Page 1

บทที่ 3 การกาหนดวัตถุประสงค์ ของการวิจัย และกรอบแนวคิด 3.1 ความหมายของวัตถุประสงค์ ของการวิจัย คาว่า การวิจยั (Research) เป็ นเรื่ องที่ทุกคนและทุกสาขาวิชาต่างมีการ เรี ยนรู้และทา ความเข้าใจกันอย่างกว้างขวาง มีหนังสื อ ตารา ที่เกี่ยวกับการวิจยั มากมายทั้งภาษาไทย และ ภาษาต่างประเทศ จนเกือบไม่ตอ้ งให้ความหมายของคานี้แล้วก็ได้ แต่เพื่อความครบถ้วน สมบูรณ์ของ หนังสื อการวิจยั จึงต้องมีการกล่าวถึงบ้าง ซึ่ งคาว่าการวิจยั นี้มีผใู ้ ห้คานิยามไว้มากมายหลากหลาย ความหมายตามตัวอักษรจะหมายถึง การค้นหาแล้ว ค้นหาอีก ค้นหาจนถี่ถว้ นสมบูร ณ์ท้ งั ข้อจริ ง ข้อเท็จ จนมัน่ ใจว่า ได้ความจริ งที่เชื่อถือได้ แต่ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ .ศ.2546 ให้ความหมายว่า การวิจยั เป็ นการค้นคว้า เพื่อหาข้อมูลอย่างถี่ถว้ นตามหลักวิชา ในการนี้ การจัดการวิจยั สิ่ งที่สาคัญ ประเด็นหนึ่งนัน่ ก็คือ การกาหนดวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็ นการนาเอาแนวความคิดของประเด็นปัญหาวิจยั มา ขยายรายละเอียด โดยเรี ยบเรี ยงให้เป็ นภาษาเขียนที่ชดั เจน เข้าใจง่าย และการกาหนดวัตถุประสงค์การ วิจยั นั้นจะต้องเป็ นการเขียนจากที่กาหนดปั ญหาการวิจยั ได้แล้ว 1) การเขียนวัตถุประสงค์ การวิจัย วัตถุประสงค์การวิจยั หมายถึ ง แนวทางหรื อทิศทาง ในการค้นหาคาตอบของปัญหา -ในการวิจยั เชิงปริ มาณ การเขียนวัตถุประสงค์จะระบุถึงตัวแปรที่ตอ้ งการศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรกับประเด็นที่ผวู ้ จิ ยั สนใจ คือ ระบุประชากรที่สนใจ ตัวแปรอิสระ และ ตัวแปรตาม -ในการวิจยั เชิงคุณภาพ การเขียนวัตถุประสงค์จะชี้ให้เห็นถึงลักษณะของการวิจยั ปรากฏการณ์ ธรรมชาติของกลุ่ม ชุมชน หรื อ การวิจยั ภายใต้สถานการณ์คาที่ใช้สาหรับการเขียน วัตถุประสงค์ เช่น เพื่อค้นหา อธิบาย พัฒนา เปรี ยบเทียบ พิสูจน์ แสดงให้เห็น ฯลฯ 2) ประโยชน์ ของการกาหนดวัตถุประสงค์ การวิจัย 1. กาหนดประเด็นปั ญหาของการวิจยั การกาหนดวัตถุประสงค์ของการวิจยั เป็ นการ กาหนดจุดมุ่งหมายเฉพาะในการศึกษาประเด็นต่างๆ ที่สาคัญของปั ญหาว่ามีอะไรบ้าง จะเกี่ยวข้องกับ เนื้อหาและตัวแปรอะไรบ้าง 2. กาหนดแนวทางของการวิจยั การกาหนดวัตถุประสงค์ที่ชดั เจนจะเป็ นการวาง แนวทาง หรื อทิศทางของการวิจยั ให้เห็นชัดเจนว่า ลักษณะของการวิจยั จะดาเนินไปในลักษณะไหน เช่น เป็ นวิจยั แบบกึ่งทดลอง เป็ นวิจยั แบบสารวจ ฯลฯ


48

3. เพื่อกาหนดของเขตของการวิจยั วัตถุประสงค์จะเป็ นเครื่ องชี้บอกขอบเขตของการ วิจยั ว่าครอบคลุม แค่ไหน ซึ่ งบางครั้งการวิจยั ต้องระบุขอบเขตในเรื่ องวิธีการ กลุ่มประชากร ระยะเวลา หรื อสถานที่ก็ได้ 3.2 คาแนะนาการกาหนดวัตถุประสงค์ การวิจัย วัตถุประสงค์ของการวิจยั เป็ นการเปลี่ยนแปลงจากประเด็นปัญหาการวิจยั ให้เป็ น เจตจานงของผูว้ จิ ยั ว่าต้องการดาเนินการเพื่อให้ได้คาตอบหรื อข้อค้นพบอะไร การเขียนวัตถุประสงค์ที่ ชัดเจนจะช่วยกาหนดแนวทางในการดาเนินการวิจยั และเห็นขอบเขตของการวิจยั ดียงิ่ ขึ้น ดังนั้นการ เขียนวัตถุประสงค์ของการวิจยั ควรคานึ งถึงดังนี้ 1. ต้องเขียนวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับปั ญหาการวิจยั หรื อคาถามวิจยั ที่กล่าวไว้ ก่อนแล้ว เช่น ปัญหาการวิจยั : ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีต่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรใน กลุ่มจังหวัดอีสานใต้เป็ นอย่างไร วัตถุประสงค์ของการวิจยั : เพื่อศึกษาถึงความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีต่อการท่องเที่ยว เชิงเกษตรในกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ปัญหาการวิจยั : ผูป้ ระกอบการมีความพร้อมในการจัดการศูนย์จาหน่ายผลิตภัณฑ์ ของฝากของที่ระลึกในเครื อข่ายจังหวัดอีสานใต้อยูใ่ นระดับใด วัตถุประสงค์ของการวิจยั : เพื่อศึกษาถึงความพร้อมในการจัดการศูนย์จาหน่ายผลิตภัณฑ์ ของฝากของที่ระลึกในเครื อข่ายจังหวัดอีสานใต้ 2. การเขียนวัตถุประสงค์การวิจยั โดยปกติจะกาหนดในลักษณะของสิ่ งที่จะกระทา เพื่อให้ได้มาในสิ่ งที่อยากรู ้ หรื อต้องการคาตอบมากกว่าจะได้ผลลั พธ์ของสิ่ งที่อยากรู ้มาตั้งเป็ น วัตถุประสงค์ เช่น เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและชุมชน เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและเพิ่มมูลค่าสิ นค้า OTOP เพื่อสารวจโปรแกรมการท่องเที่ยวสาเร็ จรู ปที่มคั คุเทศก์และธุ รกิจนาเที่ยวเสนอ ให้บริ การแก่นกั ท่องเที่ยวชาวไทยใน 15 จังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย 3. การเขียนวัตถุประสงค์การวิจยั ต้องสอดคล้องกับรู ปแบบการวิจยั ดังปรากฏในเชื่อ เรื่ อง เช่น ชื่อเรื่ อง : การเปรี ยบเทียบวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ผูป้ ระกอบการที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูงกับผูป้ ระกอบการที่มี ความฉลาดทางอารมณ์ต่าในเครื อข่ายจังหวัดอีสานใต้


49

วัตถุประสงค์ของการวิจยั

: เพือ่ ศึกษาวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างผูป้ ระกอบการที่มี ความฉลาดทางอารมณ์สูงกับผูป้ ระกอบการที่มีความฉลาดทางอารมณ์ ต่าในเครื อข่ายจังหวัดอีสานใต้ วัตถุประสงค์ของการวิจยั : เพือ่ หาความสั มพันธ์ วธิ ี การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ผูป้ ระกอบการที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูงกับผูป้ ระกอบการที่มี ความฉลาดทางอารมณ์ต่าในเครื อข่ายจังหวัดอีสานใต้ การเขียนวั ตถุประสงค์ท้ งั สองกรณี ดงั กล่าว ต้องขึ้นต้นว่า “เพื่อเปรี ยบเทียบ ” ไม่ ใช่ “เพื่อศึกษา” หรื อ “เพื่อหาความสัมพันธ์” จึงจะสอดคล้องกับชื่อเรื่ อง ซึ่ งควรเขียนดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจยั : เพือ่ เปรียบเทียบวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ผูป้ ระกอบการ ที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูงกับผูป้ ระกอบการที่มีความฉลาดทาง อารมณ์ต่าในเครื อข่ายจังหวัดอีสานใต้ 4. การเขียนวัตถุประสงค์การวิจยั ต้องระบุให้ชดั เจ น ครอบคลุมปัญหาวิจยั หรื อคาถาม วิจยั ครบทุกข้อและเขียนในลักษณะของประโยคบอกเล่า ซึ่ งมีรูปแบบการเขียน 3 ลักษณะคือ (1) การเขียนในลักษณะของวัตถุประสงค์ทวั่ ไป เช่น เพื่อศึกษา แนวทางการพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยวสาเร็ จรู ป การส่ งเสริ ม การตลาด และจิตวิทยาบริ การผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อพัฒนารู ปแบบการท่องเที่ยว กระบวนการแก้ปัญหาทางด้านการอนุรักษ์ โดยการใช้การสอนตนเองกับการถ่ายทอดแบบรายบุคคลและแบบกลุ่มสาหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย (2) การเขียนในลักษณะวัตถุประสงค์เฉพาะ โดยระบุประเด็น ที่อยากรู้ตามปัญหา วิจยั หรื อคาถาม ซึ่ งอาจมีขอ้ เดียวหรื อหลายข้อก็ได้ ตัวอย่างที่ 1 การเขียนวัตถุประสงค์เฉพาะ 1. เพื่อศึกษาความหนาแน่นของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบนพื้นที่เกาะช้าง 2. เพื่อวิเคราะห์เส้นทางการแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบนพื้นที่เกาะช้างเดิม 3. เพื่อสร้างแผนที่ เสนอแนะเส้นทางการท่องเที่ยวทางธรรมชาติบนพื้นที่เกาะช้า ง ใหม่ (จากเรื่อง แผนทีเ่ ส้ นทางการท่องเทีย่ วเพือ่ ส่ งเสริมกิจกรรมการท่องเทีย่ วทางธรรมชาติอย่างยัง่ ยืน บน พืน้ ทีเ่ กาะช้ าง กิง่ อาเภอเกาะช้ าง จังหวัดตราด) ตัวอย่างที่ 2 การเขียนวัตถุประสงค์เฉพาะ 1. เพื่อสร้างแบบจาลองบริ ษทั การจัดนาเที่ยว สาหรับนักศึกษาสาขาวิชาการ ท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยหัวเฉี ยวเฉลิมพระเกียรติ


50

2. เพื่อนาเสนอแบบจาลองบริ ษทั การจัดนาเที่ยว สาหรับนักศึกษาสาขาวิชาการ ท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยหัวเฉี ยวเฉลิมพระเกียรติ ตัวอย่างที่ 3 การเขียนวัตถุประสงค์เฉพาะ ในการดาเนินการวิจยั คณะผูว้ จิ ยั ได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการวิจยั 3 ประการ ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาความพร้อมในการจัดการศูนย์จาหน่ายผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก ในเครื อข่ายจังหวัดอีสานใต้ 2. เพื่อศึกษาความเป็ นไปได้ของการจัดการศูนย์จาหน่ายผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ ระลึกในเครื อข่ายจังหวัดอีสานใต้ 3. เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการศูนย์จาหน่ายผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกและ การเชื่อมโยงพันธมิตรธุ รกิจกับประเทศใกล้เคียงในเครื อข่ายจังหวัดอีสานใต้ (3) การเขียนในลักษณะวัตถุประสงค์ทวั่ ไป และวั ตถุประสงค์เฉพาะ โดยเขียน วัตถุประสงค์ทวั่ ไปก่อนแล้วแยกวัตถุประสงค์ยอ่ ย ๆ ให้เป็ นวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น ตัวอย่างที่ 1 การเขียนในลักษณะวัตถุประสงค์ทวั่ ไป และวัตถุประสงค์เฉพาะ การประมาณรายได้จากกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ศึกษาในครั้งนี้ เป็ นรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2549 ซึ่ งครอบคลุมกิจกรรมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 11 ประเภทกิจกรรม โดยมีวตั ถุประสงค์ ใน การศึกษา ดังนี้ 1. ศึกษาข้อมูลกิจกรรมและรายได้จากกิจกรรมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติบนพื้นที่ เกาะช้าง 2. ศึกษาปั จจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรายได้จากกิจกรรมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ บนพื้นที่เกาะช้าง 3. หาแนวทางการปรับปรุ งปั จจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรายได้ และเกิดความสมดุล ต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติบนพื้นที่เกาะช้าง ตัวอย่างที่ 2 การเขียนในลักษณะวัตถุประสงค์ทวั่ ไป และวัตถุประสงค์เฉพาะ วัตถุประสงค์ ทวั่ ไป เพื่อศึกษาผลการใช้ชุดกิจก รรมฝึ ก ทักษะกระบวนการจัดธุ รกิจ ท่องเที่ยว สาหรับนักศึกษาสาขาวิชาท่องเที่ยวชั้นปี ที่ 2 วัตถุประสงค์ เฉพาะ 1.เพื่อศึกษาประสิ ทธิ ภาพของชุดกิจกรรมฝึ กทักษะกระบวนการจัดธุ รกิจท่องเที่ยว โดย เทียบเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรี ยบเทียบทักษะกระบวนการจัดธุ รกิจท่องเที่ยวของนักศึก ษาระหว่างก่อน เรี ยนและหลังเรี ยนด้วยชุดกิจกรรมฝึ กทักษะกระบวนการจัดธุ รกิจท่องเที่ยว


51

3.3 กรอบแนวคิดในการวิจัย การสร้างกรอบแนวคิดในการวิจยั เป็ นขั้นตอนของการนาเอาตัวแปรและประเด็นที่ตอ้ งการทา วิจยั มาเชื่อมโยงกับแนวคิดทฤษฏีที่เกี่ยวข้องในรู ปของคาบรรยาย แบบจาลองแผนภาพหรื อแบบผสม การวาง กรอบแนวคิดในการวิจยั ที่ดี จะต้องชัดเจน แสดงทิศทางของความสัมพันธ์ ของสิ่ งที่ตอ้ งการ ศึกษา หรื อตัวแปรที่จะศึกษา สามารถใช้เป็ นกรอบในการกาหนดขอบเขตของการวิจยั การพัฒนา เครื่ องมือในการวิจยั รู ปแบบการวิจยั ตลอดจนวิธีการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ขอ้ มูล กรอบแนวคิดในการวิจยั เป็ นผลสรุ ปจากการศึกษาทฤษฏีและผลที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อปั ญหา การวิจยั ซึ่งผูเ้ สนอเค้าโครงสรุ ปเป็ นแนวคิดของตนเองสาหรับการดาเนินการวิจยั ของตน โดยทัว่ ไป ก่อนการกาหนดกรอบแนวคิดในการวิจยั ผูว้ จิ ยั จาเป็ นต้องศึกษา ทฤษฏีและผลงานวิจยั ที่ เกี่ยวข้องให้ มากพอว่ามีใครเคยทาวิจยั เรื่ องทานองนี้มาบ้างเขาทาอย่างไรและข้อค้นพบของการวิจยั มีอะไรบ้างแล้ว นามาประกอบการวางแผนการวิจยั ของตนโดยเฉพาะอย่างยิง่ การกาหนดกรอบในเชิงเนื้อหาสาระซึ่ ง ประกอบด้วยตัวแปรและการระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสาหรับการวิจยั เชิง พรรณา (Descriptive research) กรอบแนวคิดในการวิจยั อาจมีแต่การระบุเฉพาะตัวแปรว่ามีตวั แปรอะไรที่จะนามาศึกษา กรอบแนวคิดดังกล่าวจึงเปรี ยบเสมือนขอบเขตทางด้านเนื้อหาสารของการวิจยั ส่ วนการวิจยั ประเภท อธิบาย (Fxplanatory research) กรอบแนวคิดของการวิจยั มีการระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วย กรอบแนวคิดคือการประมวลความคิดรวบยอดของงานวิจยั ว่างานวิจยั ที่กาลังทาอยูน่ ้ ี มีตวั แปร อะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ศึกษาเป็ นอย่างไร อะไรเป็ นตัวแปรอิสระ อะไรเป็ น ตัวแปรตาม กรอบแนวคิดการวิจัย จึงหมายถึง กรอบของการวิจยั ในด้านเนื้อหาสาระ ซึ่งประกอบด้วยตัว แปร และการระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ในการสร้างกรอบแนวคิดการวิจยั ผูว้ จิ ยั จะต้องมี กรอบพื้นฐานทางทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับปั ญหาที่ศึกษาและมโนภาพ (concept)ในเรื่ องนั้น แล้วนามา ประมวลเป็ นกรอบในการกาหนดตัวแปรและรู ปแ บบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ในลักษณะ ของกรอบแนวคิดการวิจยั และพัฒนาเป็ นแบบจาลองในการวิจยั ต่อไป 3.3.1 แหล่งทีม่ าของกรอบแนวคิดการวิจัย 1.ผลงานวิจยั ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้มาซึ่งกรอบแนวคิดที่รัดกุม มีเหตุมีผล ผูว้ จิ ยั ควรอย่างยิง่ ที่ ต้องศึกษาทฤษฎีต่า งๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ศึกษา ไม่วา่ จะอยูใ่ นสาขาพยาบาล สาขาแพทย์ หรื อ สาขาทางสังคมศาสตร์อื่น ๆ ทั้งนี้เพราะไม่เพียงแต่จะได้ตวั แปรต่างๆ เท่านั้น ยังได้ความรู ้เกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรกับปรากฏการณ์ที่ศึกษาอย่างมีเนื้อหาสาระ คาอธิ บายหรื อข้อสรุ ปต่ างๆ ที่ ได้จากการวิเคราะห์หรื อสรุ ปผลจะได้มีความหนักแน่นในเชิงทฤษฎี ดังนั้นการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง


52

นอกจากจะชี้ให้เห็นถึงตัวแปรใดสาคัญและมีความสัมพันธ์กนั อย่างไรแล้ว ยังทาให้กรอบแนวคิดใน การวิจยั มีแนวทางที่ชดั เจนและมีเหตุผล 2.ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง หมายถึงงานวิจยั ที่ผอู ้ ื่นได้ทามาแล้วมีประเด็นตรงกับประเด็นที่เราต้องการ ศึกษา หรื อมีเนื้อหา หรื อตัวแปรบางตัวที่ตอ้ งการศึกษารวมอยูด่ ว้ ย งานวิจยั ที่เกี่ยวข้องนั้นอาจจะไม่ได้ อยูใ่ นสาขาทางการพยาบาลเท่านั้น แต่อาจจะอยูใ่ นสาขาอื่นๆ ด้วย ดังนั้นผูว้ จิ ยั ควรมุ่งศึกษาว่าผูท้ ี่ไ ด้ทา วิจยั มาแล้วมองเห็นว่า ตัวแปรใดมีความสาคัญหรื อไม่อย่างไรกับปรากฏการณ์หรื อประเด็นที่เรา ต้องการศึกษา หรื อบางตัวแปรอาจจะไม่เกี่ยวข้องแต่ผวู ้ จิ ยั ไม่ควรตัดทิง้ เพราะสามารถนามาศึกษา วิเคราะห์เพื่อยืนยันต่อไปว่า มีหรื อไม่มีความสาคัญในกลุ่มประชากรที่ศึกษาอยู่ 3.กรอบแนวคิดของผูว้ จิ ยั เองที่สังเคราะห์ข้ ึนเอง นอกจากการศึกษาผลงานวิจยั และทฤษฎีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว กรอบแนวคิดยังจะได้มาจากความคิดและประสบการณ์การทางานของผูว้ จิ ยั เองอีกด้วย 3.3.2 วิธีการสร้ างกรอบแนวคิด การสร้างกรอบแนวคิด เป็ นการสรุ ปโดยภาพรวมว่างานวิจยั นั้นมีแนวคิดที่สาคัญอะไรบ้าง มี การเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันอย่างไร มีความสัมพันธ์กนั อย่างไร ผูว้ จิ ยั ต้องนาข้อมูลจากหลายแหล่งมา วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อให้ได้ขอ้ มูลสาคัญที่เกี่ยวข้องกับปั ญหาวิจยั จริ งๆ สิ่ งสาคัญคือ ผูว้ จิ ยั จาเป็ นต้อง ศึกษาความรู ้ในทฤษฎีน้ นั ๆ ให้มากพอ ทาความเข้าใจทั้งความหมายแนวคิดที่สาคัญของสมมติฐานจน สามารถเชื่อมโยงในเชิงเหตุผลให้เห็นเป็ นกรอบได้อย่างชัดเจน การเชื่อมโยงของแนวคิดนี้ บางที่ เรี ยกว่า รู ปแบบ หรื อตัวแบบ (model) วิธีการสร้างกรอบแนวคิด กระทาได้ 2 ลักษณะ คือ 1. โดยการสรุ ปประเด็นต่างๆ จากข้อมูลที่ผวู ้ จิ ยั ได้ศึกษาจากเอกสารและงานวิจยั ที่เกี่ยวข้องให้ กระจ่าง 2. กาหนดจากกรอบทฤษฎีที่มีใช้ เป็ นส่ วนสาคัญในการศึกษาวิจยั ในขอบเขตของเอกสารและ งานวิจยั ที่ได้ศึกษา 3.3.3 วิธีการเขียนกรอบแนวคิด ในการเขียนกรอบแนวคิด ผูว้ จิ ยั จะต้องเขียนแสดงความสัมพั นธ์ของแนวคิดในการวิจยั ของตน ให้ชดั เจน ในขอบเขตของเอกสารและงานวิจยั ที่ศึกษา อาจเขียนไว้ทา้ ยก่อนหน้าส่ วนของการศึกษา เอกสารและงานวิจยั ที่เกี่ยวข้อง(ท้ายบทที่ 1) หรื อ ท้ายส่ วนของการศึกษาเอกสารและงานวิจยั ที่เกี่ยวข้อง (ท้ายบทที่ 2) ก็ได้ รู ปแบบการเขียนทาได้ 3 ลักษณะ คือ 1. เขียนแบบบรรยายต่อเนื่องกันโดยไม่แยกหัวข้อ ความยาวของการเขียนประมาณ 1 หน้ากระดาษ 2. เขียนเป็ น แผนภูมิ แสดงความสัมพันธ์และทิศทางระหว่างตัวแปรที่ศึกษา หรื อ


53

3. เขียนเป็ นแผนภูมิประกอบคาบรรยายเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ถ้ามีตวั แปรหลายตัว หรื อตัว แปรมีความสัมพันธ์สลับซับซ้อน 3.3.4 รู ปแบบการนาเสนอกรอบแนวคิดในการวิจัย กรอบแนวคิดในการวิจยั หมายถึง การระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรชุดต่าง ๆ เป็ นอย่างไร กรอบแนวคิดในการวิจยั จึงแตกต่ างจากขอบเขตของการวิจยั ผูว้ จิ ยั จะพบเห็นการวางกรอบแนวคิดใน การวิจยั ไว้ หลายที่ด้วยกัน กรอบแนวคิดในการวิจยั ที่สมบูรณ์ ต้องผ่านกระบวนการทาความชัดเจนใน ประเด็นคาถามของการวิจยั และการทบทวนแนวคิดทฤษฎีและผลงานวิจยั ที่เกี่ยวข้ องมาแล้ ว ซึ่งการ นาเสนอกรอบแนวคิดในการวิจยั สามารถนาเสนอได้ 4 รู ปแบบดังต่อไปนี้ 1. การนาเสนอเชิงบรรยาย เป็ นการ พรรณนาด้ วยประโยคข้ อความต่ อเนื่องเพื่อแสดง ความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปร 2 ชุดคือ ตัวแปรอิสระหรื อตัวแปรเหตุ กับตัวแปรตามหรื อตัวแปรผลแต่ ในการวิจยั บางประเภท เช่ น การวิจยั เชิงสารวจไม่ มีการกาหนด ว่าตัวแปรใดเป็ นตัวแปรอิสระหรื อตัว แปรตาม การบรรยายจึงเป็ นการอธิบายความสัมพันธ์ของตัวแปรที่ศึกษาชุดนั้น 2. การนาเสนอเชิงภาพ เป็ นการนาเสนอด้ วยแผนภาพจากการกลัน่ กรองความเข้ าใจของผู้วจิ ยั เกี่ยวกับความสัมพันธ์ ของตัวแปรที่ใช้ ในการศึกษาของผู้ วิจยั ได้ อย่ างชัดเจน ซึ่งผู้อื่นที่อ่ านเรื่ องนี้ เพียงแต่เห็นแผนภาพแล้วเข้าใจผูว้ จิ ยั ควรนาเสนอเฉพาะตัวแปรหลัก ไม่จาเป็ นต้องมีรายละเอียดของตัว แปรในแผนภาพ 3. การนาเสนอแบบจาลองคณิ ตศาสตร์ เป็ นการนาเสนอด้วยสมการทางคณิ ตศาสตร์ เพื่อให้ เห็น ความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปร 2 ชุดได้ชดั เจนและช่ วยให้สามารถเลือกใช้ เทคนิคการวิเคราะห์ ข้อมูลได้ อย่างเหมาะสม 4. การนาเสนอแบบผสม เป็ นการนาเสนอผสมกันทั้ง 3 แบบหรื อ ผสมกัน 2 แบบที่กล่ าวมา ข้างต้ นงานวิจยั บางประเภทไม่ จาเป็ นต้ องนาเสนอกรอบแนวคิดในการวิจยั ที่แสดงความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตามงานวิจยั ประเภทนี้ต้ องการจัดกลุ่ มหรื อจัดโครงสร้ างของตัวแปร เช่นงานวิจยั ที่ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ปัจจัย (Factors analysis) หรื องานวิจยั เชิงคุณภาพ เป็ นต้น


54

แผนภูมิที่ 3.1 กรอบแนวคิดจากเรื่ อง การเสริ มศักยภาพของการท่องเที่ยวพื้นที่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ า บริ เวณอ่าวบ้านดอนจังหวัดสุ ราษฎร์ ธานี ซึ่งมีกรอบแนวคิด ดังนี้ ตัวแปร อิสระ

ศักยภาพทรัพยากรการท่องเที่ยว -คุณค่า ความสวยงาม -ความพร้อม -สภาพการเข้าถึง -สิ่ งอานวยความสะดวก -การให้บริ การ -สภาพแวดล้อม ฯลฯ

พฤติกรรมและความต้องการของ นักท่องเที่ยว -ข้อมูลส่วนบุคคล -ข้อมูลความต้องการ -ข้อมูลพฤติกรรมการท่องเที่ยว

ที่มา : สถาบันวิจยั เพื่อการพัฒนาท่องเที่ยวไทย. (2552)

ตัวแปรตาม

แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

โปรแกรมและกิจกรรมการท่องเที่ยว บริ เวณอ่าวบ้านดอน


55

แผนภาพที่ 3.2 กรอบแนวคิดจากเรื่ องแนวโน้มพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในอนาคต ตัวแปรอิสระ ปัจจัยภายนอก

ตัวแปรตาม พฤติกรรมนักท่องเที่ยว

สังคม

การซื้อสิ นค้า

เทคโนโลยี

ความถี่ในการเดินทาง

เศรษฐกิจ

ความสนใจแหล่งท่องเที่ยว

ชีววิทยา

ความต้องการบริ การพิเศษ

การเมือง

ความคาดหวัง

ที่มา : สถาบันวิจยั เพื่อการพัฒนาท่องเที่ยวไทย. (2552)


56

แผนภาพที่ 3.3 การศึกษาความเป็ นไปได้ในการลงทุนทาธุ รกิจสปาในกรุ งเทพมหานคร กรอบแนวคิดการวิจยั ตัวแปรอิสระ

-

ตัวแปรตาม ระดับการตัดสิ นใจ

ปัจจัยส่ วนบุคคล - เพศ F-test -อายุ - การศึกษา - อาชีพ - สถานภาพ

t-test F-test

- ปัจจัยผลิตภัณฑ์ - ด้านทาเลที่ต้ งั - ส่ งเสริ มการขาย - เงื่อนไขการให้บริ การ

2

ความเป็ นไปได้ ทาง.....

พฤติกรรมใช้ บริการ - รู้จกั บริ การสปา (ข้อมูลเชิงคุณภาพ)

t-test F-test

- อัตราค่าบริ การ

- ทางด้านการตลาด - ทางด้านการเงิน - ทางด้านการบริ หารจัดการ

ที่มา : สถาบันวิจยั เพื่อการพัฒนาท่องเที่ยวไทย. (2552) การนาเสนอกรอบแนวคิดในการวิจยั ต้องยึดหลักที่วา่ “นาเสนอแต่นอ้ ยเรี ยบง่ายและไม่รกรุ งรัง” ดังนั้น ผูว้ จิ ยั ไม่จาเป็ นต้องบอกรายละเอียดของตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาทั้งหมด เพราะจะต้องนาเสนอในหัวข้อ ต่อไปอยูแ่ ล้ว


57

3.4 ประโยชน์ ของกรอบแนวคิด การวิจัย การสร้างกรอบแนวคิดที่ชดั เจน จะเป็ นประโยชน์ต่อผูว้ จิ ยั และผูท้ ี่อ่านงานวิจยั ดังนี้ 1. สามารถเข้าใจแนวคิดสาคัญที่แสดงถึงแก่นของปั ญหาการศึกษาในระยะเวลาอันสั้น 2. เป็ นตัวชี้นาทาให้ผวู ้ จิ ยั เกิดความมัน่ ใจว่างานวิจยั เป็ นไปในแนวทางที่สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ 3. สร้างความชัดเจนในงานวิจยั ว่าจะสามารถตอบคาถามที่ศึกษาได้ 4. เป็ นแนวทางในการกาหนดความหมายตัวแปร การสร้างเครื่ องมือ และการเก็บรวบรวม ข้อมูลใน การวิจยั 5. สามารถเชื่อมโยงไปสู่ การกาหนดกรอบทิศทางการทาวิจยั ได้เหมาะสม ถูกต้อง โดยเฉพาะ วิเคราะห์ขอ้ มูล

3.5 สรุ ป การกาหนดวัตถุประสงค์ของการวิจยั จะเป็ นขั้นตอนที่จะบอกให้ทราบถึงสิ่ งที่ผวู ้ จิ ยั ต้องการศึกษาค้นคว้าเรื่ องใดหรื อด้านใด หรื อต้องการคาตอบอะไร ซึ่ง การกาหนดวัตถุประสงค์ของการ วิจยั แต่ละเรื่ องนั้นขึ้นอยูก่ บั สภาพปั ญหาที่ผวู ้ จิ ยั ได้ศึกษาค้นคว้าก่อนที่จะทาการวิจยั ถ้าผูว้ จิ ยั ค้นคว้าได้ อย่างละเอียดก็จะทาให้มองการวิจยั เรื่ องนั้นมีความซับซ้อนและแนวทางในการศึกษามากขึ้น ประกอบ กับจะทาให้สามารถกาหนดวัตถุประสงค์ของการวิจยั เพิ่มขึ้น ในการนี้ จากกรอบความคิดเชิงทฤษฏีน้ ี เราอาจจะไม่สามารถนาตัวแปรทั้งหมดมาศึกษาได้ อาจจะเลือกบางตัวแปรเข้ามาศึกษา (ด้วยเหตุผลเชิ ง วิชาการ)ทาให้เราสามารถลดจานวนตัวแปรจากกรอบความคิดเชิงทฤษฏีเหลือเพียงตัวแปรที่เราจะศึกษา จริ ง ๆ ซึ่ งก็คือ กรอบแนวคิดในการวิจยั (Conceptual Framework) นัน่ เอง โดยกรอบแนวคิดในการวิจยั จะทาให้ผวู ้ จิ ยั และผูอ้ ่านงานวิจยั ได้มองเห็นภาพรวมงานวิจยั ได้ชดั เจนขึ้น และมองเห็นความสัมพันธ์ ของตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา ดังนั้น การเลือกกรอบแนวคิด มีประโยชน์ และเกี่ยวข้องกับงานวิจยั ทุก ขั้นตอนตั้งแต่ การรวบรวมข้อมูล การออกแบบวิจยั การตั้งสมมติฐานการวิจยั รวมถึงการวิเคราะห์และ อภิปรายผลการวิจยั ด้วย


58

แบบฝึ กหัดท้ายบท ให้นกั ศึกษาฝึ กทาแบบฝึ กหัดท้ายบท เป็ นอัตนัย จานวน 5 ข้อ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1. วัตถุประสงค์การวิจยั เขียนหมายถึงอะไร การเขียนนั้นควรคานึงถึงอะไรบ้าง ให้ยกตัวอย่าง ข้อ 2. จงอธิบายประโยชน์ของการกาหนดวัตถุประสงค์การวิจยั มาพอสังเขป ข้อ 3. หลักสาคัญของการเขียนกรอบแนวคิดการวิจยั ประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธิบาย ข้อ 4. กรอบแนวความคิดหมายถึงอะไร และแหล่งที่มาของกรอบแนวคิดการวิจยั มาจากทางใดบ้าง จงอธิบาย ข้อ 5. จงอธิบายรู ปแบบการนาเสนอกรอบแนวคิดในการวิจยั พร้อมยกตัวอย่างประกอบมา 1 ตัวอย่าง

บทที่ 3  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you