Page 1


หลักในการเขาสูว ัฒนธรรม จากหนังสือคําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก Principle for Inculturation of the Catechism of the Catholic Church

คํานํา หนังสือคําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก เรียกรองใหมีการเขาสู วัฒนธรรม และแนะนําวิธีการตางๆที่ชัดเจนถึงความเชื่อคาทอลิกในทามกลาง วัฒนธรรมและประชากรที่แตกตางกัน สมเด็จพระสันตะปาปา ยอหน ปอล ที่ 2 ทรงกลาวไวในพระสมณสาร ธรรมนูญเรื่อง “พระคลังแหงความเชื่อ” (Fidei Depositum) แนะนําหนังสือ คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิกแกประชากรของพระเปนเจา ซึ่งหนังสือคําสอน ทองถิ่นจะนําไปพัฒนาเพื่อเปนการติดตามหนังสือคําสอนเลมนี้อยางใกลชิด ควรนําไปไตรตรองตามความแตกตางของสถานการณและวัฒนธรรมตางๆ สิ่งแรกคือ เราตองไตรตรองวาวัฒนธรรมคืออะไร และคําวา การเขาสู วัฒนธรรม มีความหมายอยางไร “วัฒนธรรม” ตามความหมายในพจนานุกรม (ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525) สิ่งที่ทาํ ใหเจริญงอกงามแกหมูคณะ วิถีชีวิตของหมู คณะ ในพระราชบัญญัติวัฒนธรรม พ.ศ. 2485 หมายถึง ลักษณะทีแ่ สดงถึง ความเจริญงอกงาม ความเปนระเบียบเรียบรอย ความกลมเกลียว กาวหนาของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน ทางวิทยาการ หมายถึง พฤติกรรมและสิ่งที่คนในหมูผลิตสรางขึ้นดวยการเรียนรูจักกัน และกัน และรวมใชอยูในหมูพวกของตน “วัฒนธรรม” เปนวิธีเฉพาะที่กลุมบุคคลแสดงบทของชีวิตและ สัมพันธกับธรรมชาติ พระเจา โลกและบุคคลอื่นๆ วัฒนธรรม เปนการทําให สวนตางๆของชีวิตมนุษยสมบูรณ วัฒนธรรมเปนการใชชีวติ และแสดงออก 1


โดยทางธรรมประเพณี ภาษา สัมพันธภาพ อาหาร ดนตรี และศาสนา ครอบคลุมชีวิตทั้งครบของกลุม และชีวิตของแตละปจเจกบุคคลที่อยูในกลุมนั้น ดังนั้นความเปนมนุษยทั้งมวลสัมพันธและตอบรับกับพระเจา และแสดงออกถึง ความเชื่อนี้จากวัฒนธรรมและในวัฒนธรรมของพวกเขา การเขาสูวัฒนธรรม เปนขบวนการตอเนื่องซึ่งกันและกันระหวาง ความเชื่อและวัฒนธรรม เปนวิธีหนึ่งในการมองประเพณี จารีต และพิธีกรรม ตางๆ ของประชาชน เพื่อคนพบความกระตือรือรนและการชวยใหรอดพนของ พระเปนเจาในพวกเขา โดยทางการเขาสูวัฒนธรรม พระศาสนจักรรับรองสิ่งที่ เปนสิ่งดีในวัฒนธรรม ชําระสิง่ ผิดและชั่วราย ใหความเขมแข็งกับสิ่งที่ออนแอ ใหการศึกษาในสิ่งที่ไมรู การเขาสูวัฒนธรรมไดรบั การกลาวถึงในเอกสารอยางเปนทางการครั้ง แรกในสารถึงประชากรของพระเจา ซึ่งออกมาหลังจากสิ้นสุดสมัชชา พระสังฆราชเรื่องการสอนคําสอน ในป ค.ศ. 1977 จึงกลายเปนสวนหนึ่งของ ขบวนการสอนคําสอน สมเด็จพระสันตะปาปา ยอหน ปอล ที่ 2 ไดทรงรวมไว ในพระสมณสาสนเตือนใจเรื่อง การสอนคําสอนในยุคปจจุบัน (Catechesi Tradendae) (ขอ 53) และในสมัชชาสมัยวิสามัญ ป ค.ศ. 1985 ไดชี้ใหเห็นถึง ความสําคัญของการเขาสูวัฒนธรรม (ขอ 4) เปนสิ่งที่คิดไมถึง วาเปนการ กลาวถึงองครวมทั้งครบ ความสมบูรณ และการพัฒนางานคําสอน โดยอาจไม กลาวถึงวัฒนธรรมและการเขาสูวัฒนธรรม เปนสิ่งที่ตองคํานึงถึงวา ไมใชเปน แคเพียง “ปรับใหเขากัน” กับวัฒนธรรมของคริสตชน แตเปนกระทําให เจริญกาวหนา และชวยใหพฒ ั นาไดอยางเต็มศักยภาพ ดวยการนําทางของ พระจิต Monsignor Robert N. Lynch General Secretary United States Catholic Conference

2


หลักในการเขาสูว ัฒนธรรม ที่ชวยในการใชหนังสือคําสอน หลักตางๆ เหลานี้ดําเนินการในขั้นตอนการเตรียม และขั้นตอนซึ่ง สัมพันธตอกัน แตสอดคลองกับการดําเนินการที่แตกตางกันของการเขาสู วัฒนธรรม ขั้นเตรียมการ ก. ครูคําสอนตองรูจักวัฒนธรรมของประชาชน เห็นความสําคัญของ คุณคาของวัฒนธรรมนั้น ข. ถาครูคําสอนมิไดพูดภาษาเดียวกับประชาชน เขาควรหาผูที่สามารถ พูดภาษาของผูเรียนมาทํางานในกลุมของตน ค. ครูคําสอนตองจัดทําสภาพแวดลอมที่เอื้อตอประเพณีของประชาชน และสรางกลุมที่ยึดหลักของการใหความเคารพ ความไววางใจ มิตรภาพและความรักตอกันและกัน ขั้นตอนที่ 1 มีความรูอยางลึกซึ้งในวัฒนธรรมของประชาชน สังเกต ฟง และเรียนรูจ ากความเปนจริงของความเปนอยูของผูเรียน มีความสนใจในเศรษฐกิจทางสังคม และจิตวิทยาของพวกเขา รวมทั้ง ความตองการดานการอภิบาล ทําการเสวนาฉันมิตรกับพวกเขา

3


ขั้นตอนที่ 2 ประกาศพระวรสารกับวัฒนธรรม คนหาเครื่องหมายการประทับอยูของพระเจาที่ฝงแนนอยูในวัฒนธรรม ชี้บอกถึงการกระทําของพระเจาในทุกสิ่งที่ดีในวัฒนธรรม ประกาศพระวรสารในฐานะสารของการปลดปลอย ความหวัง และการ ชวยใหรอดพน ชวยประชาชนใหรจู ักแยกแยะวาสิ่งใดในวัฒนธรรมของเขาที่ขัดแยงกับ คุณคาของพระวรสาร และนําไปสูความเสียหายและเปนการกดขี่ ประชาชน ขั้นตอนที่ 3 จัดรูปแบบชุมชนแหงความเชื่อและการใหความชวยเหลือ ชวยในการภาวนาสวนรวม แสวงหาน้ําพระทัยของพระเจารวมกัน พัฒนาใหเกิดความตระหนักและความรูส ึกแหงความรับผิดชอบตอสังคม สงเสริมใหแตละบุคคลใชความสามารถที่ตนมีเพื่อขยาย พระอาณาจักรของพระเจา ขั้นตอนที่ 4 จัดตั้งการสอนคําสอนอยางเปนทางการ เพื่อเนนย้ําความจริงที่เปนศูนยกลางความเชื่ออยางเหมาะสม สอนสารของคริสตชนทั้งครบ สัมพันธสารนั้นกับคุณคาของวัฒนธรรม นําประชาชนใหตอบรับสารของพระเปนเจาในชีวิตประจําวันของพวกเขา ชวยสรางวัฒนธรรมคริสตชนใหม จดจําสิ่งที่เปนคุณคาของพระวรสารใน วัฒนธรรมที่ไดไตรตรอง และปฏิเสธสิ่งที่เปนความบาป ขั้นตอนที่ 5 สรางสังคมใหม ตระหนักถึงวาคุณคาของคริสตชนสามารถปฏิรูปครอบครัวและ สัมพันธภาพไดอยางไร 4


มีความหนักแนนตอความรูสึกถึงความรับผิดชอบตอพลเมืองและชีวิตของ สังคม ทํางานเพื่อเสริมความยุติธรรมในสังคม ในระดับที่แตกตางกัน เปลี่ยนแปลงสังคมจากภายในและทําใหใหมขึ้น ขั้นตอนที่ 6 เฉลิมฉลองชีวิตคริสตชน ขอบพระคุณในการประทับอยูและการกระทําของพระจิต สนับสนุนประชาชนใหกระทําใหพิธีกรรมมีความมั่งคั่งขึ้นดวยความ เครงครัดในศาสนาและการอุทิศตน เฉลิมฉลองพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณถึงการกระทําของพระเจาในชุมชน

5


หลักทั่วไปในการสอนคําสอนที่เขาสูวัฒนธรรม ที่ไดรับการสนับสนุนจาก หนังสือคําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

1. มีความเชื่อหนึ่งเดียว พระศาสนจักรหนึ่งเดียว นับแตหลายศตวรรษมาแลว โดยผานทางภาษา วัฒนธรรม ประชากร และประชาชาติเปนจํานวนมากมาย พระศาสนจักรมิไดหยุดยั้งที่จะประกาศ ยืนยันความเชื่อหนึ่งเดียวที่ไดรับมา จากพระผูเปนเจาพระองคเดียว ถายทอด มาโดยศีลลางบาปหนึ่งเดียว และมีรากฝงลึกอยูในความเชื่อมั่นที่วา มนุษยทุก คนมีพระเจาและพระบิดาแตพระองคเดียว (เทียบ อฟ 4:4-6) (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 172) 2. ความหลากหลายกลายเปนพระพรของพระเปนเจาที่มีตอ พระศาสนจักร ความหลากหลายทําใหพระศาสนจักรเปนสากล แตแรกเริ่ม พระศาสนจักรซึ่งมีความเปนหนึ่งนี้ อยางไรก็ดี จะเสนอ ตนเองในลักษณะที่มีความหลากหลายมากมาย อันเนื่องมาจากการที่พระคุณ ซึ่งพระเจาประทานมาหลายอยางตางๆ กัน และบุคคลที่ไดรับพระคุณเหลานี้ ก็มีเปนจํานวนมากอีกดวย ประชากรและวัฒนธรรมแปลกๆ แตกตางกันไปมา รวมตัวกันอยูในเอกภาพแหงประชากรของพระเจา ความหลากหลายซึ่งมีอยู อยางมั่งคั่งมากมายนั้น มิไดเปนอุปสรรคขัดขวางเอกภาพของพระศาสนจักร เลย (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 814)

6


3. การสอนทั้งหมด ทั้งเนื้อหาและวิธีการตองปรับใหเหมาะกับ วัฒนธรรม อายุและเงื่อนไขทางสังคมของผูเรียน ตามลักษณะเคาโครงและจุดมุง หมายในตัวมันเอง หนังสือเลมนี้ไมได มีเจตนาที่จะทําการปรับเปลี่ยนคําอธิบายและวิธีสอนคําสอนใหสําเร็จไปตาม คําเรียกรองของวัฒนธรรมที่ตางกัน วัยที่ตางกัน วุฒิภาวะฝายจิตที่ตางกัน สถานการณในสังคมและในพระศาสนจักรที่ตางกัน ของผูที่เปนบุคคลเปาหมาย ของการสอนคําสอน การปรับเปลี่ยนอันขาดเสียมิไดนี้ เปนเรื่องของหนังสือ คําสอนทองถิ่นที่จะตองปรับใหเหมาะสม และยิ่งกวานั้น ยังเปนเรื่องของบุคคล ที่เปนผูสอนสัตบุรุษอีกดวย (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 24) 4. หลักพื้นฐานในการอภิบาลเพื่อการสอนคําสอนคือความรัก ความ รักนี้หมายความถึงความรูถึงสารของคริสตชน และสิ่งที่ไดรับการ สอน เคาโครงและจุดหมายทั้งหลายทั้งสิ้นของหลักคําสอน และการสอนคํา สอนนั้น จักตองตั้งไวในความรักอันไมรูจบสิ้น ไมวา เราอธิบายถึงสิ่งที่จะตอง เชื่อ ตองหวัง หรือตองปฏิบัติ แตจักตองทําใหความรักขององคพระเยซูคริสต เจาปรากฏใหเห็นอยูเสมอ เพื่อวาแตละคนจะไดเขาใจวา กิจการแหงคุณธรรม ความดีในแบบคริสตชนที่สมบูรณพรอมนั้น มิไดมีบอเกิดมาจากสิ่งอื่นใด นอกจากความรัก และความรักเพียงเทานั้นไมมีวิธีพูดแบบอื่นใดอีกเลย (เทียบ 1คร 13:8) (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 25) 5. เปนความจริงเดียวกันที่บรรจุอยูในธรรมประเพณีคาทอลิกสามารถ เปนและควรไดรับการแสดงออกในวิธีการที่มีความหมายตอ วัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลาย "ธรรมประเพณี" นัน้ มีหลายลักษณะตางๆกัน ซึ่งจะตองแยกใหชัดเจน คือ "ธรรมประเพณี" ดานเทววิทยา ดานระเบียบวินัย ดานพิธีกรรม หรือดาน 7


กิจศรัทธา ซึ่งเกิดขึ้นตามกระแสแหงกาลเวลาในพระศาสนจักรทองถิ่นทั้งหลาย ธรรมประเพณีดังกลาวประกอบกันขึ้นเปนรูปแบบเฉพาะ ซึ่งภายใตรูปแบบนี้ ธรรมประเพณีใหญจะไดรับการแสดงออก (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 83) 6. คุณคาของภาษาแหงความเชื่อ ตองไดรับการสอนในวิธีซึ่งทําใหเกิด ความเขาใจทั้งในระดับสวนบุคคลและชุมชน ดุจเดียวกับผูเปนมารดาที่สอนลูกๆใหหัดพูด เพื่อจะไดเขาใจและ ติดตอสื่อสารกับผูอื่นไดฉันใด พระศาสนจักรมารดาของเรา ก็สอนเราใหรูจัก ภาษาแหงความเชื่อ เพื่อชักนําเราใหใชปญญาเขาใจความเชื่อ และเขาสูชวี ิต แหงความเชื่อฉันนั้น (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 171) 7. พระศาสนจักรคาทอลิกฝงแนนอยูในความจริงของมนุษย แสดงออกและมีชีวิตความเชื่อในวิธีที่แตกตางกัน พระศาสนจักรซึ่งมีลักษณะเปนสากลโดยกระแสเรียกและพันธกิจที่ ไดัรับมอบหมายมานั้น หยั่งรากฝงโคนลงบนพื้นที่หลายหลากแตกตางกัน ทั้ง ในเชิงวัฒนธรรม สังคม และมนุษยธรรม โดยมีโฉมหนาและรูปแบบการ แสดงออกตางๆกันไปในแตละสวนของโลก (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 835) 8. การสอนคําสอนแทหมายความถึง การตระหนักถึงสภาพการณของ มนุษยและสังคม และนําไปสูการปฏิบัติในมุมมองของการชวย ทําลายความชั่วในทุกรูปแบบ “คําสอนดานสังคมของพระศาสนจักรเสนอแนะหลักใหพิจารณา เสนอ เกณฑใหตัดสินและใหแนวทางเพื่อปฏิบัติ” (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 2423) 8


9. พระเจาเปนของทุกคน พระเจามิไดเปนกรรมสิทธิ์สวนบุคคลของ กลุมใดกลุมหนึ่ง “...พระเจามิไดเปนกรรมสิทธิข์ องชนชาติใดเปนพิเศษ แตพระองคได ทรงจัดหามาสําหรับพระองคเอง ซึ่งประชากรหนึ่ง กอปรดวยเขาทั้งหลายผูซึ่ง ในอดีตไมใชประชากร แตเปน “เชื้อชาติที่พระเจาทรงเลือกสรร เปนราชปุโรหิต เปนประชาชาติศักดิ์สิทธิ”์ (1ปต 2:9) (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 782)

ความทาทายทีส่ ําคัญตอการเขาสูวัฒนธรรม ของหนังสือคําสอน 1. เพื่อชวยพระสงฆและบุคคลในสังฆมณฑลไดเห็นความสําคัญของ วัฒนธรรมในฐานะพระพรจากพระเจา วัฒนธรรมเปนพระพรจากพระเจา เปนสิ่งที่ไดรับการยืนยันและไดรบั การปกปอง เปนสิ่งจําเปนตอชีวิตของชุมชนของพระศาสนจักรและชีวิตความ เชื่อของคริสตชนเปนสวนตัว 2. เพื่อเขาใจถึงเอกภาพและความหลากหลายวาเปนการรวมมือกัน อยางกวางขวางในพระศาสนจักร การบูรณาการคุณคาของวัฒนธรรมในพระศาสนจักรนําไปสูค วามมั่งคั่งของทั้งสองฝาย การซึมซับเพียงวัฒนธรรมนําไปสูความเสื่อมทางวัฒนธรรม และความเชื่อ ขณะที่มีการเติบโตของหลายกลุมภาษา แสดงถึงความทาทายใหกับ หลายวัด ซึ่งเปนโอกาสที่จะเปนคาทอลิกอยางแทจริงดวย

9


3. เพื่อสงเสริมใหงานธรรมทูตบังเกิดผลในทามกลางประชาชน ทุกวัฒนธรรม ใหการอบรม ใหความชวยเหลือ และใหอํานาจฆราวาสที่ยังขาดสิ่ง เหลานี้ เพื่อทํางานแพรธรรมของพระศาสนจักร ทามกลางประชาชนในทุก วัฒนธรรม ในทองถิ่นของตน 4. ยกระดับความตระหนักเพื่อนําสูการอุทิศตนรับใชประชาชน ในทุกวัฒนธรรม การขาดการบังเกิดผลและการแพรหลายเรื่องการเขาสูวัฒนธรรม ของการประกาศพระวรสารและการสอนคําสอน ทําใหเกิดการไหลเทออกจาก พระศาสนจักร อันเปนมูลฐานที่สําคัญยิ่ง 5. เพื่อเปนการใหความเคารพ ใหความเอาใจใส และใหการศึกษาเรื่อง ความเชื่อแกทุกคน เพื่อตอบสนองตอการเพิ่มจํานวนประชากร แต ทรัพยากรทางการเงินลดลง การที่เงินกองทุนลดลง ทําใหสังฆมณฑลตกอยูในภาวะอันตรายใน การจัดโครงการฝกอบรมครูคําสอนในวัฒนธรรมที่แตกตางกัน เพื่อใหพวกเขา สามารถพูดภาษาของประชาชนและชวยพวกเขาใหสามารถใชไดทั้งสองภาษา และสองวัฒนธรรม 6. เพื่อมอบโอกาสในการอบรมผูใหญ และการมีมโนธรรมที่บรรลุ วุฒิภาวะ ที่มาคือการขาดการออกไปสูกลุมของประชาชนที่แตกตางวัฒนธรรม ผูที่รูสึกวาตนเปนสวนเกิน และบอยครั้งถูกละเลยในความเปนมนุษยของเขา และความขัดสนฝายจิต เชน แรงงานอพยพ เยาวชน ผูสูงอายุ ผูพิการ และยัง 10


ยืนยันถึงความจําเปน ถึงความมีคุณคาและการใหความชวยเหลือเพื่อใหพวก เขามีชีวิตที่ดีขึ้น 7. เพื่อใหความชวยเหลือที่จําเปนกับบรรดาผูปกครอง เพื่อพวกเขาจะ ไดสามารถกระทําตามบทบาทของเขาในฐานะผูใหความรูดาน ความเชื่อเบื้องตนในครอบครัวของเขา ไมเพียงพอที่จะจัดโครงการตางๆ และใหความชวยเหลือกับกลุม ครอบครัวที่แตกแยก ตองชวยพวกเขาใหสามารถเผชิญกับดานฝายจิต ฝาย กาย และการขาดแคลนดานวัตถุ โดยเฉพาะผูที่มาจากประเทศอื่น หรือเมือง อื่น ซึ่งมีวัฒนธรรมแตกตางจากพวกเขา 8. เพื่อตอบสนองความตองการดานฝายจิต และดานวัตถุใหกับผูอพยพ เพื่อใหความชวยเหลือไดโดยตรงกับผูอพยพ ซึ่งมีความจําเปนบังคับ ใหตองจากบานเกิดของเขามาดวยเหตุผลทางเศรษฐกิจ การเมืองและศาสนา 9. เพื่อเผชิญกับความตองการดานงานคําสอนที่หลากหลายของ วัฒนธรรม ของประชากร เติบโตขึ้นอยางรวดเร็ว ยังมีความขาดแคลนในเรื่องโครงการดานคําสอน วัสดุอุปกรณคําสอน หนังสือวีดีทัศน ที่ชวยสงเสริมคุณคาทางวัฒนธรรมของประชาชน

11


ขอแนะนําเพื่อตอบรับตอความทาทาย ในการเขาสูว ัฒนธรรม “แตแรกเริ่ม พระศาสนจักรซึ่งมีความเปนหนึ่งนี้ อยางไรก็ดี จะเสนอ ตนเองในลักษณะที่มีความหลากหลายมากมาย อันเนื่องมาจากการที่พระคุณ ซึ่งพระเจาประทานมาหลายอยางตางๆ กัน และบุคคลที่ไดรับพระคุณเหลานี้ ก็ มีเปนจํานวนมากอีกดวย ประชากรและวัฒนธรรมแปลกๆ แตกตางกันไปมา รวมตัวกันอยูในเอกภาพแหงประชากรของพระเจา” (คําสอนพระศาสนจักร คาทอลิก ขอ 814) เพื่อตอบรับความทาทายในการเขาสูวัฒนธรรม เราขอแนะนําวา ก. ขอใหพระสังฆราชเตือนบรรดาผูนํานักบวช และบรรดาฆราวาสใน ทุกระดับ ใหยอมรับความแตกตางทางวัฒนธรรมที่มีอยูภายใน พระศาสนจักรคาทอลิกทั่วไป “ลักษณะแหงสากลภาพที่สองรัศมีอยูเหนือประชากรพระเจานี้ เปน ของประทานจากองคพระผูเปนเจาพระองคเอง ซึ่งเดชะพระคุณประการนี้ พระศาสนจักรคาทอลิก -อยางทรงประสิทธิผลและตลอดกาลนาน- จึงได พยายามพิจารณาทบทวนมนุษยชาติทั้งหมดเสียใหม พรอมดวยทุกสิ่งอันเปน สิ่งดีที่มนุษยชาติมีอยูภายใตหวั หนา คือพระคริสต ในเอกภาพแหงพระจิตของ พระองค” (พระศาสนจักร ขอ 13.1-2 เทียบ ยน.11:52) (คําสอนพระศาสนจักร คาทอลิก ขอ 831)

12


ข. ใหมีการสื่อสารถึงกันในระหวางบรรดาผูนําทางวัฒนธรรมที่ แตกตางกัน เพื่อใหเกิดเปนความสามารถที่เรงเราใหบรรลุวุฒิภาวะ ทางความเชื่อ เพื่อรับประกันใหหยั่งรากลงในชีวิตและเปนประจักษ พยานถึงเอกภาพคริสตชน "กฎแหงการผนึกกําลังของมนุษยเขาเปนหนึ่งเดียว และกฎแหงความ รัก หรือเมตตาธรรม" (พระสันตะปาปา ปโอ ที่ 12 Summi pontificatus 3) โดยไมกีดกันความหลากหลาย ซึ่งมีอยูมากมายในตัวบุคคล ในวัฒนธรรม และ ในประชากรชาติตางๆ เปนหลักประกันใหเรามั่นใจวามนุษยทุกคนเปน พี่นองกันอยางแทจริง (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก 361) ค. เพื่อใหบทบาทการเปนประกาศกของฆราวาสในการเปนผูนําเปนที่ รูจักและไดรับการยืนยัน "ประชากรศักดิ์สิทธิ์ของพระเจา ยังมีสวนรวมอีกดวยในตําแหนง หนาที่ประกาศกของพระคริสต" ที่เปนดังนี้ โดยเฉพาะก็อาศัยสํานึกเหนือ ธรรมชาติดา นความเชื่อ ซึ่งเปนของประชากรทั้งหมด ทั้งฆราวาสและฐานันดร สงฆ" (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 785) “เพราะวา เชนเดียวกับสัตบุรษุ ทั้งหลาย ฆราวาสไดรับภาระหนาที่ใน การเปนผูแพรธรรมจากพระเจา โดยอาศัยอํานาจจากศีลลางบาป และศีลกําลัง ฆราวาสจึงมีพันธะและมีสิทธิ -ทั้งในฐานะปจเจกบุคคล และในฐานะกลุมคนที่ รวมกันเขาเปนสมาคม- ที่จะทํางานเพื่อใหสาระของพระเจาเกี่ยวกับเรื่องความ รอดไดเปนที่รูจัก และไดรับโดยมนุษยทุกคนทั่วพื้นแผนดิน พันธะอันนี้ยิ่ง เรงดวนหนักขึ้น เมื่ออาศัยพวกเขาเทานั้นที่มนุษยจะสามารถไดยินไดฟง พระวรสาร และรูจ ักพระคริสตในชุมชนพระศาสนจักร กิจการของพวกเขาเปน เรื่องจําเปนเสียจนกระทั่ง -หากปราศจากกิจการของพวกเขา- การแพรธรรม ของบรรดาผูอภิบาล สวนใหญแลวอาจไมไดรับผลอยางเต็มที่ก็เปนได (เทียบ พระศาสนจักร ขอ 33) (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 900) 13


ง. เพื่อใหการเฉลิมฉลองทางพิธีกรรม ไดสะทอนถึงวัฒนธรรมของ ประชาชน “ดังนั้น การฉลองพิธีกรรมตองสอดคลองกับลักษณะพิเศษและ วัฒนธรรมของประชาชนที่แตกตางกัน เพื่อวาธรรมล้ําลึกของพระคริสตเจา “ไดเปดเผยใหปรากฏ...ใหนานาชาติไดรู เพื่อจะไดนาํ พวกเขามายอมรับความ เชื่อ” (รม 16:26) ตองมีการประกาศ เฉลิมฉลอง และดําเนินชีวิตในทุก วัฒนธรรม วัฒนธรรมตางๆ ไมถูกลบลาง แตรบั คืนมาใชและนําไปสูความ สมบูรณอันเนื่องมาจากพระพรนั้น” (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 1204) จ. เพื่อความถูกตองของศรัทธาประชานิยม และการแสดงออกทาง วัฒนธรรมของความเชื่อ เปนที่ยอมรับ ไดรับการสงเสริม และไดรับ การประกอบพิธี นอกเหนือจากพิธีกรรมแลว ชีวิตคริสตชนหลอเลี้ยงดวยรูปแบบ หลากหลายของกิจศรัทธาที่ประชานิยม ซึ่งหยั่งรากลึกในวัฒนธรรมที่แตกตาง กัน พระศาสนจักรสงเสริมรูปแบบตางๆ ของกิจศรัทธาที่ประชานิยม ซึ่ง แสดงออกถึงสัญชาตญาณทางพระวรสารและความปรีชาฉลาดของมนุษย และ ทําใหชีวิตคริสตชนมีความครบครัน โดยการทําใหเกิดความกระจางดวยแสง สวางแหงความเชื่อ (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 1679) ฉ. เพื่อใหแตละบุคคลในแตละสังฆมณฑล มีความสามารถในการ วางแผนนําไปดําเนินการ และประเมินโครงการตางๆ ของการสอน คําสอนไดอยางเพียงพอ ตามลักษณะเคาโครงและจุดมุง หมายในตัวมันเอง หนังสือเลมนี้ไมได มีเจตนาที่จะทําการปรับเปลี่ยนคําอธิบายและวิธีสอนคําสอนใหสําเร็จไปตาม คําเรียกรองของวัฒนธรรมที่ตางกัน วัยที่ตางกัน วุฒิภาวะฝายจิตที่ตางกัน สถานการณในสังคมและในพระศาสนจักรที่ตางกัน ของผูที่เปนบุคคลเปาหมาย 14


ของการสอนคําสอน การปรับเปลี่ยนอันขาดเสียมิไดนี้ เปนเรื่องของหนังสือ คําสอนที่จะตองปรับใหเหมาะสม และยิ่งกวานั้น ยังเปนเรือ่ งของบุคคลที่เปน ผูสอนสัตบุรุษอีกดวย (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 24) ช. เพื่อใหทุกวัดจัดทําโครงการที่มีความหลากหลาย ยืดหยุนได ที่ เกี่ยวของโดยตรงกับความตองการที่หลากหลาย และความกดดันที่ ครอบครัวตางๆ ตองเผชิญในปจจุบัน “ครอบครัวตองไดรับความชวยเหลือและปกปองดวยมาตรการที่ เหมาะสมทางสังคม ที่ใดซึ่งครอบครัวไมอยูในขั้นที่จะปฏิบัติหนาที่ใหสมบูรณ หนวยงานในสังคมอื่นๆ มีภาระหนาที่ใหความชวยเหลือและสนับสนุนสถาบัน ครอบครัวไว” (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 2209) ซ. เพื่อใหโครงการตางๆของสังฆมณฑลและของวัดแสดงถึงความ ปรารถนาอยางแทจริงของพระศาสนจักร ถึงความตองการของผู อพยพ เพื่อใหพวกเขาสามารถมีชีวิตอยูในสังคมใหมไดอยาง สมศักดิ์ศรีที่พวกเขามีในฐานะบุตรของพระเจา “การหางานทํา และอาชีพตางๆ นั้นตองเปดใหทุกคนโดยปราศจาก การแบงแยกที่อยุติธรรม วาเปนชายและหญิง สุขภาพที่ดีและผูพิการ คน พื้นเมืองและผูอพยพ (เทียบ การทํางาน ขอ 19,22-23) สังคมตองมีสวน ชวยเหลือพลเมืองใหมีงานทําตามสภาพแวดลอม (เทียบ การเฉลิมฉลองปที่ 100 ขอ 48)” (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 2433) ฌ. เพื่อใหบรรดานักเขียนและผูพิมพใหการสนับสนุน และชวยเหลือ ดวยการจัดหาอุปกรณการสอนคําสอนอยางเพียงพอ ที่สะทอนถึง

15


คุณคาของวัฒนธรรมของประชาชน บูรณการกับหนังสือคําสอน พระศาสนจักรคาทอลิก “คําสอนนี้มีจุดประสงคเพื่อรับใชพระศาสนจักรทั้งปวง ทั้งที่มีความ แตกตางกันดานศาสนพิธีและวัฒนธรรม จะเสนอสิ่งซึ่งเปนพื้นฐานและความ รวมมือกันทั้งพระศาสนจักรในพิธีกรรมเสมือนธรรมล้ําลึก และเปนการเฉลิม ฉลอง จากนั้นเปนศีลศักดิ์สทิ ธิ์เจ็ดประการ และสิ่งคลายศีล” (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 1075) หนังสือคําสอนเลมนี้มุงหวังเปนสวนใหญใหเปนประโยชนแก ผูรับผิดชอบในการสอนคําสอน แรกทีเดียวก็พระสังฆราชทั้งหลาย ทั้งในฐานะ ปราชญแหงความเชื่อและผูอภิบาลของพระศาสนจักร หนังสือเลมนี้เสนอมายัง พระสังฆราชดังกลาว เพื่อเปนเครื่องมือในการปฏิบัติภารกิจการสอนคําสอน แกประชากรพระเจาใหสําเร็จลุลวงไป (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 12) ญ. เปนบัญญัติพื้นฐานแหงความรักที่พระเยซูเจาทรงมอบให เพื่อ สนับสนุนทุกคนใหมีความเขาใจถึงความทาทายเรื่องการเขาสู วัฒนธรรม เพื่อสรุปบทเสนอบทนี้ เปนการสมควรที่จะใหระลึกถึงหลักการเชิง อภิบาลที่มีกลาวไวในหนังสือคําสอนโรมันวา เคาโครงและจุดหมายทั้งหลายทั้งสิ้นของหลักคําสอน และการสอนคําสอนนั้น จักตองตั้งไวในความรักอันไมรูจบสิ้น ไมวา เราอธิบายถึงสิ่งที่ จะตองเชื่อ ตองหวัง หรือตองปฏิบัติ แตจักตองทําใหความรักขององคพระ เยซูคริสตเจาปรากฏใหเห็นอยูเสมอ เพื่อวาแตละคนจะไดเขาใจวา กิจการแหง คุณธรรมความดีในแบบคริสตชนที่สมบูรณพรอมนั้น มิไดมีบอเกิดมาจากสิ่ง อื่นใดนอกจากความรัก และความรักเพียงเทานั้นไมมีวิธีพูดแบบอื่นใดอีกเลย (เทียบ 1คร 13:8) (คําสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ขอ 25)

16


หลักในการเข้าสู่วัฒนธรรม  

หลักในการเข้าสู่วัฒนธรรม

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you