Page 1

07

‫سمعنا وأطعنا‬

ท่ามกลางฝุ่ นควัน แห่ง สงคราม ณ ที่นั่ น ยังคงมีบุรุษผู้ไม่ยอมถดถอย หน้า แด่ประชาชาติแห่งถ้อยดารัส “จงอ่าน” หน้า


สสารบัญ อิสลาม...ที่เลือกแล้ว............................................ พอเพียง เพียงพอ................................................. อิสลามกับความประทับใจ........................................ เด็กหญิงพอเพียงกับความฝันที่ไม่เพียงพอ...................... ...................................................... สวยพอเพียง..................................................... มุญาฮีดหลังม่านควัน ........................... หนังสือ  หญ้า................................................. ฮุดฮุดคาบข่าว

..................................................

ขอให้ อัล ลอฮทรงตอบแทน สาหรับผู้ที่มอบ…ปลากระป๋องและนมตราหมีจาก เลขาชมรม เอแคลย์อร่อยๆจากบ้านใหญ่ บรรยากาศน่านอนหลับจากบ้านกะฮฺฟี ฮอนด้าเวฟเท่ๆจากน้องอิม อาหารตะวันตกเริ่ดเริ่ดจากพี่บัณฑิตอัรกอม อาหาร ตะวันออกเฉียงเหนือจัดจ้านจากกิมจิ งานเขียนกระตุกอีหม่านจากอิกเราะอ์ฟอรัม บรรยายเย้ายวน(ความรู้ )จากพี่น้ องแดนไกล ซาฮูร จากมะเกาะหมี อิ ฟฏอรจาก หลากสถานที่ และกาลังใจบวกเทคโนโลยีจากบ้าน A.F.(Arqom Family) ท้ายที่สุดพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ท่วั ทุกมุมโลก เอาเป็นว่าทุกคนที่ทางานอิสลามละ กันเน้อ..........


﴾ ‫﴿ قُ ْل َح ْسبِ َي اللَّوُ َعلَْي ِو يَتَ َوَّك ُل ال ُْمتَ َوِّكلُو َن‬ “จงกล่าวเถิด(มุหัมมัด) อัลลอฮฺทรงพอเพียงแก่ฉันแล้ว พระองค์เท่านั้นที่บรรดาผู้มอบความไว้วางใจจะให้ความไว้วางใจ” (อัซ-ซุมัร 39:38)


E

ditorial ﴾ ‫ك َح ِسيبًا‬ َ ‫ك الْيَ ْوَم َعلَْي‬ َ ‫﴿ َك َفى بِنَ ْف ِس‬ “ พอเพียงแก่ตวั เจ้าแล้ววันนี้ ที่จะเป็ นผูช้ าระบัญชีของตัวเจ้าเอง ” (อัล-อิสรออ์ 17:14)

ขึน้ ชื่อว่าจิตใจของมนุษย์แล้วไซร้ มันย่อมเปลีย่ นแปลงได้ทุกช่วงขณะตราบทีช่ วี ติ ยังคงดาเนินอยู่ และบ่อยครัง้ ทีม่ นั มักจะเอนเอียงไปหาความชัวร้ ่ าย และหากเราปล่อยมันให้ เป็ นไปเช่นนัน้ แน่ นอน...ความขาดทุนย่อมบังเกิดขึน้ กับเราอย่างเลีย่ งไม่ได้ ! ...และเรา ทัง้ หลายก็ต่างรับรูก้ นั อยู่เต็มอกว่าผลตอบแทนของมันคือ ...ไฟทีล่ ุกโชติช่วง ไฟทีค่ วามร้อน ของมันนัน้ มากกว่าไฟปกติถงึ 70 เท่า ! ฉะนัน้ จึงนับเป็ นสิง่ จาเป็ นอย่างยิง่ ทีจ่ ะต้องมีการย้อนกลับไปมองทุกมุมของชีวติ ว่าตนได้กระทาอะไรลงไปบ้างในแต่ละวัน หากพบว่าเป็ นสิง่ ทีด่ กี ค็ วรทีจ่ ะดารงไว้และทาให้ มันดีขน้ึ เรื่อย ๆ และสิง่ ไหนที่ตรวจพบว่ามันเป็ นสิง่ ที่ไม่ดี ก็สมควรที่จะแก้ไขหากว่ายังมี เวลา และสมควรอย่างยิง่ ทีจ่ ะละทิง้ มันไป ไม่กลับไปกระทามันอีก ยิง่ ได้ตรวจสอบตัวเองก็จะทาให้เราได้เห็นความผิดพลาดของตน ก่อให้เกิดความ นอบน้อมต่ออัรเราะหฺมาน หัวใจก็จะระลึกได้ว่า ทัง้ ๆ ทีเ่ ราเผอเรอ บกพร่อง และหลงลืม แต่ ความโปรดปรานจากพระองค์กย็ งั คงมีเข้ามา ส่งผลให้กอ้ นเนื้อก้อนหนึ่งทีเ่ ต้นตุบ ๆ อยู่ใน อกของบ่าวผู้ซ่งึ ไม่มอี ะไรเลยเช่นเรายังคงมีแรงเต้นต่อไป แล้ วมันสมควรหรือ ที่เราจะใช้ ความโปรดปรานเหล่านัน้ เพื่อการทรยศต่อพระองค์ ?


...ในทางกลับกันหากชีวติ เราไม่มกี ารตรวจสอบ ก็จะทาให้ตวั เองจมดิง่ อยู่ภายใต้ มหาสมุทรแห่งความชัวร้ ่ าย กระทาการใด ๆ โดยไม่คานึงถึงผลของมัน ใช้ชวี ติ ดังนกที ่ บ่ นิ

ِ ِ ไปอย่างไร้จุดหมาย ทาตัวดังชาวนรกโดยไม่ ่ รตู้ วั ทัง้ นี้ ﴾ ‫سابًا‬ َ ‫﴿ إنَّ ُه ْم َكانُوا ََل يَ ْر ُجو َن ح‬ “เพราะพวกเขามิ ได้หวังว่าจะมีการชาระสอบสวน” (อัน-นะบาอ์ 78:27)

วันนี้จงึ ต้องยอมจานนอย่างทีเ่ ลีย่ งไม่ได้ว่าการตรวจสอบชาระตัวเองโดยตัวเองนัน้ พอเพียงแล้วต่อการดาเนินไปของชีวติ หนึ่งชีวติ ใดอย่างมากมาย ...กีม่ ากน้อยของชีวติ ทีต่ อ้ ง กลับไปยังเจ้าของชีวติ โดยทีไ่ ม่มอี ะไรไปแสดงต่อหน้าพระองค์ นัน่ ...เท่ากับว่า การค้าขาย แลกเปลี่ยนระหว่างเรากับอัรเราะหฺ มาน เราเป็ นผู้ขาดทุน และสิง่ ที่เราควรได้มาจากการ ใช้ทงั ้ ชีวติ ของเราก็อาจไม่ใช่สวรรค์... และมีแนวโน้มความเป็ นไปได้ว่ามันอาจจะเป็ น...ไฟที่ ลุกโชติช่วง ไฟที่ความร้อนของมันมากกว่าไฟปกติถึง 70 เท่า ! (นะอูซุบลิ ลาฮิมนิ ซาลิก ขอพระองค์ทรงคุม้ ครองเราด้วยเถิด) ด้วยรักและดุอาอ์ มัคลูกของอัล-คอลิก

smiana_hub@hotmail.com


6

อิสลาม...ที่เลือกแล้ว >> นิรนาม ความรูต้ ้องมีการค้นหาและความรูน้ ัน้ ต้องเป็ นความรูท้ ่ถี ูกต้อง รวมถึง ค้นหาความรูใ้ นการดารงชีวติ หรือต้องค้นหาความรูท้ เ่ี ป็ นสัจธรรมเพื่อตอบโจทย์ ในการดารงชีวติ เรื่อ งราวของความรู้ใ นอิส ลามนัน้ อัล ลอฮฺ ไ ด้ท รงย้ า เตือนแก่มวลมนุ ษย์ไว้อย่างมากมายเช่นผูท้ ไ่ี ม่มคี วามรูเ้ ปรีย บเสมือนผูท้ ต่ี าบอด ผูท้ ไ่ี ม่รจู้ กั ใคร่ครวญความรูจ้ าเป็ นจะต้องรูเ้ ป็ นอันดับแรก คือการรูว้ ่าเขามีตวั ตน ได้อย่างไร ใครคือผู้สร้างโลก ซึ่งความรู้เหล่านี้อิสลามเท่านัน้ ที่จะให้คาตอบที่ ชัดเจนได้ และหากเขาไม่มคี วามรู้ในเรื่องนี้ ต่อให้เขามีความรูอ้ ีกเท่าไหร่ก็ไม่ ประโยชน์ให้กบั การมีชวี ติ อยู่ของเขาได้ เพราะการมีความรูใ้ นเรื่องนี้เท่านัน้ ทีจ่ ะ ทาให้มนุ ษย์รจู้ กั เป้าหมายของชีวติ ความรูใ้ นเรื่องพระเจ้าเป็ นความรูท้ จ่ี ะเชื่อม ตัวของเขาเข้ากับความลีล้ บั แห่งจักรวาล และเปิดเผยความลับแห่งชีวติ ความรูน้ ้ี ช่ว ยให้มนุ ษ ย์พ บที่ย ืน ของเขาในโลกแห่ ง นี้ ความรู้น้ี ไ ด้ว างวิถีแ ห่ งชีว ิต และ กาหนดเป้าหมายที่ต้องดาเนินไปอย่างมันใจ ่ ชัดเจน กระจ่างและเชื่อมัน่ ด้วย เหตุน้ีเองที่มนุ ษย์ทุกประชาชาติและชนทุกรุ่นต่างก็ให้ความสาคัญกับความรู้น้ี ทุกยุค ทุกสมัย การขาดความรูใ้ นเรื่องนี้หรือการแกล้งไม่รจู้ ะนาไปสู่ความทุกข์ ซึง่ ไม่มคี วามทุกข์ใดเปรียบได้อกี “ ความกลัวจะทาให้เขาใช้ชีวิตที่ดารงอยู่ในหลักการ เพราะหวาดกลัวในการลงโทษ จากผู้ ที่ เ ขามิอาจปฏิเ สธได้ และเขาจะมีหัวใจที่ มีความหวังในความเมตตาจาก พระองค์อยู่เสมอ เขามีกาลังใจในการทุ่มเทชีวิตในแนวทางแห่งอิ สลาม โดยมุ่งหวัง ที่จะกลับไปพบผู้อภิบาลของชีวิตเขาด้วยจิตวิญญาณอันเปี่ยมสุข... ” เมื่อหัวใจของมนุ ษย์ได้รบั การขัดเกลา จิตวิญญาณจะรับรู้ได้ถึงความ สงบสุข ชีวติ ของเขาจะดารงอยู่บนการราลึกถึงความเมตตาของพระองค์ รักทีจ่ ะ มีชวี ติ อยู่บนดุนยาเพียงแค่เพื่ออาคิเราะฮฺ จึงเป็ นชีวติ ทีส่ ามารถดารงชีวติ อยู่บน ดุนยาได้ด้วยหัวใจที่สงบ เป็ นหัวใจทีอ่ ยู่ระหว่างความกลัวและความหวัง ความ กลัวจะทาให้เขาใช้ชวี ติ ทีด่ ารงอยู่ในหลักการ เพราะหวาดกลัวในการลงโทษจาก


7

ผู้ท่ีเ ขามิอ าจปฏิเ สธได้ และเขาจะมีห ัว ใจที่ม ีค วามหวัง ในความเมตตาจาก พระองค์อ ยู่เ สมอ เขามีก าลังใจในการทุ่มเทชีว ิต ในแนวทางแห่งอิส ลาม โดย มุ่งหวังที่จะกลับไปพบผู้อภิบาลของชีวติ เขาด้วยจิตวิญญาณอันเปี่ ยมสุข ชีวติ มนุษย์จะเกิดขึน้ ได้ตอ้ งเริม่ ต้นจากการให้คาตอบกับจุดกาเนิดของชีวติ และจุดจบ ของชีวติ ได้ว่า มีท่มี าอย่างไรหากมนุ ษย์มชี วี ติ อยู่โดยไม่รู้คาตอบที่ไม่ถูกต้อ ง หรือ ไม่รู้จกั ค าตอบสิ่งเหล่ านี้แ ท้ท่จี ริงแล้ว จะทาให้มนุ ษ ย์ไม่ส ามารถมีชีว ิต ที่ แท้จริงได้เพราะการใช้ชวี ติ อยู่โดยไม่รจู้ กั ซึง่ สัจธรรมนัน้ เป็ นเพียงซากชีวติ ทีไ่ ม่ม ี วิญญาณไม่มคี ุ ณค่าและความหมายใดๆ เป็ นเพียงสัตว์โลกที่ได้ข้นึ ชื่อ ในด้าน กายภาพว่าแตกต่างและสูงกว่าปศุสตั ว์เท่านัน้ ระหว่างผู้ท่ยี อมรับและปฏิเสธหรือไม่รจู้ กั วิถชี วี ติ ของผู้ท่เี ชื่อมันในพระ ่ เจ้ากับผู้ท่ใี ช้ชวี ติ โดยที่ไม่รู้จกั แม้แต่ท่มี าของตัวเอง มันชัดเจนโดยที่ไม่ต้องใช้ การสังเกตดวงตาของผู้ท่ีไ ม่รู้จกั อิส ลามนัน้ ชีว ิต ของเขาว่างเปล่ า เคว้งคว้า ง ดวงตาเขาเหม่อลอยไร้จุดหมายเขาไม่มคี วามรูเ้ รื่องราวเกี่ยวกับชีวติ ไม่มคี วามรู้ แม้กระทังที ่ ม่ าของตัวเองใช้ชวี ติ บนความสิน้ หวัง หนทางหนีความทุกข์คอื ลืมความเป็ นจริงด้วยความสุขสาราญให้ได้มาก ทีส่ ุดหรือการหนีจากความทุกข์ดว้ ยการปลีกตัวจากสังคมโลกหรือทิง้ ปญั หาด้วย การฆ่ า ตัว ตาย แต่ ส าหรับ ดวงตาของผู้ท่ีรู้จ ัก อิส ลามจะมีแ ต่ ค วามเชื่อ มัน่ มองเห็นเป้าหมายของตัวเองมีทศิ ทางรับรูท้ ม่ี าทีไ่ ปของชีวติ ไม่ว่าดวงตาจะหัน ไปเห็น สิ่ง ใดก็รู้ท่ีม าของมัน ใช้ชีว ิต อยู่บ นความหวัง ของเจ้า ของชีว ิต ความ เจ็บปว่ ยทุกข์ยากไม่สามารถทาลายความสุขในชีวติ เขาได้ เพราะการรับรูว้ ่าเป็ น การปดั เป่าความผิดในตัวเขา เขาย่อมยินดีท่จี ะกลับไปหาเจ้าพอใจของชีวติ ใน ฐานะทีพ่ ระองค์ทรงพอใจในความอดทนของเขา และมีชวี ติ อยู่เพื่อความพึงพอใจ ของพระองค์ จึงไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า คงไม่มวี ถิ ีมนุ ษย์คนไหนจะสมบูรณ์ได้ ถ้าชีวติ นัน้ ไม่มคี วามเข้าใจอิสลามซึ่งเป็ นศาสนาที่ให้คาตอบกับที่มาและจุดจบ ของชีวติ ได้สมบูรณ์ทส่ี ุด


พอเพียง เพียงพอ >> ซิยาด ทุกครัง้ ทีพ่ ดู ถึงคาว่าพอเพียง ย่อมถูกเปรียบเปรยกับคาว่า โลภ บางคน คิดว่าคาว่าพอเพียงเท่านัน้ ที่ดลี องมาดูกนั ว่าในแง่ของอิสลามแล้ว สองคานี้ถูก ใช้ได้อย่างไรบ้าง แต่ความจริงแล้วทัง้ สองคานี้ลว้ นแล้วแต่ใช้ได้กบั ความหมายที่ ใช้ในทางบวกและลบด้วยตัวของมันเอง ดังเช่นคาว่าพอเพียง มุสลิมบางคนใช้คานี้บ่อยเพราะว่าเค้าพอเพียงแล้ว ที่จ ะท าแค่ ล ะหมาดฟ รั ฎู ก็พ อ แต่ ไ ม่ ท าละหมาดสุ น นะฮฺ กับ อีก บางคนที่โ ลภ ละหมาดสุนนะฮฺนะวาฟิ ลจนบางครัง้ ดูโลภมาก ซึง่ นัน่ แหละ อิสลามสอนให้โลภ แต่โปรดอ่านประโยคถัดไป นัน่ คืออิสลามสอนให้โลภในการทาความดี บางที คนเราก็งกทีจ่ ะโลภ พอบอกว่าโลภได้ ก็ไม่เอา หรือบางครัง้ พอพูดถึงพอเพียง กับโลภ ผูค้ นอาจนึกถึงเงินทอง ทรัพย์สนิ ไม่ผดิ นะ ถ้าคุณจะรวย แต่มนั จะไปผิด ทีต่ รงว่า คุณได้ใช้จ่ายมันไปในทางของอัลลอฮฺหรือไม่ ทีส่ ุดแห่งสุดของความ พอเพียง ทีส่ ุด ทีส่ ุด นันคื ่ อ อัลลอฮฺทรงพอเพียงแล้วกับเรา คุณเคยอยากได้อะไรมากมายบ้างไหม เช่น เงินทอง หรืออะไรก็ตาม แต่ คนเราเคยคิด หรือ ย้อ นกลับไปไหมว่ า ความจริง แล้ว หากเรามีอ ัล ลอฮฺ ผู้ทรง เมตตาแล้ว ทุกสิง่ ก็พอเพียง เนื่องจากเราคิดว่า นี่คอื สิง่ ทีอ่ ลั ลอฮฺประทานให้เรา เพียงพอแล้วจริงๆ หลายคนชอบไปขอความช่วยเหลือกับผู้คน แต่เขากลับคิด หรือไม่ว่า อัลลอฮฺผทู้ รงสร้างมนุ ษย์ สร้างบรรดาชัน้ ฟ้าและแผ่นดิน ซึง่ ยากกว่า การสร้างมนุ ษย์ มนุ ษย์เกิดมาจากดิน จากน้ าอันต่ าต้อยไร้ค่า แต่มนุ ษย์กย็ งั ดัน้ ด้นไปขอความช่วยเหลือจากมนุ ษย์ ทัง้ ๆทีค่ วามจริงแล้ว อัลลอฮฺต่างหากทีเ่ ป็ น คนทาให้สงิ่ ทีเ่ ราไปขอนัน้ สาเร็จ อัลลอฮฺต่างหากทีท่ รงประทานริสกีให้กบั มนุ ษย์ สาหรับผูท้ อ่ี ลั ลอฮฺพอเพียงแล้วสาหรับเขา เพียงแค่คาว่า อัลอิสลาม ได้เข้ามาใน ชีวติ ของเขา ก็เพียงพอแล้ว เพียงคาว่า อัลกุรอานทีอ่ ลั ลอฮฺทรงประทานมาให้แก่ มนุ ษย์กเ็ พียงพอแล้วทีจ่ ะนาทัง้ หมดในเล่มนัน้ ไปดาเนินชีวติ ได้ แบบทีเ่ รียกว่ามี แต่ความสุข เพราะเมื่อเราทุกข์อลั กุรอานก็จะบาบัดจิตใจ เมื่อเราสุขอัลกุรอานก็


สอนให้เราขอบคุณพระองค์ หรือเพียงแค่เมื่อเขาตายแล้วได้กล่าวคาว่า ลาอิลา ฮะอิลลัลลอฮฺ ก็พอแล้วสาหรับทัง้ หมดในดุนยาทีผ่ ่านมา มนุ ษย์ยงั หันหน้าไปทาง อื่นอีกหรือ? อัลลอฮฺเท่านัน้ พระองค์คอื ผูท้ รงสามารถ ทรงปรีชาญาณ วันนี้คุณ โลภทีจ่ ะขอดุอาอ์แล้วหรือยัง ดุอาอ์ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ อัลลอฮฺทรงทาได้ทุกอย่าง แต่เรา อย่าได้ทอ้ แท้หากไม่เป็นดังใจหวั ่ ง เพราะสิง่ นัน้ อาจไม่เหมาะกับเรา หรืออาจเป็ น บททดสอบเพื่อยืนยันว่า เราศรัทธาจริงหรือไม่ ลองทบทวนตัวเองดูว่าคุณควร พอเพียงกับอะไร และควรจะโลภกับอะไร เพียงพอแล้วหรือกับเราะมะฎอนในปีน้ี ? เพียงพอแล้วหรือกับการทาอิบดะฮฺ เพื่อพระองค์ ? เพียงพอแล้วหรือกับการอ่านอัลกุรอานอย่างใคร่ครวญ ? เพียงพอแล้วหรือกับการบริจาคเพื่อขัดเกลา ? เพียงพอแล้วหรือกับการทาความดีเพื่อหวังผลตอบแทนจากพระองค์ ? เพียงพอแล้วหรือกับการเตรียมเสบียงเพื่อโลกหน้า ? เพียงพอแล้วหรือกับการขออภัยโทษเพื่อหวังการอภัยจากพระองค์ ? เพียงพอแล้วหรือกับการกล่าวสรรเสริญอัลลอฮฺกบั อัลลอฮฺผทู้ รงเมตตา ? เพียงพอแล้วหรือกับการใช้ชวี ติ ในดุนยา ? เพียงพอแล้วหรือกับอีหม่านทีจ่ ะหล่อหลอมการกระทา? เพียงพอแล้วหรือกับความตักวาทีจ่ ะบารุงหัวใจ ? เพียงพอแล้วหรือกับความอิคลาศ ? เพียงพอแล้วหรือทีม่ ชี วี ติ อยู่ เพื่อทีจ่ ะตายและถูกตัดสิน ? เพียงพอแล้วหรือกับการเกรงกลัวอัลลอฮฺ ? เพียงพอแล้วหรือกับการอิหฺสาน ? เพียงพอ เพียงพอ เพียงพอ เพียงพอแล้วหรือกับความดีทไ่ี ด้ตกั ตวง... ?


อิสลามกับความประทับใจ (www. iqraforum.com) หากจะถามแต่ละคนว่า เรารูจ้ กั อิสลามมาตัง้ แต่เมื่อใด ? คาตอบทีไ่ ด้คง จะแตกต่างกัน และหากจะถามให้ลกึ ลงอีกว่า คุณรูจ้ กั อิสลามมากน้อยแค่ไหน ? แน่ นอน ค าตอบก็ย่อ มแตกต่ างมากขึ้น ไปด้ว ยเช่นกัน เราบางคนอาจจะเป็ น มุสลิมโดยกาเนิด เพราะเป็ นเชื้อสายของครอบครัวมุสลิม แต่ก็ใช่ว่าเราจะรูจ้ กั อิสลามมากกว่ามุสลิมบางคนทีไ่ ม่ได้เกิดมาเป็นมุสลิมแต่เดิมทุกกรณีไป ปจั จุบนั มีมุสลิมเดิมมากน้ อยแค่ไหนที่ไม่ได้รจู้ กั อิสลามและคุณค่าของ อิสลามที่มอี ยู่กบั ตนเลย และยังมีมุสลิมหลายคนไม่ได้รสู้ กึ รูส้ าอะไรเลยถ้าหาก อิสลามทีร่ บั มาจากบุพการีของตนจะหลุดหายไปจากตัว หลายคนกลับพยายามที่ จะถอดอิสลามออกจากตัวเองด้วยซ้า ยังมีอกี หลายกรณีทอ่ี สิ ลามหลุดลอยไปจาก เขาโดยไม่ทนั รูต้ วั ั หาบางอย่ างที่เ กิด มาจากความไม่รู้อิส ลาม และไม่เ รีย นรู้ใ ห้ นี่ ค ือ ป ญ เข้าใจอิสลามอย่างทีค่ วรจะเข้าใจให้ถูกต้อง เป็นสิง่ ทีย่ ากจะเข้าใจว่า คนผูห้ นึ่งจะ ชื่นชอบ รัก ประทับใจ กับบางสิง่ บางอย่างได้ ถ้าหากเขาไม่รู้จกั สิง่ นัน้ อย่างดี สาหรับมุสลิมที่รจู้ กั อิสลามอย่างแท้จริง แน่ นอนทีส่ ุดว่า เขาจะต้องรักอิสลามยิง่ ชีวติ ประทับใจและภูมใิ จทีไ่ ด้เป็นมุสลิม การตัง้ โจทย์ว่า เราประทับใจอะไรบ้างกับอิสลาม อาจจะฟงั ดูเฉยๆ ไร้ สาระ แต่คาตอบจริงๆ ของคาถามนี้แสดงให้เห็นถึงตัวตนของผู้ตอบได้ว่าเขา ผูกพันกับอิสลามมากน้อยเพียงใด


11

ทีจ่ ริง ดูเหมือนจะเป็ นเรื่องลาบากเล็กน้อยทีใ่ ครสักคนจะรูไ้ ด้อย่างลึกซึง้ ว่าตนเองประทับใจอะไรบ้างกับคุณค่าของอิสลาม จนกว่าเขาจะประสบปญั หาที่ ไม่มที างเยียวยาใดๆ สุดท้ายเขาก็พบว่ามันมีอยู่ในอิสลาม ซึง่ เขาถือมันไว้ในมือ อยู่แล้ว มันคล้ายๆ กับคนที่อยู่ในสภาพดีมคี วามสุขไม่เจ็บไม่ไข้ เขาไม่มที ่าทีจะ รู้ส ึก ถึง คุณ ค่ าของสุ ขภาพที่ด ีท่เี ขาเป็ นเจ้าของอยู่จนกว่ าความเจ็บป่ว ยจะมา เยือนเขา ประมาณว่า ไม่มที างที่จะรูว้ ่าสองตาของเรามีค่ามากแค่ ไหนนอกจาก เมื่อมันบอดไปแล้วเท่านัน้ หรือเราอาจจะตาบอดมาก่อนแล้วมามองเห็นได้ใน ภายหลัง เราจึงจะรูถ้ งึ คุณค่าของมันจริงๆ ท่ามกลางซากปรักแห่งปญั หาเก่าๆที่เกิดขึน้ บนโลกและการผุดขึน้ ของ ปญั หาใหม่ๆไม่มสี น้ิ สุด อิสลามยังยืนผงาดขึน้ มาได้อย่างท้าทายต่อปญั หาพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็ นเรื่องความเชื่อ สังคม การเมือง เศรษฐกิจ ฯลฯ มันพอที่จะให้เป็ น ประจักษ์พยานแก่มุสลิมที่สานึกว่า อิสลามในตัวเขามีค่าที่ควรแก่การประทับใจ ภูมใิ จมากน้อยเพียงใด แน่ นอน เพราะอิส ลามเป็ นศาสนาของพระผู้อ ภิบ าล ผู้ทรงสร้า งและ ควบคุมดูแลทุกสรรพสิง่ มันจึงโดดเด่นอยูเ่ หนือทุกสิง่ ทุกกาลสมัย ِ ِ ‫ْح ِّق لِيُظْ ِه َرهُ َعلَى الدِّي ِن ُكلِّ ِو َولَ ْو َك ِرَه‬ َ ‫﴿ ُى َو الَّذي أ َْر َس َل َر ُسولَوُ بِال ُْه َدى َودي ِن ال‬ ﴾‫ال ُْم ْش ِرُكو َن‬

“ พระองค์ คือผู้ทรงแต่ งตั้งศาสนทูตของพระองค์ มาด้ วยการชี้ทางและศาสนาแห่ ง ความเทีย่ งแท้ เพือ่ ให้ มันโดดเด่ นเหนือศาสนาทั้งหมด แม้ ว่าเหล่ าผู้ต้ งั ภาคีจะชิ งชั งก็ตาม ” (อัศ-ศ็อฟ 9)


12

ถ้าได้ทบทวนและพิจารณาคุณค่าของอิสลามอย่างถี่ถ้วน ย่อมที่จะเกิด ผลลัพธ์ว่ามีเพียงอิสลามเท่านัน้ ทีเ่ ราพึงใจให้มนั เป็ นระบอบในวิถกี ารดาเนินชีวติ ของเรา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวความว่า “ ผูใ้ ดทีก่ ล่าวว่า ِ ِ‫يت ب‬ ِ ‫)) ر‬ ِْ ِ‫اهلل َربًّا َوب‬ )) ً‫اْل ْس ََلِم ِدينًا َوبِ ُم َح َّم ٍد َّر ُسوَل‬ ُ ‫ض‬ َ ( เราะฏีตุ บิลลาฮิ ร็อบบะ, วะบิลอิสลามิ ดีนา, วะบิมหุ มั มะดิร รอซูลา ) “ ฉั นพึ งใจด้ วยอัลลอฮฺเป็ นพระเจ้าของฉั น พึ งใจด้ วยอิ สลามเป็ นศาสนา ของฉัน พึงใจด้วยมุหมั มัดเป็ นศาสนทูตของฉัน ” เขาผู้นัน้ ย่อมจะได้ รบั สวรรค์ ” (เศาะหีหฺ อัล-ญามิอฺ หมายเลข 6428) ในบางรายงานระบุว่า ถ้าหาก กล่าวสามครัง้ ทุกเช้าเย็น ย่อมเป็นสิทธิของอัลลอฮฺทจ่ี ะทรงโปรดปรานเขาในวันกิ ยามะฮฺ การกล่าวยอมรับอิสลามเช่นนี้ดว้ ยคาพูด คงไม่สาคัญเท่ากับการยอมรับ มันด้วยใจ ด้วยความรูส้ กึ สุดซึง้ กับมันจากเบือ้ งลึกจริงๆ ในมโนสานึกของเรา เราหวังว่า "อิกเราะอ์ออนไลน์ " คงมีส่ วนร่วมบ้างไม่มากก็น้อยในการ ปลุกฟื้นความรูต้ ่างๆ ทีจ่ ะนาให้เราได้รถู้ งึ คุณค่าของอิสลาม เพื่อการยืนหยัดบน เส้นทางแห่งพระเจ้าเส้นนี้สบื ไป ขออัลลอฮฺประทานเตาฟีก อามีน [ด้วยความจริงใจ ... บ.ก.อิกเราะอ์ออนไลน์]


@ ฟังบทเสวนา “การกลับมาของคิลาฟะฮฺ ” เพื่อตอกย้า ย้าเตือน อีกหนึ่งความหวังอันสูงสุดของพวก เรา พี่นอ้ งสามารถฟังและดาวน์โหลดกันได้ที่ ... เวบบอร์ดชมรมมุสลิม > ห้องสนทนาเรื่ องศาสนา หรื อที่ http://www.muslimpsu.net/board/index.php?topic=864.0


เด็กหญิงพอเพียงกับความฝันทีไ่ ม่เพียงพอ >> ชอ-กะ--เฌอ เมื่อเด็กหญิงพอเพียงเริม่ จินตนาการถึงสิ่งที่เธอใฝ่ฝันเมื่อเติบโตขึ้น หลายๆเครื่องจักรกลเล็ก ๆ ก็ เริ่มทางานเป็นระบบในร่างกายของเธอ ---------------------------------------------------------------------เธอ..ฝันว่าชีวิตของเธอต้องทางเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องและสวยงามด้วยเพราะเธอเป็นมุสลิม แต่..เธอไม่เคยปฏิบัติตัวตามวิถีชีวิตของคาว่า “มุสลิม” เลย เธอไม่เคยยาเกรงและไม่เคยถูกเรียก ขานว่า “ผู้ศรัทธา” ถึงแม้ว่าบางครั้งเธอจะละหมาดบ้าง(บางเวลา)แต่ทุกภารกิจก็ถูกปฏิบัติขึ้นเพียง เพราะว่าคาสั่งจากผู้ที่มีอายุมากกว่า เธอ..ฝันว่าชีวิตเธอต้องเพียบพร้อมไปด้วยการศึกษาความรู้ทั้งที่เป็นความรู้ที่ใช้เพื่อดุนยาและความรูท้ ่ี หยั่งประโยชน์ให้เธอถึงอาคิเราะฮฺ แต่..เธอไม่เพียงแค่ไม่พยายามที่จะค้นคว้าและศึกษาถึงที่มาของความรู้ หากเธอยังไม่เคยได้จับต้อง หนังสือเล่มเดียวที่สามารถตอบคาถามของทุกอย่างในชีวิตที่ชื่อว่า “อัล-กุรอาน” ในช่วงระยะเวลาที่ อยู่ในห้องเรียนเธอไม่ใส่ใจในสิ่งที่ผู้เป็นครูนามาสอน เธอหยอกล้อ พูดคุยในเรื่องที่ไร้สาระและ ปล่อยเวลาให้อยู่เพียงลาพัง เธอ..ฝันว่าเมื่อเธอเริ่มต้นที่จะทางานสักอย่าง สังคมภายนอกเหล่านั้นคือสนามทางานที่ต้องจริงจังและ ตั้งใจเพราะนั้นเป็นพียงที่เดียวที่เธอมีโอกาสลงมือปฏิบัติงานอิสลาม แต่..เธอไม่เคยเคยศึกษาการใช้ชีวติ อยู่ในสังคม เมื่อมีข้อถกเถียงเธอไม่เคยลด หย่อน ผ่อน ปรน เธอนาเอาคาตัดสินของตัวเองทุกครัง้ ทั้งที่ข้อสรุปเหล่านั้นไม่เพียงทาร้ายคู่สนทนา หากแต่ยังทาร้าย ตัวเธอเองด้วย สนามชีวิตของเธอเต็มไปด้วยก้อนหินที่ขรุขระเพียงเพราะเธอไม่เคยใส่ใจและดูแลมัน เธอ..ฝันว่าเมื่อเธอจะมีครอบครัว คนๆนั้นต้องสามารถดูแลเธอและครอบครัวเธอได้ ลูกน้อยของเธอ ต้องเป็นอุมมะฮฺ และสามารถสานต่อภารกิจอิสลามแทนเธอได้ แต่..เธอไม่เคยขอดุอาอ์และตะวักกัลต่อผู้ให้ชีวิต เพื่อให้เธอได้เจอกับคู่ครองที่ดีที่สุด ที่พระองค์ทรง เตรียมไว้ให้กับเธอ หากแต่เธอยังคบหาดูใจหรือที่เรียกกันว่าระบบแฟน หลายครั้งที่เธอคบและทา ความรู้จักแล้วฉากสุดท้ายก็จบลงด้วยการบอกเลิก “เพราะเธอดีเกินไป” เธอเสียน้าตาเพราะเรื่องเหล่านี้มากครั้ง เธอก็ยังไม่สานึก เพราะเธอคิดว่านี้ เป็นช่วงหนึ่งที่วัยหนุ่มสาวทุกคนต้องพบเจอ


15

เธอ..ฝันว่าเมื่อลมหายใจสุดท้ายอิริยาบถนั้นคือการการสุญูดต่ออัลลอฮฺ แต่..เธอไม่เคยที่จะที่จะปฏิบัติการละหมาดที่สมบูรณ์และลุกขึ้นมายามดึกเพื่อขอต่อพระองค์ ไม่เคย ปฏิบัติกิจกรรมนั้นเป็นชีวิตและเมื่อใดเล่าเธอจะตายในสภาพนั้น เธอไม่อาจรู้ได้ว่าความตายจะพราก เธอเมื่อใด ไม่อาจรู้ได้ว่าใครจะอยู่กับเธอในช่วงวินาทีสุดท้าย... หลายครั้งที่เธอพบเจอกับบททดสอบที่หนักอึ้ง เธอไม่เพียงแค่ลืมดุอาอ์หากเธอยังอ่อนแอและยอม แพ้ต่อบททดสอบทุกครั้ง และวันหนึ่ง..... แล้ววันหนึ่ง.......... เมื่อวันหนึ่ง............... เมื่อวันหนึ่งมาถึงชีวิตเธอก็เปลีย่ นไป................... เธอลืมไปว่า.... เธอมีผู้สร้างและมีผเู้ ฝ้ามองเธออยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเธอจะกระทาพฤติกรรมใด ทุก อย่างถูกจดไว้บนสมุดบันทึกทุกครั้งแม้จะเป็นความดีน้อยนิดทีเ่ ธอได้ทา เธอลืมไปว่า....พระองค์ อัลลอฮฺอยูก่ ับเธอทุกที่ ทุกเวลา ทุกลมหายใจเข้าออก

﴾‫نك َر ْح َمةً َو َىيِّ ْئ لَنَا ِم ْن أ َْم ِرنَا َر َش ًدا‬ َ ‫﴿ َربَّنَا آتِنَا ِمن لَّ ُد‬ “ ข้ าแต่พระผู้เป็ นเจ้ าของเรา ขอพระองค์ ทรงประทานความเมตตาของพระองค์แก่ เรา และทรงให้ การงานของเราอยู่ในหนทางทีถ่ ูกต้อง ” (อัลกะฮฺฟิ 18:10) ...เท่านั้นเอง...


aithbook @ Kif Lan ไม่ควรมีมุสลิมที่อยู่เฉยๆ เพราะพวกเราถูกสัง่ ว่า อย่าอยู่เฉย ต้ องเคลือ่ นไหวตลอดทังความคิ ้ ดและการกระทํา @ Anis Cine ชักไม่ไหวแล้ วเหมือนกัน !!! ต้ องรอให้ มสุ ลิมได้ เป็ นอธิการบดี ใช่ไหม??? ถึงจะมีคนเข้ าใจว่าเราต้ องการสถานที่ละหมาดที่ไม่ใช่แค่สถานที่ จัดกิจกรรม @ นายมะพร้าว อิสลาม บทเรี ยนจากพี่น้อง... แปลกนะ แต่ก่อนตอนเด็กๆ กินนมอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ ว ไม่ร้องไห้ ไม่งอแง ขอแค่ให้ ได้ กินนม แต่โตขึ ้น กินข้ าวกับแก้ มต้ องสองสามอย่างถึงจะกินข้ าวหมดจานได้ จะกินอย่างเดียว อย่างตอนเด็กไม่ได้ แล้ ว เห้ อ...การสะสม อารมณ์ ตัณหา นัฟซู ผ่านกาลเวลา มันทําให้ เราเปลีย่ นแปลงถึงเช่นนี ้เชียว...ญาซากัลลอฮูค็อยร็ อย ยา!อะคีย์ @ Ding iumv จงวางเฉย...ไม่วา่ ผู้อื่นจะยอมรับหรื อปฏิเสธเรา เราจะต้ องยุติ การเหลือบซ้ ายและขวาด้ วยความหวัน่ กลัวว่าสังคมจะยอมรับหรื อ ผู้คนจะ โกรธเกลียดอิสลามของเราหรื อไม่ หากเราอยู่กับอัลลอฮฺ ดังนันไม่ ้ มีสิ่งใด จะต้ องกลัว - - - อิหม่าม นะวะวีย์ @ ฉั นจะเป็ น ฅนดีของอัลลอฮฺ รู้ สึก "ใจหาย" เมื่อรู้ ว่ารอมฎอนกําลังจะ จากไป ในขณะยัง "หายใจ" จะพยายามทําให้ ทุกวันเป็ นเช่นรอมฎอน อิน ชาอัลลอฮฺ^^ @ แค่ ปี กยุง ถ้ าเรามีอลั ลอฮ ต่อให้ เราไม่มีอะไรอื่นสักอย่างเราก็พอ -- แต่หาก เรา ไม่มีอลั ลอฮต่อให้ เรามีอะไรอื่นทุกอย่าง เราก็ไม่มีวนั พอ ไม่มีวนั !! @Husna Marnmana ‎"ละสายตาจากแง่ลบของชีวิต และพอใจในเเง่งาม ของมัน" เพราะในขณะที่ฉนั กําลังวางแผนชีวิต ชีวิตฉันเองก็ถกู วางแผนเช่นกัน และทุกๆชีวิตก็ถกู วางแผนเช่นกัน


@ รุ่งอรุณ เเห่ งอิ สลาม สําหรั บผู้ศรั ทธาแล้ วนัน้ ถ้ าทุกอย่างสําหรั บเขา เพื่ อ อัลลอฮฺ เขาจะได้ ทุก อย่า ง เเละสํา หรั บ กาฟิ รนัน้ เเม้ ทุก อย่า งในชี วิ ต เขาไม่ใช่เพื่ออัลลอฮฺ เขาก็จะได้ ทกุ อย่างเช่นกัน...ยกเว้ นอย่างเดียวที่เค้ าไม่ได้ นันคื ้ อ " อัลลอฮฺ "... เมื่อใดไม่มีอลั ลอฮฺ จงรู้ ไว้ เถิ ดเพื่อนเอ๋ย เมื่อวันเเห่งการ พิพากษามาถึง ( เมื่อเขาขออัลลอฮฺ ว่าจะกลับไปใช้ ชีวิตใหม่อีกครัง้ )แต่ไม่มี การแก้ ตัว เมื่ อวัน นัน้ มาถึง วันนัน้ จะเป็ นวันเเห่งการขาดทุนอย่างย่อยยับ สําหรับเขา @ Sayakoon Haq การเรี ยกร้ องของมุหมั มัด มิใช่เพื่อชื่อเสียง มิใช่เพื่อ ทรัพย์สิน มิใช่เพื่ออาณาจักรอันยิ่งใหญ่ มิใช่บ้าอํานาจหรื อกระหายสงคราม แต่เพื่อสิง่ เดียวคือ...เตาหีด)-จากไหนสักแห่ง-( @ IssuDin RanEe จงระวังการชินชากับความผิด จนไม่คิดว่ามันผิดอีกต่อไป @ HusbiAllah At-Taqwa ในภาพความสวยงาม ถ้ ามองทะลุในโลกหน้ าอาจ ไม่มีความดีใดๆเลยก็ได้ เพราะการทําดี อาจแฝงไปด้ วยการสร้ างภาพ ... เฟส บุคน่ากลัว (อ่านจบอย่าเม้ น ไม่ต้องให้ นิ ้วโป้งเพื่อชมเชยใดใด เราไม่ได้ ทํา เพราะต้ องการความพึงพอใจจากมนุษย์( @ รัศมี แห่งความสุข มุสลิมต้ องอยู่ระหว่าง ความกลัว และความหวังเสมอ >>กลัวว่าการงานจะไม่ถกู ตอบรับ ...หวังงว่าอัลลอฮฺจะทรงให้ อภัย<< @ In-aam Bint Ismail เบื ้องหลังของการทดสอบ ไม่ว่าจะในโลกอุดมคติ หรื อ ในโลกของความเป็ นจริ ง หากเราไม่ เ ข้ าข้ างตั ว เองมากเกิ น ไป ก็จะพบว่า...มีหลายประเด็นในชีวิตที่ถูกมองข้ าม อาจลืมคิดไปว่า นัน่ คือจุด เล็กๆของปั ญหา คงเป็ นเพราะ...เราสุนทรี ยสนทนา)ฮาลากอฮฺ (กันน้ อยไป… ให้ ความรักจากผู้ทดสอบเป็ นกําลังใจให้ พระองค์ประทานความเข้ มแข็งให้ ทกุ ๆ หัวใจ


)กําเนิดประเทศอิสราเอล ปี ค.ศ.1948)


เมื่อคืนดูละครไหม สนุกมากเลยเธอ…เรื่ องไรอ่ะ รอยรักรอยร้ าวไหม …ไช่ๆ พระเอก นี่น่ะหล่อมาก นางเอกก็น่ารัก เกาหลีเลยอ่ะ อิอิ ...นี่เธอ รู้ไหม พระเอกน่ะ มี hi5 ของ ตัวเองด้ วยน่ะ ฉันก็แอดไปหา เผื่อเขาจะได้ ดรู ูปของฉันได้ ...พูดถึงเรื่ อง hi5,facebook มีคนมาเตือนบ่อยๆ ว่าอิสลามห้ ามโพสต์รูปตัวเองบ้ าง ยังงี ้ยังงู้นบ้ าง บอกว่าแอ๊ บแบ๊ ว ทํ า หน้ า เบี ย้ วๆแล้ ว ไม่ดี เป็ นมุส ลิ ม ะฮฺ ไม่ อ ยากบอกเลยว่า มุส ลิ มี น ก็ เ ป็ นแบบนี ้ เยอะแยะเอ็ดตะโรไป ให้ มนั รู้ไปถ้ าใบหน้ ามุสลิมีนจะไม่ก่อฟิ ตนะฮฺเหมือนใบหน้ ามุสลิ มะฮฺ ... ทําเป็ นเคร่ งไปได้ ฮิๆ ...บางคนที่พูดเรื่ องศาสนา ก็ เห็นแต่พูดเรื่ องแต่งงาน ปากน่ะบอกทํางานศาสนา แต่ใจนี่สิ คิดแต่เรื่ องแบบนี ้อย่างเดียว วันๆ ตําหนิเรื่ องมี แฟนแต่ก็หมกมุ่นแต่เรื่ องพวกนี .้ ..เรื่ องศาสนามันมีอะไรต้ องคุยอีกเยอะนี่นา ทํา งาน ศาสนาแต่ละที นิยตั บริ สุทธิ์ รึป่าว งุงิ ^^...“ทําไมเราถึงหัวเราะ)ยังสนุก(กันอยู่ได้ ดู บรรดาผู้ปฏิเสธสิ...พวกเขาคิดและวางแผนมาก่อนแล้ ว พวกเขาจึงค่อยหัวเราะ เพราะ พวกเขามีรัฐของพวกเขาแล้ ว แต่ดพู วกเราสิ ...ดูมสุ ลิม เราไม่มีแม้ แต่รัฐของตัวเอง แต่ เราก็ยงั คงหัวเราะเสมอ” จากท่านซัยยิด )มุญาฮิดีน เชสเนีย( เวลาฉันทําไรที่เขาบอก ว่าผิด ผ้ าคลุม สัน้ กางเกงยีนรั ด ใครจะทํ าไมย่ะ ...555++ งานศาสนาแต่ ละที กรุงเทพเยอะแยะ มีหมด แขนสัน้ ขาสัน้ ผ้ าคลุมสัน้ แต่งหน้ าทาปาก อ้ างไม่ได้ เลยว่า ไม่ไ ด้ เ พื่ อ ให้ ค นอื่ น มอง ชายหญิ ง ก็ ปะปนกัน เนี่ ยนะ..ก่ อนจะถึง วันงานผู้ใ หญ่ ยัง ทะเลาะกันแย่งชิงตําแหน่งประธานจัดงานกันเลย เอ่อ..ก็ลุงๆใส่กะปิ เยาะฮฺทงนั ั ้ น้ แหละ... เพื่ อนเราเรี ยนปอเนาะสามจัง หวัดมีแฟนนะเธอ เรื่ องปะปนชายหญิ ง ทํ า กิจกรรมต่างๆก็เป็ นเรื่ องนอร์ มอลๆแล้ วเดี๋ยวนี ้ เวลาเรี ยนใส่ํูเบาะฮฺงามหยด นอก เวลาเราก็แต่งแนวโมเดิร์นกัน เพื่อนฉันนี่แต่งตัวแบบว่า แม้ แต่กาฟิ รยังไม่กล้ าแต่งเลย ... แค่ฉันไม่กินหมู ฉันใส่ผ้าคลุม ก็พอแล้ วมัง้ จะสัน้ จะโปร่ ง จะสีสนั ฉูดฉาด หรูหรา เหลืองอร่าม จะแต่งหน้ าทาปาก จะคุยกับเพศตรงข้ ามเป็ นไรไป ความรู้ศาสนาฉันมัน จบมาตัง้ แต่ป อเนาะแล้ ว ชี วิ ต ที่ นี่ คื อ ชี วิ ต ที่ อิ ส ระ อ่ะ โอเค...แต่ก็ มี ก รอบนิ ด ๆ ... ปาเลสไตน์คือที่ไหน เชสเนีย เหตุการณ์สามจังหวัด อินนะมัลมุอ์มินนู ะอิควะฮฺ มุญาฮิ ดีน คิลาฟะตุลอัรดฺ ... อะไรอ่ะ ศัพท์ยากๆทังนั ้ น้ เกิดมากุรอานฉันยังอ่านตะกุกตะกัก เลย...เพียงพอแล้ วมัง้ ที่จะมีคนทําตัวเคร่ งๆ เพื่ออิสลามของเรา..ส่วนเราจะขอสนุกไป ก่อน เดี๋ยวค่อยเตาบัต เพียงพอแล้ วที่จะปกปิ ดความจริ งอันข่มขื่น แล้ วสนุกต่อไป... อิสลามจงเจริญ


สวยพอเพียง

“ พ อ เพี ยง ” ค า ส อ ง พ ย า ง ค์ ที่ ดู เหมือนว่ากาลังฟีเวอร์อยู่ตอนนี้ ซึ่งมนุษย์บาง คนกาลังวิ่งตามกระแสนี้อยู่ แต่อีกครึ่งค่อนโลก ได้ แ ต่ ข ยั บ ปาก “ใช้ ชี วิ ต พอเพี ย งนะ” “อยู่ อย่างพอเพียงนะ” “กินอย่างพอเพียงนะ” เก้ า ลอเก้ า นานั ป การ แต่ ไ ม่ เคยเลยที่ จ ะขยั บ ความนึกคิดจิตใต้สานึกและความเป็นอยู่ตามที่ ปากขยับไว้..สุบหานัลลอฮฺ กับคาว่า “พอเพียง” เป็นกระแสที่ เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่พันกว่าปีมาแล้ว แต่มันก็ เริ่ ม จะมาบู ม อี ก ครั้ ง เมื่ อ มนุ ษ ย์ เ ดิ น มาเจอ วิกฤตการณ์ของชีวิต ภาวะโลกร้อนบ้างหล่ ะ

...Ulul-AlbaaB

ข้าวของราคาแพงบ้ างหล่ ะ เป็น ต้น ซึ่ งก็เป็ น เรื่องธรรมดาสาหรับสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิด ที่ จะห า ท าง อ ยู่ ร อด ด้ ว ย วิ ธี ก า ร ที่ ดู ดี ที่ สุ ด โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ที่มักจะทา อะไรด้วยเหตุผลเชิงสร้างสรรค์ตลอด(ทั้งปี) โฟ่ ว โฟ่ ว นี่ ฉั น ก าลั ง ร่ า งบทความ วิชาการอะไรอยู่นี่ เกือบจะได้ครึ่งหน้าแล้วนะ ฉันนั่งพึมพากับตัวเอง แล้วฉันก็หยุดเขียนชั่ ว ครู่ เงยหน้ า เหลื อ บไปมองรอบๆ เห็ น กอง หนังสือที่ถูกวางเรียงอยู่บนชั้นวางหนังสือเป็น โซนๆ หันไปอีกเห็นใครบางคนที่นั่งก้มหน้าก้ม ตาอ่านหนังสืออย่างจริงจัง กับอีกบางคนที่นั่ง


21

จ้อ งหน้า จอคอมเหมื อ นว่ าก าลั งท างานอะไร บางอย่ า ง วั ลลอฮุอ ะอฺ ลั ม ส่ วนฉั นล่ ะมาท า อะไรที่ห้องสมุดแห่งนี้? ฉันเริ่มเลื่อนสายตามา มองวัตถุที่วางอยู่บนโต๊ะที่ฉันนั่ง เผื่อว่าจะได้ คาตอบว่าฉันมาที่นี่ทาไม “สวยพอเพียง Stop global warming” เป็นประโยคเด็ดที่เขียนไว้ บนกระเป๋าดินสอ(เก่าๆ ที่ดูเหมือนว่าเจ้าของ มันจะใช้อย่างคุ้มค่าซะจริงๆ) ใบหนึ่ง แล้วคา ว่ า “สวย” กั บ ค าว่ า “พอเพี ยง” มั น จะอยู่ ด้วยกันได้อย่างไร แล้วมันจะช่วยลดโลกร้อน ยั ง ไง ลาเฮาลาวะลากู ว วาตะอิ ล ลาบิ ล ลาฮฺ ฉันนั่งพึมพาอยู่คนเดียวอีกแล้ว “สวยพอเพียง” สาหรับฉันแล้ว ฉัน คิ ด ว่ า นะ มุ ส ลิ ม ะฮฺ ทุ ก คนต้ อ งมี คุ ณ สมบั ติ นี้ คุณสมบัติที่ ว่า “สวยพอเพียง” สวยแบบไม่ ฟุ่ ม เฟื อ ย นั่ น ซิ น ะมุ ส ลิ ม ะฮฺ ส วยพอเพี ย ง มา ชาอัลลอฮฺ..ช่างเป็นอะไรที่เพอเฟกต์อย่างยิ่ง ว่า ไปก็จริงนะปัจจุบันไม่รู้มุสลิ มะฮฺส่วนใหญ่เป็น อะไรกันไปหมด(ยกเว้นท่านมุสลิมะฮฺที่อัลลอฮฺ ทรงเมตตานะ อามีน) ฟุ่มเฟือยความสวยกันจัง ทั้งๆ ที่ความสวยเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เราควรอด ออมเก็บไว้เพื่อคนคนเดียว คนที่เรารักและคนที่ รักเรา คนที่เราเหมาะที่จะฟุ่มเฟือยความสวย ด้วย หรืออาจจะเป็นเพราะภาวะโลกร้อน ทา ให้ มุ ส ลิ ม ะฮฺ ส่ ว นใหญ่ ไ ม่ ส ามารถที่ จ ะอดออม ความสวยของนางได้ เป็น ตัวกระตุ้ นให้ เธอมี ความกล้าที่จะโชว์โน่น โชว์นี่ อย่างภาคภูมิใจ

ทั้ ง ๆที่ สิ่ ง เหล่ า นั้ น เป็ น การเฉื อ นเกี ย รติ ข อง ตัวเองให้ต่าลงอย่างไม่รู้ตัวหรืออาจจะรู้ตัว แต่ เพิกเฉยและละเลยไม่รู้ไม่ชี้...นาอูซูบิลลาฮิมินซา ลิก พอเถอะค่ะกับเสื้อคับๆ กางเกงรัดติ้ว ผ้าคลุมบางๆ ทั้งหมดทั้งปวงที่เป็นตัวซัพพอร์ต ความฟุ่มเฟือยในความสวยของเธอทุกคน อีก ทั้ ง ยั ง พี่ น้ อ งมุ ส ลิ ม ะฮฺ ที่ โ พสต์ รู ป ลงในไฮไฟว์ เฟสต์บุก สเปซอีก หยุดเถอะค่ะ จะฟุ่มเฟือยกัน ไปถึงไหน มันไม่คุ้มนะเก็บๆไว้ใช้เพื่ออนาคต บ้าง เพราะเราต้องใช้ความสวยของเราอีกนาน ...อินชาอัลลอฮฺ ดังนั้นสวยพอเพียงจึงเป็นเรื่อง ที่น่าตระหนักอย่างยิ่งสาหรับมุสลิ มะฮฺทุกท่าน สาหรับใครที่ยังสุรุ่ยสุร่ายกับความสวยอยู่อีกก็ เปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิม เถอะค่ะ “อยู่ อย่ า งพอเพี ย งนะ” คุ ณ ค่ า ของมุ ส ลิ ม ะฮฺ ที่ แท้ จ ริ ง นั้ น มั น ไม่ ไ ด้ อ ยู่ ที่ ก ารโชว์ ค วามสวย ให้กับสายตาคนแปลกหน้าแต่มันอยู่ที่การเก็บ ความสวยเพื่อคนที่ใช่สาหรับเรามากกว่า สรุป ง่ า ยๆ เลยก็ คื อ ..สวยอย่ า งมี จุ ด ยื น “สวย พอเพียง” เสียงอะซานดังขึ้นแล้ว ถึงเวลาที่ฉัน ต้องย้ายสถานีแล้ว สถานีต่อไป “ฮารอมัยน์ ” เอ๊ ะ แ ล้ วต ก ลง ว่ า ฉั น ม าที่ นี่ ท า ไ ม ???


สั ง เ ก ตุ ชี วิ ต. . . ตอน เหตุทร่ี กั ไม่เพียงพอสักที

>> อาอิฟ

เหมือนว่าเรา..จะรักกันแค่บางเวลา เหมือนว่าเรา..จะทาดีต่อกัน แค่ตามอารมณ์ เหมือนว่าเรา..ไม่เสียใจ ถ้าใครคนหนึ่งต้องจากไปในอีกไม่ช้า เหมือนว่าเรา..จะอยู่ด้วยกันโดยไม่จากลา เราจึงไม่เห็นคุณค่า และรักษาวัน เวลาของการได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เหมือนว่าเรา..ศรัทธากันแค่บางเวลา เหมือนว่า... แสงแห่งตักวา สว่างจ้า แค่บางวัน ....... หากไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงแล้ว เราก็เป็นได้แค่เพียงเส้นขนานที่จะเคียงคู่กัน แต่ไม่มีวันบรรจบ !!


มุญาฮีดหลังม่านควัน   ตั้งแต่ ค.ศ.1914 ผ่านมา 1ปีเต็มท่ามกลางความตึงเครียดที่รัฐอิสลามได้ ตัดสินใจผิดพลาดในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามยังคร่าชีวิตเหล่าทหาร และพลเรือนทั้งสองฝ่ายไม่จบสิ้น อังกฤษและพันธมิตรได้วางแผนเพื่อกาจัดศัตรู อักษะ (เยอรมัน, ออสเตรีย,ฮังการี, บัลแกเรีย) และรัฐอิสลามอุษมานียะฮไปพร้อมๆกัน ณ ช่ อ งแคบดาร์ ด าเนลส์ ( Dardanelles) คาบสมุ ท รแกลิ โ ปลี (Gallipoli peninsula, Turkey) เป็นสนามรบและป้อมปราการสุดท้ายของรัฐอิสลาม ที่ต้องเลือก ที่นี่เป็นที่มั่นเพราะชาวอุษมานียะฮรู้ดีว่า ถ้าช่องแคบนี้ถูกยึดเมื่อไหร่ นั่นก็หมายความว่า เป็นจุดจบของ อิสลามบูล เมืองหลวงแห่งรัฐอิสลาม (ปัจจุบันคือ อิสตันบูล) รอบๆช่อง แคบดาร์ดาเนลส์นักรบมุสลิมอุษมานีย์ได้วางกองกาลังปืนใหญ่ ทหารราบ และพร้อมด้ วย จิตใจอย่างมั่นคงในการมาเพื่อชะฮีด จนทาให้กองเรือของ ฝรั่งเศส และอังกฤษ ต่าง ต้องอึ้งกับผลงานของแนวป้องกันด้วยทหารปืนใหญ่อุษมานียะฮฺ ที่จมเรือของพวกเขาไป กว่า 70 กว่า ลา จึงทาให้แผนการโจมตีทางเรือ ของฝ่ายพัน ธมิต รนั้นต้องล้ม เหลว ในทันที พันธมิตรจึงเริ่มใช้กลยุท ธ์ที่สองคือ การยกพลขึ้นบก เป้าหมายเพื่อกาจัดพล ทหารปืนใหญ่ของทหารมุสลิมออกไปจากแนวป้องกันชายฝั่ง โดยพวกเขาได้ส่งทหาร คาวบอย ผู้ประสบความสาเร็จในการล่าอาณานิคมในดินแดนอย่างออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ที่พวกเขาคิด ว่าปฏิบัติการครั้งนี้ต้องทาได้ดีอย่างที่พวกเขาเคยท ากั บชาว พื้นเมืองอะบอริจินมาก่อน แต่ทว่า ..ทหารมุสลิมไม่ได้อ่อนแอเหมือนชาวพื้นเมืองพวกนั้น


24

ทหารคาวบอยเหล่านั้นแทบจะไม่สามารถยกพลขึ้นบกได้เพราะหลบกระสุนจากฝ่ายทหาร มุสลิมแทบไม่ทัน ทหารหลายร้อยนายถูกยิงในขณะอยู่บนเรือ แต่ถึงกระนั้นด้วยกาลัง ทหารฝ่ายพันธมิตรที่มีมากกว่าหลายเท่านัก หนุนขึ้นมาเรื่อยๆ จึงทาให้พวกเขาเริ่มยึด พื้นที่บนชายฝั่งได้ จากข้อความที่บันทึกเหตุการณ์ของทหารนิวซีแลนด์คนหนึ่ง “พวกเติร์ก (อุษมานีย์)โจมตีเราครั้งแล้วครั้งเล่า ตะโกนว่า อัลลอฮฺ ! อัลลอฮฺ! เราก็สเู้ ขาตอบโต้ กลับบ้าง เราจับทหารบาดเจ็บมาได้ 300 กว่านายและเราชอบที่จะฆ่าพวกเขาทิ้ง มากกว่า จนกระแสน้าเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลลงมาจากพื้นดิน ” (พันตรี กาย ไนติ้ง เกล) นักรบมุสลิม ชะฮีดไปมากมาย หนึ่งในนั้นคือ พันเอก เมฮเมต ตาฟีก ผู้ บัญชาการทหารของอุษมานีย์ที่หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะชะฮีดในสมรภูมิ อัน ทรงเกีย รติ ณ อัล ลอฮฺอ ยู่แ ล้ว ก่อ นถูก สัง หาร เขาได้เ ขีย นจดหมายทิ้ง ไว้แ ละ จดหมายของเขาเป็นหนึ่งในจดหมายไม่กี่ฉบับของบรรดาชะฮีดที่สามารถส่งผ่านมาถึง ครอบครั ว ของพวกเขา ในใจความจดหมายได้ ก ล่ า วไว้ ว่ า “ วั น จั น ทร์ ที่ 31 พฤษภาคม 1915 ถึงพ่อและแม่สุดที่รัก ในระหว่างทีผ่ มนัน้ สูใ้ นสมรภูมทิ เี่ ปิดฉากขึน้ อย่าง น่ากลัวที่ชายหาดอารีเบอร์นา กระสุนลูกหนึ่งบินเฉี่ยวมาทางขวาและทะลุผ่านกางเกง ผมไป อัลหัมดุลิลลาฮฺ อัลลอฮฺยังให้ผมรอดมาได้ แต่ถึงกระนั้น ผมก็ไม่ได้หวังว่าจะมี ชีวิตรอดอีกครั้งในการรบครั้ง หน้า ผมเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อให้มันเป็นหนึ่งในสิง่ ทีท่ า ให้ท่านทั่งสองได้ระลึกถึงผม อัลหัมดุลิลลาฮฺ ที่พระองค์อัลลอฮฺทรงให้ผมได้เป็นมุญาฮิด และได้อยู่ในทัพหน้าจนถึงตอนนี้ ท่านทัง้ สองโอ้พอ่ และแม่ของฉัน ท่านได้เลีย้ งดูผมให้ผม โตขึ้น ได้รับใช้อิสลาม ผมสานึกในความเมตตาของอัลลอฮฺ และท่านทัง้ สองเสมอ โอ้ พ่อและแม่สุดที่รัก ผมขอฝากภรรยาและลูกไว้กับอัลลอฮฺและท่านทั้งสองให้ช่วยดูแลเขา ให้ได้เรียนหนังสือ เรียนศาสนา เท่าที่จะช่วยได้ เพราะผมรู้ว่าเรานั้นไม่ได้ร่ารวย อะไร ผมจึงขอเท่าที่เป็น ไปได้แ ละพอประมาณ โปรดส่ง จดหมายที่แนบมาให้ถึงมือ ภรรยาของผมเอง เธอคงจะต้องตกใจมาก และเธอคงจะร้องไห้ โปรดช่วยปลอบ


25

เธอด้วย ให้เธอหายโศกเศร้าเพราะสามีคนนี้ไม่ได้ตายเปล่า (ชะฮีด) ลาก่อน และ ขอให้ท่านทั้งหลายจงดุอาอ์ให้ผมและผมจะดุอาอ์ให้ท่านเช่นกัน โอ้พ่อและแม่สุดที่รัก ผมขอมอบหมายท่านไว้กับอัลลอฮฺ ลาก่อน.....จากลูก สุดที่รัก เมฮเมต ตาฟีก ” หลังจากนั้นสองสัปดาห์เขาได้ตายชะฮีดสมดั่งใจหวัง (การจากไปของ เขาทาให้อิสตันบูลส่งผู้บัญชาการทหารคนใหม่ที่หยิ่งผยองนั้นก็คือ มุสตอฟา กามาล) นี่ คือตัวอย่างที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของนักรบมุสลิมในอดีตคนหนึ่ งในการญีฮาด และคง ไม่ใช่ เมฮเมต ตาฟีก เพียงคนเดียวที่มีความตั้งใจเช่นนี้ คงเช่นเดียวกับเหล่ามุญาฮิ ดีนคนอื่นๆ การรบในสมรภูมิที่แกลิโปลีจบลงด้วยชัยชนะของอุษมานีย์แต่ใครจะไปรู้ว่านั่น คือชัยชนะสุดท้ายที่ปิดฉากลงพร้อมๆกับรัฐอิสลามที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆในเวลาต่อ มา เป็นเวลา 87 ปีแล้วสินะ ที่เราเสียความเป็นเอกภาพไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่อิสลาม ยังหล่อเลี้ยงไว้รุ่นต่อรุ่นอย่างไม่ขาดหาย นั่นคือ นักรบมุญาฮิดีนและนักต่อสู้เพื่ออิสลาม ในด้านอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจิตใจของพวกเขาเหล่านั้นเปี่ยมล้นด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ เพราะอัรเราะหฺมานเป็นที่เพียงพอแล้วสาหรับพวกเขา

เมฮเมต ตาฟีก นายพันผู้สมถะ และเหล่าเพือ่ นนักรบมุสลิมแห่งอุษมานีย์


26

หนังสือ= หญ้า

...กระหม่อม

” ชีวิตทาให้มีค่าและชีวิตมันก็คือการมีพลวัต การมี ความเคลื่ อ นไหวในตั ว ของมั น และการที่ จ ะท าให้ ตัวอักษรมีชีวิตก็คือการอ่าน ” มวลการสรรเสริญเป็ นสิทธิแห่งอัลลอฮฺ (สุ บ ฯ) และไม่ ม ีก ารสรรเสริญ ของ มนุษย์หน้าไหนทีจ่ ะทาให้ระดับของเรา ในวันอาคิเราะฮฺสูงขึน้ ถ้าแก่นสารของ มัน ไร้ซ่ึง ความพึง พอใจของอัล ลอฮ (สุ บ ฯ) เพราะฉะนั น้ ทางที่ดีเ ป็ น การ สมควรอย่างยิง่ ทีเ่ ราจะต้องแสวงความ พึงพอใจจากอัลลอฮ(ซุบฯ) แทนที่จะ จับจ้อ งแต่ จะจองพื้นที่ค วามพอใจ ณ จิตใจของมนุ ษย์ ซึ่งก็ไม่ได้สร้างความ มัน่ ใจในความพึง พอใจของอัล ลอฮ (สุบฯ)แต่อย่างใดเลย จะมีก็แต่ในอันที่ จะลดถอนกันไป ผมเคยจิน ตนาการเล่ น ๆว่ า ถ้ า โลกนี้ไม่มสี ญ ั ลักษณ์แสดงความหมาย ของสิง่ ต่างๆ การดาเนินชีวติ ของเรา จะเป็ นยังไง? โลกนี้คงจะเต็มไปด้วย เสี ย งพู ด คุ ย ซึ่ ง มัน ก็ น่ าจะวุ่ น วาย พอสมควร และก็อาจจะทาให้รปู พรรณ

ฐานของมนุ ษ ย์ ไ ม่ เ ป็ นอย่ า งที่ เ ห็ น ตอนนี้ บางทีมนุ ษย์อาจจะมีกล้ามเนื้อ ที่ ป ากเป็ น มัด ๆ เหมื อ นกล้ า มเนื้ อ บริเ วณขาที่เ กิดจากเราใช้ง านมากก็ เป็ น ได้ แต่ ใ นเมื่อ การถ่ า ยทอดใน รูปแบบของสัญลักษณ์ไม่มวี ิธ ีน้ีก็เ ลย น่ าจะเป็ นทางเลือ กถ้าเกิดเหตุ การณ์ นัน้ ขึน้ มาจริงๆ พลันคิดได้อย่างนัน้ ผม ก็นึกอยากจะขอบคุณคนทีค่ ดิ ตัวอักษร ขึน้ บนโลกจริงๆ และก็คงต้องขอบคุณ คนเป็นร้อยเป็นพันคน เป็ นเวลาหลายพันปี แล้วครับ ที่ มนุ ษ ย์โ ลกสื่อ สารกัน ด้ว ยสัญ ลัก ษณ์ แทนคาพูดและมันก็เริม่ ต้นแทบจะทุก พืน้ ทีท่ วโลก ั่ (เสมือนเป็ นสัญชาติญาณ ที่ถูกสร้างเก็บไว้ท่ไี หนสักแห่งของคน รอแค่การใช้)ไม่ได้เกิดจากคนคิดเพียง คนเดียวแล้วส่งขาย เลยทาให้บนโลก นี้ ม ีค วามหลากหลายของภาษาอยู่


27

พอสมควร มัน อาจจะเริ่ม ต้ น จาก รู ป ภ า พ ที่ มี ค ว า ม ล ะ ม้ า ย ค ล้ า ย ความหมายของมัน แล้วก็อาจจะด้วย ความขี้เ กีย จ(ไม่ แ น่ ใ จเหมือ นกัน ว่ า ความขี้เ กีย จของมนุ ษ ย์ม ีจุ ด ก าเนิ ด จากตรงนี้หรือเปล่า แต่ ท่แี น่ ๆมันเป็ น สัญชาติญาณที่ส่งทอดมาแบบไม่เคย ขาดสาย) ของคนยุคก่อนจากรูปภาพ เลยแปรเปลี่ยนเป็ นอักษรในทีส่ ุด และ มั น ก็ ไ ม่ เ ค ย คิ ด ที่ จ ะ ห ยุ ด ส ร้ า ง ความก้าวหน้าให้กบั โลก อยากให้ทุก คนลองคิ ด ดู ค รับ ว่ า ถ้ า โลกนี้ ไ ม่ ม ี ตัวอักษรมันจะเป็นยังไง โลกคงเดินช้า กว่านี้เป็นร้อยปีพนั ปี สมมุตคิ นรุ่นหนึ่ง คิด ทฤษฎีห นึ่ งขึ้นมา ซึ่ง ณ ตอนนัน้ อาจไม่ได้ก่อให้เ กิดประโยชน์ ใดๆกับ คนเลย สมมติ น ะว่ า ไม่ ม ี ต ั ว อั ก ษร ความรูข้ องเขาจะเก็บให้คนรุ่นต่อไปได้ ยังไง บางคนก็บอกว่าก็ถ่ายทอดผ่าน ทางลมปากนี้ แ หละ แต่ อ ย่ า งที่รู้นั ้น แหละครับ น่ า จะเป็ น ธรรมชาติข อง มนุ ษย์เราแหละครับ “ปากว่าไม่เท่าตา เห็น” เห็นอีกอย่าง รับรูอ้ กี แบบ และก็ พูดอีกทาง แน่ นอนว่าความผิดเพี้ยน มัน ก็ ย่ อ มเกิ ด ขึ้น มา และสุ ด ท้ า ยก็

อาจจะกลายเป็ นเพียงเรื่องเล่าในที่สุด แต่ก็ด้วยตัวอักษรนี้แหละครับความรู้ ความเข้าใจต่างๆถูกเก็บและสะสมกัน มา และก่ อ ให้เ กิดวิท ยาการมากมาย เ ห ลื อ เ กิ น บ า ง เ รื่ อ ง ก็ อ า จ จ ะ ใ ช้ ประโยชน์อะไรไม่ได้ในตอนแรกแต่พอ ผ่ านการกลัน่ การกรอง มาหลายชัว่ อายุ ค นมัน ก็ แ ปลงเป็ น วิท ยาการได้ อย่ า งน่ า อัศ จรรย์ ที่พู ด มาข้า งต้ น ก็ เพื่อ ที่จ ะให้เ ราเห็น ความส าคัญ ของ ตัวอักษรครับ แต่กระนัน้ ตัวอักษรมันก็ ไม่ได้มคี ุณค่าอะไรถ้าหากมันไม่มชี วี ติ ใช่ แ ล้ ว ครับ ”ชีว ิต ท าให้ ม ีค่ า ” และชีว ิต มัน ก็ ค ือ การมีพ ลวัต การมี ความเคลื่อ นไหวในตัว ของมัน และ การทีจ่ ะทาให้ตวั อักษรมีชวี ติ ก็คอื ”การ อ่าน”ครับ และมันก็ไม่เพียงสร้างพลวัต กับตัวอักษรเท่านัน้ มันยังสร้างพลวัต ให้เกิดกับคนทีอ่ ่านมันด้วย มาถึงตรงนี้ค าถามคือ ว่าอะไร คือความหมายของการอ่าน มันคงจะมี การให้ ค วามหมายที่แ ตกต่ า งกัน ไป แล้ ว แต่ บ ริ บ ท แต่ ใ นที่ น้ี ผมขอให้ ความหมายมันในเชิงสรีระวิทยาของ


28

สมองแล้ว กันครับ ซึ่งเท่าที่เรียนมาก็ น่ าจะหมายถึงการรับข้อมูลในรูปแบบ ของรูปภาพในตาแหน่ งสมองบริเวณที่ หนึ่ง แล้วส่งต่อไปยังอีกตาแหน่ งของ ส ม อ ง บ ริ เ ว ณ ที่ ส อ ง เ พื่ อ เ ป ลี่ ย น สัญ ญาณรูป ภาพเป็ น สัญ ญาณเสีย ง แล้ว ส่ งต่ อ ไปยังสมองส่ ว นเก็บ ข้อ มูล ครับ แล้วมันต่างกับการรับข้อมูลเสียง ยั ง ไง? มั น ต่ า งกั น ตรงที่ ข้ อ มู ล ใน รูปแบบของเสียงนัน้ จะไม่ผ่านส่วนแรก ครับ คื อ จะเข้ า สู่ ส มองส่ ว นที่แ ปลง รูปภาพเป็ นเสียงแล้วก็ผ่านไปยังส่วน เก็บข้อ มูล ซึ่งเอามาคิดอีก ทีก ารรับ ข้อ มูล ในรูป แบบเสียงมัน เป็ นทางลัด ของการรับข้อ มูล เร็ว สะดวก สบาย แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง มันทาให้เราได้ ใช้สมองน้อยกว่าการอ่านครับ ส่วนเรา จะ เลื อ กใ ห้ ค ว าม ส าคั ญ กั บ อ ะ ไ ร มากกว่ า กั น ก็ แ ล้ ว แต่ ศ รัท ธาครับ แล้ว แต่ ศ รัทธาจริงๆ เมื่อ หลายวัน ที่ ผ่านมาทางชมรมมุสลิม (ม.อ.)ก็ได้จดั ง า น ชื่ อ ว่ า อิ ก เ ร า ะ อ์ เ ด ย์ ซึ่ ง ก็ ม ี วัต ถุ ป ระสงค์ท่ีจ ะกระตุ้น การอ่ า นให้ กลายเป็ นนิสยั และเราก็หวังลึกๆครับ ว่ า มั น จะกลายเป็ นวั ฒ นธรรมใน

ท้า ยที่สุ ด และก็ไ ด้เ ชิญ อาจารย์ท่ า น หนึ่ ง ซึ่ง ก็ไ ม่ ใ ช่ มุ ส ลิม แต่ อ ัล หัม ดุ ล ิล 29 ลาฮฺ ครับ ท่านก็อาสาทีม่ าร่วม เสวนาในครานั ้น ถึง แม้ว่ า ท่ า นจะมี ภารกิ จ ที่จ ะต้ อ งออกพื้น ที่ใ นวัน นั ้น อาจารย์ ท่ า นนั ้น ชื่ อ ว่ า อ.ทพ.ดร. ป ร ะ ก า ศ เ ป็ น อ า จ า ร ย์ ค ณ ะ วิทยาศาสตร์ ภาควิชาชีว วิทยา ม.อ. ซึ่ง ในการเสวนาครัง้ นัน้ อาจารย์ก็ไ ด้ กล่ า วถึง หนั ง สือ ที่ม ีอิ ท ธิพ ลกับ การ ดาเนินชีวติ ของอาจารย์ โดยอาจารย์ ได้ยกมาสามเล่มครับ ซึ่งก็มเี ล่มหนึ่ง ที่เ ขียนโดยนักเขียนชาวไทย ซึ่งต้อ ง ขออภัยทีผ่ มจาชื่อหนังสือเล่มนัน้ ไม่ได้ แต่ ย ัง จ าชื่ อ คนเขีย นได้ ค ื อ อิ ศ รา อมัน ตกุ ล ซึ่ง ท่ า นถื อ ว่ า เป็ น บุ ค คล สาคัญในวงการหนังสือพิมพ์ไทยเลย ทีเดียว(ฝากไปศึกษาหาข้อมูลกันต่อ ) และทีส่ าคัญท่านเป็ นมุสลิมครับ ท่านมี ชื่ อ อิ ส ลามว่ า อิ บ รอฮี ม หลายคน อาจจะเคยได้ยนิ ชื่อ แต่ก็อีกหลายคน เหมือนกันที่อาจจะเพียงแค่คุ้นชื่อ ซึ่ง ผมก็อ ยู่ ใ นประเภทหลัง นี้ แ หละครับ อาจารย์ได้บ อกไว้ว่า หนังสือ เล่ มนัน้ ทาให้อาจารย์ “ได้รบั รูค้ วามลาบาก


29

ของคนที่ทุ ก ข์ ย าก” และเป็ น ที่น่ า สังเกตว่าในหลายๆคาบเรียนทีไ่ ด้เรียน กั บ อ า จ า ร ย์ อ า จ า ร ย์ ก็ พ ย า ย า ม ถ่ า ยทอดสิ่ ง เหล่ า นี้ ใ ห้ ก ั บ ลู ก ศิ ษ ย์ เสมอๆ มีครัง้ หนึ่ง เพื่อนเล่าให้ฟงั ว่า อาจารย์ได้ก ล่าวถึงเหตุ การณ์หนึ่งว่า (ความรูส้ กึ คลับคล้ายคลับคลากับสอบ ท่องหะดีษตอนมัธยมยังไงไม่รู้) “เป็ น ที่ น่ าแ ปล กใ จที่ ค นเ ป็ น ล้ า นค น ที่ แอฟริก าจะต้ อ งเสีย ชีว ิต เพราะไม่ ม ี อาหารกิน แต่ชาวออสเตรเลียต้องฆ่า แกะเป็ น หมื่น ตัว ด้ ว ยเพราะแกะล้ น ประเทศ” ผมเองก็ไ ม่แ น่ ใ จว่ า ค าพู ด จากอาจารย์ท่รี บั มาจากเพื่อนอีกทีนัน้ อาจารย์ ต ัง้ ใจจะให้ เ กิ ด ผลอะไรกับ นักศึกษา แต่ก็ค งเกี่ยวกันไม่น้อ ยกับ หนั ง สือ ของท่ า นอิศ รา อมัน ตกุ ล ที่ อาจารย์เ คยบอกว่า ท าให้อ าจารย์ไ ด้ เข้าใจความลาบากของคนที่ทุกข์ยาก และเรื่อ งเหล่านี้ก็ค งจะตกทอดต่ อ ไป เรื่อ ยๆ อีก เรื่อ งหนึ่ ง ก็เ ป็ น เรื่อ งเล่ า จากงานเดี ย วกั น ครับ แต่ เ ป็ น ของ วิท ยากรอีก ท่า นหนึ่ง นัน้ คือ อาจารย์ สถาพร ศรีสจั จัง มีคนถามท่านว่าเรา จะอ่านหนังสือยังไง ท่านก็ตอบอย่าง

น่ าคิดครับว่า “เราต้องอ่านหนังสือให้ เหมือนกับ วัวทีก่ นิ หญ้า นัน่ คือ วัวกิน หญ้าแต่ให้นม”ที่ผมยกตัวอย่างก็เพื่อ จะให้รู้ว่าตัวอักษรมันมีชวี ติ ครับ แต่ก็ ต้องด้วยการอ่านของเรานี้แหละ และ มัน ก็เ ปลี่ย นวิถีข องชีว ิต ของคนที่ใ ห้ ชีว ิต มัน ด้ว ย ฟ งั ยัง งี้ผ มก็ ค งต้ อ งไป นิยามการอ่านใหม่อกี ครัง้ มันไม่ใช่แค่ การรับข้อมูลเป็ นภาพ แปลงเป็ นเสียง แล้วไปเก็บ(บางคนก็อาจจะต่อด้วยเอา ไปอวดเพื่อน) เพราะมันจะเป็ นเพียง แค่อ่าน แต่อ่านทีบ่ รรดาเราๆทัง้ หลาย ต้ อ ง แ ส ว ง ห า คื อ ต้ อ ง มี ต่ อ คื อ หลังจากนาไปเก็บแล้ว มันก็เ ดินทาง ท่องเทีย่ วต่อในสมองเพื่อหากาไรแห่ง ชีวติ ซึ่งเราเรียกกิจกรรมนี้ของข้อมูล ว่ า ”การคิด ”ครับ แล้ ว ก็ ส่ ง ต่ อ ไปยัง ระบบประสาทส่ ว นสังการ ่ แปลงเป็ น สิง่ ทีเ่ รียกว่า “การกระทา” นี้แหละครับ การอ่ า นที่เ มื่อ แปลเป็ น อาหรับ แล้ ว น่าจะตรงกับคาว่า“อิกเราะอ์”มากทีส่ ุด.


คิดถึงรอมฏอนอ่ะ

ฮุดฮุดคาบข่าว “หากท่านอิบ าดะฮฺ เพื่ อเราะมะฏอน แน่แ ท้เ ราะ มะฏอนได้จากท่านไปแล้ว แต่หากท่านอิ บาดะฮฺ เพื่ออัลลอฮฺ อัลลอฮฺนั้นยังทรงอยู่และไม่มีวันจาก ไปไหน ”

ฮุดฮุดจามาอีกทีหน่ะ

อัสสลามมุอะลัยกุมวะเราะหฺมะตุลลอฮฺ วะบาเราะกาตุฮฺ… ฉบับนี ้ฮุดฮุดไม่ได้ บิน มาจากไหนหรอก ยังจุกกับตูปะที่บ้านอ่า และก่อนอื่นคงต้ องขอมาอัฟท่านผู้อ่าน ทุกท่านทังซอฮิ ้ รและบาฏิน ทังที ้ ่เห็นแจ้ งและที่ลบั อีดมูบารอกน้ า ☻จากบรรยายธรรมครัง้ นัน)อ.ชากี ้ รีน(ถึงบรรยายธรรมครัง้ นี )้ ดร. อิสมาแอ ลุตฟี ( ก็มีกิจกรรมเพื่ออัลลอฮต่างๆมากมาย เหลือคณานับ จะมีอะไรบ้ างนันก็ ้ เชิญท่าน ผู้อ่านอ่านได้ เลยจ๊ ะ.......☻จากงานบรรยายธรรมครัง้ ที่ผ่านมา ทางอัรกอมมีเดีย ก็ได้ ทําคลิปโฆษณากระตุกอีหม่านให้ ได้ ชมกันในงาน แถมเอาไปปล่อยในยูทูป ด้ วย ถือว่าเป็ นการแจ้ งเกิดอย่างเต็มภาคภูมิของ ริ ฟดีย์ อามีรบ้ านจัดหาทุน และ เป็ นการแจ้ งดับ มูนีร อามีรบ้ านวิชาการ เฮ้ อ!พระเอกของเรา ช่างกล้ าเสียจริ ง...... ☻เมื่ อพูดถึง ริ ฟดีย์แล้ วจะคิดถึง บุลเลี ยน พลอยทํ าให้ คิดถึง อันนูร จุลสารของ ชมรมมุสลิ ม ที่ปีนีไ้ ด้ พลิ กโฉมใหม่ งามทัง้ ปก เพราะพริ ง้ ในเนื อ้ หา ประมาณว่า ปลื ้มๆๆๆ แต่...ได้ ยินมาว่า บ.ก.อันนูรจะเข็นชาร์ ก)กีรีน( ฉลามจอมกัดให้ มาฟั ดกะ ฮุดฮุด หึหึหึ ปลาน้ อยเอ๋ยริ จะมาสู้กะนกอย่างพี่รึไง........... ☻เผลอแผลบเดียว เราะมะฏอนก็ ม าเยื อ น เพื่ อ นสนิ ท ที่ เ ราไม่ย อมรั บ ก็ โ ดนลามโซ่ บรรยากาศก็ ดู เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ช่วงเราะมะฎอนเราก็จะเห็นความเป็ นไปต่างๆ บางคน


31

เตรี ยมตัวเพื่อกิยามและศิยาม บางคนก็คิดว่าจะละศีลอดกับอะไร บางคนก็คิดว่า จะละศีลอดที่ไหน )แอดซิ)add si( หรื อ )เชค(อิซาด( บางคนก็มาปั ดกุรอ่านที่ทิ ้งไว้ บนหิ ้ง และอีกมากมาย ช่วงนีพ้ ี่ชยั )ฏอน(ไม่อยู่ น้ องนัฟ )สู(ก็ต้องเหงา แต่ก็ยังมี มุสลิมเราที่ไปช่วยคลายเหงาด้ วยการตามใจน้ องนัฟ ก็เนี่ยอะนะคนเรา แต่ก็เอา เหอะ แต่ก็ยงั มีคนอีกจํานวนหนึง่ ที่ไม่ยอมปล่อยเวลาในเราะมะฎอนไปอย่างเปล่า ประโยชน์ ก็ ต้ องขออัล หัม ดุลิ ล ลาฮฺ . ........ ☻เมื่ อพูดถึง ศีลอด ก็ ต้องนึกถึ ง งานอิฟฏอร )งานละศีลอด( ซึ่งปี นี ้ในมหาวิทยาลัยในแถบนี ้ก็ตา่ งเป็ นเจ้ าภาพให้ พี่ น้ องวิทยาลัยอื่นๆได้ ร่วมละศีลอด เช่น ชมรมมุสลิมม.อ.หาดใหญ่ของเรา ก็เป็ น เจ้ าภาพงานละศีลอดถึงสามครัง้ แต่มีครัง้ หนึ่งที่พิเศษคือ มีการเสวนานักทํางาน อิสลาม ที่ถ้าได้ บอกชื่อละก็ต้องร้ องอ๋อกันเลย เราก็อยากให้ ท่านร้ องอ๋อ งัน้ เราก็ บอกชื่อเลยนะ มี อ.ซอและห์ ตาเล๊ ะ คณบดีวิทยาศาสตร์ มอย. อ.อัลอัค หมออิร ฟาน และ เภสัชกรยูซุฟ ที่มาเล่าความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้ น้องๆนัก ทํางานได้ ร้ ูกนั .... ☻ที่ มอย.ก็จดั ใหญ่ไม่แพ้ กนั เลย อิฟฏอรที่นนฮุ ั ้ ดฮุดไม่ได้ ไปแต่ ได้ ฟังเขาเล่ามาแว่ เอ๊ ย มาว่าอบอุ่น รอซีบอกว่าทําเอา ยิ ้มกริ่ มไปสามวันกันเลย )อบอุ่นจนยิ ้มไม่หบุ ( ........ ☻ที่ญะมาอะฮฺบ้านใกล้ เรื อนเคียง ก็มีกลุ่มนักศึกษา จันทร์ เสี ้ยวได้ จดั ละศีลอดพร้ อมเยี่ยมผู้ป่วยที่อาคารเย็นศิ ระ เห็นอามีร- อามีเราะฮฺ เต็มที่กะงานนีแ้ ล้ วซาบซึง้ จัง อะฮึอะฮึ...... ☻และที่ ลืมไม่ได้ เลยกับการเป็ น เจ้ าภาพการละศีลอดที่หมุนเวียนระหว่างบ้ านอัรกอม ดารุ ลมุซาฟิ ร และบ้ านอัล กะฮฺฟี )พูดยังกะเป็ นโอลิมปิ ก( ได้ เชิญน้ องหอในมาสัมพันธ์กะพี่หอนอก เรี ยกได้ ว่า อบอุน่ ไม่แพ้ กนั เลย....... ☻และก็มีมหาวิทยาลัยต่างๆที่ได้ เป็ นเจ้ าภาพหมุนเวียน


32

ไปเช่น ม.หาดใหญ่ ราชภัฏสงขลา ม.ทักษิ ณ ฯลฯ ที่จริ งทุกมหาลัยน่าจะประชุม กันก่อนว่าใครจะเป็ นเจ้ าภาพ จะได้ ไม่ชนและทางที่ดีจดั ทุกวัน ฮ่าฮ่า อิ่มแปล้ ... ☻ช่วงเราะมะฎอน อะไรๆก็พิเศษ ขนาดคุตบะฮ์วันศุกร์ ก็ยังพิเศษ โดยเฉพาะ ของอัฮมาดี และของอามีน ถือว่าเป็ นสุดยอดของคุตบะฮฺเลยก็ว่าได้ วาทะเด็ด ของทังสองท่ ้ านได้ พรั่งพรูมาอย่างมากมาย มุสลีมะฮฺที่ต้องการรู้ว่า

คุตบะฮฺใน

ตํานานของ ม.อ. สามารถฟั งได้ ในเวบบอร์ ดชมรมนะจ๊ ะ ป.ล.แก๊ งค์ผ้ รู ้ ายมีข้อความ ฝากมาให้ อมีนด้ วยนะ “ เนื ้อหาดี แต่ท่าทางต้ องปรับปรุง อิอิ ”....☻พูดถึงศิยาม อย่างเดียวได้ อย่างไร ก็ต้องพูดถึงกิยามด้ วยซิ ทางชมรมมุสลิมก็มีการจัดละหมาด ตะรอวีหฺทุกๆคืน ซึ่งก็อลั หัมดุลิลลาฮฺ ที่ปีนี ้คนมาละหมาดกันล้ นหลาม และก็มี บรรดารุ่ น พี่ ใ จดี ที่ เ ลี ย้ งอาหารหลัง ละหมาตะรอวี หฺ ด้ ว ย แต่ก็ ใ ช่ว่ า จะไม่มี บ ท ทดสอบเลย ตะรอวีหฺปีนี ้ต้ องย้ ายที่บอ่ ยมาก เนื่องจากเราเป็ นสังคมพหุวฒ ั นธรรม เราต้ องเปิ ดโอกาสให้ คนเล่นบาส วอลเลย์ หรื อดนตรี ก่อนเสมอ ส่วนละหมาดทีหลัง ก็ได้ !! ...ทาเอาหลายคนอยากได้ มัสญิดในมหาวิทยาลัยกันมากขึน้ สามสิบ สามปี ชมรมมุสลิมน่ าจะมีส่ ิงที่เป็ นสัญลักษณ์ แห่ งอิสลามผุดขึน้ มาบ้ างก็คง จะดี น ะ จะได้ ล ะหมาดในความสงบเสี ย ที . .......

☻ฮุ ด ฮุด ได้ ไ ปยื ม

พระไตรปิ ฎกจากห้ องสมุดมาอ่าน แล้ ววางบนที่รองรี ด แล้ วฮุดฮุดเกือบจะใช้ เท้ า เขี่ยพระไตรปิ ฎกไป)มองไม่เห็น( แต่ก็ต้องชะงัก เพราะ ว่าถ้ าคนต่างศาสนิกใช้ เท้ า เขี่ยอัลกุรอ่านเราคงไม่ชอบ ดังนันจึ ้ งใช้ มือเก็บไตรปิ ฎกไว้ ฉันใดก็ฉันนันจ๊ ้ ะพี่น้อง ต่างศาสนิกคงไม่พอใจ ถ้ ามีคนมาเล่นดนตรี ดงั ๆขณะที่เวียนเทียน หรื อเล่นบาสใน โบสต์ มุสลิมก็เช่นกันที่ต้องการความสงบในการประกอบศาสนกิจ หวังว่าท่านจะ


33

เข้ าใจเรา)จริ งๆเสียที(...... ☻เราะมะฎอนผ่านไปเกินครึ่งเดือนไปแล้ วอยู่ในช่วง สิบวันสุดท้ าย แต่ละคนเร่ งทําความดีกันมากขึ ้น เพราะแขกกําลังจะไปแล้ ว )ทําดี กับแขกตอนท้ ายๆเหมือนจะไล่แขกยังไงก็ไม่ร้ ู ( เหล่ามุสลิมีน)แอบมีมสุ ลิมะฮฺด้วย( ต่างสรรหาสถานที่ๆสงบ)มัสญิดนะจ๊ ะ ป่ าช้ านัน้ ไม่อนุญาต( มีหลายที่เหลือเกิน แต่ที่ฮิตๆของมุสลิม ม.อ.ก็มีสามที่ คือมัสยิดเกาะหมี มัสยิดมัดยาเมาะ และมัสยิด โรงเรี ยนหาดใหญ่วิทยาคาร )ฮุดฮุดและ บรรดาแสนยานุศิษย์ อิอฺติกาฟที่มัดยา เมาะนัน้ แหละ บ.ก.สมิอฺนาไปที่หาดใหญ่วิทยาคาร ส่วนอํ ามาตย์สมิอฺนาก็ไปที่ มัสยิดเกาะหมี( กลับมาอีกทีก็ศบุ ฮิอะจ๊ ะ ..... ☻เหวยๆๆๆ เกือบลืมไป ในเดือน เราะมะฎอนก็มีการบรรยายด้ วยนะ ในหัวข้ อ การกลับมาของคิลาฟะฮฺ โดยชะบ๊ าบ สองท่าน คือนาฟิ ซ นศ.จากบาฮ์เ รน และอับดุล เอาวาล จากตุรกี โขโบกๆๆ)ขอ บอก( ว่าสี่ชวั่ โมงที่ฟังนันเป็ ้ นอะไรที่ว่าสุโค่ยมาก เป็ นอะไรที่บบั ว่า เฮ้ ย เรื่ องของ เราเรายังไม่ร้ ูอีกเพียบเลยเหรอ อัลหัมดุลิลลาฮฺมากๆ สําหรับใครที่ยงั ไม่ได้ ฟังก็ไป ฟั งได้ นะจ๊ ะ ในเวบบอร์ ด เวบไซต์ชมรมมุสลิม และพูดได้ เลยว่า “เสียดาย คนหลับ ไม่ได้ ฟัง”..... ☻และแล้ วการงานต่างๆก็ได้ ผ่านมาจนถึงวันนี ้ วันที่มีการบรรยาย ธรรมอีกครั ง้ หนึ่ง ฮุดฮุดก็ได้ ทําตามอะมานะฮฺที่ท่านบ.ก.ได้ รับมอบหมายแล้ วนะ พอพูดถึงอะมานะฮฺ แล้ วนึกถึงคําพูดนึงที่ได้ บอกไว้ ว่า “ อะมานะฮฺ ไม่ ใช่ ภาระ แต่ มันคือความรั บผิดชอบ อะมานะฮฺ ไม่ ใช่ สิ่งที่เราจะทาให้ มันเสร็ จแล้ วก็ จบ แต่ เราต้ องทาให้ ดีทีส่ ุด อะมานะฮฺ ไม่ ใช่ แค่ สัญญาระหว่ างมนุษย์ แต่ มัน เป็ น สัญญาระหว่ างอัลลอฮฺ ” .....สําหรับวันนี ้ ฮุดฮุดก็ขออําลาท่านผู้อา่ นและ ขอมาอัฟหากฮุดฮุดได้ ทําสิ่งผิดลงไป อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุลลอฮฺ วะบา เราะกาตุฮฺ…


ฮิญาบ

1x10-6 เขียน

อาภรณ์แห่งชีวติ เอกองค์อานวยพร

ซึ่งสถิตนิรันดร ปกป้องไว้ซงึ่ ภัยมาร

ครั้นเมื่อปัญหารุม เภทภัยฤาแผ้วพาน

ฮิญาบคลุมดวงวิญญาณ ตามคลองธรรม และครรลอง

พรรณแพรที่ทรงค่า หาใช่ว่าการจาจอง กาลี ไม่กรายมอง ให้สตรีตอ้ งแปดปอน อิสลามที่มีเกียรติ ผู้สร้างนารากร

พึงละเมียดในวิวรณ์ แลรังสรรค์พิภพภูมิ


เยาวชนมุสลิม…ผู้ไม่ตาย …


คุณอยู่ที่ไหนเมื่ออีหม่ามตักบีร

อ.อาลัม มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา เมื่ออิมามนาละหมาดฟัรฎูที่มัสยิดกล่าวตักบีร “อัลลอฮุอักบัร” คุณอยู่ที่ใหน ? ทาไมคุณถึงอยู่ที่นั่น ? ใครกันนะสั่งคุณให้อยู่ที่นั่น ? และคุณทาตามคาสั่งของใคร ? อัลลอฮฺ มลาอิกะฮฺ หรือเราะสูลของพระองค์ หามิได้ และนั่นมิใช่จากพระองค์และบ่าวทั้งสองของพระองค์ เมื่ออีหม่ามนาละหมาดฟัรฎูที่มัสยิดกล่าวตักบีร“อัลลอฮุอักบัร” ผู้ไม่ศรัทธาอยู่ที่ไหน ? ทาไมมีคุณคนหนึ่งที่อยู่กับเขา ? หรือทาไมมีเขาคนหนึ่งอยู่กับคุณ ? ทาไมไม่มีคุณ… อยู่ด้านหลังอีหม่ามนาละหมาดในแถวของบรรดาผู้ก้มและกราบ คุณเป็นใครกันแน่???


สมิอฺนา เล่ม07  

สมิอฺนา "ตะเกียงไฟแห่งศรัทธา ในความมืดมิดของยุคสมัย" http://www.facebook.com/SmianaMag

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you