Issuu on Google+

พระราชบัญญัติ ปองกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙(๑) ภูมิพลอดุลยเดช ปร. ใหไว ณ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๙ เปนปที่ ๓๑ ในรัชกาลปจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรมีกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามยาเสพติด พระราชบั ญ ญั ติ นี้ มี บ ทบั ญ ญั ติ บ างประการเกี่ ย วกั บ การจํ า กั ด สิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพของบุ ค คล ซึ่ ง มาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๐ มาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๒๓๘ ของรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย(๒) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไว โดยคําแนะนําและยินยอมของสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ทําหนาที่สภาปฏิรูปการปกครองแผนดิน ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติปองกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป(๓) มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

(๑)

แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ และแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕

(๒)

ขอความดังกลาวเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๑๗ ตอนที่ ๓๗ ก ลง วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๓ และ พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๑๙ ตอนที่ ๙๖ ก ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๕

(๓)

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เลม ๙๓ ตอนที่ ๑๔๔ ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๙


(๔)

“ยาเสพติด” หมายความวา ยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ วัตถุออกฤทธิ์ตามกฎหมาย

วาดวยวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท และสารระเหยตามกฎหมายวาดวยการปองกันการใชสารระเหย (๕) “กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด” หมายความวา กฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ กฎหมายวาดวยวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิต และประสาท กฎหมายวาดวยการปองกันการใชสารระเหย และกฎหมายวาดวยมาตรการ ในการปราบปรามผูกระทําความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด(๖) (๗)

“ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด” หมายความวา ความผิดตามที่บัญญัติไวในกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด

“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด “กรรมการ” หมายความวา กรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด และหมายความรวมถึงประธานกรรมการปองกัน

และปราบปรามยาเสพติดดวย “เลขาธิการ” หมายความวา เลขาธิการคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ “เจาพนักงาน” หมายความวา ผูซึ่งเลขาธิการแตงตั้งใหปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้ไมกระทบกระเทือนถึงอํานาจหนาที่ของสวนราชการ หรือของเจาหนาที่ของสวนราชการใด ตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ในกรณีมีปญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการหรือเจาพนักงานและของสวนราชการหรือ เจาหนาที่ของสวนราชการที่มีอํานาจเกี่ยวกับยาเสพติด ใหคณะกรรมการเปนผูวินิจฉัยและวางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ และการประสานงาน (๘ ) มาตรา ๕ ใหมี คณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด เรียกโดยย อวา “ป.ป.ส.” ประกอบดวย นายกรั ฐ มนตรี เ ป น ประธานกรรมการ รั ฐ มนตรี ป ระจํ า สํ า นั ก นายกรั ฐ มนตรี ซึ่ ง นายกรั ฐ มนตรี ม อบหมาย รั ฐ มนตรี ว า การ กระทรวงกลาโหมรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ อัยการสูงสุด ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ อธิบดีกรมศุลกากร เปนกรรมการโดยตําแหนงและ กรรมการผูทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแตงตั้งไมเกินหกคน และเลขาธิการเปนกรรมการและเลขานุการ กรรมการผูทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแตงตั้งตามวรรคหนึ่ง ใหพิจารณาแตงตั้งบุคคลจากภาคเอกชนที่มีผลงานเปนที่ ประจักษเกี่ยวกับการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด ไมเกินสองคน

(๔)

¯

(๕)

ขอความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓ และใหใชขอ ความทีพ่ ิมพไวนี้แทน

(หมายเหตุ : พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๒) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๐๘ ตอนที่ ๑๗๐ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๓๔ (๖)

หมายถึง พ.ร.บ.ยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๘ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๘ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ พ.ร.ก.ปองกันการใชสารระเหย พ.ศ. ๒๕๓๓ และ พ.ร.บ. แกไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ปองกันการใชสารระเหย พ.ศ. ๒๕๓๓ พ.ศ. ๒๕๔๒ และ พ.ร.บ. แกไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ปองกันการใชสารระเหย พ.ศ. ๒๕๓๓ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ และ พ.ร.บ.มาตรการใน การปราบปรามผูกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓

(๗)

ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓

(๘)

ขอความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๔ และใหใชขอความที่พมิ พไวนี้แทน


มาตรา ๖ กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งมีวาระอยูในตําแหนงคราวละสองป กรรมการซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับ การแตงตั้งอีกได มาตรา ๗ กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งพนจากตําแหนงกอนวาระ เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีใหออก (๔) เปนคนไรความสามารถหรือเสมือนไรความสามารถ (๕) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เมื่อกรรมการพนจากตําแหนงกอนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแตงตั้งผูอื่นแทนได กรรมการซึ่งไดรับแตงตั้งซอมหรือแตงตั้งเพิ่มอยูในตําแหนงเทาวาระที่เหลืออยูของกรรมการอื่น มาตรา ๘ ในการประชุมของคณะกรรมการ ถาประธานไมมาประชุมหรือไมอยูในที่ประชุม ใหกรรมการที่มาประชุมเลือก กรรมการคนหนึ่งเปนประธานในที่ประชุม มาตรา ๙ การประชุมทุกครั้งตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งจํานวนของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเปนองค ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหประธาน ในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด (๙ ) มาตรา ๑๐ คณะกรรมการจะตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาหรือ คณะอนุกรรมการ เพื่อ พิจารณาหรือ ทําการใดๆ แทน คณะกรรมการก็ได ในการปฏิบัติหนาที่ตามวรรคหนึ่งใหกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ๑๐ ( ) มาตรา ๑๑ ใหมีสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด เรียกโดยยอวา “สํานักงาน ป.ป.ส.” เปน หนวยงานในกระทรวงยุติธรรม(๑๑) มีอํานาจหนาที่ดังตอไปนี้ (๑) ดําเนินงานในฐานะหนวยงานปฏิบัติของคณะกรรมการตามอํานาจและหนาที่ที่กําหนด (๒) ประสานนโยบาย แผน งบประมาณแล���การปฏิบัติงานปองกันและปราบปรามยาเสพติดกับหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของ ทั้งภาครัฐและเอกชน (๓) สนับสนุนขอมูล ขาวสาร วิชาการ ตลอดจนพัฒนาบุคลากรของหนวยงานที่เกี่ยวของ ทั้งภาครัฐและเอกชนใน ประเทศและตางประเทศ (๔) ปฏิบัติงานดานการประชาสัมพันธตอตานยาเสพติด (๕) ประสานความรวมมือกับตางประเทศและองคกรระหวางประเทศ ในดานการปองกันและปราบปรามยาเสพติด (๖) ประสาน ตรวจสอบ ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดําเนินงานปองกันและปราบปรามยาเสพติดของ หนวยงาน ที่เกี่ยวของ (๗) ปฏิบัติราชการอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมายหรือตามที่กฎหมายกําหนด (๙)

ขอความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕ และใหใชขอความที่พิมพไวนี้แทน

(๑๐)

ขอความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๖ และใหใชขอความที่พิมพไวนี้แทน

(๑๑)

แกไขเปลี่ยนแปลงโดย พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๓ และ พ.ร.ฎ.โอนกิจการบริหารและอํานาจหนาที่ของสวนราชการ ใหเปนไปตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๑๒


(๑๒)

มาตรา ๑๒ ใหมีเลขาธิการคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติดมีหนาที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของ

สํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด ขึ้นตรงตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม(๑๓) และเปนผูบังคับบัญชา ขาราชการในสํานักงาน และใหมีรองเลขาธิการเปนผูชวยปฏิบัติราชการ มาตรา ๑๓ ใหคณะกรรมการมีอํานาจและหนาที่ดังตอไปนี้ (๑) กําหนดแผนงานและมาตรการปองกันและปราบปรามผูกระทําความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด (๒) ควบคุมการสืบสวน สอบสวน และการฟองคดีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด (๓) วางโครงการและดําเนินการ ตลอดจนสั่งใหสวนราชการที่เกี่ยวของดําเนินการเผยแพรความรูเกี่ยวกับยาเสพติด (๔) ควบคุม เรงรัดและประสานงานการปฏิบัติหนาที่ของสวนราชการที่มีอํานาจหนาที่ในการปฏิบัติการตามกฎหมาย เกี่ยวกับยาเสพติด (๕) เสนอความเห็นตอคณะรัฐมนตรีเพื่อใหมีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการหรืองานแผนงาน หรือโครงการของสวน ราชการที่มีอํานาจหนาที่ในการปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด (๖) ประสานงานและกํากับการเกี่ยวกับการบําบัดรักษาตัวผูติดยาเสพติด (๗) พิจารณาอนุมัติการแตงตั้งเจาพนักงานเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๔) (๘) เสนอความเห็นตอคณะรัฐมนตรี เพื่อกําหนดมาตรการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดในสถานประกอบการและกําหนดใหสถานที่ซึ่งใชในการประกอบธุรกิจใดๆ เปนสถานประกอบการที่อยูภายใตบังคับ ของมาตรการดังกลาว (๑๕) (๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติใหเปนอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการ (๑๖)

(๑๐) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการใหความดีความชอบหรือโยกยายหรือลงโทษทางวินัยตอขาราชการ พนักงานสวน ทองถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานของหนวยงานของรัฐ ที่ไดรับมอบหมายใหปฏิบัติหนาที่เกี่ยวกับการแกไขปญหา ยาเสพติด หรือเขาไปเกี่ยวของกับการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตลอดจนขอใหสวนราชการเจาสังกัดเรงรัดการดําเนินการ ที่เกี่ยวของ (๑๗) (๑๑) พิจารณาและดําเนินการจัดสรรงบประมาณใหแกหนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวของกับการปองกันและ ปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งกํากับและติดตามการใชงบประมาณของหนวยงานดังกลาว (๑๒) (๑๓

ขอความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๖ และใหใชขอ ความทีพ่ ิมพไวนี้แทน )

เนื่องจาก พ.ร.ฎ. โอนกิจการบริหารและอํานาจหนาที่ของสวนราชการใหเปนไปตาม พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา

๑๑๒ มาตรา ๑๑๓ (๑) ไดโอนบรรดากิจการ อํานาจหนาที่ ทรัพยสิน งบประมาณ หนี้ สิทธิภาระผูกพัน ขาราชการ ลูกจาง และอัตรากําลังของสํานัก นายกรัฐมนตรี ในสวนของสํานักงาน ป.ป.ส. มาเปนของ สํานักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ดังนั้นสํานักงาน ป.ป.ส. จึงขึ้นตรงตอรัฐมนตรีวาการกระทรวง ยุติธรรม (๑๔) (๑๕) ¯ ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๓ (หมายเหตุ : พ.ร.บ. ปองกันและ

ปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เลม ๑๑๗ ตอนที่ ๓๗ ก ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๓) (๑๖)

ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๗

(๑๗)

ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๗


(๑๘)

(๑๒) สนับสนุนใหหนวยงานภาครัฐหรือเอกชนรวมทั้งประชาชนมีสวนรวมในการปองกันและปราบปรามยาเสพติด

(๑๙)

มาตรา ๑๓ ทวิ ใหนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอํานาจออกประกาศกําหนดมาตรการปองกัน และปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการและประกาศกําหนดใหสถานที่ซึ่งใชในการประกอบ ธุรกิจใดๆ เปนสถานประกอบการที่อยูภายใตบังคับของมาตรการดังกลาว ทั้งนี้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๒๐) มาตรา ๑๓ ตรี ในกรณีที่เจาพนักงานตรวจพบวามีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการตาม มาตรา ๑๓ ทวิ หากเจาของหรือผูดําเนินกิจการสถานประกอบการ ดังกลาวไมสามารถชี้แจงหรือพิสูจนใหคณะกรรมการเชื่อไดวา ตนไดใชความระมัดระวังตามสมควรแกกรณีแลว ใหคณะกรรมการมีอํานาจสั่งปดสถานประกอบการแหงนั้นชั่วคราว หรือสั่งพักใช ใบอนุญาตประกอบการสําหรับการประกอบธุรกิจนั้นแลวแตกรณี แตทั้งนี้ตองไมเกินครั้งละสิบหาวันนับแตวันที่เจาของหรือผู ดําเนินกิจการสถานประกอบการนั้นทราบคําสั่ง ในกรณี ที่ สถานประกอบการซึ่งถูกสั่งปดชั่วคราวหรือ ถูกสั่งพั กใช ใบอนุญ าตประกอบการตามวรรคหนึ่งเป นสถาน ประกอบการซึ่งอยูภายใตการควบคุมการประกอบธุรกิจตามกฎหมายอื่น ใหเลขาธิการแจงใหหนวยงานซึ่งควบคุมการประกอบ ธุรกิจนั้นทราบ และใหหนวยงานดังกลาวถือปฏิบัติตามนั้น การสั่งปดชั่วคราวหรือการสั่งพักใชใบอนุญาตประกอบการ และการแจงใหเจาของ หรือผูดําเนินกิจการสถานประกอบการ ทราบตามวรรคหนึ่ง และการแจงใหหนวยงานทราบตามวรรคสองใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศ กําหนด (๒๑) มาตรา ๑๔ เพื่อดําเนินการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ใหกรรมการ เลขาธิการ รอง เลขาธิการและเจาพนักงานมีอํานาจดังตอไปนี้ (๑) เขาไปในเคหสถาน หรือสถานที่เพื่อตรวจคนเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรวามีบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยวา กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซอนอยู หรือมีทรัพยสินซึ่งมีไวเปนความผิดหรือไดมาโดยการกระทําความผิด หรือไดใชหรือ จะใชในการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือซึ่งอาจใชเปนพยานหลักฐานได ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อวาเนื่องจากการเนิ่น ชากวาจะเอาหมายคนมาได บุคคล���ั้น จะหลบหนีไป หรือทรัพยสินนั้นจะถูกโยกยาย ซุกซอน ทําลาย หรือทําใหเปลี่ยนสภาพไปจาก เดิม (๒) คนบุคคล หรือยานพาหนะใดๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรวามียาเสพติดซุกซอนอยูโดยไมชอบดวยกฎหมาย (๓) จับกุมบุคคลใดๆ ที่กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (๔) ยึดหรืออายัดยาเสพติดที่มีไวโดยไมชอบดวยกฎหมาย หรือทรัพยสินอื่นใดที่ไดใชหรือจะใชในการกระทําความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด หรือที่อาจใชเปนพยานหลักฐานได (๕) คนตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (๖) สอบสวนผูตองหาในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด(๒๒) (๑๘)

ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๗

(๑๙) - (๒๐)

ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔

(๒๑)

ขอความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๘ และใหใชขอ ความทีพ่ ิมพไวนี้แทน

(๒๒)

อํานาจสอบสวนตามมาตรา ๑๔(๖) กฎหมายจํากัดเฉพาะในเรื่องทีเ่ กี่ยวกับการสอบสวนผูตองหาเทานั้น จะตีความใหมีความหมายวาเปนอํานาจ สอบสวนโดยทั่วไปมิได ( ตามหนังสือตอบขอหารือของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ สร ๐๖๐๑/๑๔๐๘ ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๒๕)


(๗) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดๆ หรือเจาหนาที่ของหนวยราชการใดๆ มาใหถอยคําหรือใหสงบัญชี เอกสาร หรือวัตถุใดๆ มาเพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา การใชอํานาจตามวรรคหนึ่ง (๑) ใหเจาพนักงานผูคนปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดและแสดงความบริสุทธิ์ กอนการเขาคน รายงานเหตุผลและการตรวจคนเปนหนังสือตอผูบังคับบัญชาเหนือขึ้นไป และบันทึกเหตุอันควรสงสัยตามสมควร และเหตุอันควรเชื่อที่ทําใหสามารถเขาคนไดเปนหนังสือใหไวแกผูครอบครองเคหสถาน หรือสถานที่คน แตถาไมมีผูครอบครองอยู ณ ที่นั้น ใหเจาพนักงานผูคนสงมอบสําเนาหนังสือนั้นใหแกผูครอบครองดังกลาวในทันทีที่กระทําได และหากเปนการเขาคนใน เวลากลางคืนภายหลังพระอาทิตยตก เจาพนักงานผูเปนหัวหนาในการเขาคนตองเปนขาราชการพลเรือนตําแหนงตั้งแตระดับ ๗ ขึ้น ไป หรือขาราชการตํารวจตําแหนงตั้งแตสารวัตรหรือเทียบเทาขึ้นไป หรือขาราชการทหารตําแหนงตั้งแตผูบังคับกองรอยหรือ เทียบเทาขึ้นไป เจาพนักงานตําแหนงใดหรือระดับใดจะมีอํานาจหนาที่ตามที่ไดกําหนดไวตามวรรคหนึ่งทั้งหมดหรือแตบางสวน หรือ จะตองไดรับอนุมัติจากบุคคลใดกอนดําเนินการ ใหเปนไปตามที่เลขาธิการกําหนดดวยความเห็นชอบของคณะกรรมการ โดยทํา เอกสารมอบหมายใหไวประจําตัวเจาพนักงานผูไดรับมอบหมายนั้น(๒๓) เจาพนักงานผูไดรับมอบหมายตามวรรคหนึ่ง ตองแสดงเอกสารมอบหมายนั้นตอบุคคลที่เกี่ยวของทุกครั้ง ในการปฏิบัติการตามมาตรานี้ใหกรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการและเจาพนักงาน เปนเจาพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา ใหเลขาธิการจัดทํารายงานผลการปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ เสนอตอคณะรัฐมนตรี เพื่อรายงานผลการปฏิบัติงานประจําป โดย ใหรายงานขอเท็จจริง ปญหาอุปสรรค ปริมาณการปฏิบัติงาน และผลสําเร็จของการปฏิบัติงานโดยละเอียด เพื่อใหคณะรัฐมนตรี เสนอรายงานดังกลาวพรอมขอสังเกตของคณะรัฐมนตรีตอสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภา (๒๔ ) มาตรา ๑๔ ทวิ ในกรณีที่จําเปนและมีเหตุอันควรเชื่อ ไดวามีบุคคลหรื อกลุมบุค คลใดเสพยาเสพติดในเคหสถาน สถานที่ใดๆ หรือยานพาหนะ ใหกรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ และเจาพนักงานมีอํานาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งใหรับการ ตรวจหรือทดสอบวาบุคคลหรือกลุมบุคคลนั้นมีสารเสพติดอยูในรางกายหรือไม วิธีการตรวจหรือทดสอบตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา (๒๕) มาตรา ๑๔ ตรี ในการปฏิบัติหนาที่ของเจาพนักงานตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๔ ทวิ ถาเจาพนักงานไดขอใหบุคคล ใดชวยเหลือการปฏิบัติหนาที่ ใหบุคคลนั้นมีอํานาจชวยการปฏิบัติงานของเจาพนักงานได (๒๖ ) มาตรา ๑๔ จัตวา ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อไดวา เอกสารหรือขอมูลขาวสารอื่นใด ซึ่งสงทางไปรษณีย โทรเลข โทรศัพท โทรสาร คอมพิวเตอร เครื่องมือ หรืออุปกรณในการสื่อสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด ถูก ใชหรืออาจถูกใชเพื่อประโยชนในการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เจาพนักงานซึ่งไดรับอนุมัติจากเลขาธิการเปนหนังสือจะยื่น คําขอฝายเดียวตออธิบดีผูพิพากษาศาลอาญา เพื่อมีคําสั่งอนุญาตใหเจาพนักงานไดมาซึ่งขอมูลขาวสารดังกลาวได การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหอธิบดีผูพิพากษาศาลอาญาพิจารณาถึงผลกระทบตอสิทธิสวนบุคคลหรือสิทธิอื่นใดประกอบ กับเหตุผลและความจําเปนดังตอไปนี้ (๒๓)

คือ บัตรประจําตัวเจาพนักงาน ป.ป.ส.

(๒๔)

ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๕

(๒๕) (๒๖) ¯ ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๙


(๑) มีเหตุอันควรเชื่อวามีการกระทําความผิดหรือจะมีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (๒) มีเหตุอันควรเชื่อวาจะไดขอมูลขาวสารเกี่ยวกับการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจากการเขาถึงขอมูลขาวสาร ดังกลาว (๓) ไมอาจใชวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมหรือมีประสิทธิภาพมากกวาได การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหอธิบดีผูพิพากษาศาลอาญาสั่งอนุญาตไดคราวละไมเกินเกาสิบวัน โดยกําหนดเงื่อนไขใดๆ ก็ ได และใหผูเกี่ยวของกับขอมูลขาวสารในสิ่งสื่อสารตามคําสั่งดังกลาว จะตองใหความรวมมือเพื่อใหเปนไปตามความในมาตรานี้ ภายหลังที่มีคําสั่งอนุญาต หากปรากฏขอเท็จจริงวาเหตุผลความจําเปนไมเปนไปตามที่ระบุหรือพฤติการณเปลี่ยนแปลงไป อธิบดีผู พิพากษาศาลอาญาอาจเปลี่ยนแปลงคําสั่งอนุญาตไดตามที่เห็นสมควร เมื่อเจาพนักงานไดดําเนินการตามที่ไดรับอนุญาตแลว ใหรายงานการดําเนินการใหอธิบดี ผูพิพากษาศาลอาญาทราบ บรรดาขอมูลขาวสารที่ไดมาตามวรรคหนึ่ง ใหเก็บรักษาและใชประโยชนในการสืบสวนและใชเปนพยานหลักฐานในการ ดําเนินคดีเทานั้น ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด มาตรา ๑๕ เพื่อประโยชนในการปฏิบัติการตามมาตรา ๑๔ ใหถือวากรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ และเจาพนักงาน ซึ่งไดรับมอบหมายใหมีอํานาจตามมาตรา ๑๔(๓) มีอํานาจหนาที่เชนเดียวกับพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาไดทั่วราชอาณาจักร และใหมีอํานาจควบคุมผูถูกจับตามมาตรา ๑๔(๓) ไวเพื่อทําการสอบสวนไดเปนเวลาไมเกินสามวัน เมื่อครบกําหนดเวลาดังกลาว หรือกอนนั้น ตามที่จะเห็นสมควร ใหสงตัวผูถูกจับไปยังพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญาเพื่อดําเนินการตอไป ทั้งนี้โดยมิใหถือวาการควบคุมผูถูกจับดังกลาวเปนการควบคุมของพนักงานสอบสวนตาม ประมว���กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (๒๗) มาตรา ๑๕ ทวิ เจาของหรือผูดําเนินกิจการสถานประกอบการผูใดฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามประกาศตามมาตรา ๑๓ ทวิ ตองระวางโทษปรับตั้งแตหนึ่งหมื่นบาทถึงหาหมื่นบาท (๒๘) มาตรา ๑๖ ผูใดไมใหความสะดวก หรือไมใหถอยคํา หรือไมสงบัญชี เอกสาร หรือวัตถุใดแกกรรมการ เลขาธิการ รอง เลขาธิการ หรือเจาพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๑๔ หรือไมยินยอมใหตรวจ หรือทดสอบตามมาตรา ๑๔ ทวิ ตองระวางโทษ จําคุกไมเกินหกเดือนหรือปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท(๒๙) (๓๐)

ถาการกระทําตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําตอผูที่ชวยเหลือการปฏิบัติหนาที่ของเจาพนักงานตามมาตรา ๑๔ ตรี ผูกระทํา ตองระวางโทษเชนเดียวกับที่บัญญัติไวในวรรคหนึ่ง (๓๑) มาตรา ๑๖/๑ ผูใดรูหรือไดมาซึ่งขอมูลขาวสารที่ไดมาตามมาตรา ๑๔ จัตวา กระทําดวยประการใดๆ ใหผูอื่นรูหรืออาจรู ขอมูลขาวสารดังกลาว ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหนึ่งแสนบาท เวนแตเปนการเปดเผยในการปฏิบัติหนาที่ หรือตามกฎหมาย ถาการกระทําตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําโดยกรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ หรือเจาพนักงาน ผูกระทําตองระวาง โทษเปนสามเทาของโทษที่กําหนดไวในวรรคหนึ่ง

(๒๗)

ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖

(๒๘)

ขอความเดิมถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๗ และใหใชขอความที่พิมพไวนี้แทน

(๒๙)

ดูเปรียบเทียบมาตรา ๙๐ แหง พ.ร.บ. ยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒

(๓๐)

ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๐

(๓๑)

ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๑


มาตรา ๑๗ กรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ และเจาพนักงานผูใดกระทําความผิดใดๆ ตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เสียเอง ตองระวางโทษเปนสามเทาของโทษที่กําหนดไวสําหรับความผิดนั้นๆ(๓๒) (๓๓)

มาตรา ๑๗ ทวิ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียว ใหคณะกรรมการหรือผูซึ่งคณะกรรมการ มอบหมายมีอํานาจเปรียบเทียบปรับได มาตรา ๑๘ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม(๓๔) รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และใหอํานาจออกขอบังคับหรือ ระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ผูรับสนองพระบรมราชโองการ ธานินทร กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ยาเสพติดเปนภัยอยางรายแรงตอการดําเนินการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และรัฐบาลนี้มีนโยบายที่จะปองกันและปราบปรามการคาและการเสพยาเสพติดอยาง เขมงวดกวดขัน ในการนี้จําเปนตองมีกฎหมายเพื่อกําหนดมาตรการและใหอํานาจในการดําเนินการปองกันและปราบ ปรามใหไดผลโดยเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

(๓๒)

ดูเปรียบเทียบมาตรา ๑๐๐ แหง พ.ร.บ. ยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๑๐ แหง พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผูก ระทําความผิดเกี่ยวกับยา

เสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ (๓๓) (๓๔)

ขอความขางตนเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๘

แกไขเปลี่ยนแปลงโดย พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๓ และ พ.ร.ฎ. แกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจ หนาที่ของสวนราชการใหเปนไปตาม พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๗๔


Law