Page 1

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์คืออะไร คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (electrinic device) ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับ ข้อมูลที่อาจเป็นได้ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ โดยคุณสมบัติที่สาคัญ ของคอมพิวเตอร์คือการที่สามารถกาหนดชุดคาสั่งล่วงหน้าหรือโปรแกรมได้ (programmable) นั่นคือคอมพิวเตอร์ สามารถทางานได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชุดคาสั่งที่เลือกมาใช้งาน ทาให้สามารถนาคอมพิวเตอร์ไป ประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ในการตรวจคลื่นความถี่ของหัวใจ การฝาก - ถอนเงินในธนาคาร การ ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ เป็นต้น ข้อดีของคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทางานได้อย่างมีประสิทธ ภาพ มีความถูกต้อง และมีความรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นงานชนิดใดก็ตาม เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีวงจรการทางานพื้นฐาน 4 อย่าง (IPOS cycle) คือ

1. 2. 3. 4.

รับข้อมูล (Input) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทาการรับข้อมูลจากหน่วยรับข้อมูล (input unit) เช่น คีบอร์ด หรือ เมาส์ ประมวลผล (Processing) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทาการประมวลผลกับข้อมูล เพื่อแปลงให้อยู่ ในรูปอื่นตามที่ต้องการ แสดงผล (Output) เครื่องคอมพิวเตอร์จะให้ผลลัพธ์จากการประมวลผลออกมายังหน่วยแสดง ผลลัพธ์ (output unit) เช่น เครื่องพิมพ์ หรือจอภาพ เก็บข้อมูล (Storage) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทาการเก็บผลลัพธ์จากการประมวลผลไว้ในหน่วย เก็บข้อมูล เพื่อให้สามารถนามาใช้ใหม่ได้ในอนาคต

คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่นิยมนาคอมพิวเตอร์มาใช้งานต่าง ๆ มากมาย ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะคิดว่า คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่สามารถทางานได้สารพัด แต่ผู้ที่มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์จะทราบว่า งานที่เหมาะกับการนาคอมพิวเตอร์มาใช้อย่างยิ่งคือการสร้าง สารสนเทศ ซึ่งสารสนเทศเหล่านั้น สามารถนามาพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ ส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือจัดเก็บไว้ใช้ในอนาคน ก็ได้ เนื่องจากคอมพิวเตอร์จะมีคุณสมบัติต่าง ๆ คือ

ความเร็ว (speed) คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้สามารถทางานได้ถึงร้อยล้านคาสั่งในหนึ่งวินาที ความเชื่อถือ (reliable) คอมพิวเตอร์ทุกวันนี้จะทางานได้ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่มี ข้อผิดพลาด และไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความถูกต้องแม่นยา (accurate) วงจรคอมพิวเตอร์นั้นจะให้ผลของการคานวณที่ถูกต้องเสมอ หากผลของการคานวณผิดจากที่ควรจะเป็น มักเกิดจากความผิดพลาดของโปรแกรมหรือข้อมูลที่ เข้าสู่โปรแกรม เก็บข้อมูลจานวนมาก ๆ ได้ (store massive amounts of information) ไมโครคอมพิวเตอร์ใน ปัจจุบัน จะมีที่เก็บข้อมูลสารองที่มีความสูงมากกว่าหนึ่งพันล้านตัวอักษร และสาหรับระบบ คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่จะสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งล้าน ๆ ตัวอักษร ย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว (move information) โดยใช้การ ติดต่อสื่อสารผ่านระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถส่งพจนานุกรมหนึ่งเล่มในรูปของข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ไกลคนซีกโลกได้ในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งวินาที ทา


ให้มีการเรียกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมกันทั่วโลกในปัจจุบันว่า ทางด่วนสารสนเทศ (Information Superhighway) ผู้ที่สนใจศึกษาทางด้านคอมพิวเตอร์ จะต้องศึกษาหลักการทางานพื้นฐานของเครื่อง คอมพิวเตอร์และโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ รวมทั้งจะต้องศึกษาถึงผลกระทบจากคอมพิวเตอร์ต่อ สังคมในวันนี้ ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ โดยในแง่บวกนั้นจะมองเห็นได้ง่ายจากสภาพแวดล้อม ทั่วไป นั่นคือทาให้สามารถทางานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น เริ่มตั้งแต่การจัดเก็บ เอกสาร การพิมพ์จดหมาย การจัดทาหนังสือพิมพ์และวารสารต่าง ๆ การฝาก - ถอนเงินใน ธนาคาร การจ่างเงินซื้อสินค้า ตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์ และในทางการแพทย์อื่น ๆ อีกมากมาย ในแง่ลบก็มีไม่น้อย เช่น โรงงานผลิตอุปกรณ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นต้องใช้สารเคมีเป็นจานวนมาก ซึ่งจะทาให้เกิด มลพิษต่าง ๆ มากมาย ผู้ใช้อาจมีอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทางานกับเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ เช่น อาจมี การปวดหลังไหล่ที่เกิดจากการนั่งอยู่หน้าเครื่องนาน ๆ หรืออาจเกิดอาการ Carpal Tunnel Syndrome (CTS) ซึ่งเป็นอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากเส้นประสาทบริเวณข้อมูลถูกกดทับเป็น เวลานาน ๆ โดยอาจเกิดจากการใช้คีย์บอร์ดหรือเมาส์ รวมทั้งอาจมีอันตรายจากรังสีออกมาจาก จอคอมพิวเตอร์ด้วย ถ้าคอมพิวเตอร์ทางานผิดพลาดในระบบที่มีความสาคัญมาก ๆ อาจเป็นอันตรายกับชีวิตมนุษย์ได้ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการจราจรทางอากาศ เป็นต้น

ประเภทของคอมเครื่องคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน คือ ไมโครคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการใช้งานกันมาก ทั้ งที่ บ้าน ที่ทางาน ตลอดจนในสถานศึกษาต่างๆ ไมโครคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก แต่มีประสิทธิภาพในการทางานที่สูงกว่าเครื่องขนาดใหญ่ในสมัยก่อนเสียอีก อย่างไรก็ดีแม้ว่า ไมโครคอมพิวเตอร์จะทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ยังมีข้อจากัดบางประการที่ทาไม่สามารถ ทางานที่ใหญ่ และมีความซับซ้อนได้ เช่น งานของระบบธนาคารหรืออุตสาหกรรมซึ้งมีปริมาณ มากและมีความซับซ้อนจะเป็นงานที่จาเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่ทางานได้ดีกว่าเครื่อง ไมโครคอมพิวเตอร์

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยองค์ประกอบสาคัญ 5 ส่วนด้วยกัน คือ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Sofeware) บุคลากร (Peopleware) ข้อมูลและสารสนเทศ (Data/Information) และกระบวนการทางาน (Procedure)


สรุปความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ — Presentation Transcript

1. ความรู้ เบืองต้ นเกียวกับคอมพิวเตอร์ ้ ่ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 1 2. คอมพิวเตอร์ คออะไร ื• อุปกรณ์ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ทีมนุษย์ ใช้ เป็ นเครื่องมือ ช่ วยในการจัดการ ่ กับข้ อมูล ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสั ญลักษณ์ อนๆ โดยทางานตาม ื่ คาสั่ งของมนุษย์ คอมพิวเตอร์ มีความสามารถดังนี้ – กาหนดชุ ดคาสั่ งล่วงหน้ าได้ (programmable) – สามารถทางานได้ หลากหลายรูปแบบ ขึนอยู่กบชุ ดคาสั่ งทีเ ลือกมาใช้ งาน ้ ั – สามารถนาไปประยุกต์ ใช้ งานได้ อย่ างกว้ างขวางเช่ น ฝาก-ถอนเงิน – สามารถทางานได้ อย่ างมีประสิ ทธิภาพ มีความถูกต้ อง และรวดเร็ว ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 2 3. คุณสมบัตของคอมพิวเตอร์ ิ • สามารถทางานได้ เร็วและให้ ผลลัพธ์ ทถูกต้ องแม่ นยา ี่ • สามารถทางานได้ ตลอดเวลา • เก็บข้ อมูลได้ เป็ นจานวนมาก • ย้ ายข้ อมูลจากทีหนึ่งไปยังอีกทีหนึ่งได้ รวดเร็ว โดยใช้ การ ่ ่ ติดต่ อสื่ อสารผ่ านระบบเครือข่ ายคอมพิวเตอร์หมายเหตุ ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่ ทางานด้ วยระบบดิจ ตอล ิ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 3 4. การทางานพืนฐานของคอมพิวเตอร์ ้• Input ทาการรับข้ อมูลจากหน่ วยรับข้ อมูล เช่ น คีย์บอร์ ด หรือเมาส์ • Processing ทาการประมวลผลข้ อมูล เพือแปลงให้ อยู่ในรู ปอืนตาม ่ ่ ต้ องการ• Output แสดงผลลัพธ์ จากการ ประมวลผล ออกมาทางหน่ วยแสดง ผลลัพธ์ เช่ น เครื่องพิมพ์ หรือจอภาพ• Memory ทาหน้ าที่บันทึกโปรแกรม และข้ อมูลที่จาเป็ นต่ อการทางานของ ระบบคอมพิวเตอร์ ได้ แก่ RAM ROM และ CMOS• Storage ทาการเก็บ ผลลัพธ์ จากการประมวลผลไว้ ในหน่ วยเก็บข้ อมูล เพือให้ สามารถนามาใช้ ใหม่ภาควิชาวิทก วเตอร์ ม.บูรพา ่ ได้ อี ยาการคอมพิ 4 5. การทางานของคอมพิวเตอร์• Single User การเข้ าใช้ งานของผู้ใช้ เพียงคนเดียว• MultiUser การเข้ าใช้ งาน ของผู้ใช้ จานวนหลายๆ คน• Single Task สามารถทางานได้ ครั้งละหนึ่งงาน• MultiTasking สามารถทางาน หลายงานพร้ อมกันได้• Multiprogramming สามารถทางานหลายโปรแกรมพร้ อมๆกันได้• Multiprocessing เป็ นการใช้ หน่ วยประมวลผลจานวนหลายตัว เพือ ่ ทาให้ คอมพิวเตอร์ สามารถทางานหลายงานพร้ อมๆกันได้ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 5 6. ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์• Supercomputer• Mainframe Computer• Minicomputer• Microcomputer ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 6 7. Supercomputer• มีขนาดใหญ่ ทสุด ทางานได้ รวดเร็วและมีประสิ ทธิภาพสู ง ี่ ราคาแพงทีสุด่• ผู้ใช้ สามารถ นั่งทางานพร้ อมกันได้ พร้ อมกันหลายๆคน• มีการใช้ หลักการทีเ รียกว่ า Multiprocessing อันเป็ นการใช้ หน่ วย ประมวลผลหลายตัว เพือให้ คอมพิวเตอร์ ทางานหลาย ่ งานพร้ อมๆกันได้ • นิยมใช้ กบงานที่มีการคานวณที่ซับซ้ อน ในองค์ กรขนาดใหญ่ ั• ความเร็วในการทางาน หลายล้ านครั้งในหนึ่งวินาที ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม. บูรพา 7 8. รู ปเครื่อง Super Computer ซึ่งมีประสิ ทธิภาพสู ง และขนาดใหญ่ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 8 9. Mainframe• มีประสิ ทธิภาพรองลงมาจากซูเปอร์ คอมพิวเตอร์• นิยมใช้ ในงานทีมีการรับและแสดงผลข้ อมู ลจานวนมากๆ ่• ความเร็วในการทางาน หนึ่งล้ านครั้งในหนึ่งวินาที • รองรับผู้ใช้ ได้ หลายร้ อยคนพร้ อมๆกัน • สามารถทางานหลายโปรแกรมพร้ อมๆกัน• พบในองค์ กรขนาดใหญ่ เช่ น ธนาคาร, ธุรกิจการบิน, มหาวิทยาลัยต่ างๆ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 9 10. เครื่อง Mainframe Computer ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 10 11. Minicomputer• เป็ นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง ที่ใช้หลักการของ Multiprogramming เหมือนกับเครื่ อง เมนเฟรม• สามารถรองรับผูใช้ได้ประมาณสองร้อยคนพร้อมๆกัน ้ • ทางานได้ชากว่าและควบคุมผูใช้งานต่างๆได้นอ ยกว่า ้ ้ ้ และสื่ อที่เก็บข้อมูลมีความจุนอยกว่าเครื่ องเมนเฟรม ้• นิยมใช้ในบริ ษทหรื อองค์กรขนาดกลาง ั ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 11


12. Microcomputer• เป็ นคอมพิวเตอร์ต้ งโต๊ะ ไมโครคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้ ั มีสองชนิดคือ – เครื่ อง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer หรื อ PC) – เครื่ องคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Portable Computer) ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 12 13. ชนิดของเครื่อง PC• Desktop Tower• Notebook Computer หรือ Laptop Computer• Palmtop Computer• Personal Digital Assistant (PDA) ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 13 14. องค์ ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์• Hardware• Software• Peopleware• Data/Information• Procedure• Data Communication (เป็ นองค์ประกอบทีเ พิมขึนมาภายหลัง) ่ ้ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม. บูรพา 14 15. Hardware• คือลักษณะทางกายภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งหมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ รอบข้ าง ซึ่งประกอบด้ วยส่ วนที่ สาคัญคือ • หน่ วยรับข้ อมูล • หน่ วยประมวลผลกลาง • หน่ วยความจาหลัก • หน่ วยเก็บข้ อมูลสารอง • หน่ วยแสดงผล ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 15 16. หน่ วยรับข้ อมูล (Input Unit)• แปนพิมพ์ (Keyboard) ้ • เครื่องอ่ านอักขระด้ วยแสง• เมาส์ (Mouse) (Optical Character Reader)• สแกนเนอร์ (Scanner) • เครื่องอ่ านพิกด (Digitizer) ั• เครื่องอ่ านรหัสแท่ ง • กล้ องถ่ ายรู ป Digital (Bar Code Reader) (Digital Camera)• กล้ องถ่ ายวีดทศน์ ิ ั • เครื่องอ่ านบัตร ATM (VDO Camera) (ATM card reader) ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 16 17. หน่ วยประมวลผลกลาง• คือส่ วนสมองของคอมพิวเตอร์ ที่ประมวลผลและทางาน ต่ างๆ ตามทีเ ราสั่ ง เปรียบได้ กบเป็ นสมองของมนุษย์ ั• หน่ วยประมวลผลกลาง ก็คอ CPU (Central Processing ื Unit) หรือ Processors• CPU ประกอบด้ วย 1. หน่ วยควบคุม (Control Unit : CU) 2. หน่ วยคานวณ/ตรรกะ (Arithmetic Logic Unit : ALU)• ปัจจุบันมีผ้ย่อหน่ วยนีลงบนแผ่ นวงจรเล็กๆ (Chips) และ ้ เรียก ว่ าไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessors) ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 17 18. หน้ าที่หลักของ CPU• ทาการประมวลผลข้ อมูลจาก RAM ในลักษณะของการ คานวณ การเปรียบเทียบ การเคลือนย้ ายข้ อมูล ผ่ านชุดคาสั่ ง ่ ที่ได้ มีการออกแบบไว้ ก่อนแล้ ว• โดยข้ อมูลทีจะส่ งเข้ ามาทางานใน ซีพยู เพือส่ งผลลัพธ์ ่ ี ่ ออกไปยัง RAM จะมี 2 ลักษณะ คือ • คาสั่ ง ว่ าจะให้ ดาเนินการอะไร • ข้ อมูล ทีจะนา มาดาเนินการ ่ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 18 19. หน่ วยวัดความเร็วของ CPU• ถ้ า CPU ทางานได้ เร็วเท่ าไร ก็จะทาให้ การทางานของ คอมพิวเตอร์ เครื่อง นั้นมีความเร็วสู งด้ วยเช่ นกัน• โดยการทางานของChip Microprocessors นี้ จะทางานตาม จังหวะเวลาที่แน่ นอน เมื่อมีการเคาะจังหวะ 1 ครั้ง ก็จะเกิด กิจกรรมใน CPU 1 ครั้ง เราเรียกหน่ วยทีใช้ ในการวัด ่ ความเร็วของ ซีพยูว่า "เฮิร์ท" (Hertz) หมายถึงการทางาน ี ได้ กครั้ง ใน 1 วินาที ี่ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 19 20. หน่ วยวัดความเร็วของ CPU (2)• CPU ในปัจจุบันมีความเร็วสู งมากตั้งแต่ ประมาณ 500- 1000ล้ านครั้งต่ อวินาที เราจะเรียก CPU นั้นว่ าเป็ น CPU ทีมีความเร็ว เท่ ากับ 500-1000 MHz ่• เช่ น Intel Pentium III 650 MHz จะหมายถึง CPU ของ บริษท Intel รุ่น Pentium Three ทีมีความเร็วในการทางาน ั ่ 650 ล้ านครั้งต่ อวินาที เป็ นต้ น ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 20 21. รู ปตัวอย่ าง Microprocessor / CPU ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 21 22. หน่ วยความจาหลัก (Memory)• ใช้ เก็บข้ อมูล และคาสั่ ง(โปรแกรม) และผลลัพธ์ มี 3 ชนิด – ROM (Read Only Memory) ใช้ บันทึกคาสั่ งไว้ อย่ างถาวร อ่าน ได้ อย่ างเดียวไม่ สามารถแก้ไขได้ – RAM (Random Access Memory) ใช้ บันทึกข้ อมูล และคาสั่ ง ขณะทีเ ราทางาน สามารถ อ่านหรือเขียนข้ อมูลได้ แต่ ข้อมูล เหล่านีจะหายไป เมื่อมีการรับข้ อมูลใหม่ หรือปิ ดเครื่อง ้ – Cache เป็ นหน่ วยความจาทีใช้ บันทึกเก็บข้ อมูล ชั่วคราวก่อนส่ ง ่ ให้ คอมพิวเตอร์ ใช้ และช่ วยให้ คอมพิวเตอร์ ทางานได้ เร็ว ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม. บูรพา 22 23. หน่ วยความจารอง• ใช้ บันทึกข้ อมูลและคาสั่ งไว้ บนสื่ ออย่ างถาวร• สื่ อสาคัญคือ – เทปแม่ เหล็ก – จาน แม่ เหล็ก – จาน CD-ROM – Hard Disk – Floppy Disk (8”,5.25”, 3.5”) ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม. บูรพา 23


24. หน่ วยแสดงผล (Output Unit)• จอภาพ (Monitor, Screen,VDU,CRT, LCD)• เครื่องพิมพ์ (Dot Matrix= แบบหัวเข็ม, Laser=เหมือนเครื่องถ่ ายเอกสาร, Ink Jet=แบบพ่นหมึก)• เครื่องวาด (Plotters)• ลาโพง (Speakers) ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 24 25. How to Output ? • โดยอาศัยอุปกรณ์ แสดงผล (Output Devices) PrinterMonitor Disk Drive WORM Drive Plotter ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 25 26. รู ปตัวอย่ าง Hard Disk ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 26 27. หน่ วยวัดข้ อมูล• บิต (Bit) คือหน่ วยทีเ ล็กทีสุด ทีอาจเป็ นเลข 0 หรือ 1 ่ ่ Bit ย่ อจาก Binary Digit• ไบต์ (Byte) คือกลุ่มของบิต จานวน 8 บิต ใช้ เข้ ารหัส แทน อักษร หรือตัวเลข 1 ตัวและนิยมใช้ เป็ นหน่ วย วัดความจุ ข้อมูล ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 27 28. หน่ วยวัดข้ อมูล (2)1 KB (Kilobyte) = 1024 ไบต์1 MB (Magabyte) = 1024 KB = 1024x1024 ไบต์1 GB (Gigabyte) = 1024 MB = 1024x1024 KB1 TB (Terabyte) = 1024 GB = ประมาณ ล้ านล้ าน ไบต์ ภาควิชา วิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 28 29. Software• หมายถึงชุดคาสั่ งหรือโปรแกรมทีสั่งให้ ฮาร์ ดแวร์ ทางานต่ างๆ ่ ตามต้ องการ โดยชุดคาสั่ งหรื อโปรแกรมนั้นจะเขียนมาจาก ภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาใดภาษาหนึ่ง • ซอฟต์ แวร์ แบ่ งเป็ น 2 ประเภทคือ – ซอฟต์ แวร์ ระบบ (System Software) – ซอฟต์ แวร์ ประยุกต์ (Application Software) ได้ แก่ ซอฟต์ แวร์ สาเร็จ รูป (Package) ซอฟต์ แวร์ ที่สร้ างขึนเฉพาะงาน และ ้ ซอฟต์ แวร์ สาหรับสร้ างงานประยุกต์ ภาควิชาวิทยาการ คอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 29 30. System Software• เป็ นตัวกลางสาคัญที่ผใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์จะสามารถ ู้ ใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ได้อย่าง มีประสิ ทธิ ภาพ โดยจะ ทาหน้าที่ควบคุมคอมพิวเตอร์ และเป็ นตัวกลางการ ั ทางานระหว่างโปรแกรมประยุกต์กบ คอมพิวเตอร์ – ซอฟต์ แวร์ ระบบ ได้ แก่ ระบบปฏิบัติการ, โปรแกรม ภาษาต่ างๆ และ โปรแกรมอรรถประโยชน์ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 30 31. ระบบปฏิบัตการ (Operating Systems หรือ OS) ิ• ทาหน้ าที่เป็ นตัวกลางเชื่อมระหว่ างซอฟต์ แวร์ กบฮาร์ ดแวร์ ั เป็ นเสมือนเลขาทีทาหน้ าที่ให้ กบเจ้ านาย ่ ั• OS อยู่เบืองหลังการทางานของโปรแกรมระบบงานต่ างๆ ให้ ้ ติดต่ อกับฮาร์ ดแวร์ และผู้ใช้ เครื่องคอมพิวเตอร์ อย่ างมี ประสิ ทธิภาพ• OS มีหน้ าทีควบคุมและดูแลตรวจ ตราทุกๆ การทางานของ ่ ฮาร์ ดแวร์ ในระบบคอมพิวเตอร์ นับตั้งแต่ เปิ ดเครื่อง คอมพิวเตอร์ จนกระทั่งปิ ดเครื่อง คอมพิวเตอร์ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 31 32. หน้ าที่ของระบบปฏิบัตการ ิ• กาหนดลาดับการทางานแต่ ละงาน ก่ อนและหลังตามเงือนไขที่ ่ วางไว้ • ควบคุมการทางาน แบบ Multi-programming• ควบคุมการรับข้ อมูล และแสดงผลลัพธ์ โดยผ่ านอุปกรณ์ ต่างๆ• ควบคุมการโยกย้ ายข้ อมูลระหว่ างจอแสดงผล (CRT) และ เครื่องคอมพิวเตอร์ และระหว่ างเครื่องคอมพิวเตอร์ กบเครื่อง ั คอมพิวเตอร์ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 32 33. หน้ าที่ของระบบปฏิบัตการ (2) ิ• จัดสรรทีสาหรับเก็บบันทึกข้ อมูลของหน่ วยความจาหลัก ่ ควบคุมระบบการ จัดการเกียวกับฐานข้ อมูล (Data base) ่ จัดสรรเวลาในหน่ วย CPU• ทาหน้ าทีเ ป็ นซอฟต์ แวร์ ทีควบคุมซอฟต์ แวร์ อนๆ ่ ื่• ตัวอย่ างของ OS เช่ น DOS, OS2, Windows, UNIX ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 33 34. ตัวอย่ างของ OS1. DOS2. Microsoft Windows เป็ นระบบปฏิบัติการทีแตกต่ างจาก DOS โดย ่ ที่สามารถ จัดการกับโปรแกรมหรือระบบงานต่ างๆ ได้ พร้ อมๆ กัน หลายๆ งาน สามารถโอนข้ อมูล รูปภาพหรือไฟล์ต่างๆ ข้ าม ระบบงานภายใต้ ไมโครซอฟท์วนโดว์ ร่วมกันได้ ิ การติดต่ อระหว่ างเครื่องคอมพิวเตอร์ กบผู้ใช้ โดยใช้ สัญลักษณ์ ทาง ั รูปภาพ (Icon) โดยการใช้ เมาส์ ซึ่งเรียกการติดต่ อในลักษณะนี้ ว่ า Graphic User Interface (GUI) ซึ่งเป็ นการลดขั้นตอนการสั่ งงาน ผ่ านทางแป้ นพิมพ์ได้ เป็ นอันมาก ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม. บูรพา 34 35. ตัวอย่ างของ OS (2)3. Unix4. Sun5. Net Ware6. Linux7. Symbiean8. Mac OS9. OS/210. Ubantu ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 35


36. โปรแกรมภาษา (Language Software)• เป็ นซอฟต์แวร์ที่เขียนเพื่อใช้ในการแปลความหมาย ของคาสังใน ภาษาคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ่ ทางานตามที่ตองการ ้• ตัวอย่าง เช่น Assembly, Pascal, BASIC, COBOL, FORTRAN, PL/1, ADA, C เป็ นต้น ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 36 37. ตัวอย่ างของภาษาคอมพิวเตอร์• FORTRAN ภาษาเก่าแก่ทสุดเหมาะสาหรับงานวิทยาศาสตร์ /วิศวกรรม ี่• COBOL เหมาะสาหรับงานธุรกิจ• RPG เหมาะสาหรับงานธุรกิจใช้ มากในไทย• BASIC เหมาะสาหรับงานทัวไป ทางธุรกิจ/วิทยาศาสตร์ นิยมใช้ กบ ่ ั เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์• PASCAL เป็ นภาษาที่มีโครงสร้ างดี เหมาะสา หรับใช้ สอน• ภาษา C ภาษาทีกาลังได้ รับความนิยมสามารถสั่ งการให้ ควบคุม ่ ฮาร์ ดแวร์ ได้ ง่าย ภาควิชา วิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 37 38. โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Software)• เป็ นซอฟต์ แวร์ ทาหน้ าที่ช่วยเสริมให้ การใช้ คอมพิวเตอร์ สะดวกขึน โดยเฉพาะในการจัดการกับตัวเครื่อง ้ หน่ วยความจา จานแม่ เหล็ก แฟมข้ อมูล โดยหน้ าทีเ สริม ้ ได้ แก่ – การกู้แฟมข้ อมูลทั้งหมด หรือบางส่ วน ้ – การรักษาความปลอดภัยของข้ อมูล – การจัดการข้ อมูลของดิสก์ และ การบารุงรักษาฮาร์ ดดิสก์ – การสร้ างแฟมย่ อย และการจัดการบัญชีชื่อแฟมย่ อย ้ ้ • ตัวอย่ าง ได้ แก่ Norton Utility และ PC-Tools ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 38 39. โปรแกรมประยุกต์ (Application Software)• โปรแกรมทีผ้ใช้ จดทาขึนเพืองานโดยเฉพาะ หรืองานทีผ้ใช้ ่ ั ้ ่ ่ ต้ องการ• โดยผู้ใช้ จะใช้ โปรแกรมภาษา เขียนหรือพัฒนาขึน และให้ ้ โปรแกรมควบคุมเครื่องนาไปประมวลผล เพือให้ เครื่อง ่ ปฏิบัตตาม โดยผู้ใช้ สามารถใช้ ภาษาคอมพิวเตอร์ ต่างๆ ใน ิ การทาโปรแกรม• ตัวอย่ าง เช่ น Microsoft Access, Word, Excel, Photo Shop, Powerpoint, DreamWeaver, ระบบเงินเดือน, ระบบบัญชี ฯลฯ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 39 40. Peopleware• ได้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องในการทางานด้านคอมพิวเตอร์ • เช่ น - ผู้ใช้ คอมพิวเตอร์ (users) – ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ – โปรแกรมเมอร์ – นักวิเคราะห์ และออกแบบระบบ – เจ้ าหน้ าทีควบคุมการทางาน ระบบคอมพิวเตอร์ ่ – เจ้ าหน้ าทีบนทึกข้ อมูล ฯลฯ ่ ั ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 40 41. Data/Information• คือทรัพยากรที่สาคัญของหน่ วยงานมีหลายลักษณะ – ข้ อมูลตัวเลข นาไปคานวณได้ – ข้ อมูลข้ อความ เช่ น ชื่อ, ทีอยู่-ข้ อมูลรูปภาพ เช่ น ภาพบุคลากร ่ – ข้ อมูลภาพลักษณ์ เช่ น ข้ อมูลภาพลักษณ์ เอกสารทีสะแกนเก็บ ่ ไว้ ใช้ แสดงข้ อมูล• ข้ อมูล หรือ Data หมายถึง ข้ อมูลทีได้ จากการสารวจจริง ่• สารสนเทศ หรือ Information หมายถึง สิ่ งทีได้ จากการนาข้ อมูลไป ่ ผ่ านกระบวนการหนึ่งก่อน• ข้ อมูลทีดี = ถูกต้ อง + เป็ นปัจจุบัน + มีความสมบูรณ์ ่ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 41 42. Procedures• กระบวนการทางาน หรื อ Procedures หมายถึงขั้นตอนที่ ผูใช้จะต้องทาตาม เพื่อให้ได้งาน เฉพาะบางอย่างจาก ้ คอมพิวเตอร์• การปฏิบติงานด้านคอมพิวเตอร์ในส่ วนต่างๆ มักมี ั ขั้นตอนสลับซับซ้อน ดังนั้นจึงจาเป็ นต้องมีคมื ่ อการ ปฏิบติงานที่ชดเจนด้วย ั ั ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา 42 43. Data Communication• การสื่ อสารข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ คือการแลกเปลี่ยน ข้อมูลระหว่างต้นทางและ ปลายทาง โดยใช้อุปกรณ์ทาง ่ ้ อิเล็กทอรนิกส์ ซึ่ งเชื่อมต่อกันอยูดวยสื่ อกลางชนิดใดชนิด หนึ่ง • ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ คือระบบการเชื่อมโยง ระหว่างคอมพิวเตอร์ต้ งแต่สองตัวขึ้นไป เพื่อให้สามารถ ั ทาการสื่ อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างกันได้นนเอง ั่ ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.บูรพา

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์  

ความรู้เบื้องต้นและบทสรุปเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์