Page 1

“»ÃиҹҸԺ´ÕÅÔ¹¤Íŏ¹àª×èÍÇ‹Ò ªÒµÔÊÓ¤ÑÞ¡Ç‹Ò»˜¨à¨¡ºØ¤¤Åã´æ áÅеŒÍ§ÃÑ¡ÉÒäÇŒäÁ‹Ç‹Ò¨ÐáÅ¡´ŒÇÂÍÐäáçµÒÁ”


เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ 978-616-7167-05-3 พิมพ์ครั้งที่ 1 2533 พิมพ์ครั้งที่ 2 กันยายน 2553 เรียบเรียง : สุนันทา ต่างใจ ที่ปรึกษา : อ. พฤกษะศรี William Joseph Klinkenberg เชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์ บรรณาธิการ : กมลวรรณ ต่างใจ ศิลปกรรม : ธันวา เรืองสวัสดิ์ ภาพประกอบ : จารุวรรณ สุรพล สำนักพิมพ์ ทีบุ๊คสมิธ 576/2 ซอยสวนพลู 3 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ 0-2677-5181 โทรสาร 0-213-2508 www.tbooksmith.com อีเมล tbooksmith@gmail.com จัดพิมพ์โดย บริษัท พงษ์พาณิชย์เจริญผล จำกัด 99 ซอยสุขสวัสดิ์ 22 แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บรู ณะ กรุงเทพฯ 10140 โทรศัพท์ 0-2874-5001-4 โทรสาร 0-2427-4018 www.phongphanich.com จัดจำหน่ายโดย บริษัท เอ-บุ๊ค ดิสทริบิวชั่น จำกัด 99/44 ซอยติวานนท์ 4 ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2968-9337 โทรสาร 0-2968-9511

ราคา 89 บาท


จากใจ ทีบุ๊คสมิธ

ในยุคที่เราต้องเร่งสร้างคนเก่ง ดีและมีคุณธรรมให้กับสังคม ของเราให้มากขึ้น

“เอบราแฮม ลิงคอล์น”

จะเป็นชีวิตที่เป็นแบบอย่างให้กับเด็กๆของเราได้เป็นอย่างดี ความเก่งของท่านเกิดมาจากความขยันหมั่นเพียร มุมานะ ฝึกฝน พยายามใฝ่หาความรู้และรักการอ่าน ในด้ า นของความดี แ ละมี คุ ณ ธรรมนั้ น ท่ า นเป็ น บุ ค คลที่ มี ความเข้าใจเห็นใจและโอบอ้อมอารีย์ ทั้งกับมนุษย์และสัตว์ ยึดมั่น ในความยุติธรรม ไม่ผูกพยาบาท มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อทุกหน้าที่ และยังเห็นกับประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เมื่อได้อ่านหนังสือ

เอบราแฮม ลิงคอล์น Abraham Lincoln

A Most Uncommon Common Man


โดย อาจารย์ สุนันทา ต่างใจ แล้วไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กหรือ ผู้ใหญ่ คุณจะเห็นได้ด้วยตัวเองว่าเราทุกๆคนไม่ว่าจะยาก ดี มี จน สามารถเป็น คนเก่ง ดี และมีคุณธรรมได้จากการฝึกฝนตนเอง ขอเพียงมีความตั้งใจ “Always bear in mind that your own resolution to succeed is more important than any other.” ด้วยรักและปรารถนาดี ทีบุ๊คสมิธ


ก่อนเล่าเรื่อง

ตำนานที่เล่าสู่กันมานั้นกล่าวว่า เอบราแฮม ลิงคอล์น เกิด มาท่ามกลางความยากจน และเพราะความยากจนจึงทำให้เขาไม่ได้ เรียนหนังสือมากนัก แต่การที่เขาขยันอ่านหนังสือและไม่หยุดนิ่งใน การแสวงหาความรู้ ทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตอันเป็นแบบ อย่างที่ดีต่อเยาวชนรุ่นหลัง เอบราแฮม ลิงคอล์น ไม่ได้เกิดมายากจนกว่าคนอื่นๆ มาก นัก เพราะในยุคบุกเบิกนั้นทุกครอบครัวมีการดำรงชีวิตที่คล้ายๆ กัน ทุกคนต้องช่วยกันทำงานแข่งกับเวลา ในหน้าร้อนเด็กๆ มีส่วน ช่วยเหลือครอบครัวของเขาได้มาก พวกเด็กๆ มีเวลาว่างที่จะไป โรงเรียนได้ก็ในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่ปัญหาก็คือโรงเรียนที่มีอยู่ น้อยและอยู่ห่างไกลเกินไป เด็กส่วนใหญ่จึงได้รับการศึกษากันน้อย แต่สำหรับ เอบราแฮม ลิงคอล์น การได้ไปโรงเรียนน้อยเพียงแค่ 18 เดือนที่ไปเรียนในโรงเรียนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่สิ่งนี้ไม่ได้ หยุดยั้งการเรียนรู้ของเขา เขายังคงเรียนทุกอย่างจากหนังสือที่เขา ค้นหามาอ่านตลอดช่วงชีวิตของเขา ในขณะนั้นชีวิตของ เอบราแฮม ลิงคอล์น เป็นชีวิตจริงที่ไม่ ใช่ตำนานหรือนิยายเป็นชีวิตจริงที่จะเป็นแบบอย่างได้อย่างดีเยี่ยม ในการเป็นคนที่มีความขยันหมั่นเพียร มุมานะพยายาม มีความ เข้าใจและเห็นใจผู้อื่น ไม่ผูกพยาบาทใครและที่เด่นที่สุดคือ ความ ซื่อสัตย์สุจริต


เอบราแฮม ลิ ง คอล์ น ไม่ ใ ช่ ทู ต สวรรค์ อ ย่ า งโมเสส องค์ อวตารอย่างพระราม หรือ ฮีโร่ในนิยายกรีก แต่เขาเป็นคนธรรมดาๆ นี่เอง หากแต่เป็นคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาอย่างที่สุด (A Most Uncommon Common Man) ชีวิตของเขาสามารถนำมาเป็นแบบ อย่างได้อย่างดีที่สุด การนำเสนอเรื่องราวต่อไปนี้ ดิฉันหวังเป็น อย่างยิ่งว่า เยาวชนของไทยจะได้จดจำและสืบทอดความดีงามเหล่า นี้ต่อไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองต่อตนเองและประเทศชาติของเราทุก คน สุนันทา ต่างใจ “A capacity, and taste, for reading, gives access to whatever has already been discovered by others. It is the key, or one of the keys, to the already solved problems. And not only so, it gives a relish, and facility, for successfully pursuing the [yet] unsolved ones.”


สารบัญ บทที่ 1 กลิ้งลงจากท่อนซุง 8 บทที่ 2 ประกายไฟ 16 บทที่ 3 รอยเท้า 22 บทที่ 4 สงครามอินเดียนแดง 28 บทที่ 5 ถังไม้ 34 บทที่ 6 หมูถูกรั้วล้มทับ 42 บทที่ 7 แห่โคม 52 บทที่ 8 ทำเนียบขาว 58 บทที่ 9 เกททิสเบิก 64 บทที่ 10 พระอาทิตย์ตก 74 ภาคผนวก 81




เอบราแฮม ลิงคอล์น


กลิ้งลงจากท่อน«ุง

“เราไปทีห่ ว้ ยน้ำกันเถอะ ไปดูซวิ า่ มีปลาในนัน้ บ้างไหม?” พ่อหนูน้อยเอบราแฮม ลิงคอล์น กล่าวกับเพื่อนรักวัย เดียวกันที่มาเยี่ยมเขาที่บ้าน “ฉั น คิ ด ว่ า เราน่ า จะว่ า ยน้ ำ เล่ น ในห้ ว ยนั้ น ได้ ด้ ว ยนะ แต่..วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เราคงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก น่า เสียดายจังเลย” วันนัน้ เป็นวันอาทิตย์ อากาศในตอนบ่ายค่อนข้างจะร้อน อบอ้าวในขณะะนัน้ พ่อหนูนอ้ ย เอบราแฮม อยูใ่ นวัย 7 ขวบ ส่วนเพื่อนรักเพื่อนเกลอที่มาเยี่ยมเขาที่บ้านนั้นชื่อ ออสทิน กอลลาเฮอร์ Austin Gollaher อายุได้ 8 ขวบ พ่อแม่ของ ออสทิน ตั้งใจที่จะพาเขามาหาครอบครัวของเอบราแฮม เพื่อ พบปะเยี่ยมเยือน เพราะทั้งสองครอบครัวนี้มีความรักใคร่ สนิท สนมกันดีมาแต่ดั้งเดิม ครอบครัวกอลลาเฮอร์ ต้องโดยสารรถม้าที่วิ่งมาตาม ถนนอันขรุขระของรัฐเค็นทัคคี้ เป็นระยะทางอันยาวไกลทีเดียว ทุกคนในครอบครัวของเอบราแฮมดีใจมาก ที่มีเพื่อนมา เยี่ยมจากที่ไกลๆ เพราะในปี ค.ศ. 1816 รัฐเค็นทัคคี้ เป็นรัฐที่ A Most Uncommon Common Man

9


เริ่มได้รับการบุกเบิก ครอบครัวนี้อาศัยอยู่ในกระท่อมที่ทำด้วย ท่อนซุงซึ่งได้ช่วยกันสร้างขึ้นเอง และอยู่ห่างไกลจากบ้านอื่นๆ มาก ในตอนแรกทั้งเอบราแฮมและออสทิน รู้สึกเบื่อหน่าย มากที่ต้องนั่งฟังพ่อแม่ของเขาคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ ในอดีตเป็น เวลานาน ในที่สุด เขาทั้งสองก็นัดแนะกันออกไปเล่นข้างนอก “เราข้ามสะพานท่อนซุงไปเล่นที่เกาะกันดีกว่า” เอบราแฮมพูดขึ้น “ฉันเคยเห็นนกกระทาหลายตัวบนเกาะนี้ด้วย” ก่อนหน้าวันนั้นได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้มีน้ำเจิ่ง นองมากกว่าปรกติในห้วยน๊อบ Knob Creek ที่อยู่ใกล้ๆบ้าน ของเอบราแฮม สะพานท่อนซุงที่ใช้ข้ามห้วยน๊อบไปยังเกาะที่ เขากล่าวถึงนั้นลื่นมาก เอบราแฮมวิ่งนำหน้า ออสทินวิ่งตามไปติดๆ กัน พอถึง สะพานท่ อ นซุ ง เอบราแฮมก็ รี บ ก้ า วขึ้ น ไปทั น ที อ ย่ า งไม่ ไ ด้ ระมั ด ระวั ง เพี ย งก้ า วไปได้ ป ระมาณ 4-5 ก้ า วเท่ า นั้ น เอง ความลื่นของท่อนซุง ทำให้ร่างของหนูน้อยเอบราแฮมทรงตัว ไม่ได้ ถลาตกลงไปในห้วยน้ำ ซึ่งมีกระแสน้ำเชี่ยวมาก หนูน้อย เอบราแฮมว่ายน้ำไม่เป็น ความลึกของน้ำนั้นท่วมหัว แต่โชคดี ที่ออสทินเพื่อนของเขายังอยู่บนฝั่ง ออสทินเห็นเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้น เขาเหลียวไปเห็นท่อนไม้ยาวอันหนึ่งอยู่ใกล้ๆ จึงรีบวิ่ง ไปหยิบขึน้ มาส่งไปให้เอบราแฮมจับไว้ และตัวเขาเองนัน้ พยายาม ดึ ง ปลายไม้ อี ก ด้ า นหนึ่ ง เพื่ อ ช่ ว ยให้ เ พื่ อ นขึ้ น จากน้ ำ ในที่ สุ ด 10

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ออสทินก็สามารถดึงร่างของเอบราแฮมขึ้นมาจากน้ำได้ เอบราแฮมขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุเล ละล่ำละลักอ้าปาก หายใจฮักๆ

“ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า ที่เธอไม่จมน้ำตาย”

ออสทินพูดพร้อมกับทุบหลังของเอบราแฮมเบาๆ เพื่อ ช่วยให้เขาหายใจคล่องขึ้น หลังจากหายจากการตกใจ และเหนือ่ ยอ่อนแล้วเอบราแฮม ก็ ถ อดเสื้ อ ผ้ า ไปวางผึ่ ง ไว้ บ นก้ อ นหิ น ตอนนั้ น มี แ สงแดดจ้ า เสื้อผ้าของเขาจึงแห้งได้ไว ในไม่ช้าก็สามารถนำมาสวมใส่ได้อีก ออสทินช่วยเอบราแฮมดึงเสื้อกับกางเกงให้เรียบร้อย พร้อมกับเอามือจัดแต่งผมให้เข้ารูปดี เอบราแฮมยิ้มยิงฟันขาว “คงไม่มีใครทราบหรอกว่า ฉันได้ตกลงไปในน้ำ” เขาพูดพร้อมกับขยิบตากับเพื่อนรัก ออสทินมองดูเพือ่ นด้วยอาการสงสัย เอบราแฮมเป็นเด็ก ที่ฉลาดที่สุดในโรงเรียน เขาสามารถเรียนอ่านได้เร็วกว่าเด็กทุก คนในโรงเรียน แต่เขาเป็นเด็กทีซ่ กุ ซน และทุกๆวันจะหาเรือ่ งซน อยูเ่ สมอ ครั้งหนึ่งครูของเขาเคยพูดว่า “เอบราแฮมเธอเป็ น คนมี ส องภาค ภาคหนึ่ ง เป็ น

ภาคที่ดี อีกภาคเป็นภาคที่เลว”

“เอบราแฮม เธอแกล้งทำเป็นลื่นตกลงไปในน้ำหรือ เปล่า?” A Most Uncommon Common Man

11


12

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ออสทิน ถามขึ้นด้วยความสงสัย เอบราแฮมทำหน้าตา ให้เป็นปรกติ “ม่าย........... หรอกน่า เล่นอย่างนี้ต้องถูกตีแน่ๆ ยิ่ง วันนี้เป็นวันอาทิตย์ด้วย” “นั่นนะซี” ออสทิ น พู ด พร้ อ มกั บ ส่ า ยหน้ า อย่ า งไม่ ส บายใจ และ กล่าวขึ้นว่า “เราจะต้องสัญญากันว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครทราบ” “สั ญ ญาอย่ า งเดี ย วมั น ไม่ พ อนะ เราจะต้ อ งให้ สั ต ย์ สาบานต่อกันด้วย “เอ้า! ยกมือขวาขึ้น” เอบราแฮมสำทับขึ้นโดยเร็ว “ข้าพเจ้าขอให้สัตย์สาบานต่อ พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดาวสุนัข ว่าต่อไปนี้ข้าทั้งสองจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร” เอบราแฮมกล่าวนำให้ออสทินกล่าวตาม “ข้าพเจ้าขอให้สัตย์สาบาน” ออสทินจบคำกล่าวให้สัตย์สาบานด้วยเสียงสั่น หลังจากประธานาธิบดี เอบราแฮม ลิงคอล์น ถูกลอบ สังหารเสียชีวิตแล้ว ออสทิน กอลลาเฮอร์ ได้เล่าเรื่องนี้ให้กับ คนใกล้ชิดฟัง “เอบราแฮม ลิงคอล์น เป็นคนรักษาสัญญาได้ดีทีเดียว เมื่อเขา สัญญาว่าจะทำอะไร เขาจะทำตามที่เขาสัญญาเสมอ”

A Most Uncommon Common Man

13


“It is better to remain silent and be thought a fool than to open one’s mouth and remove all doubt.”

14

เอบราแฮม ลิงคอล์น


A Most Uncommon Common Man

15


ประกายไ¿

“ใครสามารถสะกดคำ มิสสิสสิบปีได้?”

ครูถามขึ้น พร้อมกับชี้มือที่กุมไม้บรรทัดไปยังนักเรียน ทุกคนในชั้น เด็กชายเอบราแฮม ลิงคอล์นยกมือที่แสนยาวของ เขาขึ้น เมื่อครูชี้มือมาที่เขา เขาก็ลุกขึ้นมาสะกดคำนั้นอย่าง ฉะฉาน รวดเร็ว ในโรงเรียน เอบราแฮมเป็นเด็กที่ฉลาดที่สุด เมื่อมีการ แข่งขันสะกดคำในห้องเรียน เขาจะเป็นคนชนะเลิศเสมอ แต่ เด็กในยุคบุกเบิกจะมีโอกาสได้เรียนหนังสือเพียงไม่กี่ปี เพราะ จะต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน เอบราแฮมเองก็ต้องออกจากโรงเรียน ไปช่วยเหลือพ่อแม่ทำงานตั้งแต่วัยเด็ก การเล่าเรียนของเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในป่ามีความลำบาก มาก ในฤดูร้อน พวกเขาจะต้องอยู่บ้านเพื่อช่วยพ่อแม่ทำงานใน ท้องทุ่ง เด็ ก ๆ จำเป็ น ต้ อ งไปโรงเรี ย นในฤดู ห นาว ซึ่ ง อากาศ หนาวจัดและมีหิมะตกหนัก เป็นการยากลำบากอย่างยิ่งที่เด็กๆ

A Most Uncommon Common Man

17


จะต้องเดินฝ่าหิมะไปโรงเรียน ยิ่งตอนเดินผ่านท้องทุ่งด้วยแล้ว พวกเขาจะมีความรู้สึกว่ามันหนาวเสียจนลมหายใจแข็ง และ กำลังจะหยุดหายใจ เพื่ อ ที่ จ ะให้ เ กิ ด ความรู้ สึ ก อบอุ่ น ขึ้ น ในขณะที่ เ ดิ น ไป โรงเรี ย น เด็ ก ๆจะเอามั น ฝรั่ ง ไปปิ้ ง ให้ ร้ อ น แล้ ว ถื อ ไว้ ใ นมื อ ระหว่างเดินทางไปโรงเรียน และเมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร เที่ยง มันฝรั่งเหล่านั้นก็จะกลายเป็นอาหารเที่ยงอันโอชะของ พวกเขาไป แต่ตอนกลับบ้านไม่มีมันฝรั่งร้อนๆอยู่ในมือปลายนิ้ว ของทุกคนจึงชาเพราะความหนาวเย็น ในยุคบุกเบิกนั้น บางครั้งในบางท้องที่มีคนน้อยเกินไปที่ จะตั้งโรงเรียนได้ หรือในที่บางแห่งมีแต่โรงเรียนไม่มีครู เอบราแฮม ลิงคอล์น มีพี่สาวคนหนึ่งชื่อซาร่า หล่อนมี อายุแก่กว่าเขาสองปี ทั้งคู่ไปโรงเรียนด้วยกัน และต้องเรียนๆ หยุดๆพร้อมกัน และในที่สุดก็ต้องออกจากโรงเรียนพร้อมกัน ทั้งสองคน แต่ถงึ แม้จะต้องออกจากโรงเรียนตัง้ แต่วยั เด็ก เอบราแฮม ก็ได้เรียนรู้การอ่านแล้ว เขาจึงเริ่มอ่านหนังสือที่บ้าน โดยเริ่ม จากพระคัมภีร์ไบเบิล บางครั้งเขาต้องเดินทางไกลหลายๆไมล์ เพื่อหาหนังสืออ่าน เขาเที่ยวไปเคาะประตูบ้านของใครต่อใคร ที่รู้จัก 18

เอบราแฮม ลิงคอล์น


“ขอยืมหนังสือที่ท่านมีให้ผมไปอ่านเถอะ ผมขอรับรอง ว่าจะเก็บรักษามันให้ดีที่สุด และจะนำมาคืนท่านทันทีที่ผม อ่านจบ” เขาอ่านนิทานอีสป ประวัติของยอร์ช วอชิงตัน และ หนังสือต่างๆ โดยนักประพันธ์เรืองนามของอังกฤษ และจาก ทั่วโลก เมื่อเขาอ่านหนังสือ เขาจะอ่านอย่างช้าๆ อ่านไปทุกตัว อักษรอย่างระมัดระวัง เขามักจะล้มตัวลงนอนหน้าเตาผิง เพื่อ ใช้แสงสว่างจากเตาอ่านหนังสือ นอกจากนี้เขายังหัดเขียนและ หัดทำเลขด้วย เขาใช้ถ่านไฟแทนดินสอและใช้ที่ตักถ่านแทน กระดานสำหรับหัดเขียนหนังสือและคิดเลข บิดาของเอบราแฮม ลิงคอล์น เป็นช่างไม้ เครื่องเรือนที่ ใช้อยู่ในบ้านทั้งหมดจึงเป็นของที่เขาทำขึ้นเองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ เป็นโต๊ะ ม้านั่งและเตียงนอน ทุกๆ คนในครอบครัวมีความรักความอบอุ่น ทั้งๆที่จะหา ความสะดวกสบายในบ้านสักนิดก็ไม่มี บุคคลที่มาบุกเบิกอเมริกาในยุคแรกๆจะต้องย้ายที่อยู่ บ่อยๆ เมื่อพวกเขาได้รับข่าวจากใครว่าที่ใดเหมาะแก่การตั้ง รกรากหรือที่ดินอุดมสมบูรณ์ พวกเขาก็จะขนข้าวขนของใส่ เกวียนย้ายไปอยู่ที่นั่น ครอบครัว ลิงคอล์น ก็เป็นอย่างนั้น เช่นกัน เด็ ก ชายเอบราแฮม ไม่ เ คยรู้ สึ ก กั ง วลใจกั บ การที่ ต้ อ ง เคลื่ อ นย้ า ยอยู่ บ่ อ ยๆ เขาทราบดี ว่ า คุ ณ พ่ อ ของเขาจะสร้ า ง A Most Uncommon Common Man

19


กระท่อมท่อนซุงหลังใหม่ และที่ๆจะย้ายไปใหม่นั้น จะต้องมี แหล่งน้ำ ที่เขาสามารถไปตกเบ็ดจับปลาได้ และเขาจะได้พบกับ เพื่ อ นใหม่ อี ก ด้ ว ย เขาเป็ น คนที่ มี ไ มตรี จิ ต และพร้ อ มที่ จ ะ ทำความรู้จักกับเพื่อนคนใหม่ๆเสมอ บางคนคิดว่า เด็กชายเอบราแฮมเป็นคนขี้เกียจ ทั้งๆที่ เอบราแฮมสามารถตัดต้นไม้ ไถนา ทำรั้วกั้นพื้นที่และงานอื่นๆ ได้เร็วกว่าเด็กชายคนอื่น ทั้งนี้เพราะเอบราแฮมใช้เวลาอ่าน หนังสือมากกว่า พวกเขาจึงคิดว่าเอบราแฮมทำงานน้อยกว่า คนอื่น การอ่านหนังสือมากนี้ ทำให้เอบราแฮมมีความคิดเห็น แตกต่างไปจากคนอื่นๆด้วย ครอบครัวของเด็กชายเอบราแฮม ย้ายไปอยูร่ ฐั อินเดียน่า เมื่อเขาอายุได้ 9 ขวบ ณ ที่ใหม่แห่งนี้ เอบราแฮมและทุกคนใน ครอบครัวต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด เมื่อนาง แนนซี่ แฮงคส ลิงคอล์น (Nancy Hanks Lincoln) ภรรยาที่ดี ของสามีและแม่ที่ดีของลูกๆได้ถึงแก่กรรม ชีวิตของเด็กชายเอบราแฮมกับพี่สาว ต้องประสบกับ ความเงียบเหงา อ้างว้างอย่างที่สุด ทุกๆวัน เมื่อกลับถึงบ้าน ภายหลังการทำงานอย่างหนัก ก็ต้องพบกับพื้นบ้านที่สกปรก เพราะไม่มีคนปัดกวาด และส่วนมากจะกลับถึงบ้านในเวลาค่ำ มืด ที่บ้านก็จะมืดสนิทเพราะไม่มีคนคอยจุดไฟไว้ ที่บ้านมีแต่ ความหนาวกับความว่างเปล่า เครื่องปั่นฝ้ายยังคงวางอยู่ที่เดิม

20

เอบราแฮม ลิงคอล์น


แต่ไม่มีคนปั่น นั่นหมายความว่าไม่มีใครที่จะทอผ้าให้กับทุก คนในครอบครัว และเช่นเดียวกัน เสื้อผ้าที่เก่าและขาดก็ไม่มีคน ช่วยปะช่วยชุนให้ด้วย เอบราแฮมเป็นคนร่างสูง และโตเร็วมาก ไม่นานแขน เสื้อของเขาก็สั้นจู ขากางเกงก็เลยขึ้นมาอยู่กลางน่อง กระโปรง ที่ยาวปิดเข่าของซาร่า ก็สั้นขึ้นมาอยู่เหนือเข่าหลายนิ้ว

“In the end, it’s not the years in your life that count. It’s the life in your years.”

A Most Uncommon Common Man

21


รอยเท้า

วั น แห่ ง ความสุ ข ของเด็ ก ชายเอบราแฮมก็ ไ ด้ บั ง เกิ ด ขึ้ น อี ก ครั้ ง หนึ่ ง เมื่ อ พ่ อ ของเขาเข้ า มาในบ้ า น พร้อมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง และบอกให้ลูกๆ ทราบว่า ผู้หญิงคนนี้จะมาเป็นแม่ใหม่ของพวกเขา หล่อนชื่อว่า ซาร่า บุช จอห์นสตัน (Sarah Bush Johnston) เอบราแฮมชอบแม่เลี้ยงของเขามาก หล่อนเป็น คนร่าเริง แจ่มใสและมีใจกรุณา นอกจากนี้หล่อนยังนำ ลูกของหล่อนเองอีกสามคนมาอยู่ด้วย จอห์น ซาร่า และมาทิลดา ทำให้บ้านทั้งบ้านมีความอบอุ่นอีกครั้ง เด็กๆทุกคนในบ้านรักใคร่กันเป็นอย่างดี เมื่อมีเด็กถึงห้าคนในบ้าน บ้านนั้นก็มีชีวิตชีวาขึ้น มาอีก นางซาร่า ลิงคอล์น มารดาเลี้ยงของ เอบราแฮม ลิงคอล์น เป็นผู้หญิงที่ขยันทำงาน หล่อนดูแลรักษาบ้าน ให้สะอาด และปรุงอาหารไว้คอยท่าสามีและลูกๆ ที่ กลั บ มาจากทำงาน หล่ อ นชอบฟั ง เด็ ก ๆคุ ย กั น และ พลอยหัวเราะกับเด็กๆไปด้วย เมื่อมีใครพูดตลก A Most Uncommon Common Man

23


ลูกพี่ลูกน้องของเอบราแฮมคนหนึ่งชื่อ เดนนิส แฮงคส ซึ่งเป็นเด็กโตกว่าเอบราแฮมมาก แต่ก็รักที่จะเล่นซนเหมือนกับ เอบราแฮม วั น หนึ่ ง เอบราแฮมได้ ข อให้ เ ดนนิ ส ยกตั ว เขาขึ้ น จนกระทั่งเท้าจรดเพดานบ้าน แล้วเอบราแฮมก็เอาเท้าประทับเพดานบ้านให้เป็นรอย เหมือนกับมีคนเดินผ่าน ทั้งๆที่เพดานนั้นเพิ่งได้รับการทำความ สะอาดมาใหม่ๆ เขาเพียงต้องการให้มารดาเลี้ยงของเขาแปลก ใจที่มีคนเดินผ่านเพดานบ้านได้เท่านั้น เมื่อมารดาลี้ยงของเอบราแฮมเห็นรอยเท้าเข้า ก็หัวเราะ พลางพูดว่า “ไม่มีใครหรอกที่จะทำอย่างนี้ นอกจากเอบราแฮม” จากนั้นหล่อนก็เริ่มทำความสะอาดเพดาน เอบราแฮม เห็นดังนั้นจึงเข้าไปช่วยหล่อนทำความสะอาดเพดานที่ตนทำให้ สกปรกทันที ภายหลังเขาเขียนข้อความในสมุดบันทึกของเขาว่า “เอบราแฮม ลิ ง คอล์ น มี มื อ และปากกา พระเจ้ า เท่านั้นจะทราบว่า เมื่อไหร่ข้าจะเป็นคนดี”

“Abraham Lincoln his hand and pen He will be good but God knows when”

24

เอบราแฮม ลิงคอล์น


เมื่อเขาเข้าสู่วัยหนุ่ม เอบราแฮมต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น โชคดีที่มีมารดาเลี้ยง เขาจึงไม่เหงาและเดียวดาย เขามีความสุขกับครอบครัวเหมือนกับมีมารดาจริงอยู่ ด้วย ในขณะเดียวกัน เขาไม่เคยลืมอดีตที่แสนเศร้าในวัยเด็ก ของเขา ความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว และไม่เป็นสุขทำให้เขาเข้าใจ คนอื่นๆ ที่มีความทุกข์ ภายหลังเมื่อเขาเข้าไปอยู่ในเมือง เขาก็ ไม่เคยลืมอากาศอันแสนหนาวเย็นของท้องทุ่งที่เขาเคยอยู่ในวัย เด็ ก บางครั้ ง เขาเกิ ด สงสั ย ตั ว เองว่ า เมื่ อ ไหร่ ห นอที่ เ ขาจะ สามารถหยุดความรู้สึกเหงาที่อยู่ในใจได้ เมื่อเอบราแฮมโตขึ้น เขาก็ทำงานหนักขึ้น เขาช่วยพ่อ ของเขาทำงานในทุ่งนา รีดนมวัว โค่นต้นไม้ เพราะเขาเป็นคน แข็งแรงมาก ชาวนาบางคนก็มาจ้างให้เขาไปทำงานให้ งานที่เขาชอบมากที่สุดคือ การนำเมล็ดข้าวไปที่โรงสี เขาจะดีใจมากเมื่อถึงเวรของเขาที่ต้องเอาเมล็ดข้าวไปโรงสี ที่ โรงสี เ ขาจะได้ พ บใครต่ อ ใครและจะได้ ยิ น คนพู ด ถึ ง เรื่ อ งต่ า งๆ ทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าเขาจะทำงานหนักอย่างไร เอบราแฮมจะต้องหา เวลาอ่านหนังสืออยู่เสมอ พ่อของเอบราแฮมไม่สู้จะพอใจนัก ที่เห็นเขาเอาแต่อ่าน หนังสือ

A Most Uncommon Common Man

25


“เด็กคนนี้ผลาญเวลากับการอ่านหนังสือมากจริงๆ” เขาบ่นพึมพำกับใครต่อใคร ส่ ว นมารดาของเอบราแฮมนั้ น เข้ า ใจความรู้ สึ ก ของ เอบราแฮมดีว่าทำไมเขาจึงต้องอ่านหนังสือ มารดาเลี้ยงของ เขาก็เข้าใจเช่นกัน

“ให้แกอ่านไปเถอะ”

หล่อนพูดกับสามีของหล่อน

“แกต้องใช้เวลาศึกษาสิ่งต่างๆ ไปอย่างช้าๆ และแก ก็เรียนทุกสิ่งทุกอย่างได้ดี สักวันหนึ่งแกจะรู้ทุกอย่างที่มีใน หนังสือ ไม่เชื่อคอยดูเถอะ” ในชั่วชีวิตของเอบราแฮม เขาไม่เคยลืมมารดาของเขา เลย ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ลืมความกรุณาของมารดาเลี้ยงของ เขาด้วย เมื่อเขาได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีนั้น เขารีบ เดินทางไปเยี่ยมมารดาเลี้ยงของเขาก่อนเดินทางไปรับตำแหน่ง ประธานาธิบดีที่นครวอชิงตัน

26

เอบราแฮม ลิงคอล์น


“All I am, or can be, I owe to my angel mother.”

“Books serve to show a man that those original thoughts of his aren’t very new at all.”

A Most Uncommon Common Man

27


2

เอบราแฮม ลิงคอล์น


สงครามอินเ´ียนแ´ง

Black Hawk War

เมื่อเอบราแฮม ลิงคอล์น เข้าสู่วัยฉกรรจ์ เขาได้อำลา ครอบครัวของเขาไปทำงานที่เมืองนิวซาเล็ม รัฐอิลลินอย เขาเป็นคนที่มีรูปร่างสูงมาก ดูเหมือนจะเก้งก้างเอาเสีย ด้ ว ย ไหล่ ข องเขากว้าง ขายาว เอบราแฮมไม่เคยสนใจต่อ เครื่องแต่งกายของเขาเลย แต่เขาก็เป็นคนท่าทางดี เจ้าของ บ้านที่เขาเช่าอยู่เคยพูดว่า “ดู ต ามรู ป ร่ า งและการแต่ ง กายแล้ ว เอบราแฮมไม่ มี ท่าทางเป็นสุภาพบุรุษเลย แต่การกระทำของเขานั้นซิ ส่อให้ เห็นว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วทีเดียว” นิวซาเล็มเป็นเมืองเล็กๆ มีพลเมืองเพียงประมาณร้อย คน แต่ถึงกระนั้น สำหรับเอบราแฮมแล้ว การมาอาศัยอยู่ใน เมืองนี้ ดีกว่าพักอยู่ในกระท่อมที่ทำด้วยท่อนซุง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ กับทุ่งหญ้าที่มีแต่ความเปล่าเปลี่ยว

A Most Uncommon Common Man

29


เอบราแฮมชอบการมีเพื่อนบ้าน เขาเป็นคนมีไมตรีจิต ชอบคบค้าสมาคม และชอบช่วยเหลือใครต่อใครเสมอ ทุกๆคนในเมืองชอบเอบราแฮม แม้ว่าบางคนจะเห็นว่า เขาค่อนข้างจะแตกต่างไปจากคนอื่นๆ ทั้งๆที่เขาเป็นคนชอบ ตลกแต่ในเวลาเดียวกันเขาก็เป็นคนจริงจัง เขาคิดถึงหลายสิ่ง หลายอย่ า งที่ อ ยู่ น อกเมื อ งนี้ ความคิ ด ของเขาท่ อ งไปในโลก กว้าง เกี่ยวกับชีวิต เกี่ยวกับความผิดและความถูก มี อ ยู่ ห ลายครั้ ง ที่ เ อบราแฮมทำให้ เ พื่ อ นๆของเขาฉงน สนเท่ห์ในเรื่องต่างๆ แต่บุคคลเหล่านี้ก็ชมเชยเขา “เอบราแฮม ลิงคอล์น จะต้องประสบความสำเร็จ” พวกเขากล่าว “แต่เขาจะต้องรู้ตัวเองว่าเขาต้องการจะประสบความ สำเร็จเรื่องอะไร” ความจริงแล้ว มันเป็นการยากมากที่เอบราแฮมเองจะ ตัดสินใจว่าเขาควรจะทำงานอะไร เขาเคยเป็นชาวนา เป็นช่าง ไม้ จากนั้นก็มาทำงานโรงสี รับจ้างพายเรือหรือบางครั้งก็ไปยุ่ง เกี่ยวกับการเมือง เอบราแฮมเป็นคนที่ชอบมองหาสิ่งใหม่ๆทำ เสมอ เมือ่ รัฐบาลประกาศสงครามกับพวกอินเดียนแดง เอบราแฮม จึงหยุดคิดเรื่องงานทั้งหมดที่เขากำลังจะทำ เขาตัดสินใจสมัคร เข้าเป็นทหารไปร่วมรบกับคนอื่นๆ

30

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ในยุคบุกเบิกนั้น มีการทำสงครามกันหลายครั้ง ระหว่าง พวกอินเดียนแดงกับผู้ที่มายึดครองแผ่นดินใหม่ ทั้งสองฝ่าย ต่างทำทารุณกรรมต่อกันและกัน หัวหน้าเผ่า “เหยี่ยวดำ” (Black Hawk) เตรียมทำ สงครามอย่างเต็มที่ เขาสั่งให้ลูกน้องเผาบ้านของผู้ที่เข้ามาตั้ง รกรากสร้างความเสียหายอย่างมากมายและยังสั่งให้ถลกหนัง หัวของทุกๆคนที่อินเดียนแดงจับได้ เมืองนิวซาเล็มได้จัดส่งอาสาสมัครไปทำสงครามกับพวก อินเดียนแดง เอบราแฮมเป็นหนึง่ ในอาสาสมัคร ก่อนจะเดินทาง ได้มีการลงคะแนนคัดเลือกหัวหน้ากลุ่ม ปรากฏว่า เอบราแฮม ลิงคอล์น ได้รบั คัดเลือกให้เป็นหัวหน้า เอบราแฮมดีใจมากที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้บังคับกอง ความจริงแล้ว เขาดีใจที่ทราบว่าคนอื่นๆชอบเขา วั น หนึ่ ง มี ช ายชาวอิ น เดี ย นแดงคนหนึ่ ง เข้ า มาในค่ า ย ชายคนนี้เหนื่อยอ่อน และไม่มีอาวุธติดตัว มีบัตรผ่านมาด้วย บัตรผ่านคือบัตรที่แสดงว่าผู้ถือบัตรนี้เป็นมิตรกับผู้ที่มาบุกเบิก และได้รับการอนุญาตให้ผ่านเข้าไปในค่ายต่างๆได้ ทหารในค่ายของลิงคอล์น บางคนมีความเหนื่อยอ่อน มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นโรคคิดถึงบ้าน ทำให้มีความป่า เถื่อนขึ้น

A Most Uncommon Common Man

31


“เขาส่ ง เรามาฆ่ า พวกอิ น เดี ย นแดง ไอ้ นี่ มั น เป็ น อินเดียนแดง ขอให้พวกเราฆ่ามันเสียเถอะ” ทหารของลิงคอล์นคนหนึ่งกล่าวขึ้นกับพรรคพวก ผู้ บั ง คั บ กองลิ ง คอล์ น เดิ น เข้ า มาขวางไว้ พร้ อ มกั บ สั่ ง อย่างนายทหารว่า

“จงปล่อยชาวอินเดียนแดงผู้นี้ไปเสียเดี๋ยวนี้”

เอบราแฮม ลิงคอล์น ทราบดีว่าทหารของเขาจะต้อง โกรธและคิ ด ว่ า คราวต่ อ ไปทหารพวกนี้ จ ะไม่ เ ลื อ กเขาให้ เ ป็ น หัวหน้าอีกแต่เอบราแฮมก็ยอมเสี่ยง ชายชาวอินเดียนแดงผู้นั้นได้รับอิสรภาพ ทหารของเอบราแฮม ลิงคอล์น เห็นว่าเขาเป็นคนซือ่ ตรง และยอมเสีย่ งกับการถูกเกลียดชัง ดังนัน้ จึงรูส้ กึ ชอบเอบราแฮม มากขึน้ ไปอีก

เอบราแฮม ลิงคอล์น จึงได้เป็นผู้บังคับกองต่อไป

32

เอบราแฮม ลิงคอล์น


“Am I not destroying my enemies when I make friends of them?”

“Be sure you put your feet in the right place, then stand firm.”

A Most Uncommon Common Man

33


34

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ถังไม้

เมื่อสงครามกับพวกอินเดียนแดงยุติลง เอบราแฮมกลับ ไปทำงานของเขาตามเดิม เขาตั้งร้านขายของชำในขณะเดียวกัน ก็เป็นบุรุษไปรษณีย์ของเมืองนิวซาเล็มไปด้วย จากนั้นก็เพิ่ม งานให้ตัวเองด้วยการไปสมัครเป็นนักสำรวจที่ดิน การเป็นเจ้าของร้านขายของชำนี้ เป็นอาชีพที่เหมาะกับ เอบราแฮมมาก เพราะนิวซาเล็มเป็นเมืองเล็กๆ ร้านของเขาจึง ไม่มีลูกค้ามากนัก ยามใดที่ไม่มีลูกค้ามาซื้อของ เอบราแฮมก็จะ นั่งอ่านหนังสือตลอดเวลา ในฤดูร้อนเขาจะอ่านหนังสือกลางแจ้งใต้ต้นไม้ข้างๆร้าน ของเขา ในฤดูหนาวเขาจะนั่งในร้าน เหยียดเท้า หลังพิงฝา และตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือต่อไป

A Most Uncommon Common Man

35


อย่างไรก็ตาม เขายังไม่มีความพอใจกับการขายของและ คิดอยู่ในใจเสมอว่า งานที่เหมาะสมกับเขานั้น จะต้องเป็นงานที่ เกี่ยวข้องกับการอ่านหนังสือของเขา วันหนึ่งก็มีเหตุการณ์เหมือนฟ้าประกาศิตให้เกิดขึ้น มี ชาวนาคนหนึ่งกำลังย้ายครอบครัวไปตั้งรกรากที่เมืองอื่น เขาได้ บรรทุกข้าวของทั้งหมดของเขาไว้บนรถม้า มันมีที่ไม่พอสำหรับ ให้ภรรยาและลูกๆของเขานั่งบนรถม้าด้วยกันได้ ชาวนาคนนั้น จึงได้เดินเข้ามาหาเอบราแฮม “ข้าวของมันแน่นจริงๆ” เขากล่าวกับเอบราแฮม “ผมเอามันไปได้ไม่หมดแน่ๆ ถ้าผมจะขายถังไม้นี้ให้คุณ คุณจะเอาไหม? ห้าสิบเซ็นต์เท่านั้นแหละ” เอบราแฮมไม่ทราบเหมือนกันว่าจะซื้อถังไม้นั้นไปทำไม แต่เขาเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น เขาจึงยอมจ่ายเงินห้าสิบ เซ็นต์ให้ชาวนาคนนั้นไป เขามองดูถังไม้นั้นอย่างเสียไม่ได้ แต่ก็ อยากจะทราบว่าข้างในนั้นมีอะไรบ้าง จึงเปิดดู พบว่ามีรองเท้า เก่าๆที่เล็กเกินไปสำหรับเท้าที่ใหญ่โตเทอะทะของเขา

แต่......

ที่ก้นของถังไม้นั้นเขาเห็นหนังสือเล่มหนา หนังสือเล่มที่ จะเปลี่ยนชีวิตทั้งหมดของเขาในภายหลัง

36

เอบราแฮม ลิงคอล์น


หนังสือเล่มนั้นคือ หนังสือที่อธิบายกฎหมายที่แต่งโดย แบล๊คสโทน เป็นหนังสือกฎหมายที่สำคัญที่สุดที่ได้เคยพิมพ์ ออกมา (Commentaries on the Laws of England (1765-1769) Sir William Blackstone) คืนนั้น เอบราแฮม ลิงคอล์น ได้เริ่มอ่านหนังสือของ แบล็คสโทน พลันทำให้เขานึกถึงนายพันตรีคนหนึ่งชื่อสจ๊วต ซึ่งเขาพบตอนที่ไปทำสงครามกับพวกอินเดียนแดง คำพูดที่ นายพันสจ๊วตพูดกับเขา ได้กลับเข้ามาก้องในหูของเอบราแฮม ลิงคอล์น อีกครั้งหนึ่ง “ถ้าคุณลิงคอล์น ต้องการจะเป็น ทนายความ ไปหา ผมนะ ผมกำลังต้องการคนร่วมงานด้วยมากทีเดียว” ทนายความคือคนที่รู้กฎหมายและช่วยเหลือคนที่ได้รับ ความเดือดร้อน ทนายความจะช่วยพูดเรื่องของผู้เดือดร้อนใน ศาล ให้ผู้พิพากษา พิจารณาว่าอะไรถูกอะไรผิด ทนายความจะ ช่วยเหลือผู้คน ให้ได้รับความยุติธรรม เอบราแฮมต้ อ งการที่ จ ะเห็ น ใครต่ อ ใครได้ รั บ ความ ยุติธรรมเสมอ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะเป็นทนายความทันที หลังจากอ่านหนังสืออธิบายกฎหมายของแบล๊คสโทน อยู่หลายเดือน เอบราแฮมได้เขียนจดหมายถึงนายพันสจ๊วต

A Most Uncommon Common Man

37


ว่าเขาได้เริ่มศึกษาวิชากฎหมายแล้ว นายพันสจ๊วตดีใจมาก และได้ส่งหนังสือกฎหมายเพิ่มเติมมาให้เขาอ่านอีกหลายเล่ม ในเวลานั้นผู้ที่เรียนกฎหมายไม่จำเป็นที่จะต้องไปเรียน ที่มหาวิทยาลัย เพียงแต่เรียนเองที่บ้านแล้วไปสมัครสอบ ถ้า ใครต้ อ งการจะเป็ น ทนายความ ก็ ต้ อ งไปฝึ ก งานกั บ ทนายความคนอื่นๆ เอบราแฮมตกลงใจที่จะไปฝึกงานกับนาย พันสจ๊วต เอบราแฮม ลิ ง คอล์ น ได้ ท ำงานต่ อ ไปในขณะที่ เ ขา เรียนหนังสือไปด้วย แต่ร้านของเขาขาดทุน ทำให้เขามีหนี้สิน ซึ่งเขาไม่สามารถชำระหนี้ได้ในขณะนั้น เขาจึงมีความตั้งใจ อย่างยิ่งที่จะเป็นทนายความให้ได้ และมีความเชื่อมั่นว่า เมื่อ เป็นทนายความแล้ว เขาจะมีเงินพอที่จะชำระหนี้ได้หมด ในที่ สุ ด เขาก็ ส อบได้ และได้ รั บ การแต่ ง ตั้ ง ให้ เ ป็ น ทนายความสมดังความตั้งใจของเขา ในปี ค.ศ. 1837 เอบราแฮม ลิ ง คอล์ น ได้ เ ดิ น ทางไปพบกั บ นายพั น สจ๊วตที่เมืองสปริงฟีลด รัฐอิลลินอย นายพันสจ๊วตดีใจมาก และทำทุกอย่างที่ได้สัญญาไว้กับเขา เอบราแฮม ลิงคอล์นจึง กลายเป็ น ทนายความที่ ส มบู ร ณ์ เ มื่ อ ปี ค.ศ. 1848 ใน สำนักงานทนายความของนายพันสจ๊วตนั่นเอง

3

เอบราแฮม ลิงคอล์น


A Most Uncommon Common Man

39


นายพันสจ๊วตได้แนะนำเอบราแฮม ลิงคอล์น เพื่อน ร่วมงานคนใหม่ของเขา ให้รู้จักกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว มีญาติคนหนึ่งของนายพันสจ๊วตเป็นหญิงสาวที่สวย มากชื่ อ แมรี่ ทอดด์ หล่ อ นเกิ ด และอยู่ ที่ รั ฐ เคนทั ค คี้ จนกระทัง่ โตเป็นสาว แล้วติดตามมาอยูก่ บั พีส่ าวของหล่อนที่ แต่ ง งานแล้ ว ย้ า ยมาอยู่ ใ นเมื อ งสปริ ง ฟี ล ด แมรี่ ทอดด์ (Mary Todd) เป็นที่รู้จักของใครต่อใครในเมืองสปริงฟีลด และมีชายหนุม่ รูปงามจำนวนมากมาติดพันหล่อน เมือ่ ใดทีม่ ี งานเต้นรำ ชายหนุ่มเหล่านี้จะแย่งกันมาโค้งหล่อนอย่างงาม เพือ่ ให้หล่อนไปเต้นรำกับพวกเขา เอบราแฮม ลิงคอล์น เป็นคนเก้งก้างที่จะเต้นรำ เท้า ของเขาใหญ่เกินไปที่จะเต้นรำได้อย่างดี วันหนึ่ง แมรี่ ทอดด์ พูดกับพี่สาวของหล่อนว่า “นายลิ ง คอล์ น พู ด กั บ ฉั น ว่ า เขาจะเต้ น รำกั บ ฉั น ได้ อย่างเลวที่สุดและแล้วฉันก็เชื่อว่าเขาเป็นนักเต้นรำที่เลวที่ สุดจริงๆด้วย” แต่หล่อนก็ชอบเอบราแฮม ลิงคอล์น มากกว่าชาย หนุ่มคนใดที่หล่อนรู้จัก เอบราแฮม ลิงคอล์น แต่งงานกับแมรี่ ทอดด์ ในบ้าน ของพี่สาวแมรี่ ทอดด์ นั่นเอง

40

เอบราแฮม ลิงคอล์น


“A woman is the only thing I am afraid of that I know will not hurt me.�

A Most Uncommon Common Man

41


หมูถูกรั้วล้มทับ

เอบราแฮม ลิงคอล์น ได้กลายเป็นทนายความ และมี ภรรยาแล้ว จึงเป็นเวลาที่เขาจะต้องสร้างเนื้อสร้างตัว บุ ต รคนแรกของเขาเป็ น ชาย เขาตั้ ง ชื่ อ ว่ า โรเบิ ร์ ต (Robert Todd Lincoln โรเบิร์ต ทอดด์ ลิงคอล์น) ตามชื่อ ของพ่อภรรยา ภายหลังจากโรเบิร์ตเกิดได้ไม่นาน เอบราแฮม ลิงคอล์น ก็ได้ซื้อบ้านของเขาเอง แมรี่ ลิงคอล์น ต้องทำงานบ้านอย่างหนัก และเมื่อบุตร ชายคนที่สอง เอ็ดดี้ (Edward Baker Lincoln เอ็ดเวิร์ด เบกเกอร์ ลิงคอล์น) เกิด หล่อนก็ต้องดูแลบุตรชายทั้งสองคน หล่อนต้องตัดเย็บเสื้อผ้า อบขนมปัง และทำความสะอาดบ้าน คนเดียว เสื้อผ้าที่เอบราแฮม ลิงคอล์น สวมใส่ เป็นงานฝีมือของ หล่อนที่หล่อนภูมิใจมากที่สุด เอบราแฮม ลิงคอล์น ต้องทำงานอย่างหนักในสำนักงาน ทนายความของเขา แต่เขาก็ดูแลครอบครัวของเขาอย่างดี เขา A Most Uncommon Common Man

43


44

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ได้ชำระหนี้ทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นขณะที่ทำร้านขายของในเมือง นิวซาเล็ม และภายหลังจากนั้น เขาก็ไม่เป็นหนี้ใครอีกเลย ถึงแม้เขาจะทำงานอย่างหนัก แต่งานหนักนั้นมิได้ยับยั้ง ให้เขาได้คบค้าสมาคมกับใครต่อใครด้วย ตรงกันข้าม เขากลับมี เพื่อนฝูงมากขึ้นอีก และเขาก็ยังคงเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อทุกๆคน เสมอ ครั้งหนึ่งขณะที่เอบราแฮม ลิงคอล์น กำลังเดินทางไป ศาล เขาเห็นชายคนหนึ่งกำลังตีม้าอย่างแรงด้วยความโกรธ เขารีบวางเอกสารทั้งหมดของเขาไว้กับพื้น แล้ววิ่งไปจับมือชาย คนนั้นไว้ พร้อมกับขอร้องไม่ให้ตีม้าอีกต่อไป เมื่อชายคนนั้น สัญญาว่าจะไม่ตีม้าที่น่าสงสารอีก เขาจึงหยิบเอกสารของเขา แล้วรีบเดินไปศาล เอบราแฮม ลิงคอล์น เกลียดที่จะเห็นใครไม่ได้รับความ ยุติธรรม หรือเห็นสัตว์ได้รับการทารุณกรรมจากคน วันหนึ่งเขา นั่งรถม้าออกไปนอกเมืองกับทนายความอีกคนหนึ่ง เขาเห็นหมู ถูกรั้วล้มทับ มันร้องลั่นและพยายามดิ้นรน แต่ดิ้นไม่หลุด เขา สั่งให้ม้าหยุดวิ่งและกระโดดลงไปจากรถม้า แล้วหาไม้มาทำเป็น คานงัดยกรั้วให้สูงขึ้น เพื่อให้หมูออกมาได้ เขาต้องพยายามอยู่ นาน จึงสามารถช่วยหมูออกมาได้ เพื่ อ นทนายความที่ นั่ ง รถไปกั บ เอบราแฮม ลิ ง คอล์ น รู้สึกไม่พอใจที่เห็นเขาทำเช่นนั้น

A Most Uncommon Common Man

45


“ทำไมคุณลิงคอล์นต้องไปยุ่งกับหมูมันด้วย” เพื่อนทนายความของเขาถามขึ้น “ผมไม่ทราบเหมือนกัน” ลิงคอล์นตอบ พร้อมกับสั่นศีรษะ

“ผมเพียงแต่ไม่อยากเห็นมันไม่ได้รับอิสรภาพ”

เอบราแฮม ลิงคอล์น ยังคงเป็นคนรักที่จะเล่าเรื่องต่างๆ ให้เพื่อนฟังเสมอ วั น หนึ่ ง เขากระซิ บ เล่ า เรื่ อ งๆหนึ่ ง ให้ เ พื่ อ นฟั ง บนศาล เพื่อนคนนั้นหัวเราะดังลั่น ทำให้ผู้พิพากษาโกรธมาก และสั่ง ปรับ เอบราแฮม ลิงคอล์น ห้าดอลลาร์ ภายหลังผู้พิพากษาคนนั้นถามเขา “นี่คุณลิงคอล์น คุณเล่าเรื่องอะไรให้เขาฟังหรือ ไอ้หมอ นั่นจึงหัวเราะดังลั่น” ลิงคอล์นก็เล่าเรื่องนั้นให้ผู้พิพากษาฟังอีก ผู้พิพากษาคน นั้นกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ จึงปล่อยก๊ากออกมาแล้วคืนเงินห้า ดอลลาร์ให้กับเขา เอบราแฮม ลิงคอล์น เป็นทนายความที่เก่งกาจมาก เขาชนะแทบทุกคดีในศาล เขาสามารถพูดปกป้องลูกความของ เขาได้ดีที่สุด คนในเมืองสปริงฟีลด ต่างพูดกันว่า

46

เอบราแฮม ลิงคอล์น


A Most Uncommon Common Man

47


4

เอบราแฮม ลิงคอล์น


“ถ้าใครต้องการทนายความ จะต้องไปหาเอบราแฮม ลิงคอล์น เพราะเขาเป็นคนเก่งจริงๆ และมีความซื่อสัตย์อย่าง ยิ่งด้วย” สำนักงานทนายความของเอบราแฮม ลิงคอล์น มีงาน มากจนล้นมือ แต่เขาก็ยังแบ่งเวลาให้กับครอบครัวของเขาได้ มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขารักที่จะเล่นกับลูกๆของเขา เอ็ดดี้ บุตรชายคนที่สองของเอบราแฮม ลิงคอล์น ได้ เสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก นอกจากบุตรชายคนโตที่ชื่อโรเบิร์ต แล้ว เขายังมีบุตรชายอีกสองคนชื่อ วิลลี่ (William Wallace Lincoln วิลเลียม วอลเลส ลิงคอล์น) กับ แทด (Thomas “Tad” Lincoln ธอมัส “แทด” ลิงคอล์น ) เด็กๆทุกคนใน ครอบครัวรักที่จะเล่นสนุกเหมือนกับผู้เป็นพ่อ พวกเขาจะยืน คอยเวลาที่พ่อของเขาจะกลับบ้าน และยังมีเด็กอื่นๆ ในละแวก นั้นมาร่วมด้วย เอบราแฮม ลิงคอล์น เป็นคนสูงมาก ยิ่งเมื่อ เขาสวมหมวกทรงสูงด้วยแล้ว เด็กๆจะเห็นเขามาแต่ไกล พวก เด็กจะส่งเสียงดังลั่นแล้วรีบวิ่งแข่งกันไปหาเขา ใครไปถึงเขา ก่อน คนนั้นมีสิทธิ์ได้ขี่คอเขากลับบ้าน เช้าวันหนึ่ง เอบราแฮม ลิงคอล์น เดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง เขาเห็นเด็กผู้หญิงอายุแปดขวบ ชื่อ โจเซฟฟิน เรมาน ยืนอยู่ที่ ประตู รั้ ว หล่ อ นสวมเครื่ อ งแต่ ง กายชุ ด ที่ ส วยที่ สุ ด ที่ ห ล่ อ นมี แต่เขาแปลกใจมากที่เห็นหล่อนกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น

A Most Uncommon Common Man

49


“เกิดอะไรขึ้นหรือ โจเซฟฟิน?” เอบราแฮม ลิงคอล์นหยุดถามหนูน้อย โจเซฟฟินยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้นไปอีก “หนูจะต้องรีบไปที่สถานีรถไฟ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หนู เดินทางคนเดียว หนูจะต้องนำกระเป๋าเหล็กใบนี้ไปที่สถานี รถไฟให้ทันเวลา กระเป๋าเหล็กของหนูหนักมาก รถม้าจึงไม่ ยอมรับไปด้วย คุณแม่หนูยกมันไม่ไหว คุณพ่อหนูกไ็ ม่อยูบ่ า้ น” หนูน้อยพูดพลางร้องไห้พลาง เอบราแฮม ลิงคอล์นยกกระเป๋าเหล็กขึ้นวางบนบ่า อีก มือหนึ่งเอื้อมไปจูงมือของหนูน้อยโจเซฟฟิน

“ไปกันเถอะหนู ลุงจะแบกกระเป๋าเหล็กของหนู ไปที่สถานีรถไฟเอง หนูจำไว้นะ ลุงนี่แหละแข็งแรง เหมือนรถม้าทีเดียว”

50

เอบราแฮม ลิงคอล์น


“Character is like a tree and reputation like a shadow. The shadow is what we think of it; the tree is the real thing.�

A Most Uncommon Common Man

51


แห่โคม

มีคนรู้จักเอบราแฮม ลิงคอล์น เพิ่มขึ้นทุกวัน ประชาชน ยกย่องเขาในฐานะที่เป็นทนายความผู้มีความซื่อสัตย์ และเป็น นักพูดที่มีคารมคมคายเป็นที่ประทับใจอย่างยิ่ง โดยส่วนตัวแล้ว เขาเป็นคนชอบและสนใจเรื่องการเมืองและเขาเริ่มมีบทบาท ทางการเมืองแล้ว เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาครองเกรส และต้องเดินทางไปอยู่ที่นครวอชิงตัน เมื่อหมดวาระการเป็นสมาชิกสภาครองเกรส เขากลับไป อยู่ที่เมืองสปริงฟิลดตามเดิม และเป็นทนายความตามปรกติ อย่างที่เคยเป็น แต่เขาทำงานเกี่ยวกับการเมืองมากขึ้น เขาได้ไปพูด ณ ที่ต่างๆ คนที่ได้ไปฟังเขาพูดต่างก็กล่าว เป็นเสียงเดียวกันว่า “สักวันหนึ่ง เอบราแฮม ลิงคอล์น จะเป็นคนที่สำคัญ ยิ่งของชาติคนหนึ่ง” เอบราแฮม ลิงคอล์น จะต้องตัดสินใจกับปัญหาหนึ่งที่ สำคัญมาก นั่นคือปัญหาของการเลิกทาส

A Most Uncommon Common Man

53


คนในรัฐต่างๆ ของอเมริกาครึ่งหนึ่งพูดว่า “การค้าทาสเป็นสิ่งที่ผิด คนๆหนึ่งไม่ควรใช้เงินไปซื้อคน อีกคนหนึ่ง แล้วนำมาเป็นทาสได้” แต่คนในรัฐต่างๆ อีกครึ่งหนึ่งของประเทศกล่าวว่า “เราจะต้องเป็นผู้ตัดสินในสิทธิของเราเอง ถ้าเราทำ อย่างนี้ไม่ได้เราก็ควรจะแยกตัวออกไป” เอบราแฮม ลิงคอล์น เป็นคนที่มีความยุติธรรมอย่างยิ่ง และเขาต้องการให้ทุกๆคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน เมื่อหลายปีมา แล้ว เขาได้ช่วยเหลือคนอินเดียนแดงคนหนึ่งให้รอดตาย เมื่อ ทหารของเขาจะฆ่าชาวอินเดียนแดงคนนั้น เอบราแฮม ลิงคอล์น ต้องขบคิดถึงปัญหาของการค้า ทาสอย่างมากทีเดียว ในที่สุด เอบราแฮม ลิงคอล์น ได้ตัดสินใจ

“ผมจะต้องคัดค้านการค้าทาส” เขากล่าวในสุนทรพจน์ครั้งสำคัญของเขาครั้งหนึ่ง

“ผมไม่เชื่อว่าประเทศของเราจะเป็ น กึ่ ง ทาสกึ่งอิสระได้” 54

เอบราแฮม ลิงคอล์น


“I believe this Government cannot endure, permanently half slave and half free. I do not expect the Union to be dissolved -- I do not expect the house to fall -- but I do expect it will cease to be divided.” เอบราแฮม ลิงคอล์น ต้องการให้ทุกๆ รัฐรวมอยู่เป็น ประเทศเดียวกัน เขาพูดถึงปัญหาการแยกตัวของบางรัฐ เขา ต้องโต้เถียงกับใครต่อใครมากในเรื่องการเมือง หลายคนคิดว่าคำพูดของลิงคอล์นถูกต้อง แต่ก็มีหลาย คนเหมือนกันที่คิดว่าเขาพูดผิด หลั ง จากเอบราแฮม ลิ ง คอล์ น กลั บ บ้ า นด้ ว ยความ เหนื่อยอ่อนจากการแสดงปราฐกถา ณ ที่ต่างๆ ภรรยาและลูกๆ ของเขาต่างก็เข้าไปกอดเขา

“ไม่ว่าผมจะถูกหรือผิด” เอบราแฮม ลิงคอล์นพูด

“เมียและลูกๆของผมต่างก็ดีใจที่ได้เจอผม”

A Most Uncommon Common Man

55


ในปี ค.ศ. 1860 เอบราแฮม ลิงคอล์น ได้รับการเสนอ ชื่อให้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ครอบครัวของเขา เพื่อนฝูง และทุกๆคนที่รู้จักเขา ต่างมีความเชื่อมั่นว่าเขาจะได้รับเลือกให้ เป็นประธานาธิบดี อีกไม่กี่สัปดาห์จะมีการเลือกตั้งแล้ว มีคนสำคัญมาก มายมาที่บ้านของลิงคอล์น ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา สมาชิก รัฐสภา หรือผู้ว่าราชการรัฐ และนักหนังสือพิมพ์ ทั้งวิลลี่และแทด ต่างคุ้นเคยกับการพบปะคนสำคัญ จึง ไม่มีความสนใจใครต่อใคร คงวิ่งเล่นไปมาในบ้าน โดยไม่สนใจ ว่าใครจะมาหาพ่อ เมื่ อ ถึ ง วั น เลื อ กตั้ ง ประชาชนทั่ ว ประเทศต่ า งไปลง คะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี หลังจากนัน้ ไม่กวี่ นั มีการประกาศว่า เอบราแฮม ลิงคอล์น ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดี คืนนั้นมีการแห่โคมไปในเมืองสปริงฟิลด ทุกๆ คนใน เมืองเดินสวนสนามมาที่บ้านของเอบราแฮม ลิงคอล์น มีโคมไฟ ถืออยู่ในมือ โรเบิร์ต บุตรชายคนโตของ ลิงคอล์น เรียนหนังสืออยู่ที่ วิทยาลัยแห่งหนึ่งจึงไม่อยู่ที่บ้าน ส่วนบุตรคนเล็กทั้งสองนั้นไม่ ยอมเข้านอน ต่างก็คอยดูการสวนสนามของประชาชน

56

เอบราแฮม ลิงคอล์น


นางลิงคอล์นและพี่สาวของหล่อน ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อต้อนรับคนที่มาแสดงความยินดี จนถึงกับต้องวิ่งไปขอยืม กาแฟและขนมของเพื่อนบ้านมาเลี้ยงแขก วิลลี่และแทด นั่งบนเสาประตูรั้วบ้าน ประกาศกับทุกๆ คนว่า “ถ้าใครต้องการจะพบกับพ่อของเราที่ชื่อ เอบราแฮม ลิงคอล์น จะต้องให้เงินพวกหนูคนละห้าเซ็นต์ก่อน”

“As I would not be a slave, so I would not be a master. This expresses my idea of democracy. Whatever differs from this, to the extent of the difference is no democracy.”

A Most Uncommon Common Man

57


ทÓเนียบ¢าว

เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเดินทางไปวอชิงตัน ทั้งวิลลี่และ แทดต่างก็รู้สึกไม่สบายใจ เขาทั้งสองรู้สึกดีใจที่พ่อของเขาได้รับ เลือกให้เป็นประธานาธิบดี แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะจากบ้านไป อยู่ที่อื่น เด็กทั้งสองได้ขอร้องคุณพ่อให้อนุญาตให้นำสุนัขชื่อไฟโด ไปวอชิงตันด้วย เขาทั้งสองเป็นเจ้าของไฟโดเพียงครึ่งเดียวส่วน อีกครึ่งหนึ่งของไฟโดนั้น เป็นของเด็กในตระกูล รอล ซึ่งเป็น เพื่อนบ้านของลิงคอล์น “เราจะเอาไฟโดไปวอชิงตันเพียงครึ่งหนึ่งได้อย่างไร” เอบราแฮม ลิงคอล์นถามลูกของเขา “เราไม่รู้ว่าครึ่งไหนของไฟโดเป็นของเรา” ในที่ สุ ด เขาต้ อ งปลอบโยนลู ก ทั้ ง สองของเขาด้ ว ยการ สัญญาว่า เมื่อไปถึงวอชิงตันแล้ว เขาจะซื้อม้าตัวเล็กๆ ให้สัก ตัว

A Most Uncommon Common Man

59


เอบราแฮม ลิ ง คอล์ น และครอบครั ว ได้ เ ดิ น ทางไป วอชิงตัน และเข้าพักในทำเนียบขาวในปี ค.ศ. 1861 เอบราแฮม ลิงคอล์น ได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีของ ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่บัดนั้น ภรรยาของเอบราแฮม ลิงคอล์น และบุตรทั้งสองของ เขาได้ตระหนักในทันทีว่า ประธานาธิบดีจะต้องทำงานหนักทั้ง วั น มี ค นเป็ น จำนวนมากมายื น คอยที่ จ ะพบเขา และเขาก็ อนุญาตให้ทุกๆคนเข้าพบเขาได้ เขาคิดว่าทุกคนมีสิทธิที่จะได้ พบประธานาธิบดี เอบราแฮม ลิงคอล์น จะกลับบ้านดึกๆทุกคืน แต่ถึงเขา จะทำงานหนักอย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ลืมคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับ ลูกๆของเขา นั่นคือการหาซื้อม้าตัวเล็กๆให้ตัวหนึ่ง ถึงแม้จะมีม้าไว้ขี่เล่น แต่เด็กทั้งสองก็มิวายหงุดหงิดที่ไม่ ค่อยได้ใกล้ชิดพ่อของตน ทุ ก ๆคนมี ค วามเหงา นางลิ ง คอล์ น เองก็ คิ ด อยากจะ กลั บ ไปอยู่ ที่ ส ปริ ง ฟิ ล ด์ เพราะที่ นั่ น ลิ ง คอล์ น มี เ วลาอยู่ กั บ ครอบครัวมาก เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ประธานาธิบดียิ่งมีงาน เพิ่มขึ้นอีก แต่ทุกๆครั้งที่มีโอกาส เขาจะพยายามเล่นกับลูกๆ ของเขา เมื่ อ สงครามกลางเมื อ งเริ่ ม ดุ เ ดื อ ดขึ้ น บางคื น

60

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ประธานาธิบดีไม่ได้กลับบ้าน เขาต้องนอนที่ทำเนียบขาว หรือ อยู่ที่นั่นจนกระทั่งสว่าง เขาต้องคอยพูดติดต่อกับแม่ทัพของ กองทหารของเขา บางครั้งในภาวะเช่นนี้ เขาต้องตัดสินใจสั่ง การต่างๆคนเดียว “ทางฝ่ายเหนือเชื่อว่าการค้าทาสเป็นสิ่งผิด” เอบราแฮม ลิงคอล์นพูด “รั ฐ ต่ า งๆ ทางฝ่ า ยใต้ ต้ อ งการที่ จ ะแยกตั ว ออกไป ปกครองตนเอง ประชาชนทั้ ง สองฝ่ า ยต่ า งคิ ด ว่ า ตนเองถู ก ทหารของทั้งสองฝ่ายจึงต้องต่อสู้กัน” เขาต้องเดินไปเดินมาอยู่ในทำเนียบขาว คอยฟังข่าว เกี่ยวกับการสู้รบ วันหนึ่งวิลลี่และแทดต้องการที่จะพบพ่อ เด็กทั้งสองต้อง ยืนคอยอยู่ข้างนอกเป็นเวลานาน เมื่อประตูเปิด ทั้งคู่รีบวิ่ง เข้าไปหาพ่อ และเล่นตามประสาเด็กอยู่ใกล้ๆกับพ่อของเขาซึ่ง ทำงานจนถึงเที่ยง ประธานาธิบดีก็ทำงานไปโดยมิได้รู้สึกว่าลูกๆ กำลังรบกวนเขา หลังจากนั้นได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีคน สำคัญๆของประเทศ ต่างก็นั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องประชุม วิลลี่และ แทดคลานเข้าไปใต้โต๊ะและเล่นอยู่ใกล้ๆกับเท้าของคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีหลายคนไม่พอใจที่เห็นเด็กทั้งสองมานั่งเล่นซน อย่างนี้ เลขาธิการของประธานาธิบดี เสนอให้นำเด็กไปขังไว้อีก ห้องหนึ่ง

A Most Uncommon Common Man

61


62

เอบราแฮม ลิงคอล์น


“อย่าเลย” ลิงคอล์นพูด “เด็กๆของเรากำลังอับเฉาอยู่ทั่วประเทศ ถ้าเด็กคนใด มีโอกาสที่จะได้เล่นสนุก ปล่อยให้เขาได้เล่นไปเถอะ”

“War at the best, is terrible, and this war of ours, in its magnitude and in its duration, is one of the most terrible.”

A Most Uncommon Common Man

63


เกททิสเบิก

การสู้รบที่เกททิสเบิก ร้ายแรงที่สุดในสงครามกลางเมือง ครั้งนั้น มันยืดเยื้ออยู่หลายวัน ประธานาธิบดีลิงคอล์น ต้อง คอยรับฟังข่าวการสู้รบครั้งนี้อยู่ถึงดึกดื่นทุกคืน คืนหนึ่งหลังจากลูกๆนอนหลับหมดแล้ว นางลินคอล์น เข้าไปพบกับสามีของหล่อน “กลับไปนอนเถอะ” หล่อนอ้อนวอนเขา “คุณไม่สามารถช่วยเหลือผู้ที่กำลังต่อสู้กันอยู่ได้หรอก” “อย่างน้อยที่สุดฉันสามารถตื่นอยู่ และส่งดวงใจไปให้ เขาทั้งหลายเหล่านั้น ชายหนุ่มที่มีคุณภาพที่สุดของเรา ทั้ง ทางเหนือและทางใต้กำลังฆ่ากันตาย” เอบราแฮม ลิงคอล์น ไม่เคยคิดว่าคนทางใต้เป็นศัตรูกับ คนทางเหนือ สงครามเท่านั้นที่เป็นศัตรูกับมนุษยชาติ

A Most Uncommon Common Man

65


หลังจากการสูร้ บทีเ่ กททิสเบิกได้สนิ้ สุดลง ประธานาธิบดี ลิงคอล์น ต้องไปงานฉลองชัยชนะ และการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตใน การสู้รบ หัวใจของเขาหนักอึ้ง “ฉันจะพูดอะไรที่นั่นได้อย่างไร” เขาถามภรรยาของเขา “ไม่มีคำพูดใดที่สำคัญเท่ากับการกระทำของเหล่าทหาร ในการสู้รบที่เกททิสเบิก” ขณะที่ นั่ ง มาในรถไฟที่ จ ะไปเกททิ ส เบิ ก เอบราแฮม ลิงคอล์น ได้ร่างสุนทรพจน์สั้นๆของเขา วันรุ่งขึ้นเขาได้อ่านสุนทรพจน์ฉบับนั้น “เมื่อแปดสิบเจ็ดปีมาแล้ว บรรพบุรุษของเราได้สร้าง ชาติใหม่ในทวีปนี้ และอุทิศให้พร้อมกับคำพูดที่ว่า มนุษย์ทั้ง หลายได้ถูกสร้างมาให้มีความเสมอภาคกัน.........” สุ น ทรพจน์ ข องประธานาธิ บ ดี จบลงด้ ว ยประโยคที่ ประทับใจอย่างยิ่ง

“.....รั ฐ บาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน จะไม่สูญหายไปจากโลก”

66

เอบราแฮม ลิงคอล์น


LINCOLN’S GETTYSBURG ADDRESS Pennsylvania 19 November, 1863 “Four score and seven years ago our fathers brought forth on this continent, a new nation, conceived in Liberty, and dedicated to the proposition that all men are created equal. Now we are engaged in a great civil war, testing whether that nation, or any nation so conceived and so dedicated, can long endure. We are met on a great battle-field of that war. We have come to dedicate a portion of that field, as a final resting place for those who here gave their lives that nation might live. It is altogether fitting and proper that we should do this. But, in a larger sense, we cannot dedicate we cannot consecrate – we cannot hallow- this ground. The brave men, living and dead, who

A Most Uncommon Common Man

67


struggled here, have consecrated it, far above our poor power to add or to detract. The world will little note, nor long remember what we say here, but it can never forget what they did here. It is for us the living, rather, to be dedicated here to the unfinished work which they who fought here have thus far so nobly advanced. It is rather for us to be here dedicated to the great task remaining before us that from these honored dead we take increased devotion to that cause for which they gave the last full measure of devotion- that we here highly resolve that these dead shall not have died in vain- that this nation, under God, shall have a new birth of freedom- and that government of the people, by the people, for the people, shall not perish from the earth.”

68

เอบราแฮม ลิงคอล์น


A Most Uncommon Common Man

69


ปัจจุบันนี้ เป็นเวลาห่างจากวันนั้นร่วมร้อยห้าสิบปี คำ พูดของเอบราแฮม ลิงคอล์น ที่เกททิสเบิก ยังคงเป็นที่รู้จักกัน ทั่วโลก ในฤดูหนาวระหว่างสงครามกลางเมือง วิลลี่ป่วยหนักไข้ ขึ้นสูง ประธานาธิบดีและภรรยาต้องรีบผละจากงานเลี้ยงสำคัญ ที่ทำเนียบขาว หลังจากได้ข่าวร้ายนี้ ทั้งคู่นั่งลงบนขอบเตียง ของวิลลี่ วิลลี่ขอดูม้าของเขา ประธานาธิบดีได้สั่งให้นำม้ามาที่ หน้าต่างให้วิลลี่ดู จากการได้รับการเอาใจใส่จากทั้งพ่อและแม่ นี้ทำให้วิลลี่แช่มชื่นขึ้นบ้าง แต่วิลลี่ก็จากทุกคนไปในคืนนั้นด้วยพิษไข้ มั น เป็ น ความเศร้ า อย่ า งสุ ด ซึ้ ง สำหรั บ ครอบครั ว ของ เอบราแฮม ลิงคอล์น ที่ต้องสูญเสียบุตรชายไปอีกคนหนึ่ง “ทั่วประเทศของเรา หลายๆครอบครัวต้องสูญเสียลูก ชายของเขา” ลิงคอล์นกล่าว “คราวนี้เราได้สูญเสียลูกชายของเรา แต่ขอให้เรามี ความกล้าหาญเหมือนกับคนอื่นๆเถิด” เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง วิทยาลัยปิดภาคเรียน โรเบิร์ตมี โอกาสมาเยี่ยมบ้าน ทุกๆคนดีใจที่เห็นเขา และพยายามซ่อน ความเศร้า เพื่อไม่ให้โรเบิร์ตพลอยเศร้าไปด้วย วันหนึ่งลิงคอล์นอ่านประกาศหนังสือพิมพ์พบว่ามีคน

70

เอบราแฮม ลิงคอล์น


A Most Uncommon Common Man

71


ต้องการขายแพะสองตัว “แพะทั้งสองตัวนี้จะเป็นเพื่อนเล่นที่ดีของแทด” เขาพูดกับภรรยาของเขา แล้วรีบไปซื้อแพะสองตัวนั้นมา ให้แทด ทุ ก คนในครอบครั ว หั ว เราะลั่ น เมื่ อ เห็ น แพะที่ น่ า รั ก ทั้งสองตัวถูกนำไปเทียมกับรถเล็กๆสีแดง และมีแทดเป็นคนขี่ รถนั้น แทดขี่รถเทียมแพะไปตามถนนรอบๆบริเวณทำเนียบขาว ครั้งหนึ่งรถแพะเกือบจะชนนายพลแกรนท์ แม่ทัพฝ่ายเหนือ ขณะเขาเดิ น เข้ า ไปในบริ เ วณทำเนี ย บขาว เพื่ อ จะไปหา ประธานาธิบดี บางครั้งที่แทดเข้าไปในทำเนียบขาว เขาจะนำ แพะของเขาเข้าไปด้วย ครั้งหนึ่งนางลิงคอล์นต้องไปทำธุระต่างเมือง และหล่อน นำแทดไปด้วย ประธานาธิบดีลิงคอล์นต้องสะดุ้งเมื่อกลับมา เห็นแพะสองตัวนั้นนอนอยู่บนเตียงของแทด มันกำลังเคี้ยว อาหารและทำให้ห้องสกปรกไปหมด เขารีบไล่มันให้กลับเข้าไป ในคอก วันรุ่งขึ้นเขาส่งโทรเลขไปให้ภรรยาของเขา เขาเพิ่ม ข้อความลงไปในโทรเลขนั้นว่า

“ช่วยบอกแทดด้วยว่าแพะทั้งสองตัว ของเขาสบายดี”

72

เอบราแฮม ลิงคอล์น


“I do the very best I know how - the very best I can; and I mean to keep on doing so until the end.”

“I walk slowly, but I never walk backward.”

A Most Uncommon Common Man

73


พระอาทิตย์ตก

สงครามกลางเมืองยืดเยื้ออยู่นานถึงสี่ปี มันยุติลงในปี ค.ศ. 1865 ประธานาธิบดี ลิงคอล์น ได้ลงนามคำสั่ง ให้ทาส ทั้งหมดทางใต้ของประเทศเป็นอิสระในปี ค.ศ. 1863 ทุกๆรัฐของประเทศได้รวมกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ชาติได้รับ ความสู ญ เสี ย อย่ า งมาก และต้ อ งมี ก ารฟื้ น ฟู บู ร ณะหลายสิ่ ง หลายอย่าง เอบราแฮม ลิงคอล์น ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดี เป็นครั้งที่สอง “งานที่หนักที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว” ลิงคอล์นพูดกับภรรยาของเขา “ต่อไปนี้ฉันจะมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น” เขายิ้ม แต่ดูเขาแก่เกินวัย สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้ว รอยแห่งความเคร่งเครียดจากงานหนัก คืนวันหนึ่งในปี ค.ศ. 1865 นางลิงคอล์นต้องการจะให้

A Most Uncommon Common Man

75


สามีผ่อนคลายจากความเคร่งเครียด หล่อนจึงขอให้เขาพาไปดู ละครที่โรงละครฟอร์ด ในนครวอชิงตัน ประธานาธิบดีและสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศ นั่งอยู่ ที่ชั้นพิเศษของโรงละคร (Balcony) หลังจากละครแสดงไปได้ ครึ่งเรื่อง ได้มีเสียงปืนดังขึ้น

นั่ น คื อ การลอบสั ง หารประธานาธิ บ ดี เ อบราแฮม ลิ ง คอล์ น ....... นักแสดงชื่อ จอห์น วิลคส บูธ (John Wilkes Booth) เป็นคนยิงประธานาธิบดี บูธเป็นคนประหลาด และมีความบ้า อยู่ในตัว เขาเป็นคนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมือง อย่างมาก ประชาชนทั่วประเทศทั้งตอนเหนือและตอนใต้ต่างตก ตะลึงต่อข่าวร้ายอันนี้ นางลิงคอล์นได้สูญเสียสามีสุดที่รัก โรเบิร์ตและแทดได้ สูญเสียพ่อที่แสนดี ประเทศชาติได้สูญเสียผู้นำที่ยิ่งใหญ่ รถไฟขบวนที่นำศพประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น กลั บ ไปสปริ ง ฟี ล ด ตกแต่ ง ด้ ว ยผ้ า สี ด ำทั้ ง หมด ประชาชน จำนวนมหาศาลเฝ้ า ยื น คอยดู ร ถไฟขบวนนี้ ผ่ า นไปทุ ก ๆเมื อ ง ทำให้รถขบวนนี้ต้องวิ่งอย่างช้าๆ

76

เอบราแฮม ลิงคอล์น


A Most Uncommon Common Man

77


ณ บางที่ผู้คนต้องยืนคอยทั้งคืนเพื่อที่จะได้แสดงความ คารวะต่อผู้นำอันเป็นที่รักของเขาเป็นครั้งสุดท้าย มีเสียงร่ำไห้ ระงมอยู่ทั่วไป ความเศร้าสลดครอบคลุมไปทั่วทุกแห่งหน รถไฟวิ่งช้าลงไปอีก เมื่อผ่านท้องทุ่งที่ครั้งหนึ่งเด็กชาย เอบราแฮม ลิงคอล์น เคยอยู่อาศัย และเมื่อเสียงหวูดดังขึ้น ทุ ก ๆคนที่ ไ ด้ ยิ น เสี ย งนั้ น ต่ า งมี ค วามรู้ สึ ก ว่ า มั น ช่ า งโหยหวน เศร้าสลดอย่างเหลือเกิน ร่างอันไร้วิญญาณของเอบราแฮม ลิงคอล์น ถูกฝังไว้ที่ เมื อ งสปริ ง ฟี ล ด ในรั ฐ อิ ล ลิ น อยด ที่ ซึ่ ง เขาเคยอาศั ย อยู่ กั บ ครอบครัวอย่างมีความสุข บ้านที่เขาเคยอาศัยอยู่ก็ยังคงยืน ตระหง่านอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ และได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะห้องนอนที่เขาเคยนอน ถูกรักษาไว้ให้ดูเหมือนกับ วันที่เขาเดินทางไปรับตำแหน่งประธานาธิบดี ในนครวอชิงตัน ดี.ซี. อนุสาวรียป์ ระธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น ทำให้ชาวอเมริกันทั้งหมดรำลึกถึงผู้นำที่ยิ่งใหญ่คนนี้ รูปปั้นของเขานั้นก้มหน้านิดๆ เหมือนกับว่าเขาคอยมองคน หลายพันคนที่เข้ามาเยี่ยมเขาทุกๆวัน ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความ เมตตา และความเข้าใจที่เขาแสดงต่อทุกๆคนในขณะที่เขายังมี ชีวิตอยู่

78

เอบราแฮม ลิงคอล์น


A Most Uncommon Common Man

79


“I like to see a man proud of the place in which he lives. I like to see a man live so that his place will be proud of him.” “I remember my mother’s prayers and they have always followed me. They have clung to me all my life.”

80

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ภาคผนวก


กระท่อมที่ประธานาธิบดี เอบราแฮม ลิงคอล์น เกิดใกล้ เมืองฮอดจิลวิล ในรัฐเคนทัคคี้ ปัจจุบันเป็นสมบัติอันล้ำค่าของ ชาวอเมริกัน รัฐบาลอเมริกันได้ดูแลอย่างดีที่สุด ด้วยการซื้อ แล้วนำไปไว้ในตึกอนุสรณ์ของลิงคอล์น ปัจจุบันสถานที่ๆ ประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น เกิ ด เป็ น สวนสาธารณะของชาติ ซึ่ ง ดึ ง ดู ด นั ก ท่ อ งเที่ ย วจาก อเมริกาและทั่วโลก

82

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ก่อนทีจ่ ะเป็นนักการเมือง และเป็นประธานาธิบดีในทีส่ ดุ ประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น เป็นคนมีหลายอาชีพ รับ จ้าง แจวเรือ ทำไร่ ขายของ บุรษุ ไปรษณีย์ แต่ไม่วา่ จะเป็นอะไร เขาจะไม่ทงิ้ หนังสือเลย จะอ่านอยูเ่ สมอทีม่ โี อกาส ภาพบนเป็น ร้านขายของทีเ่ ขาเป็นเจ้าของ และภาพล่างเป็นภายในร้าน

A Most Uncommon Common Man

83


บ้านของประธานาธิบดี เอบราแฮม ลิงคอล์นในสปริงฟีลด จากการทีเ่ ขาเป็นคนมีความสามารถในการพูด มีความรูก้ ฏหมาย ดี ทั้งยังซื่อสัตย์สุจริต ทำให้เขาเป็นทนายความที่ได้รับความ สำเร็จมาก เขามีเงินซือ้ บ้านใหญ่ดงั ในภาพนีไ้ ด้ในปี ค.ศ. 1944 หรือ 17 ปีก่อนเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ในปัจจุบัน บ้านหลังนีเ้ ป็นพิพธิ ภัณฑ์ ภาพล่างเป็นมุมหนึง่ ในบ้าน

84

เอบราแฮม ลิงคอล์น


นางแมรี่ ทอดด์ ลิงคอล์น (1818-1882) ภรรยาของประธานาธิบดีลิงคอล์น ชีวิตของแมรี่ ต้องได้ รับความกระทบกระเทือนใจมาก บุตรชาย 2 ใน 4 คนของเธอ ถึ ง แก่ ก รรมตั้ ง แต่ เ ยาว์ วั ย สามี ถู ก ลอบสั ง หาร หลั ง จาก อสัญกรรมของประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น ในปี ค.ศ. 1865 แมรี่ต้องประสบความยากลำบากมาก รัฐบาลได้มอบ เงินช่วยเหลือให้เธอปีละ 3,000 ดอลล่าร์ ตั้งแต่ปีค.ศ. 1870 และเพิ่มเป็นปีละ 5,000 ดอลล่าร์ในปีค.ศ. 1880 ในปี ค .ศ. 1870 เธอเริ่ ม ป่ ว ยเป็ น โรคสมองเสื่ อ ม Alzheimer’s disease โรเบิร์ต ลิงคอล์น บุตรชายคนโตได้ส่ง เธอเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลประสาทอยู่เป็นระยะๆ ภายหลังเธอกลับไปอาศัยอยู่กับพี่สาวที่เมืองสปริงฟีลด ที่เธอ เคยอยู่ด้วยก่อนแต่งงานกับประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น ในปี ค.ศ. 1882 สตรีผู้มีชีวิตที่น่าสงสารได้จบชีวิตลงในบ้าน ของพี่สาวเธอนั่นเอง A Most Uncommon Common Man

85


ครอบครัวของประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น บุตร ชาย 3 คนในภาพคือ โรเบิร์ต ลิงคอล์น (บ๊อบ) ซึ่งตอนนั้น กำลังเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด, บุตรชายคนกลาง คือ วิลลี่ ซึ่งป่วยหนักและสิ้นชีวิตในปี ค.ศ. 1862, คนสุดท้าย คือ ธอมัสหรือแทด เขาใช้ชีวิตอยู่กับลิงคอล์นในทำเนียบขาว เมื่อลิงคอล์นเหงาหรือเครียดจากงาน เขามักจะเล่นกับแทด เพื่อคลายเครียด

86

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ในระยะทีม่ สี งครามกลางเมืองนัน้ ประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น ทำงานหนักที่สุด เขาจะใช้เวลาส่วนมากอยู่ที่ที่ทำงาน เพื่อคอยฟังข่าวและออกคำสั่งเกี่ยวกับการสู้รบ และจะหาเวลา ไปเยี่ ย มค่ า ยทหารเสมอ ภาพนี้ถ่ายในเดือนตุลาคม 1862 ขณะเมื่อเขาไปเยี่ยมค่ายทหารแห่งหนึ่ง

A Most Uncommon Common Man

87


ที่ใดมีเอบราแฮม ลิงคอล์น ที่นั่นจะมีความขยัน รื่นเริง เสียงหัวเราะ เขาเป็นนักพูดที่คมคาย และเป็นนักเล่าเรื่องที่ไม่ มีใครในยุคนั้นสู้เขาได้ (โดยเฉพาะเรื่องตลก) “If I were two-faced, would I be wearing this one?” “If this is coffee, please bring me some tea; but if this is tea, please bring me some coffee.”

แต่ ก ารเป็ น ประธานาธิ บ ดี ที่ ต้ อ งเจอกั บ ปั ญ หาหนั ก โดยเฉพาะเกี่ยวกับสงครามกลางเมือง ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง อย่างมากต่อลิงคอล์น 88

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ลิ ง คอล์ น ถ่ า ยภาพในหน้ า 88 เมื่ อ ปี ค.ศ. 1860 ภายหลั ง จากได้ รั บ การเสนอชื่ อ ให้ เ ป็ น ผู้ ส มั ค รรั บ เลื อ กตั้ ง ประธานาธิบดี รูปในหน้านีจ้ ะเทียบให้เห็นใบหน้าทีแ่ ตกต่างของลิงคอล์น 5 ปี หลังจากเขาได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

ถ่ายในปี ค.ศ. 1865 ก่อนเขาถูกลอบสังหารไม่นาน

A Most Uncommon Common Man

89


ชาติเดียวกันก็เป็นเหมือนเพื่อนพ้องพี่น้องกัน ในภาพเราจะเห็นทหารทั้งสองฝ่ายนำกาแฟและยาสูบมา แลกเปลี่ ย นกั น ยามพั ก รบ ทหารฝ่ า ยใต้ มี ย าสู บ เหลื อ แต่ ขาดแคลนกาแฟ และทหารฝ่ า ยเหนื อ มี ก าแฟเหลื อ แต่ ขาดแคลนยาสูบ “Let us at all times remember that all American citizens are brothers of a common country, and should dwell together in the bonds of fraternal feeling.”

90

เอบราแฮม ลิงคอล์น


เมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย ภายหลังสงครามกลาง เมื อ งในสมั ย นั้ น ยั ง ไม่ มี ร ะเบิ ด ปรมาณู หรื อ ระเบิ ด ที่ ร้ า ยแรง เหมือนปัจจุบัน แต่ภาพนี้ก็ชี้ให้เห็นภัยสงครามที่น่ากลัว

A Most Uncommon Common Man

91


ยู ลิ ลิ ส เอส แกรนท์ Ulysses Simpson Grant (1882 – 1885) แม่ทัพฝ่ายเหนือ ผู้นำกองทัพฝ่ายเหนือชนะสงคราม กลางเมือง นายพลแกรนท์ อายุน้อยกว่า นายพลลี แม่ทัพฝ่าย ใต้ 15 ปี เกิดที่เมืองพอยน์ เพลทเส็นท์ รัฐโอไฮโอ เขาจบวิชา การทหารจากสถาบันเวสท์ พอยน์ เช่นเดียวกับนายพลลี หลัง จากนั้นก็เข้ารับราชการ เคยผ่านสงครามเม็กซิโก ในระยะเริ่ ม ต้ น ของสงครามกลางเมื อ ง เขามี ย ศเป็ น พันเอก สงครามยืดเยื้อมาและมีการเปลี่ยนแม่ทัพไปหลายคน ในปี ค.ศ. 1864 แกรนท์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือ และนำกองทัพฝ่ายเหนือไปสู่ชัยชนะในปีต่อมา

92

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ในปี ค.ศ. 1869 นายพลแกรนท์ ได้รับเลือกให้เป็น ประธานาธิบดีคนที่ 18 ของสหรัฐอเมริกา และได้รับเลือก 2 สมัย เขาเคยเป็นแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นนักการเมืองที่ไม่ ประสบความสำเร็ จ ในยุ ค ของเขา ประเทศชาติ ป ระสบกั บ ปัญหามากมายและเขาไม่สามารถจะแก้ไขได้มากนัก มีคนกล่าว ว่าการที่เขาได้รับเลือกตั้งในสมัยที่ 2 นั้น เพราะคนอเมริกัน นิยมให้ประธานาธิบดีของเขาอยู่ในตำแหน่ง 2 สมัย ภายหลังนายพลแกรนท์ มีฐานะยากจนลง และป่วยเป็น มะเร็ง เขาได้ใช้เวลาอย่างหนักเขียนบันทึกความทรงจำของเขา เขาเขี ย นจบ 4 วั น ก่ อ นเขาตาย เขาได้ รั บ เงิ น ค่ า เรื่ อ ง 450,000 ดอลล่าร์ทำให้มีเงินพอที่จะช่วยเหลือครอบครัวของ เขาได้

“Although a soldier by profession, I have never felt any sort of fondness for war, and I have never advocated it, except as a means of peace.” Ulysses Simpson Grant

A Most Uncommon Common Man

93


โรเบิร์ต อี. ลี Robert Edward Lee (1807-1870) แม่ทัพฝ่ายใต้ ถึงแม้ว่าฝ่ายใต้จะแพ้สงครามต่อฝ่ายเหนือ แต่นายพลลี แม่ทัพฝ่ายใต้ที่แพ้สงครามก็ได้รับการยกย่องมาก ในฐานะเป็น ผู้ที่ปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม นายพลลี เกิดที่เมือง สทาทฟอร์ด รัฐเวอร์จิเนีย จบการ ศึกษาวิชาการทหารจากสถาบันเวสท์ พอยน์ ในสงครามกลาง เมืองเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพฝ่ายใต้ หลังจากการปราชัยในการรบหลายครัง้ นายพลลี ยอมแพ้ ต่อทัพฝ่ายเหนือ และเข้ามอบตัวในวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1865

94

เอบราแฮม ลิงคอล์น


พร้อมกับทหารของเขาอีก 28,302 คน ภายหลังนายพลลี และทหารของเขาได้รับการอนุญาตให้ติดอาวุธได้อย่างเดิม นาย พลลี ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อรัฐบาลอย่างจริงใจ ต่อ มาเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกสภาวิทยาลัยวอชิงตัน ซึ่ง เขาได้ ท ำหน้ า ที่ นี้ อ ย่ า งดี ที่ สุ ด ภายหลั ง วิ ท ยาลั ย วอชิ ง ตั น ได้ เปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยวอชิงตันและลี Washington and Lee University

“Duty then is the most sublime word in our language. Do your duty in all things. You cannot do more. You should never wish to do less.” Robert Edward Lee

A Most Uncommon Common Man

95


จอห์น วิลคส บูธ (John Wilkes Booth) ฆาตรกรผูล้ อบสังหารประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น เขาเป็นผู้ร่วมขบวนการฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมือง ในอดีตเขา เคยเป็นนักแสดงละคร เขาได้รับความกระทบกระเทือนจาก สงครามกลางเมืองมาก จึงวางแผนลอบสังหารประธานาธิบดี วันที่ 14 เมษายน 1865 เขาได้ข่าว่าประธานาธิบดีจะ ไปดู ล ะครที่ โ รงละครฟอร์ ด ในนครวอชิ ง ตั น เขาจึ ง ไปที่ นั่ น ขณะที่ละครกำลังแสดงอยู่นั้น เขาได้ลอบยิงประธานาธิบดีที่ ศีรษะแล้วกระโดดขึ้นไปบนเวที พร้อมกับตะโกนว่า “คนใต้ได้รับ การแก้แค้นให้แล้ว” เขาล้มลงขาหักแต่ก็ยังหนีไปได้ 12 วันต่อมา (26 เมษายน 1865) เขาถูกล้อมจับใน ขณะที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงนาแห่งหนึ่ง เขาต่อสู้กับทหารและถูกยิง ตาย แต่บางหลักฐานก็ว่าเขายิงตัวตายด้วยปืนของเขาเอง 96

เอบราแฮม ลิงคอล์น


ประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิงคอล์น เรียกที่ฝังศพทหาร หาญที่เสียชีวิตในการสู้รบที่เกททิสเบิกว่า “A final resting place” ภาพนี้คือ “A final resting place” ของเขาเอง

A Most Uncommon Common Man

97


ในเมืองสปริงฟีลด รัฐอิลลินนอยด วันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1863 ได้ทำพิธีระลึกถึงผู้ เสียชีวิตในการสู้รบที่ “เกททิสเบิก” ทางรัฐบาลได้เชิญนักพูดที่ พูดเก่งที่สุดในสหรัฐอเมริกาในยุคนั้นคือ เอ็ดเวิร์ด เอเวอเรท ให้มาพูดในงานนี้เนื่องจากงานนี้เป็นงานสำคัญที่จัดโดยรัฐบาล จึงมีคนมาร่วมงานมาก นอกจากนี้ เมื่อ เอ็ดเวิร์ด เอเวอเรท มาพูดยิ่งทำให้คนสนใจมากขึ้นอีก เอ็ดเวิร์ด เอเวอเรท ใช้เวลาพูดในงานนี้กว่า 2 ชั่วโมง อาจจะมีคนจำนวนมากชอบคำพูดของเขา เพราะเขาเป็นคนพูด เก่ง และอาจจะมีคนเบือ่ เพราะเขาพูดนานเกินไป แต่ทแี่ น่ๆ ก็ คือไม่มีใครจำคำพูดของเขาได้ ส่วนพวกเรายังไม่ทราบด้วยว่า เขาพูดอะไรบ้าง ประธานาธิบดี เอบราแฮม ลิงคอล์น เป็นผู้ทำพิธีปิด งาน และเขาต้องแสดงสุนทรพจน์เช่นกัน เขาพูดสั้นมาก โดย ใช้เวลาพูดเพียง 2 นาที แต่คำพูดนี้กลายเป็นสิ่งยืนยงคู่กับ ภาษาอังกฤษ คนในอเมริกา, อังกฤษ และชาติต่างๆ ที่ใช้ ภาษาอังกฤษ จำคำพูดของเขาได้ ผู้ที่เรียนภาษาอังกฤษ (ใน ระดับที่สูงสักหน่อย) จะได้อ่านคำพูดของเขา บางสถาบันถึงกับ ให้มันเป็นบทอาขยาน ขอชักชวนให้ท่านผู้อ่านที่สนใจภาษาอังกฤษ ลองอ่านคำ พูดของประธานาธิบดี เอบราแฮม ลิงคอล์น ดู

98

เอบราแฮม ลิงคอล์น


LINCOLN’S GETTYSBURG ADDRESS “Four score and seven years ago our fathers brought forth on this continent, a new nation, conceived in Liberty, and dedicated to the proposition that all men are created equal. Now we are engaged in a great civil war, testing whether that nation, or any nation so conceived and so dedicated, can long endure. We are met on a great battle-field of that war. We have come to dedicate a portion of that field, as a final resting place for those who here gave their lives that nation might live. It is altogether fitting and proper that we should do this. But, in a larger sense, we cannot dedicate , we cannot consecrate – we cannot hallow- this ground. The brave men, living and dead, who struggled here, have consecrated it, far above our poor power to add or to detract. A Most Uncommon Common Man

99


The world will little note, nor long remember what we say here, but it can never forget what they did here. It is for us the living, rather, to be dedicated here to the unfinished work which they who fought here have thus far so nobly advanced. It is rather for us to be here dedicated to the great task remaining before us that from these honored dead we take increased devotion to that cause for which they gave the last full measure of devotion- that we here highly resolve that these dead shall not have died in vain- that this nation, under God, shall have a new birth of freedom- and that government of the people, by the people, for the people, shall not perish from the earth.”

100

เอบราแฮม ลิงคอล์น


สุนทรพจน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประธานาธิบดีเอบราแฮม ลิ ง คอล์ น คื อ สุ น ทรพจน์ ที่ เ ขากล่ า ว ตอนเข้ า รั บ ตำแหน่ ง ประธานาธิบดีครั้งที่สอง โดยเฉพาะที่เขากล่าวว่า

“จากการผู ก พยาบาท เราจะไม่ ไ ด้ อ ะไรเลย แต่ด้วยความเมตตา เราจะได้ทุกสิ่งทุกอย่าง”

“With malice toward none; with charity for all..” เป็นคำพูดที่ได้รับการนำมากล่าวอ้างมากที่สุดในภายหลัง ขอเชิญท่านผู้อ่านลองอ่านดู

A Most Uncommon Common Man

101


ABRAHAM LINCOLN’S SECOND INAUGURAL ADDRESS …….. On the occasion corresponding to this four years ago, all thoughts were anxiously directed to an impending civil-war. All dreaded it all sought to avert it. While the inaugural address was being delivered from this place, devoted altogether to saving the Union without war, insurgent agents were in the city seeking to destroy it without war seeking to dissolve the Union, and divide effects, by negotiation. Both parties deprecated war; but one of them would make war rather than let the nation survive; and the other would accept war rather than let it perish. And the war came….. Neither party expected for the war, the magnitude, or the duration, which it has already attained. Neither anticipated that the cause of the conflict might cease with, or even before, the conflict itself should cease. Each looked for

102

เอบราแฮม ลิงคอล์น


and easier triumph, and a result less fundamental and astounding. Both read The same Bible, and pray to the same God; and each invokes His aid against the other. It may seem strange that any men should dare to ask a just God’s assistance in wringing their bread from the sweat of other men’s faces; but let us judge not that we be not judged. The prayers of both could not be answered; that of neither has been answered fully………… With malice toward none; with charity for all; with firmness in the right, as God gives us to see the right, let us strive on to finish the work we are in; to bind up the nation’s wounds; to care for him who shall have borne the battle, and for his widow, and his orphan to do all which may achieve and cherish a just and a lasting peace, among ourselves, and with all nations.

A Most Uncommon Common Man

103


หนังสือที่ใช้ประกอบในการเรียบเรียง 1. Anne Colver : Abraham Lincoln, A fell Yearling Book, New York. 2. Dale Carnegie : Lincoln the Unknown, Perma Giants, New York. 3. Lord Charnwood : Abraham Lincoln, Garden City, New York. 4. Frank Freidel : Our Country’s Presidents, National Geographic Society, Washington . D.C. 5. Emily Davie : Profile of America, A studio Book, New York. 6. Bertrand M. Wainger : The American Adventure, McGraw- Hill Book, New York. 7. Thomas A. Bailey, David M. Kennedy : The American Pageant, D.C. Health and Company, Lexington. 8. Lewis Pual Todd and Merle Curti : Rise of the American Nation, Harcourt, Brace and world, New York.

104

เอบราแฮม ลิงคอล์น


Timeline USA

Thailand

1842 NOVEMBER Lincoln and Mary Todd marry.

2385 พฤศจิกายน .......................................

1809 FEBRUARY 12 Abraham Lincoln is born.

2352 กุมภาพันธ์ .......................................

1843 AUGUST 2386 สิงหาคม Robert Todd Lincoln is born. ....................................... 1846 MARCH Edward Baker “Eddy” Lincoln is born. 1850 DECEMBER William Wallace “Willie” Lincoln is born.

2389 มีนาคม ....................................... 2393 ธันวาคม .......................................

A Most Uncommon Common Man

105


1853 APRIL Thomas “Tad” Lincoln is born.

2396 เมษายน .......................................

1860 NOVEMBER 2403 พฤศจิกายน Lincoln is elected president. ....................................... 1863 JANUARY 1 Lincoln signs Emancipation Proclamation.

2407 มกราคม .......................................

1864 NOVEMBER 8 Lincoln is reelected to presidency.

2408 พฤศจิกายน .......................................

1865 MARCH 4 Lincoln’s second inauguration. APRIL 14 Lincoln is short by John Wilkes Booth. APRIL 15 Abraham Lincoln dies. MAY 4 Lincoln is buried in Springfield.

2409 ................................. ................................. .................................

1865 DECEMBER 6 13th Amendment is ratified. 106

เอบราแฮม ลิงคอล์น


Lincoln Word Search F C N V C D N A Y I M K

O Y R I L O G C A B I N

R K E S I U Q L D Y L A

D C P N X G F B K H I B

Republican Abraham Kentucky Military Union

T U U A L L Y P R T T R

H T B J P A I O U U A A

E N L W B S F H S O R H

A E I L L I N O I S Y A

South Lawyer Illinois Honest

T K C E A R E N O T J M

E L A W Y E R E T M D U

R U N I K Z M S N R L S

H G R U B S Y T T E G P

Douglas Ford Theater Gettysburg Log cabin

A Most Uncommon Common Man

107


The Life of Abraham Lincoln Abraham Lincoln was born in Kentucky on February 12, 1809. His family was very poor. Abe loved to study. He walked many miles to school every day. At night he did his homework by the light of the fireplace. He became a lawyer. He lived in Illinois. People called him “Honest Abe.” One day, he visited the South. He saw people buying slaves. Abe said, “It is wrong for people to have slaves. Some day all people shall be free.” He wanted to become president of the United States.

108

เอบราแฮม ลิงคอล์น


Many people in the North said, “Lincoln is right. The slaves should be free.” People in the South said, “Lincoln is wrong. Each state can make its own laws about slaves. We need slaves to grow cotton and tobacco.” In 1860, Abraham Lincoln won the election. He became the sixteenth president of the United States. Eleven states did not want to be part of the United States. They formed a new country. They called their country The Confederate States of America.” But Lincoln said, “The states must stay united.” A terrible war began between the North and the South. It was called the Civil War. Many people died in this war. At last, in 1865, the Civil War ended. The South lost and came back into the union. The slaves were free. Lincoln had saved the country.

A Most Uncommon Common Man

109


Black people were very happy to be free. The people of the North were happy too. Lincoln planned ways to help the South after the war. He wanted the whole country to work together again. But the people in the South were not happy. Many of them hated Lincoln. John Wilkes Booth was from the South. He was a famous actor. He planned to kill Lincoln. On April 14, 1865, Lincoln went to the theatre. John Wilkes Booth had a gun. He shot and killed Lincoln. Many people cried for many days after Lincoln died. He was the greatest leader they had ever known.

110

เอบราแฮม ลิงคอล์น

เอบราแฮม ลิงคอล์น  

ตำนานที่เล่าสู่กันมานั้นกล่าวว่า เอบราแฮม ลิงคอล์น เกิด มาท่ามกลางความยากจน และเพราะความยากจนจึงทำให้เขาไม่ได้เรียนหนังสือมากนัก แต่การที่เข...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you