Page 1

ติดปีกโบยบินสู่ฝัน สร้างสรรค์มวลชน | หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติการประจำ�เดือนตุลาคม 2556

หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ส ย า ม เ พ ร ส ฉ บั บ นี้ เป็นส่วนหนึ่งของการ เรียนการสอนรูปแบบ Block Learning ภาค วิ ช าหนั ง สื อ พิ ม พ์ แ ละ สิ่งพิมพ์์ มหาวิทยาลัย สยาม

JOURNALISM

สารคดีเรื่องอนุสรณ์แห่งการเสียสละที่ถูกลืมหน้า 6-7 | One Day Trip หน้า 9

กีฬานิเทศฯ สร้างความสามัคคีร่วมกัน

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ได้จัดกิจกรรมแข่งขัน กีฬานิเทศสัมพันธ์ขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคี กันระหว่างทุกสาขาภายในคณะนิเทศศาสตร์โดยทุกปีมีกีฬา ฟุตซอลให้นักศึกษาเพศชายแข่งขันและปีนี้ได้มีการเพิ่มกีฬา แชร์บอลให้นักศึกษาหญิงแข่งขัน ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมขึ้น อย่างต่อเนื่องทุกปีเป็นปีที่5 เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2556 ณ ศูนย์กีฬา มหาวิทยาลัย สยาม ตั้งแต่เวลา8.30น. เป็นต้นไปได้มีการจัดกิจกรรมแข่งขัน กี ฬ านิ เ ทศสั ม พั น ธ์  เป็ น การสร้ า งความสั ม พั น ธ์ อั น ดี กั น ภายใน คณะนิ เ ทศศาสตร์ ซึ่ ง ประกอบด้ ว ย 6  สาขาคื อ ภาควิ ช าการ หนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ ภาควิชาสื่อดิจิทัล ภาควิชาการโฆษณา  ภาควิชาการประชาสัมพันธ์ ภาควิชาวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และภาควิชาการสื่อสารการแสดง และยังได้ให้นักศึกษาระดับ ปริญญาโทคณะนิเทศศาสตร์เข้าร่วมด้วยเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ อันดีระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องโดยมีรองศาสตราจารย์ดร.ศิริชัย ศิริกา ยะ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์เป็นผู้ดำ�เนินการจัดกิจกรรมครั้งนี้ u ต่อหน้า 3

เจอาร์รับความรู้ โครงการพระราชดำ�ริ

โพลชี้ นศ. ม.สยามเห็น ด้วยกับสภาปฏิรูปฯ

ภาควิชาหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ คณะนิเทศศาสตร์ ทางมหาวิทยาลัยสยาม ได้จัดกิจกรรมศึกษา ดูงาน ณ โครงการการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากโครงการใน พระราชดำ�ริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการรักษาสภาพ ดินด้วยวิธีทางธรรมชาติ โดยใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์ บริเวณ ตำ�บลแหลมผักเบี้ย อำ�เภอ บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี โดยมีเนื้อที่ ประมาณ 1,135 ไร่

โครงการการศึกษาและวิจัยและการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำ�ริ เพื่อศึกษาการ ดำ�เนินการเพาะปลูกพืชผลไม้ ในพื้นที่ดินเค็ม ซึ่งทางโครงการนี้จะช่วยแนะนำ�เกษตรกรและชาวบ้าน ในการเพราะปลูกพืช ใน พื้นที่ดินเค็มว่า สามารถเพราะปลูกอะไรได้บาง เพื่อที่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่

จากการสำ�รวจเรื่องแนวคิดการตั้งสภาปฏิรูป ของรัฐบาล โดยนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิ ท ยาลั ย สยาม เมื่ อ วั น ที่  18 ก.ย.ที่ ผ่ า น มา พบว่าร้อยละ 52 เห็นด้วยกับแนวคิดสภา ปฏิรูปฯ ของรัฐบาล ร้อยละ 40 ไม่เห็นด้วยกับ แนวคิดสภาปฏิรูปฯ ของรัฐบาล และร้อยละ 8 รู้สึกเฉยๆ ต่อแนวคิดสภาปฏิรูปฯ ของรัฐบาล

u ต่อหน้า 3

u ต่อหน้า 3


2

บทบรรณาธิการ

ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์นํ้า ในภาคต่ า งๆของประเทศ ทำ � ให้ ทุ ก ท่ า นเริ่ ม วิตกกังวล เกี่ยวกับมวลนํ้า ที่ยังไม่แน่ไม่นอน ว่าปีนี้จะมาเยี่ยมถึงบ้านอีกหรือไม่ หลายคน เตรียมความพร้อม ขนของย้ายขึ้นที่สูง เตรียม เสบียงอาหารเอาไว้ ส่วนอีกหลายคนเตรียม ที่จะอพยพไปในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อหนีอุทกภัยที่บ้านเกิด ถือฤกษ์เป็นวันหยุด พักร้อนยาวของแต่ละครอบครัวกันไป ส่วนสถานการณ์นํ้าจริงๆแล้ว มีหลายจังหวัดที่ได้รับผล  กระทบ และหลายจังหวัดอยู่ในสถานะที่วิกฤติหนัก เช่น จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ โดยมีระดับนํ้าท่วมสูงถึง 4 เมตรในบางพื้นที่ โดยข้อมูลจาก สำ�นักงานนโยบายและบริหารจัดการนํ้าและอุทกภัยแห่ง ชาติ หรือ สอบช. ที่ได้ระบุไว้ รวมทั้ ง การออกมาแสดงความมั่ น อกมั่ น ใจว่ า  กรุ ง เทพมหานคร จะไม่ มี ท างเกิ ด เหตุ ก ารณ์ อุ ท กภั ย แน่นอน ถ้าหากจะท่วม ก็อาจจะท่วมในช่วงเวลานํ้าทะเล หนุนสูงสุดของปี พื้นที่ชั้นในและชุมชนริมแม่นํ้าเจ้าพระยา อาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่หากได้รับข่าวสารทุกวัน ก็จะรู้ว่าสถานการณ์นํ้าปีนี้ ดูเหมือนจะรุนแรงน้อยกว่า ปี 54 ที่ผ่านมา อย่างที่รัฐบาล ได้ อ อกมายื น ยั น  แต่ ก็ ยั ง ประมาทไม่ ไ ด้  เนื่ อ งจากกรม อุตุนิยมวิทยา ยังประกาศเตือนภัย พายุอีกหลายลูกที่อาจ จะส่งผลให้ประเทศไทย เกิดฝนตกหนักต่อไปอีก ชาวกรุงเทพมหานคร ผู้กินอยู่คู่ความเจริญ คงต้องคิด หนัก และเตรียมตัวเตรียมความพร้อม หากเกิดเหตุการนํ้า ท่วมใหญ่ เหมือนปี 54 อีก ใช้ประสบการณ์เป็นบทเรียน เพื่อช่วยให้ตัวเองรอดพ้นจากความยากลำ�บาก หากเกิด เหตุการณ์นํ้าท่วม โดยอาจจะกระจัดกระจาย ทิ้งบ้านเรือน ไปพักผ่อนในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์นํ้าท่วม หรืออาจจะนั่งก่ออิฐ โบกปูน ฉาบผนัง เพื่อป้องกันนํ้ากันอยู่หน้าบ้าน การตื่ น ตั ว แต่ ไ ม่ ตื่ น เต้ น  คงจะเป็ น วิ ธี ที่ ดี ที่ สุ ด ในการ รั บ มื อ  ในการป้ อ งกั น เหตุ ม หาอุ ท กภั ย ซํ้ า รอยเมื่ อ ปี  54 เพราะถ้าหากเราเกิดสติแตกขึ้นมา รีบกักตุนของ รีบก่ออิฐ รีบเตรียมเสบียงไว้ให้พร้อมจนเกินเหตุ อาจทำ�ให้คุณสูญ เสียเงิน โดยใช่เหตุ ทางที่ดี ควรมีสติในการตัดสินใจ ว่าจะอยู่ป้องกัน หรือ จะอพยพไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว ระบบป้องกันไฟฟ้าในบ้านมี หรือไม่ และยังใช้การได้อยู่หรือเปล่า เป็นสิ่งที่ควรตรวจ สอบ และควรรับข่าวสารเรื่องสถานการณ์นํ้าท่วมทุกๆ วัน โดยเฉพาะ บ้านของใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ที่เป็นแอ่ง กระทะ และถ้าหากเกิดมหาอุทกภัยขึ้น ก็ควรมีสติ และ เก็บข้าวของที่จำ�เป็นที่สุดออกมาให้ได้ก่อน เข้าสู่จุดไคล์แม็กซ์อีกปีหนึ่ง นํ้าจะท่วมกรุงเทพฯไหม? ยังเป็นคำ�ถามที่ ทางทฤษฎีอาจตอบได้ แต่ในทางความคิด ของประชาชน คงยังไม่อุ่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นสติเป็น สิ่งที่จำ�เป็น เลือกเสพย์ข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ และเตรียม พร้อมให้ดีที่สุด และขอให้โชคดี ปลอดนํ้าท่วมกันทุกบ้าน

ตลาดนํ้าดำ�เนินสะดวก เศรษฐกิจที่ซบเซา ตลาดนํ้าดำ�เนินสะดวก u เป็ น ตลาดนํ้ า ที่ เ ก่ า แก่ แ ห่ ง หนึ่งของเมืองไทย มีชื่อเสียง มานาน ได้ รั บ ความสนใจ จากนั ก ท่ อ งเที่ ย วที่ ไ ด้ แวะ เวียนกันมาอุดหนุนของพื้น บ้าน และชมวิถีชีวิตตลาดนํ้า อย่างไม่ขาดสาย แต่ปัจจุบัน ช่วงเวลาถดถอยของตัวเลข เศรษฐกิ จ  ทำ � ให้ ต ลาดนํ้ า แห่ ง นี้  ต้ อ งพั ฒ นาตั ว เอง และสร้ า งความน่ า สนใจ ให้ แ ก่ นั ก ท่ อ งเที่ ย ว เพื่ อ ให้ ตนเองนั้นอยู่รอดต่อไป ถ้ า เรานึ ก ถึ ง ตลาดนํ้ า ที่ เ ก่ า แก่ ที่ สุ ด แห่ ง หนึ่ ง ใน ประเทศไทย และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ “ตลาดนํ้าดำ�เนินสะดวก” ต้องเป็นหนึ่ง ในตลาดนํ้าที่ทุกคนนึกถึง ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำ�เภอดำ�เนินสะดวก  จังหวัดราชบุรี เป็นตลาดนํ้าที่เป็นที่รู้จักกันดีของนักท่อง เที่ยวโดยทั่วไป ตลาดนํ้าแห่งนี้มีจุดเด่นมากมาย จุดเด่นของ ตลาดนํ้าแห่งนี้คือ นักท่องเที่ยวจะได้ดูดดื่มบรรยากาศของ ตลาดนํ้า ที่มีการจับจ่ายใช้สอยกันในช่วงเวลาเช้า และได้ เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของชาวบ้านในท้องถิ่น ที่มีอาชีพ เป็น ชาวไร่ ชาวสวน ซึ่งเหล่าบรรดาพ่อค้าแม้ค้า ต่างนำ�ผล ไม้สดๆ จากไร่ของตน มาจำ�หน่ายให้กับนักท่องเที่ยวต่าง ชาติ คือการที่เราได้ล่องเรือไปตามคลองดำ�เนินสะดวก ได้ เรียนรู้การทำ�ไร่ ทำ�สวน และเรียนรู้วิถีชีวิตของทั้ง 2 ฝั่งริม คลองแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้กินผลไม้สดๆ ที่เพิ่งเด็ดลงมา จากต้นแล้ว ยังได้เรียนรู้เส้นทางการเสด็จประพาสต้นสมัย รัชกาลที่5อีกด้วย เส้นทางประพาสต้นคือ ในสมัยก่อน พระบาทสมเด็จ พระจุ ล จอมเกล้ า เจ้ า อยู่ หั ว  (รั ช กาลที่ 5 ) ได้ เ สด็ จ มายั ง จังหวัดราชบุรี และได้ล่องเรือมาตามคลองดำ�เนินสะดวก พร้อมด้วยประยูรญาติ ซึ่งเป็นการมาปฏิบัติงาน และยังได้ เสด็จประทับแรม ที่วัดโชติทายการาม ซึ่งชาวดำ�เนินสะดวก ถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่สำ�คัญ และเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจ เป็นอย่างยิ่ง และไฮไลท์ที่สำ�คัญในการล่องเรือเที่ยวคลองดำ�เนินนั้น เรายังได้ไปสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวดำ�เนินสะดวก และ นักท่องเที่ยวเคารพบูชา การได้ไปสักการะ ไหว้พระที่เป็นทีี่ รู้จักกันดี คือ หลวงพ่อลพบุรีราเมศ หลวงพ่อแดง วัดปรก หลวงพ่อโต วัดเจริญ แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดที่เคยเลื่องชื่อ กลับกลาย เป็นตลาดนํ้าที่มีความซบเซาจากนักท่องเที่ยวที่ลดลง ทำ�ให้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของพ่อค้าแม่ค้า ที่ค้าขายภายใน ตลาด มีรายได้ต่อครัวเรือนที่ลดลง ปัญหาทั้งหมดเกิดจาก

ที่ทางตลาดนํ้าไม่มีระบบการจัดการที่ดีเท่าที่ควร ไม่มีภาค รัฐที่จะเข้าไปสนับสนุนหรือเข้าไปช่วยในการประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยว และในเชิงธุรกิจบ้านพักโฮมสเตย์ ทางตลาด ก็ยังไม่มีการพัฒนาทางด้านที่พัก เพราะนักท่องเที่ยวส่วน ใหญ่ต้องการที่พักผ่อนตากอากาศ ในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ไว้ เพื่อในการพักผ่อนหย่อนใจ ไม่มีการจัดการที่ครอบคลุมทุก ภาคส่วน และข้อเสียที่สำ�คัญอีกประการหนึ่ง คือตลาดนํ้า แห่งนี้ จะเป็นตลาดที่เปิดเช้า เปิดตั้งแต่ 6.00-18.00 น. อาจ ทำ�ให้นักท่องเที่ยวที่ไม่อยากตื่นเช้า และทำ�ให้นักท่องเที่ยว ชาวไทยลดลงไปถนัดตา และเลือกไปเที่ยวสถานที่อื่นๆ เช่น ตลาดอัมพวา หรือตลาดนํ้าแห่งอื่นๆ มากกว่า เพราะตลาด ไม่มีสถานที่รับรองนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากลงเรือเที่ยวชม บรรยากาศ และเรื่องสาธารณูปโภคก็เป็นส่วนสำ�คัญที่ยัง ไม่มีความทันสมัย เช่น ห้องนํ้า หรือร้านจำ�หน่ายนํ้าดื่ม ก็มี น้อยมากในบริเวณภายในตลาด และมีของขายที่ซํ้าๆกัน ไม่ หลากหลาย จึงเป็นข้อเสียของตลาดนํ้าแห่งนี้ จากการได้สัมภาษณ์ เพื่อสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น นางนงเยาว์ ลาเขียว แม่ค้าที่ขายของภายในตลาด กล่าวว่า “ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ การค้าขายผลไม้ต่างๆนั้น ยอดขาย ลดลงเป็นอย่างมาก เพราะพิษทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน ประเทศ จึงทำ�ให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติลดลง อันเนื่องมาจากภาครัฐไม่เข้าไปสนับสนุนทางธุรกิจจึงทำ�ให้ ไม่มีการพัฒนาอย่างถูกต้อง และไม่มีระเบียบแบบแผนที่ ชัดเจน เลยไม่เกิดการพัฒนาอย่างจริงจังจากคนในชุมชน” ตลาดนํ้าแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แต่วันนี้ตลาดนํ้ากลับ ต้องถดถอยลง เพราะขาดคนที่จะเข้าไปดูแลและฟื้นฟูกัน อย่างจริงจัง ทั้งหน่วยงานของภาครัฐ และเอกชน จึงอยาก ให้ทุกคนร่วมใจกันพัฒนา สนับสนุน วิถีชีวิตของคนไทย จริงๆ ร่วมกันอนุรักษ์ตลาดนํ้าที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ให้กลับมามีสีสัน มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง zปภพ พุทธรัตน์กิตติy

กองบรรณาธิการ ประกิจ อาษา จารุณี วรรณศิริกุล สุธาวัลย์ ธรรมสังวาลย์ กิตติธัช ศรีฟ้า กิตตินันท์ เรืองฤดี กมลนันท์ หวังกิตติธรรม ณัฐวัตร จันทนา อธิชา กาญจนบัญญัติ พิชัย แก่นแก้ว ทวีศักดิ์ เกตุอรุณ ณัฐพงษ์ บุญเรืองเจริญ ณัฐพงษ์ ใจสนิท จักรกฤษ สุขสาคร ฉัตรชัย หลักคำ� อุทัยวรรณ รัตนบัวพา วราวุฒิ เย็นเกตุ อัษฎพล อัษฎมงคลเลิศ ปภพ พุทธรัตน์กิตติ แอน เบญจมาศ จันทร์จิรา บัวเปรม


3 u กีฬานิเทศสัมพันธ์

ข่าวต่อหน้า 1 นอกจากจะมี ก ารแข่ ง ขั น กี ฬ าแล้ ว ทุ ก สาขาก็ มี เชี ย ร์ ลี ด เดอร์ แ ละนั ก ศึ ก ษาร่ ว มเชี ย ร์ บ นสแตนอี ก ด้ ว ยซึ่ ง ทาง ภาควิ ช าหนั ง สื อ พิ ม พ์ แ ละสิ่ ง พิ ม พ์ มี นั ก ศึ ก ษาหญิ ง เป็ น เชียร์ลีดเดอร์เพื่อเพิ่มสีสันให้กับงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก บรรยากาศภายในศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยสยามในวันจัดงาน จึ ง เป็ น ไปอย่ า งคึ ก คั ก  สนุ ก สนานรุ่ น พี่ รุ่ น น้ อ งได้ ทำ � ความ รู้ จั ก กั น มากขึ้ น ทุ ก คนร่ ว มชมและเชี ย ร์ กี ฬ าจนจบการ แข่งขันทั้ง2ประเภท ผลการแข่งขันกีฬาฟุตซอล ภาควิชา วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ได้ที่2 ภาควิชาสื่อดิจิทัลได้ที่3 ภาค วิ ช าหนั ง สื อ พิ ม พ์ แ ละสิ่ ง พิ ม พ์ ไ ด้ ที่ 4  ภาควิ ช าสื่ อ สารการ แสดงได้ที่5 และทีมที่คว้าแชมป์ไปครองคือภาควิชาสื่อการ โฆษณา ส่วนการแข่งขันกีฬาแชร์บอลภาควิชาดิจิทัลได้ที่2 ภาควิชาสื่อสารการแสดงได้ที่3 ภาควิชาสื่อโฆษณาได้ที่4 และทีมที่คว้าแชมป์ไปครองคือภาควิชาหนังสือพิมพ์และสิ่ง พิมพ์ รองศาสตราจารย์  ดร.ศิ ริ ชั ย  ศิ ริ ก ายะ คณบดี ค ณะ นิ เ ทศศาสตร์ ไ ด้ ก ล่ า วว่ า  “ได้ จั ด กิ จ กรรมนิ เ ทศสั ม พั น ธ์ ขึ้ น อย่ า งต่ อ เนื่ อ งเป็ น ปี ที่ 5 แล้ ว  เพื่ อ สร้ า งความสามั ค คี ระหว่างสาขาในคณะนิเทศศาสตร์โดยให้ร่วมทำ�กิจกรรม นันทนาการซึ่งปีก่อนๆมีเพียงกีฬาฟุตซอลแต่ปีนี้มีกีฬาแชร์ บอลเพิ่มมาเพื่อขยายกีฬาให้มีหลายประเภทมากขึ้นเปิด โอกาสให้ นั ก ศึ ก ษาหญิ ง และเพศทางเลื อ กได้ ร่ ว มแข่ ง ขั น และให้ นั ก ศึ ก ษาระดั บ ปริ ญ ญาโทเข้ า ร่ ว มด้ ว ยเนื่ อ งจาก สำ � นั ก งานอุ ด มศึ ก ษาแห่ ง ชาติ บั ง คั บ ให้ นั ก ศึ ก ษาระดั บ ปริญญาโทเข้าร่วมกิจกรรม2ประเภท ซึ่งส่งผลดีเพราะทำ�ให้ รุ่นพี่รุ่นน้องได้รู้จักกัน” นางส่าวสิริลักษณ์ นิลวิเศษ นักศึกษาระดับปริญญาตรี  ปีที่3สาขาวิชาสื่อสารการแสดงได้ให้สัมภาษณ์ว่า “รู้สึกดีใจ ที่มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นมีความสุขและสนุกสนานมาก ทำ�ให้ทุกสาขาในคณะนิเทศศาสตร์มีกิจกรรมที่ทำ�ร่วมกัน และอยากให้มีการจัดกิจกรรมนิเทศสัมพันธ์ต่อเนื่องไปอีก ในทุกๆปีเพื่อสานสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้องให้ได้รู้จักสนิทสนมกัน มากขึ้นในทุกสาขา” กิ จ กรรมนิ เ ทศสั ม พั น ธ์ ใ นครั้ ง นี้ จ ะเกิ ด ขึ้ น และบรรลุ ผลตามเป้ า หมายไม่ ไ ด้ ห ากไม่ รั บ ความกรุ ณ าจาก รอง ศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย ศิริกายะ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ และความร่ ว มมื อ ของนั ก ศึ ก คณะนิ เ ทศศาสตร์ ทุ ก คน จึ ง ทำ�ให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี นักศึกษาคณะ นิเทศศาสตร์คนไหนพลาดการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ถ้าหาก ปีนี้มีการจัดกิจกรรมจัดขึ้นอีกก็ขอความร่วมมือเข้าร่วมด้วย เพราะจะได้รับความสนุกสนานและรู้จักรุ่นพี่รุ่นน้องในทุก สาขาวิชาเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน นางสาวอธิชา กาญจนบัญญัติ นักศึกษาปีที่3 สาขา หนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ ได้กล่าวว่า “รู้สึกดีใจที่มีกิจกรรม ดีดีแบบนี้ขึ้นภายในคณะ ทำ�ให้รุ่นพี่รุ่นน้องรู้จักกันยิ่งขึ้น และได้ ทำ � กิ จ กรรมร่ ว มกั น  อยากจะให้ มี กิ จ กรรมแบบนี้ ตลอดทุกปีและเพิ่มกีฬาให้นักศึกษาได้ร่วมเล่นมากกว่านี้ เพราะจะทำ�ให้ทุกคนมีส่วนร่วมมากขึ้น ต้องขอบคุณคณบดี นิเทศศาสตร์ที่จัดกิจกรรมต่อเนื่องมาถึง5ปี และยังเพิ่มกีฬา แชร์บอลในปีนี้เพื่อให้นักศึกษาหญิงและเพศที่3ลงแข่งขัน ด้วย จึงมีความสนุกสนาน ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ส่วน ตัวแล้วมีความประทับใจมากๆ กับการจัดกิจกรรมของคณะ นิเทศศาสตร์ ทีกลาย่เป็นประเพณี ที่ทำ�กันมาหลายปีแล้ว และหวังว่าในปีหน้าคงยังมีกิจกรรมดีๆแบบนี้ ให้นักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์มารวมตัวกันอีก” zกมลนันท์ หวังกิตติธรรมy

เจอาร์รับความรู้ ข่าวต่อหน้า 1 โดยที่ ล งทุ น น้ อ ยที่ สุ ด แต่ ไ ด้ ผ ลกำ � ไรดี  เพื่ อ เป็ น เงิ น ทุ น และสามารถ นำ�ไปใช้ในการลงทุนในครั้งต่อไปโดยที่ไม่ต้อง ลงทุนเพิ่มและนำ�เอาไปใช้ในชีวิตประจำ�วันของเกษตรกร โดยหลังจากการาทำ�วิจัยแล้ว พบว่าแก้วมังกร เป็นผลไม้ที่ สามารถทนทานต่อสภาพดินเค็มได้ดีที่สุด นายไสว แจ่ ม แจ้ ง  ซึ่ ง เป็ น เจ้ า หน้ า ที่ ข องศู น ย์ ฯ  ได้ ใ ห้ สัมภาษณ์การเพาะปลูกผลไม้แก้วมังกรในพื้นที่ดิน เค็มนั้น โดยปกติแล้ว แก้วมังกรออกผลผลิตแค่ 6 เดือน พอถึงช่วง เดือนตุลาคม ต้องทำ�การฟันส่วนที่เกินจากต้นออกมาทิ้ง เพื่อให้ต้นแก้วมังกรแตกยอดใหม่ เพราะว่าต้นแก้วมังกรนั้น ต้องการแสงแดดเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้ ผลผลิตที่งอกงาม ตามฤดูกาล แต่ว่าส่วนใหญ่นิยมใช้แสงล่อเพื่อให้ได้ผลผลิต นอกฤดูของแก้วมังกร การปลูกพืชผลไม้ในพื้นที่ดินเค็ม มี ข้ อ ดี คื อ  รสชาติ ข องผลไม้ จ ะค่ อ นข้ า งหวานหวานเพราะ พื้ นที่ ดิ นเค็ ม  มี ส่วนผสมของแร่ ธาตุ อ ยู่ ม ากอย่ า งเช่ น  โปร แตสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม ฯลฯ จะสูงมากในพื้นที่ดินเค็ม ทำ�ให้แก้วมังกรมีรสชาติดี มีรสหวาน แก้วมังกรเป็นไม้เลื้อย มีลำ�ต้นยาวประมาณ 5 เมตร มี รากทั้งในดินและรากอากาศ ชอบดินร่วนระบายนํ้าดี ชอบ แสงแดดพอเหมาะ โล่ ง แจ้ ง  แต่ ไ ม่ แรงกล้ า เกิ น ไป ดอกสี ขาว ขนาดใหญ่ ก ลี บ ยาวเรี ย งซ้ อ นกั น  บานตอนกลางคื น  ผลแก้วมังกรมีรูปทรงเป็นทรงกลมร สีของเปลือกผลเมื่อ ดิ บ เป็ น สี เขี ย ว เมื่ อ สุ ก เป็ น มี สี แ ดงม่ ว งหรื อ สี บ านเย็ น  มี กลีบเลี้ยงสีเขียวติดอยู่รอบผลผลแก้วมังกรส่วนใหญ่มีนํ้า หนักประมาณ 300 - 600 กรัม เมื่อผ่าผลแก้วมังกรจะเห็น เนื้อของผลแก้วมังกรสีขาวหากผลนั้นเป็นแก้วมังกรพันธุ์ เวียดนามหรือพันธุ์ไทย และเนื้อผลจะมีสีแดงหรือชมพูเมื่อ ผลนั้นเป็นพันธุ์เนื้อสีแดง จากการสืบค้นข้อมูล แก้วมังกรเป็นไม้เลื้อยลำ�ต้นอ่อน จำ�เป็นต้องมีหลักให้ลำ�ต้นเกาะยึดซึ่งหลักจะเป็นไม้เนื้อแข็ง หรือเสาซีเมนต์ก็ได้ ถ้าใช้ท่อซีเมนต์เป็นเสาซึ่งรูปทรงกลม ภายในกลวงแต่เทปูนไว้ก้นท่อเพื่อไว้ใส่น้ำ�หล่อเลี้ยงให้เสา มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ฝังท่อซีเมนต์ลงในดินประมาณ 40 – 50 เซนติเมตร ต้องสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 – 2 เมตร ด้านบนของเสาทำ�เป็นร้านให้กิ่งเกาะแผ่ขยายออกไประยะ ปลูก 3 x 3 เมตร เตรียมหลุมขนาด 30 x 30 x 30 เซนติเมตร รอบ ๆ หลัก หลักละ 4 หลุม สำ�หรับปลูกหลุมละ 1 ต้น รอง ก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักเก่า 1 ปุ้งกี๋ เมื่อนำ�กิ่งพันธุ์ลงหลุมแล้ว มัดกิ่งพันธุ์ให้แนบหลักและกันแดดให้ 1 – 2 สัปดาห์ ช่วงเวลาของการตัดแต่งกิ่งพันธ์แก้วมังกร ของทุกปี จะ อยู่ ใ นช่ ว งประมาณ เดื อ นตุ ล าคมมี วิ ธี ก ารไม่ ค่ อ ยยุ่ ง ยาก แต่ว่าต้องอาศัยความละเอียดอ่อน โดยต้องฟันส่วนที่เกิน จากกลางต้น ประมาณ 30 เซนติเมตร ให้รอบบริเวณลำ�ต้น เพื่ อ ให้ เ กิ ด การแตกยอดใหม่  และส่ ว นที่ ตั ด ทิ้ ง ไปแล้ ว นั้ น สามารถนำ�กลับมาปลูกได้ใหม่ โดยการปักลงดินอีกครั้งหนึ่ง วิธีการเตรียมแปลงสำ�หรับปลูกแก้วมังกร จะต้องเตรียม ไม้หลัก ไว้สำ�หรับให้ต้นแก้วมังกรเลื้อยได้ จากนั้นจึงนำ�เอา ต้นแก้วมังกรมาปลูกโดยรอบประมาณ 3-4 กิ่งต่อไม้หลัก 1 ต้น ตลอดระยะเวลาปลูก ต้องคอยดูแล ให้ต้นแก้วมังกรนั้น ได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ ด้วยความที่แก้วมังกรเป็นพืชตระกูลตะบองเพชรจึงเป็น พืชที่ชอบอากาศร้อนและแดดจัดในการปลูกแก้วมังกรนั้น จึงควรเตรียมพื้นที่ให้อยู่ที่โล่งแจ้งไม่มีร่มเงาของต้นไม้อื่นมา บังแก้วมังกรจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีและออกดอกออก ผลได้อย่างน่าพอใจ zณัฐพงษ์ ใจสนิทy u

u ผลโพล

ม.สยาม ข่าวต่อหน้า 1 หลังจากที่รัฐบาลโดย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก รัฐมนตรี ได้ประกาศจัดตั้ง “สภาปฏิรูปการเมือง” ขึ้น โดย เชิญกลุ่มผู้นำ�ทางสังคม 69 คนเข้าร่วมประชุมเพื่อปรึกษา หารือที่ทำ�เนียบรัฐบาลนั้น เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลได้ ตระหนักว่าสังคมไทยมีความขัดแย้งอย่างรุนแรง และถึง เวลาต้องปฏิรูปสังคมการเมืองขนานใหญ่ ดังเช่นเมื่อครั้ง นายบรรหาร ศิลปะอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เคยดำ�เนิน การจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองขึ้นในปี 2538 และ นำ�มาสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในเวลาต่อมา การเชิญชวนผู้นำ�ฝ่ายค้านเข้ามาร่วมพูดคุยในเวทีปฏิรูป ทางการเมืองเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยนายกรัฐมนตรี ได้ มอบหมายให้ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา พรรคชาติไทยพัฒนา ให้เป็นผู้ไปเชิญตัวแทนฝ่ายต่างๆ เข้า ร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองตามแนวทางของรัฐบาล โดยที่น่า สนใจ คือนายบรรหารได้เข้าพบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ�พรรคฝ่ายค้านใน สภา เพื่อเชิญเข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองหาทางออกให้กับ ประเทศ โดยในการหารือครั้งนี้ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง และ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปติดตามการหารือแต่อย่าง ใด โดยผลสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังยืนยันคำ�เดิม ที่จะไม่เข้าร่วม หากรัฐบาลไม่ถอน พรบ.นิรโทษกรรม โดย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ว่า “การปฏิรูป และ การปรองดอง เกิดขึ้นจากการแสวงหาจุดร่วม บนหลักการ ที่ทุกฝ่าย ยอมรับได้ ปฏิบัติได้ แล้วเดินไปด้วยกัน ผมจึงไม่ อาจเข้าร่วมกับสภาปฏิรูปของรัฐบาล แต่เชื่อว่า การปฏิรูป และการปรองดอง จะต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย บนหลักการของความถูกต้อง” ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายมีพื้นที่ทางการเมือง แสดงความคิด ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ทบทวนวั ฒ นธรรมทางการเมื อ ง พฤติ ก รรมทางการ เมื อ ง ต้ อ งเปลี่ ย นแปลง เพื่ อ สนั บ สนุ น ให้ ก ารเมื อ งเป็ น ประชาธิปไตย ส่ ว นฝ่ า ยอื่ น ๆ เช่ น  กลุ่ ม พั น ธมิ ต รประชาชนเพื่ อ ประชาธิปไตย (เสื้อเหลือง) , แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (เสื้อแดง) และกลุ่มอื่นๆ ต่างมีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐบาล จึงยังทำ�ให้แนวคิด ของรัฐบาลที่จะสร้างสภาปฏิรูปการเมืองขึ้น เพื่อสร้างความ ปรองดองต่อคนในชาติ ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูป ธรรม การสำ�รวจความคิดเห็นของนักศึกษาในครั้งนี้ สะท้อน ให้เห็นถึงความแตกต่างทางความคิดในเรื่องการเมืองอยู่ พอสมควร และแสดงถึงความสำ�คัญของการเมืองต่อชีวิต ประจำ�วันของนักศึกษา ที่ยังเป็นสิ่งที่นักศึกษาควรจะรู้เรื่อง ทางการเมื อ งเอาไว้  เพื่อ รู้ ทั น ถึ ง เล่ ห์ เหลี่ ย มทางการเมือ ง และทิศทางของประเทศที่เราดำ�รงอาศัยอยู่ โดยที่มีผู้เห็น ด้วยอยู่ร้อยละ 52 ส่วนนักศึกษาที่ไม่เห็นด้วย มีอยู่ร้อยละ 40 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกันอยู่มาก ส่วนนักศึกษาที่รู้สึกเฉยๆกับ แนวคิดปฏิรูปการเมืองของรัฐบาล มีอยู่ร้อยละ 8 โดยนางสาวมะลิ วั ล ย์  วิ ริ ย ะโกศล นั ก ศึ ก ษาชั้ น ปี ที่ 3 มหาวิ ท ยาลั ย สยาม ได้ ใ ห้ สั ม ภาษณ์ เ กี่ ย วกั บ แนวคิ ด การ ปฏิรูปของรัฐบาลว่า “ส่วนตัวรู้สึกเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ที่จะ มีการชักชวนฝ่ายต่างๆ ทางการเมือง มาร่วมพูดคุยเพื่อหา ทางออกของประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะ ประเทศไทยของเรา บอบช้ำ�มามากพอแล้วกับความขัดแย้ง ทางการเมือง u ต่อหน้า 4


4 uผลโพล

ม.สยาม ข่าวต่อหน้า 3 ที่บานปลายจนทำ�ให้เกิดการชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิ ของกลุ่มต่างๆ จนบางครั้งบานปลายและเกิดการกระทบ กระทั่งกัน ซึ่งเราก็หวังว่า รัฐบาลจะจริงใจกับการปฏิรูป ประเทศ และไม่หวังผลประโยชน์หรือวางเกมทางการเมือง ในการสร้างสภาปฏิรูปการเมือง เพื่อให้หาทางออกได้อย่าง จริงจัง และในไม่ช้าก็อยากเห็นฝ่ายต่างๆ ได้ยอมเข้ามาร่วม สภาปฏิรูปการเมือง เพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ ให้มีผลที่ดีที่สุด” ส่วนนายศิลา โพธิ์สุวรรณ นักศึกษาชั้นปีที่3 มหาวิทยาลัย สยาม ได้ให้สัมภาษณ์ต่างกันว่า “ผมยังไม่ค่อยเชื่อใจรัฐบาล นี้เท่าไรนัก เนื่องจากยังมี พรบ.นิรโทษกรรม ซึ่งแน่นอน ต้องมีผลประโยชน์ต่อใครบางคนอยู่แล้ว ผมจึงไม่เห็นด้วย ที่ จ ะให้ แ ต่ ล ะฝ่ า ยในเกมการเมื อ ง ได้ เข้ า ไปมี ส่ ว นร่ ว มใน การปฏิ รู ป ประเทศ ผมคิ ด ว่ า ถ้ า รั ฐ บาลอยากหาทางออก จากความขัดแย้งที่เรื้อรังมานานจริง ก็คงต้องเปิดเผย และ เปิดใจให้มากกว่านี้ และแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการถอด ร่าง พรบ.นิรโทษกรรมออก ผมถึงจะเห็นด้วยกับการให้กลุ่ม ต่างๆไปร่วมสภาปฏิรูป แต่เชื่อผมเถอะ มันคงเกิดขึ้นได้ยา กมากๆ เพราะความไม่จริงใจ และยังนึกถึงพวกพ้องของตัว เองมากกว่า อนาคตประเทศไทย และประชาชนชาวไทย พวกเราก็คงต้องทำ�ใจ และดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ จากนี้ครับ”

กิจกรรมเข้าค่ายครั้งนี้ มีการส่งตัวแทนนักเรียนชั้นปีที่ 3 เพื่อเป็นหัวหน้ากลุ่มสีต่างๆ มีสี 5 สี คือ แดง ม่วง เขียว ฟ้า ชมพู และส่งตัวแทนนักเรียนชั้นปีที่2 มา 5 คน เพื่อเป็น รองประธานสี และจัดให้นักเรียนชั้นปีที่1 แบ่งกลุ่มกันเพื่อ เป็นสมาชิกในกลุ่มสีต่างๆ และได้เริ่มกิจกรรมที่จัดเตรียมไว้ ทั้งหมด การจัดกิจกรรมนันทนาการพัฒนาพฤติกรรมในโรงเรียน เพื่อสร้างความสามัคคี และความสัมพันธ์ที่ดีในกลุ่มผู้ร่วม กิจกรรม โดยอาศัยเกมส์นันทนาการที่จะสร้างบรรยากาศ แห่งความสนุกสนานร่วมกัน โดยจะได้ทำ�ความรู้จักกันและ มีความเข้าใจและสนิทกันมากขึ้น รวมทั้งได้ร่วมใจสามัคคี เพื่อทำ�กิจกรรมให้สำ�เร็จลุล่วงไป การเปิดตัวเองออกสู่ผู้อื่น การพัฒนาพฤติกรรม การทำ�ความรู้จัก และสามารถทำ�งาน หรือทำ�กิจกรรมร่วมกันได้ เพื่อเป็นบททดสอบ ข้อคิด และ

เป็นเนื้อหาสาระที่จะทำ�ให้นักเรียนได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตนเองได้ ดี ยิ่ ง ขึ้ น  และพั ฒ นาบุ ค ลิ ก ที่ ดี แ ละลดความขั ด แย้ง ความตึงเครียดในการเรียน ส่งเสริมการความเป็นผู้นำ� และผู้ตามที่ดี รู้หน้าที่ตนเอง การทำ�งานเป็นทีม ความ กระตือรือร้นในการทำ�งานอย่่างมีแบบแผนจนสำ�เร็จ และ ยังมีระเบียบวินัยอีกด้วย เป็นการพัฒนาเพื่อให้การเรียนมี ประสิทธิภาพมากขึ้น มีสมาธิและการแก้ไขปัญหาเฉพาหน้า ได้ดีมากยิ่งขึ้น และประสบความสำ�เร็จตามเป้าหมายที่ได้ วางเอาไว้ จบไปเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ zแอน เบญจมาศ และ จันทร์จิรา บัวเปรมy

zกิตตินันท์ เรืองฤดีy

เข้าค่ายสร้างพลังสามัคคี พาณิชยการราชดำ�เนิน โรงเรียนพาณิชยการราชดำ�เนินได้มีการจัดกิจกรรมเข้า ค่ายของนักเรียนชั้น ปวช. ปีที่ 1-3 ให้มีกิจกรรมเพื่อสร้าง ความสามัคคีกันภายในโรงเรียน ระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง เพื่อเพิ่มพัฒนาทักษะทางจริยธรรม อาจารย์รัชพล ประกอบบุญ ซึ่งเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครอง โรงเรียนพาณิชยการราชดำ�เนิน หรือ RCC. ได้เป็นผู้ดูแล จัดการค่ายครั้งนี้ จากการสัมภาษณ์ ได้ความว่า มีการจัด ประชุม นักเรียน ชั้นปีที่ 1-3 เข้าหอประชุมในหอประชุม โรงเรียน ในเวลา 08.30 น. และได้อบรมนักเรียนให้เข้าใจ และได้กล่าวต่อไปว่า “การจัดกิจกรรมเข้าค่ายในครั้งนี้ จัด ขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรม และเพื่อให้เกิดความ สามัคคีกันในโรงเรียน และยังได้ทำ�ความรู้จักกันระหว่่างรุ่น พี่และรุ่นน้อง การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นภายในสังคมที่เต็มไป ด้วยความแตกต่าง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการใช้ชีวิตในสังคม ปัจจุบันในมุมมองการเรียนและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อีก ทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างมีระบบและกล้าที่จะตัดสินใจ ทั้งในแง่มุมมองการวิเคราะห์ การวางแผน การประสานงาน และการผสมผสานทักษะ และความสามารถต่างๆ ในการ แก้ไขปัญหาอย่างมีระเบียบแบบแผน ช่วยให้เกิดการพัฒนา ด้านความคิดสร้างสรรค์” โดยในค่ายมีการจัดกิจกรรมหลากหลายอย่าง เช่น ช่วย เหลือกันภายในกลุ่ม ซึ่งทำ�ให้่เกิดแนวคิดและวิธีแก้ไขปัญหา ที่หลากหลาย ตั้งแต่แนวคิดเชิงวิศวกรรม ไปจนถึงการเจรจา ทางการเมือง ด้วยกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้นักเรียนบูรณาการวิธี คิดทั้งหมดสู่การแก้ไขปัญหาโจทย์และนอกจากความสนุก แล้ว ยังช่วยให้นักเรียนเกิดความรู้และมีความตั้งใจพยายาม แก้ไขปัญหา เอาชนะอุปสรรค์ต่างๆ ในกิจกรรม อันนำ�ไปสู่ การเรียนรู้ที่เต็มที่ และมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ios 7 ระบบใหม่ที่คุณเฝ้ารอ หลังจากแอปเปิลเปิดตัว iOS 7 ที่งาน WWDC 2013 สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนแอปเปิลทั่วโลก iOS 7 มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของแอปเปิล ด้วย อินเตอร์เฟซของ iOS 7 ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด ให้ สะดวกและสวยงามมากยิ่งขึ้น Camera ที่ปรับแต่งรูปได้ โดยไม่ต้องพึ่งแอพฯเสริม Photo ที่แสดงวัน เวลา และ สถานที่อัตโนมัติ วิทยุออนไลน์ที่เปิดได้ทันทีจากเครื่องเล่น เพลง เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา แอปเปิลโดย บริษัท Apple Computer Inc. ปล่อยอัพเดท iOS 7 ซึ่งเป็นระบบ ปฏิบัติการรุ่นล่าสุดของแอปเปิ้ล ให้กับผู้ใช้ iPhone, iPad และ iPod touch ทั่วโลกได้อัพเดทกันไปเรียบร้อยแล้ว โดย สามารถอัพเดทได้ผ่านตัวเครื่องโดยตรง (OTA) ไปที่ Settings -> General -> Software Update หรือจะเลือก

อัพเดทผ่านโปรแกรม iTunes ก็ได้ ก่อนจะอัพเดท iOS 7 ควรมีพื้นที่ว่างบนอุปกรณ์อย่างน้อย 3.1GB Control Center ฟีเจอร์นี้ทำ�ให้ผู้ใช้สามารถเข้าตั้งค่า ต่าง ๆ เบื้องต้นได้ วิธีการเรียกใช้ Control Center ก็ง่าย ๆ เพียงลากนิ้วจากหน้าจอข้างล่างขึ้นด้านบน ก็จะมีเมนูตั้ง ค่าต่าง ๆ แสดงขึ้นมา เช่น เปิด-ปิด Wi-Fi/3G, เปิด Airplane mode, Bluetooth, Do Not Disturb, ปรับแสง หน้าจอ, ควบคุมการฟังเพลง, ไฟฉาย, เครื่องคิดเลข และ กล้อง เป็นต้น ถือว่าเป็นอีกฟีเจอร์ที่สะดวกมาก โดยที่ผู้ใช้ ไม่ต้องเจลเบรค iOS เพื่อเพิ่มฟีเจอร์แบบนี้เข้ามาอีกต่อไป Notification Center ศูนย์รวมการแจ้งเตือนบน iOS 7 ได้ถูกปรับปรุงใหม่ โดยเพิ่มส่วน Today ที่แสดงสิ่งที่ ต้องทำ�วันนี้ โดยดึงข้อมูลจากที่เราบันทึกไว้บนปฏิทิน ส่วน Missed จะรวม การแจ้งเตือนทั้งหมดที่เรายังไม่ได้เปิดดู


5 เช่น ข้อความ, สายที่ไม่ได้รับ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถ ใช้ Notification Center โดยเลื่อนลงมาดูได้แม้จะล็อกหน้า จออยู่ก็ตาม Camera แอปเปิลได้ปรับปรุงแอพฯ Camera บน iOS 7 ใหม่ โดยเปลี่ยนอินเตอร์เฟซของกล้องและเพิ่มลูกเล่น แต่งภาพใส่ฟิลเตอร์ให้กับรูปภาพได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาแอพฯ แต่งภาพอีกต่อไป ส่วนฟีเจอร์อื่น ๆ ของกล้องยังเหมือนเดิม Photo ในส่วนของแอพฯ Photo บน iOS 7 เพิ่มตัว เลือกในการแสดงภาพแบบตามสถานที่ หรือเลือกแสดงตาม เวลาที่ถ่ายภาพเพื่อง่ายต่อการค้นหา และมี iCloud Photo Sharing ใช้สำ�หรับแชร์ภาพและวิดีโอ รวมถึงแชร์ภาพผ่าน AirDrop เพื่อส่งรูปภาพให้กับเพื่อนที่ใช้ iPhone, iPad และ iPod touch ได้ iTunes Radio บริการวิทยุออนไลน์ผ่านระบบ “สตรีม มิ่ง” (Streaming) ที่มีกว่า 200 สถานี ผู้ใช้สามารถเปิดฟัง เพลงได้ทั้งบน iPhone, iPod Touch, iPad, Mac, Apple TV และบน PC โดยมีโฆษณา และสามารถแบ่งสถานีตาม หมวดเพลง ส่วนคนที่ใช้ iTunes Match จะไม่มีโฆษณา ฟังแล้วถูกใจคลื่นไหนสามารถกดแชร์ให้เพื่อนๆได้ สำ�หรับ iTunes Radio จะเริ่มเปิดบริการในอเมริกาก่อนเป็นที่แรก นี่ เ ป็ น เพี ย งตั ว อย่ า งบางฟี เจอร์ เ ท่ า นั้ น สำ � หรั บ ผู้ ท่ี ใช้ ผลิตภัณฑ์ apple นั้นจะชอบหรือไม่ชอบในด้านไหนของ ระบบปฏิบัติการใหม่นี้ และมีความคิดเห็นกันอย่างไร มีข้อ เสียตรงไหน ดีจริงหรือไม่ มีบทสัมภาษณ์จากผู้ใช้งานมาให้ อ่านกันครับ “คิดว่า ios6 ดูไฮโซกว่า ios7 มันดูโปร่งๆ บางๆ เหมือน แอนดรอยด์นะ (ตัวเองใช้ ipone5 อยู่) ปุ่มกดต่างๆไม่โดด เด่น มันดูจืดๆ ชีดๆ ไม่น่าใช้งานเลย โดยส่วนตัวคิดว่าช้าลง กว่าเดิมเล็กน้อย หรือว่าเค้ายังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์ก็ไม่รู้ นะ น่าจะทำ�ให้มันดูน่าใช้กว่านี้ สำ�หรับ Apple หรืออาจจะ ยังไม่คุ้นเคย” นางสาวกวี ณั ฐ  จรู ณ รั ต นบั ณ ฑิ ต  นั ก ศึ ก ษาคณะ นิเทศศาสตร์ สาขาการประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า “สวยดี แต่ ไม่ชอบเลย ดูเบาๆเบลอๆยังไงไม่รู้ สีสันมันอ่อนไปทำ�ให้ งง เวลาจะหาแอพฯอะไรสักอย่างหนึ่ง มันไม่ชัดเจน คล้าย ลูกเล่นในแอนดรอยด์เลย น่าจะใช้แบบเดิมเพราะมันเป็นส ไตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของไอโฟนดี ios7 รู้สึกเหมือนใช้แอนดรอยด์เลย สรุปว่าไม่ปลื้มค่ะ ios6 สวยกว่า” นางสาวสุภัทรา ศรีอังกูร ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์แอปเปิล ประจำ�ร้านบานาน่าไอทีสาขาเดอะมอลล์บางแค ให้ สัมภาษณ์ว่า “ในเรื่องของรูปลักษณ์โดยส่วนตัวชอบค่ะ มี ความลงตัวของดีไซน์ที่ดูทันสมัย เรียบหรูตามเอกลักษณ์เดิม ของแอปเปิล แต่ขอตินิดนึงตรงที่มันดูคล้ายกับระบบแอน ดรอยด์”และในเรื่องของระบบปฏิบัติการ ที่มีผู้ใช้มากมาย ติว่า ช้า ระบบรวน ไม่เสถียรเหมือนเดิม น.ส.สุภัทรากล่าว ว่า “สาเหตุที่ทำ�ให้ช้าส่วนใหญ่เป็นเพราะความสามารถของ เครื่องรุ่นดังกล่าวเช่น iphone4หรือ4s ยังคงรับระบบใหม่ นี้ได้ไม่ดีหรือไม่เต็มประสิทธิภาพ ชิพประมวลผลของรุ่นดัง กล่าวคือA4และA5 ทำ�ให้ประมวลผลของระบบ ios7 นี้ออก มาได้ช้ากว่าที่ควรและเนื่องจาก ios7 มีรายละเอียดมาก และยังไม่ใช่เวอร์ชั่นที่สมบูรณ์ คงต้องรอกันต่อไป” จากบทสัมภาษณ์ส่วนใหญ่ผู้ใช้ ios7 นั้นยังคงมีปัญหา และไม่ชอบทั้งรูปลักษณ์และการใช้งาน ผู้ที่ยังไม่ได้อัพเกรด ควรจะศึกษาข้อมูลจากรีวิวผู้ใช้งานตามเว็บไซต์ก่อนการ ตัดสินใจ เพราะการแก้ไขให้กลับมาเป็นระบบเก่านั้น ทำ�ได้ ยากกว่าตอนอัพเกรดเป็น ios7 เสียอีก zพิชัย แก่นแก้วy

เปิดตัวกล้องโปรรุ่นใหม่ Canon70D

Canon ประกาศเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ Canon EOS 70D อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากมีการปรับปรุงและพัฒนาใน เรื่องระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ มีระบบโฟกัสภาพ 19 จุด โดยทุก จุดเป็นแบบ Cross Type ที่มีความรวดเร็วแม่นยำ�สูง และ ที่พลาดไม่ได้ก็คือระบบ WiFi มีการจัดคุณสมบัติมาให้ครบ เครื่องทั้งระบบการควบคุม และระบบการเชื่อมต่อ Canon EOS 70D มี ข นาดบอดี้ ใ กล้ เ คี ย งเดิ ม โดย ยั ง คงมี จ อแสดงผลที่ ส ามารถปรั บ มุ ม มองภาพได้ อ ย่ า งอิ ส ระยกมาจากรุ่ น  EOS 700D เป็ น จอ Clear View II TFT LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 10.2 ล้าน พิ ก เซล แบบทั ช สกรี น  ใส่ ร ะบบโฟกั ส ภาพอั ต โนมั ติ  19 จุ ด  โดยทุ ก จุ ด เป็ น แบบ Cross Type จึ ง มี ค วามรวดเร็ ว  แม่ น ยำ � สู ง  และพลาดไม่ ไ ด้ กั บ ระบบWiFi เหมื อ นใน กล้ อ งรุ่ น  EOS 6D แม้ ทุ ก อย่ า งจะดึ ง จุ ด เด่ น จากแต่ ละรุ่ น ที่ เ คยมี ม า หากแต่ เ ทคโนโลยี ใ หม่ ที่ ม าพร้ อ มก ล้ อ งรุ่ น นี้ คื อ  ตั ว เซ็ น เซอร์ ที่ เ ป็ น แบบใหม่  Dual Pixel CMOS AF Canon 70D เซ็ น เซอร์ รุ่ น ใหม่ นี้ มี ก ารจั ด เรี ย ง  โ ฟ โ ต้ ไ ด โ อ ด ใ ห ม่  แ ล ะ มี ก า ร ฝั ง ร ะ บ บ โ ฟ กั ส ภ า พ แบบ Phase Detection เข้ า ไปจึ ง ช่ ว ยให้ ก ารหา  ระยะโฟกัสวัตถุมีความรวดเร็วขึ้นมากทั้งการถ่ายภาพนิ่ง  และภาพเคลื่อนไหว มีความละเอียดสูง 20.2 ล้านพิกเซล ควบคู่ กั บ ตั ว ประมวล DIGIC 5+ จากกล้ อ งรุ่ น พี่  EOS 5D MAKE III และเพื่อให้ความรวดเร็วและถ่ายทอดรายละเอี ยดที่สวยงามจากเลนส์ผ่านเซ็นเซอร์จนกระทั่งออกมาเป็น ภาพที่สวยงาม ถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 7 ภาพ/วินาที ได้ต่อเนื่อง 65 ภาพด้วยไฟล์ JPEG และ 16 ภาพด้วยไฟล์ RAW ระบบแฟลชในตัวที่สามารถควบคุมแฟลชภายนอกได้ จึง ทำ�ให้กล้อง Canon 70D มีความแตกต่างจากกล้องรุ่นก่อน ๆเช่นCanon 60 D อยู่หลายอย่างเช่น ระบบเซ็นเซอร์ APSC Dual Pixel CMOS AF ที่มีความละเอียดถึง 20.2 ล้าน  พิกเซล ซึ่งต่างจากรุ่นก่อนที่มีอยู่ 19 ล้านพิกเซล การถ่าย ภาพต่อเนื่องสูงสุดก็ไม่สามารถทำ�ได้และระบบแฟลชใน ตัวที่สามารถควบคุมแฟลชภายนอกได้ก็ไม่สามารถทำ�ได้ เหมือนกับกล้อง Canon 70D จึงทำ�ให้กล้อง Canon 70D ออกมาเพื่อปรับหรือแก้ไขจุดบกพร่องของกล้องตัวก่อนๆ อย่าง Canon 60D อยู่มากเลยทำ�ให้ช่างภาพมืออาชีพหรือ ช่างภาพมือสมัครเล่นต่างอยากที่จะได้ Canon 70D มาเป็น กล้องคู่ใจในการใช้ถ่ายภาพต่างๆเพื่อเก็บความทรงจำ�ต่างๆ หรือเหตุการณ์ที่ดีๆลงบนแผ่นภาพผมจึงได้ไปขอสัมภาษณ์ จากผู้ที่ใช้กล้อง Canon 70D มาเป็นอีกทางเลือกให้กับเพื่อ นๆที่กำ�ลังอยากจะได้หรือจะใช้กล้องรุ่นนี้อยู่

จ า ก ก า ร ที่ ไ ด้ ไ ป ข อ สั ม ภ า ษ ณ์ อ า จ า ร ย์ กิ ต ติ ธั ช   ศรี ฟ้ า  ได้ ใ ห้ สั ม ภาษณ์ ว่ า มี ค วามคิ ด เห็ น อย่ า งไรกั บ กล้ อ ง   Canon 70Dยังไม่ค่อยรู้เรื่องสเปคของกล้อง เพราะยังไม่เค ยได้ลองใช้ส่วนราคาจริงกล้อง เหมาะสมกับราคาหรือไม่ อา จารย์คิดว่าราคาเหมาะสมกับคุณภาพแต่ถ้าหากเป็นนักถ่าย ภาพมือใหม่คิดว่าราคาคงจะแรงไปหน่อยกับนักถ่ายภาพมือ ใหม่ กล้อง Canon 60D กับ Canon 70D ก็ต่างกันทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระบบเซ็นเซอร์ที่มีขนาดเยอะกว่า และช่องมอง ภาพที่มีขนาดใหญ่กว่าระบบอื่นๆเช่น wifi และคิดว่ากล้อง  Canon 70D ถ้าซื้อมาใช้จะมีดีกว่ากล้องยี่ห้ออื่นที่สเปคเ ท่ากันอย่างไร อาจารย์กิตติธัช ศรีฟ้า บอกว่าเคยใช้กล้อง Nikon ที่ราคากับสเปคในระดับเดียวกันพบว่ากล้องของ Canon มีดีกว่าในหลายๆด้านทั้งภาพที่มีสีสดใสกว่าและร าคาอะไหล่ตัวกล้องที่มีราคาที่ดีกว่าแล้วเป็นกล้องที่เล่นไ ด้ง่ายกว่าสำ�หรับมือใหม่ที่กำ�ลังจะเล่นกล้อง DSLR กล้อง  Canon เป็นกล้องที่เหมาะกับนักถ่ายภาพมือใหม่ ส่ ว นนายนิ ธิ  เอื้ อ สุ ช น ซึ่ ง เป็ น คนที่ ใช้ ก ล้ อ ง Canon 70D ได้ ใ ห้้ ค วามคิ ด เห็ น มาว่ า ทำ � ไมเขาถึ ง เลื อ กใช้ ก ล้ อ ง  Canon 70D เขาได้ ใ ห้ สั ม ภาษณ์ ว่ า ชอบในเรื่ อ งเซ็ น เซอร์  และระบบโฟกั ส แบบใหม่ ที่ ตั ว กล้ อ งมี ทำ � ให้ คุ ณ ภาพของ ภาพถ่ายสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นและระบบโฟกัสที่มีความ แม่นยำ� รวดเร็วและต่อเนื่อง อีกทั้งมีจุดโฟกัสแบบ Crosstype 19 จุ ด  ทำ � ให้ ค ลอบคลุ ม การใช้ ง านหลากหลายแ บบ แล้วเขาก็ยังเคยใช้กล้อง DSLR มานานแล้วเพราะพ่อ เขาชอบเรื่องกล้องเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงคุ้นเคยกับกล้อง  มานาน และยั ง เคยได้ ใช้ ม าหลากหลายยี่ ห้ อ  แต่ ที่ เข้ า มื อ จริงๆคงเป็น Canon ครับเพราะใช้มานานที่สุด จึงทำ�ให้ได้ข้อสรุปในการที่จะเลือกซื้อกล้องไม่ว่าจะเป็น ยี่ห้อใดก็ตามก็ขอให้เลือกซื้อตามความพอใจตามการใช้งาน เรื่องราคาก็มีหลากหลายราคาหลากหลายยี่ห้อแต่ถ้าหากมี ทุนก็ขอแนะนำ�กล้อง Canon 70D ราคาอาจจะแพงไปสัก  นิดแต่ถ้าเปรียบเทียบกันกับความคุ้มค่าที่จะต้องเสียเงิน ซื้อแล้วก็เป็นกล้องที่มีความคุ้มค่ามากๆ มีระบบเซ็นเซอร์ที่ ดีและมีจุดโฟกัสที่คลอบคลุมการใช้งานได้หลากหลายรูป แบบไม่ว่าจะเป็การถ่ายภาพนิ่งหรือไม่ว่าจะเป็นการถ่าย ภาพเคลื่อนไหวกล้อง Canon 70D ก็สามารถตอบโจทย์ควา มต้องการของผู้ใช้ได้ทุกรูปแบบ แต่การถ่ายภาพให้สวยก็ขึ้น อยู่กับไอเดียและประสบการการณ์การถ่ายภาพที่จะทำ�ให้ รูปถ่ายออกมาสวยงาม zวราวุฒิ เย็นเกตุy


6

อนุสรณ์แห่งการเสียสละที่ถูกลืม วงเวียน 22 หรือ วงเวียน 22 กรกฎาคม อนุสรณ์สถาแห่งการเสียสละของเหล่าทหารหาญ ที่ตั้งอยู่ย่านการค้าท่ามกลาง ความพลุกพล่านของยวดยานที่สัญจรไปมาและยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ถึงความสำ�คัญของวงเวียนแห่งนี้ ตามกาลเวลาว่า อนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำ�นี้มีความสำ�คัญอย่างไร...?

ความสงบร่มเย็น บริเวณถนนรอบวงเวียน 22 ที่ดูมีความสงบ และร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ต่างแผ่รังสีความร่มเย็นออกมา แต่ในขณะเดียวกัน รถยนต์ที่ถูกควบคุมโดยมนุษย์ ต่างวิ่งผ่านไป-มาในทุกวัน โดยไม่ได้สนใจอนุสรณ์ข้างทางที่สร้างไว้ เพื่อแสดงเชิดชูวีรบุรุษที่ต่อสู้ กับศัตรู เพื่อป้องกันการรุกราน และเพื่อแสดงศักดิ์ศรีของชนชาติไทย

อนุสรณ์กลางใจคน อาจมองไปแล้วดูเหมือน อนุสรณ์ธรรมดาๆ ที่มีต้นไม้น้อยใหญ่อยู่ทั่วบริเวณ แต่จริงๆแล้ว การที่เรามีจิตใจที่สงบ ร่มเย็น เปรียบ เสมือนกรุงเทพมหานครเป็นหัวใจ เราควรมีก้นบึ้งของหัวใจ ที่สงบ ใจเย็น มีสติ เพื่อเป็นพื้นฐานของจิตใจ ที่มีความมั่นคง ไม่ วอกแว็ก ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่วุ่นวาย ได้อย่างมีความสุข และพร้อมกับทุกๆ เหตุการณ์เสมอ

ในสมั ย รั ช กาลที่  4 ไทยได้ ทำ � สั ญ ญากั บ ประเทศฝ่ า ย ออสเตรีย-ฮังการี และ จักรวรรดิเยอรมัน จำ�นวนมากไทย เกิดการเสียดุลอำ�นาจทางการทหาร อุตสาหกรรม และรวม ไปถึงการ แย่งชิงดินแดนกันในทวิปยุโรป ในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงประกาศนำ�ประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 พระองค์ นำ�ประเทศเข้าอยู่กับฝ่ายประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งเป็นมหา สงครามแห่งการสูญเสียของมวลมนุษยชาติ การหลั่งนํ้าตา แห่งการสูญเสียผู้ที่เป็นที่รัก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้ทรงศึกษาวิชาทางทหารทรงสำ�เร็จการศึกษา จากแซนเฮิสต์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง มีพระอัจฉริยภาพทางด้านการทหารเป็นอย่างดี และก็ยัง จบการศึกษา จาก มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ทรงศึกษา วิชาประวัติศาสตร์และกฎหมายฉะนั้นจึงทราบความเป็น ไปเป็นของมหาอำ�นาจยุโรปเป็นอย่างดี พระองค์จึงได้เดิน ยุ ท ธวิ ธี โ ดนทำ � การอย่ า งแนบเนี ย นโดยการถอนเงิ น จาก ธนาคารที่เคยฝากไว้กับจักรวรรคดิเยอรมัน ออกจนหมด  และนำ�เงินที่ถอนมาจากจักรวรรดิเยอรมัน ไปฝากไว้กับชาติ ที่เป็นฝ่ายสัมพันธมิตร แค่นี้เยอรมันก็รู้แล้วว่าประเทศไทย จะทำ�การประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรี-ฮังการี และยั ง มี แ ผนที่ จ ะจั บ กุ ม ชาติ ฆ่ า ศึ ก นั้ น หมายความว่ า คน ชาติ ออสเตรีย-ฮังการี และ จักรวรรดิเยอรมัน ที่อยุ่ใน ประเทศไทยจะกลายเป็นคนชาติฆ่าศึกในทันที พระองค์ได้ จัดการเตรียมสถานที่คุมคลังไว้ในสโมสรเยอรมัน พระองค์ จึ ง ได้ ตั ด สิ น พระราชหฤทั ย ประกาศสงคราม ในวั น ที่  22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 ณ ตัดสินพระราชหฤทัย หรือ วัด พระแก้ว ประเทศไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ภายหลังสงคราม  ประเทศไทยได้ แ ก้ ส นธิ สั ญ ญากั บ ประเทศต่ า งๆ จำ � นวน มาก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อเมริกา เยอรมัน ที่ทำ�ให้ ประเทศไทยเสี ย เปรี ย บนอกจากนี้ ป ระเทศไทยยั ง ได้ รั บ เกียรติให้เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งองค์การสันนิบาตชาติอีกด้วย สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเกิดขึ้นในรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2457 ไทยตั้งตัวเป็นกลาง จนกระทั่งวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 ไทยจึ ง ได้ ป ระกาศสงครามกั บ เยอรมั น และ ออสเตรี ย -ฮั ง การี  และได้ ส่ ง ทหารอาสาสมั ค รไปช่ ว ยรบ ประมาณ 1,200 นายทั้ ง นี้ ร วมทั้ ง นายพลและพลทหาร  สมทบกับนักเรียนไทยในนานาประเทศอีกประมาณ 400 นาย รวมทหารอาสาสมั ค รทั้ ง หมดประมาณ 1,600 นาย  ทหารอาสาออกเดินทางถึงประเทศฝรั่งเศสอยู่ใต้บัญชาการ ของนายพล เปแตง ซึ่งขณะนั้นดำ�รงตำ�แหน่งแม่ทัพใหญ่ ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ไปปฏิบัติการในสมรภูมิประเทศฝรั่งเศส และเบลเยี่ยม ไทยได้ อ ะไรกั บ การประกาศสงครามกั บ ออสเตรี ย ฮังการี และจักรวรรดิเยอรมัน เป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงและ เกียรติคุณของประเทศและได้รับเกียรติเข้าร่วมทำ�สัญญา สั น ติ ภ าพแวร์ ซ ายส์ เ มื่ อ สงครามสงบได้ รั บ เชิ ญ เข้ า เป็ น สมาชิกประเภทริเริ่มขององค์การสันนิบาตชาติเป็นหลัก ประกันเอกราชและความปลอดภัยของประเทศและยังได้ ประโยชน์จากการแก้ไขสัญญาที่ทำ�ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 เป็นผล สำ�เร็จและยกเลิกสัญญาต่างๆ ที่ไทยทำ�ไว้กับเยอรมัน และออสเตรีย-ฮังการี ในขณะเดียวกันไทยได้มีโอกาส และทำ�สัญญากับประเทศต่างๆ ใหม่และได้ยึดทรัพย์จาก เชลยพร้อมทั้งเปลี่ยนธงชาติจากธงช้างมาเป็นธงไตรรงค์ เพื่อนำ�ไปใช้ในกองทัพไทยที่เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1


7

และสร้างอนุสาวรีย์เพื่อรำ�ลึกถึงเหตุการณ์สงครามโลกครั้ง ที่ 1 นั้นคือ อนุสาวรีย์ทหารอาสา วงเวียน 22 กรกฎาคม อีกทั้งยังมีการก่อตั้งสมาคมสหายสงคราม มีการจัดทหาร แบบยุโรปและจัดตั้งกรมอากาศยานขึ้นเป็นครั้งแรก บริ เวณโดยรอบวงเวี ย น 22 กรกฎาคม เดิ ม เคยเป็ น ชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่หนาแน่นในราว พ.ศ.2460 เกิดเพลิง ไหม้ครั้งใหญ่เผาผลาญบ้านเรือนในบริเวณนี้ไปเกือบหมด เจ้าพระยายมราชปั้น สุขม เสนาบดีกระทรวงนครบาล ได้ นำ�ความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรม ราชานุญาต ตัดถนนเพื่อความเป็นระเบียบของบ้านเมือง ต่อมาได้โปรดพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตัดถนน สามสายซึ่งบริเวณที่ถนนทั้งสามมาตัดกันได้โปรดให้สร้าง เป็นวงเวียนและพระราชทานนามว่า 22 กรกฎาคม เพื่อ รำ�ลึกถึงวันที่สยามประเทศประกาศเข้าร่วมสงครามโลก ครั้งที่1 ส่วนถนนทั้งสามนั้น พระราชทานชื่อว่า ไมตรีจิตต์มิตรพันธ์ สันติภาพ ทั้งสามชื่อถนนมีความหมายที่ว่า การ มีไมตรีจิตต์ที่มีต่อฝ่ายสัมพันธมิตรและยังเป็นพันธมิตรกับ ฝ่ายสัมพันธมิตรและได้สันติภาพ เมื่ อ พู ด ถึ ง ความรู้ ค วามเข้ า ใจจากในอดี ต คนที่ ใ นยุ ค สงครามนั้ น แน่ น อนต้ อ งรู้ จั ก วงเวี ย น 22 เป็ น อย่ า งดี  แต่ วันนี้ในปัจจุบัน วงเวียน 22 ที่ผู้คนรู้จักกัน เป็นเสมือนแค่ ทางผ่านของเดินทางไปมา เป็นเพราะว่า การเวลาที่ผ่าน มาอย่างยาวนานผ่านมาจนถึงปัจจุบัน วงเวียน 22 หรือ วง เวียน 22 กรกฎาคม ทำ�ไมถึงไม่มีการเล่าถึงอดีตความสำ�คัญ ของอนุ ส รณ์ ส ถานแห่ ง สำ � คั ญ แห่ ง นี้ อ นุ ส รณ์ แ ห่ ง การเสี ย สละของเหล่าทหารหาญที่ประเทศต้องเข้าร่วมสงครามโลก เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและแก้สนธิสัญญา ที่ทำ�ไว้อย่างไม่เป็นทำ�กับประเทศเป็นอันต้องยกเลิกและ ทำ�สนธิสัญญากับชาติฝ่ายสัมพันธมิตรให้ประเทศได้รับผล ประโยชน์มากขึ้น ปัจจุบันบริเวณวงเวียน 22 กรกฎาคม เป็นแหล่งขายยาง

รถยนต์ มีร้านขายยางรถยนต์ทั้งใหม่และเก่าจำ�นวนหลาย ร้านเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ และยังมีร้านค้ามากมายให้เห็นอยุ่ เกลื่อนตาเต็มอยู่2ฝั่งข้างทางของถนนทั้งสาม 3 ปั จ จุ บั น  อนุ ส รณ์ ส ถานแห่ ง นี้ ถู ก ลื ม เลื อ นไปตามเวลา

ที่ผ่านมานับศตวรรษ จึงทำ�ให้ความสำ�คัญของวงเวียน 22 กรกฎาคม ถูกลืมไปจากคนรุ่นหลังว่าวงเวียนแห่งนี้มีความ สำ�คัญทางประวัติศาสตร์แห่งการเสียสละเพื่อชาติ zทวีศักดิ์ เกตุอรุณy


8

บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ทำ�ลายสุขภาพ

ขณะนี้กำ�ลังมีค่านิยมใหม่ของบรรดาสิงห์อมควัน ที่บอก ว่าค่านิยมใหม่ คือ “เขาเลิกจากการสูบบุหรี่ที่ต้องพ่นควันมา สูบบุหรี่ไฟฟ้า” ปั จ จุ บั น  มี ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ใ หม่ สำ � หรั บ ผู้ สู บ บุ ห รี่  ที่ มี ก าร ลักลอบนำ�เข้ามาจำ�หน่ายอย่างผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยเฉพาะการจำ�หน่ายผ่านทางอินเตอร์เน็ตอย่างเปิดเผย และมีจำ�นวนมาก นอกจากนี้ ยังพบมีการออกบูทจำ�หน่าย ในหลายสถานที่ เช่น งานแสดงสินค้าต่างๆ ข้อมูลส่วนใหญ่ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่เสนอโดยผู้ลักลอบจำ�หน่ายเป็นข้อมูล เพื่อ ประโยชน์ ท างการค้าที่พ บผ่านทางอินเตอร์เ น็ตและ หน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ มักจะโฆษณาว่า เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ช่วยเลิกบุหรี่ และอ้างสรรพคุณว่ามีนิโคตินปริมาณน้อย ทำ�ให้สิงห์นักสูบที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่นั้นมีความต้องการที่ จะใช้เป็นเครื่องมือในการเลิกสูบบุหรี่ นายสิทธิพล แหวนทองคำ� เปิดร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า ให้ สัมภาษณ์ว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่สามารถช่วยให้ลดปริมาณหรือ เลิกสูบบุหรี่ได้ เป็นเพียงค่านิยมของคนยุคใหม่ที่เข้าใจผิด ถ้ า มี ค วามต้ อ งการเลิ ก นั้ น ควรปรึ ก ษาแพทย์ ผู้ เชี่ ย วชาญ หรือ โทร 1600 เพื่อรับคำ�ปรึกษา และเข้าบำ�บัด นาย อเนก บุญน้อย นักศึกษา ให้สัมภาษณ์ ว่า บุหรี่ ไฟฟ้าซื้อมาเพื่อให้สังคมยอมรับเวลาสูบที่ทำ�งาน หรือ สถาน ศึกษาเพราะสามารถสูบได้ทุกสถานที่ บุหรี่ไฟฟ้ามีกลิ่นหอม และไม่เคยคิดว่าจะสามารถเลิกสูบได้บุหรี่ได้จาก บุหรี่ไฟฟ้า นี้ที่ซื้อมาเพราะมีความชอบส่วนตัว สรุป ผลวิจัยต่างประเทศ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์ กล่าวว่า หากสูบบุหรี่ไฟฟ้า 1 มวน จะเท่ากับสูบ บุหรี่ทั่วไปถึง 15 มวน หากนำ�ไปใช้จะเป็นอันตรายต่อหัวใจ และหลอดเลือดได้ เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว ยังไม่มีผล การวิจัยรับรองว่าช่วยเลิกบุหรี่ได้จริง นอกจากนี้ กระทรวง สาธารณสุขของไทยได้ประกาศ มาตรการห้ามนำ�บุหรี่ไฟฟ้า

เข้ามาจำ�หน่ายในประเทศโดยใช้กฎหมาย 3 ฉบับ 1.พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 มาตรา 10 เรื่องห้ามผลิตนำ�เข้า 2.พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ ใดผลิต ขาย หรือนำ� หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร 3.พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ผู้ใด นำ�หรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจำ�กัดหรือ ของต้องห้าม สาเหตุหลัก ที่เกิดจากสิงห์อมควัน นั้นคือ ควันบุหรี่มือ สอง บุหรี่เป็นสาเหตุสำ�คัญอันดับสองของการเสียชีวิตจาก คนทั่วโลก ปัจจุบันพบคนสูบบุหรี่ทั่วโลกเสียชีวิตจากการสูบ บุหรี่ประมาณ 650 ล้านคน ในแต่ละปีมีคนไม่สูบบุหรี่หลาย แสนคนต้องเสียชีวิตหรือตายลงด้วยโรคที่เกิดจากการได้รับ ควันบุหรี่มือสอง ควันบุหรี่ในบรรยากาศ หรือควันบุหรี่มือ สอง เกิดขึ้นจากสองแหล่ง คือ ควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออก มา และควันบุหรี่ที่ลอยจากตอนปลายมวนบุหรี่ และทันที ที่บุหรี่ถูกจุดขึ้น การเผาไหม้ของมวนบุหรี่จะทำ�ให้เกิดสาร เคมีกว่า 4,000 ชนิด เป็นสารพิษมากกว่า 250 ชนิด และ กว่า 50 ชนิด ที่เป็นสารพิษที่วงการแพทย์ระบุว่าเป็นสารก่อ มะเร็ง ควันบุหรี่ภายในอาคารที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออกมา และจุดทิ้ง ไว้ระหว่างการสูบบุหรี่เป็นสารก่อมะเร็งกรุ๊ปเอ หรือชนิดที่ ร้ายแรงที่สุด เนื่องจากประกอบด้วยสารพิษที่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพมากกว่าจากแหล่งมลพิษอื่นๆ ภายในอาคาร เมื่อ ผู้ไม่สูบบุหรี่ได้รับควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกายได้ไม่ได้สูบเองจึง เรียกว่าเป็นการสูบบุหรี่มือสอง ปริมาณควันบุหรี่ที่ผู้ไม่สูบ บุหรี่ได้รับจะขึ้นกับจำ�นวนบุหรี่ที่มีการสูบในห้องนั้น ระยะ เวลาที่ อ ยู่ ใ นห้ อ งเดี ย วกั น  ขนาดของห้ อ งและการถ่ า ยเท อากาศของห้องนั้น ควันบุหรี่มือสอง ตัวการเลิกบุหรี่ไม่สำ�เร็จ ปัจจุบันพบ

ว่าการได้รับควันบุหรี่มือสองเป็นสาเหตุสำ�คัญที่ทำ�ให้ผู้เลิก สูบบุหรี่กลับไปสูบใหม่ แหล่งควันบุหรี่มือสองที่สำ�คัญที่สุด คือ ในอาคาร และในบ้าน จากรายงานวิจัยในประเทศตุรกี ทำ�การศึกษาผู้ที่มารับการรักษาเพื่อเลิกบุหรี่ 169 คน โดย ให้ เข้ า โปรแกรมเลิ ก บุ ห รี่ ด้ ว ยการปรั บ เปลี่ ย นพฤติ ก รรม และให้ยาช่วยอดบุหรี่จนเลิกบุหรี่ได้ ในการติดตามผลการ รักษาต่อมาพบว่า 68 คนเลิกสูบบุหรี่ได้สำ�เร็จ ในขณะที่ 101 คนกลับไปสูบใหม่ การวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า การได้รับ ควันบุหรี่มือสองเป็นสาเหตุสำ�คัญที่ทำ�ให้ผู้เลิกสูบบุหรี่กลับ ไปสูบใหม่ ในห้องที่มีผู้สูบบุหรี่ จะพบว่ามีควันบุหรี่เกิดขึ้นจาก 2 แหล่งด้วยกัน คือ ควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่สูดเข้าไปแล้วพ่นออก มา ซึ่งประกอบด้วยสารพิษต่างๆ เช่นเดียวกับที่ผู้สูบบุหรี่ ได้รับ แต่จะมีความเข้มข้นของสารพิษลดลงเนื่องจากปอด ของผู้สูบบุหรี่ได้ดูดซึมสารพิษบางส่วนไว้แล้ว ได้แก่ นิโคติน คาร์บอนมอนอกไซด์ ทาร์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ แอมโมเนีย เบนโซไพรีน แคดเมียม ฟอร์มอร์ลดีไฮด์ เป็นต้น อีกแหล่ง หนึ่งเป็นควันบุหรี่จากปลายมวนบุหรี่ที่จุดทิ้งไว้ระหว่างสูบ ซึ่งจะมีความเข้มข้นของสารพิษมากขึ้น โดยพบว่า นิโคติน มีมากขึ้นเป็น 2 เท่า แอมโมเนีย มีมากขึ้นเป็น 73 เท่า คาร์บอนมอนอกไซด์ มีมากขึ้นเป็น 5 เท่า เบนโซไพรีน มี มากขึ้นเป็น 3 เท่า ทาร์ มีมากขึ้นเป็น 2 เท่า และแคดเมียม มากขึ้น 3 เท่า แหล่งควันบุหรี่มือสองที่สำ�คัญที่สุดคือ ในอาคารและใน บ้าน และหากมีภรรยาที่สูบบุหรี่ในบ้าน โอกาสที่จะเลิกสูบ บุหรี่ไม่ได้จะเพิ่มขึ้น 2.8 เท่า ผู้วิจัยเสนอให้ผู้ที่กำ�ลังอยู่ใน ระหว่างการเลิกสูบบุหรี่หลีกเลี่ยงการที่จะได้รับ zอัษฏพล อัษฏมงคงเลิศy


9

ONE DAY TRIP การท่องเที่ยวหรือการพัก ผ่อนของคนกรุงเทพฯนั้นหา เวลาได้ยากเพราะทุกคนต่าง แข่ ง ขั น การทำ � งานแข่ ง กั บ เวลาเพื่ อ ความอยู่ ร อดของ ตั ว เองเพื่ อ ให้ ผ่ า นทุ ก วั น ไป หรือบางคนทำ�งานเพื่อสร้าง อนาคตให้ กั บ ตั ว เองในวั น ข้างหน้า วั น นี้ ผ มจะมาแนะนำ � แหล่งท่องเที่ยวซื้อของช๊อป ปิ้งในกรุงเทพฯหลังจากเวลา ว่ า งของทุ ก ๆคนไม่ ว่ า จะ เป็นเวลาช่วงเช้าหรือในยาม คํ่ า คื น  มี  3ที่ ที่ ผ มจะแนะนำ � แต่ละสถานที่นั้นต่างมีความ แตกต่ า งกั น ไปแล้ ว แต่ แ บบ ไหนที่เราจะชอบ ส ถ า น ที่ แ ร ก ที่ ผ ม จ ะ แนะนำ � คื อ  หนึ่ ง  ตลาดนํ้ า คลองลั ด มะยม ตั้ ง อยู่ ที่ เขต ตลิ่ ง ชั น  กรุ ง เทพฯเปิ ด ทุ ก วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา  09:00-15:00น. การเดินทาง ตลาดน้ำ�คลองลัดมะยมตั้ง อยู่บนถนนกาญจนาภิเษกและถนนพุทธมณฑลสาย1การ เดิ น ทางที่ ส ะดวกที่ สุ ด ให้ ไช้ เ ส้ น กาญจนาภิ เ ษกทางเข้ า ตลาดคลองลัดมะยมจะอยู่ตรงข้าม สมาคมชาวปักษ์ ใต้ จุดสังเกตุที่ปากซอยเต้นท์รถคุณหญิง และมีป้าย ของตลาดน้ำ � คลองลั ด มะยมชั ด เจนจากปากซอยเข้ า ไป ประมาณ1กิโลเมตร จะเจอตลาดนํ้าคลองลัดมะยม ตลาด นํ้าแบ่งเป็น 2 ฝั่ง สร้างแบบเรียบง่ายไม่ได้กว้างมาก เป็น ตลาดที่ เ กิ ด จากรวมตั ว ของชาวบ้ า นชุ ม ชนริ ม คลองลั ด มะยม ให้ชุมชนได้มีแหล่งจำ�หน่ายสินค้าที่ผลิตในชุมชน ไม่ ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ขนมคาวหวาน สิ่งแรกเมื่อมาถึงตลาด ที่เราจะสามารถสัมผัสได้นั่นคือ คือ ความเป็นมิตรของ พ่อค้าแม่ค้าซึ่งร้องเรียกทักทายเชิญชวนให้มาชมสินค้า หรือทานอาหารแบบเป็นกันเอง เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าส่วน ใหญ่เป็นชาวบ้านหรือลูกหลานมาขายสินค้าในวันหยุด หลังจากทำ�งานหลักในวันธรรมดา ของที่ขายส่วนมากที่นี่ จะเป็นของกินเป็นส่วนใหญ่ ตลาดนํ้าที่นี่เหมาะสำ�หรับคน ที่ชอบกินเป็นอย่างมาก ของกินขึ้นชื่อที่น่ีคือปลาเผา เรา จะสังเกตได้ว่าทุกโต๊ะที่นั่งจะมีจานปลาเผาอยู่ แต่ไช่ว่าจะ มีแต่ปลาเผาที่ขายดี ของกินหลายอย่างก็ขายดีทั้งอาหาร ทะเล ส้มตำ� ขนมไทยต่างๆ ผลไม้ต่างๆและยังมีร้านของ ฝากของประดับตกแต่งบ้านแบบน่ารักๆก็มี เสื้อผ้าต่างๆ นาๆก็มี และยังมีบริการล่องเรือเพื่อชมวิถีชีวิตชาวบ้าน แถวนั้นค่าบริการก็ไม่แพงเพียง 20 บาทเท่านั้นได้อารมณ์ ไปอีกแบบครับ ลุงหมายคนรับจ้างพายเรือชมได้ให้สัภาษณ์ว่า ทุกวัน เสาร์-อาทิตย์จะมีคนมาเที่ยวเยอะมากเพราะที่นี่เปิดแค่ เสาร์-อาทิตย์ แต่ช่วงนี้คนจะไม่เยอะเท่าเพราะเนื่องด้วย ฝนที่ตกบ่อยคนเลยเดินทางมาน้อยแต่ก็ไม่ได้น้อยจนเกิน ไปยังพอมีมาบ้างเพราะบรรยากาศที่นี่ดีอยู่แล้ว

สรุปตลาดนํ้าคลองลัดมะยมเป็นตลาดสำ�หรับคนชอบ ชมกินบรรยากาศของธรรมชาติใครที่ชอบตลาดแนวๆนี้ เป็นอีก1ที่ที่น่ามาเที่ยวมากครับ แหล่ ง ที่ ส อง คื อ  ตลาดสวนจตุ จั ก ร มารู้ จั ก ตลาดนั ด สวนจตุจักรกันก่อน ตลาดนัดจตุจักรหรือที่เรียกกันอย่าง ย่อ ๆ ว่า JJ Market ถือได้ว่าเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ว่าได้ ตั้งอยู่ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  ที่นี้เป็นเเหล่งค้าขายยอดฮิต ศูนย์รวมของคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ก็สนใจที่จะเดินทาง มาช็อป กิน เที่ยวกันทั้งนั้น ตลาดนัดสวนจตุจักรนั้นเปิด ในวันเสาร์-อาทิตย์(สำ�หรับตลาดทั่วไป) เปิดเวลา 8.0021.00น.ภายในตลาดนัดจตุจักร จะมีสัญลักษณ์ คือ หอ นาฬิกา ที่ตั้งอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถือว่าเป็นจุดนัดพบและ สั ญ ลั ก ษณ์ ข องตลาดนั ด จตุ จั ก ร ที่ ถู ก ขนานนามว่ า เป็ น ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนั้นตลาดนัดจตุจักร ยังมีสินค้ามากมาย ให้ คุณได้เดินเที่ยวช็อป กิน ได้อย่างเพลินๆ มีสินค้ามากมาย หลากหลายไอเดีย ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน เสื้อผ้า เครื่องเเต่งกายเเฟชั่นทันสมัย รวมไปถึงของเก่า หรือ ของสะสมต่างๆ เช่น หนังสือเก่า ของเก่าหายาก เป็นต้น นอกจากนั้นก็ยังมีสินค้าประเภทงานฝีมือหัตกรรม เซรา มิกเบญจรงค์ สัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์สำ�หรับสัตว์ ต้นไม้ และอุปกรณ์จัดสวน ของแต่งบ้าน งานศิลปะ และสินค้า เบ็ดเตล็ดทั่วไป ตลาดนัดจตุจักร มีอายุมากกว่า 60 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีรัฐบาลมีนโยบายให้จัดตั้งตลาดนัดขึ้น ในทุกจังหวัด สำ�หรับกรุงเทพฯนั้นได้เลือกสนามหลวงเป็น สถานที่จัดตลาดนัดเป็นสถานที่เเรก แต่หลังจากนั้นก็มีการ ย้ายมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเวลาต่อมาการรถไฟแห่ง

ประเทศไทยจึ ง ได้ ม อบ ที่ดินย่านพหลโยธินตอนต่อ จากสวนจตุจักรด้านทิศใต้ให้ แก่ กรุงเทพมหานครเพื่อใช้ ในกิจการสาธารณประโยชน์ และกรุ ง เทพมหานครได้ ปรับพื้นที่เพื่อให้ผู้ค้าหาบเร่ แผงลอยและขณะเดียวกันก็ พยายามย้ายผู้ค้าจากสนาม หลวงมาด้ ว ย จนกระทั่ ง ดำ�เนินการสำ�เร็จ เมื่อปี พ.ศ. 2525 โดยใช้ ชื่ อ ว่ า ตลาด นั ด ย่ า นพหลโยธิ น  ต่ อ มา เปลี่ ย นชื่ อ ใหม่ เ ป็ น  “ตลาด นั ด จตุ จั ก ร” ให้ ส อดคล้ อ ง กับสวนสาธารณะจตุจักรใน บริเวณใกล้เคียง เเละนี่ก็คือ ความเป็ น มาของตลาดนั ด จตุจักรนั่นเอง สรุ ป คื อ ตลาดนั ด จตุ จั ก ร เหมาะสำ�หรับคนที่อยากมา ช็อปหรือมาหาอะไรกินที่นี่มี ครบทุกอย่างเพราะที่นี่เป็น ตลาดที่ใหญ่มาก แต่อากาศ อาจจะร้อนหน่อยถ้า ให้ดีควรมาหลังบ่ายแต่ของอาจจะน้อยลงแต่อากาศไม่ ร้อนมากสถานที่ สาม คือตลาดนัดคลองหลอด ตลาด นัดคลองหลอดเป็นตลาดที่เปิดในเปิดตั้งแต่เวลา 18.00 – 24.00 น. ของทุกวัน ตลาดตั้งฝั่งตรงข้ามของสนาม หลวงติดอยู่กับตลองหลอดตามชื่อตลาด ทุกค่ำ�คืนตั้งแต่ เวลาประมาณ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ตลอดสองข้างถนนที่ ขนานไปกับคลองคูเมืองเดิม ตลาดนัดคลองหลอด เกิดขึ้น หลังจากที่ ก.ท.ม. มีนโยบายปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวง ทางกรุงเทพมหานครจึงเปิดตลาดเพื่อรองรับและเยียวยา พ่ อ ค้ า แม่ ค้ า ตลาดนั ด สนามหลวง ที่ ไ ด้ รั บ ผลกระทบดั ง กล่าว จึงทำ�ให้ ตลาดนัดคลองหลอด กลายเป็นถนนคน เดินยามกลางคืนแห่งใหม่ของคนกรุงฯ สำ�หรับสินค้าที่จำ�หน่ายบริเวณตลาดนัดคลองหลอด ส่วนมากจะเป็นพระเครื่องและสินค้ามือสอง ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ พระเครื่อง ของแต่งบ้าน เทปเพลงเก่า ซีดีเพลง และสินค้าเบ็ดเตล็ด เป็นต้น และหากใครเดินชิลๆ จนเหนื่อย อยากพักแข้งพักขา ใกล้ ๆ กันก็มีร้านขายของกินเล่นเบา ๆ ไปจนถึงหนักท้อง ทั้งอาหารตามสั่ง ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวหมู ทอดมัน เฟรนฟ ราย ลูกชิ้นปิ้ง ปลาหมึกย่าง และน้ำ�ปั่นเย็นสดชื่น ให้เพิ่ม พลังก่อนจะไปสำ�รวจตลาดนัดคลองหลอดกันต่อ หากใครที่ต้องการของเก่ามือสองของดีๆเป็นอีกแหล่ง หนึ่งที่เราสามารถมาหาซื้อได้เป็นอีก1ตลาดที่น่าสนใจที เดียวแถมอากาศก็ไม่ร้อนมากเพราะเปิดตอนกลางคืน ในการเลือสถานที่พักผ่อนท่องเที่ยวของเราในหนึ่งวัน นั้นเราสามารถเลือกได้ตามความชอบของเราว่าเราชอบ แบบไหนต้องการแบบไหนในการพักผ่อนของบเราหนึ่งวัน ให้คุ้มค่า zณัฐพงษ์ บุญเรืองเจริญy


10

บาสฯยูลีค ม.สยามเจ๋งคว้าแชมป์ 3 ปีติด

การแข่งขันบาสเก็ตบอลระหว่างสถาบันอุดมศึกษาครั้ง ที่ 10 ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยสยาม โดยแชมป์ในปีนี้ตกเป็นของเจ้าภาพ ม.สยาม นั ก กี ฬ าบาสเก็ ต บอล ม.สยาม คว้ า แชมป์ ก ารแข่ ง ขั น บาสเก็ ต บอลระดั บ อุ ด มศึ ก ษาเป็ น สมั ย ที่  3 ติ ด ต่ อ กั น ได้ สำ�เร็จ ด้วยการชนะนักกีฬาบาสเก็ตบอลของจุฬาลงกรณ์ มหาวิ ท ยาลั ย ในรอบชิ ง ชนะเลิ ศ  ส่ ว นการแข่ ง ขั น ในรอบ แรกแบ่งเป็น2สาย โดยมหาวิทยาลัยสยามจับฉลากมาอยู่ ร่วมสายเอกับ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เฉลิมพระเกียรติ และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า  ส่ ว นในสายบี ป ระกอบไปด้ ว ยจุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย  มหาวิ ท ยาลั ย เกษตรศาสตร์  มหาวิ ท ยาลั ย ธรรมศาสตร์ และมหาวิ ท ยาลั ย ศิ ล ปากร ส่ ว นที่ 1 ของสายเอตกเป็ น ของเจ้าภาพมหาวิทยาลัยสยามโดยเก็บชัยชนะ3นัดรวด คว้า6คะแนนเต็ม ที่2ของสายเอตกเป็นของมหาวิทยาลัย มหิ ด ล ส่ ว นที่ ห นึ่ ง ของสายบี ต กเป็ น ของจุ ฬ าลงกรณ์ มหาวิ ท ยาลั ย โดยสามารถเก็ บ ได้ 6 คะแนนเต็ ม จาก3นั ด เช่ น กั น ส่ ว นที่ 2 ของสายบี เ ป็ น นั ก กี ฬ าของมหาวิ ท ยาลั ย ธรรมศาสตร์ส่วนการแข่งขันในรอบสองนั้นมหาวิทยาลัย สยามผ่ า นเข้ า มาพบกั บ มหาวิ ท ยาลั ย ศิ ล ปากรและยั ง สามารถรักษาฟอร์มเก่งเอาไว้ได้ด้วยการเอาชนะศิลปากร  พร้อมผ่านเข้าไปสู่รอบรองชนะเลิศมาพบกับมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ก็ ยั ง สามารถเอาชนะธรรมศาสตร์ ไ ปได้ และทะลุ เข้ า ไปสู่ ร อบชิ ง ชนะเลิ ศ มาพบกั บ จุ ฬ าลงกรณ์ มหาวิทยาลัยได้สำ�เร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนการแข่งขัน ในนัดชิงชนะเลิศเป็นทางด้านเจ้าภาพม.สยาม ที่อาศัยเสียง เชียร์จากกองเชียร์และรักษาฟอร์มแชมป์ของตัวเองเอาไว้ ได้จนสามารถเอาชนะจุฬาลงกรณ์ไปได้ด้วยสกอร์ 69-42 ทำ�ให้สามารถคว้าถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีไปครอบครองได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน อาจารย์ ส มปอง บุ ญ หลํ่ า  หั ว หน้ า แผนกกี ฬ าของ มหาวิทยาลัยสยาม ได้บอกถึงความรู้สึกหลังการคว้าแชมป์ สมัยที่ 3 ว่า “นักกีฬาบาสเก็ตบอลของมหาวิทยาลัยและ ที ม งานสตาฟโค้ ช ทุ ก คนต่ า งมี ค วามดี ใจและรู้ สึ ก ภาคถู มิ ใจกั บ การแข่ ง ขั น บาสเก็ ต บอลยู ลี ค ครั้ ง ที่  10 นี้ เ ป็ น อย่ า ง

มาก เพราะ นั ก กี ฬ าทุ ก คนสามารถทำ � ได้ ต ามเป้ า หมาย ที่ ตั้ ง ไว้ คื อ การคว้ า แชมป์ ส มั ย ที่  3 ติ ด ต่ อ กั น ให้ ไ ด้  เพราะ  ยั ง ไม่ เ คยมี ม หาวิ ท ยาลั ย ไหนที่ เ คยคว้ า แชมป์ ติ ด ต่ อ กั น ได้  3 ปี ติ ด  เป็ น สิ่ ง ที่ ท างคณะผู้ ฝึ ก สอน และนั ก กี ฬ า ต่ า ง รู้สึกดีใจ และภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่สร้างชื่อเสียงที่ดี ให้กับ มหาวิ ท ยาลั ย สยามของเรา พร้ อ มกั บ  เป็ น การประกาศ ให้ ที ม บาสเก็ ต บอลมหาวิ ท ยาลั ย อื่ น ๆ ได้ รู้ ถึ ง  ศั ก ยภาพ ของที ม บาสเก็ ต บอลมหาวิ ท ยาลั ย สยามของเรา ว่ า มี คุ ณ ภาพ และเก่ ง กาจเพี ย งใด และขอขอบคุ ณ  นั ก ศึ ก ษา ทุ ก คนที่ ค อยเป็ น กำ � ลั ง ใจให้ กั บ ที ม บาสเก็ ต บอลของ  มหาวิทยาลัยเรา ทั้งที่มาเชียร์ถึงขอบสนามหรือไม่ก็ตาม และในส่ ว นของพวกเรา ที ม บาสเก็ ต บอล ม.สยามจะขอ ทำ�งานหนัก ในการพัฒนาทีมบาสเก็ตบอล มหาวิทยาลัย สยาม ให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นต่อไปเรื่อยๆ และไปคว้าแชมป์ ในรายการต่างๆ ที่ลงแข่งให้ได้มากที่สุด” จากนั้นได้ถาม อ.สมปอง ถึงความพร้อมในการแข่งขัน ภายในปีหน้าว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใดอ.สมปอง ตอบว่า‘‘ในส่วนของนักกีฬาของเรามีความพร้อมอยู่แล้ว และผู้ฝึกสอนหวังว่าจะคว้าแชมป์ให้ได้เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อ กัน ส่วนในปีหน้านั้นเราจะขอความร่วมมือกับโรงเรียนทิวไผ่ งามโดยการดึงตัวนักกีฬาบาสเก็ตบอลรุ่นอายุ 18 ปี เข้ามา ศึกษาในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยสยาม เพื่อเพิ่มขุม กำ�ลังของเราให้มีความพร้อมที่จะแข่งขันกับมหาวิทยาลัย ต่างๆ มากยิ่งขึ้นและในส่วนของนักกีฬาในทีมที่จะใช้ในการ แข่งขันปีหน้าเราจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ นักกีฬาในระดับ ปริญญาโท และนักกีฬาในระดับปริญญาตรี” สรุปอันดับการแข่งขันกีฬาบาสเก็ตบอลระดับอุดมศึกษา หรือบาสยูลีคครั้งที่ 10ทีมที่ได้แชมป์ คือ มหาวิทยาลัยสยาม อันดับที่ 2.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับ 3.มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ 4.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 5.มหาวิทยาลัย มหิดล 6.มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 7.โรงเรียน นายร้ อ ยพละจุ ล จอมเกล้ า  และอั น ดั บ สุ ด ท้ า ย คื อ มหาวิทยาลัยศิลปากร ส่วนการแข่งขันในปีหน้าผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซด์ ของมหาวิทยาลัยสยาม  http://ubl.siam.edu/ zฉัตรชัย หลักคำ�y

ผลกระทบของครัวเรือน

จากที่กระทรวงพลังงานได้ประกาศขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2556 สำ�หรับภาคครัวเรือน เดือนละ 50 สตางค์ ติดต่อกัน 12 เดือน เมื่อถึงวันนั้น ราคาก๊าซหุงต้มจะเพิ่มขึ้นอีกกิโลกรัมละ 6.69 บาท ที่น่า รู้กันอยู่ที่กิโลกรัมละ 18.13 บาท ก็จะถูกขยับอยู่ที่ 24.82 บาท ในอีก 12 เดือน หรือเพิ่มขึ้น 37% ถ้าเป็นถัง 15 กิโลกรัม ก็จะเพิ่มขึ้นอีกถังละ 100.35 บาท ทางด้าน นายวุฒิ เพ็งชัย เจ้าของร้านขายอาหาร ข้าวแกง ที่ทำ�สดใหม่อยู่ทุกวัน ในตลาดนัดวัดไชยฉิมพลี กรุงเทพฯ กล่าวว่า “จากการปรับราคาการจำ�หน่ายก๊าซ หุงต้ม ที่เพิ่มขึ้นมาอีกกิโลกรัมละ 50 สตางค์ ในวันนี้ก็ ยังไม่มีผลกระทบมากเท่าไหร่ แต่ถ้าปรับขึ้นมาถึงจุดที่ รัฐบาลตั้งไว้ก็จะมีผลกระทบโดยตรง เพราะก๊าซหุงต้มที่ ใช้ปรุงอาหารประมาณวันละ 2 ถัง ก็เหมือนเป็นการเพิ่ม ต้ น ทุ น ขึ้ น มาอี ก หนึ่ ง อย่ า ง ขณะเดี ย วกั น นั้ น ต้ น ทุ น ของ อาหารสดที่นำ�มาประกอบอาหารนั้นก็มีราคาที่สูงอยู่แล้ว แต่การปรับราคาเพิ่มนั้นก็เป็นไปได้ยาก เพราะลูกค้าส่วน ใหญ่เป็นลูกค้าประจำ�เลยยังไม่ปรับราคาขึ้นในตอนนี้ แต่ พอราคาก๊ า ซขึ้ น มากกว่ า นี้  ก็ จ ะต้ อ งปรั บ ราคาขึ้ น ตาม ความเหมาะสมของต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น” โดยนางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการ ค้าภายใน ยืนยันว่า การทยอยปรับขึ้นราคาของก๊าซหุง ต้มนั้น (LPG) ภาคครัวเรือน ที่จะมีผลมาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2556 นั้นมีผลกับราคาอาหารปรุงสำ�เร็จเพียง เล็กน้อยเท่านั้น โดยก๊าซหุงต้ม 1 ถัง ใช้ประกอบอาหาร ได้ประมาณ 300 จาน ซึ่งการปรับราคาก๊าซเดือนละ 50 สตางค์ ต่อกิโลกรัม จะส่งผลกับต้นทุนราคาปรุงอาหาร สำ�เร็จสูงขึ้นเพียง 2-3 สตางค์ เท่านั้น โดยกรมการค้า ภายในจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารปรุง สำ�เร็จทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสอ้างราคา ก๊ า ซหุ ง ต้ ม มาปรั บ ราคาขึ้ น  รวมทั้ ง จะตรวจสอบร้ า น จำ�หน่ายก๊าซหุงต้มเพื่อดูแลไม่ให้มีการโกงน้ำ�หนักจะได้ เป็นการดูแลประชาชนไม่ให้โดนโกงได้ เราจึงต้องคำ�นึงถึงกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ที่ใช้ก๊าซหุงต้มวัน ละ 1-2 ถัง ว่าพ่อค้า แม่ค้านั้นจะมีต้นทุนที่แบกรับไว้ถึงวัน ละ 100-200 บาท ถ้าคิดเป็นเดือนก็อยู่ประมาณ 3,0006,000 บาท เหมือนกับจ้างลูกน้องเพิ่มอีก 1 คน ถือว่าเป็น ภาระที่เพิ่มขึ้นมามากสำ�หรับพ่อค้า แม่ค้า ที่หาเช้ากินค่ำ� เลยทีเดียวจึงต้องร่วมกันหาทางช่วยเหลือประชาชนจาก ภาครัฐบาล แต่ถ้าจะดูในอีกด้านหนึ่งนั้นในตอนที่หาเสียง เลือกตั้ง ปี 2554 พรรคเพื่อไทย โดยนายกฯ ท่านบอกว่า จะกระชากค่าครองชีพลงมา แต่สิ่งที่รัฐบาลที่กำ�ลังทำ�อยู่ นั้นกลับตรงกันข้ามกับที่เคยพูดไว้ และเมื่อก๊าซขึ้นราคา เพียง 6.69 บาทต่อกิโลกรัม แต่คือภาระสำ�คัญที่ตกอยู่กับ ประชาชน แต่ความจริงนั้นรัฐบาลควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุถ้า ประชาชนมีค่าครองชีพที่มากขึ้นก็จะไม่เป็นผลกระทบกับ การขึ้นราคาก๊าซหุงต้มหรือสินค้าอื่นๆ เพราะประชาชน มีความเป็นอยู่ที่สมน้ำ�สมเนื้อกับการขึ้นราคาของสินค้า แต่ในปัจจุบันประชาชนยังมีค่าครองชีพที่น้อยกว่า ราคา สินค้าที่รัฐบาลขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องจนทำ�ให้เป็นภาระ ของประชาชน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำ�คัญที่รัฐบาลควรหัน มาดูแลและแก้ไขปัญหาเรื่องค่าครองชีพและการสร้าง คุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน zจักกฤษ สุขสาครy


11

มาตรฐานของนักศึกษาไทยในสถานประกอบการ เหลื อ เวลาอี ก เพี ย งสองปี  ก่ อ นที่ ป ระเทศไทยจะเข้ า สู่ ประชาคมอาเซี ย นอย่ า งเต็มตัว จึงต้องมีก ารปรับเปลี่ ย น ระบบบางอย่ า งเพื่ อ รั บ สถานการณ์ ที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น ภายใน ประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรม และด้านการ ศึกษา ล่าสุดการประชุม “เวทีเศรษฐกิจโลก” ได้จัดอันดับ คุณภาพการศึกษาของประเทศในกลุ่มอาเซียนพบว่า การ ศึกษาของเยาวชนไทยอยู่ที่อันดับแปดเป็นรองจากประเทศ เวี ย ดนาม ที่ ไ ด้ อั น ดั บ เจ็ ด และประเทศกั ม พู ช าอั น ดั บ หก ซึ่ ง มี ค ะแนนตํ่ า ที่ สุ ด ในบรรดาประเทศสมาชิ ก ประชาคม อาเซียนทั้งหมดในการจัดลำ�ดับครั้งนี้ นำ�หน้าเพียงลาวและ พม่า เท่า นั้ น ส่ ง ผลให้ บุ คลากรที่จ ะเข้าทำ�งานกับประเทศ เพื่อนบ้านขาดประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆใน อนาคต แล้วจะเกิดปัญหาอย่างไรถ้าเยาวชนในปัจจุบันมี ประสิ ท ธิ ภ าพไม่ เ พี ย งพอ?หากเรามองถึ ง เยาวชนไทยใน ปัจจุบันแล้ว จะเห็นว่าแตกต่างกับเยาวชนสมัยก่อนอย่างสิ้น เชิง ทั้งแง่ความคิด พฤติกรรม และสภาพแวดล้อม ทำ�ให้ เยาวชนในปัจจุบันด้อยประสิทธิภาพลงไป ค่อนข้างขาด ความรั บ ผิ ด ชอบ และความรอบคอบเท่ า ที่ ค วรซึ่ ง ปั ญ หา ดั ง กล่ า วมี ผ ลกระทบโดยตรงต่ อ สถานประกอบต่ า งๆใน ประเทศ ดั ง นั้ น จึ ง ต้ อ งมี ก ารฝึ ก ทั ก ษะการทำ � งานภายใน องค์กร หรือที่เราเรียกกันว่าการฝึกงานหรือสหกิจศึกษา นั่นเอง การฝึกงานหรือสหกิจศึกษาคือการเตรียมความพร้อม เพื่ อ เข้ า สู่ ก ารทำ � งานที่ แ ท้ จ ริ ง  โดยมี จุ ด ประสงค์ เ พื่ อ การ เรียนรู้อย่างกว้างขวางในสายอาชีพที่ศึกษาโดยเข้าทำ�งาน จริง ในสถานประกอบการ สิ่งที่จะได้รับก็คือประสบการณ์ ตรง ความเข้าใจและรู้จักการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับงานที่ตน ทำ� ส่วนของสถานประกอบการที่มีการรับนักศึกษาฝึกงาน หรือสหกิจศึกษาเข้ามาทำ�งานในองค์กรนั้น มุ่งหวังการสร้าง คุณภาพให้ แ ก่ นั ก ศึ ก ษาที่จบออกไป ให้เ ป็นทั้งผู้มีความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม นำ�สิ่งที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับ สายงานอาชีพต่อไปในอนาคต คุณนรา ตันตราธิษฐาน ผู้บริหารบริษัท พาราโบล่า จำ�กัด หรื อ ซู ม คาเมร่ า  แสดงความคิ ด เห็ น เกี่ ย วกั บ คุ ณ ภาพของ

นักศึกษาฝึกงานในปัจจุบันว่า “นักศึกษาที่เข้ามาฝึกงานจะ มีสองแบบ คือ แบบที่มาเพื่อต้องการให้ผ่านและแบบเข้า มาเรียนรู้การทำ�งานจริงๆ ส่วนใหญ่จะหวังเพียงว่าสถาน ที่ที่มาฝึกนั้นจะให้ทำ�งานมากน้อยเพียงใด คือกลัวที่จะ เจอกับงานหนักอยากได้งานแบบง่ายๆ และไม่ค่อยกล้าที่ จะแสดงความคิดเห็นหรือลงมือทำ�ในสิ่งที่ควรทำ� ต้องรอ พี่เลี้ยงมา บอกว่าควรทำ�อะไร แต่ก็ยังมีนักศึกษาที่มีความ กระตือรือร้นสูง พยายามที่จะเรียนรู้งานจากพนักงานจาก แผนกต่างๆ เห็นผู้อื่นกำ�ลังทำ�งานอะไรก็จะเข้าไปถามให้ ช่วยสอนงานนั้นๆ มักแสดงความคิดสร้างสรรค์ และแสดง ความสามารถที่ ต นเรี ย นมาให้ กั บ พนั ก งานท่ า นอื่ น ถื อ ว่ า เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่กัน เด็กที่เป็นแบบนี้จะเป็น ที่ชื่นชอบของพนักงานคนอื่นเป็นพิเศษ แม้นักศึกษาที่เข้า มาฝึกงานจะแบ่งเป็นสองแบบก็ตามสิ่งที่มีเหมือนกันๆ คือ เรียนรู้งานได้ไว และเข้ากับพนักงานในบริษัทได้ดี ซึ่งสิ่งที่ สถานประกอบการต้องการให้กับตัวนักศึกษาที่มาร่วมงาน ด้วยคือ อยากให้นักศึกษาที่จบออกไปได้เรียนรู้สิ่งต่างๆจาก บริษัทในโลกของการทำ�งานจริงให้ได้มากที่สุด มีคุณภาพ กล้าคิดกล้าแสดงออก และมีมิตรสัมพันธ์ในการทำ�งานร่วม กับผู้อื่นเพราะหลังจากที่เขาฝึกงานจบกลับไป ก็ถือว่าเป็น ผลผลิตของเราด้วย” คุณมาโนช ดอนกันหา หัวหน้างานฝ่ายจัดซื้อ บริษัท พาราโบล่ า  จำ � กั ด  ในฐานะผู้ ฝึ ก สอนนั ก ศึ ก ษาในสถาน

ประกอบการหรื อ พี่ เ ลี้ ย ง ผู้ ฝึ ก สอนนั ก ศึ ก ษาในสถาน ประกอบการหรือพี่เลี้ยง ได้แสดงความคิดเห็นว่า “จริงๆ แล้ว นักศึกษาสมัยนี้ได้เปรียบสมัยก่อนมาก เพราะทุกวัน นี้เทคโนโลยีข่าวสารค่อนข้างรวดเร็ว ข้อมูลมีให้เข้าถึงเยอะ แต่ติดอยู่ที่นักศึกษาสมัยนี้ค่อนข้างขาดความเอาใจใส่ส่วน ใหญ่ขอแค่ให้มันผ่านๆไป นักศึกษาสมัยนี้ค่อนข้างเรียนรู้ ไว แต่ปัญหาคือ ขี้เกียจ ไม่ค่อยเอาใจใส่ ถ้าไม่โดนบังคับ หรือ ไม่จำ�เป็นก็ไม่ทำ�พอนักศึกษาไม่ค่อยเอาใจใส่บางทีก็ ไม่ค่อยอยากจะสอนอะไรมากเพราะเค้าไม่รับบางคนไม่ใช่ คนเก่งอะไร แต่เป็นคนขยันเอาใจใส่และจริงจังคนสอนเค้า อยากจะสอนมากกว่าด้วยซํ้าแม้ไม่ได้อยากสอนอะไรแต่ พอถามเราก็ต้องตอบ คงไม่มีใครไม่ชอบนักศึกษาที่ถามมา หรอก เพราะเค้าเห็นถึงความตั้งใจอยากรู้ยังไงก็ต้องสอนซึ่ง นักศึกษาที่กระตือรือร้นจริงๆ บ้านเรามีไม่เยอะถ้าจะบอก นักศึกษาไทยขาดอะไรก็คงต้องบอกว่าขาดความเอาใจใส่ และความตั้งใจนี่แหละ” จากข้ อคิ ด เห็ น ของสถานประกอบการที่ มี ต่อ คุ ณ ภาพ ของเยาวชนไทยในปัจจุบันนั้น จะเห็นว่า เยาวชนในปัจจุบัน มี คุ ณ ภาพด้ อ ยลงไปจากเมื่ อ ก่ อ น หากมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ ไม่ เ พี ย งพอ ย่ อ มส่ ง ผลกระทบต่ อ ประเทศชาติ ใ นอนาคต ปั ญ หาคุ ณ ภาพของเยาวชนนี้ จึ ง ไม่ ใช่ ปั ญ หาของภาครั ฐ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาที่ทุกคนต้องร่วมกันหาทาง แก้ไข อาจต้องเปลี่ยนแปลงระบบตั้งแต่รากฐาน พัฒนา หลักสูตรการศึกษาให้ตามยุคตามสมัยที่เปลี่ยนแปลง เพิ่ม คุณภาพการศึกษาในแต่ละสถาบันทั่วประเทศ เน้นสร้าง กระบวนการคิดวิเคราะห์ ส่งเสริมให้เยาวชนค้นคว้าค้นพบ สิ่งที่ตนถนัดตามความสามารถ ฝึกปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี มุ่ง สอนในเรื่องที่สามารถนำ�ไปใช้เป็นประโยชน์ได้จริง โดยให้ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ฝึกเผชิญปัญหาและหา ทางแก้ไขด้วยตนเองมากขึ้นเมื่อสำ�เร็จการศึกษาก็จะเป็น ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจและ สติปัญญานอกจากนั้นยังฝึกให้พร้อมที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุข ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนไปอย่างใดก็ตาม เยาวชนกลุ่มนี้ ก็จะรู้จักแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง ผู้เขียนเชื่อ ว่าแม้ปัญหาเหล่านี้จะไม่หมดไป แต่ก็จะลดน้อยลงไปอย่าง แน่นอน.... สุดท้ายนี้ขอฝากถึงนักศึกษาที่กำ�ลังจะฝึกงานหรือ สหกิจศึกษา ในการปฏิบัติตนในสถานประกอบการที่เข้าไป เรียนรู้นั้น ควรปฏิบัติตามกฎที่องค์กรมีอย่างเคร่งครัด และ มีความสนใจ ใฝ่หา ศึกษาเรียนรู้สถานประกอบการว่า เขามี วิธีการทำ�งานกันอย่างไร อยู่กันอย่างไร มีนํ้าใจต่อผู้ร่วมงาน มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ในสถานประกอบการ รู้จักหน้าที่ ของตนเอง และช่วยเหลืองานของผู้อื่น เป็นการสร้างความ สัมพันธ์อันดีแก่ผู้ร่วมงาน เพียงเท่านี้ก็จะเป็นที่รักใคร่ของ องค์กรโดยง่าย zณัฐวัตร จันทนาy


12

ภัยอันตรายจากยาลดความอ้วน

ด้ ว ยความเปลี่ ย นแปลงอย่ า งรวดเร็ ว ของโลกในยุ ค ปั จ จุ บั น  เมื่ อ เที ย บกั บ สมั ย อดี ต ไม่ ว่ า จะเป็ น โลกสั ง คม ออนไลน์ ที่ ผู้ ห ญิ ง ยุ ค  3G ให้ ค วามสำ � คั ญ ต่ อ ข่ า วสารและ เทคโนโลยี โดยเฉพาะกระแสยอดฮิตซึ่งคงหนีไม่พ้นเรื่องการ ลดนํ้าหนักของคุณผู้หญิงที่ต้องการมีหุ่นสรีระเพรียวบาง เหมือนนางแบบหรือดาราที่ตนชื่นชอบ โดยแสวงหาวิธีการ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำ�ลังกาย อดอาหารมื้อเย็นหรือ แม้แต่การหาอาหารเสริมหลากชนิดมาบริโภค แต่ท้ายที่สุด แล้วจะมีสักกี่คนที่ได้ผลลัพธ์ดั่งใจ บวกกับธุรกิจออนไลน์ท่ี มียาลดความอ้วนทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบแคปซูลยา เคมี ยาสมุนไพร กาแฟลดนํ้าหนัก ที่มีขายอยู่เต็มท้องตลาด ทั้งที่เป็นร้านค้าปกติและร้านค้าออนไลน์ ซึ่งทำ�ให้ผู้ที่สนใจ หาซื้อได้ง่ายและรวดเร็ว แล้ ว คุ ณ รู้ ไ หมว่ า ยาเหล่ า นี้ มี ส่ ว นผสมของอะไรบ้ า ง สำ�นักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้แจงส่วน ผสมของยาลดความอ้วนส่วนใหญ่ คือ แอมฟรีปาโมนและเฟ เทอร์มัน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 มี ฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลางทำ�ให้ลดความอยากอาหาร แต่ก็มีผลข้างเคียงต่อร่างกายคือทำ�ให้นอนไม่หลับมีอาการ กระสับกระส่าย ความดันโลหิตสูง หงุดหงิด หัวใจเต้นเร็ว ปากแห้ง ปวดศีรษะ เป็นต้น หากใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลา นานๆ ก็จะทำ�ให้เกิดการติดยาและทำ�ให้เป็นโรคจิตได้ ซึ่ง ตามปกติแล้วแพทย์จะสั่งจ่ายยาลดความอ้วนให้แต่ผู้ป่วย เฉพาะกรณีท่ีเป็นโรคอ้วนเท่านั้นพร้อมกับติดตามผลอย่าง ใกล้ชิด เนื่องจากยาลดความอ้วนอาจจะส่งผลกระทบต่อ ร่างกายจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต นอกจากนั้น สารประกอบใน

ยาลดความอ้วนยังเพิ่มความเสี่ยงที่ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหัวใจ หลอดเลือด เบาหวาน ความดัน มีอาการทรุดหนักลงได้อีก ด้วย นางสิราณี สิงค์ตะโคต กล่าวว่า “ดิฉันเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง หลังคลอดลูกนํ้าหนักก็ได้เพิ่มขึ้นสูงมาก และก็อยากกลับไป ผอมเหมือนเดิม แต่ค่อนข้างไม่มีเวลาและความอดทน เลย หันมาพึ่งยาลดความอ้วน เพราะได้ยินคนที่เคยลองแล้วได้ ผล เลยซื้อมาลองบ้าง เพราะคิดว่าคงไม่เกิดอันตรายอะไร แต่ครั้งแรกที่ได้ลองนั้นเกิดอาการใจสั่น มือสั่น หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ เลยเลิกทานเพราะยาที่ตัวเองทานนั้นแรงมาก แต่ไม่ทันไร ก็ได้ไปซื้อยาลดความอ้วนจาก รพ.ชื่อดัง อยู่ 1-2 เดือน แล้วหยุดทานปรากฏว่าได้เกิดโยโย่เอฟเฟค ทำ�ให้ นํ้าหนักขึ้นมาเยอะกว่าเดิม รับตัวเองไม่ได้และปัจจุบันนี้เลย กลายเป็นคนอ้วนและนํ้าหนักลดลงยากมากนํ้าหนักตอนนี้ 80 กิโลกรัม จากปกติหนัก 47 กิโลกรัม” แพทย์หญิง กานต์ชนก พานิช ผู้เชี่ยวชาญสาขา AntiAgeing & Facial Design กานต์ชนก คลินิกด้านความ งาม สาขาบิ๊กซี เพชรเกษม ได้ให้ทัศนะคติว่า “การดูแลรูป ร่างเห็นจะเป็นสิ่งจำ�เป็นอันดับหนึ่งของผู้หญิงวัย 40 เลย ก็ว่าได้ เพราะนั่นหมายถึงจริง แต่คุณเชื่อไหมคะว่า การ ออกกำ�ลังกายที่ทำ�ให้คุณดูอ่อนวัยนั้น ควรจะเป็นการออก กำ�ลังกายที่ใช้ทั้งกำ�ลังและสมองไปพร้อมๆ กัน อย่าง เช่น การเดินถอยหลัง เล่นบาสเกตบอล บัลเล่ต์ ยืนทรงตัวขา เดียวขณะหลับตา เป็นต้น ซึ่งหากคุณทำ�บ่อยๆ ควบคู่กับ การออกกำ�ลังกายปกติ จะทำ�ให้ดีต่อทั้งสุขภาพ และสมอง และในที่สุดแล้ว มันจะทำ�ให้คุณดูอ่อนกว่าวัยอย่างไม่น่า

ปัจจุบันนี้โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่สำ�คัญมากอย่างหนึ่งที่ มนุษย์เราไม่อาจขาดวัตถุชิ้นนี้ได้เลยเพราะไม่ว่าใครก็ต้อง มีและพกพาติดตัวไปด้วยตลอดเวลาเรียกได้ว่าเป็นแฝดผิด ฝาเลยก็ว่าได้ มันทำ�ให้เราสามารถติดต่อกับคนอื่นๆ ได้โดย ไม่ต้องพบเจอเพียงแค่กดโทรศัพท์เท่านั้น สมัยนี้ใครไม่มี โทรศัพท์มือถือใช้ถือว่าตกเทรนด์ โทรศัพท์มือถือนั้นถือว่า เป็นปัจจัยที่ 5 เลยก็ว่าได้ แต่หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ข้อเสีย ของโทรศัพท์มือถือและผลกระทบต่างๆซึ่งเป็นสิ่งที่ร้ายแรง และอยู่ใกล้ๆตัวเรานี่เอง ผลกระทบแรกที่ ส่ ง ผลร้ า ยคื อ ผลกระทบต่ อ ร่ า งกาย ทุ ก ครั้ ง ที่ มี ก ารใช้ โ ทรศั พ ท์ มื อ ถื อ จะมี ก ารแผ่ รั ง สี ข อง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุออกมาซึ่งรังสีร้ายนี้มีผล ต่อสมองของเราเมื่อใช้ไปนานๆหลายชั่วโมงจะทำ�ให้เราเกิด อาการปวดศีรษะและอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งในสมอง ได้ สิ่งที่ได้รับการกล่าวถึงในด้านอันตรายที่สุดคือการแผ่รังสี ของตัวโทรศัพท์เองซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสิ่งมีชีวิต หากได้รับรังสีในปริมาณมากยิ่งมีความเข้มของรังสีสูงแล้ว  ย่อมทำ�อันตรายถึงชีวิตได้โดยโรคที่คาดว่าจะก่อให้เกิดได้ จากการรับรังสีจากมือถือก็คือมะเร็งในสมองคลื่นความถี่ รังสีวิทยุก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสิ่งมีชีวิตแม้ในภาวะ ปกติจะพบรังสีนี้อยู่น้อยมากแต่เมื่อเกิดการสื่อสาร พูดคุย ปริมาณรังสีก็จะมากขึ้น โดยในปีหนึ่งๆจะมีผู้ป่วยด้วยมะเร็ง ในสมองเป็นจำ�นวนมากดังนั้นผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือจำ�เป็น ต้องหยุดใช้เครื่องชั่วคราวเมื่อมีอาการปวดศีรษะ ซึ่งในผลกระทบระยะสั้นจะเกิดอาการปวดหู ปวดศีรษะ ขาดสมาธิ และเครียดเนื่องจากระบบพลังงานในร่างกายถูกรบกวน มี

อาการหูตึงเนื่องจากเสียงโทรศัพท์ไม่ชัดเจนมีเสียงรบกวน ตลอดเวลาถ้ า ไม่ ไ ด้ ใช้ โ ทรศั พ ท์ ใ นตำ � แหน่ ง ที่ ส่ ง คลื่ น ได้ สะดวก ผลกระทบในระยะยาวนั้นอาจทำ�ให้เกิดภาวะโรค ความจำ�เสื่อม มะเร็งในสมอง มะเร็งเม็ดเลือดขาว ผลกระทบทางสังคมทำ�ให้ประชาชนส่วนใหญ่ห่างเหิน กัน เพราะทุกคนหันมาใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่สื่อสารกันแทน การพบเจอกันโดยถือว่าการมีโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นเครื่อง ประดับแสดงฐานะทางสังคมอย่างหนึ่งที่จำ�เป็นต้องมีเพื่อ ความทั ด เที ย มกั บ ผู้ อื่ น  นอกจากนี้ วั ย รุ่ น จำ � นวนมากยั ง ใช้เวลาในแต่ละวันอยู่กับโทรศัพท์มือถือโดยใช้พูดคุยกับ เพื่อน แฟน เล่นเกมส์ ฟังเพลง มากกว่าที่จะใช้เวลากับพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ทุกวันนี้วัยรุ่นจำ�นวนมากคิดว่าโทรศัพท์มือ ถือเป็นแทบทุกอย่าง เป็นเครื่องมือแก้เหงา เครื่องมือคลาย เครียด วัยรุ่นจึงให้โทรศัพท์มือถือมากจนเกินความจำ�เป็น ส่งผลก่อให้เกิดผลกระทบทางจิตใจและในเชิงวัฒนธรรม ตามมาดังนี้1.โรคเห่อตามแฟชั่นที่ต้องเปลี่ยนไปตามรุ่นต่าง 2. โรคทรัพย์จางเพราะต้องหาเงินมาซื้อรุ่นใหม่ บางคนถึง ขั้นกู้หนี้ยืมสิน 3. โรคขาดความอดทนและใจร้อน เนื่องจาก คุ ณ สมบั ติ ข องโทรศั พ ท์ มื อ ถื อ กดปุ๊ บต้ อ งติ ด ปั๊ บ ทำ � ให้ ค น กลายเป็นคนไม่มีความอดทน 4. โรคขาดกาลเทศะและไร้ มารยาทคือการโทรศัพท์ไปหาบุคคลที่เราอยากจะพูดทุก เวลาไม่ว่าจะเป็นประชุม นอน รับประทานอาหาร หรือวัน หยุดพักผ่อน โดยไม่ดูเวลาหรือกาลเทศะที่ควรโทร 5. โรค ขาดมนุ ษ ย์ สั ม พั น ธ์  คนส่ ว นใหญ่ จ ะใช้ มื อ ถื อ พู ด คุ ย กั น กั บ ญาติสนิท ขาดความใส่ใจที่จะสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น เราคงจะเห็นแล้วว่าอันตรายจากการใช้โทรศัพท์มือถือ

เชื่อ อย่างไรก็ดี ไม่ว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยทำ�ให้คุณดูอ่อน เยาว์ลงได้บ้าง แต่เคล็ดลับเหล่านี้จะใช้ไม่ได้ผลเลย หากคุณ มัวแต่คิดหาวิธีคืนความอ่อนเยาว์ให้กับตัวเอง และยึดติดว่า ความอ่อนเยาว์จนจะทำ�ให้ไม่มีความสุข ซึ่งนั่นจะทำ�ให้ยิ่ง เครียด และดูแก่ขึ้นอีกค่ะ ดังนั้น สิ่งสำ�คัญที่สุดที่ทำ�ให้คุณ อ่อนเยาว์ได้ คือ การทำ�อารมณ์ให้สดใสควบคู่ไปกับการดูแล ตัวเอง อย่าลืมค่ะว่า ความอ่อนวัยนั้นต้องมาจากภายในด้วย เพียงแค่คุณหัวเราะหรือยิ้มอย่างมีความสุขให้ได้สักช่วงเวลา หนึ่งในแต่ละวัน มันก็จะช่วยชะลอความแก่และคืนความ สดใส อ่อนเยาว์ให้กับคุณได้อีกนานเลยล่ะค่ะ” จะมีสักกี่คนที่ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดส่วนใหญ่แล้วก็ มักจะเพียงแค่ฟังจากปากเพื่อนที่ได้ทดลองแล้วมีความคิด เห็นว่าดีแล้วก็เชื่อ แต่ถ้าเราคิดว่าเราศึกษาข้อมูลดีแล้วเรา จะมีความมั่นใจสักแค่ไหนที่จะพึ่งวิธีการสวยทางลัดหรือถ้า เราจะเข้าสถาบันลดนํ้าหนักใครจะการันตีรับผิดชอบเราถ้า ไม่ได้ผลจริงอย่างที่โฆษณาไว้ และเราจะต้องสิ้นเปลืองค่าใช้ จ่ายลงทุนไปกับสิ่งเหล่านี้ไปอีกนานแค่ไหน ถ้าเราลองคิดให้ ดีแล้วก็ยังมีวิธีการลดนํ้าหนักที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอดีตที่โดยไม่ ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพียงแค่ใช้เวลาอดทนและความพยายาม กับความตั้งใจ เพียงเท่านี้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นก็คุ้มค่าและ ไม่ก่อให้เกิดความอันตราย แต่กลับทำ�ให้รูปร่างดีแถมด้วย สุขภาพดี นั่นก็คือการควบคุมอาหารควบคู่การออกกำ�ลัง กาย ไม่ใช่การอดอาหารอย่างเฉียบพลัน การเสียเงินจำ�นวน มากกับการเข้าคอร์สเสริมความงามราคาแพง การเสี่ยงกับ ยาลดความอ้วน หรือแม้แต่อุปกรณ์ลดนํ้าหนักเฉพาะส่วน ที่ ไม่ได้ทำ�ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง zอุทัยวรรณ รัตนบัวพาy

ภัยร้ายจากโทรศัพท์มือถือ

นั้นมีผลกระทบต่อหลายด้านแล้วจริงๆ ดังจะเห็นได้จาก การวิจัยผลจากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ การศึกษา ผลกระทบจากโทรศัพท์มือถือ” ของสมาคมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้สรุปผลกระทบต่อสุขภาพ ของผู้ใช้โดยตรงทั้งในระยะสั้นและระยะยาวโดยมีรายงาน การวิจัยในหลอดทดลองพบว่า คลื่นไมโครเวฟจากโทรศัพท์ มือถือสามารถทำ�ให้เกิดความร้อนและทำ�ร้ายเซลล์ภายใน เนื้อเยื่อบริเวณหู, ตา และสมอง เมื่อเราได้รู้ถึงภัยร้ายมากมายของโทรศัพท์แล้วนั้นเรา ก็ ค วรจะมี แ นวทางป้ อ งกั น หรื อ หลี ก เลี่ ย งได้ โ ดยมี ห ลาย วิ ธี ดั ง นี้  1. ไม่ ค วรใช้ โ ทรศั พ ท์ มื อ ถื อ ติ ด ต่ อ กั น เป็ น เวลา นาน 2.ไม่ควรนำ�โทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงเพราะ มี ค ลื่ น แม่ เ หล็ ก ไฟฟ้ า ออกมาจากเครื่ อ งโทรศั พ ท์ มื อ ถื อ  3.เปลี่ ย นไปใช้ หู ฟั ง ไร้ ส ายเพื่ อ หลี ก เลี่ ย งการถื อ โทรศั พ ท์ แนบกับศีรษะ 4. ไม่ควรคุยโทรศัพท์นานเกินไป โดยเวลาที่ เหมาะสมที่สุดคือประมาณ 15 นาที 5.ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือ ถือหากอยู่ในบริเวณที่มีสัญญาณตํ่า เพราะจะทำ�ให้โทรศัพท์ ปล่อยคลื่นความถี่สูงกว่าปกติ จากบทความข้างต้นผู้เขียนเองคงไม่ปฎิเสธว่าโทรศัพท์ มือถือมีประโยชน์และอำ�นวยความสะดวกต่อเรามากมาย แต่สิ่งใดที่มีประโยชน์ก็มักจะมีโทษตามมาคู่กัน ดังนั้นเราจึง ควรตระหนักและรู้จักฉลาดใช้โทรศัพท์มือถือ ให้เป็นเครื่อง มือที่มีประโยชน์ต่อตัวเราพร้อมทั้งหันมาสนใจดูแลป้องกัน ตัวเองลดอันตรายจากการใช้โทรศัพท์มือถือ zอธิชา กาญจนบัญญัตy ิ

SIAMPRESS2 (Green)  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you