Issuu on Google+

www.odloc.go.th

จดหมายข่าว

น ั กงาน ก

.ก.ถ

.

สำำ

การกระจายอ�ำนาจ ส� ำ นั ก งานคณะกรรมการการกระจายอ� ำ นาจให้ แ ก่ อ งค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น

ปีที่ ๑๒ ฉบับที่ ๒ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

การ ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดท�ำเกณฑ์ชี้วัดและค่าเป้าหมายขั้นต�่ำ การจัดบริการสาธารณะของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนต�ำบล รอบที่ ๓ สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุม เมื่อวันที่

สู่การปรับปรุงและการยกระดับมาตรฐานการจัดบริการสาธารณะ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๑ มีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการ ที่สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานจริงของ อปท. การกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ในการประเมินค่าเป้าหมายขั้นต�่ำการจัดบริการสาธารณะของ ต่อมาคณะอนุกรรมการด้านการติดตามและประเมินผล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล องค์การบริหารส่วน ในคราวประชุม เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ได้มีมติเห็นชอบ ต�ำบล (อบต.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา โดยวิธกี าร ให้ มี ก ารจั ด ประชุ ม เพื่ อ จั ด ท�ำเกณฑ์ ชี้ วั ด และค่ า เป้ า หมาย ประเมินตนเอง ในรอบที่ ๑ และรอบที่ ๒ ระหว่างปีงบประมาณ ขัน้ ตำ�่ การจัดบริการสาธารณะของเทศบาลและ อบต. รอบที่ ๓ ดังนัน้ พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๕๓ เพือ่ ประเมินระดับประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ส�ำนักงาน ก.ก.ถ. จึงได้จดั ท�ำโครงการประชุมเชิงปฏิบตั กิ ารเพือ่ จัดท�ำ และสมรรถนะในการจั ด บริ ก ารสาธารณะตามอ�ำนาจหน้ า ที่ เกณฑ์ชี้วัดและค่าเป้าหมายขั้นต�่ำการจัดบริการสาธารณะของ และภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอนจากส่วนราชการและหน่วยงาน เทศบาล และ อบต. รอบที่ ๓ เพื่อด�ำเนินการให้เป็นไปตามมติ ที่เกี่ยวข้องตามแผนปฏิบัติการก�ำหนดขั้นตอนการกระจายอ�ำนาจ คณะอนุกรรมการฯ โดยจะจัดการประชุมในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ (อปท.) แต่ละประเภท เพือ่ น�ำไป รวม ๔ ครั้ง ดังนี้

ซึง่

ครัง้ ที่

วัน/เดือน/ปี

สถานที่จัดประชุม

เทศบาลและ อบต. ที่เข้าร่วมประชุม

๓๑ มี.ค. - ๑ เม.ย. ๒๕๕๗

ภาคกลาง : โรงแรมรอยัลฮิลล์ อ.เมือง จ.นครนายก

๓ - ๔ เม.ย. ๒๕๕๗

๘ - ๙ เม.ย. ๒๕๕๗

ภาคเหนือ : โรงแรมไพลิน อ.เมือง จ.สุโขทัย

พิษณุโลก เชียงใหม่ กำ�แพงเพชร ตาก นครสวรรค์ พิจิตร แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์

๑๙ - ๒๐ พ.ค. ๒๕๕๗

ภาคใต้ : โรงแรมมารีไทม์ แอนด์สปา อ.เมือง จ.กระบี่

กระบี่ สุราษฎร์ธานี สงขลา สตูล ภูเก็ต พังงา ตรัง พัทลุง ชุมพร นครศรีธรรมราช

ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สระบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี นนทบุรี ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรปราการ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : โรงแรม ขอนแก่น สกลนคร กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ดซิตี้ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำ�นาจเจริญ

เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมครั้งนี้แล้ว ส�ำนักงาน ก.ก.ถ. จะได้น�ำผลที่ได้รับจาก

การประชุมมาปรับปรุงเกณฑ์ชี้วัดและค่าเป้าหมายขั้นต�่ำการจัดบริการสาธารณะของ เทศบาลและ อบต. เพือ่ เสนอ ก.ก.ถ. และคณะรัฐมนตรีพจิ ารณาให้ความเห็นชอบส�ำหรับ การติดตามประเมินผลการจัดบริการสาธารณะของเทศบาลและ อบต. ต่อไป

เรียบเรียงโดย ส่วนติดตามและประเมินผล ส�ำนักงาน ก.ก.ถ.


เงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อสนับสนุนการกระจายอำ�นาจให้แก่ อปท.

ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ก.ก.ถ. ได้ประกาศก�ำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนทัว่ ไปเพือ่ สนับสนุนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ จ�ำนวน ๑๒๖,๙๖๗,๕๑๒,๔๐๐ บาท ดังนี้ เงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อสนับสนุนการกระจายอ�ำนาจให้แก่ อปท. ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ จ�ำนวน ๑๒๖,๙๖๗,๕๑๒,๔๐๐ บาท ให้จัดสรรส�ำหรับด�ำเนินการตามรายการดังต่อไปนี้ 1. ตามอ�ำนาจหน้าที่และภารกิจถ่ายโอน 2. สนับสนุนการบริการสาธารณสุข 3. สนับสนุนอาหารเสริม (นม) 4. สนับสนุนอาหารกลางวัน 5. สนับสนุนการบริหารสนามกีฬา 6. สนับสนุนการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้ป่วยเอดส์ 7. ส่งเสริมศักยภาพการจัดการศึกษาของท้องถิ่น 8. สนับสนุนการจัดการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส 9. สนับสนุนการจัดการศึกษา (เงินเดือนครูและค่าจ้างประจ�ำ) 10. สนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาล ของข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่น 11. เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะ

จ�ำนวน   จ�ำนวน   จ�ำนวน   จ�ำนวน   จ�ำนวน จ�ำนวน จ�ำนวน จ�ำนวน จ�ำนวน

๖๑,๖๓๕,๑๕๗,๐๐๐   บาท ๑,๔๐๑,๗๕๐,๐๐๐  บาท ๑๐,๖๙๑,๔๕๑,๔๐๐  บาท ๒๔,๗๗๕,๙๙๙,๒๐๐  บาท ๑๑๘,๘๑๖,๒๐๐  บาท ๔๓๐,๙๕๖,๐๐๐  บาท ๑,๒๒๖,๕๓๘,๖๐๐  บาท ๑๘,๓๓๖,๕๐๐  บาท ๑๔,๑๐๖,๕๕๗,๕๐๐  บาท

จ�ำนวน

๔,๐๖๑,๙๕๐,๐๐๐

บาท

จ�ำนวน

๘,๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐

บาท

ตามอ�ำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ

ส�ำหรับเงินอุดหนุนตามข้อ ๑ จ�ำนวน ๖๑,๖๓๕,๑๕๗,๐๐๐ บาท ให้แบ่งการจัดสรรเป็น ๒ ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ ๑ จ�ำนวน ๕๘,๖๓๕,๑๕๗,๐๐๐ บาท ให้จัดสรรแก่ อปท. ดังนี้ (ก) จ�ำนวน ๕,๔๕๔,๔๐๐,๐๖๕ บาท จัดสรรแก่ อบจ. แต่ละแห่งตามทีไ่ ด้รบั การจัดสรรในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ (ข) ส่วนที่เหลือ จ�ำนวน ๕๓,๑๘๐,๗๕๖,๙๓๕ บาท ให้จัดสรรแก่เทศบาล และ อบต. แต่ละแห่ง ตามเกณฑ์ค�ำนวณ สัดส่วนของส่วนต่างระหว่างค่าใช้จา่ ยในการจัดบริการสาธารณะขัน้ พืน้ ฐานกับรายได้กอ่ นรวมเงินอุดหนุน ทีไ่ ด้ รับการจัดสรรในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ส่วนที่ ๒ จ�ำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กันเงินดังกล่าวไว้ และเบิกจ่าย ให้แก่ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาลของข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่นในกรณี เงินอุดหนุนตามข้อ ๑๐ ที่ตั้งงบประมาณไว้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น กรณี มี เ งินเหลือจ่ายให้ สถ. จัดสรรให้แ ก่ อบจ. เทศบาล และ อบต. ตามสัดส่ว นที่ อปท. แต่ละแห่งได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนตามส่วนที่ ๑ เงินอุดหนุนตามข้อ ๒ – ๙ จ�ำนวน ๕๒,๗๗๐,๔๐๕,๔๐๐ บาท ให้ สถ. จัดสรรให้แก่ อบจ. เทศบาล และ อบต. ตามเกณฑ์ที่ได้ก�ำหนดไว้แล้ว จดหมายข่าวการกระจายอ�ำนาจ

2

(ต่อหน้า ๓)


ไขข้อข้องใจเรื่องกระจายอำ�นาจ เรื่อง ค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการปฏิบัติตาม ภารกิจที่ถ่ายโอนให้ อปท. เรื่องเสร็จที่ ๘๒๕/๒๕๕๗

ข้อหารือ ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากกิจการใดที่ อปท. ด�ำเนินการตามอ�ำนาจหน้าที่ แทนส่วนราชการ รายได้นั้นควรตกเป็นของ อปท. โดยไม่ต้องน�ำส่งคลังได้หรือไม่

ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑)

๑. กรณีที่ส่วนราชการได้ด�ำเนินการถ่ายโอนภารกิจที่อยู่ในอ�ำนาจ

หน้าที่และความรับผิดชอบให้แก่ อปท. เป็นผู้ปฏิบัติ โดยภารกิจนั้นเป็นอ�ำนาจหน้าที่ของ อปท. ตามกฎหมาย บรรดาค่าธรรมเนียมทีเ่ กิดขึน้ จากการปฏิบตั หิ น้าทีต่ ามทีไ่ ด้รบั การถ่ายโอนดังกล่าว ย่อมตกเป็นรายได้ของ อปท. ไม่ต้องน�ำส่งคลัง ๒. กรณีสว่ นราชการก�ำหนดหรือแต่งตัง้ ให้ อปท. ปฏิบตั ภิ ารกิจให้แก่สว่ นราชการ เพื่ออ�ำนวยความสะดวกแก่ประชาชน การปฏิบัติภารกิจดังกล่าวเป็นการด�ำเนินการแทน ส่ วนราชการมิ ใช่เ ป็นกรณีที่ก ฎหมายมอบหมายหน้าที่ให้ อปท. ค่าธรรมเนียมและ ค่าใบอนุญาตที่ได้รับมาจึงเป็นการรับมาในฐานะผู้กระท�ำแทนส่วนราชการ ไม่ตกเป็น รายได้ของ อปท. ต้องส่งคลัง ๓. กรณีทคี่ ณะกรรมการการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ได้ก�ำหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจให้แก่ อปท. แต่ภารกิจจะถ่ายโอนนั้นต้องแก้ไขกฎหมาย ทีเ่ กีย่ วข้องเสียก่อน อปท. จึงจะสามารถปฏิบตั ภิ ารกิจดังกล่าวได้ ตราบใดทีย่ งั มิได้มกี ารแก้ไขกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง อปท. ย่อมยังไม่สามารถด�ำเนินการตามภารกิจนั้นได้ และยังไม่อาจเรียกค่าธรรมเนียมหรือค่าใบอนุญาตได้ ที่มา : หนังสือรวมค�ำสั่งศาลปกครองและวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา เกี่ยวกับ การกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เรียบเรียงโดย ส่วนนิติการ ส�ำนักงาน ก.ก.ถ.

(ต่อจากหน้า ๒)

เงินอุดหนุนตามข้อ ๑๐ จ�ำนวน ๔,๐๖๑,๙๕๐,๐๐๐ บาท ให้ สถ. เบิกจ่ายให้แก่ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

เป็น ๒ งวด โดยงวดที่ ๑ ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๖ และงวดที่ ๒ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ และเงินแต่ละงวดให้ประกอบ ด้วยค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการในอัตราร้อยละ ๑.๕ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๑๗๔ ง ลงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ จดหมายข่าวการกระจายอ�ำนาจ

3


มเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ม ให้เกียรติเป็นวิทยากรในภาคเช้า สําหรับภาคบ่การประชุ าย ๑.ัติกเพื ่อให้่อผเสริ ู้ร่วมประชุ มงความ ได้รับค การประชุ ม เชิ ง ปฏิ บ ารเพื ม สร้ า จะเป็นการระดมสมองเพื่อหาแนวทางการแก้ ไขปัญหาเกี่ยวกับการเบิซึก่ งจ่จะเป็ ายเงินนแล และการตรวจสอบภายใน ก เกี่ยบวกั บการบริ ยเงิ นระหว่ การประชุมเชิงปฏิ ัติการครั ้งนี้มีวหัตารการใช้ ถุ๒. ประสงค์ ดังนีา้ ง สต เพื่อให้จ๔่ามประการ าตรฐานการตรวจส เพื ่ อ เสริ ม สร้ า งความเข้ า ใจร่ ว มกั น ไปในแนวทางและมาตรฐานเดี ยวกัน ๑. เพื่อให้ผู้ร่วมประชุมได้เป็ รับนความรู ้เกี่ยวกับการรักษาวินัยทางงบปร เกี่ยวกับการบริหารการใช้ จ่ายเงิ นระหว่ างเพื กันบการแลกเปลี อปท. จ่ า่ยยเงิ ๓. เป็หาในการใช้ นควา และการตรวจสอบภายใน ซึ่ ง จะเป็ น การป้ อ งกั นสตง. ปั่อญ น ๔. เพื่อหให้ การกระจายอํ นาจด้าางน ๒. เพื่อให้มาตรฐานการตรวจสอบการบริ ารการใช้ จ่ายเงินาระหว่ ในไปอย่ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ส�ำนักงานพ.ศ. ก.ก.ถ. ร่ว๒๕๕๗ มกับ ในปี ง บประมาณ เป็ น า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ เป็นไปในแนวทางและมาตรฐานเดีส�ำนัยวกั น นแผ่นดินจะจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริม สําน กงานตรวจเงิ างความเข้าใจร่วมกั นเห็ เกี่ยวกั บระหว่ การบริหารการใช้ จ่ายเงิน ระหว่ าง อปท. ๓. เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยสร้ส�ำนันความคิ ด น า ง สตง. กั บ บั ด นี ้ การประชุ ม เชิ ง ปฏิ กงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บัติการด (อปท.) ในพื ้นที่ตง่าหวั งๆ รวมด ้งอ โดย ก.ก.ถ. อปท.ให้แ ๔. เพื่อให้การกระจายอํานาจด้ านการเงิ น๙ ครัท้การคลั งจังและงบประมาณ สตง.จั งถิผู้อ่น�ำนวยการส�ำนั หวักดงานและ รองผูว้ า่ การส�ำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (นายมณเฑียร เจริญผล) ผูแ้ ทน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้งเสริคมวามสนใจเข้ ามาร่ วมประชุ มกันเป็นจ กรมส่ การปกครองท้องถิน่ และผู แ้ ทนสมาคมสั นนิบาตเทศบาล แห่จะได้ งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นวิทยากรในภาคเช้ า่ไส�ำหรั บภาคบ่ าย ปจากกา ร วบรวมประเด็ น ที ด้ ข อ ้ สรุ บัดนี้ การประชุมเชิงปฏิบัตจะเป็ิการดั งกล่าวได้ ดําเนินไขปัการเสร็ สิ้นกแล้ว มีผู้แ นการระดมสมองเพื อ่ หาแนวทางการแก้ ญหาเกีย่ วกับจการเบิ เป็นแนวทางในการปฏิ บัติงานในโอกา จ่าใช้ ยเงินและการจั ดหาพัสดุของ อปท. สตง.จังหวัด ท้องถิ่นจังหวัดและ อปท. การประชุ มเชิางปฏิ บดิ ตั กิ น ารครั ง้ นีม้ วี ด ตั ถุการประชุ ประสงค์ ให้ความสนใจเข้ มาร่ วจะจั มประชุ มกั๔นประการ เป็มนเชิ จํางนวนมากเกิ นเป้ าหมายที ่ตั้งไว้ทุกาครั ้ง ตรวจเงิ น แผ่ น ปฏิ บ ต ั ก ิ ารเพื อ ่ เสริ ม สร้ า งความเข้ ใจร ้ จะได้ดัรงจ่นีวบรวมประเด็ ขก้องานตรวจเงิ จากการประชุ ้ง ๙ ครักั้งบมาจั าเป็นรูปเลว ายเงิ านงสํ นัความรู นทั(สตง.) องค์ดกทํรปกครองส่ ๑. เพืน่อให้ระหว่ ผู้ร่วมประชุ มที ได้่ไ ราับด้ ้เสรุ กี่ยวกัป บการรั กษา นแผ่นดิม ัยแนวทางในการปฏิ ทางงบประมาณและการคลัง และการตรวจสอบภายใน ซึ่งจะ ใช้เป็วิเป็นนรวม บ ต ั ง ิ านในโอกาสจ่ ไป รองผู้ว่าการสํานักงานตรวจ ๙ ครั ง ้ โดย ผู อ ้ า ํ นวยการสํ านักงานอก.ก.ถ. นการป้องกันปัญหาในการใช้จ่ายเงินของ อปท. อ่ ให้มาตรฐานการตรวจสอบการบริ หารการใช้ จา่ ยเงิน เจริญ๒. เพืผล) ผู้แทนกรมส่งเสริ มการปกครองท้ องถิ่น และผู้แทนสมาคมสันนิบา เรียบเรียงโดย ส่lวน ระหว่าง สตง. กับ อปท. เป็นไปในแนวทางและมาตรฐานเดียวกัน ให้เกี๓.ยเพืรติ เ ป็ น วิ ท ยากรในภาคเช้ า สํ า หรั บ ภาคบ่ า ย ่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่าง สตง. กับจะเป็ อปท. นการระดมสมองเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเง ๔. เพื่อให้การกระจายอ�ำนาจด้านการเงิน การคลัง และ งบประมาณ ให้แก่การประชุ อปท. เป็นไปอย่างมี ธิภาพบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ๔ ประการ ดังนี้ มปเชิระสิงทปฏิ บัดนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวได้ด�ำเนินการ ๑. สตง.เพืภู่อมภิ ให้ ผู้รง่วหวัมประชุ เสร็จสิน้ แล้ว มีผแู้ ทนจาก าค สตง.จั ด ท้องถิน่ จังหวัมดlได้รับความรู้เกี่ยวกับการรักษาวินัยทางง และ อปท. ให้ความสนใจเข้ามาร่วมประชุมกันเป็นจ�ำนวนมากเกิ น และการตรวจสอบภายใน ซึ ่ ง จะเป็ น การป้ อ งกั น ปั ญ หาในการใช้ จ่ า ย เป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกครั้ง ซึ่งส�ำนักงาน ก.ก.ถ. จะได้รวบรวมประเด็น ๒. เพื หารการใช้จ่ายเงินระห ที่ได้ข้อสรุปจากการประชุ มทั้ง่อ๙ให้ ครั้ง ม มาจัาตรฐานการตรวจสอบการบริ ดท�ำเป็นรูปเล่มเพื่อ แจกจ่ายให้ อปท. ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบตั งิ านในโอกาสต่อไป เป็นไปในแนวทางและมาตรฐานเดียวกัน ๓. เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่าง สตง. กับ อปท ยงโดย ส่วนการเงิ นการคลังงและงบประมาณ ๔. เพื่อให้การกระจายอํานาจด้เรียาบเรีนการเงิ น การคลั และงบประมาณ ส�ำนักงาน ก.ก.ถ. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บัดนี้ การประชุมเชิงปฏิบ4 ัติการดังกล่าวได้ดําเนินการเสร็จสิ้นแล้ว สตง.จังหวัด ท้องถิ่นจังหวัดและ อปท.

การประชุมเชิงปฏิบัติการ

จดหมายข่าวการกระจายอ�ำนาจ


วาม

เครื่ ภัณ

สิ่งบ่ GI

ย์ บ่งชี้ ง

นกล งคม

มาต

องมือในการจัดการปกป้องภูมิปัญหาของผลิตภัณ การดําเนินโครงการทั้งหมดทําให้เกิดควา มร่วมมือของหลายหน่วยงานและกลุ่มคนที่มีควาฑ์ที่เป็นมรดกของชุมชน ทาง อบจ. มชํานาญด้านผ้าทอไม่ว่าจะเป็นครูภูมิปัญญา ได้นําผ้าไหมยกดอกลําพูนไปขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่ งชี้ทางภูมิศาสตร์ และได้รับการขึ้นทะเบียน GI ปราชญ์ชาวบ้าน ในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๐ ผู้ประกอบการผ้าไหมยกดอกลําพูน จากกรมทรัพย์สินทางปัญหา กระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นผ้าไหมประเภทแรกที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ มีการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับอาจารย์จากสถ ทางภูมิศาสตร์ GI ซึ่งในการดําเนินงานนั้นทาง าบันการศึกษาต่างๆ อบจ. ทั้งหมดส่งผลให้เกิดประโยชน์ ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาคราชการส่วนกล ถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมอาชีพแก่คนในพื้นที่ างและส่วนภูมิภาค สถานศึกษา ภาคประชาสังคม สร้ จากากรปลู หม่นอ(อบจ.) นเลี้ยได้งไหม างรายได้ องค์การบริ หารส่วนจังหวักดล�ำพู จัดตั้งสถาบัน ครูภูมิปัญญาด้านการทอผ้า ผูผ้า้บทอม��� ริโอภคเกิ ความมั ่ และสื ใจในมาตรฐานสิ นค้า า ผู้เชี่ยวชาญด้านการทอผ้า หริภุญชัดยเพื ่ออนุรักษ์น บสานภูมิปัญญาด้านการทอผ้ ด้ ว ยมื อ ที่ มี ค วามวิ จิ ต รบรรจง น มรดกของคนล�ำพู โดยมี นักวิจัยด้านการทอผ้าของจังหวัด เป็ นการยกระดั บและรัและเป็ บรองคุ ณภาพผ้านไหมยกดอ นวัตกรรมด้านสิง่ บ่งชีท้ างภูมศิ าสตร์เป็นเครือ่ งมือในการจัดการปกป้อง ร่วมกันเป็นคณะทํางานควบคุมและตรวจสอบมาต กลํ าั พูญาของผลิ น ตภัณฑ์ทเี่ ป็นมรดกของชุมชน ทาง อบจ. ได้น�ำผ้าไหม ภูมปิ ญ และส่ งผลให้ ุกภาคส่ มาสนใจเรื ่องการรั ยกดอกล�ำพู นไปขึ้นท ทะเบี ยนเป็นสิว่งบ่นหั งชี้ทนางภู มิศาสตร์ และได้ รับการ กทีษ่มา : หนังสือรายงานการประเมินโครงการคัดเลือกองค์ก ามาตรฐานและคุ ณภาพของสิ ค้ามากยิ ่งขึ้น ขึ้นทะเบียน GIผ้ ในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ ตุนลาคม ๒๕๕๐ จากกรม า ไหมยกดอก เพื่อรับเงินรางวัลประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ทรั พ ย์ ส ิ น ทางปั ญ ญา กระทรวงพาณิ ช ย์ ถื อ เป็ น ผ้ า ไหมประเภทแรก รวมทั้งสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัยยังเป็นแหล่งเรีย ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทก างภู มิศาสตร์จGIังซึหวั ่งในการด�ำเนิ นา งานนั ้นน หนึนรูทีทาง่ง่ได้้ขในเอกลั ษณ์ ด ลํ พู องท้ อ งถิ น ่ อี ก ด้ ว ย อบจ. ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาคราชการส่วนกลางและ

ผลงานท้องถิ่น

ผ้าไหมยกดอก

หนึ่งในเอกลักษณ์จังหวัดล�ำพูน

ผลงานท้องถิ่น

ส่วนภูมภิ าค สถานศึกษา ภาคประชาสังคม ครูภมู ปิ ญ ั ญาด้านการทอผ้า ผูเ้ ชีย่ วชาญด้านการทอผ้า นักวิจยั ด้านการทอผ้าของจังหวัด ร่วมกันเป็น คณะท�ำงานควบคุ มและตรวจสอบมาตรฐานการผลิ ไหมยกดอก ลือกองค์กรปกครองส่ วนท้ องถิ่นที่มีการบริหารจัตผ้ดาการที ่ดี ศ. ๒๕๕๕ ล�ำพูนสู่สายตาผู้ชมทั้งไทยและต่างประเทศ และยังได้อบรมพัฒนา องค์ความรูด้ า้ นสิง่ บ่งชีท้ างภูมศิ าสตร์แก่ชา่ งทอผ้าและผูป้ ระกอบการด้วย ้งหมดท�ำให้มเกิพัดความร่ มมือของหลาย เรี ยบเรียการด�ำเนิ งโดย นโครงการทั ส่วนประชาสั นธ์แวละวิ เทศสัมพันธ์ หน่ ว ยงานและกลุ ่ ม คนที่ มี ค วามช�ำนาญด้ า นผ้ าสํทอไม่ ว จะเป็ นก.ก.ถ. านัก่ างาน ครูภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ประกอบการผ้าไหมยกดอกล�ำพูน มีการบูรณาการ องค์ความรูร้ ว่ มกับอาจารย์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทัง้ หมดส่งผลให้เกิดประโยชน์ ถือได้วา่ เป็นการส่งเสริมอาชีพแก่คนในพืน้ ที่ สร้างรายได้จากการปลูกหม่อนเลีย้ งไหม ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในมาตรฐานสินค้า เป็นการยกระดับและรับรองคุณภาพ ผ้าไหมยกดอกล�ำพูน และส่งผลให้ทกุ ภาคส่วนหันมาสนใจเรือ่ งการรักษามาตรฐานและ คุณภาพของสินค้ามากยิ่งขึ้น รวมทั้งสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัยยังเป็นแหล่งเรียนรู้ ของท้องถิ่นอีกด้วย

ส่วนจังหวัดลําพูน

หริภุญชัยเพื่ออนุรักษ์แล ารทอผ้าด้วยมือที่มีความ ดกของคนลําพูน งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นเครื่ องภูมิปัญหาของผลิตภัณ ทาง อบจ. นไปขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่ รับการขึ้นทะเบียน GI ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๐ ญหา กระทรวงพาณิชย์ กที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ การดําเนินงานนั้นทาง

ยทั้งภาคราชการส่วนกล

รฐานการผลิตผ้าไหมยกดอกลําพูนสู่สายตาผู้ชม ทั้งไทยและต่างประเทศ และยังได้อบรมพัฒนาองความรู้ด้านสิ่งบ่งชี้ทางภู มิศาสตร์แก่ช่างทอผ้าและผู้ประกอบการด้วย การดําเนินโครงการทั้งหมดทําให้เกิดควา มร่วมมือของหลายหน่วยงานและกลุ่มคนที่มีควา มชํานาญด้านผ้าทอไม่ว่าจะเป็นครูภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ประกอบการผ้าไหมยกดอกลําพูน มีการบู รณาการองค์ความรู้ร่วมกับอาจารย์จากสถ ทีม่ า : หนังสือรายงานการประเมินโครงการคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ทีม่ ี หารจัดาการที าบันการศึการบริ กษาต่ งๆ่ดี เพื่อรับเงินรางวัลประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ 360เกิดประโยชน์ ทั้งหมดส่งผลให้ ยงโดย ส่วนประชาสั มพัน้น ธ์และวิ เทศสัมพันธ์ ยนงเสริเรีมยบเรีอาชี ถือได้องศาอาเซี ว่าเป็นการส่ พแก่ คนในพื ที ่ ส�ำนักงาน ก.ก.ถ. สร้างรายได้จากากรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม าวการกระจายอ�น ผู้บริโภคเกิจดหมายข่ ดความมั ่ ำนาจใจในมาตรฐานสินค้า เป็นการยกระดับ5และรับรองคุณภาพผ้าไหมยกดอ กลําพูน


กษ์ที่จริงจัง ทําให้เทศบาลต้องการที่จะแก้ปัญหาให้ก 360 องศาอาเซี ากรตามแนวชายฝั ่งทะเลให้ยมนีความยั่งยืน เทศบาลเมืองตูบิยอนได้คิด โครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำเทศบาลเมืองตูบิยโดยได้ อนรับ(Tubigon) : นพัฒน การสนับสนุนจากสถาบั และองค์กรระหว่ งประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น รักษาทรัพยากรธรรมชาติ อย่าางยั ่งยืน Konrad Ad

เทศบาลเมืองตูบิยอนได้คิดริเริ่มโครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำขึ้น โดยได้รับการ 360 สนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรระหว่างประเทศ Konrad Adenauer Stiftung (KAS) ซึง่ ด�ำเนินการพัฒนาภายใต้โครงการบริหารจัดองศาอาเซ การ ทรัพยากรชายฝั่งทะเลส�ำหรับเขตเมือง ได้มีการวางแผนงาน ประสานงานกับชาวบ้าน ซึ่งดําเนินการพัฒนาภายใต้โครงการบร ผูม้ สี ว่ นได้สว่ นเสียและหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องเพือ่ ให้เกิดการบริหารงานทีเ่ หมาะสม และคงสภาพ ได้มีกจของท้ ารวางแผนงาน บชา ทรัพยากรชายฝั่งทะเลให้น�ำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิ องถิ่น โครงการดัประสานงานกั งกล่าว ้มีส่วฒนได้ สพ่วเพืนเสี วยงานทีเ่ กี่ยว ของเทศบาลมุง่ เน้น ๒ ด้าน คือ การพัฒนาท้องถิน่ ผูและพั นาอาชี อ่ สร้ยาและหน่ งศักยภาพให้ พยากรชายฝั กับท้ย องถินทรั น่ โดยใช้ ลยุทธ์ คือ การสร้างและปรั บปรุงและคงสภาพทรั ศักนยภาพขององค์ วนท้องถิน่ ่งทะเลให้น ในบ่อเพาะเลี้ยงเพื่อที่จะไม่เป็นการเบียดเบี พกยากรธรรมชาติ มากเกิ ไป กรปกครองส่ งตูบยิ อน (Tubigon) สร้างความรู ง่ ในระดับงชุกล่ มชนาวของเทศบาลมุ พัฒนาโครงการ ่งเน้น 2 โครงการดั ร้างสมดุลคื นกลับเทศบาลเมื ให้กับอระบบนิ เวศ นอกจากนั ้น ค้ วามเข้าใจ ในการพัฒนาทรัพยากรชายฝั สาธารณรั ฐ ฟิ ลิ ป ปิ น ส์ มี ป ระชากรราว ท�ำฟาร์มเพาะเลีย้ งสัตว์นำ�้ เพือ่ สร้างอาชีพ และพัฒน ช่วยเหลือโดยให้ งินประกอบด้ และเครดิ ตแก่หมูชบ่ าวประมงที ่ขาดแคลนเงิ น ย้ งหอยนางรม น เลีย้ทุงปลากะพง 45,000เคน วย 34 า้ น เช่น การเลี การสร้างแ 360งๆอต่ งตู าวบ้านทําพืงานในโครงการต่ บิยง่ อน ปู(Tubigon) สาธารณรั ฐฟิอ่ ทีลจ่ ิปะ ปินส์ มีประชากรราว 45,000 คน นมิ่ และกุง้ ทะเลในบ่ อเพาะเลีย้ งเพื น้ ทีเ่ กือบครึง่ เทศบาลเมื หนึง่ ของเมืาองอยู ดิ ชายฝั สร้างความ องศาอาเซี ยแวดล้ นงเมื่บอ้างใหญ่ ไม่เป็มนีกการเบี ทะเลและมี ทา่ เรืดอวทีการสิ เย ่ ชือ่ มต่ ป้องกันและบริ หารจั อนมนั้นได้ ารบัยดเบี งคัยบนทรั ใช้พกยากรธรรมชาติ ฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น ประกอบด้ 34อ่งไปยั หมู พัฒนาโค ทศบาลเมื อ้นอทีงตู บิยบครึ อน่ช่งัดหนึ นไป ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลคืนกลับ คืพื อเมื งเซบู และเมื องโบโฮลองอยูมากเกิ บายและการวางแผนที เจน่งของเมื ่เกือ(Cebu) ่ให้ตกิดั บชายฝั ง ่ ทะเลและมี ท า ่ เรื อ ที เ ่ ชื อ ่ มต่ อ ไปยั ง เมื อ งใหญ่ ค อ ื เมื องเซบู้ยงห( การเลี ระบบนิ เ วศ นอกจากนั ้ น ยั ง ให้ ประชากรส่ ว นใหญ่ สํานึกให้ก(Bohol) ับประชาชนและผู ้ที่มประกอบ ีส่วนได้ ส่วนเสียวให้นใหญ่ เห็นความสํ าคัญของทรั พยากรธรรมชาติ แล และเมื อ งโบโฮล (Bohol) ประชากรส่ ประกอบอาชี พเกษตรกรรมและทํ าการประมง แต่ใน อาชี พ เกษตรกรรมและท�ำการประมง ความช่วยเหลือโดยให้เงินและเครดิตแก่ ม ชาวประมงที น การว่าจ้จางากการทําการประมงลดลงมาก ระยะหลั นประสบปั ามากินข่ าดแคลนเงิ ฝืดเคือนงทุรายได้ แต่ ในระยะหลังชาวบ้ งชาวบ้าานประสบปั ญหาญหาทํ ย่างยั่งยืท�ำนเนืมาหากิ ่องมาจากจั ตว์นก้ําารประมง ได้น้อยลงชาวบ้านท�ำงานในโครงการต่างๆ ในด้านการ นฝืดเคือง รายได้บจสั ากการท�ำ ป้องกันและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมนั้น ลดลงมาก เนือ่ งมาจากจั สัตว์นำ�้ ได้นอ้ ยลง และสภาพทรั พบยากรตามแนวชายฝั ่อกมโทรมจากการจั ได้มกี ารบั่งงเสื คับใช้ ฎหมายเกีย่ วกับสิง่ แวดล้อมบสัตว์น้ําโดยขาดมาตรการหรือทิศทางก ประชากรราว 45,000 คน และสภาพทรั กษ์ที่จริงจัพงยากรตามแนวชายฝั ่ ง ท้องถิ่น ก�ำหนดนโยบายและการวางแผน เสื่ อ มโทรมจากการจั บ สั ต ว์ น�้ ำ โดยขาด ทีช่ ดั เจน และสร้างจิตส�ำนึกให้กบั ประชาชน าให้เคทศบาลต้ งการที ่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนโดยการสร้างแนวทางพัฒนาการบริหารจัดกา ต่อไปยังเมืมาตรการหรื อทํงใหญ่ ืออเมื งเซบูอ(Cebu) ทิศอทางการอนุ รกั ษ์ทจี่ ริงจัง และผูท้ มี่ สี ว่ นได้สว่ นเสียให้เห็นความส�ำคัญ ากรตามแนวชายฝั วามยัพยากรธรรมชาติ ่งยืน ควบคู ่ไปกับการสร้างอาชีพให้กับประชาชนในท้องถิ่น กรรมและทํท�ำให้ าการประมง แต่ใจ่ นะแก้ป่งญั ทะเลให้ เทศบาลต้องการที หาให้กบั มีคของทรั และสิง่ แวดล้อม าการประมงลดลงมาก องตูบิย อนได้คชุมิดชนและท้ ริเริ่มอโครงการเพาะเลี ประชาชนโดยการสร้าเทศบาลเมื งแนวทางพัฒนาการ งถิน่ หลายแห่งได้รบั ้ยงสัตว์น้ําขึ้น บริโดยได้ หารจัดการทรั พยากรตามแนวชายฝั ่ง ผลกระทบจากปั รับการสนั บสนุนจากสถาบั นพัฒนาองค์ งถิ่น ได้อย่างยัง่ ยืน จากการ ญหาอักนรปกครองส่ เนื่องมาจากการวนท้ ทรัพอยากรธรรมชาติ โดยขาดมาตรการหรื รั าง Konrad มคี วามยั งทิ ่ ยืศนทางการอนุ ควบคู การสร้ พัฒนาเศรษฐกิ จโดยไม่ ค�ำนึ่องStiftung ถึงมาจากการพั งสิง่ แวดล้อม(KAS) ระดมทรั พยากรในท้องถิน่ จการแลกเปลี ชนและท้ อทะเลให้ งถิ่นหลายแห่ งได้าไ่ รปกังประเทศ ับบผลกระทบจากปั ญAdenauer หาอั นเนื ฒนาเศรษฐกิ โดยไ ย่ น และองค์ กอรระหว่ อาชีพให้กบั ประชาชนในท้องถิน่ แต่เทศบาลเมืองตูบยิ อนได้พสิ จู น์ให้เห็นว่า ความคิดเห็นและการมีสว่ นร่วมของผูม้ สี ว่ นได้ แวดล้ อ ม สามารถที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่น ส่วนเสียท�ำให้เกิดความร่วมมืออย่างจริงจัง แนวทางพัฒนาการบริหารจัดการทรัพย มืชีพอให้ งตูกบับิยประชาชนในท้ อนได้พิสูจน์อใงถิห้เ่นห็นว่าสามารถทีควบคู ่จะพั่ไปกั ฒนาเศรษฐกิ จของท้ องถิซึ่นง่ เป็ควบคู บค่ การรั บ การรั ก ษาสิ่ ง แวดล้ อ มและ นปัจจัย่ไทีปกั น่ �ำไปสู วามส�ำเร็กจษ

โครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําเทศบาลเมืองตูบิยอน (Tubigon) : พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น รักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

มและทรั ว์น้ําขึ้น พยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน จากการระดมทรัพยากรในท้องถิ่น : คู่มือสการแลกเปลี วอย่าองทีอย่ ่ดีดา้านธรรมาภิ ดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มข้ีสอมู่วลนได้ ่วนเสียทํ่ยานเรี ให้ยเนรูกิ้แดละถอดแบบตั ความร่วมมื งจริงจังบซึาลส�ำหรั ่ง บ ถิยนความคิ ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการ นําไปสู่ความสํ ซึ่งดําเร็ เนิจนการพัฒนาภายใต้โครงการบริ หารจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลสําหรับเขตเมือง DELGOSEA มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ได้มีการวางแผนงาน ประสานงานกับชาวบ้าน ยงโดย หส่วารงานที นประชาสัม่เพัหมาะสม นธ์และวิเทศสัมพันธ์ ผู้ม่ยนเรี ีส่วนได้ นเสียและหน่ วยงานที ่ยวข้องเพืบ่อาลสํ ให้าเเรีกิหรัยดบเรี อการแลกเปลี ยนรูส้แ่วละถอดแบบตั วอย ่างที่ดีดเ่ ้ากีนธรรมาภิ บการบริ องค์ กรปกครองส ่วนท้ อำงถิ ่นงานในก.ก.ถ. ส� นั ก และคงสภาพทรั ยากรชายฝั ่งทะเลให้นมูําไปสู ฒนาเศรษฐกิ ภาคเอเชียตะวั นออกเฉียงใต้พโครงการ DELGOSEA ลนิธ่กิคารพั อนราด อาเดนาวร์จของท้องถิ่น โครงการดั 2 ด้าาวการกระจายอ� น คือ ำการพั ฒนาท้องถิ่น นาจ ฝั่งทะเลสําหรั บเขตเมืองงกล่าวของเทศบาลมุ่งเน้น จดหมายข่ เรียฒบเรี ยงโดย ส่วนประชาสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ และพั นาอาชี 6 พเพื่อสร้างศักยภาพให้กับท้องถิ่น โดยใช้กลยุทธ์ คือ กงาน ก.ก.ถ. งานที่เหมาะสม การสร้างและปรับปรุงศักยภาพขององค์สํกานัรปกครองส่ วนท้องถิ่น


พลังงาน ทดแทน ฉ

บับทีแ่ ล้วได้กล่าวถึงพลังงานแสงอาทิตย์ ซึง่ เป็นพลังงานทดแทน ที่สะอาด ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฉบับนี้จะเป็นพลังงานทดแทน จากกระแสลม โดยใช้กังหันลม คือ เครื่องจักรกลอย่างหนึ่งที่สามารถรับ พลังงานจลน์จากการเคลือ่ นทีข่ องลมให้เป็นพลังงานกลได้ จากนัน้ น�ำพลังงานกล มาใช้ประโยชน์โดยตรง เช่น การบดสีเมล็ดพืช การสูบน�ำ้ หรือในปัจจุบนั ใช้ผลิต เป็ น พลั ง งานไฟฟ้ า การพั ฒ นากั ง หั น ลมเพื่ อ ใช้ ป ระโยชน์ มี ม าตั้ ง แต่ ค รั้ ง ชาวอียปิ ต์โบราณและมีความต่อเนือ่ งจนถึงปัจจุบนั โดยการออกแบบกังหันลม จะต้องอาศัยความรู้ทางด้านพลศาสตร์ของลมและหลักวิศวกรรมศาสตร์ ในแขนงต่างๆ เพื่อให้ได้ก�ำลังงาน พลังงาน และประสิทธิภาพสูงสุด มืองพัทยา อปท. รูปแบบพิเศษ ก็มคี วามตืน่ ตัวในการคิดหาพลังงาน ทดแทน คือ กังหันลมมาใช้ เพือ่ ลดการพึง่ พาน�ำ้ มันเช่นกัน ทีม่ าของโครงการนี้ เกิดจากบนเกาะล้านมีประชากรอาศัยอยู่ ๔๘๙ ครัวเรือน หรือประมาณ ๓,๐๐๐ คน ไม่รวมประชากรแฝงอีกกว่า ๒,๐๐๐ คน และยังมีนักท่องเที่ยว ทัง้ ไทย และต่างชาติทหี่ ลัง่ ไหลเข้ามา พักผ่อนอยูบ่ นเกาะอีกประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน ต่อเดือน และการผลิตไฟฟ้าบนเกาะยังต้องพึง่ พาเครือ่ งปัน่ ไฟของการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ต้องใช้น�้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนหลักที่มีราคาสูงขึ้นทุกวัน นอกจากจะมีต้นทุนการผลิตไฟสูงขึ้นเรื่อยๆ เครื่องปั่นไฟแบบเดิมยังเกิดการ “ช�ำรุด” อยู่บ่อยครั้งท�ำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้าน และสถานประกอบการ บนเกาะได้รับความเสียหายจากเหตุกระแสไฟฟ้าตก และบางวันกระแสไฟฟ้า ที่ผลิตได้ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการด้วย มืองพัทยา อ�ำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จึงมีแนวคิดหาพลังงาน รูปแบบใหม่มาทดแทนน�้ำมัน โดยค�ำนึงถึงปัญหา “สิ่งแวดล้อม” เป็นส�ำคัญ ทั้งยังน้อมรับแนวพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านการ ใช้พลังงานทดแทน และการพึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืนมาใช้ ในที่สุดจึงมีการ คัดเลือกพืน้ ทีเ่ กาะล้าน ทีม่ คี วามเหมาะสมทางสภาพภูมปิ ระเทศ ทัง้ กระแสลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ทั้งปี และยังเป็น การช่วยส่งเสริมการท่องเทีย่ ว และเป็นแหล่งเรียนรูพ้ ลังงานทดแทนอีกทางหนึง่ ด้วย ริเวณหาดแสมห่างจากจุดเนินนมสาวประมาณ ๒๐ เมตร คือ ท�ำเล ที่ถูกเลือกให้เป็นสถานที่ติดตั้งกังหันลม โดยแบ่งการด�ำเนินงานออกเป็น ๓ ระยะๆ ละ ๑๕ ต้น รวมทัง้ สิน้ มีกงั หันลม ๔๕ ต้น จากการตรวจวัดความเร็วลมที่ เกาะล้านพบว่ามีความเร็วลมเฉลี่ยที่ประมาณ ๔ - ๕ กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งจะ ท�ำให้ระบบกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าได้ที่ ๒๕ - ๓๐ กิโลวัตต์ และหากมีลม เฉลีย่ ต่อเนือ่ งประมาณ ๑๐ ชัว่ โมง จะท�ำให้ระ���บสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้

จดหมายข่าวการกระจายอ�ำนาจ

7

ชุมชนและท้องถิ่นหลายแห่งได้รับ ม่คํานึงถึงสิ่งแวดล้อม แต่เทศบาลเมืองตูบิยอนได้พิสูจน์ให้เห็นว่า าสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติได้อย การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการมีส่วนร ประมาณวั วย และลดการใช้ เป็นปัจนจัละย๒๐๐ ที่นําหน่ไปสู ่ความสําเร็นำ�้ จมัน

ดีเซลเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึงวันละประมาณ ข้อมูลิตลร หรื: อเทียบเท่ากับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒๐๐ ปริมาณการใช้คูน่มำ�้ มัือนการแลกเปลี ดีเซล ขณะทีต่ น้ ทุ่ยนนเรี การผลิ ยนรูต ้และถอดแบ ไฟฟ้าจากกังหัภู นลมอยู ท่ หี่ น่วยละย๖ตะวั บาทนซึง่ออกเฉี ถูกกว่า ยงใต้ โคร มิภาคเอเชี การใช้น�้ำมันดีเซลถึง ๓ บาท ารติดตั้งกังหันลม พร้อมทั้งระบบ ควบคุม จนเริ่มต้นเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ส�ำเร็จเสร็จสิน้ มาตัง้ แต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยพลั ง งานที่ ไ ด้ จ ากการหมุ น ของกั ง หั น ลม จะถูกเก็บรวบรวมที่ห้องส�ำรองพลังงาน ซึ่งท�ำ หน้าทีค่ ล้ายแบตเตอรีก่ อ้ นใหญ่ทคี่ วบคุมการสัง่ การ ได้ ท้ั ง ๒ ระบบ คื อ ระบบสั่ ง การโดยมนุ ษ ย์ และระบบคอมพิวเตอร์ ในระยะแรกกระแส ไฟฟ้าทีผ่ ลิตได้ ถูกจ่ายเพือ่ ใช้งานโดยตรงบริเวณ ท่าหน้าบ้าน บริบัเวณหาดแสม า งงานแ บที่แล้วได้และกระแสไฟฟ้ กล่าวถึงพลั สาธารณะต่างๆ บนเกาะ แต่ในปัจจุบันกระแส ซึ่งาเป็ถูกนจ่าพลั งงานทดแทนที ่สาะอาด ไฟฟ้ ยรวมเข้ าสู่ระบบของการไฟฟ้ ส่วน ยั่งยืน มิตจ่ ะกระจายตามสายส่ รกับสิ่งแวดล้งอเพืมอ่ ใช้งาน ภูละเป็ มภิ าค ก่นอนที ในชุ มชนต่ อ้จไปะเป็นพลังงานทดแทนจากกระ ฉบั บ นี ลังงานลมจัดว่าเป็นพลังงานสะอาด โดยใช้ ก ลมบสิง่ แวดล้ คือ อม น�ำมาใช้ได้ ทีไ่ ม่กอ่ มลพิษังเป็หั นมินตรกั ไม่รจู้ กั หมดสิน้ ทีส่ �ำคัญคือไม่เป็นชนวนความขัดแย้ง ของสั ง่อคมเหมื อ นกั บ พลั งางานนิ ว่งเคลี ย ร์ามารถรั แต่ เครื งจั ก รกลอย่ งหนึ ที ส ่ บพล น่าเสียดายยังไม่มกี ารศึกษาอย่างจริงจัง ตลอดจน นําพลั่ มีงคงานกลมาใช้ ประโยชน์โด ยัจากนั ง ขาดบุ้น ค ลากรที วามรู ้ ค วามสามารถ ตลอดจนผู ้ที่มีคจวามเชี นกัน งหัพลั นลมงงานไฟฟ้า หรือในปั จุบัน่ยวชาญทางด้ ใช้ผลิตาเป็


ลังงานแสงอาทิตย์

ประโยชน์

ของกังหันลม คือ เพื่อลด การเสียดุลการน�ำเข้าพลังงาน และ เสริ ม สร้ า งความมั่ น คงทางด้ า นพลั ง งานใน อนาคต จึงควรต้องส่งเสริมให้เกิดการผลิตกังหันลม ทีเ่ หมาะสมกับความเร็วลมของประเทศไทย ทัง้ ขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ารจั ด การพลั ง งานระดั บ ท้ อ งถิ่ น จึ ง เป็ น กระบวนการหนึง่ ทีช่ ว่ ยแก้ไขปัญหาดังกล่าว เนือ่ งจากเป็น

มตร

เวที ก ารเรี ย นรู ้ ที่ ท�ำให้ ชุ ม ชนได้ เ ห็ น สถานภาพพลั ง งานของชุ ม ชน

ปัได้ญตระหนั หาด้กาถึนพลั งงานทวีมคชนด้ วามรุ นแรงเพิ ขึ้น ทัตลอดจนได้ ้งจากการ งศักยภาพของชุ านการจั ดการทรั่มพยากร รู้ ฉลีขาดแคลนแหล่ ่ยทีป่ แนวทางในการแก้ ระมาณ - ๕เป้าหมายร่วมกันในการจัดการพลังงาน ไ๔ ขปัญหาและมี งพลังงาน ของชุมชน โดยเลือกเทคโนโลยี ที่เหมาะสมกั บชุมชนนั้น่งๆแวดล้ โดยชุมอชนได้ และผลกระทบของการใช้ พลัโงลวั งานที ่มต์ีต่อสภาวะสิ ม ฟ้าได้ ที่ ๒๕ ๓๐ กิ ต เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาด้านพลังงานของ

ถ.

ทุกภาคส่วนจึงต้องตระหนักถึงวิกฤตการณ์นี้ ชุมชนเอง และพยายามคิ ดค้นเพื่อหาทางออก ที่มา่งในการแก้ : local.environnet.in.th ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าวคือ ๐๐หนทางหนึ หน่ ว ย การใช้พลังงานทดแทน พบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ To be continued เรียบเรียงโดย ส่วนประชาสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ ระมาณพลั๒๐๐ ลิ ต ร หรื อ เที ย บเท่ า กั บ งงานทดแทน โดยทั่วไปหมายถึง ส�ำนักงาน ก.ก.ถ. พลังงานที่มอี ยู่ทั่วไปตามธรรมชาติและสามารถมีทดแทนได้อย่างไม่จํากัด พลังงานทดแทนที่สําคัญ เช่น แสงอาทิตย์ ลม คลื่นทะเล กระแสน้ํา ความร้อนจากใต้ าท ผิซึวโลก ่งถูพลั กกว่ าการใช้น้ํามันวภาพ ดีเซลถึ งงานจากกระบวนการชี (บ่อก๊างซชี๓วภาพ) ที่ปรึกษา ส เนื่องจากแต่ละท้ำำนอักงงถิ ่นมี.โครงสร้างพืน้ ฐาน ศาสตราจารย์พเิ ศษธงทอง จันทรางศุ ปลัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี าน ก . ก สภาพแวดล้ส�อำนัมและวั ต ถุ ด บ ิ ที ่ ส ามารถนํ า มาผลิ ต เป็ น พลั ง งานได้แตกต่างกัน ดังนั้น กงานคณะกรรมการการกระจายอ� ำนาจ นายกมล สุขสมบูรณ์ รองปลัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี นเดิแต่นลเครื อ ่ งผลิ ต กระแสไฟฟ้ า ะท้องถิให้่นแอาจจะเริ ่มต้นที่ครัวเรือน ก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นที่ได้จากการหมุ งหันลม ส�ำนักงานปลัดส�ำน นักของกั นายกรัฐมนตรี

ตู้ ปณ.๑ ปณฝ ท�ำเนียบรัฐบาล กทม. ๑๐๓๐๒ โทร. ๐ ๒๒๘๐ ๗๓๘๓-๕ โทรสาร ๐ ๒๒๘๒ ๐๖๙๔ www.odloc.go.th E-mail : dloc@hotmail.com

นายวีระชัย ชมสาคร ผอ. ส�ำนักงาน ก.ก.ถ.

คณะผู้จัดท�ำ นายมานะ บุญยะโภคา นางสาวธิดา เบ็ญจวรรณ์ นางสาวภัทรานิษฐ์ ชีวะวรนันท์ นางสาวสุภาพร เนียมหอม นายเกียรติกมล จังโส นายธนกฤต ฤทธิ์บุณยากร

ทั้ง ๒ ระบบ รกกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ ม จะต้ และกระแสไฟฟ้ าสาธารณะต่างๆ องพิจารณาว่ามีอะไรบ้างที่มเี พียงพอที่จะนํามาผลิตเป็นพลังงานเพื่อใช้ในครัวเรือน

หรือท้องถิ่นของตนเองได้บ้าง อาทิ เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) ซึ่งเป็นวัสดุหรือสารอินทรีย์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานได้ รวมถึงวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เศษไม้ ปลายไม้จากอุตสาหกรรมไม้ มูลสัตว์ ของเสียจากโรงงานแปรรูปทางการเกษตร และของเสียจากชุมชน เป็นต้น เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) เชื้อเพลิงที่ไพิด้มจพ์ากชี วมวล ที่ : โรงพิ มพ์แ(Biomass) ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 0-2218-3549-50, 0-2218-3557 www.cuprint.chula.ac.th เป็นพลังงานที่ได้จากพืชและสัตว์โดยมีพื้นฐานจากการสังเคราะห์แสงแล้วเก็บรวบรวมพลังงานจาก


12 2 2014