหมดเข้ากันด้วยอัตราเร็ว 6 ton/hr. ได้แก่ ยาง สารตัวเติม นำ้ามันและสารเคมีต่างๆ

4.

เครื่อ งบดละเอีย ด ส่วนที่รับผลผลิตจากเครื่องบดหยาบ มาบดต่อให้ละเอียดยิ่งขึ้น โดยมี อัตราการบด 6 ton/hr.


19

5.

เครื่อ งนวด รับผลิตผล จากเครื่องบดละเอียด เพื่อนวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน หลักการ

ทำางานมีทั้งหมด 5 ชั้น

6.

-

ชั้นแรก นวดเพื่ออัดผลิตผลให้ลงไปชั้นที่สอง

-

ชั้นที่ 2 3 และ 4 ทำาหน้าที่นวดให้วัตถุดิบเข้ากันดียิ่งขึ้น

-

ชั้นที่ 5 อัดเข้ารูปทรงและขนาดที่เราต้องการ

เครื่อ งล้า งนำ้า สบู่ ล้างทำาความสะอาดยาง ใช้เฉพาะผลิตผลที่ใช้ปูนขาวเป็นส่วนผสม


20

7.

เครื่อ งอบแห้ง เพื่ออบยางที่ล้างให้แห้ง

8.

เครื่อ งตัด ทำาหน้าที่ตัดยางให้ได้ตามขนาดที่เราต้องการ

9.

การบรรจุภ ัณ ฑ์ บรรจุผลิตภัณฑ์ด้วยลังไม้ขนาด 1 ลูกบาศก์เมตร หุ้มพลาสติกป้องกัน ความชื้น และติดใบกำากับสินค้า


21

ตัว อย่า งใบกำา กับ สิน ค้า

10. ตรวจสอบคุณ ภาพ

โดยตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ทุกๆหนึ่งชั่วโมง (ดูรายละเอียดเรื่อง การตรวจสอบคุณภาพ) 11.

คลัง สิน ค้า เก็บเพื่อเตรียมส่งออก

การตรวจสอบคุณ ภาพ การตรวจสอบคุณภาพ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ 1. การตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ

1) Viscosity หรือ Plasticity เป็นคุณสมบัติที่แสดงถึงความอ่อนตัวของ ยางสามารถวัดได้โดยใช้เครื่อง Mooney Viscometer หรือเครื่อง Plastimeter การ ตรวจสอบคุณสมบัตินี้กระทำาได้ทั้งยางดิบ (raw rubber) และยางที่ผสมสารเคมีแล้ว


22

(compounded rubber) แต่ยังไม่ผ่านกระบวนการทำาให้คงรูป (vulcanisation) ใน กรณีของยางดิบคุณสมบัตินี้จะใช้เป็นตัวชี้ให้ผู้ใช้ยางทราบว่าจะต้องบดยางมาก น้อยเพียงใด ยางที่มี viscosity สูง หมายความว่า มีความแข็งมาก ดังนั้นจึงต้องบด ยางนี้นานเพื่อให้นิ่มก่อนที่จะผสมสารเคมี นอกจากนี้ คุณสมบัติ viscosity ยังเป็น ตัวชีว ้ ัดให้ให้ทราบเกี่ยวกับคุณสมบัติทางกายภาพขั้นสุดท้ายของการผลิต กล่าว คือ ถ้ายางมีค่า viscosity ตำ่ามากๆ ยางนั้นจะ ให้ผลผลิตที่มีสมบัติทางกายภาพไม่ ค่อยดี ส่วนในกรณีของยางที่ผสมสารเคมีแล้ว ค่า viscosity ที่ได้จะเป็นตัวควบคุม ความสมำ่าเสมอของการดแต่ละครั้ง 2) ลักษณะการคงรูปของยาง เป็นคุณสมบัติที่มีความสำาคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะใช้เป็นตัวควบคุมกระบวนการผลิตแล้วยังใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึง คุณสมบัติทางกายภาพบางอ���่างของยางได้ด้วย อย่างไรก็ตามโรงงาน อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางของประเทศที่ทำาการตรวจสอบคุณสมบัตินี้มีเพียง เฉพาะในโรงงานใหญ่เท่านั้น เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงจึงมีราคา แพง ซึ่งเครื่องนี้คือเครื่อง oscillating disc rheometer เครื่องมือนี้สามารถบอกให้ ทราบถึง 2.1 ) ระยะเวลาที่ยางจะเริ่มเกิดปฏิกิริยาคงรูป (scorch) หรือเรียกอีกอย่าง

หนึ่งว่า "ยางตาย" 2.2 ) อัตราความเร็วในการเกิดยางคงรูป (rate of vulcanisation) 2.3 ) ความแข็งแรงสูงสุดเมื่อยางคงรูปเต็มที่แล้ว (maximum torque) 2.4 ) ลักษณะของยางเมื่อผ่านการคงรูปอย่างเต็มที่ไปแล้ว ซึ่งยางอาจจะ

ยังคงมีสมบัติไม่เปลี่ยนแปลง หรืออาจเปลี่ยนแปลในทางลบหรือบวกก็ได้ 2. การตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์


23

1) ความแข็ง (Hardness)

เครื่อ งวัด ความแข็ง แบบ Shore Durometer รุ่น PTC408 เป็นความต้านทานต่อแรงกด เป็นสมบัติที่ใช้ระบุถึงคุณภาพของยาง ทั่วไปเสมอ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นตัวควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยางได้ ด้วย เช่น การชั่งสารเคมีหลักๆผิดพลาดหรืออบยางไม่สุก หรืออบยางมากเกินไป จะทำาให้ความแข็งของยางเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ความแข็งของยางมีวิธีการวัดอยู่ 2 มาตรฐาน คือ IRHD (International Rubber Hardness Degree) และ Shore Hardness สามารถแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ A, B, C, D และ O โดยทั่วไปความ แข็งของยางจะเท่ากับ 40 ถึง 80 IRHD ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน เช่น ยางลบ ดินสอ ลูกโป่ง ยางจุกนมยางรถยนต์ ส้นรองเท้า เป็นต้น ในการออกสูตรยางที่จะให้มีความแข็งมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่าง เช่น ชนิดของยาง ชนิดและปริมาณของสารตัวเติม ชนิดและปริมาณ ของสารพลาสติไซเซอร์ ชนิดและปริมาณของการเชื่อมโยงของพันธะ และสารเคมี อื่นๆ แต่โดยทั่วไปปัจจัยที่จะกำาหนดความแข็งของยาง คือ สารตัวเติม กล่าวคือ สารตัวเติมแต่ละชนิดถ้าใช้ปริมาณเดียวกันกับยางต่างชนิดกัน ก็จะให้ความแข็งที่


24

แตกต่าง ในทางกลับกันถ้าใช้ในปริมาณเดียวกัน ก็ยังให้ความแข็งที่แตกต่างกัน ด้วย ตารางที่ 1 แสดงค่าความแข็งตามชนิดของยางชนิดต่างๆ Rubber type

Hardness( shore A )

NR

40 - 80

NBR

40 - 80

EPDM

40 - 70

CR

40 - 70

SBR

40 - 70

BR

50 - 70

2) ความต้า นทานแรงดึง (Tensile Strength)

เครื่อ งทดสอบแรงดึง รุน ่ LR10K


25

โดยทั่วไปใช้กันในลักษณะเป็นตัวควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่ อย่างไรก็ตามถ้ากำาหนดค่าความต้านทานต่อแรงดึงไม่เหมาะสม จะทำาให้ไม่ สามารถลดราคาของยางคอมปาวด์ได้ซึ่งจะมีผลทำาให้ผลิตภัณฑ์ยางมีราคาสูงโดย ไม่จำาเป็น ความต้านทานต่อแรงดึงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ โครงสร้างของยาง ชนิดและปริมาณของสารตัวเติม(แสดงในตารางที่ 2) ปริมาณของสารพลาสติไซ เซอร์ ระบบวัลคาไนซ์ และอุณหภูมิในการทดสอบ ตารางที่ 2 แสดงความต้านทานแรงดึงของยางชนิดต่างๆ Rubber type

Tensile strength (MPa)

NR

22

BR

20

IR

22

SBR

20

NBR

20

CR

22

IIR

18

CSM

20

ACM

15

FKM

15

3) ความต้า นทานต่อ การฉีก ขาด ( Tear Strength ) ยางที่มีความสามารถในการตกผลึกหรือยางที่มีสาตัวเติมที่มีขนาด อนุภาคเล็ก จะทำาให้แรงที่เน้นกระจายออกเนื่องจากผลึก หรือ อนุภาคของสารตัว เติม มีผลทำาให้ความต้านทานต่อการฉีกขาดเพิ่มมากขึ้น หลักในการออกสูตรยางให้มีความต้านทานต่อการฉีกขาดสูงอาศัย หลักการเดียวกับความต้านทานต่อแรงดึง เช่น


26

ก) ใช้เขม่าดำาที่ขนาดอนุภาคเล็ก จะทำาให้ความต้านทานต่อการฉีก ขาดดีขึ้น ข) ใช้สารตัวเติมที่มีขนาดอนุภาคเล็ก ทั่วไป ซิลิกามีขนาดอนุภาค เล็กกว่าเขม่าดำา ดังนั้นจะให้ค่าความต้านทานต่อการฉีกขาดสูง กว่าการใช้เขม่าดำา เมื่อใส่ในปริมาณที่เท่าๆกัน ค) ขึ้นอยู่กับชนิดของยาง จะเห็นได้ว่า ยางที่ตกผลึกได้ เช่น ยาง ธรรมชาติ ยางคลอโรพรีนจะมีค่าความต้านทานต่อการฉีกขาดสูง กว่ายางที่ไม่ตกผลึก และเมื่อมีการเติมสารตัวเติมเขม่าดำา จะทำาให้ ค่าความต้านทานต่อการฉีกขาดของยางทุกชนิดสูงขึ้น ง) ขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของการเชื่อมโยงพันธะ (Cross-link) 4) ความต้า นทานต่อ การอัด (Compression resistant) เป็นความสามารถของยางในการคืนรูปร่างและขนาดหลังจากที่มีแรง กระทำาให้มันเปลี่ยนรูปไปในขณะหนึ่ง มักใช้ในการกำาหนดสมบัติของซีล และ Gaskets ที่มีสภาวะการใช้งานที่รุนแรง ดังนั้น พันธะการเชื่อมโยงที่เสถียรจึง สามารถทำาให้ยางมีสมบัตินี้ดีที่สุดได้ 5) ความต้า นทานต่อ การขัด สี (Abrasion resistant) ชนิดของยาง

อันดับความต้านทานต่อการขัดสี

NR

4

SBR

3

BR

1

NBR

2

IIR

4

EPDM

3


27

CR

3

ACM

4

CSM

3

FKM

4

6) การกระดอน (Rebound Resilience) 7) ความต้า นทานต่อ การเสื่อ มสภาพ (Resistance to Ageing) 8) ความต้า นทานต่อ โอโซน ตัว อย่า งการตรวจสอบคุณ ภาพ

การจัด การด้า นสิ่ง แวดล้อ ม


28

ระบบบำา บัด อากาศแบบเปีย ก

(Wet Scrubber System)

ระบบบำาบัดอากาศแบบเปียก ทำางานโดยอาศัยหลักการสัมผัสกันระหว่าง อากาศที่มีสารปนเปื้อนกับของเหลวโดยปกติคือนำ้า มีชั้นตัวกลางหรือที่เรียกว่า Packing Media ทำาหน้าที่ในการเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสระหว่างอากาศที่มีสารปนเปื้อนกับ

นำ้า เมื่อนำ้าตกกระทบกับ packing media จะทำาให้นำ้าแตกตัวมีขนาดเล็กลงและบางส่วน จะไหลเป็นฟิล์มบางๆไปตามผิวของ packing media ลักษณะนี้จะทำาให้พื้นที่ผิวสัมผัส ระหว่างนำ้ากับอากาศเพิ่มขึ้นส่งผลให้ประสิทธิภาพในการดักจับเพิ่มขึ้น ระบบบำาบัดอากาศแบบเปียก สามารถใช้ได้ดีกับสารปนเปื้อนที่เป็นฝุ่นและ ก๊าซต่างๆโดยเฉพาะก๊าซที่สามารถละลายนำ้าได้ สำาหรับทิศทางการไหลของ อากาศกับนำ้าอาจเป็นได้ทั้งไหลสวนกัน (Counter Flow) ไหลตามกัน (Cocurrent Flow) หรือไหลตัดกัน (Cross Flow) ก็ได้ โดยทั่วไปมักนิยมใช้การไหลแบบ Counter Flow และ Cross Flow


29

ระบบดัก จับ ฝุ่น

(Dust Collector System)

เครื่องดักฝุ่น เป็นเครื่องแยกสารปนเปื้อนในอากาศแบบหนึ่งที่นิยมใช้กัน มากในอุตสาหกรรมการผลิตที่มีฝุ่นปริมาณความเข้มข้นสูงๆ เช่น อุตสาหกรรม การผลิตปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมการเจียระไนและขัดผิวโลหะต่างๆอุตสาหกรรม เตาหลอมโลหะ หรือปล่องควันจากหม้อต้มไอนำ้า (Boiler) เป็นต้น เครื่อ งดัก ฝุ่น แบบผ้า กรอง

(Bag House หรือ Bag Filter)

ทำางานโดยอาศัยหลักกลไกการกรอง (Filtration) อากาศที่มีสารปนเปื้อนไหล ผ่านเข้าผ้ากรองหรือถุงกรอง ที่มีความละเอียดมากพอที่จะยอมให้เฉพาะอากาศ เท่านั้นที่ไหลผ่านถุงกรองไปได้ ส่วนฝุ่นจะติดอยู่ที่ผิวหน้าของผ้ากรอง เครื่องดัก ฝุ่นแบบผ้ากรองหรือถุงกรองนี้มีประสิทธิภาพในการแยกฝุ่นสูงถึง

99.9% แต่ตว ั

ระบบค่อนข้างใหญ่ต้องการพื้นที่ในการติดตั้งมาก ราคาผ้ากรอง หรือ ถุงกรอง


30

แพง และอายุการใช้งานของผ้ากรองมีจำากัด ต้องทำาการเปลี่ยนเมื่อถึงเวลาที่ กำาหนด

การบำาบัดนำ้าเสีย ขั้นตอนการบำาบัดนำ้าเสีย โดยทั่วไปการบำาบัดนำ้าทิ้งแบ่งออกได้เป็น 4 ขั้นดังนี้ 1. การบำาบัดขั้นเตรียมการ (preliminary treatment) เป็นขั้นตอนการแยกสิ่ง สกปรกที่มีขนาดใหญ่ ไม่ละลายนำ้าออกจากนำ้า โดยการใช้ตะแกรง (Screens) 2. การบำาบัดขั้นต้น (primary treatment) นำ้าเสียที่ผ่านขั้นตอนจากข้อที่ 1 แล้ว จะถูกนำามาตกตะกอนในถังตกตะกอน ซึ่ง เรียกว่า primary sludge การบำาบัด ในขั้นนี้จะลดค่า BOD ได้ประมาณ 25-40% แล้วแต่คุณลักษณะของนำ้าทิ้งและ ประสิทธิภาพของถังตกตะกอน 3. การบำาบัดขั้นที่สอง (secondary treatment) นำ้าเสียจากข้อ 2 จะถูกนำา


31

เข้าไปสู่ถังเติมอากาศซึ่งจะมีการเติมอากาศให้แก่แบคทีเรียโดยใช้เครื่องเติม อากาศ แบคทีเรีย ช่วยย่อยสลายและกำาจัดสารอินทรีย์หรือ BOD ซึ่งอยู่ในรูปของ สารละลายหรืออนุภาคคอลลอยด์ ออกไปจากนำ้า กลายเป็นตะกอน ต���ลงไปที่ก้น ถังกากตะกอนในส่วนนี้จะถูกนำาไปกำาจัดต่อไป นำ้าในส่วนบนของถังตกตะกอนจะ ใสขึ้น ในขั้นตอนนี้จะช่วยลดค่า BOD ลงได้ประมาณ 75-95% ซึ่งค่า BOD ของ นำ้าส่วนนี้จะตำ่ากว่า 20 มิลลิกรัม/ลิตร สามารถปล่อยทิ้งลงสู่แม่นำ้าได้แต่ถ้าต้องการ ความสะอาดเหมาะแก่การนำากลับมาใช้ใหม่เข้าสู่การบำาบัดขั้นที่ 3 ต่อไป 4. การบำาบัดขั้นที่สาม (Tertiary treatment) ต้องการความบริสุทธิ์สะอาด สามารถนำากลับมาใช้อุปโภคและบริโภคได้ กระบวนการบำาบัดนี้จึงเป็นกระบวน การเคมีรวมกับฟิสิกส์ - เคมี นำ้าทิ้งจากการบำาบัด ขั้นตอนที่สอง จะถูกนำามาตก ตะกอนด้วยวิธีทางเคมีแยกสารประกอบฟอสเฟตออกด้วยปูนขาว จากนั้นจึงนำามา กำาจัดสารอินทรีย์ที่เหลืออยู่ด้วยกระบวนการทาง ฟิสิกส์ -เคมีด้วยวิธีการ ion exchange ซึ่งจะได้นำ้าที่สะอาดเมื่อผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้วจะได้นำ้าที่สะอาด

กิจกรรม 5 ส


32

กิจกรรม 5 ส เป็ นปั จจัยพื ้นฐานการบริหารคุณภาพ ที่จะช่วยสร้ างสภาพแวดล้ อมที่ดีในที่ทำางานให้ เกิด บรรยากาศที่น่าทำางาน เกิดความสะอาดเรี ยบร้ อยในสำานักงาน ถูกสุขลักษณะ ทำาให้ พนักงานหรื อเจ้ าหน้ าที่ สามารถใช้ ศักยภาพของตนเองได้ อย่างเต็มความสามารถ สร้ างทัศนคติที่ดีของพนักงานต่อหน่วยงาน กิจกรรม 5 ส เป็ นกลยุทธ์อีกวิธี หนึง่ ที่เปิ ดโอกาสให้ บคุ ลากรมีสว่ นร่วมในการพัฒนาคุณภาพ เป็ น กิจกรรมที่ทำาแล้ วเห็นผลเร็วและชัดเจน นอกจากนัน้ กิจกรรม 5 ส จะเป็ นพื ้นฐานในการนำาวิธีการบริหารใหม่ๆ เข้ ามาใช้ ในอนาคตต่อไป 5 ส คืออะไร

กิจกรรม 5 ส เป็ นแนวคิดการจัดระเบียบเรี ยบร้ อยในที่ทำางานก่อให้ เกิดสภาพการทำางานที่ดี ปลอดภัย มีระเบียบ เรี ยบร้ อย นำาไปสูก่ ารเพิ่มผลผลิต 1) สะสาง (SERI) คือ การแยกของที่ต้องการ ออกจากของที่ไม่ต้องการและขจัดของที่ไม่ต้องการ

ทิ ้งไป 2) สะดวก (SEITON) คือ การจัดวางสิ่งขอต่าง ๆ ในที่ทำางาน ให้ เป็ นระเบียบเพื่อความสะดวก

และ ปลอดภัย 3) สะอาด (SEISO) คือ การทำาความสะอาด เครื่ องมือ อุปกรณ์ และสถานที่ทำางาน 4) สุขลักษณะ (SEIKETSU) คือ สภาพหมดจด สะอาดตา ถูกสุขลักษณะ และรักษาให้ ดีตลอด

ไป 5) สร้ างนิสยั (SHITSUKE) คือ การอบรม สร้ างนิสยั ในการปฏิบตั ิงานตามระเบียบวินยั ข้ อ

บังคับอย่างเคร่งครัด ประโยชน์ จากการทำากิจกรรม 5 ส 1) บุคลากรจะทำางานได้ รวดเร็วขึ ้น มีความถูกต้ องในการทำางานมากขึ ้น บรรยากาศและสภาพแวดล้ อมดีขึ ้น 2) เกิดความร่วมมือ ร่วมใจ จะเกิดขึ ้น บุคลากรจะรักหน่วยงานมากขึ ้น 3) บุคลากรจะมีระเบียบวินยั มากขึ ้น ตระหนักถึงผลเสียของความไม่เป็ นระเบียบในสถานที่ทำางาน ต่อการ

เพิ่มผลผลิต และถูกกระตุ้นให้ ปรับปรุงระดับความสะอาดของสถานที่ทำางานให้ ดีขึ ้น 4) บุคลากรปฏิบตั ิตามกฎระเบียบ และคู่มือการปฏิบตั งิ านทำาให้ ความผิดพลาดและความเสี่ยงต่างๆ ลดลง 5) บุคลากรจะมีจิตสำานึกของการปรับปรุง ซึง่ จะนำาไปสูป่ ระสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำางาน


33

6) เป็ นการยืดอายุของเครื่ องจักร อุปกรณ์ เครื่ องมือต่างๆ เมื่อใช้ อย่างระมัดระวังและดูแลรักษาที่ดี และการ

จัดเก็บอย่างถูกวิธีในที่ที่เหมาะสม 7) การไหลเวียนของวัสดุ และ work in process จะราบรื่ นขึ ้น 8) พื ้นที่ทำางานมีระเบียบ มีที่วา่ ง สะอาดตา สามารถสังเกตสิง่ ผิดปกติต่างๆ ได้ ง่าย 9) การใช้ วสั ดุค้ มุ ค่า ต้ นทุนต่ำาลง 10)

สถานที่ทำางานสะอาด ปลอดภัยและเห็นปั ญหาเรื่ องคุณภาพอย่างชัดเจน

ตัว อย่า งหลัก กิจ กรรม

5ส


34

ความปลอดภัย ในโรงงาน กรณีเกิดเพลิงไหม้โรงงานยาง เหตุการณ์อุบัติเหตุ เกิดเพลิงไหม้โรงงานยาง บริเวณอาคารเก็บ วัตถุดิบและเครื่องจักร และลุกลามไปยังอาคารสำานักงานและคลังเก็บสินค้า ค่าความเสียหายของอาคารและเครื่องจักรเป็นเงินประมาณ 2 ล้านบาทเศษ ไม่มีผู้ได้รับอันตราย ข้อ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไ ข 1. ควรมีการจัดเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ให้ห่างจากแหล่งที่อาจก่อให้เกิด

ประกายไฟ หรือความร้อน 2. ควรมีการตรวจสอบอุปกรณ์และสายไฟฟ้าในอาคาร โดยวิศวกรไฟฟ้า

และมีเอกสารรับรองความปลอดภัยเป็นประจำาทุกปี


35

3. ควรมีระบบท่อดับเพลิง และอุปกรณ์ดับเพลิงมือถือติดตั้งอย่างเพียงพอ

และเหมาะสม 4. ควรมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันหรือความร้อน และมีการตรวจสอบ

สภาพการใช้งานเป็นประจำา 5. มีการจัดทำาแผนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินในกรณีเกิดเพลิงไหม้ และ

ทำาการซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง กรณีเกิดเพลิงไหม้โรงงานผลิตยางสำาเร็จรูปและฉนวนกันความร้อน เหตุการณ์อุบัติเหตุ เกิดเหตุหม้อแปลงระเบิดขึ้น ทำาให้เพลิงลุกลาม มายังกองผลิตภัณฑ์และส่วนอื่นๆ ของอาคารส่งผลให้เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนอาคารเสียหาย มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต สาเหตุเกิดจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุสันนิษฐานสาเหตุของการเกิด อุบัติเหตุ ดังนี้ -

หม้อแปลงระเบิดขึ้น ทำาให้กระจกและหลังคาของอาคารที่เกิดเหตุ แตก นำ้ามันหม้อแปลงร้อนจึงกระจายกระทบกล่องกระดาษ ซึ่งใช้ บรรจุผลิตภัณฑ์ทำาให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นและลุกลามต่อเนื่อง

-

เกิดหม้อแปลงระเบิดขึ้น ทำาให้เกิดเพลิงไหม้และลุกลามตามสาย ไฟไปจนถึงตู้ควบคุม MDB และลุกลามต่อเนื่องมายังกอง ผลิตภัณฑ์

ข้อ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไ ข 1. ควรมีการบำารุงรักษาหม้อแปลง เช่น มีการตรวจสอบสภาพนำ้ามัน สารดูด

ความชื้น ตรวจสอบการต่อลงดิน เป็นต้น 2. บริเวณหม้อแปลงควรมีส่วนแยกให้ห่างจากเชื้อเพลิง เช่น เศษยาง

อาคารที่เป็นไม้ เป็นต้น 3. ควรเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ


36

4. ควรมีระบบท่อดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงมือถือติดตั้งอย่างเพียงพอ

และเหมาะสม 5. ควรมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันหรือความร้อน และมีการตรวจสอบ

สภาพการใช้งานเป็นประจำา 6. มีการจัดทำาแผนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินในกรณีเกิดเพลิงไหม้ และ

ทำาการซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง กรณีร้องเรียนโรงงานยางผลิตยางส่งกลิ่นเหม็น สาเหตุเกิดจากกระบวนการผลิตยางมีกลิ่นเหม็น ทำาให้ชาวบ้านใน บริเวณใกล้เคียงได้รับกลิ่น สร้างความเดือดร้อนรำาคาญ ข้อ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไ ข 1. ควรติดตั้งอุปกรณ์ในการดักจับกลิ่น (Wet Scrubbers) เพื่อไม่ให้กลิ่น

กระจายทั้งภายในและภายนอกโรงงาน 2. ในกระบวนการผลิตที่ส่งกลิ่นเหม็น ควรจะเป็นพื้นที่ปิด เพื่อไม่ให้กลิ่น

กระจายออกสู่ภายนอก 3. อาจจะมีการใช้สเปรย์ระงับกลิ่นในกรณีที่มีกลิ่นแรงมาก


Total