Issuu on Google+

SHARE OIE ปที่ 1 ฉบับที่ 7 เดือนตุลาคม 2555


CONTENTS

Editor’s Note

Econ Focus สวั ส ดี ค  ะ คุ ณ ผู  อ  า นทุ ก ท า น สํ า หรั บ ฉบั บ นี้ Econ Focus จะพาไปเรี ย นรู  ก ารบู ร ณาการ ระหวางอุตสาหกรรมกับสิ่งแวดลอม ภายใตแนวคิด “อุ ต สาหกรรมสี เ ขี ย ว” ส ว นสถานการณ อุตสาหกรรมประจําเดือนสิงหาคมเปนไปในทิศทางใด พลิกเขาไปดูไดเลยคะ สําหรับใครที่ชื่นชอบสีสันของ ดอกไม น านาพั นธุ  เราจะพาไปเที่ ย วชม “คุ น หมิ ง ” เมื อ งดอกไม ที่ ใหญ ที่ สุ ด ในเอเชี ย และพลาดไม ได กั บ คอลัมม Life ที่จะนําเสนอแหลงทองเที่ยวที่มีชื่อการันตี ว า เป น สวิ ต เซอร แ ลนด เมื อ งไทย “ดอยอ า งขาง” แล ว อี ก เช น เคยเรายั ง เป ด รั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น ของทานผูอานจากทุกชองทาง พบกันใหมฉบับหนา สวัสดีคะ

✎ บทบาทและความสัมพันธระหวางอุตสาหกรรม 3 สีเขียว และงานสีเขียว

Econ Review ✎ สรุปสถานการณการผลิตภาคอุตสาหกรรม 8 เดือนสิงหาคม 2555

Sharing ✎ ดอกไมบานตลอดปที่ “คุนหมิง”

10

Life ✎ จิบกาแฟ ชมสวนบวย หอมกุหลาบที่ “ดอยอางขาง”

12

OIE SHARE Club

14

Movement

15

ที่ปรึกษา ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ หทัย อูไทย พิชัย ตั้งชนะชัยอนันต

ผูอํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม รองผูอํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม รองผูอํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

บรรณาธิการบริหาร วารี จันทรเนตร

กองบรรณาธิการ ธนพรรณ ไวทยะเสวี, ศุภิดา เสมมีสุข, ศุภชัย วัฒนวิกยกรรม, ชาลี ขันศิริ, สมานลักษณ ตัณฑิกุล, ขัตติยา วิสารัตน, ศักดิ์ชัย สินโสมนัส, กุลชลี โหมดพลาย, บุญอนันต เศวตสิทธิ์, สิรินยา ลิม, วรางคณา พงศาปาน

ขอความที่ปรากฎใน OIE SHARE เปนทัศนะของผูเขียน

2

OIE SHARE ตุลาคม 2555


สํานักนโยบายอุตสาหกรรมมหภาค

บทบาทและความสัมพันธระหวาง อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และงานสีเขียว (Green Job)

กระทรวงอุตสาหกรรมไดประกาศนโยบายการพัฒนา อุตสาหกรรมสมัยใหม หรืออุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ที่ มุ  ง เน น การพั ฒ นาอุ ต สาหกรรมไทยอย า งสมดุ ล ทั้งทางดาน เศรษฐกิจ สังคมและสิง่ แวดลอม โดยไดรเิ ริม่ ดําเนินการ “โครงการ อุตสาหกรรมสีเขียว” มาตั้งแตป พ.ศ. 2554 เพื่อพัฒนาภาค อุตสาหกรรมของไทยใหใสใจสิ่งแวดลอม เปนมิตรกับชุมชน โดยได วางเปาหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมสูการเปนผูนําอุตสาหกรรม สีเขียวของอาเซียน การนําแนวคิดเรื่องอุตสาหกรรมสีเขียวมาใชเปนแนวทาง หลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ถือไดวาเปนการดําเนินการที่ สอดคล อ งกั บ สถานการณ ก ารเปลี่ ย นแปลงทางเศรษฐกิ จ ของ ประเทศไทยและเศรษฐกิจโลกในปจจุบัน และในขณะเดียวกัน ยั ง ช ว ยสร า งภู มิ คุ  ม กั น ระยะยาวให ภ าคอุ ต สาหกรรมไทยด ว ย กลาวคือ ในปจจุบันกระแสหลักของการพัฒนาประเทศในหลายๆ ประเทศ ตางพยายามที่จะขับเคลื่อนไปสูการสรางประเทศแบบ เศรษฐกิจคารบอนตํ่า (Low carbon Economy) และกาวเขาสู การเติบโตสีเขียว (Green growth) แมกระทั่งประเทศจีนก็ยังเริ่ม

ใหความสนใจกับการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของการเติบโต สีเขียว เพราะรัฐบาลจีนตระหนักดีวา จีนเปนประเทศที่ปลอยกาซ คารบอนไดออกไซดมากประเทศหนึ่งของโลก ดังนั้น การสงเสริม เศรษฐกิจคารบอนตํ่าและอุตสาหกรรมสีเขียว จึงเปนหนทางหนึ่ง ที่จะชวยลดตนทุนการผลิตและยกระดับการสงออกของจีนไดดวย สําหรับประเทศไทย นายวิฑูรย สิมะโชคดี ปลัดกระทรวง อุ ต สาหกรรม ได ริ เริ่ ม แนวคิ ด ที่ จ ะให ก ระทรวงอุ ต สาหกรรมมี บทบาทนําในการเปนผูก าํ หนดยุทธศาสตรการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อสิ่งแวดลอมและสังคม โดยการริเริ่มโครงการอุตสาหกรรม สีเขียว (Green Industry) ซึ่งเมื่อมองในเชิงลึกแลว จะพบวาผลที่ คาดวาจะไดรับจากการดําเนินโครงการดังกลาว ไมใชเฉพาะจะ ชวยสนับสนุนใหผูประกอบการอุตสาหกรรมไทยยึดมั่นในการ ประกอบกิจการที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม มุงเนนการพัฒนาและ ปรั บ ปรุ ง กระบวนการผลิ ต การบริ ห ารจั ด การสิ่ ง แวดล อ ม อย า งต อ เนื่ อ ง รวมถึ ง ความรั บ ผิ ด ชอบต อ สั ง คมทั้ ง ภายใน และภายนอกองคกรตลอดหวงโซอุปทานเทานั้น แตยังชวยให เกิดการสรางงานสีเขียว (Green Job) หรือเรียกวา งานคอปก OIE SHARE ตุลาคม 2555

3


สีเขียว (Green Collar Job) ซึ่งองคการแรงงานระหวางประเทศ หรื อ International Labour Organization (ILO) นิ ย าม ความหมายของ “งานสีเขียว” วา “เปนงานที่ชวยสรางเศรษฐกิจ ซึ่ ง จะช ว ยลดผลกระทบสิ่ ง แวดล อ ม และในที่ สุ ด จะนํ า ไปสู  ความยั่งยืนดานสิ่งแวดลอม เศรษฐกิจและสังคมใหแกองคกร และประเทศชาติ” ในตางประเทศนั้น เรื่องราวของงานสีเขียวไมใชเรื่องใหม เพราะในป พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) องคกร The Worldwatch Institute ไดจัดทํารายงานการศึกษา เรื่อง “Green Jobs : Toward decent work in a sustainable, low-carbon world” 1 ในความรั บ ผิ ด ชอบและจั ด หาทุ น ดํ า เนิ น การโดย โครงการสิ่งแวดลอมแหงสหประชาชาติ หรือ UNEP ซึ่งไดระบุวา ปจจุบันมีประชากรประกอบอาชีพที่เกี่ยวของกับงานสีเขียว เชน ในอุตสาหกรรมเชือ้ เพลิงชีวภาพอยูแ ลวกวาลานคน และคาดวาจะ เพิ่มขึ้นอีก 12 ลานคนภายในป พ.ศ. 2573 โดยทํางานการผลิต การติดตั้ง และการซอมบํารุงแผงวงจรโซลาร ซึ่งจะทําใหเกิดการ สรางงานใหมๆ อีก 6.3 ลานตํ่าแหนงภายในอีก 20 กวาปขางหนา ขณะที่พลังงานลมจะนําไปสูการจางงานมากกวา 2 ลานตําแหนง รวมไปถึงการขยายตัวของการผลิตและการจัดการวัสดุเหลือใช เพื่อใหสามารถนํากลับมาใชไดใหมและเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม

1

4

ในที่นี้ ขอยกตัวอยางของลักษณะงานสีเขียวที่มีอยูแลวในปจจุบัน และงานสีเขียวที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนี้ - งานดานพลังงานทดแทน (Renewable Energy Sector) เช น อุ ต สาหกรรมผลิ ต พลั ง งานด ว ยแสงอาทิ ต ย อุ ต สาหกรรมผลิ ต พลั ง งานด ว ยพลั ง ลม อุ ป กรณ ที่ ใ ช ใ น อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เปนตน

Report on “Green Jobs : Toward decent work in a sustainable, low-carbon world”, September 2008, United Nations Environment Programme (UNEP).

OIE SHARE ตุลาคม 2555


- งานดานกอสราง (Building Sector) เชน การ กอสรางอาคารประหยัดพลังงาน หรือใชวัสดุที่เปนมิตรตอสิ่ง แวดลอม (Green Building) - งานดานการขนสง (Transport Sector) เชน การ ขนสงสินคาหรือผูโดยสารดวยระบบพลังงานทดแทน อุตสาหกรรม การผลิ ต เพื่ อ ช ว ยให เ กิ ด การประหยั ด พลั ง งานในยานพาหนะ เปนตน - งานอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐาน (Basic Industry) - งานดานการจัดการวัสดุเหลือใชเพื่อใหสามารถนํา กลับมาใชไดใหม (Recycling Sector) - งานดานเกษตรกรรมและปาไม (Agriculture and Forestry) - งานดานการทองเที่ยว (Tourism Sector)

2 3

นอกจากนั้น จากการศึกษาขอมูลในบางประเทศเกี่ยวกับ ลักษณะงานสีเขียวที่มีอยูแลวในปจจุบันและงานสีเขียวที่อาจจะ เกิดขึ้นในอนาคต พบวา - ประเทศเยอรมนี ค าดการณ ว  า แนวโน ม ของการ สรางงานสีเขียวในอนาคตของประเทศ สวนใหญจะเปนงานที่เกี่ยว กั บ อุ ต สาหกรรมการก อ สร า งที่ เ น น เรื่ อ งประสิ ท ธิ ภ าพการใช พลั ง งาน ซึ่ ง จะมี จํ า นวนตํ า แหน ง งานใหม ที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น ใน อุตสาหกรรมนี้ประมาณ 100,000 ตําแหนง ในป พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) และจะเพิ่ ม ขึ้ น เป น 350,000 ตํ า แหน ง ในป พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) 2 - ประเทศออสเตรเลีย ประมาณการวา ในป พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) จะมีตําแหนงงานที่เกี่ยวกับการแกไขหรือ ปองกันปญหาจากมลพิษในประเทศเกิดขึ้นประมาณ 34,000 ตําแหนง 3

German Ministry of Environment, 2009, Fraunhofer Insitute for Systems and innovation Research, 2009 Australia Climate Institute OIE SHARE ตุลาคม 2555

5


- ประเทศสเปน มี จํ า นวนตํ า แหน ง งานสี เ ขี ย ว ประมาณ 158,00 ตําแหนง และในป พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) พบวา จํานวนงานสีเขียวเพิ่มขึ้นเปนประมาณ 531,000 ตําแหนง 4 เมื่ อ หั น กลั บ มามองดู ป ระเทศไทย แม ว  า ในป จ จุ บั น ยังไมมกี ารศึกษาวิจยั เรือ่ งงานสีเขียวอยางจริงจังและขาดฐานขอมูล เกี่ ย วกั บ จํ า นวนงานสี เขี ย วที่ มี อ ยู  ใ นขณะนี้ แต อ ย า งไรก็ ต าม การเกิ ด ขึ้ น ของนโยบายอุ ต สาหกรรมสี เขี ย ว และการดํ า เนิ น โครงการอุตสาหกรรมสีเขียวอยางเปนรูปธรรมของกระทรวงอุตสาหกรรม อาจจะเปนแรงขับเคลื่อนสําคัญที่ชวยสนับสนุนใหเกิดงานสีเขียว ขึ้นในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมอาจจะ ตองเพิ่มเติมเรื่องการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวและ ผลิตภัณฑสีเขียวดวย มิใชมุงเนนเฉพาะการสรางอุตสาหกรรม

4

6

สีีเขียวโดยสงเสริมเฉพาะตัวผูประกอบการหรือผูบริหารโรงงาน อุอ ต สาหกรรมเท า นั้ น นอกจากนี้ การทํ า งานโดยร ว มมื อ กั บ หน ห ว ยงานราชการอื่ น ที่ เ กี่ ย วข อ งก็ เ ป น สิ่ ง จํ า เป น โดยเฉพาะ ความร ค วมมือกับกระทรวงแรงงาน ซึ่งที่ผานมากระทรวงแรงงาน โดยกรมพั ฒนาฝมือแรงงานไดเริ่มใหความสําคัญและสนใจในเรือ่ ง โ งานสี ง เขียวมาตัง้ แตป พ.ศ. 2552 โดยมีการสงเสริมใหสถานประกอบ กการปรับเปลีย่ นแนวคิดและวิธกี ารทํางานทีเ่ นนการเพิม่ ประสิทธิภาพ กการใชพลังงานไฟฟาและลดการปลอยคารบอนใหนอยลง ซึ่งเปน กการสร า งเศรษฐกิ จ แนวใหม ใ นภาคอุ ต สาหกรรมที่ ส  ง ผลดี ต  อ สิ่งแวดลอม และธุรกิจที่ไดรับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน อันมี ผผลตอตนทุนการผลิต และการจางแรงงานในขั้นตน ในการกํ า หนดแนวทางการทํ า งาน กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน ไดหารือรวมกับองคกรแรงงานระหวางประเทศ (ILO) แ เเพื่อรวมกันการออกแบบหลักสูตรฝกอบรมที่มุงเนนใหแรงงาน ลู ก จ า งในสถานประกอบการมี ค วามรู  ค วามเข า ใจเรื่ อ งการใช พพลังงาน การนํากลับมาใชใหม การใชวัสดุอยางรูคุณคา การใชวัสดุ ที่ไมสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอม รวมทั้งการถายทอดเทคโนโลยี กการผลิ ต อุ ป กรณ เ พื่ อ ผลิ ต พลั ง งานทดแทนที่ มุ  ง เน น การสร า ง สิ่งแวดลอมที่ดีตอโลก เชน การผลิตแผงวงจรโซลาร เปนตน ทัท้งนี้ หากสถานประกอบการใดที่มีหลักสูตรฝกอบรมที่เกี่ยวของ กัก บ การลดใช พ ลั ง งาน ลดการปล อ ยก า ซสู  ชั้ น บรรยากาศโลก ลลดปญหาโลกรอน การลดใชพลังงานในระบบการขนสง หรือหัวขอ อื่นๆ ที่เกี่ยวของ กรมพัฒนาฝมือแรงงานพรอมใหการรับรอง หลั ก สู ต รดั ง กล า วผ า น พ.ร.บ.ส ง เสริ ม การพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน พ.ศ.2545 เพื่อนําไปลดหยอนภาษีปลายปได 200 เปอรเซ็นต ดังนัน้ หากกระทรวงอุตสาหกรรมมีการสรางความรวมมือ ดานการสรางอุตสาหกรรมสีเขียวควบคูไปกับแนวคิดการสรางงาน สีเขียวของกรมพัฒนาฝมือแรงงานแลว จะมีสวนชวยใหสามารถ ขยายผลและเพิ่มความสําเร็จการดําเนินโครงการอุตสาหกรรม สีเขียวใหมีความตอเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น และจะ เปนการบูรณาการการทํางานเพื่อนําประเทศไปสูเศรษฐกิจสีเขียว ตามที่ไดตั้งเปาหมายไวในที่สุด OIE

Biodiversity Foundation and Observatory for Sustainability in Spain, 2010

OIE SHARE ตุลาคม 2555


ศูนยสารสนเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรม/สํานักวิจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

สรุปสถานการณการผลิตภาคอุตสาหกรรม เดื อ นสิ ง หาคม 2555

ารผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนสิงหาคม 2555 หดตัวรอยละ 11.32 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปกอน เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคูคาสําคัญชะลอตัวลง ทําใหการผลิตของอุตสาหกรรมสําคัญลดลง โดยอัตราการใช กําลังการผลิตในเดือนสิงหาคมอยูที่รอยละ 65.36

อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นสวนอิเล็กทรอนิกสในเดือนสิงหาคม 2555 หดตัวรอยละ 24.56 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของ ประเทศคูคาสําคัญอยาง จีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปชะลอตัวลง ทําใหคําสั่งซื้อลดลง สําหรับอุตสาหกรรมการผลิต Hard Disk Drive ดัชนีผลผลิตหดตัวรอยละ 38.42 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปกอน เนื่องจากผูผลิตรายใหญยังไมกลับมาเริ่มผลิตหลังจากที่ ฟนฟูโรงงาน ประกอบกับสินคาคงคลังในเดือนกอนยังมีอยูมาก และมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณนํ้าทวมจึงชะลอการผลิตลง การผลิตเหล็กในเดือนสิงหาคม 2555 ดัชนีผลผลิตหดตัวรอยละ 14.56 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปกอน เนื่องจากยังคงอยูใน ชวงฤดูฝน การกอสรางจึงชะลอตัวลง และผลกระทบจากการนําเขาเหล็กราคาถูกจากตางประเทศ

OIE SHARE ตุลาคม 2555

7


อุตสาหกรรมการผลิตรถยนตในเดือนสิงหาคม 2555 ดัชนีผลผลิตขยายตัวรอยละ 41.20 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของ ปกอน เนื่องจากยังคงมีความตองการในประเทศอยูมากจากนโยบายรถคันแรก อีกทั้งการเรงผลิตตามคําสั่งซื้อที่ยังคงคางอยูจํานวนมาก สําหรับอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใชไฟฟาภายในบาน ดัชนีผลผลิตขยายตัวรอยละ 10.88 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปกอน จากการผลิตสินคารูปแบบใหม เพื่อมุงเนนตลาดภายในประเทศทดแทนการสงออกไปยังประเทศคูคาที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง ใน สวนการผลิตเครื่องปรับอากาศ ดัชนีผลผลิตหดตัวลงรอยละ 1.12 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปกอน เปนผลมาจากความตองการ สินคาทั้งภายในประเทศและตางประเทศลดลง เพราะสภาพอากาศในปนี้ไมรอนมาก การผลิตเสื้อผาสําเร็จรูป ดัชนีผลผลิตหดตัวรอยละ 7.83 จากตนทุนการผลิตเพิ่มขึ้นทั้งคาแรงงาน และวัตถุดิบ ซึ่งฝายที่เปน วัตถุดิบสําคัญยังคงมีราคาผันผวน อีกทั้งความตองการในสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกาลดลง จึงทําใหชะลอการผลิตลง สําหรับการ ผลิตสิ่งทอตนนํ้า ดัชนีผลผลิตหดตัวรอยละ 2.67 เนื่องจากตนทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และสภาวะขาดแคลนเสนใยสังเคราะหที่ผลิตใน ประเทศ การจําหนายสินคาอุตสาหกรรมในเดือนสิงหาคม 2555 มีระดับลดลง เนื่องจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจประเทศคูคา หลัก โดยดัชนีการสงสินคาลดลงรอยละ 4.68 เมื่อเทียบกับชวงเดียวกันของปกอน สวนสินคาคงคลังมีระดับลดลงรอยละ 5.48 เมื่อเทียบ กับชวงเดียวกันของปกอน ระดับการผลิตในหลายอุตสาหกรรมสําคัญที่ลดลงนี้จึงสงผลใหอัตราการใชกําลังการผลิตในเดือนสิงหาคมอยูที่ รอยละ 65.36 OIE

8

OIE SHARE ตุลาคม 2555


สํานักเศรษฐกิจอุตสาหกรรมระหวางประเทศ

ดอกไมบานตลอดป ที่คุนหมิง หากกล า วถึ ง ตลาดประมู ล ดอกไม ที่ ใ หญ ที่ สุ ด ในโลก ตลาด Aalsmeer ของประเทศเนเธอรแลนดไดรับการยอมรับวา เปนตลาดคาสงดอกไมที่ใหญที่สุด แตหากถามวาตลาดประมูล ดอกไมที่ใหญที่สุดในเอเชียและใหญเปนอันดับ 2 ของโลกวาอยู ที่ ไ หน OIE Share ฉบั บ นี้ ขอพาไปรู  จั ก “ตลาดดอกไม โตวหนาน” แหงนครคุนหมิง (Kunming) เมืองเอกในมณฑลยูนนาน ภาคตะวันตกเฉียงใตของจีน ประตูสูเสนทางสายไหมไปยังทิเบต เสฉวน และเปนศูนยกลางทางดานการเมืองการปกครอง รวมไป ถึงระบบเศรษฐกิจที่สําคัญที่สุดของมณฑล ซึ่งตั้งอยูบนที่ราบสูง มีภูเขาลอมรอบสามดาน ในระดับความสูง 1,850 เมตรจากระดับ นํ้าทะเล และมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยูที่ 13-18 องศาเซลเซียลตลอด ทั้งป จึงไดรับสมญานามวา “นครแหงฤดูใบไมผลิ” (Spring City) เป น แหล ง ปลู ก ดอกไม ห ลากหลายสาย���ั น ธุ  ที่ เ บ ง บานอวด ความสวยงามตลอดทั้งป “ตลาดดอกไมโตวหนาน” เปนตลาดประมูลดอกไม อยูหางจากนครคุนหมิงประมาณ 18 กิโลเมตร บนพื้นที่กวา 30 ไร สร า งขึ้ น เมื่ อ ป 2552 โดยรั ฐ บาลมณฑลยู น นาน ใช เ งิ น ลงทุ น กอสรางเกือบ 100 ลานหยวน ประกอบดวย ศูนยกลางการคา ดอกไมตัดดอก ศูนยกลางการคาดอกกุหลาบ และศูนยกลางการ คาดอกไมชนิดพิเศษ ในแตละวันจะมีผูเขามาทําการประมูลซื้อ ขายดอกไมมากกวา 10,000 คน และมีดอกไมมากกวา 100 ชนิด โดยมีกุหลาบ เบญจมาศ และคาเนชั่น เปนดอกไมหลักที่ทําการซื้อ ขาย ซึ่ ง มี ก ารซื้ อ ขายดอกไม เ ฉลี่ ย สู ง ถึ ง วั น ละ 2 ล า นดอก โดยดอกไมประมูลเหลานี้จะสงออกไปยังตางประเทศ เชน ไทย ญี่ปุน สิงคโปร รัสเซีย ออสเตรเลีย เกาหลีใต และฮองกง เปนตน และยังสงขายไปสูเมืองหลักๆ ภายในประเทศจีนอีกดวย

ในการซื้อขายดอกไมโดยวิธีประมูล จะดําเนินการโดย Kunming International Flora Auction Trading Center Co.,Ltd. (KIFA) โดยมี 4 ขั้นตอนการประมูล คือ 1. เกษตรกรที่เปนสมาชิก นําดอกไมเขามาลงทะเบียน ประมูล โดยจะตองรักษาความสดใหม หากดอกไมไมไดคุณภาพ ตามมาตรฐาน จะไมสามารถนําเขาสูการประมูลได 2. เจาหนาที่ทําการตรวจสอบคุณภาพ คัดแยกเกรด ดอกไม ต ามมาตรฐาน และนํ า บรรจุ ใ ส ร ถเข็ น เพื่ อ นํ า เข า ห อ ง ประมูล 3. ดอกไม ถู ก นํ า เข า มาในห อ งประมู ล โดยมี เ ครื่ อ ง ประมูลอัตโนมัติบนหนาจอคอมพิวเตอรขนาดใหญ คลายนาฬกา จํานวน 3 เครื่อง แสดงชนิดดอกไม จํานวน และราคาเริ่มตน ตรงกันขามเปนอัฒจรรยที่นั่งสําหรับผูเขาประมูลกวา 300 ราย วิธีการประมูล บนหนาจอคอมพิวเตอรจะแจงราคาเริ่มตนสูงสุด และลดลงไปเรื่ อ ยๆ ในรู ป แบบการหมุ น ทวนเข็ ม นาฬ ก า

OIE SHARE ตุลาคม 2555

9


ซึ่งผูประมูลจะตองกดแปนเพื่อหยุดราคาที่กําลังลดลงของดอกไม ชนิ ด และล็ อ ตนั้ น ๆ โดยผู  ที่ ก ดหยุ ด สู ง สุ ด จะได เ ป น ผู  ช นะ การประมูลดอกไมในแตละรอบ 4. ดอกไมที่ผานการประมูลแลว จะนําไปติดฉลากเพื่อ รอจําหนายใหกับผูชนะการประมูลตอไป ในแตละวันการประมูลขายสงดอกไมมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยตลอด ในช ว งเดื อ น เม.ย. – ก.ค. ซึ่ ง เป น ช ว งฤดู ก าลที่ มี การประมูลนอย จะมีการประมูลวันละ 1 ครั้ง มูลคาประมาณ วันละ 1 ลานหยวน และช ว งเดื อ น ส.ค. – มี . ค. ซึ่ ง เป น ช ว งฤดู ก าลที่ มี การประมู ล เพิ่ ม ขึ้ น มาก จะมี ก ารประมู ล วั น ละ 2 ครั้ ง มู ล ค า ประมาณวันละ 6 ลานหยวน ซึ่ง KIFA ไดวางแผนกอสรางพื้นที่ และที่นั่งสําหรับผูเขาประมูลใหเพิ่มมากขึ้น และวางเปาหมายที่จะ ขายสงดอกไมใหไดถึงวันละ 10 ลานดอก ภายในป 2563 เพื่อให ตลาดดอกไมโตวหนาน กลายเปนตลาดคาสงดอกไมที่ใหญที่สุดใน โลก เทียบเทาตลาด Aalsmeer ของเนเธอรแลนดเลยทีเดียว หากตลาดดอกไม ป ากคลองตลาดในกรุ ง เทพ ซึ่ ง เป น แหลงซื้อขายดอกไมที่ใหญที่สุดของไทยจะปรับเปลี่ยนรูปแบบ จากการคาขายดอกไมรายยอย มาเปนการรวมกลุมและพัฒนา เป น ตลาดประมู ล ดอกไม รวมถึ ง พั ฒ นาระบบการจั ด ส ง ที่ มี ประสิทธิภาพ ก็นาจะชวยสงเสริมใหสินคาดอกไมของไทยที่มี

10

OIE SHARE ตุลาคม 2555

คุณภาพดีอยูแลวและมีอยูหลากหลายชนิด สามารถแขงขันไปยัง ตลาดตางประเทศไดเพิ่มขึ้นมาก OIE ขอมูลอางอิง สํานักงานสงเสริมการคาระหวางประเทศ ณ นครคุนหมิง www.kifa.net.cn


กองบรรณาธิการ

จิบกาแฟ ชมสวนบวย หอมกุหลาบ ที่ดอยอางขาง ดอยอางขาง เปนแหลงทองเที่ยวที่โดดเดนของจังหวัด เชียงใหม ฉายา “สวิตเซอรแลนดเมืองไทย” คือเครื่องการันตีใน ความงามและเสนหของดอยอางขาง ที่นักเดินทางหลายคนใฝฝน หา ตั้งอยูในเขตพื้นที่ตําบลแมงอน อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม อยู หางจากตัวเมืองเชียงใหมไปทางทิศเหนือ 137 กิโลเมตร แยกซาย เขาไปอีก 25 กิโลเมตร ดอยอางขางเปนเทือกดอยสูงติดกับสันเขา พรมแดนประเทศพมา จุดเดนที่นักทองเที่ยวไปเยือนดอยอางขาง คือการไปเที่ยวชมดอกไมเมืองหนาวภายในโครงการหลวงอางขาง สถานีเกษตรดอยอางขางไดรับการจัดตั้งเมื่อป 2512 ตามแนว พระราชดําริในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว เพื่อวิจัยพืชเมือง หนาวเปนการสงเสริมใหชาวเขาปลูกทดแทนฝนและหยุดการ ทําลายปา ดอยอางขางมีลักษณะเปนแองที่ราบในหุบเขาลักษณะ เหมือนทองกะทะหรือเหมือนอาง อยูที่ระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร ภายในโครงการมีสถานที่นาสนใจไดแก แปลงทดลอง ปลูกพืชผลไมเมืองหนาว เชน บวย ทอ พลับ กีวี่ สตอเบอรี่ สาลี่ บลูเบอรี่ ภายในโครงการหลวงมีแหลงทองเที่ยวที่นาสนใจไดแก สวนแปดสิ บ โรงเรื อ นไม ใ นร ม โรงเรื อ นกุ ห ลาบ แปลงผั ก

ปาซากุระ ปาเมเปล สวนบอนไซ และพระตําหนักอางขาง เราเริ่มกันที่อาคารไมดอกเมืองหนาว ที่ภายนอกดูเปน โรงเรือนธรรมดาๆ แตภายในกลับนาสนใจดวยการตกแตงภูมิทัศน อยางสวยงาม ลงตัว มีนํ้าตกจําลองเล็กๆ ใสไหลเย็นใหความ ชุมชื้นชุมฉํ่าทามกลางดงดอกไมหลากหลายสี สารพัดพันธุ ที่จัด ตกแตงอยางลงตัวเขากัน ใกลๆ กันนั้นเปนที่ตั้งของโรงเรือนแปลง กุหลาบหลากสีสัน ทั้งแดง ชมพู ขาว เหลือง ที่ออกดอกชูชอ สวยงาม กุหลาบบางดอกบานใหญขนาดเทาฝามือเลยทีเดียว ถัดจาก 2 อาคารนี้ไป ถนนเบื้องหนาแยกเปน 2 สาย ใคร ไปทางซายก็จะไดพบกับแปลงไมผลเมืองหนาว อยาง สาลี่ บวย กีวี่ พลัม พีช สวนทางขวามีสวนบอนไซสวยงาม และโดมไมแลงให เที่ยวชมกัน บวยนับวาเปนไมผลเมืองหนาวที่คนไทยเราคุนเคยกันดี โดยเฉพาะอาหารจานโปรดหลายชนิดที่ใชบวยเปนสวนประกอบ เชน ปลานึ่งบวย นํ้าจิ้มบวยเจี่ย เปนตน บวยเปนไมผลที่มีการปลูก ในเมืองไทยมานานแลว โดยเฉพาะที่อําเภอแมสาย อําเภอแมจัน จั ง หวั ด เชี ย งราย พบว า มี ป ลู ก แบบต น ไม ใ นสวนหลั ง บ า น OIE SHARE ตุลาคม 2555

11


สันนิษฐานวา มีผูนําบวยเขามาจากทางตอนใตของจีน โดยผาน ทางพมา และปลูกมานานจนตนบวยสามารถปรับตัวใหเขากับ สภาพดินฟาอากาศบานเราไดดี สําหรับพันธุบวยที่โครงการหลวง ส ง เสริ ม ให ช าวเขาปลู ก อยู  ใ นป จ จุ บั น เป น พั น ธุ  ที่ นํ า เข า มาจาก ไตหวัน ไดแก พันธุปงติง และพันธุเจนโถ ซึ่งใหผลขนาดใหญกวา บ ว ยพั น ธุ  พื้ น เมื อ งจากเชี ย งราย บ ว ยเป น ไม ผ ลที่ ไ ม นิ ย มรั บ ประทานผลสด แตนิยมเอาไปแปรรูป เชน ทําบวยดอง บวยเจี่ย นํ้าดื่มบวย และตากแหงเปนบวยเค็ม บวยจะเก็บเกี่ยวไดในชวง ปลายเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน จากนั้ น ทาง 2 สายจะไปบรรจบกั น บริ เ วณสโมสร อางขางที่มีสวนหลากรูปแบบใหชม อาทิ สวนรับเสด็จ ที่มีการจัด ตกแตงไมดอกไมใบอยางกลมกลืนไปตามไหลเขา สวนหอมที่เต็ม ไปด ว ยพั น ธุ  ไ ม ห อมนานาชนิ ด สวนกุ ห ลาบอั ง กฤษที่ ร วบรวม กุหลาบสายพันธุอังกฤษไวมากมาย สวนดานหนามีสวนคําดอย และ“สวนแปดสิบ” สวนไฮไลทอันโดดเดนที่อบอวลไปดวยดอกไม เล็กใหญสวยๆ งามๆ มากมาย ด า นหน า ของสวนแปดสิ บ มี ก ะหลํ่ า ประดั บ ดอกยั ก ษ สีมวงและขาว ปลูกเรียงรายเปนกลุมลอไปกับทางเดินชมสวนที่

12

OIE SHARE ตุลาคม 2555


แซมดวยดอกไมเล็กๆ หลากหลายสี ถัดไปก็จะเปนดอกไมที่ขึ้น เปนชอเปนพุมใหสีแดง เ���ลือง ชมพู และอีกสารพัดสีขึ้นดารดาษ ทั่วไป จากจุดนี้หากมองขึ้นไปก็จะเห็นที่ประทับของพระราชินี ทีเ่ รือนไมแบบสวิสตัง้ โดดเดนโดยมีดอกไมสวยงามและตนเปาโลเนีย เป น ฉากหน า แต ห ากมองย อ นหลั ง กลั บ มาก็ จ ะเห็ น ดงดอกไม ขึ้นอยูมากมายโดยมีฉากหลังเปนหุบเขาที่กวางไกล ซึ่งไมวามอง ขึ้นหรือมองลงก็สวยงามทั้งนั้น มุมโปรดของคนรักกาแฟ เปนจุดที่นักทองเที่ยวใหความ สนใจมากกวาจุดอื่นๆ ที่นี่คือรานอาหารสโมสรอางขาง บริเวณ ด านหน า มี ซุ ม กาแฟ ใหบ ริ ก ารกาแฟและเคก อรอยๆ เป นมุม สบายๆ กาแฟอางขางมีรสอรอยที่หลายทานมาแลวพลาดไมไดที่ ตองมาชิม กาแฟที่ใหบริการมีหลายรสหลายแบบทั้งกาแฟรอน กาแฟเย็นคาปูชิโน กาแฟเย็นอางขาง และอีกหลายอยางลองไป ชิมดูกันนะคะ เสนหดอยอางขางไมไดมีเฉพาะในพื้นที่โครงการหลวง เทานั้น แตนอกพื้นที่บริเวณใกลเคียงก็มีแหลงทองเที่ยวนาสนใจ ให เ ที่ ย วชมกั น อยู  ห ลายจุ ด ด ว ยกั น ซึ่ ง ใครอยากจิ บ ชาใน

OIE SHARE ตุลาคม 2555

13


กระบวนการทําแบบโบราณ เลือกซื้อสินคาการเกษตร ของที่ระลึก ฝมือชาวบานทามกลางสีสันของวิถีชีวิตที่เรียบงายของชนเผามูเซอ ดําและมูเซอแดงก็ใหไปที่ “หมูบานขอบดง” สวนยามเชาหากใคร ขยันตื่น บานขอบดงมีจุดชมวิวขอบดงเปนหนึ่งในสถานที่รับตะวัน อันนาสนใจ การเดินทาง จากเชียงใหม ใชเสนทางสาย 107 เชียงใหม-ฝาง เปน เสนทางผานแมริม แมแตง เชียงดาว ทางแยกเขาดอยอางขางมี 2 เสนทาง คือ แยกซายที่กิโลเมตร 79 เปนเสนทางใหมที่ไมชัน มากแตทางจะเปลี่ยวหนอย ระยะทางจากแยกทางหลวงสาย 107 ไปจนถึงอางขางมีระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร อีกเสนทางคือ แยกที่กิโลเมตร 137 มีระยะทางถึงอางขางประมาณ 25 กิโลเมตร เปนเสนทางที่สั้นแตชันมาก รถเกงและรถทุกชนิดขึ้นไดถาคนขับมี ฝมือ ถาไมแนใจใหจอดรถไวที่วัดที่ปากทางกิโลเมตร 137 หรือ จอดรถไวที่บริเวณลานจอดรถเอกชนมีรั้วมิดชิด สถานที่รับจอดรถ อยูตรงขามกับปากทางเขาดอยอางขางแลวนั่งรถสองแถวขึ้นไป หรือเหมารถขึ้นไป เสนทางขึ้นดอยอางขางสูงชันคดเคี้ยวและ อันตรายถึงแมปจจุบันมีการปรับปรุงผิวทางจราจรไวดีแลวก็ยังมี อุบัติเหตุเกิดขึ้นบอย ปญหาสวนใหญเกิดจากเบรคไหม เบรคแตก ขณะลงเขา โดยเฉพาะอยางยิ่งรถเกียรออโต

OIE SHARE ยินดีรับฟงความคิดเห็น คํ า ชี้ แนะ และข า วประชาสั ม พั นธ ต  า งๆ ติดตอไดทกี่ องบรรณาธิการ OIE SHARE กลุมประชาสัมพันธและบริการหองสมุด สํานักบริหารกลาง สํานักงานเศรษฐกิจ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ถ นน พ ร ะ ร า ม ที่ 6 แขวงทุงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 อีเมล : OIESHARE@oie.go.th ขอมูลอางอิงและภาพประกอบ http://www.tourdoi.com/doi/angkrang/general.htm http://www.oknation.net/blog/print.php?id=782613 http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=0720 11&date=18&group=55&gblog=268

14

OIE SHARE ตุลาคม 2555


สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รวมกับหนังสือพิมพกรุงเทพธุรกิจ จัดงานสัมมนาหัวขอ “เพิ่มพลังอุตสาหกรรม ไทย อนาคตใหม AEC” โดยมี หมอมราชวงศพงษสวัสดิ์ สวัสดิวัตน รัฐมนตรีวาการกระทรวงอุตสาหกรรม นายโสภณ ผลประสิทธิ์ ผูอํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และ ดร. วีรพงษ รามางกูร พรอมทั้งผูบริหาร และเจาหนาที่สังกัดกระทรวง อุตสาหกรรมเขารวม ในวันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน 2555 ณ ศูนยนิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา

กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) โดยสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม จัดงานสัมมนา เรื่อง “Step up medical and healthcare device industry” โดยมี นายวิฑูรย สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปนประธานในงาน และไดปาฐกถาใน หัวขอแนวโนมอุตสาหกรรมวัสดุอุปกรณทางการแพทยของไทยในตลาดเอเชียและการกาวเขาสู AEC ป 2558 เมื่อวันพุธที่ 26 กันยายน 2555 ณ หองจตุรทิศ โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน

สศอ. จัดงานแถลงขาว “ดัชนีอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม 2555” โดยมีนายหทัย อูไทย รองผูอํานวยการสํานักงาน เศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปนผูแถลงขาว โดยมีสื่อมวลชนแขนงตางๆ ใหความสนใจเขารวมงาน เมื่อวันศุกรที่ 28 กันยายน 2555 ณ หองประชุม 202 สศอ. OIE SHARE ตุลาคม าคคม 2555

15


ชองทางการเผยแพรขอมูลขาวสาร สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม  ศูนยบริการขอมูลขาวสาร สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สศอ. ไดดําเนินการจัดตั้งศูนยบริการขอมูลขาวสารขึ้นตั้งแตป 2548 เพื่อใหประชาชนสามารถศึกษาขอมูลสารสนเทศตางๆ ไดอยางสะดวก โดยตั้งอยูที่ ชั้น 2 หองสมุดสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ถ.พระรามที่ 6 แขวงทุงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 เปดทําการ วันจันทร – ศุกร เวลา 08.30 – 16.30 น. สนใจสอบถามขอมูล โทรศัพท 0 2202 4349  เอกสารเผยแพร ในรูปแบบของหนังสือ วารสาร จุลสาร แผนพับ เชน รายงานภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (รายไตรมาส) ดัชนีอุตสาหกรรม (รายเดือน) การศึกษาวิจัยอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมนารู : เครื่องชี้วัดภาวะอุตสาหกรรมไทย ศัพทเศรษฐกิจอุตสาหกรรม  ระบบออนไลน และ Social Network สศอ. ให บ ริ ก ารข อ มู ล ข า วสารผ า นระบบออนไลน ทั้ ง ทางเว็ บ ไซต www.oie.go.th ทาง Social Network ที่ www.facebook.com/oieprnews และ http://twitter.com/oie_news โดยมีขอมูลขาวสารเกี่ยวกับรายงานการศึกษา/ วิเคราะหเกี่ยวกับเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ทั้งในระดับมหภาค รายสาขาอุตสาหกรรม ตลอดจนเอกสารเผยแพรตางๆ ผูรับบริการ สามารถสืบคนไดทุกที่ทุกเวลาอยางสะดวก รวดเร็ว สามารถนําไปใชประโยชนตามวัตถุประสงคของผูรับบริการทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนทั่วไป  ศูนยบริการรวมกระทรวงอุตสาหกรรม เป น หน ว ยงานให บ ริ ก ารประชาชนที่ จั ด ตั้ ง ขึ้ น ภายใต ก ารกํ า กั บ ดู แ ลของกระทรวงอุ ต สาหกรรม โดยนํ า งานบริ ก ารที่ หลากหลายมาจัดบริการ ณ จุดบริการเดียว โดยใหบริการตอบขอซักถามเกี่ยวกับอุตสาหกรรม พรอมทั้งเอกสารเผยแพร ตลอดจน การขออนุญาตตางๆ ที่เกี่ยวของ ติดตอรายละเอียดไดที่ ชั้น 1 อาคารสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม ถ.พระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 เปดบริการ เวลา 08.30 – 16.30 น. โทรศัพท 0 2202 3413 E-mail : censerv@industry.go.th  1563 Call Center กระทรวงอุตสาหกรรม ใหบริการตอบขอซักถามเกี่ยวกับงานบริการของกระทรวงอุตสาหกรรม

ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2202 4274 0 2202 4284 โทรสาร 0 2644 7023 www.oie.go.th, www.facebook.com/oieprnews, http://twitter.com/oie_news


Oie share ปีที่ 1 ฉบับที่ 7 เดือนตุลาคม 2555