Page 1

วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 1

วิธีการปฐมพยาบาลเต่ าทะเลเกยตืน้ นายสั ตวแพทย์ สนธยา มานะวัฒนา sontayavet@yahoo.com

เต่าทะเลเป็ นสัตว์ดึกดําบรรพ์ ที่เคยมีหลักฐานพบว่าอาศัยอยูท่ วั่ ไปในสมัย 130 ล้านปี ก่อน นอกจากนั้นยังมี หลักฐานว่าเคยพบซากโบราณ (Fossil) ก่อนหน้านั้นไม่นอ้ ยกว่า 200 ล้านปี ในประเทศไทยพบเต่าทะเลได้ 5 ชนิด ได้แก่ เต่ามะเฟื อง, เต่าตนุ, เต่ากระ, เต่าหญ้า, และเต่าหัวฆ้อน ซึ่งปัจจุบนั ในประเทศไทยเต่าทะเลทุกชนิดถูกจัดเป็ น สัตว์ป่าคุม้ ครองซึ่งมีสถานะหายากและใกล้สูญพันธุ์ท้ งั สิ้ น โดยภัยคุกคามส่ วนใหญ่กม็ าจากการกระทําของมนุษย์ นัน่ เอง เช่น การทําประมงที่ขาดจิตสํานึกในการอนุรักษ์ การจราจรทางนํ้าที่คบั คัง่ ขึ้นกว่าในอดีต การลักลอบบริ โภค เนื้อและไข่ของเต่าทะเล การนํากระดองไปทําผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และการพัฒนาชายหาดเพื่อการท่องเที่ยว เป็ นต้น ซึ่ง เมื่อเต่าทะเลเหล่านี้ได้รับบาดเจ็บ ก็มกั จะถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยตื้นบนชายหาด และจําเป็ นที่จะต้องได้รับการ ช่วยเหลืออย่างถูกต้องก่อนจะปล่อยกลับสู่ ทอ้ งทะเลต่อไป หน่ วยงานทีร่ ับผิดชอบการเกยตืน้ ของเต่ าทะเลในประเทศไทย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการสัตว์ทะเลเกยตื้นในประเทศไทย โดยแบ่ง หน่วยงานรับผิดชอบตามพื้นที่ชายฝั่งทะเล 5 หน่วยงาน ดังนี้ • สถาบันวิจยั และพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่ าชายเลน (รับผิดชอบฝั่งทะเลอันดามัน) 51 หมู่8 ถ.ศักดิเดช ต.วิชิต อ.เมือง ภูเก็ต 83000 โทรศัพท์: 0-7639-1128 ต่อ 124 โทรสาร: 0-7639-1127 Email: pmbc@dmcr.go.th Website: http://www.pmbc.go.th • ศูนย์วิจยั ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน เลขที่ 120/1 หมู่ 6 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000 โทรศัพท์/โทรสาร: 0-3449-7073-4 Email: surasak_43@hotmail.com Website: http://www.mcrc-upper.go.th/mainpage.htm • ศูนย์วิจยั ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก 309 หมู่ 1 ต.ปากนํ้าประแส อ.แกลง จ.ระยอง 21170 โทรศัพท์: 0-3866-1693 โทรสาร: 0-3866-1694 Email: emcrc@dmcr.go.th Website: http://www.pmbc.go.th/webpmbc/webemcor/emcor_dmcr_new.htm


วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 2

• ศูนย์วิจยั ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง 9 หมู่ที่ 7 ตําบลนาทุ่ง อําเภอเมือง จังหวัดชุมพร 86000 โทรศัพท์/โทรสาร: 0-7750-5141-3 Email: bnipavan@hotmail.com Website: http://www.mcrchumphon.com/index.php • ศูนย์วิจยั ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง 158 หมู่ 8 ต.พะวง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา 90100 โทรศัพท์: 0-7431-2557, 0-7432-6027 Email: smcrc@dmcr.go.th Website: http://www.smcrrc.go.th/main.html เมื่อพบเต่าทะเล(หรื อสัตว์ทะเลชนิดอื่นๆ ทั้งที่มีชีวิตหรื อเป็ นซากเกยตื้น) สามารถติดต่อหน่วยงานดังรายชื่อ ข้างบนได้ตลอด 24 ชัว่ โมง ทุกวัน เมื่อติดต่อไปเจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลเบื้องและให้คาํ แนะนําในการจัดการปฐม พยาบาลเบื้องต้น และจะมีหน่วยเคลื่อนที่ออกเดินทางไปเพื่อทําการช่วยเหลือในทันที ทั้งนี้ หากไม่สามารถติดต่อ หรื ออยูห่ ่ างไกลพื้นที่ของหน่ วยงานดังกล่าว สามารถแจ้งไปยังหน่ วยงานของ กรมประมงในแต่ละจังหวัด เพื่อให้ประสานงานต่อไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ แนวทางการจัดการเต่ าทะเลบาดเจ็บเกยตืน้ แบ่งตามลักษณะการพบได้ 2 กรณี ดงั นี้ 1. เต่ าทะเลทีต่ ิดเครื่องมือประมงบนเรือกลางทะเล (และเรือยังไม่ กลับเข้ าฝั่ง) • ถ้าไม่พบบาดแผลภายนอกใด ๆ พบแค่เต่ามีอาการซึมหรื ออ่อนแรง แนะนําให้ปล่อยลงทะเลใน บริ เวณที่พบทันที • ถ้าพบมีบาดแผลภายนอก − หากเต่ายังแข็งแรง มีอาการดิ้นขัดขืน แนะนําให้ปล่อยลงทะเลในบริ เวณที่พบทันที − หากเต่ามีอาการซึ ม อ่อนแรง แนะนําให้นา ํ กลับเข้าฝั่งและติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ (ดู ท้ายบทความ) เพื่อรักษาพยาบาลในสถานที่ที่เหมาะสม 2. เต่ าทะเลทีพ่ บเกยตืน้ บนชายหาด แนะนําให้ติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ (ดูทา้ ยบทความ) เพื่อ รักษาพยาบาลในสถานที่ที่เหมาะสม เพราะเต่าที่เกยตื้นมักเป็ นเต่าที่ป่วยหรื อบาดเจ็บมากจนไม่สามารถ ว่ายนํ้าได้เองแล้ว จําเป็ นต้องทําการช่วยเหลือ แต่ท้ งั นี้ตอ้ งแยกให้ออกจากเต่าปกติที่ข้ ึนมาวางไข่บน ชายหาด เพราะไม่จาํ เป็ นต้องทําการช่วยเหลือใด ๆ หมายเหตุ: หากไม่มีสถานพยาบาลเต่าทะเลที่เหมาะสม แนะนําให้ปล่อยเต่ากลับสู่ทะเลในบริ เวณเดิมทุกกรณี


วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 3

เต่ าทะเลทีต่ ิดเครื่องมือประมง บนเรือ

เต่ าทะเลทีพ่ บเกยตืน้ บนชายหาด

พบมีบาดแผลภายนอก

เต่ามีอาการซึม อ่อนแรง

แนะนําให้ นํามารักษาพยาบาล

ไม่พบบาดแผลภายนอก

เต่ายังแข็งแรง มีอาการดิ้นขัดขืน

แนะนําให้ ปล่อยลงทะเล ในบริเวณทีพ่ บทันที

แผนภูมิแสดงแนวทางในการจัดการเต่ าทะเลบาดเจ็บเกยตืน้ สําหรั บชาวประมง (กรณี ที่มีแหล่ งพยาบาลเต่ าทะเล) การจัดการเต่ าทะเลบาดเจ็บก่อนปล่อยกลับสู่ ทะเล − กรณี เต่าทะเลติดอวนหรื อสายเบ็ดพันอยู่ ให้ตดั สายที่พนั อยูอ่ อกก่อนปล่อยกลับสู่ทะเล ไม่ควรพยายาม แกะเพราะอาจต้องใช้เวลานาน ทําให้เต่าต้องอยูห่ ่างจากนํ้าทะเลนานเกินไป และขณะแกะสายอวนอาจ บาดผิวหนังเต่าจนเป็ นแผลได้


วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 4 −

กรณี เต่าทะเลกินเบ็ด ถ้าเบ็ดอยูต่ ้ืนหรื ออยูภ่ ายในช่องปาก สามารถมองเห็นตัวเบ็ดได้จากภายนอก ให้ ดันปลายเบ็ดที่มีเงี่ยงแหลมให้ทะลุผนังแก้มของเต่าออกมาแล้วจึงใช้คีมตัดปลายที่มีเงี่ยงนั้นออก (ระวัง ถูกเต่ ากัด) แล้วจึงดึงเบ็ดออกทางปาก และปล่อยเต่ากลับสู่ ทะเล

กรณี เต่าทะเลกินเบ็ด ถ้าเบ็ดอยูล่ ึกลงไปในลําคอ การนําเบ็ดที่อยูล่ ึกในตัวเต่าทะเลออกจําเป็ นต้องมีการ ผ่าตัดและวางยาสลบ ซึ่งต้องกระทําโดยสัตวแพทย์ผเู ้ ชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งในประเทศไทยยังขาดแคลน บุคลากรดังกล่าวในหลาย ๆ พื้นที่ และการขนย้ายเต่าทะเลจากพื้นที่ห่างไกลเป็ นระยะทางไกล ๆ อาจทํา ให้สตั ว์ที่บาดเจ็บอยูเ่ กิดอาการช๊อคจนเสี ยชีวิตได้ ดังนั้นการจัดการที่ดีที่สุดสําหรับตัวเต่าทะเลในกรณี น้ ี คือให้ตดั สายเบ็ดให้ส้ นั ที่สุดเท่าที่จะทําได้ และปล่อยเต่ากลับสู่ทะเล (ระวังอย่ าดึงสายเอ็นแรงเกินไป เพราะอาจทําให้ เนือ้ เยื่อภายในของเต่ าที่เบ็ดเกี่ยวอยู่ฉีกขาด และระวังถูกเต่ ากัด) ตัวเบ็ดที่คา้ งอยูใ่ นตัว เต่ามักจะเปื่ อยสลายไปเองเมื่อโดนนํ้าทะเลเป็ นระยะเวลาหนึ่ง โดยอาจเกิดการอักเสบหรื อติดเชื้อได้บา้ ง ซึ่งเต่ามักจะหายเป็ นปกติได้ในเวลาต่อมา


วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 5

ในบางครั้งหากเต่ามีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะนําขึ้นบนเรื อได้ควรทําการตัดสายเบ็ดจากข้างเรื อ ดังภาพ

การปฐมพยาบาลและพักเต่ าทะเลระหว่ างรอความช่ วยเหลือ o ให้นาํ เต่าทะเลใส่ ในภาชนะที่หาได้และมีขนาดเหมาะสม เช่น ถังพลาสติค โดยใส่ น้ าํ แค่พอท่วมตา เพื่อ ป้ องกันการจมนํ้าในกรณี ที่เต่าอ่อนแรงมาก ทั้งนี้ สามารถใช้ได้ท้ งั นํ้าจืดและนํ้าเค็ม o นําเต่าทะเลไว้ใต้ร่มเงา อย่าให้โดนแสงแดดโดยตรง และอย่าส่ งเสี ยงดัง เพราสัตว์อาจเกิดความเครี ยด และช๊อคได้ o หากมีแผลสดและเลือดยังไม่หยุดไหล ให้ทาํ การกดปากแผลห้ามเลือดเช่นเดียวกับแผลในคน แต่ท้ งั นี้แผลที่ พบในเต่าทะเลเกยตื้นส่ วนใหญ่จะเป็ นแผลเก่าติดเชื้อเป็ นหนอง จึงไม่จาํ เป็ นต้องทําการห้ามเลือดแต่อย่างใด o การปฐมพยาบาลอื่น ๆ ขึ้นกับอาการที่พบ ควรสังเกตลักษณะอาการและแจ้งกับเจ้าหน้าที่เมื่อโทรศัพท์ ติดต่อเพื่อขอคําแนะนําเป็ นกรณี ๆไป การขนย้ ายเต่ าทะเล ในกรณี ที่จาํ เป็ นจะต้องมีการขนย้ายเต่าทะเลมายังแหล่งพยาบาล มีหลักการจัดการดังนี้ − ควรใช้เวลาในการเดินทางไม่เกิน 2 ชัว่ โมง − นําเต่าทะเลไว้ใต้ร่มเงา อย่าให้โดนแสงแดดโดยตรง − ห้ามส่ งเสี ยงดังรบกวน สัตว์อาจเกิดความเครี ยดและช๊อคได้ − หนุนให้ส่วนท้ายของเต่าสูงขึ้นประมาณ 20 ซม. เพื่อให้น้ าํ ที่อาจสําลัก ลงไปยังปอดขณะที่ติดเครื่ องมือประมงไหลออกมา − ใส่ น้ า ํ ให้ต่าํ กว่ารู จมูก เพื่อป้ องการการจมนํ้าในกรณี ที่ เต่าอ่อนแรงมาก และให้ใช้ผา้ ชุบนํ้าคลุมส่ วนหัวและ กระดองเพือ่ รักษาความชื้น


วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 6

การรักษาพยาบาลเต่ าทะเลเบือ้ งต้ น 1. บ่อเลี้ยง บ่อสําหรับพักฟื้ นเต่าทะเลนั้นมีหลายแบบ และใช้วสั ดุหลายชนิด โดยมีหลักการสําคัญคือควรทํา จากวัสดุพ้ืนผิวเรี ยบ เช่น ถังไฟเบอร์กลาส หรื อบ่อที่ปูกระเบื้องชนิดเรี ยบ และไม่มีวสั ดุตกแต่งใด ๆ ในบ่อที่อาจเกิด อันตรายกับเต่าทั้งจากการแทะกินและการกระแทกหรื อชนกับวัสดุเหล่านั้น แบบที่ดีที่สุดคือบ่อทรงกลมเพราะไม่มี มุมอับ ขนาดของบ่อต้องมีพ้ืนที่เพียงพอให้เต่าสามารถว่ายนํ้ากลับตัวได้ มีความลึกของนํ้าตั้งแต่ 10 – 60 ซม. หรื อ มากกว่า โดยมีระบบระบายนํ้าเข้า-ออกเพื่อให้สามารถปรับระดับนํ้าตามความเหมาะสมกับขนาดของตัวเต่าได้ และ สามารถเปลี่ยนถ่ายนํ้าได้ทุกวัน

ลักษณะบ่ อเลีย้ งเต่ าทะเลที่ทาํ จากไฟเบอร์ กลาส

ลักษณะบ่ อซี เมนต์ ปูกระเบือ้ งผิวเรี ยบด้ านใน

2. นํ้าที่ใช้ในการเลี้ยง ในช่ วง 3-5 วันแรกของการนําเต่ ามาพยาบาล ควรเลีย้ งเต่ าทะเลในนํา้ จืด เพือ่ กําจัด พยาธิภายนอกบนตัวเต่า และเพื่อให้เต่าที่มกั จะไม่กินอาหารเมื่อนํามาใส่ บ่อเลี้ยงได้รับนํ้าจืดทดแทนเข้าไปใน ร่ างกายผ่านทางทวารหนัก (เต่าทะเลสามารถอาศัยอยูใ่ นนํ้าจืดได้เป็ นเวลานานหลายสัปดาห์ โดยไม่มีผลเสี ยร้ายแรง ต่อร่ างกาย เนื่องจากเต่าเป็ นสัตว์ที่หายใจด้วยปอดเหมือนมนุษย์ ไม่ได้ใช้เหงือกเหมือนปลา) แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็ น นํ้าเค็มเมื่อเต่าเริ่ มทานอาหารได้ปกติ ปริ มาณนํ้าที่ใส่ จะขึ้นอยูก่ บั สภาพของเต่า กล่าวคือโดยทัว่ ไปสามารถใส่ ให้น้ าํ มีความลึกประมาณ 60 ซม. ได้ตามปกติ แต่ในกรณี ที่เต่ามีอาการป่ วย ซึมและอ่อนแรงอย่างมาก เต่าอาจจะจมนํ้าจนเสี ยชีวิตได้ (เนื่องจากเต่าเป็ น สัตว์ที่หายใจด้วยปอดเหมือนมนุษย์ ดังนั้นจึงอาจจมนํ้าจนเสี ยชีวิตได้) ในกรณี ดงั กล่าวจึงควรใส่ น้ าํ แค่พอท่วมตา ของเต่าทะเล เพื่อป้ องกันการจมนํ้า เต่าอาจจะขยับตัวไม่สะดวกบ้างแต่กเ็ ป็ นทางเลือกที่ดีที่สุดสําหรับสุ ขภาพของเต่า เมื่อเต่าพักฟื้ นจนแข็งแรงขึ้นจึงค่อยเพิ่มระดับนํ้าในภายหลัง และเต่าที่มีอาการลอยนํ้าตลอดเวลาควรใส่ น้ าํ ไม่มากนัก แค่พอให้ทอ้ งเต่าลอยจากพื้นบ่อประมาณ 15 ซม. เพราะหากใส่ น้ าํ ลึกเกินไปเต่าที่มีปัญหาการลอยตัวจะไม่สามารถ ดําลงไปกินอาหารที่กน้ บ่อได้ เมื่อรักษาจนเต่าสามารถดํานํ้าได้ปกติจึงค่อยเพิ่มระดับนํ้า


วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 7

3. อาหาร การจัดการด้านโภชนาการ เป็ นอีกปัจจัยหนึ่งที่สาํ คัญมากในการรักษาพยาบาลเต่าทะเล เต่าทะเลที่ โตเต็มวัยจะกินอาหารแตกต่างกันไปตามชนิด เช่น เต่าตนุจะกินพืช เช่น หญ้าทะเล สาหร่ ายทะเลเป็ นอาหารหลัก เต่า มะเฟื องกินแมงกระพรุ น เต่ากระกินฟองนํ้าและปะการัง เต่าหญ้ากินปลา, หมึก หรื อปู เป็ นต้น แต่เต่าทะเลที่โตไม่ เต็มวัยจะกินอาหารไม่แตกต่างกันมากนัก กล่าวคือ กินทั้งพืชและสัตว์ (Omnivore) อาหารสําหรับเต่าทะเลในบ่อเลี้ยง สามารถใช้ปลาชนิดต่าง ๆ เช่น ปลาทูแขก และเสริ มด้วยพืช เช่น แตงกวา ผักกาด ผักบุง้ แครอท หัวไชเท้า หญ้าทะเล สาหร่ ายทะเล หรื อสัตว์ทะเลอื่น ๆ เช่นหมึก แมงกระพรุ น เป็ นต้น โดย ให้ปริ มาณประมาณ 3-5 % ของนํ้าหนักตัว แต่ในช่วงที่เต่ากําลังพักฟื้ นจากอาการป่ วยควรให้กินเต็มที่ คือให้อาหาร เพิ่มเรื่ อย ๆ จนกว่าเต่าจะหยุดกิ น เพื่อให้เต่าได้รับสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ ที่สุด และหากเต่ าไม่ กินอาหาร มากกว่า 5 วัน จําเป็ นจะต้องทําการป้ อนอาหาร โดยอาจป้ อนอาหารเป็ นชิ้น ๆ หรื ออาจปั่ นแล้วป้ อนทางสายยางป้ อน อาหารก็ได้ ทั้งนี้ตอ้ งมีการเปลี่ยนถ่ายนํ้าทุกครั้งหลังจากที่เต่ากินอาหารเสร็ จ เพื่อไม่ให้น้ าํ เน่าเสี ย และเพื่อลดโอกาสการ ติดเชื้อของบาดแผล 4. การให้ยา เช่นเดียวกับการรักษาพยาบาลในมนุษย์ ในการรักษาพยาบาลเต่าทะเลบางครั้งก็จาํ เป็ นที่จะต้อง มีการให้ยาเพือ่ ให้หายเร็ วขึ้น ซึ่งการใช้ยาก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี จึงเป็ นไปไม่ได้ที่จะกําหนดการใช้ยา ตายตัวสําหรับให้นาํ ไปใช้ในเต่าป่ วยทุกตัวทุกครั้งเหมือน ๆ กัน จึงควรปรึ กษาสัตวแพทย์ หรื ออย่างน้อย แพทย์ที่มี ความรู ้เรื่ องการใช้ยาดังกล่าวก่อนการใช้ทุกครั้งถ้าเป็ นไปได้ เพราะหากใช้ยาผิดชนิด ผิดขนาด หรื อให้ผดิ วิธี อาจทํา ให้เต่าเสี ยชีวิตได้ รายละเอียดการใช้ยาเบื้องต้นในเต่าทะเลดังตารางที่ 1


วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 8

ตารางที่1 รายละเอียดยาและเวชภัณฑ์ สาํ หรั บการรั กษาพยาบาลเต่ าทะเลเบือ้ งต้ น

ชื่อยา/เวชภัณฑ์

สารออกฤทธิ์

ข้ อบ่ งใช้

ยาปฏิชีวนะ รักษาอาการติดเชื้อ เช่น เป็ นแผลหนอง ,ติดเชื้อใน Floxidine 10% Vet Enrofloxacin (ฟลอกซิดีน) (เอนโรฟลอกซาซิน) ปอด (ปอดบวมจากการสําลักนํ้า) หรื อติดเชื้อในกระแสโลหิ ต Tipkin (ทิพคิน)

Amikacin (อามิคาซิน)

Mano one-sixtwelve injection

วิตามิน B1 B6 B12 (วิตามินบีรวม)

Injectavit (อินเจคตาวิท)

วิตามินและเกลือแร่

ยาปฏิชีวนะ รักษาอาการติดเชื้อ (ยาค่อนข้างแรง อาจทําให้เกิด อาการไตวาย ถ้าไม่จาํ เป็ นไม่ควรใช้ แนะนําให้ใช้ในกรณี ใช้ยา เอนโรฟลอกซาซินแล้วไม่หาย) ใช้กระตุน้ การกินอาหาร และบํารุ งระบบประสาท

ใช้บาํ รุ งร่ างกาย และลดความเครี ยด

Kiddi Pharmaton วิตามินรวม (คิดดี้ ฟาร์ มาตอน)

ใช้บาํ รุ งร่ างกาย และช่วยให้ฟ้ื นจากอาการป่ วยเร็วขึ้น

Combizym (คอมบิซิม) Betadine (เบตาดีน)

ใช้ช่วยย่อยอาหาร ในกรณี ป้อนอาหารให้สตั ว์ครั้งแรก ๆ หลังจากที่สตั ว์ไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน ยาใส่ แผลฆ่าเชื้อโรค

เอนไซม์ ช่วยย่ อย Povidone-iodine 1% (โพวิโดน ไอโอดีน)

ขนาดยา 0.5 ซีซี / 10 กก. ฉี ดเข้ากล้ามเนื้อขา ทุก 48 ชัว่ โมง 3-15 ครั้ง (5 mg/kg IM q48h 3-15 treatments) 0.1 ซีซี / 10 กก. ฉี ดเข้ากล้ามเนื้อขา ทุก 72 ชัว่ โมง 3 ครั้ง (2.5 mg/kg IM q72h 3 treatments) 0.5 ซีซี / 10 กก. ฉี ดเข้ากล้ามเนื้อขา สัปดาห์ละครั้ง (0.5 ml/10kg IM q7d as needed) 1 ซีซี / 10 กก. ฉี ดเข้ากล้ามเนื้อขา สัปดาห์ละครั้ง (1 ml/10kg IM q7d as needed) 2 ซีซี / 10 กก. ป้ อนทางปาก สัปดาห์ละครั้ง (2 ml/10kg PO q7d as needed) 1 เม็ด / 10 กก. ป้ อนทางปากพร้อมกับ อาหาร ทายาใส่ แผลทุกวัน วันละ 2-3 ครั้ง


วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 9

เครื่องหมายประจําตัวในเต่ าทะเล ในบางครั้ง อาจพบเต่าทะเลที่มีเครื่ องหมายเป็ นแถบโลหะติดอยูท่ ี่ขา โดยอาจพบได้ท้ งั ขาหน้าหรื อหลังก็ได้ โดยบนแถบโลหะจะมีการใส่ ขอ้ มูลไว้ ประกอบไปด้วยตัวอักษรระบุประเทศที่ทาํ การติดเครื่ องหมาย ของประเทศ ไทยจะใช้อกั ษร TH ตามด้วยจังหวัด เช่น สวพ.ภูเก็ต จะใช้ TH(P) ตามด้วยหมายเลขประจําตัว 4 หลัก และอีกด้าน หนึ่งจะเป็ นข้อมูลเพื่อติดต่อกลับสําหรับผูท้ ี่พบเครื่ องหมาย ดังรู ป

ลักษณะแถบเครื่ องหมาย และหมายเลขประจําตัว

ด้ านหนึ่งจะแสดงข้ อมูลสําหรั บติดต่ อกลับ

ลักษณะการติดเครื่ องหมายในเต่ าทะเล สามารถพบได้ ทั้งขาหน้ า และขาหลัง


วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 10

หากพบเต่าทะเลที่มีเครื่ องหมาย ควรปฏิบตั ิดงั นี้ ƒ อย่าแกะเครื่ องหมายออกจากตัวเต่า ƒ จดบันทึกตําแหน่งที่พบเครื่ องหมายดังกล่าวบนตัวเต่า และหมายเลขรวมทั้งข้อมูลทั้งหมดที่พบบน เครื่ องหมาย รวมทั้งถ่ายรู ปลักษณะเครื่ องหมายที่พบถ้าเป็ นไปได้ ƒ กรุ ณาแจ้งไปยังที่อยูต่ ิดต่อกลับบนเครื่ องหมาย (อาจเป็ นที่อยูต่ ่างประเทศ) และ/หรื อที่อยูห่ น่วยงาน ที่รับผิดชอบในประเทศไทย(ในหัวข้อถัดไป) โดยระบุขอ้ มูลดังนี้ • หมายเลขและข้อมูลทั้งหมดบนเครื่ องหมาย • วันที่ และสถานที่ที่พบเต่าทะเลตัวดังกล่าว • สภาพของเต่าทะเล (เช่น แข็งแรง บาดเจ็บ หรื อเป็ นซากที่เสี ยชีวิตแล้ว) • ชื่อและที่อยูต่ ิดต่อกลับของผูแ้ จ้งข้อมูล ƒ ที่อยูส่ าํ หรับติดต่อแจ้งข้อมูลเครื่ องหมายเต่าทะเลที่พบในประเทศไทย • สถาบันวิจยั และพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่ าชายเลน (กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก) 51 หมู่8 ถ.ศักดิเดช ต.วิชิต อ.เมือง ภูเก็ต 83000 โทรศัพท์ 076-391128 ต่อ 124 โทรสาร 076-391127 ข้อมูลดังกล่าวเป็ นประโยชน์อย่างยิง่ ในการศึกษาสถานภาพและการแพร่ กระจายของเต่าทะเล ซึ่งจะทําให้ สามารถวางแผนการอนุรักษ์เต่าทะเลของประเทศไทยได้อย่างมีประสิ ทธิภาพมากยิง่ ขึ้น นอกจากแถบโลหะแล้ว ในเต่าทะเลยังมีการทําหมายเลขประจําตัวโดยการฝังไมโครชิพ โดยมักจะฝังอยูใ่ ต้ ผิวหนังบริ เวณไหล่ซ้ายหรื อขวา ตัวไมโครชิ พมีขนาดประมาณเมล็ดข้าวสารฝั งอยู่ใต้ผิวหนังจึ งมองไม่เห็ นจาก ภายนอก จําเป็ นจะต้องใช้เครื่ องสแกนเฉพาะสําหรั บอ่านหมายเลขเท่านั้น จึงทําให้บุคคลทัว่ ไปไม่สามารถอ่าน หมายเลขดังกล่าวได้ แต่จะเป็ นไปได้ในกรณี ที่พบซากเต่า หรื อเต่าเสี ยชี วิตแล้วนําส่ งซากนั้นให้กบั หน่ วยงานที่ เกี่ยวข้องเพื่อทําการตรวจศึกษาอย่างละเอียดต่อไป การปล่อยเต่ าทะเลกลับคืนสู่ ธรรมชาติ เมื่อทําการรั กษาพยาบาลเต่าทะเลจนหายดี และสามารถหากิ นได้ด้วยตัวเองแล้วก็ควรทําการปล่ อยเต่ า ดังกล่าวกลับสู่ธรรมชาติ โดยมีหลักคือให้ปล่อยเต่าทะเลในบริ เวณเดิมที่พบเกยตื้น หรื อบริ เวณใกล้เคียง หรื อหากไม่ สามารถทําได้ อย่างน้อยที่สุดให้ปล่อยเต่าทะเลในบริ เวณที่พบเต่าทะเลชนิดเดียวกันหากินอยู่ เพื่อให้มนั่ ใจได้ว่าเป็ น แหล่งที่มีอาหารเหมาะสมสําหรับการใช้ชีวิตของเต่าทะเลชนิดดังกล่าว


วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น 11

ในบางครั้ง อาจมีขอ้ โต้แย้งว่าแหล่งเดิมที่พบเต่าทะเลบาดเจ็บนั้นเป็ นแหล่งที่มีการทําประมงอย่างหนาแน่น และหากปล่อยที่เดิมก็อาจทําให้เต่าติดเครื่ องมือประมงอีก จึงมีความพยายามที่จะนําเต่าทะเลไปปล่อยยังสถานที่ใหม่ ที่ไม่มีการทําประมง ข้อเท็จจริ งในกรณี น้ ี ก็คือ มนุษย์ และเต่ าทะเลจําเป็ นจะต้ องใช้ ชีวิตร่ วมกันในพืน้ ที่ทะเลเดียวกัน อย่ างพึ่งพาอาศัยกัน ไม่ ใช่ การย้ ายเต่ าทะเลทุกตัวที่พบออกจากแหล่ งหากินเดิมไปยังแหล่ งอื่น สาเหตุในเบื้องต้นที่ พบเต่าทะเลในบริ เวณที่มีการทําประมงก็เพราะว่าการทําประมง และการใช้ชีวิตของเต่าทะเลต้องพึ่งพิงสิ่ งเดียวกัน คือทรัพยากรในทะเล นัน่ ก็คือสัตว์ทะเลชนิดต่าง ๆ ในพื้นที่ที่มีระบบนิ เวศสมบูรณ์ ดังนั้น ในทางกลับกัน พื้นที่ที่ไม่ มีการทําประมง ซึ่ งเป็ นแหล่งที่บางครั้งมีความต้องการจะนําเต่าทะเลไปปล่อยนั้นก็หมายความว่าเป็ นพื้นที่ที่ไม่มี ระบบนิ เวศน์ที่สมบูรณ์ ไม่เหมาะสมสําหรั บการใช้ชีวิตของสัตว์ทะเล จึ งไม่มีสัตว์น้ าํ สําหรั บการทําประมง ซึ่ ง รวมถึงไม่มีอาหารสําหรับเต่าทะเลด้วย การนําเต่าไปปล่อยยังแหล่งดังกล่าวจึงไม่เป็ นผลดี กบั การใช้ชีวิตของเต่า ทะเล แนวทางที่ควรปฏิบตั ิกค็ ือการทําประมงที่มีจิตสํานึกในการอนุรักษ์ ใช้ทรัพยากรร่ วมกันกับเต่าทะเล และปล่อย เต่าทะเลทุกครั้งที่พบติดเครื่ องมือประมง เต่าทะเลก็จะยังสามารถอาศัยในแหล่งหากินนั้นร่ วมกับมนุษย์ได้ นอกจากนี้ การนําเต่าทะเลไปปล่อยยังแหล่งใหม่ที่ห่างไกลจากแหล่งเดิมออกไปมาก ๆ กลับจะยิง่ ส่ งผลเสี ย กับตัวเต่าอย่างมาก เนื่ องจากเต่ าทะเลเป็ นสั ตว์ ที่มีการอพยพเดินทางระยะไกล และมีเส้ นทางการอพยพที่แน่ นอน เช่น เต่าทะเลที่วางไข่ที่หมู่เกาะสิ มิลนั จ.พังงา เมื่อวางไข่เสร็ จแล้วก็จะอพยพกลับไปยังน่ านนํ้าของประเทศอินเดีย และเต่าทะเลที่เกิดที่หาดใดก็จะกลับมาวางไข่ยงั หาดนั้นตลอดชีวิต ดังนั้นการย้ ายที่เต่ าทะเลโดยการนําไปปล่ อยยัง แหล่ งใหม่ น้ันอาจทําให้ เต่ าเดินทางสะเปะสะปะอย่ างไร้ จุดหมาย ทําให้ เต่ าทะเลไม่ สามารถอพยพไปยังแหล่ งวางไข่ เดิมได้ ซึ่งอาจส่ งผลร้ ายแรงจนถึงขั้นสู ญพันธุ์จากแหล่ งวางไข่ ไปเลยก็เป็ นได้ จึงควรปล่อยเต่าทะเลในแหล่งเดิมที่ พบจะเป็ นผลดีกบั ตัวเต่าทะเลที่สุด

เอกสารอ้ างอิง Ackerman L. 2003. The biology, hunbandry and health care of reptiles VIII. T.F.H.Publications, N.J.: Neptune. Eckert KL, Bjorndal KA, Abreu-Grobois FA and Donnelly M (Editors). 1999. Research and Management Techniques for the Conservation of Sea Turtles. IUCN/SSC Marine Turtle Specialist Group Publication No. 4. Fowler EM, Miller RE. 1999. Zoo & wild animal medicine. 4th ed. Philadelphia :W.B. Saunders. Mader DR. 1996. Reptile medicine and surgery. Philadelphia : W.B. Saunders. Norton TM. 2005. Chelonian Emergency and Critical Care. Seminars in Avian and Exotic Pet Medicine, Vol 14, No 2 (April), 2005: pp 106–130 United Nations Environment Programme. Mediterranean Action Plan - UNEP. Regional Activity Centre For Specially Protected Areas. 2001. Sea Turtle Handling Guidebook for Fishermen. Boulevard de l’Environnement, BP 337 - 1080 Tunis Cedex – Tunisie.

วิธีการปฐมพยาบาลเต่าทะเลเกยตื้น  

เอกสารเผยแพร่

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you