Issuu on Google+

ดนตรีกับการนมัสการ (Music and Worship)


ดนตรีกับการนมัสการ (Music and Worship) วิศรุต จินดารัตน์ ดนตรีเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความมีอารยธรรมของมนุษย์ นับตั้งแต่สมัยปฐมกาลมนุษย์รู้จัก ใช้การร้อง เพลง การเต้นรา และการเล่นดนตรี เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษไม่ว่าจะเป็นงานส่วนตัวหรืองานสาธารณะ เพื่อความรื่นเริงหรือเพื่อการนมัสการพระเจ้า ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของงานนั้นเสมอ พระธรรมปฐมกาล 31:27 “ทาไมเจ้าจึงหนีเรามาอย่างลับๆ แอบมาโดยไม่บอกให้เรารู้ ถ้าเรารู้ เราก็ จะจัดส่งเจ้าไปด้วยความร่าเริงยินดี โดยให้มีการขับร้องด้วยรามะนาและพิณเขาคู่” ดนตรีเป็นการแสดงออกซึ่งความชื่นชมยินดีที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงช่วยกู้ชนชาติของพระองค์ให้ รอดพ้นจากการเป็นทาส ทรงนาชัยชนะมาให้แก่เขา พวกเขาจึงร้องเพลงและเล่นดนตรีเพื่อถวายพระเกียรติ พระองค์ ดังบทเพลงของมิเรียม ซึ่งปรากฏใน พระธรรมอพยพ 15:20-21 “มิเรียมผู้เผยพระวจนะหญิง พี่สาวของอาโรน ก็ถือรามะนาและหญิง ทั้งหมดก็ถือรามะนาเดินตามพร้อมกับเต้นราไปด้วย มิเรียมจึงร้องตอบพวกเขาว่า จงร้องเพลงถวายพระยาห์ เวห์เถิด เพราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง พระองค์ทรงกวาดม้า และพลม้าลงในทะเล” ดนตรีมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของมนุษย์ในหลายๆด้าน ดนตรีเป็นสื่อถ่ายทอดประสบการณ์ของคนในแต่ ละยุค สามารถเล่าเรื่องราวความเป็นมาของคนในยุคนั้นๆ ว่ามีค่านิยม มีความคิด เป็นอย่างไร อีกทั้งทาให้เกิด ความเข้าใจในความล้าลึกของพระเป็นเจ้าและทาให้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ดนตรียังเป็นการแสดงออก ซึ่งความชื่นชมยินดีในการที่มนุษย์ได้เข้าเฝูาพระองค์ เพื่อช่วยทาความเข้าใจในเรื่องของดนตรีกับการนมัสการ ผู้เขียนใคร่แบ่งบทความนี้เป็นสองส่วน โดย จะพูดถึงดนตรีกับการนมักสารในสมัยพันธสัญญาเดิม และดนตรีกับการนมัสการในสมัยพันธสัญญาใหม่ พอ สังเขปดังนี้ สมัยพันธสัญญาเดิม : ดนตรีมีส่วนสาคัญในการนมัสการเป็นอย่างยิ่ง เครื่องดนตรีที่ใช้สามารถจาแนก เป็นสามประเภทดังต่อไปนี้ 1. เครื่องสาย (stringed instruments) เครื่องดนตรีที่ใช้นิ้วดีดสายทาให้เกิดเสียง มีหลายชนิด ที่ นิยมกันคือ พิณ หรือพิณเขาคู่ (harp) พระธรรม 1 ซามูเอล 10:5 “...ท่านจะพบผู้เผยพระวจนะหมู่หนึ่ง กาลังลงมาจากปูชนียสถานสูง ถือ พิณใหญ่ รามะนา ปี่ พิณเขาคู่ นาหน้ามา กาลังเผยพระวจนะเรื่อยมา” 2. เครื่องเป่าลม (wind instrument) เครื่องดนตรีที่ใช้ลมจากปากเปุาเพื่อให้เกิดเสียง เช่น ปี่เขาสั ตว์ ที่นิยมกันคือขลุ่ย (flute) พระธรรมอิสยาห์ 5:12 “เขามีพิณเขาคู่และพิณใหญ่ รามะนา ขลุ่ย...” 3. เครื่องเคาะจังหวะ (percussion) เครื่องดนตรีที่ใช้มือหรือค้อนเพื่อเคาะให้เกิดจังหวะ เช่น กลอง ฉาบ กรับ ที่นิยมคือ ฉาบ และรามะนา (cymbals, tambourines)


พระธรรมซามูเอล 6:5 “ดาวิดกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลก็ร่าเริงอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าด้วยเต็มกาลัง ของเขาทั้งหลาย มีการร้องเพลง เล่นพิณเขาคู่และพิณใหญ่ รามะนา กรับ และฉาบ” กษัตริย์ดาวิดทรงบัญชาให้มีการใช้ เครื่องดนตรีในการนมัสการที่พระวิหารของพระเจ้า โดยมีเครื่อง ดนตรีที่ใช้บรรเลงดังต่อไปนี้ พระธรรม 1 พงศาวดาร 15:16,19-20 “ดาวิดได้ทรงบัญชาแก่บรรดาหัวหน้าของคนเลวีให้แต่งตั้งพี่ น้องของเขาให้เป็นนักร้องเล่นเครื่องดนตรี มี พิณใหญ่ พิณเขาคู่ และฉาบ เพื่อทาเสียงดังด้วยความชื่นบาน นักร้องคือ เฮมาน อาสาฟ เอธานเป็นคนตีฉาบทองสัม ฤทธิ์ เศคาริยาห์ อาซีเอล เชริราโมท เยฮีเอล อุนนี เอลี อับ มาอาเสยาห์ และเบไนยาห์ เล่นพิณใหญ่ ตามสาเนียงอาลาโมท” ในสมัยพันธสัญญาเดิมนั้น บรรดาผู้พยากรณ์ของชนชาติอิสราเอลมักเป็นผู้ที่มีความสามารถในการ เล่นดนตรี เริ่มตั้งแต่สมัยอพยพที่ มิเรียมผู้เผยพระวจนะหญิงเล่นรามะนานาพวกผู้หญิงร้องเพลงและเต้นรา ฉลองชัยชนะที่พระเป็นเจ้ามีเหนือพวกอียิปต์ (พระธรรมอพยพ 15:20-21) ท่านอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะได้ ประพันธ์บทเพลงแห่งชัยชนะที่แสดงถึงความไว้วางใจในการปูองกันของพระเจ้า (พระธรรมอิสยาห์ 26:1-6) ท่านผู้เผยพระวจนะเอเสเคียลได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีน้าเสียงไพเราะและเล่นดนตรีเก่ง (พระธรรมเอเส เคียล 33:32) กษัตริย์ดาวิดผู้ประพันธ์บทเพลงสดุดีหลายบทเพื่อการสรรเสริญพระเจ้าทรงเป็นนักรบและนัก ดนตรี (พระธรรม 1 ซามูเอล 16:18) เราไม่อาจหาหลักฐานที่ชัดเจนได้ว่าชนชาติอิสราเอลได้ใช้เครื่องดนตรีในการนมัสการพระเจ้าตั้งแต่ เมื่อใด แต่บรรดาปราชญ์ผู้ศึกษาในเรื่องนี้ต่างลงความเห็นว่าดนตรีถูกนามาใช้ในพิธีถวายบูชาซึ่งพวกเลวีเป็น ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้แต่ดูเหมือนจะถูกปิดเป็นความลับไม่มีผู้ใดรู้ กษัตริย์ดาวิดทรงมีรับสั่งให้ใช้ดนตรีในการนมัสการพระเจ้า ทรงกาหนดหัวหน้าและคณะนักดนตรีเพื่อ ร้องเพลงโมทนาถวายแด่พระเจ้า พระธรรม 1 พงศาวดาร 16:1-7 “และเขาทั้งหลายได้นาหีบของพระเจ้าเข้ามาวางไว้ภายในเต็นท์ซึ่ง ดาวิดได้ทรงตั้งไว้ให้ และเขาทั้งหลายได้ถวายเครื่องเผาบูชา และเครื่องศานติบูชาต่อพระเจ้า และเมื่อดาวิด ทรงถวายเครื่องเผาบูชาและเครื่องศานติบูชาเสร็จแล้ว พระองค์ทรงอวยพระพรแก่ประชาชนในพระนามพระ เยโฮวาห์ และทรงแจกขนมปังคนละก้อน เนื้อคนละส่วน และขนมองุ่นแห้งคนละอัน แก่บรรดาประชาชน อิสราเอลทั้งชายและหญิง และพระองค์ทรงตั้งคนเลวีบางคนให้เป็นผู้ปรนนิบัติหน้าหีบของพระเจ้า ให้ทูลยอ พระเกียรติและสรรเสริญพระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอล อาสาฟเป็นหัวหน้า และรองท่านคือเศคาริยาห์ เย อีเอล เชมิราโมท เยฮีเอล มิททีธิยาห์ เอลีอับ เบไนยาห์ โอเบดเอโดม และเยอีเอล ผู้ซึ่งจะเล่นพิณใหญ่และพิณ เขาคู่ อาสาฟเป็นคนตีฉาบ และเบไนยาห์กับยาฮาซีเอล ปุโรหิ ตจะเปุาแตรเรื่อยไปหน้าหีบพันธสัญญาของพระ เจ้า แล้วในวันนั้นดาวิดทรงกาหนดเป็นครั้งแรกให้มีการร้องเพลงโมทนาถวายแด่พระเจ้า โดยอาสาฟ และพี่ น้องของท่าน” พระองค์ทรงแบ่งคนเลวีและปุโรหิตให้ทาหน้าที่ในพระวิหารของพระเจ้าเฉพาะคณะนักดนตรีมีจานวน ถึงสี่พันคน


พระธรรม 1 พงศาวดาร 23:5 “สี่พันคนเป็นนายประตู และอีกสี่พันคนจะถวายสรรเสริญแด่พระ เจ้าด้วยเครื่องดนตรี ซึ่งเราได้สร้างไว้ให้ใช้สรรเสริญ” ทรงให้นักดนตรีที่มีทักษะในการเล่นเป็นอย่างดีจานวนสองร้อยแปดสิบแปดคนเป็นผู้นานักดนตรีที่มี ทักษะน้อยกว่า พระธรรม 1 พงศาวดาร 25:7-8 “จานวนคนของเรารวมทั้งพี่น้องของเขาผู้รับการฝึกในการร้องเพลง ถวายพระเจ้า ทุกคนผู้มีความชานาญมีสองร้อยแปดสิบแปดคน เขาทั้งหลายจับฉลากหน้าที่ของเขา ทั้งผู้น้อย ผู้ใหญ่ ครูและศิษย์ก็เหมือนกัน” นักดนตรีทั้งหมดแบ่งเป็น 24 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีนักดนตรีที่มีความสามารถสูงถึง 12 คน วงดนตรี ขนาดใหญ่นี้จึงประกอบด้วย เครื่องสาย ฉาบ และคณะนักร้องจานวนมาก พระธรรม 1 พงศาวดาร 15:19-22 “นักร้องคือ เฮมาน อาสาฟ เอธานเป็นคนตีฉาบทองสัมฤทธิ์ เศ คาริยาห์ อาซีเอล เชริราโมท เยฮีเอล อุนนี เอลีอับ มาอาเสยาห์ และเบไนยาห์ เล่นพิณใหญ่ ตามสาเนียงอาลา โมท แต่มัททีธิยาห์ เอลีเฟเลหุ มิกเนยาห์ โอเบดเอโดม เยอีเอล และอาซาซิยาห์เป็นผู้นาด้วยพิณเขาคู่ตาม สาเนียงเชมินิท เคนานิยาห์หัวหน้าของคนเลวีในเรื่องเพลงเป็นผู้���านวยการเพลง เพราะเขาเข้าใจดี” บทบาทของดนตรี ที่มีในการนมัสการพระเป็นเจ้าในสมัยพันธสั ญญาเดิมจึงมีความสาคัญยิ่ง การ กระทาตามที่พระเป็นเจ้าทรงกาหนดถือเป็นการถวายพระเกียรติยศแด่พระองค์อย่างสูง ขณะเดียวกันก็มี ตัวอย่างของการไม่ทาตามที่พระองค์ทรงกาหนด เมื่อการนมัสการนั้นไม่เป็นที่ถวายพระเกียรติยศ ขาดความยา เกรง ผลที่ตามมาคือความตาย พระธรรมเลวีนิติ 10:1-3 “ฝุายนาดับกับอาบีฮูบุตรของอาโรน ต่างนากระถางไฟของเขามาและเอา ไฟใส่ในนั้น แล้วใส่เครื่องหอมลง เอาไฟที่ต้องห้ามมาเผาถวายบูชาแด่พระเจ้าซึ่งพระองค์มิได้ทรงบัญชาให้เขา กระทาเช่นนั้น ไฟก็พุ่งขึ้นมาจากที่พระเจ้าประทับไหม้เขาทั้งสอง และเขาก็ตายต่อพระพักตร์พระเจ้า โมเสสจึง บอกอาโรนว่า “พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ‘เราจะสาแดงความบริสุทธิ์ขอเราท่ามกลางผู้ที่อยู่ใกล้เรา เขาจะถวาย ความยิ่งใหญ่แก่เราต่อหน้าประชาชนทั้งปวง’” และอาโรนก็นิ่งอยู่” สิ้นยุคของกษัตริย์ดาวิด ราชโอรสของพระองค์คือกษัตริย์ซาโลมอนได้สืบทอดในสิ่งที่พระราชบิดาได้ ทาไว้ พระองค์ทรงกาหนดให้มีการเล่นดนตรีในพระวิหารของพระเจ้า และสร้างเครื่องดนตรีสาหรับนักร้องด้วย พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ 10:12 “และพระราชาซาโลมอนทรงใช้ไม้จันทน์แดงทาเสาพระวิหารแห่ง พระเจ้า และสาหรับพระราชวังของกษัตริย์ และทาพิณเขาคู่และพิณใหญ่สาหรับนักร้อง...” ดนตรีมีบทบาทสาคัญยิ่งสาหรับการนมัสการพระเจ้า ถือเป็นส่วนหนึ่งในการนมัสการ เราเห็นได้จาก การที่กษัตริย์เฮเซคียาห์ทรงรื้อฟื้นการนมัสการในพระวิหาร และได้ปฏิรูปการใช้ดนตรีเพื่อการนมัสการให้เป็น ที่ถวายพระเกียรติแด่พระเป็นเจ้าอย่างสูงสุด พระธรรม 2 พงศาวดาร 29:25-30 “แล้วพระองค์ทรงให้คนเลวีประจาอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า มีฉาบ พิณใหญ่ และพิณเขาคู่ ตามบัญญัติของดาวิดและของกาดผู้ทานายของพระราชา และของนาธันผู้เผย พระวจนะ เพราะว่าพระบัญญัตินั้นมาจากพระเจ้าทางผู้เผยพระวจนะของพระองค์ คนเลวีก็ยื นอยู่ ถือเครื่อง ดนตรีของดาวิด และปุโรหิตถือแตร แล้วเฮเซคียาห์ทรงบัญชาว่าให้ถวายเครื่องเผาบูชานั้นบนแท่น และเมื่อเริ่ม


ถวายเครื่องเผาบูชา ก็เริ่มถวายเพลงแก่พระเจ้า และแตรกับเครื่องดนตรีของดาวิดพระราชาของอิสราเอลก็เริ่ม ด้วย ชุมนุมชนทั้งสิ้นก็นมัสการ และนักร้องก็ร้องเพลง และคนดนตรีก็เปุาแตร ทาอย่างนี้อยู่จนถวายเครื่องเผา บูชาเสร็จ เมื่อการถวายบูชาเสร็จแล้ว พระราชาและคนทั้งปวงที่อยู่กับพระองค์ก็กราบลงนมัสการ และเฮเซคี ยาห์พระราชาและเจ้านายก็บัญชาให้คนเลวีร้องเพลง ยอพระเกียรติพระเจ้าด้วยถ้อยคาของดาวิดและของ อาสาฟผู้ทานาย และเขาทั้งหลายร้องเพลงยอพระเกียรติด้วยความยินดี และเขาก็กราบลงนมัสการ” ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนมัสการหรือการประกอบศาสนพิธี ที่ต้องมีขั้นตอนอย่างถูกต้องตามบทบัญญัติของพระเป็นเจ้า ดนตรีเป็นส่วนประกอบของพิธีกรรมต่างๆเหล่านั้น เสมอ ในพระวิหารของพระเจ้ามีดนตรีวงใหญ่ๆซึ่งประกอบด้วยคณะนักร้องและนักดนตรีเป็นจานวนมาก คนเหล่านี้ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น และมาจากตระกูลที่ได้ รับการทรงเลือกจึงจะมีสิทธิ์ในการเป็นนักร้องและ นักดนตรี เช่นเดียวกับเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงในพระวิหารของพระเจ้าก็มีเพียงบางชนิดเท่านั้น เครื่อง ดนตรีที่เล่นโดยผู้หญิงหรือเครื่องดนตรีที่มีลักษณะเสียงดังและห้าว ซึ่งเป็นของคนต่างชาติจะถูกห้ามไม่ให้นาไป เล่นหรือบรรเลงในพระวิหารของพระเป็นเจ้า พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมได้กาหนดชนิดของเครื่องดนตรีที่ใช้ในพระวิหารของพระ เป็นเจ้าไว้ดังนี้ พระธรรม 1 พงศาวดาร 15:28; 16:42 “ดังนี้แหละคนอิสราเอลทั้งปวงได้นาหีบพันธสัญญาของพระ เจ้าขึ้นมาด้วยเสียงโห่ร้อง เสียงเป่าเขา เสียงแตร และฉาบ และทาเพลงเสียงดังด้วยพิณใหญ่ และพิณเขาคู่ และพร้อมกับเขาเฮมานและเยดูธูนมีแตรและฉาบเพื่อบรรเลง และเครื่องดนตรีประกอบเพลงถวายพระเจ้า...” เครื่องดนตรีเหล่านี้ได้แก่ พิณใหญ่ (big harp) พิณโบราณ ที่มีแอกขนาบเพื่อขึงสาย (lyre) เขาแกะ (ram’s horn) แตร ซึ่งเป็นเครื่องเปุาลมทาจากทองเหลือง (trumpet) เครื่องเคาะจังหวะมีขอบวงกลมมีหนัง ขึงปิดด้านหนึ่ง บนขอบเจาะเป็นช่องๆใส่ลูกกระพรวนโดยรอบ (timbrel or tambourine) และฉาบ (cymbal) ทั้งหมดคือเครื่องดนตรีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในพระวิหารของพระเจ้า เมื่อชนชาติอิสราเอลหลุดพ้นการเป็นทาสกลับสู่กรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาได้กลับมาสร้างกาแพงเมืองขึ้น ใหม่ อีกทั้งบูรณะพระวิหารของพระเจ้าขึ้นมาอีก ดังนั้นดนตรีวงใหญ่จึงถูกรวบรวมขึ้นมาด้วยหลังจากต้องพลัด พรากจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนไป พระธรรมเนหะมีย์ 12:27 “คราวเมื่อทาพิธีมอบถวายกาแพงเยรูซาเล็ม เขาได้แสวงหาคนเลวีตามที่ ของเขาทั่วทุกแห่งเพื่อจะนาเขามาที่เยรูซาเล็ม เพื่อฉลองถวายด้วยความยินดีด้วยการโมทนา และด้วยการ ร้องเพลง ด้วยฉาบ พิณใหญ่ และพิณเขาคู่” นักดนตรีที่บรรเลงในการนมัสการของชนชาติอิสราเอลนั้นถูกจากัดด้วยเพศ ตระกูล และฝีมือ ในขณะ ที่เครื่องดนตรีก็ได้รับอนุญาตเพียงบางชนิดเท่านั้น อย่างไรก็ตามดนตรีก็ยังเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของชาวยิวอย่าง แยกกันไม่ออก เทศกาลสาคัญทางศาสนาต้องมีดนตรีเป็นส่วนประกอบ มีการร้องเพลง การเต้นรา ซึ่งถือเป็น สิ่งที่จะขาดเสียมิได้ในการเฉลิมฉลองนั้นๆ อีกทั้งผู้หญิงและเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ ก็สามารถมีส่วนร่วมใน ความบันเทิงนั้นได้


พระธรรมเอสรา 2:64-65 “ชุ ม นุ ม ชนทั้ ง หมดรวมกั น มี สี่ ห มื่ น สองพั น สามร้ อ ยหกสิ บ คน นอกเหนือจากคนใช้ชายหญิงซึ่งมีอยู่เจ็ดพันสามร้อยสามสิบเจ็ดคน และเขามีนักร้องชายหญิงสองร้อยคน” ข้อจากัดในการศึกษา (Limits of our knowledge) การศึกษาถึงการใช้ดนตรีในการนมัสการพระเจ้าสมัยพันธสัญญาเดิมย่อมมีข้อจากัดบางประการ พระ คริสตธรรมคัมภีร์ไม่ได้บันทึกไว้อย่างละเอียดชัดเจนถึงการประดิษฐ์เครื่องดนตรีในแต่ละประเภทว่ามีความ เป็นมาอย่างไร เครื่องดนตรีชนิดนั้นๆมีวิธีเล่นหรือบรรเลงอย่างไร สิ่งที่คนในยุคนั้นถ่ายทอดศิลปะทางดนตรีก็ คือ การบอกต่อกัน (by oral tradition) ซึ่งย่อมต้องตกหล่นสูญหายไปตามกาลเวลาเพราะไม่มีโอกาสบันทึก ไว้ วิชาการหลายอย่างถูกลืมหรือตายไปพร้อมกับบรรดาผู้รู้เหล่านั้น ส่วนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็มาจากพระ คริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ซึ่งเราก็ต้องคาดเดาเอาว่ารูปร่างหน้าตาและเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละ ชนิ ดนั้น น่ าจะเป็น อย่ างไร โดยศึกษาจากเครื่องดนตรีบางชนิดที่เหลื ออยู่ หรือภาพวาด รูปปั้นที่พบ แล้ ว เปรียบเทียบกับพระวจนะของพระเจ้าที่จดบันทึกไว้ก็อาจเติมเต็มความรู้ที่เราต้องการศึกษาได้เป็นบางส่วน ข้อสรุปจากการศึกษา จากการศึกษาค้นคว้าเรื่อง “ดนตรีและการนมัสการในสมัยพันธสัญญาเดิม” น่าจะสามารถสรุปได้เป็น ข้อๆดังนี้ 1. การนมัสการต้องทาตามบทบัญญัติที่กาหนดไว้เป็นขั้นตอน มีเครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องดนตรีชนิด ใด นักดนตรีได้รับการคัดสรรจากตระกูลใด 2. การนมัสการต้องใช้นักดนตรีที่มีทักษะความสามารถ ���ช้เครื่องดนตรีหลากหลายชนิ ดในการสร้าง ทานองเพลง เป็นเครื่องดนตรีที่เปล่งเสียงออกมาแล้วทาให้ได้ยิน (How it sounds to the human ear) 3. การนมัสการมีคณะนักร้องที่ได้รับการคัดเลือกและฝึกฝนเป็นอย่างดี ทั้งสามข้อดัง กล่ าวจะเห็ น ได้ว่าบทบาทของดนตรีในการนมัส การนั้นชัดเจน จับต้องได้ เน้นด้า น กายภาพ (appealing to the physical side of man) ทาให้เห็นและได้ยินว่ามีลักษณะเช่นใด เสียงเป็น อย่ างไร รู ป ร่ างเป็ น เช่น ใด มีความเป็ น พิธีการเคร่งครัดอย่างไร ซึ่งเหมือนหรือแตกต่างจากดนตรีกับการ นมัสการในสมัยพันธสัญญาใหม่หรือไม่อย่างไร จะขอพูดในสัปดาห์ต่อไป



ดนตรีกับการนมัสการ by (Misty Chorus Faith Mission)