Issuu on Google+

TaF headphile review MAGAZINE online

02

Sennheiser HD280Pro

volume

01

02

Sennheiser HD280Pro


TAF magazine

01

www.taf.in.th

Contents APRIL

2010

reviews

02

Sennheiser HD280Pro

05

carat hd1v dac


headphile review magazine

02

staff editor’s talk ไม่ได้มีมวลเยอะเหมือนพวก Hd650 แต่น้ำ�หนักก็ทิ้งตัวได้ดีครับ และ แยกแยะได้ง่ายว่าอันไหนสแนร์ อันไหน ทอม  เสียง Vocal ก็ออกมาดีใช้ได้ ครับ ทั้งชัด และมีตำ�แหน่งชัดเจน ให้ ความเป็นมิติของนักร้องที่ดีด้วยครับ เสียงสูงก็จัดได้ว่าดีพอสมควรครับ เสียงค่อนข้างเปิด ไม่อม แม้จะไม่พริ้ว แต่ก็ให้ความสดชื่นได้ดี เสียงไม่ค่อย แข็งมากเหมือนหูฟังทางสาย Sony ที่เสียงสูงจะออกแข็งๆแบนๆ แห้งๆ รายละเอียดของพวกไฮแฮทและแฉ ก็ชัดเจนดีครับ แต่ผมฟังพวกหูฟัง Fullsize แบบ Monitor กี่ตัว ก็ ให้รายละเอียด จุดนี้ได้ดีทุกตัวครับ teerachai

mr.luecha chirawanich graphic designer

mr.luecha chirawanich graphic designer

mr.luecha chirawanich graphic designer


TaF TAF magazine

03

01

www.taf.in.th

ผมรู้สึกว่าผมเคย review หูฟังตัวนี้ไปทีนึงแล้วนะครับ แต่ไม่รู้ ว่าหายไปไหนนี่สิ สงสัยจะโดน Error ช่วงที่บอร์ด pantip มี ปัญหาน่ะครับ เสียดายที่ตอนนั้นพิมพ์ไว้เยอะเหมือนกัน แต่ไม่ เป็นไรครับ ของที่มันหายไปแล้วก็มาเริ่มใหม่กันได้ตำ�แหน่งชัดเจน ให้ความเป็นมิติของนักร้องที่ดีด้วยครับ

เสียงสูงก็จัดได้ว่าดีพอสมควรครับ เสียงค่อนข้างเปิด ไม่อม แม้จะ ไม่พริ้วแต่ก็ให้ความสดชื่นได้ดี เสียงไม่ค่อยแข็งมากเหมือนหูฟัง ทางสาย Sony ที่เสียงสูงจะออกแข็งๆแบนๆ แห้งๆ รายละเอียด

02

ผมรู้สึกว่าผมเคย review หูฟังตัวนี้ไปทีนึงแล้วนะครับ แต่ไม่รู้ ว่าหายไปไหนนี่สิ สงสัยจะโดน Error ช่วงที่บอร์ด pantip มี ปัญหาน่ะครับ เสียดายที่ตอนนั้นพิมพ์ไว้เยอะเหมือนกัน แต่ไม่ เป็นไรครับ ของที่มันหายไปแล้วก็มาเริ่มใหม่กันได้ตำ�แหน่งชัดเจน ให้ความเป็นมิติของนักร้องที่ดีด้วยครับ เสียงสูงก็จัดได้ว่าดีพอสมควรครับ เสียงค่อนข้างเปิด ไม่อม แม้จะ ไม่พริ้วแต่ก็ให้ความสดชื่นได้ดี เสียงไม่ค่อยแข็งมากเหมือนหูฟัง ทางสาย Sony ที่เสียงสูงจะออกแข็งๆแบนๆ แห้งๆ รายละเอียด


F

headphile review magazine

04

Featured this month on

03

CALENDAR

march

ผมรู้สึกว่าผมเคย review หูฟังตัวนี้ไปทีนึงแล้วนะครับ แต่ไม่รู้ ว่าหายไปไหนนี่สิ สงสัยจะโดน Error ช่วงที่บอร์ด pantip มี ปัญหาน่ะครับ เสียดายที่ตอนนั้นพิมพ์ไว้เยอะเหมือนกัน แต่ไม่ เป็นไรครับ ของที่มันหายไปแล้วก็มาเริ่มใหม่กันได้ตำ�แหน่งชัดเจน ให้ความเป็นมิติของนักร้องที่ดีด้วยครับ

04

ผมรู้สึกว่าผมเคย review หูฟังตัวนี้ไปทีนึงแล้วนะครับ แต่ไม่รู้ ว่าหายไปไหนนี่สิ สงสัยจะโดน Error ช่วงที่บอร์ด pantip มี ปัญหาน่ะครับ เสียดายที่ตอนนั้นพิมพ์ไว้เยอะเหมือนกัน แต่ไม่ เป็นไรครับ ของที่มันหายไปแล้วก็มาเริ่มใหม่กันได้ตำ�แหน่งชัดเจน ให้ความเป็นมิติของนักร้องที่ดีด้วยครับ เสียงสูงก็จัดได้ว่าดีพอสมควรครับ เสียงค่อนข้างเปิด ไม่อม แม้จะ ไม่พริ้วแต่ก็ให้ความสดชื่นได้ดี เสียงไม่ค่อยแข็งมากเหมือนหูฟัง ทางสาย Sony ที่เสียงสูงจะออกแข็งๆแบนๆ แห้งๆ รายละเอียด


TAF magazine

072

www.taf.in.th

Type : Headphone

HD280Pro ผมรู้สึกว่าผมเคย review หูฟังตัวนี้ไปทีนึงแล้วนะครับ แต่ไม่รู้ว่าหายไปไหนนี่สิ สงสัยจะโดน Error ช่วงที่ บอร์ด pantip มีปัญหาน่ะครับ เสียดายที่ตอนนั้นพิมพ์ ไว้เยอะเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรครับ ของที่มันหายไปแล้ว ก็มาเริ่มใหม่กันได้ จริงๆหูฟังตัวนี้ผมสนใจมันมาได้พักใหญ่ๆแล้วครับ เรียก ว่าสนใจมานานแล้วด้วยเพราะว่าเป็นหูฟังที่สามารถถอด นู่นถอดนี่เปลี่ยนได้ทั้งหมดทั้งตัว และก็ยังดูทนไม้ทนมือ เหมาะกับการใช้งานทั้งใน Studio และ PA ครับ เวลา ใส่ใช้งานก็กระชับใช้ได้เลยครับ แต่บางอารมณ์ผมก็รู้สึก ว่ามันรัดไปหน่อยเหมือนกันครับ โดยเฉพาะช่วงด้านก้าน ส่วนบน เพราะมันกดหัวผมพอสมควรเลย ส่วนนึงอาจ จะเพราะผมชินกับก้านกดของ Audio-Technica ก็ได้ เพราะทางนั้นใส่แล้วสบายหัวกว่าเยอะครับ อันนี้ใส่ แล้วเจ็บนิดๆ แต่พอใส่นานๆก็ชิน ข้อเสียของ 280pro นี่คือตรง PAD เลยครับ ใช้ PAD แบบพลาสติกหุ้ม ฟองน้ำ�ซึ่ง มันเปื่อยง่ายเอามากๆครับ ไม่เหมือนกับ พวกหนังแท้ๆอย่าง 950ltd ( จริงๆ A900 ก็ใช้ PAD แบบ 280pro นี่แหละครับ 555 ) ตัวที่ผมเอามาลอง นี่ ฟองน้ำ�หุ้มก้านด้านบนหัวก็เริ่มปริแตกเรียบร้อยแล้ว ครับ จริงๆเปลี่ยนเป็น PAD กำ�มะหยี่แบบ Bayerdynamic ไปเลยก็ได้ครับ แต่เค้าก็ไม่ยอม หรือต้นทุนมัน สูงเกินไปนะ เสียงกลางของหูฟังตัวนี้ค่อนข้างชัดเอามากๆครับ เสียง ออกแนวเป็นธรรมชาติกลางๆ คือเสียงร้องจะไม่ค่อยหนา เท่าไหร่ แต่จะแนวฟังชัดๆ ค่อนข้างแตกต่างจาก line ตัวหลักอื่นๆที่จะมีความเป็น Musical และ Color มากกว่า แต่ตัวนี้เอามาฟังเพลงก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรนะครับ เพราะเสียงไม่ได้ทื่อเท่าของ Shure ออกแนวกลางๆ จริงๆ Image ก็นิ่งใช้ได้ครับ แถม Focus ได้ดีทีเดียว ขนาดของ image แต่ละชิ้นก็อยู่ในระดับกำ�ลังดี ไม่เล็ก หรือใหญ่เกินไป กระทั่งเสียงกลองก็ลงได้เต็มๆ อาจจะ ไม่ได้มีมวลเยอะเหมือนพวก Hd650 แต่น้ำ�หนักก็ทิ้งตัว ได้ดีครับ และแยกแยะได้ง่ายว่าอันไหนสแนร์ อันไหน ทอม  เสียง Vocal ก็ออกมาดีใช้ได้ครับ ทั้งชัด และมี

text: : G7


headphile review magazine

072

ไม่ได้มีมวลเยอะเหมือนพวก Hd650 แต่น้ำ�หนักก็ทิ้งตัว ได้ดีครับ และแยกแยะได้ง่ายว่าอันไหนสแนร์ อันไหน ทอม  เสียง Vocal ก็ออกมาดีใช้ได้ครับ ทั้งชัด และมี ตำ�แหน่งชัดเจน ให้ความเป็นมิติของนักร้องที่ดีด้วยครับ เสียงสูงก็จัดได้ว่าดีพอสมควรครับ เสียงค่อนข้างเปิด ไม่ อม แม้จะไม่พริ้วแต่ก็ให้ความสดชื่นได้ดี เสียงไม่ค่อยแข็ง มากเหมือนหูฟังทางสาย Sony ที่เสียงสูงจะออกแข็งๆ แบนๆ แห้งๆ รายละเอียดของพวกไฮแฮทและแฉก็ชัดเจน ดีครับ แต่ผมฟังพวกหูฟัง Fullsize แบบ Monitor กี่ตัว ก็ให้รายละเอียดจุดนี้ได้ดีทุกตัวครับ พวกเครื่องสาย อย่างกีต้าร์ก็ให้รายละเอียดได้ชัดเจนครับจนบางทีได้ยิน เสียงสั่นค้างของสายกีต้าร์ด้วยครับ แต่เสียงเปียโนนี่แข็ง ไปหน่อยครับ น่าจะให้มันนุ่มกว่านี้อีกนิดนึง ส่วน detail เสียงสูงผมว่ามันน้อยไปหน่อยครับ จริงๆก็ไม่หน่อย ต้องบอกว่าน้อยมาก ยิ่งเทียบกับพวก A950ltd นี่ สู้ ทางนั้นไม่ได้เลยครับ แต่ตัวนี้ก็มีดีตรงที่ขนาด image ใหญ่กว่า 950ltd ครับ เรื่องเบสไม่ต้องพูดถึงครับ เบสค่อนข้างน้อยเอามากๆที เดียว พอมี impact กับ middle ให้ชื่นใจได้หน่อย แต่ deep ไม่ต้องถามหาครับ ไม่มีออกมาเลยแม้แต่ หยดเดียว แต่น้ำ�หนักเบสกับเสียงโดยรวมผมว่ามันลงตัว ในระดับกำ�ลังดีครับ ถ้าให้เบสออกมาเท่ากับ HD650 มันก็คงจะดูเกินตัวจนเสีย Balance เอาง่ายๆเลย ครับ สำ�หรับ HD280pro นี่ยังถือว่ามีเบสนะครับ เจอ Superlux นี่ ขานั้นต้องเรียกว่าไร้เบสโดยสิ้นเชิงครับ เห็นเบสน้อยอย่างนี้แต่เวลามีเสียงกีต้าร์เบสก็ได้ยินไลน์ ของเบสชัดเหมือนกันนะครับ เพียงแต่มันขาดความหนา ของเนื้อเบสไปหน่อย ถ้าได้ความหนามาอีกซักนิดก็แจ๋ว เลยครับ โดยรวมถือว่าเป็นหูฟังที่ให้เสียงที่มีความเป็นธรรมชาติ มาก ใส โปร่ง ไม่ Dark มากมายเหมือนรุ่นพี่ โทนเสียง ออกเย็นๆ วัสดุดูแข็งแรงทนทาน แต่ PAD ไม่น่าจะทน ไม้ทนมือเท่าไหร่ การแยกชิ้นดนตรีทำ�ได้ดี เบสไม่ค่อยมี กลองแน่น กลางชัด ที่สำ�คัญเก็บเสียงได้ดีเอามากๆครับ ออกงาน PA นี่สบายๆเลยครับ ผมว่า 280pro เหมาะสำ�หรับคนชอบเสียงที่เป็น ธรรมชาติและมีความชัดของชิ้นดนตรีแต่ชิ้น ตัวนี้เอามา แกะเพลงสบายๆเลยครับ แต่จะลำ�บากพวกที่ต้องแกะ เบสหน่อยเท่านั้นเอง sennheiser.com


TAF magazine

072

www.taf.in.th

Type : Headphone Amp

CA R A T -HD1V usb dac

เหมือนเดิมทุกๆครั้งครับ ใกล้จะต้องเอาไปคืนเจ้าของทีหลัง ผมก็จะค่อยหยิบมา review ทุกที ไม่ใช่เพราะผมขี้เกียจหรือ อะไรนะครับ เพราะผมเองไม่ค่อยว่าง และปล่อย burn มัน ด้วยครับ แต่ก่อน burn และหลัง burn มันจะต่างกันแค่ มิติอย่างเดียวเอง หรือผมยัง burn ไม่ได้ที่ไม่รู้ แถมไม่ค่อยได้ สังเกตด้วย เพราะ DAC ตัวนี้ผมเล่นต่อกับคอมแล้วก็เสียบต่อ กับลำ�โพง เพราะเวลาใช้ DAC มันจะตัดระบบการทำ�งานของ soundcard ในเครื่องมาที่แอมป์หมดเลย แทนที่จะให้ใช้ได้ทั้งคู่นะ เสียดายจริงๆ....


headphile review magazine

072

USB DAC คืออะไร คิดว่าหลายๆคนน่าจะรู้แล้ว แต่สำ�หรับผมแล้ว มันก็คือ soundcard แบบ external ดีๆนี่เอง ตัว CARAT HD1V นี่เองก็เป็น DAC แบบ USB ที่ทำ�หน้าที่เสมือนกับเป็น soundcard อยู่แล้วครับ และนี่ก็เป็นข้อเสีย เอามากๆของ DAC ตัวนี้ เพราะภาครับ หรือ input มีเพียง USB อย่างเดียวเท่านั้น ทั้งๆที่มี jack อย่าง Optical และ RCA แต่ดันเป็น output ทั้งคู่ ดังนั้นมันจึงใช้งานได้แต่กับคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว ซึ่งก็ตรงกับกระแสยุคนี้แหละครับ ( ส่วนใหญ่ก็เป็น USB DAC กันหมดแล้ว DAC แบบที่ต่อชุด Hi-Fi หายากขึ้นทุกวัน ) แต่ก่อนผมมักจะมีปัญหากับคอมผมเอามากๆในเรื่องเสียงรบกวนในระบบ ทั้งเสียง Hiss เสียงฮัม เป็น junk noise น่ารำ�คาญจนผมไม่เคยฟังเพลงผ่านคอมพิวเตอร์เลยครับ ส่วนมากก็ดูหนัง อย่างเดียวแล้วก็ต่อออกลำ�โพงกระจอกๆคู่นึงเท่านั้น ฟังเพลงผมก็ต่อ iPOD ไม่ก็ set โบราณที่ซื้อต่อเค้ามาอีกที บางทีผมก็หงุดหงิดเหมือนกันครับ เพราะมีโปรแกรมที่ไว้ ทดสอบเรื่องหู และยังโปรแกรม test เกี่ยวกับ Freq. Response ของหูฟัง ที่ผม test ไม่ได้ เนื่องจาก noise มันกวนมากๆ USB DAC เลยกลายเป็นเสมือน hero เพื่อการนี้โดยเฉพาะครับ ไม่มั่นใจนะครับว่า USB DAC ตัวอื่นๆจะเป็นแบบ Carat หรือเปล่า เพราะตัวนี้จะมีปัญหานิดหน่อยตอนที่เสียบน่ะครับ ผมลองเสียบ กับ notebook ที่ร้าน มันก็เรียกหา driver เฉยเลย ต้องค้นๆๆจาก ใน net มาลง เสียเวลาตั้งนานกว่าจะได้ฟัง พอกับคอมตั้งโต๊ะปั๊บ ทุกอย่างดัน detect ได้หมด แต่เสียงไม่ออก iTunes ก็กด play แล้วไม่เล่นเพลง ต้องลอง restart เครื่องแล้วเปิด iTunes ใหม่ ถึงใช้ได้ พอมาที่บ้านผมก็ลองเสียบเข้าเสียบออกเล่นดู ปรากฏ ว่าไม่มีปัญหาแบบที่ลองที่ร้านเลย... เสียบแล้วเสียงก็มาทันที แต่ ถ้าเปิด iTunes ทิ้งไว้ แล้วถอด CARAT ออก จากนั้นก็เสียบ ใหม่ iTunes ก็จะต๊องไปเลยครับ คือเพลงไม่เล่น... ต้องปิดเปิด iTunes ใหม่ถึงจะหาย อย่างน้อยก็ดีกว่าตอนลองที่ร้านแหละ ครับ เพราะที่ร้านนี่ ปิดเปิด iTunes ใหม่ก็ไม่หาย ต้อง restart ระบบสถานเดียว แต่เห็นเหมือนจะไม่มีปัญหา แต่บางทีก็มีบ้างกับ iTunes ครับ บาง ครั้งกด stop แล้วหาเพลง จากนั้นกดเล่นใหม่ มันก็ไม่เล่นเพลงซะงั้น  ทั้งๆที่เปิดกับ Foolbar ก็เสียงออกปรกติ... ต้องปิดและเปิด iTunes ใหม่... จุดนี้ผมว่าน่าจะมีปัญหาเพราะ iTunes และ Windows น่ะครับ.. ถ้าตัวอื่นไม่มีอาการแบบที่ว่าก็น่าจะมาจาก CARAT เอง ที่ผมบอกแบบนี้ เพราะว่า ผมไม่เคยใช้ DAC มาก่อนเลย ตัวนี้ตัวแรกที่ได้ลองทีเดียว... ว่ากันที่ตัว CARAT เองบ้าง.. งานประกอบถือว่าเก็บได้ปราณีตมากครับ เท่าที่ดู วงจรภายในก็เลือกใช้ของดีๆมาประกอบทำ�วงจรด้วย น้ำ�หนักตัวเองก็ค่อนข้างเบาใช้ได้ พกพาไปไหนมาไหนไม่หนักมือ จะเสียก็ตรงมันใหญ่ไปหน่อย ถ้าเล็กกว่านี้จะดีมากสำ�หรับคน ที่ใช้ notebook และอยากได้เสียงที่ดีกว่าเดิม...


ตัวที่ผมได้มาเป็นตัว TOP ( มั้ง )นะครับ เพราะตัวรุ่น รองจากนี้ที่เป็น Body สีเงิน ( CARAT UD1 ) ผมไม่ ได้เอามา เนื่องจากตอนที่ลองรู้สึกว่า Dynamic ตัวนี้จะดี กว่า เลยเอาตัวนี้มาแทน อีกทั้งตัวนี้ยังมีระบบรองรับการ จ่ายไฟจากภายนอกด้วย โดยส่วนหม้อแปลงแบบ 9V เข้า ที่ด้านหลังได้ แต่ตัวสีเงินไม่มี ตรงช่องรองรับไฟภายนอก ของตัวสีเงินเลยกลายเป็น Jack แบบ 3.5 output แทน ซึ่งก็เหมาะสำ�หรับ Portable Amp ที่ต่อด้วยสาย minimini ครับ ตัวของผมเป็นสีดำ�มันไม่เหมาะเท่าไหร่ ผม เลยไม่ได้ test จากการต่อด้วยแอมป์มากนัก หลักๆเลย ไปเน้นที่ตัว DAC อย่างเดียวมากกว่าครับ แต่ว่าการ ต่อเพิ่มไฟจากภายนอกถ้าผมไม่ได้คิดไปเอง รู้สึกว่าจะมี จุดเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย โดยเฉพาะ image ของกีต้าร์ ไฟฟ้าตัว Dynamic-Impact มันจะดีกว่า และเป็นรูป ร่างกว่าตอนไม่ต่อครับ จุดอื่นๆไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่... แต่ ไม่มั่นใจตรงนี้นะครับ เพราะผมมีเวลาลองไม่พอ อาจจะ คิดไปเองก็ได้ ใน set ไม่มีหม้อแปลงให้นะครับ พอดีผมมีส่วนตัวอยู่ เอาไว้ใช้กับ headstage เรื่องเสียง ผมค่อนข้างแปลกใจกับเสียงแรกที่ได้ยิน ครับ นั่นก็คือส่วนของเสียงสูง ซึ่งตอนที่ลองครั้งแรกผม ใช้ AD2000 ลองเสียบฟังดู ปรากฏว่า ปลายเสียงสูงมัน พริ้วมากขึ้นกว่าเดิมครับ และเท่าที่ลองกับ MS-Pro ก็ ให้ความรู้สึกได้แบบเดียวกันครับ คือมันพริ้วแล้วไปได้ไกล มากขึ้นกว่าเดิม ฟังกับ AD2000 แล้วรู้สึกมันเปลี่ยนไป นิดหน่อยเลยครับ ที่น่าแปลกคือเสียงกลาง ตอนที่ใช้กับ AD2000 ไม่รู้สึก อะไร แต่พอเปลี่ยนมาเป็นหูฟังตัวอื่นปั๊บ รู้สึกเลยว่าเสียง กลางค่อนข้างจัดทีเดียวครับ  เสียงจัดคล้ายๆ player ของ samsung เลยครับ และก็เป็น DAC ที่ไม่ ได้ให้มวลเสียงกลางเท่าไหร่ เสียงเลย จะออกชัดๆจัดๆ แต่ว่าปลาย เสียงกลางมันไม่ได้ลาก ยาวเท่ากับเสียงสูง นะครับ  ทำ�ให้ เวลาลง กลองนี่ ส่วนที่

เป็นสแนร์มันเลยจะชัด และกังวาน แต่พวกทอม หรือ กระเดื่องปลายจะไม่ออกเท่ากับของ iPOD ( พอดีไม่มี DAC เทียบ เลยต้องเทียบกับ iPOD -(^_^)- )  ส่วนเบสจะให้เบสที่กระชับขึ้น ปลายไม่ได้ลากลงลึกครับ เพราะมวลเบสน้อยลง ส่วน middle ขึ้นกับหูฟังครับ บางตัวมันก็แน่นขึ้นเป็นรูปร่างขึ้น แต่กับบางตัวเฉยๆไม่ ได้เปลี่ยนมากมาย  จะมีก็ impact ที่ดีกว่าเดิมนิดนึง เพราะถูกจับ focus ให้เล็กลง ทำ�ให้รู้สึกแน่นมากขึ้น เบสไม่ฟุ้งกระจาย ที่เห็นชัดเจนคือตอนลองกับลำ�โพงครับ เพราะเบสลำ�โพงผมมันจะออกฟุ้งๆ ตอนที่ต่อกับคอมผ่าน soundcard นี่เห็นผลเลยครับ เบสฟุ้งทันที แต่พอต่อด้วย CARAT ปั๊บ.. เบสแน่นกระชับและเป็นตัวตนขึ้นมาทันที ครับ พอต่อกับหูฟังไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ เพราะหูฟังผม ไม่มีตัวไหนที่เบสฟุ้งๆอยู่แล้ว คนที่ใช้ Sennheiser อย่าง CX400 และ 500 นี่ ตัวนี้น่าจะเหมาะนะครับ     สิ่งที่ดีขึ้นชัดเจนก็คือ ในส่วนของมิติเสียงกลาง และช่วง ชิ้นดนตรีที่อยู่แถบๆปลายๆ soundstage ที่มีความเป็นตัว เป็นตนที่ชัดเจนกว่าของ iPOD ครับ เรียกว่า focus ตรง จุดนั้นได้ดีกว่า iPOD ซะอีก แถมยังให้มิติเสียงกลางที่ลึก กว่า ชิ้นดนตรีก็มีความชัดเจนมากขึ้น เพราะมันถูกดันให้ ถอยออกไปอีก และ focus ให้เล็กลง ใช้กับ Shure E4C ยังรู้สึกว่า soundstage กับ มิติเสียงกลางมันดีขึ้นมาถนัด หูเลยครับ บรรยากาศโดยรวมดูปลอดโปร่งมากขึ้น และ ถ้าผมจำ�ไม่ผิด ตัว UD1 โทนโดยรวมจะเสียงเย็น กว่าตัวที่ผมได้มา และยังให้ sound ที่นุ่มนวลกว่าด้วย ครับ สำ�หรับผมแล้ว ถ้ามันมีมวลเสียงมากกว่านี้ ตัว CARAT จะดีกว่านี้เยอะเลยครับ ถึงแม้ว่ามันจะไม่แห้ง แต่ถ้า ต่อกับหูฟังบางตัว ยิ่งพวก sensitivity สูงๆ หรือพวกที่ มีแนวโน้มว่าจะเสียงจัด มันก็จะจัดขึ้นกว่าเดิมแบบเห็น ได้ชัดเลยครับ ถ้าได้เพลงที่อัด peak เสียงจัดๆ ยิ่งไปกัน ใหญ่เลยครับ แต่กับหูฟังบางตัวดันเสียงไม่จัดเลย โดย เฉพาะพวก Fullsize แถมยังทำ�ให้น้ำ�เสียงเปิดและดูสด มากขึ้น มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ดังนั้น ถ้าใครคิดจะซื้อ DAC ตัว นี้ แนะนำ�พกเอาหูฟังหรือลำ�โพงที่���ะใช้กับ DAC ตัวนี้ ไปด้วยครับ จะได้รู้ว่ามัน MATCH กันหรือเปล่า..  ไม่งั้น เกิดไม่ match กันจะเสียดายแย่ครับ  ที่สำ�คัญ อย่าลืมลองก่อนซื้อทุกครั้งนะครับ


• icidea


TAF magazine

072

www.taf.in.th

Conga หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกับชื่อ WeSC แต่ถ้าใครอยู่วงการ แฟชั่นมาก่อนอาจจะเคยได้ยินชื่อของ WeSC ผ่านหูผ่านตา หรือ อาจจะมีไว้ครอบครองแล้วก็เป็นได้ เพราะ WeSC ค่อนข้างมีชื่อ เสียงในวงการแฟชั่นเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าทาง WeSC เล็งเห็น แนวโน้มของตลาดหูฟังที่จะมาเกี่ยวเนื่องกับวงการแฟชั่นหรือ เปล่า ทาง WeSC เลยทุ่มสุดตัวรุกเข้าตลาดด้านนี้ทันที แน่นอน ว่าการวางรุ่นของ WeSC เป็นในลักษณะปูพรม คือมีทุกแบบทุก สไตล์และเน้นที่งาน Design เพื่อเอามาชนกับเจ้าตลาดด้านนี้ อย่าง Skullcandy ที่ครองใจอเมริกันชนผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เน้นความ สวยงามและเท่ห์มากกว่าเรื่องเสียงเป็นหลัก ดังนั้นงานนี้ WeSC เลยต้องทำ�การบ้านมาอย่างดี เพื่อให้เป็นหูฟังที่มีทั้ง Design สวยและเสียงดีไปด้วยในคราเดียวกัน ความจริงหูฟังประเภทเน้นแฟชั่นเป็นหลักผมจะไม่ค่อยสนใจเท่า ไหร่ เพราะเข็ดจาก skullcandy ที่ฟังครั้งแรกแทบจะร่วงตกจาก เก้าอี้ เลยเกิดอาการกลัวหูฟังแนวๆนี้เป็นอย่างมาก แต่พอมาเจอ WeSC รุ่น Conga มันกลับตกกันข้ามกับที่ผ่านมา เพราะถ้าพูด ถึงราคากับเสียงที่ได้ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว รูปลักษณ์ภายนอก ตัววัสดุที่ใช้ทำ�หูฟังถือว่างานค่อนข้างโอเคยิ่งถ้าเทียบกับ Skullcandy ยิ่งจัดได้ว่าดีกว่าเยอะ เพราะ Skullcandy เป็นหูฟัง ที่ความแข็งแรงน้อยกว่า ตัวหนังเทียมที่เย็บติดตรงส่วนคาดหัวก็ ทำ�ได้ดี ดูแล้วแข็งแรงไม่น่าจะเปื่อยลอกได้ง่ายๆ ส่วน Pad ไม่ ต้องพูดถึงครับ เพราะ Pad สไตล์แบบ WeSC Conga มันเปื่อย ง่ายอยู่แล้ว ข้อดีคือมันถอดเปลี่ยนได้และเหมือนจะมีอะไหล่ขาย ด้วย ทำ�ให้ไม่ต้องมากังวลเวลามันเปื่อยครับ งานออกแบบของ WeSC แบบ Fullsize และ Semi-Fullsize เกือบทุกตัว จะเป็นการใช้สายแบบหูฟัง Monitor คือจะมีสายห้อยออกมาข้างเดียว ส่วนสายไปอีกข้างจะ เก็บซ่อนไว้ในส่วนของที่คาดหัว ทำ�ให้เวลาใช้งานไม่เกะกะเหมือน รุ่นที่ใช้สองสาย และดูง่ายว่าข้างไหนเป็นซ้ายหรือขวาโดยเฉพาะ เวลารีบๆ เพราะสายข้างที่ห้อยออกมาจะต้องเป็นด้านซ้ายเสมอ อันที่จริงบนหูฟังเองก็ไม่เขียนว่าข้างไหนซ้ายหรือขวาเหมือนกัน ครับ คงคิดว่ารู้กันทุกคนมั้งว่าข้างซ้ายเป็นยังไง ข้างขวาเป็นยังไง คนออกแบบไม่เข้าใจคนใช้งานเอาซะเลย มีหน่อยก็ไม่ได้ เรื่องของเสียง จริงๆ Conga มีรุ่นพี่ชื่อว่า Bongo อยู่ แต่ Bongo เป็นหูฟังที่ อุดมไปด้วยเบสและมวล ถ้าไม่คิดจะมันส์กับเบสอย่างเดียว ผมว่า

text: : G7


headphile review magazine

072

conga ให้เสียงที่ดู Overall กว่า ฟังง่าย โปร่งและสบายกว่ากันเยอะเลย Conga ค่อนข้างเด่นในเรื่องเสียงแหลม เป็น เสียงย่านสูงที่ไม่แสบบาดหู อาจจะระคาย นิดๆสำ�หรับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้หูฟังที่มีเสียงแห ลมเด่นๆ หัวโน้ตเองก็ค่อนข้างชัดเจน ปลาย แหลมแม้จะไม่พริ้วไปจนสุด แต่ก็ไม่แห้งและ ออกแบนๆ เสียงแหลมจะออกมาทาง Monitor เล็กน้อยแต่มีการเกลาไม่ให้มันชัดจนคมมากเกิน ไป ส่วนของเสียงกีต้าร์ค่อนข้างชัดดีมากๆ ให้ สัมผัสถึงการลงน้ำ�หนักในไลน์แต่ละเส้นได้ดี แม้ ไลน์กีต้าร์จะไม่คมจนดีดเป็นเส้น และบางช่วงก็ดู แบนไปหน่อย แต่สำ�หรับการให้เสียงแหลมในหูฟัง ราคาระดับนี้ถือว่าโอเคแล้วครับ เสียงเบสถือว่าทำ�ได้ดีทีเดียวครับ ไม่ได้น้อยไปหรือเยอะ มากเกินไป มวลเบสเองก็ไม่ได้มากมายจนฟังแล้วกวนย่า นอื่นๆ เบสค่อนข้างชัดและกระชับดีมาก อารมณ์เบสไม่ได้ ออกไปทางซับเบสแบบหูฟังบางรุ่นอย่างเช่น SonicGear ที่ให้เบสสไตล์แบบตู้ซับ ในขณะที่ของ Conga จะให้เบส เหมือนมาจากดอกลำ�โพงคู่มากกว่า Impact เบสทำ�ได้ดีทีเดียว เบสกระแทกกระทั้นได้แรง และชัดดีมากๆ มีรูปร่างที่สัมผัสได้ชัดเจน ส่วนของ middle อาจจะดูน้อยไปนิดแต่ก็ยังชัดและไม่บางจางมาก จนไร้ความรู้สึก พอมีเนื้อมาหนังให้จับต้องได้สบายๆ แต่ ช่วง deep เบสต้องถือว่าน้อยไปหน่อย สำ�หรับคนที่ ต้องการ deep เบสมากๆคงต้องหาหูฟังที่มวลเยอะกว่านี้ ครับ โดยรวมถือว่าเบสอยู่ในขั้นที่เรียกว่าคุณภาพดีทีเดียว ครับ แน่นและชัด กระแทกและกระทั้น แต่อาจจะไม่ ครบสูตรตรงที่ขาดความไหลเลื่อนของ middle และช่วง ปลายของ deep ซึ่งก็ไม่ค่อยจะเจอครบสูตรแบบนี้ในหูฟัง ระดับล่างๆอยู่แล้วครับ เสียงกลางชัดเจนมีรูปร่างที่ดี ไม่มีความรู้สึกว่านักร้องตัว แบนเลยครับ เรียกว่า focus image ได้ดีมาก ซึ่งตรงจุด นี้สำ�คัญครับ เพราะหูฟังระดับนี้มักจะ focus image ได้ ไม่ดีเท่าไหร่ บางรุ่น focus ดีแต่เสียงบางและแห้งไม่มี มวล แต่ของ conga มีมวลในระดับที่ดี แต่เสียงร้องจะ ออกนวลๆหน่อย ไม่ได้ชัดเจนกระจ่างแจ้งออกมา เพราะ เสียงแหลมไม่ขึ้นไปเกาะเสียงกลาง อาจจะมีการโมเอา แผ่นฟองน้ำ�ใส่เข้าไปตรง driver เพื่อไม่ให้เสียงแหลม ออกมากวนมาก เพราะ conga ให้แหลมที่ชัดและดีมาก ยกเว้นกับเพลงที่อัดมาเสียงจัดมากอยู่แล้ว เสียงก็ร้องก็ จะจัดจ้านตามไปด้วยแต่จะไม่จัดจ้านเท่าหูฟังที่ให้เสียง

แหลมชัดๆทั่วไป เพราะปรกติหูฟังแนวนี้เสียงสูงจะขึ้น ไปเกาะเสียงกลางทำ�ให้เสียงร้องจะบาดหู แต่ข้อดีคือจะ ได้ยินเสียงชัดและถ้าหูฟังที่ให้แหลมดีๆ กลางก็จะออก หวานๆเย็นๆ เสียงกลองกระแทกได้ชัดเจนมาก แต่กลองจะออกแข็ง นิดๆโดยเฉพาะเสียงสแนร์จะแข็งหน่อย เหมือนมือกลอง จะขึงจนตึงเปรี๊ยะอยู่ตลอดเวลา เสียงพวกไฮแฮทจะบาง ไปนิด แต่ได้ยินชัดเจนอยู่ครับ จริงๆพวกโทนแหลมที่ไป อยู่ไกลๆหน่อยจะบางหมดเลยครับ ไม่รู้ทำ�ไม อาจจะ เพราะตัวที่ผมลองมันยังไม่ได้ burn ด้วยมั้งครับเลยทำ�ให้ เสียงมันบางไปหน่อย ถ้าได้ burn คงจะดีกว่านี้ Soundstage ของ Conga จัดอยู่ในขั้นที่ดีครับ กว้างดี มาก และมิติเสียงกลางใช้ได้ครับ มีความลึกดีมาก แต่ เสียงร้องจะค่อนข้างเข้ามาใกล้เราหน่อย รูปร่างของ soundstage จะเป็นรูปครึ่งวงกลมแบบโดมครับ เสียงจะ ไม่ได้ล้อมหน้าล้อมหลัง แต่จะเน้นออกข้างและขึ้นข้างบน หัวมากกว่าครับ ซึ่งก็ทำ�ให้รู้สึกว่ามันกว้างขวางและโล่ง โปร่งดี การใส่ก็กระชับรับกับใบหูดีมากๆ เป็น SemiFullsize อีกตัวที่แนบพอดีกับหูไม่มีหลุดหรือเลื่อนจนต้อง มานั่งขยับให้มันเข้าที่ครับ ปรกติคนที่ใช้พวก SemiFullsize จะมีปัญหาในการใส่มากๆ เพราะมันไม่รับพอดี กับหู แต่ Conga ไม่มีปัญหาใดๆครับ ในชุดของ Conga เอง จะแถมสายต่อมาให้ด้วย เพราะ โดยตัวมันเองสายจะค่อนข้างสั้นครับ และที่มันทำ�สายต่อ มาสั้นๆเพราะมันมีสายต่อแบบมีไมค์เพื่อใช้กับพวกมือถือ แยกขายต่างหากด้วย เหมาะสำ�หรับคนที่อยากจะเอาหู ฟังไปใช้กับมือถือจะได้ไม่ต้องมานั่งซื้อหูฟังใหม่อีก โดยรวมจัดว่าเป็นหูฟังที่น่าใช้อีกตัวครับ แม้ไม่เน้นแฟชั่น ก็ฟังเพลงได้ดีทีเดียว แตกต่างกับ Skullcandy ที่ทางนั้น เน้นเรื่องแฟชั่นจนลืมเรื่องเสียงไปจนหมดครับ ผมว่าใคร ที่กำ�ลังมองหาของไปเครื่องบรรณาการให้กับแฟน หรือจะ หาหูฟังสวยๆซักตัวมาเดินใส่เท่ห์ๆ ถ้าไม่มีงบพอจะไปคว้า เอา Dr.Dre solo มาใส่หล่อๆ ก็เลือกเอา Conga มาใส่ แหล่มๆจะดีกว่าครับ แถมยังฟังเพลงได้ดีอีกด้วย SPEC 40mm power drivers,120dB. 20-20,001 Hz frequency range, 32ohms. .5m + 1.0m extension cord. 3.5 Gold plated stereo plug. wesc.com



TAF Magazine