Page 1


มีทางเลือกไม่มากนัก จะละทิ้ง หรือดิ้นรน


กาล เวลา

ไม่อาจหยุดยั้ง พรากสิ่งสำ�คัญไป นำ�พามาซึ่งการเปลี่ยนแปลง


Tim is what life is


me made up for


Table of Contents Looking back 7 Maps 9 HTMS Prasae 11 Livelihood 13 Belifes 15 สมุนไพรชาใบขลู่ 17 คราดหอย

31

People 39 A journey to the sea

47


Looking back...

ชุมชนปากน้ำ�ประแส ตั้งอยู่ในอำ�เภอแกลง จังหวัดระยอง มีพื้นที่

ประมาณ 4.86 ตารางกิโลเมตร แรกเริ่มเดิมทีอยู่ในสังกัดของจังหวัด จันทบุรี ต่อมาได้ย้ายมาสังกัดจังหวัดระยองแทน ชุมชนปากน้ำ�ประ แสมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา

โดยเป็นเมืองท่าค้าขายหลักของเส้นทางตะวัน

ออกที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดแห่งหนึ่ง

มีสินค้าหลักคือถ่านจากไม้

โกงกางและผลผลิตจากการประมง ต่อมาความสำ�คัญของชุมชนประ แสในฐานะเมืองท่าค้าขายได้ลดลงในปี พ.ศ. 2488 เมื่อถนนสุขุมวิท ได้ก่อสร้างเสร็จ เนื่องจากผู้คนหันไปใช้เส้นทางการคมนาคมทางบก แทน

เศรษฐกิจเริ่มซบเซา

จึงได้หันมาเน้นด้านการทำ�ประมงเพียง

อย่างเดียว จนกระทั่งเกิดวิกฤตการณ์ฟองสบู่แตกในปี พ.ศ. 2540 ราคาน้ำ�มันพุ่งสูงขึ้น ทำ�ให้ต้นทุนการประมงสูงขึ้นตามไปด้วย กำ�ไร ก็หดหาย รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติก็เริ่มเสื่อมโทรม ในปี พ.ศ. 2546

จึงได้มีการประชุมชุมชนเพื่อหันมาพัฒนาให้เป็นแหล่งท่อง

เที่ยวแทนในที่สุด


1. อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส 2. ทุ่งโปรงทอง 3. สำ�นักงานเทศบาลตำ�บลปากน้ำ�ประแส 4. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตชาใบขลู่ 5. ศาลกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ 6. บ้านพิพิธภัณฑ์ปากน้ำ�ประแส 7. ศาลเจ้าพ่อต้นไทร 8. ศาลเจ้าพ่อประแส 9. วัดตะเคียนงาม 10. สะพานประแสสิน 11. วัดแหลมสน 12. คานเรือ


Maps


HTMS Prasae Memorial

เรือหลวงประแส (HTMS Prasae (PF 2)) เป็นเรือฟริเกต ทำ�

หน้าที่เป็นเรือลาดตระเวน

คุ้มกันและกวาดทุ่นระเบิดในสังกัดกอง

เรือสหประชาชาติในสงครามเกาหลี

ปฏิบัติภารกิจทางยุทธการ

รวม 32 ครั้ง นาน 2 ปีเศษ ก่อนเดินทางกลับสู่ไทย และเป็นกำ�ลัง หลักของกองเรือปราบเรือดำ�น้ำ� จนกระทั่งปลดระวางเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2543


Livelihood


อาชีพหลักของชาวชุมชนประแสกว่า 90% คือ การทำ�ประมง โดยในสมัยก่อน อาชีพนี้ทำ�ราย ได้อย่างมหาศาลให้แก่ชาวบ้านและชุมชน ปลา ที่จับได้มีเช่น ปลาโอ ปลาทูน่า ปลาทู ปลาเก๋า จนกระทั่งทรัพยากรสัตว์น้ำ�เริ่มลดลง จึงเริ่ม หันมาทำ�ด้านการท่องเที่ยวและประกอบอาชีพ อื่น ๆ


Belifes

ชาวประมงที่จะออกเรือไปหาปลา

จะต้องมากราบไหว้

ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธ์ 3 ที่ คือ ศาลกรมหลวงชุมพร ศาลเจ้า พ่อประแส

และแม่ย่านางบนเรือลำ�ที่จะออกไปหาปลา

เพื่อ

อำ�นวยอวยชัยให้การออกเรือประสบผลสำ�เร็จและปราศจาก อันตราย


สมุ นไพร ชาใบขลู ่


ในชุมชนประแส มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนซึ่งตั้งขึ้นมาจากกลุ่ม ชาวบ้านในการผลิตชาสมุนไพรจากใบขลู่ พืชประจำ�ถิ่น ชายทะเลซึ่งดูเหมือนกับวัชพืช แต่กลับมีสรรพคุณทางยา มากมายอยู่...


ขลู่ เป็นไม้พุ่ม ลำ�ต้นสูงประมาณ 0.5-1.5 เมตร ใบ เดี่ยวมีลักษณะค่อนข้างเรียบรูปไข่ ขอบมีรอยหยัก มีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกเป็นช่อสีม่วง มีสรรพคุณทาง ยา สามารถใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวาน ความดัน โดยใช้ใบมาชงดื่มเป็นชา


เริ่มจากการตัดกิ่งขลู่ออกจากต้นในช่วงเช้า จากนั้น เด็ดใบออกจากกิ่ง โดยเลือกเฉพาะใบแก่เท่านั้น เนื่อง จากมีสรรพคุณมากกว่า


นำ�ไปนึ่งบนน้ำ�เดือดประมาณ 5 นาทีเพื่อกำ�จัดรสเฝื่อน แล้วนำ�ไป ตากแดดประมาณ 2 ชั่วโมง หรือ จนกว่าจะแห้ง


นำ�ไปล้างน้ำ�เพื่อกำ�จัดสิ่งสกปรก ออก โดยล้างประมาณ 2 น้ำ�


จากนั้น นำ�ไปคั่วในกระทะเพื่อให้ใบ ไม่ติดกัน


นำ�ไปอบในเตาอบความร้อน จนแห้งสนิท


นำ�ไปบรรจุใส่ถุง


งม คราด หอย


การคราดหอย เป็นการทำ�ประมงน้ำ�ตื้น อย่างหนึ่งของชาวบ้านปากน้ำ�ประแส ปกติจะทำ�ในช่วงเวลาน้ำ�ลงเต็มที่จนเห็น ทะเลเป็นดินเลน


ในบางครั้งก็ทำ�ตอนน้ำ�ลงไม่เต็มที่ เหมือนกัน แต่ไม่บ่อยนัก...


ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า คราด นำ� ด้ามคราดพาดบ่า และนำ�ปาก ของคราด ลากไปกับพื้นทะเลเพื่อ พลิกดินที่หอยฝังอยู่ขึ้นมา แล้วจึง ใช้มือเก็บหอย

แต่ในวันที่น้ำ�ลงไม่เต็มที่เช่นนี้แล้ว เราพบว่าใช้เท้าในการสัมผัสหา แล้วลงไปงมเก็บขึ้นมานั้นอาจจะ ง่ายกว่า...


หอยที่จับได้มีหลายชนิด เช่น หอยขาว หอยตลับ หอยลาย...


People


ผู้คนตำ�บลปากน้ำ�ประแสนั้นส่วนใหญ่ มีเชื้อสายมาจากประเทศจีน โดยได้ เดินทางอพยพมาทางเรือสำ�เภาและ ได้มาตั้งรกรากในบริเวณปากน้ำ�ประ แส ซึ่งผู้คนในบริเวณนี้นั้นจะประกอบ อาชีพทำ�การประมงเป็นส่วนใหญ่


โดยส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุและผู้คน ในวัยกลางคน เนื่องจากลูกหลานของ ผู้คนที่นี่โดยส่วนใหญ่แล้วจะย้ายไปเรียน หรือไปทำ�งานในกรุงเทพกันหมด...


คนประแสนั้นแต่ก่อนมีฐานะมั่งคั่งร่ำ�รวย เพราะ การทำ�ประมงมีความเจริญรุ่งเรือง ทรัพยากร มีมากมายจนทำ�ให้คนที่อื่น เล่ากันว่าคนประแส นั้นเป็นคนใจใหญ่ แต่ด้วยการทำ�ประมงที่ซบเซา ทำ�ให้ทุกวันนี้คนที่อยู่ประแสส่วนใหญ่เป็นผู้สูง อายุอยู่บ้านทำ�งานเล็กน้อยๆ ส่วนคนหนุ่มๆ ก็ไป ทำ�งานในเมืองกัน


a jou

to the


urney

e sea


“สะพานประแสสิน” ในสมัยก่อน ชุมชนประแสนั้นเป็นเมืองทางตัน เข้าทางไหนก็ต้องออกทางนั้น ไม่สามารถเดิน ทางข้ามฝั่งแม่น้ำ�ได้ แต่การก่อสร้างสะพาน นี้ในปี พ.ศ. 2557 ได้ทำ�ให้การสัญจรทางบก ระหว่างชุมชนประแสกับจุดหมายอื่นๆ สะดวก มากขึ้น


ผู้จัดทำ� นายภัทรศักดิ์

พิบูลย์ก้องเดช

นายศุภวิชญ์

สมสกุล

นายพัลลภ

บุนนาค

นายวิมุตติ

โรจน์กาญจนพร

นายรัฐพล

ดวงสาร


Prasae - against the current of time  
Prasae - against the current of time  

บันทึกการเดิมทาง 3 วัน 2 คืนในชุมชนประแส ที่ยืนหยัดต่อสู้ท่ามกลางกระแสแห่งวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป

Advertisement