Page 1


Ecotourism Version

Tekking Trips Chaing Rai

เช้ าวันเสาร์ ที่ 11 สิงหาคมเราออกเดิน ทางจากอาข่าริ เวอร์ เฮาส์ตามเส้ นทางเดินเรื อ เชียงราย-ท่าตอนจากสะพานขัวพญาเม็งราย ลัด เลาะไปตามล� ำ น� ำ้ กกจุด หมายปลายทาง ของเราคือบ่อน� ้ำพุร้อนผาเสริ ฐ ต�ำบลดอยฮาง อ�ำเภอเมือง เชียงราย เรื อหางยาวสามล�ำพาเรา ล่องไปตามนาวาของล�ำน� ้ำกก ผู้ร่วมเดินทางของ เรานันคื ้ อ กรุ๊ปทัวร์ นกั ศึกษาจากประเทศอังกฤษ 20 กว่าชีวิต และไกด์น�ำทางของเราอีก 3 คน ล�ำน� ้ำกกนันมี ้ สีเข้ มจัดและออกจะมีระดับน� ้ำสูง พอควร เพราะช่วงนี ้คือฤดูฝน ระหว่างทางที่เรา ก�ำลังนัง่ เรื อกันไปนัน้ มีเรื ออีก 2-3 ล�ำก�ำลังวิ่ง สวนทางไป บ่งบอกให้ ร้ ูถงึ การท่องเที่ยวที่ได้ รับ ความนิยมอีกรู ปแบบหนึ่งของการล่องเรื อตาม ล�ำน� ้ำกก

“ป่าไม้ ต้นน�้ำ ล�ำธาร สัตว์ป่า ขุนเขา พงไพร ร่วมอนุรักษไว้ ให้ยั่งยืน”

เราออกเดินทางมาประมาณ 40 นาทีก็มาถึงอีก จุดหนึง่ ก็คือหมูบ่ ้ านกระเหรี่ ยงร่วมมิตร ที่นี่มีทา่ เทียบเรื อให้ ส�ำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการล่อง เรือชมธรรมชาติของสองฝั่ งล�ำน� ้ำกก หรือสะดวก มาทางถนนตามเส้ นทาง เชียงราย-ดอยฮาง จะ เป็ นรถยนต์สว่ นตัว หรือมอเตอร์ ไซค์ซกั คันก็มใี ห้ เลือกหลายรูปแบบการเดินทาง ที่นี่มีบริ การนัง่ ช้ างชมหมูบ่ ้ าน หรื อเส้ นทางเดินป่ าด้ วยส�ำหรับ นักท่องเที่ยวที่สนใจในการนัง่ ช้ างชมธรรมชาติ สงวนราคาก็ตงแต่ ั ้ หลักร้ อยไม่ถึงพันบาทต่อ 1 ตัวนัง่ ได้ 2 คน ถือเป็ นรายได้ เสริ มของคนที่นี่ เราเดินทางกันต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีก็มาถึงท่าเทียบเรือของร้ านอาหารแห่งหนึง่ ตรงข้ ามบ่อน� ้ำพุร้อนผาเสริฐ จุดหมายปลายทาง ของอาหารมื ้อกลางวันและเพือ่ เตรียมตัวเดินเท้ า เข้ าป่ าไปที่พกั คือหมูบ่ ้ านอาข่าฮิลล์เฮาส์นนั่ เอง ที่ บ่อ น� ำ้ พุร้ อนผาเสริ ฐ เป็ นบ่อ น� ำ้ พุที่ เ กิ ด จาก ธรรมชาติมีความร้ อนถึง 100 องศาเซลเซียส มี บริ การอาบน� ้ำพุอนุ่ ๆที่ได้ จากการต่อท่อมาที่บอ่ และถูกลดอุณหภูมิแล้ ว เผื่อผ่อนคลายร่างกาย จาก ความเหนื่อยล้ าของนักท่องเที่ยว และยังมี ไข่ไก่ และไข่นกกระทาเอาไว้ ส�ำหรับต้ มเพื่อรับ

.”ต้นไม้ทุกต้นมีชีวิต สัวส์ป่าทุกชนิดก็มีชีวิต รู้ค่า รู้คุณ รู้รักษา”

ชะลอมละ 3 ฟอง ไข่นกกระทาก็ 10 ฟอง ให้ ได้ ต้มในน� ้ำพุร้อนซึง่ ท�ำเป็ นบ่อเล็กๆ ให้ ได้ อีก อรรถรสหนึง่ ของการต้ มไข่นนั่ เอง ความสุกของ ไข่นนขึ ั ้ ้นอยู่กบั ระยะเวลาที่เราหย่อนลงไปนัน้ เอง เหมาะส�ำหรับผู้ที่ต้องการทานไข่ลวกเพื่อ บ�ำรุ งก� ำลัง หลังจากที่ให้ กรุ๊ ปทัวร์ ได้ แช่น�ำ้ พุ ร้ อนผ่อนคลายกันแล้ วก็ถึงเวลามื ้อเที่ยงที่เรา รอคอยกันซะที ร้ านอาหารเล็กๆที่นี่มองไปแล้ ว ก็ไม่ตา่ งจากร้ านอาหารทัว่ ไป แต่รสชาติอาหาร ถือว่าใช้ ได้ เลยทีเดียว แม่ครัวก็คนในพื ้นที่ ซึง่ เป็ นเผ่าอาข่านันเอง ้ อาหารมื อ้ นี ก้ ็ ธ รรมดาทั่ ว ไป ไก่ กระเทียม ผัดผักรวมมิตร ต้ มไก่ แต่ที่อร่ อย ติดใจก็คือน� ้ำพริ กถัว่ ลิสงกับหน่อไม้ แช่โป่ ง น� ้ำ

พริ กหวานมันเผ็ดนิดๆ และหน่อไม้ ที่สกุ กรอบ จากการแช่ น� ำ้ ร้ อนจากบ่ อ น� ำ้ พุนั่น เองจะมี รสชาติหวานและกรอบกว่าการต้ มทั่วไป มี โอกาสอยากให้ ลองกันเลยทีเดียวเชียว เราพัก ให้ หายท้ องตึงกันประมาณ 20 นาทีก็ได้ เวลา ออกเดินทางจากร้ านอาหารเล็กๆแห่งนี ้ เส้ นทางเดินเท้ าก้ าวแรกจากที่นี่ของ เราคือถนนเดินไปตามทางถนนมุ่งสู่อุทยาน แห่งชาติล�ำน� ้ำกกตามถนนลาดยางประมาณ 2 กิโลเมตรก่อนถึงถนนคอนกรี ตเป็ นทางชัน พักเหนื่อยกันได้ แปบเดียวไกด์น�ำทางของเรา ก็ชี ้ไปที่ป่าข้ างทางซึง่ มีทางเดินเป็ นช่องแคบๆ ทีย่ งั มองไม่ออกว่าสามารถเดินเข้ าไปได้ ว่าเส้ น ทางนี ้คือเส้ นทางที่ต้องเดินกันต่อไป เล่นเอา ทุกคนอึ ้งกันเลยทีเดียว เมื่อก้ าวแรกที่ย่างเข้ า มาในเส้ นทางนี ้เป็ นทางแคบสามารถเดินสวน กันได้ ยากมากเป็ นป่ ารกๆสลับกับป่ าไผ่ต�่ำๆ ช่วยบดบังแสงแดดที่สอ่ งเล็ดลอดช่วงกลางวัน มาตามแนวไผ่แต่ก็เดินยากอยู่พอๆกันเพราะ ต้ องคอยก้ มหลบแนวไผ่ที่หกั ลงมาบ้ างบนต้ น ระหว่างทางได้ ยินเสียงมีดพร้ าของไกด์น�ำทาง ตัดไม้ ไผ่ดงั่ เป็ นระยะ แรกทีเดียวคิดว่าเพียงแค่ ตัดต้ นไผ่ทลี่ ้ มแล้ วให้ ออกจากการขวางทางเดิน ป่ าของเรา แต่เมื่อไปถึงจุดที่พกั เหนื่อยจึงรู้ ว่า ไกด์ได้ ท�ำไม้ ค� ้ำยันส�ำหรับช่วยผ่อนก�ำลังจาก การเดินเท้ านันเอง ้


ลักษณะจะเป็ นไม้ ไผ่ขนาดเส้ นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 ซม. ยาวประมาณ 1.2 เมตรท�ำปลายให้ แหลมเพื่อเอาไว้ ปั ก ลงไปในดิ น ไม่ใ ห้ ตัว เราลื่ น ถะไหลเวลาเดิ น ทางชัน ๆช่ ว ย ผ่อนก� ำลังขาได้ ดีทีเดียว เดินไปได้ สักพักเราก็ไปหยุดพักกัน ที่ อี ก จุด หนึ่ง ซึ่ง เป็ นทางโค้ ง มี ล� ำ ห้ ว ยเล็ก ตัด ผ่ า นทางเดิ น มี การตัด ต้ น ไผ่เ พื่ อ ท� ำ เป็ นทางให้ น�ำ้ ผ่า นมาตามล� ำ ต้ น เผื่ อ ใช้ ดื่ มแก้ กระหายได้ หรื อเอาไว้ ล้างหน้ าล้ างตาเพื่ อช� ำระเหงื่ อ ไคลจากความร้ อนของแสงแดด ท�ำให้ ร้ ู สึกสดชื่นได้ ดีทีเดียว

step for trekking

เราเดินตามทางไปเรื่อยๆจากป่าแคบๆทางเดินก็เริ่ม กว้างขึ้น และเห็นหลังคาของหมู่บ้านเล็กๆเรียงรายในหมู่ต้นไม้ อยูข่ า้ งหน้าเป็นสัญญาณว่าเราจะผ่านมาถึงหมูบ่ า้ นแรกของการ เดินทางแล้ว เดินมาอีกนิดเราก็มาถึงทางเดินถนนคอนกรีตเก่า กับพืน้ ดินสีแดงๆ หมูบ่ า้ นนีม้ ชี อื่ ว่าหมูบ่ า้ น จะจ๋อ เป็นหมูบ่ า้ นชน เผ่า ลาหู่ หรือที่คนเหนือเรียกกันว่า มูเซอ นั่นเอง สภาพหมู่บ้าน เป็นบ้านยกใต้ถุนสูง มุงด้วยหญ้าคา ผนังและพื้นทำ�จากไม้ไผ่ สาน และที่สำ�คัญที่นี่ไม่มีไฟฟ้าแต่ใช้กระแสไฟจากโซล่าเซล ทำ�ให้อิ่มเอิบใจกับการถ่ายภาพที่ไม่มีอะไรให้เกะกะรกสายตา

ที่ นี่ไม่มีรถยนต์ มีแต่มอเตอร์ ไซค์ ไม่กี่คันที่ ใช้ สัญจรกันในหมูบ่ ้ าน ไม่มีร้านขายของเพราะคนที่นี่หา ของป่ ามาท�ำเป็ นอาหารรับประทาน และสิ่งของเครื่ อง ใช้ บางอย่างที่จ�ำเป็ นก็จะฝากเพื่อนบ้ านที่เข้ าไปในเมือง หาซื ้อเท่านัน้ จากการสอบถาม ไกด์ได้ ให้ เวลาเราพัก ประมาณสิบกว่านาทีก็ได้ เวลาเดินทางต่อเพราะกลัวจะ ค�่ำก่อนถึงที่พกั ของคืนนี ้เราออกเดินทางกันต่อเป็ นทาง ชันลัดเลาะไปตามหุบเขาเห็นการท�ำนาบนภูเขาของคน ที่นี่ และการท�ำสวนพืชไร่ เป็ นระยะ เมฆลอยคล้ อยต�่ำ เป็ นระยะบอกถึงอากาศตอนบ่ายของวันนี ้ที่แดดก�ำลัง จะลับเข้ าสูก่ ลุม่ เมฆฝน เราได้ หยุดพักกันอีกครัง้ ตรงทาง เดินใต้ ป่าไผ่บนเขาเนินเตี ้ยๆ เพื่อเอาแรงก่อนจะเดินไป สู่ที่พกั ในอีกไม่ไกลซึ่งไกด์น�ำทางได้ สอนให้ ท�ำพัดจาก ใบไม้ และการสานพัดจากต้ นไผ่ให้ ช่วยคลายร้ อนกัน เราเดินทางกันอีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็มาถึงจุดหมาย ที่พกั นันก็ ้ คือหมูบ่ ้ านอาข่าฮิลล์เฮาส์

The Nature of Life


ซึ่งแตกต่างจากการทำ�นาทั่วไปของคนในที่ลุ่มที่พึ่งพาน้ำ�เป็นปัจจัย สำ�คัญในการทำ�นาข้าว หลังจากทานข้าวเสร็จ “อาแป” ชายหนุม่ วัยกลาง คนซึ่งเป็นผู้สร้างและบริหารจัดการที่พักโฮมสเตย์ของเราได้มาทักทาย และพูดถึงกิจกรรมทีจ่ ะทำ�กันในวันต่อๆไป และประวัตคิ วามเป็นมาของ แต่ละชนเผ่าในกิจกรรมเดินป่าครั้งนี้ น้ำ�เสียงและลีลาการพูดบวกถึง อารมณ์ขัน ทำ�ให้บันดานักเดินป่าทุกคนลืมอาการหนังท้องตึงหนังตา หย่อนจากอาหารเย็นและอาการเหนื่อยล้าจากการเดินป่าของวันนี้ พา กันหัวเราะอย่างสนุกสนาน ดังก้องไปในป่าอันเงียบสงบแห่งนี้ การพูด คุยแสดงความคิดเห็นกินเวลาไปประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ได้เวลาเข้านอน เพื่อพักผ่อนเอาแรงต่อสู้ในกิจกกรมเดินป่าของวันพรุ่งนี้

หมู่บ้านอาข่าฮิลล์ เฮาส์เป็นหมู่บ้านเล็กๆไว้สำ�หรับ ต้อนรับนักท่องเทีย่ วในรูปแบบของโฮมสเตย์ มีทพี่ กั อาหารเครือ่ ง ดื่มไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ท่ามกลางธรรมชาติและวิถีชีวิต ของคนที่นี่ที่มองไปทางไหนก็มีแต่ป่าไม้และขุนเขาอยู่รอบกาย สามารถหายใจเข้าปอดได้อย่างลึกสุดใจโดยที่ไม่ต้องเกรงกลัว มลพิษหรือสิ่งอันตรายได้ได้อย่างมีความสุข เสียงน้ำ�ตกดังแว่ว มาไม่ไกลนั่นคือกิจกรรมต่อไปของเรา คือการไปเล่นน้ำ�ผ่อน คลายกับน้ำ�ตกห้วยแก้วนัน้ เอง น้ำ�ตกห้วยแก้ว เป็นน้ำ�ตกขนาด 3 ชัน้ แต่ละชัน้ มีความสูงประมาณ 30 เมตร การเข้าถึงน้ำ�ตกแต่ละ ชั้นต้องใช้การเดินเท้า แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 300 เมตร การ เดินขึน้ ไปดูน้ำ�ตกชัน้ บนสุดต้องเดินขึน้ เขาทีค่ อ่ นข้างชัน และอยู่ ห่างจากทีพ่ กั ของเราไม่ถงึ 1 กิโลเมตร น้ำ�ตกห้วยแก้ว เป็นน้ำ�ตก ขนาดไม่ใหญ่มากนัก ตัง้ อยูใ่ นพืน้ ทีข่ องอุทยานแห่งชาติลำ�น้ำ�กก ตั้งอยู่ในท้องที่บ้านโป่งน้ำ�ร้อน หมู่ที่ 7 และบ้านผาเสริฐ หมู่ที่ 6 ตำ�บลดอยฮาง อำ�เภอเมือง จังหวัดเชียงราย สายน้ำ�ทีเ่ ย็นจับใจ บวกกับเสียงของน้ำ�ตกที่ดังกึกก้องไปทั่วป่าทำ�ให้แต่ละคนที่ลง ไปแช่น้ำ�ต่างมีความสุขจนลืมความเหนื่อยล้าของวันนี้กันเลยที เดียว ประมาณ 1 ทุ่มกว่าๆก็ได้เวลารับประทานอาหารเย็น อาหารที่นี่จะเป็นพืชเกษตรจากการทำ�การเกษตรของคนใน หมู่บ้านเอง มีทั้งผลไม้ตามฤดูกาล ฟังทองลูกโตๆ กะหล่ำ�ปีหัว

ใหญ่ๆ กรอบหวานไม่มีสารพิษได้นำ�มาปรุงอาหารให้เราได้รับ ประทานอย่างเอร็ดอร่อย แต่ที่แปลกตาไปกว่าสิ่งที่เราพบเห็น ได้ทวั่ ไปก็คอื ข้าวสวยทีม่ สี เี ข้มเป็นสีแดงกว่าข้าวสวยทัว่ ไปคล้าย ข้าวกล้องไม่มีการขัดสีลักษณะเป็นเม็ดสั้นๆ ออกแข็งนิดหน่อย บางคนที่นี่เรียกกันว่า “ข้าวดอย” คำ�แรกที่ตักข้าวทานเข้าปาก รูส้ กึ แปลกใจ เพราะข้าวชนิดนีท้ คี่ บั คล้ายคับครากับข้าวญีป่ นุ่ มี ความมันและรสชาติหวานนิดๆ ทำ�ให้มื้อนี้เจริญอาหารด้วยการ รับประทานไปสองจานเต็ม ก็เลยอดใจไม่ได้ที่จะถามถึงความ เป็นมา “อาผ่า” หนึ่งในไกด์ของเราได้เล่าให้ฟังว่าข้าวดอยเป็น ข้าวพันธุ์พิเศษของคนที่นี่ปลูกตามภูเขาเป็นนาขั้นบันได ใช้น้ำ� จากฝนที่ตกตามฤดูกาลเท่านั้นในการเจริญเติบโต

sssss  

magazine design