Issuu on Google+


ยุคของคอมพิวเตอร์ แบ่ งเป็ น 5 ยุค คือ คอมพิวเตอร์ ยุคหลอดสู ญญากาศ (พ.ศ. 2488-2501) คอมพิวเตอร์ ยุคทรานซิสเตอร์ (พ.ศ.2502-2507) คอมพิวเตอร์ ยุควงจรรวม (พ.ศ.2508-2512) คอมพิวเตอร์ ยุควีแอลเอสไอ (พ.ศ.2513-2532) คอมพิวเตอร์ ยุคเครือข่ าย (พ.ศ.2533-ปัจจุบัน)


คอมพิวเตอร์ ยคุ หลอดสู ญญากาศ (พ.ศ. 2488-2501) เป็ นคอมพิวเตอร์ ทใี่ ช้ หลอดสุ ญญากาศซึ่งใช้ กาํ ลังไฟฟ้าสู ง จึงมีปัญหาเรื่องความ ร้ อนและไส้ หลอดขาดบ่ อย ถึงแม้ จะมีระบบระบายความร้ อนทีด่ มี าก การสั่ งงานใช้ ภาษาเครื่องซึ่งเป็ นรหัสตัวเลขทีย่ ่ ุงยากซับซ้ อน เครื่องคอมพิวเตอร์ ของยุคนีม้ ี ขนาดใหญ่ โต เช่ น มาร์ ค วัน (MARK I), อีนิแอค (ENIAC), ยูนิแวค (UNIVAC)

มาร์ ค วัน (MARK I)

อีนิแอค (ENIAC)

ยูนิแวค (UNIVAC)


คอมพิวเตอร์ ยุคทรานซิสเตอร์ (พ.ศ.2502-2507) เป็ นคอมพิวเตอร์ ทใี่ ช้ ทรานซิสเตอร์ โดยมีแกนเฟอร์ ไรท์ เป็ น หน่ วยความจํา มีอุปกรณ์ เก็บข้ อมูลสํ ารองในรูปของสื่ อบันทึก แม่ เหล็ก เช่ น จานแม่ เหล็ก ส่ วนทางด้ านซอฟต์ แวร์ กม็ กี ารพัฒนาดี ขึน้ โดยสามารถเขียนโปรแกรมด้ วยภาษาระดับสู งซึ่งเป็ นภาษาที่ เขียนเป็ นประโยคทีค่ นสามารถเข้ าใจได้ เช่ น ภาษาฟอร์ แทน ภาษา โคบอล เป็ นต้ น


คอมพิวเตอร์ ยุควงจรรวม (พ.ศ.2508-2512) เป็ นคอมพิวเตอร์ ทใี่ ช้ วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) โดยวงจร รวมแต่ ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์ บรรจุอยู่ภายในมากมายทําให้ เครื่อง คอมพิวเตอร์ จะออกแบบซับซ้ อนมากขึน้ และสามารถสร้ างเป็ น โปรแกรมย่ อย ๆ ในการกําหนดชุดคําสั่ งต่ าง ๆ ทางด้ านซอฟต์ แวร์ กม็ ี ระบบควบคุมทีม่ คี วามสามารถสู งทั้งในรูประบบแบ่ งเวลาการทํางาน ให้ กบั งานหลาย ๆ อย่ าง


คอมพิวเตอร์ ยุควีแอลเอสไอ (พ.ศ.2513-2532) เป็ นยุคของคอมพิวเตอร์ ทใี่ ช้ วงจรรวมความจุสูงมาก(Very Large Scale Integration : VLSI) เช่ น ไมโครโพรเซสเซอร์ ทบี่ รรจุทรานซิสเตอร์ นับ หมืน่ นับแสนมารวมอยู่ในแผ่ นซิลกิ อนขนาดเล็ก และผลิตเป็ นหน่ วย ประมวลผลของคอมพิวเตอร์ ทซี่ ับซ้ อน เรียกว่ า ไมโครโปรเซสเซอร์ (microprocessor) ทําให้ ประสิ ทธิภาพของเครื่อง คอมพิวเตอร์ สูงขึน้ เรียกว่ า ไมโครคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็ นเครื่องที่ แพร่ หลายและมีผ้ ูใช้ งานกันทัว่ โลก


คอมพิวเตอร์ ยุคเครือข่ าย (พ.ศ.2533-ปัจจุบัน) เมือ่ ไมโครคอมพิวเตอร์ มขี ดี ความสามารถสู งขึน้ ทําให้ คอมพิวเตอร์ สามารถทํางาน หลายงานพร้ อมกัน ขณะเดียวกันก็มกี ารเชื่อมโยงเครือข่ ายคอมพิวเตอร์ ในองค์ การ โดยใช้ เครือข่ ายท้ องถิน่ ทีเ่ รียกว่ า Local Area Network : LAN เมือ่ เชื่อมหลายๆ กลุ่มขององค์ การเข้ าด้ วยกันเกิดเป็ นเครือข่ ายคอมพิวเตอร์ ขององค์ การ เรียกว่ า อินทราเน็ต และหากนําเครือข่ ายขององค์ การเชื่อมต่ อเข้ าสู่ เครือข่ ายสากลที่ ต่ อเชื่อมกันทัว่ โลก เรียกว่ า อินเตอร์ เน็ต (internet) ไมโครคอมพิวเตอร์ ในยุคนีจ้ งึ ทํางาน กับสื่ อหลายชนิดทีเ่ รียกว่ าสื่ อประสม


ลักษณะและประเภทของคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็ น4ประเภท 1. ซุปเปอร์ คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) 2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) 3. มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) 4. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer)


1. ซุปเปอร์ คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เป็ นเครื่องประมวลผลข้ อมูลทีม่ คี วามสามารถในการประมวลผลสู ง ทีส่ ุ ด โดยทัว่ ไปสร้ างขึน้ เป็ นการเฉพาะเพือ่ งานด้ านวิทยาศาสตร์ ที่ ต้ องการการประมวลผลซับซ้ อน และต้ องการความเร็วสู ง เช่ น งานวิจยั ขีปนาวุธ งานโครงการอวกาศสหรัฐ (NASA) งานสื่ อสารดาวเทียม หรือ งานพยากรณ์ อากาศ เป็ นต้ น


2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) เป็ นเครื่องประมวลผลข้ อมูลทีม่ สี ่ วนความจําและความเร็วน้ อยลงสามารถทํางาน ในระบบเครือข่ าย (Network) ได้ เป็ นอย่ างดี โดยสามารถเชื่อมต่ อไปยัง เครื่อง ปลายทาง (Terminal) จํานวนมากได้ สามารถทํางานได้ พร้ อมกันหลายงาน (Multi Tasking) และใช้ งานได้ พร้ อมกันหลายคน (Multi User) ปกติเครื่องชนิดนีน้ ิยมใช้ ในธุรกิจขนาดใหญ่ มีราคาตั้งแต่ สิบล้ านบาทถึงหลายร้ อยล้ านบาท ตัวอย่ างของ เครื่องเมนเฟรมทีใ่ ช้ กนั แพร่ หลายก็คอื คอมพิวเตอร์ ของธนาคารทีเ่ ชื่อมต่ อไปยังตู้ ATM และสาขาของธนาคารทัว่ ประเทศ


3. มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) เป็ นคอมพิวเตอร์ ขนาดกลางทีม่ ปี ระสิ ทธิภาพน้ อยกว่ าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ แต่ สู งกว่ ามีลกั ษณะพิเศษในการทํางานร่ วมกับอุปกรณ์ ประกอบรอบข้ างทีม่ คี วามเร็ว สู งได้ มีการใช้ แผ่ นจานแม่ เหล็กความจุสูงชนิดแข็ง (Harddisk) ในการเก็บรักษา ข้ อมูล สามารถอ่ านเขียนข้ อมูลได้ อย่ างรวดเร็ว หน่ วยงานและบริษทั ทีใ่ ช้ คอมพิวเตอร์ ขนาดนี้ ได้ แก่ กรม กอง มหาวิทยาลัย ห้ างสรรพสิ นค้ า โรงแรม โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรมต่ างๆ


4.ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เป็ นเครื่องประมวลผลข้ อมูลขนาดเล็ก มีส่วนของหน่ วยความจําและความเร็วใน การประมวลผลน้ อยทีส่ ุ ด สามารถใช้ งานได้ ด้วยคนเดียว จึงมักถูกเรียกว่ า คอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคล (Personal Computer : PC) ปัจจุบัน ราคาถูกลงมาก ดังนั้นจึงเป็ นทีน่ ิยมใช้ มาก ทั้งตามหน่ วยงานและบริษทั ห้ างร้ าน ตลอดจนตาม สถานศึกษา และบ้ านเรือน บริษทั ทีผ่ ลิตไมโครคอมพิวเตอร์ ออกจําหน่ ายจน ประสบความสํ าเร็จเป็ นบริษทั แรก คือ บริษทั แอปเปิ ลคอมพิวเตอร์


ฮาร์ ดแวร์ (Hardware)  ฮาร์ ดแวร์ (Hardware) หมายถึง ส่ วนประกอบของ คอมพิวเตอร์ และหลักการทํางานของคอมพิวเตอร์ มวี งจรการทํางาน พืน้ ฐาน 4 อย่ าง (IPOS cycle) คือ 1.ส่ วนรับข้ อมูล (Input Unit) 2.ส่ วนประมวลผลข้ อมูล (Central Processing Unit) 3.ส่ วนแสดงผล (Output Unit) 4.หน่ วยความจํา (Memory Unit)


ส่ วนรับข้ อมูล (Input Unit) ทําหน้ าทีร่ ับข้ อมูลจากผู้ใช้ เข้ าสู่ หน่ วยความจําหลัก ปัจจุบันอุปกรณ์ มากมายแบ่ งเป็ นประเภทต่ างๆ ได้ ดงั นี้

Keyboard (คีย์บอร์ ด) เป็ นอุปกรณ์ รับเข้ าพืน้ ฐานทีต่ ้ องมีในคอมพิวเตอร์ ทุกเครื่อง จะรับข้ อมูล จากการกดแป้ นแล้ วทําการเปลีย่ น เป็ นรหัสเพือ่ ส่ งต่ อไปให้ กบั คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ทใี่ ช้ ในการป้ อนข้ อมูลจะมีจาํ นวนตั้งแต่ 50 แป้น ขึน้ ไป


Mouse (เมาส์ ) Mouse เป็ นอุปกรณ์ ทที่ าํ หน้ าทีป่ ้ อนข้ อมูลอย่ างหนึ่งแต่ ทเี่ ห็นการ ทํางาน โดยทัว่ ไปจะเป็ นตัวทีใ่ ช้ ควบคุมลูกศรให้ เคลือ่ นทีไ่ ปยังตําแหน่ ง ต่ างๆ บนจอภาพ เหมาะสํ าหรับใช้ งานเมือ่ ต้ องเลือก หรือเลือ่ นวัตถุต่างๆ บนจอ


Scanner (สแกนเนอร์ ) สแกนเนอร์ คือ อุปกรณ์ จบั ภาพและเปลีย่ นแปลงภาพ จากรู ปแบบ ของแอนาลอกเป็ นดิจิตอล ซึ่งคอมพิวเตอร์ สามารถแสดง, เรียบเรียง, เก็บรักษาและผลิตออกมาได้ ภาพนั้นอาจจะเป็ นรู ปถ่ าย, ข้ อความ, ภาพวาด หรือแม้ แต่ วตั ถุสามมิติ


Webcam (เว็บแคม) เว็บแคมหรือชื่อเรียกเต็มๆว่ า Web Camera(เว็บแคเมรา)ที่ สามารถ จับภาพเคลือ่ นไหวของเราไปปรากฏในหน้ าจอมอนิเตอร์ และสามารถ ส่ งภาพเคลือ่ นไหวนีผ้ ่ านระบบเครือข่ ายเพือ่ ให้ คนอีกฟากหนึ่งสามารถ เห็นตัวเราเคลือ่ นไหว ได้ เหมือนอยู่ต่อหน้ า ถือว่ าเป็ นอุปกรณ์ ทมี่ ี ประโยชน์ อกี ตัวหนึ่ง และมีความจําเป็ นมากขึน้ เรื่อยๆ


Microphone (ไมโครโฟน) ไมโครโฟน คือ อุปกรณ์ รับเสี ยงแล้ วทําการแปลงเป็ นสั ญญาณไฟฟ้า เพือ่ ประมวลผลในเครื่องขยายเสี ยงหรืออุปกรณ์ ผสมเสี ยงอืน่ ๆ ไมโครโฟนจะประกอบด้ วยขดลวดและแม่ เหล็กเป็ นหลัก เมือ่ เสี ยง กระทบตัวรับในไมโครโฟนจะทําให้ ขดลวดสั่ นสะเทือนตัดกับ สนามแม่ เหล็ก จึงทําให้ เกิดสั ญญาณไฟฟ้า ซึ่งเป็ นหลักการทํางานตรง ข้ ามกับลําโพง โดยทัว่ ไปไมโครโฟนใช้ รับเสี ยงพูดหรือเสี ยงร้ องเพลง


Touch screen (ทัชส���รีน) ทัชสกรีน คือ จอภาพแบบสั มผัส ซึ่งเป็ นจอภาพแบบพิเศษทีเ่ ป็ นทั้ง อุปกรณ์ แสดงผลข้ อมูล และอุปกรณ์ นําเข้ าข้ อมูล มักนําไปใช้ กบั ธุรกิจ ร้ านค้ า โรงแรม สายการบิน พิพธิ ภัณฑ์ สถานบันเทิงคาราโอเกะ รวมถึง ธุรกิจธนาคาร เช่ น เครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งผู้ใช้ งานเพียงแต่ นํานิว้ หรือใช้ แท่ ง คล้ ายดินสอหรือปากกา แตะ/กดลงบนตําแหน่ งทีต่ ้ องการบนจอภาพ


ส่ วนประมวลผลข้ อมูล (Central Processing Unit) ส่ วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ทีจ่ ะขาดไม่ ได้ เลยคือหน่ วย ประมวลผล กลาง หรือ ซีพยี ู นับเป็ นอุปกรณ์ ทีม่ คี วามสํ าคัญมากทีส่ ุ ด ของฮาร์ ดแวร์ เพราะมีหน้ าทีใ่ นการประมวลผลข้ อมูลทีผ่ ้ ูใช้ ป้อนเข้ ามา ทางอุปกรณ์ อนิ พุต ตามชุ ดคําสั่ ง หรือโปรแกรมทีผ่ ้ ูใช้ ต้องการใช้ งาน ส่ วนประกอบของหน่ วยประมวลผลกลางนั้นประกอบไปด้ วย 1. หน่ วยคํานวณ และตรรกะ (Arithmetic & Logical Unit : ALU) 2. หน่ วยควบคุม (Control Unit) 3. หน่ วยความจําหลัก (Main Memory)


ส่ วนแสดงผล (Output Unit) ทําหน้าที่แสดงผลลัพธ์จากคอมพิวเตอร์ โดยมากจะแบ่งออกเป็ น 2 ประเภท 1.หน่ วยแสดงผลชั่วคราว (Soft Copy) 2.หน่ วยแสดงผลถาวร (Hard Copy)


หน่ วยแสดงผลชั่วคราว (Soft Copy) หมายถึง การแสดงผลออกมาให้ ผู้ใช้ ได้ รับทราบในขณะนั้น แต่ เมือ่ เลิกการทํางานหรือเลิกใช้ แล้ วผลนั้นก็ จะหายไป เช่ น จอภาพ (Monitor) อุปกรณ์ เสี ยง (Audio Output) อุปกรณ์ ฉายภาพ (Projector)


หน่ วยแสดงผลถาวร (Hard Copy) หมายถึง การแสดงผลที่สามารถจับต้อง และเคลื่อนย้ายได้ตามต้องการ มักจะออกมาในรู ปของกระดาษ ซึ่ งผูใ้ ช้สามารถนําไปใช้ในที่ต่าง ๆ หรื อ ให้ผรู ้ ่ วมงานดูในที่ใด ๆ ก็ได้ อุปกรณ์ที่ใช้ เช่น เครื่องพิมพ์ (Printer) เครื่องพลอตเตอร์ (Plotter)


หน่ วยความจํา (Memory Unit) หน่วยความจํา (Memory Unit) ทําหน้าที่เก็บโปรแกรมหรื อข้อมูลที่รับมา จากหน่วยรับข้อมูล เพื่อเตรี ยมส่ งออกหน่วยประมวลผลกลางทําการ ประมวลผล และรับผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล และเตรี ยมส่ งออก หน่วยแสดงผลข้อมูลต่อไป ซึ่ งหน่วยความจําของคอมพิวเตอร์แบ่ง ออกเป็ น 2 ประเภทหลักๆ คือ 1. หน่ วยความจําหลัก (Main Memory Unit) 2.หน่ วยเก็บข้ อมูลสํ ารอง (Secondary Storage Unit)


หน่ วยความจําหลัก (Main Memory Unit) เป็ นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจดจําข้อมูล และโปรแกรมต่าง ๆ ที่อยูร่ ะหว่างการ ประมวลผลของคอมพิวเตอร์ บางครั้งอาจเรี ยกว่า หน่วยเก็บข้อมูลหลัก (Primary storage) สามารถแบ่งออกได้เป็ น 2 ประเภท คือ หน่ วยความจําหลักแบบอ่ านได้ อย่ างเดียว (Read Only Memory - ROM) หน่ วยความจําหลักแบบแก้ ไขได้ (Random Access Memory - RAM)


หน่ วยความจําหลักแบบอ่ านได้ อย่ างเดียว (Read Only Memory - ROM) เป็ นหน่วยความจําแบบสารกึ่งตัวนําชัว่ คราวชนิดอ่านได้อย่างเดียว ใช้ เป็ นสื่ อบันทึกในคอมพิวเตอร์ เพราะไม่สามารถบันทึกซํ้าได้ (อย่าง ง่ายๆ) เป็ นความจําที่ซอฟต์แวร์หรื อข้อมูลอยูแ่ ล้ว และพร้อมที่จะนํามา ต่อกับไมโครโพรเซสเซอร์ได้โดยตรง หน่วยความจําประเภทนี้แม้ไม่มี ไฟเลี้ยงต่ออยู่ ข้อมูลก็จะไม่หายไปจากหน่วยความจํา (nonvolatile) โดยทัว่ ไปจะใช้เก็บข้อมูลที่ไม่ตอ้ งมีการแก้ไขอีกแล้วเช่น ในรถยนต์ที่ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมวงจร ควบคุมในเครื่ องซักผ้า เป็ นต้น


หน่ วยความจําหลักแบบแก้ ไขได้ (Random Access Memory - RAM) เป็ นหน่วยความจําหลัก ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ยคุ ปัจจุบนั อนุญาตให้เขียนและ อ่านข้อมูลได้ในตําแหน่งต่างๆ อย่างอิสระ และรวดเร็ วพอสมควร ซึ่งต่างจากสื่ อ เก็บข้อมูลชนิดอื่นๆ อย่างเทป หรื อดิสก์ ที่มีขอ้ จํากัดในการอ่านและเขียนข้อมูล โปรแกรมที่กาํ ลังทํางาน หรื อข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล ของโปรแกรมที่ กําลังทํางานอยู่ ข้อมูลในแรมจะหายไปทันที เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ถกู ปิ ดลง เนื่องจากหน่วยความจําชนิดนี้ จะเก็บข้อมูลได้เฉพาะเวลาที่มีกระแสไฟฟ้ าหล่อ เลี้ยงเท่านั้น


หน่ วยเก็บข้ อมูลสํ ารอง (Secondary Storage Unit) สามารถแบ่งออกได้เป็ นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 4 ประเภท ดังนี้ 1) แบบจานแม่ เหล็ก 2) แบบแสง 3) แบบเทป 4) แบบอืน่ ๆ


1) แบบจานแม่ เหล็ก เป็ นอุปกรณ์สํารองข้ อมูลที่เป็ นลักษณะของจานแม่เหล็กสําหรับ บันทึกข้ อมูลไว้ ภายใน Disk ได้ รับความนิยมและใช้ งานมานาน พอสมควรซึง่ เป็ น ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ หลักๆ เลยใน ปั จจุบนั ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์ ดดิสก์


2) แบบแสง เป็ นสื่อเก็บข้ อมูลสํารองที่ได้ รับความนิยมมากในปั จจุบนั โดยใช้ หลักการทํางานของแสง การจัดการข้ อมูลจะคล้ ายกับแผ่นจานแม่เหล็ก ต่างกันที่การแบ่งจะเป็ นรูปก้ นหอย และเริ่ มเก็บบันทึกข้ อมูลจากส่วน ด้ านในออกมาด้ านนอก ที่เป็ นที่นิยมและรู้จกั กันดี เช่น CD , DVD


3) แบบเทป เป็ นสื่ อเก็บข้อมูลที่สามารถเก็บข้อมูลได้เป็ นจํานวนมากและเข้าถึง ข้อมูลแบบเรี ยงลําดับต่อเนื่องกันไป มีการผลิตขึ้นมาหลากหลายขนาด แตกต่างกันไป เช่น DAT และ QIC เป็ นต้นปั จจุบนั ไม่ค่อยถือเป็ น ส่ วนประกอบของคอมพิวเตอร์


4) แบบอืน่ ๆ เป็ นสื่ อเก็บข้อมูลแบบใหม่ที่พบได้ทวั่ ไปในปั จจุบนั มีชื่อเรี ยก แตกต่างกันไป เช่น Flash Drive, Thumb Drive , Handy  Drive เป็ นต้น อีกชนิดคือ Memory Card เพื่อใช้เก็บข้อมูลใน กล้องดิจิตอลแบบพกพา


ประโยชน์ ของการใช้ คอมพิวเตอร์ 1. ทันสมัย / ทันเหตุการณ์ / ทันข้อมูลข่าวสาร / ทันโลก ช่วยให้เรา สามารถติดต่อสื่ อสารกันได้ทวั่ โลก 2. ช่วยให้การเรี ยน การทํางาน ทันสมัยและได้รับความสะดวกมากยิง่ ขึ้น เช่น ได้เรี ยนรู้จากสื่ อที่ทนั สมัยที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ ที่เรี ยกว่า โปรแกรม CAI


3. เป็ นแหล่งการเรี ยนรู้ที่ดีเยี่ยม ช่วยในการค้ นคว้ าหาความรู้เป็ นห้ องสมุด ขนาดใหญ่ 4. ช่วยรับ - ส่งข่าวสารได้ อย่างรวดเร็ ว 5. ช่วยผ่อนคลายความตึงเครี ยด เช่น เกม ดูภาพยนตร์ ฟั งเพลง ร้ องเพลง 6. ช่วยสร้ างงานศิลปะ ออกแบบชิ ้นงานได้ อย่างสร้ างสรรค์ สวยงาม 7.ช่วยนําเสนอข้ อมูลได้ หลากหลายรูปแบบ


คําถาม 1. เมาส์ (Mouse) จัดอยูใ่ นหน่วยใดในระบบคอมพิวเตอร์ ตอบ หน่วยรับข้ อมูล 2. หน่วยความจําใดเมื่อคอมพิวเตอร์ถูกปิ ดลง ข้อมูลในโปรแกรมที่ กําลัง ทํางานจะหายไป ตอบ หน่วยความจําแบบแก้ ไขได้ 3. ฮาร์ดแวร์ คืออะไร ตอบ ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์


4. คอมพิวเตอร์ ประเภทใดที่ใช้ เกี่ยวกับงานด้ านวิทยาศาสตร์ หรื องานที่มี การคํานวณซับซ้ อน ตอบ ซุปเปอร์ คอมพิวเตอร์ 5. คอมพิวเตอร์ ยคุ ใดที่บรรจุทรานซิสเตอร์ นบั หมื่นนับแสนรวมอยูใ่ นแผ่น ซิลกิ อนขนาดเล็ก ตอบ ยุคที่ 4 ยุควีเอสไอ


1. 2. 3. 4. 5.

จัดทําโดย น.ส. อักษร จูสนั ้ รหัสนักศึกษา 564152028 น.ส. พรรณิดา ระนะสวาย รหัสนักศึกษา 564152031 น.ส. เกษราภรณ์ ยุงรัมย์ รหัสนักศึกษา 564152050 น.ส.อัญคณา หอมอุดม รหัสนักศึกษา 564152054 น.ส. สุวนันท์ เทพพันธ์ รหัสนักศึกษา 564152063 เสนอ อาจารย์ สุจิตตรา จันทร์ ลอย มหาวิทยาลัยราชภัฎหมูบ่ ้ านจอมบึง


งานนำเสนอ เรื่องระบบคอมพิวเตอร์1