Issuu on Google+

มะเร็งปอด

มะเร็งร้ายที่อันตรายต่อชีวิตคุณ


ผู้แต่ง

นางสาวชนกนันท์ ธรรมา 5321005 สาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตรศิิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ปรึกษา อาจารย์โสภิิตา สุวุฒโฑ พิมพ์ครั้งที่ 1


มารู้จัก

มะเร็งกันเถอะ

มะเร็ง คือ กลุ่มของโรคที่เกิดเนื่องจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติที่ DNAหรือสารพันธุกรรมส่งผลให้เซลล์มีก ารเจริญเติบโต มีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำ�นวนเซลล์ รวดเร็วและมากกว่าปกติ ดังนั้นจึงอาจทำ�ให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติและในที่สุดก็จะ ทำ�ให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อนั้น เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยงเพราะการเจริญเติบโตของหลอดเลือด ถ้าเซลล์พวกนี้เกิดอยู่ใน อวัยวะใดก็จะเรียกชื่อ มะเร็ง ตามอวัยวะนั้นเช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็ง ต่อมน้ำ�เหลือง และมะเร็งผิวหนัง

มะเร็งถือว่าเป็นโรคที่อันตรายร้ายแรงที่สุดในโลกและในประเทศไทย โรคมะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด เมื่อเรารู้อย่างนี้ ควรหาวิธี ป้องกันโรคมะเร็งที่อาจเกิดขึ้นกับตัวคุณและคนที่คุณรัก

1


มารู้จัก

มะเร็งปอดกันเถอะ โรคมะเร็งปอดเป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ของปอด เช่น เนื้อปอด หลอดลมกลายเป็นเซลล์มะเร็ง โรคมะเร็งปอดเป็น มะเร็งที่พบบ่อย หากตรวจพบเร็วสามารถรักษาให้หายขาดได้

มะเร็งปอดเป็นมะเร็งร้ายที่คร่าชีวิตผู้คน เป็นอันดับหนึ่งของโลกและมีจำ�นวนเพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง

ในประเทศไทย มะเร็งปอด

พบมากเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งทั้งหมดใน ประเทศไทย ซึ่งตรวจพบในระยะเริ่มแรกได้ยากและมีอัตราการตายสูง มะเร็งปอด พบมากในภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งนิยมสูบบุหรี่พื้นเมืองขี้โยหรือยามวน ซึ่งมีปริมาณทาร์ และ สารก่อมะเร็ง สารพิษอื่นๆ ในปริมาณสูง 2


มาดูปัจจัยที่เส่ี่ยงต่อ การเกิดโรคมะเร็งปอด มะเร็งปอดไม่ใช่โรคติิดต่อ การสัมผัสคนที่เป็นหรือสิ่งคัดหลั่ง ต่างๆ ไม่ได้ทำ�ให้เกิดโรค แต่พบว่ากว่า 85% ของคนที่เป็นมะเร็งปอดมี ประัวัติเคยสูบบุหรี่ ขณะที่อีก 1 ใน 6 ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน รวมทั้ง สภาพแวดล้อม และกรรมพันธุ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการ เกิดมะเร็งปอด

การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 3


การสูบบุหรี่

ผู้สูบบุหรี่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากถึง 10 เท่าของผู้ที่ไม่สูบ เพราะในควันบุหรี่มี ทาร์ หรือ น้ำ�มันดิน เป็นสารก่อมะเร็งตัวสำ�คัญ ยังไม่นับสารก่อมะเร็งอื่นๆ อีกกว่า 60 ชนิด ยิ่งคนที่สูบมาก สูบนาน ก็มีความเสี่ยงสูง แม้แต่ ผู้ที่ต้องสูดดมควันบุหรี่ของผู้อื่นที่สูบโดยตัวเองไม่ได้เป็นผู้สูบก็จัดว่ามีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน

มลภาวะในอากาศ

ก๊าซเรดอน ในเหมืองแร่ใต้ดิน สารหนู โครเมียม นิิกเกิล ควันพิษจากรถยนต์ โรงงาน อุตสาหกรรม ดังนั้น คนที่ทำ�งานท่ามกลางสิ่งเหล่านี้จึงมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

ฝุ่นแร่แอสเบสตอส หรือใยหิน

แร่ที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น การก่อสร้างอาคาร ทำ�ผ้าเบรค ฉนวนความร้อน เหมืองแร่ อู่ต่อเรือ สิ่งทอ เป็นต้น พบว่าคนงานที่ต้องสัมผัสฝุ่นแร่ชนิดนี้ หากไม่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดมากกว่าคนทั้วไป 5 เท่า และหากสูบบุหรี่ด้วย จะเสี่ยงมากขึ้นถึง 90 เท่าทีเดียว

อายุและเพศ อายุที่มากขึ้นก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อมะเร็งมากขึ้น เนื่ อ งจากเซลล์ มี โ อกาสผิ ด ปกติ แ ละระบบภู มิ คุ้ ม กั น เสื่ อ มถอย หรือการได้รับสารก่อมะเร็งสะสมไว้นาน ทำ�ให้คนสูงอายุมีโอกาสเป็น มะเร็งปอดมากกว่าคนหนุ่มสาวและพบว่าผู้หญิงมีความไวต่อสาร มะเร็งมากกว่าผู้ชาย

4


มาดูอาการของ

โรคมะเร็งปอดกันเถอะ

อาการในระยะแรกของโรคมะเร็งปอดจะไม่มีอาการใดๆบ่งบอก อย่างแน่ชัด เมื่อโรคลุกลามมากแล้วอาการที่อาจพบได้แก่

ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด หอบเหนื่อย เจ็บแน่นหน้าอก น้ำ�หนักลดรวดเร็ว เบื่ออาหาร กลืนอาหาร ลำ�บาก เสียงแหบ มีก้อนที่คอ (มะเร็งกระจายมาตามต่อมน้ำ�เหลืองที่คอ) ปวดกระดูกซี่โครง ไหปลาร้า ปวดกระดูกสันหลัง ( มะเร็งกระจายมากระดูก ) แขน ขา อ่อนแรง (มะเร็งกระจายไปสมอง) ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะ อุจจาระได้

อาการต่ า งๆเหล่ า นี้ มั ก เป็ น อาการร่วมของโรคต่างๆ ได้ เพราะ ฉะนั้ น หากมี อ าการดั ง กล่ า วควร ไปพบแพทย์ เ พื่ อ รั บ การรั ก ษาและ วินิจฉัยที่ถูกต้องต่อไป 5


มาดูวิธีการวินิจฉัย

โรคมะเร็งปอดกันเถอะ

1. 2. 3. 4.

ถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ตรวจเสมหะที่ไอออกมาเพื่อหาเซลล์มะเร็ง (Sputum Cytology) ส่องกล้องตรวจดูภายในหลอดลม (Bronchoscopy) ขลิบชิ้นเนื้อจากหลอดลมหรือต่อมน้ำ�เหลืองบริเวณไหปลาร้า ไปตรวจเพื่อการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา Biopsy, Scalene node biopsy)

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ในการเกิ ดโรคมะเร็ ง ปอด ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาวิธี การรักษา 6


มาดูวิธีการรักษา

โรคมะเร็งปอดกันเถอะ การผ่าตัด มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับตำ�แหน่งและระยะของโรค

การผ่าตัดพิจารณาตามชนิดเซลล์มะเร็ง ความรุนแรงและ การแพร่กระจายของโรคและสภาพความพร้อมของผู้ป่วยโดย อาจใช้ร่วมกับการรักษาด้วยเคมีบำ�บัด และ/หรือรังสีรักษา

ตัดปอดบางส่วน (Wedge resection)

7


ตัดปอดทั้งกลีบ (Lobectomy)

ตัดปอดทั้งข้าง (Pneumonectomy) 8


การรักษาด้วยยาเคมีบำ�บัด ยาเคมีบำ�บัด หมายถึงยาเกือบทุกชนิดที่ใช้ในการรักษาความเจ็บป่วย เช่น ยาพาราเซตามอล ยาแอสไพริน แต่ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่มักจะหมายถึงยาที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเป็นหลัก การให้ยาเคมีบำ�บัดก่อนการผ่าตัดหรือฉายรังสี (Neoadjuvant chemotherapy) การให้ยาเคมีบำ�บัดก่อนการผ่าตัดหรือฉายรังสี เป็นการให้ยาก่อนให้การรักษาหลักโดยการผ่าตัดหรือการฉายรังสี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง ทำ�ให้การผ่าตัดและการฉายรังสีง่ายขึ้น นอกจากนี้การให้ยาเคมีบำ�บัดก่อนการรักษาหลัก ยังสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งที่มองไม่เห็นจากภาพเอ็กซเรย์

การให้ยาเคมีบำ�บัดหลังการผ่าตัดหรือฉายรังสี (Adjuvant chemotherapy) ในการผ่าตัดผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้นยังอาจมีเซลล์มะเร็งที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาหรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การให้ยาเคมีบำ�บัด ตามหลังการผ่าตัดจึงสามารถช่วยกำ�จัดเซลล์มะเร็งดังกล่าว หรือให้ยาเคมีบำ�บัดภายหลัง การฉายรังสีเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังเหลืออยู่

การรักษาด้วยรังสีรักษาหรือการฉายแสง การรักษาเนื้องอกหรือเนื้อเยื่อที่เจริญเติบโตผิดปกติ โดยการฉายรังสีไปยังบริเวณ ที่กำ�หนดไว้โดยแพทย์ ซึ่งจะทำ�การคำ�นวณบริเวณผิวหนังและคำ�นวณขนาดของรังสีที่จะฉายไป ยังเนื้องอกให้ได้ผลและตรงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ�ที่สุด ซึ่งจะทำ�ให้เนื้องอกหยุดการเจริญเติบโตและ หายได้ จึงเป็นการควบคุมและรักษาโรคที่ได้ผลดีวิธีหนึ่งโดยรังสีแพทย์จะเป็นผู้ให้การรักษาวิธีนี้แก่ท่าน

ความแตกต่างของยาเคมีบำ�บัดเปรียบเทียบกับการรักษาโดย การผ่าตัด หรือ ฉายรังสี คือ ตัวยาจะสามารถกระจายไปได้ทุกส่วนของร่างกายเพื่อกำ�จัดเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆใน ขณะที่การฉายรังสี หรือการผ่าตัดเป็นการรักษาเฉพาะส่วนที่ได้รับการผ่าตัด หรือบริเวณที่ได้รับการ ฉายรังสี

9


มาลดปัจจัยความเสี่ยงต่อ

โรคมะเร็งปอดกันเถอะ

เลิกสูบบุหรี่ ลดความเสี่ยง

โรคมะเร็งปอด

หลีกเลี่ยงการได้รับมลพิษในสิ่งแวดล้อม 10


งดรับประทานอาหารที่ีมี ไขมันสูง งดดื่มสุรา ออกกำ�ลังกายสม่ำ�เสมอ รับประทาน ผักและผลไม้ให้มากขึ้น และอาหารที่มีิวิตามินซี วิตามินอี รวมทั้งเซเลเนียม เช่น ข้าวซ้อมมือ รำ�ข้าว อาจลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคมะเร็งปอดได้ 11


2 วััน

ปอดจะทำ�งานได้ดีขึ้น คาร์บอนมอนนอกไซด์จะถูกขับออกจากร่างกาย

1 วััน

ระดับนิโคตินและคาร์บอนมอนนอกไซด์ลดลงระดับออกซิเจนในเลือดกลับสู่ภาวะปกติ

8 ชั่วโมง

ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น มือเท้าอุ่นขึ้น

1 ชั่วโมง

ชีพจรและความดันโลหิตปกติ

20 นาที

เมื่อคุณเลิกสูบบุหรี่เพียงแค


ถ้่าคุณเลิกบุหรี่ได้ถึงถึง 6 เดือน

อัตราเสี่ยงมะเร็งปอดจากบุหรี่จะลดลง

อาการอยากสูบบุหรี่จากการอดบุหรี่จะหายไปและระดับพลังงานจะเพิ่มขึ้นตามลำ�ดับ

1 เดือน

อาการทุรนทรายจากการสูบบุหรี่จะดีขึ้นมาก การประกอบกิจวัตรประจำ�วันจะง่ายขึ้น

2 สัปดาห์

คุณจะหายใจคล่องขึ้นและระดับพลังงานจะเพิ่มขึ้น

3 วัน

ประสาทรับรู้รสชาติและกลิ่นได้ดีขึ้น นิโคตินจะถูกขับออกจากร่ายกาย

ค่ไม่กี่นาทีสุขภาพคุณก็จะดีขึ้น


ประโยชน์

การหยุดสูบบุหรี่

ถ้ า ผู้ สู บ บุ ห รี่ ส ามารถหยุ ด บุ ห รี่ ไ ด้ ทั น ก่ อ นที่ ป อดจะได้ รั บ ความ เสียหายอย่างถาวร โอกาสของการเกิดโรคมะเร็งปอดจะลดลงทันที ผู้สูบบุหรี่สามารถหยุดสูบบุหรี่ได้นาน 10-15 ปี จะลดอัตราเสี่ยง ของโรคมะเร็งปอดได้ครึ่งหนึ่ง สำ�หรับผู้ที่เป็นมะเร็งปอดแล้วการเลิก สูบบุหรี่จะทำ�ให้อาการดีขึ้นและอยู่ได้นานขึ้นกว่าผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป


04โรคมะเร็งปอด_นางสาวชนกนันท์ ธรรมา