Issuu on Google+

รายงาน เรื่ องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสาร เสนอ อาจารย์สุจิตตรา จันทร์ลอย จัดทาโดย นางสาวชลธิชา ประสพเนตร 554186054 นางสาวซูเรี ยตี ยูโซ๊ะ

554186058

นางสาวอังศณา อุ่นวิเศษ

554186065

นางสาวอาซีซะห์ สะแปอิง 554186076 นางสาวอุมาพร ปู่ ภิรมย์

554186084

นางสาวสุ ภาพร อุ่นถิ่น

554186105

นางสาวสุ ธิตา อักขระ

554186108

ชั้นปี ที่ 1 คณะครุ ศาสตร์ สาขาปฐมวัยหมู่ รายงานเล่มนี้เป็ นส่วนหนึ่งของวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่ อสารสาหรับครู (PC 54504) ภาคเรี ยนที่1/2555 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บา้ นจอมบึง


คานา รายงานเรื่ อง ความหมายและบทบาทเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็ นส่ วนหนึ่งวิชาเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่ อสารสาหรับครู จัดทาขึ้นเพื่อเป็ นการส่ งเสริ มความรู ้เกี่ยวกับด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กบั ชีวติ ประจาวันและเป็ นการให้ความรู ้เพื่อเป็ นเคล็ดลับ เล็กๆน้อยๆ ให้กบั น้องๆ พี่ๆ ที่สนใจจะเรี ยนรู ้และศึกษาเพื่อที่จะให้มีความรู ้เพิ่มเติมในวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารสาหรับครู มากยิง่ ขึ้น ขอขอบพระคุณอาจารย์สุจิตตรา จันทร์ลอยที่ช่วยให้คาปรึ กษาและแนะนาเกี่ยวกับการทา รายงานเรื่ องนี้ทาให้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดี ผูจ้ ดั ทาหวังว่ารายงานเล่มนี้คงเป็ นประโยชน์ต่อผูท้ ี่ สนใจจะศึกษายิง่ ขึ้นไป

ผู้

คณะผูจ้ ดั ทา นักศึกษา ชั้นปี ที่ 1


สารบัญ เรื่ อง

หน้า

คานา

สารบัญ

เทคโนโลยีสารสนเทศ

1

ความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

2

บทบาทความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

3-4

ขอบเขตของเทคโนโลยีสารสนเทศ

5-6

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ

7-8

ประโยชน์ที่ได้จากเทคโนโลยีสารสนเทศ

9-12

อ้างอิง


คาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ มาจากคา 2 คานามารวมกัน คือ คาว่า เทคโนโลยี และสารสนเทศ เทคโนโลยี + สารสนเทศ = เทคโนโลยีสารสนเทศ เมื่อพิจารณาความหมายของแต่ละคาจะมีความหมายดังนี้ เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู ้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ความจริ งเกี่ยวกับธรรมชาติ และ สิ่ งแวดล้อม มาทาให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ เทคโนโลยีจึงเป็ นวิธีการในการสร้างมูลค่าเพิ่มของสิ่ งต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์มากยิง่ ขึ้น สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็ นประโยชน์ต่อการดาเนิ นชีวติ ของมนุษย์ ข้อมูลดังกล่าวต้องผ่านการเก็บ รวบรวม จัดเก็บ ตรวจสอบความถูกต้อง แบ่งกลุ่มจัดประเภทของข้อมูล และสรุ ปออกมาเป็ นสารสนเทศ และมนุษย์นาเอาสารสนเทศนั้นไปใช้ในชีวติ ประจาวันได้ เช่น รายงาน ผลงานการวิจยั ข่าวสารต่าง ๆ เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) หมายถึงการนาเอาเทคโนโลยีมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กบั สารสนเทศ ทาให้สารสนเทศมีประโยชน์ และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศรวม ไปถึงการใช้เทคโนโลยีดา้ นต่าง ๆ ที่จะรวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่ งต่อ หรื อสื่ อสารระหว่างกัน เทคโนโลยี สารสนเทศเกี่ยวข้องโดยตรงกับเครื่ องมือเครื่ องใช้ในการจัดการสารสนเทศ ซึ่ งได้แก่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์รอบข้าง ขั้นตอน วิธีการดาเนินการ ซึ่ งเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ เกี่ยวข้องกับตัวข้อมูล เกี่ยวข้อง กับบุคลากร เกี่ยวข้องกับกรรมวิธีการดาเนิ นงานเพื่อให้ขอ้ มูลเกิดประโยชน์สูงสุ ด นอกจากนี้แล้วยังรวมไป ถึง โทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์ โทรสาร หนังสื อพิมพ์ นิ ตยสารต่าง ๆ ฯลฯ


สามารถอธิ บายความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ด้านต่าง ๆ ของผูค้ นไว้หลายประการดังต่อไปนี้ ประการทีห่ นึ่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ ทาให้สังคมเปลี่ยนจากสังคมอุตสาหกรรมมาเป็ นสังคมสารสนเทศ ประการทีส่ อง เทคโนโลยีสารสนเทศทาให้ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบแห่งชาติไปเป็ นเศรษฐกิจโลก ที่ ทาให้ระบบเศรษฐกิจของโลกผูกพันกับทุกประเทศ ความเชื่อมโยงของเครื อข่ายสารสนเทศทาให้เกิดสังคม โลกาภิวฒั น์ ประการทีส่ าม เทคโนโลยีสารสนเทศทาให้องค์กรมีลกั ษณะผูกพัน มีการบังคับบัญชาแบบแนวราบมากขึ้น หน่วยธุ รกิจมีขนาดเล็กลง และเชื่อมโยงกันกับหน่วยธุ รกิจอื่นเป็ นเครื อข่าย การดาเนิ นธุ รกิจมีการแข่งขันกัน ในด้านความเร็ ว โดยอาศัยการใช้ระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ และการสื่ อสารโทรคมนาคมเป็ นตัวสนับสนุ น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ ว ประการทีส่ ี่ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็ นเทคโนโลยีแบบสุ นทรี ยสัมผัส และสามารถตอบสนองตามความ ต้องการการใช้เทคโนโลยีในรู ปแบบใหม่ที่เลือกได้เอง ประการทีห่ ้ า เทคโนโลยีสารสนเทศทาให้เกิดสภาพทางการทางานแบบทุกสถานที่และทุกเวลา ประการทีห่ ก เทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการวางแผนการดาเนิ นการระยะยาวขึ้น อีกทั้งยังทาให้วถิ ีการ ตัดสิ นใจ หรื อเลือกทางเลือกได้ละเอียดขึ้น กล่าวโดยสรุ ปแล้ว เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทที่สาคัญในทุกวงการ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง โลกด้านความเป็ นอยู่ สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจน การวิจยั และการพัฒนาต่าง ๆ


m การเปลี่ยนแปลงสังคมความเป็ นอยูข่ องมนุษย์เป็ นไปอย่างรวดเร็ ว กล่าวกันว่าได้เกิดการ เปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เรี ยกว่า การปฏิวตั ิมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกเกิดจากการที่มนุษย์รู้จกั ใช้ระบบ ชลประทานเพื่อการเพาะปลูก สังคมความเป็ นอยูข่ องมนุ ษย์จึงเปลี่ยนจากการเร่ ร่อนมาเป็ นการตั้งหลักแหล่ง เพื่อทาการเกษตร ต่อมาเมื่อประมาณร้อยกว่าปี ที่แล้ว ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากที่เจมส์วตั ต์ประดิษฐ์ เครื่ องจักรไอน้ า มนุษย์รู้จกั นาเอาเครื่ องจักรมาช่วยในอุตสาหกรรมการผลิตและช่วยในการสร้าง ยานพาหนะเพื่องานคมนาคมขนส่ ง ผลที่ตามมาทาให้เกิดการปฏิวตั ิทางอุตสาหกรรม สังคมความเป็ นอยูข่ อง มนุษย์จึงเปลี่ยนจากสังคมเกษตรมาเป็ นสังคมเมือง และเกิดรวมกันเป็ นเมืองอุตสาหกรรมต่าง ๆ a ในช่วง พ.ศ. 2523 เป็ นต้นมา ความเจริ ญก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์ และระบบสื่ อสารข้อมูลเป็ นไป อย่างรวดเร็ ว การใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อประมวลผลข้อมูลเป็ นไปอย่างกว้างขวาง มีการส่ งถ่ายข้อมูลระหว่างกัน เป็ นจานวนมาก เกิดการประยุกต์งานด้านต่าง ๆ เช่น ระบบการโอนถ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต การจองตัว๋ การซื้ อสิ นค้า การติดต่อส่ งข้อมูล เช่น โทรสาร (facsimile) ไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ (electronic mail)

สังคมเมือง ชีวติ ความเป็ นอยูใ่ นปั จจุบนั เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็ นอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีทาง คอมพิวเตอร์ ที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น ใน พ.ศ. 2528 กระทรวงศึกษาธิ การได้กาหนดในหลักสู ตรมัธยมศึกษาตอน ปลาย ให้วชิ าคอมพิวเตอร์ เป็ นวิชาเลือกของหมวดวิชาคณิ ตศาสตร์ ประกอบด้วย 2 รายวิชา คือ ความรู้ เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และการเขียนโปรแกรมภาษาเบสิ ก ต่อมา พ.ศ. 2532 และ พ.ศ. 2541 ก็ เปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมหลักสู ตรทางด้านคอมพิวเตอร์อีกหลายวิชา และจัดกลุ่มอยูใ่ นวิชาอาชีพสาขา


คอมพิวเตอร์ ปั จจุบนั มีโรงเรี ยนมัธยมศึกษาหลายแห่งทัว่ ประเทศเปิ ดการเรี ยนการสอนทางด้านคอมพิวเตอร์ เป็ นส่ วนมาก

การเรี ยนการสอนคอมพิวเตอร์ ในโรงเรี ยน A มีความจาเป็ นเพียงไรที่จะต้องให้เยาวชนไทยเรี ยนรู้คอมพิวเตอร์ เมื่อมีวชิ าพื้นฐานอื่น ๆ มากมายที่ ต้องจะเรี ย��� เหตุผลสาคัญสาหรับตอบคาถามนี้ คือปั จจุบนั ความเป็ นอยูข่ องมนุษย์ในสังคม มีความเกี่ยวข้อง กับเทคโนโลยี ข้อมูลมากขึ้น a ตั้งแต่เช้าตรู่ นักเรี ยนอาจถูกปลุกด้วยเสี ยงนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์แบบดิจิทลั และเริ่ มวันใหม่ดว้ ยการฟัง วิทยุที่ส่งกระจายเสี ยงทัว่ ประเทศพร้อมกัน รับประทานอาหารเช้าที่ปรุ งจากเครื่ องครัวที่ควบคุมด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ เสร็ จแล้วรี บมาโรงเรี ยน ก้าวเข้าลิฟต์ที่ควบคุมการทางานด้วยคอมพิวเตอร์ ติดต่อกับเพื่อน ด้วยโทรศัพท์มือถือ คิดเลขด้วยเครื่ องคิดเลขทันสมัย เรี ยนพิมพ์เอกสารด้วยโปรแกรมประมวลคา ตกเย็น กลับบ้านดูทีวแี ล้วเข้านอน a กิจวัตรในชีวติ ประจาวันของมนุษย์เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมากขึ้น จนดูเหมือนว่าเทคโนโลยีเป็ น ปั จจัยที่สาคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งทาให้มนุษย์ได้รับความสะดวกสบายและประสบความสาเร็ จในงาน ด้านต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีทางด้านอวกาศ ทางด้านการผลิต ทางด้านอุตสาหกรรม และทางด้านพาณิ ชยก รรม a การปฏิวตั ิอุตสาหกรรมยุคแรก เริ่ มจากการใช้เครื่ องจักรกลแทนการทางานด้วยมือ พลังงานที่ ขับเคลื่อนเครื่ องจักรก็มาจากพลังงานน้ า พลังงานไอน้ า และเปลี่ยนมาเป็ นพลังงานจากน้ ามันขับเคลื่อน เครื่ องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ าแทน ต่อมาการปฏิวตั ิอุตสาหกรรมได้เกิดขึ้นอีก โดยเปลี่ยนแปลงระบบการ ทางานทีละขั้นตอนมาเป็ นการทางานระบบอัตโนมัติ ซึ่ งส่ วนใหญ่ใช้กลไกการควบคุมอัตโนมัติทางาน


คาว่า เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู ้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ความจริ งเกี่ยวกับธรรมชาติและ สิ่ งแวดล้อม มาทาให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ เทคโนโลยีจึงเป็ นวิธีการในการสร้างมูลค่าเพิม่ ของสิ่ ง ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์มากยิง่ ขึ้น เช่น ทรายหรื อซิ ลิกอน เป็ นสารแร่ ที่พบเห็นทัว่ ไปตามชายหาด หากนามา สกัดด้วยเทคโนโลยีและใช้เทคนิควิธีการสร้างเป็ นชิป (chip) สาหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จะทาให้ สารแร่ ซิลิกอนนั้นมีคุณค่า และมูลค่าเพิ่มขึ้นได้อีกมาก

aaaaaสาหรับสารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็ นเรื่ องเกี่ยวข้องกับความจริ งของคน สัตว์ สิ่ งของ ทั้งที่เป็ น รู ปธรรมและนามธรรม หากมีการจัดเก็บรวบรวม เรี ยกค้น และสื่ อสารระหว่างกัน นามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้ สารสนเทศมีความหมายที่กว้างไกล ซึ่ งนักเรี ยนจะได้เรี ยนเพิ่มเติมต่อไป aaaaaเทคโนโลยีสารสนเทศ (Infornation Technology : IT) หมายถึง การนาเทคโนโลยีมาใช้สร้างข้อมูลเพิ่ม ให้กบั สารสนเทศ ทาให้สารสนเทศมีประโยชน์และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศรวม ไปถึงการใช้เทคโนโลยีดา้ นต่างๆ ที่จะรวบรวม จัดเก็บใช้งาน ส่ งต่อ หรื อสื่ อสารระหว่างกัน เทคโนโลยี สารสนเทศเกี่ยวข้องโดยตรงกับเครื่ องมือเครื่ องใช้ในการจัดการสารสนเทศ ได้แก่ เครื่ องคอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์รอบข้าง ขั้นตอนวิธีการดาเนิ นการซึ่ งเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ เกี่ยวข้องกับตัวข้อมูล เกี่ยวกับบุคลากร เกี่ยวข้องกับกรรมวิธีการดาเนินงานเพื่อให้ขอ้ มูลเกิดประโยชน์สูงสุ ด


aaaaaเทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็ นเทคโนโลยีที่ครอบคลุมเรื่ องเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูล ซึ่ งได้แก่การ ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ การติดต่อสื่ อสารระหว่างกันด้วยความรวดเร็ วการจัดการข้อมูล รวมถึงวิธีการที่ จะใช้ขอ้ มูลให้เกิดประโยชน์สูงสุ ด


ในภาวะสังคมปัจจุบนั หลายสิ่ งหลายอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวเป็ นตัวชี้บอกว่า ประเทศไทยกาลังก้าวสู่ ยคุ สารสนเทศ ดังจะเห็นได้จากวงการศึกษาสนใจให้ความรู ้ดา้ นคอมพิวเตอร์ และส่ งเสริ มการนาเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ มาประยุกต์งานต่างๆ มากขึ้น การบริ หารธุ รกิจของบริ ษทั ห้างร้านต่างๆ ทั้งในระดับใหญ่และ ระดับกลาง ตลอดจนหน่วยงานของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจมีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในองค์การ ด้วยการเก็บข้อมูล ประมวลผลและวิเคราะห์ขอ้ มูล แล้วนาผลลัพธ์มาช่วยในการวางแผนและตัดสิ นใจ aaaaaระยะเริ่ มแรกที่มนุษย์ได้คิดค้นประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ที่มีลกั ษณะเป็ นเครื่ องคานวณอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ได้ถูกใช้ทางานด้านการคานวณทางวิทยาศาสตร์ เป็ นส่ วนใหญ่แล้วจึงนามาใช้เก็บรวบรวมและ ประมวลผลข้อมูลทางด้านธุ รกิจในเวลาต่อมา ยุคแรกนี้เรี ยกว่ายุคการประมวลผลข้อมูล (data processing age) aaaaaข้อมูลที่ได้มาควรจะต้องทาการประมวลผลให้ได้เป็ นสารสนเทศก่อน จึงจะนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ วิธีการประมวลผลข้อมูลจะเริ่ มตั้งแต่การรวบรวมจัดเก็บข้อมูล เมื่อได้ขอ้ มูลแล้วต้องทาการตรวจสอบความ ถูกต้อง แบ่งกลุ่มจัดประเภทของข้อมูล เช่น ข้อมูลตัวอักษรซึ่งเป็ นชื่ อหรื อข้อความก็อาจต้องมีการเรี ยงลาดับ และข้อมูลตัวเลขก็อาจต้องมีการคานวณ จากนั้นจึงทาสรุ ปได้เป็ นสารสนเทศออกมา aaaaaถ้าข้อมูลที่นามาประมวลผลมีจานวนมากจนเกินความสามารถของมนุษย์ที่จะทาได้ในเวลาอันสั้น ก็ จาเป็ นจะต้องนาเครื่ องคอมพิวเตอร์ มาช่วยเก็บข้อมูล และประมวลผลข้อมูล เมื่อข้อมูลอยูภ่ ายใน คอมพิวเตอร์ การแก้ไขหรื อเรี ยกค้นสามารถทาได้ง่ายและสะดวก ขณะเดียวกันการทาสาเนาและการ แจกจ่ายข้อมูล ก็สามารถดาเนินการได้ทนั ที aaaaaงานที่เกิดขึ้นจากการประมวลผลข้อมูลมักจะเก็บในลักษณะแฟ้ มข้อมูล ตัวอย่างเช่น การทาบัญชี เงินเดือนของพนักงานในบริ ษทั ข้อมูลเงินเดือนของพนักงานที่เก็บในคอมพิวเตอร์ จะรวมกันเป็ นแฟ้ มข้อมูล ที่ประกอบด้วยชื่อพนักงาน เงินเดือน และข้อมูลสาคัญอื่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเรี ยกแฟ้ มเงินเดือนมา ประมวลผลและสรุ ปผลรวมยอดขั้นตอนการทางานจะต้องทาพร้อมกันทีเดียวทั้งแฟ้ มข้อมูล ที่เรี ยกว่า การ ประมวลผลแบบกลุ่ม (batch processing) aaaaaแต่เนื่องจากระบบงานที่เกิดขึ้นภายในองค์การค่อนข้างจะซับซ้อน เช่น รายได้ของพนักงานที่ได้รับใน แต่ละเดือน อาจไม่ได้มาจากอัตราเงินเดือนประจาเท่านั้น แต่จะมีมาจากค่านายหน้าจากการขายสิ นค้าด้วย ในลักษณะนี้แฟ้ มข้อมูลการขาย จะสัมพันธ์กบั แฟ้ มข้อมูลเงินเดือน และสัมพันธ์กบั แฟ้ มข้อมูลอื่น ๆ เช่น ค่า สวัสดิการ การหักเงินเดือนเป็ นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าน้ า ค่าไฟฟ้ า เป็ นต้น ระบบข้อมูลจะกลายมาเป็ น ระบบที่มีแฟ้ มข้อมูลหลายแฟ้ มมาเชื่อมสัมพันธ์กนั และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จะเรี ยกแฟ้ มข้อมูลเหล่านั้น มาจัดการให้เป็ นไปตามชิ้นงานที่ตอ้ งการก็ยงิ่ ยากและซับซ้อนมากขึ้น ระบบข้อมูลนี้จะเรี ยกว่า ระบบ


ฐานข้อมูล (database) aaaaaการจัดการข้อมูลที่เป็ นฐานข้อมูล จะเป็ นระบบสารสนเทศที่มีประโยชน์ซ่ ึ งจะนาไปช่วยงานด้านต่าง ๆ อย่างได้ผล ระบบข้อมูลที่สร้างเพื่อใช้ในบริ ษทั จะเป็ นระบบฐานข้อมูลของกิจกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อแสดง สารสนเทศที่เป็ นจริ งของบริ ษทั สามารถนาข้อเท็จจริ งนั้นไปวิเคราะห์และนาผลลัพธ์ไปประกอบการ ตัดสิ นใจของผูบ้ ริ หาร เพื่อการวางแผนและกาหนดนโยบายการจัดการต่าง ๆ aaaaaในปัจจุบนั การนาคอมพิวเตอร์ไปใช้งานของประเทศต่าง ๆ ทัว่ โลก จะอยูท่ ี่การใช้ สารสนเทศเป็ นส่ วนใหญ่ แนวโน้มของระบบจัดการข้อมูลของยุคนี้ จะเริ่ มเปลี่ยนจากระบบงานการ ประมวลผลแบบกลุ่มมาเป็ นระบบตอบสนองทันที ที่เรี ยกว่า การประมวลผลแบบเชื่อมตรง (online processing) ซึ่งเราคงจะได้ยนิ ได้ฟังการโฆษณาประชาสัมพันธ์การฝากถอนเงินของธนาคารต่าง ๆ มาแล้ว aaaaaขณะที่ประเทศต่าง ๆ ยังอยูใ่ นยุคของการประมวลผลสารสนเทศ ประเทศบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริ กา และญี่ปุ่น ก็ได้พยายามก้าวเดินไปสู่ การประมวลฐานความรู ้ (knowledge base processing) โดยให้คอมพิวเตอร์ ใช้ง่าย รู ้จกั ตอบสนองกับผูใ้ ช้ และสามารถแก้ปัญหาที่ตอ้ งอาศัยการตัดสิ นใจระดับสู ง ด้วยการเก็บสะสมฐานความรู ้ไว้ในคอมพิวเตอร์ และมีโครงสร้างการให้เหตุผล เพื่อนาความรู ้มาช่วย แก้ปัญหาที่สลับซับซ้อน aaaaaยุคของการประมวลฐานความรู้เป็ นการประยุกต์ใช้หลักวิชาด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ที่รวบรวมศาสตร์หลายแขนง คือ คอมพิวเตอร์ จิตวิทยา ปรัชญา และภาษาศาตร์เข้า ด้วยกัน ตัวอย่างชิ้นงานของยุคนี้ได้แก่ หุ่นยนต์ และระบบผูเ้ ชี่ยวชาญ (expert system) ปัจจุบนั มีซอฟต์แวร์ที่ เป็ นระบบผูเ้ ชี่ยวชาญมาช่วยในการวินิจฉัยโรคต่าง ๆ การสารวจทรัพยากรธรรมชาติ และการอนุมตั ิให้กยู้ มื เงินเพื่อทาโครงการของธนาคาร เป็ นต้น


ชีวติ ความเป็ นอยูใ่ นปั จจุบนั เกี่ยวข้องกับสารสนเทศต่าง ๆ มากมาย การอยูร่ วมเป็ นสังคมของมนุษย์ทาให้ ต้องสื่ อสารถึงกัน ต้องติดต่อและทางานหลายสิ่ งหลายอย่างร่ วมกันสมองของเราต้องจดจาสิ่ งต่าง ๆ ไว้ มากมาย ต้องจดจารายชื่อผูท้ ี่เราเกี่ยวข้องด้วย จดจาข้อมูลต่าง ๆ ไว้เพื่อใช้ประโยขน์ในภายหลัง สังคมจึง ต้องการความเป็ นระบบที่มีรูปแบบชัดเจน เช่น การกาหนดเลขบ้าน ชื่อถนน อาเภอ จังหวัด ทาให้สามารถ ติดต่อส่ งจดหมายถึงกันได้ เลขบ้านเป็ นสารสนเทศอย่างหนึ่งที่ใช้งานกันอยู่ aaaaaเพื่อให้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์เป็ นระบบมากขึ้น จึงมีการจัดการสารสนเทศเหล่านั้นใน ลักษณะเชิงระบบ เช่น ระบบทะเบียนราษฎร์ มีการใช้แลขประจาตัวประชาชน ซึ่งเป็ นเลขรหัส 13 ตัว แต่ละ ตัวจะมีควาหมายเพื่อใช้ในการตรวจสอบ เช่น แบ่งตามประเภท ตามถิ่นที่อยู่ การเข้ารับการตรวจรักษาใน โรงพยาบาลก็ตอ้ งมีการลงทะเบียน การสร้างเวชระเบียน ระบบเสี ยภาษีก็มีการสร้างรหัสประจาตัวผูเ้ สี ยภาษี นอกจากนี้มีการจดทะเบียนรถยนต์ ทะเบียนการค้า ทะเบียนโรงงาน ฯลฯ aaaaaการใช้สารสนเทศเกี่ยวข้องกับทุกคน การเรี ยนรู ้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีความจาเป็ น ปั จจุบนั เราใช้จ่ายเงินซื้ อสิ นค้าด้วยบัตรเครดิต เบิกเงินด้วยบัตรเอทีเอ็ม การโอนย้ายข้อมูลในลักษณะ อิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวข้องกับเรามากขึ้น aaaaaเทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็ นเทคโนโลยีแห่งศตวรรษนี้ ที่ใช้ในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อมูล จานวนมากได้รับการบันทึกไว้ในรู ปแบบที่ให้เครื่ องจักรอ่านได้ เช่น อยูใ่ นแถบบันทึก แผ่นบันทึก แผ่น ซีดีรอม ดังจะเห็นเอกสารหรื อหนังสื อ หรื อสารานุกรมบรรจุในแผ่นซี ดีรอม หนังสื อทั้งตูอ้ าจเก็บในแผ่น ซี ดีรอมเพียงแผ่นเดีย ซีดีรอมเพียงแผ่นเดียว


1. การเปิ ดใช้บริ งานคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (Computer-Aided Instruction--CAI) เป็ นการเปิ ดใช้งาน คอมพิวเตอร์เป็ นสื่ อในการสอนและเรี ยนรู้ 2. การสอนทางไกลผ่านดาวเทียม ซึ่ งช่วยยกระดับการศึกษาของพลเมือง โดยการกระจายความรู้ไปยังชนบท ที่ห่างไกล ทาให้ประชาชนในชนบทได้รับความรู ้มากขึ้นกว่าเดิม 3. การสอนทางไกลระบบ video teleconference เป็ นการเรี ยนการสอนโดยใช้วธิ ีการสื่ อสารสองทาง ผูส้ อน และผูเ้ รี ยนอยูห่ ่างไกลกันแต่สามารถถามตอบกันได้ทนั ที 4. การจัดทาสารานุกรม หนังสื อหรื อฐานข้อมูลทางการศึกษา โดยใช้มลั ติมีเดียหรื อสื่ อประสมที่สามารถ แสดงได้ท้ งั ภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสี ยงและข้อมูล 5. การนาเทคโนโลยีฐานข้อมูลมาใช้ในงานห้องสมุดหรื อศูนย์ขอ้ มูล เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเอกสาร บทความ รายงาน หนังสื อ ฯลฯ ซึ่ งช่วยอานวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ


1. เกิดทางหลวงสารสนเทศด้านการแพทย์และสาธารณสุ ข (health information highway) ซึ่งเป็ นเส้นทาง ติดต่อของบุคคล ข้อมูล ฐานข้อมูล และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับแพทย์และสาธารณสุ ข ดังนั้น ผูป้ ่ วยจะ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อติดต่อไปยังแพทย์เพื่อสอบถามหรื อขอคาปรึ กษา สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับยา บริ ษทั ผูผ้ ลิตยาหรื อบริ ษทั ประกันสุ ขภาพได้ทนั ที 2. การติดตั้งระบบโทรเวชหรื อการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม (telemedicine) ซึ่ งช่วยให้นายแพทย์ใน ชนบทสามารถขอความเห็นจากผูเ้ ชี่ยวชาญที่อยูใ่ นกรุ งเทพมหานคร หรื อในศูนย์ให้คาปรึ กษาอื่น ๆ สามารถ แลกเปลี่ยนข้อมูลของคนไข้ระหว่างกันและกันทั้งทางด้านภาพ เช่น X-Ray และเสี ยงสัญญาณต่าง ๆ ที่เกิด จากเครื่ องมือทางการแพทย์ รวมไปถึงการประชุมปรึ กษาหารื อกันโดยไม่ตอ้ งเดินทางไกล ซึ่งนับเป็ นการ เปิ ดใช้บริ การเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเต็มรู ปแบบ คือ ทั้งเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการ โทรคมนาคม 3. การนาคอมพิวเตอร์มาใช้ในโรงพยาบาล เพื่อบันทึกข้อมูลผูป้ ่ วย ดาเนินการตรวจรักษา จ่ายยา และคิดเงิน ค่ารักษาพยาบาล


เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยในด้านการจัดการสิ่ งแวดล้อมให้ดีข้ ึน เช่นการเปิ ดใช้บริ การระบบสารสนเทศ ทางภูมิศาสตร์ (geographic information system) ของกระทรวง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่ งแวดล้อม เป็ นระบบฐานข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติสาหรับการวางแผนด้านสิ่ งแวดล้อมในระดับนโยบาย

1. ด้านการผลิต โดยการเปิ ดใช้งานหุ่นยนต์ในการผลิต ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมเครื่ องจักรและออกแบบ ผลิตภัณฑ์ ทาให้เกิดผลิตภัณฑ์แปลกใหม่และสวยงามมากขึ้น รวมทั้งมีคุณภาพและมาตรฐานที่ดีข้ ึน 2. ด้านการเงิน โดยการนาคอมพิวเตอร์ มาใช้ในงานธนาคาร ทาให้เกิดระบบออนไลน์ต่างสาขาและระบบ เงินด่วน หรื อ ATM 3. ด้านธุ รกิจ โดยการนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานด้านสานักงานอัตโนมัติงานบัญชี ซึ่งทาให้การ ดาเนินธุ รกิจเป็ นไปโดยสะดวกมากขึ้น จึงทาให้สามารถตัดสิ นใจในด้านที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การขยายตัว หรื อจาหน่ายผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ วมากขึ้น และส่ งผลให้บริ ษทั ที่รู้จกั นาเทคโนโลยี สารสนเทศไปใช้เพิ่มกาไรมากขึ้น


แดสา http://203.154.140.2/ict1/1/page_2.htm http://www.kmitl.ac.th/agritech/nutthakorn/04093009_2204/is web/Lesson%2022.htm

http://www.thaigoodview.com/node/55440

d


Information technology.